ครม.ค้านแผนดูแลพระวิหาร ขู่ถอนภาคีมรดกโลก

 

28 กรกฏาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในระหว่างการประชุม ครม.มีการพิจารณาข้อเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ของที่ประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศบราซิล โดย นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้โทรศัพท์รายงานว่า กัมพูชาได้นำส่งเอกสารและฝ่ายเลขานุการที่ประชุมได้นำส่งร่างข้อมติที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก

นายกฯ กล่าวว่า ในรายละเอียดโดยสรุปของร่างข้อมติและเอกสารดังกล่าว มีหลายจุดที่ทำให้เรายอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแนบสิ่งที่เรียกว่า แผนผังหรือแผนที่เข้ามาสู่การพิจารณา แม้ในรายงานของกัมพูชาจะยอมรับว่า การจะส่งแผนที่ที่เป็นข้อยุติเกี่ยวกับการบริหารจัดการแผนทั้งหมด ไม่สามารถกระทำได้เพราะต้องรอการจัดทำหลักเขตแดนตามแนวทางที่กำหนดไว้ตามบันทึกความเข้าใจ ( MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2543  ที่มีคณะกรรมาธิการร่วมชายแดน (เจบีซี) ไทย-กัมพูชาดำเนินการอยู่ก็ตาม
 
นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวยืนยันว่า ถ้ามีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา นายสุวิทย์ในฐานะผู้แทนไทยจะต้องดำเนินการแถลงคัดค้านอย่างชัดแจ้ง ถึงสิ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถยอมรับได้ ในส่วนของการดำเนินการของคณะกรรมการมรดกโลก และหากไม่มีการรับฟังเสียงของประเทศไทย และยังมีความพยายามที่จะลงมติ ประเทศไทยก็คงไม่เข้าร่วมในการลงมติดังกล่าว และหากการลงมตินั้นมากระทบสิทธิของประเทศไทย จะไม่ยอมรับ และไม่สามารถให้ความร่วมมือได้ โดยจำเป็นต้องแสดงออกถึงการปกป้องอธิปไตย ซึ่งมติทั้งหมดจะได้มอบหมายให้ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ดำเนินการแจ้งต่อประธานคณะกรรามการมรดกโลกทราบ ก่อนการประชุมในวันที่ 29 กรกฎาคม
 
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า หากกัมพูชาดึงดันจะเสนอ และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการมรดกโลก ประเทศไทยจะแสดงท่าทีตอบโต้ด้วยมาตรการเด็ดขาด คือการถอนตัวจากภาคีสมาชิกของยูเนสโก

ยอมรับเสียก่อนครับ

ยอมรับเสียก่อนครับ ว่าต้นเหตุที่ทำให้ฉิบหายอยู่ทุกวันนี้คือการกระทำของระบอบอภิสิทธิ์ที่สมคบกับพันธมิตรคัดค้านการเซ็นMOUกับเขมรเรื่องยินยอมให้เขมรขึ้นทะเบียนPreah vihearเป็นมรดกโลกโดยลำพัง แลกกับการยอมรับแผนพัฒนาพื้นที่รอบมรดกโลก"ร่วมกัน" ซึ่งเป็นวิธีที่ประนีประนอมที่สุดและสอดคล้องกับคำตัดสินของICJว่าPreah vihearเป็นกรรมสิทธิ์ของเขมร แต่เรื่องเขตแดนไม่มีคำตัดสิน

ดังนั้นการดึงให้เขมรยินยอมรับการพัฒนาพื้นที่รอบวิหารร่วมกัน นับเป็นก้าวที่ดีและจะเป็นการผูกมัดให้เขมรยอมเจรจาเรื่องเขตแดนต่อไป หรืออย่างน้อยถ้าแบ่งกันไม่ได้จริงๆ ก็ทำเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกันซึ่งมันจะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ทางทะเลที่อุดมไปด้วยทรัยพากรธรรมชาติมหาศาล

แต่ด้วยความเห็นแก่ผลประโยชน์ฝ่ายตัวของอำมาตย์ใหญ่และสมุนผู้ซื่อสัตย์อย่างพันธมิตร จึงคัดค้านทุกอย่างที่รัฐบาลตัวแทนของทักษิณทำ เพียงขอให้ได้โค่นล้มรัฐบาลตัวแทนทักษิณ ก็ทำได้แม้แต่เรื่องที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายใหญ่หลวงอย่างเรื่องพระวิหารนี้ จนป่านนี้ก็ยังไม่สำนึก ยังจะเล่นละครน้ำเน่าเรื่องนี้ต่อไปอีก เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน คือดึงความสนใจของประชาชนออกจากเรื่องการเมืองภายในไปสู่เรื่อง"รักชาติ" แต่ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่ในการพัฒนาพื้นที่เศรษกิฐร่วมกับเขมร ซึ่งมีมูลค่าเป็นแสนล้านบาท มลายหายไปต่อหน้าต่อตา แถมอาจได้สงครามมาแทนที่ เพียงเพื่อบรรลุหมากกลทางการเมืองของ"ระบอบอภิสิทธิ์"เท่านั้น

ลองใช้สติปัญญาตรองดูเอาเองก็แล้วกันว่า ใครมัน"สามานย์"กว่ากันแน่?

อยากทำไร ทำเลยคร๊าบรัฐบาล

อยากทำไร ทำเลยคร๊าบรัฐบาล แต่จะทำไรต้องถามพันธมิตรก่อนนะ อย่าลืม

ครับเรื่องนี้

ครับเรื่องนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่าที รบ.หรือมติคณะรมต. ออกมาแบบนี้(เสียดายที่เราช้าไปเพราะช่วงที่ปัญหาพีคสุดตอนแรกเราไปเสียเวลากับประเด็นการเมืองในประเทศจนตามเขมรมากในส่วนการล็อบบี้หรือเดินหน้าเรื่องนี้)

เพราะตอนนั้นผมเคยเสนอระดับขนาดที่ให้เราเตรียมการขึ้นศาลโลกอีกรอบ(เผื่อไว้ แม้กรอบการเจราจา เราจะใช้กรอบทวินเป็นหลักกล่อมน้องเหม็นให้พัฒนาร่วมดีกว่า แต่เพราะมั่นใจเขมรไม่หยุดแค่นั้น?หรือแค่นี้? จึงต้องให้เราเตรียมไว้)

แล้วถ้ามาถึงตรงนี้ถ้าสรุป นังเนสโก้จัง(UNESCO) ผมเห็นประธานที่เป็นผู้หญิงคนนั้น?แล้วผมจึงเลือกให้ฉายาแบบนี้ เพราะมันสาระแนจัง?

หลับหูหลับตาบอกมาได้อย่างไร? ว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องดินแดน เพราะ เนื้อที่การบริหารจัดการตามแผนเสนอของเขมร มันเกี่ยวกับดินแดนไหม?(หลักฐานMOUก็ชี้ชัด) ถ้าผมเป็นคณะฯที่ไปกับคุณสุวิทย์ฯ ผมจะเอาหลักฐานนี้ฟาดกะบาลมัน?

แล้วเชิญมันมาดูพื้นที่ก่อน ว่ามันผิดธรรมชาติขนาดไหน? กับสนธิสัญญาที่ว่าด้วยแนวเขตแดนยึดสันปันน้ำ ที่เป็นเนื้อหาแม่บท แต่ดันไปยึด แผนที่ที่ถือว่าเป็นสัญญาลูกที่ขัดขาแม่แบบนั้นเด็กนรกขนาดไหนมันก็ไม่มีใครสามารถพิเศษฉี่ข้ามเขามาผนวกเอาดินแดนตามกรอบข้อตกลงแม่หรือสนธิสัญญา ถ้ามันไม่เชื่อ เชิญมันมาแล้วให้มันลองคลานป๊อกฉี่ดูสิ ตัวไหนมันสามารถฉี่ข้ามเขาได้ นั้นล่ะคือเงื่อนไขว่คนไทยโดนอะไร มันฝืนขนาดไหน?

ความไม่ชอบมาพากลมันมีให้เห็นแบบใด? แม้ผลการตัดสินออกมาเรายอมรับแล้ว แต่นั้นคือศาลโลกก็ไม่ได้ชี้ชัด พื้นที่รอบตัวปราสาท? หรือแม้แต่อธิปไตยเหนือตัวปราสาท ก็ไม่ได้ชี้ฃชัดไว้? แต่อนุมานเอาโดย สิทธิ เหนือตัวปราสาทเท่านั้น ว่าคือของเขมร???

