จดหมายฉบับล่าสุด จากสุวิชา ท่าค้อ
สุวิชา ท่าค้อ นักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งถูกตัดสินลงโทษจำคุก 10 ปี ส่งจดหมายถึงนายอานนท์ นำภา ทนายความเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา โดยนายอานนท์ เปิดเผยว่าจดหมายดังกล่าวอาจจะเป็นฉบับสุดท้ายที่สุวิชาจะส่งถึงตัวเขาได้ เนื่องจากสุวิชาถูก “เซ็นเซอร์”
ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินกาถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษนั้น นายสุวิชาพร้อมด้วยครอบครัวได้ยื่นฎีกาไปแล้ว และคาดว่าจะรู้ผลภายในเดือนมกราคมนี้ แต่จนถึงบัดนี้ ไม่ทราบผลการฎีกาดังกล่าว มีเพียงคำอธิบายอย่าง “ไม่เป็นทางการ” จาก “ข้าราชการ” ผู้หนึ่งว่า "เรื่องของสุวิชาไม่เข้าหลักเกณฑ์” สุวิชา ท่าค้อ ส่งจดหมายฉบับนี้ให้แก่ทนายความของเขาและขอร้องให้เปิดเผยแก่สาธารณะได้อ่าน อนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสุวิชา ส่งจดหมายออกมาเป็นจำนวนหลายฉบับ

เรือนจำคลองเปรม
1 มกราคม 2553
เรียนคุณอานนท์
ผมสูญเสียอิสรภาพและหมดโอกาสที่จะกลับไปเลี้ยงดูลูกเมียผมเป็นเสาหลักของบ้านและครอบครัวเดือดร้อนมากที่ขาดผมไป จากครอบครัวที่เคยอยู่อย่างอบอุ่นมีความสุข ต้องพังทลายลงเป็นบ้านเรือนแตกแยกเพราะขาดพ่อไป ผมหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่งของชีวิต แต่ที่ยังเหลือคือลมหายใจและความหวังที่มืดมน
ผมขอฝากให้คุณอานนท์โปรดช่วยเหลือและดูแลครอบครัวแทนผมด้วย ผมเป็นห่วงครอบครัวอย่างมากตั้งแต่ที่ผมถูกจับกุมและตลอดมาผมและครอบครัวเรียกร้องขอความเมตตาจากพวกเขา แต่ก็ไม่มีประโยชน์ พวกเขามองผมเป็นผู้ร้ายที่จะต้องปราบปราม แต่ไม่ยอมมองถึงต้นเหตุของปัญหาเลยเพราะเหตุทำให้เกิดผล ผมเป็นเพียงแค่ลูกชาวนาธรรมดาและมีความรักต่อสถาบันเหมือนคนไทยทุกคน แต่ที่ผมมีความผิดแบบนี้ก็เพราะเป็นผลผลิตมาจากพวกเขาทั้งนั้นที่ร่วมกันสร้างผมขึ้นมา แต่เขาไม่เคยมองไปที่ต้นเหตุของมันทั้งที่รู้ทั้งรู้ และผมก็ได้บอกความจริงไปหมดแล้ว แต่พวกเขามองผมเป็นตัวอันตรายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงเพื่ออะไรก็ตามแต่ที่พวกเขาจะร่วมกันกล่าวหาและลงโทษต่อผมอย่างรุนแรง ทั้งที่ความจริงผมเป็นสุจริตชนที่ทำงานโดยสุจริต ผมไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ไม่เคยครอบครองอาวุธใดๆ เลย นี่หรือคือบุคคลอันตรายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ? ผมรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมากที่พวกเขาเหล่านั้นไม่เข้าใจผมบ้างเลย ผมจึงอยากจะเล่าเหตุการณ์วันที่ 14 มกราคม 52 ได้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมทั้งห้าชีวิตให้คุณฟัง
1 น้องลูกไก่ อายุ 6 ปี เมื่อผมถูกจับกุมภรรยาต้องรีบเดินทางตามผมมาที่กรุงเทพฯ ทันที และเราต้องทิ้งลูกทั้งสองไวตามลำพังเป็นเวลาหลายวัน ลูกชายคนเล็กจะติดแม่มากเพราะเขาอยู่ด้วยกันเสมอ เขาไม่รู้ความจริงหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทุกคนปิดบังเขาไว้ เขาร้องไห้หาแม่ทุกวัน และเขาออกไปยืนร้องไห้อยู่หน้าบ้านนานไม่เหลือน้ำตาที่จะไหล จนกระทั่งหลายวันผ่านไปเมื่อภรรยาสิ้นหวังกับการประกันตัวผม เธอจึงตัดสินใจกลับบ้านเพราะสงสารลูก แต่กลับไปเพียงแค่รับลูกชายคนเล็กเดินทางมาที่กรุงเทพฯ โดยไม่สนใจเรื่องการเรียนของเขา (ยังไงเสียพวกเขาก็ไม่มีจิตใจที่จะเรียน) ภรรยาเป็นห่วงผมมากที่สุดเพราะผมอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มากในขณะนั้น ภรรยาเล่าว่าตอนที่เขากลับไปหาลูก ลูกกอดแม่แน่นและร้องไห้พร้อมกับบอกแม่ว่า “แม่อย่าทิ้งหนูไปอีกนะ หากแม่จะไปไหนต้องเอาหนูไปด้วย” และภรรยาผมรับคำสัญญาให้กับลูก เมื่อเรื่องของผมไม่มีทางได้จบลงได้โดยง่านและเมื่อภรรยาจะไปไหนจำเป็นต้องนำเขาไปด้วยเสมอ เธอต้องหอบลูกเดินทางไป-กลับ กทม.และนครพนมบ่อยมาก พวกเขาเดือดร้อนมาก ปัจจุบันเขาเรียน EP ป. 2
2 น้องนิด อายุ 13 ปี เมื่อทราบข่าวหลังเลิกเรียนและไม่ได้พบทั้งพ่อและแม่ เขาร้องไห้เศร้าโศกเสียใจแทบสิ้นสติ แต่โชคยังดีที่เขายังได้คุยกับแม่ แต่ไม่มีโอกาสจะได้คุยกับผมเพราะผมอยู่ในการควบคุมตัว ตำรวจยึดทั้งโทรศัพท์ของผมและภรรยาเพื่อไปตรวจสอบ พวกเขาคุมตัวผมมากเป็นพิเศษ แม้แต่จะเข้าห้องน้ำก็ไม่ยอมให้ผมล็อกประตู วันถัดมาภรรยาได้เข้าพบผมที่ห้องขัง DSI สิ่งแรกที่เธอทำคือแกะกระดุมเสื้อผมเพื่อตรวจดูร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ดูเธอโล่งใจขึ้นเมื่อร่างกายผมยังอยู่ปกติ เธอจับมือผมแน่นร้องไห้และพูดว่า “รู้ไหม? ในสมองคิดถึงแต่เรื่องนุ้ยจะหลับตาหรือลืมตาก็จะเห็นแต่หน้านุ้ยตลอดทั้งคืน” ผมพยายามพูดปลอบเธอแต่เธอไม่ให้ผมพูดอะไร ขอให้พูดแต่เรื่องลูกของเรา “รู้ไหมน้องนิดแทบจะบ้าไปแล้ว บอกแม่ว่าให้เอาตัวพ่อคืนมาให้ได้ หากไม่ได้ตัวพ่อกลับมาด้วยแม่อย่ามาให้เห็นหน้าอีก” แต่เมื่อผมประกันตัวไม่ได้ ภรรยาก็โดนลูกสาวว่าไปไม่ทันวันจันทร์ถึงช่วยพ่อไม่ได้ ลูกสาวกัดด่าแม่ใหญ่คิดว่าเป็นความผิดของแม่ที่ไปไม่ทันตามที่อ้าง เพราะน้องนิดไม่รู้ความจริงว่า พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่หลวงมากแค่ไหน ข่าวการจับกุมตัวผมปรากฏไปทุกสื่อ น้องนิดต้องได้รับความกดดันมากจากสังคมที่โรงเรียน เพราะพ่อเป็นนักโทษคดีร้ายแรง ชีวิตเขาเหมือนตายทั้งเป็นเพราะจิตใจบอกช้ำอย่างหนัก สิ่งดีที่สุดที่เขาทำได้คือสวดมนต์ให้พ่อปลอดภัยและอธิฐานให้ได้ตัวพ่อคืนมา ปกติเขาเป็นคนขี้กลัวและนอนข้างผมทุกคืน เพราะเขาจะนอนหลับอย่างอุ่นใจ เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกตัวเขาจะขว้ามือผมไปกอดเขาเสมอ แต่จากนี้ไปถึงสิบปีเขาจะไม่มีพ่ออีกแล้ว ตลอดหนึ่งปีผ่านมาเขาก็ยังไม่ได้เห็นหน้าพ่อเลย เขายังคงร้องไห้คิดถึงพ่อของเขาในวันที่ 14 ของทุกเดือน จากฝันร้ายที่เธอยังยอมรับกับมันไม่ได้ มันแย่มากสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับความโหดร้ายที่เธอไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา ปัจจุบันน้องนิดเรียนอยู่ ม. 2 EP ที่โรงเรียนxxxxxx และเคยเรียนดีท็อปตอน ม. 1 ตอนนี้ผมไม่รู้ชตากรรมของเธอนัก
3 น้องเล็ก อายุ 15 ปี เขาเรียนอยู่ ม. 3 ที่กรุงเทพฯ และเฝ้าคอย และอีกไม่นานก็จะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่และน้องๆ ที่นครพนม เมื่อเขากลับถึงบ้านก็พบกับตำรวจนับสิบคนกำลังค้นบ้าน เขานั่งนิ่งเหมือนคนไร้สติจากความตกใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ตำรวจยึดเอาคอมของเขาที่เพิ่งจะซื้อมาเองเมื่อไม่นาน และผมใช้แค่เช็คเมล์บางครั้งตอนผ่านกรุงเทพฯและเดินทางต่อไปที่แท่นขุดเจาะน้ำมันที่เวียดนามและไม่เคยใช้คอมในเรื่องการเมืองเลยเพราะช่วงเกิดเหตุผมอยู่ที่ประเทศเวียดนาม