ใต้เท้าขอรับ: ได้โปรดปล่อยนักโทษการเมือง

ผมไม่มีเรื่องใหม่มาเสนอ แต่ขอถือโอกาสที่การเมืองของเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกของไทยมีความเคลื่อนไหว เอาเรื่องเก่าคาใจมาทวงถาม

การปล่อยตัวอองซาน ซูจี หลังการเลือกตั้งในสหภาพพม่าเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นแผนการสร้างภาพประชาธิปไตยให้กับพม่าและรัฐบาลพม่าใต้เงื้อมมือกองทัพที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น เพื่อหวังจะคุยกับประเทศอื่นๆ ในประชาคมโลกได้บ้าง และเชื่อได้ว่า หากเสรีภาพของนางอองซาน ซูจี ไม่ไปสร้างความหวาดกลัวหรือเขย่าความมั่นคงของเหล่าทหารในกองทัพพม่า การทยอยปล่อยนักโทษการเมืองหลายพันคนในพม่าก็จะเกิดตามมาตามแรงกดดันของประชาคมโลก

เรื่องนักโทษการเมืองที่มาจากความคิดต่าง ไม่ว่าจะโดยถูกกฎหมาย หรือโดยอำนาจของศาลนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะมันขัดและแย้งกับหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างที่สุด เราจึงเห็นประเด็นการกดดันให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองในทุกประเทศทั่วโลก เป็นประเด็นหลักขององค์การนิรโทษกรรมสากล และขณะที่โลกเฝ้าดูและยินดีกับการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี ความยินดีนั้นก็มาพร้อมกับการกดดันให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนักโทษการเมืองคนอื่นๆ ด้วย

แต่ข่าวสารความเป็นไปในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกของไทยนั้น มันไม่ได้โลดแล่นอย่างปราศจากความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะไม่ว่าเราจะเรียกคนเสื้อแดงจำนวนมาก และแกนนำ นปช. ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของบ้านเราในเวลานี้ว่าอย่างไร 'ผู้ก่อการร้าย' หรือ 'ผู้ต้องคดีอาญา' ด้วยอำนาจจากคำสั่งของศาล แต่สาระสำคัญ ความผิดที่เขาถูกกล่าวหา และต้องกล่าวหา ก็มีฐานมาจากความคิดต่างทางการเมืองทั้งสิ้น

จำนวนมากพิสูจน์ตัวเองมาตลอดว่า ไม่เคยมีความคิดจะใช้ความรุนแรงด้วยวิธีใดๆ จำนวนมากเคยพูดจาปราศรัยที่ดูเหมือนเป็นการยุยงให้ใช้ความรุนแรงทำลายทรัพย์สิน กระนั้น เราต่างรู้ว่า มันเป็นกลวิธีในการปราศรัย ที่ทุกคนที่ฟังล้วนแต่ชัดเจนว่า เป็นแค่มุข และจำนวนมาก ไม่เคยแม้แต่จะพูด ไม่เคยแม้แต่จะคิด หรือกระทั่งไม่เคยแม้แต่จะไปร่วมชุมนุม

มิหนำซ้ำ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีและตัดสินแล้วนั้น รัฐก็ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่าใครคือผู้กระทำความรุนแรงนั้น มีแต่การใช้อำนาจตามกฎหมายที่ชี้ว่าเขาทำ ด้วยคำสั่งของศาล ที่ 'เชื่อว่า-เห็นว่า-วินิจฉัยว่า-พิพากษาว่า' แม้เราจำต้องยอมรับในคำพิพากาษา แต่จำนวนมากคดีที่ไม่เคยทำให้เกิดการยอมรับ หรือทำให้เกิดสภาพ 'ธรรมอันเป็นที่ยุติ' ได้เลย

ในประเทศพม่า กองทัพและรัฐบาลย่อมไม่เรียกนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังว่า 'นักโทษการเมือง' เช่นเดียวกับบ้านเราที่กองทัพและรัฐบาลก็ไม่เรียกเช่นนั้น สื่อ ประชาชนส่วนหนึ่งก็ไม่เรียกเช่นนั้น เพราะจะอย่างไรก็ยังสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพอยู่ หรือไม่เช่นนั้นก็มองและเห็นฝ่ายผู้ชุมนุมอย่างปราศจากความเข้าใจ เราจึงไม่เห็น นักโทษการเมืองในประเทศไทย เมื่อไม่เห็นก็ไม่เกิด 'กระแส'

แต่นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่า ไม่มีนักโทษการเมืองในประเทศไทย

ดังนั้น ในขณะที่โลกกำลังกดดันพม่าให้ปล่อยนักโทษการเมือง ผู้มีความละอายต่อบาปย่อมตระหนักได้ถึงภาวะที่คล้ายๆ กัน นั่นคือ โลกก็กดดันไทยด้วย เพียงแต่น้ำหนักที่ให้นั้นเบาบางกว่า แต่ยิ่งพม่าลดความกดดันเรื่องนี้ลงเท่าไร ไทยก็จะเป็นเป้าสายตามากขึ้นเท่านั้น

เราอาจจะมีข้อถกเถียงจำนวนมากถึงความผิดที่แกนนำ นปช. และคนเสื้อแดงจำนวนมากที่ถูกคุมขังอยู่ในเวลานี้ แต่ถามกันแบบสามัญสำนึกดูเถิดว่า ท่านเชื่อจริงๆ หรือว่า แกนนำ นปช.และคนเสื้อแดงที่ถูกจับกุมอยู่ในเวลานี้เป็นผู้ก่อการร้ายที่สมควรถุกคุมขังอยู่นานเกือบ 6 เดือนแล้ว เหมือนกับที่เราเคยตั้งคำถามนั่นแหละว่า เราเชื่อจริงๆ หรือว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดสนามบินนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย

หลายคนที่ถูกคุมขังอยู่ในเวลานี้ เป็นได้อย่างมากก็แค่นักการเมือง ที่จะอย่างไรก็หวังคะแนนนิยม และไม่มีทางที่จะมีแรงจูงใจจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับอำนาจรัฐ

กล่าวสำหรับการปรองดอง รัฐพึงเข้าใจด้วยว่า 'คนเสื้อแดง' นั้นไม่เคยได้สิ่งที่เขาเรียกร้องเลยสักข้อ ข้อเรียกร้องให้ 'ล้มอำมาตยฯ' นั้น ไกลเกินหวัง และเปลี่ยนมาเป็นให้ประชาชนตัดสินอนาคตบ้านเมืองด้วย 'การยุบสภา' เลือกตั้งใหม่ ซึ่งพ่วงมากับข้อเรียกร้องความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

มาขณะนี้ เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย ทว่าเขากลับตะโกนก้องจากหัวใจด้วยเสียงอันแหบสนิท เรียกร้องในสิ่งที่เป็นพื้นฐานความเป็นมนุษย์อันสำคัญ คือเรียกร้องให้ปล่อยตัวเพื่อนของเขา ครอบครัวของเขา

รัฐไทยที่ใช้อำนาจอธิปไตยของเขา ทั้ง รัฐบาล รัฐสภา และศาล จะไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องอันเป็นหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานของเจ้าของอำนาจที่แท้จริงบ้างเลยหรือ

แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร

เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาเหล่านั้น หรืออย่างน้อยก็ประกันตัวออกมาก่อน

เราไม่ได้เรียกร้องเพื่อให้ท่านเป็นวีรบุรุษปรองดอง ไม่ได้เรียกร้องท่านในฐานะนักการเมืองของประชาชน ไม่ได้เรียกร้องท่านในฐานะผู้สถิตความยุติธรรม เราแค่เรียกร้องให้ท่านได้ละอายต่อบาป และซือตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง

Comments

ใต้เท้าขอรับ

ใต้เท้าขอรับ ได้โปรดลงโทษผู้ก่อการร้ายอย่างเฉียบขาด

ผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบิน

ผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบิน และยึดช่องหอยม่วง ยึดสนามบินดอนเมือง ไล่ยิงชาวบ้านกลางวันแสกๆที่วิภาวดีซอย 3 ยึดทำเนียบทำนา เขี้ยวใบกระท่อมจนบ้า ไล่จับเอี้ยในทำเนียบมาผัดเผ็ด ต้มยำโกเต็กน้ำข้นรสแซบ.........สมสู่กันในทำเนียบไม่เลือก............ครับใต้เท้า

*ต้องโทษเพราะ มโนธรรม

*ต้องโทษเพราะ มโนธรรม สำนึกดี
รักเสรี ประชาธิปไตย ไม่ใฝ่ต่ำ
ไม่เข่นฆ่า ผู้ใด ไม่ระยำ
ถูกจองจำ เพราะอำนาจ เผด็จการ

*นักโทษมโนธรรมสำนึก
เพียงรู้สึก ความเป็นธรรม น้ำใจหาญ
ปกป้องสิทธิ์ เสรี ที่ถูกราน
เผด็จการ จับขัง ตั้งใจล้าง

*ทรมาน ทรกรรม ย่ำศักดิ์ศรี
สิทธิ์เสรี ความเป็นคน หม่นหมองหมาง
เพียงมโนสำนึกดี มิเลือนจาง
กลับถูกอ้าง ความมั่นคง จงใจราน

*นี่แหละคือนักโทษการเมือง
กลายเป็นเรื่อง ก่อการร้าย หมายสังหาร
เผด็จการ ชั่วช้า สามานย์
มุ่งรุกราน เพื่ออำนาจ เพียงเท่านั้น

ประเทศที่ปกครองด้วย

ประเทศที่ปกครองด้วย “กฎแห่งกู”
สิ่งที่ 'เชื่อว่า-เห็นว่า-วินิจฉัยว่า-พิพากษาว่า' ก็เรื่องของกู - เพื่อตอบสนองนายกู
“กฎแห่งกู” คือกฎของความอยุติธรรม.!!!

There's always a discrepancy

There's always a discrepancy between the oppressor and the oppressed masses regarding the definition of Prisoners of Conscience.

There never was any POC in Thailand according to Abhisit.

There never was any POC in Burma according to the junta.

How could khun Chuvas demand the Premier to free the POC that never exist ?

หมายเหตุประเทศไทย

[quote=หมายเหตุประเทศไทย]ผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบิน และยึดช่องหอยม่วง ยึดสนามบินดอนเมือง ไล่ยิงชาวบ้านกลางวันแสกๆที่วิภาวดีซอย 3 ยึดทำเนียบทำนา เขี้ยวใบกระท่อมจนบ้า ไล่จับเอี้ยในทำเนียบมาผัดเผ็ด ต้มยำโกเต็กน้ำข้นรสแซบ.........สมสู่กันในทำเนียบไม่เลือก............ครับใต้เท้า[/quote]

จำได้ ที่วิภาดี3 ไอ้พวกที่ถูกยิงน่ะ เป็นพวกแท็กซี่ มันเอาปืนมายิงพธม.ที่กำลังเดินทางไปที่ดอนเมือง มันทั้งเฟี่ยงก้อนหินและยิงลงมาจากสะพายลอยคนข้าม พธม.บาดเจ็บ หัวแตกสาหัสไปหลายคน

นายชูวัส เขียนว่า

นายชูวัส เขียนว่า

“จำนวนมากพิสูจน์ตัวเองมาตลอดว่า ไม่เคยมีความคิดจะใช้ความรุนแรงด้วยวิธีใดๆ จำนวนมากเคยพูดจาปราศรัยที่ดูเหมือนเป็นการยุยงให้ใช้ความรุนแรงทำลายทรัพย์สิน กระนั้น เราต่างรู้ว่า มันเป็นกลวิธีในการปราศรัย ที่ทุกคนที่ฟังล้วนแต่ชัดเจนว่า เป็นแค่มุข และจำนวนมาก ไม่เคยแม้แต่จะพูด ไม่เคยแม้แต่จะคิด หรือกระทั่งไม่เคยแม้แต่จะไปร่วมชุมนุม”

การเขียนข้อความในลักษณะนี้…

แสดงว่า นายชูวัส เป็นผู้ที่ “ขาดวิจารณญาณ” ในการมองเหตุการณ์

การที่เราพูดอะไรในท่ามกลาง “คนหมู่มาก” ที่พร้อมจะทำตามเรา

เพราะมี “อารมณ์ร่วม” จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ฟังที่มาร่วมชุมชุมกันมากๆ จะ “แยกไม่ออก”

ว่า อันไหนพูดเล่น อันไหนพูดจริง

หรืออันไหนเป็น “คำสั่ง” !?!

สุดท้าย…สิ่งที่ นายชูวัส บอกว่า แกนนำ “พูด” (เล่น..) ล้วนเกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น !

การให้ “ทรรศนะ” แบบนี้ ถือว่า “แย่มาก”

เป็นการชี้นำที่ “น่าละอาย” มาก ทำให้ผู้คนสับสน “แยกถูกแยกผิด” ไม่ออก

ขอ “ประณาม”การเขียนบทความในลักษณะนี้ ของนายชูวัส

ถึง แช่ม อุ๊ย

ถึง แช่ม

อุ๊ย อย่าไปประนามบก.ชูแว้ว แกขนาดนั้นเลยครับ

แกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขนาดนั้น ย่อมรู้ได้เองครับว่า ที่แกเขียนมาในบทความ นั้น

มันไร้ตรรกะ ไร้เหตุผลสนับสนุนอย่างไร

แกเขียนในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบร้อยครับ

ที่บทความมันสื่อสารออกมาเช่นนั้น แกหวังให้ผู้อ่านทุกคนทราบว่า

แก เล่นมุขครับ แกพูดเอาขำๆ เท่านั้นแหละครับ..

เหมือนผู้นำม็อบเสื้อแดง เคยทำที่ราชประสงค์ ยังไงครับ.........

Schopenhauer

[quote=Schopenhauer]ประเทศที่ปกครองด้วย “กฎแห่งกู”
สิ่งที่ 'เชื่อว่า-เห็นว่า-วินิจฉัยว่า-พิพากษาว่า' ก็เรื่องของกู - เพื่อตอบสนองนายกู
“กฎแห่งกู” คือกฎของความอยุติธรรม.!!![/quote]
“กฎแห่งกู” สุดท้ายที่ไม่สามารถปฎิเสธได้........และร้ายแรงนัก,,,,,,,,,,มันคืบหน้ามาแล้ว.........แล้วคนที่ไม่ใช่"กู"จะคอยดู

pat wrote:Schopenhauer

[quote=pat][quote=Schopenhauer]ประเทศที่ปกครองด้วย “กฎแห่งกู”
สิ่งที่ 'เชื่อว่า-เห็นว่า-วินิจฉัยว่า-พิพากษาว่า' ก็เรื่องของกู - เพื่อตอบสนองนายกู
“กฎแห่งกู” คือกฎของความอยุติธรรม.!!![/quote]
“กฎแห่งกู” สุดท้ายที่ไม่สามารถปฎิเสธได้........และร้ายแรงนัก,,,,,,,,,,มันคืบหน้ามาแล้ว.........แล้วคนที่ไม่ใช่"กู"จะคอยดู[/quote]
มันคือกฎแห่กรรม

pat wrote:Schopenhauer

[quote=pat][quote=Schopenhauer]ประเทศที่ปกครองด้วย “กฎแห่งกู”
สิ่งที่ 'เชื่อว่า-เห็นว่า-วินิจฉัยว่า-พิพากษาว่า' ก็เรื่องของกู - เพื่อตอบสนองนายกู
“กฎแห่งกู” คือกฎของความอยุติธรรม.!!![/quote]
“กฎแห่งกู” สุดท้ายที่ไม่สามารถปฎิเสธได้........และร้ายแรงนัก,,,,,,,,,,มันคืบหน้ามาแล้ว.........แล้วคนที่ไม่ใช่"กู"จะคอยดู[/quote]
มันคือ.........กฎแห่งกรรม/

pat wrote:Schopenhauer

[quote=pat][quote=Schopenhauer]ประเทศที่ปกครองด้วย “กฎแห่งกู”
สิ่งที่ 'เชื่อว่า-เห็นว่า-วินิจฉัยว่า-พิพากษาว่า' ก็เรื่องของกู - เพื่อตอบสนองนายกู
“กฎแห่งกู” คือกฎของความอยุติธรรม.!!![/quote]
“กฎแห่งกู” สุดท้ายที่ไม่สามารถปฎิเสธได้........และร้ายแรงนัก,,,,,,,,,,มันคืบหน้ามาแล้ว.........แล้วคนที่ไม่ใช่"กู"จะคอยดู[/quote]

มันคือกฎแห่งกรรม /ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

*กฎแห่งกรรมจักทำลายผู้ย่ำยี ม

*กฎแห่งกรรมจักทำลายผู้ย่ำยี
มิวันนี้ก็วันหน้าอย่าสงสัย
พวกโจรปิดสนามบินจักสิ้นชัย
ในปีหน้าฟ้าใหม่ไม่นานวัน

*กฎแห่งกูผู้ชนะจะแพ้พ่าย
เพราะความร้ายของตนจนเกรงหวั่น
ไม่กล้าปล่อยเสื้อแดงแสงตะวัน
เพราะตนนั้นเอาเปรียบเหยียบหัวไว้

*การจับกุมคุมขังอย่างเหวี่ยงแห
เป็นธาตุแท้เผด็จการมารยิ่งใหญ่
ทั้งเบี่ยงเบนประชาธิปไตย
จักแพ้ภัยตนเองเก่งไม่นาน

*คนไม่ผิดถึงอย่างไรก็ไม่ผิด
แม้นถูกติดคุกไปได้เล่าขาน
สิทธิ์เสรีมีทุกข์ถูกรุกราน
โลกประจานทรชนคนชั่วร้าย

นับเป็นครั้งแรกหรือครั้งใหญ่ื

นับเป็นครั้งแรกหรือครั้งใหญ่ืั้ที่ กลุ่มอำมาตย์ กลุ่มทหาร และ รัฐบาลหุ่นประชาธิปัตย์ ได้ร่วมมือกันจริงจังในการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง มีการล้มตายกันมากมายเต็มถนน การใช้กฎเหล็กเพื่อขู่ประชาชนให้กำหลาบกลัวไม่กล้าออกมาต่อต้านอีก โดยเฉพาะทหารใหญ่ออกมาขู่ประชาชนเรื่องหมิ่นสถาบันไม่เว้นวัน ยิ่งตอกย้ำความเลวร้ายของเผด็จการทหารให้ประชาชนเกลียดชังมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น แสดงให้เห็นว่ากลุ่มมาเฟียครองเมืองนี้พยายามทุกวัถีทางที่จะรักษาอำนาจผูกขาดรักชาติไว้จนถึงที่สุด ...พวกเขาไมรู้หรือว่า ยิ่งพวกเขาออกมาแสดงความป่าเถือนกร้าวร้าวมากขึ้น ก็เสมือนยิ่งยุให้ประชาชนโกรธและแค้น ต้องการต่อสู้ตอบแทนต่อไปเพื่อชัยชนะอันเป็นที่สุด เวรกรรมที่พวกมาเฟียได้ก่อขึ้นมากำลังตามมาสนองพวกเขาในเวลาอันเร็วนี้ ประชาชนจงเจริญ เผด็จการจะฉิบหาย.

หลานลุงสุพา

[quote=หลานลุงสุพา]นับเป็นครั้งแรกหรือครั้งใหญ่ืั้ที่ กลุ่มอำมาตย์ กลุ่มทหาร และ รัฐบาลหุ่นประชาธิปัตย์ ได้ร่วมมือกันจริงจังในการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง มีการล้มตายกันมากมายเต็มถนน การใช้กฎเหล็กเพื่อขู่ประชาชนให้กำหลาบกลัวไม่กล้าออกมาต่อต้านอีก โดยเฉพาะทหารใหญ่ออกมาขู่ประชาชนเรื่องหมิ่นสถาบันไม่เว้นวัน ยิ่งตอกย้ำความเลวร้ายของเผด็จการทหารให้ประชาชนเกลียดชังมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น แสดงให้เห็นว่ากลุ่มมาเฟียครองเมืองนี้พยายามทุกวัถีทางที่จะรักษาอำนาจผูกขาดรักชาติไว้จนถึงที่สุด ...พวกเขาไมรู้หรือว่า ยิ่งพวกเขาออกมาแสดงความป่าเถือนกร้าวร้าวมากขึ้น ก็เสมือนยิ่งยุให้ประชาชนโกรธและแค้น ต้องการต่อสู้ตอบแทนต่อไปเพื่อชัยชนะอันเป็นที่สุด เวรกรรมที่พวกมาเฟียได้ก่อขึ้นมากำลังตามมาสนองพวกเขาในเวลาอันเร็วนี้ ประชาชนจงเจริญ เผด็จการจะฉิบหาย.[/quote]

ไอ้หมอนี่ ถ้าจะบ้า...

*ความยุติธรรม ในระยะ

*ความยุติธรรม ในระยะ เปลี่ยนผ่าน
อีกไม่นาน จักเกิดใน ไทยยุคใหม่
ยุคเปลี่ยนจาก เผด็จการ เป็นประชาธิปไตย
ประชาไทย ได้ความ ยุติธรรม

*ประชาชน ร่วมเปลี่ยนยุค เปลี่ยนสมัย
สู่ความเป็น ประชาธิปไตย ไม่ต้อยต่ำ
เผด็จการ ต้องได้รับ กับผลกรรม
ใครกระทำ ชั่วไว้ ไม่ละเว้น

*สืบสวน ดำเนินคดี ผู้มีอภิสิทธิ์
ที่ทำผิด ไล่ล่า แลฆ่าเข่น
หาความจริง เผยความจริง ทุกสิ่งที่เป็น
ทุกประเด็น ที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนไว้

*รับช่วยเหลือ เยียวยา ประชาไทย
ที่ต้องภัย เผด็จการ มารใหญ่
คัดกรอง เจ้าหน้าที่ ที่ดีไว้
คนชั่ว ตองออกไป ไม่ต้องการ

*ปฏิรูป สถาบัน ทุกสถาบัน
ที่ร่วมกัน ก่อให้เกิด รัฐประหาร
เปลี่ยนให้เอื้อ ประชาธิปไตย ไว้ยืนนาน
ชาติต้องการ ประชาธิปไตย