บันทึกหลังการชุมนุมของคนเสื้อแดง(2)
ฝ่ายที่ต่อต้านคนเสื้อแดงมีหลายพวก พวกหนึ่งคือพวกนิยมพันธมิตร พวกหนึ่งคือพวกรักประชาธิปัตย์ พวกหนึ่งคือเกลียดทักษิณ พวกหนึ่งคือได้ประโยชน์จากการล้มทักษิณ พวกหนึ่งคืออยากได้โอกาสแสดงความรักชาติและความเป็นไทยสักครั้งในชีวิต แต่พวกที่น่าพิจารณาที่สุดคือพวกที่วิจารณ์เสื้อแดงโดยอ้างเรื่องประชาธิปไตย คิคด้นเหตุผลพิสดารนานาๆ โจมตีเสื้อแดงว่าทำลายประชาธิปไตย พูดรวมๆ คืออ้างประชาธิปไตยเพื่อทำลายประชาธิปไตย ในทางรูปธรรมคือนิยมการรัฐประหารและอำนาจเหนือระบบช่วงที่ผ่านมา
คนพวกนี้แสดงท่าทีประชาธิปไตยโดยอ้างว่าประชาธิปไตยต้องดูที่เนื้อหาสาระ อ้างว่าประชาธิปไตยไม่ใช่แค่รูปแบบ ไม่ใช่แค่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ประชาธิปไตยหมายถึงการมีประชาธิปไตยในระดับเนื้อหา เรื่องแบบนี้ฟังเผินๆ ก็ดูดี เพราะเนื้อหาย่อมดีกว่ารูปแบบแน่ ใครจะอยากเป็นพวกยึดติดรูปแบบแต่ไม่มีเนื้อหา อย่างน้อยนั่นก้คือความกลวง
เป็นความเข้าใจผิดที่จะแยกประชาธิปไตยออกเป็นสาระและรูปแบบ ผิดเพราะมันมีนัยชี้นำว่าสาระต้องดีกว่ารูปแบบ รวมทั้งมีนัยว่าการทำให้ถูกต้องตามรูปแบบไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทั้งที่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ไม่มีความเห็นพ้องต้องกันจริงๆ ว่าประชาธิปไตยระดับเนื้อหาคืออะไร ซ้ำในประวัติศาสตร์ของไทย การอ้างแบบนี้ในอดีตมักนำไปสู่ข้อถกเถียงทางการเมืองแบบไร้ตรรกะ เช่นถึงรูปแบบไม่ประชาธิปไตย ถึงผู้นำไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็แสนดี ใจซื่อ และมีเนื้อหาสาระประชาธิปไตย
หลังรัฐประหาร 19 กันยา เราจะได้ยินคนจำนวนหนึ่งพูดแบบนี้ โชคดีที่เขายายเที่ยงทำให้คนหลายคนอายจนพูดเสื่อมๆ แบบนี้น้อยลง
ตรงกันข้ามกับเมืองไทยที่ชอบพูดว่าประชาธิปไตยสำคัญที่เนื้อหา ความคิดประชาธิปไตยสมัยใหม่หลายสำนักเห็นว่ารูปแบบสำคัญมากกับการสร้างประชาธิปไตยในฐานะ form ทางการเมือง เพราะรูปแบบหมายถึงการมีกฎเกณฑ์และกติกาที่ชัดเจนว่าทุกฝ่ายต้องปฏิบัติร่วมกัน กฏกติกาแบบนี้สำคัญเพื่อให้สังคมทั้งสังคมเขียนประชาธิปไตยที่เกิดจากความต้องการของสังคมได้จริงและอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเถียงเรื่องเนื้อหาสาระแบบที่พูดกันหนักหนาในบ้านเรา ถือเป็นการคิดแบบฟุ้งๆ ลอยๆ เป็นแบบฝึกหัดทางวิชาการก็คงได้ แต่ไม่สำคัญมากในทางการเมือง เพราะในที่สุดแล้ว เรืองนี้เป็น perception เป็นมุมมองที่เป็นอัตวิสัย คือต่างคนต่างใจอยู่มาก นั่นก็คือแต่ละคนยึดถือคุณค่าต่างกัน และเถียงให้ยุติยากว่าควรเป็นอย่างไร
การสร้างประชาธิปไตยโดยเน้นรูปแบบและกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย มีแบบแผน มีความชัดเจน ฯลฯ มีความหมายมากในเงื่อนไขแบบนี้ เงื่อนไขที่ไม่ต้องการให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดสถาปนา "ประชาธิปไตยระดับเนื้อหาสาระ" ซึ่งไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร
ปัญญาชนบางกลุ่มวิจารณ์ว่าเสื้อแดงผิดเพราะอยู่ใต้ทักษิณและพรรคเพื่อไทย ที่ฉลาดหน่อยวิจารณ์ว่านี่เป็นประชาธปิไตยแค่รูปแบบ ที่ตื้นเขินหน่อยวิจารณ์ว่ารับเงินฝายแรก สองฝ่ายนี้เหมือนกันคือไม่เข้าใจว่าเสื้อแดงและผู้ชุมนุมมีเหตุผลอีกชุดของเขาในการรักและเลือกฝ่ายนี้ เขาไม่ได้เซ่อจนถูกหลอกและถูกปลุกระดม เว้นเสียแต่เราจะกลับไปสู่สมมติฐานว่าคนฝั่งนี้โง่และไม่มีสมอง ซึ่งไม่จริง และถ้าเรารพเขา คิดว่าเขาคิดได้เหมือนเรา ก็ต้องลงไปศึกษาไปเรียนรู้ว่าทำไมเขาถึงอยู่กับฝ่ายนี้เป็นเวลาหลายปี ทั้งที่มีรัฐประหาร ทั้งที่ถูกรัฐบาลและทหารปิดกั้นทุกวิธี
ทรรศนะของปัญญาชนต่อทักษิณและเพื่อไทยก็คือ perception ชนิดหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ต้องให้เจ้าของประเทศทุกคนชี้ขาดว่าเขาต้องการแบบไหน ทรรศนะปัญญาชนก้คือทรรศนะของคนกลุ่มหนึ่งที่สำคัญเท่ากับคนกลุ่มอื่น ทรรศนะของคนทุกกลุ่มควรถูก weight และให้น้ำหนักเท่ากันผ่านการเลือกตั้ง หาไม่แล้ว ปัญญาชนก็จะอึดอัดกับประชาธิปไตย หมกมุ่นอยู่แค่การวิ่งหาคอนเนคชันกับชนชั้นนำโดยอ้างว่าเพื่อให้ความคิดดีๆ ถูกนำไปปฏิบัติ
การยุบสภาจำเป็นในเงื่อนไขที่เกิดความขัดแย้งการเมืองรุนแรงแบบนี้เอง
ถ้าจะประเมินว่าทำไมคนจนและคนกรุงเทพส่วนหนึ่งเป็นแดง ต้องเริ่มต้นจากข้อเท็จจริงง่ายๆ ว่าคนกรุงเทพไม่น้อยไม่ได้มองแดงอย่างพีนธมิตรและคนรักประชาธิปัตย์คิด อย่าลืมว่าไทยรักไทยและพลังประชาชนมีฐานคะแนนในกรุงเทพไม่น้อย เคยกวาดเสียง ส.ส.กรุงเทพไปเกือบทั้งหมดเมื่อไม่กี่ปีนี้ อยู่ดีๆ จะบอกว่าคนเหล่านี้เกลียดเสื้อแดง คงเป็นการประเมินที่ปิดตาตัวเองข้างเดียวเกินไป
อีกข้อคือคนชนบทที่อยู่ในกรุงเทพมีไม่น้อย พี่น้องเขามาชุมนุมเยอะไปหมด เสียงและท่าทีของคนเหล่านี้ก็ต้องเอามาประเมิน ไม่ใช่ประเมินตามสายตาของรัฐ ผานสายตาสื่อ หรือผ่านการคุยทางตรงและทางอ้อมเฉพาะคนวรรณะเดียวกัน
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












อ.ศิโรตม์ คิด คล้ายๆกับ
อ.ศิโรตม์ คิด คล้ายๆกับ อ.สมศักดิ์ เลย
กรทู้หนึ่งในเวบคนเหมือนกัน......
วิเคราะห์เจาะลึกตรรกะห่วยๆของ
วิเคราะห์เจาะลึกตรรกะห่วยๆของการอ้างประชาธิปไตยเพื่อทำลายประชาธิปไตยได้เยี่ยม
อยากอ่านบทความแบบนี้มานานละ
ฝ่ายที่ต่อต้านคนเสื้อแดงมีหลา
ฝ่ายที่ต่อต้านคนเสื้อแดงมีหลายพวก พวกหนึ่งคือพวกนิยมพันธมิตร พวกหนึ่งคือพวกรักประชาธิปัตย์ พวกหนึ่งคือเกลียดทักษิณ พวกหนึ่งคือได้ประโยชน์จากการล้มทักษิณ พวกหนึ่งคืออยากได้โอกาสแสดงความรักชาติและความเป็นไทยสักครั้งในชีวิต
( ผมเป็นพวกที่ไม่รับเงินจ้างมาชุมนุมก็เลยรู้สึกขยะแขยงกับการชุมนุมครั้งนี้ครับ )
เสื้อเหลืองกลัวการแก้รัฐธรรมน
เสื้อเหลืองกลัวการแก้รัฐธรรมนูญ กลัวการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ นักวิชาการหลายคนก็เห็นด้วย รวมทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน แต่ที่กลัวที่สุดก็คือ กลัวระคายเคืองสนธิ ลิ้มทองกุล
อ่านแล้วเข้าใจว่าอยากพูดถึงอย
อ่านแล้วเข้าใจว่าอยากพูดถึงอยากโจมตีคนที่ถามหาความหมายของประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง
เพราะว่าคนเหล่านั้นถามคำถามที่ตอบตรงๆไม่ค่อยจะได้ บางครั้งก็ตั้งคำถามถึงจริยธรรมสัจจะของแกนนำ
หากตอบคำถามเรื่องเป้าหมายของการต่อสู้ที่อ้างแอบว่าเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ท่านจะกล่าวว่าผู้ตั้งคำถามเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตยนั้นมีตรรกะที่แปลกเหลือเกิน
อีกครั้งที่หากท่านสู่เพื่อประชาธิปไตยด้วนใจจริง ท่านก็ควรเปิดใจกว้างรับฟังความเห็น ข้อสงสัยจากคนอื่น
แต่หากท่านรับใช้ทักษิณจริง ถ้าดิชั้นเป็นทักษิณดิชั้นจะพิจารณาท่านเสียใหม่ว่าท่านมีความสามารถเพียงพอจะเป็นตัวแทนในการตอบคำถาม.ให้ข้อมูลแก่กลุ่มเป้าหมายหรือไม่ เพราะดูไปดูมา เนื้อหาเริ่มไม่เนียนอาจส่งผลถึงชื่อเสียงทักษิณได้
หากท่านไม่ได้รับใช้ทักษิณก็ขอให้ข้ามความเห็นในประเด็นนั้่นไป
-คนตุลา เมื่อคราว
-คนตุลา เมื่อคราว เยาว์เขลาทึ่ง
เคยถ่วงดึง อำมาตย์ พิฆาตทหาร
แต่เพราะยัง อ่อนไร้ ประสบการณ์
จึงถูกเหล่า ทหาร ผลาญทำลาย
-คนตุลา เข้าป่า ตามล่าฝัน
อุดมการณ์ ล้มเจ้า สู่เป้าหมาย
ใช้ชีวิต สมบุกสมบัน อันตราย
ยอมเป็นฝ่าย ถูกใช้ ให้ก่อการ
-คนตุลา ออกจากป่า มาสู่เมือง
บ้างก็เซื่อง ซึมเศร้า ไม่เอาถ่าน
บ้างสั่งสม ปัญญา ประสบการณ์
บ้างร่วม ทุนสามานย์ สำราญใจ
-คนตุลา เมื่อปีกกล้า เมื่อขาแข็ง
เริ่มเห็นแสง ท้องนภา เห็นฟ้าใส
เริ่มจะหวัง ฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ
หวังมวลชน เป็นใหญ่ ในแผ่นดิน
-ดั่งนั้น..คนตุลา จึงเคลื่อนไหว
บ้างฝักใฝ่ จมปลัก กับทักษิณ
บ้างรวมพล คนสู้ กู้แผ่นดิน
บ้างหยามหมิ่น ดินฟ้า อย่างสาใจ
-แต่ครั้งนี้ คนตุลา ขอบงการ
มุ่งล้ม ขุนทหาร อำมาตย์ใหญ่
แต่ลวงหลอก รากหญ้า ว่าประธิปไตย
สนองตัณหา สาไถย ในใจตน...คนตุลา./
ประชาธิปไตยรากหญ้า
นั่นน่ะสิ...เห็นด้วย
แต่สมศักดิ์ด่าเอาๆว่าศิโรตม์โง่เง่า สองไม่เอา ไม่เข้าท่า
แล้วก็มักมีขุนพลอยพยักร่วมวงด่าอย่างคิดเองไม่เป็น ใจแคบ และอวดดีพอกัน
ทำใจให้กว้างหน่อย อย่าอวดดีให้มากนัก ก็คงจะดีนะครับ
เซ็งว่ะ
ผมเห็นสมศักดิ์วิจารณ์ ศิโรตม์ ตั้งแรกๆตอนรัฐประหารเท่านั้นครับ(รัฐบาลสรยุทธ์).......
ส่วนความคิดที่บอกว่าเหมือนกันคือประเด็น เนื้อหาสาระกับรูปแบบ ที่มองพวกปัญญาชนอย่างนิธิฯ
***เราต้องคิดทบทวนประวัติศาสต
***เราต้องคิดทบทวนประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา เราต้องคิดทบทวนวงจรอำนาจตั้งแต่นั้นมาว่า ประชาธิปไตยได้กลับมาสู่มือประชาชนกี่วันเดือนปี แท้จริงแล้ว มันยังคืนหวนกลับไปอยู่กับกลุ่มอำนาจเก่า และกลุ่มอนุรักษ์นิยมกี่ปี ร. 7 พระราชทานให้ แต่อำนาจกลับตกไปอยู่ในกลุ่มอำมาตย์ที่มีกำลังอาวุธ พระองค์ต้องสละราชบัลลังก์เพราะเบื่อหน่ายคนกลุ่มนี้
***ประชาธิปไตยยุคปัจจุบัน มันซ่อนรูปอำมาตย์อุบาทว์ไว้ใน ข้างนอกดูสวย แต่ข้างในขี้ฉ้อ ฝ่ายประชาชนจะถูกทำให้อ่อนแอได้ง่ายดาย พรรคการเมืองจะเข้มแข็งไม่ได้ ไอ้ที่อ้างว่า ประชาธิปไตยใช้เงินซื้อ มันก็ไม่จริงทั้งหมด เหมือนใน หนอง คลองบึงบาง ย่อมมี กุ้งหอยปูปลาอยู่ด้วยกัน เป็นระบบนิเวศน์ ไปด้วยกัน พึ่งพากัน ในการเลือกตั้งทุกครั้ง เสียงบริสุทธิ์ที่อยู่ใฝนนั้น มีมากมาย ใครก็รู้ ฝ่ายอนุรักษ์ก็รู้ แต่เสแสร้งเอามาโจมตี ทำให้เห็นว่าการเลือกตั้ง ที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น มันสกปรก ทุกประเทศในโลก เขาชื่นชมว่าดีกว่า การเอารถถัง เอาปืนมาโค่นอำนาจ คืออย่างไงมันก็เลวน้อยกว่าการปล้นอำนาจ และการัฐประหารอย่างแน่นอน
***ลูกหลานรากหญ้าอยู่ใน กทม. กว่าครึ่งกรุงเทพฯ สู้ต่อไป อย่าท้อถอย เดินไป เหนื่อยก็หยุดพัก เหมือนปลูกข้าวโพด ปลูกมัน มันไม่เห็นผลวันนี้เหมือนเพาะถั่วงอกหรอก อาจต้องใช้เวลาบ้าง สู้ สู้ ประชาชน สู้ สู้
"เล่าปี่
"เล่าปี่ ถูกนักประวัติศาสตร์และนักวิชาการในยุคปัจุบันวิพากวิจารณ์ค่อนแขะว่า ชิงเมืองชีจิ๋ว เกงจิ๋วและฉู่ก๊ก มาครอบครอง
ด้วยเล่ห์กลที่ชั่วร้าย แต่น่าแปลกที่ชายผู้นี้กลับป็นที่เคารพรักของเหล่าราษฎรรากหญ้าไปจนถึงผู้คนทุกชนชั้น"
จากหงสาจอมราชันย์ โดย เฉินเหมา
"นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกนักวิชาการและสื่อ่ต่างๆหลายแขนงและฯลฯ ยกย่องเชิดชูกันถ้วนหน้าว่าเป็นคนดีมีชาติตระกูล
เป็นความหวังของประเทศไทย เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศในห้วงเวลาวิกฤษเพื่อสมานรอยร้าวของความแตกแยก และกอบกู้ความสา่มัคคีของประเทศชาติและ"ประเทศไทยโชคดีที่มีนายกชื่ออภิสิทธิ์" แต่น่าแปลกที่ชายผู้นี้กลับโดนก่อม็อบขับไล่ ถึง2 รอบ ทั้งที่เพิ่งเป็นนายกเพียงสมัยแรก โดนปาขี้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน โดนต่อต้านจากกลุ่มผู้ชุมนุมนับแสนที่อาจบอกได้ว่ามากที่สุดนับตั้งแต่สืบประวัติศาสตร์ชนชาติไทยเป็นต้นมา โดนต่อต้านปนไล่กระทืบจากกลุ่มแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยไปจนถึงเด็กขายพวงมาลัย ไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนเพียงลำพังในทุกย่างก้าว และอาจได้รับความรังเกียจจากผู้คนทุกชนชั้นตั้งแต่รากหญ้าไปถึงท่านผู้หญิง วิระยา ชวกุล"
จากเรื่องจริง โดย ผมเอง
*เมื่อสีแดงรวมพลังตั้งใจมั่น
*เมื่อสีแดงรวมพลังตั้งใจมั่น
มุ่งสร้างสรรค์ประชาธิปไตยในทุกที่
รวมกำลังตั้งมั่นในวันนี้
เพื่อเสรีประชาธิปไตย
*อย่าเลียนแบบพันธมิตรที่ผิดบาป
ที่หยามหยาบรุนแรงใครแข่งได้
เขาเส้นใหญ่จริงจริงยิ่งกว่าใคร
อย่าไปใช้แบบอย่างของเขาเลย
*เขาคือเขาเราคือเราเอาให้แน่
ความจริงแท้อย่างไรได้เปิดเผย
ให้สีแดงแสงเข้มเต็มอย่างเคย
แดงเฉลยจริงใจไม่อำพราง
*เรามุ่งมั่นประชาธิปไตย
ที่ปวงชนเป็นใหญ่ไม่หมองหมาง
สิทธิ์เสรีเท่าเทียมเปี่ยมทุกทาง
มุ่งล้มล้างรัฐประหารมารแผ่นดิน
ปติ ตันขุนทด
อะไรลูกหลาน กทม กว่าครึ่งอะไรกันคะ แถวบ้าน แถวที่ทำงาน คนรอบข้าง มีึคนรู้จักไปชุมนุมกันพวกคุณแค่คนเดียว. มีนะคะไม่ใช่ไม่มีนับแบบจริงใจไม่มั่วข้อมูล คนรอบตัวของคนอื่นๆอาจจะมากกว่านี้ แต่ดิชั้นคิดว่าไม่ครึ่งแน่นอน คนทำงานทำการกันเหมือนเดิม แค่ต้องรีบไปรีบกลับ เพราะเกรงจะวุ่นวายเท่านั้นเอง
หากท่านยังหลับตา ประเมินจำนวนคน จับยามสามตาดูสถานการณ์ นั่งทางในดูข่าวสาร ดิชั้นว่ามันจะทำให้พวกท่านวางแผนกันได้ไม่ดีเท่าที่ควรนะคะ. การต่อสู่ที่ดี ต้องรู้จังตัวเองให้ดีเสียก่อน
หากจะด่าว่าดิชั้นเป็นเหลืิองก็ไม่เป็นไร อยากรู้ว่ามีใครจริงใจกล้าบอกพวกคุณตามความจริงหรือปล่าว
ประชาธิปไตย เหตุผล และผลประโยชน์
เผอิญผมไม่ได้อยู่ในพวกใดสักกล
เผอิญผมไม่ได้อยู่ในพวกใดสักกลุ่มที่คุณกล่าวมาเลยคุณศิโรฒน์ อย่าพยายามสร้าง Stereotype เลยดีกว่าครับ
โดยใจจริง ผมไม่ได้รังเกียจใคร ผมนั่งรถผ่านการชุมนุมของทั้งเสื้อแดงและเหลือง ไม่เคยมองคนเหล่านั้นด้วยสายตาดูถูกหรือเหยียดหยาม ผมรู้ว่าทุกคนมีปัญหา และต้องการให้ปัญหาของตนได้รับการแก้ไข แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าปัญหาของคนเสื้อแดงไม่ชัดเจนเอง ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงก็ต้องโทษแกนนำที่มีผลประโยชน์บางอย่างกับทักษิณอยู่ เมื่อแกนนำไม่จริงใจ มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ มันยากนักที่จะชนะ
จริงๆ นักการเมืองไทยไว้ใจไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวโดยมีนักการเมืองคอยปลุกปั่นจึงดูเป็นที่คลางแคลงใจของคนทั่วไป เพราะเราจะเห็นว่าเมื่อนักการเมืองขัดผลประโยชน์กันเอง ก็จะดึงมวลชนเข้ามาเป็นพวกหรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ คนที่เข้ามาก็อาจจะเต็มใจ เพราะโดยทั่วไปประชาชนเขาก็จะมีความชอบไม่ชอบพรรคการเมืองอยู่แล้ว พอถูกดึงให้มาช่วยพรรคหรือคนที่เขาชอบ เขาก็ออกมา แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือให้เขาหลอกใช้อยู่ดี (ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก)
ผมอยากให้ดูการต่อสู้ของกลุ่มคนที่ต่อต้านการสร้างเขื่อนที่ราษีไศลเป็นตัวอย่างครับ นั่นเป็นการต่อสู้ที่ชาวบ้านจริงๆ ไม่มีนักการเมืองมาชักใย ชาวบ้านสูด้วยตัวเอง สู้แบบมวยวัด หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาการต่อสู้ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น สู้ด้วยข้อมูล งานวิจัยกับภาครัฐ เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าใจการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการแผ่นดินของรัฐ ผมว่าการต่อสู้แบบนี้น่ายกย่องกว่า
ภายใต้การนำของนักการเมืองที่ไว้ใจไม่ได้ และหวังผลประโยชน์ คนเสื้อแดงหรือประชาชนไทยจะต้องตกเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองอีกนานแค่ไหนครับ คนไทยควรจะคิดวิเคราะห์เองเป็น ไม่เชื่อคนง่าย เชื่อจากพยานหลักฐานหรือเหตุผลที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด ผมเคยแอบหลอกถามแท็กซี่เสื้อแดงว่ามาชุมนุมกันทำไม ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนที่มาชุมนุมตอบคำถามเชิงลึกไม่ได้ เขารู้แค่เพียงว่าอำมาตย์ไม่ดี ผลการตัดสินคดีไม่เป็นธรรม รัฐบาลโกง ฯลฯ แต่พอถามว่ารู้ได้อย่างไร ก็ตอบว่าแกนนำบอก แค่คนอื่นบอกก็เชื่อแล้ว ผมว่าไม่ไหวนะครับ คนไทยควรต้องมีทักษะในการคิดวิเคราะห์มากกว่านี้ ไม่งั้นก็จะตกเป็นเครื่องมือเขาไปตลอด
การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงจะได้ใจจากประชาชนอย่างมากถ้าเสื้อแดงเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง ไม่มีนักการเมืองเข้ามาชักใย ถ้าเป็นแบบนี้ ผมคนหนึ่งล่ะที่จะสนับสนุน เผลอๆ อาจจะไปร่วมด้วย แต่พอมีนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ผมไม่เกิดศรัทธาเลยครับเพราะโดยส่วนตัว นักการเมืองไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไว้ใจไม่ได้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าต่อสู้เพื่อให้ใครบางคนกลับมาหรือไม่ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงหรือไม่ ต่อสู้กับอำมาตย์จริงหรือไม่ ถูกจ้างมาหรือไม่ (แต่ทราบมาว่ามีการแจกเงินจริง อย่าเถียงว่าไม่มีเพราะผมก็เกือบจะได้รับแล้วแต่ปฏิเสธไป จริงๆ มันก็จำเป็น เพราะสมัยนี้ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง ไม่มีใครเสียเวลามาฟรีๆ แน่นอน) ฯลฯ กอปรกับเสื้อแดงมีหลายกลุ่มที่ความเห็นต่างกัน ข้อมูลที่ออกมาจึงสับสน อีกอย่าง การต่อสู้ของคนเสื้อแดงไม่ควรเห็นพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นศัตรู (เพราะต่างก็ไม่เป็นประชาธิปไตยและโกงกันทุกพรรค) แต่ควรมุ่งให้เกิดประชาธิปไตยในทางการเมืองจริงๆ ไม่ใช่ออกมาขับเคลื่อนเพื่อไล่ประชาธิปัตย์ พอพรรคอื่นมาเป็น เกิดปัญหาคล้ายๆ กันอีก ก็มิต้องออกมาอีกหรือครับ ชุมนุมบ่อยๆ มันก็เหนื่อยนะครับ เสียทั้งเงิน เวลาและสุขภาพ เราควรต่อสู้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ประกาศเป้าหมายให้ชัดเจนว่าต้องการเห็นอะไร มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ชัดเจน มันจะมีเหตุผลมากขึ้น แบบนี้มันจะได้ใจคนครับ อย่าทำแบบนี้
สุดท้าย อยากบอกเสื้อแดงว่า กลับบ้านเถอะ อย่ามาฝากความหวังไว้กับแกนนำไร้สมองเลย โดยเฉพาะเทเลือดนี่ เห็นแล้วไม่ไหว คนไทยส่ายหน้า ต่างชาติส่ายหน้า อายไปทั่วโลกแล้วครับ พอเถอะ ตอนนี้แล้งมาก ไปแก้ปัญหาตรงนี้ก่อนดีกว่า ถ้าจะมาใหม่ ให้มากันเอง ไม่ต้องให้นักการเมืองมายุ่ง ยุ่งทีไรทำเรื่องเสียหมดทุกทีครับ
@..เลือดแดงล้านหยดนี้.......ย
@..เลือดแดงล้านหยดนี้.......ยอมพลี
โดยสันติวิธี.....................ถ่องแท้
เลือดหลั่งพื้นปฐพี.............มีค่า.....แท้นา
สู้บ่มีวันแพ้.....................แช่งแล้เลือดไหล
@..ใจแดงแรงรักร้อย.........รวมกัน
แดงร่วมแรงร่วมสรรค์..........ร่วมสู้
รวมเลือดร่วมผูกพัน...........มั่นจิต.....แท้นา
ให้หมู่มารรับรู้..................กู่ร้องไล่มัน
เซ็งว่ะ
1. ต้องการให้ผม ทบทวน ยกข้อมูล มาให้เห็นอีกหรือว่า ศิโรตม์ "2 ไม่เอา" อย่างไร ในช่วงไล่ทักษิณ ความจริง ผมเคยตั้งเป็นกระทู้อธิบาย พร้อมยกตัวอย่างให้เห็น ว่า จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2549 ที่พันธมิตร เรียกร้องให้ทหาร และ กษัตริย์เข้าแทรกแซงแล้ว หลังจากทักษิณชนะเลือกต้ังให้เห็นแล้ว ศิโรตม์ ก็ยังยืนกรานในกระแสงี่เง่า แบบ "สองไม่เอา" อย่างไร
นอกจากนี้ ผมก็เคยยกให้เห็นด้วยว่า แม้แต่หลังรัฐประหารใหม่ๆ ศิโรตม์ ก็ยัง "หน่อมแน้ม" ต่อการรัฐประหารอย่างไร (ดูแถลงการณ์ ที่เขาร่วมลงชื่อกับคนอย่าง สุภิญญา กลางณรงค์ และบรรดาคนที่อ้างว่า "ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน" ฯลฯ)
(ในช่วงปี 2550-2551 ศิโรตม์ ยังพยายาม "เขียนประวัติศาสตร์ใหม่" ปกปิด ด้านที่ "งี่เง่า" ของตัวเองในปี 2549-2550 ผมจึงออกมาเขียนกระทู้ดังกล่าวให้เห็นกันชัดๆ หลังจากนั้น ก็ไม่เห็นเขา กล้าจะอ้าง เขียนประวัติศาสตร์ตัวเองใหม่อีก)
2. ถ้า ศิโรตม์ หรือคนอื่นๆ ที่ผมด่า จะมาแสดงท่าที "เห็นแสงสว่าง" ในภายหลัง ในลักษณะที่เสนอเหมือนๆกับที่ผมเสนอ (มานานนนนนก่อนพวกนี้ หลายปี)
ทำไม ไม่คิดว่า แสดงว่า การ "ด่าๆ" ของผม ได้ผล?
แน่นอน คนเหล่านี้ ตั้งแต่ ศิโรตม์ ใจ ฯลฯ ไม่มีใคร ใจถึงพอ กล้าพอ จะยอมรับ ในความผิดของตัวเองในอดีตหรอก และไม่ใจถึงพอ กล้าพอ จะยอมรับว่า ที่ผมวิจารณ์ มีผลสะเทือนต่อการเปลี่ยนการเมืองของพวกเขา มาเป็นลักษณะ ทิศทาง ที่ผมเสนอ
แต่นั่นก็โอเค ไม่เป็นไร สำหรับผมหรอกครับ ใครทำอะไร เสนออะไร เปลี่ยนแปลงอย่างไร ภายใต้การวิพากษ์ของใคร ฯลฯ เรื่องพวกนี้ มันมีบันทึกอยู่ ในอนาคต ก็มีคนมาศึกษาเองแหละ
เพราะยิ่งยืดเวลาการเป็นอาจมขอ
เพราะยิ่งยืดเวลาการเป็นอาจมของแกออกไป.....ยุวชนเยาวชนที่จับพลัดจับพลูกลายไปเป็นลูกสิดลูกหาและสาวกของแก......ก็ชั่วช้ากันทางวิสันทัศน์กันลงเป็นรุ่นๆๆๆๆ
ฟฟฟฟ
มะกันเตือน "แม้ว" ก่อวินาศกรรม-สัญญาณไร้แผ่นดินซุกหัว!!
ฟฟฟ
นี่คือวิบากกรรมของทรราช-จากอภิมหาไพร่..อิอิ.....ขอยืมคำของพวกควายแดงมาใช้หน่อย.....ที่พวกแกปั้นให้เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย.....เพื่ออาศัยอำนาจเงินชั่วของมันหลอกจ้างรากเน่ามาล้มเจ้า...๖ามอุมการอุดมกินบ้าๆของพวกแก.......
ฟฟฟ
บอกแล้วว่างานนี้มี “เดิมพันสูง” จึงต้องทุ่มเทกันสุดกำลัง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป้าหมายภายในที่ตัวเองต้องการให้ได้ ส่วนจะได้ผลประการใด หรือจบลงอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
จะว่าไปแล้วการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในสังกัด ทักษิณ ชินวัตร เริ่มมาปักหลักอยู่ในใจกลางพระนครมาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาถือว่าได้ก้าวมาถึงจุดสำคัญ เริ่มมีความตึงเครียดขึ้นมาทั้งสองฝ่าย คือทั้งฝ่าย ทักษิณ ที่เป็นเจ้าของม็อบกับฝ่ายรัฐบาล
อย่างไรก็ดีหลังจากที่มีการสังเกตการชุมนุมผ่านมาจนถึงวันนี้( 17 มี.ค.) สิ่งที่น่าเป็นห่วงกลับกลายเป็นว่าจำนวนคนที่เข้าร่วม “หลุดเป้า” จากที่คุยโม้เอาไว้ว่าจะมากันเป็น “เรือนล้าน” แต่เท่าที่ประมาณหัวได้สูงสุดเพียงแค่ “หลักหมื่น” และนานไปยิ่งร่อยหรอลงเรื่อยๆ
ขนาด ทักษิณ ลงทุนปลุกระดมด้วยตัวเอง ทำทุกทางไม่ว่าจะเป็น วีดิโอลิงก์ โฟนอิน ทวิตเตอร์ ส่งข้อความสั้น ฯลฯ แต่มาได้แค่นี้ ถือว่าล้มเหลว ที่สำคัญขณะที่ตัวเองกำลังร้องบอกให้ชาวบ้านออกมาให้มากๆ สู้เข้าไป บุกเข้าไป อยู่นั้นกลับสั่งให้ ลูก-เมีย ญาติพี่น้องใกล้ชิดเผ่นหนีไปต่างประเทศเพื่อเอาตัวรอด ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งมาตรการรับมือของฝ่ายรัฐบาลถือว่าเตรียมการได้พร้อมพอสมควร ใช้วิธี “อ่อนสยบแข็ง” อดทนต่อแรงยั่วยุ ไม่ยอมออกมาปะทะ เพียงแต่รักษาพื้นที่เอาไว้อย่างมั่นคง ประกอบการออกทีวีของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชี้แจงประชาชนได้อย่างมีเหตุผล จนสร้างความชอบธรรม อีกทั้งบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลก็มีการประเมินสถานการณ์แล้วยังเห็นว่าสมควรผนึกกำลังกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป
ตรงกันข้ามกับฝ่าย ทักษิณ ที่นับวันความชอบธรรมกลับลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม นอกจากนี้ยังต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด จนทำให้มวลชนเกิดอาการอ่อนล้าลงไป และล่าสุดเมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่งทำให้จำนวนคนลดเหลือแค่ 1-2 หมื่นคนเศษเท่านั้น
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือเมื่อจำนวนคนยิ่งน้อย และการชุมนุมที่ประกาศว่ายึดวิธีสันติก็มีแนวโน้มไม่บรรลุผล ไม่สามารถกดดันให้ นายกฯยุบสภา ได้เป็นผลสำเร็จ ก็อาจได้เห็นสัญญาณความรุนแรงตามมา เพราะหากสังเกตให้ดีจะพบว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาได้เริ่มรับทราบเหตุการณ์ที่น่าวิตกบางอย่างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จำนวน 3-4 นัดทำให้มีทหารบาดเจ็บสองนาย เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงยกขบวนกดดันนายกฯที่ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบแห่งชาติ(ศอ.รส.) อยู่ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธินพอดี
จากนั้นในวันถัดมากลางดึก ได้เกิดเหตุคนร้ายยิ่งเอ็ม 79 เข้าไปใกล้กับบ้านพักของ ประธานศาลปกครองสูงสุด อักขราทร จุฬารัตน์ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และก่อนหน้านั้นในวันที่ 11-12 มี.ค.ตำรวจก็ได้ทลายโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ทั้งที่ วังน้อยและบางพลีสมุทรปราการ ยึดชิ้นส่วนอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดวิตกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะจากการวีดิโอลิงก์เข้ามาล่าสุดของ ทักษิณ ก็ได้ปลุกระดมให้ประชาชนไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางทั่วประเทศ แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ความหมายก็คือให้ “ยึด” ศาลากลางและสถานที่ราชการสำคัญ
ที่น่าสนใจก็คือมีรายงานข่าวจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐที่อ้างว่าได้มาจากการ “ดักฟัง” โทรศัพท์ของทักษิณ ที่สั่งการให้ลูกน้อง “ฮาร์ตคอร์” ก่อวินาศกรรมในเมืองกรุง เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อจลาจล เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองต้องการคือ นิรโทรกรรม ได้เงินที่ถูกยึดไปกลับคืนมา และได้กลับมามีอำนาจอีกรอบ
ข่าวการก่อวินาศกรรมดังกล่าวต่อมาได้รับการยืนยันจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและในฐานะ ผอ.ศอ.รส. อย่างไรก็ดีหากพิจารณาอีกด้านหนึ่งอาจข้อโต้แย้งจากฝ่ายตรงข้ามว่านี่คือแผนใส่ร้ายเพื่อทำลายความชอบธรรมฝ่ายตรงกันข้ามก็อาจจะมองได้
แต่สิ่งที่ไม่มองข้ามไปได้เลยก็คือ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าท่าทีของบรรดาประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ต่าง “แอ๊กชั่น” ล้ำหน้าผิดสังเกต เริ่มตั้งแต่เอกอัครทูตอังกฤษประจำประเทศไทยที่เดินทางไปเตือนห้ามใช้ความรุนแรงถึงพรรคเพื่อไทย ต่อมาก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศพร้อมเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไทยเข้าพบ นายกฯที่ทำเนียบฯก่อนการชุมนุมไม่กี่ชั่วโมง และล่าสุดเมื่อมีการอ้างว่า ทักษิณ ไปพบลูกที่เยอรมันก็มีเสียงตอบโต้จากทูตเยอรมันย้ำว่า “ห้ามเข้า”มาตั้งแต่ปีที่แล้ว หากฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดี
สัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตก็สั่งให้ ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศแล้ว จนต้องระเหเร่ร่อนไปอยู่ประเทศมอนเตเนโกร ประเทศเกิดใหม่เล็กๆในยุโรปตะวันออก หรือแม้แต่กัมพูชาก็เริ่มมีท่าที่แปลกๆออกมาจาก “ฮุนเซน” ที่สั่งห้ามคนงานกัมพูชาเข้าร่วมม็อบแดง
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากบรรดาประเทศมหาอำนาจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทักษิณ ไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งจะทำลายความชอบธรรมในการชุมนุมที่เชื่อว่าเขาอยู่เบื้องหลัง สั่งการให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน ผนึกกำลังออกโรงพร้อมกันบอยขอตแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เขาไม่มีที่ยืน และในที่สุดโอกาสไม่มีแผ่นดินอยู่เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ
แต่ขณะเดียวกันเมื่อรูปการณ์ออกมาแบบนี้ก็ต้องย้ำว่าน่าเป็นห่วง เพราะอาจทำให้ “บางคน” เกิดอาการคลุ้มคลั่งทำอะไรที่ขาดสติได้ตลอดเวลา ทำนองเมื่อข้าไม่สมหวังเอ็งก็อย่าอยู่อย่างสงบกันอีกเลย ระวังจะออกมาในทำนองนี้ อย่ามองข้ามเป็นอันขาด !!
ที่สำคัญขณะที่ตัวเองกำลังร้อง
ที่สำคัญขณะที่ตัวเองกำลังร้องบอกให้ชาวบ้านออกมาให้มากๆ สู้เข้าไป บุกเข้าไป อยู่นั้นกลับสั่งให้ ลูก-เมีย ญาติพี่น้องใกล้ชิดเผ่นหนีไปต่างประเทศเพื่อเอาตัวรอด ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
aa
การปฎิวัติประชาชนชั่วๆของทักกี้ช่างน่าสังเวชและน่าทุเรศทุรังกาเจงๆๆๆๆ
แต่สิ่งที่ไม่มองข้ามไปได้เลยก
แต่สิ่งที่ไม่มองข้ามไปได้เลยก็คือ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าท่าทีของบรรดาประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ต่าง “แอ๊กชั่น” ล้ำหน้าผิดสังเกต เริ่มตั้งแต่เอกอัครทูตอังกฤษประจำประเทศไทยที่เดินทางไปเตือนห้ามใช้ความรุนแรงถึงพรรคเพื่อไทย ต่อมาก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศพร้อมเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไทยเข้าพบ นายกฯที่ทำเนียบฯก่อนการชุมนุมไม่กี่ชั่วโมง และล่าสุดเมื่อมีการอ้างว่า ทักษิณ ไปพบลูกที่เยอรมันก็มีเสียงตอบโต้จากทูตเยอรมันย้ำว่า “ห้ามเข้า”มาตั้งแต่ปีที่แล้ว หากฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดี
ฟฟฟ
5555
ยุทธศาสตร์ยุทธการโลกล้อมประเทศ....กำลังเป็นมุมเมอแรงย้อนกลับมาตีกะบานใครหว่า.......เอิ๊กกๆๆๆๆ
ขำวุ้ย....เชื่อใครไม่เชื่อไปเชื่อไอ้พวกคอมฯพวกซ้ายป่าช้าแตก....รบร้อยครั้งแพ้เก้าสิบเก้าครั้ง....อิอิ
ฝ่ายที่ถืออำนาจรัฐ หรือ
ฝ่ายที่ถืออำนาจรัฐ หรือ เจ้าสำนักโพลต่าง ๆ มักกล่าวอ้างบ่อยๆ ว่ามีกลุ่มพลังเงียบอยู่เป็นจำนวนมากที่ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือสนับสนุนการชุมนุม ฯลฯ ก็เลยอยากถามว่า กลุ่มพลังเงียบหรือชาวกรุงเทพส่วนใหญ่นั้น มันมีจำนวนมากสักประมาณใดกันแน่ อยากให้ลองคิดดูบ้างว่า ในช่วงมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน เช่น ช่วงปีใหม่หรือช่วงสงกรานต์ กรุงเทพแทบจะเป็นเมืองร้าง ถนนโล่งเกือบทุกสายเพราะคนในกรุงเทพ ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐหรือสำนักโพลต่าง ๆ มักอ้างถึงนั่นแหละ ที่พากันเดินทางกลับไปบ้านเดิมของพวกเขา นั่นหมายถึงว่าคนกรุงเทพปุจจุบันนี้ส่วนใหญ่ก็คือคนที่มาจากต่างจังหวัดและมาทำมาหากินในกรุงเทพนานต้งบ้านช่องในกรุงเทพ (แถมคนพวกนี้จำนวนไม่น้อยทำเป็นลืมกำพืดเดิมของตนและดูหมิ่นคนต่างจ้งหวัดที่เข้ามาชุมนุมอีกต่างหาก) คนพวกนี้จำนวนไม่น้อยยังมีสำมะโนครัวอยู่ต่างจังหวัด เขาจึงไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จัดในเขตกรุงเทพ ดังนั้น การที่กลุ่มพลังเงียบที่กล่าวถึงกันว่าน่าจะมีความคิดเห็นต่อต้านคนที่มาชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้ จึงเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่น่าเชือถือแต่อย่างใด กลุ่มพลังเงียบมีอยู่จริงหรือ หรือหากจะมีอยู่จริง จะเชื่อได้ยังไงว่าพวกเขาคิดอย่างที่โพลหรือผู้ถือำนาจรัฐมักใช้แอบอ้างกันเป็นประจำ
เมื่อไหร่
เมื่อไหร่ ระบอบทักษิณจะหมดไปเสียที และน่ากลัวว่าระบอบทักษิณกลับมาจริงๆ เนื่องจากระบอบทักษิณ เป็นระบอบทำให้คนจนกับคนรวยไม่เท่าเทียมกัน เต็มไปด้วยชนชั้นอภิสิทธิ์ ตอนที่ทักษิณอยู่ คนจนในต่างจังหวัดน่าสงสารมาก ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะถูกทักษิณ แบ่งปันประโยชน์บางประการเฉพาะในหมู่พวกเขา การโยกย้ายข้าราชการหากไม่อยู่ในอาณัติทักษิณกับพวก ย่อมเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม การประมูลงานภาครัฐ ถูกในบังคับของทักษิณ เข้ามาดูแลเพื่อจัดสรรประโยชน์ให้พวกเขาจนสิ้น น่าสงสารคนด้อยโอกาส ในประเทศไทยจริงๆ
ทักษิณ อย่ากลับมานะ คนจนจะได้ลืมตาอ้าปาก และจะได้มีคนรวยเพิ่มขึ้นด้วย
ศิโรตม์
ประเด็นนี้ของผู้เขียนนับว่าเป็นประเด็นหัวใจที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณ"ท่อง"เป็นคาถา แต่ก็ถูกอ.สมศักดิ์จับ"แก้ผ้า"จนล่อนจ้อนมาแล้ว ว่าเป็นempty rhetoric เป็นแค่fallacious rhetoric เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่ชอบธรรมให้ชอบธรรม เหมือนคนอย่างบางกอกชอบอธิบายในประชาไท
ปัญหาของคนพวกนี้ที่ตกหล่มตัวเอง ก็คือ ไม่มีใครอธิบายได้สักคนว่า "คนดี"นั้นมีคำจำกัดความว่าอย่างไร? มีกระบวนการ"สรรหา"มาจากไหน? แล้วมีอะไรเป็นหลักประกัน"ความดี"? คนดีเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถูกคนไม่ดีหลอกว่าเป็นคนดี จะตรวจสอบอย่างไร? และจะมีกลไกอย่างไรในการกำจัดคนไม่ดี ต้องออกมาmobกลางถนนทุกครั้ง หลั่งเลือดทุกครั้งหรือเปล่า? อย่างนี้ถือเป็นวิธีการที่ดี ที่มาตรฐาน?
ยอมรับหรือไม่ว่า พวกคุณไม่ได้ชอบประชาธิปไตย เพียงแต่มองหาเผด็จการผู้กรุณาเท่านั้น ความคิดแบบนี้สอดคล้องกับสังคมในสหศวรรษที่สามหรือเปล่า?
ผมเห็นแต่คนดีๆของพวกคุณ ถูกแก้ผ้าล่อนจ้อน จนความไม่ดีหลุดออกมา ไล่ตะครุบกันไม่ทัน เป็นแถวๆ
วันนี้บทวิเคราะห์การเมืองของมติชนหน้าสาม เขียนว่า"คนกรุงเทพเริ่ม"เฉยๆ"กับเสื้อแดง ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ต่อต้าน" นับว่ามีนัยทางการเมืองสำคัญ เขาเริ่มเอือมกับความไม่เอาไหนของรัฐบาลหุ่นเชืด แต่ก็ไม่อยากหวนไปเจอปัญหาแบบเดิมๆ
คนเสื่อแดงและอ.สมศักดิ์ นอกจากเรียกร้องให้ต่อต้านรัฐประหารอย่างถึงที่สุดแล้ว ยังต้องตอบคำถามของสังคมต่อไปอีกข้อด้วย ว่าจะมีกระบวนการตรวจสอบนักการเมืองอย่างไร(ไม่เฉพาะทักษิณ) จึงจะมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกติกาประชาธิปไตย?
ถ้าตอบคำถามอันนี้ได้ชัดเจน อย่าว่าแต่ล้านคนเลยครับ ผมว่า คนไม่น้อยกว่าครึ่งประเทศจะออกจากบ้านมาสนับสนุนพวกเสื้อแดงโดยความเต็มใจ
ที่คนจำนวนมากยังสงวนท่าทีไม่ได้หมายความว่า ทุกคนเห็นดีเห็นงามกับ"ระบอบคนดี"คร่ำครึทังหมดนะครับ
เพียงแต่เขายังมองไม่เห็นทางออกอื่นๆ ช่วยชี้ทางสว่างด้วย
บันทึก ของ เสด็จในกรมหลวงชุมพ
บันทึก
ของ
เสด็จในกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์
เจอบันทึกนี้ ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรับรู้ว่า
กู กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช
ขอประกาศให้ พวกมึงรับรู้ไว้ว่า
แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเนื้อเอาชีวิตเข้าแลกไว้
ไอ้อีผู้ใดมัน คิดบังอาจทำลายแผ่นดิน
ทำลายชาติ ทำลายศาสนา พระมหากษัตริย์
ฤากระทำ การทุจริต ก่อให้เกิดความเดือนร้อนต่อส่วนรวม
จงหยุดคิดการกระทำนั้นเสีย โดยเร็ว
ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม
อัน เป็นที่รักของกู ตราบใดที่คำว่าอาภากร
ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาแผ่นดินสยามของกู
ลูกหลานทั้งหลาย
แผ่นดินใดให้กำเนิดเรา มา แผ่นดินใดให้ที่ซุกหัวนอน
ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ
จง ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
ร่วมแสดงความเห็นกับ Dr.J
ร่วมแสดงความเห็นกับ Dr.J ครับ
"จะมีกระบวนการตรวจสอบนักการเมืองอย่างไร(ไม่เฉพาะทักษิณ) จึงจะมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกติกาประชาธิปไตย?"
ผมมองว่าโครงสร้างหรือระบบตรวจสอบใน รฐน.40 ก็ไม่ได้บกพร่องหรือพิกลพิการแต่อย่างใดนี่ครับเพียงแต่ว่ามันยังไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มรูปแบบเท่านั้นเองเพราะคนไทยส่วนหนึ่งอดทนไม่พอและนี่เป็นจุดที่พวก มือที่เคยมองไม่เห็นและพวกรู้ดีจึงตีไปที่จุดนี้แล้วก็มีจ๊อกกี้ขี่ม้าเข้ามาเมื่อ 19 กันยายน
โอเค ทักษิณแม่งเชี่ย ผมเปรียบง่าย ๆ มันคือภาพที่เปื้อน แต่นี่เอารัฐประหาร เอาขบวนการเชี่ย ๆ มาล้ม ก็เหมือนเอาผ้าขี้ริ้วไปเช็ดภาพเปื้อน แทนที่ภาพจะขาวแม่งเปื้อนหนักเข้าไปอีก
ที่พวกนักวิชาการไทยชอบเปรียบเทียบ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ว่าผู้นำถูกจับขังคุกนั้นใช่ครับแต่อย่าลืมว่าต้องหลังจากลงจากตำแหน่งแล้วครับดังนั้นใครนั่งอยู่ในตำแหน่งมีอำนาจล้นฟ้าสักวันก็ต้องลงมาแล้ววันนั้นก็จะมาถึงครับ
ในสถานะการณ์ที่บ้านเมืองเดินห
ในสถานะการณ์ที่บ้านเมืองเดินหน้ากันไม่ได้แบบนี้
ทำไม กกต. และ ศาล ไม่ตัดสินใจยุบพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนที่ทำกับ พรรค ทรท. และ พรรคพลังประชาชนบ้าง
คดี 258 ล้าน หลักฐานก็มีอยู่มิใช่หรือ ใช้สถานะการณ์ช่วงนี้แหละ ครับ เพื่อให้บ้านเมือง เข้าสู่สภาวะสงบเสียที
เตรียมตัวไปต่อสู้กันในสนามเลือกตั้งดีกว่า
กงจักรปีศาจ
โดยหลักการ ผมเห็นด้วยกับความเห็นของคุณกงจักรปีศาจ 1000% เพียงแต่ต้องการการขยายความให้เป็นรูปธรรมชัดกว่านั้น
ขบวนการยุติธรรมของเราไม่เป็นอิสระมานาน ถูกinfluenceโดยผู้มีอำนาจมาตลอด กระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลย์ตามรธน.ยังไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าผมจำไม่ผิด อ.วรเจตน์ยังเคยcommentว่า ในความเห็นของแก ทักษิณน่าจะถูกตัดสินว่าผิดในกรณีซุกหุ้นภาคแรกแล้ว (จำไม่ได้ว่าอ่านพบที่ไหน เลยไม่อาจอ้างอิงที่มา)
คนที่รักชาติจริง รักประชาธิปไตยจริง ไม่ได้ทำเพื่อใครจริง ต้องตอบคำถามอันนี้ให้ได้ ไม่ไช่แค่"ปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไก" ถ้าคุณตอบคำถามนี้ได้จริงๆ ผมและคนอีกมากจะพร้อมเข้าร่วมกับคุณแน่นอนครับ : )
กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10
กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 หมายถึง วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร
1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน)
2. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย)
3. อย่า ปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย)
4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ)
6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ)
7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน)
8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
9. อย่าปลงใจ เชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย)
10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ)
พุทธองค์สอนให้ว่า "อย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ ใช้สมองคิดให้ดี"
บัว 4 เหล่า
๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)
๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)
๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)
(บัวประเภทที่ 4 บางครั้งก็หลงคิด เป็นบัวพ้นน้ำแล้ว)
คนโง่ คิดว่าฉลาดกว่าคนอื่น
คนฉลาด คิดว่ายังโง่อยู่
น่านดิ จิงๆก้อไม่อยากเข้าช้าง
น่านดิ
จิงๆก้อไม่อยากเข้าช้างใครนะ แต่ในเมื่อเราเกิดมาเป็นคน
ก้อคงต้องใช้ ความเป็นคน ให้คุ้มหน่อย ต้องเอาสมองมาคิกวิเคราะห์มากๆเข้าไว้
ม่ายใช้คอยแต่ฟัง เต้าพูด เค้ากรอกหู ทำตัวเหมือนม่ายมีสมอง
ขอสนับสนุนกระทู้ ที่ว่า ตนกรุง ไม่ได้สนับสนุนเสือ้แดงคับ
เห็นอ้างกันตลอด ว่าทำเพื่อประชาชน มันมาถามกูตั้งแต่เมือ่ไรว่ะ ว่าให้คนกรุงสนับสนุนพวกมัน
ไม่มีหรอก คนกรุงเทพ ไม่สนใจเรื่องอย่างนี้เท่าไร
แต่การที่ออกมาปิดถนนในกรุงอย่างนี้
ต้องบอกว่า เสื้อแดงเดินเกมผิดมหันต์
ยิ่งทำให้คนกรุงเกลียดเข้าไปใหญ่
อย่างผมแค่ขี่มอเตอร์ไซค์ เลิกงานยังหาทางกลับลำบากเรย
ไปทางไหนก้อปิด วนไปวนมาจนรำคาญ
ขัยแม่งเข้าผ่านฟ้าเรย
ขนาดขร่ผ่ากลาง พวกแม่งก้อยังไม่อยากหลบ พ่อแม่มันสร้างถนนให้พวกมันรึไง
ทำไงดี เชนเกียร์ขี่ใส่แม่งเรย ไม่หลบกูก้อชน
อย่างน้อย ก้อทไให้พวกมันคิดได้ว่า
คนกรุงเทพก้อไม่ได้เห็นด้วยกับมัน และก้อมีคนที่ไม่กลัวพวกมันด้วย
ถามหน่อยเหอะ พวกมันกล้าป่าว แบบตัวต่อตัวแบบนักเลงรุ่งเก่าอ่ะ
ทำเป็นหมาเชียว นึกว่าพวกมากมั้ง
แต่เวลาเดินคนเดียวหรือกลุ่มน้อยๆ ไหงเดินตัวลีบกันจัง
สรุป คนกรุงเทพไม่เห็นด้วยเยอะ แม้แต่เพื่อนผมที่ชอบแดงหลายๆคน
ตอนนี้เริ่มด่าแล้ว เริ่มหันมาเป็นกลางไปทางเหลืองบ้างแระ
อย่างที่บอกแระ ยิ่งปิดถนนในกรุงเทพเท่าไร
ก้อยิ่งเสียคะแนนคนกรุงเทพมากเท่านั้น
ประชาธิปไตย เหตุผล
ลูกหลานรากหญ้ามันมากมายใน กทม ที่คุณบอกมา ก็กลุ่มหนึ่ง คอยดูไป อะไรมันก็ยังไม่ชัด คุณจะเหลืองผมก็ไม่ว่า แต่อย่างไรเสีย ผมก็ประเมินว่า ทุกซอยในกรุงเทพฯ มีรากหญ้ามากกว่าเหลืองอย่างแน่นอน
ประชาธิปไตยรากหญ้า
ก้ไปหาอ่าน ที่อื่นสิ
มาอ่านในนี้ทำไมหละ
แถไป ใช้ศัพท์วิชาการ
แถไป ใช้ศัพท์วิชาการ อ่านไปอ่านมามันก็ไม่เห็นเป็นเหตุเป็นผลอะไร นอกจากการใช้อารมณ์ตัดสินเข้าข้างที่ตัวเองชอบ
ถ้าใครได้อ่านบทความนี้โดยมีความชอบแต่เดิมอยู่แล้วก็จะเคลิ้มตาม แต่ถ้าหากทำสมองให้โล่ง ใจให้สว่าง
อ่านดูแล้ว ไม่มีสาระที่จับต้องได้เลยสักนิด
เสียดายเวลามาอ่าน
ปติ ตันขุนทด
ดิชั้นไม่ได้เหลืองคะ ออกจะเบื่อด้วยซ้ำที่ ตอนนี้ก็ออกมาตั้งพรรคการเมือง ดูไม่เข้าท่าเสียเลย
และก็แอบหวังว่า สีแดงเอง หากดำเนินการสำเร็จตามที่ต้องการจะไม่ดำเนินรอยตามแบบอย่างแปลก ๆ แบบนั้น
แต่ว่านั้นก็ไม่ใช่ประเด็น
จริง ๆ แล้วกรณีสมมุตินะคะ การที่คุณจะประเมินแล้วหากจะมากเกินกว่าความเป็นจริงดิชั้นมองว่า ทางรัฐบาล หรือ สีเหลืองก็ไมได้เสียประโยชน์ จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ด้วยซ้ำไป แต่ข้างแดงที่ต้องวางแผนนั้นหากประเมินมาก หรือน้อย เกินไปก็จะทำให้การเดินเกมส์ผิดพลาดได้
เท่านั้นเองคะที่อยากจะบอก
ไม่ได้มีนัยอื่นใดอะไรที่ดิชั้นอยากจะบอก
จารย์ อย่าลืม
จารย์ อย่าลืม
ที่ดินสนามก็อฟอัลไพนด้วนนะ
แดงอย่า 2 มาตราฐาน
ถ้าทำเพื่อประชาชนจริง
ตรวจสอบให้หมด
ที่ดินนักการเมืองในภาคเหนือ
กล้าหรือเปล่าแดง
ชุมนุมได้อย่าเผาเมือง
ชุมนุมได้อย่าเผาเมือง
ผลการเลือกตั้งในกรุงเทพปี50 พ
ผลการเลือกตั้งในกรุงเทพปี50
พรรคเพื่อไทยได้ สส น้อยที่สุด
อย่าลืมนะ จารย์
สาโรจน์
นั้นสิจารย์ งานนี้คงน้อยเค้าไปอีก แถวบ้านเรียกน้อยเข้าไส้
i went to join the protest of
i went to join the protest of the redshirts on 14 march 2010.
on 13 march 2010, i came from khon kaen by bus at my own expense. along the way, especially in korat, there are so many check-points manned by police and soldiers. with the bus slowing down, i was able to see the faces of them. maybe they are very tired as shown on their faces. but what i am very sure is they are very bored. really bored! i think that they had no choice but had to follow the orders of their superior. of course they would get per diem (ha.....). when the bus reached amphur wangnoi, apart from the many check-points set up by the police, i saw lots of redshirt supporters waving their hands to cheer their colleagues in the car - mostly pick-ups. many stand on the road side and many on the pedestrian flyovers. this is very common scene i saw on the way all the way until the bus stopped at the main bus terminal (new morchit).
i felt moved. i never expect that i would see something surprising like this. what i perceived before i came is in bangkok- the stronghold of the yellowshirts- the redshirts would not be welcomed like this. i imagined that the redshirt fellows might be yelled at on the way in bangkok by yellowshirt bangkokians! many fellows from the rural countryside (or tor-jor-wor) think that they are looked down upon by bangkok people. yeah, i agree with the fact that there are many people from the countryside-especially from the north and e-sarn- who work in bangkok. however, in april last year, situation was not like this - being welcomed by bangkok residents. but this is something different, and is beyond my own thinking.
on 14 march 2010, i took the metro bus that i had to get off at lan luang rd. just before the thai airways office because the road is blocked due to the protest. just before the stop, i saw many car -again mostly pick-up trucks- carrying many redshirts towards the rajdamnern avenue where the main stage is located. again along the way there are welcomed by bangkok residents who waved their hands and some even holding many signs of the protesters (like red banners, "teen-tope", or wearing red shirts,...). i felt very warm and welcomed. i walked from where the bus stopped, past the check-point of the redshirt guards, toward the main stage on the pharnfa bridge. it took me for some time and difficulty in order to reach the bridge because there are so many, many people with voices of cheers and applaudes from time to time. there is no way i can do to go near the stage. once on the bridge, i had to "flow" on stream of people in order to go to the other side of the rajdamnern avenue - the democracy monument. many tents were erected on both side of the avenue, labelled with name of group or where they are from. these include many tents with first aid services, free give away meals and drinking water, and so on. i was amazed with the organization of the event. passing many tents, i dropped my donation at various donation boxes placed on the table in some of the tents. it's small cash but i feel very happy to do so. passing the meals tent, the staff in the tent approached me if i want the food (it's nearly noon now). i smiled and refused politely. i think that i can help myself and should leave the food to those who need more.
i stayed in the scene in front of the main stage until 5 pm when i walked to get on the metro bus in front of gate 2 of dusit zoo. it's a long walk, but on the way i enjoyed seeing many redshirts on the way. back to my hotel, i was very disappointed with all the free tv channels (3, 5, 7, 9, 11, tpbs...) on their coverages of the protest. i sensed that they are not freely disseminating all the truths. they are just doing part of them. and it's not the part that helps the protesters. they help to maintain "security" , i think, at the request of the government. this is thailand - freedom of the media and freedom of the expression. i could imagine that if this demonstration were to be of the yellowshirt, then the coverage may be in some ways else. it's is very bitter to think about it. thailand's "main"medias now are under control of the government under the request (if not order) of a few "beaurocratic elits". the elites control of everything? it's hard to believe but this is it!!!!
my opinion may have very little thing to do with mr siroth's article. i feel here in the board that many readers are very biased towards the redshirts. i have no doubt as i think that are simply servants of those few bangkok elites. it's a great shame of thailand if my thinking is right!!!!
natree
แต่ผมกลับขยะแขยงความอ่อนหัดทางการเมืองของคุณยิ่งกว่านะ
*มาเถิดคนเสื้อแดง
*มาเถิดคนเสื้อแดง แสงศรัทธา
ผู้แกร่งกล้า ต่อสู้ ศัตรูชั่ว
รัฐประหาร เผด็จการ มารเมามัว
คนมันชั่ว ถึงอย่างไร ไม่เชิดชู
*จิตวิญญาณ ประชาธิปไตย
คนส่วนใหญ่ ทั่วไป ล้วนมีอยู่
อย่างไหนคือ ประชาธิปไตย ได้เรียนรู้
พร้อมจะสู้ เพื่อประชาธิปไตย
สู้เพื่อจิตวิญญาณ อันสูงส่ง
เพื่อดำรง ความเป็นคน ผลผ่องใส
สู้เผด็จการ รัฐประหาร มารจัญไร
ประชาชน มีชัย ได้แน่นอน
*ประชาชน คือพลัง อันยิ่งใหญ่
อำมาตย์ ภัยจะได้รับ การสั่งสอน
การต่อสู้ แม้ยาวนาน ถูกรานรอน
ราษฎร ธรรมดา กล้าสู้ตาย
*อำนาจรัฐ ที่ขัดต่อ ประชาธิปไตย
จะครองความยิ่งใหญ่ อย่าได้หมาย
อำนาจหิน ย่อมสูญสิ้น บิ่นทำลาย
รัฐยิ่งใช้ ยิ่งคลอนคลาย สลายลง
รัฐบาลอำมาตย์ตกใจเมื่อพบความแ
รัฐบาลอำมาตย์ตกใจเมื่อพบความแปลกใหม่ของเสื้อแดง
มากันได้ทุกสารทิศเป็นแสนๆ
ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงล้าน
ถ้ามีคราวหน้ามันต้องถึงล้านแน่
ตัวเลขล้านไม่มีความหมายแล้วแต่คนบ้าเบอร์
แต่การจัดการและยุทธศาสตร์นี่น่ากลัวกว่า
ทหารยังจัดการให้เรียบร้อยอย่างนี้ไม่ได้
ถ้าเสื้อแดงเป็นกองโจร
แล้ว กทม. จะเหลืออะไร
นี่ก็สำคัญอีกข้อหนึ่ง
ชุมนุมมาหลายวันแล้วไม่มีเรื่อง
รัฐบาลอยากให้มีเรื่องจะตายไป
มันไม่มี
ได้กันออกแรงช่วย
เพื่อให้เกิดเรื่อง
ไอ้กันแรงเดียวไม่พอเอาไอ้กฤษอีกแรง
มันต้องมีวินาศกรรมแน่ๆ
เข้าทางอำมาตย์ใหญ่
สรุปได้ว่าแดงชนะแบบการชกของบาเกียว
ไล่ถลุงฝ่ายเดียวถึงไม่น๊อค
ก็ชนะใจคนดู
ที่สึกหรอน้ำตาตกในก็อำมาตย์ใหญ่
มันสึกเข้าไปจนถึงกระดูก
ไม่เหลือหร่อแล้วกับคำว่า
บารมี
เป็นกลาง
wel,what did you say when the yellow shirt close down the Airport?
รูปแบบ
รูปแบบ กับเนื้อหาของระบอบประชาธิปไตย ไปในทิศทางเดียวกัน
รูปแบบประชาธิปไตยสากล เมื่อประชาชนเลือกพรรคใดเป็นเสียงข้างมาก ก็ให้พรรคนั้นจัดตั้งรัฐบาล
แต่ประชาธิปไตยแบบอำมาตย์ เลือกพรรคที่ตนชอบให้เป็นรัฐบาล โดยไม่คำนึงเสียงประชาชนที่ออกเสียงเลือกตั้ง
ดูไปแล้ว แม้ไม่เหมือน แต่ก็ใกล้เคียงมากกับประชาธิปไตยแบบเผด็จการทหารพม่า
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
แหะๆอาจ๊านนนน
กาผมก็เคยแสดงฟามเห็นเหลืองอ๋อยพันธมิดมานานนะคร๊าบ ฟามคิดมันเปลี่ยนแปลงกันได้
แบบว่าโดนประเวศธีรยุทนิธิครอบงำมานานอ่ะ
อาจานเขียนอย่างนี้กาผมก็สะดุ้งไปด้วยอ่ะ
เอาเป็นว่าคนแก่ๆขลังๆครอบงำมานานในที่สุดคนหนุ่มๆก็คิดกันออกว่าต้องแหกกรอบฟามคิดพวกนั้นออกไป
มองทะลุมองว่านี่เป็นชัยชนะของคนหนุ่มในการต่อสู้อิทธิพลความคิดครอบงำนะคร๊าฟ
แหกกำแพงความคิดอนุรักษ์ล้าหลังได้สำเร็จ
ที่เคยเถียงกันหน้าดำหน้าแดงก็ถือซะว่าจบไปแล้วถือซะว่าการต่อสู้ทางความคิดwin-winทั้ง2ฝ่ายน่าดีใจออก
มองทะลุอ่านศิโรตม์หลังๆหลายอันก้อเขียนน่าสนใจมากอยากอ่านบ่อยๆ
ก้อขอให้กำลังใจศิโรตม์นะคร๊าฟ แต่ตัดคะแนนอาจานสมศักดิ์นิดหน่อย อิอิ
ส.สุวรรณภูมิ wrote:-คนตุลา
=====================================
ชอบกลอนของคุณมากๆ เพราะความหมายในเนื้อหามันจริงแท้แน่นอนเสียเหลือเกิน ขออนุญาต นำไปเผยแพร่หน่อยนะ...(เพื่อเป็นประโยชน์กับเยาวชน และประทศไทยของเรา)
เผื่อปัญญาชนรุ่นใหม่จะได้มีจิตสำนึกสาธารณะเสียที...เขาจะได้เลือกเอาตัวอย่างที่ดี...จะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่างคนไม่ดี
ให้
ให้ "มาร์ค"
หลงมัดข้อเท้าเข้าโซ่ตรวน
ใจเรรวนป่วนปั่น "ฉัน" มายมาก
หลังหลงคว้าตรวนนั้น "ฉัน" สมัคร
ใจยากค้นคนยากรับตรวนมัดใจ
เดินไม่พ้นคนของตรวนล้วนโดนบาด
ใจจองจับถึงขาดขนาดไหน
โซ่ที่คล้องความจริงที่เป็นไป
กายของกรรมธรรมของใจตรวนไว้วาง
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc.
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่
แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-
ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง
มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้
ไอ้ a
ไอ้ a มึงบ้านักก็กลับไปกินยาแก้ไข้ซะ เรื่องของการยุบสภาตอนนี้เขาเรียกว่าคนกำลังแย่งหมูจากปากหมาอภิสิทธิมันไม่ยอมคายหลอกกะลังเพิ่งมีโอกาสแดกเต็มๆๆไหนจะไอ้พรรคร่วมที่เหมือนลูกหมาเพิ่งเกิดมันกำลังต้องการอาหารมันไม่ยอมคายหรอก ไอ้ห่าเอ้ยเรื่องง่ายๆๆๆใครก็ดูออก เขาเรียกด้านได้อายอดโว้ยไอ้รัฐบาลหน้าด้านแบบนี้กูก็เพิ่งเคยเจอ ด้านฉิบหาย ถ้ากูเป็นไอ้มาร์คกูยิงตัวตายแบบคุณดำรงค์ ลัทธพิพัฒน์คนนั้นเขาจิตใจสูงกว่าไอ้มาร์คกูยกย่องว่ะลูกน้องเลวอายเขาว่ะแต่ไอ้มาร์คมันไท่อายเอาขี้ปายังทนถ้ากูเป็นเมียมันกูคงหนีหน้ามุดดินแล้วทุเรศจริงๆๆ
ประชาธิปไตย เหตุผล
สงสัยคุณจะไม่ได้ออกมาดูชาวบ้า
สงสัยคุณจะไม่ได้ออกมาดูชาวบ้านชาวช่องกะเขามั้ง ก็ยอมรับว่าบางสถานที่ก็เป็นถิ่นของพวกเหลือง ก็คงจะมีแดงไปร่วมชุมนุมน้อย ที่บ้านคุณคงจะดูแต่ ASTV คุณถึงได้พูดแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่า ระหว่าง ทักษิณ กับ สนธิ ลิ้ม ใครทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองมากกว่ากัน คุณจะปฏิเสธทุกโครงการที่ทักษิณทำให้ประชาชนได้เหรอ ในเมื่อคุณก็เป็น 1 ที่ได้รับประโยชน์พวกนั้น ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แล้วอยากจะถามว่า อภิสิทธิ์ ทำอะไรให้บ้าง ไม่มี ไม่เคย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พวกเหลืองอยากใช้ชีวิตแบบย้อนยุคหรืออย่างไร ถึงได้เชื่อว่า อภิสิทธิ์ดี สนธิ ลิ้มดี
VhywAA OTxitK
VhywAA OTxitK
ส. สงกรานต์ 53 นี้ น.
ส. สงกรานต์ 53 นี้
น. หนูมีบทความให้
ท. ทหารต้องอดทน
ค. คนจงรักกัน
ง. เงินงานเตรียมไม่มี
ถ. ถ้าพี่ทะเลาะกัน
ส. สันติกันไว้เถิด
ป. เปิดใจมาปรองดอง
ผ. ผองพวกพี่น้องไทย
ด. เด็กไทยดูท่านอยู่
ห. ห่วงใยห่วงลูกหลาน
ย. หยุดทีพี่น้องกัน
พ. เพื่อพ่อหลวงท่านเอย
ส. สงกรานต์ 53 นี้ น.
ส. สงกรานต์ 53 นี้
น. หนูมีบทความให้
ท. ทหารต้องอดทน
ค. คนจงรักกัน
ง. เงินงานเตรียมไม่มี
ถ. ถ้าพี่ทะเลาะกัน
ส. สันติกันไว้เถิด
ป. เปิดใจมาปรองดอง
ผ. ผองพวกพี่น้องไทย
ด. เด็กไทยดูท่านอยู่
ห. ห่วงใยห่วงลูกหลาน
ย. หยุดทีพี่น้องกัน
พ. เพื่อพ่อหลวงท่านเอย