Loading...
เว็บไซต์แกวเก่อลึรายงานว่าขณะนี้มีชาวบ้านละทิ้งบ้านเรือน อพยพเข้าไปอยู่ในป่า เพื่อหนีทหารพม่าที่บุกเผาบ้านเรือนและยิงชาวบ้านเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดตองอู ภาคพะโคของพม่า รวมจำนวนกว่า 2 พันคนแล้ว
ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนผู้ลี้ภัยจะได้กลับไปยังหมู่บ้านเล่อป่อเฮอที่สวยงาม หรือต้องใช้ชีวิตเยี่ยงแรงงานทาสในค่ายกักกัน ฉันได้แต่ภาวนาให้พวกเขา ทรหดอดทน อย่างหญ้าแพรก ที่ไม่ว่าจะถูกเหยียบย้ำบนดินผืนไหน พวกเขาจะชูใบเขียวชอุ่มได้อีกครั้ง... ฉันเริ่มสวดภาวนาต่อพระเป็นเจ้าในทุกศาสนาที่ฉันรู้จัก...
พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 ยืนยันหลังประชุมกับยูเอ็นเอชซีอาร์ จะส่งผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงที่เข้ามาเมื่อปี 52 กลับทั้งหมด 1,500 คน โดยไม่ถามความสมัครใจ เนื่องจากไม่มีการสู้รบแล้วและเป็นนโยบายรัฐบาลที่จะไม่มีค่ายอพยพเพิ่ม
จดหมายข่าวฉบับที่ 53 จาก "ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน" เผยชะตากรรมของชาวบ้านจากรัฐกะเหรี่ยงหนี้ภัยสงครามมาอาศัยในศูนย์อพยพชั่วคราวในพื้นที่ จ.ตาก ซึ่งวันนี้คือวันที่ 25 ม.ค. จะถูกพิจารณาจากผู้เกี่ยวข้องว่าควรส่งกลับหรือไม่
องค์กรสิทธิมนุษยชนในระดับสากลวิพากษ์รัฐบาลอภิสิทธิว่าไม่สามารถสร้างบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนได้ทำให้ประเทศไทยในปี 2552ถอยหลังลงเป็นช่วงปีที่มีการใช้ความตึงเครียด ความรุนแรงและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด
สำนักข่าว“แกวเก่อลึ” รายงานทหารพม่าโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยและหมู่บ้านรวม 3 แห่งในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง มีชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4 ราย บ้านเรือนถูกเผาวอด หญิงตั้งท้องซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงในค่ายผู้อพยพชั่วคราวบ้านแม่อุสุ จ.ตาก ข้ามแม่น้ำเมยกลับไปทำกินในรัฐกะเหรี่ยง เหยียบกับระเบิดขาซ้ายขาด
ทหารไทยผลักดันผู้อพยพชาวม้งที่ศูนย์ฯ ห้วยน้ำขาว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กลับ สปป.ลาวแล้ว ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนานาชาติโดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาที่เห็นว่าเป็นการลี้ภัยจากปัญหาการเมือง
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ให้การรับรองสถานะแก่ผู้ลี้ภัยชาวชิน มอญ ไทยใหญ่และคะฉิ่นจากพม่าที่อาศัยอยู่ในมาเลเซีย กว่า 11, 000 คนในปีนี้
ประชาชนจากทางตะวันออกของพม่าต้องอพยพหนีทหารพม่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเหมือน “ดาร์ฟูร์ของทวีปแอฟริกา” สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ ของการที่ไม่เห็นด้วยกับชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในประเทศพม่า ข่าวเปิดเผยจากกลุ่มที่ทำงานในศูนย์ผู้ลี้ภัย
ชีวิตของโรฮิงยา 70 คนที่ถูกกักขังอยู่โดยรัฐไทย อาจกำลังถูกลืม และแม้แต่ความตายของ 2 ชีวิตที่จากไปในระหว่างการคุมขังก็กำลังถูกลืมเช่นกัน บางทีสิ่งที่พวกเขาขาดหายไปอาจเป็น “ความหวัง” และ “อนาคต”