สื่อหลักปี'52: ความไร้ยางอายของสมาคมนักข่าว

 
 
สมาคมนักข่าวฯ พฤติการณ์ที่ไร้ยางส่งท้ายปี
 
สมาคมนักข่าวฯกล่าวสรุปรายงานว่ามีการใช้สื่อการเมืองเพื่อผลทางการเมือง ในขณะที่ตัวสมาคมนักข่าวเองฯไม่ได้ย้อนดูตัวเองว่าทำสารพัดในสิ่งที่ตนประณาม นับตั้งแต่เรียกร้องนายกฯมาตรา 7, เข้าไปรับใช้เผด็จการด้วยการเป็นสมาชิกสนช .หลังรัฐประหาร, ปฏิบัติ 2 มาตรฐานกับ 2 ม็อบ โดยเข้าไปกราบกรานพันธมิตรให้เลิกคุกคามนักข่าวภาคสนาม แต่ออกแถลงการณ์หนุนให้รัฐบาลใช้ประกาศฉุกเฉินปราบเสื้อแดงช่วงสงกรานต์ แล้วให้รางวัลภาพข่าวดีเด่นแก่ไทยรัฐในภาพข่าวสงกรานต์เลือด โดยเสนอว่าชาวบ้านแฟลตดินแดงทนเสื้อแดงประท้วงไม่ไหว จึงจิกหัวผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่งลากไปกับพื้น ต่อมามีการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดที่แฟลตดินแดง และชายที่จิกหัวผู้หญิงก็เป็นการ์ดพันธมิตรรายหนึ่ง เมื่อหญิงคนดังกล่าวไปแถลงเรียกร้องความเป็นธรรมที่สภา ผู้สื่อข่าวก็พิพากษาว่ามาผิดที่ ต้องไปแจ้งความที่โรงพัก .. .ทั้งหมดนี้ใครคือสื่อการเมืองกันแน่?!
 
 
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อ ปี 2552 ปีแห่งการใช้สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง (คลิ้กดูรายละเอียด) มีรายละเอียดตอนหนึ่งดังนี้
 
"สื่อการเมืองได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมากมาย และถูกนำมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง ทั้งโดยนักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ในสังคม ทำให้สื่อเหล่านี้มีฐานะเป็นเพียงเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองของแต่ละ ฝ่าย ซึ่งมีทั้งวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม หนังสือพิมพ์ เว็บไซด์ฯลฯ ซึ่งสื่อการเมืองเหล่านี้ ได้นำเสนอความคิดเห็นและความเชื่อมากกว่า “ความจริง” ไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่มีข้อมูลอย่างรอบด้าน ในทางตรงกันข้ามมีการนำเสนอในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มีความลำเอียง มีอคติ ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกลียดชัง จนถึงขั้นทำลายล้างต่อฝ่ายที่มีจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างกับฝ่ายของตัวเอง"
 
 
ในประเด็นนี้สมาคมนักข่าวฯเห็นว่า เป็นปีที่แต่ละฝ่ายได้ใช้ “สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง” ส่งผลให้สังคมมองบทบาทสื่อมวลชนโดยรวมว่า เป็นสื่อที่นำไปสู่วิกฤตการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและนำมาซึ่งปัญหายุ่ง ยากในการหาทางออกของวิกฤตประเทศในครั้งนี้
 
ย้อนรอยดูสมาคมสื่อทรราชแถลงการณ์ออกใบอนุญาตปราบเสื้อแดงโยนบาปทักษิณ
 
ปัญหามีอยู่ว่าสื่อการเมือง หรือสื่อรับใช้การเมืองนั้น แท้ที่จริงดูเหมือนสมาคมนักข่าวจะมีบทบาทด้านนี้ที่สุด..โดยมีพฤติการณ์ดังนี้
 
- สมาคมนักข่าวฯ มีบทบาทนับแต่การเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ โดยการออกแถลงการณ์ร่วมกับสภาทนายความขอให้มีการเปลี่ยนนายกฯโดยใช้มาตรา 7
 
- ต่อมาเมื่อเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นายกสมาคมนักข่าวก็ได้เข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เสียเอง
 
- เมื่อพันธมิตรฯ จัดการชุมนุมก่อความรุนแรงทั้งยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบิน พันธมิตรคุกคามนักข่าวสารพัด แต่สมาคมนักข่าวฯ ไม่เคยมีแถลงการณ์ใดๆ ปกป้องนักข่าวสนาม แต่นายกสมาคมกับเลขาสมาคมพากันดั้นด้นไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอความกรุณาจากแกนนำพันธมิตรฯ วิงวอนไม่ให้ใช้ความรุนแรงต่อนักข่าวในลักษณะสมยอมกัน
 
- แต่เมื่อกลุ่มเสื้อแดงจัดการชุมนุมขึ้น สื่อกระแสหลักได้นำเสนอข่าวบิดเบือนให้ร้ายผู้ชุมนุมเสื้อแดง และยั่วยุประชาชนให้เกลียดชังผู้ชุมนุม ยุแหย่ให้รัฐบาลใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมแล้ว สมาคมสื่อต่างๆ ยังได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งในวันที่ 13 เมษายน 2552 โดยมีเนื้อหาที่โยนบาปไปให้ทักษิณว่าเป็นผู้จุดชนวนความรุนแรง โดยไม่มีการประณามรัฐบาลที่ใช้กองกำลังทหารปราบปรามด้วยความรุนแรงแต่อย่าง ใด พร้อมทั้งเปิดทางให้ปราบปรามผู้ชุมนุม
 
โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือ พิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับองค์กรต่าง ๆ 7 องค์กร ออกแถลงการณ์ร่วมกัน 5 ข้อ (คลิ้กดูรายละเอียดที่นี่)
 
 
แถลงการณ์ร่วมขอให้ใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขวิกฤตประเท
 
จากการที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ปิดถนนบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวันที่ ๙ และ ๑๐ เมษายน และบุกเข้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาเมื่อวัน ที่ ๑๑ เมษายน จนทำให้รัฐบาลต้องเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด และได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน และเกิดเหตุการณ์รุนแรงในตอนเช้าตรู่วันที่ ๑๓ เมษายน ที่สามเหลี่ยมดินแดงนั้น องค์กรทั้งหลายตามรายชื่อข้างท้าย มีความห่วงใยในสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะลุกลามไปสู่วิกฤตการณ์ที่รุนแรงจนควบ คุมไม่ได้ จึงขอเสนอความคิดเห็นดังต่อไปนี้
 
๑. การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงอาจจะทำให้สถานการณ์ยิ่งร้ายแรงมากยิ่งขึ้น ขอให้รัฐบาลและกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ใช้กำลังของเจ้าหน้าที่เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อควบคุมสถานการณ์เท่านั้น อย่าใช้ในการปราบปรามหรือสลายการชุมนุม เพราะจะยิ่งทำให้ สถานการณ์เลวร้ายลงไปจนอาจกลายเป็นจลาจล และเมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว รัฐบาลควรยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยเร็วที่สุด
 
๒. สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจาก อาวุธ และต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น แต่การชุมนุมของ นปช. ในขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการบุกโรงแรม บุกกระทรวงมหาดไทย ทุบทำลายรถในขบวนของนายกรัฐมนตรี การปิดถนนสายต่างๆ การยึดรถเมล์ การยึดรถก๊าซ ล้วนแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพนอกขอบเขตของรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายทั้งสิ้น แกนนำ นปช. ต้องยุติการใช้ความรุนแรง การละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และต้องควบคุมผู้ชุมนุมไม่ให้ใช้ความรุนแรง รวมถึงยุติการสร้างความเกลียดชังผ่านทางสื่อในเครือข่ายดังที่กำลังทำอยู่ใน ขณะนี้ สำหรับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ต้องยุติการยั่วยุและปลุกระดมที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรง และถ้าหากเกิดเหตุร้ายแรงมากไปกว่านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อาจที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้
 
๓. ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาการชุมนุมที่ละเมิดกฎหมายโดยใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเหมาะสม และใช้กระบวนทางกฎหมายที่ให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง การดำเนินคดีกับ นปช. ก็ต้องดำเนินคดีกับประชาชนกลุ่มอื่นที่ใช้เสรีภาพเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญด้วยอย่างเสมอกัน
 
๔. ขอให้รัฐบาลใช้แนวทางสันติวิธีและการเจรจาในการแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นหนทางในการนำความสงบกลับคืนมาสู่ประเทศไทยได้อย่างแท้จริง รัฐบาลควรต้องเปิดการเจรจากับแกนนำ นปช. และพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมือง และขอให้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. กลับมาใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
 
๕. สื่อมวลชนทุกแขนง ต้องรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วนรอบด้าน รวมทั้งต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่จะรายงานออกไป เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์
 
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
 
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
 
สำนักสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า
 
กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง
 
เครือข่ายประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้แต่อย่าใช้ความรุนแรง
 
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ๓๕
เครือข่ายนักวิชาการไม่เอาความรุนแรง
 
๑๓ เมษายน ๒๕๕๒
 
 
 
นักวิชาการยี้แถลงการณ์ 2 มาตรฐาน ยุครัฐบาลสมัคร-สมชายรุมด่ารัฐให้ลาออก
 
ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนกระทู้หัวข้อเรื่อง "2 บรรทัดฐาน" ของ ทหาร, สื่อมวลชน, นักวิชาการ เอ็นจีโอ กรณีรัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน โดยตั้งข้อสังเกตว่าการออกแถลงการณ์ข้างต้นเป็น2มาตรฐานหากเทียบกับที่เคยออกแถลงการณ์ในยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
 
โดย ดร.สมศักดิ์กล่าวถึงในยุครัฐบาลนายสมัครนั้น หลังเกิดการปะทะในคืนวันที่ 1-2 กันยายน 2551 ซึ่ง นายณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง ของ นปช. ถูกคนของพันธมิตรฯ ทำร้าย จนเสียชีวิต รัฐบาลสมัครได้ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ปรากฏว่า นอกจากทหาร ที่รับมอบหน้าที่ ไม่ยอมปฏิบัติอะไรทั้งสิ้นแล้ว วงการสื่อมวลชน นักวิชาการ เอ็นจีโอ ยังพร้อมใจกันออกมาประณามรัฐบาลสมัคร และเรียกร้องให้ สมัคร ลาออก และยกเลิกประกาศ พรก.ฉุกเฉิน นี่เป็นรายงานข่าว ของบางตัวอย่างของปฏิกิริยาของบรรดาสื่อมวลชน เอ็นจีโอ ในขณะนั้น (ความจริงยังมีตัวอย่างอีกมาก)
 
อันที่จริง อาจกล่าวได้ว่า การไม่ยอมปฏิบัติตามหน้าที่ของทหาร และการพร้อมใจกันออกมาคัดค้าน ความพยายามดำเนินการยุติการชุมนุมของพันธมิตรฯของรัฐบาลสมัครในขณะนั้น ของสื่อมวลชน นักวิชาการ เอ็นจีโอ มีส่วนรับผิดชอบ ต่อความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นที่ตามมา
 
 
เคลื่อนไหวต้านเสื้อแดง อ้างหยุดทำร้ายประเทศไทย
 
เมื่อ เทียบกับตอนที่เพิกเฉยต่อพันธมิตรที่ทำการประท้วงอย่างรุนแรง สมาคมนักข่าวกลับทำหน้าที่เป็นสื่อการเมืองอย่างเอาการเอางานด้วยการร่วมกับ เอ็นจีโอเสื้อเหลือง ในการเคลื่อนไหวรณรงค์"หยุดทำร้ายประเทศไทย"ในช่วงที่กลุ่มเสื้อแดงออก มารณรงค์เรียกร้องประชาธิปไตย
 
"หลังจากออกแถลงการณ์เหมือนให้ใบ อนุญาตปราบปรามพวกเสื้อแดงอย่างนองเลือดแล้ว พวกเอ็นจีโอก็ดัดจริตออกมาร่วมกับสมาคมนักข่าวตั้งเครือข่ายรณรงค์หยุดทำ ร้ายประเทศไทย"ผู้เขียนวิจารณ์สื่อระบุในตอนหนึ่งของซีรีส์เรื่อง ในนามของการหยุดทำร้ายประเทศไทย พวกเขาออกใบอนุญาตฆ่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตย
 
 
เปิดโปงพฤติการณ์เสนอข่าวผิดๆ แล้วไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ของสื่อไทย
 
นี่ไม่ใช่หนแรกที่สื่อกระแสหลักมีพฤติการณ์ทำนองเป็นสื่อการเมือง เมื่อไวๆ นี้สื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวว่าตำรวจเชียงใหม่จับการ์ดเสื้อแดงพร้อมระเบิดปิงปอง 6,000 ลูกไว้ก่อเหตุช่วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่พอพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นเพียงประทัด สื่อก็เงียบเฉย
 
ช่วงก่อนนั้นสื่อไทยรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ TIMES ONLINE หมิ่นสถาบันฯ พอ TIMES เปิดเผยคำสัมภาษณ์อย่างละเอียดว่าทักษิณไม่ได้หมิ่นฯเลย แต่กลับแสดงจงรักภักดี สื่อไทยก็ไม่ได้แก้ไขข่าวใดๆ
 
 
ช่วงเสื้อแดงประท้วงตอนสงกรานต์ สื่อไทยเสนอว่าชาวบ้านแฟลตดินแดงทนเสื้อแดงประท้วงไม่ไหว จึงจิกหัวผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่งลากไปกับพื้น ต่อมามีการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดที่แฟลตดินแดง แต่เกิดแถวถนนราชปรารภ และชายที่จิกหัวผู้หญิงก็เป็นการ์ดพันธมิตรรายหนึ่ง เมื่อหญิงคนดังกล่าวไปแถลงเรียกร้องความเป็นธรรมที่สภา ผู้สื่อข่าวก็พิพากษาว่ามาผิดที่ ต้องไปแจ้งความที่โรงพัก
 
ต่อมาสมาคมผู้สื่อข่าวยังมอบรางวัลภาพข่าวยอดเยี่ยมประจำปีให้กับไทยรัฐกรณีจิกหัวผู้ประท้วงหญิงเสื้อแดง โดยไร้สำนึกว่าสื่อนำเสนอข่าวผิด
 
มาถึงเวลานี้คงต้องย้อนถามไปยังสมาคมนักข่าวฯแล้วว่า การชี้หน้าใครต่อใครว่าเป็นสื่อการเมือง แล้วพฤติการณ์ของสมาคมนักข่าวฯ ที่ผ่านมานี่ ไม่ใช่สื่อการเมืองที่ทั้งน่าเกลียดน่าชังดอกหรือ?

Comments

แล้วที่เสื้อแดงประกาศไม่รับรอ

แล้วที่เสื้อแดงประกาศไม่รับรองความปลอดภัยนักข่าวที่อยุ่ในที่ชุมนุม

แล้วที่นปช.พาพวกบุกไปปิดล้อมเนชั่น

แล้วที่ทักษิณประกาศให้เสื้อแดงไปปิดล้อมสื่อ

แล้วที่ทักษิณสั่งถอดรายการปิดปากสื่อที่วิจารณ์ตัวเอง

แล้วที่ทักษิณสั่งตรวจสอบธุรกรรมสื่ออย่างลับๆ

ฯลฯ

ลืมไปแล้วหรือ

[quote]แล้วที่เสื้อแดงประกาศไ

[quote]แล้วที่เสื้อแดงประกาศไม่รับรองความปลอดภัยนักข่าวที่อยุ่ในที่ชุมนุม (เสื้อแดงต้องรับรองความปลอดภัยให้หมาข้างถนนแถวนั้นด้วยมั้ย? ถึงจะพอใจจริตคุณ)

แล้วที่นปช.พาพวกบุกไปปิดล้อมเนชั่น (แล้วเข้าไปทำลายข้าวของหรือเปล่า? สื่อเนชันเสนอข่าวเป็นกลางจริงหรือไม่?)

แล้วที่ทักษิณประกาศให้เสื้อแดงไปปิดล้อมสื่อ (ตอนไหนมิทราบครับ)

แล้วที่ทักษิณสั่งถอดรายการปิดปากสื่อที่วิจารณ์ตัวเอง (ยังไงก็น้อยกว่ารัฐบานโจรชุดนี้แน่ๆ)

แล้วที่ทักษิณสั่งตรวจสอบธุรกรรมสื่ออย่างลับๆ ("ลับๆ" แล้วคุณไปรู้มาได้ไง? แล้วสื่อมันเป็นอะไรถึงตรวจสอบไม่ได้)[/quote]

เสื้อแดงจะไปล้อมเนชันหรือที่ไหน ทักษิณคุกคามสื่ออย่างไร มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญของบทความเลยครับ ถ้าอ่านดูจะเห็นว่าบทความของ Thai E-News อันนี้ประนามที่สมาคมนักข่าวและสื่อกระแสหลักใช้สองมาตรฐานในกรณีของเสื้อแดง ครั้งที่พันธมิตรประชาชนเพื่อ(ทำลาย)ประชาธิปไตยทำเรื่องระยำกว่านี้ร้อยเท่า ได้แก่

"ทำร้ายนักข่าว (ถึงขั้นหัวร้างข้างแตกก็มี)
บุก NBT (ไม่ใช่แค่ล้อม แต่บุกเข้าไปเลย)
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย บีบให้ จอม เพชรประดับ ยุติการทำรายการ เพียงเพราะสัมภาษณ์ทักษิณ (อันนี้ต่างจากสั่งถอดตรงไหน
ฯลฯ อีกมากมาย"

เสื้อแดงไม่ได้ลืมหรอกครับ แค่ออกมาช่วยเตือนความจำของ"พวกขี้ลืม"อย่างคุณไง

ก่อนจะถามคนอื่น

ก่อนจะถามคนอื่น ให้ดูพฤติกรรมของตัวเองก่อนนะครับ ไม่ว่าจะแดงหรือเหลืองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้มล้วนแล้วแต่สถานการณ์พาไป ผมว่าถ้ามีใครสักคนใส่เสื้อแดงเดินเข้าไปในม็อบพันธมิตร ก็คงไม่รอด ดอกครับ

เขากงแค่อยากเตือนว่า

เขากงแค่อยากเตือนว่า จะวิเคราะห์คตวรพูดให้รอบด้าน ก็ดีแล้วนี่ครับ เอะแต่สำนักข่าวไทยอีนิวส์ลืมแร่องอย่างนี้ได้ไง

ส่วนุณนี่หน้ามืดจริง อิอิ

สื่อของรัฐมันขาด ฐานันดร 4

สื่อของรัฐมันขาด ฐานันดร 4 นับตั้งแต่ มาร์ค เทพประทานมาเป็นนายก เพราะอะไรนะหรือ ?? ก็ได้เงินใช้ แถมอยู่สบายไม่ต้องเสี่ยงตาย ทำงานได้ จึงทำให้สากกระเบือยัดปากมันอยู่

ประชาชนที่รู้ทันสื่อยังมีอีกเ

ประชาชนที่รู้ทันสื่อยังมีอีกเยอะ

อย่ามาอ้างเลยว่าพวกผมทำเลวกับพวกคุณได้เพราะพวกคุณมันเลว

ขนาดนักโทษในคุกซึ่งส่วนใหญ่ทำความผิดมา

ผู้คุมยังไม่มีสิทธิไปละเมิดหรือทำร้ายเขาได้ตามอำเภอใจนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่

ถ้าพวกเราคนภายนอกทราบก็ต้องปกป้องนักโทษที่โดนทารุณ

ไม่ใช่บอกว่ามันคนเลวสมควรโดนแล้ว ถ้าคุณคิดแบบนี้ จิดใจคุณเลวทรามมาก

ในทางเดียวกันเสื้อแดงที่เขาออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ทักษิณ

ผมเชื่อว่าหลายคนแยกแยะออกว่าอะไรถูกหรือผิด

แต่ผมว่าเขาเรียกร้องความเป็นธรรมและการปฏิบัติที่เสมอภาคมากกว่าไม่ใช่สองมาตรฐาน

ถ้าคุณใช้มาตรฐานปกติจัดการทักษิณ ก็จะไม่เกิดเสื้อแดงเช่นทุกวันนี้ ไม่ใช่ใช้การปฏิวัติ

ก็เหมือนที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาทักษิณว่าฆ่าตัดตอนยาเสพติด

ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่รู้ว่าฆ่าตัดตอนกันเองหรือใครฆ่า

แม้เขาจะเป็นคนขายจริงก็ไม่มีสิทธิไปฆ่าเขา พวกคุณไม่ยอมรับอำนาจนอกระบบในการจัดการ

พวกค้ายาเสพติด แต่ดันยอมรับการปฏิวัติซึ่งเป็นอำนาจนอกระบบเหมือนกัน อย่างนี้เรียกสองมาตรฐานหรือ

เปล่า ทุเรศมาก มัวแต่กล่าวหากันว่าเสื้อแดงก็เลว เหลืองก็เลว จับผิดกันมันง่ายนิดเดียว มันก็มีดีมีเลวทั้งสองสี

นั่นแหละ แต่ปํญหาคือมาตรฐานที่สื่อ นักวิชาการ ผู้ใหญ่ใช้กับเสื้อแดงและเหลืองมันคนละมาตรฐาน

ไม่ต้องพูดถึงกฏหมาย เอาแค่ การนำเสนอการชุมนุม การให้ความเห็นก็คนละมาตรฐานแล้ว

บ้านเมืองมันถึงบรรลัยไง

เมือวานเปิดปังวิทยุ 101 ตอน 4

เมือวานเปิดปังวิทยุ 101 ตอน 4 โมงเย็นพิธีกรชายที่ผมชอบฟังเพราะกล้าวิจารณ์รัฐบาล

ไม่รู้หายไปไหน มีคนมาแทนถ้าฟังไม่ผิดคนมาแทน น่าจะเป็นชื่อโสภณ องค์การณ์

เซ็งมากได้แต่คิดในใจว่าเอาอีกแล้วหรือ ไม่รู้เป็นไงฟังผ่ายวิจารณ์รัฐบาลกี่ช่องๆ แม่...หายหมด

ก่อนหน้านี้ก็ 105 ทีแล้ว ตำหนิแม้วว่าปิดกั้นสื่อ ก็อย่าไปเลียนแบบเขา แต่รู้สึกว่ารัฐบาลนี้จะมากกว่านะ

ครับ

ครับ คงจะเข้าใจอะไรกันผิดไปใหญ่แล้วล่ะ เรื่องยาง เรื่องอาย นั้น ทางสมาคม และสื่อสารมวลสัตว์ในสังกัด ไอ้กะทิ ไอ้หยุ่น ไอ้หย่อง ไอ้เปลียว ขี้เหลืองสดเงี๊ยะ เขาไม่มีกันหรอก ครับผม

ไอ้สมาคมเนี่ยเวลาได้รางวัลอะไ

ไอ้สมาคมเนี่ยเวลาได้รางวัลอะไรมันก็ได้จากไอ้พวกมียศมีสีมันก็ต้องเข้าข้างกันคนจนมันจะมาได้อะไรมันก็ไอ้ขี้ข้าไอ้พวก
มีสีมีตำแหน่งก็ต้องเห็นด้วยใครเสือกมาช่วยคนจนก็เป็นคนเลวแผ่นก็ไม่มีจะอยู่ไอ้พวกฆาตกรฆ่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ๑๔ ตุลา๒๕๑๖ เห็นพวกมันสุขสบายดีทุกเพราะมันมีสีมีตำแหน่งผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและความถูกต้องคือคนเลวแผ่นดินนี้ถ้ไม่มีสีมีตำแหน่งและจนต้องไปอยู่ที่อื่น ๓๖ปีผ่านไปประเทศไทยก็อยู่เดิมๆหนังสือพิมพ์ก็แล้วแต่ย่ำอยู่กับที่
แต่คนไทยสมัยนี้มันไม่โง่เหมือนเมื่อ๓๖ปีก่อนหรอก ตอนนี้มันหลอกกันยากแล้ว

มนุษย์ที่เกิดมาทุกคนในโลกนี้

มนุษย์ที่เกิดมาทุกคนในโลกนี้ ล้วนมีความโลภ โกรธ หลง ด้วยกันทุกคน จึงไม่มีใครเลยจะทำตัวให้เป็นกลางได้อย่างแท้จริง ย่อมที่จะรัก หรือชังเป็นธรรมดา ส่วนจะเลือกรัก เลือกชังอะไร ฝ่ายไหนเท่านั้น เมื่อรักฝ่ายไหนก็ย่อมคล้อยตามและเห็นด้วยเป็นส่วนมากกลับฝ่ายที่ตนรัก ในทางตรงกันข้ามก็ไม่เห็นด้วยหรือคล้อยตามกับฝ่ายที่ตนชักเป็นธรรมดา อันนี้เป็นกฎธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นใครที่อ้างตนว่าเป็นฐานันดร 4 เป็นกลาง นั่นเป็นเพียงการพูดให้ดูดี เอาไว้สำหรับอ้างเพื่อเป็นเกาะป้องกันตนเองจากการกล่าวหาจากคนอื่นเท่านั้น ไม่มีทางจะเป็นกลางได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกสื่อมวลชนมักอ้างความเป็นสื่อมวลชนในอุดมคติ เหมือนประเทศไทยมักอ้างว่าเป็นเมืองพุทธ ไม่ควรมีการฆ่ากัน ไม่มีการพนัน ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่ เมื่อเกิดเป็นคนที่ยังไม่หมดกิเลสตามหลักของศาสนาพุทธ ก็คือมนุษย์ที่มีความโลภ โกรธ หลงอยู่เหมือนเดิม ยังมีรัก มีชัก คิด ทำ พูด ก็ยังเคลือบด้วยความรัก ความชัก โลภ โกรธ หลง เป็นฐานอยู่ตลอดไป

I miss him too,

I miss him too,

ผมก็เสียดายคุณหว่องเหมือนกัน ชอบเวลาที่แกใช้sarcasm tone และชอบ"ท้าทาย"ด้วยprovocative question

ใครทราบว่าแกไปจัดรายการที่คลื่นไหน ช่วยupdateให้ด้วยครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ที่จริงผมก็สงสัยมานานแล้วว่าช่อง101ซึ่งเป็นช่องของสีเขียวขี้ม้า ปล่อยให้แกทำรายการอยู่นานพอควรได้อย่างไร?

ตอนนี้หายสงสัยแล้วครับ

สื่อฯทุกวันนี้เขารู้ครับ รู้ว

สื่อฯทุกวันนี้เขารู้ครับ

รู้ว่า ถ้า " ผมเชียร์ " ฝั่งอำมาตย์ หลับตาถึงผลที่ได้จะเป็นอย่างไร รายการทีวี,วิทยุ,โฆษณา แค่นี้ก็รู้ว่า " ควรเชียร์ "

รู้ว่า ถ้า " ผมไม่เชียร์ " ฝั่งอำมาตย์ หลับตาถึงผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร เช่น คุณจอม เพชรประดับ , คุณพิสิทธิ์ (หว่อง)

เห็นด้วยกับบทความนี้อย่างยิ่ง

เห็นด้วยกับบทความนี้อย่างยิ่ง.....สุดยอด.....เมื่่อก่อนเป็นสมาชิกpost to day ตอนนี้เลิกมาปีกว่าแล้ว อ่านความจริงวันนี้ดีกว่า voice of taksin ก็ดีมาก อ่านทุกฉบับเลย.

อันว่าสื่อของมวลชนที่ดีนั้น ค

อันว่าสื่อของมวลชนที่ดีนั้น
ควรสร้างสรรปัญญาคู่สมอง
ให้ข่าวสารถูกต้องตามครรลอง
ไม่ถือครองอัตตาแต่ฝ่ายเดียว

นำเสนอข้อมูลไม่คลาดเคลื่อน
อย่าแชเชือนความจริงไม่แลเหลียว
สื่อเป็นสื่อหน้าที่คือสิ่งเดียว
คือยึดเหนี่ยวอุดมการณ์ด้วยวิชา

นำเสนอข่าวสารให้ถูกต้อง
อย่ามัวหมองเพราะมีนายคอยให้ท่า
อย่าเชลียล์เขียนข่าวด้วยมารยา
อวิชชาพาตกต่ำระยำจริง

ถ้าสื่อใดแหกกฏกบฏสื่อ
ให้ข่าวลือป้ายสีดังผีสิง
ความชั่วร้ายปกปิดความเป็นจริง
ก่อหนี้สินตราบาปพินาศกัน

มีปลอกคอสวมแล้วก็ไร้ค่า
ไร้ราคาเสนอข่าวไม่สร้างสรร
นั่งเทียนเขียนไร้สาระไปวันๆ
เพียงตัวฉันอาจจะเข้าตานาย

ใช้ปากกาเข่นฆ่าเป็นอาวุธ
เปรียบประดุจฆาตกรมีเส้นสาย
เขียนเรื่องเท็จให้ร้ายจนวางวาย
เล่นจนตายสื่อชั่วทั่วธานี

เป็นเครื่องมือเผด็จการทหารชั่ว
ชอบเกลือกกลั้วเหล่าอำมาตย์ทำบัดสี
เก่งแต่เรื่องพิศวาสคาวโลกีย์
ความอัปปรีย์เป็นนิสสัยแต่ไรมา

สื่อขี้ข้าเป็นทาสพวกอำมาตย์
ชอบพิฆาตคนดีให้หนีหาย
ถ้าคิดสู้ก็เอาให้ถึงตาย
ไร้ยางอายอย่างหนาหน้าพวกมัน

ความหน้าด้านคือคุณสมบัติหนึ่ง
อันหน้าทึ่งผองอำมาตย์ในทั่วหล้า
ติดต่อกันดั่งเชื้อโรคทั่วพารา
เหมือนฝูงหมาติดเรื้อนมีเกลื่อนเมือง

ฐาดันดรสี่ไซร้รับใช้อำมาตย์
ชอบวางมาดทำตัวให้ลือเลื่อง
สูงสุดสอยสื่อชั่วมีเต็มเมือง
ไม่ประเทืองปัญญาขี้ข้ามัน

ประชาชนวันนี้เขาไม่โง่
ไม่ไฮโซแต่สมองคิดสร้างสรร
ไม่จมปรักเหล่าอำมาตย์ตามไม่ทัน
สรวงสวรรค์สร้างเองไม่พึ่งใคร

สื่ออำมาตย์หมดสิ้นราคาแล้ว
ไม่พานแผ้วปัญญาคนไทยได้
พะอืดพะอมสื่อชั่วมั่วอบาย
ความชิปหายบังเกิดกับสื่อพลัน

ไม่ซื้อสื่อทาสอำมาตย์กันถ้วนหน้า
ไร้ราคาเนื้อหาที่เสกสรร
ชั่วคนอื่นดีพร้อมแต่พวกมัน
ร่วมใจกัน เลิกเสพ สื่อเทพ(อัปปรีย์)เอย

........................

นี่ไม่ใช่หนแรกที่สื่อกระแสหลั

นี่ไม่ใช่หนแรกที่สื่อกระแสหลักมีพฤติการณ์ทำนองเป็นสื่อการเมือง เมื่อไวๆ นี้สื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวว่าตำรวจเชียงใหม่จับการ์ดเสื้อแดงพร้อมระเบิดปิงปอง 6,000 ลูกไว้ก่อเหตุช่วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่พอพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นเพียงประทัด สื่อก็เงียบเฉย

"""นี่คือสื่อเลวๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆ....
จากหัวใจคนเชียงใหม่ ไม่ขอให้อภัยสื่อเลวๆ

ภาพ ชายชั่ว

ภาพ ชายชั่ว พธม.ดึงจิกผมผู้หญิงต่อหน้าผู้คนมากมาย
ถาม สื่อ พวกมึงยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า
สอพลอจนลืมความเป็นคนไปเลย

สำรวจรูปที่ได้รางวัลให้ประโย๙

สำรวจรูปที่ได้รางวัลให้ประโย๙ย์อะไรมีหลักคิดอย่างไรถึงได้รางวัลสื่อเคยมองกระจกหรือว่าความชั่วร้ายคือใคร

สื่อชั่วต้องได้รับการลงโทษอย่

สื่อชั่วต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม รอวันที่ประชาชนมีอำนาจก็เคลียร์ซะ ....พวกนี้รับเงินสกปรกจากอำมาตย์เพื่อร่วมกันบิดเบือนความจริง ร่วมกันทำร้ายสังคม ทำร้ายประชาชน

สื่อไทยเป็นกลางไม๊ - เป็นสิ

สื่อไทยเป็นกลางไม๊ - เป็นสิ ใครว่าไม่เป็น แต่กลางแบบไม่มี "ล" นะ

แถมสมานฉันท์มาก คือเอียงข้างสีเดียว เรียกว่าเอ่ยชื่อตะละหัว หรือ ผู้ดำเนินรายการตะละคน เขาก็รู้กันว่าหัวนี้ / คนคนนี้ สีเข้มมากหรือเข้มรองลงไป

คุณยังมีศรัทธากับสื่อไทยกันอยู่หรือ????

***สื่อเดี๋ยวนี้

***สื่อเดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะทีวีทุกช่อง เอียงมากๆ จะเอียนอยู่แล้ว

***การปฏิวัติ 19 กันยา 49 ส่วนหนึ่งมาจากสื่อพวกนี้ปั่นข่าว เพื่อแบทางให้มีคนปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วพวกมันขายข่าว หากินกับข่าวได้อย่างสนุก ไร้ยางอาย ไม่เสียดายรัฐธรรมนูญที่ดีๆ

โลกชังมึงแล้วนา..มาร์กขาแว้น

โลกชังมึงแล้วนา..มาร์กขาแว้น
แจ้นอาเชียนซัมมิต ..คิดปิดแผล
'ปินส์ อินโด สิงค์โปร์ บรูไน ไม่อยากแล
5 ประเทศ รวมมาเล...ไม่เปิดประชุม !

กัมพูชา ลาว พม่า เพื่อนมึงไหม ?
เขามาเปิดเพราะให้เกียรติ ..เวียดหัวกลุ่ม
ฮุนเซนแย็บ มาร์ก+ป๋า..เป๋ ...เซเข้ามุม
นายทุนกลุ้ม...แค่มึงคิด ปิดพรมแดน
1
โด่..ลูกดาก อเมริกา ขายหน้าโลก
โอ้ไอ้โกรก..บักสิแตก แบกแห่แหน
จับอาวุธโสมแดง บินผ่านแดน
เสี่ยงสุดแสน..ชักศึกเข้าบ้านไทย
ฮิตเลอร์มาร์ก..มึงสู้เขาได้เหรอ
ก็อดฟาเธอร์..ยอดนักกู้..สู้กับไผ ?
ไอ้ Goodboy ขอทาน..มึงจัญไร
เขมรแด่ก..หลายพันไร่ ..ไม่พูดเลย
2
Ultimatum คำขาดปื๊ด..ยื่นทั่วโลก
เละเป็นโจ๊ก ..โปกต่อมฮา...บัก.ห้าแสน
You must choose Taksin or Thailand.
ทูตอายแทน F-16 โสโครกระยำ
A-pee-sit คิดอิหยัง บัก-นั่ง-เยี่ยว
มึงอย่าเชียว... ปิดประเทศ บักเปรตหำ
ไอ้เด็กเวร ลูกกะโปก..โม๊กถั่วดำ
มาบตาพุด..มาร์กตูดพัง..โลกชังมึง

พวกสื่อมันโง่น่ะ....ถ้ามันฉลาดเหมือนผู้นำอาเชียนมันก็จะทำอีกอย่าง