KNU ชี้การเจรจาสันติภาพจะดำเนินต่อได้พม่าต้องถอนทหาร

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU แถลงข่าวระบุชนชาติต่างๆ ต้องการสันติภาพที่อยู่บนความเท่าเทียมกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ พร้อมเรียกร้องให้พม่าถอนทหารออกจากพื้นที่ชนกลุ่มน้อย ยุติปฏิบัติการทางทหาร เพื่อให้การเจรจาสันติภาพในขั้นต่อไปสามารถดำเนินได้ ขณะเดียวกันเกิดเหตุเพลิงไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.ตาก ด้วย กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU (ที่มา: แฟ้มภาพ/สาละวินโพสต์) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (22 ก.พ. 55) องค์กร Burma Partnership แจ้งว่าสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU (Karan National Union - KNU) จัดแถลงข่าวที่จังหวัดผาอัน รัฐกะเหรี่ยง โดยก่อนหน้านี้ โดยในการแถลงข่าว KNU ได้อ้างถึง 4 ขั้นตอนที่จะทำให้เกิดสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืนในพม่า ที่อธิบายโดยประธานาธิบดีเต็ง เส่งแห่งพม่าในวันสหภาพ เมื่อ 12 ก.พ. ซึ่งประกอบด้วย 1.การหยุดยิงขั้นต้น 2.การหยุดยิงถาวร 3.การเจรจาทางการเมืองในชั้นต้น หาทางออกให้กับพื้นฐานของปัญหาทางการเมือง และให้มีกระบวนการปรองดองแห่งชาติ และ 4.การมีส่วนร่วมทางการเมือง ขั้นตอนดังกล่าวจะทำให้เกิด \สันติภาพอย่างยั่งยืน\" ตามที่เต็ง เส่งอธิบายในสุนทรพจน์เนื่องในวันสหภาพ เมื่อ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเต็ง เส่ง ระบุว่า \"การมีส่วนร่วมจากประชาชนทั้งประเทศมีความจำเป็นอย่างมากที่จะทำให้ความขัดแย้งภายในโดยการใช้กำลังยุติ และทำให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดความอุตสาหะในการสร้างชาติ\" KNU ยังอ้างอิงถ้อยแถลงของเต็ง เส่ง ที่ระบุว่าการหยุดยิงแต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืน โดยนาง นอ ซิปโปร่า เส่ง เลขาธิการสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU แถลงว่า \"KNU ตอบรับถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เนื่องในวันสหภาพ อย่างไรก็ตาม กลุ่มชนชาติต่่างๆ ต้องการสันติภาพที่อยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันในชาติ และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง ก่อนหน้านี้ ข้อตกลงในการหยุดยิงไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากพวกเขา (รัฐบาลพม่า) ไม่ระบุถึงความต้องการของพวกเขาต่อประชาชนชาติพันธุ์\" ทั้งนี้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU เชื่อว่าการเมือง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องลดกำลังอาวุธอย่างเดียวเท่านั้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เกิดสันติภาพอย่างมั่นคง แต่สันติภาพจะประสบผลขึ้นได้ก็ด้วยการเจรจาอย่างแท้จริง ระหว่างสภาสหพันธ์สหชาติพันธุ์ หรือ the United Nationalities Federal Council (UNFC) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และฝ่ายรัฐบาลพม่า รัฐบาลพม่าจะต้องยอมรับสิทธิของประชาชนกะเหรี่ยงในอันที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อสิ่งที่จะมีผลกระทบกับพวกเขาอย่างแท้จริง\" ซอว์ ละ งวย เลขาธิการร่วม KNU กล่าว \"นี่เป็นหลักการพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด เพื่อทำให้สิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง การพัฒนาในทุกๆ ด้าน สังคมที่เป็นธรรม เกิดขึ้นอย่างแท้จริง\" สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ยอมรับว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อน เพื่อเริ่มต้นไปสู่ขั้นตอนการเจรจา และแท้จริงแล้ว ความพยายามในการดำเนินมาตรการทางทหารของทั้งสองฝ่ายก็จะเป็นกำแพงขวางการหาทางออกอย่างสันติ ในรัฐกะเหรี่ยง ดังนั้น ด้วยเจตนารมย์ในการที่จะสร้างความไว้วางใจและเป้าหมายในการสร้างชาติร่วมกัน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU มีเรียกร้องเร่งด่วนไปยังรัฐบาลพม่าดังนี้คือ 1.ถอนทหารทั้งหมดซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ KNU 2.ลดกำลังทางทหาร ลดการเพิ่มกำลังทหารและยุทธปัจจัยเข้ามาในพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ 3.ปล่อยตัวสมาชิก KNU และสมาชิกชุมชนกะเหรี่ยงทั้งหมดที่ถูกคุมขังอย่างนักโทษการเมือง และยุติการปฏิบัติการทางทหารในเขตที่มีการสู้รบ รวมทั้งพื้นที่รัฐคะฉิ่น 4.มาตรการรูปธรรมเหล่านี้ จะทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่ KNU จะเริ่มต้นการเจรจาทางการเมืองกับรัฐบาล บนเส้นทางที่จะนำไปสู่สันติภาพอย่างยั่งยืนในรัฐคะฉิ่น และทั่วทั้งพม่า อนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา คณะเจรจา 19 คนของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union) หรือเคเอ็นยู ได้เจรจากับคณะผู้แทนจากรัฐบาลนำโดยรัฐมนตรีการรถไฟ อ่อง มิน (Aung Min) ที่เมืองผาอัน รัฐกะเหรี่ยง เพื่อเจรจาเรื่องข้อตกลงหยุดยิง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) โดยผลการเจรจาทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และวางแผนจะเจรจาร่วมกันอีกในอนาคต ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าในวันนี้ (23 ก.พ. 55) เกิดเหตุเพลิงไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยบ้านอุ้มเปี้ยม ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งมีผู้ลี้ภัยรวมกัน 15