คำแถลงจาตุรนต์ ฉายแสง กรณีคดียึดทรัพย์ทักษิณ

คำต่อคำ จาตุรนต์ ฉายแสง กรณีคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชี้ถ้าการตัดสินออกไม่ยุติธรรม-ขัดหลักนิติธรรม จะกระทบความเชื่อถือระบบยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง อาจกลายเหตุสำคัญของความแตกแยกในสังคม เนื่องจากผู้คนจำนวนมากอาจไม่หวังพึ่งระบบและกฎหมายแต่หาทางออกโดยวิธีอื่น

 

(แฟ้มภาพ) จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ที่มา: คุณ wasabi ใน newskythailand.com)

 

หมายเหตุ - เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (23 ก.พ.) ที่โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงข่าวกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องในคดียึดทรัพย์ 7.6 พันล้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดดังนี้

จาตุรนต์ - ที่ต้องให้ความเห็นในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกรณีนี้ และรู้สึกว่าเหมือนกับมีการรุมรังแกกันอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รวมทั้งเป็นห่วงว่า ถ้าการตัดสินนี้ออกมาไม่ยุติธรรมขัดกับหลักนิติธรรมจะกระทบต่อความเชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งจากสังคมไทย และจากประชาคมโลก ชนิดที่ยากจะกอบกู้กลับมาได้ และอาจจะกลายเป็นต้นเหตุ และพื้นฐานสำคัญของความแตกแยกในสังคมที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม ชนิดที่ยากแก่การเยียวยา เนื่องจากผู้คนจำนวนมากไม่อาจจะพึ่งระบบ และกฎหมาย แต่หาทางออกโดยวิธีอื่น

ที่แสดงความเป็นห่วงอย่างนี้มีเหตุผลข้อเท็จจริงรองรับตลอด เพราะได้มีการชี้นำสังคม กดดันศาล แม้กระทั่งหมิ่นศาลอย่างชัดเจน เพื่อให้มีผลต่อการตัดสินคดี และทำลายล้างคู่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เป็นการกระทำโดยรัฐบาล คนสำคัญคือรัฐบาล สื่อของรัฐ โดยสมคบร่วมมือกับอดีตคตส.บางคนและพันธมิตรฯ รัฐบาลได้พยายามโยงทุกเรื่องที่จะโยงได้เข้ากับคดียึดทรัพย์ ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง รัฐบาลยังได้พยายามสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ตกเป็นจำเลย และผู้สนับสนุน โดยการกล่าวหาที่เป็นเท็จอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นรัฐบาลยังไม่วางตัวเป็นกลาง แสดงความเห็นในทางให้ร้าย และใช้สื่อของรัฐในการให้ข้อมูลด้านเดียวทุกวัน โดยไม่เปิดให้อีกฝ่ายหนึ่งให้ข้อมูล ทั้งๆที่เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ตามหลักแล้วที่ถูกต้องแล้ว รัฐบาล และสื่อของรัฐจะต้องเป็นกลาง แต่ไม่ได้แสดงความเป็นกลางเลยอย่างต่อเนื่องทุกวันทุกคืน ส่วน คตส. ก็กระทำผิดประเพณีปฏิบัติ ผิดจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน หรืออดีตพนักงานสอบสวน แสดงความเห็นในทางให้ร้ายจำเลย ทั้งๆที่เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ใช้ความเห็นแบบไม่ได้อิงหลักกฎหมายอย่างที่บอกว่า “วัวกินหญ้า” เป็นการพูดแบบไม่สอดคล้องหลักนิติธรรมเลย เหมือนอย่างที่พูดไปบ้างแล้วว่า เหมือนกับ “คนกินหญ้า”เสียมากกว่า

แต่ว่าการที่ยังพูดอย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อของรัฐในการให้ร้ายจำเลยอย่างต่อเนื่องก็เปรียบเหมือนกับว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศกินหญ้ากันไปหมดแล้ว นอกจากนั้นในส่วนของพันธมิตรฯล่าสุด นอกจากพยายามให้ร้ายชี้นำกดดันศาล

ล่าสุดการพูดของพันธมิตรฯและพรรคการเมืองใหม่ ที่บอกว่ามีการใช้เงิน 5 พันล้านมาติดสินบนศาล และล่าสุดยังได้พูดเลวร้ายกว่านั้นมี 4 คนรับไปแล้ว เหลืออยู่คนเดียว การพูดว่า 4 คนรับไปแล้ว หรือติดสินบน 5 พันล้าน และมี 4 คนรับไปแล้ว ก็แสดงว่า เป็นการพูดว่า มีผู้พิพากษาอย่างน้อย 4 คนรับไปแล้ว อันนี้เป็นการพูดลักษณะหมิ่นศาลอย่างชัดเจน น่าแปลกว่า การพูดเหล่านี้ไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งๆที่เป็นหมิ่นศาลอย่างชัดเจน ก็เท่ากับว่า ผู้เกี่ยวข้องต้องการให้มีการพูดแบบนี้เพื่อกดดันศาล โดยทำให้สังคมคิดว่า ถ้าใครไม่วินิจฉัยยึดทรัพย์เท่ากับรับสินบน ถ้าใครวินิจฉัยยึดทรัพย์ก็ไม่รับสินบน ขณะนี้การพิจารณาคดีนี้จึงเป็นการพิจารณาคดีที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของการพิจารณาคดีทั้งหลายในประเทศไทย หรืออาจจะในโลกด้วย

รัฐบาลสร้างข่าวว่าจะเกิดความวุ่นวายเพื่อล้มคดี หรือเพื่อกดดันศาล ซึ่งก็ไม่เป็นความจริงมาตลอด แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า ขณะนี้ล้อมๆ ศาลมีเครื่องขยายเสียงหลายสิบล้านเครื่องทั่วประเทศคือทีวี ทุกด้านโฆษณาไปในทางเดียว คือ โฆษณาว่า ทรัพย์สินนี้ไม่ชอบต้องยึดเท่านั้น และเมื่อยึดแล้วจะเกิดความวุ่นวายต่างๆ ตามมา เป็นการโฆษณาเพื่อที่จะกดดันศาล ชี้นำสังคม และทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง ผ่านเครื่องขยายนับสิบล้านเครื่องรอบศาล ผมจึงได้บอกว่า ได้เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วในการพิจารณาคดีนี้ เพราะฉะนั้นก็เหลือแต่การตัดสิน

ซึ่งผมคิดว่า การตัดสินเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้จะยึดทรัพย์อะไรหรือไม่ จะเกิดอะไรกับคุณทักษิณและครอบครัว หรือคุณทักษิณจะทำอะไรต่อไป ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดในสังคม แต่ประเด็นสำคัญที่สุดในสังคมคือ การตัดสินจะเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือขัดต่อหลักนิติธรรม จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบยุติธรรมและต่อสังคมไทยหลังการตัดสินคดีนี้

เรื่องการทำลายสถานที่ ใช้ความรุนแรงในวันตัดสิน ผมว่าไม่น่าเป็นห่วง ถ้ารัฐบาลป้องกันให้ดีและอย่าสร้างสถานการณ์ ก็คงไม่มีอะไรมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผลตัดสินจะออกมาอย่างไร ถ้าขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่ยุติธรรม จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิดกัน คือจะกระทบต่อความเชื่อถือความยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งจากสังคมไทยและประชาคมโลกชนิดที่ยากที่จะกอบกู้กลับมาได้ จะเป็นต้นเหตุสำคัญของความแตกแยกในสังคม ที่หนักหนาสาหัสที่ยากต่อการเยียวยา เนื่องจากผู้คนจำนวนมากอาจไม่หวังพึ่งระบบและกฎหมาย แต่จะหาทางออกวิธีอื่น

จึงอยากจะเรียกร้องนอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกที่กดดันศาล สร้างสถานการณ์ สร้างความเกลียดชังฝ่ายตรงข้ามหรือคู่ต่อสู้ทางการเมือง หยุดการกระทำนั้นเสีย โดยเฉพาะรัฐบาล คตส. และพันธมิตรฯกับพรรคการเมืองใหม่ และอยากเรียกร้องให้สังคมหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพิจารณาและการตัดสินคดีนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งหาโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะถ้าเห็นว่า มีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ก็ต้องยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินก็ได้

ถ้าหากเห็นว่าไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือต้องใช้สติปัญญา ใช้ความรู้ เหตุผล แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมเพื่อหาทางแก้ไขปรับปรุงระบบยุติธรรมของประเทศ เพื่อหาทางออกให้กับสังคมแบบสันติวิธี พยายามใช้ความอดทน อดกลั้น ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความไม่ยุติธรรม ควรใช้ความอดทน อดกลั้นและใช้สติปัญญา ใช้เหตุผลในการปรับปรุงระบบยุติธรรมในประเทศนี้ แทนที่จะไปแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรงเล็กๆน้อยๆอะไรก็ตาม ซึ่งจะเป็นเหยื่อของรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลจะฉวยโอกาสขยายความให้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องของคนเลวร้าย เป็นเรื่องของคนไม่ยอมรับกติกาใดๆและก็จะขยายความ จนคนส่วนใหญ่ลืมประเด็นการตัดสินว่ายุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม

อยากเรียกร้องต่อสังคม และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทย และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของระบบยุติธรรมของไทย ถ้าไม่สนใจกันอย่างจริงจัง ผลเสียจะตามมาอย่างมาก

 

ช่วงตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าว - กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า จะใช้ช่องทางของศาลโลกในการดำเนินการหากไม่ได้รับความยุติธรรมในคดียึดทรัพย์

จาตุรนต์ - พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้วิธีอะไรต่อไป ผมไม่ไห้ความสำคัญ หรือสนใจอะไรเลย แต่กำลังสนใจว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบความยุติธรรมของประเทศ และคนส่วนใหญ่จะทำกันอย่างไรต่อไป เมื่อผลการตัดสินออกมาแล้ว รัฐบาลอาจจะโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทางชื่นชมสดุดี ถ้าเขาเห็นว่าตรงกับใจเขา ต้องถามทางศาลว่าทำได้หรือเปล่า และถ้าคนไม่เห็นด้วย จะแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมบ้าง ถามว่าทำได้หรือเปล่า ภาพเหตุการณ์อย่างนั้น ภาพเหตุการณ์ที่รัฐบาลจะโหมประโคมข่าวสดุดีชื่นชมกับคำตัดสินไปในทางเดียว และไม่ออกข่าวอีกทางหนึ่งเลย ในขณะที่จำเลยเขาอาจจะอุทธรณ์ต่อมา เท่ากับเป็นการกดดันศาลซ้ำเติมอีก และจะทำให้เกิดความอัดอั้นตันใจให้กับคนที่ต้องการจะแสดงความคิดเห็นบ้าง ไม่มีโอกาสให้เขาแสดงความคิด มันก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ความคิดเห็นที่รุนแรงขึ้น ผมไม่สนใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเอายังไงต่อไป แต่สนใจว่าสังคมไทยจะเอายังไงต่อไป

 

ผู้สื่อข่าว - หลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์เสื้อแดงจะชุมนุม มองว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่

จาตุรนต์ - หลังวันที่ 26 กุมภาฯ ถ้าให้แนะนำประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ผมคิดว่า ยังไม่ควรมีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวเร็วไปนัก เพราะการชุมนุมนั้นจะมีจุดอ่อนอย่างสำคัญ อาจจะมีคนที่โกรธแค้นอัดอั้นตันใจ และควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนอาจจะขว้างโน้น ปานี้ เกิดเป็นความรุนแรงขึ้น ความรุนแรงนั้นอาจจะบานปลาย ถูกสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนั้นจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลปัจจุบันนี้อย่างมาก เพราะเขาได้เตรียมแผนไว้หมดแล้วที่จะขยายความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์และจะทำให้เกิดเป็นผลเสียต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อความเป็นธรรมต่อไป

เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าควรจะมาตั้งหลักกัน ถ้าฝ่ายที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ฝ่ายที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในประเทศนี้ ควรจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งทำความเข้าใจในเรื่องนี้ว่าเกิดความยุติธรรมขึ้นหรือไม่ มีเหตุมีผลอย่างไรและคิดอย่างไร ก็ชี้แจงต่อประชาชนโดยสันติ โดยยังไม่เคลื่อนไหวชุมนุมอะไรมาก เมื่อตั้งหลักได้ดี เกิดความเข้าใจอย่างดีแล้วสังคมมีความเข้าใจ สังคมเห็นใจ เห็นปัญหาความไม่ยุติธรรม การเคลื่อนไหวที่จะมีต่อไปควรเป็นการเคลื่อนไหวที่ใช้สันติวิธี มุ่งไปที่การทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยและเกิดความยุติธรรม แทนที่จะเป็นเรื่องบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผมยังอยากเห็นการทิ้งช่วงระยะหนึ่ง ก็จะหาทางเสนอต่อผู้ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเสื้อแดงด้วย

 

ผู้สื่อข่าว - หลังการตัดสินวันที่ 26 ก.พ.แล้ว มองว่าการเมืองและเศรษฐกิจของไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

จาตุรนต์ - ขึ้นอยู่กับคำตัดสินและปฏิกิริยาของฝ่ายต่างๆ ที่จะมีต่อคำตัดสิน ขณะนี้เป็นไปได้ทั้งสงบเรียบร้อยราบรื่น และเป็นไปได้ทั้งเกิดความไม่พอใจ เกิดความไม่เชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศ คนไม่มาลงทุน เกิดความขัดแย้งรุนแรงต่อไปในสังคม เป็นไปได้ทั้งนั้น

ฉะนั้นจึงขึ้นกับคำตัดสิน และปฏิกิริยาหลังการตัดสิน โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลซ้ำเติมฝ่ายเดิม สร้างสถานการณ์เพิ่มเติมเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมืองเรื่องถึงไม่จบ

เรียกว่า ฟางเส้นสุดท้าย

เรียกว่า ฟางเส้นสุดท้าย กับความเชื่อ เรื่อง ความยุติธรรมไทย ในยุค อำมาตย์ครองเมือง

อ้าวแล้วใครออกมาเรียกร้องให้ห

อ้าวแล้วใครออกมาเรียกร้องให้หยุดพูดเรื่องคดียึดทรัพย์พ่อแม้ว

ไม่ใช่เรื่องเงินที่คุณทักษิณม

ไม่ใช่เรื่องเงินที่คุณทักษิณมี...ที่จริงมีเหตุสมทบอีกหลายเรื่อง
เหตุสำคัญกว่าก็คือ พวกค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ค้ายาเสพติด ฯลฯ ถูก ทักษิณทุบโอ่งสมบัติ
มันก็เลยรวมหัวกัน เก็บ ทักษิณ

กรณียึดทรัพย์ นี้

กรณียึดทรัพย์ นี้ ไม่อยู่ในหลักอะไรเลย ท่านจาตุรนต์ เพราะ การยึดทรัพ มีการพูดล่วงหน้า ก่อนปฏิวัติ มีการโพสข้อความก่อนปฏิวัติว่า จะยึดเงินทักษิณและจะทำให้ทักษิณไม่มีแผ่นดินอยู่ ก่อนปฏิวัติ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ปฏิวัติ พร้อมกับตั้งศาลเตียมายัดข้อหา ชัดเจน
ดังนั้น ไม่ต้องไปวิเคราะห์ใดๆเลย สรุป เขาร่วมหัวกันทุกคนที่มีอำนาจ เพื่อ ปล้นเงินทักษิณกัน แล้วก็จะเอาไปแบ่งกันตามเปอร์เซ็นที่วางไว้่ ส่วนประชาชนทั่วไป หมดสิ่ทธิ์
นี่คือ ยุค ของ อำมาตย์ครองเมืองโดยแท้ ไม่มีกฏเกณ กติกาใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีหลักนิติธรรมนิติรัฐใดๆทั้งสิ้น มีแต่คำสั่งอย่างเดียว ถ้าคนมีอำนาจบอกว่าให้ยึด ทุกฝ่ายต้องหาทางยึดมาให้ได้ทุกวิถีทาง

ทรัพยากรเยอะแยะ

ทรัพยากรเยอะแยะ แต่ทำไมเจริญยาก

สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่กันยา

สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่กันยา 49 จนถึงขณะนี้ คือแผนการล้มล้างทักษิณทั้งนั้น
อย่าพูดถึงคำว่า 'ความยุติธรรม มนุษยธรรม และศักดิ์ศรี' เพราะการทำสงครามในสนามรบหรือการต่อสู้เพื่อให้ได้รับชัยชนะสำหรับคนที่โง่เง่าแกมโกงที่หลงยึดติดอยู่กับอำนาจนั้น หาได้ยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร

สิ่งที่พวกเขาต้องท่องจำให้ขึ้นใจอยู่เสมอคือ
1. เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น
2. ทักษิณไม่ใช่ตัวที่เป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ แต่เป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของการเป็นรัฐบาลของพวกเขาเอง
3. สร้างภาพโกหกประชาชนให้ดูดีทั้งการแต่งกาย การพูดจา และการกระทำ
4. พฤติกรรมของคนที่สนับสนุนพวกเขาคือสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
5. ถ้าพวกเขาทำผิด พวกคุณต้องกลับไปอ่านข้อที่ 1

ลบ ไม่ตรงประเด็น

ลบ ไม่ตรงประเด็น และไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น

ถ้าอยากเสนอเป็นเรื่องราว ส่งให้ บก ขึ้น เป็นข่าวแยกเลยก็ได้

หรือไปเปิดเป็น กระทูใน prachatai webboard ได้

อย่างคดี ยึดเขายายเที่ยง

อย่างคดี ยึดเขายายเที่ยง คดีหนีทหาร คดีเขาสอยดาว คดีกล้ายาง คดีซีทีเอ็กซ์ คดี 258 ล้าน คดีจ้างพรรคเล็กใส่ร้าย ทรท
คดีสนธิเผยแพร่คำของดา ตอร์ปิโด คดียึดสนามบิน คดียึดทำเนีียบ ทำไมไม่รีบทำเอามาตัดสินพร้อมๆ กันเลยนะครับนะ
ประชาชนเสื้อแดง คงมีความสุขกันมากมาย...

คำก็ นช. สองคำ ก็ นช. ทักษิณ
นช. แปลว่า นู๋ชอบ ทักษิณ....^0^

เพียงไม่กี่ปีหลังรัฐประหาร 16

เพียงไม่กี่ปีหลังรัฐประหาร 16 กันยา ประชาชนไทยและทั่วโลกรับรู้และยอมรับกันแล้วว่าบางส่วนของกระบวนการยุติธรรมไทย "สองมาตรฐาน" จริง

หลัง 26 กุมภา นี้ จะเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนไทยและทั่วโลกกลับคืนมาได้หรือไม่ หรือจะยิ่งแย่กลายเป็น "ไร้มาตรฐาน" ก็อยู่การกระทำของตัวพวกท่านเอง

***** ปฏิวัติ 19 ก.ย.49

***** ปฏิวัติ 19 ก.ย.49 แปลกกว่าทุกครั้ง *****

ปฏิวัติเสร็จ นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีสาธารณสุข ขิงแก่

ประกาศยกเลิก 30 บาท รักษาทุกโรค( เปลี่ยนเป็นรักษาฟรี)

โดยให้เหตุผลว่า หมอและพยาบาล จะได้มีเวลาไปดูแลคนไข้มากขึ้น

ไม่ต้องมาทำบัญชี 30 บาท

************************************

นี่คือการโกหก หน้าด้านๆ เพราะว่า

นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีสาธารณสุข เป็นหมอ

ย่อมรู้ว่า หมอและพยาบาล ไม่ได้มีหน้าที่ทำบัญชีแต่อย่างใด

************************************

ต่อมา จึงได้รู้ว่า เหตุที่เลิก 30 บาท รักษาทุกโรค

เพราะต้องการทำลายชื่อเสียง ผลงานต่างๆ ของพรรคไทยรักไทย

เช่นเดียวกับการเปลี่ยนชื่อ OTOP เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน

เปลี่ยน รากหญ้า เป็น รากแก้ว

************************************

สรุปว่า การปฏิวัติ 19 ก.ย.49 ต้องการทำลาย

พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย

เรื่อง ปล่อยกู้พม่า

เรื่อง ปล่อยกู้พม่า ท่านบอกว่าเป็นคอรัปชั่น ก็ไม่ใช่เหตุที่จะไปยึดเงินเขา อย่าเอาเรื่องนี้มาโกหกหลอกประชาชนดีกว่า
ถามตรง ๆ แล้วเรื่อง กู้เงินแปดแสนล้านล่ะ มีเรื่องโกง ไทยเข็มแข้ง ชุมชนพอเพียง จัดซื้อจัดจ้าง ถนน รถเมล์ฯลฯ ถามว่า คอรัปชั่นหรือเปล่า เอาง่ายๆ
ส่วนเรื่องออกกฏหมาย เอื้อประโยชน์ ก็ไม่ใช่เหตุแห่งการยึดเงินเขา
พูดตรงๆ นะ พวกท่าน มีการโพสในเวปไซน์ จะยึดเงินทักษิณ ก่อนปฏิวัติ ก่อนมีเรื่องต่างๆที่พวกท่านอ้าง เขาจะยึดเงินทักษิณ เพราะ เกลียดและมีปัญหากับทักษิณ ส่วนตัว
ไม่มีเรื่องอื่นเลย เรื่องที่ท่านนำมาอ้างเพียงแค่ เป้นข้ออ้างให้ดูดีเท่านั้นเอง

ปฏิวัติ 19 กย. เพื่อ

ปฏิวัติ 19 กย. เพื่อ ยึดเงินทักษิณ อย่างเดียว เรื่องอื่นคือผลพวง และ ผลพลอยได้ แต่เจตนา หลักๆ คือ
ยึดเงินทักษิณ และ ทำให้ทักษิณไม่มีแผ่นดินอยู
ส่วนเรื่องที่ตามมาคือ ต้องการ ยึดครองอำนาจทางการเมือง ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ โดยให้ พรรคการเมืองสกปรกเป็นตัวแทนสืบทอดอำนาจต่อไป
พรรคการเมืองนี้ มีคนมีอำนาจหนุนหลังให้สื่อทีวีช่วยตลอด

เลขาฯศาล คุณวิรัช

เลขาฯศาล คุณวิรัช ปล่อยไก่ออกมาตัวเบ่อเริ่ม ตีความแล้วคือ ยึดแน่นอน

ศาลขาดความเชื่อถือ เพราะการกระทำตลอดสามถึงสี่ปีที่ผ่านมา(เครดิต ๑๐๐ กว่าปี พังทลายหมด) เช่น ท่านเลขาอธิบายความทางโทรศัพท์กับเลขาปปง. ถึงคุณเจี๊ยบ(ศาลอุทธรณ์) ผู้ประสานกับป.ป๋า .... องค์กรศาลก็ทำเป้นเรื่องที่ไม่ต้องอธิบายอะไรให้สังคมรับรู้และเข้าใจ ปล่อยให้เรื่องหายไปกับสายลม แต่ชาวบ้านเขายังขุ่นข้องหมองใจอยู่
คุณวิรัช เติบโตในหน้าที่การงานเช่นเดียวกับท่านเปาที่ขมักขเม่นช่วยงานคมช. ก็เติบโตและได้ดีทุกนายทุกท่าน

ศาลไทยวางแนววินิจฉัยว่า เมื่อรัฐประหารได้แล้ว คณะปฏิวัติมีอำนาจรัฐาธิปัตย์ คำสั่งคมช. ถือเป้นกฎหมายที่ศาลจะต้องปฏืบัติตาม ต่อจากนี้ไปผู้คนในบ้านเมืองเขาจะไม่รำเรียนหาวิชาความรู้ ความถูกต้องดีงามกันอีกต่อไป เขาจะเรียนรู้และสะสมกำลังกัน เพื่ออนาคตที่ดีบนอำนาจรัฐที่ได้มาจากการปล้น

เมื่อสำราญ สำรอกเรื่องสินบนศาลชัดเจนชัดแจ้ง ศาลมองโลกในแง่ดี ไม่มีการดำเนินการใดๆ ประชาชนกำลังจะดำเนินการตามรอยตามแนวนี้บ้าง เพื่อทดสอบว่าสองมาตราฐานมีจริงหรือไม่ ในสังคมไทย ....

พันธมิตรคือกลุ่มรวมพลคนอิจฉาท

พันธมิตรคือกลุ่มรวมพลคนอิจฉาทักษิณ

งานนี้ พวกจอมหลักการ

งานนี้ พวกจอมหลักการ เงียบเป็นเป่าสาก
ส่วนเรื่องที่พวกโกเต๊กกล่าวหาว่ามีการให้สินบน จะดูน้ำหน้าว่ามีใครกล้าเอาผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายหรือไม่ (ทีกับอีกฝ่าย วิ่งกันพล่านเมือง)

ถ้าคุณ ทักษิณ โดนโจมตีว่าเป็น

ถ้าคุณ ทักษิณ โดนโจมตีว่าเป็น นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสูด ต้องรับผิดชอบทั้ง คดี ctx , เงินกู้ , ที่ดินรัชดา ฯลฯ

โดยมาตรฐานเดียวกัน จะมีการยึดทรัพย์......... ลำดับความรับผิดชอบสูงสุด นาย ก ปัจจุบันหรือไม่

1. จีที 200 จะมีการยึดทรัพย์ไหมครับ

2. ตู้หยอดน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีการยึดทรัพย์ไหมครับ

อื่นๆอีกมากมาย

จาตุรนต์....น่าจะเสนอ วันที่

จาตุรนต์....น่าจะเสนอ

วันที่ "26 ก.พ." เป็นวัน "ประชาธิปไตย" ดีไม๊ ครับ

คือ เป็น ประชาธิปไตย ของ พวก "แดง ดูไบ"

ประเภท "ประชาธิปไตยแบบกินได้" ไง

ฮ่า...

ความยุติธรรม

ความยุติธรรม คืออะไร

หน้าตาเป็นอย่างไร หนักเบา ร้อนเย็น

ความยุติธรรม มีจริงหรือ

ถ้าความยุติธรรมมี

มันมีมาตั้งแต่เมื่อไร

โอม ความยุติธรรม

โอม ความยุติธรรม

เมื่อ เชื่อว่าพระสิทธถัตต์

เป็นปรางหนึ่งของพระนารายณ์อวตาร

ลงมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า

บัดนั้น ศาสนาพุทธ ก็หายวับไปจากประเทศอินเดีย

เมื่อเชื่อว่าศาลยังมีความยุติธรรม

ศาลก็ยังคงอยู่

จะตัดสินไปซ้าย ไปขวา

ผิดบ้าง

ถูกบ้าง

คนก็ยังเชื่อว่าท่านตัดสินถูก

เมื่อเชื่อว่าผู้พิพากษา

มิใช่นารายณ์อวตารลงมาเกิด

คนก็หมดความเชื่อ

จะตัดสินอย่างไร

ก็ไม่ถูก

ก็มีตั้งสามศาล

ตัดสินไม่เหมือนกันสักศาล

แล้วที่ตัดสินผิดๆถูกๆ

ไม่เห็นมีใครถูกลงโทษ

ข่าวรั่วออกมาหัวละตั้งพันล้าน

แล้วจะให้ประชาชนเชื่ออะไร

ประชาชนชาวไทยยังมีข้าวกิน

ยังไม่ได้กินหญ้าหลวง

ตัวใครตัวมันครับ

ใต้เท้า

จาตุรนต์พยายามจะบอกว่าพันธมิต

จาตุรนต์พยายามจะบอกว่าพันธมิตรและคตส. ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็นเหรือเปล่า?

พวกพันธมิตรก็จะบอกว่าจาตุรนต์และเสื้อแดงไม่มีสิทธิ์เหมือนกัน

คุยกันแบบนี้ไม่มีทางจบ

ความคาดหวังของแต่ละคนในสังคมต่อคำตัดสินที่จะออกมาก็ไม่เหมือนกัน แล้วจะให้ทุกคนพอใจได้ยังไง

อันที่จริงสราน....ไม่น่าลงมาเ

อันที่จริงสราน....ไม่น่าลงมาเล่นการเมือง ทำให้กระบวนการยุติธรรมและความเป็นกลางสูญเสียไป ตั้งแต่การรับรองการปฏิวัติรัฐประหารเป็นรัฐฐาธิปัตย์ การยกร่างรัฐธรรมนูญ การไปเป็นคณะฯ...ในองค์กรการเมืองต่างๆ
บ้านเมืองมันจึงต้องลุกเป็นไฟ เป็นใครๆก็ไม่ยอมให้ถูกกระทำหรือโดนรังแก ง่ายๆ แม้แต่สัตว์ประเภทอื่นเมื่อยามมีภัยก็ต้องสู้แม้จะจนตรอกก็ตาม โดยเฉพาะการรุมแบบสุนัขหมู่ โดยกลุ่มคนที่โดนตราหน้าว่ามือที่มองไม่เห็น บ้านเมืองไม่สงบก็เพราะคนกลุ่มนี้แหละ

จะซุกหุ้น จะออกกฏหมายเอื้อ

จะซุกหุ้น จะออกกฏหมายเอื้อ จะปล่อยกู้พม่า ก็ไม่สามารถยึดเงินเขาได้ เพราะเงินนั้นมีที่มาที่ไปชัดเจน จะอ้างว่าหุ้นขึ้นยเยอะแล้วยึดเงินเขา เ ฮ้ย พูดตรงๆนะ พวกมึง จะโกงเขาก็โกงไปเลย ไม่ต้องมาอธิบายหาเหี้ยอะไรหรอก
พูดตรงๆ ปฏิวัติ เพื่อ โกงเงินเขาเข้ากระเป๋า แล้วเอาเงินไปแบ่งกัีนเป็นเปอรเซ็น
ไม่ต้องอธิบายหาเหตุอะไรเลย โกงเงินเขาแล้วยังจะมาอ้างโน่นอ้างนี่

เฮ้ย กูว่า

เฮ้ย กูว่า พวกมีงอำมาตย์มากกว่า ใกล้อาวสานแล้ว
พวกมึงไปโกงเงินเขาทำไมว๊ะ คืนเขาไปเถอะ

ปปช แถลงข้อกล่าวหา ในศาล

ปปช แถลงข้อกล่าวหา ในศาล จำเลยต้องน้ำข้อเท็จจริงมาหักล้างในศาล ไม่ใช่ไปพูดให้มวลชนฟัง คุณ จาตุรงค์ ควรจะช่วยทักษิณโดยการอธิบายเหตุผล โต้แย้งข้อกล่าวหา ไม่ใช่บอกว่า ศาลยึดทรัพย์ทักษิณ และผิดหลัก นิติรัฐ และ ฝากบอกควาย ข้างบนด้วย ทรัพย์สินจะหามาได้ก่อนเล่นการเมืองกี่บาทก็ตาม เวลายึกทรัพย์เขายึดตามความเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติ ไม่ต้องอ้าง หรือแบ่งทรัพย์สินออกไป

อีก ๒ วัน ก็หายหงุดหงิดแล้ว

อีก ๒ วัน ก็หายหงุดหงิดแล้ว
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่โกง ไม่กิน แต่ได้เปรียบ
ถ้าทำการค้า ไม่เป็นนายก รวยได้ ไม่เป็นไร
แต่ถ้า ทำการ ค้า มีตำแหน่ง ญาติพี่น้อง รบกวน นั่นมันไม่ใช่
นี่ไง คดียึดทรัพย์ เกิดขึ้น
อย่าเถียง

ขอบคุณ GT.200 - ฮ่ากว่า.!!!

ขอบคุณ GT.200 - ฮ่ากว่า.!!!

ยึดทรัพย์ มันมาจากกระบวนการ

ยึดทรัพย์ มันมาจากกระบวนการ ที่รวยโดย ไม่โกง แต่แฝง ทำลับๆล่อๆ โยกย้าย ถ้ายเท ไม่เดินไปตามเส้น
บางคนบอกอำมาตย์...ไม่ดี แต่เราก็นับถือพวกอำมาตย์ มานานเต็มที
ญาติมิตร โคตรเหง้า ศักราช พวกคุณก็อยากเป็นอำมาตย์
เป็น ข้าราชการ เป็นนักการเมือง ไม่ว่าท้องถิ่น หรือระดับชาติ
แน่จริงพวกคุณ เหวี่ยงทิ้งทั้งหมดเหรียญตรา เพราะทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น อำมาตย์
พอไม่ได้ดังใจ บอก ระบบอำมาตย์ ไม่ดี
แต่พอญาติมิตรจะถูกถอดยศ ร้องกันเองๆๆๆๆๆ.....
ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นของทุกรัฐบาล ก็เหมารวม ว่ารวยที่สุดในโลก
แท้จริงผู้ได้ประโยชน์คือชาติบ้านเมือง............เด็กเปรตเอ้ย......ฟ้าเดียวกัน ว่าเข้านั่น

อย่าหวังความยุติธรรมจากระบบอำ

อย่าหวังความยุติธรรมจากระบบอำมาตย์ เหมือนการแย่งชิงอำนาจสมัยก่อนใครแพ้ถูกฆ่าตาย ปัจจุบันทักษิณถูกยึดอำนาจ ก็ต้องพยายามฆ่าให้ตายเช่นกัน สมัยนี้ดีกว่ายุคโบราณข้าทาส วัวควายไม่กล้าฮึดสู้ สมัยนี้คนเท่าเทียมกันทักษิณจึงมีคนเข้าข้าง ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ไม่มีอำนาจอะไรในโลกที่จะยิ่งใหญ่เท่าอำนาจปวงชน สักวันระบบอำมาตย์จะต้องถูกโค่นล้ม

ยุติธรรมเท่านั้น

ยุติธรรมเท่านั้น ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบลงได้

กูไม่รู้ กูไม่สน

กูไม่รู้ กูไม่สน กูจะเอาเขาพระวิหาร
เอาเขาพระวิหารกูคืนมา
อย่าเอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อน อย่าโพเดียม
ให้ไว อย่าเฉไฉ เสือกปากหมาไว้
กูรอมานานแล้ว เอาเขาพระวิหารคืนมา

อ้าว! เฮีย

อ้าว! เฮีย ตอนทักษิณเป็นรัฐบาล ประเทศชาติได้ประโยชน์มากมาย จ่ายคืนหนี้ไอเอ็มเอฟก็ไวกว่ากำหนด
อย่างนี้จะบอกว่าประเทศชาติเสียหาย
งั้นไอ้พวกสั่งซื้อ GT200 แม่งก็ทำประเทศชาติเสียหาย จะถูกยึดทรัพย์ไหมละนี่
อย่ามีความคิด 2 มาตรฐาน

กูไม่รู้ กูไม่สน กูจะเอาเขาพระวิหาร
เอาเขาพระวิหารกูคืนมา
อย่าเอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อน อย่าโพเดียม
ให้ไว อย่าเฉไฉ เสือกปากหมาไว้
กูรอมานานแล้ว เอาเขาพระวิหารคืนมา

ถ้าเป็นของทุกรัฐบาลอย่างแท้จร

ถ้าเป็นของทุกรัฐบาลอย่างแท้จริง
ก็น่าจะเอามาใช้พัฒนาประเทศได้มากกว่านี้
เผลอ ๆ ไม่ต้องหน้าด้านไปกู้ใครต่อใครถึง 8 แสนล้านนะนาย

กูไม่รู้ กูไม่สน กูจะเอาเขาพระวิหาร
เอาเขาพระวิหารกูคืนมา
อย่าเอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อน อย่าโพเดียม
ให้ไว อย่าเฉไฉ เสือกปากหมาไว้
กูรอมานานแล้ว เอาเขาพระวิหารคืนมา

ช่วยๆกันอย่ายุให้ท่านทักษิณ

ช่วยๆกันอย่ายุให้ท่านทักษิณ สู้ๆๆๆ ให้ท่านถอยๆๆ และปลงๆๆ เกิดท่านสมองแตกตาย พวกคุณ จะเป็นบาป
รับรองว่า ศาลจะตัดสินยึดสิ่งที่งอกเงยมา เท่านั้น อาจจะสัก สี่หมื่นล้านกว่าๆ นะครับ ท่านกลับมาบ้าน

ท่านมาติดคุกรับรองไม่ถึงเดือนหรอกครับ ออกมาปร๋อ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แบบ ผสาน ทุกฝ่ายนะครับ
ทำไมต้องติดคุก....ท่านทำไมไม่อุทธรณ์ละครับ....ไอ้พวกชาติชั่วยุท่านให้สู้นะครับ ท่านเป็นคนรั้น ไม่ยอมคน
กลัวเสียเหลี่ยม.........

ท่านวีดีโอลิ้งค์ ว่าอยากกลับไทย ยามมีชีวิต ไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่ช่วยท่าน หรืออยากให้ท่านตายที่ต่างประเทศ
ท่านบอกหันหน้าเข้าหากัน แต่ท่านเปิดศึกรอบด้าน เงินสู้ปืนไม่ได้นะครับ เชิ่อผม หากทหารออกมาอีกครั้ง

แกนนำจะอยู่ต่างประเทศหมด คนตายคือประชาชน ครับ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ที่จะโชคดี แบบ พี่เหลิม ดาวเทียม

สง
สารท่านแม้ว อย่ายุท่านให้สร้างศัตรูรอบด้าน เลือกตั้งใหม่ ถ้ามั่นใจ เพื่อไทยได้มาก ค่อยว่ากัน นี่พวก 111 จะครบ 5 ปีแล้วไม่ใช่หรือ ? มีทางๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.................ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ................เชื่อเหอะ

http://thaksin.wordpress.com/

http://thaksin.wordpress.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b4%e0%b8%93-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b4%e0%b8%93-2/

ขอเชิญฟังเพลงรักทักษิณ เพลงที่2 นะ
เปิดในเยอรมัน ฝรั่งฟังยังเศร้าตามเลย

parnpun

parnpun wrote:
เพียงไม่กี่ปีหลังรัฐประหาร 16 กันยา ประชาชนไทยและทั่วโลกรับรู้และยอมรับกันแล้วว่าบางส่วนของกระบวนการยุติธรรมไทย "สองมาตรฐาน" จริง

หลัง 26 กุมภา นี้ จะเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนไทยและทั่วโลกกลับคืนมาได้หรือไม่ หรือจะยิ่งแย่กลายเป็น "ไร้มาตรฐาน" ก็อยู่การกระทำของตัวพวกท่านเอง

ประเทศนี้ เราว่าไม่มีมาตราฐาน เลยด้วยซ้ำไป มีแต่ พวกกูถูก

เจ้าของ wrote:ยึดทรัพย์

เจ้าของ wrote:
ยึดทรัพย์ มันมาจากกระบวนการ ที่รวยโดย ไม่โกง แต่แฝง ทำลับๆล่อๆ โยกย้าย ถ้ายเท ไม่เดินไปตามเส้น
บางคนบอกอำมาตย์...ไม่ดี แต่เราก็นับถือพวกอำมาตย์ มานานเต็มที
ญาติมิตร โคตรเหง้า ศักราช พวกคุณก็อยากเป็นอำมาตย์
เป็น ข้าราชการ เป็นนักการเมือง ไม่ว่าท้องถิ่น หรือระดับชาติ
แน่จริงพวกคุณ เหวี่ยงทิ้งทั้งหมดเหรียญตรา เพราะทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น อำมาตย์
พอไม่ได้ดังใจ บอก ระบบอำมาตย์ ไม่ดี
แต่พอญาติมิตรจะถูกถอดยศ ร้องกันเองๆๆๆๆๆ.....
ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นของทุกรัฐบาล ก็เหมารวม ว่ารวยที่สุดในโลก
แท้จริงผู้ได้ประโยชน์คือชาติบ้านเมือง............เด็กเปรตเอ้ย......ฟ้าเดียวกัน ว่าเข้านั่น

ไอ้พวกคลั่งเจ้ามาอีกแหละ

ตกลงพวกมึงจะไม่ให้ประชาชนลืมตาอ้าปากกันเลยหรอ

ไอ้ที่รวยน่ะ ก็ได้มาจากภาษีกับการ ใช้อำนาจที่มีอยู่ ร้นมือ เอามาทั้งนั้น

ไม่ทราบว่า มีโครงการไหนที่ทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ บ้าง

จากคนเคย รักเจ้า

เจ้าของ wrote:อีก ๒ วัน

เจ้าของ wrote:
อีก ๒ วัน ก็หายหงุดหงิดแล้ว
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่โกง ไม่กิน แต่ได้เปรียบ
ถ้าทำการค้า ไม่เป็นนายก รวยได้ ไม่เป็นไร
แต่ถ้า ทำการ ค้า มีตำแหน่ง ญาติพี่น้อง รบกวน นั่นมันไม่ใช่
นี่ไง คดียึดทรัพย์ เกิดขึ้น
อย่าเถียง

ใช้ชื่อ ของเจ้าแบบนี้ หมายความว่าไงจ้ะ

ไม่ทราบ เจ้าองไหนล่ะพระยะคะ

ไอ้พวกเจ้าไปให้พ้นเลยไป หัดทำมาหากินเองบ้างก็จะดีน่ะ

ขออ้างอิงถึงคำพูดของคุณ

ขออ้างอิงถึงคำพูดของคุณ Iterator และขอชี้แจงอีกครั้งว่าเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดตั้งแต่พันธมิตรชุมนุมจนมาถึงคดียึดทรัพย์ในตอนนี้ ก็เพราะพรรคการเมืองที่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นต้องการที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลเพื่อเป็นฐานการพรางตัวให้กับเหล่าอำมาตย์ใช่หรือไม่ เพราะต้องทนดักดานเป็นฝ่ายค้านอยู่ตั้งหลายปี มันจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ตัวเองกลับมามีอำนาจ ไม่ได้ด้วยการเลือกตั้ง ก็เอาด้วยการให้พันธมิตรออกมาก่อหวอดแล้วให้ทหารมาช่วยด้วยการทำรัฐประหาร ถ้าสมผลประโยชน์กันก็บอกว่าดีเหลือเกิน แต่ถ้าขัดผลประโยชน์หรือเสียผลประโยชน์คนคนนั้นต้องกลายเป็นคนเลวทันที

1. แผนเอ พันธมิตรก่อหวอด
2. แผนบี กันยา 49 ทำรัฐประหาร
3. แผนซี ยุบไทยรักไทย ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 111 คน ยุบพลังประชาชน
4. แผนดี ยึดทรัพย์

ทั้งหมดทั้งปวงนี้เกี่ยวโยงกันทั้งสิ้น แล้วใครได้ประโยชน์ มีใครบ้างที่สมประโยชน์กัน
หวังจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ให้ทักษิณได้โลดแล่นเข้ามามีบทบาทในการเมืองของประเทศไทยอีกต่อไป

อย่าบอกว่าคนรากหญ้าแถบภาคอีสานหรือภาคเหนือโง่เป็นควายเพราะเงินของทักษิณซื้อเขาได้
แล้วทำไมพวกคุณไม่คิดบ้างว่าพรรคการเมืองที่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นก็มีเงินเหมือนกัน แต่ทำไมซื้อใจและซื้อศรัทธาจากคนเหล่านั้นไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้ซื้อเสียงประชาชนหรอกนะ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่เคยได้เข้าไปนั่งในหัวใจของคนเหล่านั้นเลยต่างหาก ทำงานไม่เป็น ดีแต่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นไปวันๆ

จะยึดหรือไม่ยึด 7.6

จะยึดหรือไม่ยึด 7.6 หมื่นล้านทักษิณ

เพราะ ถึงจะยึดทั้งหมด ก็ไม่แปลก เพราะมันโดนยึดมาตั้งนานแล้ว

หรือจะยึดบางส่วน ทอนคืนให้บางส่วน

หรือไม่ยึดคืนให้ทั้งหมด

ต่างล้วนไม่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน

แต่จะส่งผลร้ายต่อแผ่นดินแทบทั้งสิ้น

ไม่ต้องพูดกันมาก ต้องรบกันให้ชนะกันไปฝ่ายหนึ่ง

อย่าไปสนใจคนที่บอกว่าอยู่ตรงกลาง

เพราะคนเหล่านี้หรือพวกนี้ ใครรบชนะ มันอยู่ฝ่ายชนะอยู่แล้ว

ไม่รู้ว่าทักษิณ ผิดหรือถูก เพราะถูกกล่าวหา

แต่เพื่อให้รับรองและรองรับให้ทักษิณ ผิด ก็มาเขียนกฎหมายกันใหม่และมีผลย้อนหลัง

ให้เขาผิด

ถึงทักษิณจะผิด หรือถูก จะถูก หรือผิด

ไม่นานทักษิณก็ต้องตาย และเอาเงินติดตัวไปไม่ได้แม้แต่สตางค์แดงเดียว

แต่ความชั่วความเลวมันไม่ได้อยู่ที่ประเด็นนั้น

แต่มันอยู่ที่กระบวนการในการดำเนินการที่ใช้ในการจัดการทับทักษิณ

มันโครตเลว มันรับไม่ได้ มันไม่ยุติธรรม

และกระบวนการ ในการดำเนินการเรื่องนี้

มันจะเป็นบรรทัดฐานของประเทศตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน

ซึ่งมันยากที่จะลบล้างได้ และจะเป็นข้อกล่าวอ้างให้มีกลุ่มคนในอนาคต

นำมากล่าวอ้างในการดำเนินการซ้ำแบบนี้อีก

เรื่องนี้มันชั่วมาตั้งแต่ต้น

ศาลท่านโปรดจงพิจารณา

ทุกสิ่งทุกอย่างต่างล้วนไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อแผ่นดินแทบทั้งสิ้น

..................................................................

ในโลกนี้ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีแต่เสื่อมถอย และสูญสิ้นไป

แต่ที่มีอยู่ เช่นอังกฤษ หรือญี่ปุ่น โดนชาวบ้านตรวจสอบ และวิพากษืได้ทั้งสิ้น

มีผู้ใหญ่หลายท่านพูดอยู่เสมอว่า ต่อให้ตนเองเป็นคนดีมากมายขนาดไหน

แต่ถ้าตนเองไม่สามารถควบคุมสั่งสอน ให้คนในครอบครัวของตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นลูกเมีย เป็นคนดีได้

หรือแม้จะสอนสั่งให้เป็นคนดีไม่ได้ ก็ต้องควบคุมได้

แต่ถ้าทำอะไรไม่ได้เลย ก็อย่าไปริอ่านสอนคนอื่นเขาให้เป็นคนดี

แช่ม

แช่ม wrote:
จาตุรนต์....น่าจะเสนอ

วันที่ "26 ก.พ." เป็นวัน "ประชาธิปไตย" ดีไม๊ ครับ

คือ เป็น ประชาธิปไตย ของ พวก "แดง ดูไบ"

ประเภท "ประชาธิปไตยแบบกินได้" ไง

ฮ่า...


ไอ้สมองตื้นแช่ม

GT.200 -

GT.200 - ฮ่ากว่าเยอะ.!!!

ขอบคุณ GT.200

ทุกวันนี้ทีวีกลายเป็นเหมือนหม

ทุกวันนี้ทีวีกลายเป็นเหมือนหมาเน่า เปิดทุกทีทนฟังรัฐบาลเฮงซวยใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามอยู๋ฝ่ายเดียวมอมเมาให้คนเชื่อว่าคุณทักษิณผิดก่อนที่ศาลจะตัดสินเสียอีก ชาติชั่วเลวทรามจริงๆ กรรมจะสนองพวกมันชาตินี้แหละคอยดูกันไป

วันนี้วันที่ ๒๕ ก.พ.

วันนี้วันที่ ๒๕ ก.พ. หนึ่งวันก่อนศาลตัดสินคดียึดทรัพย์

เดิมไม่เคยคิดว่าจะก้าวล่วงคำตัดสินของศาล เพราะเหมือนหมอดูที่คลาดเดา ซึ่งอาจถูกบ้างผิดบ้าง (ถ้าถูกก็ดัง ...และหมายถึงทรัพย์สินเงินตราในวิชาชีพหมอดูก็จะเพิ่มพูน ...)

เมื่อติดตามข่าวสารบ้านเมืองเกี่ยวกับเรื่องนี้จนถึงปัจจุบันที่สื่อสารและคนในแวดวงออกมาให้ความคิดเห็นและคาดเดาการตัดสินคดีของศาลเป้นจำนวนมาก และศาลเองก็ใจกว้างมิได้ห้ามปรามหรือส่งสัญญาณเตือนมิให้กระทำ ทำให้รู้ว่าการวิพากษ์และคลาดเดาเป้นสิ่งที่กระทำได้ตามกฎหมาย

และเมื่อติดตามข้อวิพากษ์และคลาดเดาของทุกหมู่เหล่าจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีประเด็นสำคัญมากประเด็นหนึ่งที่สาธุชนยังมิได้หยิบยกมาให้สาธารณชนพิจารณา คือ ประเด็นภาระการพิสูจน์ในคดี

สิ่งที่จะเสนอต่อไปนี้ จะนเสนอแบบชาวบ้านเพื่อให้เข้าใจสาระที่จะนำเสนอง่ายๆ

๑) คดียึดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้านนี้เป็นคดีแพ่ง

๒) ภาระการพิสูจน์ตามกฎหมายคดีนี้ ตกได้แก่ฝ่ายคุณทักษิณ

๓) การพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีของศาล เป้นการใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยาน

การใช้ดุลยพินิจชั่งน้ำหนักพยานของศาลเกี่ยวโยงกับข้อกฎหมายตามข้อ ๒) ที่ว่าภาระการพิสูจน์ตามกฎหมายคดีนี้ ตกได้แก่ฝ่ายคุณทักษิณ

ในทางกฎหมายคดีนี้ จึงมิได้ยุ่งยากและซับซ้อนอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ เพราะในคดีแพ่งหากพยานฝ่ายคุณทักษิณมีข้อพิรุธและน่าสงสัยแม้เพียงส่วนน้อย ก็เท่ากับว่า ฝ่ายคุณทักษิณไม่สามารถพิสูจน์ประเด็นคดีตามข้อ ๒) ได้ เท่ากับศาลสามารถตัดสินคดีให้ฝ่ายคุณทักษิณแพ้คดี โดยมิต้องพิจารณาข้อกล่าวอ้างและพยานฝ่ายคตส.เป้นหลักแต่อย่างใด

ในทางคดี ศษลเพียงแต่จับผิดหรือจับพิรุธและข้อน่าสงสัยในพยานหลักฐานของฝ่ายคุณทักษิณให้ปรากฎ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะตัดสินคดีให้ยึดทรัพย์ได้แล้ว

ปล. ก็สวมวิญญาณหมอดู(เพราะได้รับความคุ้มครองตามที่ปรารภมาข้างต้น) ฟันธงคดียึดทรัพย์ว่า "ยึดทั้งหมด" แน่นอน

Kannika Rachaprarop

Kannika Rachaprarop wrote:
ไม่ใช่เรื่องเงินที่คุณทักษิณมี...ที่จริงมีเหตุสมทบอีกหลายเรื่อง
เหตุสำคัญกว่าก็คือ พวกค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ค้ายาเสพติด ฯลฯ ถูก ทักษิณทุบโอ่งสมบัติ
มันก็เลยรวมหัวกัน เก็บ ทักษิณ

ผมเห็นด้วยครับ สมัยนั้นมีปราบปรามพวกพ่อค้ายาเสพติดแล้วยึดทรัพย์กันมาก
คงจะมาทวงคืนกันนะแหละ

มึงบอกเป็นยุคอำมาต์เขาเพิ่งมี

มึงบอกเป็นยุคอำมาต์เขาเพิ่งมีมาหรือไงไอ้ควายเขามีมาตั้งแต่มึงยังไม่เกิดพอพ่อมึงมาเป้นใหญ่กินบ้านกินเมืองพอเขามาดักคอพ่อมึงพ่อมึงก็ไม่ชอบแล้วมาด่าว่าเขาไอพวกควายแดงก็ไม่รูอะไรฟังเขามาแล้วมาทำตามไม่มีสมองคิดได้ไงวะว่าเป็นยุคอำมาต์ไอฟาย

เจ้าของ wrote:ยึดทรัพย์

เจ้าของ wrote:
ยึดทรัพย์ มันมาจากกระบวนการ ที่รวยโดย ไม่โกง แต่แฝง ทำลับๆล่อๆ โยกย้าย ถ้ายเท ไม่เดินไปตามเส้น
บางคนบอกอำมาตย์...ไม่ดี แต่เราก็นับถือพวกอำมาตย์ มานานเต็มที
ญาติมิตร โคตรเหง้า ศักราช พวกคุณก็อยากเป็นอำมาตย์
เป็น ข้าราชการ เป็นนักการเมือง ไม่ว่าท้องถิ่น หรือระดับชาติ
แน่จริงพวกคุณ เหวี่ยงทิ้งทั้งหมดเหรียญตรา เพราะทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น อำมาตย์
พอไม่ได้ดังใจ บอก ระบบอำมาตย์ ไม่ดี
แต่พอญาติมิตรจะถูกถอดยศ ร้องกันเองๆๆๆๆๆ.....
ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นของทุกรัฐบาล ก็เหมารวม ว่ารวยที่สุดในโลก
แท้จริงผู้ได้ประโยชน์คือชาติบ้านเมือง............เด็กเปรตเอ้ย......ฟ้าเดียวกัน ว่าเข้านั่น

อำมาตย์กังฉิน นะครับ ไม่ควรมี คนดีๆ ไม่มีใครไปแตะต้องหรอก

ไอควายพวกมึงนี้เชื่อพ่อมึงจริ

ไอควายพวกมึงนี้เชื่อพ่อมึงจริงๆ ยุคอำมาตย์เขามีมาตั้งแต่มึงยังไม่เกิดแล้วทำไมเพิ่งเอามาพูดเพราะเขาไปดักทางโกงของพ่อมึงไม่เหรอไอพวกควายแดงอย่างพวกมึงก็ตามพ่อมึงทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็มารวมกันด่าเขาจริงไหมทำไมยุคก่อนๆพวกมึงไม่ด่าเขาละมีสอมงคิดหน่อยพ่อมึงโกงกิน ฆ่าคน ซุกหุ้นภาคแรกพอชนะก็บอกว่าเขาดีไม่เห็นมีใครมาประท้วงพวกมึงเอาแต่ได้จริงไอฟายจงยากจนอย่างนี้ตลอดไปเถอะ

วีธีการบริหารประเทศไทย(เพื่อต

วีธีการบริหารประเทศไทย(เพื่อตัวกูเอง)ของตักขี้จากคนจนกลายเป็นคนรวย (รวมความชั่ว)
1. แก้ พรบ.สรรพสามิตโทรคมนาคม ให้เสียภาษีน้อยลง ได้ผลประโยชน์ 8,000 ล้าน
2. ลดสัมปทาน itv ได้ผลประโยชน์ 20,000 ล้าน แถมได้สถานีโทรทัศน์ที่เคยมีอุดมการณ์ เปลี่ยนมาทำลายวัฒนธรรม โดยการเอาหนังเกาหลีมาฉาย และปิดสื่อความไม่ดี สร้างภาพดีๆให้ตัวเอง (กลุ่มชินคอร์ป ถือหุ้น itv 53%)
3. ตั้ง ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้พี่ชายตนเองคุมทหาร
4. ตั้ง เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น รอง ผบ.ตร. ก็ได้พี่เขยตนเองคุมตำรวจ
5. ตั้ง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็น ประธาน กกต ก็ได้ตำรวจพวกพ้องตัวเองคุม กกต.
6. ตั้ง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็น ผอ.กองสลาก ก็ได้ตำรวจพวกพ้องตัวเองคุม กองสลาก
7. ตั้ง พล.อ.อ.คงศักดิ์ วัณทนา เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้เพื่อนคุณหญิงอ้อ...มาคุมทุกเหล่า
8. กล่าวคําพูดท้าทายพวกก่อการร้ายในภาคใต้ว่าเป็นแค่โจรกระจอกอย่าไปใส่ใจทํา ให้เกิดความรุนแรงคนตายมากมายและยังหลุดปากด่าทหารว่าสมควรตาย
9. ปล่อยเงินกู้ให้พม่า 4,000ล้าน เพื่อนำมาเช่าช่องสัญญาณ IP Star ของตัวเอง ถึงกำหนดแล้วพม่ายังไม่ใช้หนี้เลย
10. เจรจาเซ็น FTA กับจีน ให้จีนนำเข้า หอม กระเทียม เข้ามาไม่เสียภาษี เกษตรกรที่ปลูกหอมปลูกกระเทียมทางเหนือก็ตายสิครับ ส่วนไทยได้ขายธุรกิจช่องสัญญาณดาวเทียม IP Star
11. เจรจาเซ็น FTA กับออสเตเรีย ให้นำเข้า นม ไวน์ เข้ามาไม่เสียภาษี ทำลายเหล้าไวน์พื้นบ้านOTOP ทำลายนมพระราชดำริ ส่วนไทยได้ขายธุรกิจช่องสัญญาณ IP Star
12. ในเดือนพฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมติส่งเสริมการลงทุนโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ของชินแซทเทิลไลท์ โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะรายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่เป็นกิจการที่ลงทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่รู้ไปยกเว้นภาษีทำไม บริษัทจึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้อีก 16,459 ล้านบาทต่อปี
13. แปรรูปขายหุ้น ปตท วันแรก เปิดขายหุ้นหมดภายใน 1 นาที 17 วินาที ตระกูลใครละที่ได้ซื้อหุ้นไป หลังจากแปรรูป น้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ให้กองทุนน้ำมันของคนไทยขาดทุนกว่า 70,000 ล้านบาท แต่ ปตท ได้กำไรปี 2548 จำนวน 160,000 ล้านบาท แล้วกำไรแทนที่จะเป็นของรัฐ ก็กลายเป็นกำไรของตระกูลพวกถือหุ้น
14. ซุกหุ้นภาคแรก ให้เมียตัวเองขึ้นศาลรับผิด ซุกหุ้นภาค2 ให้ลูกชายตัวเองขึ้นศาลรับผิด ไหนบอกว่ารักครอบครัวไง
15. บริษัทของลูกท่านได้เงินกู้ 5,000 ล้าน จาก ICT ดอกเบี้ย0% ไม่กำหนดเวลาชำระคืน แถมได้รับการเว้นภาษีจากบีโอไออีก ทำสวนสนุกได้รับการเว้นภาษี
16. ได้รับสัมปทานสื่อโฆษณาที่รถไฟใต้ดิน โดยที่ไม่ได้รับการเปิดประมูลเพื่อแข่งขันกับบริษัทอื่น
17. ตักขี้ สั่ง รมต. กลางวง ครม. ลดค่าเช่าพื้นที่ย่านสยามสแควร์ เปิดทางลูก-หลานเปิด สตูดิโอ – ร้านกาแฟ อ้างค่าเช่าแพงเกินจริง
18. ลดเงินค่ารถไฟฟ้า-ใต้ดิน พอดีกับงานสวนสนุกธุรกิจของลูกๆ สอดคล้องสนับสนุนกันพอดี บังเอิญจริงๆ
19. ตักขี้พูดว่า “จังหวัดไหนเลือกไทยรักไทย จะให้ความดูแลก่อน” น้ำท่วมภาคใต้ 5 วันแล้ว แต่ทักษิณไปช่วยหาเสียง เลือกตั้งซ่อม ไปกินก๋วยเตี๋ยวสร้างภาพ ไปเดินตลาดหาเสียง ทั้งๆที่มี สส อยู่เต็มสภาแล้ว แต่ที่ต้องลงใต้ไปดูน้ำท่วมวันศุกร์เช้า เนื่องจากกลัวสนธิพูดตอนเย็นในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
20. การที่มีพวกพ้องตัวเองเป็น กกต. จึงเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งให้สามารถโกงการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นได้อีก 2 วิธี
o ปั๊มตรายางอีกชุดรอเวลาเปลี่ยนกล่องบัตรได้ทุกเวลา
o หมึกมีแบบล่องหน และ แบบโผล่ขึ้นมาได้ (ในทางเคมีสามารถทำได้)
21. ปิดข่าวเรื่องไข้หวัดนกทําให้ชาวบ้านที่ไม่ทราบต้องตายแล้วยังไปแสดงการกินไก่ไปหัวเราะไปเพื่อ ซีพี.นายทุนพรรคเท่านั้น
22. ทําให้เกิดการฆ่าตัดตอนประชาชนผู้บริสุทธิ์ กว่า 2000 คนจากการปราบยาบ้าสั่งฆ่าคนได้หน้าตา เฉย โหดร้ายทารุณ
23. ซุกหุ้นปั่นหุ้น ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้กับญาติพี่น้อง เอาเงินไปฟอกต่างประเทศ เอาเปรียบในการทําธุรกิจผูกขาด ทั้งรับทั้งจ่ายใต้โต๊ะจนคนในวงการธุรกิจเขารู้กันหมดค้า กำไรเกินควร จนรํ่ารวย มหาศาลโกง
24. ที่ดินวัดของสนามกอล์ฟอัลไพน์ มีคนโกงที่ดินธรณีสงฆ์เอามาทำสนามกอล์ฟ แล้ว ทักษิณ ไปซื้อต่อทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่ดินนั้นได้มาไม่ถูกต้อง เพราะไม่กลัวบาปกรรม
25. ประชาชนเสียรู้ตักขี้ เรียนฟรี 12 ปี นโยบายรัฐที่เปิดช่องให้โรงเรียนนำค่าใช้จ่ายอย่างอื่นมาเพิ่มแทนค่าเทอม นั่นแหละ สุดท้ายก๊อไม่ได้เรียนฟรีอยู่ดี เป็นความล้มเหลวที่เห็นได้ชัดเจนของการปฎิรูปการศึกษาไทย ประชาชนจะถูกหลอกอีก 4 ปีเอาเข้าไป เป็นความจริงที่สุดเลย นี่คือการโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในโลกนี้ ซึ่งหาดูไม่ได้ที่ไหนนอกจากประเทศไทย ที่กฎหมายบอกว่าเรียนฟรี แต่ความจริงมีใครบ้างที่เรียนฟรี ถามผู้ปกครองทุกคนดูได้เลย ออกความเห็นแค่นี้นะ ขอตัวไปกู้เงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกก่อน
26. ชั่วเวลาแค่ปีเศษ ๆ รัฐบาลชุดนี้ก็ทำให้สถานการณ์ภาคใต้ที่ร่มเย็นเป็นสุขมานานหลายสิบปี กลับร้อนระอุกลายเป็นแดนมิคสัญญี
27. เช่าน่านฟ้า เช่าผืนแผ่นดินไทย ราคาเช่าช่างถูกจัง มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า ตนเองน่าจะรู้ดี ไหนบอกว่าแผ่นดินไทยจะไม่ให้หายแม้แต่ตารางนิ้วเดียวไง ใช้อำนาจจนเลยเถิดไม่เห็นด้วยคิดไงท่าน นายก ที่ให้เช่า 15 ปี แถมมีเปลียนสัญญาได้ ทุกๆๆ 5 ปี เหมือนทำ ธรุกิจเลยอ่าขอเชิญชาวไทย เรียกร้องอฺธิปไตยชาติไทยกลับมาด้วยขอให้มี สส สว ที่ยังพอมีความเป็นไทย ทีมิใช่มีความเป็น ทรท. ช่วยกันคัดค้าน ล่ารายชื่อด้วยครับผมว่ามันเกี่ยวกันหมดแหละครับ ตั้งแต่ AIS (มือถือ) ไทยคม1 ไทยคม2 IPstar ชินคอร์ป ธนาคาร ธุรกิจ การเมือง อยู่ในมือสิงคโปร์ทั้งหมดแล้วครับ
ชัดเจน มีผลประโยชน์ทับซ้อนแหง๋ ไม่งั้นไม่งุบงิบกันทำหรอก อย่านึกว่าประชาชนโง่ นะคุณนายก
ยุคตักขี้คือ ยุคของเงินเหนือรัฐ ยุคตำรวจรังแกประชาชน ยุคทหารฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ยุคความรุนแรงอยู่เหนือเหตุผล
28.ฉลาด อย่างตัวจับยาก เอาเงินหลวง ไปหว่านให้รากหญ้าแล้ว ผ่านกระเป๋ารากหญ้า แบบเคาะกะลาให้หมาดีใจ ผ่านธุรกิจมือถือ เข้ากระเป๋ามันเอง
29.ยุบสภาหนีความผิด เนื่องจากนายกองค์การนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ล่า 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง
30. ยุบสภาได้ยังไงไม่ได้มีปัญหาภายในสภาสักหน่อย อภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้ ฝ่ายค้านมีไม่พอ
31. วันที่ประกาศยุบสภา ประกาศพร้อมกันว่าให้ไปเลือกตั้งวันที่ 2 เมษา ได้ยังไง รู้ได้ยังไง ไหนว่า กกต. เป็นกลางไง
32. กระบังลม อยากมีสมเด็จพระสังฆราชประจำตระกูลตัวเอง จึงให้นายวิษณุ เครืองาม ลงนามแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสโณ วัดสระเกศ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2547 เสมอกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา อ้างว่า สมเด็จญาณฯ ทรงประชวร ไม่สามารถประกอบศาสนกิจได้ ทั้งๆที่มี VDO วันที่ 13 มีนาคม 2547 สมเด็จพระสังฆราชพระราชทานรางวัลให้กับเด็กนักเรียน ที่ได้รับทุนของมหามกุฏราชวิทยาลัย ในการประกวดเรียงความเรื่อง สมเด็จพระสังฆราช 90 พรรษา
33. คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ตรวจเจอการทุจริตของรัฐบาลหลายเรื่อง ล่าสุดตรวจสอบเจอการทุจริต CTX ทางรัฐบาลจึงอ้างว่ากระบวนการสรรหาคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(ผู้ว่าการ สตง.) มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (ทั้งๆที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) คุณหญิงปิดห้องทำงานแล้วยังไปงัดห้องคุณหญิง คิดจะหาหลักฐานทุจริตที่ห้องคุณหญิง ล่าสุดคนดีอย่างคุณหญิงก็ได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม
34. จัดซื้อเครื่องบินรบ ซู30 ตั้งงบประมาณไว้ 35,000ล้าน ทั้งที่รัสเซียบอกว่าขายแค่ 20,000ล้าน กะจะกินตั้ง 15,000ล้าน เครื่องบินเป็นแบบบินระยะไกล เสียค่าซ่อมเยอะ (ไทยนี้รักสงบ) เราเป็นพวกบุกรุก หรือ ตั้งรับ ถ้าเราเป็นฝ่ายตั้งรับ แล้วจะซื้อเครื่องบินระยะไกลทำไม ให้ช่างทหารอากาศเลือกซื้อ ทำไมไม่ให้นักบินเป็นคน เลือก เพราะฝ่ายช่างอยู่ในความดูแลของ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วัณทนา สามีของเพื่อนคุณหญิงพจมาน...
35. ก่อนขายหุ้นบอกว่าจะไปพักผ่อนที่สิงคโปร์ 4 วัน เดินเล่นที่สิงคโปร์ไปเดินครึ่งวันอยากมากก็วันเดียว ก็ไม่รู้จะไปเดิน ที่ไหนแล้วนี่ไปถึง 4 วันเจรจาขายหุ้น แต่โกหกประชาชนคนไทยว่าจะไปพักผ่อน บอกตรงๆก็ได้
36. จัดซื้อ CTX ราคา ระหว่าง บทม.และใบแจ้งราคาสินค้าของบริษัท อินวิชั่นฯ เป็นเงินประมาณ 283,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 11.30 ล้านบาทต่อเครื่อง หากคิดรวม 26 เครื่อง เป็นเงิน 7.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 294.4 ล้านบาท ซึ่ง “ส่วนต่าง” ราคานี้ถูกนำไปใช้บันทึกซ้ำซ้อน โดยอ้างว่า เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการซื้อเพิ่มเติม ทั้งที่รวมอยู่ในราคา 35.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,432 ล้านบาท กะจะกิน 1,432ล้าน – 294.4ล้าน = ?
37. ร่วมทุนชินคอร์ปกับมาเลเซีย เปิดธุรกิจสายการบิน Low Cost แล้วสั่งยกเลิกเที่ยวบินการบินไทยที่ได้กำไร แล้วเอาสายการบินของตัวเองไปบินทับที่แทน ทำให้การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินของคนไทยขาดทุน แล้วทำ หนังสือถึงหน่วยงานราชการว่านอกจากการบินไทยแล้ว สามารถใช้งบหลวงเบิกค่านั่งเครื่องบิน Low Cost ได้ด้วย แล้วยังขายหุ้น Low Cost ให้สิงคโปร์อีก ทำให้ Low Cost ที่มีเที่ยวบินที่กำไรดีที่สุด(แย่งจากการบินไทย) เป็นเที่ยวบินของ มาเลเซีย+สิงคโปร์ (ขายชาติ)
38. โทรศัพท์เครื่องที่ระบบ 1900 "ไทยโมบาย" ของ ทีโอที มันให้ ทีโอที ตั้งเสาเฉพาะใน กทม. ส่วนในต่างจังหวัด มันไม่ยอมให้ตั้งเสาทั้งๆที่ ทีโอที มีที่ดินอยู่มากมายในต่างจังหวัด มันสั่งให้ ระบบ 1900 ของทีโอที ในต่างจังหวัด ใช้เสาสัญญาณของ AIS โดยโทร 3 บาท ทีโอที ต้องจ่ายให้ AIS 2 บาททีโอที ได้ 1 บาท สุดยอดไหมละครับ
39. ปี 2535 – วิ่งเต้นจนได้รับสัมปทานดาวเทียมไทยคมโดยการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาลเผด็จ การ รสช. โดยอิงความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งก็ชดใช้บุญคุณมาจนถึงสนับสนุน 2 คนสนิทของท่านให้ได้ดีในยุคนี้ คือ พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ เคยได้เป็นรมว.กลาโหม และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาสรานนท์ เพิ่งได้เป็นผบ.สูงสุด
40. การพูดจาบจ้วงดูหมิ่นพระบรมฯ
o สำนักราชเลขาฯ ขอให้รัฐบาลพิจารณาเครื่องบินราชพาหนะลำใหม่..แทนลำเก่าที่ชำรุดมากแล้ว .....ตักขี้ อ้างว่า ไม่มีงบประมาณ แต่สุดท้าย ซื้อเครื่องบินไทยคู่ฟ้าให้ตนเองและครอบครัวนั่งก่อน..จากข่าวที่น้องสาว ทักษิณใช้เครื่องบินไปฉลองวันเกิดที่เชียงใหม่...............
o ตักขี้ใช้อุโบสถวัดพระแก้วในการทำบุญประเทศ (แต่แต่งกายในชุดสบายๆไม่เป็นทางการ) ทั้งๆที่ประธานในการทำบุญระดับประเทศควรเป็นพระองค์ท่านมากกว่า...ที่สำคัญ อุโบสถวัดพระแก้วเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับประกอบศาสนพิธีของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน..ไม่มีการขอพระบรมราชานุญาต..พอสนธิพูดในรายการ ..รีบขอพระบรมราชานุญาตย้อนหลัง...จนพระองค์ท่านออกมาตรัสในวันที่ 4 ธันวาคมว่า นายกฯจะให้ท่านทำอะไรก็ทำให้หมด แต่ควรพิจารณาด้วยว่า สมควรหรือไม่
o ตักขี้กล่าวว่า ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี ผีที่ไหนจะจงรักภักดี....คนระดับทักษิณมีการศึกษาสูงพอ ผ่านงานพระราชพิธีมามากมาย..ย่อมควรรู้ดีว่าสมควรพูดเช่นนี้หรือไม่....ถ้า มีปัญญาก็ควรพูดว่า ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี ใครเล่าที่จะจงรักภักดี มากกว่าครับ
o ตักขี้กล่าวว่า ถ้าในหลวงมากระซิบข้างหู...(พูดว่าข้างหู) ว่าออกเถอะ จะกราบพระบาทบังคมลาทันที...คำหลังยังใช้ราชาศัพท์เป็น แต่คำหน้าไหงใช้คำว่า มากระซิบข้างหู...ทักษิณ ไม่ควรทำตัวเสมอพระองค์ท่าน

o แม่ยายของตักขี้ กล่าวจาบจ้วงว่า บางทีตนอาจขอม็อบพระราชทานบ้าง คำว่า สิ่งพระราชทาน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มงคล เป็นสิ่งที่ดี แต่คำว่า ม็อบ หมายถึง กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องบางอย่าง พระองค์ท่านจะพระราชทานได้อย่างไร...ไม่สมควรพูด
o ตักขี้ กล่าวว่า ตนเป็นนายกฯพระราชทานอยู่แล้ว ถ้าได้กลับมาอีกครั้ง พระองค์ท่านต้อง...ใช้คำว่า ต้อง เซ็นต์ให้ตนเป็นนายกฯอยู่วันยังค่ำ
o ตักขี้ ชินวัตร กล่าวว่า โผทหารที่นายกฯเซ็นต์แล้ว ใครจะกล้าเปลี่ยน...หมายถึงใคร เพราะโผทหารหลังจากนายกฯเซ็นต์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำทูลเกล้าฯ ใครที่นายกฯหมายถึง........ การจาบจ้วงด้วยวาจาและการกระทำถึง 7 ครั้ง ไม่เห็นมีใครที่บอกว่า รักในหลวง ออกมาปกป้องพระองค์ท่านสักคน โดยเฉพาะตำรวจและทหาร พอสนธิออกมาปกป้อง..ก็โจมตีกันใหญ่..ไม่เข้าใจคนไทยเลยครับ
41. ใช้หนี้ IMF เกิดจากการออกพันธบัตรให้คนไทยและชาวต่างชาติซื้อ แล้วนำเงินไปใช้หนี้ ความจริงก็คือ *** ้หนี้จากคนไทยและชาวต่างชาติ มาใช้หนี้ IMF สร้างภาพ เพราะเราก็ยังเป็นหนี้อยู่ดี
42. ตัวเลขรายได้เฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้น ถ้าไม่นำรายได้ของตักขี้มารวม แล้วหาร 60ล้าน ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นไหม? พ่อแม่พี่น้องคิดดูดีๆ
43. โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยยากจนไม่ต้องเสียเงินรักษาแม้แต่สตางค์เดียว ส่วนคนพอมีเงินบ้างก็จ่ายตามมีตามเกิด คนรวยไม่ต้องพูดถึง จ่ายเต็มที่อยู่แล้ว ทำให้โรงพยาบาลมีเงินหมุนเวียนจับจ่ายซื้อยาได้เต็มที่ ผู้ป่วยก็ได้รับการรักษาเท่าเทียมกันไม่แบ่งชั้น การฟ้องร้องหมอก็มีน้อย แต่พอนายทักษิณเข้ามา แล้วมีโครงการ 30 บาทตายทุกโรค คนทุกระดับเสีย 30 บาทเท่ากันหมด ทำให้โรงพยาบาลขาดทุนยับเยิน ทำให้ไม่สามารถจับจ่ายซื้อยาดีๆมารักษาผู้ป่วยได้ คนไข้ตายมากขึ้น มีการฟ้องร้องหมอมากขึ้น จนหมอส่วนหนึ่งลาออกไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนหรือเลิกอาชีพแพทย์ไปเลย คนมีเงินส่วนใหญ่ไม่อยากไปรักษา รพ รัฐ เพราะกลัวตาย จึงหนีไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน ทักษิณวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอย่างนี้ จึงไปกว้านซื้อ รพ เอกชนดีๆไว้เกือบหมด เพื่อขูดรีดคนพอมีเงิน ส่วนคนชั้นกลางจะหนีโรงพยาบาลรัฐไปหาหมอที่คลินิก อย่าเข้าใจผิดว่าหมอที่เปิดคลินิกเป็นหมอพาณิชย์ หมอที่ทำงาน รพ รัฐ เงินเดือนเริ่มต้นแค่ 8,000 บาท (แปดพันบาท) เพิ่งได้ขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วเป็น 10,000 บาท ตอนเกษียณอายุได้เงินเดือนแค่ 30,000 กว่าบาท แล้วจะให้พอกินพอใช้ได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องเปิดคลินิกหลังเลิกงานเพื่อหารายได้เสริมพอเลี่ยงตัวเองและ ครอบครัว ส่วนใหญ่หมอคลินิกมักไม่คิดค่าตรวจ (doctor free) เพราะได้กำไรจากค่ายาค่อนข้างเยอะแล้ว เพราะสามารถซื้อยาจากบริษัทยาได้ในราคาเป็นแกลลอน ซึ่งต่างจากร้านขายยาทั่วไปต้องซื้อเป็นขวดเล็กๆ ราคาจึงต่างกันมาก ยกตัวอย่าง ยาพาราแก้ไข้ ขนาด 60 ซีซี ร้านขายยาขายขวดละ 12-60 บาท แต่คลินิกเอายาจากแกลลอนแบ่งใส่ขวด 60 ซีซี ราคาทุนแค่ขวดละ 3-15 บาทแล้วแต่ยี่ห้อ ดังนั้นหากหมอขายในราคาเท่าร้านขายยาก็ได้กำไรมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดค่าตรวจ ทำให้ค่ารักษาพยาบาลในคลินิกถูกกว่าในโรงพยาบาลเอกชนมาก และแพงกว่าใน รพ รัฐไม่มาก คนชั้นกลางจึงไปใช้บริการของคลินิกมาก เพราะบริการดีกว่าเร็วกว่า ทักษิณรู้แกวจึงวางแผนกดดันคลินิก โดยบังคับให้คลินิกเลิกจ่ายยาให้ผู้ป่วย แต่ให้ผู้ป่วยจ่ายค่าตรวจเพื่อแลกกับคำวินิจฉัยและใบสั่งยา เพื่อเอาไปซื้อที่ร้านขายยาแทน จากนั้นก็ให้ยายสุดารัตน์ไปเทคโอเวอร์ยี่ปั๊วขายยาที่ขายให้แก่ร้านขายยาราย ย่อยและโรงพยาบาล ตัวอย่างคือ บริษัทฟาสซิโน และอื่นๆ เพื่อเป็นโมโนโปลี่ขายยาแต่ผู้เดียวขูดรีดจากผู้ป่วยได้ตามใจชอบ ทำให้ผู้ป่วยชั้นกลางเลิกมาคลินิก เพราะไม่อยากเสียเวลา 2 ต่อ แถมยังเสียเงินแพงพอๆกับ รพ เอกชนอีกด้วย จึงหันไป รพ เอกชนแทน ทักษิณจึงกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชนดีๆไว้ ทักษิณมันเลวมั๊ย.......
44. บ้านเอื้ออาทร...ช่วยให้เป็นหนี้กองทุนวายุพักตร์ของตัวเอง แต่เอาธนาคารรัฐมาบังหน้าไว้ก่อน ทั้งที่เราก็มี อาคารสงเคราะห์มาตั้งนานแล้ว แถมเอาที่ดินราชพัสดุมาทำอีก ไม่ได้ลงทุนอะไรสักอย่างแต่กำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง...นี่แหละ นายกนักธุรกิจ
45. กองทุนหมู่บ้าน ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว กองทุนหมู่บ้านนับว่าเป็นนโยบายที่ดีมากๆๆๆ แต่การนำมาใช้กับประเทศไทยนี่นับว่า ไม่ควรครับ เพราะ เป็นการทำให้ ชาวบ้านเอาหนี้นอกระบบ มาเป็นในระบบ และในที่สุด ชาวบ้านก็ชักดาบ ไม่จ่ายเงินให้กับกองทุนหมู่บ้าน เพราะว่า ไม่มีกฏหมายตัวไหนจะเล่นได้เลยครับ จะใช้ กฏหมายแพ่งมาเล่น กับการที่ไม่ยอมใช้หนี้ก็ไม่ได้ เพราะว่า นี่มันขัดกับหลักการของ กองทุน จริงๆจะเล่นก็ได้ครับ แต่ถ้าเล่นแล้วรับรองว่า เป็นข่าว ทางรัฐก็เลยยอมๆเงียบๆไป และตามหลักการแล้ว เงินกองทุนที่เขาให้เอามานั้น เขาให้เอามาลงทุน ครับ ไม่ใช่เอามา ดาวส์รถ ซื้อ มือถือ ครับ นี่นับว่าผิดวัตถุประสงค์กองทุน และไม่ได้ดำเนินตามหลักการเลยแม้แต่นิดครับ ที่เป็นแบบนี้เพราะว่า คนควบคุมกองทุนในแต่ละหมู่บ้านนั้น ก็คือ คนในหมู่บ้านกันเอง และก็เป็น ผู้ใหญ่บ้านนั่นเองครับ ซึ่งก็ไม่ได้รับการอบรมเรื่องการบริหารเงินเลย และก็ยังมีนอกมีในอีก กองทุนหมู่บ้านจึงล้มเหลวด้วยประการนี้ครับ
46. ถ้าประชาชนเป็นหนี้ ธกส.แล้ว บ้านเอื้ออาทร และกองทุนหมู่บ้านก็แล้ว สิ้นเดือนหาเงินจ่ายดอกไม่ได้ อย่าลืม *** ้ Capital OK ธุรกิจผมนะครับ
47. แปรรูปการท่าเรือ แล้วทำโครงการพัฒนาท่าเรือคลองเตย ต่อด้วยท่าเรือบ้านฉาง แล้วให้เทมาเส็กซื้อหุ้นการท่าเรือของประเทศ โดยมีข้อตกลงให้ขุดคอขอดกระ ดังนั้นจึงมีโครงการ Mega Project ขุดคอขอดกระ ขณะที่เทมาเส็กสิงคโปร์ขายท่าเรือที่ประเทศตัวเองให้กับดูไบ
48. ให้สัมปทานเหมืองทองคำ 19 ปีที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์กับออสเตรเลีย โดยไทยได้ค่าสัมปทานประมาณ 250 ล้านบาท ค่าดำเนินการ 30 ล้านบาท ได้ค่าภาษี 700 ล้านบาท ต่างประเทศได้จากการส่งออกทองคำที่ขุดได้กว่า 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันขุดหมดแล้วรวมเวลา 4ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอสัมปทานเหมืองทองคำที่ใหม่ต่อ จาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
49. ร่าง พรบ.เศรษฐกิจพิเศษ กำลังพยายามเปลี่ยนกฎหมายให้ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินได้ จะเหมือนเกาะฮ่องกง ที่เคยเป็นของอังกฤษ, ใครทำผิดกฎหมายมาจากจังหวัดอื่น พอเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ กฎหมายนั้นไม่สามารถ ทำอะไรได้, เปิดบ่อนเสรี, ออกพันธบัตรหรือตราสารหนี้ใช้เอง ฯลฯ จะยึดครองประเทศเหรอ? ล่าสุดคุณหญิงอ้อ ได้กว้านซื้อที่ แถวสุวรรณภูมิเตรียมไว้แล้ว
50. โอนหุ้นให้ขี้ข้า คนขับรถ ปกปิดเลี่ยงภาษี / เลี่ยง กม. เลือกตั้ง
51. เสนอเงินซื้อ สส. พรรคอื่น / ซื้อคนโง่ๆเห็นแก่เงินให้เลือกตน
52. พูดจาโกหกตอแหลเป็นอาจิณ ตลอดจนพูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ด่าว่าคนอื่นเขาโง่กันหมด
53. เป็นนายกได้ เพราะศาล รธน. มีมติฉิวเฉียด / เงินเข้ามาเกี่ยวอีกครั้ง เพราะข่าวคราวขณะนั้น มีข่าวว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงิน 300 ล้านบาทก่อนมีการตัดสิน
54. พูดภาษาอังกฤษเหมือนเด็ก ป.6
55. ลูกๆ ก็เก่งกันจัง โอ๊ค เรียน ม. แอบเอาข้อสอบ (โพยคำตอบ) เข้าไปลอกในห้องสอบ ปรากฏว่าถูกจับได้ ความจริงต้องถูกลงโทษสถานหนัก ทักษิณต้องไปเจรจาถึง ม. ราม บังเอิญนายกสภา ม. ราม เป็นพวกเดียวกัน (อีดี้) จึงรอดพ้นความผิดได้แบบสองมาตรฐาน ส่วน เอม สอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้จึงต้องหาทางซิกแซกโดยการเข้าเรียนโครงการพิเศษคณะอุตสาหกรรมเกษตร ม. เกษตร ทั้งที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์ (ตามระเบียบคนที่มีสิทธิ์สอบจะต้องเรียนชั้นมัธยมปลายสายวิทย์เท่านั้น แต่ทะลึ่งสอบเข้าไปได้อย่างมหัศจรรย์ ผลสุดท้ายเรียนไปไม่รอดต้องย้ายคณะไปอยู่ภาคเรียนปกติ ซึ่งเป็นพวกที่สอบเข้าด้วยวิธีการสอบเอ็นทรานซ์ ซึ่งเป็นเป็นการโกงเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแบบสองมาตรฐาน สำหรับอุ้งอิ้ง เป็นที่ทราบกันดีว่าสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ด้วยวิธีใด เพราะปีนั้นมีข่าวคราวข้อสอบรั่ว เป็นข่าวครึกโครม เป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบสองมาตรฐานเช่นเดียวกัน สรุปแล้ว โคตรโกง และโกงทั้งโคตร
56 ตักขี้ สั่งเด้ง! ผวจ.-ผบก.ปัตตานีคนที่ถูกปืนลั่น น่าจะเป็นทั่นหน้าเหลี่ยนนะ ทั่นเล่นชี้นำขนาดนั้นหมาตัวไหนมันจะมากล้าขัดล่ะ เดี๋ยวก็ด่าเขาอีกน่าจะรู้ตัวนะ ว่าตัวเองปาก*** น่ะ...พอทีนี้มาปฎิเสธว่าไม่ได้ชี้นำ...
57. ตักขี้ สั่ง กกต. เด็กผมเอง สั่งอะไร ไม่เคยขัด ผมเพิ่งเซ็นอนุมัติงบให้ทางกกตที่ขอมาไปวันก่อน จะกล้าขัดใจผมได้งัย
58. ตักขี้ ถูกตัดสินติดคุกแต่ไม่ยอมติดคุก จึงมีสถานะเป็นนักโทษหนีคุก ในขณะที่นักโทษคนอื่น ๆ เมื่อศาลสั่งติดคุก็คือติดคุก จึงปฏิบัติตัวเป็นสองมาตรฐานไม่ยอมรับการตัดสินของศาล
59. กรณีสั่งฆ่าพี่น้องชาวมุสลิมที่มัสยิดกรือเซะ โดยฝีมือทหารแก่ (ปัจจุบัน รับจ้างเผาบ้านเผาเมืองด้วยค่าจ้างรองเท้ากอล์ฟหนึ่งคู่) และกรณีเข่นฆ่าประชาชนที่ตากใบ โดยมีทักษิณบินบัญชาการด้วยตัวเอง
60. ผลประโยชน์ทับซ้อน โดยตักขี้ ใช้อำนาจบาตรใหญ่สร้างความร่ำรวยให้กับบริษัทในเครือของตระกูลตักขี้
- การปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีสรรพสามิต โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 30,667 ล้านบาท
-การปรับลดส่วนแบ่งรายได้พรีเพดเป็น 20 % โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 39,588 ล้านบาท
-การแก้ไขสัญญาโรมมิ่ง โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 12,595 ล้านบาท
-การให้สิทธิประโยชน์ BOI ของไอพีสตาร์ โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (ชินแซทฯ) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 12,776 ล้านบาท
-การสั่งให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ให้พม่า โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (ชินแซทฯ) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 950 ล้านบาท

nnnn

nnnn wrote:
อันที่จริงสราน....ไม่น่าลงมาเล่นการเมือง ทำให้กระบวนการยุติธรรมและความเป็นกลางสูญเสียไป ตั้งแต่การรับรองการปฏิวัติรัฐประหารเป็นรัฐฐาธิปัตย์ การยกร่างรัฐธรรมนูญ การไปเป็นคณะฯ...ในองค์กรการเมืองต่างๆ
บ้านเมืองมันจึงต้องลุกเป็นไฟ เป็นใครๆก็ไม่ยอมให้ถูกกระทำหรือโดนรังแก ง่ายๆ แม้แต่สัตว์ประเภทอื่นเมื่อยามมีภัยก็ต้องสู้แม้จะจนตรอกก็ตาม โดยเฉพาะการรุมแบบสุนัขหมู่ โดยกลุ่มคนที่โดนตราหน้าว่ามือที่มองไม่เห็น บ้านเมืองไม่สงบก็เพราะคนกลุ่มนี้แหละ

ถูกใจมากๆ สำหรับความคิดเห็นของ คุณ nnnn

เหลืองใต้

เหลืองใต้ wrote:
ไอควายพวกมึงนี้เชื่อพ่อมึงจริงๆ ยุคอำมาตย์เขามีมาตั้งแต่มึงยังไม่เกิดแล้วทำไมเพิ่งเอามาพูดเพราะเขาไปดักทางโกงของพ่อมึงไม่เหรอไอพวกควายแดงอย่างพวกมึงก็ตามพ่อมึงทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็มารวมกันด่าเขาจริงไหมทำไมยุคก่อนๆพวกมึงไม่ด่าเขาละมีสอมงคิดหน่อยพ่อมึงโกงกิน ฆ่าคน ซุกหุ้นภาคแรกพอชนะก็บอกว่าเขาดีไม่เห็นมีใครมาประท้วงพวกมึงเอาแต่ได้จริงไอฟายจงยากจนอย่างนี้ตลอดไปเถอะ

ถ้าควายแดงอ่านหนังสือออก ง้านควายเหลืองเป็นฝ่ายพิมพ์แหงๆ (ประชาธิปไตยมีสิทธิเท่าเทียมกัน) ^___^

***สมมุติว่า ***ถ้าศาลไม่ตัดส

***สมมุติว่า

***ถ้าศาลไม่ตัดสินยึดทรัพย์ทักษิณ คมช. คตส.ก็หน้าแตก เพราะศาลไม่เล่นด้วย ไม่ยอมเป็นเครื่องมือ เช่นเดียวกับคดี ที่ รสช. ตั้งคณะกรรมการพิเศษ ตัดสินยึดทรัพย์ แต่ศาลฎีกายกฟ้อง

***ถ้าศาลตัดสินยึดทรัพย์ทักษิณ เท่ากับสร้างบรรทัดฐานใหม่ การปฏิวัติครั้งต่อไปถ้ามี ถ้าจะยึดทรัพย์ใคร ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการพิเศษ ชงเรื่องให้ศาลตัดสิน ศาลก็อาจตัดสินตามบรรทัดฐานที่มี หรือตามข้อเท็จจริง

***ศาลจะตัดสินทางไหน ก็ไม่เป็นที่พอใจคน โดยเฉพาะคนที่ยึดอำนาจทักษิณมา จะไม่พอใจอย่างแรงถ้าศาลไม่ยึดทรัพย์ทักษิณ ถ้ายึดก็จะไม่เป็นที่พอใจคนที่รักความยุติธรรม เพราะศาลที่ตัดสินนั้น อยู่ในอำนาจครอบงำของพวกโจรปฏิวัติ

***เราก็ต้องคอยดูผลวิบาก กันในปรโลก ผมบาลจะตัดสินคดี ผู้ปฏิวัติจะลงนรกขุมไหน คนถูกปฏิวัติ และถูกยึดทรัพย์จะลงนรกขุมไหน

***คนเราตายทุกคน ไม่พ้นวิบากกรรมที่เคยสร้างดีชั่วไว้ในโลกได้

lll wrote:เรียกว่า

lll wrote:
เรียกว่า ฟางเส้นสุดท้าย กับความเชื่อ เรื่อง ความยุติธรรมไทย ในยุค อำมาตย์ครองเมือง

คำพิพากษาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีคดียึดทรัพย์ทักษิณ

ความผิดข้อที่ 1 ของ นช.ทักษิณก็คือ การซุกหุ้น
ในประเด็นนี้ อัยการสูงสุดได้สรุปสำนวนฟ้องเอาไว้ว่า ในขณะที่นช.ทักษิณดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ณ ป้อมเพชร ได้ปกปิดการถือหุ้น “บ.ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,419,4790,150 หุ้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง แต่กลับมีการปิดบังอำพรางไว้ในชื่อของบุคคล 4 คนคือ นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ทั้งนี้ การซุกหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้เงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนในชื่อของนาย บรรณพจน์และการโอนหุ้นให้นายพานทองแท้และน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ได้ชำระเงินกันจริง โดยทำเพียงแค่ทำหลักฐานตั๋วสัญญาใช้เงินให้ไว้กับ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานรวมจำนวน 5 ฉบับเป็นเงินเพียง 1,124,335,225 บาท
นอกจากนั้น ยังได้ทำตั๋วสัญญาใช้เงิน “ลวงโลก” ย้อนหลังเพื่อสร้างหลักฐานเท็จเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลังอีก ซึ่งประจักษ์พยานที่ชัดเจนคือตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับวันที่ 16 มี.ค.52 เพราะระบุเอาไว้ชัดเจนว่า สัญญาจะจ่ายเงินจำนวน 102,135,225 ล้านบาทให้แก่ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ขณะนั้น คุณหญิงพจมานยังไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯที่จะสามารถใช้คำนำหน้านามว่า “คุณหญิง" ได้เพราะจริงๆ แล้วคุณหญิงพจมานจะสามารถใช้คำนำหน้านามว่า “คุณหญิง” ได้ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.52 เป็นต้นไป
แถมข้ออ้างที่ว่าตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับเดิมสูญหายจึงจัดทำขึ้นใหม่ก็ไม่มีการแจ้งความเอกสารหายแต่อย่างใด
หรือสรุปให้เข้าใจง่ายๆ มีการจัดทำ “หลักฐานเท็จ” ขึ้นมาในภายหลังอย่างรีบเร่งโดยไม่ได้ตรวจสอบเรื่องการใช้คำนำหน้านามของคุณ หญิงพจมานให้รอบคอบเสียก่อน
ดังนั้น การทำธุรกรรมดังกล่าวจึงทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อได้ว่ามีการซื้อขายเท่า นั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีการซื้อขายกันจริง หรือเป็นการทำธุรกรรมเพื่ออำพรางการซุกหุ้นเท่านั้น ทั้งๆ ในความเป็นจริงแล้ว หุ้นดังกล่าวยังคงเป็นของนช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ซึ่งการที่ชินคอร์ป เป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานกิจการโทรคมนาคมจากรัฐ ทำให้เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2540 พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี 2543 และพ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. 2542

วินมาร์ค-แอมเพิลริช สุดยอดมหากาพย์ซุกหุ้น
นอกจากกรณีข้างต้น นช.ทักษิณยังได้มีการปกปิดการถือครองหุ้นในอีก 2 บริษัทคือ 1. บ.วินมาร์ค จำกัด และบ.แอมเพิลริช อินเวสเม้นท์ จำกัด ซึ่งการซุกหุ้นใน 2 บริษัทนั้นต้องถือว่าเป็น “สุดยอด” คัมภีร์การซุกหุ้นภาค 2 หลังจากประสบความสำเร็จโดยไม่มีความผิดมาแล้วในภาคแรก และกว่าจะจับได้ไล่ทันก็เล่นเอาหืดจับทีเดียว
สำหรับกรณี วินมาร์ค นั้น นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานได้ตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้นโดยจดทะเบียนที่ “บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์” เมื่อวันที่ 31 ม.ค.37 ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของพวกที่ต้องการทำธุรกรรมอำพราง
ต่อมากลางปี 2543 ทั้ง 2 คนได้ขายหุ้น บ.เอสซี แอสเซทฯ และหุ้นบางส่วนของบริษัทในครอบครัวอีก 5 แห่งได้แก่ บ.พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด,บ.เวิร์ธ ซัพพลาย จำกัด,บ.บี.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด,บ.เอสซีเค เอสเทต จำกัดและ บ.เอซี ออฟฟิสปาร์ค จำกัด ให้กับวินมาร์ครวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,527 ล้านบาท โดยเงินทั้งหมดมาจากบัญชีเงินฝากในสิงคโปร์ และส่วนหนึ่งมาจาก 3 บัญชีของวินมาร์คซึ่งเป็นบัญชีที่ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานเป็นผู้รับประโยชน์รวม 1,219 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งมาจากบัญชีของทั้งสองคนจำนวน 308 ล้านบาท
จากนั้นก็มีการเล่นแร่แปรธาตุเมื่อวันที่ 1 ส.ค.43 วินมาร์คเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเดิมเป็น “บลูไดมอนด์” ซึ่งบลูไดมอนด์เป็นส่วนหนี่งของ “ซิเนตร้าทรัสต์” ที่ถือหุ้นในบลูไดมอนด์ 100%
และที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ ซิเนตร้าทรัสต์นั้น มีนช.ทักษิณ คุณหญิงพจมานและครอบครัวเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์
ถัดมาอีก 3 ปี คือวันที่ 11 ส.ค.46 วินมาร์คได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้น 14 ล้านหุ้นกับ VIF ส่งผลทำให้วินมาร์คกลายเป็นเจ้าของ VIF ในทันที โดยการชำระค่าหุ้นดังกล่าว วินมาร์คได้โอนหุ้น บ.โอเอไอ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “บ. เอสซี แอสเซทฯ”) ที่ถือครองทั้งหมดให้ VIF และจากนั้นไม่นานนักคือวันที่ 1 ก.ย.46 VIF ได้โอนหุ้นเอสซีแอสเซทฯให้กับ “โอเวอร์ซี โกรว์ธ ฟันด์(OGF)” และ “ออฟชอร์ไดนามิกฟันด์(ODF)” แต่ VIF ก็ยังคงเป็นเจ้าของเอสซี แอสเซทฯ เพราะเป็นผู้ถือครองหุ้น 100% ใน OGF และ ODF
ต่อมาเอสซี แอสเซทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 พ.ย.46 ซึ่ง OGF และ ODFได้ถือหุ้นเอสซี แอสเซทฯ มาตลอด กระทั่งในเดือนเม.ย.-ส.ค.49 จึงได้ทยอยขายออกไปในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนหมด
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ทั้งวินมาร์ค VIF, OGF และ ODF คือนิติบุคคลที่อำพรางการถือหุ้นของ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน และทั้ง 2 คนมีอำนาจสั่งการและเป็นผู้รับประโยชน์ โดยเฉพาะการที่วินมาร์คเข้าไปถือหุ้นชินคอร์ปฯ จำนวน 53,642,130 หุ้นขณะที่ นช.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเงินที่ซื้อขายหุ้นก็วนกลับไปเข้าบัญชีของ นช.ทักษิณทั้งสิ้น
ความผิดของนช.ทักษิณในกรณีนี้คือ ไม่แสดงการถือครองหุ้นดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือสรุปง่ายๆ ก็คือซุกหุ้นการถือครองชินคอร์ปผ่านทางวินมาร์ค ซึ่งการที่ชินคอร์ป ฯ ทำธุรกิจโทรคมนาคมสื่อสารอันรับสัมปทานจากรัฐ จึงเป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ด้วยเหตุดังกล่าว ทรัพย์ที่นช.ทักษิณได้รับจากชินคอร์ปฯ จึงเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วย
อย่างไรก็ตาม นช.ทักษิณดิ้นสุดตัวเพื่อแก้ข้อกล่าวหานี้ โดยในคำแถลงปิดคดีของคุณหญิงพจมานที่ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ได้มีการนำเอกสารเพื่อแสดงให้เห็นว่า นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานไม่ได้เป็นเจ้าของวินมาร์ค แต่เจ้าของที่แท้จริงก็คือ “นายมาห์มูด โมฮัมหมัด อัล อันซารี” พร้อมทั้งนำคำรับรองจากศาลดูไบมายืนยันว่า นายมาห์มูดเป็นเจ้าของวินมาร์คแท้จริงเพียงผู้เดียวและได้ซื้อหุ้นกลุ่ม บริษัทของครอบครัวชินวัตรที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จาก นช.ทักษิณในปี 43 พร้อมทั้งได้รับการโอนหุ้นมาจากธนาคารยูบีเอส เอจี สาขาสิงคโปร์ในปี 44
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ทำไมคุณหญิงพจมานถึงเพิ่งเปิดตัวนายมาห์มูดออกมาในช่วงนี้ ทำไมคุณหญิงพจมานถึงไม่นำนายมาห์มูดตัวเป็นๆ มาเป็นพยานในศาล ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเขาคือพยานสำคัญที่อาจจะทำให้พ้นผิดจากคดีได้
ส่วนกรณี แอมเพิลริชฯ นั้น ก็เป็นไปในท่วงทำนองเดียวกับวินมาร์ค โดย นช.ทักษิณได้จัดตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้นที่บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ และต้องการใช้แอมเพิลริชในการทำนิติกรรมอำพรางเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.42 นช.ทักษิณได้นำหุ้นชินคอร์ปที่ตนเองถืออยู่จำนวน 329,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 11.875% โอนให้กับแอมเพิลริชเพื่อนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แนสแดค (NASDAQ)
จากนั้น นช.ทักษิณอ้างว่า ได้ขายหุ้นแอมเพิลริชฯ ให้กับนายพานทองแท้ทั้งหมดในราคา 1 เหรียญตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.43 ซึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นก็คือ ไม่ได้มีการรายงานตลาดหลักทรัพย์ได้รับทราบ กระทั่งนายพานทองแท้ได้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังจากได้รับโอนแล้วถึง 6 ปี โดยไม่มีหลักฐานอื่นใด รวมทั้งไม่มีการบันทึกการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหรือจดแจ้งกับผู้ใดหรือหน่วย งานใด
ขณะเดียวกันการชำระเงินค่าซื้อหุ้นเพิ่มทุน การซื้อโอนหุ้น ต่างก็เป็นเงินที่จ่ายจากบัญชีคุณหญิงพจมานทั้งสิ้น และหลังจากนั้นเงินจำนวนดังกล่าวก็โอนกลับเข้ามาบัญชีคุณหญิงพจมานเหมือน เดิม
หลักฐานที่มัดนช.ทักษิณเอาไว้อยู่หมัดก็คือ ธนาคารยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลหุ้นดังกล่าวได้ยื่นรายงานตามแบบ 246-2 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.44 ต่อ ก.ล.ต.เนื่องจากได้รับโอนหุ้นจากชินคอร์ป คิดเป็นร้อยละ 3.40 จำนวน10 ล้านหุ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค.มาไว้ในบัญชี ซึ่งเมื่อนับรวมกับหุ้นชินคอร์ป ที่อยู่ในบัญชีนี้อยู่ก่อนแล้ว จำนวน 5,405,913 หุ้น ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ทำให้ต้องรายงานก.ล.ต.ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งนั่นแสดงว่า ในเดือนส.ค.44 นช.ทักษิณก็ยังคงเป็นเจ้าของแอมเพิลริชฯอยู่เหมือนเดิม ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าได้โอนขายให้กับนายพานทองแท้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.43 จึงฟังไม่ขึ้น
ความจริงก็คือ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในชินคอร์ปเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ นช.ทักษิณก็แก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ เช่นกัน กล่าวคือในคำแถลงปิดคดี สิ่งที่ นช.ทักษิณและครอบครัว ทำได้ดีที่สุดคือ เพียงบอกว่า ยูบีเอสฯ “อาจ” เข้าใจผิด จึงรายงานโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้ขาดน้ำหนักในการโต้แย้ง โดยสิ้นเชิง
จากนั้นในวันที่ 23 ม.ค. 2549 นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานก็ได้รวบรวมหุ้นทั้งหมดขายให้กับ “กลุ่มเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์” โดยมี บริษัทซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัดและบริษัทแอสเพน โฮลดิ้งจำกัด เป็นผู้ซื้อ รวมเป็นเงินทั้งหมด 76,621,603,061.05 บาท
และนั่นคือความผิดในข้อหาซุกหุ้นที่ชัดเสียยิ่งกว่าชัดของ นช.ทักษิณ เพราะเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สมควร สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติการตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่และได้ มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ ส่วนรวม

โกงทั้งโคตรเอื้อประโยชน์ชิน-บ.ในเครือ
นอกจากเรื่องการซุกหุ้นแล้ว ความผิดประการถัดมาของ นช.ทักษิณก็คือ ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจ หน้าที่สั่งการ มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐกระทำการที่เอื้อประโยชน์ แก่ชินคอร์ปและบริษัทในเครืออีก 6 กระทงความผิดด้วยกันคือ
หนึ่ง-การแปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิต
กรณีนี้ นช.ทักษิณได้สั่งการและมอบนโยบายในการออก พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต 2527 และ 2546 โดยส่งผลทำให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากกิจการโทรคมนาคมด้วยการให้นำค่า สัมปทานมาหักกับภาษีสรรพสามิต อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการของตนเองและพวกพ้อง อีกทั้งยังมีการกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 20-50 ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ต้องรับภาระมากขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการรายเดิมมีสิทธินำค่าสัมปทานไปหักจากภาษีของตนได้
พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกีดกันระบบโทรคมนาคมเสรี ทำให้ไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาแข่งขันได้ ซึ่งถือเป็นการทุจริตเชิงนโยบายอย่างชัดเจน
สอง-การแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม
กรณีนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่คลาสสิกมาก เพราะเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นของคนต่างด้าว จากเดิมร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 49 ก่อนที่จะมีการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับ “เทมาเส็ก” หลังประกาศกฎหมายเพียงวันเดียว
สาม-การแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ความผิดข้อนี้คือการปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า (PREPAID CARD) ให้กับบ.เอไอเอส ซึ่งทำให้เอไอเอสมีความได้เปรียบคู่แข่งในทางธุรกิจ และที่สำคัญคือประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับจากครั้งนี้คิดเป็นเม็ดเงินที่มี มูลค่าสูงถึง 70,872 ล้านบาท ขณะที่ ทศท.ต้องสูญเสียรายได้ที่พึงจะได้รับก้อนนี้ไป
สี่-การแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วมหรือโรมมิ่ง
ความผิดในข้อนี้ก็ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ชินคอร์ป และเอไอเอส เช่นกัน กล่าวคือการที่ทศท.ได้ทำสัญญาอนุญาตให้เอไอเอสใช้เครือข่ายร่วมและให้หักค่า ใช้จ่ายจากรายรับนั้น เป็นการกระทำที่หลีกเลี่ยงขั้นตอนตามกฎหมาย และเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ 2535
นอกจากนั้น การที่ กสทได้ปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วมตามสัญญาให้ดำเนินการให้บริการวิทยุ คมนาคมระบบเซลลูล่า DIGITAL PCN 1800 ทำให้ ทศท.และกสท.ต้องสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับไม่น้อยกว่า 18,970,579,711 บาท ตลอดอายุสัมปทาน ขณะที่เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากเงินก้อนนี้ไปแทน
ห้า-การอนุมัติและส่งเสริมการลงทุนดาวเทียมไอพีสตาร์โดยมิชอบ
กรณีนี้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการดาวเทียม IPSTAR โดยได้มีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ลดสัดส่วนการถือหุ้นของชินคอร์ปที่ต้องถือในบ.ชิน แซทเทิลไลท์จากไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และกรณีการอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงิน 268 ล้านบาท ไปเช่าช่องสัญญาณของดาวเทียมต่างประเทศ เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและชิน แซทเทิลไลท์ โดยผลเสียหายที่เกิดขึ้นก็คือ
-ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องระดมทุนหรือกู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุนใน โครงการดาวเทียมไทยคม 4 เพื่อใช้เป็นดาวเทียมสำรองให้ดาวเทียมไทยคม 3 มูลค่า 4,000 ล้านบาท และได้ประโยชน์จากการไม่ต้องดำเนินกระบวนการรับสัมปทานใหม่จากโครงการดาว เทียม IPSTAR มูลค่า 16,000 ล้านบาท
-ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องระดมทุนหรือกู้ยืมเงินมาเพื่อรักษาสัดส่วน ที่ชินคอร์ปจะต้องถือไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ในชินแซทฯ โดยการแก้ไขสัญญาสัมปทานให้คงเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 40
-ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องซ่อมแซมหรือจัดหาดาวเทียมมาแทนดาวเทียมไทย คม 3 ที่เสียหาย ซึ่งเมื่อซ่อมแซมและจัดหามาทดแทนแล้ว จะต้องตกเป็นทรัพย์สินของรัฐตามสัญญาสัมปทาน แต่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนที่กระทรวงได้รับจากบริษัทประกันภัยมาใช้ในการ เช่าดาวเทียมต่างประเทศมาทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เสียหายจำนวนเงิน 268 ล้านบาท ซึ่งไม่ถูกต้องตามสัญญาสัมปทาน
นี่คือการเล่นแร่แปรธาตุระดับพระกาฬทีเดียว
หก-การสั่งให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ 4,000 ล้านให้พม่า
เรื่องนี้ ต้องถือว่า เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการคอรัปชันทางนโยบายที่ นช.ทักษิณเข้ามาล้วงลูกโดยตรง เพราะเป็นการสั่งการและเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ ให้วงเงินกู้สินเชื่อวงเงิน 3,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลพม่า และต่อมาได้เพิ่มวงเงินกู้อีก 1,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4,000 ล้านบาทสำหรับโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของพม่า โดยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน รวมทั้งให้ขยายระยะเวลาปลอดการชำระหนี้การจ่ายเงินต้นจาก 2 ปีเป็น 5 ปี
ทั้งนี้ ความอุบาทว์ที่เกิดขึ้นคือ ส่วนหนึ่งของเงินกู้จำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐถูกนำมาใช้ในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์โทรคมนาคมจาก บ.ชินแซทเทิลไลน์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ นช.ทักษิณเอง
การกระทำดังกล่าวทำให้เอ็กซิมแบงก์ได้รับความเสียหายและต้องให้ กระทรวงการคลังจัดสรรเงินงบประมาณประจำปีเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น
...ถึง ตรงนี้ คงต้องบอกว่า แม้ฝ่ายนช.ทักษิณและวงศ์วานว่านเครือ โดยเฉพาะอดีตภรรยาสุดที่รักและลูกชาย ลูกสาว จะทุ่มทั้งชีวิตและหัวใจให้ถ้อยแถลงช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่หากมองด้วยใจเป็นธรรมแล้ว แม้จะไม่มีใครทราบว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ทว่า เมื่อพิจารณาถึงประจักษ์พยานทั้งหลายทั้งปวงแล้ว เชื่อได้ว่า นช.ทักษิณคงหนีไม่พ้น เพราะความผิดของเขานั้นคือ การละเมิดหรือทรยศต่อความไว้วางใจของปวงชน (Treason) ดังเช่นที่อัยการสูงสุดระบุเอาไว้ในคำแถลงปิดคดี

เหลืองใต้

เหลืองใต้ wrote:
ไอควายพวกมึงนี้เชื่อพ่อมึงจริงๆ ยุคอำมาตย์เขามีมาตั้งแต่มึงยังไม่เกิดแล้วทำไมเพิ่งเอามาพูดเพราะเขาไปดักทางโกงของพ่อมึงไม่เหรอไอพวกควายแดงอย่างพวกมึงก็ตามพ่อมึงทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็มารวมกันด่าเขาจริงไหมทำไมยุคก่อนๆพวกมึงไม่ด่าเขาละมีสอมงคิดหน่อยพ่อมึงโกงกิน ฆ่าคน ซุกหุ้นภาคแรกพอชนะก็บอกว่าเขาดีไม่เห็นมีใครมาประท้วงพวกมึงเอาแต่ได้จริงไอฟายจงยากจนอย่างนี้ตลอดไปเถอะ

อ้าวแล้วมึงรู้ได้อย่างไร เพราะที่มึงแสดงความคิดเห็นก็แสดงว่ามึงก็ยังไม่เกิด 555+

ขอยกเอาของอีกบทวิเคราะห์มาตอบ

ขอยกเอาของอีกบทวิเคราะห์มาตอบ(ที่ตอบอ.สมศักดิ์ไว้)เพราะเนื้อหามันเหมือนกัน

นั้นคืองานนี้เขาต้องการประหารทางการเมืองแบบเชือดไก่ฯแบบถอรากถอนโคนไม่ใช่คดียึดทรัพย์ธรรมดาคนไทยต้องมองเกมให้ออกและไกลกว่าคดียึดทรัพย์ธรรมดา ผมชี้ไว้ในนี้ครับ

"""ครับ อ.สมศักดิ์ชัดเจนในประเด็นที่เคยคุยกันไว้และคราวนั้นผมเสนอให้กาลอันใดที่ยึดโยงปฎิวัติให้ถือเป็นโมฆะ? แล้วที่ผ่านมามันก็เป็นโมฆะจริงๆเสียส่วนใหญ่ในข้อบกพร่องต่อการยึดทรัพย์ผ่านปฎิวัติหลายครั้งที่ผ่านมา?

จนผมเคยด่าในนั้นว่ามันจะปฎิวัติทำบ้าอะไร?เพราะที่สุดมันจะเป็นโมฆะหมด?(เพราะตอนนั้นตั้งหน่วยงานคล้ายๆคตส.บวกอำนาจยึดทรัพย์ให้เลย นั้นคือจุดอ่อนในการยกฟ้องได้) จนคราวนี้คตส.แค่ทำหน้าที่ทางกระบวนการชงพยานหลักฐาน แล้วให้ยึดทรัพย์ผ่านศาลมันจึงคนล่ะกรณีกับที่แล้วๆมา

ดังนั้นคำพูดที่ว่าเอาผิดอะไรกับทักษิณไม่ได้?(สมมุติทักษิณเขาผิดจริงๆ)เพราะกระบวนการขาดความชอบธรรม ?มันจึงไม่ใช่ทั้งหมด? เพราะ เขาล็อกไว้หลายชั้น ชั้นแรกม.309 ชั้นที่สอง อ้างกฎหมายก่อนปฎิวัติ(ปปช.ที่มาก่อนปฎิวัติศาลอ้างว่าทำงานภายใต้กฎหมายปปช.ที่มาก่อนปฎิวัติ)

แม้กระบวนการที่ผ่านคตส.ผิด ไม่ชอบธรรม แต่ศาลระบบไต๋สวน ไม่ใช่แบบกล่าวหา? ที่ต้องใช้วิธีการตบตามพยานหลักฐานที่กระบวนการชงมาจากขั้นตอนรวบรวมพยานชั้นต้นเท่านั้น พูดง่ายๆคือตบตามพยานหลักฐานเท่านั้น ?นั้นคือระบบศาลแบบกล่าวหาที่ต่างจากแบบ ไต๋สวน

ดังนั้นที่เราเคยตั้งข้อสังเกตุว่าถ้าสถานการณ์ปชต.เข้าสู่ปกติจนปชต.สามารถเช็ดขี้ม.309ที่คอมอซอคาไว้บนหัวแบบขี้ทับศักดิ์ศรีปชต.ไว้? สักวันต้องมีการล้าง แล้วทุกอย่างเป็นโมฆะ? ผมว่าเจอการล็กสองชั้นแบบนี้แม้จะทำได้แต่คลายล็อกยากครับ?

เพราะการปฎิวัติครั้งนี้อำมาตย์ฯและกลุ่มไล่ทุบระบอบทักษิณเขาได้แก้เกมจุดอ่อนตรงนั้นไว้แล้ว? ผมเองก็เคยเสนอไปว่ากระบวนการมันขาดความชอบธรรม เพราะจุดเริ่มต้นก็โจรเลย(คตส.ทำคลอดโดยโจรคอมอซอ)มันแย่ดิบเถื่อนกว่ากว่าคดีแพะ เชอรรี่แอนด์ฯ หรือเพ็ชรซาอุฯ

ตรงที่กระบวนการวิชาแพะครั้งนั้น มันยังเริ่มต้นจากกระบวนการที่เป็นไปตามระบบกฎหมายปกติ นั้นคือผ่านงานตำรวจ(แม้จะผูกขาดกระบวนการชงพยานหลักฐานไว้ที่ตำรวจจนจับแพะมาหลายคดี) แต่งานนี้เคสนี้เริ่มต้นก็โจรเลย? นั้นคือที่มาคตส.จนผมและอ.สมศักดิ์ชี้ว่าที่สุดมันจะโมฆะ?

แต่เมื่อตรวจสอบวิธีการแก้เกมของฝ่ายนั้น อีกครั้งมีการล็อกไว้หลายชั้น และชั้นสำคัญด่านแรกคือม.309(กฎหมายรับรองการปล้นแบบฆาตรกรต่อเนื่องอย่างถูกกฎหมาย) ที่ผมใช่คำว่าฆาตรกรต่อเนื่องเพราะ รับรองทั้งหน้าและหลังพูดง่ายๆคือนิรโทษกรรมทั้งพ่อโจร(คอมอซอ) และลูกโจรคตส.เหลนโจร และกาลอันไดที่เกี่ยวกับคมช.คือได้รับนิรโทษกรรมหมด?

นั้นคือโคตรเหง้าสักหลาดโจรทำอะไรต้องไม่ผิด? ด้วยการกำหนดลงไปในกฎหมายสูงสุดของประเทศแบบขี้ทับหัวศักดิ์ศรีปชต.คาไว้? และให้ทหารราบในกรงลิง(พธม)กับทหารเอกในกรงลิง(ปชป) ยืนไฮแจ็คกำกับไว้ใครแก้มึงตาย?(เห็นการไปนั่งขี้เหลืองอ๋อยปิดสนามบินไหม มันเอาตายจริงน่ะ?นั้น ถ้าใครแก้รัฐธรรมนูญฉบับขี้ของมัน)

ล็อคแรกปิดตาย? ล็อคที่สองศาลอ้างว่าทำงานในส่วนของศาลแม้งานคตส.(โจร)จะคือส่วนหนึ่งในกระบวนการ แต่ศาลระบบไต๋สวนที่ต่างจากระบบกล่าวหาที่ให้ความสำคัญกระบวนการชงพยานหลักฐานน้อยกว่าศาลแบบกล่าวหา?

ที่สำคัญเขาจะอ้างว่าที่สั่งประหารนั้น มันคือกฏหมายปปช.ไม่เกี่ยวกับ คมช.ศาลจึงทำงานตามหน้าที่เดิมที่ก่อนปฎิวัติ?

ดังนั้นการอ้างปฎิวัติจึงต้องโมฆะที่กระบวนการขาดความชอบธรรม(ศาลเถื่อน) แม้จริงๆมันก็คือเถื่อนนั้นล่ะ? แต่เขาเลี่ยงบาลีได้เพราะเกมนี้เขาวางหมากมาอย่างดี?ออกแบบผ่านร.50และเลี่ยงบาลีกฎหมายปปช.เอามาใช้กับงานคมช.หรือให้โจรใช้อย่างไม่ผิดได้

นั้นคือ นี่คือการประหารทางการเมืองที่เอาให้ตายสถานเดียว? เป้าหมายเขาอำมหิตมาก? เพราะคนที่จะคุมระบอบสวนสัตว์ได้ คนๆนั้นต้องกลายพันธุ์ให้ไปเป็นสัตว์อำมหิตเลือดเย็นให้ได้ไม่งั้นกุมอำนาจในระบอบสวนสัตว์ไม่อยู่

ด้วยวิธีคิดต้นแบบกับประวัติศาสตร์จีนโบราณ(เอาที่มาในชุดความคิดมันก็โบราณแล้ว)คือมันตอบโจทย์พัฒนาการความต่าง และเงื่อนไขความต่างของจีนกับไทยหรือต่อให้จีนมาเลียนแบบที่ไทยไปเลียนแบบจีน(งงไหม?)มันก็ตอบโจทย์เงื่อนไขความต่างที่พัฒนาการไปบนเงื่อนไขตัวแปรที่พัฒนาไปอีกแบบไม่ได้

เพราะแต่ละชุดเงื่อนไขพัฒนาการความต่างเอาแค่ระดับไม่ถึงสิบปีมันยังเอามาใช้ในแบบสำเร็จรูปไม่ได้ จึงเป็นชุดความคิดต่อโจทย์ที่ต้องใช้โจทย์เฉพาะ? มันจะใช้ชุดความคิดสำเร็จรูปเมื่อจีนสมัยพระเจ้าเหาเอามาใช้กับไทยปัจจุบันมันใช้ไม่ได้ครับ(กุนซืออำมาตย์คุณเก่าเต่าขุดมาก)

ตรงนั้นไม่สำคัญเท่าความอำมหิตในใจที่เอาความเก่าแบบนั้นมาสร้างเงื่อนไขกับคนไทยสมัยนี้?ผมยังฟันธงเหมือนเดิมว่าพวกคุณแค่"จิ๊กโก๋กิโลฯเดียว"ไม่ใช่เก๋า? เพราะถ้าเก๋าจริงมันคงไม่วุ่นวาย โกลาหน หมุนวนอยู่แบบนี้เมืองไทยพัฒนาไกลไปถึงไหนแล้วเพราะเรามีความเป็นต่อมีต้นทุนที่จะแปลงมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าแฝงภายใน เป็นต่อใครต่อใครในภูมิภาคมหาศาล

ผมใช้คำว่ามหาศาลครับ? เพราะเรามีความแข็งแกร่งจากภายในตรงนี้อย่างหลากหลาย แต่ปัญหาคือคนพวกนี้ล่ะเก่าเต่าล้านปีแบบนี้ล่ะครับมันจึงไม่ไปถึงไหนกับโครงสร้าง เรือยนต์ปชต.แต่ติดเบรคกางใบสำเภา(สมบูรณฯ) รุ่นเก่าเอาไว้พลวัฒน์มันจึงคือการหมุนครับ

รูปธรรมการกางใบก็ปฎิวัติและที่วุ่นๆวายๆอยู่ทุกวันนี้ไงครับ แต่ความผิดทั้งหมดโยนให้ทักษิณที่ผมให้ได้ชื่อว่าปอบสยามตนล่าสุดครับกับตำนาน"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"

และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมยังต้องให้คนไทยตาสว่าง มองให้เข้าใจ(แม้ไม่ต้องมองข้ามทักษิณเพราะคือความเสียหายเช่นกัน)ในมิติคอรัปฯแต่มันแค่ข้ออ้างที่คลาสสิกสุดเพราะเนื้อหาคอรัปฯจริงๆ แล้วเบากว่าหลายรบ.ที่ผ่านมา แต่มันไม่ใง่อนไขกาสิโนอำนาจนี้ด้วยเท่านั้น?

เราอย่าไปติดกับหลุมขวากนักปกครองอีกขั่วอำนาจ ที่กำลังจับเราลงหม้อตุ๋นกบขณะนี้กับปชต.ไม้ดัด หรือระบอบสวนสัตว์ขณะนี้

นั้นคือเขาต้องตีทุกๆจุดอ่อนของปชต.ให้ราบคาบ ทั้งโครงสร้างอำนาจ(ร.50)การเมืองระบบตัวแทน(เช่นทักษิณและการเมืองวุ่นๆขณะนี้ฯลฯ)การเมืองภาคปชช. ก็จับให้เล่นกีฬาสีอยู่นี่ไง ในการจับแยกเหลืองแดง,น้ำเงิน, ขาวไล่แกว่งเท้าสหาบาท,สหาบาทากันฝุ่นตลบขณะนี้

รวมทั้งสื่อด้วยก็มุกเดียวหมดนั้นคือมุก"นกกระจิบในแหนายพราน"

ผมจึงเห็นว่ากรณีทักษิณโดนนั้นคือกลยุทธหนึ่งซึ่งเราต้องมองให้ออกจนถึงอย่าเป็นนกกระจิบในแหนายพราน จิกตีกันเอง จนเป็นเหยื่อความอำมหิตของนายพรานเจ้าของระบอบสวนสัตว์ตรงนั้นอีกเลย???

เงินก้อนนี้ อยู่กับทักษิณ

เงินก้อนนี้ อยู่กับทักษิณ ก็เดือดร้อน
ถ้าไปยึดเอามา คนได้ คงมีอันเป็นไปแหงแก๋
เป็นห่วงจัง

อีกหน่อยเราคงต้องสอนลูกหลานให

อีกหน่อยเราคงต้องสอนลูกหลานให้เชื่อฟังแต่ผู้มีอำนาจ แม้ว่าเขาจะให้ทำอะไรก็ต้องทำ แม้จะเป็นเรื่องที่ผิด หรือ ทำร้ายคนที่ไม่มีความผิด แต่ ขัดใจผู้มีอำนาจก็ต้องทำ นี่เราอยู่ในยุคสงครามเลียดก๊ก สามครามสามก๊ก หรือเปล่าเนี่ย จากสิ่งที่ผิดหากคนที่มีอำนาจบอกว่าถูกก็ต้องถูก อย่างนี้คงไม่ต้องสอนลูกหลานเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ที่อ้างกันหนักหนาหรอกครับ เอาเป็นว่าหากฝ่านใดมีกำลังที่มากกว่า ก็ถูก สรุปชนะเป็นเจ้าแพ้เป็นโจร เอากันอย่างนั้นเลยใหม และที่น่าเจ็บปวดคือ การเอาเงินภาษีของประชาชนไปซื้ออาวุธ แล้ว เอาอาวุธที่ได้มาจากเงินภาษีของประชาชนมาเข่นฆ่าประชาชน โดยฟังคำสั่งของผู้บังคับชา ซึ่งก็กินเบี้ยหวัดเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน และ ยังบอกอีกว่าพวกเขาเป็นผู้รับใช้ประชาชน ช่างเป็นสิ่งที่เลวร้ายจนไม่อาจจะทำใจรับได้จริงๆ หรือคนไทยต้องมารบกันเองเพราะปกป้องคนที่แอบอ้างสถาบันมาหาประโยชน์ใส่ตัว แล้วคุณเชื่อได้อย่างไรว่าเขาดีจริง หากรักชาติ รักสถาบัน ปกป้องสถาบัน ทำใมตอนที่เจ๊กลิ้ม เอาโกเต๊กไปลูบฐานพระบรมรูปทรงม้า ทำใมพวกคุณไม่ออกมาขับไล่ นี่หรือรักชาติ ปกป้องสถาบัน รักตัวเองและพวกพ้องมากกว่ามั๊ง

เบื่อความไม่ยุติธรรม

เบื่อความไม่ยุติธรรม ทำอะไรก็ผิดไปหมด พวกเขาทำไรไม่เคยผิด เซง อยากได้เงินเขาจนตัวสั่นชาติไหนก้อคงหาแบบเขาไม่ได้ ไอ้พวกสร้างกฎหมายทำลายคน

กิ๊ก

กิ๊ก wrote:
เบื่อความไม่ยุติธรรม ทำอะไรก็ผิดไปหมด พวกเขาทำไรไม่เคยผิด เซง อยากได้เงินเขาจนตัวสั่นชาติไหนก้อคงหาแบบเขาไม่ได้ ไอ้พวกสร้างกฎหมายทำลายคน

...เหรอครับ คิดได้แค่นี้..จริงๆๆหรือ..

“ฉันรักธรรมศาสตร์

“ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”

วาทะสำคัญนี้มีต้นเค้ามาจากบทความอันลือลั่นของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สะท้อนชัดหลักการของประชาคมธรรมศาสตร์ นับแต่มหาวิทยาลัยนี้กำเนิดขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2477 ภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเสมอภาคทางการศึกษา

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์คนปัจจุบันคือ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ได้มาเป็นประธานกรรมการบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หลายคนจึงมีความคาดหวังว่าจะมาเป็นผู้ที่จะสามารถนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและประชาชน ด้วยอุดมการณ์ของธรรมศาสตร์

ไทยทีวีสีช่อง 3 คือกรณีศึกษาของตัวอย่างในการตัดสินใจว่าจะเลือกประโยชน์ของประเทศชาติประชาชน หรือจะเลือกประโยชน์ของ “มาลีนนท์” ในนาม “บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด”

สัญญาร่วมดำเนินการไทยทีวีสีช่อง 3 ของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด จะหมดสัญญาในวันที่ 25 มีนาคม 2553 นี้ โดยในสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ระบุเอาไว้ว่า:

“หาก บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ปฏิบัติตามเงื่อนไขและ ไม่มีการกระทำผิดสัญญา อสมท ตกลงให้บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ร่วมดำเนินการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคไปอีก 10 ปี (พ.ศ. 2553 – 2563) และกำหนดเงื่อนไขให้จ่ายค่าตอบแทนให้ อสมท “ไม่น้อยกว่า 2,002.61 ล้านบาท” (เฉลี่ยปีละประมาณไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาทเท่านั้น)

แปลว่า อสมท มีสิทธิที่จะไม่ต่อสัญญาไทยทีวีสีช่อง 3 ได้หากมีการกระทำผิดสัญญา และหากจะเลือกต่อสัญญาก็สามารถเรียกค่าตอบแทนได้ให้เท่ากับสิ่งที่ อสมท พึงจะต้องได้ตามราคาตลาด

ก่อนหน้านี้ วันที่ 6 มีนาคม 2550 ปรากฏเป็น รายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญาร่วมดำเนินกิจการไทยทีวีสีช่อง 3 ของคณะกรรมการพิจารณาด้านสัญญาและกฎหมาย ที่มีนายจรัญ ภักดีธนากุล เป็นประธานคณะกรรมการฯ ลง ซึ่งแต่งตั้งโดย นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร อดีตรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท พบความผิดปกติมากมายรวมถึงข้อเสนอให้ยกเลิกสัญญาในกรณีที่พบว่าได้ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ กระทำผิดต่อสัญญา และแจ้งต่อคณะกรรมการ อสมท ให้ทราบแล้ว

ขอบันทึกตรงนี้เอาไว้ก่อนว่าคณะกรรมการ อสมท ได้รับทราบความผิดปกติของสัญญาและประเด็นการกระทำผิดต่อสัญญาแล้ว!!!

เมื่อมีผลการศึกษาการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดสัญญา และกำลังจะเข้าสู่การหมดสัญญา วิธีการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่รัฐก็คือ “เปิดประมูล”โครงการที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินโครงการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535

28 พฤษภาคม 2552 คณะกรรมการ อสมท มีมติในการประชุมครั้งที่ 8/2552 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินโครงการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 มาตรา 13 (หมายถึงตั้งคณะกรรมการโครงการเพื่อเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมดำเนินการด้วยการประมูล)

4 มิถุนายน 2552 นายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ทำหนังสือเชิญถึงหลายหน่วยงานของรัฐเพื่อส่งตัวเแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการดำเนินโครงการในการให้เอกชนเข้าร่วมงาน เพื่อทำการประมูลตามมติคณะกรรมการ อสมท และเป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินโครงการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 มาตรา 13

3 กรกฎาคม 2552 หน่วยราชการต่างๆ ที่เชิญไปได้ตอบรับและส่งตัวแทนเข้าเป็นคณะกรรมการโครงการตามมาตรา 13 และได้มีการประชุมกัน 1 ครั้ง มีความเห็นให้สอบถามไปยัง อสมท ในข้อกฎหมายหลายประการ และได้ทำหนังสือบันทึกถึงประธานกรรมการ อสมท เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2552 เพื่อให้ประธานกรรมการ อสมท มีบัญชาให้นำเสนอคณะกรรมการ บมจ.อสมท ในหลายประเด็นโดยมีประเด็นที่สอบถาม 4 ประเด็นคือ

1. ความเห็นของ บมจ.อสมท ว่าควรดำเนินการต่อสัญญากับ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ตามเงื่อนไขของสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 หรือไม่ อัตราค่าตอบแทนตามสัญญา ตลอดจน บมจ.อสมท มีความประสงค์ให้ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ปฏิบัติอะไรเพิ่มเติมสำหรับระยะเวลาที่จะขยายไปอีก 10 ปี

2. เนื่องจากสัญญาร่วมดำเนินการกิจการไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นสัญญาซึ่งเกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ จึงต้องพิจารณาพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ประกอบด้วย รวมทั้งขั้นตอนการต่อสัญญาร่วมดำเนินกิจการไทยทีวีสีช่อง 3 หากต่อสัญญาอาจมีปัญหาขัดแย้งกับพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ ขอให้ บมจ. อสมท เร่งมีหนังสือหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นดังกล่าว รวมทั้งหารือแนวทางและขั้นตอนการต่อสัญญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ ไปคราวเดียวกัน

3. แม้สัญญาร่วมดำเนินกิจการไทยทีวีสีช่อง 3 เห็นสมควรจัดจ้างที่ปรึกษากฎหมาย และที่ปรึกษาด้านการเงิน เพื่อช่วยพิจารณาตีความข้อกฎหมายและสัญญา รวมทั้งพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสมหรือไม่

4. มอบสำนักกฎหมายและเลขานุการคณะกรรมการดำเนินโครงการฯ จัดรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องและประสานงานกับคณะกรรมการประสานงานตามมาตรา 22 เพื่อนำผลการพิจารณาเกี่ยวกับการติดตามกำกับดูแลสัญญา นำเสนอคณะกรรมการดำเนินโครงการฯ

การทำหนังสือครั้งนี้ทำมาจาก คณะกรรมการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินโครงการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 มาตรา 13 ไม่ใช่คณะกรรมการหัวหลักหัวตอ และไม่ใช่คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาเล่นๆ

หลังจากได้รับหนังสือบันทึกดังกล่าว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ อสมท ได้นำบันทึกประชุมดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม แล้ว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า:

“เห็นว่าคณะกรรมการ บมจ.อสมท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย 2-3 ท่าน ซึ่งอาจร่วมกันพิจารณาได้ จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา”

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตาม มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่หลายประการรวมถึง

(2) พิจารณาและจัดทำร่างกฎหมายตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้มีหรือแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย

(3) ช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการร่างกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ

(4) ให้ความเห็นหรือปฏิบัติงานอื่นอันเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันระหว่างประเทศร้องขอ

ขนาดคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนักกฎหมายและอดีตผู้พิพากษามากมาย ยังต้องขอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าวินิจฉัยข้อกฎหมายเข้าข้างตัวเอง แต่ อสมท เลือกที่จะหารือเรื่องข้อกฎหมายกันเอง และตัดสินใจกันเอง จะเหมาะสมหรือไม่!?

เพราะถ้ามั่นใจว่าข้อกฎหมายตัวเองถูกต้องจริง การยื่นขอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกานอกจากจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายแล้ว ยังทำให้เกิดความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ใช่หรือไม่?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีนี้มีผลประโยชน์ “นับแสนล้านบาท” ในการต่อสัญญาอีก 10 ปีข้างหน้า ความรอบคอบรัดกุมจะทำให้เป็นเกราะคุ้มครองป้องกันตัวเองมิให้ถูกครหาหรือถูกเคลือบแคลงในเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนได้ไม่ใช่หรือ?

ในการประชุมคณะกรรมการ อสมท ครั้งที่ 10/2552 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ได้นำร่างหนังสือ (ร่างมาด้วยตัวเอง) ถึง บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ เพื่อขอให้ชี้แจงกรณีที่ยังมิได้ปฏิบัติตามสัญญาร่วมดำเนินการไทยทีวีสีช่อง 3 และสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติม 3 ครั้ง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญา แจกให้กับคณะกรรมการ อสมท โดยมี 2 ประเด็นคือ

1. การย้ายสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนสิ่งก่อสร้างบนที่ดินไปยังที่ทำการของบริษัท ณ สถานที่ตั้งปัจจุบันนั้น บริษัทบางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ มิได้มีการส่งมอบแจ้งโอนสิทธิหรือแจ้งให้ บมจ.อสมท ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิรับทราบหรือได้รับโอนสิทธิ

2. รายงานประจำปีของบริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือหุ้นบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด อยู่ 99.99% และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บีอีซีเวิลด์ ดำเนินงานธุรกิจบริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยที่ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ มิได้โต้แย้งหรือขออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บมจ. อสมท ซึ่งขัดต่อสัญญาว่าบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จะต้องดำเนินการเองและจะให้บุคคลอื่นใดเช่า หรือรับไปดำเนินการแทนมิได้ อันเป็นสาระสำคัญอย่างยิ่งในสัญญา

แสดงว่าคณะกรรมการ อสมท ได้รับทราบว่ามีการทำผิดสัญญาในอดีตครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และการ “ต่อสัญญา” ไปอีก 10 ปีนั้น ต้องไม่มีการกระทำผิดสัญญา เป็นเงื่อนไขสำคัญ

ผลปรากฏว่า อสมท ได้มอบหมายให้นายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ทำหนังสือตามที่ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ร่างมาแล้วส่งไปให้ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 และครั้งที่ 2 วันที่ 17 สิงหาคม 2552

17 กันยายน 2552 ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ได้เกษียนหนังสือด้วยลายมือตัวเองถึง ผอ.อสมท มีใจความตอนหนึ่งว่า:

“ให้ฝ่ายกฎหมายยกร่างหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง เนื่องจาก บ.บางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ ฝ่าฝืนข้อสัญญาโดยให้ผู้อื่นเป็นผู้ประกอบการแทน เสนอให้คณะ กก.อสมท พิจารณาในการประชุมคราวต่อไป”

หลังจากนั้น ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ อสมท ได้แจ้งต่ออนุกรรมาธิการฯ ของคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎรว่า ได้มีการ “จับเข่าคุยกันเป็นการส่วนตัวระหว่าง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ และผู้บริหารระดับสูงของ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์”

13 พฤศจิกายน 2552 หลังการจับเข่าคุยกัน คณะกรรมการ อสมท ได้มีการประชุมครั้งที่ 19/2552 ได้มีผลการประชุมว่า

“มีมติรับหลักการในข้อเสนอของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ในการจ่ายผลประโยชน์ 405 ล้านบาท ให้กับ บมจ.อสมท ในคราวเดียวกัน และจะได้พิจารณาในเรื่องแนวทางปฏิบัติตลอดทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายละเอียดในสัญญาสำหรับการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อเสนอดังกล่าว”

มีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัยว่า การตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินโครงการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 มาตรา 13 และการสอบถามไปยังคณะกรรมการ อสมท เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2552 ว่าให้ส่งสำนักงานกฤษฎีกาเพื่อให้ความเห็นเรื่องข้อกฎหมายและจัดจ้างที่ปรึกษาด้านการเงินเพื่อพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสม กลายเป็นขยะไปแล้ว ใช่หรือไม่?

ผลตอบแทน 405 ล้านบาท กับการต่อสัญญาร่วมดำเนินการไทยทีวีสีช่อง 3 ไปอีก 10 ปี โดยจ่ายค่าตอบแทนให้ อสมท เพียง 2,002.61 ล้านบาท หรือเฉลี่ยจ่ายเพียงปีละ 242 ล้านบาทนั้นได้ประโยชน์กับใคร?

ทรูวิชั่นส์ หรือ ยูบีซี มีคนดูน้อยกว่ายังจ่ายค่าตอบแทนให้กับ อสมทปีละ 650 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจฟรีทีวีไทยทีวีสีช่อง 3 นั้นจะมีรายได้อีก 10 ปีข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทมีกำไรตลอด 10 ปีข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท โดยที่ไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว ถามสามัญสำนึกของ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ว่าผลการเจรจาเช่นนี้เรียกว่าประสบผลสำเร็จได้อย่างไร?

นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีความใกล้ชิดกับคนในตระกูล “มาลีนนท์” ได้ทวิตเตอร์ตอบใน Thaksinlive เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 ถึงกรณีที่คนเสื้อแดงหมั่นไส้คนอ่านข่าวข่อง 3 ว่า:

“เพิ่งได้ต่อสัญญาก็เลยต้องเอาใจหน่อยมังครับ ทั้งที่ต้องจ่ายไปหลายตัง 555”

เวลายังเหลืออีก 22 วัน ก่อนหมดสัญญา จะดูว่าวันพุธนี้หลังกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือแจ้งผลการศึกษาให้ยุติการต่อสัญญาครั้งนี้ถึง ประธาน อสมท, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรีแล้ว จะสามารถหยุดยั้งความอัปลักษณ์นี้ได้หรือไม่?...โปรดติดตามตอนต่อไป!!!

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน