ม.ล.ปลื้ม: สื่ออำมาตย์หล่อหลอมมวลชนให้เกลียดนักการเมือง-เบื่อการเลือกตั้ง

สื่ออำมาตย์ต้องการหล่อหลอมให้เยาวชนดูถูกเหยียดหยามผู้เเทนประชาชน... “ระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นกรณีตัวอย่างรวบยอดที่แสดงถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการใช้ประโยชน์จากระบอบรัฐสภาโดยเผด็จการอำมาตยาธิปไตย สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ รัฐสภาที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองขนาดเล็กที่อ่อนแอ ให้มีรัฐบาลหุ่นเชิดไร้อำนาจที่แท้จริงในการบริหารแผ่นดิน แต่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจแฝงเร้นของเผด็จการอำมาตยาธิปไตย เป็นรัฐบาลที่ไร้ความสามารถและไม่อาจแก้ปัญหาของประชาชนได้ เต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งชั่วร้าย นักการเมืองคือต้นเหตุแห่งปัญหาและความเลวร้ายทั้งปวง ประชาชนไม่อาจหวังพึ่งตนเองด้วยการใช้สิทธิทางประชาธิปไตยไปเลือกนักการเมืองที่มีความสามารถเข้ามาแก้ปัญหาของพวกเขา”

นั่นเป็นเพียงบางส่วนของบทความ "การปฏิวัติของประชาชนในประเทศไทย" ของรศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ที่ผมประทับใจเหลือเกิน เเต่หากจะวิเคราะห์ต่อมาถึงบทบาทของสื่อเเล้ว เวลาที่มีความพยายามในการผลักดันบางสิ่งบางอย่าง ที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการทางการเมืองที่ก้าวหน้าอย่างเช่นการเเก้รัฐธรรมนูญ ไม่รู้ว่า บก. ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เเนวหน้า, หรือ Manager เป็นอะไรนักหนา พยายามพาดหัวข่าวเพื่อ Discredit ความตั้งใจนั้นๆ จะเเก้รัฐธรรมนูญก็ดันไปเรียกว่าจะ 'ชำเรา' กฏหมายหลักของประเทศที่ตอนคมช. ยึดอำนาจไม่เห็น ไทยโพสต์ , เเนวหน้า, หรือ Manager ประณามพล.อ. สนธิ บุญยรัตกลินว่าข่มขื่นหรือกระทำชำเรารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนตรงไหนเลย เคยร่างกันมาเเทบตาย เเถมออกมาเชียร์ด้วยซ้ำเวลาที่มีคณะปฏิวัติไปฉีกมันซะ มันน่าเสียดายที่หนังสือพิมพ์ที่กองบก. ของหน้าการเมืองที่ยังไม่สยบต่ออำนาจหรือเข้าไปอยู่ในเครือข่ายอำมาตยาธิปไตยนั้นกลับเป็นฉบับที่ถูกเเย่งซีนโดยฉบับที่สร้างความเเตกเเยกในสังคม เยาวชนควรจะอ่านหนังสือพิมพ์ Post Today ไทยรัฐหรือมติชนเพื่อข่าวสารทางการเมืองมากกว่าฉบับอื่นๆ ที่ผมตำหนิไปในข้างต้นเพราะอย่างน้อยก็ยังถือว่าเขายังเสนอข่าวอย่างเป็นกลาง มิใช่ปลุกปั่นให้สังคมดูหมิ่นเหยียดหยามนักการเมืองอย่างสุดโต่ง ถึงเเม้ว่าสื่อมวลชนหลายสำนักก็ยังจะมีอคติต่อนักการเมืองส่วนใหญ่ก็ตาม

ถ้าดูในกรณีของ Manager ตั้งใจเล่นบทบาทอย่างชัดเจน ในการหล่อหลอมให้ผู้อ่านไม่ไว้วางใจในผู้เเทนที่เขาเลือกเข้าไปทำงาน ไม่ว่าหลังจากนี้การเมืองจะพัฒนาหรือไม่พัฒนาไปในทิศทางไหนมันเป็นบทบาทของ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ On-Print หรือ On-Line ในการกำหนดว่า เราทุกคนจะเทิดทูนองค์กรที่ไม่มีใครกล้าเเตะอย่าง ปปช., กกต., คตง., ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง, ศาลปกครอง, ศาลรัฐธรรมนูญ หรือเทิดทูนองค์กรเเละสถาบันที่เป็นตัวเเทนของประชาชนเเละยึดติดกับความต้องการของทุกคน

ทั้งที่จริงๆ แล้วและสำคัญมากว่าองค์กรเหล่านี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ด้วยมือของประชาชนเอง บทบาทนี้เป็นบทบาทสำคัญเเละยิ่งใหญ่มาก กองบก.เเละผู้ที่เป็นเจ้าของสื่อส่วนใหญ่บางท่านอาจได้ตัดสินใจเลือกข้างไปเเล้วว่าจะสนับสนุนฝ่ายไหน การเลือกข้างนั้นสะท้อนถึงอุดมการณ์ของเเต่ละท่านเองเเละบุคลากรในสื่อนั้นๆ เอง ส่วนใครผิดใครถูกนั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเล่มไหน เว็บไซต์ไหนหรือใครคนไหน เลือกเดินในเส้นทางที่ตอบสนองความต้องการของผู้อ่านจริงๆ เเละเล่มไหนหรือเว็บไซต์ไหนเลือกโจมตีนักการเมืองเเละพรรคการเมืองด้วยอคติส่วนตัวที่ได้รับการหล่อหลอมมา

 

In the future Voice TV will

In the future Voice TV will become the voice of the Red. Keep it up boy.

ม.ล. ปลื้ม

ม.ล. ปลื้ม ที่ไม่ได้ยิงแอบกับอำมาตย์ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มาจากรากเง้าของอำมาตย์ คงเพราะว่าตาสว่างจากการที่พ่อเคยทำงานในสมัยทักษิณ ทั้งๆที่รู้กันว่าพ่อของปลื้มเคยอยู่ตรงข้ามกับทักษิณด้วยซ้ำ แสดงว่ามีความเป็นธรรม อะไรผิดก็คือผิด อะไรถูกก็คือถูก

@..สื่อเอียงเสียงสื่อบ้า.....

@..สื่อเอียงเสียงสื่อบ้า.......พาหลง
สารสื่อบ่เที่ยงตรง..............เลือกข้าง
เป็นความอัปยศคง.............ความเสื่อม......นั้นนา
เสียงสื่อเอียงแอบอ้าง.........อย่างนี้เลวมหันต์

@..จรรยาบรรณบ่แท้.........เที่ยงตรง
พาสู่ความมืดหลง...............บอดบ้า
เสรีสิทธิ์ปลิดปลง...............เปื้อนสื่อ......นั้นนา
เกียรติศักดิ์เสื่อมเองอ้า.........อย่าได้คิดฉงน

@..ผลประโยชน์เท่านั้น......ฤาสหาย
นำสู่ความจริงตาย................ต่ำต้อย
ความคิดจิตมุ่งหมาย............มุ่งเข่น......ฆ่าเอย
สื่อใส่ความเกินร้อย............ถ่อยแท้เลวมหันต์

อย่างไปเชื่อ ไอ้กะล่อน

อย่างไปเชื่อ ไอ้กะล่อน ป.....ไอ้นี่มันเก่งเรื่องเกาะกระแส เอาดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น แบบเนียนมากกกกก

๑ หลังไอ้บัง รปห ฝรั่งด่า รปห แต่พอ พ่อมันทำท่าจะได้เป็นนายก ไอ้นี่ มันบอกว่า รปห เป็น my way ของไทย

๒ ตอนทำรายการ กับสรยุธ ห่แรก ก็เข้าไปเีนียนๆ สักพัก ก็ด่า สรยุธ เรื่อง มีข่าวความรุนแรง เรื่องข่มขืน ทำร้าย

ร่างกาย อะไรทำนองนี้ ซึ่งอ้างว่าไม่ดี ตัวเองรับไม่ได้ เอาดีใส่ตัวชัี่่วใส่ไอ้เสี้ยมซะเลย ทั้งที่ ตอนเข้าไป ก็เห็นอยู่ว่า

ไอ้เสี้ยมมันทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ววววว ดันเข้าไปเอง

๓ ตอนนี้ มัน มาด่าเผด็จการ ................ง

เอาเหอะ...ถ้ามันทำประโยชน์ประชาธิปตยให้ก็ปล่อยมันไป แต่อย่างไปหลงคารมมัน เพราะมันเอง ก็

จ้าวปลายแถว เข้าไม่ถึงแกนอำนาจของอำมาตร์ ไม่มีใครนับมันอยู่แล้ว มันก็กะล่อนของมันไป

ปลื้มครับ.....เรื่องที่ปลื้มพ

ปลื้มครับ.....เรื่องที่ปลื้มพูดถึงวันนี้ ในความเห็นของผม เรื่องนี้มันมีคนเกี่ยวข้องอยู่สองฝ่าย

ฝ่ายแรกคือพวกที่ชีวิตนี้ขาดการเลือกตั้ง ขาดการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ คุณภาพการบริหารการปกครอง สถานะประเทศชาติปากท้องประชาชนจะเป็นอย่างไร นักการเมืองพรรคการเมืองที่ถูกเลือกขึ้นมาเป็นผู้บริหารรัฐจะโกงกินระยำตำบอนกันอย่างไร กูไม่สนใจทั้งสิ้น เพราะกูต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอยู่ในระบบเน่าๆเช่นนี้ และมีแต่ความวุ่นวายในระบบเน่าๆเช่นนี้ที่เป็นภาวะที่พวกกูทำมาหากินได้ดีที่สุด.....

ฝ่ายที่สองนั้น มีชีวิตเลี้ยงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหาเลี้ยงชีพจากระบอบการปกครอง ความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและอาชีพฐานะนั้นขึ้นอยู่กับตัวบทกฏหมายที่บังคับใช้ และคุณภาพการทำงานของคณะผู้บริหารประเทศ.....ผู้คนประเภทนี้ สนใจแต่ระบอบการปกครองและระบอบการบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการอำนวยประโยชน์แก่มหาประชาชน และย่อมอำนวยประโยชน์แก่บุคคลผู้นั้นด้วยในที่สุด......คนกลุ่มนี้นั้นเลือกนักการเมืองไว้ใช้งาน ไม่ได้เรื่องให้มาเป็นผู้ปกครอง พรรคการเมิองนักการเมืองที่เลือกเข้าไปนั้น หากกระทำผิดตัวบทกฎหมายก็ถูกลงโทษ หากกฎหมายมีไม่พอก็หาวิธีลงโทษอื่น เพราะนักการเมืองคือคนที่กูเลือกไปรับใช้ ทำผิดต้องถูกลงโทษ ....

นักการเมือง สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความเห็นในสื่อสาธารณะต่าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฝ่ายแรกแทบทั้งนั้น จะใส่เสื้อสีอะไรนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยเป็นความเห็นต่างในกลุ่มเดียวกัน....

ส่วนคนกลุ่มที่สองนั้น ปรกติไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นมวลชนกับเขา ออกไปทางมีความคิดเป็นปัจเจกและประสพความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวดีอยู่แล้ว เวลาที่แสดงพลังของคนกล่มนี้จะมีมวลรวมสูงพอที่จะบาลานซ์ขั้วต่างๆในคนกลุ่มแรกได้ นานๆจะได้แสดงพลังกันสักที การเลือกข้างของคนกลุ่มนี้นั้น ทางการเมืองอาจไม่ชัดเจน แต่ทางด้านสถาบันนั้น ชัดเจนเป็นที่สุด..

อย่างปลื้ม ผมว่าอยู่กลุ่มแรกครับ.......

สำหรับผมแล้วมีความเห็นตรงกันก

สำหรับผมแล้วมีความเห็นตรงกันกับบทความนี้มาก่อนอยู่แล้ว
ผมมองด้วยว่าสื่อขยะเหล่านั้นบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ
บ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน
มีเจตนาให้ผู้คนคิดคล้อยตาม และต้องการกลับไปสู่ระบอบการปกครองดั้งเดิม
ประมาณว่าต้องการล้มล้างระบอบการปกครองปัจจุบัน

ระบอบประชาธิปไตยที่ดีต้องมีวาระของอำนาจ
ต้องมีระบบตรวจสอบการใช้อำนาจซึ่งกันและกันได้
อำนาจไม่ได้ผูกขาดให้แก่ตระกูลใด
ถึงการเลือกตั้งอาจจะได้คนชั่วมากเข้ามา
แต่เขาก็มีวาระเวลาที่ต้องไป
ประชาชนยังมีสิทธิเลือกคนชั่วน้อยกว่าเข้ามาแทน

ระบอบการปกครองแบบดั้งเดิมนั้น
ไม่อาจมีระบบตรวจสอบได้
อย่าว่าแต่ตรวจสอบเลย
แค่พูดวิจารณ์ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ
หากโชคดีได้ผู้มีอำนาจที่ดีก็ดีไป
แล้วใครจะรับประกันได้ว่าผู้มีอำนาจถัดไปจะเป็นอย่างไร ?
ถึงวันนั้นเราไม่มีโอกาสเปลี่ยนตัวผู้มีอำนาจอีกเลย

***สื่อกระแสหลัก

***สื่อกระแสหลัก เช่นทีวีช่องเสรี มันเป็นฝ่ายพวกขบถหมดแล้ว และยังดำเนินรายการภายใต้นโยบายของพวกขบถอยู่ สื่อปัจจุบันนี้ ก็เหมือนสื่อที่อยู่ภายใต้ระบบพรรคคอมมูนิสต์ของจีน (โปรดอ่านแดนมิตรปีดี) ที่นักข่าวอินเดียเขียนไว้ ใครแปลก็ไม่รู้ ผมจำไม่ได้ นักข่าวจะทำข่าว ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด เสรีภาพของนักข่าวมันหมดไปนานแล้ว ทุกวันนี้ทำตามใบสั่ง อ่านข่าวตามใบสั่ง ลอแหกคอกสิ มึงจะไม่มีเงินส่งค่าเช่าซื้อบ้าน รถยนต์ และอะไรอีกเยอะแยะ

***สื่อปัจจุบันนี้ มีสื่อทางอินเตอรืเน็ต ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก แต่ว่าโลกมันกว้าง ชาวโลกเขาก็จับตาดูอยู่
คงได้ต่อสู้กันอีกหลายยก กว่าจะอยู่ใต้ระบบออำมาตย์อย่างเบ็ดเสร็จ

บางกอก

บางกอก wrote:
ปลื้มครับ.....เรื่องที่ปลื้มพูดถึงวันนี้ ในความเห็นของผม เรื่องนี้มันมีคนเกี่ยวข้องอยู่สองฝ่าย

ฝ่ายแรกคือพวกที่ชีวิตนี้ขาดการเลือกตั้ง ขาดการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ คุณภาพการบริหารการปกครอง สถานะประเทศชาติปากท้องประชาชนจะเป็นอย่างไร นักการเมืองพรรคการเมืองที่ถูกเลือกขึ้นมาเป็นผู้บริหารรัฐจะโกงกินระยำตำบอนกันอย่างไร กูไม่สนใจทั้งสิ้น เพราะกูต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอยู่ในระบบเน่าๆเช่นนี้ และมีแต่ความวุ่นวายในระบบเน่าๆเช่นนี้ที่เป็นภาวะที่พวกกูทำมาหากินได้ดีที่สุด.....

ฝ่ายที่สองนั้น มีชีวิตเลี้ยงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหาเลี้ยงชีพจากระบอบการปกครอง ความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและอาชีพฐานะนั้นขึ้นอยู่กับตัวบทกฏหมายที่บังคับใช้ และคุณภาพการทำงานของคณะผู้บริหารประเทศ.....ผู้คนประเภทนี้ สนใจแต่ระบอบการปกครองและระบอบการบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการอำนวยประโยชน์แก่มหาประชาชน และย่อมอำนวยประโยชน์แก่บุคคลผู้นั้นด้วยในที่สุด......คนกลุ่มนี้นั้นเลือกนักการเมืองไว้ใช้งาน ไม่ได้เรื่องให้มาเป็นผู้ปกครอง พรรคการเมิองนักการเมืองที่เลือกเข้าไปนั้น หากกระทำผิดตัวบทกฎหมายก็ถูกลงโทษ หากกฎหมายมีไม่พอก็หาวิธีลงโทษอื่น เพราะนักการเมืองคือคนที่กูเลือกไปรับใช้ ทำผิดต้องถูกลงโทษ ....

นักการเมือง สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความเห็นในสื่อสาธารณะต่าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฝ่ายแรกแทบทั้งนั้น จะใส่เสื้อสีอะไรนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยเป็นความเห็นต่างในกลุ่มเดียวกัน....

ส่วนคนกลุ่มที่สองนั้น ปรกติไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นมวลชนกับเขา ออกไปทางมีความคิดเป็นปัจเจกและประสพความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวดีอยู่แล้ว เวลาที่แสดงพลังของคนกล่มนี้จะมีมวลรวมสูงพอที่จะบาลานซ์ขั้วต่างๆในคนกลุ่มแรกได้ นานๆจะได้แสดงพลังกันสักที การเลือกข้างของคนกลุ่มนี้นั้น ทางการเมืองอาจไม่ชัดเจน แต่ทางด้านสถาบันนั้น ชัดเจนเป็นที่สุด..

อย่างปลื้ม ผมว่าอยู่กลุ่มแรกครับ.......

คนกลุ่มที่หนึ่ง - เป็นกลุ่มของผู้คนธรรมดาทั่วไป รู้ดีรู้ชั่ว รู้ถูกรู้ผิด รู้เคารพในกติกา รู้อภัย รู้เปลี่ยนแปลงแก้ไข และรู้จักรอคอยวาระเวลา เป็นพวกมองการณ์ไกลไปถึงอนาคต

คนกลุ่มที่สอง - เป็นกลุ่มของผู้คนเพ้อฝัน ในชีวิตจะต้องมีแต่สิ่งดีๆเท่านั้น ไม่ยอมให้มีสิ่งเลวมาแปดเปื้อนเพียงน้อยนิด แต่ก็จะมีกลุ่มคนพิเศษกลุ่มหนึ่ง อุปโลกน์สร้างสิ่งที่ดีงามสูงสุดมาให้กราบไหว้บูชา จะได้ไม่ต้องไปชำเลืองมองว่าคนกลุ่มพิเศษนี้เขาทำชั่วอะไรบ้างไหม เพราะคนกลุ่มที่สองเขามัวจดจ้องดูแต่สิ่งที่ดีงามสูงสุด จนมองไม่เห็นอะไรอื่นอีกแล้ว อนิจจา...พวกเขากลายเป็นกบเลือกนาย ไม่เคาพกติกา ไม่รู้จักการรอคอย และยังสายตาสั้น มองไม่เห็นว่ามีภัยมาใกล้ตัวแล้ว เขากำลังถวายตัวให้เป็นอาหารของนกกระสา...เจ้านายในฝันขอพวกเขา

ผู้ใดกุมสื่อ

ผู้ใดกุมสื่อ ผู้นั้นคือผู้ปกครองที่แท้จริง
หนึ่งในเครื่องมือของศักดินา-อำมาตย์ ที่มีอำนาจทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม
ทุกวันนี้ไม่มีสื่ออุดมการณ์ อย่างในอดีตเสียแล้ว พวกเขาก็ทำงานหารายได้มาเลี้ยง
ชีวิตของเขาเช่นกัน ไครจะยังจำได้บ้างวันที่เคยมีโซ่ไปคล้องแท่นพิมษ์เช่นในอดีต
บรรพบุรุษสื่อรุ่นก่อนๆนั้น ขมขื่นและยากแค้นเช่นไร? วันนี้แค่ความคิดถูกผิดระหว่างคนที่
ได้อาณัติจากประชาชนเพื่อปกครองประเทศ กับกลุ่มก้อนที่อาศัยกระบอกปืนข่มขืนเอา
อำนาจจากมือประชาชนยังไม่สามารถแยกแยะได้เลย แล้วจะหวังพึ่งอะไรกับมนุษย์เงิน
เดือนกลุ่มนี้ คำว่าสื่อเพื่อประชาธิปไตยและเพื่อประชาชนมันหมดสิ้นไปแล้วในวันนี้
อย่างไรก็ตามผมยังได้เห็นพี่น้องสื่อบางกลุ่มที่ได้พยายามต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อยู่บ้าง
หวังเป็นอย่างยิ่งเมื่อไรที่ประชาชนสามารถทำลายระบบอยุติธรรมที่มาจาก
พวกศักดินา-อำมาตย์ ได้พวกท่านเหล่านั้นคงได้ชำระเหล่าสื่อที่ทรยศต่อประชาชนให้ออก
ไปจากวงการ

ต้องยอมรับว่า ประชาชนไทย

ต้องยอมรับว่า ประชาชนไทย มาจากรากเหง้า ของทาสและไพร่ โดยมีขุนนางและอำมาตย์เป็นนาย กำหนดชีวิตทางการเมืองและความเป็นอยู่ให้เดินตามกรอบ เมื่อวันใดวันหนึ่งเกิดการเรียกร้อง สิทธิ์เสรีภาพ เพื่อกำหนดชีวิตความเป็นอยู่ด้วยตัวเขาเอง ย่อมจะเกิดความขัดแย้ง .....ของประชาชนที่มาจากไพร่ และประชาชนที่มาจากทาส ......ถ้าใครเคยศึกษาเรื่องการเลิกทาสในประเทศไทย ระยะแรกๆ จะรู้ว่า ทาสบางคนต้องร้องห่มร้องให้ เพราะคิดไม่ออก คิดไม่เป็นว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร เมื่อปราศจากนายทาส ....แม้แต่ปัจจุบันนี้ ก็ยังเป็นอย่างนั้น เพราะท่ามการการเรียกร้องเพื่อปลดปล่อย ประเทศจากการครอบงำชองอำมาตย์ จะมีคนบางกลุ่มออกมาต่อต้านทุกรูปแบบ เพราะพวกเขาคิดว่า ถ้าอำมาตย์วางมือ พวกเขาจะอยู่อย่างไร ชีวิตเขาจะมีอยู่มีกินได้อย่างไร ถ้าไม่มีอำมาตย์เป็นผู้ให้ เพราะเขาคิดแบบทาส ในสมัยก่อน ....ยิ่งมีสื่อมาปลูกฝังวิถีทางเป็นอยู่แบบทาสเท่านั้นที่จะดำรงค์อยู่ได้ ยิ่งทำให้คนคิดแบบทาสเชื่อแบบหัวปักหัวปำ ทั้งที่ความจริงแล้ว มีอำมาตย์หรือไม่มีอำมาตย์ ทาสหรือไพร่ก็อยู่ได้ด้วยตัวเอง และจะเป็นการดีด้วยซ้ำที่ไม่มีอำมาตย์เป็นเหลือบแอบแฝงกัดกินงบประมาณแผ่นดิน จะเป็นการดีด้วยซ้ำที่ไม่มีอำมาตย์มาสร้างความปั่นป่วนทางการเมือง ทำตัวเป็นปฏิปักต่อระบอบประชาธิไตย....ทั้งทาสและไพร่จะมีสิทธิ์เสรีภาพเท่าเทียม โดยไม่ต้องมีอภิสิทธิ์ชนของเหล่าอำมาตย์และสมุน มาเหยีบหัวเหยียบบ่าอีกต่อไป ...พัฒนาการตามวิถีทางประชาธิปไตย จะเป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง ....ไม่มาสะดุดขาอำมาตย์ล้มแล้วล้มอีก อย่างทุกวันนี้

*สื่อเลือกข้าง อย่าง เอ เอส

*สื่อเลือกข้าง อย่าง เอ เอส ทีวี
มีหน้าที่ จิกตี ขยี้ขยำ
ทั้งหลับหู หลับตา ด่าประจำ
คอยตอกย้ำ วาทกรรม ทำลายล้าง

*สื่อเลือกข้าง อย่าง เอ เอส ทีวี
ไร้ศักดิ์ศรี ของสื่อ เพราะถือหาง
เป็นเพียงสื่อ โฆษณา หาหนทาง
โจมตีคน อีกข้าง อย่างเลวร้าย

*จึงต้องมี สถานีประชาชน
นำสู่ผล ถ่วงดุล หนุนนำหมาย
ให้ความจริง อีกฝ่าย ได้กระจาย
ดีหรือร้าย ให้คนดู ตัดสินใจ

*รัฐบาล หากปิดสื่อ เพียงฝ่ายเดียว
จะบิดเบี้ยว ความจริง ที่ยิ่งใหญ่
ทั้งบิดเบือน ประชาธิปไตย
กลายเป็นพวก จัญไร ใฝ่อธรรม

*หากจะปิด ก็ต้องปิด ทั้งสองฝ่าย
หยุดให้ร้าย ประชาชน จนเหยียบย่ำ
ยิ่งปิดสื่อ ปิดหูตา พาล่วงล้ำ
ยิ่งสิ้นความ เป็นธรรม นำเสื่อมทราม

บางกอก

บางกอก wrote:
ปลื้มครับ.....เรื่องที่ปลื้มพูดถึงวันนี้ ในความเห็นของผม เรื่องนี้มันมีคนเกี่ยวข้องอยู่สองฝ่าย

ฝ่ายแรกคือพวกที่ชีวิตนี้ขาดการเลือกตั้ง ขาดการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ คุณภาพการบริหารการปกครอง สถานะประเทศชาติปากท้องประชาชนจะเป็นอย่างไร นักการเมืองพรรคการเมืองที่ถูกเลือกขึ้นมาเป็นผู้บริหารรัฐจะโกงกินระยำตำบอนกันอย่างไร กูไม่สนใจทั้งสิ้น เพราะกูต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอยู่ในระบบเน่าๆเช่นนี้ และมีแต่ความวุ่นวายในระบบเน่าๆเช่นนี้ที่เป็นภาวะที่พวกกูทำมาหากินได้ดีที่สุด.....

ฝ่ายที่สองนั้น มีชีวิตเลี้ยงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหาเลี้ยงชีพจากระบอบการปกครอง ความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและอาชีพฐานะนั้นขึ้นอยู่กับตัวบทกฏหมายที่บังคับใช้ และคุณภาพการทำงานของคณะผู้บริหารประเทศ.....ผู้คนประเภทนี้ สนใจแต่ระบอบการปกครองและระบอบการบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการอำนวยประโยชน์แก่มหาประชาชน และย่อมอำนวยประโยชน์แก่บุคคลผู้นั้นด้วยในที่สุด......คนกลุ่มนี้นั้นเลือกนักการเมืองไว้ใช้งาน ไม่ได้เรื่องให้มาเป็นผู้ปกครอง พรรคการเมิองนักการเมืองที่เลือกเข้าไปนั้น หากกระทำผิดตัวบทกฎหมายก็ถูกลงโทษ หากกฎหมายมีไม่พอก็หาวิธีลงโทษอื่น เพราะนักการเมืองคือคนที่กูเลือกไปรับใช้ ทำผิดต้องถูกลงโทษ ....

นักการเมือง สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความเห็นในสื่อสาธารณะต่าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฝ่ายแรกแทบทั้งนั้น จะใส่เสื้อสีอะไรนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยเป็นความเห็นต่างในกลุ่มเดียวกัน....

ส่วนคนกลุ่มที่สองนั้น ปรกติไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นมวลชนกับเขา ออกไปทางมีความคิดเป็นปัจเจกและประสพความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวดีอยู่แล้ว เวลาที่แสดงพลังของคนกล่มนี้จะมีมวลรวมสูงพอที่จะบาลานซ์ขั้วต่างๆในคนกลุ่มแรกได้ นานๆจะได้แสดงพลังกันสักที การเลือกข้างของคนกลุ่มนี้นั้น ทางการเมืองอาจไม่ชัดเจน แต่ทางด้านสถาบันนั้น ชัดเจนเป็นที่สุด..

อย่างปลื้ม ผมว่าอยู่กลุ่มแรกครับ.......

กลุ่มที่ สอง คือ พวกดัดจริต สลิดดก สนับสนุน รปห. ปชป. พธม. หลงตัวเองว่าเป็นมีคุณธรรมจริยธรรมสูงส่ง แต่ไม่เคารพ กม. ความเสมอภาคเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ใช่ไหม?

บางกอก

บางกอก wrote:
ปลื้มครับ.....เรื่องที่ปลื้มพูดถึงวันนี้ ในความเห็นของผม เรื่องนี้มันมีคนเกี่ยวข้องอยู่สองฝ่าย

ฝ่ายแรกคือพวกที่ชีวิตนี้ขาดการเลือกตั้ง ขาดการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ คุณภาพการบริหารการปกครอง สถานะประเทศชาติปากท้องประชาชนจะเป็นอย่างไร นักการเมืองพรรคการเมืองที่ถูกเลือกขึ้นมาเป็นผู้บริหารรัฐจะโกงกินระยำตำบอนกันอย่างไร กูไม่สนใจทั้งสิ้น เพราะกูต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอยู่ในระบบเน่าๆเช่นนี้ และมีแต่ความวุ่นวายในระบบเน่าๆเช่นนี้ที่เป็นภาวะที่พวกกูทำมาหากินได้ดีที่สุด.....

ฝ่ายที่สองนั้น มีชีวิตเลี้ยงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหาเลี้ยงชีพจากระบอบการปกครอง ความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและอาชีพฐานะนั้นขึ้นอยู่กับตัวบทกฏหมายที่บังคับใช้ และคุณภาพการทำงานของคณะผู้บริหารประเทศ.....ผู้คนประเภทนี้ สนใจแต่ระบอบการปกครองและระบอบการบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการอำนวยประโยชน์แก่มหาประชาชน และย่อมอำนวยประโยชน์แก่บุคคลผู้นั้นด้วยในที่สุด......คนกลุ่มนี้นั้นเลือกนักการเมืองไว้ใช้งาน ไม่ได้เรื่องให้มาเป็นผู้ปกครอง พรรคการเมิองนักการเมืองที่เลือกเข้าไปนั้น หากกระทำผิดตัวบทกฎหมายก็ถูกลงโทษ หากกฎหมายมีไม่พอก็หาวิธีลงโทษอื่น เพราะนักการเมืองคือคนที่กูเลือกไปรับใช้ ทำผิดต้องถูกลงโทษ ....

นักการเมือง สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความเห็นในสื่อสาธารณะต่าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฝ่ายแรกแทบทั้งนั้น จะใส่เสื้อสีอะไรนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยเป็นความเห็นต่างในกลุ่มเดียวกัน....

ส่วนคนกลุ่มที่สองนั้น ปรกติไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นมวลชนกับเขา ออกไปทางมีความคิดเป็นปัจเจกและประสพความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวดีอยู่แล้ว เวลาที่แสดงพลังของคนกล่มนี้จะมีมวลรวมสูงพอที่จะบาลานซ์ขั้วต่างๆในคนกลุ่มแรกได้ นานๆจะได้แสดงพลังกันสักที การเลือกข้างของคนกลุ่มนี้นั้น ทางการเมืองอาจไม่ชัดเจน แต่ทางด้านสถาบันนั้น ชัดเจนเป็นที่สุด..

อย่างปลื้ม ผมว่าอยู่กลุ่มแรกครับ.......

Fallacy ในความเห็นของบางกอก

ที่บางกอกว่า "นักการเมือง สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความเห็นในสื่อสาธารณะต่าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฝ่ายแรกแทบทั้งนั้น จะใส่เสื้อสีอะไรนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยเป็นความเห็นต่างในกลุ่มเดียวกัน....

นับเป็นการโกหกซึ่งๆหน้า เด็กๆไร้เดียงสาทางการเมืองก็ยังดูออกว่าสื่อในปัจจุบันอยู่ฝ่ายไหน? เชียร์คมช. เชียร์การจัดการทักษิณด้วยคตส.อย่างออกหน้า(ด้านๆ) เรียกร้องให้เสื่อแดงยอมรับกระบวนการยุติธรรม เคารพกฏหมาย เพราะตอนนี้ขบวนการยุติธรรมกำลังให้ความเป็นธรรม(กับอำมาตย์ฝ่ายเดียว)อย่างเต็มที่แล้ว มีแต่สื่อทางเลือกอย่างประชาไทเท่านั้น ที่กล้าทวนกระแส

ที่บางกอกว่า คนกลุ่มที่สองของบางกอก(ซึ่งรวมบางกอกเอาไว้ด้วย)"เลือกนักการเมืองไว้ใช้งาน" ก็กำลังโกหกซึ่งๆหน้าอีก บางกอกใช้งานอภิสิทธิ์ได้ ใช้งานอำมาตย์ได้? บางกอกจิกหัวนักการเมืองใช้ได้? ในเมื่อเขาเข้ามามีอำนาจด้วยวิธีการเฉไฉจากการเลือกตั้ง แล้วคนอย่างบางกอกมีอำนาจอะไรไปใช้เขา? ยกเว้นว่าบางกอกคืออำมาตย์เท่านั้น นอกนั้นแล้วไม่มีใครมีอำนาจไปสั่งรัฐบาลหุ่นเชิดได้หรอก เด็กๆก็รู้ความจริงข้อนี้

สักวันพอบางกอกไม่พอใจรัฐบาลของอำมาตย์ บางกอกมีปัญญาไปไล่รัฐบาลของอำมาตย์หรือไม่ มันไม่ง่ายเหมือนไล่ทักษิณแล้ว เพราะตอนไล่ทักษิณคุณอาศัยอำมาตย์ ถ้าจะไล่อำมาตย์คุณจะไปอาศัยใคร? น้ำหน้าอย่างคุณคนเดียวมีปัญญาไปไล่ทักษิณหรือครับ ถ้าไม่ไช่เพราะอำมาตย์สั่งให้เอารถถังมาไล่ จะสำเร็จหรือครับ ไม่ได้ตั้งใจดูแคลนแต่เป็นความจริง

ไอ้รัฐบาลในฝันของบางกอกจะไปหามาจากไหน ต้องimportมาจากเมืองจีนหรือเปล่า หรือจุดธูปวิงวอนขอจาก"สิ่งศักดิ์สิทธิ์" ไม่ทราบว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบางกอกจะช่วยคุณได้จริง? เกรงแต่ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เองก็ยังช่วยตัวเองไม่ไหว อาจหวังพึ่งพาได้ลำบากครับ ต้องทำใจ หรือไม่อย่างนั้น ก็ต้องreformatความคิดตัวเองให้เข้ากับกระแสโลก

อยู่ที่ตัวบางกอกเองจะเลือกวิธีไหน ระบบOSบางอย่างถึงจะดีในตอนนี้ แต่ถ้าคุณรู้ว่าเขากำลังจะเลิกผลิตในเร็วๆวันนี้ คุณยังจะเลือกใช้ต่อก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่คนอื่นเขาอาจคิดเป็นอื่น ก็เป็นสิทธิ์ของเขาเช่นกัน

ตอแหลแลนด์

ตอแหลแลนด์ มีพวกอำมาตย์ศักดินาตอแหล กับพวกลิ่วล้อตอแหล มันถึงได้เป็นตอแหลแลนด์ไง สมคำร่ำลือ "ตอแหลแลนด์"

กลุ่มที่สองคือพวกตะเเคงตีนเดิ

กลุ่มที่สองคือพวกตะเเคงตีนเดินไงหละ่พี่น้อง

***อมร รักษาสัตย์

***อมร รักษาสัตย์ ในหนังสืออบรมรับธรรมนูญให้ครู ว่าประชาธิปไตย จากเอเธนศ์ สู่เมืองไทย เริ่มจากประชาชนเลือกตั้งโดย ตรง เมื่อผ่านมากขึ้นก้โดยผ่านตัวแทน

***ไตรรงค์ สุวรรรคิรี เคยปาฐกฐาที่ มศว. ปรสานมิตร ก็เป็นทำนองเดียวกันว่า เมื่อคนมันมาก ก็ต้องเลือกผ่านตัวแทน

***ในหมุ่บ้านผม ครั้งหนึ่ง การเลือกผู้ใหย่บ้าน ขีดเส้นตรงกลาง ใครเลือก นาย ก. ให้มาอยู่ฝั่งซ้าย ถ้าใครเลือกนาย ข. ให้มาอยู่ฝั่งขวา นี่ก้เป็นการเลือกตั้งโดยตรง สำหรับคนน้อย

***ถ้าใครนิยม การเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง แบบแต่งตั้ง ก็ถือว่าผู้นั้น มีเชื้อเผด็จการ หรือมีเชื่อเพื่อพวกพ้องของตนเป็นใหญ่ฝังลึกอยู่ในสันดานยากที่จะแก้ออก คนมีทิฏฐิเช่นนี้ แก้ยาก ต้องไปเกิดในยุคพระเจ้าเหาครับ

*สื่อกระแสหลักใหญ่...ใฝ่เอียง

*สื่อกระแสหลักใหญ่...ใฝ่เอียงข้าง
ล้วนเข้าทาง อำมาตยา พาเรื่องเศร้า
โหมกระแส ตีสีแดง แทงปวดร้าว
ช่วยโหมเท้า เหยียบย่ำ กระหน่ำตี

*โหมกระแส เกลียดชัง นักการเมือง
ให้เป็นเรื่อง ดั่งปีศาจ ขาดศักดิ์ศรี
โหมกระแส บูชา มารกาลี
พวก “คนดี” ฝ่ายรัฐประหาร ผลาญแผ่นดิน

*นักการเมือง เป็นตัวแทน ประชาชน
สนองผล ปวงประชา อย่าดูหมิ่น
เกียรติศักดิ์ศรี ประชาชน ถูกก่นสิ้น
ในแผ่นดิน รัฐประหาร เผด็จการ

*สื่อตัดสิน ความดี โดยอคติ
เป็นมิจฉาทิฐิ...มิสร้างศานต์
ผลประโยชน์ ตอบแทน แสนเบิกบาน
สื่อจึงต้าน ประชาชน คนธรรมดา

จำได้ wrote:อย่างไปเชื่อ

จำได้ wrote:
อย่างไปเชื่อ ไอ้กะล่อน ป.....ไอ้นี่มันเก่งเรื่องเกาะกระแส เอาดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น แบบเนียนมากกกกก

๑ หลังไอ้บัง รปห ฝรั่งด่า รปห แต่พอ พ่อมันทำท่าจะได้เป็นนายก ไอ้นี่ มันบอกว่า รปห เป็น my way ของไทย

๒ ตอนทำรายการ กับสรยุธ ห่แรก ก็เข้าไปเีนียนๆ สักพัก ก็ด่า สรยุธ เรื่อง มีข่าวความรุนแรง เรื่องข่มขืน ทำร้าย

ร่างกาย อะไรทำนองนี้ ซึ่งอ้างว่าไม่ดี ตัวเองรับไม่ได้ เอาดีใส่ตัวชัี่่วใส่ไอ้เสี้ยมซะเลย ทั้งที่ ตอนเข้าไป ก็เห็นอยู่ว่า

ไอ้เสี้ยมมันทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ววววว ดันเข้าไปเอง

๓ ตอนนี้ มัน มาด่าเผด็จการ ................ง

เอาเหอะ...ถ้ามันทำประโยชน์ประชาธิปตยให้ก็ปล่อยมันไป แต่อย่างไปหลงคารมมัน เพราะมันเอง ก็

จ้าวปลายแถว เข้าไม่ถึงแกนอำนาจของอำมาตร์ ไม่มีใครนับมันอยู่แล้ว มันก็กะล่อนของมันไป

ไม่เป็นไรค่ะ ใจเย็นๆ ให้ดูๆกันไป คนใดเกลียดเผด็จการ ขอให้ถือว่าคิดดีไว้ก่อนแล้วกัน

ก็เป็นไปอย่างที่คุณปลืิ้มว่าไ

ก็เป็นไปอย่างที่คุณปลืิ้มว่าไว้ เขาใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความเกลียดชังให้เกิดกับนักการเมือง
ว่าไปแล้ว มีวิธีเยอะแยะที่ป้องกันการโกงงบประมาณ โดยที่ไม่ต้องให้ นักการเมืองมาแตะตรงนี้ โดยให้นักการเมืองมีหน้าที่หลักๆ คือสร้างนโยบาย ตามความต้องการของประชาชนที่เลือกมาก็พอ แล้วก็ให้มี องค์กรอิสระ มาดูแลแทนในการ จัดหาจัดซื้อจัดจ้าง โดยไม่ให้นักการเมืองมายุ่งเกี่ยวตรงนี้

AnonC wrote:In the future

AnonC wrote:
In the future Voice TV will become the voice of the Red. Keep it up boy.

I didn't know you can read Thai. เขียนได้มั้ย Welcome to Thai Politics.

I agree, Voice TV has real potentials. The political experiences exemplified elsewhere remind us that no revolution will succeed without contributions of the middle class and educated intelligentsia. Soon or later the Red movement will have to expand their base; Voice TV will have an important role to play among this group of people.

ถ้านักการเมืองประพฤติตัวดีเป็

ถ้านักการเมืองประพฤติตัวดีเป็นที่น่าเคารพเชื่อถือ จะไม่มีใครทำอะไรได้ แต่ก็ที่รู้ๆเห็นๆกันอยู่ว่า ที่มาก้คือซื้อเสียง เข้ามาได้ก็มาหาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวก โดดประชุม ถ่อยในสภา แล้วจะมาโทษว่า มีคนเสี้ยมให้เกลียดนักการเมืองอีก พอๆกับทักษิณเลยที่ทำผิดอะไรไม่เคยรับ แถมโทษคนอื่นอีก เท่านั้นไม่พอ ยังหลอกลวงคนยากคนจนให้น้ำลายไหลให้มาเปลี่ยนความผิอให้ถูก คนในประเทศนี้ถ้าถูกศาลตัดสินแล้วจะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องรับโทษตามคำพิพากษาทุกคน แต่คนที่เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีกลับไปยอมรับและชวนคนจนหรือคนรวยบ้าเงินบ้าอำนาจมาประท้วงเผาบ้านเผาเมือง

ราคาหุ้นของบริษัทอื่นเค้าขึ้นเพราะผลประกอบการที่ได้มาจากการทำงานสุจริตและหุ้นของกลุ่มชินขึ้นเพราะผลประกอบการที่ได้มาจากการโกงแผ่นดินเกิด ยังมาตะแบงบอกว่า ทำไมไม่ยึดทรัพย์คนอื่น ทำไมมั่วหน้ามึนได้ขนาดนี้ อย่ามาอ้างว่า หุ้นขึ้นตามตลาดอย่างเดียวเพราะถ้าผลประกอบการไม่ดี หุ้นก็ไม่ขึ้น รู้อยู่แก่ใจแต่ยังหน้าด้านออกมาหลอกพวกเสื้อแดง สลดใจจริงๆกับคนแบบนี้

ก็นักการเมืองบางคน บางพรรค

ก็นักการเมืองบางคน บางพรรค เฮงซวย ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีอุดมการณ์ แทนที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตย กลับขายตัวเป็นทาสรับใช้อำมาตย์ ไม่เคารพตัวเอง ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน บ้านเมืองจึงเดินเข้ารกเข้าพง ดังเช่นทุกวันนี้

The times they are

The times they are a-changin': Bob Dylan

Come gather 'round people
Wherever you roam
And admit that the waters
Around you have grown
And accept it that soon
You'll be drenched to the bone.
If your time to you
Is worth savin'
Then you better start swimmin'
Or you'll sink like a stone
For the times they are a-changin'.

Come writers and critics
Who prophesize with your pen
And keep your eyes wide
The chance won't come again
And don't speak too soon
For the wheel's still in spin
And there's no tellin' who
That it's namin'.
For the loser now
Will be later to win
For the times they are a-changin'.

Come senators, congressmen
Please heed the call
Don't stand in the doorway
Don't block up the hall
For he that gets hurt
Will be he who has stalled
There's a battle outside ragin'.
It'll soon shake your windows
And rattle your walls
For the times they are a-changin'.

Come mothers and fathers
Throughout the land
And don't criticize
What you can't understand
Your sons and your daughters
Are beyond your command
Your old road is
Rapidly agin'.
Please get out of the new one
If you can't lend your hand
For the times they are a-changin'.

The line it is drawn
The curse it is cast
The slow one now
Will later be fast
As the present now
Will later be past
The order is
Rapidly fadin'.
And the first one now
Will later be last
For the times they are a-changin'.

คุณสุริยน

คุณสุริยน หวังว่านักนิติศาสตร์ที่เป็นกลางที่คุณอ้างถึงคงไม่ใช่ วรเจตน์ ปริญญา นะครับ

เพราะถ้าใช่

ผมว่าความคิดคุณเองมากกว่าที่ดูไม่ ซะ - ง่า งาม

อิอิอิ

อ้อ แล้วเป็นเด็ก นิติ ภาษาอะไรวะ ถึงบอก ผู้ทำรัฐประหารไม่ใช่รัฐาธิปัตย์ เคยอ่านประมวลศาลฎีกามั่งปะนี่?

ก็มันท่องแบบโง่ๆๆ หาก คปค.เป็นรัฐฐาธิปปัตย์ทำไมต้องเข้ารับการโปรดเกล้า และ ทำไมไม่นิรโทษกรรมตัวเอง แต่ต้องใช้รธน. ๕๐ นิรโทษกรรมให้ เรียนกฎหมายต้องใช้ปัญญา อย่าเรียนแบบนกแก้วนกขุนทอง และไอ้คุ่ย หัดหาหนังสือเรื่องพระราชอำนาจ ของอ.บวรศักดิ์ และ อะบดี ประมวล อ่านเสริมปัญญาบ้างจะได้ไม่เอาแต่จำแบบโง่ๆๆ
หากไม่เอาวรเจต ก็มีอีกมากมายที่เป็นกลางเช่นนันทวัฒ,แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่อ.แก้วสรร,ป.เป็ด,สัก

บางกอก

บางกอก wrote:
ปลื้มครับ.....เรื่องที่ปลื้มพูดถึงวันนี้ ในความเห็นของผม เรื่องนี้มันมีคนเกี่ยวข้องอยู่สองฝ่าย

ฝ่ายแรกคือพวกที่ชีวิตนี้ขาดการเลือกตั้ง ขาดการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ คุณภาพการบริหารการปกครอง สถานะประเทศชาติปากท้องประชาชนจะเป็นอย่างไร นักการเมืองพรรคการเมืองที่ถูกเลือกขึ้นมาเป็นผู้บริหารรัฐจะโกงกินระยำตำบอนกันอย่างไร กูไม่สนใจทั้งสิ้น เพราะกูต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอยู่ในระบบเน่าๆเช่นนี้ และมีแต่ความวุ่นวายในระบบเน่าๆเช่นนี้ที่เป็นภาวะที่พวกกูทำมาหากินได้ดีที่สุด.....

ฝ่ายที่สองนั้น มีชีวิตเลี้ยงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหาเลี้ยงชีพจากระบอบการปกครอง ความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและอาชีพฐานะนั้นขึ้นอยู่กับตัวบทกฏหมายที่บังคับใช้ และคุณภาพการทำงานของคณะผู้บริหารประเทศ.....ผู้คนประเภทนี้ สนใจแต่ระบอบการปกครองและระบอบการบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการอำนวยประโยชน์แก่มหาประชาชน และย่อมอำนวยประโยชน์แก่บุคคลผู้นั้นด้วยในที่สุด......คนกลุ่มนี้นั้นเลือกนักการเมืองไว้ใช้งาน ไม่ได้เรื่องให้มาเป็นผู้ปกครอง พรรคการเมิองนักการเมืองที่เลือกเข้าไปนั้น หากกระทำผิดตัวบทกฎหมายก็ถูกลงโทษ หากกฎหมายมีไม่พอก็หาวิธีลงโทษอื่น เพราะนักการเมืองคือคนที่กูเลือกไปรับใช้ ทำผิดต้องถูกลงโทษ ....

นักการเมือง สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความเห็นในสื่อสาธารณะต่าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฝ่ายแรกแทบทั้งนั้น จะใส่เสื้อสีอะไรนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยเป็นความเห็นต่างในกลุ่มเดียวกัน....

ส่วนคนกลุ่มที่สองนั้น ปรกติไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นมวลชนกับเขา ออกไปทางมีความคิดเป็นปัจเจกและประสพความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวดีอยู่แล้ว เวลาที่แสดงพลังของคนกล่มนี้จะมีมวลรวมสูงพอที่จะบาลานซ์ขั้วต่างๆในคนกลุ่มแรกได้ นานๆจะได้แสดงพลังกันสักที การเลือกข้างของคนกลุ่มนี้นั้น ทางการเมืองอาจไม่ชัดเจน แต่ทางด้านสถาบันนั้น ชัดเจนเป็นที่สุด..

อย่างปลื้ม ผมว่าอยู่กลุ่มแรกครับ.......

แล้วคนที่เชียร์ประชาธิปัตย์นี่เป็นพวก 1 หรือพวก 2 คะ

และคิดว่ารัฐบาล ปชป ปัจจุบันทำตัวเป็นผู้ปกครอง หรือ มารับใช้ประชาชน โดยกำลังมีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการอำนวยประโยชน์แก่มหาประชาชน

เราเป็นชาติที่เจริญ ฉะนั้นประชาชนคนไทยส่วนใหญ่น่าจะเป็นพวกที่ 2 นะ เพราะยังมีความหวังกับทุกรัฐบาลที่ที่เลือกเข้าไปตามกติกา ว่าจะมีประสิทธิภาพ เห็นแก่ประชาชนคนส่วนใหญ่ ทำผิดก็ลงโทษไป รัฐบาลทักษินก็เป็นไปตามนี้

วันนี้ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ happy กับรัฐบาล ปชป ควรใช้รัฐสภา หรือเรียกร้อง จาก สื่อ ทหาร ศาล (หลายคนคงเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของผู้มีอิทธิพลกลุ่มเหล่านี้ไปแล้ว)ช่วยหาทางจัดการให้ หรือจะมีการแก้ไขกติกาบ้านเมืองอีก หรือไม่ใช่เลย เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับว่าประชาชน happy หรือไม่ happy

Submarine wrote:AnonC

Submarine wrote:
AnonC wrote:
In the future Voice TV will become the voice of the Red. Keep it up boy.

I didn't know you can read Thai. เขียนได้มั้ย Welcome to Thai Politics.

I agree, Voice TV has real potentials. The political experiences exemplified elsewhere remind us that no revolution will succeed without contributions of the middle class and educated intelligentsia. Soon or later the Red movement will have to expand their base; Voice TV will have an important role to play among this group of people.

Yes I can read and write Thai. I never forget my first language krub. Khun Submarine, which Thai newspapers and blogs do you normally read?

ตอบคุณซี๑๒ ผมมองคนที่เลือกปชป

ตอบคุณซี๑๒
ผมมองคนที่เลือกปชป.ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นสองกลุ่มครับ

กลุ่มที่๑ คือขาประจำ จะเลือกกันกี่ครั้งก็ไม่เปลี่ยนพรรค คนกลุ่มนี้มั่นใจใน นโยบายหลักของพรรคคือ ระบบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และมั่นใจในระบบการคัดสรรบุคคลากรของพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองสายจริยะนิยมอย่างชวน มาร์ก ยังมีอิทธิพลภายในพรรคและต่อภาพพจน์ของพรรค โปรดสังเกตุว่าผมให้ควาสำคัญต่อปัจเจกเท่าเทียมกับนโยบายพรรคนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีมาร์กไม่มีชวนคะแนนของปชป.ในกรุงเทพจะหายเป็นล้านเสียง..
.
กลุ่มที่๒ คือพวกเลือกปชป.แบบเฉพาะกิจ...ในภาวะการเมืองน้ำเน่าตามปรกติ คนกลุ่มนี้อาจเลือกพรรคอื่นที่นำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจสังคมและการพัฒนาประเทศได้ดีกว่าหรือสนองความต้องการชองคนกลุ่มนี้ได้ดีกว่าปชป......แต่บัดดลที่ สังคมได้รับข้อมูลอย่างพอเพียงให้เชื่อได้ว่า (ภาษาศาล นะครับ) ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขกำลังถูกคุกคาม จากอำนาจอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นผีบุญทุนสามานย์ หรือเผด็จการทหารที่เน้นกลุ่มพวกรุ่น......ปฏิกิริยาตอบโต้ของคนกลุ่มนี้คือ ถ้ายังมีโอกาสให้เลือกตั้งอยู่ ก็จะกลับไปหาทางเลือกที่มั่นใจได้ที่สุดว่าจะคงทั้งระบอบประชาธิปไตยและพระมหากษัตริย์ไว้ให้ประชาชนได้ พรรคการเมืองเดียวที่มีทั้งภาพพจน์และผลงานในอดีตชัดเจนก็ประชาธิปัตย์เจ้าเก่านั่นเอง...

ส่วนกรณีที่ประชาธิปัตย์ได้อำนาจบริหารไปแล้ว กลับไร้ความสามารถหรือฉ้อฉลจนประชาชนไม่อาจรับได้ ประชาชนควรทำอย่างไร ปัญหาเช่นนี้ในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว จะว่าไปแม้วเองเติบโตทางการเมืองขึ้นมาได้ก็อาศับลูกเล่นนี้เป็นหลัก.....ประชาธิปัตย์นั้นโดยเนื้อแท้ยอมรับการตัดสินทุกรูปแบบอยู่แล้วครับ จะด้วยการเลือกตั้งใหม่หรือการถูกรัฐประหาร พรรคการเมืองนี้เหมือนหญ้าแห้วหมูซึ่งตายยากตายเย็น แฟนพันธ์แท้เขาไม่ค่อยห่วงกันหรอกครับ ตายได้ก็ฟื้นได้แถมดูดีกว่าเดิมอีก.......จะล้มพรรคประชาธิปัตย์แบบไม่ต้องพึ่งทหาร ก็ใช้การเมืองภาคประชาชนสิครับ....สำคัญอยู่ที่ว่า เหตุผลที่จะล้มเขานั้นต้องดีพอที่จะทำให้มวลชนหลักในกรุงเทพซึ่งเป็นถิ่นของการเมืองภาคประชาชนตัวจริงเสียงจริง เขาเห็นดีด้วยก่อน ไม่งั้นไม่มีวันมีมวลชนที่สามารถสู้รบยืดเยื้อยาวนานมาเป็นกำลังหลักในการร่วมต่อสู้ได้...

ขณะนี้มวลชนส่วนหนึ่งที่ถูกกระตุ้นให้ไม่แฮปปี้กับประชาธิปัตย์ด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป อันอาจรวมอามิสสินจ้างเป็นปัจจัยหลักด้วย ก็พยายามใช้การเมืองภาคประชาชนแบบใช้ความรุนแรงล้มรัฐบาลประชาธิปัตย์อยู่ ......จะสำเร็จหรือไม่ ปัจจัยมันอยู่ที่เหตุผลที่จะล้มเขามันชอบด้วยกฏหมายเพียงใด มวลชนเจ้าของพื้นที่เห็นด้วยหรือไม่....ทหารนั้นไม่อาจออกมาทำรัฐประหารด้วยเหตุผลที่ไม่อาจอธิบายอย่างชอบธรรมกับสากลโลกได้อีกแล้วครับ........ส่วนในสากลโลกนั้น ปัจจุบันเขาค่อนข้างเอนเอียงไปในทางรัฐบาลที่อยู่ในอำนาจปัจจุบันครับผม.....ถ้าเป็นมวย เกมการเมืองขณะนี้ ผมให้ปชปเป็นต่อวินาทีนี้ อย่างน้อย สามต่อหนึ่ง.........ไม่ว่าชกกับเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง........

ผมเองนั้นไม่ใช่แฟนประจำพรรคประชาธิปัตย์ และด้วยกาละเทศะของการเมืองไทยปัจจุบัน ผมอยากเห็น พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองไทยที่ได้อำนาจบริหารตามระบอบประชาธิปไตยเป็นพรรคสุดท้ายครับ......นานเท่าที่จะกระเตงระบอบประชาธิปไตยไว้เป็นภาระให้มหาประชาชนต่อไปได้ ก็ไม่เป็นไร.....แม้หลายคนในพรรค เรื่องกินขี้ปี้นอนโกงจะไม่ได้แตกต่างกว่าพรรคอื่นมากนัก แต่พอมีน้ำดีให้ชื่นชมได้บ้าง.............

ส่วนที่คุณว่า รัฐบาลทักษิณก็เป็นไปตามนี้นั้น ผมเห็นด้วยครับ ในแง่ ทำผิดก็ถูกลงโทษ....................

วันนี้ ยอมหัก ไม่ยอมงอ

วันนี้ ยอมหัก ไม่ยอมงอ จึงต้องใช้เครื่องมือทุกอย่างในการเลี้ยวหักมุม
แต่ ประชาชนวันนี้ แตกต่างจากวันวาน
ปัญหาคือ ไม่เข้าใจวิวัฒนาการของประชาชนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

ภาษิตจีนบอกว่า
ผู้มีอำนาจ ต้องทำตัวเป็นไม้เนื้ออ่อน เพราะเขานำไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและเทพธิดา
ถ้าเป็นไม้เนื้อแข็ง เขาใช้ทำโลงศพ

ปลื้ม

ปลื้ม คุณปลื้ม

ค่อยยังชั่วที่ยังหลงเหลือจ้าวแบบนี้ให้เราได้ปลื้ม

เห็นด้วยอยางยิ่ง เมื่อทำให้ชา

เห็นด้วยอยางยิ่ง

เมื่อทำให้ชาวบ้าน เชื่อว่านักการเมือง ทุกคนเลว โกง ก็ไม่จำเป็นต้องไปเลือกตั้ง เพราะ เลือกไปก็ได้คนเลว เมื่อไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ก็ไม่ต้องมีระบบประชาธิปไตย

ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่านักการเมือง โกงกิน โดยไม่พูดว่าอำมาตย์ ข้าราชการก็โกงกินพอๆกัน

เสนอชาวบ้านว่า ทางออกคือการสรรหา แต่ระบบ สรรหา ก็มีการบล็อกโวต ซื้อขายคะแนน สร้างผู้สมัครปลอมๆ เข้ามา โดยไม่หวังได้ แต่เพื่อมาลงคะแนนให้ตัวเอง ตามท่เกิดขึ้น กับการเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษา

...สื่อวันนี้หรือครับ

...สื่อวันนี้หรือครับ ในความคิดของผมนะ ถ้าในเชิงโฆษณาชวนเชื่อให้คนเชื่อ ให้คนคล้อยตาม ผมว่าวันนี้มีผลน้อยมาก เพราะมีคนส่วนนี้น้อยนั่นเอง แต่ส่วนใหญ่จะเลือกข้างไปเรียบร้อย และแต่ละข้างก็มี สื่อของตัวเองอยู่แล้ว การที่สื่ออีกฝ่ายจะชวนเชื่อให้อีกฝ่ายเคลิ้มนั้นคงไม่มีทาง นอกเสียจากว่าเขาเห็นพฤติกรรมของฝ่ายที่เขาถือหางอยู่ ออกนอกลู่นอกทาง โดยการฟังสื่อค่ายเขาเองนั่นแหละ หมายความว่า ทุกวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เขาแยกแยะได้เองแล้วครับ อย่างสื่อหลักทุกวันนี้ซึ่งก็คือสื่อของอีกฝ่ายนั่นเอง เขาก็เชื่อแต่กลุ่มของเขาเท่านั้นเองแหละครับ ไม่มีทางจะดึงให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อได้หรอก
...ทีนี้เราจะกำจัดสิ่งที่เราเห็นว่าไม่ถูกต้องให้ออกไปจากระบบได้อย่างไร นั่งโพสอยู่อย่างนี้เหรอ...ฝันไปเถอะ!!!

ขณะนี้สื่อของ เดอะเนชั้น

ขณะนี้สื่อของ เดอะเนชั้น คุมสื๋อภาพและเสียง ของทีวีกระแสหลักของประเทศ เป็นที่ถูกใจเหล่าบรรดาอำมาตย์เป็นอย่างยิ่ง!! ซึ่งปัจจุบันกำลังกอบโกย เอื้อประโยชน์ธุรกิจของตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจ จรรยาบรรณหรือฐานนันดร 4 อย่างใดทั้งสิ้น! จงคอยดูซิว่าจะยืนยาวได้นานสักเท่าใด...สำหรับสื่ออย่างนี้ในอนาคต...

อ่านมาหลายครั้งแล้ว

อ่านมาหลายครั้งแล้ว ชื่นชอบคนเจ้าบทเจ้ากลอน

เห็นด้วยกับหม่อมปลื้มว่าฝ่ายอ

เห็นด้วยกับหม่อมปลื้มว่าฝ่ายอำมาตย์ต้องการให้ประชาชนรังเกียจนักการเมืองเพื่อให้เห็นดีเห็นงามกับการที่มหาอำมาตย์จะยัดเยียดรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของตนต่อไปในอนาคต ดูจากเอกสารลับของคมช.เมื่อ กันยายน 2550 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ประชาชนมองกลุ่มอำนาจเก่า (กลุ่มทักษิณ) ว่าชั่วร้ายโดยวิธีการต่างๆนาๆรวมทั้งการสร้างข่าวลือต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ให้รู้สึกดีต่อพวกทหารโดยการส่งทหารชั้นผู้น้อยให้เข้าถึงประชาชน แต่มีเรื่องหนึ่งทีเขียนว่า

" ชี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางเห็นข้อเท็จจริงในการรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆ " โดยการเชิญพวกผู้นำออกรายการวิทยุโทรทัศน์

อันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระบอบประชาธิปไตยของเราคือกลุ่มอำมาตย์ชั่วที่กุมอำนาจรัฐไว้ได้นี่เอง พรรคการเมืองชั่วๆที่รับใช้กลุ่มอำมาตย์ยังมีความสำคัญรองลงมา

เมื่อกี้พิมพ์ตกหล่นจึงขอโพสให

เมื่อกี้พิมพ์ตกหล่นจึงขอโพสใหม่ค่ะ

เห็นด้วยกับหม่อมปลื้มว่าฝ่ายอำมาตย์ต้องการให้ประชาชนรังเกียจนักการเมืองเพื่อให้เห็นดีเห็นงามกับการที่มหาอำมาตย์จะยัดเยียดรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของตนต่อไปในอนาคต ดูจากเอกสารลับของคมช.เมื่อ กันยายน 2550 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ประชาชนมองกลุ่มอำนาจเก่า (กลุ่มทักษิณ) ว่าชั่วร้ายโดยวิธีการต่างๆนาๆรวมทั้งการสร้างข่าวลือต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ให้รู้สึกดีต่อพวกทหารโดยการส่งทหารชั้นผู้น้อยให้เข้าถึงประชาชน แต่มีเรื่องหนึ่งทีเขียนว่า

" ชี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางเห็นข้อเท็จจริงในการรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆ " โดยการเชิญพวกผู้นำทางความคิดและนักวิชาการออกรายการวิทยุโทรทัศน์

อันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระบอบประชาธิปไตยของเราคือกลุ่มอำมาตย์ชั่วที่กุมอำนาจรัฐไว้ได้นี่เอง พรรคการเมืองชั่วๆที่รับใช้กลุ่มอำมาตย์ยังมีความสำคัญรองลงมา

เห็นด้วยกับคุณปลื้มแต่ไม่ทั้ง

เห็นด้วยกับคุณปลื้มแต่ไม่ทั้งหมด
ทั้งนักการเมืองและอำมาตย์ต่างฝ่ายต่างทำลายตัวเอง
หวังเพียงให้ตัวเองมีอำนาจให้ยั่งยืนยาวนาน
แล้วพากันหลอกต้มคนชาวบ้าน มารบกัน
สุดท้ายคนที่อยู่เสวยอำนาจก็กลุ่มเดิม ๆ
กฎหมายไทยโคตรยืดหยุ่นและหลายมาตรฐาน (แปลว่ามากกว่า 2 มาตรฐาน) มานานแล้ว
สื่อเป็นพวกนกรู้แล้วแต่สถานการณ์มานานแล้ว
สื่อแดงกับเหลืองก็พอ ๆ กันนั่นแหละ
ทักษิน กับอภิสิทธิ์ ก็พวกอภิสิทธิ์ชนพอ ๆ กันนั่นแหละ
วีระ จตุพร กับ ธิ(ลิ้ม) สมศักดิ มันก็พวกเดียวกันนั่นแหละ (พวกปั่นชาวบ้านตีกันแล้วรับเงินจากสปอนเซอร์)

ตอนนี้ก็มีแต่พวกเหนือมาตรฐานทั้งนั้นแหละที่พากันปั่นชาวบ้าน
เอาเป็นว่ามีแบบนี้บ่อยก็ดีเป็นการกระจายรายได้สู่ชาวบ้านแถบชายแดนอีสานใต้
เหลืองก็ 500 แดงก้ 500

ต่ออีกนิด..มีแต่พวกพูดความจริ

ต่ออีกนิด..มีแต่พวกพูดความจริงเสี้ยวเดียว

*ประชาธิปไตย เป็นเรื่อง

*ประชาธิปไตย เป็นเรื่อง ของชาวโลก
ร่วมทุกข์โศก กันได้ ไม่ใฝ่ต่ำ
การขู่เข็ญ เป็นงาน พาลประจำ
รัฐบาล คุณธรรม ต่ำสิ้นดี

*ทำทุกอย่าง เพื่อใส่ร้าย คนเสื้อแดง
สร้างภาพความรุนแรง แห่งเสื้อสี
ทั้งบิดเบือน เลื่อนเปื้อน เถื่อนโจมตี
คนเสื้อแดง จะไม่มี วันยอมแพ้

*ประชาชนคือเหยื่อ...รัฐประหาร
ตุลาราน วิบัติ ขยาดแขยง
ขอเป็นเหยื่อ ครั้งสุดท้าย ความร้ายแรง
คนเสื้อแดง ร่วมกันสู้ ชูธงชัย

*ต้องให้เป็น รัฐประหาร ครั้งสุดท้าย
คนมากมาย ต่อสู้ ผู้ยิ่งใหญ่
สู้อำนาจ อำมาตยา ธิปไตย
ลบล้างความจัญไร...ให้สิ้นลง

ไอ้ปลื้มเรียนจบอะไรมา

ไอ้ปลื้มเรียนจบอะไรมา รู้เรื่องสื่อแค่ไหน

มึงไปดู Frost/Nixon ซะก่อนไป๊

ให้กูเดา อีกไม่นานมรึงก็หมดอนาคตในวงการสื่อ
แล้วก็ต้องไปเป็นนักการเมืองตอแหลตัวพ่อ ตัวต่อไปว่ะ

mark my words นะ ไอ้ฟายยยย

น่าเชื่อว่า ไอ แพด

น่าเชื่อว่า ไอ แพด ไม่จบกฎหมาย เพราะ
๑.อ่านฎีกาไม่เข้าใจ หรือ อาจจำคำคนอื่นมา ตามฎีกาโบราณ รับรองว่าคณะรัฐประหาร เป็นรัฐฐาธิปปัตย์เนื่องจากไม่เคยมีคณะรัฐประหารเข้ารับการโปรดเกล้าแบบ คปค. หากไม่มีฎีการับรองว่าคณะรัฐประหารเป็นรัฐฐาธิปปัตย์ ตามความเป็นจริงในขณะนั้น กฎหมายที่ออกในขณะนั้นก็จะไม่มีผลใช้บังคับ (กล่าวคือ คปค.มีสถานะเพียง นายกที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่รัฐฐาธิปัตย์)
๒.นายกที่มาจากการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่รัฐฐาธิปปัติ อย่าเข้าใจผิด
๓.ตามแนวของอาจารย์บวรศักดิ์ และตามความเป็นจริง พระมหากษัตริย์เท่านั้นที่ทรงเป็นองค์รัฐฐาธิปปัตย์ แนวความคิดนี้ คมช.จึงต้องเข้าโปรดเกล้า โดยสนธิบังเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ เมื่อ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ โดยที่ยังไม่ทันนิรโทษกรรมให้ คมช.

*ผู้ครองสื่อ ถือว่า

*ผู้ครองสื่อ ถือว่า ข้าครองโลก
อุปโลกน์ ตนเอง เก่งยิ่งใหญ่
สมคบคิด บิดเบือน ประชาธิปไตย
มุ่งคงไว้ ซึ่งอำนาจ บทบาทนำ

*คอยครอบงำ ความคิด ประชาชน
ด้วยเล่ห์กล โฆษณา พาตกต่ำ
คอยยกยอ ปอปั้น อันเลิศล้ำ
ต่อผู้นำ อำนาจ อำมาตยา

*เสรีชน คนรัก ประชาธิปไตย
ต้องใฝ่ใจ เลือกสื่อ ถือคุณค่า
รักษาสิทธิ์ เสรี มิเสื่อมล้า
มุ่งก้าวหน้า สารสื่อ ถือเสรี

เสรีชน คนรัก ประชาธิปไตย
อย่าให้ใคร ครอบงำ ย่ำศักดิ์ศรี
สร้างสื่อสาร ทันสมัย ให้มากมี
ใช้พื้นที่ หลากหลาย ให้ถึงกัน

พ่อที่ดี มีปัญญา

พ่อที่ดี มีปัญญา รักษาบ้าน
เป็นประธาน พึ่งธรรมา เคหาสุข
ใครมารวม ร่วมชายคา สร่างซาทุกข์
ต่างพันผูก ปลูกรัก สามัคคี

ใจพ่อหลวง ดวงประเสริฐ เป็นเลิศพ่อ
ไม่ย่อท้อ ทรงงาน นานเหลือที่
ท่านหยัดยืน มานมนาน จนบ้านดี
แต่วันนี้ ลูกสวะ เนรคุณ

เอาตะกวด ขึ้นบ้าน กรานเป็นพ่อ
ยกขี่คอ แห่รับ สนับสนุน
เฮี่ยกลับกลอก หลอกเผาบ้าน ผลาญเป็นจุณ
ยังเทิดทูน กันไป พวกควายแดง

สงสารพ่อ ตัวจริง นิ่งอัดอั้น
ลูกกระสันต์ พังบ้าน พาลยื้อแย่ง
พ่อน้ำตา ตกใน ไร้เรี่ยวแรง
ใจแห้งแล้ง นึกอนาถ ชนชาติไทย

อันที่จริง ...

อันที่จริง ... ระบบเจ้าขุนมูลนาย ระบบอำมาตย์ที่มีอยู่ หรือจะเป็นระบบตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนให้มามีอำนาจ ถ้ามีความเข้าใจเข้าถึงประชาชน ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชน ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกันจนเกินไป มันก็อยู่ร่วมกันในสังคมไทยได้ อย่างมีความสุข แต่ถ้ามีการล้วงลูก แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ห้ำหั่น กันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม มันก็วุ่นวาย และปฏิเสธกันแบบทุกวันนี้แหละ

ไม่ว่าจะระบบไหน ถ้ามันทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีได้ ไม่เอารัดเอาเปรียบประชาชน มีความยุติธรรม ไม่สองมาตรฐาน
ก็คงจะดี ลูกหลานผู้รากมากดีทั้งหลาย ที่มีชาติตระกูล มีโอกาส มีต้นทุนทางสังคมสูง เป็นที่เชิดหน้าชูตา หากมาทำงานสัมผัสใกล้ชิดประชาชน อาสาพัฒนาให้คุณภาพชีวิตพวกเขาดีขึ้น ก็ย่อมได้รับการยอมรับ ทั้งนั้นไม่ว่าใครก็ตาม อนาคตรุ่งเรือง

แต่ถ้ามองไม่เห็นหัวอกประชาชนคนยาก เห็นแต่หัวอกผู้มีอำนาจ หรือเกรงอกเกรงใจ จอมบงการทั้งหลาย
แบบที่คุณหนู มาร์ค ม.7 เป็นละก็ อนาคตคงจะรุ่งริ่ง

ผมก็คนหนึ่งทีชอบสไตล์ของคุณปลื้ม ไม่ได้มองว่าเขาเป็นคนอยู่ในกลุ่มลูกท่านหลานเธอแล้วอยู่ตรงข้ามกับคนรากหญ้า
แต่มองว่า เขามีความเป็นตัวของตัวเอง กล้าคิดกล้าพูดกล้าทำ กล้าวิจารณ์และมีเหตุผล อ้างอิงได้

ถ้าคุณปลื้ม มาลงการเมือง และได้รับตำแหน่งทางการเมือง ผมคิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ
โดยคุณปลื้ม เพียงยึดหลักการ ทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ยืนอยู่ข้างความจริง ความยุติธรรมและถูกต้อง
และกล้าต่อกรกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากเมืองนอกเมืองนา ก็จะได้ช่วยพัฒนาสังคมไทย
ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศกับเขาบ้้าง นะครับนะ

*เขกหัวเพื่อน แล้ววิ่งบัง

*เขกหัวเพื่อน แล้ววิ่งบัง ข้างหลังพ่อ
ทำหัวหมอ อิงพ่อไว้ ไม่กล้าหาญ
ทำให้พ่อ เดือดร้อน นอนรำคาญ
อย่าเป็นพาล ขลาดเขลา เบาปัญญา

สงสารพ่อ wrote:พ่อที่ดี

สงสารพ่อ wrote:
พ่อที่ดี มีปัญญา รักษาบ้าน
เป็นประธาน พึ่งธรรมา เคหาสุข
ใครมารวม ร่วมชายคา สร่างซาทุกข์
ต่างพันผูก ปลูกรัก สามัคคี

ใจพ่อหลวง ดวงประเสริฐ เป็นเลิศพ่อ
ไม่ย่อท้อ ทรงงาน นานเหลือที่
ท่านหยัดยืน มานมนาน จนบ้านดี
แต่วันนี้ ลูกสวะ เนรคุณ

เอาตะกวด ขึ้นบ้าน กรานเป็นพ่อ
ยกขี่คอ แห่รับ สนับสนุน
เฮี่ยกลับกลอก หลอกเผาบ้าน ผลาญเป็นจุณ
ยังเทิดทูน กันไป พวกควายแดง

สงสารพ่อ ตัวจริง นิ่งอัดอั้น
ลูกกระสันต์ พังบ้าน พาลยื้อแย่ง
พ่อน้ำตา ตกใน ไร้เรี่ยวแรง
ใจแห้งแล้ง นึกอนาถ ชนชาติไทย

....................................................................

*หากเคารพ สถาบัน อันสูงส่ง
อย่าดึงลง มาใช้ ใฝ่ประหาร
อย่าใช้เป็น เครื่องมือ เผด็จการ
อย่าประจาน คนคิดต่าง อย่างเลวร้าย

*ความจงรักภักดี...อยู่ที่ใจ
ไม่ต้องโอ้อวดใคร เพียงใจหมาย
ยิ่งโอ้อวด ประกวดแข่ง แย้งมิคลาย
เหมือนหวังดี ประสงค์ร้าย ไม่เหมาะควร

*พวกแอบอ้าง ความจงรัก ภักดี
เพื่อเป็นที รัฐประหาร พวกพาลป่วน
เป็นพวกเลว พวกร้าย ใจเลวล้วน
เป็นพวกควร ถูกประหาร ผลาญปลดปลง

*สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพ ที่นบไหว้
ควรเทิดไว้ บนหิ้ง สิ่งสูงส่ง
คนทั่วไป กราบไหว้ ใจมั่นคง
ไม่นำลง มาใช้ ด้วยใจพาล

AnonC wrote:In the future

AnonC wrote:
In the future Voice TV will become the voice of the Red. Keep it up boy.

Just the voice of different thoughts. Don't be serious, son.

ไอ้นี่บ้าแล้วหรือนี่

ไอ้นี่บ้าแล้วหรือนี่ รากหญ้าบ้านนอกไม่บ้าไปด้วยกับมันหรอก ยังดีและตาสว่างอยู่ครับ

ชอบวลีนี้

ชอบวลีนี้ มีอำมาตย์หรือไม่มีอำมาตย์ ทาสหรือไพร่ก็อยู่ได้ด้วยตัวเอง

ใครกุมสื่อได้ผู้นั้นเป็นผู้ปิดบังความชั่วของตนได้

สื่อทำมากินเลี้ยงท้องไปแล้ว หาอุดมการณ์นั้นยาก

ไม่มช่องไหนจะดูอีกแล้วสำหรับโทรทัศน์เมืองไทย

เพราะไม่มีการบอกก่อนเสนอข่าวว่า....

รายการข่าวต่อไปนี้ ควรใช้วิจารณญาณในการชม คนเสื้อแดงและคนเสื้อเหลืองควรได้รับคำแนะนำ

สุดยอดเลย หม่อมปลื้ม

สุดยอดเลย หม่อมปลื้ม ไม่ผิดหวังเลยสื่อรุ่นใหม่ใจเกินร้อยนับถือคุณปลื้มนี่แหละเด็กรุ่นใหม่ที่ปชช.ต้องให้การสนับสนุนในอนาคตรู้จักผิดถูกไม่อิงอมาตย์ทั้งที่อยู่ใหล้ชิดอมาตย์ก็ตามไม่เหมือนสื่อรุ่นพี่ๆนิยมพวกเผด็จการกลัวอดอยากไร้จรรยาบรรณ ขอชมคุณปลื้มจากใจ

*คนมากมาย แต่เป้าหมาย

*คนมากมาย แต่เป้าหมาย เล็กชัดเจน
ไล่กากเดน อำมาตยา ฟ้าผ่องใส
คืนอำนาจ ประชาชน คนไทย
ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้เป็นธรรม

*ล้างอำนาจ เกิดจากการ รัฐประหาร
รัฐบาล เลือกตั้งใหม่ ไม่ต้อยต่ำ
จักเป็นรัฐบาลใด ไม่ชอกช้ำ
ยอมรับคำ ตัดสินใจ ประชาชน

*มาเถิดมา พี่น้อง หัวใจแดง
มาร่วมแรง ร่วมใจ ให้เป็นผล
เราไม่ใช่ พวกก่อการ จลาจล
เราเป็นคน รักประชาธิปไตย

*พวกเรามี เหตุผล บนความจริง
ทำในสิ่ง ที่ดี ศรีสดใส
ชนรุ่นหลัง จะเติบกล้า ฟ้าอำไพ
ด้วยประชาธิปไตย...ที่แท้จริง

*ไม่ยอมรับ กับอำนาจ รัฐประหาร
ตุลากาล วิบัติ จัดเลวยิ่ง
ประชาชน มีค่า อย่าทอดทิ้ง
เหล่าคนจริง ร่วมสู้ ชูปวงชน

*หัวใจแดง ทั่วแผ่นดิน

*หัวใจแดง ทั่วแผ่นดิน ถิ่นสยาม
สร้างคุณงาม ความดี ให้มีผล
ร่วมกันสู้ กู้อธิปไตย ใฝ่มงคล
ประชาชน ร่วมสู้ ชูยุติธรรม

*ระบอบอำมาตยาธิปไตย...คือภัยพาล
ทั้งก้าวร้าว รุกราน สันดานต่ำ
กดขี่ประชาชนผล...ชอกช้ำ
เราผู้ถูกกระทำ...ต้องสู้มัน

*หัวใจแดง แกร่งกล้า มาร่วมสู้
เพื่อเชิดชู ประชาธิปไตย ไม่ไหวหวั่น
สู้เพื่อคน ทุกคน เท่าทียมกัน
สิ่งสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า พาหากิน

*การต่อสู้ ของพวกเรา ประชาชน
ก้าวไกลพ้น ผลประโยชน์ ท่านทักษิณ
ไกลเกินกว่า เทวดา ครองฟ้าดิน
จะตัดสิน ความถูกผิด ขีดชะตา

*ร่วมกำหนด โชคชะตา ของเราเอง
ไม่หวั่นเกรง ดินฟ้า มากล่าวหา
ไม่หวั่นเกรง อำนาจ อำมาตยา
ไม่เบียดเบียน บีฑา ฆ่าผู้ใด

*ยิ่งข่มขู่ ยิ่งยับยั้ง คนเสื้อแดง
ยิ่งจิตแกร่ง จิตกล้า มากันใหญ่
สู้เพื่อล้ม อำมาตยา มหาภัย
ขู่อย่างไร อย่างไร ก็ไม่กลัว

ครับ

ครับ สื่อพวกนี้มันเป็นสื่อมวลสัตว์กันไปเสียหมดแล้ว สังเกตุได้ง่ายๆถ้าฝ่ายประชาธิปไตยมันจะกัด ถ้าฝ่ายอำมาตย์พวกของมัน จะเลีย ยกตัวอย่างก็ เช่น สื่อแอสทีวี ทีวีตูด ของไอ้กะทิ โกเตกซ์ สื่อในสังกัด ไอ้หย่อง ไอ้หยุ่น และไอ้เปลว ขี้เหลืองสด ด้วยเหตุฉะนี้เราจึงต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งสื่อกันอยู่นี่ไง ครับผม

น้ำลัด

น้ำลัด wrote:
สำหรับผมแล้วมีความเห็นตรงกันกับบทความนี้มาก่อนอยู่แล้ว
ผมมองด้วยว่าสื่อขยะเหล่านั้นบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ
บ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน
มีเจตนาให้ผู้คนคิดคล้อยตาม และต้องการกลับไปสู่ระบอบการปกครองดั้งเดิม
ประมาณว่าต้องการล้มล้างระบอบการปกครองปัจจุบัน

ระบอบประชาธิปไตยที่ดีต้องมีวาระของอำนาจ
ต้องมีระบบตรวจสอบการใช้อำนาจซึ่งกันและกันได้
อำนาจไม่ได้ผูกขาดให้แก่ตระกูลใด
ถึงการเลือกตั้งอาจจะได้คนชั่วมากเข้ามา
แต่เขาก็มีวาระเวลาที่ต้องไป
ประชาชนยังมีสิทธิเลือกคนชั่วน้อยกว่าเข้ามาแทน

ระบอบการปกครองแบบดั้งเดิมนั้น
ไม่อาจมีระบบตรวจสอบได้
อย่าว่าแต่ตรวจสอบเลย
แค่พูดวิจารณ์ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ
หากโชคดีได้ผู้มีอำนาจที่ดีก็ดีไป
แล้วใครจะรับประกันได้ว่าผู้มีอำนาจถัดไปจะเป็นอย่างไร ?
ถึงวันนั้นเราไม่มีโอกาสเปลี่ยนตัวผู้มีอำนาจอีกเลย

ผมว่าคุณ ก้อท่าจะเพี้ยนนะครับ นี่ขนาดเขาเอาใบเสร็จมา ให้เห็น ขนาดนี้
คุณยังเทิดทูน ระบบ ทุนนิยมอยู่เลย พวกคุณ เขาเรียกว่า พวก อกตัญญูครับ
บ้านเมืองนี้ ไม่ได้มีประเทศตอนทักษิญ เป็นนายก ที่สำคัญ ผมว่า ถ้าคุณ ยังไป
ชื่นชม บทความ ของ มล ปลื้ม อยู่หละก้อ ก้อ ลำบากครับ ไม่รู้ จะไปสอนลุกสอนหลานยังไงต่อ เฮ่ออ

ว ณ ปากนัง wrote:*หัวใจแดง

ว ณ ปากนัง wrote:
*หัวใจแดง ทั่วแผ่นดิน ถิ่นสยาม
สร้างคุณงาม ความดี ให้มีผล
ร่วมกันสู้ กู้อธิปไตย ใฝ่มงคล
ประชาชน ร่วมสู้ ชูยุติธรรม

*ระบอบอำมาตยาธิปไตย...คือภัยพาล
ทั้งก้าวร้าว รุกราน สันดานต่ำ
กดขี่ประชาชนผล...ชอกช้ำ
เราผู้ถูกกระทำ...ต้องสู้มัน

*หัวใจแดง แกร่งกล้า มาร่วมสู้
เพื่อเชิดชู ประชาธิปไตย ไม่ไหวหวั่น
สู้เพื่อคน ทุกคน เท่าทียมกัน
สิ่งสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า พาหากิน

*การต่อสู้ ของพวกเรา ประชาชน
ก้าวไกลพ้น ผลประโยชน์ ท่านทักษิณ
ไกลเกินกว่า เทวดา ครองฟ้าดิน
จะตัดสิน ความถูกผิด ขีดชะตา

*ร่วมกำหนด โชคชะตา ของเราเอง
ไม่หวั่นเกรง ดินฟ้า มากล่าวหา
ไม่หวั่นเกรง อำนาจ อำมาตยา
ไม่เบียดเบียน บีฑา ฆ่าผู้ใด

*ยิ่งข่มขู่ ยิ่งยับยั้ง คนเสื้อแดง
ยิ่งจิตแกร่ง จิตกล้า มากันใหญ่
สู้เพื่อล้ม อำมาตยา มหาภัย
ขู่อย่างไร อย่างไร ก็ไม่กลัว

12 มีนา เป็นต้นไป มากันเยอะ ๆ นะครับ จะให้ดี ชิงการนำ จาก สามเกลอด้วย
ถ้ายังเป็นผู้ตาม สามเกลอ อยู่ ก้อ เฮ่อออออ คุณ ก้อไม่ได้ เท่าไหร่ เลย พ่อ คุณ

ต้องฟัง สื่อ แบบ หม่อมปลี้ม

ต้องฟัง สื่อ แบบ หม่อมปลี้ม จึงจะเป็นธรรม

สื่อแบบนี้ เรียกว่า "สื่อที่หัวสมองเล็กกว่าตาตี่"

เมื่อคุณปลื้ม

เมื่อคุณปลื้ม กล้าแสดงความคิดต่อต้านอำมาตย์ กล้าพูดวิจารณ์ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจากฝ่ายเผด็จการอำมาตย์ คนที่มีจิตใจเป็นธรรม ต้องการเห็นความเป็นธรรมเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ ต้องขอคาราวะ

เพราะภายใน 3 ปีที่ผ่านมา ความอยุติธรรมได้ปรากฎให้เห็นในทุกๆศาล ทุกชนิด ทุกรูบแบบ..แบบไม่มีความละอาย แบบว่า..กูจะตัดสินยังเงียะ ..ใครจะทำไม.. ตูจะเหยียบย่ำซ้ำมันให้แบน ให้สะใจเทวดา

คนไทยที่มีใจเป็นธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ ถ้าไม่อคติจนเกินไป ย่อมรู้ดีว่า บ้านเมืองบริหารแบบไร้ความเป็นธรรม ย่อมสร้างความแตกแยก ในหมู่ชนชาติเดียวกัน หรือพระสยามเทวาธิราชมีพระประสงค์เช่นนั้น ก็..น่าคิดนะ ..เพราะมีมนุษย์ยุคหินอ้างถึงบ่อยๆ

ปลื้ม คุณปลื้ม

ปลื้ม คุณปลื้ม ขอให้คนรุ่นนี้ที่ทันสมัย มีความรู้ มีปัญญา มีฐานะ มีอุดมการณ์ เข้ามาสู่การเมืองเราเยอะๆ นับเป็นนิมิตที่ดียิ่ง

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน