หอภาพยนตร์เป็น "องค์การมหาชน" แล้ว "รมว.กระทรวงวัฒนธรรม" เร่งเดินหน้าให้เห็นผล ยันไม่ต้องห่วงหนังเก่ายังเป็นของชาติ
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้แถลงวันพุธที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า การปรับหอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร เป็นองค์การมหาชน ซึ่งมีความพยายามผลักดันกันมายาวนานถึง 8 ปี เปลี่ยนมาหลายรัฐบาลแล้ว ก็ยังไม่สำเร็จนั้น บัดนี้ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ทำให้หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร กลายเป็น หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นองค์การมหาชนแห่งที่สองในกระทรวงวัฒนธรรม และเปลี่ยนระบบการบริหารมาเป็นนิติบุคคลเบ็ดเสร็จในตัวเองและอยู่ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการโดยตรง
นายธีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนทั่วไปยังไม่สู้เข้าใจเรื่ององค์การมหาชน มักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า องค์การมหาชนไม่ใช่ส่วนราชการ บ้างก็เข้าใจผิดไปว่า องค์การมหาชนเป็นการแปรรูปไปเป็นบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ตนขอชี้แจงว่า กรณีของหอภาพยนตร์ก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่เป็นการแปรรูป หอภาพยนตร์ใหม่ยังคงเป็นหน่วยงานของรัฐร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เปลี่ยนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยแบบเอกชน จึงไม่ต้องกังวลว่าหอภาพยนตร์จะนำภาพยนตร์ต่างๆ ซึ่งหอได้รับมอบมาจากภาครัฐและเอกชนตลอดเวลา 25 ปีที่ผ่านมาไปหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
รัฐมนตรีว่าการกระทวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “ขณะนี้ ผมจะต้องรีบแต่งตั้งบอร์ดชั่วคราวเพื่อเข้าไปบริหารจัดการในระยะเปลี่ยนถ่าย ซึ่งจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและรู้เรื่องหรือเคยมีประสบการณ์การบริหารองค์การมหาชนดี ขณะเดียวกันจะต้องรีบดำเนินการโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ์ หนี้สิน ฯลฯ ของหอภาพยนตร์เดิมไปเป็นของหอใหม่”
นายธีระ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่ององค์การมหาชนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจค่อนข้างมากและท่านรู้เรื่องดีที่สุด เพราะท่านเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำพระราชบัญญัติองค์การมหาชนจนสำเร็จในสมัยนายกชวน หลีกภัย ท่านจึงกำชับให้ผมดูแลให้ดี เพราะที่ผ่านมามีการจัดตั้งองค์การมหาชนที่ไม่ค่อยถูกหลักการ จึงอยากเรียนคนในวงการภาพยนตร์และผู้ที่เป็นห่วงฟิล์มภาพยนตร์ของหอภาพยนตร์ว่าขอให้ไว้วางใจได้ และขอให้ช่วยติดตามดูผลงานว่าจะดีขึ้นจริงหรือไม่”
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน











