"ระพี สาคริก" แนะพัฒนาสิทธิเกษตรกร สร้างกองทัพเศรษฐกิจสู้วิกฤติ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) โดยชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนรวมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างอารยะประชาธิปไตย เรื่อง “การปฏิรูประบบเกษตรกรรมและพัฒนาสิทธิเกษตรกร” ในครั้งนี้ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างกฎหมายคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “กระบวนทัศน์ใหม่ของการปฎิรูประบบเกษตรกรรมและพัฒนาสิทธิเกษตร” โดยมีสาระที่น่าสนใจ คือ
ปัญหาใหญ่ที่เป็นรากฐานสำคัญของไทยซึ่งพูดกันมานานก็คือ ภาคเกษตรถูกทำลาย และเป็นการทำลายตัวเอง จะไปโทษใครไม่ได้ ทุกวันนี้กำลังเกิดสงครามเศรษฐกิจกับวัฒนธรรม แต่ปรากฏว่าเกษตรกรที่เปรียบเสมือนเป็นกองทัพทางเศรษฐกิจของบ้านเมืองกลับหนีเข้าเมือง หวังชีวิตจะดีขึ้น ในสงครามนี้เราเราจึงแตกพ่ายกระเจิง
“ทุกคนแย่งกันไปอยู่บนที่สูงทำให้ข้างล่างมืดบอด อย่างตอนนี้พูดกันเรื่องโลกาภิวัตน์ คนไทยก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์ แต่ฐานล่างของตัวเองกลวง ขณะที่ต่างชาติก็มองว่าจะมีอะไรดีไปสู้ได้ในเมื่อคนไทยไม่รักแผ่นดิน เห็นแก่เงิน การศึกษาวันนี้สอนเรื่องคุณธรรม แต่เป็นคุณธรรมที่เข้าไม่ถึงแก่นแท้เพราะไม่ได้มองกันที่ใจ อยู่กับแผ่นดินแท้ๆ แต่ไม่เห็นคุณค่า”
ศ.ระพี กล่าวว่า ประชาธิปไตยทุกวันนี้ไม่ได้ทำให้คนที่อยู่ข้างล่างเข้มแข็ง เพราะดีแต่ออกกฎหมายกดหัวคนข้างล่าง วันนี้เราต้องมาคิดว่า จะสร้างจิตวิญญาณประชาธิปไตยให้คนข้างล่างได้อย่างไร บางคนดูถูกคนทำนา ว่าเป็นคนไม่มีความรู้ ทั้งที่วิถีการทำนาแบบเดิมก็ให้ผลผลิตดี ให้ข้าวที่สวยมีคุณประโยชน์ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี เพราะเขาใช้ปุ๋ยหมัก ชาวนาไม่ได้โง่ แต่คนข้างนอกไปดูถูกเขา เกษตรกรไทยต้องภูมิใจและต้องแข็งแกร่ง
ทุกคนมีวิญญาณการเกษตรอยู่ในตัว เพียงถ้าเรามองเห็นคุณค่าของแผ่นดิน ดังคำกล่าวที่คนในอดีตได้ยืดถือว่า “คนเห็นคนเป็นคนนั่นแหละคน กำเนิดคนย่อมเป็นคนทุกคนไป จะแตกต่างกันได้ด้วยความดี” เพราะฉะนั้นเกษตรกรไทยต้องภูมิใจในความเป็นตัวเอง ไม่นิ่งดูดาย และเป็นคนตื่นและมีสติอยู่เสมอ อย่าให้ใครปรามาสได้
“เวลานี้เราลืมตัว ลืมชีวิตที่เราเป็นอยู่ ลืมว่าเรามาจากอะไร แล้วก็เป็นทุกข์ ผมเป็นกำลังให้ทุกคนทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำดีให้ได้ แข็งแกร่งอยู่บนความหลากหลาย ในที่ประชุมเรื่องกฎหมายครั้งหนึ่ง เรื่องที่ดิน มองแต่เรื่องกดหัวคน แต่ไม่ได้มองว่าจะทำอย่างไรให้วิญญาณเกษตรกรยังอยู่ เราต้องรักษาจิตวิญญาณเกษตรกรและแผ่นดินไทยให้คงอยู่”
สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมไทยไม่ใช่แค่ชุดไทย แต่คือ จิตวิญญาณที่รักแผ่นดิน คือรากเหง้าของความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมไทยที่เกิดจากการรักแผ่นดินของคนไทย ดังนั้นเราอย่าลืมตัว อย่าลืมแผ่นดินไทย ต้องจำไว้เสมอว่าที่เรามีทุกวันได้ เพราะแผ่นดินไทยของเรา
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ที่ดีกว่าหว่านเบี้ยเลี้ยงให้ม
ที่ดีกว่าหว่านเบี้ยเลี้ยงให้มาประชุม น้ำลายแตกฟอง เถียงเก่งจึงได้ตามที่เรียกร้อง รัฐน่าจะเชิดชูชาวนาอย่างเป็นรูปธรรม จะสนับสนุนเครื่องจักรหรือไม่เมื่อแรงงานหายไปจากสังคมชาวนา ประเพณีลงแขกที่เหลือแต่เพียงในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ หรือเตรียมจัดพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทยเพื่อดองภาพในอดีต การขายนาส่งลูกเรียนหนังสือกับการเก็บนาไว้แต่ไม่มีคนสืบทอดอาชีพ การประกันราคาข้าวที่ทำมา๓๐-๔๐ปีนี้มีชาวนากี่รายที่ขายได้ตามราคาประกัน เมื่อรัฐซื้อเองก็ซื้อต่อจากพ่อค้าอีกที จิตวิญญาณคือรากเหง้าก็จริงอยู่ แต่ปัญญาจึงจะทำให้เกิดดอกออกผล ฤาจะเป็นหัวเผือกหัวมันทั้งแผ่นดิน?
เมื่อ3ปีก่อน มีตาแก่หน้าหนา
เมื่อ3ปีก่อน มีตาแก่หน้าหนา ใจบาปคนหนึ่ง
เที่ยวไปป่าวประกาศใส่ร้ายผู้นำประเทศด้วยความเท็จ ด้วยถ้อยความเท็จที่ร้ายแรงยิ่ง
พอเขาพิสูจน์แล้วว่า เป็นการป้ายสี โกหกมดเท็จทั้งสิ้น......ก็ยังไม่เห็นตาแก่คนนั่น ออกมาสำนึกผิด หรือขอโทษอะไรเลยแม้แต่น้อย
หรือว่าสังคมไทย เป็นสังคมของคนTORLAE ไปซะแล้วหรือ??
BBB BBB BBB XXX
BBB
BBB
BBB
XXX แปลกแต่จริง(สถาบันริพเลย์ยังไม่ได้รับรอง) XXX
----------------------------------------------------
เวลาจะใช้งบฯฟรีของทางการสัมนาหาคะแนนคุณธรรมให้ตัวเอง
ก็จะเชิดชูเกษตรกรว่าเป็น "สุดยอดแห่งอภิมหาปราชญ์ของแผ่นดินไทย" อาชีพอื่นใดล้วนห่วยส์แตก......
เวลาจะใช้งบฯฟรีของทางการสัมนาหาคะแนนให้กับ"ระบอบอำมาตย์"และดิสเครดิทผู้แทนราษฎรในระบบรัฐสภาสมัยใหม่
ก็จะบดขยี้เกษตรกรว่าเป็น "กากโง่/จน/เจ็บ ชอบขายเสียงให้พรรคการเมืองของชนชั้นนายทุน" อาชีพอื่นๆล้วนฉลาดและเข้าใจประชาธิปไตยล้ำลึก.......
--------------
สรุป :
จะอ้างอะไรก็แล้วแต่....
แต่นี่คือกิจกรรมของพวกไม่ทำมาหากินที่ใช้งบฯฟรีมา"ทำพิธี"ด่าคนทำมาหากินในสังกัดอาชีพอื่นๆเพื่อหา "คะแนนคุณธรรม" ให้กับตัวเองล้วนๆ-ไม่มีอะไรเจือปน !
นี่คือตัวอย่างคลาสสิคของแนวคิดแบบอำมาตย์ดึกดำบรรพ์โดยแท้......
--------------
คิกคัก คิกคัก
:)
BBB
BBB
BBB