บันทึกหลังการชุมนุมของคนเสื้อแดง (1)
เรื่องที่ควรเห็นจากการชุมนุมเสื้อแดงคือนี่คือเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ถูกนับ เลิกพูดได้แล้วว่าเสียงเงียบคือเสียงส่วนใหญ่ หรือสันติวิธีคือเสียงส่วนใหญ่ มีใครไปรีเสิร์ชหรือทำอะไรจริงจังขนาดบอกได้ละเอียดแบบนั้นจริงๆ สักคนหรือยัง เสียงของเสื้อแดงกับเพื่อไทยแยกกันได้ยาก ขึ้นลงที่ 13-16 ล้านเสียง เสียง ปชป.กับเหลืองก็แยกกันยาก ขึ้นลงที่ 10-13 ล้านเสียง เอาเสียงแบบมีสี เสียงแบบมีพรรค เสียงแบบแบ่งขั้วมารวมกัน แค่นี้ก็ได้ 23-29 ล้านเสียง จากเสียงคนมีสิทธิลงคะแนนทั้งหมดประมาณ 30 ล้าน
คณิตศาสตร์ง่ายๆ แค่นี้คงเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่คืออะไร แต่ถ้าไม่เห็น ก็คงต้องรับว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เสียงเงียบ หรือเสียงไม่เอาฝ่ายใดแน่ๆ การอ้างสิทธิธรรมของพวกเสียงเงียบทั้งหลายในตอนนี้ ถ้าจะเคลมว่าตัวเองมีปริมาณมากจริง ก็ต้องนับรวมคนที่เคยเอากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาแล้วทั้งนั้นเป็นแน่ เพราะถ้าไม่เอาฝ่ายใดเลย เสียงเงียบก็คือเสียงส่วนน้อยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งได้เลย
การมีระบบที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ถูกนับนี่แหละคือเรื่องที่ทำให้การชุมนุมนี้สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าระบบการเมืองมันบิด มันฝืนธรรมชาติ มันถึงทำให้เกิดความตึงเครียดและขัดแย้งกับทุกฝ่ายแบบนี้ เสียงส่วนน้อยรับเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้เพราะไม่มีคุณธรรม นโยบายไม่ชัด พูดจาไม่โดนใจ ฯลฯ ในที่สุดก็ต้องสร้างตรรกะประชาธิปไตยแบบแปลกๆ ขึ้นมาบอกว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด
ประเด็นทั้งหมดนี้ใหญ่กว่าเรื่องเหลืองกับแดง ถ้าเอาแว่นสีมามอง ก็จะเห็นแต่ความขัดแย้งเรื่องสี ประเด็นหลักคือประชาธิปไตยต้องนับเสียงส่วนใหญ่ ปัญหารูปธรรมคือเรามีระบบที่ตอนนี้เสียงส่วนใหญ่รู้สึกว่าพวกเขาไม่ถูกนับ ที่อ้างว่ารัฐบาลนี้มาจากระบบเดียวกับรัฐบาลสองชุดก่อนนั้นเป็นการอ้างแบบถูไถ เพราะเสียงส่วนใหญ่ได้ตัดสินผ่านการลงคะแนนเลือกตั้งไปแล้วว่าต้องการให้ใครเป็นนายกฯ และฝ่ายที่เป็นตอนนี้คือฝ่ายที่เสียงส่วนใหญ่บอกว่าไม่ต้องการให้เป็น
ตรรกะที่อ้างเรื่องเป็นนายกฯ เพราะ ส.ส.พรรคอื่นโหวตจึงชอบธรรม นั่นฟังได้แค่ครึ่งเดียว ครึ่งที่ต้องพูดคือ
1) การโหวตของ ส.ส.ต้องสัมพันธ์กับการลงคะแนนของเสียงส่วนใหญ่ อย่าลืมว่าสมัยพฤษภา 35 ส.ส.ก็เคยโหวตให้สุจินดาเป็นนายกฯ มาแล้ว ถูกรัฐธรรมนูญทุกอย่างด้วย แต่ผิดหลักการเพราะรัฐธรรมนูญถูกร่างโดยทหาร และไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนประกาศเลยว่าถ้าชนะเลือกตั้งแล้วจะให้สุจินดาเป็นนายกฯ กรณีปัจจุบันคล้ายพฤษภาในแง่ที่มาของรัฐธรรมนูญ ความชอบด้วยกฎหมายของนายกฯ แต่การรณรงค์เลือกนายกฯ ในการเลือกตั้งจบลงด้วยเสียงส่วนใหญ่ไม่เลือกฝ่ายนี้ ตรรกะเรื่องสภาเลือกนายกฯ ในกรณีปัจจุบันจึงวิปริตและมีข้ออ่อนที่เห็นในประวัติศาสตร์จริง และ
2) สถานการณ์เฉพาะของการโหวตนายกฯ ปัจจุบันคือพรรคที่ชนะเลือกตั้งถูกทำให้แตกด้วยวิธีการนอกระบบ รัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งถูกทำให้พ้นจากตำแหน่งด้วยวิธีพิสดาร
เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ากระบวนการแบบนี้เกิดขึ้นจริง เว้นแต่เราจะหลับตาข้างเดียวเพื่ออวยความชอบธรรมของรัฐบาล
เรื่องยุบสภาว่ามีเหตุผลหรือไม่ ผมว่าจะตอบได้ คงต้องตอบก่อนกระมังว่าอะไรคือเหตุผลที่ถือว่าเป็น reason ของการยุบสภาในความเห็นของแต่ละคน?
เรื่องบุคลิกภาพของผู้นำประชาธิปัตย์ พันธมิตร เสื้อแดง เพื่อไทย นปช. ทั้งหมดนี้เป็นเรื่อง perception มากๆ แต่ละคนคงชอบไม่เหมือนกัน หลักก็คือถ้าเสียงส่วนใหญ่เขาชอบ ก็ไม่อาจเอาความไม่ชอบเป็นเหตุในการปฏิเสธความชอบของเสียงส่วนใหญ่ครับ
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยครับ อืม...ประเด็นเรื่อง "พลังเงียบ คือเสียงส่วนใหญ่" นี่แท้จริงมันคงเป็นมายาคติเอามากๆ เราคงต้องพูดถึงเรื่องนี้กันให้เยอะขึ้น ...สังคมต้องยอมรับได้แล้วว่า เสื้อแดงเป็นเสียงส่วนใหญ่จริง แต่ดันถูกทำให้เป็นเสียงที่ไม่มีคุณสมบัติ ไม่ถูกนับ
ใครวัดปริมาณหรอว่าเสื้อแดงเป็
ใครวัดปริมาณหรอว่าเสื้อแดงเป็นเสียงส่วนใหญ่.....คนที่ไม่อยู่ฝ่ายใดมีใครมาวัดกันบ้างรึป่าว
ประเทศไทยวันนี้
ประเทศไทยวันนี้ น่าจะถือว่าเป็นยุคของประชาชน จะร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศตนเองด้วย
ตา ที่ได้เห็นประเทศอย่างที่ต้องการจะ ”เห็น”
เข้าใจ ประเทศอย่างที่ต้องการจะ “เข้าใจ”
ทำ ประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างที่ใจต้องการจะ “ทำให้เป็น”
และต้องทำอย่างไร?
ถ้าการรับรู้รับฟังปัญหาของบ้านเมืองผ่านมา ได้รับการฟัง
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในมุมมองของนักการเมืองเขาเล่าอย่างไร?
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในมุมมองนักวิชาการ เขาเล่าอย่างไร?
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในมุมมองนักการทหาร เขาเล่าอย่างไร?
จะมีประชาชนสักกี่คน ที่เปิดใจ !
แน่ละแต่ละฝ่ายย่อมเว้นที่จะไม่เอ่ยถึงในด้านที่ฝ่ายตนเสียประโยชน์ และจะตอกย้ำในประเด็นที่ได้ประโยชน์ ประชาชนจึงต้องฟังความแต่ละฝ่ายก่อนที่จะ “เชื่อ” ยิ่งมีประชาชนไม่เปิดใจการรับรู้ข่าวสารรอบด้าน ปิดกั้นการรับรู้ รับฟังแต่ในฝ่ายที่ตนเองมีความเชื่อ ไม่กล้าใช้ความคิดเป็นนกบินบินอยู่บนฟ้า ภาพ Bird eyes view จะไม่มีวันเกิดขึ้น ในจิตนาการ
ถึงอย่างไรประเทศจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง จะด้วยความรุนแรงหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนรู้มาก รู้จริง รู้ทัน แม้สองขั้วที่ห้ำหันกันต้องการจะให้เกิดขึ้นแบบไหน? ประชาชนจะเป็นตัวแปร
ประชาชน ต้องกล้าวางตำแหน่งความคิดของตนเอง เปรียบเป็นนกอินทรีย์ที่บินอยู่บนฟ้าซึ่งมีสายตามองจากมุมสูงที่เป็นชัยภูมิเยี่ยมยอด แน่ละ สถานการณ์ทางการเมืองจะได้ภาพ Perspective ที่เจาะลึกลงไปในแต่ละประเด็นอย่าง”กูรู” เพื่อรองรับในสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น วันนี้มีประชาชนกี่มากน้อยทำตัวดังนี้
v33
การเลือกตั้งคือการวัดค่ะ
ศิโรตน์ตอบหน่อย...ในขณะที่เสื
ศิโรตน์ตอบหน่อย...ในขณะที่เสื้อแดงประกาศป่าวๆ ว่าไม่เอาอำมาตย์ ต้องทำลายชนชั้น
วันนี้คุณหญิงปากแดง..ขึ้นเวทีเสื้อแดง ท่ามกลางการตอนรับจากแกนนำอย่างออกหน้าออกตา...
ราวกับว่าพวกเขารอคอยอำนาจเทพยาดามาโปรดเสียอย่างนั้น
ปรากฎการณ์นี้มันหมายความอย่างไร?
ทฤษฎีชนชั้นที่บรรดาคนเสื้อแดงแหกปากกันป่าวๆ สุดท้ายมันคือเนื้อหนังมังสา
หรือเป็นแค่ขี้ปากที่จำกันมาโม้ให้มันเท่ห์ๆ เท่านั้น
*อวดอ้างเสียง ข้างมาก
*อวดอ้างเสียง ข้างมาก ในสภา
เสียงข้างมาก ของประชา หาฟังไม่
รัฐบาล อำมาตยาธิปไตย
ตั้งกันใน ราบสิบเอ็ด สำเร็จการ
*ใช้แท็กติก วิธีการ อันฉ้อฉล
อิทธพล ของพวกจัด รัฐประหาร
เข้าโอบอุ้ม ให้ได้ เป็นรัฐบาล
วิธีการ ปล้นเสียง ประชาชน
*รัฐบาล ตัวแทน เสียงข้างน้อย
ที่เลิศลอย อภิสิทธิ์ ผิดเหตุผล
มาโดยใช้ อุปเท่ห์ เล่ห์กล
สนองผล การปล้น ประชาธิปไตย
*พูดได้สวย ว่าฟังเสียง ประชาชน
แต่พิกล จะฟังจริง ก็หาไม่
เพียงแต่พูด สวยหรู ดูดีไว้
พฤติกรรม ปากใจ ไม่ตรงกัน
*ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้งามสง่า
นั่นแหละฟัง เสียงประชา อย่าไหวหวั่น
หากแน่ใจ ว่าตัวดี มีประกัน
ยุบสภาโดยพลัน.....สันติจริง
คุณยิ่งดูถูกเสื้อแดงให้ต่ำเท่
คุณยิ่งดูถูกเสื้อแดงให้ต่ำเท่าไหร่ เสื้อแดงก็ยิ่งดูถูกพวกคุณยิ่งกว่านั้น คุณจะรู้ได้ด้วยอะไรก็แล้วแต่ว่าคุณยิ่งดูถูกคุณก็ยิ่งต่ำกว่าต่ำลึกลงไป
คนที่เห็นคนอื่นโง่
คนที่เห็นคนอื่นโง่ คือคนโง่ที่สุด
คนที่เห็นคนอื่นฉลาด คือคนฉลาดที่สุด
คนที่เห็นคนอื่นเลว คือคนเลวที่สุด
คนที่เห็นคนอื่นดี คือคนดีที่สุด
ตามนั้น wrote:v33
ถูกต้องครับ การเลือกตั้งคือการวัด การยุบสภาเพื่อออกไปวัด นั่นแหละที่นายปรสิตมันกลัว มันไม่ยุบหรอก
ก็ต้องเดินทางสันติบท ประท้วงต่อไป ปากต่อปาก คนต่อคน จากรากหญ้า สู่รากหญ้า ลูกหญ้าสู่ลูกหญ้า เดี๋ยวก็ดีเอง
เมื่อความคิดต่ำ
เมื่อความคิดต่ำ "ก็ยากทำในสิ่งสูง"
ทักษิณก้าวข้ามประเทศไทยไปแล้ว แต่พี่น้องประชาชนคนไทยล่ะ ก้าวข้ามทักษิณพ้นแล้วหรือยัง โบราณบอก "ร้อยคำพูดไม่เท่าหนึ่งทำ" ดังนั้น วิดีโอลิงค์เมื่อค่ำวานซืน เป็นการทำที่ยืนยันชัดเจน ทักษิณประกาศตน "ยืนอยู่คนละข้าง" กับระบบ-ระบอบปัจจุบันของไทย และใช้เกม "สงครามครั้งสุดท้าย" ขีดเส้นใต้ชีวิตตัวเอง
ถ้าครั้งนี้ "ยึดประเทศไทย" ไว้ใต้อำนาจแดงทักษิณไม่ได้.....
"กราบแผ่นดิน" ครั้งหน้า คงต้องพนมมือกลับมาในลักษณะ...มีพระนำ!?
แล้วอนาคต ทักษิณจะเดินลงจากเครื่องบินมากราบ หรือมีสายสิญจน์โยงนำหน้ามากราบ...พระสยามเทวาธิราช และประชาชนคนไทย "ชี้ชัด" ไปทางเดียวกันว่า
ในเมื่อสวรรค์มี ๑,๐๐๐ ประตู ทักษิณกลับไม่ไป แต่นรกแง้มไว้เพียง ๑ ประตู ทักษิณกลับชูคอเลือกเดิน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นเรื่องของ "กรรม-ชี้เจตนา"
"เสาร์ทับลัคน์-ทับจันทร์จะพลันร้าย เกิดวิบัติฉิบหายลูกเมียหนี"!
หรือนี่....คัมภีร์โบราณอันมาจากการสั่งสมสถิติตามวงรอบเสาร์จะแม่นฉมัง น่าสะพรึงกลัวที่ว่า ในรอบ ๓๐ ปี ที่เสาร์ "ดาวชำระกรรม" ทำหน้าที่ ผู้ใดประกอบกรรมดี ต่อจากนี้ จะสุขี-สุโข-ภิญโญวัฒนา ผู้ใดประกอบกรรมชั่ว จะหมดเนื้อ-หมดตัว จมต่ำ ทุกข์ก็ซ้ำ กรรมก็ซัด ทุกอย่างจะวิบัติเป็น!?
เอ้า...มาดูปฏิทินปล้นเมืองรายวันกันต่อ ท่านใดยังไม่ทราบก็โปรดทราบไว้ วันนี้ วันอังคารที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีขาล โปรดสังเกต เมื่อวาน ๑๕ มีนา.เป็นวันส่งท้ายปีฉลู
และวันนี้ เป็นวันเริ่มเข้าสู่ "ปีขาล" ซึ่งเป็นวัน "ขึ้นปีใหม่" ของไทยแท้ๆ!
เราเรียกกันว่า "ตรุษไทย" ก่อนถึงวันตรุษสงกรานต์ในเดือนเมษา.วันตรุษไทย คือวันเปลี่ยนปีนักษัตร และปีนี้เปลี่ยนจากฉลูเป็นขาลสมบูรณ์เสร็จสรรพ และที่สำคัญควรทราบไว้ด้วย วันนี้เป็นวันอมาวสี คือวัน...จันทร์ดับ
ตามปฏิทินโหรท่านอาจารย์เทพ สาริกบุตร บอกไว้ว่า "๑๖ มีนาคม อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันกันมาก่อนเกิดขึ้น ช่วง ๑๕.๒๕-๑๘.๒๕ น. เป็นช่วงอุปสรรค และมีเกณฑ์อุบัติเหตุสูงมาก"
อ้อ..มิน่าเล่า วันนี้เปลี่ยนปีนักษัตรจากวัว-กินหญ้า เป็นเสือ-กินเลือดเนื้อ กองทัพแดงของทักษิณจึงประกาศ "ยุทธการแผน ๒" ด้วยการระดมเลือด ๑ ล้านซีซี ไปสาดรอบทำเนียบรัฐบาล เพราะรอบตัวทักษิณนอกจากรายล้อมด้วย "หมอความ" แล้วยังมี "หมอผี" รายล้อมอยู่อีกชั้นหนึ่ง
ฉะนั้น ที่ทำพิเรนทร์กันอย่างนี้ ก็คง "หมอผี" ข้างตัวทักษิณคนใด-คนหนึ่งนั่นแหละ ทะแนะให้!?
ใช้เลือดเป็นเครื่องบัตรพลี-สังเวย "เสือ" ที่นิยมเลือด-เนื้อเป็นภักษาหาร เป็นการประเดิมฤกษ์-เบิกชัยใน "สงครามครั้งสุดท้าย" สงสัยทำแบบอุบไต๋อะไรไว้ซักอย่าง แต่อะไรก็ไม่ว่า ขออย่างเดียว "แผนสุดท้าย" ถ้าไม่ได้ดั่งใจ...อย่าให้ถึงขั้น "ฆ่าแล้วเผา" เลยเจ้าประคุณ!?
จะสูบเลือดก็เชิญเถอะ เชิญเสื้อแดงสูบกันเองให้ได้ ๑ ล้านซีซี และตามเป้าหมายต้องการถึง ๓ ล้านซีซี คือ ล้านแรกจะไปราดรอบๆ ทำเนียบฯ ถ้ายังไม่ยุบสภา ล้านที่สองจะไปราดที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ และล้านที่สามจะไปราดที่บ้านนายกฯ อภิสิทธิ์
พิเคราะห์ตามรูปการณ์ ๓ ล้าน คงไม่พอ นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ยุบสภาแน่ ท่าน ๓ เกลอหัวขวดที่ประกาศใช้แผน "เลือดล้างอาถรรพณ์แผ่นดิน" คงต้องกรีด-เจาะ-สูบ กันไปเรื่อยๆ ๑๐ วัน ก็ ๑๐ ล้านซีซี แต่ถ้าอยู่ถึงเดือน ก็ต้องสูบเลือดคนเสื้อแดง ๓๐ ล้านซีซี แบบนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า
รัฐบาลจะซี้ก่อน หรือคนเสื้อแดง "เลือดหมดตัว" แถมติดเชื้อ...ซี้ก่อน!?
เห็นนายเหวงใช้วิชาชีพแพทย์ประกาศว่า "ให้บริจาคเลือดกันคนละ ๑๐ ซีซี เพราะ ๑๐ ซีซี ไม่มีอันตรายอะไร พวกเสื้อแดงที่ชุมนุมมี ๑ แสนคน ก็จะได้ ๑ ล้านซีซี"
ฟังอย่างนี้แล้ว ผมก็อยากให้แกนนำจงระวัง "เลือดที่ ๓" สอดแทรกเข้าไปปะปนให้เสียความเข้มข้นของเลือดคนสีแดง เพราะผมไม่แน่ใจว่า จะมีชุมนุมอยู่ถึง ๑ แสนคนให้สูบเลือดหรือไม่ ถ้าถึงก็อนุโมทนาสาธุ ขอให้กุศลเจตนาเพื่อทักษิณ เพื่อเงินทักษิณ และเพื่อครอบครัวทักษิณจงเจริญ และจงสำเร็จ
แต่ถ้าไม่ถึง ก็นั่นแหละ ให้ระวัง "เลือดที่ ๓" ก่อนที่จะนำเลือดไปสาดรอบๆ ทำเนียบฯ ตอน ๖ โมงเย็นวันนี้ ผมอยากให้คณะสามเกลอแกนนำ วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ แสดงความบริสุทธิ์ของสายเลือด โดยมอบหมายให้นายเหวงนำเลือดทั้ง ๑ ล้านซีซี นั้นไปเข้าแล็บตรวจดูก่อนว่า
เป็นเลือดคนแท้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเลือดสัตว์ผสม?!
เพื่อป้องกันครหาทำนองว่า เลือดคนแค่ ๑๐ ซีซี นอกนั้น-ที่เห็นแดงๆ ๑ ล้านซีซี เป็นเลือดเหมามาจากโรงงานเชือดหมู เชือดวัวที่ไหนมาผสมก็ไม่รู้ ผมจึงเตือนเอาไว้ด้วยความหวังดี เพราะถ้ามีใครแอบไปทำอย่างนั้น
"เสือ" ท่านไม่ชอบให้คนไปหลอกนะ...จะบอกให้!
ในส่วนของรัฐบาลนั้น นอกจาก ชาติ พระศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ต้องป้องกัน-รักษาไว้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นอกจากต้องป้องกัน-รักษาด้วยแล้ว ยังจะต้องยึดไว้ให้แน่นอีกด้วย นั่นคือ...ประชาชน
มีหลายเรื่อง-หลายความที่เสร็จจากศึกครั้งนี้แล้ว บนภาวะผู้นำ "นายกฯ อภิสิทธิ์" จะต้องใช้วิสัยทัศน์ มองสังคมไทยมุมกว้าง ๓๖๐ องศา ในความหมายถึงเวลา "ปฏิวัติ" ใหม่ทั้งหมด!
ไม่เช่นนั้น "ไทย-ไปไม่รอด" แน่!?
แต่...วันนี้ ยังไม่ใช่เวลาและจังหวะที่จะพูดกันถึงเรื่องนี้ ฉะนั้น ในปัญหาเฉพาะหน้า ขอชมเชยว่า รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ และข้าราชการทั้งหลาย ทำงานด้วย "วิสัยทัศน์ตื่นตัว" ด้านจิตสำนึกในหน้าที่เพื่อสังคมชาติด้วยความเข้าใจ และด้วยความอดทนที่ดีร่วมกัน โดยเฉพาะนายกฯ อภิสิทธิ์ นายสุเทพ พลเอกประวิตร และ ผบ.เหล่าทัพ...ทุกท่าน
การปฏิบัติหน้าที่เข้าถึง "วุฒิภาวะผู้ใหญ่" อย่างนี้ ประเสริฐแล้วครับ การไม่ยึดสีเป็นปริมาณและคุณภาพในความรัก ความหวังดี ความห่วงใย ความปรานี ความเอื้ออาทร ต่อพี่น้องคนไทยที่มาชุมนุม ถึงแม้เขาจะทำอะไรเกินเลยไปบ้าง ขนาดไปล้อมด่าด้วยเรื่องสารพัดเท็จหน้าค่ายทหาร ซึ่งตามปกติจะ "ยอมกันไม่ได้"
แต่วันนี้ รัฐบาล ตำรวจ-ทหาร ยอมกันได้ ทนกันได้ พยายามควบคุมไม่ให้เรื่องเล็กลุกลามไปสร้างเรื่องใหญ่ ก็ขอแสดงความเห็นใจ และในนามประชาชนทั้งหลาย...ขอบใจทหารที่ "เข้าใจ" และอดทนเพื่อคนในครอบครัวไทยเดียวกัน
นี่เป็นเพียงการยั่วยุให้ฝ่ายรัฐ "ออกอาวุธ" ก่อน เพื่อเขาจะได้อาศัยเป็นเงื่อนไข "ฟ้องประชาคมโลก" ชิงความชอบธรรมในการย่ำยีบ้านเมืองตัวเอง แต่คำพระท่านว่า "มารไม่มี-บารมีไม่เกิด" ทั้งนายกฯ อภิสิทธิ์และทั้งคณะทหาร-ตำรวจ อาศัยการยั่วยุ-ด่าทอของ ๓ เกลอหัวขวดเป็นมาร "อดทน" เพื่อสร้างบารมีครั้งนี้
ดีแล้วครับ!
แต่ต้อง "ดีให้ตลอด" เพราะ ๓ วันนี้ ทัพแดงตีรัฐบาลไม่แตก ฝ่ายทัพแดงเองจะแตก ลูกทัพจะหนี หมดสัญญาจ้างบ้าง เหนื่อยหน่าย ไร้สนุก ร้อนจนสุกทั้งนอก-ทั้งในบ้าง ขืนอยู่ถูกสูบเลือดหมดตัวบ้าง ดังนั้น พวกแกนนำมันต้องยกระดับสู่ "ความรุนแรง" แน่ ไม่เช่นนั้นจะตรึงมวลชนเป็นกองกำลังไว้ไม่อยู่
และที่สำคัญ ถ้า "สงครามครั้งสุดท้าย" นี้ ไม่ชนะ หรือไม่ได้อะไรติดไม้-ติดมือกลับไปอวดอ้างกับนายเลย ก็จะเป็น "สงครามครั้งสุดท้าย" จริงๆ พวกแกนนำเสื้อแดงทั้งหลายจะต้อง "สลาย" กลับไปสู่ฐานะมือปืนรับจ้างที่...ไม่มีคนจ้าง"
เพราะ "เต็มที่จนถึงขีดสุดแล้ว" ทั้งเงิน-ทั้งบารมี" ทักษิณ
ก็ทำได้แค่นี้ "แหละ...พี่น้องเอ๊ย!?
ดังนั้น รัฐบาล-ตำรวจ-ทหาร ต้องตั้งรับด้วยขันติและการุณธรรม ถ้าจะรุกก็รุก "ด้วยสติ" และ "เมตตาธรรม" อย่าลืมเป็นอันขาด เพราะผมประเมินว่า เมื่อถึงแผน ๔ และแผน ๕ อันเป็นแผนบ้าเลือด และแผนจนตรอก มันก็อาจไปสรุปลงตรงคำที่ทักษิณเคยสบถ
"เมื่อกูอยู่ไม่ได้ ใครก็อย่าหมายจะได้อยู่เป็นสุขกันเลย"!?
แต่...ทักษิณเอ๋ย...พี่น้องเสื้อแดงทั้งหลายเอ๋ย ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ๖๓ ล้านคน ไม่เอาด้วย จะมีที่เอาทั้ง ๗๖ จังหวัด ไม่เกิน ๑ แสนคน แล้วจะกระเสือกกระสนให้คนทั้งประเทศ "ทุเรศ" ไปถึงไหนกัน?
ก็นั่นแหละ ประเด็นที่เป็น "หัวใจ" ของเรื่องก็อยู่ที่ฝ่าย...คนเป็นผู้นำรัฐบาล...คนเป็นผู้นำสังคมชาติบ้าน เมือง นับต่อจากนี้ แผ่นดิสก์สมอง "ต้องเปลี่ยน" ต้องมองสังคมไทยด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ไม่เพียงก้าวข้ามทักษิณไปเท่านั้น
ที่สำคัญต้องก้าวข้าม "โลภ-โกรธ-หลง" ในตัวเอง ไปสู่การเสียสละ "เพื่อสังคมใหม่" กระจายเพียงอำนาจส่วนกลางให้ไปกระจุกอยู่ในอำนาจส่วนท้องถิ่นที่ "ส่วนกลาง" ส่งคนลงไปกิน มันยังใช้ไม่ได้
ต้องกระจายการศึกษา กระจายจิตสำนึกในชาติ กระจายระเบียบ-วินัย กระจายความก้าวหน้า กระจายการพัฒนา และที่สำคัญต้องกระจาย
"ประเทศไทย" ออกไปให้พ้นคำว่า "กรุงเทพมหานครคือประเทศไทย"!?
จะแดงชุมนุม เหลืองชุมนุม เขียว-ขาวชุมนุม ไม่แปลกอะไร เพราะล้วนเป็นสัญญาณบอกให้รู้ถึง ประเทศไทยเข้าสู่ "เส้นทางสายเปลี่ยน" เหมือนรถไฟ จะต้อง "สับราง" เมื่อเข้าสู่เส้นทางใหม่ ฉะนั้น ท่านนายกฯ ต้องไม่ทำให้.....
"ตกหัวประแจ"!
เป็นเลือดคนแท้ ๑๐๐
เป็นเลือดคนแท้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเลือดสัตว์ผสม?!
เพื่อป้องกันครหาทำนองว่า เลือดคนแค่ ๑๐ ซีซี นอกนั้น-ที่เห็นแดงๆ ๑ ล้านซีซี เป็นเลือดเหมามาจากโรงงานเชือดหมู เชือดวัวที่ไหนมาผสมก็ไม่รู้ ผมจึงเตือนเอาไว้ด้วยความหวังดี เพราะถ้ามีใครแอบไปทำอย่างนั้น
"เสือ" ท่านไม่ชอบให้คนไปหลอกนะ...จะบอกให้!
ขบวนคนเสื้อแดง
ขบวนคนเสื้อแดง เดินทางจากสะพานผ่านฟ้า จนถึงหน้าราบ 11. ประชาชน 2 ข้างทางต้อนรับกันอย่างคับคลั่งแต่สื่อกระแสหลักไม่มีช่องใหนกล้าพอที่จะนำเสนอความคิดเห็นประชาชน 2 ข้างทาง แม้แต่ช่องเดียว !!
ขนาดข่าวจารจร ที่สามารถซูมภาพ คนเสื้อแดงเดินเต็มถนนพหลโยธิน เป็นสาย......มันยังไม่กล้านำออกทางสือทีวี..แต่ตัดภาพหนีให้ประชาชนดูพื้นถนน และแยกอื่นแทน.................
นี่หรือการกระทำของสื่อที่เรียกว่าเป็นกลาง มีฐานดร 4. มันทุเรศสิ้นดีในการนำเสนอ!!!
M.1 wrote:ขบวนคนเสื้อแดง
เพราะเขาเอือมพวกแกไง คนชอบมันก็ออกไปต้อนรับ คนไม่ชอบเขาก็อยู่เฉยๆ มันยังไม่ถึงจุดเดือดไง แต่ถ้ามันมากเข้าๆ ก็ไม่แน่
เสียงส่วนใหญ่เขาคงหมายถึง
เสียงส่วนใหญ่เขาคงหมายถึง คนส่วนใหญ่ ซึ่งหมายถึงคนไทยคนทุกคน ประกอบด้วยลูกเด็กเล็กแดง ไปจนถึงคนแก่คนเฒ่ามั้ง.....คงไม่ได้หมายถีงคนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเท่านั้น ....คงจะมองที่สิทธิ์เสรีภาพความเป็นคนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย ตรงนี้เข้าใจได้ ....แต่มันก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากที่จะนิยามคำว่าเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ เพื่อมาแก้ไขหาทางยุติปัญหา....แต่ถ้ามามองที่เสียงส่วนใหญ่ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็เป็นไปได้ที่พวกเป็นกลางจะกลายเป็นเสียงส่วน้อยในทางการเมือง อย่างตัวเลขที่อ้างถึง....ทางออกที่ดีที่สุดคือยอมรับเสียงส่วนใหญ่ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ต้องมาเสียเวลารณรงค์ให้วางตัวเป็นกลาง เว้นแต่ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบให้เกิดความยุติธรรมในการกระบวนการเลือกตั้ง
Anonymous wrote:M.1
เอ็งไม่ได้เห็นของจริง อย่าออกมาเสือกอวดรู้!!! ไปหาภาพหน้ากองปราบ กับพนักงานเซ็นทรัลเขาออกมาโบกมือตอนรับด้วยสื่อสี่แดงกันทั้งตึก..จะได้หูตาสว่างเสียบ้าง..........
***เพราะพลังเงียบนี่แหละ
***เพราะพลังเงียบนี่แหละ ที่อภิสด กลัวนักกลัวหนา กลัวว่ายุบสภาแล้วเทให้แดงทั้งหมด อดเป็นนายกรอบสอง
ชาวบ้านจำนวนมากเขาไม่ได้เอือม
ชาวบ้านจำนวนมากเขาไม่ได้เอือมกับ นปช.หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองกันหรอก แต่คงต้องบอกว่าคนกรุงเทพส่วนหนึ่งที่บื้อไบ้กันอยู่นี้คงเป็นเพราะเขาสับสนไม่รู้จะฟังข้อมูลจากฝ่ายไหนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครได้ เพราะส่วนใหญ่ก็จะได้ข่าวจากฝ่ายคุมอำนาจรัฐแทบทั้งสิ้น ทุกวันจะได้แต่ข่าวว่าจะมีความรุนแรง ข่าวการเตรียมสรรพกำลังทหารอาวุธ ฯ แต่เอาเข้าจริงไม่เห็นมีอะไรหนักหนาอย่างที่ประโคมข่าวกันเลย ถนนหนทางโล่งสบาย ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นช่วงปิดเทอมพอดีแล้วพวกชุมนุมก็อยู่กันในบริเวณหนึ่งของกรุงเทพเท่านั้น ไม่ได้เพ่นพ่านไปทั่วอย่างม็อบเสื้อเหลือง
แต่ที่เห็นชัดคือความเป็นมาและเป็นอยู่ของผู้ชุมนุมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีเส้นจริง ขนเสบียงมาทำกินกันเองไม่มีนายทุนขนอาหารมาเลี้ยง ร้อนก็กันผ้าใบอาบน้ำ ฯลฯ นี่คือคำตอบว่าพวกเขามาด้วยความคิดที่ว่าเขาอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง เขาอยากเห็นความยุติธรรม เขาไม่ต้องการรัฐบาลไร้ฝีมือและไร้คุณธรรมอีกต่อไป พวกเขาจึงพากันมาอย่างมหาศาล สื่อของรัฐและสื่อสมุนรับใช้รัฐกลับไม่เสนอข่าวที่สะท้อนความจริง
v33
อยากรู้ชัดเจน ก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่
thepostman wrote:v33
เชื่อเถอะว่าอภิสืทธิ์ยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่แน่นอน ถ้าไม่มีพวกที่จ้องจะซื้อพรรค ซื้อผู้แทน ซื้อเสียง โดยเงินทุนของทักษิณเข้ามาเพื่อจะช่วยนักโทษหนีคดีรายนี้ ไม่มีพวกจ้องจะรุมตีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามไปหาเสียง
วาทกรรม พลังเงียบนี่ ผมว่า
วาทกรรม พลังเงียบนี่ ผมว่า หยุดใช้สักทีเถอะครับ
พลังเงียบที่ไร้วุฒิภาะวะรับผิดชอบในความเป็นพลเมือง
ความไม่รับผิดชอบในการนิ่งเฉยในชะตากรรมของคนอื่นนะ
สมควรหรือไม่?
พลังเงียบที่ปล่อยให้คนส่วนน้อยหยิบมือที่มีโอกาสเข้าถึงอาวุธ
คุมกำลังทหารเข้าทำการรัฐประหาร...ฯลฯ
ถ้าคิดว่าฟังเสียงคนส่วนใหญ่ คนอำนาจให้พวกเขาตัดสินใจไป
พรรคไหนเห็นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเสนอไปในนโยบายของพรรค
การเมืองแบบรัฐสภาก็มีตรรกกะง่ายๆ ที่ชาวบ้านเข้าใจได้ง่าย
....................................................................
14/3/2553 2.30 น.
14/3/2553
2.30 น. ออกจากบันเพราะอยากไปเติมคน ให้ได้100,001 เพราะในที.วี.ประกาศมีเสื้อแดง ประมาณ 100,000 คน
ถึงพ้าต้าปิ่นเกล้า ขึ้นรถเมย์ กระเป้าร้องเรียกเสื้อแดงให้ขึ้นรถ แล้วยังบอกจะวิ่งรับทั้งคืน ถ้าไม่เกรงใจอยากจะเปลี่ยนใส่ชุดแดง
ข้ามสะพานปิ่นเกล้ามาเริ่มเห็นรถยนต์มวลชนเสื้อแดงจอดเต็มฟุตบาท สวนย่อม
ลงรถสนามหลวง ประมาณ15.45 น.แล้วเริ่มเดินไปทางราชดำเนิน ผ่านโรงแรมรัตนฯ ได้ยินเสื้อแดงคนหนึ่งพยายามอธิบายบางอย่างเป็นภาษาอังกฤษให้ใครสักคนฟัง เลยเข้าไปดูจึงรู้ว่าเป็นฝรั่ง น่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ที่คงจะบ่นว่าคนเสื้อแดงมาทำอะไรกันมากมาย เดินไปได้อีกหน่อยพบซุ้มลงชื่อรับSMS ฟรี แถมหนังสือทักษิณอีกเล่ม พอออกมา ได้ยินเสียงฮือ..ฮา จนมาถึงที่เรายืน มีคนบอกว่าอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภาแล้ว มีเสียงถกเถียงกัน บ้างก็ว่าไม่เห็นมีประกาศทางที.วี. บ้างไชโยเราชนะแล้ว บ้างตะโกนว่า มันปล่อยข่าวให้เรากลับบ้าน บ้างก็ว่าให้เช็คข่าวก่อน ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีขบวนกล่องพอสร้างความคึกคัก มีป้ายเขียนด้านหน้าว่า กลุ่มภรรยาราบ 11 ผู้คนรอบรอบเคาะไม้ เคาะหัวใจ,ตีน ตบรับจังหวะกลองที่คนตีใส่หมวกเหมือนทหารพระเจ้าตาก(ไม่เห็นชุดเพราะคนเยอะ) เดินตามขบวนไปเรื่อยๆ มีรถพยาบาลวิ่งขอแทรกผ่านขบวนไป ถึงหน้าเวทีใหญ่สพานผ่านฟ้ามองหาตู้โทรศัพท์ โทรหาแฟนให้เช็คว่าลุงที่มาร่วมชุมนุมด้วยอยู่ตรงไหน ระหว่างรอโทรกลับไปฟังคำตอบ ได้ยินเสียงจตุพรประกาศมาจากเวทีว่า มีข่าวปล่อยว่าอภิสิทธิ์ยุบสภานั้นไม่เป็นความจริง ให้จับต้วคนพูดมาที่หน้าเวที กลับไปโทรศัพท์อีกครั้งจึงรู้ว่าอยู่หน้าพระบรมรูปแต่มีเพิ่มเติมมาว่าไม่ต้องเข้าไปเพราะสถานการณ์ไม่ค่อยดีมีการลงชื่อทำอะไรสักอย่าง แต่จากการสังเกตจากที่เดินมาจากสนามหลวงก็ไม่พบอะไรผิดปกติจึงยังคงจะเดินต่อไป พยายามจะข้ามสะพานผ่านฟ้าแต่ข้ามไม่ได้เพราะเป็นจุดตั้งเวทีใหญ่เดินไปถึงครึ่งสพานมีพวกที่สวนมา 2 - 3 คน บอกว่าอย่าเข้าไปเลยข้างในแน่นมาก จึงตัดสินใจวกกลับ นึกถึงคำพูดของจตุพรบนเวทีเรื่องข่าวปล่อยอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภาขึ้นได้ ถ้ามีมือถือหรือกล้องถ่ายรูปคงต้องถ่ายรูป 2 คนนั้นแล้ว เขาไม่ได้ใส่เสื้อแดงแบบแดงส่วนใหญ่ เดินย้อนกลับมาแล้วข้ามไปบนสะพานเล็กๆของชุมชนไปออกราชดำเนินใน ถึงหน้ากรมแผนที่ทหารพบคนรู้จักนั่งอยู่คนเดียว บอกรอเพื่อนอยู่เมื่อวานก็มาคุยได้ประมาณ 5 นาทีก็ขอตัวเพราะอยากจะไปพบลุง ถึงหน้ากระทรวงศึกษาต้องหยุดเคารพธงชาติตอนหกโมง เดินต่อถึงลานพระบรมรูปรถจอดเต็มไปหมดหลังพระบรมรูปมีรถขยายเสียงของเสื้อแดงเชียงใหม่ 51 ประกาศขอผู้มีความรู้เรื่องไฟฟ้ากำลังเพื่อมาช่วยเพราะต้องใช้ปราศัยในตอนค่ำคืนเดินไปจนถึงเขาดินยังหาเต็นลุงไม่เจอ มองหาตู้โทรศัพท์ก็ไม่พบเลยต้องวกกลับ ระหว่างทางมีจุดปราศัยย่อย5 -6 จุดได้ เมื่อยมากจึงหยุดพักข้างๆคลอง มีลุงคนหนึ่งเดินเข้ามา เลยถามว่ามาจากไหน แกบอกว่ามาจากสุพรรณ แกบอกปกติคนสุพรรณไม่เคยมา แต่คราวนี้มา มาหลายวันแล้ว วันนี้ลูกชายแกมาด้วยวึ่งปกติลูกแกไม่เคยมา แต่บังเอินไปอ่านข่าวอภิสิทธิ์จากในเน็ตที่ดูถูกคนจนเข้าจึงทนไม่ไหวเลยต้องมากับพ่อ ประมาณ 15 นาที ขอตัวแกกลับก่อนเพราะต้องเดินอีกไกลกว่าจะถึงสนามหลวง มันเมื่อยมาก ขาก็ล้า ถึงหน้าเวทีผ่านฟ้าเลยลองนับก้าวดูแต่ก็นับได้ยากเพราะบางก้าวก็สั้น ต้องเบียดกัน เดินแทบไม่ได้ ถึงอนุสาวรีญย์ประชาธิปไตย นับได้ 700 กว่าก้าว ประมาณการเดินวันนี้จาก 3 โมงค่อน พัก20 นาที ถึงสนามหลวงครบ 1 รอบ ตอนเกือบ 2 ทุ่ม คงเดินประมาณ หมื่นก้าว 2 ข้างมือซ้ายขวาที่มีมวลชนคนเสื้อแดงหน้าจะประมาณ 10 - 20 คน ต่อ 1 ก้าวที่อยู่บนท้องถนนและฟุตบาท ถ้ารวมตาม ตรอก ซอก ซอย ก็ประมาณ 120,000 - 200,000 คน เลยผิดหวัง เพราะอยากจะเป็นแค่คนที่ แสนเอ็ดเท่านั้น แนวร่วมคงผิดหวังเหมือนกัน เพราะต้องการหนึ่งล้าน กลับถึงบ้านตอนสามทุ่มกว่าเพื่อนบ้านเลยออกมาดู แถมบ่นว่าไปไหนไม่บอกเห็นไฟไม่เปิด ทั้งบ้านมือหมด ประตูก็เปิดไว้ จะเข้าบ้านไปดูก็ไม่กล้า ไอ?(หมา) มันอยู่ คิดว่าเป็นอะไรไป ล้มในห้องน้ำหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอบอกว่าไปเสื้อแดงมาเท่านั้นหละ! เป็นเรื่อง บ่นเสียไม่มี "แล้วทำไม่ไม่ชวน ไหนมาเล่าให้ฟังหน่อยซิเป็นยังงัยบ้าง" แล้วก็จูงแขนไปยังกลุ่มสมาคม คนเสื้อแดง
ครับ ใครจะหาว่าใครหมู่มาก
ครับ ใครจะหาว่าใครหมู่มาก พวกมาก หรือเป็นประชาธิปไตยกว่าก็ว่ากันไป สีแดงหรือสีเหลือง จะพวกไหนมากกว่าแล้วมันจะเกิดประโยชน์อะไรหากต่างฝ่ายต่างจ้องทำลายชาติทำลายประชาธิปไตย ละเมิดและทำลายกติกาทุกอย่างไปหมด เรากำลังพูดถึงประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่ หรือเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ถ้าประชาชนมันบ้าเลือดไปหมด ประโยชน์ของประชาชนมันก็วุ่นวาย เสียหายไปหมด
วันนี้เราต้องบอกว่า สีแดงไม่ยอมรับอะไรเลยที่เกิดขึ้นมาหลังจากการปฏิวััติ และขณะเดียวกันสีแดงซึ่งยังไม่เป็นสีอะไรก่อนปฏิวัติ ภายใต้การนำของคุณทักษิณ บ้านเมืองก็แย่หนักอยู่มากพอ มีการลอบยิงผู้ประท้วงเสื้อเหลืองด้้วยอาวุธสงครามอยู่หลายครั้ง มีการทำร้าย สส พรรคประชาธิปัตย์ที่ไปหาเสียงที่เชียงใหม่ ทั้งนายชวนและนายอภิสิทธิ์หนีหัวซุกหัวซุน การทำร้ายผู้ชุมนุมที่อุดรธานี นำโดยผู้จัดรายการวิทยุปลุกระดมชุมชน พวกสีแดงพาลไปถึงเกมกีฬาที่บุรีรัมย์ ที่เชียงรายก็ปิดถนน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านชาวช่องไม่น้อย ที่เชียงใหม่ใครเป็นพวกอื่น ๆ ก็เตรียมยกพวกไปทำร้าย ทำลายเขา ทั้งยิงคนตาย ทั้งปิดล้อมบ้าน มหาลัย หลายที่จะเปิดโอกาสให้ต่างสี ต่างความคิดปราศรัยในพื้นที่ของคุณบ้างคุณก็กลัวความจริงปรากฏ ก็ยกพวกไปข่มขู่เขา
อย่างนี้เขาเรียกว่าคนพาล พวกมาก หมาหมู่ อย่างนี้หรือที่เรียกว่า "กำลังเรียกหาประชาธิปไตยแล้วจะอ้างเสียงคนข้างมาก" อย่างนี้หรือที่จะเอาประชาธิปไตยมามอบให้คนไทยทั้งหมด ผมว่าคุณกำลังเดินสวนทางประชาธิปไตยมากกว่า คุณกำลังใช้อำนาจที่มีน้่อยมาก (ซึ่งโชคดีของกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับคุณ) ทำในส่ิงที่รุนแรงและละเมิดกฏ กติกา และทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคมส่วนใหญ่
คุณอ้างรัฐบาลนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยและเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนุญ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาหลังรัฐประหารมันขาดความยุติธรรม แต่คุณก็ลงแข่งมาเรื่อย ๆ และในช่วงที่คุณได้เปรียบ คุณก็ลอยนวลปล่อยมันไป ไม่เห็นคุณร้องแรกแหกกระเชอว่า "มันไม่ยุติธรรม" ทำไมคุณไม่ประท้วงตั้งแต่ก่อน การลงมติโหวตในรัฐสภาระหว่างคุณประชา พรหมนอก กับคุณอภิสิทธิ์" เพราะคุณคิดว่าคุณจะชนะแต่เมื่อคุณแพ้ก็ชวนตี และอ้างว่าไม่ยุติธรรม คุณก็ลงเลือกตั้งมาตลอดและรับรู้อยู่ว่ากติกาของรัฐธรรมนูญใหม่มันจะเล่นพวกซื้อเสียงแจกเงิน โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพอศาลตัดสินหลังจากพิสูจน์พยานหลักฐานก็มีคำตัดสินให้คุณผิดและนำไปสู่การยุบพรรค คุณก็โวยวาย ทำไมคุณไม่ต่อสู้ตั้งแต่มันออกกติกามาตอนแรก เมื่อมันไม่ยุติธรรมคุณก็ไม่ต้องเล่นสิแล้วคุณจะยอมลงเล่นเพราะคิดว่าคุณจะโกงและรอดตัวไปได้ยังงั้นเหรอ
ศาล คุณก็ไม่ยอมรับ แต่เมื่อตัดสินคุณสนธิจำคุกโดยศาลเสื้อแดง คุณก็ไม่ปริปาก ไม่ยอมพูดอะไร เมื่อคุณได้ประโยชน์คุณกลับเงียบ แต่เมื่อคุณไม่ได้ประโยชน์และพ่ายแพ้ในกรณีที่ดินรัชดา คุณก็โวยวาย คุณร้องเรียกหารัฐธรรมนูญ ๔๐ แต่ตอนที่นายคุณซุกหุ้น มันก็ผิดทั้งรัฐธรรม ๔๐ แล้ว ตอนนี้จะใช้กติกาอะไรมันก็ผิดอยู่แล้ว แต่คุณอ้างทุกกติกาที่คุณแพ้หรือเสียประโยชน์ ยังไงก็คงต่อสู้ข้าง ๆ คู ๆ ไป และก็ไม่มีความชอบธรรมใด ๆ เลย
ผมเห็นด้วยที่การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ของคนจนกับอำมาตย์เพราะชนชั้้นล่างตกเป็นผู้รับผลกรรมของนโยบายสาธารณะที่ไม่สมดุลของรัฐอยู่เสมอ เลวร้ายที่สุด รัฐก็มีนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ คนรวย เกษตรกรรก็ตกระกรรมลำบากเหมือนเดิม ผมเห็นด้วยกับการต่อสู้แบบนี้ แต่ผมรับรู้การแจกเงินเพราะญาติ ๆ ห่าง ๆ ของผมก็รับเขามา การปลุกระดมของวิทยุชุมชนภาคเหนือและท้ายที่สุด คนจนเหล่านี้ก็กลายเป็นเครื่องมือของคนที่เสียดายทรัพย์สิน ของคนที่ได้ผลประโยชน์จากท่อน้ำเลี้ยงอยู่ดี เพราะการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยนายคุณ ชาวบ้านมีแต่สร้างฝัน กู้เงิน ใช้จ่ายเงินที่รัฐให้กู้ นโยบายที่เปิดเสรีทางการค้าให้จีนเอาสินค้าถูก ๆ มาดั๊มพ์ในบ้านเราจนทำให้เกษตรกรขาดทุนย่อยยับ ขายสินค้าไม่ได้ ทำไมไม่พูดกัน มันก็สมัยนายคุณทั้งนั้น แล้วจะอ้างได้หรือว่าต่อสู้กับอำมาตย์เพื่อคนจนและไพร่ ตอนนี้พวกที่อ้างตัวว่าไพร่เตรียมแผนชิ่งหนีตลอดหากการชุมนุมครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ
พวกนักวิชาการอีแอบทั้งหลาย ประกาศให้ชัดเลยว่าจะเอายังไง ไม่ใช่มาอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนตอนที่รัฐบาลต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ตอนที่รัฐบาลทักษิณใช้ความรุนแรง มีคนตายเยอะแยะ ทำไมคุณไม่พูด แล้วตอนน้ีมาทำเป็นอ้างสองมาตรฐาน มีหลายเรื่องที่รัฐบาลทักษิณต้องตอบคำถามประชาชนในขณะที่บริหารประเทศแต่ไม่เคยตอบเลย ทำไมคุณไม่ตามเรื่องพวกนี้บ้าง คุณไปอยู่ไหนมา รู้ไหมว่าประเด็นเหล่านี้แหละกลายมาเป็นประเด็นที่ต้องทำให้ทักษิณถูกปฏิวัติและนำไปสู่การพิพากษาในที่สุด แล้วตอนที่ทักษิณทำเรื่องเหล่านี้ทำไมคุณไม่พูดสักแอะเลย เวลาตอบคำถามอย่าเลือกบางส่วน อ้างอิงบางส่วนเหมือนดูอะไรไม่ครบ เอาให้มันครบ ๆ เลยจะได้ให้ปัญญาแก่ทุก ๆ คน ผมก็กลัวแต่ว่าคุณมีอคติจนทำให้มองอะไรแบบรอบด้านไม่เห็น มีกลุ่มนักวิชาการบางสำนักเสนอว่า การซื้อขายอุปกรณ์โทรคมนาคมของชินคอร์ปให้แก่พม่าไม่ผิดเพราะซื้อขายกันอยู่แล้วก่อนที่จะมีการให้กู้และบอกด้วยว่าพม่าเองก็ไม่สามารถไปซื้อกับชาติอื่น ๆ ได้ ใช่การซื้อขายกันมันไม่ผิดหรอกถ้าคุณไม่มีหุ้นและผลประโยชน์กับชินคอร์ป แต่คุณยอมรับไม่ละว่า ความผิดคือการมีหุ้นในชินคอร์ป ส่วนผลประโยชน์จะมีหรือเปล่ามันตีความอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่สังเกตนิดหนึ่งว่าในเมื่อเราเป็นประเทศที่ต้องปฏิบัติตามมติของสังคมส่วนใหญ่แล้วเราจะทำอย่างนั้นก็ต้องประกาศให้ชัดเจน มิใช่แอบ ๆ เพื่อผลประโยชน์ของตนเองอย่างนั้น ผมละเหนื่อยจริง พวกนักวิชาการเนี่ยเก่งในการทำให้ดูน่าเชื่อถือแต่มันเป็นความจริงและตรรกะบางส่วนเท่านั้น
อ้าว ไหน ๆ ไม่เอากติกาก็ชุมนุมกันไป แจกแจงเหตุผลไปว่ารัฐบาลไม่ชอบธรรมตรงไหน พิสูจน์ให้ได้สิว่า คนที่มาประท้วงมาเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ของคน ๆ เดียว มาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมเชิงโครงสร้างจริง ๆ มิใช่เอาเรื่องชนชั้นมาเป็นข้ออ้าง เอาให้ได้เหมือนจีนและคิวบา ซึ่งผู้นำเขามีความอดทนและต่อสู้ยาวนานกว่านี้ ถ้ามันจะต้องเปลี่ยนแปลงจริง ๆ เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นผมก็เอาด้วย แต่ผมไม่เอาความรุนแรง ไม่เอารถแก็ส ไม่เอา เอ็ม 79 และไม่เอาการทำร้ายเพื่อนร่วมชาติอย่างที่เกิดขึ้นในสมัยทักษิณ และในพฤติกรรมของคนเสื้อแดงที่ปรากฏหลายที่
ขอบคุณ
v33
ได้อ่านบทความย่อหรือเปล่า
ย่อหน้าแรก น่ะ
Anonymous wrote:M.1
จะชอบ ไม่ชอบ สื่อมีหน้าที่ต้อง ออกข่าว
ไม่ใช่ปิดข่าว
ความจริง wrote:thepostman
ปชป. ไม่ซื้องั้นสิ
นายบุญมาก เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่พรรคหน้าด้าน ยังหลอกคนได้ต่อไป
นายวิทูร ปลากระป๋อง ที่หลุดได้ เพระ กกต.+ มือที่มองไม่เห็น ก็คงไม่ซื้อ
เสียงส่วนใหญ่ เลือกคนมาเป็น
เสียงส่วนใหญ่ เลือกคนมาเป็น นายก รัฐมนตรี ถูกต้องแล้วครับ แต่เสียงส่วนใหญ่ จะมาแก้ความผิดทางกฏหมาย หรือ ฟอกผิดให้นักการเมืองไม่ได้ ต้องมีสติที่จะพิจรณาแยกส่วนกัน คนเลือกมา 16 ล้านคน ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่มีความผิด ระบบสังคมกำลังจัดตัวของมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้อยู่ในช่วง กำจัดพวกก่อความวุ่นวาย นิยายเรื่องนี้ มองเห็นจุดจบชัดเจนดีครับ ไม่มีหรอกครับ อามาตย์ หรือ ไพร่ รากหญ้า นิยามกันขึ้นมาเอง
เกาะกระแส 00
เกาะกระแส
00 ได้เห็นสภาพอารมณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร ในจอที่วีดิโอลิงก์เข้ามาบนเวทีผู้ชุมนุมเสื้อแดง เมื่อคืนวันที่ 15 มี.ค.แทบจะเรียกได้ว่า “ไกล้บ้า” เต็มที คำพูดจาก็มีอารมณ์ดุดัน จนแทบควบคุมไม่ได้แล้ว คำก็อำมาตย์ไม่ดีอย่างงั้นไม่ดีอย่างงี้ โดยลืมคิดไปว่าตัวเองก็เป็นโคตรอำมาตย์ ตัวเองก็มียศฐาบรรดาศักดิ์ เมียเก่าก็เป็นคุณหญิง ดังนั้นถ้าไม่อยากอยู่ในระบอบดังกล่าวทำไมเวลาเขาจะริบยศ-เครื่องราช เนื่องจากทำความผิดอาญาทำไมต้องโวยวาย แน่จริงทำไมไม่เรียกว่า นายทักษิณ กับ นางพจมาน ล่ะ
00 ท่าทีที่แสดงออกมาทำให้จับไต๋ได้ว่า “หมดท่า” แทบจะไร้พลังต่อรองใดๆ เพราะการพูดในเชิงยั่ว และทำตัวในลักษณะ “บ่าง” ยุให้ “บรรหาร ศิลปอาชา” ถอนตัวเลิกค้ำ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุพรรคร่วมให้ถอนตัวเพื่อให้รัฐบาลพังครืนนั้น ทั้งที่น่าจะรู้จักนิสัยคนพวกนี้ดีว่ามี “ธาตุแท้” อย่างไร เพราะตราบใดที่ยังเห็นว่ายังได้ประโยชน์ คนพวกนี้ก็จะไม่ไปไหนเป็นอันขาด
00 นี่ก็ยังงงไม่หายกับพฤติกรรมของ นางวิระยา ชวกุล ที่ไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดง ก็ไม่รู้ว่า “เป็นไพร่” ประเภทไหน หรือว่า ระบบไพร่ของ “ระบอบทักษิณ” มีหลายมาตรฐาน หลายระดับ คำนำหน้าที่เรียกว่า “ท่านผู้หญิง” ต่อไปก็ต้องเรียกเป็น “นาง”วิระยา หรือ “นางสาว”วิระยา ได้แล้วใช่หรือไม่ช่วยวานบอกที
00 น่าเศร้าอย่างยิ่งสำหรับกรณีของ “ไพร่ไฮโซ” คนนี้ ก่อนหน้านี้ทำตัวใกล้ชิดในรั้วในวัง สนิทกับบิ๊กกองทัพ และผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจนทำให้ชาวบ้านหลงเข้าใจผิด มาหูตาสว่างอีกทีที่แท้กลายพันธุ์มาเป็น “ไพร่ยุคใหม่” ร่วมขบวนการ “ล้มเจ้า” เสียแล้ว ทำหน้าที่ส่ง “น้ำเลี้ยง” ให้พวกแกนนำเสื้อแดงหน้าตาเฉย ไหนๆก็พูดกันแล้ว เงิน “ค่าทำเสื้อ” ที่ชาวบ้านไม่รู้อิโหน่อิเหน่เคยช่วยการซื้อกันถล่มทลาย ที่ผ่านมาเคยบอกว่ามียอดอยู่ประมาณ 4-5 ร้อยล้านบาทยังอยู่ในบัญชีธนาคาร เวลานี้ได้นำไปทำอะไรต่อ หรือทำตามวัตถุประสงค์แล้วหรือยัง อย่าลืมชี้แจงให้ชัดด้วย
00 แนวทางที่ “3เกลอ” ทะลุกลางปล้องเสนอใช้วิธี “สูบเลือด” มาเททิ้งหน้าทำเนียบฯ-สภา-บ้านนายกฯเห็นแล้วก็เศร้าใจว่ามันสิ้นคิด และอย่าได้แปลกใจที่แค่ผ่านไปแค่วันที่ 4 ที่ 5 จำนวนคนลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมาจากหลายสาเหตุทั้งอากาศร้อนจัด ขาดความชอบธรรม ลูกเมียแม้วเผ่นเอาตัวรอดไปต่างประเทศ รัฐบาลเตรียมการตั้งรับได้ดีใช้วิธี “อ่อนสยบแข็ง” รักษาที่มั่นในที่ตั้ง พร้อมทั้งประโคมข่าวในเรื่องการใช้ความรุนแรงที่ไม่ใช่มาจากฝ่ายรัฐเพราะไม่ได้ประโยชน์ ที่สำคัญทำให้ “ม็อบหูตาสว่าง”
00 ล่าสุดคิดมุกใหม่จะกดดันให้ ส.ส.เพื่อไทยลาออกพร้อมกัน เพื่อบีบให้นายกฯยุบสภา ก็ฝันไปเถอะ เพราะ ส.ส.พวกนี้ลองไปเค้นคอถามเรียงตัวเถอะว่าอีกยากไปเดินหาเสียงตอนนี้หรือไม่ แถมดีไม่ดีถ้าลาออกจริงก็จะทำให้มีการเลือกตั้งซ่อมสบายประชาธิปัตย์กับ “พรรคการเมืองใหม่” เสียอีก
00 นับจากวันนี้ไป หากแกนนำเสื้อแดง ไม่สั่งถอย ก็จะเหลือแต่เวทีโด่เด่อยู่กลางสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เนื่องจากแรงกดดันจะหันกลับมาที่ม็อบ เพราะถนนราชดำเนินกลางถือเป็นเส้นทางหลัก ที่เชื่อมฝั่งธนกับพระนคร แม้ว่าชาวกรุงเริ่มปรับตัวได้บ้างก็ตาม แต่จะตั้งอยู่แบบนั้นได้อีกนานแค่ไหน ดังนั้นตอนนี้จึงต้องจับตาดูว่าจะหาทางลงกันอย่างไร เพราะแม้แต่ “สุรชัย แซ่ด่าน” คอมฯหลงยุคก็เริ่มออกมาป่วนกันเองเพื่อแย่งมวลชนกันแล้ว
00 อาจจะเรียกได้ว่าเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว ถึงได้สร้างสัญลักษณ์ผู้นำประเทศบริหารบ้านเมืองไปตามปกติ เริ่มจากการ “ขึ้นเหนือ” แม้บอกว่าไปตรวจภัยแล้ง ดูสภาพน้ำในเขื่อนก็ตาม แต่นี่ถือว่าเป็นการสื่อนัยทางการเมืองได้ชัดเจน !!
ผมชอบที่ประชาไทยเขียนขึ้นหน้า
ผมชอบที่ประชาไทยเขียนขึ้นหน้าโฮมเพจอย่างนี้ครับ
"ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ"
แต่ผมขอเติมอีกนิดหนึ่งนะครับ
"แต่มันต้องไปในแนวทางเดียวกันกับประชาไท"
เพราะขยายความ คือ คุณจะมีเครื่องกรองข่าวและเลือกสรรให้หันไปทางใดทางหนึ่ง
๑ ทุน ที่ใช้อยู่คุณรับมาจากไหน มันจะบอกได้ว่าคุณเอียงหรือไม่เอียงต้องตรวจสอบ ผมหวังว่าผมคงไม่ได้ยินอย่างที่ศาสตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ทางภาคเหนือเขาบอกนะว่า "รับเงินทักษิณไม่เห็นผิดตรงไหน"
๒ ล้มเจ้า ล้มล้างระบบกษัตริย์ตามแนวทางของจอห์น อึ้งภากรณ์ เป็นแนวคิดฝังลึกอยู่แล้วใชไหม
๓ ชูหางและรองรับงานของพวกนักวิชาการที่ทำเห็นใจผู้ด้อยกว่าและอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ดูความผิดและความเสียหายที่คนเหล่านั้นทำ กรณีของรัฐบาบทักษิณ คุณกลับด่าปาว ๆ แต่เมื่อกลไกรัฐ และกลไกศาลมันกำลังเดินไปได้ดีคุณกลับโวยวาย เอาหน้ากากวิชาการมาสร้างความปั่นป่วนสังคม
ขอบคุณ
PmVHuaTP qvZjQhL
PmVHuaTP qvZjQhL
คิดต่ำ "ก็ยากทำในสิ่งสูง
(ถ้าคุณไม่หูหนวกและตาบอด และไม่บ้องตื้น ก็คงจะมองเห็นว่าทักษิณ เค้าก็คือทักษิณ ที่มีคนรักทั่วประเทศ ยิ่งคุณว่าเค้าเท่าไหร่เค้าก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งเราก็เป็นรากหญ้คนหนึ่งที่มาจากต่างจังหวัด และเราก็ไม่เคยสนใจการเมือง มา ณ ตอนนี้เราทนเห็นความชั่วร้ายของความไม่ยติธรรมให้เห็นมากมาย เช่นพวกเสื้อเหลืองไปปิดสนามบิน ไปปิดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที พวกคุณตอบได้ไหมว่า ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน ในขณะที่ พี่น้องคนเสื้อแดงถูกออกหมายจับทุกคดีที่เกิดขึ้น)