ประชาธิปไตยที่ “มนุษย์เท่าเทียมกัน”
หากความหมายของประชาธิปไตยคือ “อำนาจตัดสินใจทางการเมือง และหรือที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะเป็นของประชาชน” ความหมายดังกล่าวนี้จะไม่มีทางทำให้เป็นจริงได้หากปราศจากการยอมรับหลักการที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน”
แต่หลักการดังกล่าวนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ยืนยันว่ามนุษย์นั้นแตกต่างกันอย่างน้อยก็ 2 ด้านใหญ่ๆ คือ “ความแตกต่างด้านชีววิทยา” เช่น บางคนเกิดมาสมประกอบ บางคนเกิดมาพิการ บางคนร่างกายอ่อนแอ บางคนแข็งแรง บางคนโง่ บางคนฉลาด ความสามารถในการเรียนรู้ ความคิดความอ่านเป็นต้นของคนเราไม่เท่ากัน
ซึ่งความไม่เท่ากันดังกล่าวนั้นทำให้เกิดความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ “ความแตกต่างด้านสังคมวิทยา” เช่น ระดับการศึกษา อาชีพ ทรัพย์สิน อำนาจ รสนิยม ชาติตระกูล ความสำเร็จ เกียรติ ชื่อเสียง ยศถาบรรดาศักดิ์ ฯลฯ
สังคมที่เรียบง่ายในยุคเกษตรกรรมความแตกต่างเหล่านี้อาจมีไม่มากนัก แต่สังคมที่ซับซ้อนเช่นปัจจุบันความแตกต่างดังกล่าวมีมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดชนชั้นทางสังคม เช่น คนชั้นสูง คนชั้นกลางระดับสูง คนชั้นกลางระดับกลาง คนชั้นกลางระดับล่าง คนชั้นต่ำหรือชนชั้นรากหญ้า
ความแตกต่างทางระดับการศึกษา อาชีพ ทรัพย์สิน อำนาจ รสนิยม ฯลฯ ทำให้คนเกาะเกี่ยวสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นเฉพาะในชนชั้นของตนเองทั้งในด้านการทำงาน กิจกรรมทางสังคม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแบ่งปันทุกข์สุข การพักผ่อน กิจกรรมบันเทิง ฯลฯ และรวมไปถึงการมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือการกำหนดประเด็นสาธารณะต่างๆ ด้วย
แม้ความแตกต่างทางชนชั้นในปัจจุบันจะไม่ใช่ความแตกต่างที่เข้มข้นเหมือนความแตกต่างภายใต้ระบบศักดินา แต่ก็เป็นความแตกต่างที่สะท้อนให้เห็น “ช่องว่าง” หรือความไม่เป็นธรรมทางสังคมอย่างน่าตกใจ ดังข้อสังเกตของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่ว่า
“... ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย หรือระหว่างคนข้างล่างกับคนข้างบน คือ ภาพสะท้อนมหภาคของความไม่เป็นธรรม เราเป็นคนเหมือนกันควรจะมีศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคนเหมือนกัน แต่ทำไมจึงแตกต่างกันมากเหลือเกินระหว่างคนข้างล่างที่ปากกัดตีนถีบไม่พอที่จะเลี้ยงลูก กับคนข้างบนที่อาจมีรายได้เป็นล้านๆ บาทต่อเดือน เรามีปัญหาความไม่เป็นธรรมทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางกฎหมายและการเข้าถึงทรัพยากร เรารู้หรือไม่ว่ากฎหมายและการประยุกต์ใช้กฎหมายมีอคติต่อคนจน ความขัดแย้งทั่วแผ่นดินเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรที่รัฐไม่อำนวยความเป็นธรรม” [1]
ประเด็นคือการเมืองเป็นเรื่องของการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ และหากประชาธิปไตยหมายถึงอำนาจเป็นของประชาชน และเป็นอำนาจบนหลักการที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” เพราะมีแต่มนุษย์ที่เท่าเทียมกัน (หรือสมาชิกแห่งสังคมที่ยืนยันหลักการ “ความเสมอภาค”) เท่านั้นเมื่อมาต่อรองอำนาจและผลประโยชน์กัน ผลลัพธ์ของการแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์จึงจะออกมาอย่างเป็นธรรม
ฉะนั้น เราไม่อาจจินตนาการถึงสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงซึ่งปฏิเสธหลักการ “ความเท่าเทียมของมนุษย์” เช่น ถือว่าในสังคมนั้นต้องมีบุคคลพิเศษที่อยู่เหนือมนุษย์อื่นๆ ทั้งในแง่ชาติตระกูล คุณธรรม การมีอภิสิทธิ์ หรืออำนาจที่ไม่มีประชาชนคนใดอาจตั้งคำถาม ตรวจสอบ หรือกำกับให้รับผิดชอบต่อการใช้อำนาจนั้นได้
แต่ในสังคมบ้านเรานั้น ไม่จำเป็นต้องใช้จินตนาการเราก็เห็นความเป็นจริงของสังคมที่ไม่อาจจินตนาการถึงนั้นอยู่เต็มตา ทั้งยังเห็นช่องว่างทางชนชั้นทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมซึ่งนับวันจะถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ประชาธิปไตยที่อำนาจของประชาชนอยู่บนพื้นฐานของหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์จึงยากจะเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่เชื่อย่างลึกซึ้งในหลักการที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” [2] แต่จากที่กล่าวมาเราอาจสรุปข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับหลักการนี้ให้ชัดขึ้น คือ
1.ความเชื่อร่วมหรืออุดมการณ์ร่วมของสังคม (ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญและวัฒนธรรมตกทอดจากอดีต) ที่ยอมรับอภิสิทธิชนที่อยู่เหนือการตั้งคำถามและการตรวจสอบในทุกรณี เป็นความเชื่อหรืออุดมการณ์ที่ขัดแย้ง “เชิงอุดมการณ์” ต่อหลักการ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” อย่างสิ้นเชิง และนี่จึงเป็นอุปสรรคสำคัญของการเกิดประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนซึ่งเท่าเทียมกันสามารถต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์กันได้อย่างยุติธรรม
2.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความแตกต่างด้านชีววิทยา สังคมวิทยา หรือปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจ สังคม ที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ไม่ใช่ความขัดแย้ง “เชิงอุดมการณ์” กับหลักการ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” เพราะหากไม่ยึดเอาความแตกต่างเหล่านั้นมาเป็นเงื่อนไขในการจำแนกความแตกต่างทางคุณค่าหรือศักดิ์ศรีของมนุษย์ (เช่น ไม่ถือว่าคนรวยมีคุณค่าความเป็นคนมากกว่าคนจน ฯลฯ) สังคมก็ยังอาจรักษาอุดมการณ์ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” เอาไว้ได้
เช่น ไม่ว่าคนจนคนรวยก็ต้องเสมอภาคกันภายใต้กฎหมาย ถูกตั้งคำถาม ตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ และวาง “ระบบ” ที่ทำให้ทุกคนในฐานะสมาชิกแห่งสังคมประชาธิปไตยได้เข้าสู่เวทีการต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์อย่างเสมอภาค (มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าเชื่อในเรื่องอภิสิทธิชนตามข้อ 1 จะไม่มีทางเป็นไปได้เลย)
ดังนั้น ก้าวต่อไปของประชาธิปไตยในบ้านเรา จึงต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายสำคัญอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือ
1.เราจะสลายความเชื่อหรืออุดมการณ์ยอมรับอำนาจพิเศษของอภิสิทธิชน ด้วยการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่และวัฒนธรรมใหม่ที่ตั้งมั่นอยู่บนหลักการ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” ได้อย่างไร โดยประชาชนไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
2.เราจะจัดการกับปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่เป็นธรรมอย่างไร จึงจะทำให้เกิดสังคมที่มีการกระจายสิทธิ อำนาจ และผลประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างเป็นธรรม หรือทำอย่างไรที่ประชาชนในทุกชนชั้นทางเศรษฐกิจ สังคม จะสามารถขึ้นสู่เวทีต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ หรือมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะต่างๆ อย่างเท่าเทียมมากขึ้น
ก็ได้แต่ฝากปัญหาให้ช่วยกันคิดหาทางแก้นะครับ เพราะเป็นปัญหาที่ผมเองก็จนด้วยเกล้าจริงๆ
...............................................................................
[1] http://www.thaipost.net/news/180309/1893
[2] ขอยืมความหมายจากข้อความในโพสต์ของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ว่า “ประชาธิปไตย นั้น ก่อนอื่นที่สุด คือความเชื่ออย่างลึกซึ้งว่า คนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเทวดากว่าคนอื่น” (ดู http://www.prachatai.com/node/25214/talk)
Comments
*เสรีนิยม ขมขื่น
*เสรีนิยม ขมขื่น เผด็จการ
ที่ฝังราก ยืนนาน บันดาลผล
ให้แก่พวก อภิสิทธิ์ อภิชน
คอยชี้ดล อำนาจ บทบาทนำ
*เผด็จการ ต่อต้าน เสรีนิยม
อ้างกลัวล้ม อดีตกาล พาลขยำ
อ้างจารีต นานา มากระทำ
เหยียบและย่ำ เสรีชน คนไท
*ยึดอำนาจ ทางการเมือง หาเรื่องปั่น