แต่นี่เล่นลากยาวผนวกเอาพื้นที่ รอบตัวปราสาทมายังแนวพื้นที่ ที่เคยตกลงร่วมกันในMOU ที่เท่ากับเป็นหลักฐานชี้ชัดยิ่งกว่าชัดว่าพื้นที่ตรงนั้น เขมรหรือไทยอยู่ในระหว่างการการตกลงที่ยังไม่ยุติ?(ตรงนี้คณะฯคุณต้องชี้ชัดด้วยหลักฐานประกอบอย่างเป็นระบบต่อคณะตรงนั้นว่านี้คือเรื่องเกี่ยวกับอธิปไตยและดินแดนชัดๆ)

ถ้ามันยังไม่เห็นบ้องหูมันทั้งไอ้น้องเหม็นกับนังเนสโก้จัง ตบหูรับกันเลยว่ามันจะจะแบบไหน?แล้วบอกมันให้ชัดๆว่าใครหน้าไหน? ถ้าเขามาแบบไม่ได้รับอนุญาติจากไทย? แม้แต่นังเนสโก้จัง? ได้รัปทานลูกปืนแน่ๆไม่ต้องสไนน์เปอร์ด้วยป้อนที่ปากจะจะเลยว่านี้มันอธิปไตยไทย

(คราวนี้ผมเห็นด้วยกับพธม.ครับต่อเรื่องนี้) ครับว่าบางที่อาจจะต้องบ้องหูน้องเหม็นสักทีสองทีสั่งสอนในความดื้อตาไส ดื้อเอา?ดื้อบริโภคแบบนี้?

ผมไม่แน่ใจว่าคณะของคุณสุวิทย์ฯ ใช้ข้อมูลหลักฐานแย้งอย่างเป็นระบบหรือไม่? ถ้าไม่?หรือไม่ทัน?(ไปเซ่ออยู่ไหน? เห็นออกมาตั้งแต่คราวที่แล้ว ผมก็เคยเตือนให้เราเตรียมการระดับเตรียมขึ้นศาลโลกเผื่อไว้เลย) เพราะผมประเมินเหม็รแล้วมันไม่หยุดแค่นั้นแน่แม้เราจะกล่อมให้พัฒนาร่วมเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แต่เราไปออกแบบอธิปไตยความคิดเขา สิทธิเขาเช่นกัน เมื่อเขาไม่ยอมดึงดันแบบนั้น เราก็ต้องเตรียมการรองรับไว้ให้ทันเกมเขมร? และนั้นคือโอกาสเราเอาคืนได้ทั้งตัวปราสาทด้วย?

แล้วตอนนี้ เขมรไปถึงไหนแล้ว?ถ้าคุณบอกว่าไม่มีข้อมูลจะแย้งอย่างเป็นระบบตรงนี้? ถอยออกมา? แล้วมาให้โบ๊ะหัวสักทีสิ? ถ้ามือไม่ถึงไสหัวออกไป? ทำไมปล่อยให้เขมรคืบหน้าไปถึงตรงนั้นจอคอยหอยขนาดนั้น? ในขณะที่ไทย ต้องมาแก้ผ้าเอาหน้ารอดยืนอุดประตูให้เขมรล่อเป้า ทั้งที่เราเป็นประเทสใหญ่กว่าสักยภาพทีมบอลไทยเหนื่อกว่า จนถึงขนาดต้องทิ้งไพ่ใบสุดท้าย เรื่องยืนยันอธิปไตย(คุณรู้ไหม?หมายถึงอะไรก็ทำสงครามระหว่างชายแดนไง)???

มันเรื่องเล็กๆที่ไหน? คือถ้าเราไม่ปล่อยให้เรื่องมาถึงตรงนี้ระดับนี้ได้(ถ้าไม่ปล่อยเราคงจะได้เห็นการดำเนินการค้านเป็นระยะๆต่อการรุกคืบของเขมร) ไม่ใช่จ่อคอหอยแล้วค่อยมาโวยวายแบบนี้? คือแทนที่มันจะยุติลงตรงที่ นังเนสโก้จังไปทบทวนว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับดินแดนและอธิปไตย ของไทย ไม่ใช่แค่เขมร หรือ คำรับรองศาลโลก?

เพราะเนื้อหาพื้นที่รอบตัวปราสาท และหลักฐานMOUก็ชี้ชัดว่าเป็นเงื่อนไขทั้งสองประเทศที่ยังไม่ยุติ ไม่ใช่ใครทึกทักฝ่ายเดี่ยว อีนังเนสโก้จังบอกมันด้วยน่ะ ? ถ้ามาดูพื้นที่วันไหน?จะให้มันลองคลานป๊อกๆฉี่ดูสิว่ามันสามารถฉี่ข้ามเขา ข้ามแนวสันปันน้ำมาได้หรือไม่? ที่พวกฝรั่งเศษตาน้ำข้าวอย่างพวกมัน มั่วมา?ถ้า มันยังเชื่อ?

(คนจัญไรที่ไหนมีความสามารถฉี่ข้ามเขามาผนวกเอาพระวิหารที่อยู่สูงบนดอย) เอาไปให้เขมรต่ำทั้งที่ข้อตกลงสันปันน้ำนั้นคือระดับสนธิสัญญาคือแม่บททั้งหมดของข้อตกลงร่วม

แต่ผลสรุปไปยอมให้แผนที่ลูกหมาอำนาจฝรั่งเศษฉี่ข้ามเขามาผนวกเอาข้ามหัวข้อตกลงแม่บทไปได้อย่างไร? ผมว่านี่คือทางที่เราจะรื้อคดี โดยไม่ต้องอ้างเรื่องเก่าที่เขาอ้างเรื่องหมดอายุความเหม็รมันดื้อนักให้พัฒนาร่วมดีดีไม่เอาก้เอาคืนทั้งหมดเลยดีไหม ของกูทั้งนั้นที่ถุกฝรั่งเศษมันมั่วเอาไป

ก็นี่ไงเรื่องใหม่แบบเล่าเก่าในขวดใหม่ เพราะความจัญไรของศาลพระภูมิโลกไง? มันจับฉลากอ่านคำตัดสินไม่ถูกต้องเป็นธรรมไง?(เราดันเซ่อเองด้วย) ผลมันจึงไม่ยุติ หรือหาข้อยุติไม่ได้วางยาปัญหาไว้ให้คนพื้นที่รับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

เพราะเนื้อหาเรื่องนี้คนไทยประเทศไทยถูกกระทำครับ? เราไม่ได้ไปก่อเรื่องหาเรื่องใคร?แต่เงื่อนไขคือเราถูกกระทำผมจึงเห็นด้วย ว่าเราต้องปกป้องอธิปไตยจนถึงที่สุดเอาข้อตกลงMOU มากาง ตรงไหนใครมันข้ามเข้ามาโดยไม่ขออนุญาติไทย เอาลูกปืนให้มันกินอีนังเนสโก้จังด้วย ถ้ามันสาระแนนักมันจะมจังซี่จังซั่นชี้โน้นชี้นั้นบ้านกูฯก็เอากำปั้นยัดปากมัน???

ตรงนี้ผมค้านคุณdoctor Jครับ?

ตรงนี้ผมค้านคุณdoctor Jครับ? แม้กรอบการเจรจาที่ดีที่ควรเป็นแบบผู้ใหญ่กับเด็ก คือกล่อมน้องให้พัฒนาร่วมฯ? แต่ไอ้คุณน้องเหม็ร มันไม่ได้เจตนาแค่นั้น น้องเหม็รเจตนาเล่นหัวพี่เลย? เพราะกรอบการเจรจาของรบ.เดิม(ทรท.ตอนนั้นคือนพดล)

ถ้าเจตนาของขึ้นมรดกร่วม ผมเห็นด้วยว่า เราจะถือว่าพัฒนาร่วมได้ทั้งพฤตินัย และนิตินัย แต่ตอนนั้น สนับสนุนให้เขาขึ้นฝ่ายเดียวทางนิตินัยเราไม่มีอะไรต่อรองได้เลย? เป็นเหตุผลในการอ้างที่มีน้ำหนักของเขมรว่าแม้แต่ครม.ไทยก็เคยรับรอง(แม้จะยกเลิกภายหลัง แต่นั้นเขาก็อ้างอย่างมีน้ำหนักอีกว่าเพราะเกมการเมืองไม่ใช่คนไทยทั้งหมด)

นั้นคือที่ว่าพัฒนาร่วม แบบนั้น(ที่คุณdoctor Jพูดถึง) คือในทางคำพูดมันพูดได้? ที่หมายถึงกล่อมไปถึงผลประโยชน์ทางทะเลฯด้วย แต่ถ้าเกิดวันดีคืนดีเหม็รเกิดเหม็นหน้าเรา บอกว่าไอ้คุณพี่ไทยอย่าเสือกได้ไหม? นู๋จะพัฒนาเอง? จ้างฝรั่งถูกว่าไทยไม่ต้องให้พี่ไทยใช้ความใหญ่มาบีบเอากับนู๋แบบนี้?

เพราะเงื่อนไขคือ ทั้งหมด ทั้งพระวิหารฯ พี่ไทยมีหลักฐานตรงไหน?ว่าจะพัฒนาร่วม เพราะพี่ไทยก็บอกแล้วว่าร่วมๆอะไรนั้นน่ะ? นู๋เข้าใจว่าพี่ไทยรับรองว่ายกให้นู๋คนเดียว? ในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในตัวปราสาท? แล้วตรงไหนล่ะ?มันคือของพี่ล่ะ?(นิตินัย)พี่เอาอะไรมาถึก(ไม่ใช่ทึก)ทัก ตรงไหน?ของพี่???

อ๋อ ถ้ามาอ้างสัญญาปากเปล่าเรื่องพัฒนาร่วมเหรอ? ก็นี่ไงร่วมไง ?พี่ไทยร่วมกันยกให้นู่ไปทั้งหมดแล้วไง? คุณdoctor J ครับเหลี่ยมเขมรไม่ใช่ธรรมดา? ไม่งั้นนังเนสโก้จังไม่หลงมนต์ขนาดนั้น? ในการล็อบบี้อยู่หมัด?(นั้นคือเหตุผลที่ผมประเมินว่าเหม็รไม่หยุดแค่นั้นและแค่นี้? บางทีถึงศาลโลกอีกรอบแน่ๆให้เตรียมการเผื่อไว้ให้ดี)

นั้นขนาดผมชี้ไปไกลขนาดนั้น? แต่กรณีนี้เรื่องใกล้ๆปลายจมูก เรายังเพิกเฉย(วัดจากไม่มีท่าทีใดใดที่จะทำการชี้แจงอย่างเป็นระบบไปก่อน เช่นMOUที่มันเรื่องดินแดนอธิปไตยชัดๆ)ตรงนี้ไม่มีการดำเนินการใดใดทั้งที่คือหน้าที่?เพราะ ถ้ามีมันต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่านี้เพราะมันชัดๆ???

ดังนั้นเงื่อนไขที่เขมรล่อเป้าเราฝ่ายเดียวแบบนี้คือสิ่งที่ผมต้องตั้งคำถามไปยังคนที่มีหน้าที่ตรงนี้ เพราะสัญญานตื่นภัยมันมีมานานและเป็นเรื่องใหญ่มาแล้ว? ครั้งนั้น จนผมให้เตรียมการเผื่อไกลถึงระดับศาลโลก เอาไว้ สลับกับเจรจากล่อมเหม็รให้พัฒนาร่วมฯเผื่อมันยอม(แต่ชัดๆแล้วว่าเหม็รไม่ยอม)

ก้เขาก็มีอธิปไตยของเขาเช่นกันในการยอมหรือไม่ยอม?แต่การตั้งรับปัญหาของเรา คือปล่อยเลยให้เขมรมาล่อเป้าที่ปากประตูแล้ว???

"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสา

"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จะดลบันดาลให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในบ้านเมืองนี้มีสติพอจะสร้างปัญญา เห็นชะตากรรมของประเทศอันเกิดจากการกระทำของตัวเองบ้าง ถึงไม่มากเพียงสักนิดก็ยังดี"

คัดมาจากหน้า 4 ของมติชนวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 โดย ชโลทร

ครับเรื่องนี้จริงๆเพราะแนวคิด

ครับเรื่องนี้จริงๆเพราะแนวคิดมันมาจากวิธีคิดแยกส่วนแบบฝรั่งเศษพวกนั้นไง มันจึงคิดแยกแขนแยกขา เขาพระวิหาร(ทั้งที่ชื่อก็บอกแล้วว่าให้หารกัน) เพราะขนาดชื่อ เขมรที่ว่าเพี้ยะวิหาร(พี่น่าจะหาร) ของไทยก็ให้ชื่อ"พระวิหาร"(หมายถึงพี่ที่ใจพระหารให้น้องด้วย)

แต่เงื่อนไขคือฝรั่งเศษไง?ชื่อมันก้บอกว่ามันคือเศษส่วนที่มาสร้างความขัดแย้งให่เรา มันเป็นใคร? มันอยู่ตั้งไกลโพ้นทะเลจะมาชี้โน้นชี้นั้น(เอากำปั้นยัดปากไหม?)

ทางออกคือเราเอาเงื่อนไขMOU มาบีบนังเนสโก้จัง? และน้องเหม็รที่รวมหัวกัน จะแยกหัวแยกตัว เขาพระวิหาร ที่เจตนา ทั้งชื่อและที่ตั้ง เอาไว้ให้หารความร่วมมือกัน ไม่ใช่มาหักหาญกัน แถมยังมาแยกแขนแยกขาพระวิหาร อีกเพราะMOU บอกว่าหรือชี้ชัดว่าขาและเสื้อผ้า(การบริหารจัดการที่ดีกว่าในแง่ขนาดการท่องเที่ยว)อยู่ในเมืองไทย

นั้นคือบีบด้วยข้อตกลงMOU ว่าขาพระวิหารก็มีส่วนอยู่ในไทย?(แม้จะน้อยกว่าเหม็รทางนิตินัยที่ข้อเท็จจริงคือปล้นไปแต่เราจะยอมจบตรงนั้นคือไม่ติดใจมาว่าเรื่องใหม่ในการอยู่ด้วยกันอย่างไร) แต่ขอยุติปัญหาด้วยการหารความร่วมมือได้ไหม? อย่ามาหักหาญ ระรานฆ่ากันด้วยเนื้อหาที่คนไกลโพนทะเล มาวางทุ่รระเบิดไว้?

เราต้องช่วยกันกู้ทุนระเบิด ผ่านความร่วมมือร่วมกัน เพราะของมันอยู่ด้วยกัน ต้องใช้แนวคิดหารประโยชน์กัน อย่ามาหักหาญกัน เพราะจะหักหาญยังไงก็ย้ายประเทศหนีกันไปไหนไม่ได้?เราอย่ามาตกอยู่ในกับดักพวกฝรั่งเศษทำไว้ เราต้องร่วมกับปลดพันธนาการออกไป

เราเป็นพี่คนโตกว่า เหม็รเขาจะหัวชนฝาแค่ไหน? ก็ต้องให้เวลาในกรอบเจรจา ว่าด้วยความร่วมมือร่วมดีกว่า มันเป็นเรื่องระยะยาว

เพราะถ้าดึงดันไปต่างฝ่ายต่างเสียหาย? ส่วนเรื่องทำสงครามชายแดน ผมไม่เห็นด้วย? ผมว่าลองกล่อมน้องเหม็รอย่างเป็นระบบตามแนวคิดที่ให้ไว้? ในที่มาของทั้งชื่อและที่ตั้งของเขาพระวิหาร ที่เจตนาในการ"หาร"ไม่ใช่"หาญ" หรือทหาร ผมเชื่อว่าผลประโยชน์ที่ลงตัวที่สุดต่อเขมร จะเป็นแรงจูงใจในการพัฒนาร่วม

และชี้ให้ฝรั่งเศษ(ชื่อก็บอกว่ายกเงื่อนไขนี้ออกไปเขาเป็นแค่เศษ)มันดูจริงๆให้เข้าใจเจตนารมณ์ของชื่อพระวิหาร มีความศักดิ์สิทธิในที่มา เกินกว่าที่ฝรั่งตาน้ำข้าวมามาจับแยกเราตามแนวคิดแยกส่วนของเขา?กับแนวคิดรัฐชาติแบบใหม่ตามนิยามแบบนั้น ด้วยการที่เราชี้ให้เขาเห็นว่าพระวิหารมีขาอยู่ที่เราจะมองข้ามอวัยวะสำคัญที่จะสร้างพระวิหารให้ครบทุกส่วนและส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งจะแยกเราออกไปได้อย่างไร???

ครับเรื่องนี้จริงๆเพราะแนวคิด

ครับเรื่องนี้จริงๆเพราะแนวคิดมันมาจากวิธีคิดแยกส่วนแบบฝรั่งเศษพวกนั้นไง มันจึงคิดแยกแขนแยกขา เขาพระวิหาร(ทั้งที่ชื่อก็บอกแล้วว่าให้หารกัน) เพราะขนาดชื่อ เขมรที่ว่าเพี้ยะวิหาร(พี่น่าจะหาร) ของไทยก็ให้ชื่อ"พระวิหาร"(หมายถึงพี่ที่ใจพระหารให้น้องด้วย)

แต่เงื่อนไขคือฝรั่งเศษไง?ชื่อมันก้บอกว่ามันคือเศษส่วนที่มาสร้างความขัดแย้งให่เรา มันเป็นใคร? มันอยู่ตั้งไกลโพ้นทะเลจะมาชี้โน้นชี้นั้น(เอากำปั้นยัดปากไหม?)

ทางออกคือเราเอาเงื่อนไขMOU มาบีบนังเนสโก้จัง? และน้องเหม็รที่รวมหัวกัน จะแยกหัวแยกตัว เขาพระวิหาร ที่เจตนา ทั้งชื่อและที่ตั้ง เอาไว้ให้หารความร่วมมือกัน ไม่ใช่มาหักหาญกัน แถมยังมาแยกแขนแยกขาพระวิหาร อีกเพราะMOU บอกว่าหรือชี้ชัดว่าขาและเสื้อผ้า(การบริหารจัดการที่ดีกว่าในแง่ขนาดการท่องเที่ยว)อยู่ในเมืองไทย

นั้นคือบีบด้วยข้อตกลงMOU ว่าขาพระวิหารก็มีส่วนอยู่ในไทย?(แม้จะน้อยกว่าเหม็รทางนิตินัยที่ข้อเท็จจริงคือปล้นไปแต่เราจะยอมจบตรงนั้นคือไม่ติดใจมาว่าเรื่องใหม่ในการอยู่ด้วยกันอย่างไร) แต่ขอยุติปัญหาด้วยการหารความร่วมมือได้ไหม? อย่ามาหักหาญ ระรานฆ่ากันด้วยเนื้อหาที่คนไกลโพนทะเล มาวางทุ่รระเบิดไว้?

เราต้องช่วยกันกู้ทุนระเบิด ผ่านความร่วมมือร่วมกัน เพราะของมันอยู่ด้วยกัน ต้องใช้แนวคิดหารประโยชน์กัน อย่ามาหักหาญกัน เพราะจะหักหาญยังไงก็ย้ายประเทศหนีกันไปไหนไม่ได้?เราอย่ามาตกอยู่ในกับดักพวกฝรั่งเศษทำไว้ เราต้องร่วมกับปลดพันธนาการออกไป

เราเป็นพี่คนโตกว่า เหม็รเขาจะหัวชนฝาแค่ไหน? ก็ต้องให้เวลาในกรอบเจรจา ว่าด้วยความร่วมมือร่วมดีกว่า มันเป็นเรื่องระยะยาว

เพราะถ้าดึงดันไปต่างฝ่ายต่างเสียหาย? ส่วนเรื่องทำสงครามชายแดน ผมไม่เห็นด้วย? ผมว่าลองกล่อมน้องเหม็รอย่างเป็นระบบตามแนวคิดที่ให้ไว้? ในที่มาของทั้งชื่อและที่ตั้งของเขาพระวิหาร ที่เจตนาในการ"หาร"ไม่ใช่"หาญ" หรือทหาร ผมเชื่อว่าผลประโยชน์ที่ลงตัวที่สุดต่อเขมร จะเป็นแรงจูงใจในการพัฒนาร่วม

และชี้ให้ฝรั่งเศษ(ชื่อก็บอกว่ายกเงื่อนไขนี้ออกไปเขาเป็นแค่เศษ)มันดูจริงๆให้เข้าใจเจตนารมณ์ของชื่อพระวิหาร มีความศักดิ์สิทธิในที่มา เกินกว่าที่ฝรั่งตาน้ำข้าวมามาจับแยกเราตามแนวคิดแยกส่วนของเขา?กับแนวคิดรัฐชาติแบบใหม่ตามนิยามแบบนั้น ด้วยการที่เราชี้ให้เขาเห็นว่าพระวิหารมีขาอยู่ที่เราจะมองข้ามอวัยวะสำคัญที่จะสร้างพระวิหารให้ครบทุกส่วนและส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งจะแยกเราออกไปได้อย่างไร???

เรียนคุณอะตอมและท่านที่มีแนวค

เรียนคุณอะตอมและท่านที่มีแนวคิดเดียวกัน

คำตัดสินของICJเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 เขาเขียนเอาไว้ดังนี้ In its Judgment on the merits the Court, by nine votes to three, found that the Temple of Preah Vihear was situated in territory under the sovereignty of Cambodia and, in consequence, that Thailand was under an obligation to withdraw any military or police forces, or other guards or keepers, stationed by her at the Temple, or in its vicinity on Cambodian territory. (คำที่เน้นโดยผมเอง)

ไม่ว่าคำตัดสินนี้จะถูกต้องหรือไม่ มีความผิดพลาดในการต่อสู้ในศาลหรือไม่ การตัดสินของICJจะเหมาะสมหรือ เป็นเรื่องที่เลยเวลาที่จะมาวิจารณ์เพื่อมีผลต่อคดีความแล้ว และเรื่องนี้เป็นแนวทางที่ทางUNESCOถือเอาเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาเรื่องWorld Heritageในกรณีนี้

ดังนั้น คุณอะตอม(และประเทศไทย)มีทางเลือกแค่สองทางคือ หนึ่ง ยอมรับคำตัดสินและปฏิบัติตามคำตัดสิน สอง คือ ปฏิเสธมติของICJ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ยอมรับกติกาที่เคยยอมรับเมื่อตอนสมัครเข้าเป็นสมาชิกUN หรือ พูดอีกนัยคือ คุณคงต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกUN แล้วอยู่ตัวคนเดียว ในmicrocosmเล็กๆของประเทศคุณเอง

ส่วนการต่อสู้ในเวทีUNESCO ประเด็นควรจำกัดอยู่แค่การขึ้นทะเบียนฯและการรับรองแผนบริหารจัดการมรดกโลก ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด UNESCOจะไม่endorseเรื่องใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศที่มีพรมแดนติดกับWorld Heritageนั้นๆ จึงไม่ควรตีโพยตีพายเกินเหตุ

คนที่มีส่วนทำให้เรื่องนี้ยุ่งยากและเกิดความบาดหมางกับเขมรโดยไม่จำเป็นคือพันธมิตรและเจ้านายของพวกเขา ที่มองเห็นเรื่องนี้เป็นวาระทางการเมืองในประเทศ โดยไม่สนใจว่าจะเกิดcollateral damage เรื่องconflictกับประเทศเพื่อนบ้าน

คุณอะตอมอยากได้ปราสาทมาก ก็ก่อสงครามกับเขมรได้ทุกเมื่อ เพราะคุณคิดว่าคุณ"ใหญ่"กว่าเขมร คุณอาจชนะสงคราม แต่ก็ด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาลทั้งเงินและชีวิตทหารเด็กๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ รวมทั้งสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าจากการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในพื่นที่รอยต่อร่วมกัน.....เป็นเงินแค่ไม่กี่แสนล้านเอง........

Abhisit and his government

Abhisit and his government have the knack of losing friends and winning enemies.
The Thais are lucky to have him as Prime Minister.

ครับคุณdoctor

ครับคุณdoctor Jครับบังเอิญช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเข้าเน็ต เลยพึ่งเจอข้อความคุณ ผมไม่ได้หมายความอย่างที่คุณเข้าใจ เลยต้องชี้แจงเพิ่ม นั้นคือความหมายที่เกี่ยวกับเรื่องพระวิหารในการเอาคืนหรือไม่เอาคืน?

กับช่องทางเดิมICJที่มีผลตัดสินไปแล้ว ตรงนั้นมันจบไปแล้ว? ต่อกรณีที่คุณพูดถึงประเด็นการไม่ยอมรับองค์กรของ UNเพื่อสร้างทางเลือกในการต่อสู้ อันนี้ยิ่งไม่ใช่ครับ?(คือทางคดีที่ยุติเรายอมรับแต่ในข้อเท็จจริงที่ค้านมันก็คือข้อเท็จจริงที่เป็นจริงว่าคืออะไร) สิ่งที่ผมพูดหมายถึง กรณีเรื่องเดียวกันนี้ในความพิพาทใหม่ เช่นพื้นที่ทับซ้อนในMOUบนความไม่ชัดเจนในการชี้ชัดอาณาบริเวณรอบปราสาทศาลโลกไม่ได้ชี้ จนเกิดกรณีพิพาทใหม่จากต้นเหตุคือคำตัดสินศาลโลก

ที่มีผลมาจากการตัดสินที่ผิดพลาดครั้งนั้น นั้นคือช่องทางที่เราจะใช้โอกาสต่อศาลโลกพูดเรื่องเก่าในกรณีใหม่(ที่ผมบอกว่าเหล้าเก่าในขวดใหม่) นั้นคือเลี่ยงการสิ้นสุดของคดีนี้ที่เราได้ขอสงวนฯแต่หมดอายุความเท่ากับช่องทางนี้ปิดคือจบแล้ว?

แต่เราใช้กรณีพิพาทเรื่องเดี่ยวกันในกรณีใหม่เพื่อจะตบหน้าศาลโลกได้เข้ามาดูความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เมื่อมาดูรายละเอียดใหม่จริงๆผลในทางที่จะได้คืนหรือไม่อย่าพึ่งคาดหวัง(แต่คือเป้าหมายผม) แต่ความคาดหวังรวมคือเรามีโอกาสเปิดข้อเท็จจริงได้เสิร์ฟผ่านชาวโลกใหม่ เพื่อให้เข้าใจที่ถูกต้อง(รวมคนไทยใจเขมรแบบคุณด้วย)และแก้ภาพลักษณ์ที่เสียไปผ่านเขมรว่าเราไปรังแกเขา แต่เคสนี้จริงๆคือเราถูกระทำต่างหาก

แม้ผลมันจะไม่ได้พลิกคดี ได้คืนมาแต่ผลทางศักดิ์ศรีประเทศ และแก้ปัญหาเรื่องนี้(MOU)อย่างถาวร ไม่ให้ลามมาถึงพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้เขมรและไทยเชื่อว่าเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุ ต้นเหตุคือคำตัดสินของศาลโลกที่มันค้านข้อเท็จจริง(คือถ้าไม่มีการชี้ชัดว่าของใครก้หาข้อยุติไม่ได้อยู่ดี)

หลายเรื่อง มันจึงเถียงพยานในที่เกิดเหตุ(สันเขาจะได้มอบสันขวานให้ศาลโลกจะจะว่ามันคืออะไร) สุมมติว่าเขามา แล้วชี้เพิ่มว่าเป็นของเขมรอีก ก็ต้องอีก? เพราะมันคือทุ่นระเบิดทางชายแดน มันจึงต้องถอดสลักคือประเด็นหลัก ถ้าไม่ชัดเจนคุณจะไปพัฒนาร่วมอย่างไรกับพื้นที่พิพาทเหมือนค้าขายบนกองทุ่นระเบิด

เกิดใครไปสะกิดใหม่ก็ตูมใหม่แบบนี้อีกวนอยู่แบบนี้? และท่าทีเขมรไม่ได้จบแค่นั้น หรือเปลี่ยนรบ.ใหม่จะมาว่าหนักหรืออ่อนกว่าเดิมมันก้เหมือนซื้อหวย เอาแน่เอานอนไม่ได้

แต่ตอนนี้เป้าหมายเขมรเขาหมายถึงเป้าหมายที่รอบตัวปราสาททั้งเวิ้ง ที่ไม่ชัดเจนว่าศาลโลก อนุญาติตอนไหน?ตรงนี้ไงคือข้อพิพาทใหม่ในเรื่องเก่า(ไม่ใช่ให้รื้อคดีเก่าอย่างที่คุณคิดตรงนั้นยุติ แต่ที่ยุติไม่ลงเพราะการตัดสินที่ไม่เคลียร์และค้านข้อเท็จจริงของศาลโลก)

ที่แยกไม่ออกว่าสันขวานกับสันเขาต่างกันอย่างไร? เพราะมองแค่พื้นที่สองมิติ(กว้างคูณยาว) แต่ไม่รู้ว่าลึกลงไปถึงหัวกระบาลมัน เวลาโดนขวานจามนั้นน่ะ?มันหมายความว่าอย่างไร ?ให้มันมาดูพื้นที่จริงสิ? ว่าหมาอำนาจฝรั่งเศษที่ว่ามันบ้าอำนาจขนาดนั้น ความสามารถพิเศษ แบบขนาดฉี่ข้ามสันเขาตรงนั้นได้ไหม?(เพราะข้อตกลงหลักกำกับว่าให้ยึดแนวสันปันน้ำ) แต่เพราะเงื่อนไขของแผนที่คือไม่ได้มาตรวจสอบพื้นที่จริงใช้วิธีการลากยาวบนโต๊ะเขียนแบบ(นั้นหมายความว่ามั่วเอาไปแบบเขียนขึ้นคนเดียวฝ่ายเดียว)

เพราะ เงื่อนไขแบบนี้ไงมันค้านข้อตกลงร่วมทางชายแดนที่ใหญ่ที่สุดสมัยนั้นนั้นคือสนธิสัญญาที่ยึดหลักสันปันน้ำ

ดังนั้น ปัญหาคือเราจะให้ศาลโลกตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อน ใหม่(หมายที่4.6.ที่ต่างฝ่ายต่างอ้าง) ไม่ใช่กรณีปราสาทแล้ว(ตรงนี้ชัดน่ะครับว่าผมไม่ได้ไปพุดเรื่องเก่า) แต่มันหมายถึงถ้าจะต้องเสียให้เขมรในการเดิมพันใหม่นี้ก็ต้องเสีย? มันจะได้จบ? แต่ถ้าผลพิสูจน์จริงคือศาลโลกมั่ว แล้วเป็นกรณีที่จะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก กับพยานที่เกิดเหตุคือสันเขามอบสันขวานจามหน้าศาลพระภูมิโลกประจานจะจะว่า

แผนที่ กับพื้นที่จริงคุณจะละเลยพยานในที่เกิดเหตุไม่ได้?(หลักยุติธรรมสากลจะต้องให้น้ำหนักพยานหลักที่คนกลางชี้ขาดไม่ใช่พยานลวงแบบคู่กรณีเช่นกรณีนี้เชื่อฝรั่งเศษที่เป็นคู่กรณีเราแต่สันเขาไม่ใช่ เขาอยู่ตรงนั้นมานานเป็นพยานที่จะชี้ชัด) นั้นคือถ้าศาลโลกยืนยันว่าไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นของเขมรตามมติเดิมที่ให้ตัวปราสาทไป แต่พื้นที่รอบนอกล่ะ?ปราสาทมีแต่ตัวไม่มีขา

ตรงนี้ไงครับ? คือเรื่องใหม่ข้อพิพาทใหม่ แต่มันเลยไปถึงเรื่องเก่าได้? เพราะเงื่อนไขการพิสูจน์เขตแดนตามหลักเกณฑ์แบบใหม่ที่ชัดเจนกว่าสมัยนั้น ผ่านการตรวจสอบเอกสาร(สนธิสัญญาเรามีกำกับเพราะตกลงร่วมฯแต่แผนที่แค่การทำขึ้นฝ่ายเดียว)

ดังนั้นน้ำหนักของหลักปักปันเขตแดนพิสูจน์สิทธิแบบใหม่อาจจะเป็นตัวชี้ชัดพื้นที่ทางชายแดนที่ไม่ใช้หลักเกณพศ.2505 นั้นคือสิ่งที่จะชี้ชัดตามเหตุตามผลจริงๆ ว่า พื้นที่ตรงนั้นมันของใคร? ผ่านกรณีพิพาทใหม่ นั้นคือพื้นที่อ้างสิทธิตอนนี้ เพราะลำพังMOUไม่มีทางยุติหรือจบลงได้ง่ายๆ (สมมุติเราไม่อยากให้มันจบเพื่อเป้าหมายให้ศาลโลกชี้อีกที)

แต่ไม่ใช่กรณีปราสาทครับคุณdoctor Jเพราะถ้าแบบนั้นไม่ผ่านตั้งแต่ชั้นอัยการแล้ว แต่เงื่อนไขคือบางที่เรื่องนี้กระณีพิพาทใหม่นี้ กระเทือนถึงเรื่องเก่าเพราะมันตัวตนเดียวกัน

การบอกว่า เสื้อผ้า(หมายถึงที่ทับซ้อนของใคร) ที่สุดถ้าเขาจะบอกว่าเสื้อผ้ามันควรเป็นของเขมรเพราะปราสาทของเขมร?มันควรเป็นเสื้อผ้าของปราสาท แต่พอพูดถึงตรงนี้ไล่ไปไล่มามันก็ต้องเลยไปถึงคำว่าสัญชาติ นั้นหมายถึงอธิปไตยการพิสูจน์ตรงนี้ไง มันจะได้รื้อใหม่ว่าตรงนั้นมันจริงๆถ้าดูจริงๆตามหลักเกณฑ์พศ.ปัจจุบันมันจะต่างจากหลักเกณฑ์พศ2505ใหม่แบบไหน เพราะสมัยนี้พิสูนจ์ถึงขั้นตรวจดีเอ็นเอแล้ว แต่สมัย2505เอาแค่ดูหน้าตาว่ามันคล้ายใครก็ให้สัญญาชาตมันแล้วตรงนี้ไงครับหลักเกณฑ์พิสูจน์สิทธิเขตแดนแบบใหม่อาจจะคือตัวช่วยในการพลิกหลายๆเรื่อง?

ตรงนี้คือโอกาสครับ มันเป็นไปได้ทั้งเสียเพิ่ม?และได้มาเพิ่ม?(มันเป็นการเดิมพันบนความเป็นรองเสียก้นิดหน่อย แต่ถ้าโอกาศถึงได้ต่อยเราต้องหวังแชมป์ แต่เงื่อนไขคือปัญหามันยุติ? เรากู้ทุ่นระเบิดได้แล้ว? การบอกแค่ว่าร่วมพัฒนาฯ บนบริเวณทุ่นระเบิดก็แบบนี้ไง ใครไปสะกิดก็ตูมขึ้นมาใหม่ยุติที่ไหนพันปัญหาไม่จบไม่สิ้น

ถ้าเป็นผม(หมายถึงผมตัดสินใจได้ทั้งหมดเลย) ผมชงเรื่องนี้ขึ้นศาลโลกเลย พิสูจน์สิทธิรอบตัวปราสาทใหม่ เพื่อเป้าหมายได้มาทั้งตัวปราสาทเลย? หรือถ้าจะเสียเพิ่มก็ต้องเสียให้มันจบๆไป?

แต่เราไปว่าเรื่องใหม่ที่มันยุติตรงนี้ได้?จบปัยหาตรงนี้แบบถาวร? เราไปว่าเรื่องใหม่ที่เราจะได้มากกว่า เช่นเรื่องร่วมลงทุนกับทรัพยากรทางทะเลเพราะถ้าจบตรงนี้? เท่ากับเปิดโอกาสตรงนั้นแล้ว สองอย่างนี้เราต้องพยายามอย่างเอามาพ่วงกัน เพราะเราเสียเปรียบ สมมุติถ้าต้องเสียปราสาท แต่เราเอาปราสาทแลกทรัพยากรทางทะเลฯ ในข้อตกลงร่วมต่อรองว่าเราจะยุติ ถ้าสมมุติผลทางคดีใหม่เราจะแพ้?

แต่เราของต่อรองเรื่องที่ว่าถ้าเรายอมให้ตรงนี้เพื่อแลกการร่วมทุนผลประโยชน์ทางทะเลตรงนี้เราไม่เสียทั้งหมด

แต่ถ้าให้ผมทำเป้าหมายผมคือ เอามาให้ได้ทั้งหมด ทั้งปราสาท และการร่วมทุนฯอำนาจการต่อรองต้องเป็นของเรา?(เพราะข้อเท็จจริงมันคือของเรา)ส่วนเราจะร่วมทุนหรือไม่ร่วมฯ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเขมร?

โดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าถ้าได้ทำเองจริงๆเราเอาคืนได้ทั้งตัวปราสาทครับ?ผมมั่นใจเกินมั่นใจครับคุณdoctor J จะหาว่าโม้ผมก็ไม่โกรษใคร เพราะผมเชื่อมั่นแบบนั้น???

ส่วนล่าสุดที่เขายอมเลื่อน

ส่วนล่าสุดที่เขายอมเลื่อน ผมถือว่าเป็นความสำเร็จของเรา(แม้ผมจะตำหนิคณะฯนี้ที่ละเลยขาดรูปธรรมที่จะชี้แจงให้ตรงประเด็น) เห็นไหม ?พอผมชี้MOUชัดๆ เอาไปขยายผล เขาต้องหยุดครับ? เพราะมันชัดๆ

แต่ที่ไม่ชัดมาแต่ต้นเพราะคณะนี้ จับต้นชนปลายไม่ถูกจนถึงละเลย? จนปล่อยแบบเลยตามเลยมาถึงปากประตู ดีที่เราแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทัน? ไม่งั้นผมจะไม่ให้อภัยคณะนี้เลยมันพลาดซ้ำซากแบบเดิมๆอีก

เมื่อเรากู้สถานการณ์กลับมาได้ ผมบอกเลยครับตั้งทีมงานเฉพาะเรื่องนี้เลย?เป็นวาระแห่งชาติ ระดมทุกสรรพกำลังอย่างเป็นระบบ(เรื่องนี้ผมให้ความสำคัญว่าคณะปฎิลูบตอนนี้เพราะงานนั้นผมคว่ำบาตรแล้วไม่ตค้องไปพูดถึง)

เรื่องนี้ผมอาจจะไปช่วยครับคุณสุวิทย์ ขอให้ชัดเจนเรื่อง กระบวนการระดมความคิดแบบไหน?จัดเป็นองคกรแบบใด ให้ชัดเจนและทันต่อภาระกิจนี้ อย่าปล่อยปละละเลยแบบเดิมๆอีก เรื่องนี้ต้องเป็นเอกภาพ เพราะเราเสียหายเพราะเอาเรื่องนี้ไปพ่วงการเมืองในประเทศมากไป

ดึงออกมาจากเกมพนันอำนาจบ้านั้นซ่ะ? เพราะมันเป็นนวาระแห่งชาติ มันไม่ใช่แค่สันเขาธรรมดาๆแต่มันคือหน้าตาภาพลักษณ์ศักดิ์ศรีความเชื่อมั่นความน่าเชือถือของประเทศทำเล่นๆไม่ได้???

เรียนคุณอะตอม โดยส่วนตัวผม

เรียนคุณอะตอม

โดยส่วนตัวผม เห็นว่าเรื่องพระวิหารเป็นเรื่องที่เป็นอดีต, เป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว ควรมองมันในฐานะบทเรียนจากอดีตมากกว่าจะหมกมุ่นอยู่กับอดีตจนลืมสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ปัจจุบันที่เราเป็นอยู่ และอนาคตของลูกหลานเรา

เราควรเลิกคิดที่จะ"แย่ง"พระวิหารกลับมาเป็นของเราได้แล้ว แต่ควรfocusไปที่ข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อน, เรื่องการปักปันเขตแดน มากกว่า ซึ่งผมคิดว่าอีกหลายทศวรรษผ่านไป ก็คงคุยกันไม่จบ ผมจึงคิดว่าน่าจะเสนอแนวคิดเรื่องการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา ตกลงแบ่งผลประโยชน์กัน อย่างนี้น่าจะเป็นไปได้มากกวาไหม? ถือว่าทุกฝ่ายต่างก็ได้(win-win)

ลืมหินกองนั้นไปเถอะครับ มองไปข้างหน้าทรัพยากรธรรมชาติที่รอให้ไปพัฒนาเป็นเม็ดเงินมันมหาศาลกว่าเป็นไหนๆ ดีกว่าตีกันแล้วเจ็บตัวทั้งคู่ แถมยังใส้แห้งเหมือนเดิม ดียังไง? ผมคิดยังไงก็ไม่เข้าใจความคิดอย่างคุณสักที หินกองนั้น, หรือศักดิ์ศรีของคุณอะตอมมันมีค่าเป็นแสนล้านเลยหรือเปล่า?

สรปว่า คำแนะนำต่อเรื่องพระวิหารของผมคือ Get over it, let's move forwards, towards the bigger fortune, boy.

เรียนคุณ Doctor

เรียนคุณ Doctor J

ผมได้สัมผัสพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณ 1 ต่อ สองแสน มันเป็นเรื่องจริงที่ว่ามีชาวบ้านชาวกัมพูชาได้อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเขตแดนนี้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ราชการของไทยบางส่วนเปิดทางให้ พร้อมกับปล่าวประกาศไม่ให้คนไทยกร่ำกรายเข้าใกล้ตลอดแนวชายแดน หากขัดขืนนั่นคือโทษปรับหนักและข่มขู่ไม่ให้กระทำเช่นนี้อีก

ในแนวคิดที่จะปรองดองอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่มีฮุนเซนเป็นผู้นำนั้น มันเป็นไปไม่ได้ ณ เวลานี้ฮุนเซ็นคิดว่าฝ่ายตนถือไพ่เหนือกว่า เขาไม่เคยแสดงท่าทีที่จะแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกับประเทศของเราแม้แต่น้อยนิด เพราะเขามั่นใจว่าจะสามารถกินรวบได้ทั้งหมด ช่วยบอกหน่อยเถอะครับว่าฮุนเซ็นอยากร่วมแบ่งปันกับประเทศไทยเมื่อไหร่

และสุดท้ายเลิกใช้คำว่า Preah vihear เถิดครับ มันส่อให้เห็นในทันทีได้เลยว่าคุณคิดอย่างไร กลับมาใช้คำว่าเขาพระวิหารอย่างที่คนไทยพึงใช้เถอะ

ไม่มีประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศไหน ไม่พัฒนาโดยยืนบนหลักชาตินิยม และผมช่วยยืนยันให้อีกเสียงหนึ่งว่า เขาไม่ได้เล่นละครกัน พธม หลายต่อหลายคนไม่ได้ชอบนายกคนนี้อย่างที่คุณเข้าใจแม้แต่น้อย

ครับคุณdoctor J

ครับคุณdoctor J ผมรับทราบครับ? เรื่องปราสาทถ้ามองแค่ตัวปราสาท หรือคิดได้แค่มิตินั้น? มันก็แค่เหินกองจริงครับ(เหมือนขยะทางความคิดในใจเรามองเศษเพชรว่าคือหินกอง) แต่เงื่อนไขที่มากกว่าหินกองที่จะตามมาก็หลายเรื่องมาก(กำลังจะชี้คร่าวๆว่าคืออะไร) อย่างแรก เรื่องที่เขมรชงเรื่อง(รวมกับคนไทยใจเขมรส่วนหนึ่ง) ว่าคนไทยคือรัฐอันธพาลต่อกรณีพระวิหาร ทั้งที่เนื้อหาจริงๆคือ"เราถูกกระทำ"???

การพยายามที่จะชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อกู้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นความน่าเชื่อถือ(ตรงนี้มีมูลค่ามากกว่ากองอิฐหลายพันเท่า เพราะมันคือเนื้อหาผลประโยชน์อีกหลายล้านๆๆ บาท เพราะโยงถึงผลประโยชน์ทางทะเลที่อ่าวไทยต่อเรื่องนี้และความน่าชเอถืออื่นๆต่อชาวโลกโยงถึงความร่วมมืออื่นๆหรือไม่กับภาพรัฐอันธพาลที่ถูกสร้างให้)

เพราะความเชื่อมั่นหรือความน่าเชื่อถือนี้มันประเมินตัวแบบตัวเงินลวกๆไม่ได้เพราะเงื่อนไขเชิงผลประโยชน์ระหว่างชาติมหาศาลครับ

และอันที่สอง(ตรงนี้สำคัญมาก) กรณีนี้ การต่อสู้เรื่องนี้คือที่มาของการที่จะเป็นตัวอย่างในการสูญเสียพื้นที่ทับซ้อนส่วนอื่นๆอีกมากมาย เพราะ ถ้ากรอบการตกลงตามนี้ หรือยอมตามนี้ที่คุณว่านี้?เขมรจะมาไล่บี้เอาอีกหลายที่ตาม เพราะแผนที่ของฝรั่งเศษหมกเม้ดไว้หลายที่กว่านั้น ถ้าจะไล่กันจริงๆ ด้วยเงื่อนไขบรรทัดฐานเดียวกับ ที่พระวิหาร เช่น4.6ตรกม.(นี่คือการสูยเสียเพิ่มเป็นอย่างน้อยถ้าเรา ยอมตามกรอบนี้)

แต่อย่าลืมว่าแผนที่1ต่อ200 ของฝรั่งเศษ?หมกเม็ดมากกว่านั้นหลายที่ นั้นเท่ากับว่าเราจะไม่ได้เสียแค่นี้ผพระวิหารและ4.6ตรกม.)ครับ คุณdoctor J จำได้ไหม? เขมรรุกคืบมายังปราสาทตาเมือนถมที่ห่างจากพระวิหารหลายร้อยกม. คิดดูถ้าลากยาว ตามเงื่อนไขหรือตามกรอบข้อตกลงแบบนั้น มันจะอีกเท่าไหร่? แสนล้านเด็กที่คุณว่าแบบกึ่งๆแซวนั้นเด็กๆไปไหม?

ดังนั้นเงื่อนไข ของการต่อสู้เรื่อง พระวิหารมันไม่ได้หมายถึงการแค่ทวงคืนปราสาทแต่มันหมายถึงการเสียดินแดนเพิ่ม? แต่ถ้าเราสู้เพื่อพิสูจน์ความจริง เพราะข้อเท็จจริงคือเราถูกกระทำ? เรากำลังปกป้องสิทธิ และผลประโยชน์ชาติจากการถูกระทำ(รวมหัวกันโกงเราโยมีคนไทยใจเขมรเราในนั้นด้วย)ตามสิทธิที่เราควรจะมีตามข้อตกลง สนธิสัญญากับฝรั่งเศษที่มันมัดมือชก แบบที่เรากรีดเลือดเฉือนเนื้อยอมมันแล้ว ยอมสมัยพระองค์ท่านร.5เพื่อแลกทั้งหมดของประเทศไทยไว้?

แต่เรื่องนี้คือผลพวงของมรดกการกระหายหิวของหมาอำนาจ ต่อไทย แล้วทิ้งมรดกความตะกระตะกรามไว้กับแผนที่อันนั้น? ผมชี้ไปถึงแม้แต่ MOU ที่คือตัวช่วยของเราขณะนี้(คือหลักฐานความไม่เสถียรของพื้นที่ตรงนั้น ในการที่จะเอามาขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่มันกำลังจะกลายเป็น"มรหมกโลก" คือหมกเม็ดหลายเรื่อง???)

เพราะ กรณีMOU นั้นเป็นตัวช่วยเราชั่วคราวในแง่หลักฐานที่ฟ้องอย่างเป็นรูปธรรมเรื่องข้อตกลงทางชายแดนที่ยังไม่เสถียรจึงคือเงื่อนไขการที่จะเอามาขึ้นทะเบียน ไม่ได้? เพราะเกี่ยวกับปัญหาเขตแดนและข้อวิวาทเรื่องชายแดนจนรบ.มาร์คมองตัวช่วย MOU คือพระเอกขี่ม้าขาวจริงๆก็คือม้าขาวเฉพาะรบ.นี้?

แต่ถ้ามองสถานการณ์รวมในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์เลย? ต่อเงื่อนไขความขัดแย้งเรื่องนี้เพราะมันจะคือมรดกแห่งความขัดแย้งที่ซุกไว้ใต้พรม แถมเป็นเงื่อนไขว่าเราจะเสียเปรียบจนถึงเสียหายอีกเยอะมาก เพราะMOU โยงต่อเรื่องแผนที่หมกเม็ดของฝรั่งเศษที่ทำให้เราแพ้ศาลพระภูมิโลก(โรคระบาดทางชายแดน)ในกรณีพระวิหาร?

แต่ถ้าเรายังยึดMOU เท่ากับรับรอง แผนที่อันนี้? ในการไล่ล่าเอาอีกอย่างน้อย4.6ตรกม.ในเร็วๆนี้และอีกหลายที่ คุณdoctor J ตรงนี้เห็นรูปธรรมของความเสียหายยังครับ? คุณdoctor Jทั้งที่ท้าเราสู้ด้วยการยกกรณีอื่นๆ เช่น4.6ฯ และพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆ เพื่อย้อนกลับไปแก้ไขกรณี พระวิหาร เพราะเรื่องเดี่ยวกัน มันมีสาเหตุมาจากต้นน้ำอันเดียวกัน?

ดังนั้นแม่น้ำทั้งสายถ้ามันคือต้นน้ำของสารพิษ มันก็ต้องแก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำคือกรณีพระวิหาร และถ้าเราไม่แก้ มันจะไม่เสียแค่ต้นน้ำคือพระวิหารแน่นอน?เพราะ เขมรจะรุกคืบไล่บี้เอาอีกเยอะมากด้วยข้ออ้างชุดเดิมนี้ คุณdoctor Jครับเห็นรูปธรรมความเสียหายหรือยังครับ???

อย่าคิดอะไรตื้นๆตามเกมการเมืองแค่นั้นเราเสียเวลาและเสียหายต่อเรื่องนี้เพราะการเมืองในประเทศคือตัวแปรหลัก

ดังนั้นMOU เมื่อผ่านจุดนี้(พระเอกขี้ม้าขาวมาช่วยเราออกจากปากเหว)แต่พระเอกคนนี้ ระยะยาวอาจจะคือซาตาน? ในการคือตัวแปรไล่ล่าเอาพื้นที่ทับซ้อนเราอีกหลายกรณีตามมาอีกเยอะ ไม่ใช่แค่4.6ตรกม. แน่ๆ เพราะเขมรส่งสัญญานไปถึงตาเมือนถมที่ไกลจากพระวิหารมาก และอาจจะไปไกลถึงผลประโยชน์ทางทะเลฯ

ถึงตรงนี้ไม่ใช่แค่แสนล้านแล้วครับท่าน? กับการมองประเด็นนี้แค่เศษหินกอง??? เพราะมันหมายถึงหลายล้านๆๆๆบาทที่จะตามมา ไม่รวมหน้าตาภาพลักษณ์ที่เราต้องเอาไว้หากิน(กับภาพรัฐอันธพาลที่เขมรและคนไทยใจเขมรสร้างให้)อีกเยอะครับ ไม่ใช่แค่แสนล้านที่คุณไปดูถูกเศษหินกองครับคุณdoctor J???

ทางที่ดีผมว่าเราต้องหามืออาชี

ทางที่ดีผมว่าเราต้องหามืออาชีพจริงๆที่หลุดพ้นจากกาสิโนอำนาจตอนนี้มาทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมามองผลประโยชน์ชาติและตั้งรับโจทย์นี้เป็นภาระกิจหลัก เพราะมันไม่หยุดแค่นี้จบแค่นี้แน่นอนครับ ?

สมมุติจบพระวิหารที่เรายอม เขมรก็จะเอาชุดข้อมูลเดิมแบบเดิมนั้นมาตาทวงเอาอีกหลายที่ ทางที่ดีคือตัดไฟแต่ต้นลม อันดับแรกเราต้องเร่งยกเลิกMOU มันมีไปแล้วใช้เป็นหลักฐานไปแล้ว ยืนยันแล้วว่ามีหลักฐานเงื่อนไขตกลงด้านชายแดนไม่ยุติ?เขารับทราบแล้วหมดประโยชน์แล้ว?

แต่เราอย่าไปมัดด้วยกอรบที่ครอบไว้ด้วยแผนที่หมกเม็ดฝรั่งเศษที่โยงผ่านMOU นั้นหมายถึงว่าเราใช้ประโยชน์จากMOUไปแล้ว? เพื่อแสดงหลักฐาว่ามีปัญหาเรื่องชายอดนตรงนั้นไม่เป็นที่ยุติ ต่อโจทย์นี้แล้ว

เมื่อไม่จำเป็นแล้วเรายกเลิกเลยครับ(ถ้าถามว่ามันง่ายๆอย่างนั้นไหมล่ะ?ก็ในเมื่อเราได้ข้อต่อสู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์กับเราและมีผลต่อรูปคดีหรือเปลี่ยนแปลงรูปคดีการกลับคำให้การถือเป็นเรื่องปกติด้วยพยานหลักฐานใหม่)จะเอาอะไรล่ะ สมัยนี้ด้วย? วิธีการพิสูจน์เขตแดนแบบใหม่การพิสูจน์ ดีเอ็นเอ สมัยนี้มีชัดๆจะจะเลย? ไม่เหมือนกับสมัยนั้นมองแค่หน้าตาคล้ายกันก็ฟันธงนับญาติกันได้แล้ว?

มันจึงได้มั่วหมกเม็ดมาไง กับตอนนี้หลักฐานหลักเเกณฑ์สมัยใหม่เพียบเลย เอาแค่ของเก่าถ้าตรงมาตรงไปเราก็ชนะแล้ว?

ดังนั้นMOU ยกเลิกไปเลย เราจะก้าวข้ามไปถึงการพิสูจน์แผนที่ฝรั่งเศษ ว่ามันหมกเมดมันคือวัตถุพยานหลักฐานเท็จอย่างไร? เพราะเงื่อนไขไม่ใช่แค่พระวิหาร อย่างน้อนคือ4.6ตรกม. และอีกเพียบที่จะตามมา นั้นคือ ถ้าได้ ได้ทั้งพวง แต่ถ้าจะเสียเรายื้อได้? เพราะข้อเท็จจริงคือเราถูกกระทำจากแผนที่อันนั้น ทั้งที่เรายอมเสียครึ่งขวาแม่น้ำโขงให้แล้วอย่าง กลืนเลือด

มันยังมาหมกเม็ดอีก เราถูกกระทำไม่ใช่เราไปหาเรื่องเขมรเขา? แต่เข้าใจเขมรได้รับมรหมกเลือดมาให้ต้องเป็นเวรเป็นกรรมกับไทย ทั้งที่ไม่ได้ก่อเราเข้าใจเขา แต่เขาก็ต้องเข้าใจเค้าเข้าใจเรา ในการรักษาผลประโยชน์ชาติสำคัญที่ความถูกต้องคืออะไร? เราไม่ได้เจตนาโกงเขา แต่เรากำลังป้องกันตัวจาก"มรหมกของแผนที่ฝรั่งเศษ"อันนั้น

เพราะตัวตนมันคือวัตถุพยานเท็จชัดๆ(เพราะแผนที่ทำขึ้นฝ่ายเดียวอย่างผิดกรอบสนธิสัญญาร่วม(สันปันน้ำ))

ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเศษหินกองครับ มันหมายถึงหลายๆเรื่องที่กำลังจะตามมาครับมหาศาลครับ???

เมื่อทั้งสองประเทศ

เมื่อทั้งสองประเทศ ไทย-เขมร
ตกลงกันไม่ได้โดยสันติวิธี
ไม่รู้จักแบ่งปันหาผลประโยชน์
กันเอง
ก็เปิดโอกาสให้
ประเทศอื่นๆ
เข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแบ่ง
อย่าลืมว่าประเทศไทย
เป็นประเทศที่โดเดี่ยว
ในภูมิภาคนี้
ไม่มีเพื่อนแท้ มิตรร่วมตาย
ทั้งเหนือ ใต้ ออกตก
มีปัญหาไปหมด
แล้วยังเรียกหาสงคราม
ทั้ง จีน อเมริกา ยุโรป
พร้อมแล้วที่จะเข้ามาช่วย
ขยี่ ขยำ ทึ้ง
หวังว่าเมื่อ กรุงรัตนโกสินทร์แตกแล้ว
จะมีพระเจ้าตากสิน 2
เข้ามากู้ชาติ
แล้วจะรู้สึกถึงบุญคุณของพระเจ้าตากสิน

ฝรั่งเศสมันเข้ามาครอบครองพื้น

ฝรั่งเศสมันเข้ามาครอบครองพื้นที่อินโดจีนก่อนใคร
มันนำเอาแผนที่มาใช้ก่อน
ถึงแม้ว่าจะขีดเอาเอง เขียนเอง
ไทยก็ยอม
ยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้ชื่อว่าไทย
คนไทยยังไม่รู้จักแผนที่
กรมดำรงค์ ก็จ้างฝรั่งเศสทำแผนที่ 16 ฉบับ
เพื่อนำมาใช้ในประเทศ
เราใช้แผนที่ว่าเป็นของเราเมื่อ
ฝรังเศสแพ้สงครามเดียนเบียนฟู
แผนที่ เอล จึงถูกนำมาใช้
ถ้าไม่มีการขีดเขียนเป็นเส้นกำหนด
ก็ให้ถือสันปันน้ำ
ถ้ามีการขีดเขียนกำหนดโดยแน่นอน
ก็ถือเอาเส้นที่ขีด
เมื่อเอาแผนที่ต่างฝ่ายต่างถือ
แผนที่ต่างกรรมต่างวาระ
มาว่ากัน
ขึ้นศาลโลก ก็แพ้เขมร
จะชนะก็มาขึ้นศาลไทยเท่านั้น
เห็นว่าทหารจะสู้จนตาย
ไม่ยอมเสียแม้แต่นิ้วเดียว
นิ้วยังไม่ยอมเสียเลย แล้วจะตายอย่างไร
เก่งแต่ปากอย่างนี้
ถึงยอมไปหาเมาเซตุง
อาป๋าช่วยลูกช้างด้วย
อาป๋าไม่ช่วยไอ้แกวมันเล่นลูกช้างซี้แหงเลย
มันไม่ง่ายเหมือนกระชับพื้นที่ราชประสงค์
จะเป็นพี่ใหญ่ต้องรู้จักเอาใจน้อง
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้ซึ้ง
พระเจ้าตากส่งส่วยไปเมืองจีนทุกปีเพราะอะไร
เฉินหลงบอกว่าสามปีมาครั้งก็พอแล้ว
ก็ส่งส่วยตั้งสิบลำเรือ
เฉินหลงเอาไว้เพียงสองลำ เอาช้าสองตัวกับทองคำก็พอแล้ว
นอกนั้นคืนไป
พระเจ้าตากก็เอาอีกแปดลำเรือขายเอากำไรที่เมืองจีน
ก็เลยส่งส่วยเสียทุกปี
ถึงเอาเงินมาให้พวกกรุงเทพได้ใช้ได้สบายได้
พี่ใหญ่ ตั่วเฮียเขาทำกันอย่างนี้
ถึงจะมีคนเขากราบไหว้ นับถือ
ไม่ใช้่ ส่งเท่าไร เก็บเข้าคลังเรียบหมด
ทำอย่างนี้ไม่มีใครเขาคบด้วย
ลาวก็ไม่คบ แขกก็ไม่เอา เขมรก็ไม่เอา
พม่าไม่มองหน้าด้วย
แล้วจะคบใครเขาได้
เอาแต่ได้
เอาแต่
ขี้ ขี้ ขี้ ขี้ ขี้

เทสๆเอ้าโดนอุ้มแบนเราซ่ะงั้นป

เทสๆเอ้าโดนอุ้มแบนเราซ่ะงั้นประชาใคร???

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน