นักวิชาการพร้อมใจยื่นหลักทรัพย์ประกัน "อากง" ภรรยาหวังได้รับความเป็นธรรมเร็วๆ นี้

(20 ก.พ.55) เวลา 13.00 น. กลุ่มนักวิชาการจำนวน 7 คน อาทิ ผศ.บุญส่ง ชัยสิงห์กานนท์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น ได้เดินทางมายื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนายอำพล หรือที่รู้จักกันในนาม "อากง" ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก โดยวันเดียวกันนี้ นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความของนายอำพล ได้ยื่นขออุทธรณ์คดีนายอำพลด้วย

นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ กล่าวว่า ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว แบ่งเป็นตำแหน่งนักวิชาการจำนวน 7 คนและเงินสดจากกองทุนยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจำนวน 1 ล้านบาท รวมหลักทรัพย์ 2 ล้านบาทเมื่อยื่นประกันตัวแล้ว

"สำหรับคดีนี้ก็มีความหวังว่าจะได้ประกันตัวเพราะมีปฏิกิริยาต่างจากคดี ทั่วไป เช่น ไม่เคยมีกรณีใดที่โฆษกศาลออกมาโต้แย้งแสดงทัศนะมาก่อน ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามในการอธิบายตัวเอง โดยคาดว่าจะรอคำสั่งจากศาลอุทธรณ์ประมาณ 2-3 วันจึงจะทราบผล"

นางรสมาลิน ภรรยานายอำพล กล่าวว่า "รู้สึกดีใจมากที่มีกลุ่มนักวิชาการ มายื่นประกัน เพิ่งอดอาหารมา 24 ชั่วโมงรู้สึกมึนงงและตื้นตันมาก มีความหวังว่าศาลจะให้ประกัน และอยู่ด้วยความหวังมาตลอด หากอากงได้รับประกันตัวจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของนายอำพล สำหรับอากงเองก็หวังว่าจะได้รับการประกันตัวโดยเร็วที่สุด หลานๆ ก็รู้สึกดีใจหากสามารถประกันตัวอากงจะกลับมาได้ หากได้รับการประกันตัวจะพาอากงไปแก้ไข่ต้ม 400 ลูก ที่วัดหลวงพ่อโต"

"หากศาลไม่ให้ประกันก็ยังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร เพราะตนเองไม่ได้รู้เรื่องอะไรทั้งหมดเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ตัวเองก็ไม่เคยขึ้นศาลมาก่อน แต่ตอนนี้ต้องมาขึ้นศาลเป็นประจำ ประสบความยากลำบากในการดำเนินชีวิตและดูแลหลานๆ" นางรสมาลิน กล่าว

ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในนักวิชาการที่ยื่นตำแหน่งเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวนายอำพล กล่าวว่า "การยื่นประกันตัวครั้งนี้หวังว่าศาลจะมีความเมตตา พิจารณาว่านายอำพลสูงอายุแล้ว ทั้งยังป่วยและไม่สามารถหลบหนีหรือยุ่งเกี่ยวกับหลักฐาน เนื่องจากนายอำพลมีครอบครัวในประเทศไทย และไม่มีความรู้หรือฐานะที่จะหลบหนีไปต่างประเทศได้ ไม่มีเหตุผลใดที่ศาลจะไม่ให้ประกันตัว จึงขอวิงวอนต่อศาลให้อนุญาตให้นายอำพลได้รับการประกันตัว อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองด้วย"

ระหว่างการรอยื่นเอกสารประกันตัวและอุทธรณ์ได้มีทนายมาให้ความรู้ทางกฎหมายและตอบข้อซักถามของนางรสมาลินด้วย


ภรรยา "อากง" และแม่นักโทษการเมืองอดอาหารครบ 24 ชม.
เตรียมขอประกัน-เยี่ยมลูก

ก่อนหน้านี้ เวลา 8.00 น. นางรสมาลิน (สงวนนามสกุล) ภรรยานายอำพล หรือ "อากง" และนางแต้ม ภูชัยแสง อายุ 67 ปี มารดานายนายสุรภักดิ์  จำเลยในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ยุติการอดอาหารหลังเพื่อเรียกร้องขอสิทธิประกันตัวผู้ต้องหาความผิดอาญา ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หลังอดอาหารมาครบ 24 ชั่วโมง โดยนางแต้มได้เดินทางไปเยี่ยมนายสุรภักดิ์ บุตรชาย ส่วนนางรสมาลินเดินทางไปเตรียมตัวยื่นประกันอากงต่อไปในช่วง 13.00 น.

ในช่วงดึกวานนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิเสธให้นางรสมาลินและนางแต้มใช้ห้องน้ำของศาล อาญา โดยแจ้งว่าให้เดินไปใช้ห้องน้ำที่มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษมซึ่งมีระยะ ทางกว่า 500 เมตร ทำให้ผู้ร่วมอดอาหารและผู้มาให้กำลังใจต้องพาทั้งคู่เดินหาห้องน้ำกลางดึก เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง

Comments

ยิ่งตัดสินคดีความด้วยความอยุต

ยิ่งตัดสินคดีความด้วยความอยุติธรรมไร้จริยธรรม ขาดเมตตาธรรมมากเท่าไหร่ สิ่งที่กำลังพยายามสอพลอก็จะยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น หรือนี่เป๋็นลิขิตฟ้า

บ้านเมืองไหนบ้างที่จับคนแก่อา

บ้านเมืองไหนบ้างที่จับคนแก่อายุ 60 ไปกักขังโดยไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด แล้วก็เลิกสนใจเหมือนตัดสินแล้วก็หมดหน้าที่ ใครจะทุกข์จะร้อนเพียงไหน ก็ไม่สนใจนี่เป็นกฏหมายภาษาอะไรกันศาลเตี้ยจะดีกว่าไหม นี่ถ้าคนในสังคมเพิกเฉยไม่สนใจไม่ต่อสู้ชาวบ้านก็ทนทุกข์ไปจนตาย ขนาดไปนั่งอดอาหารประท้วงอยู่หน้าศาลจะลงมาถามสารทุกข์สุกดิบสักนิดก็ไม่มี เหมือนสมัยนายชวนที่ชาวบ้านมานั่งประท้วงอยู่หน้าทำเนียบจนออกลูกออกหลาน ก็ยังไม่เคยเหลือบแลชาวบ้านสักนิดอย่างนี้จะเป็นผู้นำปชช. ได้อย่างไรข้าราชการทุกคนกินเงินภาษีของปชช. ต้องทำงานให้ ปชช.แต่กลับจับปชช.ไปขังเอาใจอำมาตย์ ถ้าปชช.ออกมาเรียกร้องขนาดนี้ยังไม่สนใจ นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ประชาชนทำอะไรไม่ได้ก็ขอให้สวรรค์ลงโทษเถิด

ส่วนตัวคิดว่าคงยาก

ส่วนตัวคิดว่าคงยาก ถ้าหากต้องการจะสู้ในเกมส์ ก็จะต้องมั่นคง
กฏหมายนี่เป็นเพียงหนึ่งในในหลายๆ ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมของไทย

ตราบใดที่ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญ (ให้ดีพอ) ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กองทัพ สถาบันทางการเมืองแล้ว

ไม่มีการประกาศความจริงอันสูงสุด เช่น ตัวอย่างดังที่นิติราษฎร์เสนอ ประเทศนี้ก็ยังไม่ก้าวไปไหนได้

เพราะ ประเทศนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วย วาทะกรรม "ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์"
ไม่มีคำว่า ยุติธรรม เท่าเทียม ประชาชน เสรีภาพ

ดังนั้นระหว่างทางที่จะไปถึงตรงนั้นได้ ก็จะต้องเจอการขัดขวางในรูปแบบต่างๆ
เป็นเกมส์ที่เล่นกับความ อดทน มั่นคง ของจิตใจ การยั่วยุให้บาดหมาง
การจัดฉากที่ทำให้เข้าใจผิด เกิดความแตกแยก

เพราะสิ่งเหล่านั้น คือ หนทางเดียวที่จะขัดขวางการเดินหน้าต่อไปได้

รอให้ม้ามีเขา

รอให้ม้ามีเขา รอให้เต่ามีขนก่อนจึงหวังการให้ประกันจาก 112
การกระทำทุกอย่างเป็นอุดมการณ์เหนือกฏหมายรัฐธรรมนูญ
ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะให้สิทธิ์ในการประกันตัวผู้ต้องหาก่อนการตัดสินคดี
แต่สำหรับ 112 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ดังนั้น สูเจ้าอย่าหวังจะได้รับการประกัน
มีเจ้าโกเต๊กลิ้มคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นี้
ไม่เชื่อ..100 หนึ่ง เอาขี้หมากองเดียว...ไม่มีทางได้ประกันชัวร์