ชำนาญ จันทร์เรือง: มองมาเลย์กับอินโดจับมือกัน แล้วหันมาดูไทยกับกัมพูชา
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมามีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโยโน แห่งอินโดนีเซียที่เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำทั้งสองต่างให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันขจัดข้อพิพาทที่เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างกันให้ลุล่วงไป ซึ่งปัญหาหลักได้แก่ปัญหาพิพาทเขตแดนและการกดขี่ทารุณแรงงาน
มาเลเซียและอินโดนีเซียมีหลายอย่างที่เหมือนกัน อาทิ ภาษา ศาสนาและวัฒนธรรม ฯลฯแต่ความสัมพันธ์ของสองประเทศต้องตกอยู่ในภาวะสั่นคลอนบ่อยครั้ง เนื่องจากความไม่ลงรอยกันในหลายเรื่อง โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้เสื่อมถอยลงอย่างมากนับแต่เดือนมิถุนายนปี 2551 ที่ผ่านมาเมื่ออินโดนีเซียกล่าวหาว่าเรือรบของมาเลเซียรุกล้ำเข้าไปยังเขตพิพาททางทะเลอัมบาลัด ซึ่งอุดมไปด้วยน้ำมันนอกชายฝั่งสุลาเวสี ของเกาะบอร์เนียว อินโดนีเซีย ทำให้อินโดนีเซียส่งเรือรบออกมายิงขับไล่เรือของมาเลเซียในทันที
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยิ่งทวีความตึงเครียดหนักขึ้นเมื่อมีกรณีที่แรงงานสาวใช้ชาวอินโดนีเซียถูกนายจ้างชาวมาเลเซียกระทำการทารุณด้วยความโหดร้าย จนเป็นผลให้รัฐบาลอินโดนีเซียตอบโต้ด้วยการออกคำสั่งห้ามส่งแรงงานอินโดนีเซียไปมาเลเซียเป็นการชั่วคราว
ซึ่งในกรณีนี้ประธานาธิบดียุดโยโนเรียกร้องให้มาเลเซียนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วและยุติธรรม โดยนายกรัฐมนตรีราซัคได้ให้ความเชื่อมั่นว่าแรงงานอินโดนีเซียจะได้รับการคุ้มครองผลประโยชน์ และหากมีการกระทำการอันใดที่เป็นการละเมิดกฎหมายต่อแรงงานเหล่านั้นก็จะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด
ในการแถลงข่าวร่วมกันในครั้งนี้นอกจากจะได้เห็นวุฒิภาวะของทั้งสองผู้นำแล้ว ยังเป็นเสมือนการตบหน้าผู้นำของไทยและกัมพูชาที่กำลังใช้อารมณ์ในการแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างกันอยู่ในเวลานี้
โดยประธานาธิบดียุดโยโนได้กล่าวว่า “แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจมีความเห็นต่าง แต่เราในฐานะผู้นำก็ควรต้องจัดการความเห็นที่แตกต่างนั้นอย่างรอบคอบ และไม่ปล่อยให้ปัญหานั้นมาบั่นทอนหรือกระทบต่อสิ่งที่เรามีอยู่”
ส่วนนายกฯ ราซัค กล่าวว่า “เราจะต้องพยายามอย่างหนักในการปรับปรุงความสัมพันธ์พื้นฐานที่มีต่อกันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านความร่วมมืออันดีระหว่างสังคม”
จากถ้อยคำของทั้งสองผู้นำนั้นแสดงให้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างใช้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์ และความโกรธหรือความเกลียดชังกัน ซึ่งตรงกันข้ามกับกรณีของผู้นำไทยกับกัมพูชาเป็นอย่างมาก
สิ่งที่ทำให้ตะกอนนอนก้นของความบาดหมางระหว่างไทยกับกัมพูชาในอดีตฟุ้งขึ้นมาอีกก็เนื่องมาจากการที่ นายฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาไม่พอใจในเรื่องการที่ไทยคัดค้านการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก สมทบด้วยการที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์แต่งนายกษิต ภิรมย์ ผู้เคยปราศรัยด่านายฮุนเซ็นว่าเป็น “กุ๊ย”เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
โดยที่ผ่านมานายฮุนเซ็นใช้อารมณ์อย่างเต็มที่ในการกล่าวหารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่าไม่มีความชอบธรรมในการเข้าสู่ตำแหน่ง อีกทั้งยังตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาและมีการแถลงหักหน้าในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่หัวหิน ส่วนฝ่ายนายอภิสิทธิ์และนายกษิตก็ใช้อารมณ์ต่อการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาด้วยการเรียกทูตกลับในทันที ขณะที่นายฮุนเซ็นก็ตอบโต้ด้วยวิธีการเรียกทูตกลับเช่นกัน
มิหนำซ้ำนายอภิสิทธิ์ยังตักเตือนนายฮุน เซ็น ใหรู้จักเลือกเอาระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของประเทศ อันเป็นการปรามาสนายฮุน เซ็น อย่างซึ่งหน้าแบบเด็กสอนผู้ใหญ่ กอปรกับนายกษิตในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแทนที่จะช่วยกล่าวแก้ตามแบบภาษาของนักการทูตในนานาอารยประเทศ แต่กลับมากล่าวย้ำในทำนองท้าตีท้าต่อยเข้าไปอีก จึงย่อมเท่ากับเป็นการประกาศศึกหรือประกาศตัวเป็นศัตรูกับผู้นำกัมพูชา
ความบานปลายจากการใช้อารมณ์ติดตามมาเรื่อยๆ ด้วยการที่นายอภิสิทธิ์ประกาศรื้อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาด้วยการลดการให้ความช่วยเหลือเงินกู้ กวดขันคนไทยที่เดินทางไปเล่นการพนันที่กาสิโนฝั่งกัมพูชา(ซึ่งเกือบทั้งหมดมีเจ้าของเป็นคนไทย) ติดตามมาด้วยการขับเลขานุการเอกของสถานทูตทั้งสองกลับประเทศ
ที่น่าตกใจก็คือการพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจหรือ เอ็ม โอ ยู ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกันที่ลงนามตั้งแต่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยกระบวนการพิจารณาให้ยกเลิกเอ็ม โอ ยู นั้นเป็นไปอย่างรวบรัดและรวดเร็ว ทั้งๆที่การคงอยู่ของเอ็ม โอ ยู ฉบับดังกล่าวไว้จะมีประโยชน์ต่อไทยมากกว่าเป็นโทษ
ความหายนะที่เกิดขึ้นจากการใช้อารมณ์ยังตามมาด้วยการปลุกกระแสชาตินิยมที่นำไปสู่การสิ้นชาติ เพราะเป็นการสร้างกระแสปลุกระดมบิดเบือนเพื่อให้เกิดความคลั่งชาติในหมู่ประชาชนให้เกลียดชังเพื่อนร่วมภูมิภาคบ้านใกล้เรือนเคียง โดยให้เหตุผลอย่างข้างๆคูๆว่า คลั่งชาติดีกว่าขายชาติ ทั้งๆที่ ไม่ว่าจะคลั่งชาติหรือขายชาติต่างก็มีผลเหมือนกัน คือการนำไปสู่การสิ้นชาติด้วยกันทั้งคู่
ผลจากการแก้ไขปัญหาด้วยอารมณ์นำความเสียหายมาสู่ทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจหรือสังคมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยทั้งผู้นำไทยกับกัมพูชาต่างกลายเป็น ตัวตลกในสายตานานาชาติและเป็นผู้ร้ายในสายตาของอาเซียน เพราะที่ไหนในโลกมีแต่พยายามหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ผัวเมียทะเลาะกันยังมีโอกาสที่จะแยกทางกันได้แต่ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถที่จะยกแผ่นดินหนีกันไปได้ จึงต้องอยู่ร่วมกันด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัย และหมดยุคของการเมืองระหว่างประเทศสมัยใหม่ที่จะใช้กำลังอาวุธของยึดครองดินแดนของประเทศอื่น
ผู้นำไทยกับกัมพูชาเป็นผู้ทำลายความเป็นเอกภาพและโอกาสในการต่อรองในด้านเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศของอาเซียนที่เป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองเป็นกลุ่มต้นๆของโลก มาเป็นกลุ่มที่แทบจะไม่มีพลังต่อรองเพราะเหตุแห่งการขัดแย้งส่วนบุคคลระหว่างนายอภิสิทธิ์และนายกษิตกับนายฮุนเซ็นและ พ.ต.ท.ทักษิณ
ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนของทั้งสองประเทศจะต้องทบทวนบทของผู้นำของตนว่าสมควรที่ขับเคลื่อนรัฐนาวาต่อไปหรือไม่ ก่อนที่จะนำพาประชาชนทั้งไทยและกัมพูชาไปสู่ความทุกข์ยากเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส อันเนื่องมาจาการใช้อารมณ์มาแก้ไขปัญหาอย่างไร้สติเช่นนี้
---------------------
หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2552
Comments
ขับไล่รัฐบาลเทพประทานกับปล่อย
ขับไล่รัฐบาลเทพประทานกับปล่อยให้วิ่งชนกำแพงมาตรฐานผลงานของทักษิณ อย่างไหนทำให้ตายสนิทพี่น้องประชาชนก็เลือกเอา หากขับไล่อาจปากดีว่าไม่มีโอกาสได้ทำงาน อย่าว่าแต่มองย้อนไปแค่สามรัฐบาลเลยที่ผ่านมายี่สิบกว่ารัฐบาลยังไม่มีใครทำได้เท่าเทียมรัฐบาลทักษิณ ยิ่งรัฐบาลชุดเทพประทานปล่อยมันวิ่งชนกำแพงผลงานทักษิณให้คอหักตายดีกว่า สิบเดือนผ่านมาสภาล่มราว 11 ครั้งและยังจะล่มอีกอย่างนี้ต้องRecordให้กินเนสบุค ถึงสื่อหลักแกล้งตาบอดไม่รู้ไม่เห็นทั้งประเด็นสภาล่มประเด็นการใช้เงินกู้แบบไม่รู้ค่าเงิน ชนคำปรามาสของทักษิณว่า"เสือโหย เสือหิว" ม่ายต้อง
ล่ายปล่อยให้อีตายเอง ศึกใน ศึกนอก ศึกยักยอก สารพัด อยู่ได้ก็อย่างหน้าหนายังขอค่าแรงเพิ่ม โอ้ใจหนอใจ
ชาติที่เจริญเขาจะพยายามคงทูตไ
ชาติที่เจริญเขาจะพยายามคงทูตไว้ในประเทศคู่ขัดแย้งให้นานที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติตน แต่รัฐบาลหุ่นลุแก่อำนาจเพราะเหตุบันดาลโทษะ โมหะเลยบดบังปัญญาเรียกตัวคนรักษาผลประโยชน์ของชาติตนกลับตามคำแนะนำของนักการทูตชั้นเลวอย่างนายกษิต ภิรมย์และคณะ
พร้อมกับมีปฏิกิริยาลุกลามเคลื่อนไหวก่อหวอดให้เกิดสงครามระหว่าง 2 ประเทศ (ทั้งที่ข้าวไม่มีจะแดก เงินทองต้องไปกู้เขามา) สร้างเงื่อนไขโดยเอาข้อขัดแย้งส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างสร้างความคลั่งชาติ เพียงเพื่อหวังดึงมวลชนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมาเป็นพวก โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองที่จะติดตามมา นับเป็นความตกต่ำทางการทูตและความเสื่อมทรามอย่างถึงที่สุดในนโยบายต่างประเทศนับแต่มีประเทศไทยเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้
ในวาระอาเซียนที่กำลังดำเนินอยู่ขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่เรืองอำนาจถึงขีดสุดนอกจากกุมอำนาจในกองทัพไว้ได้อย่างเสร็จสรรพและตัดตอนกองกำลังตำรวจให้เป็นหมันโดยไม่ยอมแต่งตั้งหัวหน้าผู้บัญชาการ แล้วยังสยายปีกครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในตำแหน่งผู้นำอาเซียนและเลขาธิการอาเซียน จะตอบคำถามต่อประเทศสมาชิกอย่างไร ในนโยบายไร้พรมแดนรวมประชาชาติอาเซียนให้เป็นหนึ่ง ในเมื่อตัวเองกลายเป็นปัญหาถ่วงความเจริญของอาเซียนและประชาคมโลกไปเสียเอง
@..ส่วนพวกหัวเหลืองคลั่งชาติ
@..ส่วนพวกหัวเหลืองคลั่งชาติ
อุบาทว์กว่าใครในหล้า
พวกก่อการร้ายเทวดา
คลั่งบ้าถึงปิดสนามบิน
@..คลั่งชาติพาชาติถอยหลัง
ด้วยพลังแห่งโกรธโหดหิน
เพื่อผลตนเองทั้งสิ้น
เล่ห์ลิ้นวาทกรรมทำลาย
@..คลั่งชาติดีกว่าขายชาติ
อุบาทว์ใครเล่าเขาขาย
มีแต่วาทกรรมมากมาย
ให้ร้ายดูหมิ่นดูแคลน
@..คลั่งชาติถึงขั้นปล้นชาติ
พินาศเห็นอยู่รู้แผน
ปลุกเร้าเผาไฟทั่วแดน
ดูแคลนประชาธิปไตย
@..คนดีที่คิดค้าขาย
ไม่ร้ายดั่งคำสุริยะไส
เขารู้คิดใหม่ทำใหม่
คิดไกลให้ชาติรุ่งเรือง
@..พันธมิตรคลั่งชาติเผาชาติ
คิดวาดวาทกรรมทำเขื่อง
พันธมิตรปลุกเร้าเผาเมือง
หาเรื่องและหาศัตรู
รัฐบาลวู่วามเกินไป
รัฐบาลวู่วามเกินไป ยังดีที่คนไทยส่วนใหญ่มีวุฒิภาวะ ไม่เต้นตามการแก้ปัญหาแบบเด็กปัญญาอ่อน กระแสคลั่งชาติจุดไม่ติด เป็นการพร้อมใจของสังคมไทย ที่ไม่เอาด้วยกับการนำประเทศเข้าสู่สงคราม อย่างกระเหี้ยนกระหือรือของรัฐบาลหุ่นชัก
จับตัววิศวกร ป่าหี่ข้ามชาติระ
จับตัววิศวกร
ป่าหี่ข้ามชาติระดับโลก
นักการเมือง
ล้วนแต่จำอวดตัวเบ้ง
ในภาพรวม
ในภาพรวม เหมือนบทความที่พูดในเชิงสร้างสรรค์ แต่ คงแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ถ้าไม่พูด ถึง แนวทางแก้ปัญหาการขึ้นทะเบียนมรดกของเขาพระวิหารให้ชัดเจน ถ้าไม่เอาแนวทางคุณนพดล ยังยืนกราน ว่าพื้นที่ใต้เขาพระวิหาร เป็นของเรา ยังยืนกรานคัดค้านไม่ให้เขมรขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร คงไม่มีทางแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าจะหันไปประสานประโยชน์ แบบคุณนพดล แล้วจะแก้ปัญหาความยุติธรรมต่อคุณนพดลอย่างไร
รักชาติด้วยวิธีการสร้างศัตรู
รักชาติด้วยวิธีการสร้างศัตรู มันก็คือคนโง่พาชาติล่มจม พาเพื่อนบ้านเดือดร้อน
การกระหายสงคราม เป็นช่องทางให้ญี่ปุ่นวิบัติ ไทยจะเอาอย่างบ้าง ก็เป็นรัฐบาลพวกทหารเป็นใหญ่เหนือประชาธิปไตย ที่ต้องฟังเสียงประชาชน และประชาชนกำหนดนโยบาย
*เพื่อประโยชน์โภชผล..ประเทศชา
*เพื่อประโยชน์โภชผล..ประเทศชาติ
ไม่สามารถ ให้มาร์ค บริหาร
ต้องรีบไล่ ออกไป ไม่ช้านาน
รัฐบาล อำมาตยาธิปไตย
*ไม่ได้เอาใจใส่ ใฝ่การค้า
มีแต่บ้า ศักดิ์ศรี มิเอาไหน
ดีแต่คอย ปลุกเร่า เผาเพื่อไทย
สร้างกระแส จัญไร มุ่งใส่ความ
*ผลประโยชน์ ของชาติ มิอาจดี
ท่ามกลางมิตร ไมตรี ที่หยาบหยาม
วาทกรรม ทำลาย ให้ลุกลาม
คอยคุกคาม เพื่อนบ้าน รานน้ำใจ
*ไม่มีใคร ยอมให้ใคร ใฝ่เอาเปรียบ
ต้องระเบียบ ถ้อยที ถ้อยอาศัย
ผลประโยชน์ ร่วมกัน พึ่งกันไป
เขมรไทย ถึงอย่าไร ชิดติดกัน
*ประเทศไทย ไม่ใช่อภิสิทธิ์
และไม่ใช่ พันธมิตร คิดปลุกปั่น
ประเทศไทย ของคนไทย ทั่วหน้ากัน
รวมทั้งท่าน ทักษิณ ชินวัตร
-----------------------------
------------------------------------------------------
รอยเท้า “หน้าเหลี่ยม” บนรอยตีน “หน้าเขมร”!
---------------------------------------------------------
ใครจะอยู่ค้ำฟ้า..ใครหนีความตายได้?
คำตอบนี้..อย่าว่าแต่เด็กอมมือจะตอบได้เลย “หลินปิง” ลูกหมีแพนด้าเชียงใหม่พูดภาษามนุษย์ได้ ก็คงจะตอบว่า..ไม่มีหมา..เอ๊ย..หมีหรือมนุษย์ หนีพ้นความตายไปได้หรอกเฟ้ย!
ขนาดนักโทษชายหนีคุกไปซุกดูไบ มีเงินโกงชาติซุกซ่อนไว้มากมายในหลายประเทศ ยังไม่มีปัญญาจะใช้เงินล้นฟ้าเหล่านั้น..ซื้อมะเร็ง..เอ๊ย..ซื้อชีวิตหนี ความตาย จากเงื้อมมือพญามัจจุราชได้..จริงไหม “สมเด็จมูลเมืองหน้าเหลี่ยม”?
แน่นอน..พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นพดล ปัทมะ วีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ฯลฯ รวมทั้งมนุษย์ “ปากสุนัข-จมูกชมพู่” ที่กำลังจะเดินทางล่วงหน้า ไปท่องเที่ยวในนรกเร็วๆ นี้
อ้อ..รวมทั้งบรรดาตะกวดและหมาขี้เรื้อน แถวสภาและทำเนียบฯ บางคน ก็อยู่ในข่ายเวรกรรมตามสนอง ชนิดค้ำถ่อหลุดรอดบัญชียมบาลไม่ได้เช่นกัน..จริงไหมคร๊าบ?
คนเราเลือกเกิดนั้น-เลือกไม่ได้ แต่เลือกทำคุณงามความดี-แทนทำชั่วนั้น เลือกได้และควรต้องเลือกครับ
วันนี้..หากมีใครคนหนึ่งตะโกนถามผู้คนว่า..
“คนหน้าเหลี่ยม” เป็นคนชั่วไหม..อืม..คงยกมือกันพรึ่บ!
“หน้าเหลี่ยม” โกงชาติหรือเปล่า..อืม..ยังยกมือพรึ่บอีกครั้ง!!
“หน้าเหลี่ยม” จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์หรือไม่..โอ้โห้..ยังยกมือกันพรึ่บอยู่!!!
“หน้าเหลี่ยม” ขายชาติ-ทรยศชาติ..ยังถามไม่จบ..ก็ยกมือกันทั้งชาติเลย!!!!
“หน้าเหลี่ยม-ฮุนเซน” เป็นทรราชสองแผ่นดินอ๊ะป่าว..เฮ้อ..ยกมือทั้งชาติกันอีกแล้ว!!!!!
นั่นเป็นคำถาม-คำตอบและความรู้สึกทั่วไปของคนไทยในขณะนี้ แต่ความรู้สึกนั้น..ยังมิใช่คำตอบทางวิทยาศาตร์ หรือความรู้ที่แท้จริงอันเต็มไปด้วยเหตุผลครับ
ที่สำคัญ..ด้วยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังคงปล่อยให้ “คนหน้าเหลี่ยม” กับพลพรรค มีทั้งทีวีผ่านดาวเทียม เคเบิลทีวี สถานีวิทยุชุมชนทั้งในกทม.และท้องถิ่น เว็บไซต์ในเครือข่าย “คนหน้าเหลี่ยม” ฯลฯ เผยแพร่โฆษณาประชาสัมพันธ์กันแบบผิดๆ บิดเบือนความจริงจากขาวให้กลายเป็นดำอย่างโจ๋งครึ่ม
ทำให้ประชาชนคนไทยทั้งในเมืองและชนบท ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารผิดๆ ที่ไม่ถูกต้องเสมอมา ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของชาติไทย
ทฤษฎีความจริงแห่งสังคมมนุษย์นั้น การต่อสู้เอาชนะผู้ไม่หวังดีหรือเหล่าคนชั่ว ที่ชอบให้ข่าวผิดๆ หรือการปล่อยข่าวลือที่ไม่จริงทั้งหลาย หนทางแก้ไขที่ดีและได้ผลมากที่สุดในทางบวก คือ ต้องใช้สื่อของรัฐทั้งหมดทำให้คนทั้งชาติสว่างด้วยปัญญา รู้ว่าอะไร คือ เรื่องจริงและอะไร คือ เรื่องไม่จริง ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจปัญหาด้วยเหตุผล มากกว่าความรู้สึกครับ!
ผู้นำคอมมิวนิสต์จีน เหมา เจ๋อ ตุง เคยพูดถึงเรื่องทำนองนี้ว่า ต้องทำลายหรือใช้ความจริงเอาชนะข่าวลือและข่าวโกหก ต้องทำลายวิทยุใต้ดินที่เป็นเท็จ..ด้วยวิทยุบนดินที่เป็นความจริง..
แหม..งานนี้ไม่ยากและซับซ้อนหรอกครับ แค่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้วิทยุ-ทีวี-สื่อรัฐทุกชนิด นำเสนอข่าวสาร “คนหน้าเหลี่ยม” กับพลพรรคอย่างพร้อมเพรียงและต่อเนื่องว่า
“คนหน้าเหลี่ยม” เคยทำชั่วอะไรกับชาติบ้านเมืองของเรามาแล้วบ้าง?
“คนหน้าเหลี่ยม” กับพลพรรคโกงชาติ-ขายชาติ-ทรยศชาติอะไรบ้าง?
“คนหน้าเหลี่ยม” กับพลพรรคทิ้งหลักฐาน และร่องรอยการโกงไว้มากมาย พอจะให้จับเข้าซังเตได้อยู่แล้วครับ
ที่สำคัญรัฐบาลอภิสิทธิ์คิดหรือไม่ว่า “คนหน้าเหลี่ยม” คนเดียวเท่านั้นแหละ ที่มีฤทธิ์เดชทำลายล้างบ้านเมือง ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างใหญ่หลวง
อภิสิทธิ์มองปัญหา “คนหน้าเหลี่ยม” หนัก-เบาแค่ไหน นั่นคือ หัวใจปัญหาชาติครับ
หากมอง “คนหน้าเหลี่ยม” ไร้อำนาจแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงกังวลแล้ว รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็จะใช้วิธีจัดการปัญหา “คนหน้าเหลี่ยม” แบบเฉื่อยชา-เช้าชามเย็นชาม-ทำทองไม่รู้ร้อน-หลงทิศผิดทาง ฯลฯ ทำให้ปัญหาชาติบานปลายจนบ้านเมืองไร้ความสงบ และสิ้นสันติสุขดั่งเช่นทุกวันนี้
แต่หากรัฐบาลรูปหล่ออภิสิทธิ์ เห็นว่า “คนหน้าเหลี่ยม” เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ-การเมือง-สถาบันสูงสุด นายกฯ รูปหล่อก็ต้องใช้ความเด็ดขาด จัดการกับ “คนหน้าเหลี่ยม” และพลพรรคป่วนชาติ โดยไม่มีความคิดที่จะซูเอี๋ยหรือแอบไปสมานฉันท์กัน ชนิดไม่แยแสถึงผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี ซึ่งใครบางคนในคณะรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้แอบติดต่อกับ “คนหน้าเหลี่ยม” แบบลับๆ ล่อๆ ในขณะนี้
วันนี้ “คนหน้าเหลี่ยม” กำลังจมน้ำกลางทะเลกว้าง เพราะเขาสิ้นคิดถึงขนาดหันไปสมคบกับเขมร “ฮุนเซน” มาย่ำยีทำร้ายทำลายสถาบันสูงสุดและชาติไทยทั้งลับและเปิดเผย
ทำไม “คนหน้าเหลี่ยม” จึงเลือกเขมร เป็นฐานที่มั่นกองทัพ “ส้นตีนแดง” น่ะหรือ?
ตอบตรงๆ ก็คือ เขมรมีชายแดนติดกับประเทศไทย แถมฮุนเซน-ยังเป็นผู้นำเผด็จการสมบูรณ์แบบ ที่คุมทั้งกลไกรัฐ ศาล รัฐสภา และกษัตริย์กัมพูชาไว้ในกำมือได้อย่างเบ็ดเสร็จนั่นเอง
“คนหน้าเหลี่ยม” รู้ดีว่าสำหรับประเทศกัมพูชาแล้ว ตกลงกับฮุนเซนในเรื่องผลประโยชน์ที่ลงตัวได้ ทุกเรื่องไม่ว่าง่ายหรือยาก..ก็จะได้สมใจนึกบางลำพูครับ
ดังนั้น..จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ว่า ทำไม “คนหน้าเหลี่ยม” จึงยกแผ่นดินไทย ไปประเคนให้กับเขมรฮุนเซน ด้วยการเซ็นสนธิสัญญาและคำแถลงการณ์ร่วม รวมทั้งอีกสารพัดเอกสารที่ “คนหน้าเหลี่ยม” ไปเซ็นไว้กับฮุนเซนในฐานะนายกฯ 2 ประเทศ
ซึ่งยังผลให้แผ่นดินไทยที่ไม่เคยทับซ้อนกับเขมร กลับกลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเขมรขึ้นมาดื้อๆ ที่สำคัญเป็นการทับซ้อนในลักษณะประเทศไทยเสียเปรียบ ต้องเสียทรัพย์ในดินสินในน้ำให้กับเขมรเพิ่มขึ้นครับ
บัดนี้ “คนหน้าเหลี่ยม” ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวไปเป็นขี้ข้ารับใช้ฮุนเซนแห่งเขมร เป็นทั้งที่ปรึกษาส่วนตัวและทางด้านเศรษฐกิจให้รัฐบาลฮุนเซน โดยมีกษัตริย์สีหมุนีเซ็นคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
แน่นอน..ผลประโยชน์เบื้องต้นที่ “คนหน้าเหลี่ยม” ได้ก็คือ คำสั่งที่แต่งตั้งโดยกษัตริย์เขมรนั้น จะทำให้ “คนหน้าเหลี่ยม” อาศัยช่องโหว่รอดพ้นจากการถูกส่งตัว ในฐานะนักโทษหนีคุกจากสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่รัฐบาลเขมรทำไว้กับรัฐบาลไทยนั่นเอง
ด้วยรัฐบาลอภิสิทธิ์อ่อนแอในการจัดการกับ “คนหน้าเหลี่ยม” ปล่อยให้ระบอบทักษิณยังมีอิทธิพลอยู่ทุกหัวระแหง ทำให้ทหาร-ตำรวจ-ข้าราชการ-คนไทยที่เห็นแก่เงินและอำนาจจำนวนหนึ่ง ยังคงเคลื่อนไหวสนับสนุน “คนหน้าเหลี่ยม” ทั้งลับและเปิดเผยได้ตลอดเวลา
นั่นทำให้ฮุนเซนเชื่อมั่นว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ “คนหน้าเหลี่ยม” จะกลับมายึดครองประเทศไทยได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน
ฮุนเซนจึงตีตั๋วยืนข้าง “คนหน้าเหลี่ยม” เต็มตัว ถึงขนาดให้เช่าเกาะกง 99 ปี เพื่อให้ “คนหน้าเหลี่ยม” ใช้แผ่นดินเขมร เป็นฐานที่มั่นสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ล้มล้างรัฐบาลและสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ทั้งลับและเปิดเผยอย่างเต็มที่ดังมีข่าวต่างประเทศรายงานว่า
มีอดีตรัฐมนตรีรัฐบาลที่ “คนหน้าเหลี่ยม” บงการชี้นิ้ว เป็นหญิงก็ไม่ใช่-เป็นชายก็ไม่เชิง เอ๊ะ..แล้วเป็นอะไรหว่า? ได้เผยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางคนว่า ขณะนี้กองกำลังสร้างรัฐไทยใหม่ได้ลักลอบนำอาวุธ ทั้งหนักและเบาเข้ามาทางภาคอีสานของไทยบางจุดแล้ว
เรียกว่า..พลพรรค “คนหน้าเหลี่ยม” พร้อมเป่านกหวีด เคลื่อนไหวล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นพระประมุข เต็มทุกรูปแบบแล้วครับ
นอกสภา-กองกำลังคนเสื้อแดงพร้อมเขย่าเก้าอี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ด้วยการลุกฮือทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองบางแห่ง ในสภาฯ-ส.ส.เสื้อแดงก็จะป่วนระบอบรัฐสภาจนหมดสภาพ ถึงขนาดการประชุมสภาฯ ล่มแล้วล่มอีก นอกระบบ- “คนมีสี” ส่วนหนึ่งจะป่วนชาติทุกวิธีการ ทั้งเผาบ้านเผาเมือง ลอบสังหารผู้คนฝ่ายตรงข้ามกับ “คนหน้าเหลี่ยม” รวมทั้งอาจมีรายการวี๊ด..บึ้ม..เป็นระลอกตามมาด้วย...
หากพลาดพลั้งรัฐบาลไทย ก็มีฐานที่มั่นไว้หลบภัยและตั้งกองกำลังอาวุธ “รัฐบาลส้นตีนแดงผลัดถิ่น” อีกด้วย
เรียกว่า “คนหน้าเหลี่ยม” กับพลพรรค “ส้นตีนแดง” จะป่วนชาติทุกวิธีการ-ทุกรูปแบบ-ทั้งลับและเปิดเผย จนรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่อ่อนแอและไม่เท่าทันเล่ห์กลเหล่าคนชั่ว ตกอยู่ในสภาพจะล้มมิล้มแหล่..จนในที่สุด..ทุกอย่างอาจจะจบลงตรง..
นายกฯ รูปหล่ออภิสิทธิ์ลากยาวรัฐบาลหน่อมแน้มต่อไปไม่ไหว จำต้อง..ยุบสภาฯ-ลาออกเพื่อ “คนหน้าเหลี่ยม” จะได้ใช้เงินซื้อเสียงโกงการเลือกตั้ง เข้ามายึดอำนาจรัฐไว้ในกำมืออีกครั้งหนึ่งไงล่ะครับ
ทว่า..หากรัฐบาลอภิสิทธิ์พลาดท่ายุบสภาฯ-ลาออกไม่ทัน “คนหน้าเหลี่ยม” อาจใช้วิธีชำเรายึดเอาอำนาจมาไว้ในกำมือแบบเขมรก็ได้นะครับ
ก็แหม..ตอนนี้ “คนหน้าเหลี่ยม” กำลังคลั่งไคล้หลงใหลฮุนเซนโมเดลมั๊กมาก ทำให้คนทั้งโลกเห็น “ทรราชหน้าเหลี่ยม” โคจรไปกอดกับ “ทรราชหน้าเขมร” เหมือน “เฮี้ย” สองตัวกอดกันกลมหน้าทำเนียบฯ “ตึกไทยคู่ฟ้า” ไงล่ะครับ
โอ้.. พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ดูสิ..“ทรราชหน้าเหลี่ยม” กำลังเดินทับรอยเท้าบนผืนทราย..เอ๊ย..รอยตีน “ทรราชหน้าเขมร” อย่างกระชั้นชิดแล้วคร๊าบ..!!!
ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย
ผมไปเจอกลอนของนักกลอนเสื้อแดง
ผมไปเจอกลอนของนักกลอนเสื้อแดงอยู่บทหนึ่ง เลยก็อปมาให้อ่านกัน ฝีมือทางกลอนและจินตนาการเยี่ยมครับ ก็อย่างว่าครับ คุณ ว ณ ปากนังจะได้พัฒนาฝีมือกลอนขึ้นมาบ้าง.....กลอนแดงต้องระดับนี้ครับ ผู้จัดการเขาถึงให้ลง
ท่านอำมาตย์ อาจสำอางค์ ย่างเท้าเหยียบ
พื้นผิวเรียบ ราบนุ่ม ไร้ปุ่มแข็ง
เท้าไม่ปวด กรวดไม่ลาม หนามไม่แทง
มีคนแย่ง แข่งประคอง จ้องประเคน
ท่านลองหงาย ฝ่าเท้าท่าน หันตาส่อง
พินิจมอง ร่องรอยหนา หาไม่เห็น
ท่านจึงไม่ ใส่ใจค่า ความลำเค็ญ
ความยากเข็ญ ของคน ทนทำนา
ที่อยู่ดี มีศักดิ์ หนักใครหนอ
ล้วนแต่หน่อ กอเหล่า ชาวนาหา
ล้วนแต่ผู้ อยู่ล่าง ต่างราคา
คือชนเผ่า ชาวประชา คี่ค่าแล
ท่านลองส่อง มองฝ่าเท้า ชาวนาด้อย
จะเห็นรอย ร่องแยก แตกเป็นแผล
เพราะย่ำเหยียบ อุปสรรค มากตอแย
เพื่อหล่อเลี้ยง เพียงแล แผ่ท่านเดิน
ที่ท่านมอบ ตอบแทน ช่างแค่นขัด
แค่บำบัด จัดยา ทาผิวเผิน
แค่ชาวนา วาจาปลุก ก็สุขเพลิน
แล้วก็เดิน ทำนา แผลคาตีน
ชาวนาสิ้น ตีนเน่า เขาเห็นแล้ว
นั่นคือแม้ว แนวใหม่ ไม่ใจหิน
รู้ชาวนา ค่านับ ทรัพย์บนดิน
รู้รักษ์ตีน ให้ชาวนา พาแม้วรวย
ฝ่าตีนแม้ว มิแคล้วคลาด อำมาตย์เหมือน
มันก็เปื้อน มลทิน กินไม่สวย
เหมือนเหมือนกัน นั่นละหนา พากันอวย
เฮงหรือซวย ใครช่วยผล คนส่วนรวม
อำมาตย์ให้ ยาแดง แบ่งรักษา
แม้วมันหา ให้รองเท้า เอาตีนสวม
เพื่อป้องกัน หนามแทง เท้าเน่าบวม
เพื่อหวังร่วม รวมพลัง สร้างผลงาน
ผลผลิต ที่ได้ มากมายค่า
ดีกว่าทา ยาใส่ ใจไม่หาญ
เมื่อแผลหาย ตะกายย่ำ ทำไม่นาน
ตีนก็บาน บวมเบ่ง เร่งแผลเดิม
แต่ว่าเรา ไม่เอาแม้ว แนวรองเท้า
ทำลายเขา เผาไฟ ไม่ส่งเสริม
คนเขมร เห็นคุณค่า เก็บมาเติม
ใช่เหิมเกริม เริ่มศึก ลึกลุกลาม
เขาอยากได้ รองเท้าเก่า เอาไปใช้
ให้ผู้คน เขาใส่ ไว้กันหนาม
ให้ประชา ชนเขาใคร่ ได้ผลงาม
ทำไมเรา ต้องหยาม ห้ามเขาครอง
หากคิดว่า ยาทาเท้า เอาแผลอยู่
ควรเตรียมสู้ ชูยาแดง แข่งผยอง
เขมรอยาก รักรองเท้า ให้เขาลอง
อย่ามาร้อง ฟ้องขายชาติ ปัดพลิกแปร
ปลุกพลัง คลั่งชาติ อำมาตย์เก่ง
แต่ไม่เพ่ง เล็งเท้า เน่าด้วยแผล
ปลุกความคิด บิดให้อุ้ม คุ้มพวกแก
เก่งจริงแท้ แถถนัด เอาชาติบัง
o
*ชาวนาใหม่ ใช้รถไถ
*ชาวนาใหม่ ใช้รถไถ ใส่รองเท้า
ตีนไม่เน่า เราสดใส ใจไม่คลั่ง
มุ่งก้าวหน้า ฝ่าฟันไป ไม่หยุดยั้ง
เปี่ยมด้วยพลัง รักประชาธิปไตย
*มุ่งรักษา หนึ่งสิทธิ์เสียง เพียงหนึ่งคน
ทั้งมีจน เท่าเทียมกัน มั่นสดใส
เสียงข้างมาก เป็นรัฐบาล ประสานชัย
ไม่อยากได้ แค่รองเท้า กับยาแดง
*ชาวนารู้ ว่าใคร ให้ประโยชน์
ใครให้โทษ หยาบช้า กล้ากำแหง
ใครปลุกเร้า คลั่งชาติ หวาดระแวง
ใครแห้งแล้งน้ำใจ ใครไมตรี
*รักทักษิณ เพราะทักษิณ รักเพื่อนบ้าน
รู้จัดการ ประเทศดี มีศักดิ์ศรี
ประชาชน ส่วนใหญ่ ใฝ่ยินดี
ที่ได้มี ทักษิณ เป็นนายก
*เราไม่เอา อำมาตยา ประชาวิบัติ
เพราะเห็นชัด มันพาให้ ไทยต่ำตก
ทั้งดูหมิ่น ถิ่นแคลน แสนซกมก
ใครยอยก อำมาตยาธิปไตย
*เราไม่เอา พวกหัวเหลือง เคืองคลั่งชาติ
กลอุบาทว์ หาศัตรู ชูเงื่อนไข
เพื่อตัวเอง ดูเก่งกล้า กว่าใครใคร
เป็นพิษภัย ความสงบ คิดรบรา
-----------------------------
------------------------------------------------------
รอยเท้า “แป๊ะลิ้ม” บนรอยตีน “หน้าThe Other”!
---------------------------------------------------------
เผด็จการจงเจริญๆๆๆๆๆๆ...อิอิ
งง
งง มาไม้ไหน..ผู้จัดกากลงให้
อ้าวงั้นแป๊ะลิ้มก็ทรยศชาติสิ
ป๋าอ่านเจอคงโกรธจนหน้าเขียว
ควรเอาคอมเม็นต์กลอนบทนี้มาลงประกอบบ้าง
ฮาฮาฮา อาจเจอคนทรยศชาติเพิ่ม
เราชอบ ว ณ ปากนัง
เราชอบ ว ณ ปากนัง ที่ร้อยเรียงคำมาสัมผัสเป็นบทกวีได้สั้นกระชับ อีกทั้งยังมีทักษะความชำนาญด้านภาษาสามารถเล่นคำ สัมผัสนอกในให้สื่อความหมายได้อรรถรส นั่นเป็นจุดเด่นอย่างยิ่ง มีบทกวีหลายชิ้นที่คนในระดับกวีศรีรัตนโกสินทร์ต้องหลบให้เลยก็แล้วกัน
ที่สำคัญยังสามารถใช้ทักษะด้านกวีถ่ายทอดทัศนะทางสังคมที่ผดุงความยุติธรรม สรรสร้างประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวม ขอให้อยู่ช่วยเติมสีสันในประชาไทต่อไป เราเชื่อว่าในภายหน้าเชื่อว่ากวีท่านนี้จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในบทกวีนิพนธ์ด้านใดด้านหนึ่งอย่างแน่นอน
the other
the other คุณมีความเป็นอคติมากๆเลยนะ จากการโพสหลายๆครั้ง ไม่ได้เอาความคิดตัวเองมาลงเลย เห็นบทความไหนคล้อยตามก็เอาของเขามาลง ผมขอถามหน่อยนะครับ เวปผู้จัดการผมโพสไปด้วยความเห็นต่างยังไม่มีโอกาศได้ลงเลย แต่ประชาไทยถึงคุณมีความเห็นต่างเขาก็ให้คุณโพสลงแสดงความคิดเห็น อันไหนเขาเรียกประชาธิปไตยครับ
ถามจริงๆนะ
เทียบกัน3ยุค เอาง่ายๆ เอาความนิยม และเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนว่านะครับ
1.ยุคทักษิน ประชาชนกินดีอยู่ดี เศรษฐกิจดี ความนิยมสูงสุด
2.ปฏิวัติ เงินคงคลังเริ่มหมด เศรษฐกิจดี ความนิยมสูง
3.สมัคร สมชาย เศรษฐกิจเริ่มแย่ เพราะพันธมิตรยึดสนามบิน ยึดธรรมเนียบเพื่อผลประโยชน์แกนนำไปเป็น รมต ที่ปรึกษารมต กัน ในรัฐบาลมาร์ค
การเมือง คือ การแบ่งปันผลประโยชน์ ทุกสมัยย่อมมีผลประโยชน์ทั้งนั้น ถามว่ามียุคไหนที่ไม่มีการโกงกิน แต่งตั้งพวกเดียวกันขึ้นเป็นใหญ่ ผมขอถามคุณ other นะ แต่หากยุครัฐบาลไหนให้ประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ โกงน้อย เศรษฐกิจดี ประชาชนมีงานทำ แค่นี้คะแนนนิยมก็พุ่งแล้ว แต่พวกคุณดูถูกคน หาว่าเป็นพวกขายเสียง
ผมขอให้คุณแสดงความคิดเห็นว่า กลุ่มพันธมิตรให้ 6 คะแนน/เสียง กล่ม Dr. 5 คะแนน/เสียง ปริญญาโท 4 คะแนน/เสียง ปริญญาตรี 3 คะแนน/เสียง รากหญ้าทั่วไป 1 คะแนน/เสียง ดีไหมครับ แต่อย่าลืมนะ ประชาธิปไตย 1คน/เสียง สิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน หรือคุณต้องไปเรียนประชาธิปไตยมาใหม่ตั้งแต่สมัยประถม หรือคนสอบตกในวิชา สปช สังคม
ผู้นำในระบอบประชาธิปไตย
ผู้นำในระบอบประชาธิปไตย จับมือกับผู้นำในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องแปลก
ผู้นำในระบอบประชาธิปไตย ไม่จับมือกับผู้นำกำมะลอในระบอบอีแอบเผด็จการ ไม่ใช่เรื่องแปลก
เขมรมัน
เขมรมัน ดีนะดูถูกศาลไทยพวกควายโง่ทั้งหลายก็สรรเสริญกันจังนะ ดูและก็คิดๆๆกัลนะคำนี้ (ในพระปรมาภิทัย) คืออะไรไปเปิด พจนานุกรม ดูมั่งนะถ้าจะให้ดีกว่านั้นเข้าใจความหมายละก็ไปบอกเสด็จพ่อ ฮุนเซน มันซะด้วยให้เก็บปากหมาๆๆมันไปเลยนะ กฎหมายไทย ไม่ใช่กฎหมายเขมร คนไหนไม่ยอมรับกฎหมายไทยก็ย้ายไปเลย ไปหาประเทศที่มันที่พอใจก่อนตัดสินใจจะอยู่นะครับ มันเป็นแบบนี้มานานละ ไม่มีอะไรดีที่สุดหรอกคับ แต่เราควรรับสิ่งที่เป็นอยู่ คนเราไทยด้วยกันทะเลาะกันก็ไม่มีปัญหา แต่แต่คนไหนพา เขมรมาทะเลาะกะพี่นองไทย คนนั้นมันชาติหมามาก คนทะเลาะกันในบ้าน ชาวบ้านกรุณา อย่าเสร่อ!
เห็นด้วยครับท่าน ไทยกับเขมร
เห็นด้วยครับท่าน ไทยกับเขมร เป็นเพื่อบ้านกันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เราต่างเป็นคู้ค้ากันซึ่งไทยเราได้เปรียบการค้ากับเขมรจำนวนมากมาโดยตลอด เมื่อมาทำแบบนี้ก็เหมือนไล่ลูกค้าของตนหนีไปซื้อของที่ร้านอื่น (โง่หรือฉลาด) อย่าคิดว่าเขมรเขาจะง้อไทย ไม่มีสินค้าจากไทยเขาก็ไปซื้อจากร้านอื่น ไปคบกับคนอื่น เห็นไหมเขากำลังกอดคอกับเวียตนามและ ลาวตั้งกลุ่มสามเหลียมเศรษฐกิจขึ้นมา ไทยหละมีแต่สร้างศัตรู แล้วอย่างนี้จะไปค้ากับใคร โครงการไทยเข้มแข็งก็จะเป็นไทยอ่อนแอทันทีถ้าไม่มีมิตร ความคิดตื้นๆแค่นี้เด็กประถมเขายังคิดได้ แต่นี่เป็นถึงนักเรียนนอกคิดไม่เป็น คิดเพียงเพื่อล่าคนคนเดียวแล้วเอาความประเทศเป็นเดิมพันแบบนี้ โง่หรือฉลาด
ง่ายนิดเดียว
ง่ายนิดเดียว คุณก็ตามไปเป็นประชาชนของนักโทษชายซี อย่าเป็นพสกนิกรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเลย เพราะคุณไม่คลั่ง ไม่รัก ไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดิน ขายชาติน่าจะเหมาะกับพวกคุณมากกว่านะ ไม่พอใจก็เปลี่ยนสัญชาติไปเลย ไม่มีใครรั้งไว้ให้หนักแผ่นดินแน่นอน ไม่ใช้ปัญญาคิดอะไรที่สร้างสรรค์เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์เลย
ต้องเชื่อในกฏแห่งกรรมที่กำลัง
ต้องเชื่อในกฏแห่งกรรมที่กำลังปฎิบัติการอย่างเร่งรีบ ใครให้ร้ายแผ่นดินจงพินาศ เงินของแผ่นดินจะไม่มีวันอยู่ในมือโจร จะต้องกลับคืนแผ่นดินแน่นอน กรรมติดจรวดจริง ๆ นะ ไม่รู้ว่าคนอ่านข้อความของคุณชัชวาลย์แล้วจะหูตาสว่างขึ้นสักกี่คน เป็นกำลังใจให้คุณที่อดทนพยายามอธิบายความ ขอให้คุณประสบความสำเร็จ