ตำรวจได้นำตัวเขาไปสอบสวนด้วยตามลำพัง คิดเอาเองก็แล้วกันว่าเขาจะหวาดกลัวมากเพียงไหน และต่อมาเขายังถูกตำรวจเฝ้าติดตามอยู่ระยะหนึ่ง ผมคับแค้นใจมากแค่ไหนที่พวกเขาทำกับลูกผมแบบนี้ เขานอนร้องไห้เป็นห่วงพ่อที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อและอนาคตของครอบครัว มันแย่มากสำหรับเขา ตำรวจที่ DSI บอกกับผมว่าจะก๊อปปี้ข้อมูลจากคอมมาลงที่ฮาร์ดดิสของตำรวจและจะคืนคอมให้ลูกของผมเพื่อเขากลับไปใช้งาน หลายอาทิตย์ต่อมาภรรยาผมไปทวงกลับถูกปฏิเสธอ้างว่ายังตรวจสอบไม่เสร็จ ภรรยาบอกว่าลูกจะต้องใช้งานเพราะเขากำลังจะสอบอีกทั้งคอมนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับผม ตำรวจบอกภรรยาผมว่า “หากลูกคุณอยากใช้ คุณก็ไปซื้อเครื่องใหม่ให้ลูกคุณสิ” สุดท้ายพวกเขาก็ขอให้ศาลริบเป็นของกลาง (คิดดูกันเองแล้วกัน) ตำรวจท่านนี้ยังสร้างความเจ็บปวดให้ลูกเมียผมมาก มีอยู่วันหนึ่งเขาบังเอิญพบภรรยาผมที่ศาล เขาชูสองนิ้วให้ภรรยาผมและพูดว่า “แฟนคุณเจอสองกรรม” พร้อมกับยิ้มเพื่อแสดงความยินดีกับความสำเร็จที่ผมได้รับความผิดได้มากขึ้น ภรรยาผมทุกข์ใจมากอยู่แล้วต้องมารับความทุกข์เพิ่มขึ้นอีกจากพฤติกรรมดังกล่าว หากเขาจะช่วยเงียบเฉยๆ จะเป็นการดีอย่างยิ่งต่อภรรยาผมที่กำลังอยู่ในกองทุกข์และภรรยาผมก็ไม่ได้ทักทายอะไรเขาเลย ผมอยากให้เขาคิดบ้างสักนิด ลูกผมจ้องเรียนไปทุกข์ใจไปด้วยจนถึงปิดเทอม ต่อมาลูกชายผมก็ได้บวชเณร เขาคงมีจิตใจที่ดีขึ้นบ้างที่ได้พระธรรมเป็นที่พึ่ง แต่เขาก็ยังคงเครียดอยู่ตลอดเวลาที่ต้องมากำพร้าพ่อในขณะนี้ จิตใจยังคงบอบช้ำจนกว่าจะได้พ่อคืนมา บางวันเขาเครียดมากออกไปหลังบ้านและตะโกน “เล็กคิดถึงพ่อ” ภรรยาผมได้แต่ร้องไห้สงสารลูกเพราะเธอทำทุกอย่างจนสุดความสามารถแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความโหดร้ายต่อลูกๆ ผมจะได้ยุติลงสักที ชีวิตของเด็กๆ ทั้งสามอยู่ในกำมือของพวกเขา คิดเขาจะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเขาเราได้แต่ร้องเรียกของความเมตตา ปัจจุบันเล็กเรียนอยู่ ม.4 EP ที่โรงเรียนxxxxxxx เขาคือลูกคนแรกในชีวิตผมซึ่งผมรักและหวงแหนมาก
4 นา อายุ 36 ปี นาคือภรรยาที่มีค่ามากสำหรับผม เรามีลูกด้วยกัน 3 คน เธอเรียนจบแค่ ป. 6 และเป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาที่ดูแลลูกๆ สิ่งที่เธอกำลังประสบมันหนักหนาเกินกว่าที่เธอจะรับไหว แต่เธอสู้ทุกอย่างเพื่ออิสรภาพของผมเพราะมันหมายถึงชีวิตเธอที่มีค่าและลูกๆ ของพวกเรา หากไม่มีผมพวกเขาจะอยู่กันไม่ได้แน่ นาถูกกดดันรอบด้านทั้งจากทางตำรวจที่ต้องการให้เธออยู่เงียบๆ พวกเขาเคยบอกเธอว่าหากผมได้ออกจากคุกพวกเขาจะไม่รับรองความปลอดภัยหรือหากไม่อยากให้ผมเจอหนักก็ต้องอยู่เงียบๆ เธอเป็นห่วงผมมากที่กำลังอยู่ในคุก เธอยอมทิ้งลูกๆ เพื่อมาเฝ้าเยี่ยมและให้กำลังใจผม พอผมถามถึงลูกๆ เขาก็ไม่ให้ผมห่วงลูกขอให้ผมเอาตัวเองให้รอดปลอดภัยไม่ว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนเธอจะไปสวดอ้อนวอน และบนบานศาลกล่าวเพื่อให้ได้ตัวผมคืนมา เธอยังต้องรับความกดดันจากลูกๆ ที่รับปากไว้ว่าจะนำพ่อของพวกเขาคืนมาให้ได้แต่ทำทุกอย่างก็ไร้ความหมาย เธอต้องไปให้ความสำคัญกับลูกๆ เพิ่มขึ้น เธอพยายามขายทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีเพื่อเป็นค่าข้าวและค่าเทอมให้ลูกๆ เธอต้องประหยัดที่สุดจนแทบจะไม่น่าเชื่อเพราะครอบครัวเราไม่มีรายได้อีกแล้ว พี่น้องทีมงานประชาไทจะเข้าใจดีว่าสภาพจิตใจของภรรยาผมเป็นเช่นไร สิ่งเดียวที่พวกเราต้องการคือเพียงแค่การได้กลับไปใช้ชีวิตด้วยกันอีก ขอแค่ไปทำไร่ทำนาและอยู่อย่างพอเพียง พวกเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ แต่พวกเขาหาได้มีความเมตตาแก่พวกเราไม่ เขาไม่สงสารพวกเราเลย พวกเราก็เป็นคนเหมือนกันและเป็นคนไทย ในช่วงที่แย่ที่สุดผมเคยบอกกับภรรยาว่า “ผมไม่ไหวอีกแล้ว” และสั่งเสียถึงพ่อแม่หากจะไม่ได้พบกันอีก ภรรยาผมร้องไห้และเตือนสติผมว่า “หากไม่มีนุ้ย นาและลูกๆ จะอยู่กันอย่างไร” มันทำให้ผมสู้ทนเพื่อจะมีชีวิตต่อไป เธอยังเคยพูดว่าถึงเธอจะอยู่นอกคุกแต่ก็ไม่ต่างกับการติดคุก ตราบใดที่ผมยังอยู่ในคุกเพราะเธออยู่ภายใต้แรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะจากลูกๆ ที่น่าสงสาร นาเป็นสิ่งมีค่าสุดท้ายที่ผมเหลืออยู่ เธอทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกันและจะทำทุกอย่างเพื่ออิสรภาพของผม
5 นายสุวิชา ท่าค้อ (นุ้ย) อายุ 35 ปี ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไรหากไม่ประสบเองก็จะไม่เข้าใจ มันเป็นเหมือนการฆ่าให้ตายไปครึ่งชีวิตหรือการทำให้ตายทั้งเป็นผมไม่อยากให้ใครได้ลิ้มรสกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนผม เมื่อมีข่าวนักโทษแขวนคอตายในห้องขังผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติเพราะผมเคยผ่านจุดนั้นมา และที่เกิดเหตุแต่ไม่เป็นข่าวก็มีมาก พวกที่อยู่ในคุกจะรู้ดี บางคนถูกตัดสินแค่หนึ่งปีครึ่งจากข้อหาลักทรัพย์แต่ยอมรับไม่ได้และเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองก็มี (แต่ไม่เป็นข่าว) มันคือจุดทดสอบจิตใจที่จะผ่านความทุกข์ไปได้อย่างไร ผมได้เอาความทุกข์นั้นมาใช้ประโยชน์ทำให้ผมผ่านจุดนั้นมาได้ ตอนนั้นเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ช่วงเวลาที่ผมคิดว่าทนไม่ได้แล้วจริงๆ จนต้องล่ำลาเมียหากจะไม่ได้พบกันอีก คิดว่าจะต้องกลับบ้านให้ได้ถึงจะเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณก็ต้องกลับบ้าน ความทุกข์ทำให้ผมคิดได้ หากคิดจะตายผมก็จะปฏิบัติธรรมให้ตายไปเลย และผมก็ไม่ผิดหวังเพราะผมได้เข้าไปสัมผัสธรรมะที่แท้จริง จนทำให้มองดูเรื่องทางโลกเป็นเรื่องที่ไร้สาระไปเลย ผมฝึกสมาธิอย่างหนักแบบเอาความตายเข้าแลก ฝึกหนักจนกระทั่งจิตเริ่มจะไม่เกาะติดกับร่างกาย และไม่สนใจความเป็นไปของร่างกาย, ความเป็นอยู่และเรื่องราวต่างๆ และผมได้เข้าไปสัมผัสอัปปะนาสมาธิในช่วงเดือนกันยายน สภาพจิตใจตอนนั้นถือว่าเป็นจุดสูงสุดในชีวิต (ไว้ขออธิบายโอกาสต่อไป) เรื่องนี้มันเป็นปัจจัตตัง (รู้ได้เฉพาะตัว) แต่ผมต้องต่อสู้กับกิเลสอย่างหนักคือความห่วงต่อลูกๆ ทำให้จิตไม่นิ่งได้เต็มที่ คนที่ศึกษาเรื่องธรรมะจะเห็นตัวอย่างมากมายของเวรกรรม ธรรมะสอนให้ผมรู้จักแต่ได้ ผมอยู่ในคุกผมก็ได้กุศลและรักษาศีลให้บริสุทธิ์ เพราะไม่ได้ทำบาปอะไรเลยในแต่ละวัน ตราบใดที่พวกเขายังขังผมต่อไป คนที่เสียหายคือพวกเขาที่ทำบาปทำกรรมต่อผมและลูกเมีย เรื่องทางธรรมมักจะเดินสวนทางกับเรื่องทางโลก ทางธรรมคือการทำลายล้างกิเลส, ทำลายอัตตา, ทางโลกคือการแสวงหาความร่ำรวยหรือการสะสมกิเลสนั่นเอง คนที่ร่ำรวยก็จะมีอัตตามากขึ้นคู่กัน ยิ่งเรื่องอำนาจทางการเมืองยิ่งเป็นกิเลสที่หยาบที่สุดเพราะถึงกับจับขังหรือฆ่ากันได้เลยดังที่เรากำลังเป็นกันอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ว่าผมจะอยู่กับทางโลกแต่ก็ผมก็จะเดินบนทางธรรมเป็นทางเอก ผมสมหวังและจะไม่เสียดายกับชีวิตแล้วที่ได้เห็นธรรมในชาตินี้ หากไม่เห็นทุกข์ผมคงจะงมโง่อยู่กับกองกิเลสและคงจะหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะกิเลสมันจะปิดบังให้คนมืดบอดและจะหนักขึ้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายผมก็ไม่มีอะไรมากทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเขา ชีวิตพวกเราทั้ง 5 อยู่ในอำนาจของเขา ผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอก และไม่อยากให้ลูกเมียต้องไปขอบริจาคใครกินแต่พวกเราคงไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ และขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผม ลูกๆ ทั้งสามมีค่ามากสำหรับผมขอเพียงให้พวกเขาอยู่รอดสำหรับผมอะไรก็ได้เพราะผมเหมือนคนที่ตายไปแล้วไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรได้อีกแล้ว ผมต้องทำใจกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับผมให้ได้เพราะมันเป็นโลกธรรมแต่ก็ยังเป็นห่วงพวกเด็กๆ ที่พวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจธรรมะทำให้ความทุกข์ตกที่พวกเขาเต็มๆ โลกธรรม 8 คือธรรมที่อยู่คู่โลกที่ทุกคนจะต้องประสพและมันกำลังเกิดขึ้นกับผม ลาภ (ผมทำงานมีรายได้ดี), เสื่อมลาภ (ล้มละลายสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง, ลูกเมียต้องใช้จ่ายเงินจากผู้มีเมตตาหรือจะเรียกว่าขอทานก็ไม่ผิดนัก), ยศ (ผมทำงานเป็น Senior Engineer ในบริษัทที่ดี), เสื่อมยศ (เป็นนักโทษคดีร้ายแรงหรือคนคุก), สรรเสริญ (ฝ่ายที่ชอบก็จะยกย่องเป็นธรรมดา), นินทา (ฝ่ายที่ไม่ชอบก็จะด่าประณาม), สุข (มีชีวิตที่ดีและครอบครัวที่อบอุ่น), ทุกข์ (ต้องพลัดพรากจากลูกเมียและคิดที่จะปลิดชีพตัวเอง), พอผมเข้าใจธรรมะทำให้ผมปล่อยวางเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นธรรมชาติ คุณอานนท์ลองไปพิจารณาดูกันเองว่าท่านประสพกับโลกธรรมอย่างไรบ้างเพราะไม่มีใครหนีพ้นหรอก เมื่อรู้แล้วก็อย่าไปทุกข์กับมัน ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแล้วดับไปตามกฎไตรลักษณ์ อย่าไปทุกข์กับมันมากจนถึงขั้นต้องเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเพราะมันคือธรรมชาติของโลก!
ด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง
สุวิชา ท่าค้อ
หมายเหตุ
1. ประชาไทสงวนชื่อจริงของลูกๆ ทั้ง 3 ของสุวิชา รวมถึงชื่อโรงเรียนที่ระบุในจดหมาย
2. ประชาไทสะกดคำตามต้นฉบับของสุวิชา
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ผมอ่านจนจบยังไม่เห็นว่าทางเรื
ผมอ่านจนจบยังไม่เห็นว่าทางเรือนจำเขาจะเซ็นเซอร์จดหมายแกเรื่องอะไรได้ และจะเซนเซอร์ด้วยเหตุผลอะไร
หรือถ้าทนายอานนท์แกเป็นอิสลามก็อาจจะเซนเซอร์เองเลิกอ่านจดหมายสอนศาสนาพุทธ แต่ไม่ได้ปรึกษาข้อกฎหมายเช่นนี้เสียเอง หรือไงครับ.......
เห็นบอกเป็นนัยๆว่า อาจเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่ส่งถึงตัวทนายได้ หรือฉบับหน้าจะให้ลูกน้องอ่านแทน..แล้วค่อยส่งมาลงประชาไท
ไหนๆเป็นทนายทั้งที ทำไมไม่ช่วยอธิบายมาหน่อยว่า "รายละเอียดหลักเกณฑ์"เป็นอย่างไร เช่น ยังอุทธรณ์อยู่หรือไม่ ถ้าอุทธรณ์อยู่ขอลดโทษขอพระราชทานอภัยโทษได้ไหม......
กฎหมายอันแปลกประหลาดของโลก
กฎหมายอันแปลกประหลาดของโลก กฎหมายนี้ขัดต่อการเป็นประชาธิปไตยของชาติ ่รวมทั้งเป็นการระเมิดสิทธิมนุษย์ชนสูงสุด ทำไมคนไทยจึงยอมให้มีกฎหมายนี้ขึ้นได้ นับเป็นชนชาติที่ประหลาดแท้ อีกทั้งน่าสะพึงกล้วอีกต่างหาก พะยะค่ะ.
ผมคิดว่าคำว่าเซนเซอร์หมายถึงห
ผมคิดว่าคำว่าเซนเซอร์หมายถึงหลังจากฉบับบนี้แล้วฉบับต่อไปคงส่งออกมาได้ยากเพราะมีข้อความที่ดูไม่ดีกับอีกฝ่ายในฉบับนี้
อยากให้ประชาไทส่งจดหมายนี้ให้
อยากให้ประชาไทส่งจดหมายนี้ให้องค์กรนิรโทษกรรมสากล
ผมอ่านความเห็นคุณ
ผมอ่านความเห็นคุณ ประชานิยมแล้ว ผมขำครับ เอาความจริงมาอธิบายกันเลยนะ อำนาจในการตรากฎหมาย และยกเลิกกฎหมายใดๆก็ตาม เป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภา คือ สส และ สว ถ้าพวกคุณเห็นว่าไม่เป็นธรรมก็ล่ารายชื่อ ยื่นต่อสภาเสนอกฎหมาย เพื่อขอยกเลิกก็ได้นี่ครับ สส สว เขาจะเอากับพวกคุณด้วยหรือปล่าวเท่านั้นเอง และหลักความจริงอีกอย่างก็คือ สุวิชา ท่าค้อ มีเหตุผลอันใดที่ไปล่วงละเมิดสถาบันเพื่ออะไร ทำไปทำไม ได้รับความเดือดร้อนอันใด จึงล่วงละเมิดกฎหมายเช่นนั้น สุวิชา ก็ทราบมิใช่หรือว่า กฎหมายฉบับนี้มีมานานแล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยก็ออกมาเรียกร้องตามกระบวนการก็ได้นี่ครับ มิได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด กับการเสนอให้ยกเลิกกฎหมายฉบับใดที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม แล้วทำไมกลุ่มเสื้อแดงเข้าชื่อถวายฎีกาเพื่อทักษิณกลับทำได้ แต่กับกฎหมายนี้เพิกเฉย ผมก็ทราบนักการเมืองมักจะหยิบยกกฎหมายนี้มาโจมตีทำลายร้างฝ่ายตรงข้ามเสมอ ตามความเข้าใจของผมสุวิชา ท่าค้อ ก็คือเหยื่อทางการเมืองดีๆนี่เอง จากการถูกปลุกระดม และท้ายสุดไอ้คนที่มันปลุกปั่นมันเคยมารับผิดชอบต่อครอบครัวของสุวิชาหรือไม่ และที่สำคัญขณะนี้แกนนำกลุ่มเสื้อแดงก็เดินสายปลุกปั่นประชาชนให้หลงกลตกเป็นเหยือแบบสุวิชา เหมือนกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ถือว่าเป็นความโง่ของคนเสื้อแดงเองก็แล้วกันที่ไปหลงเชื่อพวก 18 มงกุฎ เจ้าเล่ห์หลอกใช้ประชาชนผู้โง่เขลาเป็นเครืองมือเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น
เรียน คุณสุวิชา
เรียน คุณสุวิชา ท่าค้อ
ทุกคนในองค์การสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยสบายดี กินได้ นอนหลับ
รับเงินเดือนเป็นแสนบาทต่อเดือนอย่างสบายใจ
บางคนสามารถใช้ความเป็นชายคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวในที่ทำงาน
บางคนก็ใช้ความชายคุกคามทางเพศต่อชายหนุ่มในที่ทำงาน
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
บาปก็ตกอยู่ที่ประชาชนเหมือนเด
บาปก็ตกอยู่ที่ประชาชนเหมือนเดิม ที่ผ่านมาประชาชนก็คือผู้รับภาระ แต่ประชาชนมัสิทธิที่จะเลือกกฏหมายด้วยตัวเองได้หรือไม่
โดยนายอานนท์
โดยนายอานนท์ เปิดเผยว่าจดหมายดังกล่าวอาจจะเป็นฉบับสุดท้ายที่สุวิชาจะส่งถึงตัวเขาได้ เนื่องจากสุวิชาถูก “เซ็นเซอร์”
""""""""จะห้าม ผู้ต้องหา หรือนักโทษติดต่อกับทนายรึฮับ เอาแบบนี้เลยรึฮับ"""""""
ต่จนถึงบัดนี้
ต่จนถึงบัดนี้ ไม่ทราบผลการฎีกาดังกล่าว มีเพียงคำอธิบายอย่าง “ไม่เป็นทางการ” จาก “ข้าราชการ” ผู้หนึ่งว่า "เรื่องของสุวิชาไม่เข้าหลักเกณฑ์” สุวิชา ท่าค้อ
""""""""ไม่เข้าหลักเกณ หรือไม่เข้า ""หลักกู"""กันแน่ฮับ แค่เอา หลักเกณ ที่ใช้กับ แป๊ะลิ้ม ไปใช้กับ ดา หรือ
สุวิชา มันยากส์ส์ส์ส์ ตรงไหนฮับ รึว่ามันยากกกกกกก ตรงที่"""""หลักกู"""""นี่หละ"""""""""
ผมเป็นเพียงแค่ลูกชาวนาธรรมดาแ
ผมเป็นเพียงแค่ลูกชาวนาธรรมดาและมีความรักต่อสถาบันเหมือนคนไทยทุกคน
"""""คาถาที่่คนไทยทุกคนต้องท่อง.....รึป่าวววว คับ"""""""
ผมว่ามันมีนัยสำหรับกฎหมายฉบับ
ผมว่ามันมีนัยสำหรับกฎหมายฉบับนี้อยู่มากมาย ยิ่งกว่ากฏหมายใด ๆ ในประเทศนี้ ไม่ว่า ส.ส. หรือ ส.ว. ท่านใดก็ไม่กล้า แม้แต่จะพูดถึงว่ามันมีความเป็นธรรมในการใช้ การลงโทษกับผู้กระทำความผิดหรือไม่ ?
แล้วจะไปหาใคร่มาแก้ไข ผมไม่ทราบว่าเมื่อมีท่าน ๆ มีมีส่วนได้ ส่วนเสียกับกฎหมายฉบับนี้จะสบายใจกับกฎหมายฉบับนี้แค่ไหน ?
สาธุ สาธุ กับกฎหมายพิเศษจริง ๆ หนึ่งเดียวในโลก ผมก็กลัวนะครับ
นึกถึงเรื่องเล่าสมัยโบราณที่ม
นึกถึงเรื่องเล่าสมัยโบราณที่มีผู้หญิงในยุโรปโดนจับมามัดแล้วเผาทั้งเป็นเพราะเธอถูกกล่าวหาว่าเป็น แม่มด ไม่น่าเชื่อว่าถึงสมัยนี้ยังจะมีการลงโทษทำนองเดียวกันนี้อยู่ในโลกนี้อีก ณ กรรมใดใครก่อกรรมนั้นจะตามสนอง เชื่อผมซิ
***** เรียนคุณ สุวิชา
***** เรียนคุณ สุวิชา *****
ถ้าเราต้องประสบความทุกข์ อย่างแสนสาหัส
และไม่สามารถ แก้ไขอะไรได้
เราต้องใจเย็น และอดทน
เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งต่างๆก็จะดีขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น นายอุทัย พิมพ์ใจชน
ถูกจำคุก เพราะไปฟ้องศาลว่า จอมพลถนอมเป็นกบฏ (เพราะทำปฏิวัติ)
ใครจะไปคิดว่า หลังจากนั้นไม่นาน จะเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา2516
ทำให้นายอุทัย พิมพ์ใจชน ได้ออกจากคุก
กรณีคุณสุวิชา อาจเกิดปาฏิหารย์ ที่คนคิดไม่ถึงก็ได้ ในเร็วๆนี้
ตนเป็นที่พึ่งแห่งต้น ประเทศนี
ตนเป็นที่พึ่งแห่งต้น
ประเทศนี้ ใครใหญ่
ถ้าไม่รู้ อยู่ไม่ได้
ขอให้คุณสุวิชาใช้โอกาสนี้เพื่
ขอให้คุณสุวิชาใช้โอกาสนี้เพื่อความเจริญในทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ
เพราะอิจฉาเขา
เพราะอิจฉาเขา กลัวจัดจนเสื่อมลง ๆๆเสียเอง น่าอนาจแท้ ๆ
กลัวเขาจนแสดงออกเกินหน้าแบบความเห็นสิ้นคิดบนนี้แหละ
เรียน คุณสุวิชา
เรียน คุณสุวิชา คุณต้องอยู่แบบมีความหวังรอเวลาเปลี่ยน ขอเป็นกำลังใจให้คุณและครอบครัว
จากจดหมายของคุณสุวิชา
จากจดหมายของคุณสุวิชา ผมดีใจในแง่ที่ว่า ภายใต้ภาวะที่เป็นอยู่ คุณสุวิชา ได้ฝึกสมาธิ
ผมเชื่อว่า คุณสุวิชา มีศักยภาพที่จะปฏิบัติธรรมได้ลึกซึ้งขึ้นเป็นลำดับ
คุกกายภาพ ไว้ขังกาย รอเวลาเปลี่ยน คุณสุวิชา คงได้ออกมาก่อน 10 ปี
คุกในจิตใจ ออกได้ยาก แต่สามารถออกได้ไม่เลือกเวลา สถานที่
ขอเป็นกำลังใจ
ถ้าทนไม่ได้ก็ไม่มีใครห้ามให้ล
ถ้าทนไม่ได้ก็ไม่มีใครห้ามให้ลี้ภัยนี่ พม่าก็ได้ ที่เหลือเยอะ หรือเขมรดี เห็นเขาว่าอนาคตจะมีแก๊สกะน้ำมัน
จริงหรือนี่ อืมม์
จริงหรือนี่
อืมม์
แสดงว่าที่เอ็.อยู่ได้ก็เพราะเ
แสดงว่าที่เอ็.อยู่ได้ก็เพราะเอ็งรู้ใช่มะ
ด็แล้วจะได้ไม่เสล่อไปถามใครอีก เด๋วไม่ได้อยู่นะเว๊ย
อ่านจดหมายแล้วน่าเห็นใจนะครับ
อ่านจดหมายแล้วน่าเห็นใจนะครับ นี่แหละการทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ลูกเมียตัวเองจึงต้องเดือดร้อนหนักเช่นนี้
ถ้าคุณสุวิชาคิดมากขึ้นสักนิด ไตร่ตรองมากขึ้นสักหน่อย อย่าไปมัวลำพองปากกา หรือบ้าตามคนเค้าปลุกระดมให้โจมตีสถาบัน ที่คุณสุวิชาอ้างเองว่า "ตนก็เคารพเทิดทูนเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน"ครอบครัวของตนที่ยังพึงตัวเองไม่ได้เลยก็จะไม่เดือดร้อนเช่นนี้
เชื่อผมเถอะ วัฒนธรรมไทยๆมีมานานนับร้อยนับพันปีมีความผูกพันมีความเชื่อในเรื่องสถาบันสูงสุดนี้ ยากส์จริงๆที่จะแม้แต่คิดจะไปล้มล้างทำลายได้ คนที่คิดและจะทำลายสถาบันฯไปเช่นนี้คิดิดแน่นอน แม้แต่คุณแม้วคนดังคนนั้น ที่แอบคิดลึกๆจะหาทางทำให้ล้มหงายล้มคว่ำ จุดจบนั้นเห็นทีจะไม่งดงาม..และศพแกนั้นคงจะไม่สวยแน่ครับ
" คนดี
" คนดี อาจถูกใส่สีให้เป็นคนเลว คนเลว อาจถูกสร้างภาพให้เป็นคนดี " แต่สักวันหนึ่งเมื่อความจริงปรากฏ ผู้คนย่อมรู้
ว่าใครเป็นคนดี ใครเป็นคนเลว นี่คือสัจธรรม
มันเป็นบทเรียนที่ดีเรื่องใจคิ
มันเป็นบทเรียนที่ดีเรื่องใจคิด มือเขียน ปากพูด ทุกคนมีสิทธิกระทำ เเละทุกคนมีสิทธิป้องกันตัว การทำอะไรเอามันไร้สติผลกรรมมันตกถึงลูกเมียที่เขาไม่รู้เรื่อง จงมีสติอย่าให้ใครปั่นหัวง่ายๆ มันไม่เดือดร้อนหรอกเพราะมันกดรีโมทมาจากเเดนไกล
ทําไมเดี๋ยวนี้คนไทยถึงใจร้าย
ทําไมเดี๋ยวนี้คนไทยถึงใจร้าย จะฆ่ากันเองอยู่ทุกวัน การให้อภัยคนที่ทําผิดครังแรก มันหนักหนาอะไร คนที่มีอํานาจอยู่เต็มมือ ไม่ทําอะไรเลย อย่างคนอเมริกัน เมืองเขาเจริญแล้ว เขาให้โอกาสคนทําผิดครังแรก second chance
เมืองไทยเราดีกว่า เพราะเป็นเมืองพุทธแท้ แต่ใจร้ายไม่ให้โอกาสคนทําผิดครังแรกเลย
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
อำนาจในการตรากฎหมาย
อำนาจในการตรากฎหมาย และยกเลิกกฎหมายใดๆก็ตาม เป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภา คือ สส และ สว ถ้า
""""ฝั่งแดงมีงานเยอะแยะมากมาย...เรื่องนี้น่าจะี้ต้องทำแน่ๆ แต่ยังไม่ถึงเวลา ...รอให้
คนส่วนใหญ่เห็นความชั่วชาติของมัีนเสียก่อน...เรื่องมันจะง่ายขึ้น
...และ....ไอ้สว.ลากตั้งที่ไอ้ชั่วมันทำให้เกิดขึ้น...จะทำให้เรื่องนี้ยากขึ้นอีก....เห็นยัง.... ทำไมต้อง""ลากตั้ง""
DoFemXL yzIxzO
DoFemXL yzIxzO
FViciy Ambien Buy Valium Buy
FViciy Ambien Buy Valium Buy Xanax Phentermine Cheapest Cialis Ativan
XFtkWhuL Ambien Buy
XFtkWhuL Ambien Buy Phentermine Cialis Cheap Valium Xanax Buy Ativan
MuzzUnF Buy Phentermine Buy
MuzzUnF Buy Phentermine Buy Xanax Ativan Buy Viagra online Ambien Cheap Valium
GGMZrO Buy Cialis Cheap
GGMZrO Buy Cialis Cheap viagra Viagra Cialis Buy Viagra online Phentermine