สองนักข่าวตะวันตกถูกสังหารในการปะทะที่ซีเรีย

นักข่าวของซันเดย์ไทมื กับช่างภาพข่าวชาวฝรั่งเศสผู้ได้รับรางวัลช่างภาพดีเด่นจากภาพข่าวลิเบีย เสียชีวิตขณะทำข่าวเหตุรุนแรงในเมืองฮอมของซีเรีย ซึ่งยังเป็นพื้นที่ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง 22 ก.พ. 2012 - เว็บไซต์วอลล์สตรีทเจอนัล รายงานว่ามีนักข่าวชาวยุโรป 2 คนที่เข้าไปทำข่าวในพื้นที่ประเทศซีเรียถูกสังหารเมื่อวันพุธ (22) ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายแรกเป็นช่างภาพข่าวชาวฝรั่งเศส ชื่อ เรมี โอชิลิค อีกรายหนึ่งคือมารี โคลวินเป็นนักข่าวสงครามจากสื่ออังกฤษผู้มีชื่อเสียง ทั้งสองเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยกำลังอาวุธในเมืองฮอม ของซีเรีย ซึ่งเป็นจุดปะทะที่สำคัญในช่วงที่มีการลุกฮือต่อสู้กับประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส วาเลรี เปเครสเซ ประกาศว่านักข่าวที่เสียชีวิตในเมืองฮอม ประเทศซีเรียคือ มารี โคลวิน ชาวสัญชาติอเมริกันที่ทำงานเป็นนักข่าวให้กับซันเดย์ไทม์ของอังกฤษ และเรมี โอชิลิค ช่างภาพข่าวสงครามที่ถูกสังหารในการโจมตีเมืองฮอม ฟิลิปเป เลอแกรนด์ ผู้อำนวกการฝ่ายการตลาดของนิตยสารรายสัปดาห์ 'ปารีส แมทช์' ที่โอชิลิคเป็นทีมงานอยู่ เปิดเผยว่า ในตอนแรกโอชิลิคเข้าไปทำข่าวให้กับนิตยสารปารีส แมทซ์ ในซีเรีย แต่ในตอนที่ถูกโจมตีเขาไม่ได้ทำงานให้กับนิตยสารอีกแล้ว เนื่องจากว่าทางกองบรรณาธิการได้ตัดสินใจสั่งให้โอชิลิคและเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้สื่อข่าวออกจากประเทศด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยไปแล้ว แต่โอชิลิคผู้เป็นช่างภาพยังเลือกจะอยู่ต่อเอง ขณะที่บรรณาธิการของซันเดย์ไทม์ จอห์น วิทเธอโรว์ ก็ได้ออกแถลงการแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของมารี โคลวิน โดยกล่าวว่าการจากไปของโคลวินเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจ \มารีเป็นคนพิเศษสำหรับซันเดย์ไทม์ มีแรงปรารถนาในการทำข่าวสงครามด้วยความเชื่อว่าสิ่งที่เธอทำอยู่จะส่งผลให้เกิดอะไรได้บ้าง เธอเชื่ออย่างมากว่าการรายงานข่าวจะช่วยลดพฤติกรรมความโหดเหี้ยมของเผด็จการลงได้ และทำให้ประชาคมนานาชาติหันมาสนใจ\" รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส อลัน จุปเป ได้เรียกตัวทูตซีเรียในฝรั่งเศสมาเข้าพบหลังการเสียชีวิตของนักข่าว เพื่อเรียกร้องให้มีการเปิดเส้นทางปลอดภัยสำหรับการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางด้านสำนักข่าว Huffinton Post ของอังกฤษรายงานเพิ่มเติมโดยอ้างแหล่งข่าวท้องถิ่นว่ามีผู้สื่อข่าวอีกหนึ่งรายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในซีเรีย อาบู บาคร์ นักข่าวพลเมืองผู้ที่เห็นเหตุการณ์การโจมตีในเมืองฮอมเล่าว่า ตัวเขาหนีออกจากบ้านหลังหนึ่งที่ถูกโจมตีเพื่อข้ามถนนไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง มีการยิงดจมตีอย่างต่อเนื่องและร่างของผู้สื่อข่าวยังคงนอนอยู่บนพื้น พวกเขาไม่สามารถนำร่างผู้สื่อข่าวออกมาจากพื้นที่ได้เนื่องจากมีการระดมยิงอย่างหนัก แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจากร่างของนักข่าวไม่กี่เมตรก็ตาม ด้านกลุ่ม Avaaz ที่เป็นกลุ่มเครือข่ายผู้ประท้วงยืนยันว่ามีการโจมตีโส่ศูนย์ของผู้สื่อข่าวและโรงพยาบาลใกล้เคียงโดยตรง ทางกลุ่ม Avaaz กล่าวอีกว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการฝ่าฝืนกฏด้านมนุษยธรรมทุกข้อ อลิส เจย์ ผู้อำนวยการด้านการรณรงค์ของ Avaaz กล่าวว่า เรื่องราวความน่าหวาดผวาที่รายงานโดยผู้สื่อข่าวผู้กล้าหาญจากเมืองในซีเรีย เป็นสิ่งที่ท้าทายต่อความโหดเหี้ยมของอัสซาดอย่างที่สุด \"จากการที่พวกเขา (รัฐบาลซีเรีย) สั่งห้ามสื่อต่างประเทศ ทาง Avaaz ก็ได้ช่วยให้ผู้สื่อข่าว 45 คนเข้าไปในเขตสู้รบเพื่อนำความจริงออกมา\" เจย์กล่าว ผลงานชิ้นสุดท้ายของโคลวิน นักข่าวขาลุย มารี โคลวิน เป็นผู้สื่อข่าวที่ทำงานในพื้นที่ตะวันออกกลางมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว เธอยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงที่ทำงานในศรีลังกา ซึ่งเธอได้รับบาดเจ็บและสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง ก่อนหน้าข่าวการเสียชีวิตของโคลวินหนึ่งวัน เธอก็ได้ถ่ายทำวีดิโอให้กับสำนักข่าว BBC พูดถึงเด็กที่กำลังเสียชีวิตจากการโจมตีในเมืองฮอม ขณะที่ผลงานชิ้นสุดท้ายของโคลวืนที่ได้ตีพิมพ์ลงในซันเดย์ไทม์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเปิดเผยว่าประชาชนในเมืองฮอมได้แต่ \"รอคอยการกสนสังหารหมู่\" \"เมืองนี้เป็นโศกนาฎกรรมระดับใหญ่โต ผู้คนที่อาศัยอยู่ต่างก็อยู่ภายใต้ความกลัว แทบทุกครอบครัวต่างก็ต้องมีคนที่รักเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ\" โคลวินเขียนไว้ในซันเดย์ไทม์ โอชิลิค ช่างภาพดีเด่นผู้ถ่ายเหตุการณ์ในลิเบีย ส่วน เรมี โอชิลิค เป็นช่างภาพและผู้สื่อข่าวชาวฝรั่งเศสอายุ 28 ปี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเขาได้ทำข่าวเรื่องความขัดแย้งในตูนีเซีย