ศาลนราธิวาสเตรียมไต่สวนคดี อิหม่ามยะผา กาเซ็ง 2 ก.ย. นี้

ศาลจังหวัดนราธิวาสนัดฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาในคดีอาญาอิหม่ามยะผา กาเซ็ง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจปิดล้อมตรวจค้น ควบคุมตัวและซ้อมทรมานจนเสียชีวิต 2 ก.ย. นี้

เนื่องจากเหตุคดีนี้ ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้มีการไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายยะผา  กาเซ็ง  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา  150  เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อช.9/2551 และมีคำสั่งเมื่อวันที่  25  ธันวาคม  2551  ว่าผู้ตายคือ  นายยะผา  กาเซ็ง  ตายที่ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  39  ตั้งอยู่ที่วัดสวนธรรม  หมู่ที่  2  ตำบลรือเสาะออก  อำเภอรือเสาะ  จังหวัดนราธิวาส  เมื่อวันที่  21 มีนาคม  2551  เนื่องจากผู้ตายถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้ายร่างกาย  ทำให้กระดูกซี่โครงหัก  ลมรั่วในช่องอกด้านขวา  ระหว่างที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามหน้าที่  ซึ่งนางนิม๊ะ กาเซ็ง  ภรรยาของอิหม่ามยะผา กาเซ็ง  ในฐานะผู้เสียหายได้เคยร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแล้ว  แต่พนักงานสอบสวนทำหน้าที่ล่าช้า นางนิม๊ะ กาเซ็ง จึงนำคดีมาฟ้องเอง           

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2551 นายยะผา กาเซ็ง เป็นอิหม่ามประจำมัสยิดหมู่บ้านกอตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 39 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ปิดล้อมตรวจค้น ควบคุมตัวไปแถลงข่าวว่าเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ และนำมาตัวควบคุมที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 39 ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดสวนธรรม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และถูกซ้อมทรมานจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเช้าวันที่ 21 มีนาคม 2551 จึงนำมาซึ่งเหตุในการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีนี้

ศาลจังหวัดนราธิวาสได้ไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1611/2552 ระหว่าง นางนิม๊ะ กาเซ็ง เป็นโจทก์ ฟ้องพันตรีวิชา  ภู่ทอง ที่ 1 ร้อยตรีสิริเขตต์  วาณิชบำรุง ที่ 2 จ่าสิบเอกเริงณรงค์  บัวงาม  ที่ 3 สิบเอกณรงค์ฤทธิ์ หาญเวช ที่ 4 สิบเอกบัณฑิต  ถิ่นสุข  ที่ 5 และพันตำรวจเอกทนงศักดิ์ วังสุภา ที่ 6 ข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด  กักขังหน่วงเหนี่ยว เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย  โดยศาลนัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่รับฟ้องของโจทก์หรือฟังคำพิพากษา ในวันที่ 2 กันยายน 2553  เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นคดีแรกในจังหวัดชายแดนใต้ที่ผู้เสียหายที่เป็นประชาชนได้ใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมฟ้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเป็นคดีอาญาเนื่องจากถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการซ้อมทรมานในระหว่างการควบคุมตัวเพื่อให้ได้ซึ่งคำรับสารภาพหรือข้อสนเทศจากผู้ถูกควบคุมตัว จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกควบคุมตัวเสียชีวิต อันเป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention Against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or Punishment-CAT) ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง และไม่อาจยอมรับได้

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน