บันทึกนักศึกษา-อาสาสมัคร ครก.112: จากกระดาษ 3 แผ่นสู่เบื้องหลังงานรณรงค์

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ความว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี” กลายเป็นที่รู้จักสนใจของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.55 ครก.112 หรือ คณะรณรงค์แก้ไขม.112 เปิดตัวคณะรณรงค์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีการรณรงค์ ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ เรื่อยมา เพื่อ ให้ประชาชนร่วมกันเสนอชื่อแก้ไขเพิ่มเติมม.112 ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์ จนมาถึงวันที่ 5 พ.ค.55 ครบ 112 วันของการรณรงค์ มีผู้เสนอชื่อมากกว่าสามหมื่นคน และในวันที่ 29 พ.ค.55 ครก.112 นำรายชื่อที่สมบูรณ์เรียบร้อยทั้งหมด 26,986 ชื่อ ไปยื่นต่อรัฐสภา
ย้อนกลับไปช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้ ฉันยังอยู่ที่มหาวิทยาลัยและเป็นเวลาช่วงสอบ วันหนึ่งในเดือนนั้นหลังทำข้อสอบเก็บคะแนนเสร็จ ฉันนำเอกสารลงชื่อขอแก้ไขกฎหมายนี้ไปส่งยังห้องพักอาจารย์ผู้เป็นตัวแทนรับ ระหว่างทางเดินไปห้องนั้น ฉันก้มมองเอกสารในมือเห็นข้อความในวงเล็บเขียนชัดเจนว่า “แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์” ฉันอ่านซ้ำไปมาหลายรอบและคิดไปต่างๆนานา ไม่ใคร่แน่ใจนักว่าการกระทำของตัวเองครั้งนี้ จะส่งผลต่อใคร แค่ไหนอย่างไร รู้เพียงว่า “อากง” “สมยศ” และคนอื่นๆ ที่ฉันไม่รู้จักนักกำลังอยู่ในคุกเพราะกฎหมายข้อนี้ ฉันรู้ว่ากฎหมายนี้มีโทษรุนแรงอย่างเหลือเชื่อและยังไม่มีบรรทัดฐานที่แน่นอนในการตีความ ส่วนนิติราษฎร์ก็เป็นกลุ่มนักวิชาการที่ออกมาเสนอให้แก้ไขกฎหมายนี้ ฉันเห็นว่าข้อเสนอของพวกเขาน่าสนใจ คิดว่ามันน่าจะช่วย "อากง" คนนี้และคนอื่นๆ ได้ โดยไม่ยากเย็นนัก แค่เขียนเอกสารสามแผ่นและส่ง ณ จุดรับ ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนทั่วไปสามารถทำได้ เมื่อคิดจนได้ข้อสรุปฉันก็เดินถึงห้องอาจารย์ วางเอกสารเรียบร้อยก็เดินออกมา ความคิดสุดท้ายก่อนจะหันเหไปหาข้อสอบ ฉันรู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้อื่นแม้ว่าจะน้อยนิดเพียงเท่านี้ก็ตาม แต่ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้ทำอะไรมากไปกว่าการลงชื่อเช่นนี้อีกแล้ว กระทั่งได้มาทำงานอาสาสมัครให้กับครก.112
โดยหลักการแล้ว ประชาชนที่จะร่วมผลักดันร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ต้องใช้เอกสาร3ฉบับ ประกอบด้วย หนึ่ง แบบ ขก.1 หรือแบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อที่อยู่และลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย สองสำเนาบัตรประชาชนหรือหลักฐานอื่นๆของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ และสาม สำเนาทะเบียนบ้าน เมื่อผู้เสนอฯกรอกรายละเอียดและรับรองสำเนาถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จะต้องส่งมายังตู้ปณ.112 ปณฝ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ 10200 หรือส่ง ณ จุดรับลงชื่อเพื่อให้ส่งต่อมายัง ครก.112 จึงจะเห็นได้ว่า ครก.112เป็นคณะที่ทำงานโดยตลอดกระบวนการเสนอชื่อ หากจะแบ่งงานของ ครก.112 ออกเป็นฝ่ายๆ อย่าง่ายที่สุดน่าจะแบ่งได้ 2 ฝ่ายคือส่งออกและรับเข้า ส่งออกหมายถึงส่งออกข้อมูลและความรู้เรื่องกฎหมาย ส่วนรับเข้า หมายถึง รับเอกสารที่ประชาชนลงชื่อแล้วนำมาจัดการตามกระบวนการให้เป็นระเบียบ

ฉันเข้าใจว่าเป็นโอกาสอันดีประกอบกับความตั้งใจที่จะช่วย จึงเริ่มร่วมงานกับ ครก.112 ตั้งแต่ก่อนกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นโค้งสุดท้ายของการรณรงค์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาอันหนักหน่วงสำหรับกลุ่มผู้รับเข้า หรือแรงงาน หากจะแบ่งการทำงานของส่วนรับเข้าออกเป็นขั้นๆ ฉันคงแบ่งได้แค่สองขั้น ซึ่งแต่ละขั้นนั้นมีความแข็งไม่แพ้กัน ขั้นที่หนึ่ง หลังแข็ง คือเราต้องนั่งตรวจความเรียบร้อยของเอกสารว่า มีเอกสารครบสามแผ่นหรือไม่ เอกสารทั้งสามแผ่นเป็นชื่อเดียวกันหรือไม่ มีลายมือชื่อรับรองครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ หรือแม้กระทั่งการเรียงเอกสารก็จะต้องมีแบบแผนที่ชัดเจนว่า ใบปะหน้าคือ ขก.1 ตามด้วยบัตรประชาชนและปิดท้ายด้วยทะเบียนบ้าน ขั้นตอนนี้ดูจะไม่ยากและใช้เวลาไม่นานนัก หากผู้ลงชื่อได้อ่านเงื่อนไขและรวบรวมมาเรียบร้อยแล้ว กระนั้นก็ตาม ฉันเพิ่งประจักษ์กับตาว่ากฎหมายก็ยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ทำให้คนธรรมดาที่ไม่รู้จักมันต้องตื่นเต้นประหม่าอยู่เสมอ เราจึงได้พบว่ามีผู้ลงชื่อบางคนเซ็นเอกสารไม่ครบ ส่งหลักฐานไม่ครบ เรียงเอกสารผิด ส่วนนี้เราต้องแกะลวดเย็บออกและจัดการเย็บใหม่ และการทำงานในขั้นหลังแข็งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ หากเราจะต้องแยกเอกสารว่าผู้ลงชื่อนั้นมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านที่จังหวัดใด เมื่อจัดแยกเรียบร้อยแล้วก็จะต้องนับจำนวน ให้ได้ปึกละ 100 ชุด พอดิบพอดี เพื่อให้การทำงานในขั้นต่อไปง่ายขึ้น และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ฟังดูเหมือนไม่ยากนัก แต่ขั้นหลังแข็งนี้แรงงานหลายคนนั่งทำตั้งแต่สายๆ จนดึกดื่น เป็นเวลากว่าสามวันเราจึงนับเอกสารเกือบสี่หมื่นชุดได้หมด
ขั้นแข็งขั้นที่สอง คือ ตาแข็ง เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้อง “คีย์” รายชื่อลงในคอมพิวเตอร์ หรือจะเรียกว่ากรอกรายละเอียดของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายให้เป็นระเบียบ รายละเอียดนั้นประกอบไปด้วย วันที่ลงชื่อ ชื่อนามสกุลที่บอกเพศ และที่อยู่อย่างละเอียด จะให้ผิดไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลขประจำตัวประชาชน สำหรับผู้ลงชื่อคนเดียวก็มีมากถึง 13 ตัว นี่ยังไม่นับเลขที่บ้าน วันที่ลงชื่อ รวมๆ กันแล้ว 1 รายชื่อ ต้องใช้ตัวเลขมากกว่า 20 ตัว และการคีย์แต่ละครั้งเราจะต้องทำให้เสร็จ100ชุดที่นับไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน นั่นก็หมายความว่า ตัวเลขกว่า 2000 ตัวจะได้ผ่านประสาทสัมผัสเราไปในการคีย์แต่ละปึก ซึ่งก็แน่นอนว่าในหนึ่งวันอาสาสมัคร 1 คน ต้องคีย์ให้ได้มากกว่า 1 ปึก ส่วนจะมากขึ้นไปแค่อีกไหนก็เป็นไปตามความถนัดและความตั้งใจ ตั้งแต่วันที่นับเสร็จเราก็คีย์กันมาเรื่อยๆ ผู้ต้องการเสนอชื่อก็ส่งชื่อเข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งใกล้ถึงวันงานบันทึก112วัน แก้ไขม.112 เราก็ยังคงคีย์กันอยู่

ทว่า งานของครก.112 ก็ไม่ได้มีแค่หลังแข็งและตาแข็งเท่านั้น หากยังมีหน้าที่จัดเวที เตรียมห้องประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้พร้อมสำหรับการรองรับประชาชนที่จะมาร่วมงานบันทึก 112 แก้ไขม.112 วัน ในวันที่27 ดังนั้น ในช่วงสายๆ ของวันที่ 26 อาสาสมัครจึงทยอยเดินทางไปสถานที่จริง เพื่อร่วมกันจัดเวที สิ่งที่เราจะต้องตั้งบนเวทีประกอบด้วยตัวเลขใหญ่ยักษ์ 5 ตัว กับตู้ไปรษณีย์อีก1ตู้ แน่นอนว่ามันไม่มีขาย เราจึงต้องสร้างขึ้นเอง งานนี้ใช้กระดาษลังไปนับร้อยใบ ประกอบขึ้นเป็นตัวเลขและตู้ไปรษณีย์ หากไม่คิดเป็นเด็กจนเกินไป ฉันรู้สึกว่าการทำงานในวันนี้สนุกมาก เหมือนเป็นช่วงเวลาของการทำความรู้จักกันระหว่างอาสาสมัครที่เคยคุ้นอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ เหมือนเป็นการทำละครเวทีสักเรื่องหนึ่ง เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นเพราะเราแอบทำไปเล่นไป แกล้งเพื่อนไป เถียงกันไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก การทำงานร่วมกันต้องมีความขัดแย้ง มีการใช้เหตุผลและตกลงกันได้ แต่อย่างไรก็ตามการเตรียมเวทีก็เสร็จสิ้นลงทันเวลา เราสามารถ ประกอบ ติด ต่อ ตัด แปะ ตั้ง กล่องทั้งหมด ให้เป็นเลข 3 9 1 8 5 พร้อมกับตู้ไปรษณีย์สีแดงสดใสได้เรียบร้อยสมบูรณ์ก่อนที่เจ้าหน้าที่หอประชุมจะมาปิดประตู
งานหนักชิ้นต่อมาของ ครก.112 ก็อยู่ตรงที่การรวบรวมรายชื่อทั้งหมด ขนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า ที่บริเวณหมุดหมายของคณะราษฎรเพื่อจะเดินขบวนไปยังรัฐสภาในวันที่ 29 และก็เช่นเคย 1วันก่อนนั้น เราเหลืองานที่จะต้องทำ คือ คีย์รายชื่อที่เหลือให้เสร็จ จัดเอกสารลงกล่องดำ จัดทำเอกสาร ขก.2 และขนเอกสารทั้งหมดไปยังจุดนัดหมายในเวลา 9.00 น. ก่อนจะเริ่มงานวันนี้ ฉันเข้าใจว่า งานคงจะเหลือน้อยเต็มที หรือเรียกว่าไม่มีไรมากนัก แต่เอาเข้าจริง แต่เมื่อถึงเวลาทำงาน อาสาสมัครที่เคยมาช่วยทุกวันๆกันต่างก็เหนื่อยนักอยากพักหน่อย คราวนี้การเกณฑ์แรงงานจึงต้องข้ามไปยังองค์กรเพื่อนบ้าน ฉันรู้สึกว่าเมื่องานเดินมาจนถึงวันสุดท้าย เราจะต้องทำงานทุกกระบวนการที่เคยทำมาในวันนี้วันเดียวเพื่อตรวจทาน จัดทำทุกอย่างให้ครบถ้วนสมบูรณ์ คืนวันที่ 28 เราจึงต้อง ทั้งนับ แยก คีย์ แปะกล่อง ฯลฯ จนดึกดื่น และสุดท้ายงานทั้งหมดก็สำเร็จลุล่วงลงด้วยดี

เช้าวันที่ 29 เป็นวันสุดท้ายของทีมแรงงานครก. 112 เราก็ยังคงติดตามส่งเอกสารจนถึงสถานที่เก็บ เช้าของวันนี้ฉันไปถึงหมุดหมายคณะราษฎร การแบกหามนั้นดูจะเหลือกำลังเกินไปฉันจึงมีหน้าที่เพียงแค่ถ่ายรูป รอดูการจัดเรียงกล่องดำ รอดูการตั้งขบวน และคอยตรวจตราว่ากล่องที่เราขนกันมานั้นยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ มีรอยถลอกฉีกขาดหรือไม่ ส่วนพี่ๆทีมงานครก.112 ที่เป็นผู้ดูแลกล่องก็ยังต้องทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สภา ยกกล่องลงรถ ขนกล่องขึ้นรถ กระทั่งกล่องทุกใบถูกขนไปเก็บ ถึงตอนนี้ ฉันเองก็อยู่ร่วมด้วย ครั้งสุดท้ายที่กล่องดำใบใหญ่ถูกหามเข้าห้องเก็บเอกสาร ฉันนึกไปถึงวันแรกที่เดินไปส่งเอกสาร 3 แผ่นนั้นตามลำพัง วันนั้นฉันคิดถึงหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ได้คิดเลยว่าจะได้คัดแยกเอกสารนานถึงสามวัน ไม่คิดว่าจะได้เห็นรายชื่อของผู้ร่วมเสนอเป็นพันๆ ชื่อ ไม่คิดว่าจะได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรณรงค์ และไม่คิดว่าจะว่าจะมีคนอีกมากมายที่เห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนกฎหมายข้อนี้ ท้ายที่สุดฉัน การทำงานหนักและสนุกที่ผ่านมาก็ทำให้ฉันได้ตระหนักว่า มีประชาชนอีกมากมายที่เห็นความสำคัญถึงสิทธิเสรีภาพของตัวเองตามระบอบประชาธิปไตย แวบหนึ่งก่อนกล่องดำทั้งหมดจะลับตาไป ไม่ว่าจะเพราะทำงานหนักมาหลายวันหรือเพราะยังเชื่อในความมีเหตุผลของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ฉันแอบคิดอยู่คนเดียวว่า มันจะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างสิน่า
Comments
@ เมื่อความเชื่อ ปะทะ
@ เมื่อความเชื่อ ปะทะ กับเหตุผล
จึ่งมีคน ถูกกระทำ ขย้ำขยี้
เหมือนพวกเชื่อ โลกแบน ที่แสนดี
เคยราวี คนที่ชี้ ว่าโลกกลม
@ พวกที่มี ความเชื่อ เหนือเหตุผล
ย่อมไม่ทน รับฟัง ตั้งใจข่ม
เพื่อปกป้อง ความเชื่อ เพื่อชื่นชม
เขาไม่ล้ม ก็ว่าล้ม ข่มเรื่อยไป
@ พวกที่มี เหตุผล บนความจริง
ทำทุกสิ่ง ในที่โล่ง และโปร่งใส
พร้อมรับฟัง และอธิบาย ให้เข้าใจ
มืดเพียงใด ก็จุดไฟ ในสายลม
@ ขอชื่นชม นิติราษฎร์ เพื่อราษฎร
กลางไฟร้อน ลมกระหน่ำ จำขื่นขม
แต่เหตุผล บนความจริง ไม่นิ่งจม
คนชื่นชม มากมาย ในโลกา
@ พลังจารีต ประเพณี ที่สูงส่ง
อยู่ดำรง ต่อไป ไม่ไร้ค่า
เพียงแก้ไข ในกฎ กติกา
ให้ควรคู่ กับประชาธิปไตย
การเสียสละเพื่อสังคมโดยไม่ได้
การเสียสละเพื่อสังคมโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนเป็นสิ่งที่ดียิ่ง อย่างน้อยนักศึกษาก็ได้เรียนรู้กระบวนการในการทำงานเป็นทีม เสียสละอดทน สังคมไทยน่าจะเพาะคนลักษณะนี้ให้มากๆ ดีกว่าที่จะเพาะความเชื่อที่ว่าทำบุญแล้วจะได้ดีในโลกหน้า เพราะจะเป็นการทำบุญเพื่อหวังผล เป็นการทำบุญแบบเห็นแก่ตัว ไม่ได้ทำบุญเพื่อบุญอย่างแท้จริง
สังคมไทยยังไม่ค่อยยอมรับที่จะ
สังคมไทยยังไม่ค่อยยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งดีๆใหม่เพราะความเชื่อ บวกกระแสสังคมทำให้คนไทยส่วนใหญ่เสียโอกาสที่จะได้รับสิ่งดีๆของการเปลียนแปลง แต่ทุกคนที่ปราถนาดีต้องอดทนที่ต้องพยายามทำให้ได้เพื่ออนาคตของคนรุ่นหลังต่อไป ขอเป็นกำลังใจ และสนับสนุนตลอดไป
ขนลุกเมื่ออ่านจบ :)
ขนลุกเมื่ออ่านจบ :)
@ ครก. รณรงค์
@ ครก. รณรงค์ แก้มาตรา
ร้อยสิบสอง ที่พา โลกหม่นหมอง
ส่งสภาผู้แทน ท่านคิดตรอง
ตอบสนอง ประชาชน คนเลือกมา
@ ขอบ้านเมือง จงสงบ พบสันติ
เลิกทิฐิ ดึงดัน กันเถิดหนา
เราอยู่ใน สังคม แห่งโลกา
ไม่ใช่ลอย จากฟ้า มาแต่ใด
@ โลกลิขิต สิทธิมนุษยชน
เพื่อมนุษย์ ทุกคน บนโลกใหญ่
เพื่อเสรี ประชาธิปไตย
เพื่อโลกศิวิไลซ์ ไม่เสื่อมทราม
@ ความคิดเห็น ไม่ควรเป็นอาชญากรรม
ไม่ได้ทำ ชั่วร้าย ไม่หยาบหยาม
โทษสมควร แก่เหตุ เขตห้ามปราม
ไม่คุกคาม ประชาธิปไตย
@ ครก.112 ผองคนดี
ผู้ที่มีความกล้าพาผ่องใส
ขอทุกคนอยู่รอดแลปลอดภัย
และขอให้สมหวังดั่งใจปอง
ขอขอบคุณในความเสียสละของทุก ๆ
ขอขอบคุณในความเสียสละของทุก ๆ คนที่ร่วมทำให้สิ่งนี้สำเร็จ
แม้จะไม่รู้อนาคตว่ามันจะได้ผ่านออกไปจากสภาหรือไม่
แต่ในเวลานี้เราทำหน้าที่ส่วนหนึ่งของคนที่เป็นคนไทย รักชาติ สถาบันฯ และความถูกต้องยุติธรรมแล้ว
ได้แต่อธิษฐานว่าฟ้าจะเห็นความตั้งใจดีของเรา และให้เราได้เห็นความสำเร็จในช่วงชีวิตของเรา
ร่วมกันสร้างประเทศที่น่าอยู่ให้ลูกหลานเราในอนาคต
และเราจะไม่ย่อท้อที่จะก้าวต่อไป ถ้าความฝันนี้ของเรามันยังไม่สำเร็จ