ประวิตร โรจนพฤกษ์: 'สงครามชนชั้น' ความจริงที่สื่อกระแสหลักปฎิเสธ
สื่อกระแสหลักอาจจะจมปลักมัวด่าทอทักษิณ ชินวัตร มานานหลายปีจนลืมไปว่า เมล็ดพันธุ์แห่งการต่อสู้ทางชนชั้นได้งอกงามเติบใหญ่ไปมากแล้วนับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ความไม่พอใจต่อกลุ่มชนชั้นนำเก่าปรากฎเป็นที่ประจักษ์ในการวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอชนชั้นนำเก่าอย่างกว้างขวางทั้งในเวทีและสื่อแดง และรวมถึงการวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ด้วย
วาทกรรมเรื่องการเอารัดเอาเปรียบทางชนชั้นและสองมาตรฐานทางการเมืองซึ่งหมายถึงความไม่มีสิทธิมีเสียงทางการเมืองอย่างแท้จริงของชนชั้นล่าง ปรากฎเด่นชัดมากในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นบนเวทีเสื้อแดงหรือในหมู่คนเสื้อแดงและโดยเฉพาะการต้อนรับอย่างอบอุ่นเกินคาดของคนชั้นแรงงานคอปกน้ำเงินที่ทำงานในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ผู้เขียนเห็นพนักงานเทสโก้ โลตัส ใส่ชุดยูนิฟอร์มสีเขียวเดินแถวถนนพหลโยธินเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา พูดว่า "มันไม่ยุบ กูเผามัน" หลังจากได้ยินเสียงโทรโข่งประกาศจากคาราวานเสื้อแดงว่า อภิสิทธิ์ไม่ยุบสภา และวันที่ 17 มี.ค. ผู้เขียนก็เห็นการยื่นดอกกุหลาบแดงจากพ่อค้าแม่ขายข้างถนนแด่คนเสื้อแดงที่แยกเพลินจิต
หลายคนคงแปลกใจกับการต้อนรับอย่างค่อนข้างอบอุ่นของชนชั้นล่างในกรุงเทพฯ แน่นอนคนจนเสื้อแดงคงยังพูดชื่นชมต่อทักษิณ ชินวัตรต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภาหรือลาออก แต่หากใครไปนั่งฟังเวทีย่อยๆ ที่คนจนขึ้นพูด หรือแม้กระทั่งการปราศรัยเคลื่อนที่บนหลังรถสิบล้อหรือรถปิคอัพในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ก็จะตระหนักได้ว่าคนจนรู้สึกว่าพวกตนไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงทางการเมืองอย่างแท้จริง เพราะพอเลือกทักษิณเป็นนายกฯ แล้วชนชั้นกลางกับชนชั้นนำเก่าไม่เห็นด้วย พวกเขาก็ถูกตบหน้าทางการเมืองโดยรัฐประหาร ซึ่งสนับสนุนโดยคนมีอันจะกินจำนวนมาก
ประเด็น ณ วันนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ม็อบมีจำนวนมากหรือน้อยกว่าหนึ่งแสน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความเป็นจริงที่ว่ามีอีกคนจำนวนมากที่ไม่ได้ไปร่วมม็อบ แต่เห็นด้วยว่าสังคมไทยนั้นไม่มีความเท่าเทียมทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าทักษิณจะอยู่หรือไม่ สามเกลอจะยังคุมอำนาจนำมวลชนเสื้อแดงได้อีกนานแค่ไหน การตื่นตระหนักของชนชั้นล่างต่อการกดขี่จากกลุ่มชนชั้นนำเก่านั้นมันได้เกิดและไปไกลเสียเหลือเกินแล้ว ไกลขนาดที่เรียกว่าสถาบันสำคัญบางสถาบันในสังคมไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักอย่างไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่การสิ้นสุดสงครามคอมมิวนิสต์เมื่อหลายทศวรรษที่แล้ว
สื่อกระแสหลักส่วนใหญ่อาจมัวหมกมุ่นเขียนแต่เรื่องทักษิณจนมองไม่เห็นการตื่นทางชนชั้น หรือมิเช่นนั้นพวกเขาก็คงไม่กล้าแม้กระทั่งจะยอมรับว่าสงครามทางชนชั้นได้คุกรุ่นขึ้นแล้ว และคุกรุ่นมาตั้งนานก่อนที่สามเกลอจะประกาศการเริ่มต้นสงครามทางชนชั้นเมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค. เสียอีก
ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างอีลีท ชนชั้นกลาง กับชนชั้นล่างผิวเผินยิ่ง เพราะส่ววนใหญ่ความสัมพันธ์จำกัดอยู่ในลักษณะเจ้านายกับลูกน้อง ผู้สั่งกับผู้รับคำสั่ง เป็นได้เพียงแค่คนใช้ แม่บ้าน คนกวาดถนน บ๋อย แท็กซี่ มาร์กกี้ เด็กเดินเอกสาร มอเซอร์ไซค์รับจ้าง โสเภณี ฯลฯ ที่ต้องคอยรับใช้ตอบสนองต่อคำสั่ง จึงไม่น่าแปลกที่ว่าพอชนชั้นกลางกับอีลีทไม่เอาทักษิณแล้ว พวกเขาจึงไม่ลังเลใจที่จะสนับสนุนการจัดการกับทักษิณโดยวิธีการรัฐประหาร ซึ่งเท่ากับเป็นการตบหน้าคนจนเมืองและชนบทฉาดใหญ่
มิหนำซ้ำ คนเหล่านี้ยังเชื่อว่าคนจนนั้นโง่ดักดาน ถูกหลอกซ้ำซากจากคนโกงอย่างนายทักษิณ (ซึ่งก็โกงจริง) เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรมีสิทธิมีเสียงทางการเมืองเทียบเท่าพวกเขา อย่างไรก็ตาม การบริหารบ้านเมืองภายใต้ชนชั้นนำเก่าและกลุ่มชนชั้นกลางที่มีการศึกษาก็มิได้ช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาทางการเมืองและเศรษฐกิจไปแค่ไหนเลยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เทียบไม่ได้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ที่ช่องว่างทางชนชั้นแคบกว่าและสิทธิทางการเมืองของชนชั้นล่างมีมากกว่า
ในเมื่อพวกคนเหล่านี้ปู้ยี่ปู้ยำประเทศมานาน แถมประเทศยังไม่เจริญอีก มันก็คงจะแฟร์มิใช่หรือที่คนชั้นล่างจะบอกว่า "พอเสียที" และพวกเขาควรมีโอกาสในการมีส่วนร่วมกำหนดชะตากรรมบ้านเมืองอย่างแท้จริงบ้าง
ปรับปรุงจาก Rally symbolic of a brewing class struggle, The Nation, March 18, 2010
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ถ้าเค้าออกข่าวกันตามความเป็นจ
ถ้าเค้าออกข่าวกันตามความเป็นจริงตั้งแต่ต้น
ให้พื้นที่ข่าวแต่ละฝ่ายได้มีโอกาศชี้แจงอย่างเท่าเทียม
ก็คงไม่มีประเทศไทยที่เป็นอย่างทุกวันนี้
ประวิตรเขียนแรงแบบนี้
ประวิตรเขียนแรงแบบนี้ คงเตรียมตัวพร้อมจะถูกเฉดหัวออกจากเนชั่นแล้วกระมัง(แฮ่ๆ)
นายหยุ่นคงไม่ชอบใจกับบทความแบบนี้แน่นอน แม้ว่านายหยุ่นทราบว่ามันเป็นความจริง แต่ก็ไม่อยากได้ยินได้เห็น ได้อ่าน เพราะมันแสลงใจคนที่นายหยุ่นเชียร์มาตลอด
คู่ปรับของไพร่ย่อมจะโต้แย้งว่า ทักษิณก็กำลังพยายามสร้างชนชั้นปกครองชนิดใหม่ขึ้นในสังคมไทยแทนที่ชนชั้นนำตามจารีตที่มีมาแต่เดิม ทักษิณก็พยายามกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองเหมือน(พวกกู)กัน
แต่คนพวกนี้ลืมไปอย่างหนึ่งว่า ภายใต้เงื่อนไขของประชาธิปไตย ไม่มีใครเป็นใหญ่แบบตลอดชีวิตได้ สักวันต้องแพ้ สักวันต้องถูกเช็คบิล ไม่เหมือนระบอบอำมาตย์ที่ไม่มีวันเกษียณ การต่อสู้กับทักษิณ ภายใต้ระบอบปชต.ยังมีโอกาสมากกว่าการต่้อสู้กับอำมาตย์วันนี้
คนเหล่านี้จึงเห็นอำมาตย์เป็นthreatมากกว่าทักษิณแน่นอน เกรงว่าตอนนี้จะไม่เป็นเพียงอำมาตย์แก่ๆคนเดียวเสียแล้ว เขาจะมาพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดินด้วยหรือเปล่า คุณประวิตรช่วยตอบผมที
อย่าตัดสินว่าปลาร้าเลว พวกที่
อย่าตัดสินว่าปลาร้าเลว
พวกที่กินคือคนโง่ ไร้การศึกษา ไม่มีสกุลรุนชาติ
ต้องเลิกกินปลาร้าซะ
แล้วบอกว่าต้องกินปลาดิบ ปลาแซลมอน ไข่ปลาคาร์เวีย พิซซ่า กิมจิ น้ำบูดู ฯลฯ
นี่เลยของดี มีคลาสนะ
คนเขาจะได้มองว่าเป็นคนมีการศึกษา จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นบ้านนอก โลโซ ซ่กม่ก
ซึ่งมันก็ไม่ต่างกับสิทธิ์การเลือกตั้ง
อย่าคิดดูถูกว่าสิ่งที่ชาวบ้านเลือกมานั้นมันเลวมันไม่ดี
เพียงเพราะท่านไม่ชอบและมันไปขัดผลประโยชน์ของพวกท่าน
เอาอะไรมายืนยันว่าทักษิณนั้นโ
เอาอะไรมายืนยันว่าทักษิณนั้นโกงจริงคะ คำพิพากษางั้นหรือคุณประวิตร ง่ายไปหน่อยมั๊ย
พวกอำมาตย์
พวกอำมาตย์ ถูกถลกหนังแก้ผ้าล่อนจ้อน เห็นอวัยวะหมด ยากที่จะปกปิดอีกต่อไป แม้จะสร้างภาพอย่างไรก็ยากที่ประชาชนจะลืมเลือน ผู้คนเขาหูตาสว่างกันหมดทุกผู้ทุกนาม ดังที่คำกล่าวว่า สนิมเกิดจากเนื้อในตนเอง
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc.
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่
แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-
ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง
มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้
เป็นบทความที่เยี่ยมยอดมาก
เป็นบทความที่เยี่ยมยอดมาก เจอะลึกถึงความจริงในสังคมไทย เข้าถึงแก่นของปัญหาทั้งหมด ขอแนะนำให้ให้คุณประวิตร พูดบ่อยๆ
เอามาพล่าม...มาทำร้ายประเทศไท
เอามาพล่าม...มาทำร้ายประเทศไทยอยู่ได้.....ไอ้ชัั่วเอ้ยยย...ไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกกันบ้างเล้ยย....
ฟฟฟ
เรื่องการปฏิวัติมวลชนนั่นก็เหมือนกัน
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนโดยส่วนใหญ่เห็นว่าสังคมที่เป็นอยู่อยู่ไม่ได้ เพราะการทำมาหากินฝืดเคืองไปหมด
และจะต้องรู้สึกร่วมกันว่าผู้ปกครองเอาแต่รีดนาทาเร้น ไม่สนใจประชาชน
ซึ่งจะต้องเกิดเป็นเรื่องทั่วไปทั้งแผ่นดิน จึงจะมีเนื้อดินให้กับการปฏิวัติมวลชน
แต่นี่ไม่ใช่ ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหาในระดับนั้น
ในขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาทุกคนก็ทราบดีว่ามีต้นเหตุมาจากต่างประเทศ
และเวลานี้เศรษฐกิจกำลังไปได้ดี ทุกอย่างกำลังฟื้นตัว เรื่องนี้ฝรั่งเขาสายตายาวกว่าจะเห็นได้จากการเข้ามาช้อนซื้อหุ้นตั้งแต่วันศุกร์ถีงเมื่อวานวันจันทร์ทั้งที่ตลาดหุ้นในเอเชียที่อื่นทรุด ของเรามีปัญหาที่มองว่าวิกฤตสุดๆ แต่ตลาดหุ้นกลับไม่วิกฤต จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังมีเข้ามามากมาย จะหดตัวก็อาทิตย์นี้แหละ แม้แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ยังวิเคราะห์ว่าหากไทยผ่านสถานการณ์นี้ไปได้โดยไม่เกิดความรุนแรง เศรษฐกิจไทยก็จะพุ่งทยาน
ดังนั้นคนจึงลงความเห็นว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี และโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะพุ่งทยานขึ้นไปนั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก
ก็เมื่อสภาพความเป็นจริงเป็นเช่นนี้ ที่คิดจะปลุกระดมให้คนส่วนใหญ่ของประเทศเข้าร่วมปฏิวัติมวลชนนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร
ตรงข้ามคนกลับเห็นว่าการกระทำเช่นนี้กลับจะเป็นการฉุดให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำล้าหลัง
นี่จึงตรงข้ามกับทฤษฎีของพวกฝ่ายซ้ายเก่าโดยสิ้นเชิง ที่พยายามจะเสนอตามทฤษฎีอย่างตายตัวว่า ช่วยนายทุนใหญ่ล้มนายทุนเก่าแล้วเศรษฐกิจของประเทศจะก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง
เพราะความเป็นจริงคือ ความนิ่งและความมีเสถียรภาพของสังคมไทยจึงจะทำให้เศรษฐกิจก้าวหน้าไปได้มากกว่า
นี่คือความผิดพลาดของทฤษฎีการปฏิวัติมวลชนและการต่อสู้ทางชนชั้นที่มีการนำมาใช้ชี้นำผิดๆ
ที่ว่าผิดเพราะผ่านการปฏิบัติแล้ว ผ่านการลองแล้ว เมื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เข้าร่วม ก็ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่าอย่างที่เห็น
ฟฟฟ
เวลานี้เศรษฐกิจกำลังไปได้ดี ทุกอย่างกำลังฟื้นตัว เรื่องนี้ฝรั่งเขาสายตายาวกว่าจะเห็นได้จากการเข้ามาช้อนซื้อหุ้นตั้งแต่วันศุกร์ถีงเมื่อวานวันจันทร์ทั้งที่ตลาดหุ้นในเอเชียที่อื่นทรุด ของเรามีปัญหาที่มองว่าวิกฤตสุดๆ แต่ตลาดหุ้นกลับไม่วิกฤต
ฟฟฟฟ
เสดถะกิจกะลังจะฟื้นแต่มีไอ้พวกแดงทักชั่วจางไลบ่อนทำลายอยู่ได้......จะชั่วช้าสามานย์กันไปถึงไหน......
แม้แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ยังวิเ
แม้แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ยังวิเคราะห์ว่าหากไทยผ่านสถานการณ์นี้ไปได้โดยไม่เกิดความรุนแรง เศรษฐกิจไทยก็จะพุ่งทยาน
aa
mุกผู้ทุกนามทุกซีกที่ไม่ชั่ว........ชาติต้องช่วยกันออกมารณรงค์ประนาม...ไอ้พวกแดงถ่อย แดงสยามนรก....ฯลฯ ให้พวกมันหยุดป่วนบ้านทำลายเมืองทำร้ายประเทศ......เร่งตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของไอ้พวกหัวโจกทุกตัวไล่ไปตั้งแต่ขวาสามนย์ยันซ้ายนรกป่าช้าแตก.....โดยเฉพาะไอ้สามเกลอหัวขวด......
สาวเมืองนนท์
รู้เพียงเเต่ว่าหลัง26มีค โดนปลอกเปลือกล่อนจ้อน ฮุนเซ็นยังรู้เลยครับ
*อย่างสงบ สันติ
*อย่างสงบ สันติ อหิงสา
มีคุณค่า มีปัญญา อย่าสงสัย
สู้ขับไล่ รัฐประหาร ที่ผลาญไทย
ให้หมดสูญ สิ้นไป จากแผ่นดิน
*พลเมืองสามัญ...นั้นคือไพร่
พจนานุกรม เขียนไว้ ใครดูหมิ่น
เป็นเจ้าของ อธิปไตย ใช่เล่นลิ้น
เป็นเจ้าของ แผ่นดิน ที่แท้จริง
*ไพร่ต่อสู้ เชิดชู ประชาธิปไตย
เลือกรัฐบาลของไพร่ ให้ใหญ่ยิ่ง
ขอให้ไร้รัฐประหาร ผลาญช่วงชิง
ความเท่าเทียม คือสิ่งที่ต้องการ
*ถึงสู้นานเพียงใดไม่ไหวหวั่น
สู้ชนชั้น อภิสิทธิ์ชน ก่นล้างผลาญ
ถึงต่อสู้ ยืดเยื้อ และยาวนาน
ไม่สะท้าน หวั่นไหว ใจแกร่งเกิน
ถุย ถุย ถุย ถุยส์ ถุยส์ ถุยส์
ถุย ถุย ถุย ถุยส์ ถุยส์ ถุยส์ ทุ๊ย ถุย
สงครามชนชั้นบ้านมึงอ้ะดิ้!
อยู่ได้ 3 วัน ฮ่ะฮ่ะฮ่า
ถ้างั้นนี่ก็คือ สงครามชนชั้นแบบเติมเงิน งั้นดิ้!
จ่าย 2,000 อยู่ได้ 3 วัน จ่าย 5,000 อยู่ได้ อาทิตย์ นึง
นาทีแรกคิดนาทีละ 150 บาท นาทีต่อไปคิดนาทีละ หนึ่งสลึง (ฮา)
นั่งฟังข้ามเครือข่ายคิดอีก 5 บาท เจาะเลือดคิดอีก 2,000 (แต่ราคานี้แพงเกินเพราะ แกนนำไปเอาเลือดควายมาใช้แทนแว๊ววววววววว) ฮา
สงครามชนชั้น ควายเอ๊ยยยยยย!
“มาร์ค” ถาม “ทักษิณ”
“มาร์ค” ถาม “ทักษิณ” อำมาตย์หรือไพร่ เป็นนายกฯ 5 ปี รวยมหาศาล ปล่อยชาวบ้านหนี้ล้นตัว
“มาร์ค” ออกทีวียืนยันพร้อมเปิดโต๊ะเจรจาแต่ต้องยึดผลประโยชน์ประเทศชาติ ระบุสังคมไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องดูคนในสังคมอื่นๆ ด้วย ย้ำคำเดิมยุบสภาต้องแก้ปัญหาได้จริง เชื่อสัปดาห์หน้าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ยันระบบอำมาตย์-ไพร่ หมดจากสังคมไทยไปแล้ว ย้อนถาม “นช.แม้ว” อำมาตย์หรือไพร่ เป็นนายกฯ 5 ปีรวยเท่าตัว ขณะนี้ประชาชนมีหนี้สินเพิ่ม เตือนอย่าเอาความเลื่อมล้ำในสังคมมาสร้างความเกลียดชัง พร้อมโชว์ภาพเปรียบเทียบ “นช.แม้ว” เดินตรวจงานที่มอนเตเนโกรสบายใจเฉิบ ขณะที่สาวกหางแดงต้องนอนข้างถนนก่อม็อบช่วย
วันนี้ (19 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์รายการ “สนามเป้า เล่าข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ที่บ้านพักกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดยกล่าวยอมรับว่าไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เจอหน้าครอบครัวตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงมาชุมนุม อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมชุมนุมที่มีความอดทน จนทำให้สถานการณ์สามารถผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง และขอให้การบริหารของรัฐบาลที่ต้องการทำให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยต่อ ประชาชนดำเนินไปด้วยดี
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อเรียกร้องต่างๆ ขอยืนยันว่าจะตัดสินใจบนผลประโยชน์ส่วนรวม และมองไปในอนาคตระยะยาว เพราะต้องการรักษาความถูกต้อง ไม่ใช่เพียงเพื่อแก้ไขปัญหาให้พ้นตัวไปวันๆ อย่างไรก็ตาม การเจรจากับกลุ่มเสื้อแดงนั้นจะต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ซึ่งสังคมไม่ได้มีเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กลุ่มเดียวกันยังคิดต่างกัน การพูดคุยกันไม่ใช่ว่าคุยกับ นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.เห็นด้วยกันแล้วจบ แต่ต้องดูคนในสังคมอื่นๆ อีก
“ผมไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว เชื่อมั่นว่าทุกคนจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้”
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องยุบสภา ขอถามว่าหากยุบสภาแล้วจบจริงหรือ แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่ยุบสภาแล้วยังคงมีปัญหาความแตกแยกทางการเมืองอยู่ ถ้ายุบสภาแก้ปัญหาได้ก็มาคุยกัน
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าเชื่อว่าปัญหาจะกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ ประชุม ครม. ประชุมสภาฯ ตามปกติ การชุมนุมสงบสันติ การปิดล้อมจึงไม่ใช่การชุมนุมที่ชอบตามรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศดูแลทุกชีวิตให้ปลอดภัย
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ผู้ชุมนุมหยิบยกปัญหาความเหลื่อมล้ำ เช่น อำมาตย์ และไพร่ ตนเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยและคนไทยไม่มีระบบอย่างนั้นแล้ว ทุกคนมีความเท่าเทียมกันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยอมรับว่าสภาพความเป็นปัญหาเหลื่อมล้ำยังมีอยู่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องแก้ไขปัญหานี้
“แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ อำมาตย์หรือไพร่ เคยเป็นนายกฯ สร้างความร่ำรวยมหาศาล 5 ปีที่คุณทักษิณเป็นนายกฯ สังคมมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเท่าตัว และทรัพย์สินของคุณทักษิณก็เพิ่มเป็นเท่าตัว ความเหลื่อมล้ำในสังคมมีเป็นปกติ อย่าเอาความเหลื่อมล้ำมาสร้างความเกลียดชังในสังคม”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรียังโชว์ภาพหนังสือพิมพ์ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปตรวจงานการปรับปรุงโรงแรมในมอนเตเนโกร เปรียบเทียบกับภาพกลุ่มผู้ชุมนุมพักผ่อนนอนข้างถนนเอาแรงระหว่างการชุมนุม บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ
I Pad wrote:ถุย ถุย ถุย ถุยส์
ตอบแบบนี้ควายเรียกพี่ 5555+
ประวิตร
ประวิตร นายฉลาดมากคนอื่นโง่มองไม่เห็นสงครามชนชั้น แต่คนอื่นเขาเห็นว่า พวกมรึงกำลังเอาความแตกต่างทางชนชั้นของคนในสังคมมาเป็นเครื่องมือ เพื่ออุ้มอำมาตย์แม้วกลับมา
ขำแทบตาย
ขำแทบตาย คนบ้านนอกอย่างพวกผมนั้นเป็นคนซื่อครับ ดิวม็อบมา 3 วัน 3 วันเขาก็กลับ พอถึงวันที่ 16 ตุ๊ดตู่ขึ้นเวทีบอกพี่น้องครับ 3 วันนั้นนับจากวันที่ 14 นะครับ ไม่ใช่นับจากวันที่ 12 ดังนั้นวันนี้เพิ่มครบ 3 วัน แต่ขอพรุ่งนี้เราจะไปบ้านอภิสิทธิ์กันนะครับ ฟังแล้วขำกลิ้งเลย
แถมฟังมันบอกว่า มีคนออกมาชุมนุมแล้วรัฐบาลทำไมไม่ฟัง ไม่สงสารคนที่เขานอนกลางถนน พันธมิตนนเขานอนกันกี่วันกี่รอบ พวกมันเคยสนใจไหม ไม่มีสื่อ หรือนักวิชากวยหน้าไหนมาช่วยลำเลิกด้วย
เมื่อคืนแม้วบอกม็อบไพร่ อย่าไปสนใจฟรีทีวี ให้ดูจอแดงทางแบล็คเบอร์รี่ ไม่รู้ประวิตรได้ยินมั้ย เอิ้กๆ
***ความจริง ในการกำจัดทักษิณ
***ความจริง ในการกำจัดทักษิณ ต้องกำจัดด้วยคะแนนเสียงการเลือกตั้ง จากประชาชน ในระยะการดำรงตำแหน่งทางการเมือง สี่ปี
***เมื่อครบ สี่ปี ไม่เลือก โดยประชาชน ก็เป็นอันว่าทักษิณเกม ปิดฉาก
***แต่เพราะอะไร รีบปิดฉากโดยรัฐประหาร
***แท้จริงแล้ว การกำจัดทักษิณ เป็นเพียงนิติกรรมอำพราง ฉ้อฉล ปิดบังการกำจัดรัฐธรรมนูญปี 2540
***และแน่นอน พวกมันเกิดอาการปริวิตกว่า ยิ่งทักษิณ ทำให้ประชาชนได้รับสวัสดิการ ไดรับประโยชน์มากเกินคาด
และระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็งเกินกว่าจะล้มได้ จึงรีบสร้างตัวป่วนเมือง สร้างวาทะกรรมให้ร้ายทักษิณ เป็นระบอบทักษิณ ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย และที่เกิดขึ้นแทนที่ระบอบทักษิณปัจจุบันนี้ มันคือระบอบอะไร มันก็คือระบอบข้าราชบริพารเป็นใหญ่ร่วมกับพวกพ้องนั่นเอง
***ประชาชนจงร่วมกันต่อสู้เพื่อให้รัฐบาลคืนอำนาจ โดยการยุบสภา และโดยสันติ เชื่อว่า คนมีศีลธรรมในบ้านเมืองจะร้องขานเช่นเดียวกัน ทุกชนชั้น
อะไรกันคุณประวิตรแค่เกณฑ์จากต
อะไรกันคุณประวิตรแค่เกณฑ์จากต่างจังหวัดมาชุมนุมได้ก็บอกว่าเป็นสงครามชนชั้น
แถมออกจะภาคภูมิใจเสียเหลือเกินหากมันจะเกิดแบบนั้นจริงๆ
ถามจริงๆอยากให้มันเป็นแบบนั้นหรือไงไอ้สงครามชนชั้นหนะ
แล้ววอย่าง พธม.มีผู้เข้าร่วมเป็นบรรดาสหภาพแรงงานต่างๆ
ไม่กลายเป็นสงครามชนชั้นเหมือนกันหรือไร
เรื่องสงครามชนชั้นมันเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในหัวของปัญญาชนและนักวิชาการสีแดงกลุ่มหนึ่ง
ผู้ที่มาชุมนุมเขาก็แค่อยากได้คนที่เขาชอบมาบริหาร
มีคนมาบอกว่าทักษิณถูกแกล้งให้มาช่วยกันหน่อย
พวกเขาก็มา นี่ว่ากันถึงพวกที่เต็มใจช่วย ส่วนที่รับเงินมาก็ว่ากันไปเป็นส่วนๆ
การเอาปรากฎการณ์ทักษิณไครซีสส์ มาทึกทักเป็นสงครามชนชั้นมันน่าหัวร่อจริงๆ
แต่ก็พอเข้าใจนะ ว่าการพยายามย้ำคำว่าไพร่ หรือสงครามชนขั้นเพื่อประสงค์อะไร
ไม่เป็นไรมุขไพร่ มุขชนชั้นแป๊ก ต่อไปอาจจะมีมุขใหม่
เป็นการต่อสู้ของ ลูกเมียน้อยกับอำมาตย์อีกก็ได้
วิเคราะห์ได้ดี
วิเคราะห์ได้ดี แต่ก็มีขาดหลักความถูกต้องสำหรับอ้างอิงให้เห็นชัดเจนในหลายประเด็น
อาทิ กับคำว่า "โกงจริง" ซึ่งค่อนข้างขัดแย้งกับ Main Idea ในบทความ
ถ้าชนชั้นไม่มี
ถ้าชนชั้นไม่มี ประชาธิปไตยจะบริสุทธิ์
ชอบความคิดเห็นนี้มากๆเลยค่ะ
ชอบความคิดเห็นนี้มากๆเลยค่ะ เพราะส่วนตัวอยู่ต่างประเทศมาเกือบสิบปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยเห่อของฝรั่งมากกว่าของไทย ไม่เคยคิดจะลืมรากเหง้าของตัวเองว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน กลับภูมิใจเสียอีก ชอบกินปลาทูมาก อิอิ
a wrote:ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10
บอกตรงๆว่ารู้สึกรำคาญที่เห็นคุณตะบี้ตะบันcopyความเห็นเดิมนี้โพสท์ซ้ำลงในทุกๆบทความ ทั้งๆที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับเนื้อหาและประเด็นที่ผู้เขียนนำเสนอ
ถ้าอยากจะช่วยพวกเหลืองนิยมอำมาตย์มาเบียดแย่งพื้นที่ในเว็บนี้ก็กรุณาหัดลงแรงใช้สมองกลั่นกรองอะไรๆที่เข้าท่าบ้าง อย่าขี้เกียจคิด เพราะมันจะทำให้สมองของคุณค่อยๆฝ่อลงจนโง่กว่าพวกไพร่ที่คุณเคยดูถูกในที่สุด
*ยุบสภา นั่นแหละ
*ยุบสภา นั่นแหละ คือทางออก
อย่าได้หลอก ประชาชน คนส่วนใหญ่
ในระบอบ ประชาธิปไตย
ประชาชน ตัดสินใจ ย่อมยุติธรรม
*เสียงส่วนใหญ่ เลือกพรรคใด ให้บริหาร
เป็นรัฐบาล ปวงประชา อย่าเหยียบย่ำ
อ้างว่าไพร่ ซื้อได้ ใส่ความย้ำ
ชนชั้นนำ นั่นแหละทำ ความอัปรีย์
*อภิชน ล้วนกลัว การเลือกตั้ง
และชิงชัง พวกไพร่ ไร้ศักดิ์ศรี
ปิดกั้นความเสมอภาค ...ยากยินดี
และย่ำยี สิทธิมนุษยชน
*หาทางออก โดยคณะ กรรมการ
ที่มีแต่ เหล่าท่าน บันดาลผล
เป็นทางออก อันคับแคบ ที่แยบยล
ดูหมิ่นชน ส่วนใหญ่ ว่าไพร่เลว
คือดูถูกแล้วดูไม่ผิด....ทักษิ
คือดูถูกแล้วดูไม่ผิด....ทักษิณหากินกะคนดง่...ฒันพูดเองก่อนออกจากพรรคพลังธรรม.....
a wrote:ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10
กูไม่รู้ กูไม่สน
มึงรีบบอกอภิสิทธิ์ให้เอาเขาพระวิหารคืนมา
อย่าชักช้า อย่าเฉไฉ อย่าโพเดี้ยม
ให้ไว กูรออยู่ เอาเขาพระวิหารคืนมา
งานกร่อย
กูไม่รู้ กูไม่สน กูเอามุกเดิมๆ นี่แหละ
มึงรีบบอกอภิสิทธิ์ให้เอาเขาพระวิหารคืนมา
อย่าชักช้า อย่าเฉไฉ อย่าโพเดี้ยม
ให้ไว กูรออยู่ เอาเขาพระวิหารคืนมา
ข้อมูลอีกด้าน...
กูไม่รู้ กูไม่สน
มึงรีบบอกอภิสิทธิ์ให้เอาเขาพระวิหารคืนมา
อย่าชักช้า อย่าเฉไฉ อย่าโพเดี้ยม
ให้ไว กูรออยู่ เอาเขาพระวิหารคืนมา
ไหนๆจะเขียนให้ความจริงปรากฏแล
ไหนๆจะเขียนให้ความจริงปรากฏแล้วละก็ไม่ต้องหมกอะไรอีกต่อไป เขียนให้ตรงใจไปเลยดีกว่า วันนี้คนไทยต้องเรียนรู้จากความจริง ถึงแม้นไม่มีสามเกลอนำก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเสื้อแดงอีกต่อไป คนเสื้อแดงเจริญก้าวหน้าไปไกลแล้ว คนไทยเรียนรู้ประชาธิปไตยเกินกว่าที่ดึงกลับให้ย้อนหลัง คนไทยกำลังเข้าสู่ยุคของเหตุผล ช่วยกันเถอะครับ อย่าฝืนกันต่อไปเลย ช่วยกันนำสังคมไทยไปสู่ อารยะศิวิไลย กันเถิด
พวกชั่วที่ศาลตัดสินแล้วว่ามัน
พวกชั่วที่ศาลตัดสินแล้วว่ามันต้องติดคุก
ฟฟฟฟ
มันไม่ใช่การชุมนุมของประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย
มันเป็นการชุมนุมภายใต้คำบงการของโจรหนีคดี คนที่ศาลพิพากษาว่าผิดฐานโกงชาติ
แกนนำที่ขับเคลื่อนการชุมนุม มีเป้าหมายทางการเมือง คือโค่นล้มรัฐบาล
ข้ออ้างยุบสภาไม่มีเหตุผล
กลุ่มประชาชนที่มาชุมนุมได้รับการจ้างวาน อีกส่วนหนึ่งถุกเป่าหูจนหลงเชื่อข้อมูลเท็จ
การชุมนุมนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการเรียกร้องเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่เพื่อประโยชน์ของนักโทษหนีคดี
อย่างนี้แล้ว
คุณจะเรียกร้องให้สันติวิธี โดยให้คนกระทำผิดไม่ต้องเคารพกฏหมายได้อย่างไร
จะใช้สันติวิธีกับผู้ที่ศาลตัดสินว่าผิด และหลบหนีคดีได้อย่างไร
คุณปล่อยให้มีการชุมนุมที่มีการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรง ด้วยถ้อยคำ" ให้เอาเลือดหัวมันออก จับมันมาแขวนคอ....ทำสงครามมหาประชาชน..ทำสงครามไพร่ล้มอำมาตย์...ปลุกระดมให้คนเกลียดชังและลุกขึ้นมาฆ่าผู้อื่นน แล้วมาบอกว่าจะใช้สันติวิธี
สันติวิธีอะไรกัน เอาเลือดมาเทบนถนน ออกมากร่างอวอดศักดาข่มขู่ชาวบ้านร้านตลาด
นักสันติวิธีต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือการเรียกร้องสิทธิ อะไรคือการบ่อนทำลาย
รัฐต้องจัดการพวกบ่อนทำลาย สร้างความสงบให้เกิดขึ้นแก่สังคม ปกป้องพลเมืองที่มีสิทธิไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวกับพวกก๊วนก่อความวุนวาย เพื่อประโยชน์ของนักโทษหนีคดี
ถ้ารัฐไม่จัดการ ปล่อยให้เป็นอนาธิปไตยอยู่เช่นนี้ สังคมไทยจะพังทลาย
โจรจะละเมิดกฏหมาย พวกมาเฟีย พวกคนชั่ว จะลุกขึ้นมาข่มเหงชาวบ้าน เพราะไม่มีกฏหมายใดมาจัดการมันได้
ปล่อยให้มันโกหก ปลุกระดม ก่อความรุนแรงเช่นนี้ โดยไม่บังคับใช้กฏหมาย ทำตามนักสันติวิธีหน่อมแน้มที่ยอมให้ละเมิดกฏหมาย ก็เท่ากับช่วยโจรปล้นบ้านกินเมือง
นักสันติวิธีต้องตอบเรื่องนี้ก่อน ตอบซิว่า จะจัดการอย่างไรกับการละเมิดกฏหมาย ละเมิดสิทธิคนอื่น
ตอบไม่ได้ ก็หุบปากไปเลย อย่าสะเออะเสนอแนะเข้าทางโจร ..
แล้วที่ยึดสนามบินแต่ได้ดืเรีย
แล้วที่ยึดสนามบินแต่ได้ดืเรียกว่าอะไรวะได้เป็นรัฐมนตรีด้วยอีพวกนี้ไม่มีคดีติดตัวหรือวะหรือว่ายึดสนามบินเป็นการกระทำของผู้ดีมันเลยถูกต้อง ไม่ใช่นักโทษไม่ได้ทำผิดแค่พาพวกไปยึดสนามบินเฉยๆๆไม่มีใครเดือดร้อนเลยใช่ไหมวะ ไอ้สงครามชนชั้นมันมีมานานมากแล้วโว้ยเพียงแต่คนจนไม่กล้าพูดเดี๋ยวโดนอุ้มหายไปไม่ได้อย่างใครหลายๆๆคน
เสือกมาพูดได้ไงว่าชนชั้นไม่เคยมี มึงเคยเห็นไอ้คนจนที่ต้องไปกราบตีนไอ้ข้าราชการแค่ขอร้องขอที่ทำกินตอนสมัยไอ้นายกชวนชาวบ้านมาขอร้องเรื่องสร้างเขื่อนแล้วไม่มีที่ทำกินมาประท้วงอยู่เป็นปีหน้าทำเนียบไอ้หมาชวนเคยลงไปคุยไปถามปัญหากับคนพวกนั้นไหมหรือคิดว่ากูเป็นนายกเป็นผู้ดีแบบไอ้มาร์คที่หาแดกไม่เป็นกู้มาแดกอย่างเดียวแตเสือกตอแหลว่าเศรษฐกิจดียังมีคนปัญยาอ่อนแบบพวกมึงเชื่อด้วยกูทุเรศไอ้พวกผู้ดีเต็มทีเขาไล่ยังไม่ไปผู้ดีเขาด้านกันแบบนี้หรือวะแน่จริงว่าทักษฺณเป็นนักโทษต้องติดคุกมึงไม่ลองเอาไอ้นายทหารใหญ่ๆๆที่โกงงบลับงบปราบห่าเหวอะไรนั่นลองไปสอบมันมั่ง
เผื่อทักษิณจะได้เพื่อนร่วมคุกมั่งสงสัยคงเต็มคุกทั้งไอ้มาร์คยอดซื่อแบบไอ้ชวนผัวแกล้งจนแต่เมียรวยฉิบหายกูงงชอบตบตาประชาชนคิดว่าพวกกูโง่ เลวจริงๆๆ
I Kwai wrote:I Pad wrote:ถุย
ส่วนมึงเรียกควายตัวพ่อ ฮ่ะฮ่ะฮ่า
ทีหลังจะโต้ตอบอะไรก็เอาหัวคิดมาก่อนนะ อย่าเอาตีนคิด ไอ้ควาย (เออ มึงนี่สมชื่อจริงๆ ฮาฮาฮา)
คุณประวิตรวิเคราะห์ได้ค่อนข้า
คุณประวิตรวิเคราะห์ได้ค่อนข้างดีมาก
แต่พอมาเจอตรรกะ ว่า "โกงจริงๆ" นี่แล้ว
มันทำให้บทวิเคราะห์ของคุณแทบจะหมดคุณภาพลง
เอาให้มันอยู่ในทอปปิกหลักเพียงอย่างเดียว
คือการต่อสู้ทางชนชั้น แต่สไตล์การเชียน
ประเภทขอให้ได้ "แขวะ" ไว้ก่อนสไตล์เนชั่นนี้
ที่ยกเอา "ความรู้สึก" มาเป็น "ข้อเท็จจริง"
แต่ก็เข้าใจนะ ว่าโดยสถานะคุณ อาจต้องมีอะไร
สักอย่างที่ให้เจ้านายเห็นเป็นรูปธรรม
*มากันทั่ว ทุกทิศ
*มากันทั่ว ทุกทิศ แลทุกทาง
มากันอย่าง ตั้งใจ ไม่หวั่นไหว
ประชาชน สวัสดี มีขัย
รัฐประหาร จัญไร พินาศลง
*ทีละขั้น ทีละตอน ถอนหมุดใหญ่
เพื่อประชาธิปไตย...ใฝ่ประสงค์
รัฐบาล นอมินี ต้องจบลง
ความมั่นคง เป็นของ ประชาชน
*แพ้ชนะ อย่างไร ไม่ไหวหวั่น
นี่เป็นอีก หนึ่งขั้น อันก่อผล
ประชาชน จะไม่น้อม ยอมจำนน
ยิ่งเรียนรู้ เล่ห์กล อำมาตยา
*แผ่ขยาย ความคิด จิตสูงส่ง
เพื่อดำรง ประชาธิปไตย ให้มีค่า
สู้ต่อไป ต่อไป ไม่เหนื่อยล้า
สู้จนกว่า ...เกิดประชาธิปไตย
เขียนได้ดีมาก
เขียนได้ดีมาก มันเป็นความจริงที่หลายๆคนยังไม่เคยรู้
ช่วงหัวค่ำวันที่ 19 มี.ค. 53 มีนักการเมืองคนหนึ่งซึ่งเป็นโฆษกประจำตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีของกลุ่ม นปช แล้วพูดว่า “สมัยเปาบุ้นจิ้นเคยได้ยินคำนี้มั้ยครับ ฮ่องเต้ทำผิด รับโทษเท่าสามัญน่ะ “ (แล้วคนก็เฮ) ก็คงไม่ต้องอ้อม ไม่ต้องมาแอบกันแล้ว
ผมไม่ได้ต้องการจะมาว่าว่าเค้าลบหลู่สถาบัน (แต่มันชัดมากๆ) แต่สนใจปฏิกิริยาของมวลชน นปช มากกว่าว่าพวกเค้าได้ยินคำคำนี้แล้วคิดยังไง
คำพูดนี้ถ้าได้ยินตามร้านกาแฟคงไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ แต่มันถูกพูดบนเวทีท่ามกลางประชาชนเป็นหมื่น (นสพ เค้าบอกนะ) ในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี มันแสดงให้เห็นความจริงที่เกิดขึ้นวันนี้ว่า คนที่ไม่พอใจสถาบันไม่ได้มีเพียงแค่หยิบมืออย่างที่คิด พวกเค้าอาจจะไม่ได้ถูกหลอก พวกเค้าอาจจะเห็นด้วยแต่คงไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ โดยไปใช้คำว่า "ประชาธิปไตยที่แท้จริง" แทน
ที่ผ่านมาเรามักจะคิดว่ามีแค่กลุ่มคนที่ยังฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เราคงต้องมาให้ความสนใจกับปัญหาของคนที่รู้สึกว่าได้รับความไม่ยุติธรรมเพราะเค้าเป็นชนชั้นล่าง
หลายคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นไพร่ ไม่ใช่ประชาชน มันเป็นความรู้สึกของคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีโอกาส ไม่มีสิทธิ์เท่าเทียมกับคนอื่นๆ บางคนอาจจะบอกว่าในประเทศประชาธิปไตยนี้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด มันจริงแค่ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติแล้วคนที่รวยกว่าหรือมีตำแหน่งใหญ่โตจะได้รับสิทธิและโอกาสมากกว่าคนจน และคนจนก็เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นคนกำหนดว่าพรรคไหนจะได้เสียงข้างมาก เป็นคนเลือกรัฐบาลนั่นเอง
ผมไม่ได้บอกว่าคนจนทุกคนรู้สึกไม่พอใจ แต่เชื่อว่ามีหลายคนแน่ๆที่ถนนราชดำเนิน
ถึงตอนนี้เราจะยังไม่รู้วิธีแก้ปัญหานี้แต่อย่างน้อยควรจะรู้ไว้ และมองดูผู้มาเรียกร้องอย่างเข้าใจ
a wrote:ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10
อย่าคิดแทนคนอื่นสิครับ ผมก็บริจาคเลือดมาเป็นสิบครั้ง แม้จะไม่เท่าคุณ แต่ผมก็บริจาคร่างกายและดวงตา
ผมยังไม่เห็นมองแบบคุณ เที่ยวหาเหตุจับผิด เล็กๆ น้อยๆ ทำเป็นแอบไปได้
สังคมไทยกำลังอยู่ในโลกของศตวร
สังคมไทยกำลังอยู่ในโลกของศตวรรษที่21(ยุคอินเตอร์เนตไร้สาย) แต่มาถกเถียงกันเหมือนอยู่ในศตวรรษที่20 เรื่องเก่าๆซ้ำซาก น่าเบื่อและน่าเศร้า เดินวนไปเวียนมา ไม่ไปไหน หรือว่าสังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตยกำมะลอ ต่อยซ้ายป่ายขวาไปเรื่อยเปื่อย ออกจากะลา(เข่ง??) กันได้แล้วครับ
แล้วที่ยึดสนามบินแต่ได้ดืเรีย
แล้วที่ยึดสนามบินแต่ได้ดืเรียกว่าอะไรวะได้เป็นรัฐมนตรีด้วยอีพวกนี้ไม่มีคดีติดตัวหรือวะหรือว่ายึดสนามบินเป็นการกระทำของผู้ดีมันเลยถูกต้อง ไม่ใช่นักโทษไม่ได้ทำผิดแค่พาพวกไปยึดสนามบินเฉยๆๆไม่มีใครเดือดร้อนเลยใช่ไหมวะ ไอ้สงครามชนชั้นมันมีมานานมากแล้วโว้ยเพียงแต่คนจนไม่กล้าพูดเดี๋ยวโดนอุ้มหายไปไม่ได้อย่างใครหลายๆๆคน
เสือกมาพูดได้ไงว่าชนชั้นไม่เคยมี มึงเคยเห็นไอ้คนจนที่ต้องไปกราบตีนไอ้ข้าราชการแค่ขอร้องขอที่ทำกินตอนสมัยไอ้นายกชวนชาวบ้านมาขอร้องเรื่องสร้างเขื่อนแล้วไม่มีที่ทำกินมาประท้วงอยู่เป็นปีหน้าทำเนียบไอ้หมาชวนเคยลงไปคุยไปถามปัญหากับคนพวกนั้นไหมหรือคิดว่ากูเป็นนายกเป็นผู้ดีแบบไอ้มาร์คที่หาแดกไม่เป็นกู้มาแดกอย่างเดียวแตเสือกตอแหลว่าเศรษฐกิจดียังมีคนปัญยาอ่อนแบบพวกมึงเชื่อด้วยกูทุเรศไอ้พวกผู้ดีเต็มทีเขาไล่ยังไม่ไปผู้ดีเขาด้านกันแบบนี้หรือวะแน่จริงว่าทักษฺณเป็นนักโทษต้องติดคุกมึงไม่ลองเอาไอ้นายทหารใหญ่ๆๆที่โกงงบลับงบปราบห่าเหวอะไรนั่นลองไปสอบมันมั่ง
เผื่อทักษิณจะได้เพื่อนร่วมคุกมั่งสงสัยคงเต็มคุกทั้งไอ้มาร์คยอดซื่อแบบไอ้ชวนผัวแกล้งจนแต่เมียรวยฉิบหายกูงงชอบตบตาประชาชนคิดว่าพวกกูโง่ เลวจริงๆๆ
aa
โถ..ควายแดง.....กรูไม่แค่คิดว่าพวกเมริ-งโง่...อย่างเดียวแต่ชั่วด้วย......โดยเฉพาะภาคเหนือ....วัฒนธรรมสามานย์...ขายตัว ขายเสียง ขายชาติ......นี่เป็นความจริง....เพราะเป็นภูมิภาคห่างไกลทะเลขาดธาตุไอโอดี..งถูกจูงจมูกสร้างภาพให้เชื่อได้โดยง่าย.....ต้องกล้าหาญที่จะยอมรับความเป็นจริงสิฟะ.....โรคเอ๋อ(โรคคอพอกที่ที่ทำให้โง่...ก็พบมากในภูมิภาคภาคเหนือกะอีสาณนะยะ).....และพฤติกรรมก็พิสูจน์ความเป็นจริงของธรรมชาติ.....สังคมก็แก้เรื่องนี้กันมาทุกยุค.....เมริ-งไม่รุเรอะ...
กูเป็นนายกเป็นผู้ดีแบบไอ้มาร์
กูเป็นนายกเป็นผู้ดีแบบไอ้มาร์คที่หาแดกไม่เป็นกู้มาแดกอย่าง
ฟฟฟ
สนามบินที่ประกาศปิด...นะไอ้เอี้ยแดงที่เป็นอะไรวะ-เป็นผู้ประกาศปิด-เขาก็สู้คดีกันอยู่...แนวคิดที่พวกแดงควายแสดงออกมาอ่ะ...ไอ้พวกเดรัจฉานวิชาเกินโดยเฉพาะไอ้พวกซ้ายป่าช้าแตก.....มันผลิตกันออกมาเป็นชุดๆๆๆ....พูดและอ้างเหมือนกันโม้ดดด....ตั้งแต่ไพร่รากเน่า ไพร่แท๊กซี่เมืองนนท์-ไปจนถึงไพร่อำมาตย์ใหม่ชั่วชาติอย่างไอ้สามเกลอหัวขวดและอีเพ็ญ.....
ฟฟฟ
ยังไม่รุอีกว่าถูกไอ้ชั่วซ้ายนรกคอมฯป่าช้าแตก.....เอาความคิดเน่าๆ ที่นำพาประเทศชาติและแผ่นดินนี้เข้าสู่กลียุค เอาความคิดทิดสะดีเน่าๆ ไปใส่ไขมันเรียบๆ ในหัวกะโหลกของพวกแก.....
ไอ้อีขี้ข้าสุนัขรับใช้ขี้เหลื
ไอ้อีขี้ข้าสุนัขรับใช้ขี้เหลือง วันนี้ปล่อยพวกมึงเห่าหอน เลียหัวแม่ตีนพ่อมึงไปก่อน
วันที่กูชนะ พวกมึงต้องเข้าสถานดัดสันดาน ทำงานล้างส้วม 8 ปี ฐานที่ชอบเลียขี้เหลือง
ให้โอกาสเปลี่ยนสันดานจากสุนัขรับใช้มาเป็นพลเมืองของรัฐประชาธิปไตยใหม่
ให้เปลี่ยนจากกินขี้เหลืองมาเป็นข้าวเหมือนกับชาวบ้านชาวเมืองเขา
หากแก้สันดานเดิมไม่ได้ พวกมึงก็รู้นะว่า จะเป็นอย่างไร เอาส้นตีนคิดเอา
.............................
......................................................................... แม้ว
.....................................................................แม้ว....แม้ว
.........................แม้ว....................................แม้ว แม้ว แม้ว
........................แม้ว........................................................
....แม้ว...........แม้ว............แม้ว.....................แม้ว......แม้ว....
แม้ว...แม้ว....แม้ว........แม้วแม้วแม้ว............แม้ว....แม้ว....แม้ว
...แม้วแม้ว...แม้ว.......แม้ว..........แม้ว........แม้ว......แม้ว....แม้ว
.........แม้ว....แม้ว......................แม้ว......แม้ว..................แม้ว
.........แม้ว......แม้ว....................แม้ว.....แม้ว.......แม้ว......แม้ว
.........แม้ว.......แม้ว...................แม้ว...แม้ว....แม้ว..แม้ว...แม้ว
.........แม้ว........แม้ว..................แม้ว....แม้ว........แม้ว......แม้ว
.........แม้ว.......แม้ว...................แม้ว.....แม้ว.....แม้ว........แม้ว
............แม้ว..แม้ว.....................แม้ว.......แม้ว..แม้ว.........แม้ว
...............แม้ว..........................แม้ว............แม้ว............แม้ว
.....แม้ว.............แม้วแม้ว..........แม้ว..............แม้ว............แม้ว
แม้ว...แม้ว.....แม้ว.......แม้ว..แม้ว...แม้ว...........แม้ว.....แม้วแม้วแม้ว
...แม้วแม้ว.......แม้ว.....แม้ว.....แม้วแม้ว...........แม้ว...แม้ว........แม้ว
.........แม้ว..........แม้วแม้ว............แม้ว............แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว.........แม้ว.แม้ว............แม้ว............แม้ว..................แม้ว
.........แม้ว.......แม้ว..แม้ว.............แม้ว............แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว.....แม้ว....แม้ว.............แม้ว............แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว....แม้ว.....แม้ว.......แม้วแม้วแม้ว.......แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว..แม้ว.......แม้ว.....แม้ว...แม้ว...แม้ว...แม้ว.................แม้ว
.........แม้วแม้ว.........แม้ว.......แม้วแม้ว.......แม้วแม้ว.................แม้ว
หน้า
........................................แม้ว............แม้ว..................แม้ว
.....................................แม้วแม้ว......แม้ว..แม้ว.......แม้ว.....แม้ว
.........................แม้ว......แม้ว..แม้ว...แม้ว..แม้ว......แม้ว...........แม้ว
.......แม้ว.......แม้ว..แม้ว....แม้วแม้ว....แม้วแม้ว....แม้ว...............แม้ว
....แม้ว.แม้ว...แม้ว..แม้ว.......แม้ว.........แม้ว.........แม้ว..............แม้ว
....แม้วแม้ว.........แม้ว.........................................แม้ว...........แม้ว
.......แม้ว........................แม้วแม้วแม้วแม้วแม้ว..........แม้ว....แม้ว
........................แม้วแม้วแม้ว.......................แม้วแม้ว
..................แม้วแม้ว.........................................แม้วแม้ว..
...........แม้วแม้ว..................................................แม้วแม้ว
.......แม้ว................................................................แม้ว
.....แม้ว................................................................แม้ว
....แม้ว.............................................................แม้ว
.....แม้ว........................................................แม้ว
.......แม้ว............................................แม้วแม้ว
..........แม้ว................................แม้วแม้ว
............แม้ว.............................แม้ว
.............แม้ว................................แม้ว
................แม้ว.................................แม้ว
..................แม้ว................................แม้ว
...................แม้ว................................แม้ว
......................แม้ว.............................แม้ว
.........................แม้ว...........................แม้ว
.............................แม้ว.....................แม้ว
.................................แม้ว.............แม้ว
.....................................แม้วแม้วแม้ว
ปัญหาของสังคมไทย
ปัญหาของสังคมไทย คือปัญหาเรื่องโครงสร้างทางการเมือง การปกครองของสังคม ในขณะที่สังคมได้พัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมแล้ว แต่โครงสร้างดังกล่าวไม่พัฒนาให้เป็นประชาธิปไตย มีกลุ่มคนชั้นสูงของสังคมที่ถืออภิสิทธิ์เหนือประชาชนคนกลุ่มใหญ่ กอบโกยเอาทรัพยากร และความมั่งคั่งไปจากพวกเขาเหล่านั้น ทอดทิ้งพวกเขาให้จมอยู่กับความอดอยากยากจน จมอยู่กับความไม่รู้เพราะด้อยการศึกษา มาเป็นเวลาเนิ่นนานเกือบ ๘ ศตวรรษ หลายชั่วอายุคน วันนี้ประชาชนคนเหล่านั้นได้ตื่นตัวขึ้นมา เพื่อเรียนรู้และทำการต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของตน ด้วยบุคคลิคที่อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น นั่นคือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน พวกเราหลายคนในเว็บบอร์ดนี้ลองพิจรณาดูความเห็นของตนเองด้วยครับว่า พวกเราหรือประชาชนเหล่านั้น ใครเป็นผู้ที่เจริญทางสติ ปัญญา ตามหลักพุทธศาสนา มากว่ากัน ผิดพลาดแล้วแก้ไขตัวเราเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการนั้น ผิดพลาดแล้วแก้ตัวทำความชั่วกันต่อไป โทษทัณฑ์ก็เป็นรางวัลที่จะได้รับ ผมเห็นด้วยครับว่าสงครามชนชั้นนั้นดำรงอยู่ในทุกสังคม และนี่ก็เป็นการร่วมมือกันของหลายชนชั้น เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นประชาธิปไตย ไร้สิ้นอภิสิทธิ์ชน นี่คือการเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนแปลงสังคม หากเราไม่เข้าใจความเป็นจริงข้อนี้ แล้วแข็งขืนต่อต้าน เราก็จะถูกทำลายลง เพราะเขื่อนแห่งการบังคับกดขี่ ขูดรีดประชาชนนั้น กำลังปริร้าวไม่สามารถทานทนต่อกระแสความต้องการของประชาชนได้ วีรบุรุษยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเอกอุ ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นสิ่งรอง ทรราชย์ยึดถือประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ สนใจผลประโยชน์ของประชาชนเพียงแต่ให้ยอมอยู่ใต้อำนาจตน อยากเป็นวีรบุรุษหรือทรราชย์ ก็ต้องตัดสินใจเอาเอง ทำเอง และรับผลจากการกระทำของตนเอง
คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตาม
คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตามกระแส และมองการเมืองแบบแฟชั่น สวย หล่อ ดูดี มีชาติตะกูล ชื่นชมคนมีฐานะที่คิดไปเองว่าอยู่สูงชนชั้นตัวเอง ชอบฟังคำพูดนักวิชาการหรือผู้ชี้นำในสังคมที่ตรงกับอคติตัวเองและเป็นคนในเมืองที่เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในการดูถูกและมีทัศนคติที่ไม่ดีกับชาวบ้าน คนจน คนขาดโอกาศ (แต่ส่วนหนึ่งเข้าใจผิดมาจากภาพคนจนในละคร tv. น้ำเน่าด้วย ไม่เคยรู้เลยว่าลูกสาวกำนันตอนนี้ไปเรียนเมืองนอกหมดแล้ว) คนกรุงเทพส่วนใหญ่อ่านหนังสือพิมพ์ก็อ่านแต่ข่าวพาดหัว เข้าเว็บก็ขออ่านแต่ที่ด่าตรงกับอคคติตัวเอง ขาดการวิเคราะห์รอบด้าน คนกรุงเทพชอบหลงตัวเองว่าไม่ซื่อเสียง เราเก่งมีอิสระทางความคิด ก็จะไปซื้อได้อย่างไรละ ข้างบ้านยังไม่มองหน้ากันคุยกันเลย สังคมแบบโดดเดี่ยวตัวใครตัวมัน ลองสังเกตุดูสิบางเขตที่ชุมชนหนาแน่นอบอุ่นแบบฝั่งธนบุรีก็จะได้ทุกสมัยติดต่อกัน คนกรุงเทพไม่มีวันเข้าใจสังคมแบบอุปถัมส์ของชาวต่างจังหวัดหรอก ว่าเรื่องเงินมันเรื่องเล็กน้อยที่เขาลงคะแนนให้กัน เขาช่วยกันมาจากระบบหัวคะแนนที่ผ่านคนคุ้นเคยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่งานบุญ งานบวช งานแต่งต่างๆ สังคมชนบทเขาเอื้อเฟื้อต่อกัน ที่นี้เวลาเลือกตั้งที่เขาก็ไม่ทิ้งกันดูแลกัน เขาไมมีเวลามากระแดะอวดรู้ว่าใครดีใครไม่ดีในภาพรวมหรอก เขาไม่สนภาพใส่สูทผูกไทด์พูดจาจีบปากจีบคอมีหลักการหรอก ลองเปรียบเทียบตัวเราดูถ้าใครดีกับเรา เราก็ดีตอบเช่นกัน ถึงคนนั้นจะไม่ดีกับคนอื่น แต่ดีกับเราเป็นงั้นก็พอเราย่อมรู้สึกดี ส่วนใหญ่คนที่ทำงานในกรุงเทพเป็นคนที่มาจากต่างจังหวัดเสียส่วนใหญ่ แทนที่พวกนี้จะเข้าใจธรรมชาติการเลือกตั้งธรรมชาติการเมืองของชาวบ้าน(ก็เข้าใจว่าเป็นทาสลูกจ้างทางธุรกิจอยู่ ต้องนั่งรถไฟบรรทุกทาสไปทำงานให้นายทุน) กลับไปยอมรับไปเชื่อฟังคาถาของชนชั้นนำที่ไม่ศรัทธาการเลือกตั้ง และผสมกับคนชั้นกลางในเมืองที่สนใจแต่ทำมาหากินของตัวเองเท่านั้นคนในประเทศจะประสบอย่างไรพวกเราไม่สน เพราะจะมีชนชั้นนำที่ไหนที่จะยอมให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมาริดรอนผลประโยชน์ของตัวเอง มารู้ทันเค้กก้อนโต ก้อนใหญ่ ทีเกาะกินฝังรากมานาน แล้วใช้คาถามหาอมตะ ซื้อเสียง โกงกิน นักการเมืองชั่วเลว แล้วไอ้กลุ่มทุนเก่าระบอบเก่าทั้งอำมาตย์ พรรคข้าราชการที่ตัวเองอีแอบกอบโกยผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองนี้เรียกว่าอะไร(ผู้วิเศษเทวดาหรืออย่างไร) ผู้รักการตรวจสอบและปราบคอรัปชั่นทั้งหลาย อย่าลืมตรวจสอบ พรรคข้าราชการ พรรคที่ใหญ่และมีอำนาจมากที่สุด เพราะถ้าพวกคุณมัวแต่ตรวจสอบบุคคลแต่ไม่ตรวจสอบระบบ ระบบแบบนี้ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่มีวันหายไปไหน ไม่ต้องไปโทษแล้วเอาระบอบทักษิณมาอ้างปลุกระดมประชาหรอก เพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้แก้ไขใดเลยและยังคงมีอำนาจริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม
สรุปธรรมชาติของพรรคการเมืองกลุ่มผลประโยชน์นายทุนและกลุ่มผลประโยชน์พรรคข้าราชการมุ่งหวังเพียงแต่พลัดกันมีอำนาจเท่านั้นเอง แบ่งเค้กงบประมาณให้ดั่งใจกลุ่มกูแล้วกัน แล้วเราประชาชนจะยอมเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร ถ้าอยากแก้ปัญหาจริงๆขอให้มองเชิงโครงสร้างทั้งระบบ
ถ้าเป็นสงครามชนชั้นก็เป็นสงคร
ถ้าเป็นสงครามชนชั้นก็เป็นสงครามชนชั้นระหว่างชนชั้นโกงชาติปล้นแผ่นดินกะชนชั้นต่อต้านชนชั้นโกงชาติปล้นแผ่นดินวุ้ย.....
เขียนได้ดีและชัดเจน
เขียนได้ดีและชัดเจน ขอชื่นชมที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางเนชั่นสีเหลือง
คนกรุงฯ อีกมากที่เห็นว่าทักษิณโกงจริงและ พธม "มีเส้น" และ "ล้ำเส้น" จนทำลายคุณค่า ปชต
วันตาสว่างแห่งชาติ (๗ ตุลา) ไม่เพียงแต่ทำให้คนต่างจังหวัดรู้สึกว่าโดนตบหน้า
คนกรุงเทพฯ คนที่มีการศึกษา ก็รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเหมือนกัน
ต่อให้นายกฯ นักการเมือง เลวขนาดไหน เราก็ยังด่ามันได้
หลายคน "รออยู่" ที่จะช่วยกันทำให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง
เหลือแต่คนที่เรา ค่าได้ และ ตรวจสอบได้ จริงๆ
คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตาม
คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตามกระแส และมองการเมืองแบบแฟชั่น สวย หล่อ ดูดี มีชาติตะกูล ชื่นชมคนมีฐานะที่คิดไปเองว่าอยู่สูงชนชั้นตัวเอง(อยากเปลี่ยนชนชั้นแล้วเหยียดผู้อื่นโดยใช้ข้ออ้าง การศึกษา ประโยคคลาสสิกของชนชั้นปกครองที่คนช้นกลางร่วมสนับสนุน) (พวกปัญญาชนหางเครื่อง)
ชอบฟังคำพูดนักวิชาการหรือผู้ชี้นำในสังคมที่ตรงกับอคติตัวเองและเป็นคนในเมืองที่เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในการดูถูกและมีทัศนคติที่ไม่ดีกับชาวบ้าน คนจน คนขาดโอกาส (แต่ส่วนหนึ่งเข้าใจผิดมาจากภาพคนจนในละคร tv. น้ำเน่าด้วยที่ดูมาตั้งแต่เด็ก ถูกยัดเยียดวัฒนธรรมทาสศักดินาจากรัฐและระบบราชการให้โดยไม่รู้ตัว ไม่เคยรู้ความจริงเลยว่าลูกสาวกำนันตอนนี้ไปเรียนเมืองนอกหมดแล้วหมดสมัยแล้วที่จะที่ถือกระชอมแก่นแก้วผูกเปียเข้ากรุงเทพ)
คนกรุงเทพส่วนใหญ่อ่านหนังสือพิมพ์ก็อ่านแต่ข่าวพาดหัว เข้าเว็บก็ขออ่านแต่ที่ด่าตรงกับอคคติตัวเอง ขาดการวิเคราะห์รอบด้าน ขาดการเป็นคอการเมืองที่อาศัยข้อเท็จจริงแบบสภากาแฟบ้านนอก จึงมักถูกหลอกปลุกข่าวสารให้เป็นกระแสใด้มากที่สุดเพราะมักสนใจแต่ข้อมูลที่ตรงกับอคติความเชื่อของตนเอง แต่ไม่สนใจที่จะติดตามข้อเท็จจริงผลที่เกิดข้นสุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร พูดง่ายๆข้อมูลของชาวบ้านยังเปี่ยมไปด้วยข้อเท็จจริงแบบถึงแก่นและวิเคราะห์แล้ววิเคราะห์อีก
คนกรุงเทพชอบหลงตัวเองว่าไม่ซื้อเสียง เราเก่งมีอิสระทางความคิด ก็จะไปซื้อได้อย่างไรละ ข้างบ้านยังไม่มองหน้ากันคุยกันเลย สังคมแบบโดดเดี่ยวตัวใครตัวมันชีวิตกูกูต้องรอดอย่างเดียว ลองสังเกตุดูสิบางเขตที่ชุมชนหนาแน่นอบอุ่นแบบฝั่งธนบุรีก็จะได้ทุกสมัยติดต่อกัน คนกรุงเทพไม่มีวันเข้าใจสังคมแบบอุปถัมส์ของชาวต่างจังหวัดหรอก ว่าเรื่องเงินมันเรื่องเล็กน้อยที่เขาลงคะแนนให้กัน เขาช่วยกันมาจากระบบหัวคะแนนที่ผ่านคนคุ้นเคยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่งานบุญ งานบวช งานแต่งต่างๆ สังคมชนบทเขาเอื้อเฟื้อต่อกัน ที่นี้เวลาเลือกตั้งที่เขาก็ไม่ทิ้งกันดูแลกัน เขาไมมีเวลามากระแดะอวดรู้ว่าใครดีใครไม่ดีในภาพรวมหรอก เขาไม่สนภาพใส่สูทผูกไทด์พูดจาจีบปากจีบคอมีหลักการหรอก ลองเปรียบเทียบตัวเราดูถ้าใครดีกับเรา เราก็ดีตอบเช่นกัน ถึงคนนั้นจะไม่ดีกับคนอื่น แต่ดีกับเราเป็นงั้นก็พอเราย่อมรู้สึกดี
ส่วนใหญ่คนที่ทำงานในกรุงเทพเป็นคนที่มาจากต่างจังหวัดเสียส่วนใหญ่ แทนที่พวกนี้จะเข้าใจธรรมชาติการเลือกตั้งธรรมชาติการเมืองของชาวบ้าน(ก็เข้าใจว่าเป็นทาสลูกจ้างทางธุรกิจอยู่ ต้องนั่งรถไฟฟ้าบรรทุกทาสไปทำงานให้นายทุน) กลับไปยอมรับไปเชื่อฟังคาถาของชนชั้นนำที่ไม่ศรัทธาการเลือกตั้ง และผสมกับคนชั้นกลางในเมืองที่สนใจแต่ทำมาหากินของตัวเองเท่านั้นคนในประเทศจะประสบอย่างไรพวกเราไม่สนขอไม่ให้กระทบชนชั้นเราหน้าที่เราเป็นพอใจ เพราะจะมีชนชั้นนำที่ไหนที่จะยอมให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมาริดรอนผลประโยชน์ของตัวเอง มารู้ทันเค้กก้อนโต ก้อนใหญ่ ทีเกาะกินฝังรากมานาน แล้วใช้คาถามหาอมตะ ซื้อเสียง โกงกิน นักการเมืองชั่วเลว แล้วไอ้กลุ่มทุนทั้งอำมาตย์ พรรคข้าราชการที่ตัวเองอีแอบกอบโกยผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองนี้เรียกว่าอะไร(ผู้วิเศษเทวดาหรืออย่างไร) ผู้รักการตรวจสอบและปราบคอรัปชั่นทั้งหลาย อย่าลืมตรวจสอบ พรรคข้าราชการ พรรคที่ใหญ่และมีอำนาจมากที่สุด เพราะถ้าพวกคุณมัวแต่ตรวจสอบบุคคลแต่ไม่ตรวจสอบระบบ ระบบแบบนี้ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่มีวันหายไปไหน ไม่ต้องไปโทษแล้วเอาระบอบทักษิณมาอ้างปลุกระดมประชาหรอก เพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้แก้ไขใดเลยและยังคงมีอำนาจริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม
ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนจากระบบนี้เป็น 70:30 ก็ตามหรือจะทำการเมืองใหม่ที่ตำรารัฐศาสตร์ทั่วโลกต้องฉีกทึ้งหลักการประชาธิไตยที่ปฏิบัติที่ลองฆ่าฟันมาหลายชั่วอายุคน พวกเราต้องรื้อสอนสังคมกันใหม่ทั้งหมด
ตั้งแต่ชั้นประถมที่เวลาเลือกหัวหน้าห้องก็ต้องแต่งตั้งขึ้นมาตามใจผู้มีอำนาจผู้ที่เห็นว่าดี ผู้ที่เห็นว่าปกครองได้(เพราะความคิดที่ไม่เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิเสมอภาค คิดแต่ว่าคนอื่นโง่กว่า ฉลาดน้อยกว่าสุดโต่งแบบทุนเก่าดักดาน)
แต่งตั้งจากอะไร ได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกคนในห้องจริงหรือไม่ ลองคิดดูว่าสังคมมันเพี้ยนขนาดใหน ส่วนหนึ่งเพราะทางแกนนำที่ไม่สามารถลงเลือกตั้งไม่สามารถแปรนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเดียวต่อคนส่วนใหญ่ได้พวกนี้มักจะปากดีอยู่ข้างสนามเหมือนคนเล่นหมากรุกแล้วมีคนดุ พวกนี้รู้ทันทุกเรื่องทุกอย่าง แต่ไม่เคยรู้ทันปากท้องพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาศและไม่เข้าถึงนโยบาย
ไม่เคยรู้ถึงโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่คนมีสะสมกินกัน 200 ชาติก็ไม่หมดจากระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา โดยอาศัยพรรคการเมืองพรรคข้าราชการและนักการเมืองเป็นฐานอำนาจธุรกิจ(แต่ปากด่านักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว นักการเมืองซื้อเสียง แต่ข้าราชการ(อํามาตย์)เราไม่คอรับชั่นเราไม่เอื้อพวกพ้องไม่เอื้อหน่วยงานตนเองหรืออย่างไร)กลุ่มทุนกลุ่มผลประโยชน์เศรษฐีหมื่นล้านพันล้านหลายคนและพรรคข้าราชการ(อำมาตย์)ที่เป็นอีแอบเล่นข้างหลังนอมินีบุคคลพวกนี้เหมือนกันที่ชอบเล่นเกมใต้ดินพวกนี้เป็นพวกกาฝากสังคมที่เกาะกินผลประโยชน์คนส่วนใหญ่ บ้างวันก็ปากดีออกมาเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผลประโยชน์ตัวเอง
สรุปธรรมชาติของพรรคการเมืองกลุ่มผลประโยชน์นายทุนและกลุ่มผลประโยชน์ข้าราชการมุ่งหวังเพียงแต่พลัดกันมีอำนาจเท่านั้นเอง แบ่งเค้กงบประมาณให้ดั่งใจกลุ่มตูแล้วกัน แล้วเราประชาชนจะยอมเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร ขอให้มองเชิงโครงสร้างทั้งระบบ
ปัญหาที่สำคัญที่สุด เราในฐานะประชาชนคนไทยที่เกิดมาอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินนี้ เราต้องมีคติความคิดทางการเมืองที่ต้องมุ่งช่วยคนจนคนขาดโอกาศ ต้องร่วมผลักดันสนับสนุนนโยบายของรัฐให้ประชาชนที่ขาดโอกาศได้มีโอกาศเข้าถึงแหล่งทุนการประกอบอาชีพปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและมีความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมที่สุด ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐสวัดิการพื้นฐานคือหน้าที่ของรัฐที่ต้องกระทำ นั่นคือการพัฒนาเศรษกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาประชาธิปไตยด้วยซึ่งนี้คือ การเมืองใหม่ที่แท้จริงที่เกิดประโยชน์สุขต่อประชาราษฎ์ถ้วนหน้า ไม่ใช่มุ่งประโยชน์สุขต่อคนส่วนน้อยแล้วมาสะกดจิตมวลชนส่วนน้อยว่าคนส่วนใหญ่สร้างปัญหาเบียดบังชนชั้นอันสมมุติของฉัน
มีคนมากมายที่ไม่กล้าให้คนอื่น
มีคนมากมายที่ไม่กล้าให้คนอื่นพูดความจริง
@..รัฐประหาร
@..รัฐประหาร เกิดขึ้นจริง
ไม่ใช่สิ่ง อ้างเลื่อนลอย
พาชาติ ไทยเสื่อมถอย
ถอยหลังยับ ไม่กลับฟื้น
@..ผลพวง รัฐประหาร
เผด็จการ เข้าข่มขืน
ทิ้งไข่ ให้กล้ำกลืน
ฝืนรับได้ หรืออย่างไร
@..ตื่นเถิด เสรีชน
สู้เพื่อผล อันยิ่งใหญ่
ประชาธิปไตย
ปวงมหา ประชาชน
@..สีแดง สีแห่งชาติ
กู่ประกาศ วาดหวังผล
คุณค่า ความเป็นคน
คนทุกคน เท่าเทียมกัน
@..วีรชน ทุกคนสู้
สู้เพื่ออยู่ อย่างสร้างสรรค์
วันนี้ ที่ฝ่าฟัน
เพื่อวันหน้า ประชาธิปไตย
@ ..สู้เถิด เสรีชน
สู้ให้พ้น จากมารใหญ่
อำมาตยา มหาภัย
ร้ายเหลือล้น กลอุบาย
@..ลิดรอนเรีภาพ
อำนาจดาบแห่งกฎหมาย
เป็นดาบอันชั่วร้าย
หลอมจากเบ้าเผด็จการ
ภายหลัง นปช.
ภายหลัง นปช. ประกาศสงครามชนชั้น! พลันนักการเมืองและชนชั้นนำทางสังคมทั้งหลายต่างอุทานออกมาด้วยความหวาดหวั่นว่า "อะไรนะ! สงครามชนชั้น" แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีก็รีบออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีสงครามชนชั้น มีแต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนจน-คนรวย! และการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบท!
อะไรคือสงครามชนชั้น จากปากคำของ นปช.? เพราะประเทศไทยเป็นระบบทุนนิยมมาตั้งนานแล้ว และความขัดแย้งทางชนชั้นที่แท้จริงก็คือ ชนชั้นนายทุนและชนชั้นแรงงานทั้งระบบ แต่เสื้อแดงหลายคนบอกว่า เป็นชนชั้นไพร่กับอำมาตย์? เป็นความรู้สึกทางชนชั้นที่ถูกเอาเปรียบและเลือกปฏิบัติ ศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์ สำนักคิดประชาไทได้ช่วยออกมาอธิบายอย่างกระตือลือล้นว่า "วาทกรรมไพร่แดง" คือ "ไพร่ในกรณีนี้ไม่ใช่ไพร่ตามทฤษฎีมาร์กซ แต่เป็นความรู้สึกร่วมระหว่างสามัญชนที่เห็นว่า ความไม่เป็นธรรมในชีวิตประจำวันของพวกเขาสัมพันธ์กับการแทรกแซงการเมืองโดยอภิสิทธิ์ชน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่สองเรื่องนี้เชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ความรู้สึกเมื่อคนส่วนใหญ่เห็นคนหยิบมือเดียวมีบทบาทการเมืองล้ำเส้นจนเตือนให้เห็นความเหลื่อมล้ำในสังคม ไพร่ในบริบทนี้ ไม่ใช่ชนชั้นทางเศรษฐกิจ แต่เป็นอัตลักษณ์ทางการเมืองแบบข้ามชนชั้นระหว่างสามัญชนที่ไม่มีสิทธิพิเศษในการตัดสินใจทางการเมืองขั้นสูงสุดในปัจจุบัน ไพร่เป็นอัตลักษณ์ชั่วคราวที่อยู่เหนือความแตกต่างทางเศรษฐกิจ ภาษา ชาติพันธุ์ หรือภูมิลำเนา อภิมหาเศรษฐีกับชาวนารายย่อยจึงเป็นพวกเดียวกันได้ในเวลานี้ เช่นเดียวกับที่คนชนบทอีสาน เป็นพวกเดียวกับคนชั้นกลางบางส่วนในกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน"...
เขาช่วยอธิบายว่า สงครามชนชั้นครั้งนี้ ไม่ใช่ความขัดแย้งทางชนชั้นตามทฤษฎีมาร์กซ แต่เป็นเพียงความรู้สึกทางชนชั้นที่ถูกเลือกปฏิบัติ กับอภิสิทธิ์ชนนั่นเอง มาถึงตอนนี้ นายทุนขูดรีดกับนักธุรกิจการเมืองทั้งหลายคงหายใจโล่งขึ้น เพราะถ้ามันเป็นสงครามทางชนชั้นจริง มันก็ต้องปฏิวัติน่ะสิ!!
ผาสุก พงษ์ไพจิตร สำนักคิดเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ ออกมาให้ความเห็นว่า ส่วนหนึ่งของความขัดแย้งวันนี้ อาจจะเป็นความขัดแย้งของกลุ่มทุนที่พลิกผันกลับกัน!! ผสมกับความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยคนจำนวนมากในเขตชนบท โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าในชีวิตน้อยกว่ากลุ่มอื่นในสังคม และ "จับใจ" ในนโยบายประชานิยม สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่ามีความหมายกับตัวเอง เพราะเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองและยกระดับครอบครัวได้...
แต่ แน่นอน! อีกเงื่อนไขหนึ่งก่อนการลุกขึ้นสู้อีกครั้งของมวลชนเสื้อแดง ภายใต้การนำของ นปช. และกลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย คือ การถูกยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็น "ผู้แทน" ทางใจของเขา นั่นคือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเป็นที่มาของความปั่นป่วนของการเมืองไทยในขณะนี้ หลายเรื่องผสมทับซ้อนกันอยู่ บ้างก็ถูกหยิบอ้างเหมารวมให้เป็นความขัดแย้งหลักทางสังคม เพื่อเป็นผลประโยชน์ในการต่อรองของกลุ่มทุนที่พลิกผันกลับกัน และนั่น สังคมไทยจะต้องทำความเข้าใจมันโดยไม่เหมารวม..
หากยกเรื่อง "ตัวแปร" ของละครตัวสำคัญที่ชื่อ "ทักษิณ" พักไว้ก่อนแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผมคิดว่า อาจเพราะมันมาถึงยุคที่อำนาจรัฐมันสั่นสะเทือน, จากความไม่มีเสถียรภาพ และจะได้ผ่านจากยุคเอกภาพไปสู่อนาธิปไตยมากขึ้นในอนาคต เหมือนที่มีคนเคยทำนายเรื่องสงครามครั้งต่อไปของมนุษยชาตคือ "สงครามปาหิน" ซึ่งส่วนหนึ่งมาจาก "อำนาจรัฐ" ที่ไม่เป็นเอกภาพจากการ "แบ่งปัน" ผลประโยชน์กลุ่มพลังทางสังคมและเศรษฐกิจ "รัฐ" ซึ่ง "เลนิน" เคยแปลว่า "คณะผู้ประกอบการของนายทุน" นั้น บัดนี้ มันแบ่งผลประโยชน์ชนชั้นนายทุนไม่ลงตัวแล้ว อาจเนื่องเพราะความต้องการผูกขาด กอบโกย ตามวิสัยของทิศทางทุนนิยมเสรี และมันมาถึงยุคที่อำนาจรัฐสมัยใหม่ ถูกท้าทายด้วยประชาชนในยุคใหม่ที่มีค่านิยมสมัยใหม่ว่า "อำนาจเป็นของประชาชน" และเรามีอำนาจที่จะเรียกร้อง คัดค้าน ขับไล่ หรือแสดงอำนาจให้ "นักการเมือง" และ "กลไกรัฐ" แบบเก่าได้เห็น "ประชาชน" ในที่นี้นั้น หมายรวมถึงประชาชนที่มีเสื้อคลุมทุกกลุ่ม ทุกสี รวมทั้งสีแดงและสีเหลือง เช่นเดียวกัน!
ความขัดแย้งที่ "ชนชั้นนายทุน" แบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์กันไม่ลงตัวนี้ ก็ได้ประกาศทำสงครามแย่งชิงอำนาจกันในปัจจบัน โดยเอาพลังมวลชนและปัจจัยส่วนต่างๆ ที่สามารถเป็นศาตราที่ตนเองมีเข้าห้ำหั่นกัน แน่นอน เหตุนี้ แท้จริงแล้ว "สงครามชนชั้น" จึงยังไม่เกิด เพราะสังคมไทยเป็นสังคม "ทุนนิยม" แต่มีวัฒนธรรมแบบ "ศักดินา" เท่านั้นเอง และชนชั้นแห่งความขัดแย้งที่แท้จริงคือ นายทุน กับ แรงงานทั้งชนชั้น เท่านั้น เพียงแต่ว่า ลักษณะความขัดแย้งในปัจจุบัน มวลชนมีความรู้สึกทางชนชั้นในลักษณะ ถูกเอาเปรียบ ดูถูก เหยียดหยามและความไม่เป็นธรรมทางสังคมของระบอบที่เลือกปฏิบัติของประเทศไทยเวลานี้, ในนามของความรู้สึกของคนชนบทกับคนเมือง ซึ่งไม่ใช่การรู้สึกขูดรีดทางโครงสร้าง แต่ถูกเอาเปรียบเลือกปฏิบัติในด้านการพัฒนา และระบบพวกพ้อง จนเกิดความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและอำนาจ ความขัดแย้งของการเมืองและพลังเสื้อแดงในครั้งนี้ คนชนบทส่วนใหญ่จึงต้องการบอกต่อสังคมอย่างชัดเจนว่า "คนมันเท่ากัน" ไม่มีใครต่ำ-สูง และถือเป็นกระแสสูงมาก ที่รัฐบาลและชนชั้นนำทั้งหลายต่างต้องรับฟัง และอย่าเพิกเฉย!! และหากตัดส่วนของ "ทักษิณ" ออกไป ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า ประชาชนได้ตื่นตัวทางการเมืองอย่างสูงในรอบทศวรรษ..
ส่วน "ซ้ายในแดง" บางส่วนจะประเมินและวิเคราะห์ว่า ตอนนี้ประเทศไทยต้องปฏิวัติประชาชาติประชาธิปไตยก่อน (เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยของนายทุน) ไม่ใช่ปฏิวัตินายทุน (เพื่อให้เป็นสังคมนิยม) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเพราะคนละเรื่องเดียวกัน เพราะหลายคนก็อาจแค่คาดหวังตาม "หัวใจ" ของตนเองที่เคยพลัดหลงในอดีต (อย่าลืมว่า แม้แต่ความหมายของ "การปฏิวัติของนายทุน" ก็เพื่ออิสรภาพจากระบบขุนนาง ศักดินาทั้งหลาย แต่ชนชั้นล่างจะไม่ได้อะไรจากมัน นอกจากเป็นเครื่องมือของเขา) เนื่องเพราะประเทศไทยในปัจจุบันเป็น "ทุนนิยม" มาตั้งนานแล้ว ที่ "ขูดรีด" รุนแรงและเป็นความขัดแย้งหลักของสังคมไทย ชนชั้นเรามีเพียง ชนชั้นนายทุน กับแรงงานทั้งชนชั้น เท่านั้น ที่ฝ่ายหลังมีเพียง"อำนาจแรงงาน" ให้ซื้อขาย-ประมูลกันในตลาดแรงงาน แม้ไม่เหมือนทาสในระบบศักดินาที่ชีวิตขึ้นต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ชนชั้นแรงงานก็เปรียบเหมือนทาสที่ขึ้นต่อชนชั้นนายทุนทั้งชนชั้น เพียงแต่มีอิสระที่จะเลือกผู้ซื้ออำนาจแรงงานที่ให้มูลค่ามากกว่าเท่านั้นเอง แต่ "มูลค่าส่วนเกิน" ทั้งหมดที่แรงงานสร้างขึ้น ก็ถูกยกให้นายทุนแต่เพียงผู้เดียว จนดูเหมือนว่า ยิ่งทำงานสร้างมูลค่ามากขึ้นเท่าไหร่ ราคาของแรงงานก็ด้อยค่าลงเท่านั้น เพราะมันย้ายถ่ายโอนผลประโยชน์ไปให้ชนชั้นนายทุนทั้งหมด และความเหลื่อมล้ำจากความขัดแย้งนี้ มันทำให้ "ทุนนิยม" กินตัวเองจนล่มสลาย หรือไม่ก็เกิด "สงครามชนชั้น" ขึ้นอย่างแท้จริงในที่สุด จากความขัดแย้งทางชนชั้น จากความเหลื่อมล้ำและความยากจน! ช่วงหลังวิกฤติ "แฮมเบอร์เกอร์" ในวงการเศรษฐศาสตร์กระแสหลักจึงเริ่มไม่มีใครเชื่อใครอีกแล้ว คนรุ่นใหม่ในยุโรปจึงเริ่มหันไปอ่าน Das Capital ของมาร์กซกันใหม่ เพราะเขามีคำตอบที่ชัดเจนกว่านักเศรษฐศาสตร์อื่นๆ ทั้งหมด ต่อวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
ระบบทุนนิยม ขูดรีดเลวร้ายที่สุดในตอนนี้ การต่อต้านนายทุนทั้งชนชั้นและระบบกรรมการสิทธิ์ เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของ "การต่อสู้ทางชนชั้น" หรือปลายทางของความรู้สึกเอาเปรียบและไม่เท่าเทียมทางสังคมในปัจจุบัน ซึ่งแสดงออกผ่าน "เสื้อแดง" จำนวนมากแล้วในเวลานี้
ท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งให้ความหมายต่อสถานการณ์ตามความเชื่อและความโน้มเอียงทางการเมืองอย่างเดียว ชัยวัฒน์ สถาอนันท์ นักสันติวิธีคนสำคัญยังเคยตั้งคำถามทำนองว่า ถ้าพวกเขาถูกจ้างวานมาอย่างเดียว รัฐบาลก็จ้างเขากลับโดยจ่ายคืน 2 เท่าก็น่าจะจบ แต่ถ้าไม่จบ มูลเหตุและที่มามันต้องมีมากกว่านั้น!
คงกล่าวได้ว่า พลังประชาชนของทั้ง 2 สี ได้มีพลานุภาพต่อการเมืองไทยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เป็นพลังหยินและหยางต่อการเมืองไทยอย่างสำคัญที่ทำลายพิษร้ายทั้ง "ร้อน" และ "เย็น" ออกไปจากระบบไม่มากก็น้อย "เหลือง" และ "แดง" ต่างมีความตื่นตัวที่คล้ายกัน นั่นคือ ไม่ขอยอมรับความไม่ชอบธรรมแล้วนั่งทำตาปริบๆ อีกต่อไป เหลืองพูดถึงปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นหลัก ซึ่งเป็นปัญหาการฉ้อฉลอำนาจ แดงพูดถึงอำนาจที่ไม่ชอบธรรมนอกระบบการเมือง ซึ่งเป็นปัญหาประชาธิปไตย และสักวันหนึ่งมันจะต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลง คำถามและข้อสงสัยของสังคมในเวลานี้ก็คือ "การนำ" การต่อสู้ของเสื้อแดงนั้น มาจากกลุ่มนักการเมืองและชนชั้นนายทุนที่เสียผลประโยชน์ ทำให้ความบริสุทธิ์ถูกกังขา นอกจากมวลชนผสมของฝ่ายก้าวหน้าแล้ว ระบบการจัดตั้งของเสื้อแดงยังผ่านระบบโครงสร้างมวลชนของ ส.ส. เป็นหลัก ดังนั้นส่วนหนึ่งผ่านระบบอุปถัมป์ ขณะที่เสื้อเหลืองมาจากพลังฝ่ายก้าวหน้าส่วนหนึ่ง ผสมกลุ่มพลังทางการเมืองอนุรักษ์นิยม รวมถึงสื่อมวลชนและชนชั้นกลางในเมืองที่ตื่นตัวทางการเมืองเป็นหลัก แม้ว่าการนำจะถูกช่วงชิงจากชนชั้นนำบางส่วนไปบ้างแต่การคานดุลของพลังการเคลื่อนไหวยังมีอยู่ และถูกกำกับชี้นำด้วย 5 แกนนำที่มีอิทธิพลต่อขบวน
ข้อดีของ "แดง" คือ เป็นการตื่นตัวทางการเมืองของคนชนบทเป็นหลัก ที่ถูกเอาเปรียบจากการพัฒนา มีบาทแผลและร่องรอยที่เด่นชัด เป็นความรู้สึกทางชนชั้นที่ถูกเลือกปฏิบัติ การดูถูก การโดนรังแก ผ่านมาจนกระทั่ง "ผู้แทน" ของเขาโดนรังแก เป็นความรู้สึกร่วมหลังจากการยึดโยงกับ "ผู้นำ" ของเขาที่ซื้อใจกันมาเมื่อ 9 ปีก่อน วันนี้ ดังที่ได้สรุปไปแล้ว คนยากจนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง แม้บางส่วนมาจากการ Propaganda แต่เขากำลังเรียนรู้มันในทางการเมือง และความรู้สึกลุกขึ้นสู้จากการเอาเปรียบ จากความไม่เท่าเทียมทางสังคมและกลไกรัฐแบบเดิม มันได้ตื่นขึ้นแล้ว.. และวันหนึ่งเขาจะนำตัวเองได้โดยไม่ยึดกับ "ผู้นำ" เฉพาะกาลที่เอาผลประโยชน์ของตนเองมาต่อรองด้วยอีกต่อไป..
ข้อดีของ "เหลือง" คือ แน่นอน มาตรฐานของประเด็นการคอร์รัปชั่นของการเมืองไทยตลอดกว่า 80 ปีที่ผ่านมา ซึ่งฝังรากลึก ได้รับการท้าทาย ได้รับการสั่งสอนและยกระดับขึ้น นักการเมืองระบบเก่าเริ่มไม่มีที่ยืนอยู่ "อำนาจที่ประชาชนให้ไปเป็นคนละเรื่องกับข้ออ้างที่จะเอาเอาอำนาจนั้นมารับใช้เพื่อตนเองตามอำเภอใจได้" เพียงแต่ว่า ในการลุกขึ้นสู้ เสื้อเหลืองได้ใช้ยุทธิวิธียึดกุมอุดมการณ์รัฐ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งมีลักษณะอนุรักษ์นิยม เป็นปราการจากการโดนปราบปรามจาก "รัฐ" ของนักการเมืองและนายทุน เพราะหัวใจเป็นเหมือน "เงา" ของรัฐ รัฐจึงทำลายเงาตัวเองไม่ได้ (เพราะเท่ากับทำลายตนเอง) นั่นทำให้ "เหลือง" ดำรงอยู่ในปัจจุบันได้อย่างทรงพลัง อย่าลืมว่าเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสู้กับ "เผด็จการนายทุน" ที่ยึดกุมอำนาจรัฐ และโครงสร้างรัฐที่ฉ้อฉลคอร์รัปชั่นเบื้องหน้า แม้ว่าขบวนยังไม่แตะต้องกลุ่มโครงสร้างที่คอร์รัปชั่นเบื้องหลังอื่นๆ แต่มันก็คือจุดเริ่มต้น ที่ทุกกลุ่มทุนขูดรีดเริ่มตื่นตระหนกและเกรงกลัว อย่าลืมว่า เราเคยผ่านการสู้กับเผด็จการทหารมาหลายครั้ง และเรามีประสบการณ์ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่!
วันนี้ ชนชั้นนายทุนขูดรีดแทบทุกกลุ่ม ภายใต้เสื้อคลุมต่างๆ ได้เกรงกลัวภาคประชาชนอย่างเห็นได้ชัด และเป็นภาคประชาชนในส่วนของทั้งเหลืองและแดง วันหนึ่ง เราควรหวังว่า เหลืองและแดง ในระดับมวลชนจะมารวมกันได้ และต่อสู้เพื่อชนชั้นล่าง (ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม) ของตนเองอย่างแท้จริง ในความขัดแย้งหลัก และสร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมา
แม้ว่า ปัญหาและสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยขณะนี้มันซับซ้อน หลายคนได้หยิบเอาหลายเรื่องมายกเหตุอ้างอิงปนกันมั่วไปหมด แต่เพราะว่าระเบิดมันถูกจุดชนวน กลุ่มพลังทางการเมืองและผู้มีผลประโยชน์ได้ลงขันกันเลือกข้างและห้ำหั่นกัน เพื่อดูว่าใครจะอยู่ใครจะไป ดังนั้น การ Propaganda จึงเป็นความพยายามของแต่ละกลุ่มเพื่อช่วงชิงอำนาจการนำ การวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งจึงไม่อาจเหมารวมได้ เหมือนพวก "นามแฝง" ทั้งหลายที่ชอบเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์แบบเหมารวมความขัดแย้ง โดยไม่หวั่นว่า วันหนึ่งมวลชนอาจถูกตลบหลังหรือตกเป็นเหยื่อเพื่อการปรองดองผลประโยชน์ของชนชั้นนำได้ ซึ่งก็คือชนชั้นนายทุนขูดรีดและผู้ปกครองทั้งหลาย!
ในสังคมประชาธิปไตย แม้พรรคเสียงข้างน้อยรวมกันจัดตั้งรัฐบาลได้หากเสียงเกินครึ่งหนึ่ง เหมือนอารยะประเทศ แต่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ แค่วันหนึ่งหากชนชั้นนายทุนทั้งผองสามัคคีปรองดองกัน เราคงเห็นพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นได้..
สถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ เราจึงอย่ามัวมา Propaganda ร่วมด้วยกับพวกเขาเลย ดังเช่น "ผู้นำ" ทางการเมืองต่างๆ กำลังกระทำอยู่ รวมถึงที่เราเห็นนักเคลื่อนไหวนามแฝงที่เยอะไปหมดตามเวปไซด์ที่พยายามชูปากกาผ่านสถานการณ์เสื้อแดงว่า "สงครามชนชั้น" ได้เกิดขึ้นแล้วต่างๆ นานา โดยไม่วิเคราะห์ "ความจริง" ของความขัดแย้ง เพราะถ้าเป็นสงครามชนชั้นจริงแล้ว พวกเขาต้องต่อต้าน "ทักษิณ" ด้วย ที่รวยมาจากสัมปทานชาติ และเป็นชนชั้นนายทุนขูดรีด ผู้ซึ่งไม่อาจเป็นผู้นำในการต่อสู้ของ "สงครามชนชั้น" แต่อย่างใด ยกเว้นเพียงแต่ว่า พวกเขาละไว้เพียงความเข้าใจส่วนตนว่า เป็นชนชั้นศักดินาและไพร่ฟ้าเท่านั้น หรือไม่ก็ลืมตื่นขึ้นมาจากยุคสมบูรณาญาฯ เมื่อกว่า 80 ปีก่อน
เราไม่อาจยกอ้างการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา เป็นเหตุผลแบบจิตนิยมเพื่อเลือกข้าง "นายทุน" หรือ "อำมาตย์" และสมอ้างการปฏิวัตินายทุนที่หลอกลวง เพราะการแตกหักชั่วคราวของอำนาจครั้งนั้นก็ล้วนมีสาเหตุมาจากชนชั้นอำนาจรัฐที่หักโค่นกันเอง การเคลื่อนไหวทางสังคมของขบวนการประชาชนชั้นล่างของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อนหน้านั้น ล้วนเป็นเรื่องชอบธรรมของพลังประชาชน และไม่ควรถูกทาสีว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด
อย่างไรก็ตาม เราน่าจะถือโอกาสจากสถานการณ์และความขัดแย้งของกลุ่มทุนที่พลิกผันกลับกันนี้ เรียกร้องให้ชนชั้นนำทางสังคมและ "รัฐ" นอกจากแก้ไขปัญหา "ประชาธิปไตย" แล้ว ต้องรีบแก้ปัญหาโครงสร้าง "ความไม่เป็นธรรมทางสังคม" โดยรีบด่วนด้วย เพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มันมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างชัดแจ้ง และรัฐบาลของ "ชนชั้นนายทุน" ต้องรีบแก้ไขปัญหานี้ ก่อน "สงครามชนชั้น" มันจะเกิดขึ้นจริงๆ!!
โดยเฉพาะ นโยบายทางโครงสร้างเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า เพื่อแก้ปัญหารากเหง้าส่วนหนึ่งของความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจน-คนรวย ระหว่างเมืองและชนบท เช่น นโยบายการพัฒนา และการแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง การปฏิรูประบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะทรัพย์สมบัติสาธารณะ มันถึงเวลาแล้ว ที่ต้องมีกฏหมายเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเพื่อให้เป็นรายได้ของรัฐ กฏหมายภาษีมรดกและภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า การสร้าง "รัฐสวัสดิการ" อย่างน้อยแบบสแกนดิเนเวีย การปฏิรูประบบการศึกษาที่แข็งกระด้างและดัดจริตของไทย ระบบสาธารณะสุขที่เลือกปฏิบัติและไม่มีประสิทธิภาพ การประกันการว่างงานของแรงงานทั้งชนชั้น ก่อนที่ความขัดแย้งของชนชั้นอย่างแท้จริงมันจะปะทุขึ้น และสงครามปาหินจะเป็นจริงและระบาดไปมากกว่านี้ ดังที่เราเห็น "จราจล" ในประเทศต่างๆ มากมายเป็นตัวอย่างแล้วที่ผ่านมา..
เป็นไปได้อย่างไร ที่ "รัฐ" ของขุนศึก ทหารและนายทุนชนชั้นนำที่ผ่านมาหลายสิบปี ทำให้ทรัพย์ครัวเรือนตามกลุ่มรายได้เมื่อปี 2549 พบว่า ครอบครัวรวยสุด 20% แรกมีทรัพย์สินถึง 69% ของทั้งประเทศ ขณะที่กลุ่ม 20% สุดท้ายหรือที่จนสุด มีทรัพย์สินเพียง 1% เท่านั้น ขณะที่เงินออมในธนาคาร ตามข้อมูลวันที่ 11 มิ.ย. 2552 พบว่ามีบัญชีที่มีเงินมากกว่า 10 ล้านบาทจำนวน มี 7 หมื่นบัญชีเท่านั้น คิดเป็น 0.1 ของบัญชีทั้งหมด แต่ทั้งหมดนี้กลับมีเงินฝากเป็น 42% ของเงินฝากในประเทศ และเมื่อพิจารณาจากความต่างด้านรายได้ ระหว่างคนจนสุด 20% และรวยสุด 20% แล้วพบว่าประเทศไทยอยู่ที่ 13% เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นซึ่งมีเพียง 3.4% เกาหลีใต้ 4.2% และสหรัฐอเมริกาซึ่งมี 8.4% เท่านั้น..
"สงครามชนชั้น" มันน่ากลัวก็มหกรรมเสื้อแดงวันนี้อย่างแน่นอน เพราะมันจำเป็นต้องปฏิวัติยึดอำนาจรัฐที่ชนชั้นนายทุนทั้งหลายหวงแหน เพื่อทำลายระบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล(ทั้งระบบ) เพื่อปลดแอกชนชั้นแรงงานมนุษย์ที่ขึ้นต่อนายทุนทั้งชนชั้น ซึ่งถูกซื้อขายไม่ต่างจากสภาพของจักรกลในราคาที่มีค่าเพียงเวลาที่ถูกใช้เป็นแรงงาน ซึ่งไม่เพียงพอต่อปัจจัยพื้นฐานของชีวิตด้วยซ้ำ เพราะชนชั้นนายทุนกอบโกยเอาส่วนแบ่งไปจากสังคมมากเกินไปจนความเป็นสังคมกำลังล่มสลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความไม่เป็นธรรมทั้งมวลและลดคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
แล้วเมื่อถึงวันนั้นจะหาว่าไม่เตือน! ได้ยินไหม ทักษิณ อภิสิทธิ์ และทุกๆ คน..
ระบอบวันนี้ไม่รู้จะเรียกว่าอะ
ระบอบวันนี้ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร รู้แต่ว่าประชาชนไม่มีความหมายเลย แถวบ้านเขาอยากจะสร้างเขื่อน จังหวัดก็ขั้นป้าย .......... เหนว่าเขือนนี้ดี ต้องสร้างขั้นป้ายแบบนี้ทั้งจังหวัด
ที่นี้ประชาวิจารณ์จะมีความหมายอะไรถามหน่อย เหนประชาชนเปนควายหรืออย่างไร
ทำไมต้องมัดมือชก อย่าไปพูดเลยว่าเราปกครองระบอบประชาธิปไตย มันไม่ใช่
คนบ้านนอกนะ โดยพื้นฐานสมัยก่อน กับวันนี้มันต่างกัน สมัยก่อน ว่านอนสอนง่าย
วันนี้ไม่ใช่ ประเทศนี้อยู่ได้มาจนถึงวันนี้เพราะประชาชน ไม่ใช่เพราะคนใดคนหนึ่ง
อย่ามาอ้าง อย่ามาทวงบุญคุณประชาชน ขืนพวกท่านทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วันข้างหน้า
มันจะเกิดเหตุรุนแรง ชนิดที่ไม่คิดว่าจะเกิดได้ในประเทศนี้ หยุดเถิด หยุดนิสัยการเปนเจ้าคนนายคน พวกท่าน กินภาษีประชาชน ฟังเสียงเขาบ้าง คนเปนแสนเปนล้าน ฟังเขาบ้าง
คนในเมือง อยู่ดีกินดี ฟังคนบ้านนอกเขาบ้าง อย่าไปคิดว่าเขาโง่ อย่าไปคิดว่าเขาไม่ถึงข้อมูลแบบพวกท่าน เขาเราคิดคนละแบบ ขืนดันกันแบบนี้ต่อไป อีกฝ่ายรวมถึงผม
อาจจะทนไม่ไหว คิดให้ดีๆ บ้านเมืองฉิบหาย คนบ้านนอก เขาก็ไม่ฉิบหายด้วย เขาอยู่ง่ายกินง่ายมาตลอดชีวิต(โดยไม่ต้องมีใครสอน) คนในเมืองทุกอย่างในชีวิตต้องซื้อ ตายแน่
คิดให้ดีๆ
ครับผมให้ความสำคัญเชิงวาทะกรร
ครับผมให้ความสำคัญเชิงวาทะกรรม"สงครามชนชั้น"ของคุณประวิทย์ และการชูเนื้อหาการต่อสู้ของ"ไพร่"ในความหมายเชิงสัญญาลักษณ์ของแดง ไม่ผ่าน? คือมันนิยามการต่อสู้ได้ตรงประเด็นไม่ถึง20%
นั้นคือจุดอ่อนที่อีกฝ่ายจะเอามาตอบโต้(เช่นที่มาร์ค หรืออำมาตยฯโต้มาประปราย ด้วยเหตุด้วยผลมันหักล้างการชูวาทะกรรมการต่อสู้แบบนี้ของแดง) เช่นของคุณประวิทย์ นิยามการต่อสู้ในสงครามชนชั้น มันไม่ได้นิยามเนื้อหาการต่อสู้ที่แท้จริงๆตรงนี้ตอนนี้ของแดงได้ชัดเจนตรงเนื้อหาที่แท้จริง
มันจึงถูกเขาบิดเบือน ย้อนศรและดีสเครดิตรวาทะกรรมนี้ให้เสียหาย? ผมถือว่าคนบัญญัตฺศัพย์ตรงนี้ ทั้งเสื้อแดง,แกนนำ สามเกลอ กับการชูนี่คือการต่อสู้ของไพร่? และสงครามชนชั้นของแดงกลุ่มคุณประวิทย์ ที่มันมีเนื้อหาในนิยามที่ห่างไกล ข้อเท็จจริงในเนื้อหาการต่อสู้จริงของแดงมาก?(แม้จะส่วนอยู่บ้างบางอวัยวะ)แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่
มันจึงถูกโต้กลับมาอย่างเสียหมาไปเลยหลายคำเจ็บๆ เช่นที่มาร์คสวนมา หรือข้อความคุณศิโรฒน์บางอย่างได้ชี้ชัดแยกแยะให้เห็นว่า การชูเนื้อหาแบบนี้ มันคือจุดอ่อนทั้งเชิงยุทธศาสตร์การต่อสู้ เชิงเนื้อหาที่มาจากการผลิตวาทะกรรมที่ขาดพลังในทางการต่อสู้ เพราะมันนิยามวาทะกรรมไม่ตรงเนื้อหาการต่อสู้จนเป็นจุดอ่อนให้อีกฝ่ายเอาความอ่อนเชิงวาทะกรรมที่ไม่ตรงเนื้อหาจริงๆตรงนั้นไปย้อนรอยขอดเกล็ดขยายผลผลิตซ้ำผ่านสื่อกระแสหลักที่เขาคุมในมือ
ผลเสียหายมันจึงทำลายพลังการต่อสู้ของแดง? ไปใน ลักษณะ "ย้อนรอยเด็กเลี้ยงแกะ" นั้นคือวาทะกรรมแบบนี้สร้างความเสียหายต่อแดงมหาศาลครับ คือมันจะไหลไปเข้าทางเขาในการย้อนรอยด้วยการสร้างกลยุทธ"จับเท็จเด็กเลี้ยงแกะ"???
แม้เนื้อหาสงครามชนชั้น,สงครามของไพร่,จะมีจริง? แต่จริงในอวัยวะไหน?มันไม่ใช่ทั้งตัวตนปัญหา เพราะทุนศักดินา(โยงชนชั้นอำมาตยฯ)กับคำว่าทุนนิยมนักล่าโลกาภิฯ(ทุนสามานย์) ที่โยงทุนนักการเมืองรุ่นใหม่ที่หมายถึงระบอบทักษิณมันจึงชี้การต่อสู้เชิงชนชั้นเชิงเศรษฐกิจหรือหลายอย่างไม่ชัด ถ้าชูตรงนี้(ไม่รวมเชิงลัทธิมาร์ชมันยังต้องอธิบายซ้ำเพราะนิยามมันขัดแย้งตัวตน)
เขาจึงย้อนรอยว่าทักษิณคือมหาอำมาตยฯ เป็นชนชั้นทางเศรษฐกิจแบบนักล่าฯยุคโลกาฯที่บางทีสถานภาพนักล่า มีศักยภาพการล่าสูงกว่าทุนศักดินา(สมัยใช้ทฤษฎีต้มกบกลุ่มทุนสามานย์ฯไล่ต้อนทุนศักดินาเดิมด้วยซ้ำ)
ดังนั้นเนื้อหาบางอวัยวะตรงนี้ที่ชี้ให้เห็นว่านิยาม"สงครามชนชั้น" มันไม่ชัดเป็นจริงแค่บางอวัยวะ ไม่ใช่ตัวตนปัญหา นิยาม"ไพร่" เหมือนกันสังคมไทยไม่ได้แยะแยะไพร่ตามนิยามแบบนั้นชัดเจน?(เขาจึงเอามาย้อนรอยเจ็บๆได้)
แต่เนื้อหาจริงๆของการต่อสู้ตรงนี้ตอนนี้ที่ชัดที่สุดคือ"มิติความเป็นธรรม" ที่อาจจะไปขยายผล เนื้อหาการเลือกปฎิบัติ โยงไปถึงชนชั้นในแบบที่ว่าได้(คือที่ใช่มันไม่ใช่ใช่ตรงๆมันต้องใช่ด้วยการรวมเงื่อนไของคประกอบอื่นๆเข้าไปมันจึงเป็นมายาในการอธิบายมากที่สุดมันจึงง่ายต่อการบิดเบือนแล้วตอกกลับมาหน้าหงายแบบนี้
แต่ไม่ใช่สงครามชนชั้นตรงๆตามนิยามคุณประวิทย์ชี้แต่เนื้อหาจริงๆคือ เราไม่ได้ปกครองโดยระบอบปชต.จริงๆตอนนี้ เพราะตอนนี้เราปกครองด้วยระบอบที่มีการอภิบาลปชต. หรือเป็นปชต.ไม้ดัด (ระบอบสวนสัตว์)โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงเป็นปชต.แค่พิธีกรรม?
ปชต.ไทยจริงๆถูกขย้ำลงหม้อตุ๋นกบที่ปรุงโดยอำมาตยฯเรียบร้อยแล้วเพราะโครงสร้างอำนาจมีผู้อภิบาลปชต.ผ่านอำนาจศาล(นั้นคือมิติการใช้อำนาจ) แล้วมิติการตรวจสอบก็โดยโครงสร้างศาลที่สุดของที่สุดมีคนใช้อำนาจศาลอีกที นั้นคือสัดส่วนปชต.เหลือแค่เชิงพิธีกรรม?
พูดง่ายๆคือตอนนี้เราไม่ได้ปกครองโดยปชต.เชิงจิตวิญญาน หรือโดยศักดิ์ศรีแห่งปชต.เป็นแค่เป็นแค่พิธีกรรมเพื่ออ้างอิงระบอบปชต. เพราะอำนาจที่ยึดโยงเจ้าของอำนาจที่แท้จริงโดยสัดส่วนมีได้แค่พิธีกรรม(เลือกตั้งแต่เขาจะให้เข้าได้หรือไม่ได้อำนาจนอกปชต.เป็นคนอนุญาติผ่านศาลด้วยม.237กฎหมายขัดหลักนิติธรรมที่เป็นผลผลิตจากการปฎิวัติโดยทหารและปฎิวัติโดยศาลเป็นงานปฎิวัติเก็บงานโดยศาลอีกทีผ่านโครงสร้างร.50)
เนื้อหาจริงๆคือ มันปชต.ตรงไหน?ตอนนี้เราปกครองด้วยระบอบสวนสัตว์ ด้วยอำนาจการอภิบาลปชต.ไว้หมดแล้ว? ที่นายกแค่ผอ.สวนสัตว์ รบ.ปชป.แค่ ทหารเอกในกรงลิง พรรคร่วมรบ.แค่สัตว์สงวนในกรงใครกรงมัน?พรรคฝ่ายค้านคือหมาจรจัดที่มันไม่ยอมเข้ากรงระบอบสวนสัตว์อย่างว่าง่าย?(เพราะผลต่างตอบแทนเศาเนื้ออำนาจตัวเองไม่ลงตัวจริงๆไม่ได้นึกถึงหรอกปชต.ไม่งั้นไม่เบลอๆเมาหมัดแบบนี้)
นี่ไงสถานการณ์ปชต.ไทย ไปคิดกันช้าๆลำดับให้ดีว่าใช่ไหม? คือเขาครอบงำแบบซึมลึกเพื่อเอาลงหม้อตุ๋นกบด้วยข้ออ้างว่าเอาคนไทยออกจากหม้อต้มกบระบอบทักษิณ ที่หม้อต้มกบนั้นสภาพมันยังเป็นปชต.ที่ยังดิ้นรนพัฒนาหรือจูนหาความถูกต้องแบบปชต.ได้ มันไม่ใช่หมดสิทธิดิ้นรนทุรุนทุราย แต่ตุ๋นกบ(อำมาตยฯ)มันเปื่อยสนิทแล้ว รับสภาพแล้วไปไหนไม่ได้แล้ว?ปชต.แบบไทยๆ
เนื้อหามันจึงคือการต่อสู้เพื่อเอาปชต.ออกจากหม้อตุ๋นกบอำมาตยฯ หรืออ้อยเข้าปากช้างแล้วปชต.เขา(โหมมลึด)แปลไทยเป็นไทยว่า ยัดห่าคนเดียวหมด ? ตอนนี้อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่ปชต.(ใครไปเชคด้วยสติสิ?อำนาจบริหารเป็นง่อยผอ.สวนสัตว์มาร์คตอนนี้,นิติบัญญัติสภาฯก็ต้องให้มอบราบคลานผ่านท๊อบบู๊ตทหารเข้าสภาฯ
แถมถูกครอบงำอำนาจนิติบัญญัติด้วยงานปฎิวัติโดยศาล(มาบตะพุดและม.190,ม.237ม.309คือกรณีตัวอย่าง) ว่าศาลเป็นคนกางแผนที่ให้อำนาจบริหารและงานนิติบัญฯต้องคลานตามสั่งเท่านั้น แล้วใครสั่งศาลอีกทีล่ะ???
ผมด่าแรงๆว่าใครครีเอทคำๆนี้(สงครามชนชั้น,สงครามขอไพร่) มันเอาอวัยวะส่วนไหนคิด? จนถึงได้เป็นวาทะกรรมที่ชูเป็นเนื้อหาการต่อสู้ครั้งนี้ เหมือนเราพูดถึงพญานาคแต่คุณชูเนื้อหา กลับเอางูปลาตัวกระเปี๊ยก? มาชูว่าบอกใครต่อใครว่า นี่คือสัญาลักษณ์การต่อสู้ในนามแห่งพญางูผู้ศักดิ์สิทธิ์(ปชต.)
ที่คนเห็นทั่วๆไปไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามก็จะหยามตรงๆว่า มันบ้าเปล่าว่ะ?เพราะเสียหายมากต่อเนื้อหาการต่อสู้ที่แท้จริงๆของแดงตอนนี้ เพราะเขาย้อนรอยย้อนเกล็ดหลายอย่างไปแล้วเสียหายมาก?
มาจูนสมองกันใหม่ให้ดีสิ?เหล่าแกนนำขุนพลแดงทั้งหลาย สงครามศักดิ์สิทธิที่ว่าด้วยเรื่องชะตากรรมปชต. ศักดิ์ศรีแห่งเนื้อหาการปกครองแบบปชต.ความอยุติธรรมที่เกิดจากอำนาจนอกปชต.เอาตีนเหยียบย่ำระบบยุติธรรมไทยด้วยการใช้กระบวนการ"ยุติโดยทำ"(ตีนทำ)ทั้งปฎิวัติ นวดหน้าด้วยฝ่าเท้าฝ่ายปชต.กันอย่างพอเพียงถ้วนหน้า โดนยุบพรรคจับตอนกันถ้วนหน้าแล้วนิ? ด้วยอำนาจนอกปชต.แบบนั้นมันยังมาเดินละเมอเอ๋อๆว่ากูโดนอะไรฟ่ะ?
มันโดนกันตรงๆจะจะแบบนี้ จนเมาหมัดกันใช่ไหม? ถึงไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไ ศรัตรูจริงๆตัวเองคืออะไร? เนื้อหาการต่อสู้จริงๆคืออะไร? เมาหมัดกันมาใช่ไหม? ที่โดนเขานวดหน้าด้วยฝ่าเท้ากันแบบนั้น แหม๋"สงครามชนชั้น" สงครามแห่ง"ไพร่ "บ้าบออะไร?มันด่าตัวเองดูถุกตัวเองชัดๆทั้งที่ตัวเองคือเจ้าของอำนาจที่แท้จริง?
กลับโดนเขาเอาเอาตีนนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าปชต.เห็นๆ? กระทำย่ำยีต่อระบบยุติธรรมแบบปชต.ด้วยการใช้กระบวนการ"ยุติโดยทำ"(ตีนทำ)เห็นๆจะจะ มันยังมามีหน้ามาบอกว่าทำท่าเอ๋อๆ ตาลอย ว่านั้นคือฝ่าเท้าแห่งศักดินา ตัวข้ามันไพร่?(ทั้งที่จริงๆคืออำนาจปชต.คืออำนาจที่แท้จริงตามระบอบปชต.)
แต่ไปยอมรับให้เขาเอาฝ่าเท้าศักดินานวดหน้า ด้วยสมยอมว่าตัวเองคือไพร่? นี่มันยุคไหนแล้ว? เพราะคุณไม่เคยนึกถึงเลยหรือไม่ว่า เราปกครองด้วยปชต.น่ะ? สิ่งที่เราจะต้องรักษาไว้คือปชต.? ไม่ใช่ระบอบไพร่ศักดินา เพราะการไปพูดถึงก็เท่ากับยอมรับว่ามันสำคัญกว่าปชต.หรือเพราะในใจตัวเองต่างหากที่ไม่มีปชต.อยู่เลย? ทั้งที่ ปชต.โดนนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าขนาดนี้ ยังไม่รู้สมรู้สากลับไปร้องถึงไพร่ศักดินาสงครามชนชั้น?นั้นสะท้อนว่าคุณเชื่อในอะไร?ปชต.หรือไม่ ถ้าใช่ต้องพูดถึงปชต.มาก่อนสิ?
มันสะท้อนด้วยสัญชาติญานของผู้ถูกกระทำในการร้องหาความเป็นธรรมได้ถูกไหม?โดนตีนกระทำต่อปชต.ขนาดนั้นยังไปร้องว่าสงครามชนชั้น ตีนมันอยู่ชั้นบน? แค่หน้าฉันมันอยู่ชั้นล่างแค่นี้? แล้วทำอย่างไร จะให้หน้าฉันพลิกขึ้นไปข้างบนให้เขาโชว์วิสัยทัดดอกไม้(บ้องหู)อย่างไพร่ตอนเงยหน้าอ้าปากได้? นี่หรือวิธีการร้องหาความเป็นธรรมให้ปชต.ที่ถูกกระทำตอนนี้ของแดงเลือดอาบ???
hbSLeaWs OcKCGRo
hbSLeaWs OcKCGRo