Pmove ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 11 ปฏิบัติยับยั้งพฤติกรรมล้าหลังของระบบราชการไทย สร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 11 จี้ให้เร่งดำเนินการปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนภาคประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สัญชาติ
 
20 เม.ย. 55 - ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ Pmove ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 11 ปฏิบัติยับยั้งพฤติกรรมล้าหลังของระบบราชการไทย สร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 
แถลงการณ์ฉบับที่ ๑๑

ปฏิบัติยับยั้งพฤติกรรมล้าหลังของระบบราชการไทย สร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
 
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เป็นเครือข่ายของเกษตรกรรายย่อยและคนจนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดในอดีต พวกเราได้ร่วมกันผลักดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐบาลเข้าใจและนำไปบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล พร้อมกับการสร้างกลไกร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน
 
วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๕ ตัวแทนของพวกเราได้ร่วมหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ในฐานะตัวแทนรัฐบาลและประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยมีข้อตกลงที่ชัดเจน พร้อมกับย้ำว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการแก้ไขปัญหาคนไทยพลัดถิ่น โดยมีข้อสรุปร่วมกันว่า ให้มีการปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ที่จะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๕ พ.ศ.๒๕๕๕ ที่จะต้องมีสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุติ และตัวแทนภาคประชาชนร่วมเป็นกรรมการ
 
แต่คล้อยหลังการหารือร่วมกัน ปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายพระนาย สุวรรณรัฐ) ในฐานะประธานคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ได้เรียกประชุมคณะกรรมการ ฯ ดังกล่าวขึ้นในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๓๐ น.ที่ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย ทั้งที่การแต่งตั้งคณะกรรมการฯชุดนี้ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ.สัญชาติ ฯ และละเมิดข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชน การกระทำของปลัดมหาดไทยในครั้งนี้ แสดงถึงการท้าทายต่อนโยบายการบริหารงานของรัฐบาล อันมีเจตนาที่จะเสี้ยมให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างภาคประชาชนกับรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง
 
พวกเราขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เห็นว่าพฤติกรรมของปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายพระนาย สุวรรณรัฐ) ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิธีคิดของระบบราชการไทยที่ล้าหลัง ตกยุค ไม่ยอมรับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และไม่สนองนโยบายของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการฉุดรั้งกระบวนการประชาธิปไตย
 
ดังนั้น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการ ดังนี้
 
๑. ให้ยุติ ยกเลิก การประชุมคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ในวันนี้ ทันที
 
๒. ให้เร่งดำเนินการปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนภาคประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๕ พ.ศ.๒๕๕๕ โดยเร็ว
 
พวกเรายืนยันว่า เรามิอาจยินยอมให้เกิดการล่วงละเมิด ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับพวกเราเกิดขึ้นได้และพวกเรามิอาจยอมจำนนต่อพฤติกรรมที่ล้าหลัง ขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน และยังเนี่ยวรั้งการพัฒนาประชาธิปไตย เกิดขึ้นซ้ำซากได้อีกต่อไป พวกเราก็จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการในการผลักดันการแก้ไขปัญหาที่เข้มข้นเพิ่มมากขึ้น
 
คนจนทั้งผองพี่น้องกัน
 
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)
๒๐ เมษายน ๒๕๕๕ หน้ากระทรวงมหาดไทย

Comments

ระบบข้าราชการไทยเป็นระบบที่ได

ระบบข้าราชการไทยเป็นระบบที่ได้รับอิทธิพลจากระบบการปกครองศักดินามาเต็มๆ เนืองจากระบบศักดินาปกครองประเทศนี้นานมาหลายร้อยปีจึงถ่ายทอดความเป็นศักดินาให้กับระบบราชการได้เต็มที่ การเปลื่ยนแปลงระบบราชการสมัยรัชกาลที่ห้า หก เจ็ด ก็ยังคงความเป็นศักดินาไว้เต็มรูปแบบ เมื่อเกิดการเปลื่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ ระบบราชการก็ยังเป็นระบบเจ้าขุนมูลเมืองเหมือนเดิมแม้จะปกครองระบบประชาธิปไตย แปดสิบปีให้หลัง ทุกวันนี้ผมคิดว่าระบบราชการก็ยังล้าหลังมากอยู่.

ทำให้ทุกอย่างพัฒนาหรือก้าวหน้

ทำให้ทุกอย่างพัฒนาหรือก้าวหน้าไปได้ยากมาก ประเทศจึงล้าหลัง คนที่ทำดี คิดต่าง ก็หัวเน่า ไม่เจริญ บางงานทุ่มงบไปเยอะแต่ไม่เดิน ติดที่ระบบนี่แหละ

ประสบการณ์"ส่วนใหญ่"กับสถานที

ประสบการณ์"ส่วนใหญ่"กับสถานที่ราชการก็คือถ้าแสดงตัวเป็นประชาชนคนธรรมดา จะมีโอกาสน้อยครั้งมากที่จะทำธุระที่ต้องการได้บรรลุอย่างง่ายดาย มักจะถูกข่มจากเจ้าหน้าที่ก่อนเสมอ อันนั้นทำไม่ได้ อันนี้ไม่มีแบบฟอร์ม สุภาพจนเหลืออดแล้ว แสดงอำนาจของประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ รู้วิธีเจรจาข่มขู่กลับ ขอพบผู้บังคับบัญชาสูงสุดต่อว่าต่อขานจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด ทุกอย่างก็จะสำเร็จภายในเวลาอันสั้นอย่างเหลือเชื่อ (หรือจะเคยชินกับระบบอำนาจ การถูกข่มขู่ ก็ไม่รู้)

"ข้า"ราชา การ คงมองประชาชนว่าคือขี้ฝุ่นใต้ตีนของ พวกข้าราชา ด้วย ชื่อก็สื่อถึงระบบศักดินาที่ฝังรากมา