รายงานเสวนา: แนวโน้มความรุนแรง เหตุสู่รัฐประหาร

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตยจัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “แนวโน้มความรุนแรง เหตุสู่รัฐประหาร” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนาพานิช จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายวสันต์ ลิมป์เฉลิม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ดำเนินรายการโดยนายฌานวิทย์ ไชยศิริวงศ์

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตยกล่าวว่า การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่วังคมประชาธิปไตยควรจะยึดมั่นอยู่ในสันติวิธี แต่ปัจจุบันยังไม่มีวี่แววว่าความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยจะหาทางออกหรือทางแก้ได้โดยเร็วโดยปราศจากการเผชิญหน้า ตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้กำลังพัฒนาไปสู่การเผชิญหน้ามากขึ้น มีแนวโน้ม มีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง ขณะเดียวกันก็มีกระแสหรือความคิดเห็นว่ามีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงที่นำไปสู่การปราบปรามประชาชน บางท่านก็เห็นว่าอาจจะนำไปสู่การรัฐประหาร แต่ผมเห็นว่าการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นในวันสองวันนี้แต่ไม่มีใครยืนยันว่าการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น แต่ความขัดแย้งที่เข้มข้นขึ้นไม่นานนักจากนี้ไป ก็น่าจะหามุมมองแง่คิด รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้เพื่อที่สังคมไทยจะรับมือกับเรื่องเหล่านี้
0 0 0
“การใช้กำลังของกองทัพในการเข้ามายึดอำนาจเปลี่ยนผู้นำไม่จำเป็น
ยกเว้นเสียว่าเครื่องมืออื่นๆ ของอำมาตยาธิปไตยไม่สามารถใช้ได้แล้ว”
“ทหารเสือพระราชินีคือกลุ่มของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ
เป็นกลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดในกองทัพ
กลุ่มนี้จงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี กลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กป๋า”
มล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ถ้าดูการเคลื่อนไหวของฝ่ายเสื้อแดง ก็เห็นว่าใช้กลยุทธ์บางอย่างที่พยายามจะกดดันรัฐบาลแบบที่ไม่ได้อยู่ในกรอบที่ถูกต้องเสียทั้งหมด มีการสร้างความวุ่นวายให้กับรัฐบาลบ้าง มองโดยรวมผมมองเหมือนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ในอดีตที่ไม่ได้ถูกต้องไปทั้งหมด อย่างไรก็ดี ผมอยากจะให้คนมองภาพใหญ่ในการต่อสู้ครั้งนี้ การเคลื่อนไหวของฝ่ายเสื้อแดง และเมื่อย้อนกลับไปดูฝ่ายพันธมิตรฯ ฝ่ายไหนมีความชอบธรรมมากกว่ากัน และบางครั้งคุณนั่งดูที่บ้าน เห็นข่าวเห็นว่าเสื้อแดงทำอย่างนี้ไม่ถูกต้อง มันเริ่มน่าเบื่อหน่ายว่าประเทศต้องการความสงบ แต่ถ้าให้เข้าใจภาพรวมของประเทศและทิศทางการเคลื่อนไหวของประเทศทั้งหมด ผมอยากให้มองเหตุผลจริงๆ ที่เขาออกมาเคลื่อนไหวว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมดนี้และจะทำต่อเนื่องไปอีกหลายปี เป็นสิ่งที่เมื่อบรรลุเป้าหมายมันจะคุ้มทุกอย่างที่เราต้องการ
ทำไม ณ เวลานี้ยังไม่ต้องมีการทำรัฐประหาร เหตุผลคือการใช้กำลังของกองทัพในการเข้ามายึดอำนาจเปลี่ยนผู้นำไม่จำเป็นยกเว้นเสียว่าเครื่องมืออื่นๆ ของอำมาตยาธิปไตยไม่สามารถใช้ได้แล้ว เครื่องมืออื่นๆ ในที่นี้ก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ สื่อ แนวหน้า ผู้จัดการและไทยโพสต์ เครื่องมือหลักๆ ที่ผมไล่เลียงมาเป็นแนวรบของฝ่ายเสื้อแดงและฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ตราบใดที่เครื่องมือเหล่านี้ยังใช้ได้ ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องมีการทำรัฐประหาร สิ่งที่เสื้อแดงพูดว่ามีการรัฐประหารเป็นการพูดไว้ก่อนดักทาง แต่ผมเชื่อว่าลึกๆ แล้วเขาก็รู้ว่าเวลานี้ยังไม่มีการรัฐประหาร
แต่ในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้ที่ในที่สุดแล้วจะต้องมีการใช้กองทัพออกมาเคลื่อนไหว เพื่อเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี น่าจะเป็นช่วงที่รัฐบาลนี้บริหารงานไปและกระแสคนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนับสนุนแล้ว คะแนนนิยมลดลงไปเพราะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้แล้ว เมื่อความพยายามของสื่อที่จะเชียร์คุณอภิสิทธิ์ไปถึงจุดที่เชียร์อย่างไรก็เชียร์ไม่ขึ้น ก็อาจจะต้องเลือกตั้งใหม่แล้วเพื่อไทยชนะ แล้วคนใหม่สะอาดมากขนาดปปช. ขุดเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ศาลรัฐธรรมนูญหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ พธม. ยื่นกกต. หาคดีเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ถึงเวลานั้นนายกรัฐมนตรีคนนั้นเข้าไปแต่งตั้งผบ.ทบ. คนใหม่ที่ไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาแล้วเอาทหารมายึดอำนาจ มันจะเกิดขึ้นเมื่อศาลรธน. ไม่มีเรื่องจะมาตัดสิน ปปช. หาเรื่องคอรัปชั่นไม่ได้
รัฐประหารจะเกิดในช่วงที่เครื่องมือของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยไม่สามารถถูกนำมาใช้เพื่อตัดสิทธินายกที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากเพื่อไทย และจะเป็นช่วงเดียวกับนายกจากเพื่อไทยเปลี่ยนตัวผบ.ทบ. และไปย้ายคนที่อยู่ในเครือของพลเอกประยุทธ์และพลเอกอนุพงษ์ ก็น่าจะเป็นเดือนตุลากคม ฉะนั้นตอนนี้ตราบใดที่อภิสิทธิ์ยังเป็นนายกต่อไป ก็น่าจะเป็นนายกที่พลเอกเปรมจะพอใจให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป แม้ว่าเมื่อวานประธานองคมนตรีพูดถึงผู้นำสังคมใหม่ ก็ไม่ถึงขั้นที่ไม่พอใจนายกแล้ว อาจจะเป็นการวางแผนระยะยาว พลเอกเปรมอาจจะเริ่มเข้าใจว่าคุณอภิสิทธิ์ สะอาด มีธรรมะในจิตใจแต่ไม่มีเสน่ห์ ขณะที่คุณทักษิณ อาจจะไม่มีธรรมะเท่าพลเอกสุรยุทธ์แต่มีเสน่ห์มากกว่าเยอะ ผมคิดว่าพลเอกเปรมคงเข้าใจผู้นำต้องมีเสน่ห์ต่อประชาชนและมีบารมีต่อพรรคร่วมรัฐบาลและคุณอภิสิทธ์ขาดสิ่งเหล่านี้ซึ่งไม่ใช่ความผิดของคุณอภิสิทธิ์ และผมไม่คิดว่าถึงขั้นต้องเปลี่ยน เพราะสนธิ ลิ้มทองกุลยังชอบนายกคนนี้อยู่ ผู้จัดการ ไทยโพสต์ แนวหน้า เครือเนชั่นและประธานองค์มนตรียังสนับสนุนนายกคนนี้อยู่
ส่วนทหารเตรียมตัวที่จะปราบเสื้อแดงหรือเปล่า ผมคิดว่าเตรียมถ้ามีการชุมชนสุมถึงขั้นจลาจล แต่การปราบมวลชนที่ออกมาชุมนุมนั้นต่างกับการยึดอำนาจ เพราะผบ.ทบ.ไม่พอใจกับคนที่เป็นนายก
ทหารเสือพระราชินีคือกลุ่มของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ เป็นกลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดในกองทัพ กลุ่มนี้จงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี กลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กป๋า พลเอกเปรมพยายามที่จะสืบทอดยืดอายุของบารมีกองทัพของตนเองที่มีต่อกองทัพ พยายามที่จะเข้าไปถึงตัวพลเอกประยุทธ์ หรือพูดง่ายๆ ว่าพยายามจิกพลเอกประยุทธ์ให้อยู่ในโอวาทของป๋าเปรม เหมือนที่เคยมีโอกาสใช้ทั้งพลเอกสุรยุทธ์ และเสนอพลเอกสนธิให้ทำโน่นทำนี่ได้ สิ่งทีผมหวังว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อการเมืองร้อนระอุจริงๆ คือทหารเสือพระราชินีจะมองในภาพรวมของการอยู่รอดของสถาบันพระมหากษัตริย์จริงๆ แล้วไม่ปล่อยให้ตัวเองนั้นเคลื่อนไหวตามการบงการหรือชี้แนะจากประธานองคมนตรี ถ้ากลุ่มทหารเสือพระราชินีสามารรถแยกตนเองออกมาจากพลเอกเปรมและองคมนตรีในเครือของพลเอกเปรม ผมเชื่อว่าความหวังยังมีอยู่ การยึดอำนาจนั้นในที่สุดแล้วในการเมืองไทยคงยากจะบอกว่าจะไม่มีอีก แต่การยึดอำนาจที่แย่ที่สุดคือยึดแล้วเข้าข้างฝ่ายเดียวแบบคราวที่แล้ว เล่นงานฝ่ายการเมืองมากขึ้น แต่การยึดอำนาจในรูปแบบที่สลายทั้งขั้วไม่มีสองมาตรฐานในการปฏิบัติต่อคนที่สร้างความปั่นป่วนให้กับบ้านเมืองซึ่งอาจจะเป็นเสื้อแดงและพันธมิตรฯ การยึดอำนาจแบบนั้นยังดีกว่า แต่การยึดอำนาจแบบนั้นจะเกิดขึ้นได้กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ หรือทหารเสื้อพระราชินี จะไปพ้นจากการบงการของพลเอกเปรม แต่ดีที่สุดคืออกไปจากการเมือง ถึงที่สุดแล้วหากคุณอภิสิทธิ์ประคองสถานการณ์ผ่านช่วงนี้ไปไม่ได้ ถ้าปล่อยไปตามเกม ให้ผู้พิพากษาตัดสินไปตามเหตุผล ผู้พิพากษาอาจจะมีจิตสำนึกเองได้ว่าหลักตามกฎหมายมันยึดไม่ได้ ปล่อยให้ประชาชนรู้สึกนึกคิดได้เอง ถอยออกไปทั้งหมดทั้งองคมนตรีและกองทัพ ทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี ผมเชื่ออย่างนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแต่คงไม่เกิดขึ้น ผมจึงเสนอสองทฤษฎีว่าถ้ามีการยึดอำนาจขออย่าให้อยู่ภายใต้การบงการของพลเอกเปรม เพราะมันจะออกมาแบบดีฝ่ายเดียว อีกฝ่ายเลวหมด มีการดำเนินคดีแกนนำเสื้อแดงบางคน แต่ทั้งหมดนี้น่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าพลอ.ประยุทธ์ มาเป็นผบ.ทบ.และเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง
รัฐประหารในประเทศแอฟริกาโดยนายพลซึ่งต้องการอำนาจจากผู้นำประเทศยังอันตรายน้อยกว่ารัฐประหารไทย เพราะการรัฐประหารแล้วมีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยประธานองคมนตรีซึ่งเป็นคนใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัวที่สุด ผมไม่เข้าใจว่าเขาไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่อันตรายที่สุด
“สื่อมวลชน ซึ่งเชื่อว่าตัวเองมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานภาครัฐ หลายคนเข้าใจบทบาทตัวเองผิด
คุณมีหน้าที่ตรวจสอบผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ผู้ที่ไม่มีใครแฉ ผู้ที่ลุแก่อำนาจแล้วไม่มีใครรู้”
Narrative ของสื่อมวลชน แนวหน้า เมเนเจอร์ ไทยโพสต์ และเนชั่น ที่ให้ฝ่ายแดงเป็นฝ่ายร้ายเลวทราม narrative นี้มันมีไว้เพื่อแบ่งแยกประเทศออกเป็นสองฝ่าย” 
อีกเรื่องคือสื่อมวลชน ซึ่งเชื่อว่าตัวเองมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานภาครัฐ หลายคนเข้าใจบทบาทตัวเองผิด คุณมีหน้าที่ตรวจสอบผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ผู้ที่ไม่มีใครแฉ ผู้ที่ลุแก่อำนาจแล้วไม่มีใครรู้ ถามว่าทุกวันนี้มีอะไรที่ทักษิณหรือเนวินทำแล้วคุณไม่รู้อีกไหม ถามจริงๆ มันแทบจะไม่เหลือแล้วนะ ถามว่ามีอะไรที่คุณยังไม่รู้อีกไหมเกี่ยวกับพฤติกรรม การทำงาน เรื่องส่วนตัวที่จริงแล้วอาจจะเลวร้ายไปกว่านักการเมือง ของผู้ตรวจเงินแผ่นดิน องคมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประธานศาลปกครอง บุคคลเหล่านี้ถูกยกขึ้นมาใช้โดยผู้สื่อข่าวแต่ถูกยกขึ้นมาโดยบ.ก.ข่าวของสื่อกระแสหลัก เทิดทูนคนเหล่านี้ขึ้นมา การหล่อหลอมให้คนคิดแบบนี้เป็นต้นตอของการรัฐประหารแต่แรก คือหล่อหลอมให้คนให้ความชอบธรรมกับองค์กรอิสระ ศาล และกองทัพ
ผมเพิ่งได้ทราบว่ามีการทำค่ายอบรม ยุวปปช. และให้ช่วยกันรณรงค์ต่อต้านการโกงกิน แบบนี้เรียกว่า Let’s get them young คือหล่อหลอมคนเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก นี่คือพื้นฐานของการยึดอำนาจแล้วมีดอกไม้ไปให้ทหาร สอนให้เชื่อว่าพวกนี้มันเลว ตัดสิทธินักการเมือง 111 คน คุณทักษิณไม่ต้องลงเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่ต่อให้เขาทำทุกสิ่งที่คุณกล่าวหาคุณก็ไม่มีสิทธิไปตัดสิทธิเขาเพราะมันเป็นสิทธิทางการเมือง และก็ไม่เฉพาะเยาวชน แต่พวกทหาร ผู้สื่อข่าว ตำรวจ พวกนี้เขารับรู้ แต่ตราบใดที่บ.ก. อธิการบดี ผู้บริหารวิทยุ และสื่อ ถ้าพวกเขาไม่มีอุดมการณ์เหล่านี้ คนที่อยู่ระดับล่าง คนที่เป็นนายพัน เป็นชาวนา เป็นผู้สื่อข่าว ต่อให้คนพวกนี้เป็นแดงทั้งหมด แดงก็ไม่มีวันชนะ
มนุษย์ไม่มีชั่วและดี ถ้าคุณเป็นแม่ทัพ ผบ. คุณก็อยากปลูกบ้านสวยๆ ไม่ใช่พลเอกสุรยุทธ์ป็นคนไม่ดี แต่มนุษย์ก็มีกิเลสอยากมีบ้านสวยๆ เมื่อวานผมฟังพลเอกเปรมเรื่องธรรมาธิปไตยเหมือนว่ามันดีกว่าประชาธิปไตย แล้วคนดีก็ดี คนชั่วก็ชั่วเลย มันไม่มีหรอก ทุกคนเป็นสีเทาหมด แล้ว Narrative ของสื่อมวลชน แนวหน้า เมเนเจอร์ ไทยโพสต์ และเนชั่น ที่ให้ฝ่ายแดงเป็นฝ่ายร้ายเลวทราม narrative นี้มันมีไว้เพื่อแบ่งแยกประเทศออกเป็นสองฝ่าย
ผมเขียนเรื่องอิหร่าน ผมเปรียบเทียบว่าอิหร่านพยายามใช้หลักธรรมาธิปไตยโดยหลักกฎหมายอิสลาม ผมส่งไปไทยโพสต์และเนชั่น เขาไม่ลงให้ผม อิหร่านนั้นผู้นำสูงสุดไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและกำหนดว่าประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งบางเรื่อง เราไม่ต้องการสิ่งนี้ในประเทศไทย นี่เป็นสิ่งที่ฝ่ายอำมาตย์ต้องการให้เกิดขึ้น ถ้าคุณยอมรับธรรมาธิปไตยเหนือกว่าประชาธิปไตย คุณเสร็จอำมาตย์เรียบร้อยแล้ว
ฮอนดูรัสมีการยึดอำนาจและไม่ได้ฉีกรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุดของฮอนดูรัสทำเรื่องดำเนินคดีต่อผบ.เหล่าทัพทุกคน แต่ในกรณีของประเทศไทย บังเอิญผู้พิพากษาระดับสูงโดยเฉพาะประธานศาลปกครองสูงสุดไม่มีอุดมการณ์ที่กล้าต่อสู้กับการยึดอำนาจ มันต้องปลูกฝังคนที่จะมีเป็นผู้พิพากษาด้วย และผมเชื่อว่าในกลุ่มที่ผู้พิพากษาอาวุโสก็มีความขัดแย้งกัน อุดมการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน การเคลื่อนไหวของเสื้อแดง 5-10 ปี คุณต้องทำให้ผู้มีตำแหน่งมีอุดมการณ์แบบนี้
ตราบใดที่คนระดับ รศ. หรืออาจารย์แสดงความคิดเห็นออกสื่อได้แค่เว็บประชาไทเว็บเดียว 3-5-7-9 ไม่ได้ออก แต่อธิการบดีซึ่งพูดเป็นกลางเป็นบ้าเลย ได้ออกสื่อกระแสหลัก ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทำอย่างไรให้ผู้บริหารมีอุดมการณ์ตรงกับเรา ก็เหมือนกันผู้สื่อข่าวเขียนบทความแบบหนึ่ง บ.ก.พาดหัวเป็นอีกแบบ  
000
“พื้นฐานสำคัญของสังคมไทย ก็คือการสยบต่ออำนาจและขาดการคิดเชิงวิพากษ์
นี่เป็นจุดอ่อนใหญ่ของการศึกษาไทย”
“มวลชนเสื้อแดงซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจนจะมีความรู้สึกใจร้อน เขามีความหวังอยากจะเปลี่ยนแปลงเร็วๆ
ซึ่งเป็นพลังกดดันต่อแกนนำเหมือนกัน”
ดร.วสันต์ ลิมป์เฉลิม กล่าวว่า รัฐประหารเกิดในเดือนนี้หรือเดือนหน้าไหม ผมคิดว่าโอกาสน่าจะน้อย แต่ระยะยาวการรัฐประหารน่าจะไม่หมดไปเพราะเงื่อนไขยังมีอยู่ แต่แนวคิดว่าจะเกิดหรือไม่ก็ต้องมองที่ยุทธศาสตร์หลักของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย มีการตั้งสมมติฐานว่าที่ผ่านมาฝ่ายอำมาตย์เล่นเกมชนะฝ่ายเดียวและใช้ทุกเครื่องมือ ไม่ว่าจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกวิถีกฎหมายก็ตามในการเล่นงานฝ่ายประชาธิปไตยที่มีทักษิณเป็นผู้นำอย่างราบคาบ ในสถานการณ์ปัจจุบันยังมีเครื่องมืออื่นเล่นอีกเยอะจึงไม่ต้องมีรัฐประหาร
อีกประเด็นคือยึดทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วน ถ้ามองจากยุทธศาสตร์น่าจะยึดหมด ยกเว้นว่าจะเปลี่ยนวิธีคิดที่พลิกแพลงมากขึ้นซึ่งยังไม่เห็นแนวโน้มดูจากกการหลุดปากของพรรคประชาธิปัตย์
สิ่งที่อยากเสนอคือแนวทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงหรือฝ่ายประชาธิปไตยควรเป็นอย่างไรภายใต้สถานการณ์ของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยที่ชนะฝ่ายเดียว ฝ่ายประชาธิปไตยควรมีท่าทีอย่างไร พื้นฐานสำคัญของสังคมไทย ก็คือการสยบต่ออำนาจและขาดการคิดเชิงวิพากษ์ นี่เป็นจุดอ่อนใหญ่ของการศึกษาไทย คนที่เรียนในระบบขาดสิ่งนี้มากและเกิดช่องว่างระหว่างคนที่ศึกษาในระบบกับคนที่ไม่ได้ศึกษาในระบบ ผมเคยสัมภาษณ์คนที่อยู่นอกระบบผมทึ่งมาก การให้เหตุผลดีมาก ขณะที่อาจารย์มหาวิทยาลัยกลับใช้เหตุผลมั่ว
ปัญหาคนเสื้อแดง ต้องเข้าใจว่าพื้นฐานของสังคมไทยมีจุดอ่อนทางความคิด สถานการณ์ขณะนี้สุกงอมหรือยัง ผมยังเห็นว่ามันยังไม่สุกงอม ยังต้องอีกยาวกว่านี้ ผมทบทวนว่าเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2551 มีการชุมนุม คนมากันเต็มเลยขนาดที่แกนนำยังคาดไม่ถึง มีการพูดถึงการต้านรัฐประหาร แต่ก็ไม่เกิดรัฐประหาร แต่อีกเดือนที่ผ่านมาสถานการณ์พลิก ฝ่ายอำมาตย์ไม่กลัวคนเยอะ แต่เชื่อเรื่องกำลังอำนาจ กำลังอาวุธ พื้นฐานของเขาไม่มีประชาธิปไตยอยู่แล้ว เห็นว่าพลังมวลชนไม่มีความหมาย มองว่ามวลชนโง่และเปลี่ยนได้ เขาจึงยื้อเวลา เขาซื้อเวลาคิดว่าประชานิยมใช้ได้ คนเสื้อแดงจะอ่อนล้า จากนั้น 8 เม.ย. คนเยอะมาก แต่ไม่มีภาพ ไปดูในอินเตอร์เน็ต รายละเอียดการเคลื่อนไหวไม่ได้เก็บไว้ กลยุทธ์ของอำมาตย์ก็จะเล่นเกมหลอกลวง ผ่อนหนักผ่อนเบา แต่ไม่มีอะไรเลย ถ้าวิเคราะห์สงกรานต์เลือกจะเห็นว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่มีเสน่ห์แต่ต้องยอมรับว่าเขามีภาวะผู้นำและเด็ดขาด สามารถใช้อำนาจได้ในระดับน่าสนใจและต้องยอมรับว่าอำมาตยาธิปไตยใช้คนไม่ผิด
สรุปคืออำมาตยาธิปไตยเขาไม่ได้ห่วงเรื่องคนเสื้อแดงมาก เพราะสื่อไม่ลง มันไม่ไปถึงคนทั่วไป ข่าวไม่มีออก ก็เคลื่อนไหวกันไปสิ ไม่มีภาพสักภาพเดียว คนทั่วไปไม่รู้ คนมีการศึกษาจำนวนมากคิดว่าเสื้อแดงคนไม่เยอะ สรุปคือถ้าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมีคนเยอะขึ้นจริงแต่ไม่มีพลังกดดันอำมาตยาธิปไตย มวลชนเสื้อแดงซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจนจะมีความรู้สึกใจร้อน เขามีความหวังอยากจะเปลี่ยนแปลงเร็วๆ ซึ่งเป็นพลังกดดันต่อแกนนำเหมือนกัน แกนนำของเสื้อแดงขาดกลยุทธ์ คือถ้าการต่อสู้ยาวต้องคิดว่าจะต่อสู้แบบใด แต่ต้องคิดว่าถ้าไม่สุดท้ายแล้วสู้แบบยาวๆ ก็ต้องคิดต่อไปว่าคนที่เขาอยากชนะเร็วๆ ความรู้สึกทางจิตวิทยา ธรรมชาติของการประชุมประท้วงอารมณ์อยู่ไม่นาน แต่สิ่งที่อยู่ได้นานกว่าคือเหตุผลชัดเจน ซึ่งคนเสื้อแดงมีเหตุผลอย่างยิ่ง แต่ผมรู้สึกว่าการรวบรวมจัดระบบเชิงเหตุผลออกมาสื่อสารกับกลุ่มคนกลางๆ ถ้าเราสู้ยาวชนะไม่เร็ว ผมเชื่อว่าแกนนำคงรู้จะมีวิธีคิดในการทำความเข้าใจกับมวลชนและกุมมวลชนอย่างไร เพราะมวลชนมีองค์ความรู้หลายเรื่องที่น่าสนใจ
สื่อที่ไม่เสรีไม่สามารถทำให้อำมาตย์เข้าใจความคิดเลย และโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงจึงมี แต่คนเสื้อแดงต้องชัดเจนเรื่องหลักการ ใช้เหตุผล คนเสื้อแดงได้เปรียบเชิงเหตุผลอยู่แล้ว ถ้ามีการยึดทรัพย์ทักษิณท่านต้องชี้แง อธิบายให้ง่าย สอง ใช้สันติวิธี การบอกว่าเผาบ้านเผาเมือง อย่าพูดซ้ำมาก พลังที่สำคัญของเสื้อแดงคือพลังของเหตุผล และสันติวิธีซึ่งคนเสื้อแดงต้องคิดและเข้าใจ ซึ่งนี่ไม่ได้ทำให้กำลังเสื้อแดงอ่อนล้าลง
สรุป ในเชิงของการเล่นเกมยาว เราต้องพยายามดึงมวลชนที่เขาเป็นพวกที่มีการศึกษาแบบไทยๆ ที่ทำให้คนไม่ใช้เหตุผล มีแต่ความเชื่อ อ่านหนังสือมากๆ ก็สรุปว่ามีความรู้ บริโภคสื่อมากๆ ก็คิดว่าตัวเองมีความรู้แล้ว จะเป็นไปได้ไหม ที่จะทำให้มวลชนเสื้อแดงที่มีอารมณ์ โรงเรียนการเมืองอาจจะต้องเพิ่มการแลกเปลี่ยนกับคนในสังคม
ผมชื่อว่าการต่อสู้นี้ยาวนานและงานวิชาการต้องมีการผลิตงานวิชาการออกมารองรับ เช่น งานวิชาการทางกฎหมายที่ดีๆ ก็ยังไม่การรวบรวม สำหรับเรื่องการรัฐประหาร มันมีเหตุผลอะไรสำหรับคนเหล่านี้ที่ทำรัฐประหาร
โดยสรุป ฝ่ายประชาธิปไตยต้องคิดต่อไปว่า หากการรัฐประหารไม่เกิดเร็วจะทำอย่างไร หากการเคลื่อนไหวยาวจะทำอย่างไรให้ยกระดับการต่อสู้และลงลึกทางปัญญามากขึ้น
000
“คนเสื้อแดงน่าจะมีการเสนอรณรงค์ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอารยะขัดขืน
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเมื่อมีการสั่งให้ปราบประชาชนหรือยึดอำนาจ”
“ตอนนี้มีการพูดเรื่องเงื่อนไขการรัฐประหาร เหตุการณ์ไม่สุกงอม
ผมตั้งคำถามว่า มีด้วยเหรอครับ เงื่อนไขการทำรัฐประหาร
ผมอยากให้สังคมไทยคิดว่ามันมีหรือเปล่า”
ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนาพานิช: ผมอยากเท้าความว่าตอนที่มีการรัฐประหารปฏิกิริยาของต่างชาติทำอย่างไร ผมดึงข่าวมาจากบีบีซี ทูตอียูแสดงความคิดเห็นว่าเสียใจอย่างยิ่งที่สถาบันประชาธิปไตยถูกเทคโอเวอร์โดยทหาร และนายโคฟี อันนันกล่าวว่าสนับสนุนวิถีทางประชาธิปไตย นายกออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ประณามการทำรัฐประหาร คำถามของผมก็คือเมื่อปฏิกิริยาจากประชาคมระหว่างประเทศเป็นอย่างนี้ แล้วความคิดที่จะทำรัฐประหารยังมีอยู่อีกหรือ ยังไม่เข็ดกันใช่ไหมครับ
กลับมาที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69 ที่ รับรองว่าประชาชนมีสิทธิที่จะต่อต้านรัฐประหาร ฉะนั้นอย่าไปมองว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงก่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะเป็นการใช้สิทธิ์ตามมาตรา 69
ถ้ามีการชุมนุมใหญ่ ผมขอเสนอดักคอไว้ว่า รัฐบาลจะต้องยึดมาตรการแนวทางการสลายการชุมนุม เรื่อง Basic for the use of force and firearms นี่เป็นแนวทางของสหประชาชาติ โดยหลักคือห้ามใช้กำลังและความรุนแรง ให้ใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งการใช้กำลังต้องเป็นไปตามหลักสัดส่วน อาจจะมองว่าเป็นการรับรองให้ใช้อาวุธได้ แต่ผมคิดว่าไม่ใช่การใช้เอ็ม 16 ข้อที่ 16 ของแนวทางของยูเอ็นคือ การสั่งการใดๆ ที่ให้มีการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนความผิดอยู่ที่คนที่ออกคำสั่ง เอกสารชิ้นนี้ผมอยากให้มีการเผยแพร่มากที่สุดเพื่อควบคุมการปราบปรามประชาชน และผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาถ้ารู้อยู่แล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องไม่ปฏิบัติตาม
คนเสื้อแดงน่าจะมีการเสนอรณรงค์ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอารยะขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเมื่อมีการสั่งให้ปราบประชาชนหรือยึดอำนาจ
ตอนนี้มีการพูดเรื่องเงื่อนไขการรัฐประหาร เหตุการณ์ไม่สุกงอม ผมตั้งคำถามว่า มีด้วยเหรอครับ เงื่อนไขการทำรัฐประหาร ผมอยากให้สังคมไทยคิดว่ามันมีหรือเปล่า ที่ผ่านมาสองสามสัปดาห์มีการเสนอวาทกรรมหลายๆ อย่างที่ผมไม่เห็นด้วยเลยแล้วไปบิดเบือนหรือให้ข้อมูลผิดๆ กับประชาชน คือเงื่อนไขรัฐประหาร และเรื่องความมั่นคงของรัฐเป็นกฎหมายสูงสุด ผมเห็นจากหนังสือพิมพ์รายปักษ์ แล้วรัฐธรรมนูญไปไหน มาตรา 6 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมายใดจะมาขัดหรือแย้งไม่ได้ ความมั่นคงของรัฐคืออะไร แล้วในนามของความมั่นคงของรัฐ หมายความว่าจะทำอะไรก็ได้ อย่างนั้นหรือเปล่ารวมถึงทำรัฐประหาร ประเด็นนี้ผมอยากให้สังคมลองอภิปราย โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อว่ามีเงื่อนไขอะไรในการทำรัฐประหาร
ที่กรีซมีการจลาจลอยู่สัปดาห์หนึ่งก็ไม่มีการรัฐประหาร กลไกของรัฐน่าจะเอาอยู่จะประกาศเคอร์ฟิวส์ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอะไรก็ตามใจ การรัฐประหารที่อ้างความสุกงอมมันง่ายต่อการเปิดโอกาสให้มีการสร้างสถานการณ์ ซึ่งความเห็นของผมการรับประหารทำง่ายแต่ยากที่จะจบและการัฐประหารคราวนี้จะไม่เหมือน 19 กันยา ซึ่งจะทำให้สังคมแตกแยกมากยิ่งขึ้น
อีกคำคือคำว่า “ปราบ” หรือ Suppress ผมคิดว่าคำนี้น่าจะใช้กับผู้ก่อการร้าย นี่เป็นประชาชนนะ ผมคิดว่าสื่อหรือคนเสื้อแดงต้องนำเสนอคำนี้ออกมาเพื่อลบล้างความเชื่อผิด ประชาชนปราบไม่ได้ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นเจ้าของภาษี เมื่อเกิดความวุ่นวายคุณต้องยึดตามแนวทางของยูเอ็น
แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา ประเทศไทยมีแต่การปราบ มีเอ็มสิบหก มีรถถัง ซึ่งมันน่าจะจบไปตั้งนาตั้งแต่ปี 2535 แต่มันก็เกิดขึ้นอีก
อีกประการหนึ่ง เงื่อนไขรัฐประหาร ถ้าเราไปดูคำประกาศหรือแถลงการณ์ของรัฐประหารในอดีตหลายฉบับ ข้ออ้างคือทุกจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง แตกแยก ไม่เป็นเอกภาพ มันแก้ปัญหาได้ไหมครับ ความทุจริตก็ยังอยู่ คนไทยสมานฉันท์ปรองดองไหม ก็ไม่ ถ้าจะอ้างเรื่องทุจริต ก็ทำรัฐประหารได้ทุกเดือนทุกรัฐบาล จีทีสองร้อยล่ะ ทหารควรทำปฏิวัติองค์กรของตัวเอง
รัฐบาลต้องลดเงื่อนไข และอย่างไปคิดว่ารัฐประหารจะเป็นไม้ตาย ผมคิดว่าไม่จบรังแต่จะทำให้สังคมไทยแตกแยกมากขึ้นๆ และคราวนี้ผมเกรงว่าอาจจะมีการลงใต้ดิน อาจจะมีการต่อต้านซึ่งความรุนแรงและความขัดแย้งขยายตัว ซึ่งเราไม่อยากเห็น แต่ถ้าทำรัฐประหารครั้งนี้ไม่แน่ ซึ่งเราไม่อยากเห็น
อีกประการ ความมั่นคงของรัฐเป็นกฎหมายสูงสุด ทำอย่างไรจะมีการรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เข้าใจว่ามีหนังสืออันหนึ่งมีการเขียนบทความซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทั้งสิ้น
“ในอนาคต คงมีการปฏิรูปหลายองค์กรเลย เพราะสังคมไทยจะเดินต่อไปแบบนี้ไมได้
คุณปลื้มพูดหลายองค์กรที่เป็นเครือข่ายอำมาตย์ หนึ่งองคมนตรี
อาจจะมีการเสนอให้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน”
“ทุกวันนี้สปิริตของนักการเมืองกลับสูงกว่า ถูกกดันก็ต้องลาออก แต่องคมนตรีมีไหมครับ
ไม่มีการแถลง ไม่มีคำอธิบาย
ทำไมเราไม่เรียกร้องให้องคมนตรี และตุลาการมีคุณธรรมระดับเดียวกับนักการเมือง
การประดิษฐ์ถ้อยคำที่คลุมเครือฟังแล้วดูดี ตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร”
เรื่องการปฏิรูป ผมเชื่อว่าในอนาคต คงมีการปฏิรูปหลายองค์กรเลย เพราะสังคมไทยจะเดินต่อไปแบบนี้ไมได้ คุณปลื้มพูดหลายองค์กรที่เป็นเครือข่ายอำมาตย์ หนึ่งองคมนตรี อาจจะมีการเสนอให้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะถ้าตรวจพบทีหลังจะยิ่งแย่กว่า อย่างกรณีเขายายเที่ยง เปรียบง่ายๆ นักการเมืองเป็นคนที่ถูกตรวจสอบ จับแก้ผ้ามากกว่าเพื่อน และถูกวิจารณ์สารพัดแต่นักการเมืองก็ยังลาออก จะด้วยความเต็มใจหรืออะไรก็สุดแท้แต่ ล่าสุดก็คือคุณวิทยา แก้วภราไดย แต่ผู้พิพากษามีไหม องคมนตรีมีไหม
ผมมองว่าจริยธรรม คุณภาพ องคมนตรีสูงสุด รองลงมาคือผู้พิพากษา รองลงมาคือนักการเมือง แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่าองคมนตรีมีปัญหาเรื่องจริยธรรม และผ่อนปรนกับตัวเองเคร่งครัดกับผู้อื่น
ศาล-ต้องมีการพูดคุยกันว่าจะปล่อยให้มีตุลาการภิวัตน์แบบนี้อยู่ได้หรือเปล่า กองทัพก็ต้องปฏิรูป หลักสูงสุดของรัฐบาลพลเรือนเหนือทหาร ต้องทำหลักนี้ให้เกิดได้ในประเทศไทย ไม่อย่างนั้นวงจรอุบาทว์ก็จะเกิดขึ้นเรื่องๆ ต้อง Modernize กองทัพ ประชาสังคมต้องจุดประเด็นนี้ให้ได้
เรามีแนวคิดคลาดเคลื่อนหลายเรื่อง เช่น รมต. กลาโหมต้องเป็นทหาร หลายประเทศเป็นพลเรือน บางประเทศเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำไป ถ้าดูในอดีตกองทัพก็จะเป็นผู้มีบทบาทชี้นำเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง
องค์กรอิสระก็ควรต้องปฏิรูปที่มาและบทบาทว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน สว. ควรจะต้องพูดกันว่าบทบาทที่มาของสว. จะเอาแบบไหน สรรหาด้วยเลือกตั้งด้วย แต่อำนาจเท่ากัน ระบบนี้จะไปได้อยู่อีกหรือ และกรรมการสรรหาสว. เป็นใครไม่ทราบ ไม่ได้มาจากประชาชน และไม่มีการตรวจสอบระบบสรรหา คนที่ได้ที่สอง สว. ได้คะแนนเป็นแสน แต่ สว. แต่งตั้งเลือกโดยเสียงจากกรรมการสรรหาแค่สี่ในเจ็ดเท่านั้นหรือ
ประเด็นเรื่องการพูดกันเรื่องรัฐประหาร การกวาดล้าง น่าจะถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ คือมีการปราบปรามหรือทำลายล้างพลเรือนอย่างแพร่หลายหรือเป็นระบบ มันไม่ใช่ความผิดอาญาธรรมดาๆ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้ และไม่มีอายุความ
ผมคิดว่าฝ่ายประชาธิปไตยต้องมีเครื่องมืออะไรบ้างที่จะเอาผิดคนพวกนี้ ไม่อย่างนั้นยึดอำนาจเสร็จก็จะมีการนิรโทษกรรม พอฝ่ายอำมาตย์รู้สึกว่าตัวเองเสียผลประโยชน์ก็รัฐประหารทีหนึ่ง แล้วก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมมันน่าเบื่อ ประชาธิปไตยต้องการเวลา ต้องปล่อยให้ประชาชนเรียนรู้ค่อยๆ พัฒนา นี่คุณไปบอนไซมันตลอด และฝ่ายประชาธิปไตยน่าจะมีเครื่องมืออะไรบางอย่างที่จะเล่นงานเอาผิดคนพวกนี้
สังคมไทยเวลานี้กำลังต่อสู้กันระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมฝ่ายขวา และพลังประชาธิปไตยก้าวหน้า แต่ที่ผมสงสัยมากว่าทำไมสังคมไทยปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งชี้นำประเทศ เช่น ประธานองคมนตรีไปแสดงปาฐกถาแล้วก็เป็นข่าวเต็มไปหมด และคำว่าคนดีมีคุณธรรม มันหมายความว่าอย่างไร ไหนอธิบายหน่อยสิ คือตอนนี้เหมือนฝ่ายอำมาตย์กำลังเสนอให้ปกครองโดยความดีคุณธรรม ธรรมาธิปไตย แต่เราลืมเรื่องกฎหมาย ประเทศตะวันตกเขาพูดเรื่องประชาธิปไตย เขามองว่าคนก็คือคน เป็นเทาๆ ทุกคนถูกตรวจสอบเท่าเทียมกันหมด ไม่ดีก็เอาออก ต้องเอาคนเก่ง คนมีความรู้เข้ามา ของเรากำลังเสนอแนวความคิดซึ่งผมไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร คนดีของแผ่นดิน แล้วเขายายเที่ยงคืออะไร
ตอนนี้สมดุลของอำนาจอธิปไตยมีปัญหา ถ้าคุณให้อำนาจตุลาการมาก ก็ขัดกับหลักเสียงข้างมาก (Popular Sovereignty) คำพิพากษาต้องได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ออกมาแล้วต้องเป็นสาธารณะ
กลับมาที่ประเด็นธรรมาธิปไตย สมมติสังคมไทยยอมรับธรรมาธิปไตย เงื่อนไขนี้ต้องใช้กับทุกคน ห้ามเลือกปฏิบัตินะ ไม่เว้นแม้แต่องคมนตรี ผมยอมรับ แต่ถ้าจะใช้ธรรมาธิปไตยเฉพาะกับนักการเมือง ผมไม่เห็นด้วย ทุกวันนี้สปิริตของนักการเมืองกลับสูงกว่า ถูกกดันก็ต้องลาออก แต่องคมนตรีมีไหมครับ ไม่มีการแถลง ไม่มีคำอธิบาย ทำไมเราไม่เรียกร้องให้องคมนตรี และตุลาการมีคุณธรรมระดับเดียวกับนักการเมือง การประดิษฐ์ถ้อยคำที่คลุมเครือฟังแล้วดูดี ตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร ที่ใดมีอำนาจที่นั่นต้องมีการตรวจสอบ สังคมไทยต้องเสนอวาทกรรมใหม่ขึ้นมาหักล้างกับฝ่ายอำมาตย์และต้องผลักดันกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมต่อมนุษยชาติให้ได้เพื่อทำลายวงจรที่ซ้ำซากและขัดขาประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา 
ถาม-ตอบ
คำถาม: หลังตรุษจีน จะเกิดอะไรขึ้น
วสันต์: ถ้ามีการยึดทรัพย์ ท่าทีคนเสื้อแดงต้องใช้สันติวิธีและเหตุผล ตอนนี้ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยเขากลัวคนเสื้อแดงและทักษิณ และมีมิจฉาทิฐิหลายอย่าง เขาก็เลยโง่ และจะเป็นผลดีต่อคนเสื้อแดง ถ้าบางคนตั้งสติไม่ได้ ก็จะแค้นแต่ถ้ามองแล้วใช้ปัญญานิดหนึ่ง ถ้าเขายึดหมดเขาก็ต้องอธิบาย เขาจะต้องใช้สื่อทุกสิ่งทุกอย่าง คนธรรมดาถ้าคนมายึดทรัพย์เราที่เราหามาได้ด้วยความชอบ คนทั่วไปก็จะรู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้น เวลาที่เรารวมกันเป็นรัฐ หน้าที่หลักพื้นฐานคือปกป้องสิทธิของบุคคล ถ้ารัฐไทยเกิดโง่จริงๆ เขาจะส่งสัญญาณที่ผิดในเรื่องการรวมตัวเป็นรัฐเพราะรัฐต้องปกป้องทรัพย์สินส่วนบุคคล
ระบบข่าวกรองของประเทศไทยก็ล้าหลังมาก เหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นระบบราชการ ไม่ใช่สังคมความรู้ เวลาเอาข้อมูลไปวิเคราะห์เขาจะไม่เข้าใจประชาชนเลย ซึ่งแนวโน้มความรุนแรงก็เป็นเรื่องพูดยากเพราะคนที่ไม่เข้าใจก็จะเกิดความรุนแรงได้ พลเอกเปรมมีลักษณะสุขุมรอบคอบมาก เทียบกับคุณทักษิณเป็นคนใจร้อนมาก ยุทธศาสตร์ของอำมาตยาธิปไตยมีความแยบยลหลอกหลวงหลายชั้น คนเสื้อแดงต้องไม่ตกหลุมพรางได้ ถ้าคนเสื้อแดงจลาจลก็จะทำลายความชอบธรรมของคนเสื้อแดงเอง
มล.ณัฏฐกรณ์: อาจจะผิดที่ยุทธศาสตร์การปกครอง คือไปแบ่งแยก ใส่ร้าย ควรจะดึงฝ่ายแดงมาเป็นมิตรเพราะยิ่งวันผ่านไป ตราบใดที่ดำเนินยุทธศาสตร์การปกครองแบบเดิม คือกำจัดมันไป ใช้สื่อที่มีอยู่ในเมืองทำให้เป็นฝ่ายร้าย ให้เห็นว่าคนเสื้อแดงต่ำกว่าคนธรรมดา นั่นคือยุทธศาสตร์การปกครองที่ผิด คนเสื้อแดงมีเป็นล้านคน คุณต้องดึงกลุ่มนี้มาเป็นฝ่ายเดียวกัน การยึดทรัพย์สำคัญไหม จะมองว่าเพื่อให้คุณทักษิณไม่มีเงินเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือจะให้คนฝ่ายเสื้อแดงหันมามีศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม แต่มีคำกล่าวว่าเวลาฝ่ายที่ศัตรูกำลังจะพลาดอย่าไปเตือน ก็ปล่อยให้เขาพลาดไป
ประสิทธิ์: ผมตั้งข้อสังเกตสั้นๆ ว่าเหตุผลที่ปรากฏในคำพิพากษานั้นสำคัญ ว่าศาลจะให้เหตุผลอะไรบ้าง จะยึดทั้งหมดหรือยึดบางส่วนศาลต้องอธิบายให้ได้ ให้ชัดเจนให้สาธารณชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดงกำลังเฝ้าจดจ่อยอมรับเหตุผล อาจจะเกิดการสร้างความไม่พอใจหรือดึงความน่าเชื่อถือกลับมา
คำถาม: จะมีอะไรเป็นปัจจัยนำไปสู่ความรุนแรงได้อีก
มล.ณัฏฐกรณ์: สื่อมวลชนกระแสหลักและหกช่องฟรีทีวีต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความไม่เห็นด้วย ต้องแฟร์กับทักษิณ คุณต้องเข้าใจว่าความรู้สึกของประชาชนไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามที่เขามีต้องเปิดให้เขาแสดงความคิดเห็น ถ้าเปิดทีวีมา 3-5-7-9 คุณไม่เปิดให้เขาแสดงความคิดเห็นเขาจะไปแสดงแบบอื่นโดยวิธีอื่นที่เรียกร้องความสนใจจากคุณเพราะเขาถูกปิดกั้น ก็เหมือนที่เขาเคลื่อนไหวนอกสภามาแต่แรก เพราะคุณไปยุบพรรคเขา ก็เพราะคุณไปปิดโอกาสในการเล่นเกม ถามว่าดีสเตชั่นต้องมีไหมถ้าคุณเปิดโอกาส ก็อาจไม่จำเป็น ก็เหมือนสมัยที่มีคนอยากจะว่าทักษิณก็ไปมีเอเอสทีวี
ประสิทธิ์: ทันทีที่มีการเริ่มยึดอำนาจ มีหลักอยู่ว่าดูอย่างไรว่ายึดอำนาจสำเร็จหรือไม่สำเร็จ นั่นก็คือตอนไหนที่คณะรัฐประหารเปลี่ยนสถานะเป็นองค์อธิปัตย์ คือดูที่ประสิทธิภาพในการควบคุม คือควบคุมให้ได้มาก อาจจะไม่ทั้งหมดแต่เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ ถ้าเกิดการเริ่มยึดอำนาจครั้งใหม่ ผมคิดว่าจะไม่เหมือน 19 กันยา คณะรัฐประหารอาจจะคุมประชาชนไม่ได้มากพอ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปราบปรามหรือใช้กำลังความรุนแรงจะเสียเลือดเนื้อเยอะ ตรงนี้ทำให้ผมเป็นห่วงการยึดอำนาจครั้งต่อไป จะไม่เหมือน 19 กันยายน ถ้าหลายวันแล้วไม่จบ มีรัฐบาลพลัดถิ่น สถานการณ์จะยืดเยื้อเรื้อรัง จะหนักและการสูญเสียจะเพิ่มมากขึ้น
คำถาม: ในช่วงใกล้ๆ น่าจะไม่เกิดรัฐประหาร ประชาชนจะใช้วิธีอะไรไม่ให้เสียเลือดเนื้อ
ประสิทธิ์: ผมเชื่อว่าเสื้อแดงและเสื้อขาวก็อาจจะออกมาต่อต้านเพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี รัฐประหารอีกคราวนี้คนที่ได้รับผลกระทบไม่เพาะคนเสื้อแดงแต่คนที่อยู่กลางๆก็จะได้รับผลกระทบด้วยแน่นอน ยิ่งถ้ามีการสูญเสียเลือดเนื้อมีความรุนแรงและมีภาพออกไป คนที่ได้รับผลกระทบก็คือคนทั้งประเทศ ผมเองก็คาดไม่ได้ว่าจะจบอย่างไร เราจะมีรัฐธรรมนูญอีกหรือ จะมาตั้งสสร. อีกหรือ ใครจะมาแบกรับ
มล.ณัฏฐกรณ์: ผมเชื่อว่ารัฐประหารทำแล้วควบคุมไม่สำเร็จด้วยสองเหตุผล คือหนึ่ง ทำแล้วเลือกนายกที่ชัดเจนว่าฝ่ายเสื้อแดงไม่เอา การเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก ไม่เหมือน 19 กันยาซึ่งใช้เวลานานกว่าจะรวมตัวกันที่สนามหลวง ถ้ารัฐประหารแล้วไปเลือกนายกที่เป็นกลาง สิ่งที่เกิดขึ้นคือพันธมิตรจะออกมา มีการอารยะขัดขืนโดยผู้พิพากษาเอง เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เราไม่ได้เอาด้วยแล้วก็ถูกทางพันธมิตรกล่าวหาทันทีว่าปฏิวัติเพื่อทักษิณ ให้ทักษิณได้ทรัพย์สินคืน แล้วพันธมิตรฯ ก็จะเคลื่อน อัยการหรือผู้พิพากษาก็จะเดินหน้าล้มคณะรัฐบาลแล้วให้อภิสิทธิ์มาเป็นนายกเหมือนเดิม ผมก็ยังเชื่อว่ารัฐบาลอยู่ได้อีกนาน ก็ต้องปล่อยให้รัฐบาลนี้อยู่ไป แก้รัฐธรรมนูญ ลดอำนาจผู้พิพากษาระดับสูง ลดอำนาจ สตง. ปปช. สว. ต้องมาจากการเลือกตั้ง สว.ก็เดินหน้าถอดถอนองค์กรอิสระหรือผู้พิพากษาที่ลุแก่อำนาจได้  
หกมาตราต้องแก้ทั้งหมด และจะช่วยให้สว. มาจากการเลือกตั้ง จะได้เปิดช่องทางในการถอดถอนองค์กรอิสระออกไป และผู้พิพากษาที่ลุแก่อำนาจออกไป ปปช. และกกต.ที่เข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ให้การถอดถอนง่ายเท่ากับรัฐมนตรี
วสันต์: การเรียกร้องที่สำคัญที่จะเกิดหลัง 26 ก.พ. คือการเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนไทยส่วนมากเชื่อเลือกตั้งนะ ไม่ได้เชื่อธรรมาธิปไตย เพราะคำว่าธรรมาธิปไตยมันขัดแย้งกับชีวิตชาวบ้านมาก ขัดแย้งกับการทำมาหากินมาก เป็นนามธรรมมาก ถ้าพูดว่าสุจริตน่ะพอรู้เรื่อง ถ้าเสื้อแดงสามารถยึดกุมแนวทางสันติวิธีได้ชัดเจน ไม่เพลี่ยงพล้ำ รอเวลา ชาวบ้านจะแก้คืนเวลาเลือกตั้งแน่นอน ยกตัวอย่างการลงประชามติรัฐธรรมนูญชาวบ้านแพ้ แต่พอเลือกตั้งชนะได้ แสดงว่าถ้าเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ชนะ แต่ตอนนี้ต้องใจเย็น ทำให้คุณภาพยกระดับลึกกว่านี้
มล.ณัฏฐกรณ์: ผมกลัวว่าละครการเมืองที่พัฒนามา ตั้งแต่ 2548 แล้วยังมีสติสัมปชัญญะผมไม่เป็นห่วง แต่ผมกลัวว่าคนส่วนใหญ่ที่เพิ่งมาตามมองว่าปัญหาของประเทศคือความขัดแย้งสีแดงสีเหลือง ถ้าผ่านไปสักพักในเดือนตุลาคมแล้วเสื้อแดงยังเคลื่อนไหวอยู่แล้วคิดว่าน่าเบื่อ รัฐบาลก็ทำงานไม่ดีแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นทหารยึดอำนาจ นายกรัฐมนตรีใส่เสื้อสีชมพู...เสร็จอำมาตย์เรียบร้อย เหลืองก็ถูกใช้แล้วไม่บรรลุเป้าหมาย แดงก็ถูกเบื่อ ได้นายกรัฐมนตรีสีชมพู แล้วคนที่เพิ่งตื่นมาดูเหตุการณ์ก็บอกว่าดี ในแง่นี้ฝ่ายเหลืองยังมีอุดมการณ์กว่าด้วยซ้ำไป แม้จะไม่มีสติสัมปชัญญะทางการเมืองก็ตาม คุณคอยดูสิ คนที่ตามเรื่องเหมือนดูละคร ถ้าจบอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็คือเสร็จ และถ้าเสร็จอำมาตย์คราวนี้ก็อีกยาว ทหารเขารออยู่แล้ว
นอกจากนี้ อาการของการปฏิวัติเงียบคือ พล.อ.ประยุทธ์ไปเป็นรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐประชาธิปัตย์จะเป็นสิ่งที่สะท้อนว่ามีการปฏิวัติเงียบ เช่นกรณีการสลับขั้น อยู่ดีๆ คุณเนวินตื่นขึ้นมารักในหลวง
คำถาม: อะไรคือเหตุที่ทำให้สื่อกระแสหลักเอียงข้าง
ในหลายประเทศสื่อเป็นคนกำหนดวาระทางสังคม ในสหรัฐอเมริกาก็คือนิวยอร์กไทมส์ และคนทั่วไปก็คิดว่านิวยอร์กไทมส์สุดยอด ซึ่งนิวยอร์กไทมส์เซ็ตประเด็นให้สื่อทีวี บังเอิญในประเทศไทย สื่อที่มีอิทธิพลหลักส่วนใหญ่ต้องการกำจัดคุณทักษิณและมีอคติต่อนักการเมืองทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ เมื่อหนังสือพิมพ์เซ็ตประเด็นโดยที่วิทยุและโทรทัศน์ตามประเด็นให้สังเกตใครเปิดประเด็นก่อน เมเนเจอร์ มติชน เปิดประเด็นปุ๊บ กลางวัน ทีวีก็ไปแล้ว ตามสัมภาษณ์ ตราบใดที่คนในกองบรรณาธิการมีอคติต่อนักการเมืองประเด็นในทีวีและวิทยุก็จะอยู่กับพวกนี้ ลองตื่นมาวันหนึ่งสิที่สื่อพวกนี้มีเป้าหมายที่จะเล่นองคมนตรี มันไม่ใช่ความผิดของหนังสือพิมพ์หรอก แต่ในช่วงระยะเวลาการปรับเปลี่ยนระหว่างรุ่นใหม่มาแทนรุ่นเก่าในช่วงสิบปีข้างหน้าก็จะได้เห็น คุณอ่านไทยรัฐ โพสต์ทูเดย์ มติชน เขาก็ตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน พิธีกรรายการโทรทัศน์รู้ตัวก็จะเซ็ตประเด็นของตัวเอง แต่ narrative ของช่องไม่มี แต่หนังสือพิมพ์มี ว่าจะเล่นงานใครที่ไหนเมื่อไหร่
คำถาม: ทางออกอย่างสวยที่สุดคือแบบไหน
มล.ณัฏฐกรณ์:  คุณอภิสิทธิ์ต้องยอมให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ 6 มาตรา ทหารและองคมนตรีถอยออกไป เลือกตั้งใหม่ เสื้อแดงไม่ต้องเคลื่อนไหว พันธมิตรฯ เล่นการเมืองในสภา นั่นคือจบที่สวยที่สุด
ประสิทธิ์: ทุกฝ่ายกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง กระบวนการยุติธรรมอยู่ในร่องในรอย แยกการเมืองออกจากกฎหมาย องคมนตรีไม่เกี่ยวข้อทางการเมือง ทหารกลับเข้ากรมกอง ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยากให้มีการแก้ไขใหญ่ บุคคลในองค์กรอิสระต้องสรรหาใหม่ มีการยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน และทุกฝ่ายยอมรับการเลือกตั้ง 

*มีธงตั้งล่วงหน้า...มายึดทรัพ

*มีธงตั้งล่วงหน้า...มายึดทรัพย์
กระบวนการ บังคับ ขับทักษิณ
ไล่ออกไป ให้ไกล จากแผ่นดิน
เพื่อให้สิ้น ความชอบธรรม ต่ำราคา

*แม้นไม่ได้ ด้วยเล่ห์ เอาด้วยกล
แม้นไม่ได้ ด้วยมนตร์ พ่นคาถา
เพราะผู้ล่า กำหนด กฎกติกา
ตั้งพวกตน กล่าวหา พาคดี

*การยึดทรัพย์ จึงเป็นไป ไม่ประหลาด
ใครก็คาด เดาได้ ในวิถี
ตาชั่งเอียง ยังคงเอียง อยู่เยี่ยงนี้
อย่าหวังมี ความสงบ พบรุ่งเรือง

*ถึงทักษิณ ถูกยึดทรัพย์ ถึงดับดิ้น
ก็ไม่สิ้น คนต่อสู้ กู้ภัยเหลือง
ความคับแค้น ยิ่งคุกรุ่น ยิ่งขุ่นเคือง
พลเมือง จะยิ่งสู้ ผู้อธรรม

*รัฐธรรมนูญจากอำนาจเผด็จการ ท

*รัฐธรรมนูญจากอำนาจเผด็จการ
ที่เหล่าพาลปกป้องร้องห้ามแก้
ทั้งที่มาและเนื้อหาน่าชังแท้
รัฐบาลอ่อนแอแย่ทุกทาง

*รัฐธรรมนูญจากอำนาจแห่งความแค้น
ที่ฝังแน่นเป็นทุนหนุนการร่าง
สร้างปัญหายิ่งใหญ่ไว้ตกค้าง
ทำลายล้างระบบพรรคหักปวงชน

*รัฐธรรมนูญเขียนไว้เพื่อให้แก้
แก้ตามแต่ครรลองต้องเหตุผล
แก้ต้องตามกฎหมายไม่วกวน
แก้ตามที่ปวงชนใฝ่ต้องการ

*อยากจะเห็นรัฐบาลที่แข็งแกร่ง
มีเรี่ยวแรงกำลังตั้งใจสาน
ให้ประโยชน์ปวงชนผลยืนนาน
รัฐบาลมาจากพลังประชาชน

*รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ
จึงจะปราบชั่วร้ายได้เป็นผล
สร้างสรรค์เศรษฐกิจดีมีมงคล
ไม่เสียกลพันธมิตรที่คิดร้าย

*รัฐธรรมนูญบกพร่องต้องคิดแก้
ก่อนจะแย่ก่อนจะร้อนก่อนเสียหาย
แก้ทุกสิ่งที่เห็นเป็นอันตราย
แก้กฎหมายให้เป็นธรรมย้ำยืนนาน

*ผู้ต่อต้านการแก้สุดแย่ยิ่ง
ต้องพึ่งพิงกฎหมู่ขู่ต่อต้าน
ใช้การเมืองนอกสภามารุกราน
อันธพาลการเมืองเรื่องเลวร้าย

เสื้อแดงต้องมีความอดทนให้มาก

เสื้อแดงต้องมีความอดทนให้มาก

เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

คนที่ตั้งธงให้ทหารทำการปว

คนที่ตั้งธงให้ทหารทำการปว และให้คตสกล่าวโทษใส่ความร้ายทำลายทักษิณให้สิ้นซากจากผืนแผ่นดินไทย เพราะเขาคิดว่าเขาเป็นเจ้าของ เขาคนนั้นที่ออกมาพูดให้พวกประธานศาลทั้งหลายฟัง ก่อนที่จะมีการตัดสินคดียุบพรรคการเมืองทรท มีความว่า ท่านต้องกล้าหาญ ท่านต้องสามารถพูดให้ชาวบ้านเขาเข้าใจได้ ถ้าท่านไม่สามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้ พวกท่านนั้นแหละต้องออกไป

ใครที่ได้ดูทีวีวันนั้นคงจะจำได้ วลีนี้เป็นของไผ่ คงไม่นานปาบกรรมตามทันแน่ คนที่มีจิตใจเหี้ยมโหดแม้มีฐานันดรศักดิ์และตำแหน่งแห่งหนใหญ่โตขนาดไหน ไม่มีความสำคัญไม่ความหมายกับผลกรรม ที่ตนเองเป็นผู้กำหนด กรรมนั้นไม่เคยลำเอียงต่อผู้ใด ที่ทำให้ผู้อื่นสิ้นเนื้อประดาตัว สิ้นลมลงสู่นรกทันที อย่าได้สงสัยต่อผลของกรรม

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภ

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุสู่รัฐประหาร
พ.ศ. 2545
30 มีนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอยุบ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท. 43)
30 เมษายน รัฐบาลมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ยุบ ศอ.บต. และ พตท. 43
พ.ศ. 2547
4 มกราคม เกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียน 20 แห่ง ใน จ.นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อันมีปืนไรเฟิล 400 กระบอก ปืนพก 20 กระบอก ปืนกล 2 กระบอก การจู่โจมครั้งนี้มีทหารตาย 4 นาย และทำให้รัฐบาลเสียหน้าอย่างมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หัวเสียอย่างหนัก กล่าวตำหนิทหารที่ไม่ระมัดระวัง และถึงกับหลุดคำพูดว่า "ถ้าคุณมีกองทหารทั้งกองพันอยู่ที่นั้น แต่คุณก็ยังไม่ระวังตัว ถ้าอย่างนั้นก็สมควรตาย"[3]
เหตุระเบิดกลางตลาดจังหวัดปัตตานี โดยมีระเบิดทิ้งไว้ที่จักรยานยนต์
พ.ต.ท. ทักษิณ ยืนยันจะแก้ปัญหาภาคใต้แบบถอนรากถอนโคน
12 มีนาคม สมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่รับทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในชายแดนใต้ ถูกลักพาตัว
28 เมษายน เกิดกรณีกรือเซะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกระจายกันโจมตีฐานตำรวจ-ทหาร 12 จุด คนร้ายเสียชีวิต 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คนถูกจับกุม 17 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย
25 ตุลาคม เกิดกรณีตากใบ เจ้าหน้าที่สลายผู้ชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 84 ศพ แบ่งเป็นในที่เกิดเหตุ 6 ศพ ระหว่างขนย้าย 78 คน
5 ธันวาคม โปรยนกกระดาษ 60 ล้านตัว ตามโครงการ "60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ" จากประชาชนไทยทั่วประเทศ
โจรใต้แจกใบปลิวในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ขู่ฆ่าประชาชนที่เก็บนกกระดาษ
พ.ศ. 2548
8 มกราคม - ระเบิดสถานีรถไฟจังหวัดยะลา
23 กุมภาพันธ์ - ครูในจังหวัดปัตตานีขอให้รัฐบาลอนุญาตการพกปืน เพื่อป้องกันตัวจากผู้ก่อความไม่สงบ
17 มีนาคม - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รับฟังปัญหาภาคใต้ ก่อนสรุปข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
28 มีนาคม - นายกฯ พร้อมเผยผลสอบสวน กรณีกรือเซะและตากใบ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอ
17 กุมภาพันธ์ - เหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ในตำบลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 6 และบาดเจ็บมากกว่า 40 คน
3 เมษายน เกิดระเบิดพร้อมกัน 3 จุด ที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ หาดใหญ่, ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และหน้าโรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ สงขลา
24 มิถุนายน กอบกุล รัญเสวะ ผอ.ร.ร.บ้านตือกอ อำเภอจะแนะ นราธิวาส ถูกยิงเสียชีวิต
14 กรกฎาคม - เกิดความรุนแรงในเขตเทศบาลนครยะลา โจมตีโรงไฟฟ้าในเวลากลางคืน ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และประชาชนบาดเจ็บ 23 คน และไฟฟ้าดับทั้งเมืองเป็นเวลาหลายชั่วโมง
15 กรกฎาคม - จังหวัดยะลา เกิดเหตุระเบิด มีผู้บาดเจ็บ 4 คน และจังหวัดนราธิวาส มีเหตุการณ์ยิงกัน ครูเสียชีวิต 2 คน
16 กรกฎาคม - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยร่าง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
18 กรกฎาคม - รัฐบาลประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
19 กรกฎาคม - สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสื่อหลายแขนงออกแถลงการณ์คัดค้านการออก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
21 กรกฎาคม - ยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา[7][8]
สิงหาคม มีคำขู่ฆ่าผู้เปิดร้านและทำงานในวันศุกร์
21 กันยายน- ทหารนาวิกโยธิน 2 นายจากค่ายจุฬาภรณ์ ถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส รุมทำร้ายเสียชีวิต หลังจากมีการจับเป็นตัวประกันนานกว่า 19 ชั่วโมง เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงเข้าใส่ร้านน้ำชาใน อ.ระแงะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 ราย
26 ตุลาคม คนร้ายปล้นปืนพร้อมกันใน 3 จังหวัด ได้ปืนไป 99 กระบอก แบ่งเป็นใน จ.ปัตตานี 39 กระบอก ยะลา 41 กระบอก และนราธิวาส 19 กระบอก คนร้ายตาย 1 ศพ ถูกจับได้ 1 คน ฝ่ายรัฐผู้ใหญ่บ้านและ ชรบ.เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน
2 พฤศจิกายน คนร้ายโจมตีระบบไฟฟ้าเมืองนราธิวาส ด้วยระเบิดพร้อมกัน 16 จุด ระเบิด 8 จุด
พ.ศ. 2549
1 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.20 น. คนร้ายลอบวางเพลิงใน จ.ปัตตานี-นราธิวาส หลายจุดพร้อมกัน วางระเบิด ทำลายทรัพย์สินและเผายางรถยนต์ แต่ไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
31 สิงหาคม เวลา 11.20 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดธนาคาร 22 จุดทั่ว จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 30 คน
4 กันยายน มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คนในเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2547
16 กันยายน เกิดเหตุระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน 4 จุด กลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บมากกว่า 50 คน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 1,000 คน ที่พักผ่อนอยู่ในโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่ในแนวที่เกิดเหตุระเบิดมากกว่า 10 แห่ง ต่างพากันหลบหนีออกจากโรงแรม จนทำให้เกิดความโกลาหล
21 กันยายน คนร้ายใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 1 ราย
23 กันยายน ตำรวจ 4 นาย ได้รับบาดจากระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ที่จุดจอดรถ
25 กันยายน คนร้ายประมาณ 30 คน ก่อเหตุโจมตีสถานีตำรวจที่ จ.ยะลา ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย
28 กันยายน หน่วยปกป้องครูชายแดนภาคใต้ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายใช้ระเบิดซุ่มโจมตี ทำให้ทหาร 5 นายได้รับบาดเจ็บ ทหารนายหนึ่งได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
27 ตุลาคม คนร้ายยิงพนักงานเก็บค่าไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยะลา อาการสาหัส
28 ตุลาคม คนร้ายลงมือก่อเหตุยิง ชาวบ้านขณะกำลังออกไปกรีดยาง เสียชีวิต 1 ราย ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
2 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พร้อมคณะรัฐบาล กล่าวขอโทษต่อชาวมุสลิมกรณี "กรือเซะ-ตากใบ" ที่มีความเห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาทำเกินกว่าเหตุ
3 พฤศจิกายน คนร้ายดักยิงรถบรรทุกนักเรียนบนถนนสาย 410 ยะลา–เบตง บ้านพงยือไร หมู่ที่ 1 ต.บันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา คนขับรถบาดเจ็บสาหัส ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายก่อเหตุยิงลูกจ้าง 3 คนของ กอ.สสส.จชต ที่บริเวณริมถนนสาย 410 ยะลา–เบตง หมู่ที่ 5 บ้านบันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา บาดเจ็บสาหัส
3 พฤศจิกายน คนร้ายประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ ถล่มยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนคีรีบูรณ์วัฒนา ม.5 ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
4 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิง รองนายกฯ อบต.บาโงสะโต เสียชีวิต
4 พฤศจิกายน เกิดเหตุลอบวางเพลิงโรงเรียนอีก 3 จุด ในพื้นที่ อ.บันนังสตา คือ โรงเรียนบ้านเตาปูน ม.3 ต.บันนังสตา โรงเรียนบ้านบางลาง ม.3 ต.บาเจาะ และโรงเรียนบ้านสาคู ม.4 ต.บาเจาะ
5 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้าน อ.บันนังสตา เสียชีวิต 1 ราย
5 พฤศจิกายน ชาวบ้านใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา กว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง รวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ถอนกำลัง ตำรวจ ตชด.ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับโรงเรียนบ้านบาเจาะ ออกจากพื้นที่ และได้ปิดถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน สาเหตุมาจากมีราษฎรถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่
5 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ยอมรับข้อเสนอย้ายฐานปฏิบัติการ ตชด.ออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านพอใจและสลายการชุมนุม หลังการเจรจาเสร็จสิ้นในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ทหารถูกลอบวางระเบิดเสียชีวิตทันที 2 นาย ระหว่างทางกลับจากหมู่บ้าน บริเวณถนนยะลา-เบตง ต.บันนังสาเรง อ.เมือง
7 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาโรงเรียนบ้านตะบิงติงงีสามัคคี บ้านบาลอบาตะ หมู่ที่ 13 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา
9 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ก่อเหตุยิงผู้รับเหมาก่อสร้าง บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนรัก หมู่ 2 บ้านดอนรัก ต.ดอนรัก จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่
9 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าอู่ซ่อมรถ เลขที่ 83/1 ม.7 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน
9 พฤศจิกายน โชว์รูมรถยนต์ถูกลอบวางระเบิดพร้อมกัน 8 แห่ง ที่ อ.เมืองยะลา
10 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถตามประกบยิงชาวบ้านขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงบนถนนหน้าโรงเรียนบ้านกระโด ม.1 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
10 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายปาระเบิดและตามด้วยใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารชุด ฉก.11 ที่ยะลา
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกสะตอ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงชาวบ้านปัตตานีหน้ามัสยิดอูแตกอแล ม.3 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต
11 พฤศจิกายน คนร้ายกว่า 10 รายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการตชด.33 อ.ยะหา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย
12 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คนบุกเข้าบ้านพักพ่อค้ารับซื้อไม้ยาง จ.ยะลา แล้วชักปืนพกสั้นประกบยิงจนเสียชีวิต
13 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น กลายเป็นปัญหาไปถึงชาวไทยพุทธที่อยู่ในพื้นที่ จนเกรงกันว่าปัญหาจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม พร้อมยินดีกราบเท้าขอโทษ หากทำให้เหตุการณ์ยุติ
13 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่พ่อ-แม่-ลูกชาวยะลาได้รับบาดเจ็บ บริเวณบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง หน้าสถานีอนามัย บ้านแหร ม.1 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา
13 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงอุซตาชโรงเรียนปอเนาะใน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่
17 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน หน้าร้านน้ำชาบริเวณปากซอยประชานิมิตร ถนนระแงะมรรคา ใกล้ตลาดบางนาค ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
17 พฤศจิกายน คนร้ายใช้ จยย.ประกบยิงพ่อค้าขายไอศกรีมวอลล์วัย 52 ปีระหว่างทางเข้าหมู่บ้านที่ยะลา เสียชีวิตคาที่
17 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 6 คน สวมชุดดาวะห์ เข้าปล้นอาวุธปืนลูกซองจำนวน 1 กระบอก ของชุด ชรบ. ในบ้านเลขที่ 118 หมู่ 5 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
18 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงนายนำ ศรีพลอย อายุ 73 ปีที่ออกไปเลี้ยงวัวกลางทุ่งใกล้บ้าน เสียชีวิตแล้วเผาศพจนไหม้เกรียมทิ้งไว้ก่อนหลบหนี
18 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงตำรวจ ตชด. กก.ที่ 44 ค่ายพยาลิไท อ.เมืองยะลา ระหว่างเดินทางกลับบ้านเพียงลำพัง อาการสาหัส
18 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ไม่มีชื่อ หมู่ที่ 1 ต.ธารโต จ.ยะลา
19 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้านจำนวน 4 นัด ก่อนที่จะใช้ของมีคมฟันเข้าบริเวณลำคอ ส่งผลให้เสียชีวิตในทันที
20 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดสดใกล้โรงแรมเกนติ้ง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 18 ราย
21 พฤศจิกายน ชาวบ้าน ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวน 3 หมู่บ้าน กว่า 200 คน ชุมนุมเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารพราน และ ตชด.ออกจากพื้นที่
22 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้าย 7 คน จุดไฟเผาห้องเรียนในพื้นที่ ต.บาเจาะ และ ต.บันนังสตา ต่อหน้าต่อตาครูและเด็ก
23 พฤศจิกายน รัฐบาลกำหนดพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิง โรงอาหาร ร.ร.บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิงเผาอาคารเรียนโรงเรียนบ้านดอนนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
23 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายลักพาตัวเจ้าหน้าที่ ตจด. 3 นายจากฐานปฏิบัติการในหมู่บ้านสันติ 1 และหมู่บ้านสันติ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงลูกจ้างชั่วคราวชลประทานเขื่อน จ.ปัตตานี เสียชีวิต
23 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้าดักซุ่มยิงใส่ชาวบ้าน ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เสียชีวิต
23 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงครูโรงเรียนบ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต
24 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาอาคารเรียนอนุบาล ร.ร.บ่อทอง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียหายทั้งหลัง
24 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า หมู่ 2 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต ส่งผลให้โรงเรียนในอำเภอหนองจิก กว่า 40 โรง ปิดการเรียนการสอน
24 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดร้านขายของชำกลางตลาดอำเภอยะหา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน
24 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครยะลา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่บริเวณปากทางเข้า มสธ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขอสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน

ขอสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน

ตามหลัก จะให้ดี อันดับแรก

ตามหลัก จะให้ดี อันดับแรก ท่านอำมาตย์ทั้งหลายที่มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆ และยิ่งไปกว่านั้นในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันโดยตรง ไม่ควรออกมาชี้นำทางการเมืองเลย ไม่ควร ไม่ควรบอกว่าใครดีไม่ดี เพราะดีไม่ดี ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จะเป็นคนตัดสินกันเอง ไม่ใช่พวกท่าน ตรงนี้แหละคือปัญหาทั้งหมดทั้งปวง ท่านสละได้ไม๊ เรื่องแค่นี้ ปล่อยให้ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ เขาจัดการตัดสินกันเอง แล้วตัวพวกท่านก็ควบคุมกองทัพ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านเข้าโน่นเข้านี่บีบทางนั้นทางนี้ ให้ทหารไปยุ่งในการดูแลประเทศในด้านอื่นจะดีกว่า
ท่านรู้ไม๊ว่า การกระทำของพวกท่านที่ผ่านมา ท่านผลักใสคนดีๆในประเทศนี้ ให้จำต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับท่าน โดยที่ไม่น่าจะทำเลย สุดท้าย ท่านก็จะมีแต่คนประจบสอพลอ เต็มไปหมด ไม่รู้ใครจริงใจกับท่านบ้างก็ไม่รู้ น่ากลัวแทน ท่าน
เราเห็นว่า ท่านปกครองประเทศ ผิดนะ
ควรจะเปลี่ยนวิธีการปกครองประเทศใหม่ได้แล้ว อย่าให้มันจมลึกไปกว่านี้เลย เชื่อเถอะ หวังดีจริงๆ คนหวังดีกับเราเขาต้องกล้าที่จะทักเรา เตือนสติเรา

แดงสู้ต่อไปครับ

แดงสู้ต่อไปครับ เพื่อประชาธิปไตย คนที่ไม่ได้ไปชุมนุมกับท่านยังคงให้กำลังใจเสมอ

ขอคารวะนักสู้ผู้มีวิญญาณประชา

ขอคารวะนักสู้ผู้มีวิญญาณประชาธิปไตยทุกท่าน

แต่ ขอเหยียบย่ำอำมาตย์ผู้มีวิญญาณเผด็จการภายใต้วาทกรรมซ่อนเร้น "ธรรมาธิปไตย"

ความหมายลึกซึ้งน่าเคลิบเคลิ้มไหลหลง แต่มันคือน้ำผึ้งอาบยาพิษดีๆนี่เอง

ประชาธิปไตย อำนาจเป็นของปวงชน ธรรมาธิปไตย อำนาจเป็นของธรรมะ หรือผู้มีธรรมะ

เช่น อำมาตย์ เป็นต้นงั้นเหรอ คิดได้โง่จังเลย

ผมถือว่าเป็นการเสนอเรื่องราวท

ผมถือว่าเป็นการเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจดี เพราะวันนี้เราได้เห็นแนวทางที่ประเทศนี้ควรจะเดินไป การใช้ระบบ ระเบียบใดในการปกครองประเทศ ก็ได้ แต่ต้องใช้ให้เสมอภาคกัน

ขอโต้แย้ง รัฐประหารมีได้อีก

ขอโต้แย้ง รัฐประหารมีได้อีก หาก พรรคในฝันของเปรม ไปไม่รอด กรณีหนึ่งคือ เงิน บริจาค ๒๘๕ ล้าน ที่อภิชาติ ดึงสุดแรง ต้องรัฐประหารแล้วออกกฎหมายใหม่ เพื่อยกเลิกกฎหมายเก่า เท่านี้ ปชป. ก็รอด (ต่างจากกรณีไทยรักไทย ที่มีตุลาการ กลับฎีกาเดิม ว่ากฎหมายพรรคการเมือง แยกต่างหากจากรัฐธรรมนูญ ทำให้ตุลาการทั่วประเทศหัวทิ้ม เพราะจำหน่ายคดี ตามพ.ร.บ.เลือกตั้งไปแล้ว หลายคดี เนื่องจากยึดฎีกาเก่า)
ข้อต่อมา คณะรัฐประหาร (กบฎ ๑๙ กันยา) นั้นไม่มีฐานะเป็นรัฐฐาธิปปัตย์ ตามฎีกาโบราณ เนื่องจากต้องเข้ารับการโปรดเกล้า และ ต้องอาศัยรัฐธรรมนวย ๕๐ นิรโทษความผิดฐานกบฎ

งง!

งง! ว่าทำไมคนไทยถึงใช้ความรุนแรงกันขนาดนี้ ต่างฝ่ายต่างพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเข้าข้างตัวเอง ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคนเสื้อแดงต้องต่อสู้ให้กับคนคอรัปชั่น ถ้าชูแค่ประเด็นทางความคิดแต่ไม่ไปช่วยทักษิณก็น่าจะมีคนสนับสนุนมากกว่านี้นะ

ผมเขียนเรื่องอิหร่าน

ผมเขียนเรื่องอิหร่าน ผมเปรียบเทียบว่าอิหร่านพยายามใช้หลักธรรมาธิปไตยโดยหลักกฎหมายอิสลาม ผมส่งไปไทยโพสต์และเนชั่น เขาไม่ลงให้ผม

-----

เรียน บก./ผู้เขียน

บทความของ ปลื้ม เป็นภาษาอังกฤษ ส่งไป "บางกอกโพสต์" ไม่ใช่ ไทยโพสต์

เรามีความคิดเห็นเช่นท่าน

เรามีความคิดเห็นเช่นท่าน ใช่เลย! เพราะเราก็ดูอยู่....ก่อนวันตัดสินมีใครพาใคร.......ไปหาใครแล้วใคร......เป็นคนพูด
วันตัดสินได้เรื่องเลย...เรายังสับสนคิดว่ามันคงไม่ใช่มั้ง...จนมาถึงวันที่เผาศพเด็กผู้หญิงอีกวัน....ชัด...ชัด.....ที่สุด
พอกันทีที่ยกยอปอปั้นกันมาครึ่งร้อยปีต่อไปนี้ไม่มีในหัวใจ

ท่านครับคำถามที่ว่าทำไมต้องต่

ท่านครับคำถามที่ว่าทำไมต้องต่อสู้ให้กับคนคอรัปชั่นนะหรือ
คำตอบที่จะตอบมันกลับมาเป็นคำถามอีกนะซิ
คำตอบก็คือว่าแล้วคนที่ตัดสินนะเป็นใคร? มีที่มาที่ไปอย่างไร?
ใครเป็นคนปั้นมาให้ตัดสอน...สรุปง่ายก็คือต้องการฆ่าเขาสถานเดียว
มาตรฐานที่ว่ากันว่าสองมาตรฐานนะไม่ใช่ครับ
มันไม่มีมาตรฐานซะมากกว่า

บางครั้งสองมาตรฐานยังดีกว่าไร

บางครั้งสองมาตรฐานยังดีกว่าไร้มาตรฐาน อย่างที่พวกเสื้อแดงกำลังทำอยู่ทุกวันนี้ ตั้งแต่ปลาย 2552 ตู่ออกมาป่าวประกาศว่า วันที่ 4 มค. ที่ผ่านมาจะมีการตัดสินยึดทรัพย์ทักษิณ หลังจากนั้นตู่แหกปากอีกว่าจะมีการปฏิวัติ คำไหนของตู่ที่น่าเชื่อถือได้ ความประพฤติปฏิบัติของเสื้อแดงไม่มีอะไรที่เป็นมาตรฐานแท้จริงได้เลย มีแต่ขวางการทำงานรัฐ ในทุกท้องที่ทุกเขต (เท่าที่ทำได้) เป็นตัวถ่วงความเจริญ ความก้าวหน้าของประเทศชาติ พวกมือไม่พาย คอยเอาแต่ตีนราน้ำ
ความเป็นมาตรฐานบางครั้งขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ สิ่งแวดล้อมและตัวบุคคลด้วย ไม่ใช่แต่ประเทศไทยเท่านั้น ประเทศที่มีความก้าวหน้าทั่วโลก ถ้าศาลจะตัดสินอะไร เขาดูความประพฤติและเจตนาของผู้กระทำด้วย

no comment for unjust !No

no comment for unjust !No Hell No!

อำมาตย์สร้างเรื่องเลวร้ายมากม

อำมาตย์สร้างเรื่องเลวร้ายมากมาย ทำแต่เรื่องเสื่อมเสีย ทำผิดกฎหมายโดยไม่สะทกสะท้าน ...............แต่พวกเขาก็ยังกล้าที่จะออกมาเดินสาย สั่งสอนคนอื่นในสังคมด้วยคำว่า คุณธรรม จริยธรรม

ในเมื่อคนพวกนี้ เหล่าอำมาตย์พวกนี้ ไม่ยี่หระกับหลักแห่งธรรมะ ไม่มีหิริโอตัปปะ ไม่เห็นคุณค่าของหลักศีลธรรมและกฎแห่งกรรม

............อาจเป็นเพราะพวกเขา คิดว่า มีแต่กลุ่มพวกเขานั้น ที่จะบันดานความมั่งมีศรีสุข บันดานชื่อเสียงลาภยศ ให้แก่ผู้ที่ยอมสยบใต้แทบเท้า

และ มีแต่พวกเขานั้นเอง ที่จะบันดานให้ผู้ที่ออกนอกกรอบที่เขาขีดเส้น จะต้องได้รับความยากลำบากจากทุกองค์กรหลักของประเทศที่อยู่ในมือเขา

.............เหล่าอำมาตย์กำลังคิดว่าพวกเขาคือพระเจ้า ยังงั้นหรือ ????

(บางครั้งสองมาตรฐานยังดีกว่าไ

(บางครั้งสองมาตรฐานยังดีกว่าไร้มาตรฐาน Anonymonus) เป็นความคิดของพันธมิตร ที่ถูกล้างสมองชัดๆ
ถ้าคุณคิดว่าเขาไร้มาตรฐาน คุณต้องต้องเอามาตรฐานที่ดีว่ามาสู้สิ คุณเคยว่าคนที่คุณไม่ชอบว่าไรมาตรฐาน แต่คุณพึ่งรู้ตัวเองจากการกระทำว่าสองมาตรฐาน ซึ่งมันเลวกว่า ไม่มีในโลกหรอก ที่จะเอาสิ่งที่เลวกว่า ไปชนะสิ่งที่คุณคิดว่าเลว
มีแต่เอาสิ่งที่ดีกว่าไปชนะ สิ่งที่คิดว่าไม่ดี
ผมไม่คิดว่าจะเปลี่ยนความคิดคุณหลอกนะ ผมยังตาไม่สว่างแต่ก็ไม่บอดสนิดแบบคุณ)

ประเทศชาติ(คือ อำมาตและสาวก)

ประเทศชาติ(คือ อำมาตและสาวก) ศาล ก็คือ คำสั่งของของอำมาต หรือ
พวกคุณสถาปนา ตัวเองเป็นประเทศแล้วซิ

ทักกี้ก็คืออำมาตย์ดีๆๆๆๆนี่เอ

ทักกี้ก็คืออำมาตย์ดีๆๆๆๆนี่เอง
ว่าคนอื่นเขาแล้วตัวเองละเป็นอำมาตย์หรือไม่

ถ้าไม่มีพี่ชายผมคนนี้

ถ้าไม่มีพี่ชายผมคนนี้ ก็ไม่มีผมวันนี้ อำมาตย์ รสช. 35 ที่ทักกี้ใกล้ชิดแนบแน่น
วลีอมตะ จาตุรน จำได้ไหมจะ
อย่าหลอกตัวเอง จารตุรน คุณมันก็รับใช้อำมาตย์ เหมือนกัน
อำมาตย์ทักกี้

เสื้อแดงใช้ความรุนแรง

เสื้อแดงใช้ความรุนแรง เผาเมืองอีก
คราวนี้จะไม่มีที่ซุกหัวนอน นะจ๊ะ

ถ้าทหารไม่ปราบ คนเผาเมือง

ถ้าทหารไม่ปราบ คนเผาเมือง ก่อจราจล
ประชาชนที่เขาทนไม่ได้ เขาจะปราบเอง
ไออาจารย์บ้า ดูนางเลิ้งเป็นตัวอย่าง แฟตดินแดง
เผาเมืองอีก คราวนี้ แกนนำหัวขวดอาจไม่มีชีวิตอยู่

*ลิงหัวเหลือง สัปดน

*ลิงหัวเหลือง สัปดน กลอุบาย
อยากเป็นใหญ่ เหนือกว่าใคร ในป่าใหญ่
ขี่หลังเสือ แก่ชรา อำมาตยาธิปไตย
เที่ยวหลอกใคร ต่อใคร เสือใจดี

*แท้ที่จริง เสือชรา ล้าแรงโรย
เป็นเสือโหย หวงอำนาจ กลัวขาดศรี
ไร้เรี่ยวแรง แข่งขัน อันเสรี
พอได้มี ลิงรับใช้ ชอบใจนัก

*ลิงขี่เสือ แต่ว่าเสือ ก็ใช้ลิง
ต่างพึ่งพิง หาอำนาจ ประกาศศักดิ์
เลี้ยงอำมาตยาธิปไตย...ให้คึกคัก
เป็นปฎิปักษ์ ต่อประชาธิปไตย

*ลิงหัวเหลือง สัปดน กลอุบาย
ข้ารับใช้ เสือชรา อำมาตยาใหญ่
คิดว่าตน มีอำนาจ เหนือกว่าใคร
แค่เป็นข้า รับใช้ เสือชรา

*เสือชรา ยึดอำนาจ

*เสือชรา ยึดอำนาจ ประกาศปล้น
ตั้งกฎโจร องค์กรโจร ด้นกล่าวหา
มีลิงช่วย ด้วยกฎหมู่ ชูศักดา
ประกาศกล้า ห้ามแก้ไข ในกฎโจร

*ลิงหัวเหลือง ชอบลากตั้ง นั่งหลังเสือ
ฉีกเลือดเนื้อ พวกพ้อง ป้องหัวโขน
บ้าอำนาจ เสียจริง ลิงทโมน
คอยตะโกน หลอกพวกพ้อง ร้องเสือดี

*สักวันหนึ่ง ซึ่งเนื้อหมด ไปจากป่า
หรือไม่บ้า ให้ลิงหลอก ออกวิ่งหนี
ลิงหัวเหลือง หมดความหมาย ไปทันที
เสือชรา ตัวดี จะขบลิง

*ลิงหัวเหลือง สัปดน กลอุบาย
ก่อการร้าย ทำลาย ได้ทุกสิ่ง
เพราะอยากขี่ หลังเสือ เพื่ออวดอิง
นับเป็นลิง ชั่วช้า พาชั่วร้าย

*ลิงหัวเหลือง

*ลิงหัวเหลือง รับใช้...อำมาตย์เก่า
เสือเฒ่าเฒ่า ชราชรา พาเสียหาย
มีเอ เอส ทีวีบ้า พางมงาย
สื่อขยาย โฆษณา พาเสียคน

*หลอกให้กลัว ทายาท อำมาตยา
บูรพาทะยัก..จอมหักก่น
ลิงเจ็บหัว กลัวยิ่งนัก ประจักษ์ตน
ตั้งแต่หน โดนไล่ยิง จนลิงกลัว

*ลิงหัวเหลือง โฆษณา อำมาตยาเก่า
เปรมาเฒ่า “คนดี”ไม่มีชั่ว
“นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา”ฉายาตัว
ไม่น่ากลัว เพราะรู้เล่น เป็น “คนดี”

*บูรพาทะยัก...นักเลงชั่ว
แดงไม่กลัว แต่อย่างใด ไม่หลีกหนี
พวกทายาท อำมาตย์ใหญ่ ใจกาลี
จิตอัปรีย์ รัฐประหาร ผลาญบ้านเมือง

*ลิงหัวเหลือง แม้นกลับใจ ไล่อำมาตย์
เพื่อนร่วมชาติ จักอภัย พวกใจเหลือง
ร่วมกันต้าน รัฐประหาร ผลาญแค้นเคือง
เพื่อบ้านเมือง เป็นสุข ไร้ทุกข์ภัย

ทักษิณ

ทักษิณ ยั่วยุให้มีการรัฐประหาร เำพื่อตนเองจะได้พ้นคดี

จากที่เคยร่วมมือกับ บิ๊กบัง ในการรัฐประหารคราว 19 กันยา แต่ท้ายสุดทักษิณก็โดนบิ๊กบัง หักหลัง

หากมีรัฐประหาร จะไล่ทหารอย่างเดียวคงไม่พอแน่

ไม่ว่าจะมีเหตุไม่ปรกติหรือปัญ

ไม่ว่าจะมีเหตุไม่ปรกติหรือปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น เราควรจะได้ทำความเข้าใจกัน และร่วมกันคิดอ่านปฏิบัติ แก้ไขด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยความบริสุทธิ์ จริงใจ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายลุล่วงไปเพื่อให้ประเทศชาติของเราก้าวหน้าต่อไป ได้โดยสวัสดี” "พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"พวกแดงถ่อย" เป็นเงื่อนไขของ

"พวกแดงถ่อย" เป็นเงื่อนไขของ "การรัฐประหาร"

"ผล" ย่อมเกิดจาก "เหตุ"

ถ้าไม่อยากให้ เกิด "เหตุการณ์ที่ไม่พึงปราถนา" ขึ้น

ต้อง "กำจัด" ที่ต้นเหตุ...

OK ที่เหลือจัดการเอาเอง ครับ

สงสัยเพิ่งตื่น ... ปี 2551

สงสัยเพิ่งตื่น ... ปี 2551 ที่ พธม. ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ไปอยู่ที่ไหนมา

ขัดขวางการทำงาน ถ่วงความเจริญของชาติ ที่ปากบอกว่ารัก

แต่กลับทำลายจนพินาศย่อยยับ

มีเหลือง จึงมีแดง

แทนที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง ปล่อยให้รัฐบาลทำงานไป

พวกบ้าไม่ยอมเลิกรา ต้องออกมาป่วน ตามแผนบันไดสี่ขั้น

*อำมาตยา มุ่งหมาย

*อำมาตยา มุ่งหมาย ทำลายค่า
แห่งประชาธิปไตย ไร้สร้างสรรค์
เป็นเสือโหย หวงอำนาจ มุ่งฟาดฟัน
มุ่งกระสัน แต่อำนาจ บทบาทนำ

*อ้างต้องการ “คนดี”มาครองเมือง
ตนทำเรื่อง อันธพาล สันดานต่ำ
เป็นธรรมาธิปไตย ใจอธรรม
คอยเหยียบย่ำ ประชาธิปไตย

*ประชาชน จะไม่ทน ต่อไปแล้ว
มาร่วมแนว ต่อต้าน มารหัวใส
หนทางสู้ ยิ่งยังอยู่ อีกยาวไกล
รวมจิตใจ ร่วมสู้ ชูยุติธรรม

ไม่ว่าจะปกติหรือไม่เราควรจะทำ

ไม่ว่าจะปกติหรือไม่เราควรจะทำความเข้าใจกัน และร่วมกันคิดอ่านปฏิบัติ แก้ไขด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยความบริสุทธิ์ จริงใจ ซึ่งบางครั้งการรัฐประหารก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไปควรจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายลุล่วงไปเพื่อให้ประเทศชาติของเราก้าวหน้าต่อไป

เข้ามาอ่านความเห็นของแต่ละคนแ

เข้ามาอ่านความเห็นของแต่ละคนแล้ว แม่งประสาทแดก เวลานี้ประเทศไทยมันไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหนว่ะ กูละหน่ายจริงๆ กัดกันไปเถอะ ประเทศไทยจงเจริญ เฮ้อๆๆๆๆๆ

*เงื่อนไขของการจัดรัฐประหาร ค

*เงื่อนไขของการจัดรัฐประหาร
คือรัฐบาลประชาวิบัติหมัดตกต่ำ
เป็นนอมินีใช้ไม่ได้ให้ระกำ
จะถูกทำรัฐประหารรายต่อไป

*อำมาตยา อ้างธรรมาธิปไตย
ทั้งที่ใจ อธรรม ระยำใหญ่
ผ่อนตนเอง เคร่งคนอื่น ข่มขืนใจ
ลิงรับใช้ โฆษณา ประชาสัมพันธ์

*อำมาตยา มุ่งหมาย ทำลายค่า
แห่งประชาธิปไตย ไร้สร้างสรรค์
เป็นเสือโหย หวงอำนาจ มุ่งฟาดฟัน
มุ่งกระสัน แต่อำนาจ บทบาทนำ

*อ้างต้องการ “คนดี”มาครองเมือง
ตนทำเรื่อง อันธพาล สันดานต่ำ
เป็นธรรมาธิปไตย ใจอธรรม
คอยเหยียบย่ำ ประชาธิปไตย

*ประชาชน จะไม่ทน ต่อไปแล้ว
มาร่วมแนว ต่อต้าน มารหัวใส
หนทางสู้ ยิ่งยังอยู่ อีกยาวไกล
รวมจิตใจ ร่วมสู้ ชูยุติธรรม

*เงื่อนไขของการจัดรัฐประหาร ค

*เงื่อนไขของการจัดรัฐประหาร
คือรัฐบาลประชาวิบัติหมัดตกต่ำ
เป็นนอมินีใช้ไม่ได้ให้ระกำ
จะถูกทำรัฐประหารรายต่อไป

ค น ใ ด ใ ช้ ชื่ อ ไ ท ย อ

ค น ใ ด ใ ช้ ชื่ อ ไ ท ย อ ยู่
ก า ย ก็ ดู เ ห มื อ น ไ ท ย ด้ ว ย กั น
ไ ด้ อ า ศั ย โ พ ธิ์ ท อ ง แ ผ่ น ดิ น ข อ ง ร า ชั น ย์
แ ต่ ใ จ มั น ยั ง เ ฝ้ า คิ ด ทำ ล า ย

ค น ใ ด เ ห็ น ไ ท ย เ ป็ น ท า ส
ดู ถู ก ช า ติ เ ชื้ อ ช น ถิ่ น ไ ท ย
แ ต่ ยั ง ฝั ง ทำ กิ น
ก อ บ โ ก ย สิ น ไ ท ย ไ ป
เ ห ยี ย ด ค น ไ ท ย เ ป็ น ท า ส ข อ ง มั น

(สร้อย)

ห นั ก แ ผ่ น ดิ น ห นั ก แ ผ่ น ดิ น
ค น เ ช่ น นี้ เ ป็ น ค น ห นั ก แ ผ่ น ดิ น
(ห นั ก แ ผ่ น ดิ น !)
ห นั ก แ ผ่ น ดิ น ห นั ก แ ผ่ น ดิ น
ค น เ ช่ น นี้ เ ป็ น ค น ห นั ก แ ผ่ น ดิ น
(ห นั ก แ ผ่ น ดิ น !)

ค น ใ ด ยุ ย ง ป ลุ ก ปั่ น
ไ ท ย ด้ ว ย กั น ห วั ง ใ ห้ แ ต ก ก ร ะ จ า ย
ป ลุ ก ร ะ ด ม ม ว ล ช น ใ ห้ สั บ ส น วุ่ น ว า ย
เ พื่ อ ค น ไ ท ย แ บ่ ง ฝ่ า ย ร บ กั น เ อ ง

ค น ใ ด ห ล ง ช ม ช า ติ อื่ น
ช า ติ เ ดี ย ว กั น เ ข า ยื น ข่ ม เ ห ง
ไ ด้ สิ น ท รั พ ย์ เ จื อ จ า น ก็ ป ร ะ ห า ร ไ ท ย กั น เ อ ง
ที ช า ติ อื่ น เ ก ร ง ดั ง ญ า ติ ข อ ง มั น

(สร้อย)

ค น ใ ด ข า ย ต น ข า ย ช า ติ
ไ ด้ โ อ ก า ส ชี้ ท า ง ใ ห้ ศั ต รู
เ ข้ า ท ล า ย พ ลั ง ไ ท ย ใ ห้ ส ล า ย ท า ง สู้
เ มื่ อ ศั ต รู โ จ ม จู่ เ สี ย ที มั น

ค น ใ ด คิ ด ร้ า ย ร า วี
ป ร ะ เ พ ณี ข อ ง ไ ท ย ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร
เ กื้ อ ห นุ น อ ค ติ
เ ชื่ อ ลั ท ธิ อั น ธ พ า ล
แ พ ร่ นำ มั น ม า บ้ า น เ มื อ ง เ ร า

ขอโต้แย้ง รัฐประหารมีได้อีก

ขอโต้แย้ง รัฐประหารมีได้อีก หาก พรรคในฝันของเปรม ไปไม่รอด กรณีหนึ่งคือ เงิน บริจาค ๒๘๕ ล้าน ที่อภิชาติ ดึงสุดแรง ต้องรัฐประหารแล้วออกกฎหมายใหม่ เพื่อยกเลิกกฎหมายเก่า เท่านี้ ปชป. ก็รอด (ต่างจากกรณีไทยรักไทย ที่มีตุลาการ กลับฎีกาเดิม ว่ากฎหมายพรรคการเมือง แยกต่างหากจากรัฐธรรมนูญ ทำให้ตุลาการทั่วประเทศหัวทิ้ม เพราะจำหน่ายคดี ตามพ.ร.บ.เลือกตั้งไปแล้ว หลายคดี เนื่องจากยึดฎีกาเก่า)
ข้อต่อมา คณะรัฐประหาร (กบฎ ๑๙ กันยา) นั้นไม่มีฐานะเป็นรัฐฐาธิปปัตย์ ตามฎีกาโบราณ เนื่องจากต้องเข้ารับการโปรดเกล้า และ ต้องอาศัยรัฐธรรมนวย ๕๐ นิรโทษความผิดฐานกบฎ

แล้วไอ้ที่รถถังออกมาวิ่งเพ่นพ

แล้วไอ้ที่รถถังออกมาวิ่งเพ่นพ่าน เสื้อแดงคงไม่ได้สั่งให้ออกมาหรอกนะ ทหารกันเองเขายังสงสัยเลยว่าทำไปทำไม คุณรู้หรือเปล่าทหารเป็นเสื้อแดงจำนวนมาก ลองไปคุยกับเขาดูก็ได้ ไม่ใช่เสธ แดงหรอกนะ คนอื่นระดับนายพันก็หลายคน

ลองมาลำดับไล่เรียงเหตุการณ์สั

ลองมาลำดับไล่เรียงเหตุการณ์สัก 4-5 ตัวอย่าง แล้วเชิญพวกคุณสื่อแพศยาสื่อทาส และพวกคุณสมุนอำมาตย์ทั้งหลาย และท่านผู้อ่านที่รักความเป็นธรรมทั้งหลาย พิจารณาร่วมกันว่า เป็นจริงอย่างที่กล่าวหรือไม่ แม้จะซ้ำซากแต่ก็ต้องตอกย่ำ เพราะนี้คือความจริง

หนึ่ง กรณีแกนนำคนเสื้อแดงนำมวลชนบุกยื่นหนังสือ ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท ที่พัทยา เมื่อเดือนเมษายน 2552 รัฐบาลใช้เวลาเพียง 3 วันในการออกหมายจับแกนนำคนเสื้อแดง แต่กับกรณีพวกสาวกพันธมารลิ้มเหลือง บุกยึดทำเนียบรัฐบาล บุกยึดสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 บุกยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหายหลายแสนล้านบาท กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในเรื่องของคดี ทั้งที่เวลาล่วงเลยมาแล้วปีกว่า

สอง กรณีการตามไล่ล่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ที่กล่าวหาว่าหลบหนีคดีอาญา ถึงกับประกาศว่า “เป็นภัยคุกคามหลัก” ต้องกำจัดให้สิ้นซาก แต่กับกรณีเจ้าพ่อปากน้ำ หรือกรณีกำนันคนดังแห่งชลบุรี หรือแม้แต่ผู้หลบหนีคดีอาญาคนอื่น ๆ รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการใด ๆ ไม่มีการติดตามตัวมารับโทษ

สาม กรณียุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 หรือกรณียุบพรรคพลังประชาชนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 กกต.ทำงานด้วยความรวดเร็วทั้งที่พยานไม่ชัดแจ้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ก็รวดเร็วปานสายฟ้า พิจารณาหลักฐานตอนเช้า ตัดสินคดีความตอนบ่าย เขียนคำพิพากษาก็ผิด ๆ ถูก ๆ แต่กับกรณีเงิน 258 ล้านบาท ที่บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด บริจาคให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และกรณีพรรคประชาธิปัตย์นำเงิน 23 ล้านบาทที่รับจาก กกต. ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทั้ง 2 กรณีหลักฐานชัดแจ้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้สรุปแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องชัดเจน ถึงวันนี้จะครบปีอยู่แล้ว กกต.ยังไม่มีมติว่าจะส่งเรื่องไปอัยการสูงสุด เพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

สี่ กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง แค่เพียงมีข่าวว่าคนเสื้อแดงจะออกมาชุมนุม รัฐบาลโจร“หล่อหลักลอย-เทพมารดำ” ก็ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงล่วงหน้า ด้วยความรีบร้อน จนพวกเจ้าหน้าที่ธุรการพิมพ์คำสั่งแทบไม่ทัน ถูกนายด่าก็หลายหน แต่พอพวกสมุนลิ้มเหลืองออกมาชุมนุม รัฐบาลโจร“หล่อหลักลอย-เทพมารดำ” กลับนิ่งเฉย ไม่ยอมออก พ.ร.บ.ความมั่นคง

ห้า กรณีนายสมัคร สุนทรเวช เพียงสาธิตการทำอาหารออกโทรทัศน์ ก็ถูกปลดจากตำแหน่ง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ลงชื่อเป็นพยานยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดินตามที่กฎหมายที่ดินกำหนด ก็ถูกดำเนินคดีอาญาศาลสั่งจำคุก 2 ปี แต่กับกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี (ซึ่งควรมีจริยธรรมสูงยิ่งกว่าเป็นหลายเท่า เพราะเป็นถึงองคมนตรี) ยึดเขายายเที่ยง ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อัยการกลับมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยอ้างว่า “ไม่มีเจตนา” แต่กับชาวบ้านธรรมดาทำมาหากินอยู่เชิงเขา กลับถูกศาลพิพากษา“จำคุก” เรียบร้อยโรงเรียนอำมาตย์

เครื่องจีที 200 เป็นข่าวกระหึ่มไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่ดังไปทั้งโลก ดังเพราะอังกฤษยกเลิกการใช้เครื่องนี้ และเรียกกลับจากอิรักทั้งหมด

แต่อำมาตยาธิปไตย กลับใช้คนประเภทถิ่นกาขาว ..แพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ออกมาตรวจสอบแล้วรีบประกาศเลยว่า เครื่องใช้ได้ดี

แต่คืนนั้นเอง รัฐบาลอังกฤษออกข่าวยกเลิกการใช้เครื่องจีที 200 ..หมอผมพุดเดิ้ล ก็เลยหน้าจ๋อย โกหกสังคมไม่ได้ ถูกเยาะเย้ยถากถางไปทั่ว อุตสาห์มาแถต่อเมื่อวาน 6 กพ ว่า ใช้ได้ 30 % ก็คุ้มแล้ว

30 % ของหมอหมายความว่า จับระเบิดได้ 30 จาก 100 ลูก คุ้มหรือ? แต่หมอลืมไปว่า เงินที่ใช้ซื้อน่ะ หนึ่งล้านสี่แสนบาทไม่ใช่สองพันบาทนะ และที่สำคัญ กรณีนี้ 70 ครั้งที่ไม่เจอ โดยทางตรรกะ ไม่ได้แปลว่าไม่มีระเบิดนะครับ มันหมายความว่าอาจจะมีระเบิด แต่ GT200 ตรวจไม่พบ

ถ้าผู้ทรงคุณวุฒิออกมายืนยันว่า GT200 ใช้ได้ผล คนใช้งานก็เชื่อท่าน แต่คนซวยน่ะชาวบ้าน (และอาจรวมถึงคนใช้งานด้วย)

เรายืนยันอีกครั้งว่า ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตรวจเจอระเบิดมากแค่ไหน แต่มันอยู่ที่ไม่เจอระเบิดมากแค่ไหนต่างหาก

ปีที่แล้ว ทหารในอีรัคใช้ ADE-651 ตั้งด่านตรวจรถวิ่งเข้าเมือง ปล่อย car bomb ผ่านด่านไป 2 คัน เพราะ ADE-651 ตรวจไม่พบระเบิดเหตุการณ์นี้มีคนเสียชีวิต 250 คน ไม่ทราบว่าอย่างนี้จะเรียกว่าคุ้มอีกหรือเปล่า?

แล้วสองสามวันมานี้ หมอพรทิพย์ ก็ยิ่งดวงอับอีกแล้ว เมื่อนายเจมส์ เรนดี (James Rendi) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ James Randi Educational Foundation ซึ่งเป็นสถาบัน ที่ให้ความรู้และตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการอวดอ้างคุณภาพสินค้า และความสามารถพิเศษของมนุษย์ เพื่อป้องกันการหลอกลวง รวมทั้งผู้อวดอ้างว่า ตนเองมีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ ด้วยการตั้งเงินรางวัล 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านบาท) หากว่าสามารถพิสูจน์ได้ว่า สามารถทำอย่างที่อวดอ้างได้จริง

และท้าว่า ถ้าหมอพรทิพย์ของไทยพิสูจน์ว่าเครื่องใช้งานได้จริง เขาจะมอบเงินให้เธอทันทีหนึ่งล้านเหรียญจริงๆ นอกจากนี้ เจมส์ เรนดี ยังได้อ้างอิง ถึงคำพูดของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ให้การรับรองว่า GT200 สามารถใช้งานได้จริง โดยที่ไม่ต้องทดสอบว่า "การประกาศออกมาเช่นนี้ มันเป็นการรับรองคุณภาพที่ชัดเจน เขาเชื่อมั่น ต่อการทำงานของมันมาก เขาสนใจที่จะร่วมทดสอบหรือไม่? ผมหวังว่า โทรศัพท์ของผมจะดังสักที" เขาเยาะเย้ยรองนายกถึงสติปัญญาตื้นเขลาถึงเพียงนี้ ?

คลิกชม ลิงค์ เจมส์ เรนดีท้าพิสูจน์จีที 200

รอบนี้ นายก รองนายก และหมอพุดเดิ้ล ปากเสียเอง ไม่ตรวจข้อมูลแล้วรีบพูด โดนฝรั่งท้าทายแบบนี้ ประเทศจะเหลือเกียรติภูมิอะไรบ้าง แถมรองนายกสุเทพ ยังออกมาตอแหล โยนความผิดว่า เครื่องจีที 200 ซื้อมาในสมัยทักษิณ

อีกครั้งที่ว่า อะไรๆ ก็โทษท่านทักษิณ แต่เราก็ตามข้อมูลจนพบความโกหกตอแหลของรองนายก ที่ไม่เพียงแขนคด แต่ใจยังคดกว่าแขนว่า

ยุคทักษิณปี 48 ซื้อมาใช้ 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2 หมื่น
ยุคสุรยุทธ์ปี 49 สั่งเพิ่มมาอีก 500 เครื่อง เครื่องละ 7 หมื่น
ยุคอภิสิทธ์ปี 52 ซื้อเพิ่มอีก 2000 เครื่อง เครื่องละ 1.4 แสนบาท (แต่ยังส่งไม่ครบ 2 พันเครื่องเรืองแตกก่อน)

ถ้าหัวกลวงขี้เหลืองดูคำตอบให้แล้ว ก็ไปคิดเอาเองว่า ถ้าทักษิณเป็นต้นเหตุ ก็ว่าไป แต่ตัวเลขมันฟ้องนะว่า ใครปัญญาอ่อน

ทักษิณซื้อมาถูก เพียงสี่เครื่อง ใช้ไม่ได้ก็เลิกซื้อ แต่รัฐบาลอำมาตย์ที่ชมตนเองนักว่าซื่อสัตย์ กลับงาบกันมโหฬาร เพราะราคาก้าวกระโดดมาก แถมไอ้เด็กมาร์คสั่งมาได้ตั้ง 2 พันเครื่อง ทั้งๆ ที่ อังกฤษกับสื่อเค้าบอกแล้วว่า มันของหลอกลวง

มาออกทีวีว่าใช้ได้ แถไปเรื่อย แล้วทำไม ปชป ซื้อมามากมายขนาดนี้ อยากรู้ไหม

ทำไมพวกเขาถึงต้องโยนขี้ความชั่วของตัวเองให้ทักษิณ เมื่อท่านเห็นข้อมูลต่อไปนี้จะหนาวเหน็บ

ใครเป็นเอเย่นต์เริ่ม จาก web ผู้ผลิต ซึ่งมีเขียนไว้ว่า ตัวแทนจำหน่าย GT200 คือ บริษัท AVIA SATCOM ที่เคยออกข่าวสามมิติ เมื่อเข้าเวปบริษัทได้พบชื่อตามนี้

Avia Satcom Co.,Ltd.
"Mr. Suthep Duangchinda"
Director174/60-61 Viphawadi Road,
Don Muang,Bangkok 10210Thailand

ปรากฎว่า นายสุเทพ ดวงจินดา สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีตำแหน่งเป็น Director ของ บริษัท AVIA SATCOM

โอละพ่อ ปชป ซื้อเอง กินเอง งาบเอง ป้องกันตนเองสารพัดรูป

ที่สุด ทุกอย่างก็ย้อนมาที่พรรคเก่าแก่ ที่ชอบอ้างคุณธรรม แต่ปรากฎเรื่องฉาวโฉ่ทุจริตตลอดเวลา

ตอนนี้ หายสงสัยหรือยัง ชัดหรือยังว่า ทำไม ปชป ถึงต้องอุ้มเครื่องเน่าจีที 200 ทำชั่วขนาดนี้

หลักฐานกระจะตาแบบนี้ ผู้มีใจเป็นธรรมที่เคยเกลียดทักษิณ ตอนนี้จะตาสว่างได้หรือยังเล่าว่า เรื่องวุ่นวายในประเทศนี้ มันเกิดจากการสาดโคลน การโกหกตอแหลของกลุ่มองคมนตรีโกงป่า กลุ่มสื่อชั่วของนายสนธิ และกลุ่มพรรคการเมืองเก่าแก่ ที่แพ้เลือกตั้งท่านทักษิณมาตลอด

ไอ้พวกนี้เป็นคนเบาแผ่นดินน่าด

ไอ้พวกนี้เป็นคนเบาแผ่นดินน่าดูเลยนะ

เครื่องจีที 200 เป็นข่าวกระหึ่มไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่ดังไปทั้งโลก ดังเพราะอังกฤษยกเลิกการใช้เครื่องนี้ และเรียกกลับจากอิรักทั้งหมด

แต่อำมาตยาธิปไตย กลับใช้คนประเภทถิ่นกาขาว ..แพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ออกมาตรวจสอบแล้วรีบประกาศเลยว่า เครื่องใช้ได้ดี

แต่คืนนั้นเอง รัฐบาลอังกฤษออกข่าวยกเลิกการใช้เครื่องจีที 200 ..หมอผมพุดเดิ้ล ก็เลยหน้าจ๋อย โกหกสังคมไม่ได้ ถูกเยาะเย้ยถากถางไปทั่ว อุตสาห์มาแถต่อเมื่อวาน 6 กพ ว่า ใช้ได้ 30 % ก็คุ้มแล้ว

30 % ของหมอหมายความว่า จับระเบิดได้ 30 จาก 100 ลูก คุ้มหรือ? แต่หมอลืมไปว่า เงินที่ใช้ซื้อน่ะ หนึ่งล้านสี่แสนบาทไม่ใช่สองพันบาทนะ และที่สำคัญ กรณีนี้ 70 ครั้งที่ไม่เจอ โดยทางตรรกะ ไม่ได้แปลว่าไม่มีระเบิดนะครับ มันหมายความว่าอาจจะมีระเบิด แต่ GT200 ตรวจไม่พบ

ถ้าผู้ทรงคุณวุฒิออกมายืนยันว่า GT200 ใช้ได้ผล คนใช้งานก็เชื่อท่าน แต่คนซวยน่ะชาวบ้าน (และอาจรวมถึงคนใช้งานด้วย)

เรายืนยันอีกครั้งว่า ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตรวจเจอระเบิดมากแค่ไหน แต่มันอยู่ที่ไม่เจอระเบิดมากแค่ไหนต่างหาก

ปีที่แล้ว ทหารในอีรัคใช้ ADE-651 ตั้งด่านตรวจรถวิ่งเข้าเมือง ปล่อย car bomb ผ่านด่านไป 2 คัน เพราะ ADE-651 ตรวจไม่พบระเบิดเหตุการณ์นี้มีคนเสียชีวิต 250 คน ไม่ทราบว่าอย่างนี้จะเรียกว่าคุ้มอีกหรือเปล่า?

แล้วสองสามวันมานี้ หมอพรทิพย์ ก็ยิ่งดวงอับอีกแล้ว เมื่อนายเจมส์ เรนดี (James Rendi) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ James Randi Educational Foundation ซึ่งเป็นสถาบัน ที่ให้ความรู้และตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการอวดอ้างคุณภาพสินค้า และความสามารถพิเศษของมนุษย์ เพื่อป้องกันการหลอกลวง รวมทั้งผู้อวดอ้างว่า ตนเองมีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ ด้วยการตั้งเงินรางวัล 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านบาท) หากว่าสามารถพิสูจน์ได้ว่า สามารถทำอย่างที่อวดอ้างได้จริง

และท้าว่า ถ้าหมอพรทิพย์ของไทยพิสูจน์ว่าเครื่องใช้งานได้จริง เขาจะมอบเงินให้เธอทันทีหนึ่งล้านเหรียญจริงๆ นอกจากนี้ เจมส์ เรนดี ยังได้อ้างอิง ถึงคำพูดของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ให้การรับรองว่า GT200 สามารถใช้งานได้จริง โดยที่ไม่ต้องทดสอบว่า "การประกาศออกมาเช่นนี้ มันเป็นการรับรองคุณภาพที่ชัดเจน เขาเชื่อมั่น ต่อการทำงานของมันมาก เขาสนใจที่จะร่วมทดสอบหรือไม่? ผมหวังว่า โทรศัพท์ของผมจะดังสักที" เขาเยาะเย้ยรองนายกถึงสติปัญญาตื้นเขลาถึงเพียงนี้ ?

คลิกชม ลิงค์ เจมส์ เรนดีท้าพิสูจน์จีที 200

รอบนี้ นายก รองนายก และหมอพุดเดิ้ล ปากเสียเอง ไม่ตรวจข้อมูลแล้วรีบพูด โดนฝรั่งท้าทายแบบนี้ ประเทศจะเหลือเกียรติภูมิอะไรบ้าง แถมรองนายกสุเทพ ยังออกมาตอแหล โยนความผิดว่า เครื่องจีที 200 ซื้อมาในสมัยทักษิณ

อีกครั้งที่ว่า อะไรๆ ก็โทษท่านทักษิณ แต่เราก็ตามข้อมูลจนพบความโกหกตอแหลของรองนายก ที่ไม่เพียงแขนคด แต่ใจยังคดกว่าแขนว่า

ยุคทักษิณปี 48 ซื้อมาใช้ 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2 หมื่น
ยุคสุรยุทธ์ปี 49 สั่งเพิ่มมาอีก 500 เครื่อง เครื่องละ 7 หมื่น
ยุคอภิสิทธ์ปี 52 ซื้อเพิ่มอีก 2000 เครื่อง เครื่องละ 1.4 ล้านบาท (แต่ยังส่งไม่ครบ 2 พันเครื่องเรืองแตกก่อน)

ถ้าหัวกลวงขี้เหลืองดูคำตอบให้แล้ว ก็ไปคิดเอาเองว่า ถ้าทักษิณเป็นต้นเหตุ ก็ว่าไป แต่ตัวเลขมันฟ้องนะว่า ใครปัญญาอ่อน

ทักษิณซื้อมาถูก เพียงสี่เครื่อง ใช้ไม่ได้ก็เลิกซื้อ แต่รัฐบาลอำมาตย์ที่ชมตนเองนักว่าซื่อสัตย์ กลับงาบกันมโหฬาร เพราะราคาก้าวกระโดดมาก แถมไอ้เด็กมาร์คสั่งมาได้ตั้ง 2 พันเครื่อง ทั้งๆ ที่ อังกฤษกับสื่อเค้าบอกแล้วว่า มันของหลอกลวง

มาออกทีวีว่าใช้ได้ แถไปเรื่อย แล้วทำไม ปชป ซื้อมามากมายขนาดนี้ อยากรู้ไหม

ทำไมพวกเขาถึงต้องโยนขี้ความชั่วของตัวเองให้ทักษิณ เมื่อท่านเห็นข้อมูลต่อไปนี้จะหนาวเหน็บ

ใครเป็นเอเย่นต์เริ่ม จาก web ผู้ผลิต ซึ่งมีเขียนไว้ว่า ตัวแทนจำหน่าย GT200 คือ บริษัท AVIA SATCOM ที่เคยออกข่าวสามมิติ เมื่อเข้าเวปบริษัทได้พบชื่อตามนี้

Avia Satcom Co.,Ltd.
"Mr. Suthep Duangchinda"
Director174/60-61 Viphawadi Road,
Don Muang,Bangkok 10210Thailand

ปรากฎว่า นายสุเทพ ดวงจินดา สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีตำแหน่งเป็น Director ของ บริษัท AVIA SATCOM

โอละพ่อ ปชป ซื้อเอง กินเอง งาบเอง ป้องกันตนเองสารพัดรูป

ที่สุด ทุกอย่างก็ย้อนมาที่พรรคเก่าแก่ ที่ชอบอ้างคุณธรรม แต่ปรากฎเรื่องฉาวโฉ่ทุจริตตลอดเวลา

ตอนนี้ หายสงสัยหรือยัง ชัดหรือยังว่า ทำไม ปชป ถึงต้องอุ้มเครื่องเน่าจีที 200 ทำชั่วขนาดนี้

หลักฐานกระจะตาแบบนี้ ผู้มีใจเป็นธรรมที่เคยเกลียดทักษิณ ตอนนี้จะตาสว่างได้หรือยังเล่าว่า เรื่องวุ่นวายในประเทศนี้ มันเกิดจากการสาดโคลน การโกหกตอแหลของกลุ่มองคมนตรีโกงป่า กลุ่มสื่อชั่วของนายสนธิ และกลุ่มพรรคการเมืองเก่าแก่ ที่แพ้เลือกตั้งท่านทักษิณมาตลอด

เอาอำมาตย์โกงสมบัติชาติ

เอาอำมาตย์โกงสมบัติชาติ ฮุบแผ่นดินไทยไปเป็นของตัวเองมาเข้าคุกก่อน

จะไปประสาทแดกที่ไหนก็ไป อยากกัดกัดกันอย่างกะโกเต๊กลิ้มก็กัดไปแล้วกัน พวกนั้นคงสกปรกถูกใจคุณ

..........ยึดทำเนียบเข้าไปนอนเสพสังวาสกันอีท่าไหน ทิ้งถุงยางเกลื่อนกลาดเป็นกองพะเนิน พวกนี้สกปรกทั้งตัวทั้งจิตใจ

ประสาทแดกก็สมน้ำหน้าแล้ว

เราชาวไทยจงร่วมใจกันถวายความจ

เราชาวไทยจงร่วมใจกันถวายความจงรักภักดีให้กับในหลวงของเรา

ขอเชิญพี่น้องชาวไทย

ขอเชิญพี่น้องชาวไทย มาร่วมกันทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่ออยู่หัวของเรากันเถอะ

ประชาธิปไตยสวะวัชพืชและปรสิตม

ประชาธิปไตยสวะวัชพืชและปรสิตมีแต่ต้องกำจัด.....แต่เอาไอ้เป้งตัวพ่อก่อน.......ทรัพย์แผ่นดินจะได้กลับคืนสู่แผ่นดินแล้ววุ้ย.....โคตรโกงและโกงหมดโคตรทุกโคตร.....

ฟฟฟ

คดียึดทรัพย์ครั้งประวัติศาสตร์ 76,000 ล้านบาท กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายได้ทำการยื่นคำแถลงปิดคดี ฝีมือของทนายความและอัยการก็เป็นส่วนหนึ่ง และการพิจารณาคดีความขององค์คณะผู้พิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง

ต้องย้ำเพื่อความเข้าใจกับคนทั่วไปก่อนว่าการอายัดทรัพย์สินครั้งนี้ เป็นการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับหุ้นเท่านั้น โดยเป็น เงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปมีจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 69,000 ล้านบาท และเป็นเงินปันผลอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของจำนวนเงิน 76,000 ล้านบาท ทรัพย์สินเงินทองส่วนอื่นๆ ไม่ได้ถูกอายัดแต่ประการใด

คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้พยายามนำเสนอต่อศาลฎีกาให้เชื่อว่าเกิดการกระทำในสองประเด็น คือ ประการที่หนึ่ง มีการซุกหุ้นในกิจการสัมปทานของรัฐในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ได้ห้ามเอาไว้ และประการที่สองคือมีการกระทำและใช้อำนาจที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ในหุ้นสัมปทานของรัฐที่ซุกอยู่

คตส.พยายามพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน มีเจตนาซุกหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกิจการที่มีสัมปทานของรัฐ โดยยังคงได้รับผลประโยชน์อยู่เหมือนเดิมผ่านคนถือหุ้นตัวแทนในต่างประเทศ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอมเพิลริช และวินมาร์ค และถือหุ้นผ่านตัวแทนในประเทศอีก 4 คน ได้แก่ลูก 2 คนคือ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา และซุกหุ้นผ่านญาติพี่น้องอีก 2 คนคือ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ถ้าศาลเชื่อได้ว่ามีการวางแผนเพื่อถือหุ้นแทนกันในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการใช้อำนาจรัฐด้วย เพราะถ้ามาตรการของรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ให้กับหุ้นที่ซุกอยู่มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ได้รับผลประโยชน์ทั้งราคาหุ้นและการปันผลมากขึ้นไปด้วย

ตัวอย่างจากบทความเรื่อง บันทึก “ลับ” ของพานทองแท้ ซึ่งได้ลงบทความในเว็บไซต์ www.manager.co.th เมื่อวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 และในหนังสือพิมพ์ ASTV-ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 แสดงให้เห็นแล้วว่า มีกระบวนการที่คุณหญิงพจมานได้สร้างหนี้สินให้กับนายพานทองแท้ (ลูกชาย) เกินความเป็นจริง โดยภายหลังที่คุณหญิงพจมานและพ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้นให้กับนายพานทองแท้ไปแล้ว นายพานทองแท้ก็ยังคงโอนเงินที่ได้รับจากการปันผลทั้งหมดไปเข้าบัญชีของคุณหญิงพจมานทุกครั้ง โดยอ้างเหตุผลว่าที่ต้องเป็นเช่นนี้เพราะลูกต้องจ่ายชำระหนี้ที่ค้างเอาไว้กับแม่

ความไม่แนบเนียนลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นมาอีกกับ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร (เอม) ซึ่งเป็นลูกคนที่สอง เมื่ออายุครบ 20 ปี ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ก็ได้รับของขวัญวันเกิดโดยการโอนเงินจากบัญชีของคุณหญิงพจมานเป็นจำนวน 370 ล้านบาท แล้วก็ได้พักบัญชีเงินจำนวนนี้ประมาณ 2-3 เดือน หลังจากนั้น นายพานทองแท้ได้ขายหุ้นชินคอร์ป จำนวน 36.7 ล้านหุ้น ขายในราคาพาร์หุ้นละ 10 บาท มูลค่า 367 ล้านบาท ให้กับน.ส.พิณทองทา ทำให้น.ส.พิณทองทาได้ถือหุ้นชินคอร์ปจำนวน 36.7 ล้านหุ้น ในขณะที่นายพานทองแท้เหลือหุ้นชินคอร์ปประมาณ 36.695 ล้านหุ้น

ด้วยความเกือบพอดีกันของเงินจำนวนที่คุณหญิงพจมานโอนมาให้ น.ส.พิณทองทา กับจำนวนเงินที่ซื้อหุ้นชินคอร์ปเพื่อทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างนายพานทองแท้ กับ น.ส.พิณทองทาเกือบเท่ากัน ตลอดจนเมื่อตรวจสอบประเพณีของครอบครัวนี้พบว่านายพานทองแท้ และน.ส.แพทองธาร (ลูกคนที่สาม) เมื่อมีอายุครบ 20 ปี ก็ไม่เคยได้รับเงินเป็นของขวัญลักษณะเช่นนี้ อีกทั้งนายพานทองแท้ก็ไม่เคยแบ่งเงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับน.ส.แพทองธาร แต่ประการใด พฤติกรรมทั้งหมดนี้ คตส.จึงเชื่อว่าการซื้อขายครั้งนี้เป็นนิติกรรมอำพรางเพื่อปรับโครงสร้างหุ้นโดยมีคุณหญิงพจมาน ชินวัตรอยู่เบื้องหลัง

คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต หลังการขายหุ้นชินคอร์ปไปแล้ว นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทากลับให้การต่อศาลตรงกันว่าได้โอนเงินบางส่วนจากการขายหุ้นชินคอร์ปของตัวเองไปซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ ในขณะที่นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศหลายครั้งว่าการซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้น “เป็นของตัวเอง ตัวเองเป็นผู้ลงทุน และแสดงบทบาทในสโมสรฯ ในฐานะเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน”

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้หุ้นที่ คตส.จึงเชื่อว่าได้เคยซุกหุ้นเอาไว้กับลูกทั้งสองคน เมื่อขายหุ้นชินคอร์ปแล้ว ก็โอนกลับคืนมาให้เพื่อการลงทุนและกำกับดูแลโดยนักโทษชายทักษิณอีกครั้งหนึ่งอยู่ดี

คนไว้วางใจนอกครอบครัวอีก 2 คนคือ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ปู) คตส.เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ได้ใช้รูปแบบที่คล้ายคลึงกันกับกรณีของนายพานทองแท้ ชินวัตร คือ

“ยัดหนี้ให้ก่อนและรอเงินปันผลจากหุ้นที่ซุกไว้มาจ่ายคืน โดยอ้างว่าเพื่อชำระหนี้ที่ยัดให้”

คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้ขายหุ้นชินคอร์ป ให้กับนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (พี่ชายบุญธรรม) มูลค่าประมาณ 450 ล้านบาท โดยนายบรรณพจน์ ไม่มีการนำเงินส่วนตัวมาชำระค่าหุ้น แต่ได้ใช้วิธีติดหนี้คุณหญิงพจมาน โดยอ้างว่าได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 3 ฉบับตั้งแต่ปี 2542 ให้ไว้เป็นหลักประกันโดยไม่มีดอกเบี้ย

น่าสนใจตรงที่ว่าเวลาผ่านไป 3-4 ปี ไม่มีการชำระหนี้ด้วยเงินส่วนตัวของนายบรรณพจน์คืนเลยทั้งๆ ที่นายบรรณพจน์เป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวย ซึ่งต่อมามีการนำเงินปันผลจากหุ้นชินคอร์ปมาผ่อนชำระหนี้ตั้งแต่ปี 2546 และชำระครบถ้วนเมื่อประมาณ 2547

เรื่องพิรุธที่อ้างว่าได้มีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อแสดงความเป็นหนี้ตั้งแต่ปี 2542 นั้น ปรากฏความจริงต่อมาว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 16 มีนาคม 2542 ได้ระบุว่า สัญญาจะจ่ายเงินชำระหนี้จำนวน 102 ล้านบาท ให้กับ “คุณหญิง” พจมาน ชินวัตร ทั้งๆ ที่ในขณะนั้น นางพจมาน ชินวัตร ยังไม่ได้ใช้คำนำหน้าว่า “คุณหญิง” เพราะ นางพจมาน ชินวัตร เป็น “คุณหญิง” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2542 ไม่ใช่ก่อนวันที่ 16 มีนาคม 2542

เมื่อเห็นหลักฐานเช่นนี้ ประชาชนย่อมสงสัยว่าตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งหมดอาจทำปลอมขึ้นมาใหม่โดยเขียน “วันที่ย้อนหลัง” สร้างหลักฐานเท็จว่าเป็นหนี้ต่อกันเพื่อที่จะได้เป็นข้ออ้างถึงเหตุผลในการเอาเงินปันผลไปให้คุณหญิงพจมาน ใช่หรือไม่!?

แต่บังเอิญว่าถูกจับได้ นายบรรณพจน์ จึงได้ให้การต่อศาลในภายหลังว่า “ตั๋วใบเดิมได้หายไปจึงออกตั๋วสัญญาฉบับใหม่” ทั้งๆ ที่คำอธิบายนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในการแจ้งต่อ คตส.แม้แต่ครั้งเดียว

นายบรรณพจน์ “ได้รับเงินปันผลก็ไม่เคยนำไปใช้ส่วนตัวเลย” และนำเงินจากการปันผลของหุ้นชินคอร์ปมาจ่ายให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตรอย่างเดียว โดยอ้างว่าเพราะมีหนี้สินต่อกัน ต่อมาในภายหลังนายบรรณพจน์ ได้เปิด “บัญชีใหม่” ให้แยกออกจากการรับจ่ายส่วนตัว แล้วโอนเงินจากการรวมเงินปันผลที่เหลือทั้งหมดในบัญชีใหม่นี้ รวมถึงเงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปก็เข้าในบัญชีนี้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้ คตส.เชื่อว่า บรรณพจน์ ดามาพงศ์ คือหุ่นเชิดในการถือหุ้นชินคอร์ปคนสำคัญที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างยิ่งจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร!

สำหรับคนสุดท้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 แผนการรูปแบบเดิมๆ ไม่ต่างจากนายบรรณพจน์ และพานทองแท้ คือเป็นการรับหุ้นโดยไม่ได้มีการชำระเงิน (ทั้งๆ ที่เป็นมหาเศรษฐีอีกคนหนึ่ง) แต่กลับให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อยอมรับว่าเป็นหนี้ต่อกันเป็นจำนวน 20 ล้านบาท

โปรดสังเกตให้ดีว่า “ยิ่งลักษณ์” ยอมรับว่าเป็นหนี้ “ทักษิณ” 20 ล้านบาท!

ช่างเป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ รูปแบบของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ต่างพฤติกรรมจากนายบรรณพจน์เช่นเดียวกัน คือ แม้จะมีเงินเข้าบัญชีอย่างน้อยหลายสิบล้านบาท แต่ก็ไม่เคยเอาเงินส่วนตัวคืนให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลาถึง 3 ปีเศษ

มาปี 2546 น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้มีการนำเงินจากการปันผลมาคืนหนี้ค่าหุ้นที่ได้รับโอนมา (ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่นายบรรณพจน์เริ่มนำเงินปันผลมาชำระหนี้) โดยพอได้เงินปันผลหุ้นชินคอร์ปมางวดแรก 9 ล้านบาท ก็จ่ายเงินด้วยเช็คให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2546 ทำให้เหลือหนี้อีก 11 ล้านบาท

พอได้รับเงินปันผลครั้งที่ 2 อีกจำนวน 13.5 ล้านบาท คงเป็นเพราะความเคยชิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงได้เผลอเขียนเช็คสั่งจ่ายไปอีก 13.5 ล้านบาทตามจำนวนเต็มที่ได้รับปันผลมา (ทั้งๆ มีหนี้เหลือเพียง 11 ล้านบาท) แต่ด้วยความเป็นนักธุรกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้เฉลียวใจว่าจะเป็นการชำระเกินหนี้ที่มีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้แก้ไขเช็คฉบับดังกล่าวด้วยการขีดคาดตัวเลข 13.5 ล้านบาท และแก้ไขเป็นตัวเลข 11 ล้านบาท “ในเช็คใบเดียวกัน”

แต่ความเฉลียวใจนี้ไม่ได้ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปลี่ยนเช็คใบใหม่ ทำให้ คตส. มีเช็คฉบับ “เผลอหลุดไป” อยู่ในมือของ คตส.เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังเหลือเงินปันผลอีก 2.5 ล้านบาท ที่ไม่ต้องเป็นหนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว แต่เรื่องแบบนี้เงินปันผลถ้ามาจากการถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ มีหรือจะเข้ากระเป๋าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ง่ายๆ!?

ในที่สุดเงิน 2.5 ล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โอนเงินไปให้ น.ส.พิณทองทา ลูกสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้อ้างว่าเป็นค่านาฬิกาหรูหลายเรือนซึ่งบังเอิญว่าตัวเลขตรงกันพอดิบพอดี ในเวลาที่พอเหมาะพอกันอย่างเหลือเชื่อ

หลังจากเงินปันผลงวดนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เปลี่ยนวิธีเป็นการถอนเงินสดออกจากบัญชีในแต่ละครั้งไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรายงานต่อคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน โดยหลายครั้งปรากฏว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของพรรคไทยรักไทยเป็นผู้มาทำหน้าที่ถอนเงินสดออกจากบัญชี โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรค!

ยังสงสัยอยู่ว่าถ้าไม่มีรัฐประหาร และไม่มี คตส.ในวันนั้น ประชาชนตาดำๆ คงไม่มีวันจะไปรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้เลย!

ฟฟ

ไชโยรัฐประหารภิวัฒน์แม้จะไม่เสด็จน้ำแม้จะหน่อมแน้มก็ยังพอจะมีส่วนดีต่อประเทศชาติและแผ่นดินอยู่บ้าง...
ฟฟฟฟ

ไม่แมวดำแมวขาวขอให้จับหนูได้.......ไม่ว่ารัฐประหารหรืออำมาตย์หรือ..ฯลฯ ขอให้เอาโกงตัวพ่อลงได้....แบบโกงก็คุกสิวะ....

คิดดี ทำดี พูดดี เพื่อในหลวง

คิดดี ทำดี พูดดี เพื่อในหลวง

รักในหลวง ปวงประชา สามัคคี

รักในหลวง ปวงประชา สามัคคี

มันจะเกิดก็เพราะเอื้อผลประโยช

มันจะเกิดก็เพราะเอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องตนเอง จนทำให้ระบบการบริหารประเทศย่อยยับเสียหาย

ไปเรียนหนังสืออ่านหนังสือเสีย

ไปเรียนหนังสืออ่านหนังสือเสียบ้างอย่ามานั่งฟังนักการเมืองทั้งสอบได้สอบตกและไม่มีสิทธิ์สอบโกหกไปวันๆ อำมาตย์แปลแล้วก็คือราชการ ทุกคนที่รับราชการชั้นสูงก็เป็นอำมาตย์ทั้งนั้น ล้มอำมาตย์ล้มใคร อภิสิทธิ์ เปรม ทักษิณ....ตั้งธงเป็นสัญลักษณ์แล้วอ้างเพื่อแสวงหาประโยชน์

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน