สมานฉันท์แรงงานไทยแถลงต้านแปรรูปรถไฟ

23 มิ.ย. 52 – คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ออกแถลงการณ์คัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ ชี้การแยก รฟท. ออกเป็นบริษัทในระยะยาวเป็นการทำลาย รฟท. ให้เปลี่ยนสภาพไปเป็นบริษัท พร้อมกับเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ซึ่งจะมีการขึ้นราคาขูดรีดประชาชนมากขึ้น

 
แถลงการณ์คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
ฉบับที่ 4/2552
เรื่อง คัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ
สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ซึ่งเห็นชอบตามแผนฟื้นฟูฯ ของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีข้ออ้างอันสวยหรูเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการดำเนินงานและยกระดับการพัฒนากิจการรถไฟของประเทศไทย ให้เป็นองค์กรหลักที่สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งที่มีศักยภาพ รวมถึงสร้างความเข้มแข็งด้านการดำเนินการและการบริหารจัดการ ซึ่งตามความจริงแล้ว วิธีการแยกสลาย รฟท. ในรูปแบบบริษัท โอนกิจการที่ทำกำไรให้แก่นายทุนเอกชน ส่วนที่ไม่สามารถทำกำไรได้ให้คงไว้เป็นของ รฟท. ในลักษณะนี้คือการทำลาย รฟท.
เป้าหมายที่แม้จริงของการแยก รฟท. ออกเป็นบริษัทในระยะยาวเป็นการทำลาย รฟท. ให้เปลี่ยนสภาพไปเป็นบริษัท พร้อมกับเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ซึ่งจะมีการขึ้นราคาขูดรีดประชาชน ดังที่มีการระบุไว้ในแผนฟื้นฟูฯ อย่างชัดเจนว่า จะมีการปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมร้อยละ 10 ในปีงบประมาณ 2553 และปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10 ทุกๆ 3 ปี
การนำ รฟท. ไปเป็นบริษัท แม้เริ่มแรก รฟท. จะถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในที่สุดก็จะขายในส่วนที่เอกชนทำได้และมีกำไร ส่วนที่มีกำไรน้อยหรือไม่มีกำไรก็คงเป็นของรัฐต่อไป เมื่อไม่สามารถดำรงอยู่ได้ก็ยุบทิ้งไป ท้ายสุดผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือประชาชน ที่ต้องเสียค่าบริการในอัตราที่แพงขึ้น อีกทั้งเป็นการทำลายความเข้มแข็งของสหภาพแรงงาน โดยให้พนักงานแยกไปอยู่คนละบริษัท คนละนายจ้าง และถูกนายจ้างแต่ละบริษัทกำหนดค่าจ้างใหม่ วิธีการต่างๆเหล่านี้ประเทศด้อยพัฒนาได้เคยนำไปใช้จนประเทศตกอยู่ในความหายนะมาแล้ว อย่างเช่น อาร์เจนติน่า , เม็กซิโก หรือแม้แต่ประเทศที่เคยขายกิจการรถไฟให้แก่บริษัทในที่สุดรัฐบาลก็ต้องจ่ายเงินสนับสนุนแก่กิจการรถไฟนั้นมากกว่าเดิม จนต้องซื้อคืนกลับมาเป็นของรัฐในราคาสูงกว่าเดิมหลายเท่า อย่างเช่น นิวซีแลนด์
จากข้อมูลพอสังเขปข้างต้น คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) จึงขอสนับสนุนการดำเนินงานของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ในการคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการเพื่อบริการประชาชนโดยไม่แสวงหาผลกำไรเป็นที่ตั้ง และพร้อมที่จะสนับสนุนมวลชนในการเคลื่อนไหวคัดค้านดังกล่าวเมื่อมีการนัดหมาย อย่างไรก็ตามพวกเราในฐานะพี่น้องผู้ใช้แรงงานต้องกราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชนที่อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกและมีความเดือดร้อนบ้าง อันมาจากการหยุดการเดินรถไฟในขณะนี้ ซึ่งอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าการดำเนินการดังกล่าวนี้เพื่อเป็นการต่อสู้เพื่อคงไว้ซึ่งสมบัติของชาติ และผู้ใช้แรงงานไม่สามารถมีเครื่องมืออื่นในการต่อรองได้เลย นอกจากการนัดหยุดงาน
 
 แถลงเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552
          คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

 

Comments

ขอสนับสนุน สหภาพสู้เพื่อ

ขอสนับสนุน สหภาพสู้เพื่อ ประชาชนแหละ ประเทศของเรา สู้เพื่อการพัฒนา ระบบขนส่งระบบราง ต่อสู้กับ นักการเมืองปล้นชาติ ครับ

พวกมึงแหละ

พวกมึงแหละ ขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน เมื่อไหร่พวกมึง จะ เลิกช่ะทีว่ะ เอาประโยชน์ ส่วนตัวมาก่อน ทำนาบนหลังคน เอา ข้ออ้างเรื่อง ประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม ถ้าเอกชลเข้ามาดำเนินการ กู้ว่า พวกมึงกลัวตกงานมากกว่าว่ะ ทำงาน ไปวัน ๆ ไม่มีอะไรพัฒนา ไอ้พวก เห็บ พวก มัด ชอบเกาะกินเลือดกินเนื้อประชาชนไปวัน ๆ กูอยากให้แปลรูปไปไว้ ๆ เลย เม้ง ประเทศจะได้เจริญ ตาม เขมร ลาว เวียดนามได้ซ่ะที่

*ฉึกฉัก รถไฟ.......แล่นไป

*ฉึกฉัก รถไฟ.......แล่นไป คึกคัก
กะฉึก กะฉัก..........หาญหัก บ้านเมือง

*บริหาร ห่วยแตก.....ยิ่งแบก หนี้เปลือง
เครื่องมือ หัวเหลือง.....ป่วนเมือง ร่ำไป

*กรรมกร เทวดา..........ศักดินา ยิ่งใหญ่
สำนึก สิ้นไร้................ไม่ใฝ่ บริการ

*ถือตน เป็นใคร..........ตั้งใจ หักหาญ
หยุดรถ หยุดงาน.........ต่อต้าน ชุลมุน

*เพื่อประโยชน์ตน......ทำคน อื่นวุ่น
รถไฟ ขาดทุน...............เพราะขุน กันเอง

*ไม่ยอม แข่งขัน..........กีดกัน คนเก่ง
สร้างความ อลเวง……เพราะเก่ง หยุดงาน

*ควรรีบ แปรรูป..........เต็มสูบ กล้าหาญ
ให้แข่ง บริการ.............สุขด้าน ปวงชน

*ฉึกฉัก ฉึกฉัก.........คึกคัก คึกคน
คึกคัก คึกผล............ไยทน ขาดทุน

เร่งให้แปรรูปพ่อมรึงล่ะซิ

เร่งให้แปรรูปพ่อมรึงล่ะซิ อ้ายห่า แสดงความเห็นออกมาได้ คิดแม่งได้อย่างเดียวว่าประชาชนเดื่อดร้อน โคตรแม่งทีพวกมรึงปิดถนน เผาทำลายทรัพย์สินของ ขสมก แม่งยกย่องชื่นชมกันว่าดี ทำเพื่อประชาธิปไตย ก็เรื่องที่พวกกูคัดค้าน มันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่นายทุนจะเข้ามาฮุบกิจการ เข้ามาแสวงหาประโยชน์กันทั้งนั้น ที่รถไฟมันขาดทุนก็เพราะมันทุจริตกันมากไงต้องไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่ไปให้นายทุนเข้ามาแสวงหาประโยชน์

สนับสนุน

สนับสนุน "การเปลี่ยนแปลงปรับปรุง"
เกี่ยวกับ กิจการที่เกี่ยวข้องกับระบบราง ทุกอย่าง ครับผม
จะแปรรูป จะปฎิรูป จะปฎิวัติ ก็รีบทำเถอะครับ
การขนส่งระบบราง(ทั้ง คน และ สินค้า)
จะได้ ก้าวหน้า ก้าวไกล เดี่ยว จะตาม เวียดนาม ไม่ทันน่ะครับ

โถ ไอ้พวกผู้ก่อการร้าย

โถ ไอ้พวกผู้ก่อการร้าย ควายเหลือง
ปิดสนามบิน ยังไม่พอใช่ใหม ถึง บังอาจ มาปิด(หยุด)สถานีรถไฟ อีก
โทษประหาร รออยู่นะ พวกมึง
รัฐบาลชุดนี้ ไม่ดำเนินคดีก็ไม่เป็นไร รอรัฐบาลชุดใหม่ ก็แล้วกัน

อ่านในcommentแล้ว

อ่านในcommentแล้ว มีแต่คำว่า"ควาย"เต็มไปหมดทั้ง2ฝ่าย ทำให้ชักรู้สึกว่าตัวเองจะ"ควาย"ไปด้วยหรือเปล่านะ?

ครับเคยคุยคร่าวๆไว้ในนี้

ครับเคยคุยคร่าวๆไว้ในนี้ แต่เพราะตอนนั้นเนื้อข่าวที่ตรงประเด็นนี้ไม่มี? เลยตอบไปแบบออ้อมๆไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่

http://www.prachatai.com/node/24813/talk

ผมเข้าใจกับท่าทีของกลุ่มนี้ที่ออกมาด้วยเจตนา เป็นห่วงเรื่องนี้ แต่ผมยังห่วงว่าคนกลุ่มนี้มองปัญหานี้ในวิสัยทรรศน์แบบใด และใช้ฐานข้อมูลแบบไหน?ประกอบการตัดสินใจค้านหรือไม่ค้าน แต่ถ้าค้านตามการชงปัญหาไว้ที่ปลายเหตุของกลุ่มสหภาพรถไฟที่ออกมาสไตร้ส์ขณะนี้เป็นการมองปัญหาแบบตามน้ำเกินไป

เพราะต้นน้ำของปัญหาการพัฒนาการรถไฟไทยกรอบมันใหญ่ที่โครงข่ายลอกีสติก(ระบบขนส่งขนาดใหญ่และความเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งทางบกต้นทุน ต่อกม.ต่ำสุด) บนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ในความเป็นต่อในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ไปยังทั่วภูมิภาคจนถึงทั่วโลก

โครงข่ายนี้ใหญ่มาก แต่ถ้าปัญหาทางยุทธศาสตร์ มาติดแค่การมองปัญหาในระดับวิสัยทัศน์ไกลได้แค่ปลายจมูก หรือปลายขนหน้าแข้งกลุ่มทุนเก่าทุนใหม่(ไร้สาระกลุ่มนี้) การจับผิดคอรัปชั่นเล็กๆ(ที่ควรมีและเป็นเรื่องสำคัญ) แต่ควรมีแบบใช้ระบบแบบสุขาภิบาลในการตรวจสอบระบบหรือของไม่ดีของเสียแบบนี้ไม่ใช่เอามือมาโกยขี้ แล้วก็ประกาศห้ามขี้ห้ามมีปัญหานี้นั้นคือไม่ต้องไปทำอะไรให้เกิดเงื่อนไขการขับถ่ายอย่างเช่นขยายศักยภาพตรงนี้เพราะกลัวขี้(คอรัป)ในระบบมากเกินไป

จนเหตุผลเก่าๆแบบนี้กลายเป็นปัญหาอุปสรรคใหญ่ในระดับยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์ แม้ผมจะค่อนข้างจะเห็นด้วยที่นายกอภิสิทธิ์ ไม่อยากฝืนกระแสเรื่องแปรรูปตอนนี้เน้นตอนนี้(เพราะกระแสนี้แรงมากต้องทำความเข้าใจให้มากก่อน และเพราะปตท.ทำเสียจนเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว) แต่คนไทยแย่กว่าวัว ? มองปัญหาในระดับวิสัยทัศน์ไม่ออก ไปติดแค่ภาพเล็กๆตรงนั้นจึงกลัวภาพที่เขาเขียนให้วัวกลัวเกินไปแบบที่ภาษาบ้านๆว่าโง่เหมือนฟาย?

ผมพูดฟันธงไว้เลยปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาระบบการรถไฟไทยถ้ามองไปถึงระดับลอกีสติกหรือภาพรวมทางยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์ต้นน้ำของปัญหาอุปสรรใหญ่ที่สุดคือเรื่องนี้ เรื่องความคิดความกลัวแต่มองปัญหาไม่ครบหลายมิติ แต่ไปติดแค่ปลายจมูกติดกรอบแค่ขนหน้าแข้งกลุ่มทุนเก่าทุนใหม่ที่พยายามจะกีดกันกันเองหรืออยากเข้าไปมีเอี่ยวอย่างที่พวกตัวเองผูกขาดได้ดุอย่างการรถไฟสิ

ทำตัวเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ จนกอดสมบัติไว้ ไม่เคยเอาไปใช้อะไรเลยเหมือนคนนอนทับที่จนตายไปแล้วยังมาจองเวรคนที่จะเอาไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ แต่สิ่งที่เกิดคือใครแตะสมบัติข้ามึงตายนี่ไงครับภาพที่ชัดที่สุดของรถไฟไทยและนโยบายรถไฟไทยขณะนี้มันถึงได้เก่าขนาดทองมันยังหมองเพราะคนกอดนั้นนอกจากเก่าแล้วยังขี้เกียจดุแลปัดกวาดเอาแค่ตัวรถในรถยังสกปรกล้าหลังได้ขนาดนั้นเสื่อมและโสมลงเริ่อยๆ

ทั่งที่ร.5ท่านประทานมาเป็นร้อยปีสมัยนั้นโดดเด่นเพราะยังใหม่ ยังไงก้คือจะให้ใหม่อย่างนั้นยังไม่ได้ เพราะของใช้ไม่พัฒนามันก็จะมีแต่เสื่อมและโสมลง ไอ้ลูกหลานจัญไรทิ้งมรดกให้แล้วมันยังไม่มีปัญญาพัฒนาต่อยอดเอาแค่ให้เท่าของเก่ามันยังไม่มีปัญญาดูแลเลยนี่ไงครับตัวตนในศักยภาพ หรือวิสัยทัดดอกไม้ของคนการรถไฟขณะนี้(ใครอยากรู้ทัดดอกไม้คืออะไร ลองจับหูดูที่ผุ้หญิงเอาไว้ทัดดอกไม้ แต่ท่านชายเอาไว้บ้องหูกันหรือเป้าหมายการเตะก้านคอเวลาทะเลาะกันนั้นล่ะ?

แล้วพยายามยกปตท.กับกฟผ.มาเทียบกับการรถไฟ แล้วใช้มาตรฐานการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในกรอบแคบๆแบบเหมาเข่งเดียวกันซึ่งในรายละเอียดต่างกันเยอะมาก เพราะหลักคิดการแปรรูปต้องมองไปถึงระดับยุทธศาสตร์ แต่ปตทกฟผ(กฟผนี่ยังยืดหยุ่นต่อการแปรรุปกว่าปตท) นั้นคือความมั่นคงทางพลังงาน ปตท.นั้นคือการเช้งจมูกที่เราไม่มีน้ำมันหลักฟอสซิลหรือพลังงานหลักไว้หายใจ เอาความอ่อนไหวทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงไปเซ้งผ่านนายหน้ากหลายต่อจนเกินไป

แต่เพราะดงผลประโยชน์มันหอมหวานเกินไปมันเลยจ้องทำเป็นอันดับแรกทั้งที่นั้นมันอาจจะห้ามแตะด้วยซ้ำจนผิดรูปผิดตัวผิดฝากลายเป็นกรณีความผิดพลาด กฟผ นี่คล้ายกันแต่ยังยืดหยุ่นในความหลากหลายของการหาพลังงานหรือผลิตพลังงาน มันจึงสามารถแปรรูปให้กระจายไปสู่การแข่งขันเป็นเรื่องๆได้กว่าปตท.

ดังนั้นกฟผ แปรูปได้ครับ?และถ้าทำจริง จะกระจายการแข่งขันและการเข้าถึงพลังงานทางเลือกได้เช่น การผลิตพลังงาน(ทางเลือก)ป้อนกฟผ.ที่เป็นเจ้าภาพหลัก คือถ้าผูกขาดจะไม่มีการแข่งขันหลากหลายในการพยายามหาพลังงานทางเลือกแบบง่ายๆ หรือพลังงงานชุมชน เช่นการพัฒนาใช้พลังงงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าทางเลือกอื่นๆไว้ใช้ลดการพึ่งพาพลังงานหลักจากรัฐขึ้นใช้เองในชุมชน โดยที่ด้วยระบบสัมปทานที่ไม่เป็นธรรมต่อการจัดสรรทรัพยากรอาจจะคืออุปสรรคได้ที่แนวคิดรวมศูนย์ไว้ที่กฟผ.

ผมจึงฟันธงว่าที่สุดกฟผ ต้องปฎิรูป เพราะถ้าไม่ปฎิรุป จะรองรับโครงสร้างการพัฒนาแบบที่ว่ายากครับ?และจะเป็นปัญหาอุปสรรคใหญ่ต่อระดับยุทธศาสตร์วิสัยทรรศน์การพัฒนาอีกมาก แต่ปตท.ไม่ใช่ปตท.คือความอ่อนไหวทางความมั่นคงทางพลังงาน(ที่พิเศษเพราะเราไม่มีน้ำมันหลักเป็นของตัวเองจึงต้องพิเศษกว่าประเทศอื่น) การแปรรูปในลักษณะแบบนี้จึงไม่เหมาะเพราะเป็นการเอาความอ่อนไหวที่เช้นท์ซิทีฟเพราะยืมจมูกคนอื่นหายใจ ไปแขวนไว้กับตระกร้าราคากลุ่มนายหน้าหลายต่อเกินไป

เพราะโครงสร้างในระบบจะผูกขาด โดยเฉพาะมิติการจัดหาพลังงานให้หลากหลายและแข่งขันการหาพลังงานทางเลือกจนถึงการปลูกพลังงานทางเลือกที่ศักยภาพภายในที่ซ่อนไว้นั้นเรามากใกล้ๆบราซิล แต่เพราะโครงสร้างการแปรูปแบบนี้ไปเป็นปัญหาอุปสรรคในระบบต๋งสัมปทาน ดังนั้นการแปรรูป ต้องดูแต่ล่ะรัฐวิสาหกิจแต่ละอันเป็นหลัก?ไม่ใช่มาเหมาเข่งมองไหลกันไปตามน้ำแบบนี้?

ยิ่งนายกนี่ไม่ต้องคิดอะไรเลย? กระแสชงมาอย่างไรก็ไหลตามอย่างนั้น ? การรถไฟฯนี่เช่นกัน ไหลตามกระแสไปหมด เหมือน เมืองไทยใช้การไหลไม่ได้ใช้สมองในการตัดสินใจปัญหาสำคัญๆประเทศหรือทิศทางประเทศแต่หลักใหญ่คือใช้การไหลตามกระแส จริงไหม?นู๋มาร์ค???

เออ เอ็งเก่ง พ่อเอ็งก็เก่ง

เออ เอ็งเก่ง พ่อเอ็งก็เก่ง แม่เอ็งก้เก่ง ลูกสาวเอ็งก็เก่ง เมียเอ็งเอ็งยิ่งเก่ง
คนไทยชอบดู

อย่าแปรรูปเลย เอาไว้ให้กรรมกรขุนนางฝ่ายพันธมิตรหากินต่อไปเถอะ

เรื่องรถไฟเป็นของล้นเกล้าริเริ่ม ควรถวายคืน

.....
ส่วนประชาชนคนรุ่นใหม่เสรีชนก็ควรสร้างรถไฟหัวกระสุน ของใครของมัน

ส่วนพวกสาวิทเจี๊ยวหวาน เชิญไปไกลๆ พวกนี้ไม่รู้จักขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ มันจะเอาแต่สังคมนิยมสมานฉันท์กันเอง.....

...........
งง แต่พวกสมานฉันท์แรงงานนี่แหละ เมื่อไหร่จะเลิกเป็นหางเครื่องให้กรรมกรขุนนางเสียที

เมื่อไหร่จะช่วยประชาชนบ้าง เอาแต่เด้งรับสมศักดิ์ดกศัยสุข

...
จำเริญเถอะพวกเอ็ง

จะไปเป็นเกษตรกร แต่รอระบบ

จะไปเป็นเกษตรกร แต่รอระบบ ลอจีสติกอยู่ เพราะถ้าขนผลผลิตเองคงเปลือกทั้งค่าน้ำมัน ค่าซื้อรถ ค่าซ่อมบำรุงรถ ลือว่าเป็นยุทธศาสตร์ดีทรอยแห่งเอเชียของนักการเมืองกับนายทุนทำรถที่ไม่ให้มีการพัฒนาระบบรางในประเทศนี้
คงต้องรอไปชาติหน้า

ขอโทษครับข้อความข้างบนอาจจะไม

ขอโทษครับข้อความข้างบนอาจจะไม่ตรงประเด็นบทวิเคราะห์เพราะเอามาจากความคิดเห็นตัวเองของเนื้อข่าวอ่านมาโพสซ้ำ เพราะมันคล้ายกัน จนดูเสียมารยาทเกินไป

บทวิเคราะห์นี้ดีมากครับเพราะสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือสังคมไทยจะต้องมีสติ และพยายามไม่ไหลตามกระแส แต่ต้องให้เวลากับเหตุและผล และถ้าว่ากันจริงๆผมขอบคุณสหภาพการรถไฟที่ออกมา(แม้จะเจตนาแบบตรงข้ามจนผมด่าไปแล้ว) แต่ให้ผลในทางตรงกันข้ามเหมือนกันสมน้ำหน้า

นั้นคือชงประเด็นนี้ต่อสาธารณะชน และเป็นการชงประเด็นเรื่องแปรรูปเสียด้วยซ้ำ? แต่เพราะเจ้าภาพหลักเรา(รบ.มาร์ค1) เล่นบทไหลตามน้ำตามกระแส สถานการณ์มันจึงไม่ได้สร้างเสริมให้หาเหตุผลอย่างกว้างขวางในมิติการแปรรูป(โดยเฉพาะรถไฟไทย) แต่ปิดประเด็นไว้ที่ท่าทีรบ.นี้นั้นคือปฎิเสธเสียงแข็งเพื่อไหลตามกระแสสังคม และผู้กำกับรบ.???

คือดูเผินๆเหมือนสอบผ่านในท่าทีการประณีประณอม? แต่บางเรื่องเราต้องใช้การประณีประณอมบนพื้นฐานที่ได้นำเสนอความถูกต้องอย่างหลากหลายแง่มุมจนเป็นทางเลือกให้ปชช.ตัดสินใจในฐานข้อมูลครบทุกมิติก่อน ไม่ใช่ให้กระแสไหลตามกันไปแบบนี้ รบ.ก่อนมาไหลตามกระแสแปรรูปแบบไม่ลืมหูลืมตาพอผิดพลาด(ปตท)มากลับกลายเป็นการเชือดไก่กลายเป็นกรณีเขียนเสือให้วัวกลัว

จนคนกลัวนั้นกล้วไม่มีเหตุผลมากกว่าวัว(ภาษาบ้านๆเรียกว่าฟาย) จนไม่ว่าใครจะจูงไปไหนกระแสจะว่าอย่างไรก็ไหลตามนั้นไปกันหมด แล้วโจทย์ใหญ่ระดับวิสัยทรรศน์ ต่อการพัฒนาระบบรางหรือระบบรถไฟในระดับโครงข่ายลอกีสติก นั้นระบบรางคือพระเอกเจ้าภาพหลัก บวกกับความได้เปรียบความเป็นต่อจากศักยภาพภายในที่เราเป็นต่อเหนือใครในภูมิภาคนั้นคือ

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เราเป็นศูนย์กลางที่จะเชื่อมโยงระบบขนส่งแบบรางอย่างคุณค่ามูลค่ามหาศาลและขยายได้อย่างมัลติทวีคูณ แต่ในสภาพความเป็นจริงขณะนี้ เอาแค่ที่มีอยู่(มีมาตั้งแต่สมัยร.5) อย่างไรก็ไม่มีอะไรใหม่แถมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทั้งที่ศักยภาพภายในในตัวตนที่ซ่อนไว้เพราะโอกาสที่เหนือใครตรงนี้ สภาพไม่ต่างจากคนป่วยเป็นโรคจิตเสื่อมนอนกอดเพชรไว้กับตัวแบบคนบ้าหวงสมบัติ

ไม่หลับไม่นอนกลัวระแวงว่าใครจะเอาสมบัติชาติไป ทั้งที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครจะเอาไป? ถ้าคนเอาไปมีสิทธิในมรดกนี้เอาไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์จริงๆ แต่ปัญหาใหญ่จริงๆคือคนบ้าสมบัตินั้นไม่เคยคิดจะทำอะไรกับสิ่งที่มีตรงนั้น แถมกีดกันคนอื่นเพราะศักยภาพภายในรถไปไทยสูงค่ามหาศาลกว่าเพ็ชรในโครงข่ายระบบรางขนาดใหญ่ แต่ถ้าปรับเมือ่ไหร่ก็จะต้องต้อนกลุ่มทุนเก่าที่ที่มีเอี่ยวในนั้นอย่าล้าหลัง เพราะถ้าเปลี่ยนเขาปรับตัวเองไม่ทัน

ก็เลยต้องใช้ให้ปู่โสมเฝ้าทรัพย์(อย่างนาย หาหิด(สาวิทย์) แห้วหวาน หรือใช้บริการทหารราบในกรงลิงพธม.และทหารคอมอซอกลุ่มฟันเหลือง) ในการรับหน้าที่ปู่โสมเฝ้าทรัพย์มันต่อไป เพราะโครงสร้างตอนนี้การรถไฟ จะรองรับโจทย์ใหญ่ที่ผมว่าไว้ไม่ได้ ถ้าไม่มีการแปรรูป เพราะตัวโจทย์นั้นมันจะต้องกระจาย การบริหารจัดการ ไปจนถึงมิติการร่วมทุนขนาดใหญ่ในภูมิภาค เช่นจีน,เขมร,ลาว,พม่า,ลงมาเลฯ เพราะถ้าศักยภาพการรถไฟขณะนี้เอาแค่หนี้เก่าเพราะค่าใช้จ่ายในการเฝ้าสมบัติมันสูง จนเป็นหนี้ได้ถึงหลายล้านๆบาทขนาดนั้น อีแค่งานเฝ้าสมบัติแค่นี้มันยังสร้างหนี้ได้มหาศาลขนาดนั้น เพราะคนเฝ้ามีหน้าที่เฝ้าอย่างเดียว

เพราะกรอบวิธีคิดแบบคนบ้าที่ไม่มีกะจิตกะใจพัฒนาให้มันดี กลัวระแวงสมบัติจะหายใครจะมาเอาไป จนเอาไปนอกพื้นที่ไม่ได้ นี่ไงครับหลักคิด,วิธีคิดมันติดที่กรอบวิธีคิดแบบนี้จนมันพันธนาการการพัฒนาเอาไว้ โดยไปกลัวเรื่องที่ไม่ควรกลัว แต่สิ่งที่ควรกลัวกลับไม่เฉลียวใจ(ความล้าหลังของคนเฝ้าและคนจ้างเฝ้า) ดันไปจับผิดเรื่องอื่นมามั่วเรื่องโน้นเรื่องนี้ปิดโอกาสลูกๆคนอื่นๆที่ก็มีสิทธิในทรัพยากรหรือมรดกตรงนั้น???

เพราะถ้าตรงนี้ไม่เปิดมันไม่ต้องคุยถึงเรื่องอื่นๆอีกต่อไปแล้ว? เพราะถ้ามีที่แต่นอนทับที่ไว้มีสมบัติก็เอาไว้ให้ปู่โสมเฝ้า แถมสร้างเงื่ออนไขให้คนฆ่ากันตายเพื่อแย่งสมบัติทั้งที่เงื่อนไขคือไม่มีใครเคยได้สมผัสหรือมีโอกาสได้เอามาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์จากกติกาของปู่โสม(แย่งกันฆ่ากันต่ายได้แต่ไม่มีใครได้เอาไปใช้)

แต่ภาระกิจหลักกับเป็นการเพ่งโทษความโลภของคนอื่นกลัวเขามามาแย่ง แต่ไม่เคยคิดจะมองตัวเองที่ความกลัวคนอื่นแย่งสมบัตินั้นน่ากลัวและน่าสมเพสกว่าไหมเพราะโขมยสิทธิขนอื่น ในการกีดกันหวงก้างคนอื่นโดยที่ตัวเองก็ยังไม่ได้ใช้สมบัติเลย เพราะการรถไฟไทยทัรพยากรตรงนี้มหาศาลมาก แต่เรากลับมาเป็นหนี้เพราะภาระกิจปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลแค่นี้ยังสร้างหนี้ได้ขนาดนี้โถ่ประเทศชาติ บ้านนี้เมืองนี้มันเอาอะไรคิดแทนหัวกัน???

คุณอะตอม ตอบได้เข้าใจครับ

คุณอะตอม
ตอบได้เข้าใจครับ พวกเสื้อแดงมองแค่ฉาบฉวย ไม่มีวิสัยทัศน์เลย ปลาเล็ก เล็กเอาไปทำปลาร้าหมดไม่คิดจะใหมันโตไว้ ทอด แกง กินแลย คิดแค่ เรื่อง เฉพาะหน้าวันนี้เท่านั้น ต้องมองให้ทะลุนะครับ ถึงได้อยู่กันอย่างทุกวันนี้ไงละ อย่าคิดและเรื่อง หยุดวิ่ง อะไร ไม่ทันนักการเมืองหรอกครับ คิด ยาว ยาว ยาว ยาว หน่อย อย่าคิดแต่เถียงเอาชนะกัน มาวิเคราะห์ สิ่งได้เสียกัน อย่าเอาแต่อารมณ์ ต้องให้ เด็กสอน