ใช้สถาบัน เป็นข้ออ้าง ทางเคลื่อนไหว
ทำลายล้าง ฝ่ายประชาธิปไตย
กล่าวหาให้ ไม่จงรัก ไม่ภักดี
*การขัดขวาง วัฒนธรรม ประชาธิปไตย
เป็นปัญหา ยิ่งใหญ่ ไร้ศักดิ์ศรี
สิ่งที่มี แต่ชื่อ คือไม่มี
จึงเหมือนไร้เสรี ประชาธิปไตย
*จึงต้องเอา ปัญหา มาตีแผ่
หาทางแก้ ร่วมกัน ไม่หวั่นไหว
เอาให้แน่ ชนชอบ ระบอบใด
รักษ์ประชาธิปไตย หรือเผด็จการ
*รักษ์ประชาธิปไตย ต้องไม่กลัว
อย่าหดหัว เอาไว้ ไห้คิดหาญ
ต้องกล้าสู้ เชิดชู อุดมการณ์
สมัครสมาน สามัคคี ที่มั่นคง
*เลิกประชาธิปไตย ใส่หน้ากาก
เลิกบทพากย์ ลวงไว้ ไม่ไหลหลง
เรียกร้องสิทธิ์ เสรี ที่ยืนยง
ความมั่นคง ต้องเป็นของ ประชาชน
"ประชาธิปไตย ที่ปราศจาก
"ประชาธิปไตย ที่ปราศจาก ธรรมาภิบาล"
เขาเรียกว่า
"ประชาธิปไตยแบบเส็งเคร็ง"
เลวพอๆ กับ "เผด็จการ" ครับ
*ประชาธิปไตย ย่อมไม่ไร้
*ประชาธิปไตย ย่อมไม่ไร้ ธรรมาภิบาล
อันธพาล สิ้นฤทธิ์ ไม่คิดหยาม
คนส่วนใหญ่ จิตใจ ใฝ่ดีงาม
และมีความ รักประชาธิปไตย
*ความเป็นธรรม เท่าเทียม ที่แท้จริง
ไม่พึ่งพิง อภิชน คนยิ่งใหญ่
มีแต่คน ธรรมดา ประชาไท
ที่คิดใฝ่ ประชาธิปไตย ที่แท้จริง
*อันประชาธิปไตย ไม่เส็งเคร็ง
ไม่ใช่โรค มะเร็ง ร้ายโหดเหี้ยม
อำมาตยาธิปไตย ภัยเหี้ยมเกรียม
เป็นของเทียม ของประชาธิปไตย
เขียนได้ดี
เขียนได้ดี แต่คนที่อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบกว่าอยู่แล้วก็มักจะมีความเห็นแก่ตัวและไม่ยอมเสียผลประโยชน์ที่กำลังครอบครองอยู่ และก็เพราะคนชั้นล่างผู้ซึ่งอยู่ในฐานะเสียเปรียบกว่าแต่มีจำนวนมากกว่าในประเทศไทยยอมและไม่ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองพึงมีพึงได้และควรจะมีโอกาสมากกว่านี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในประวัติศาสตร์ประเทศที่พัฒนาแล้วจึงมักมีสงครามเสมอๆเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะจะมีกลุ่มคนทีไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากกลัวการสูญเสียผลประโยชน์กับกลุ่มคนที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สังคมที่ตนอยู่อาศัยมีความเป็นธรรมเพิ่มมากขึ้นอย่างที่สมควรจะเป็น
เขาน่ะใคร ครับ คุณแช่มเรียก
เขาน่ะใคร ครับ
คุณแช่มเรียก ก็ส่วนคุณแช่ม
คุณแช่มไม่มีสิทธิ์ อ้างธรรมมาภิบาล ด้วยสายตาและรสนิยมส่วนตัว
มาสนับสนุนการ ล้มล้างอำนาจอธิปไตยที่ ประชาชนทุกคนก่อตั้งมา
ถ้าคุณแช่มรักจะเป็น เผด็จการโดยอ้าง คุณธรรม
"เพราะฉันดีกว่าคนอื่นฉันสะอาดกว่า ฉันควรมีอำนาจมากกว่า"
ถ้าคิดแนวนี้ อย่ามากล่าวอ้างคำว่าประชาธิปไตยครับ
คุณจะอ้าง ธรรมาธิปไตย ธรรมาภิบาลธิปไตย เชิญนะครับ
ถ้าผู้เขียนบทความบล็อกตัวเองอ
ถ้าผู้เขียนบทความบล็อกตัวเองอยู่แค่มายาวิถีประชาธิปไตย ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะหาวิธีการที่ดีที่สุดมาบริหารรัฐเพื่อให้ประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ในประเทศไทยผู้เขียนก็จะจมปรักอยู่กับปัญหาที่ไม่อาจจัดการด้วยระบอบประชาธิปไตยได้
หลักการบริหารรัฐแบบจีนใหม่ของเติ้งเสี่ยวผิงนั้นไม่ได้ยึดหลักการว่ามนุษย์มีสิทธิ์เท่าเทียมกันและไม่ยอมร้บการกระจายสิทธิการกระจายอำนาจการปกครองออกสู่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน เรียกว่าไม่สนใจมิติใดของคำว่าประชาธิปไตยในภาคปฏิบัติ .....แต่แนวทางการบริหารเช่นนั้นกลับทำให้ประชาชนนับพันล้านได้ประโยชน์สูงสุด แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งเดียวในประวัตติศาสตร์กว่าสี่พันปีของจีน และการกระทำดังกล่าวใช้เวลาสามสิบกว่าปีไม่ถึงครึ่งของที่เราคนไทยเสียเวลาไปกับระบบประชาธิปไตย ตั้งแต่๒๔๗๕......
อย่าได้ไปเสียเวลากับมายาประชาธิปไตยเลยครับ ถ้าคุณภาพประชาชนส่วนใหญ่ทำให้เลือกผู้แทนและนักการเมืองเลวๆเช่นนี้เข้ามาเป็นเสียงส่วนใหย่ในการบริหารประเทศ เลือกตั้งกันกี่ทีการบริหารจัดการประเทศก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้หรอกครับ....มันต้องล้างไพ่ว่ากันใหม่เปลี่ยนไพ่สำรับใหม่ และเล่นเกมใหม่ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยกันบ้าง....
อันนี้ขอสนับสนุนครับ ถ้ำ"ธรรม
อันนี้ขอสนับสนุนครับ
ถ้ำ"ธรรมาภิบาล"ของแช่มหมายถึง ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความรับผิดขอบต่อประชาขน ในฐานะที่รับมอบอำนาจมา
ธรรมาภิบาล ไม่สามารถเกิดขึ้นมาเองกลางอากาศ ต้องสร้างขึ้นมาจากพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่มาจากการแสดงความต้องการโดยตรงจากประชาชนโดยเท่าเทียมกัน มีเสรีภาพที่จะแสดงออก, รับรู้ข่าวสาร, เข้าถึงข้อมูลของรัฐอย่างเสมอภาค เสรีภาพที่จะวิภาควิจารณ์อย่างสร้างสรร ตรวจสอบอำนาจปริหารได้ตลอดเวลา ได้รับการคุ้มครองเสรีภาพตามกฏหมาย บนโตรงสร้างอำนาจที่ได้ดุลยภาพและตรวจสอบซึ่งกันและกันได้
ธรรมาภิบาลเกิดไม่ได้ ถ้าการบังคับใข้กฏหมายยังไม่เสมอภาค มีการเลือกปฏิบัติ ขาดดุลยภาพของอำนาจต่างๆ มีกลุ่มผู้ผูกขาดอำนาจและตรวจสอบไม่ได้เพราะอยู่นอกะรบบ
สิ่งที่ผู้เขียนยกขึ้นมา เป็นปัจจัยสำคัญมาก ถ้าการเมืองไทยจะก้าวหน้า เป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเหมือนประเทศที่เจริญแล้วอย่างอินโดนีเซีย(ไม่ได้เขียนผิด ครับ) ทุกคนต้องเท่ากัน ไม่ว่าคนรากหญ้า หรือเทวดาฟ้าดิน ผิดจากนี้"ธรรมาภิบาล"ของแช่มไม่มีวันเป็นจริง
....เขาเรียกว่าประชาธิปไตยชนช
....เขาเรียกว่าประชาธิปไตยชนชั้นรากหญ้า....เอ้ยชนชั้นกรรมาชีพ แต่เอกรรมาชีพกับรากหญ้าน่าจะใกล้เคียงกันแฮะ นะคุณแบงคอก
หรือจะเอาก็ได้นะ อิอิ...ผมก็ว่าดีนะถ้ายกเลิกทุก ๆ ชนชั้นล้างไพ่ใหม่ให้เหลือเพียงชนชั้นเดียว 55555
เชิญคุณบางกอกแนะนำ
เชิญคุณบางกอกแนะนำ ระบอบการปกครองที่ว่า และคิดว่าจะมาใช้กับไทยยังไง
เขียนลงบทความประชาไท ไปเลยนะครับ แล้วจะได้มาช่วยกันวิเคราะห์วิพากษ์กัน
เห็นมาหลายรอบแล้ว ฟังดูเลื่อนลอย เกินไปครับ
รัฐจีนสมัยใหม่เขา ไม่ดูถูกชนรากหญ้า เขาขึ้นมาได้ด้วยรากหญ้า
คุณอ้าปากคำแรกก็แสดง ลัทธิเหยียดมนุษย์แล้ว แสดงว่าไม่ได้เข้าใจ หัวใจของระบอบแบบจีนแม้แต่น้อย
จีนสมัยเหมา ลัทธิผู้นำนิยม great leap forward พาคนตายไป 20 ล้าน คุณไม่เคย พูดนะครับ
ผิวเผินไปหรือเปล่า
เราไม่ได้ีมี คนที่มีคุณภาพปกครองเหรอครับ สมัยรัฐบาล สุรยุทธ ไม่ใช่บุคคลที่คัดสรรเหรอครับ ไม่ได้มีแต่บุคคลระดับ
สุดยอดเหรอครับ แล้วผลลัพทธ์มันออกมาดีไหม
เทียบกับสมัยทักษิณ มีผลงานมากมาย ที่วัดผลได้ทุกอย่าง ไม่ใช่คำเลื่อนลอย คุณธรรม พอเพียง
ลมลมแล้ง ๆ ทั้งนั้น เป็นเครื่องมือหากินของคนที่คุณ ยกย่องว่า เทวดานั่นแหละครับ
จะคุณภาพดี เรียนสูง ร่ำรวย แต่หัวใจความเป็นมนุษยืมีน้อย ไม่มีเป็นผู้นำที่พัฒนาประเทศไปได้หรอกครับ
สุดท้ายอยากให้วัดที่ผลงาน ไม่ใช่ ว่า เีรียนสูงไหม ร่ำรวยไหม ดูหล่อไหม แบบนั้นไร้สาระ
แม้แต่จะแสดงความเห็นคุณยังไม่
แม้แต่จะแสดงความเห็นคุณยังไม่กล้าเลย doctor J ก็ระบุวิจารณ์ไปตรงๆเลยซิครับ ว่าประเทศนี้ควรมีความเท่าเทียมกันทุกคนรวมทั้งกษัตริย์ด้วย ก็แค่นี้เองไม่ได้หมิ่นซะหน่อย มาโพสเยิ่นเย้อทำไม ผมเวลาจะแสดงความเห็นในเรื่องใดผมระบุไปตรงๆไม่มีอ้อมค้อมหวาดกลัว ควรแยกการวิจารณ์และการหมิ่นออกจากกันครับ กรณีการเท่าเทียมทางสังคมผมของวิจารณ์ตรงๆว่าควรมีความเท่าเทียมกัน ทางกฎหมายทั้งผู้นำ ประมุข และประชาชน ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยกับฝ่ายเสื้อแดง เพราะถ้าไปออกกฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ จะเป็นสาเหตุวุ่นวายทางสังคม ถ้าจะแก้ปัญหา ต้องแก้ที่กฎหมายให้ทุกคนในประเทศมีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง กล้าที่จะแก้ไขกันหรือไม่ล่ะกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ก็คงจะทราบกันดีสำหรับผู้ที่มีสติปัญญา ผมเป็นเสื้อเหลืองนะ ในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองการปกครอง คนที่จะกำหนดอนาคตของประเทศคือประชาชนเท่านั้น มิใช่ใครคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใด กลุ่มใด ถ้าเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมการพัฒนาการทางการเมืองก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน
ผมว่าคุณ บางกอก น่าจะเอียงขวา
ผมว่าคุณ บางกอก น่าจะเอียงขวา แบบอำนาจนิยม
ก็เห็นล้างไพ่ตลอด อะไร อะไร ก็ล้าง แล้วใครละเป็นคนล้างไพ่ให้คนในวง แล้วเขาต้องการล้างไพ่รึเปล่าละครับ คนรอบวงเขายอมรับได้ที่เงินมันหมุน มีได้บ้างเสียบ้าง แต่ดีใจที่สามารถมีสิทธิได้มีโอกาสได้จับไพ่เสียที แต่นี่เจ้ามือเห็นท่าไม่ดี ตูเสียเริ่มเสียมากแล้ว ล้างล้างต่อไปไม่ต้องมาจั่ว ไม่ต้องยุ่งตูเสีย แล้วในวงละ คนอื่นละ ว่าเองเลย แล้วเห็นลูกขาเป็น หมู เป็น เนื้อ หรือครับ
ผมเล่นผมก็เสียตังนะ ท่านก็ขู่อยู่นั่นละ แถวยังให้ลูกน้องมาคุมอีก กำลังโงหัวขึ้น ได้นิดได้หน่อย
โอ้ แล้วกติกา(คอนสะติ้วตูชั่น) มีไว้ทำเสื่อปู อะไรละ ไหงไม่บอกพวกสู ไม่มีสิทธ กินเงินเสือ เพราะข้าคุมบ่อนโว้ย
ทีละประเด็นนะครับ แม้แต่จะแสด
ทีละประเด็นนะครับ
แม้แต่จะแสดงความเห็นคุณยังไม่กล้าเลย doctor J ก็ระบุวิจารณ์ไปตรงๆเลยซิครับ ว่าประเทศนี้ควรมีความเท่าเทียมกันทุกคนรวมทั้งกษัตริย์ด้วย ก็แค่นี้เองไม่ได้หมิ่นซะหน่อย มาโพสเยิ่นเย้อทำไม ผมเวลาจะแสดงความเห็นในเรื่องใดผมระบุไปตรงๆไม่มีอ้อมค้อมหวาดกลัว ควรแยกการวิจารณ์และการหมิ่นออกจากกันครับ กรณีการเท่าเทียมทางสังคมผมของวิจารณ์ตรงๆว่าควรมีความเท่าเทียมกัน ทางกฎหมายทั้งผู้นำ ประมุข และประชาชน ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยกับฝ่ายเสื้อแดง
---- อันนี้ยาวหน่อย ไม่ขอออกความเห็น ตามที่คุณกล่าว
ในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองการปกครอง คนที่จะกำหนดอนาคตของประเทศคือประชาชนเท่านั้น มิใช่ใครคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใด กลุ่มใด ถ้าเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมการพัฒนาการทางการเมืองก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน
---- อันนี้ขอแสดงความเห็นครับ อย่างที่แสดงจุดยืนของหลักประชาธิปไตย คุณบอกว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วมทางการเมือง ถูกครับ การมีส่วนร่วมในการเมืองได้ถูกกำหนดหน้าที่ ที่ออกมาในรูปแบบของการเมืองระดับประเทศ เช่น การเลือกตั้ง สส การเลือกตั้ง สว หรือการเมืองในระดับท้องถิ่น
นี่คือ โอกาสของประชาชนที่จะมีส่วนร่วมในทางการเมืองอย่างถูกต้อง ไม่รวมถึงการแสดงความคิดอ่านหรือการกระทำต่างๆในทางการเมือง ตามกรอบของกฎหมายได้ระบุไว้
และที่สำคัญ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ต้องไม่กระทบกระเทือนก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ หรือรัฐ และต้องรู้จักเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน รู้จักเคารพกติกาของสังคมส่วนใหญ่ด้วย
สิ่งเหล่านี้ ประชาชน ภาคพันธมิตร มีไหมครับ
การที่พันธมิตรออกมาก่อเรื่อง ตอบโต้ บีบรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญของพวกคุณเอง โดยเสียงของประชาชน พวกคุณยังยอมไม่ได้ กล่าวหาต่างๆนานา ยกเหตุอ้าง เพื่อก่อกระแสการต่อต้านรัฐ ยกระดับไปจนปิดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล เพียงเพราะพรรคพลังประชาชน เป็นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับพวกคุณ นี่คือ การยอมรับเสียงของประชาชนหรือ
การที่คุณมากล่าวอ้างว่า การเมืองภาคประชาชน ควรมามีส่วนร่วมในการเมือง บลา บลา ๆๆๆ แต่ผลออกมากลับไม่เป็นอย่างที่ตั้งธงไว้ คุณกลับไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่นั้นๆ
ถ้าเป็นเช่นนี้อย่าออกมาเรียกร้องกันเลยดีกว่า
และกับคำที่ว่า คนที่จะกำหนดอนาคตของประเทศคือประชาชนเท่านั้น มิใช่ใครคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใด กลุ่มใด
รวมถึงผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ ทหารด้วยไหม เพราะ รัฐธรรมนูญมักถูกทำลายโดยอำนาจอื่นๆจาก กลุ่ม หรือ พรรคพวกที่มีอำนาจ
และตอนนี้ บ้านเมืองเราก็เป็นอยู่อย่างที่บอก มีกลุ่มอำนาจชี้นำ และพยายามเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองเป็นอย่างที่พวกตนดำเนินการอยู่ จนเสียหาย เสียศูนย์ทุกวันนี้ โดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ได้แต่ดูตาปริบๆ
*เทวดา เสียงน้อยกว่า
*เทวดา เสียงน้อยกว่า ประชาชน
จึงเล่ห์กล มายา สาไถย
บิดเบือน ประชาธิปไตย
เพื่อให้ได้ ผลประโยชน์ เพียงฝ่ายตน
*อ้างประชาธิปไตย “แบบมีส่วนร่วม”
ต้องฟังความ เทวดา ยิ่งฟ้าฝน
เทวดา เพียงเท่านั้น บันดาลดล
ประชาชน ส่วนใหญ่ ไม่เทียมทัน
*เทวดา ไม่ยอมรับ เสียงข้างมาก
จากคนยาก คนจน คนส่วนใหญ่
อ้างไม่เป็น ประชาธิปไตย
มันต้องให้ เทวดา ปัญญาชน
*ตื่นเถิด ประชาชน คนธรรมดา
อย่ายอมเทพ เทวา มาสูบผล
อย่ายอมรับ เทวดา เหนือกว่าคน
อย่าสับสน ยกให้คน เป็นเทวดา
*ต้องต่อสู้ เพื่อความ เท่าเทียมกัน
ต้องสร้างสรรค์ จิตมนุษย์ หยุดเป็นข้า
รักในสิทธิ์ เสรี ที่เกิดมา
มีคุณค่า ความเป็นคน เท่าเทียมกัน
คงไม่ใช่ประชาชนในประเทศไทยละม
คงไม่ใช่ประชาชนในประเทศไทยละมั๊ง
คงจะเห็นไม่ตรงกับนักปรัชญาชาย
คงจะเห็นไม่ตรงกับนักปรัชญาชายขอบ
การกำหนดให้ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน แล้วเรียกว่าประชาธิปไตย มันก็เผด็จการดีๆ การไม่สามารถยอมรับได้ว่าคนนั้นต่างกันทั้งที่ความจริงก็ต่างกัน ก็คงไม่มีพืันฐานที่จะยอมรับฟังความเห็นที่ต่างออกไปได้
แต่แน่นอนแม้ปัจจุบันคนจะต่างกัน แต่ทุกคนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน ด้วยโอกาสที่เท่ากัน หรือให้คนที่ด้อยโอกาสมากกว่าด้วยซ้ำไป และย่อมไม่มีการให้อภิสิทธิแก่กลุ้มคนใดๆภายใต้การกระทำที่เหมือนกัน
ส่วนความท้าทายของประชาธิปไตยในบ้านเรา ก็คือแทบทุกคนต้องการอภิสิทธิจึงไม่แปลกที่เราจะเลือกคนที่สามารถช่วยให้เรามีอภิสิทธิมากกว่าความเหมาะสมใดๆ บวกกับการต่อสู้บนฐานของความชอบชังมากกว่าเหตุผลที่กว้างและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และหากทุกคนเคารพกฎจราจร ตำรวจจราจรก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ประทานโทษนะครับ
ประทานโทษนะครับ ผมอ่านเกณฑ์การว้ดผลงานแม้วของคุณแล้ว ก้หมดอารมณ์จะเสวนาเรื่องอื่นใดไปเลย แค่อยากจะบอกว่า เรื่องแม้วนั้นผมวัดผลจากปฎิกิริยาของประเทศต่างๆทั่วโลก และ เหมานั้นผมเรียกแกว่าจักรพรรดิจีนองค์สุดท้ายมานานมากแล้ว เป็นตัวอย่างของการเอาครูบ้านนอกรากหญ้าขึ้นมาเป็นผู้นำประเทสโดยแท้ การกระโดดไปข้างหน้านั้นระบบจีนใหม่สายเติ้งถือเป็นบทเรียนในแง่เลวของลัทธิผีบุญปัจเจกนิยม..... ส่วนที่เติ้งคิดและทำสำเร็จนั้นไม่เกี่ยวกับที่เหมาและวิธีการบริหารปกครองของเหมาในช่วงการกระโดดไปข้างหน้าแต่อย่างใดต่างยุคกันเป้นสิบปี
-----------------------------
-------------------------------
เฮ้ย ประชาธิปไตย ไหนอิ่มท้อง
แผ่นดินกรรมแผ่นดินกอง สารขันฑ์
เจ้าจะเพรียกสำเหนียกใคร่ สิ่งใดกัน
เมื่อสูงสุดสู่สามัญ ธรรมดา
------------------------------
ให้วิเศษเลอล่วง แต่สรวงไหน
ผิการเมืองจัญไร สำมะหา
หวังอะไรแจ่มชัด พัฒนา
แหกขี้ตาตื่นพบ ก็สบกิน
-------------------------
เห็นลูบเป้าลูบไข่ กระไรเที่ยง
ผ่านมาเพียงพานพบ ก็จบสิ้น
ผิดแต่เหล่าเทวา ประชาชิน
เสพสุขเหนือแดนดิน อาณานิคม
---------------------------
ให้หนีกรรมอดสู ถึงดูไบ
ความระยำจัญไร อันสั่งสม
ทรามยะถาเศรษฐี อภิรมย์
ใช่ปลดเปลื้องโสมม แห่งมรรคา
----------------------------
ถึงมีทรัพย์แต่สิ้นไร้ เพราะใจต่ำ
ต่อให้ร่ำให้รวย ไปล้นฟ้า
หากมิรู้จักพอ ก่อชีวา
ให้เป็นเทพเทวดา ก็เป็นทุกข์
--------------------------
เฮ้ย ประชาธิปไตย ไหนอิ่มท้อง
เห็นสูมาเรียกร้อง เหมือนสนุก
บัญชาใครไหนเล่า ที่เร้ารุก
เทียวปั่นปลุกเพรียกหา ประชาธิปไตย
-------------------------
ประชาธิปไตย บิดาสู
เร้นหลืบรูกาลี บัดสีสมัย
มีเงินจ้างก็อ้างพร่ำอยู่ร่ำไป
เพรียกฟ้าสีทองผ่องอำไพ หนาวระดู
----------------------------------
……………………………….
โดยคำ ลานเทวา
*ประชาธิปไตยกินได้..ไพร่อิ่มท
*ประชาธิปไตยกินได้..ไพร่อิ่มท้อง
ตามครรลอง เลือกได้ ใครสร้างสรรค์
นโยบายใครดี มีผลอนันต์
ความเชื่อมั่น ขั้นเลือก เป็นรัฐบาล
*ผลงานใคร ได้เห็น เป็นรูปธรรม
ประชาชน จดจำ ล้ำเล่าขาน
ประชาธิปไตย กินได้ ไพร่เบิกบาน
ไม่ตกงาน เหมือนวันนี้ ที่กดดัน
*ไม่ได้เกี่ยว ร่ำรวย หรือยากจน
แต่เป็นผล ของงาน อันสร้างสรรค์
ประชาชน ย่อมรู้ อยู่เท่าทัน
รู้ใครกัน ปล้นประชาธิปไตย
*อภิชน คนชั้นนำ เหยียบย่ำไพร่
กดหัวไว้ ไม่เท่าเทียม เปี่ยมเงื่อนไข
ทั้งเหยียดหยาม จนชิน หมิ่นน้ำใจ
ด้วยอำมาตยาธิปไตย ..อันโสมม
เทียม หมายถึง
เทียม หมายถึง ของไม่จริงของเลียนแบบ ไม่ว่าจะชนชั้นใดก็คนเหมือนกันมีความสุขความทุกข์แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ไม่มีใครที่จะแตกต่างกันได้ และทุกคนก็ต้องเจอเหมือนๆกัน ความตาย ฉนั้นทุกคนน่าจะมอง ทำ แต่ความถูกต้อง คนทุกคนไม่มีใครที่จะดีไปทุกเรื่อง แต่ขอให้เลว น้อยหน่อยก็แล้วกัน เท่าเทียม นั่งสงบจิตสงบใจแล้วคิดโดยไม่เอียงไปทางใดก็จะรู้ว่า สิ่งที่แต่ละฝ่ายทำผ่านมา เท่าเทียมจริงหรือไม่
30 บาทของทักษิณ
30 บาทของทักษิณ ทำให้คนไทยไปแค่ไหนแล้วครับ
ผมว่าดูที่ตัวเลขนะครับ ไม่ใช่ ผลิตคำก่นด่า แซวล้อเีลียนซ้ำซาก
แม้ว นักโทษ คำล้ออะไรพวกนี้ ในเวปบอร์ดต่างประเทศ ที่เขาเป็นอารยะเขาไม่ใช้กันนะครับ
เพราะมันแสดงอคติ เขียนเอามันส์มากกว่าข้อมูล
จะด่าแม้วก็ควรด่ามาร์คด้วยนะข
จะด่าแม้วก็ควรด่ามาร์คด้วยนะขอรับ คนบางกอก
เพราะมาร์คลอกนโยบายแม้ว...น่าจะถูกด่ามากกว่า
ด้วยซ้ำเพราะนโยบายไม่ดีทำไมลอกเอาลอกเอา
ยิ่งถ้าเทียบมาร์คกับโกเต็กเน่าๆๆๆยิ่งไม่มีราคา
แต่คนบางกอกบางคนยังนิยมชมชอบโกเต็กเน่าๆ
โกเต็กเน่าพอจะมีคุณประโยชน์สักข้อไหมขอรับ
นึกไม่ออกจริงๆ มีหนี้ไม่จ่ายล้มบนฟูก แม้วไม่ช่วย
เพราะตัวเองทำเอี้ยไว้(ขนาดเคยยอมรับเอง)ขาดทุน
ป่นปี้ ก็รวมหัวกับเจิมสาก จบเศรษฐศาสตร์แต่ไม่รู้
เรื่องเศรษฐศาสตร์รู้จักแต่เต้าข่าวเต้าเรื่องหาเงิน
เอาดีใส่ตัว.. ไปเชลียร์ขันทีเฒ่ามาก่อกรรมทำชั่ว
สองตัวทำประเทศย่อยยับจนถึลทุกวันนี้
เอี้ยสนธิกะเอี้ยเจิมสากเอี้ยจริงๆ
เพราะไปแหย่ให้ทหารมาปล้นยึดอำนาจประชาชน
วันๆไม่คิดทำประโยชน์อะไรเอาแต่เต้าข่าวเต้าเรื่อง
ด่าคนนู้นคนนี้ทำยังกะมันเอี้ยสองตัวดีเด่นอะไรปานนั้น
ถ้าโลกนี้มีคนอย่างเอี้ยสองตัวนี้เยอะโลกคงรบราฆ่าฟัน
จนถึงกับโลกาวินาศแน่
รึคนบางกอกมีผลงานดีๆของเอี้ยสองตัวนี้ช่วย
นำมาแถลงสู่กันฟังบ้างอย่าอุบไว้รู้คนเดียว
ทำตัวเหมือนสาวกคลั่งศาสดาโกเต็ก..รึติดใจ
รสชาดโกเต็กจนลืมบ้านเมืองพี่น้องคนไทยแล้ว..
มันต้องมีคนอย่าง
มันต้องมีคนอย่าง หมอซุนยัตเซ็น เหมา และโทมัสเจ๊ฟเฟอร์สัน
ที่ยอมเจ็บปวด เพื่อผ่าตัดรากเหง้าที่มันเน่า ปวงประชาราษฎร ถึงจะมีประชาธิปไตยที่ยั่งยิืน และไร้อภิสิทธิชน
ยึดอำนาจ ทางการเมือง
ยึดอำนาจ ทางการเมือง หาเรื่องปั่น
ใช้สถาบัน เป็นข้ออ้าง ทางเคลื่อนไหว
ทำลายล้าง ฝ่ายประชาธิปไตย
กล่าวหาให้ ไม่จงรัก ไม่ภักดี
........เห็นด้วยกับ ว ณ ปากนัง ในท่อนนี้เป็นอย่างยิ่ง นี่บ้านเมืองจึงยำแย่อยู่อย่างนี้
ถ้าไม่แก้ไขความขัดแย้งก็จะยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ
ปชต.แบบอมาตย์ไม่เอา
ปชต.แบบอมาตย์ไม่เอา จอมปลอมแบบพรรคปชป.ก็ไม่เอา พรรคนี้ดูแต่สถานการณ์ว่าใครได้เปรียบก็เข้าข้างนั้นไม่เคยเรียกร้องปชต.เลยไอ้พรรคเห็นแก่ได้ต้องเป็นฝ่ายค้านตลอดชาติ
คนบางกอกนั้นอยู่ใกล้ชิดกับการ
คนบางกอกนั้นอยู่ใกล้ชิดกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมานาน สนธิลิ้มคือสื่อที่ทำตัวได้อย่างที่คนบางกอกอยากเห็น เจิมศักดิก้ทำหน้าที่สื่อและนักวิชาการได้อย่างที่คนบางกอกอยากให้เป็น ก็คือขจัดทุนสามานย์แม้วออกจากระบบการบริหารบ้านเมือง แค่นี้พอแล้วและคนบางกอกก็เลือกใช้คนได้ถูกกับงาน ส่วนที่ว่าคนบางกอกจะสนับสนุนให้สองคนนั้นเล่นการเมืองเป็นนัการเมืองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่นั้น ต้องคอยดูกันต่อไป และเป็นสิทธิอันชอบธรรมของคนบางกอกแต่ละคน
ส่วนตัวผมเองและคนบางกอกบางคนนั้น ไม่คิดจะสนับสนุนใครให้เล่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆอีกแล้ว แต่พร้อมสนับสนุนการเมืองภาคประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบนักการมืองทุกพรรคทุกพวก ไปจนกว่าคนไทยจะสำนึกได้ว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารปกครองประเทศ
เรียนตามตรงว่าอย่างสนธิลิ้มหรือเจิมศักดิ์ที่ว่ามานั้น ด้านฐานะยังไม่มีปัญญาเป็นนายจ้างผมเลยครับอย่าว่าแต่จะเป็นผู้นำแนวความคิดให้ผมเลย ความสนใจของผมอยู่ที่ทั้งสองคนนั้นทำอะไรตรงกับผลลัพท์ที่ผมต้องการหรือไม่เท่านั้น ส่วนใดตรงกันผมก็เชียร์ ส่วนใดไม่ครงผมก็ซัดเอาเหมือนกัน
นักการเมืองกับสื่อนั้นมีไว้ให้ประชาชนเลือกใช้งาน และตรวจสอบการทำงาน ไอ้ที่จะมานั่งยกยอปอปั้นสรรเสิญสำนึกบุญคุณกตัญยูกตเวทีให้นักการเมืองคนใดคนหนึ่งหรือสื่อใดสื่อหนึ่งนั้น ผมว่าออกจะเว่อร์ไปทางโง่มากไปหน่อย ถ้าคนไทยฉลาดและมีสำนึกทางการเมืองมากเหมือนคนบางกอกแล้ว ไอ้เรื่องจะฉิบหายไปกับการหลงเชื่อทุนสามานย์มันคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆอย่างที่เห็นกันอยู่
ทราบไหมครับว่าคนบางกอกที่ความรู้สึกทางการเมืองการปกครองไวมากๆนั้น เขารู้ตอนจบของทุนสามานย์แม้วมาตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีแรกของแม้วตอนเข้ารับตำแหน่งแล้ว เพียงแต่รอดูวิธีการล้มแม้วก็เท่านั้นเอง......
****ในทางพุทธศาสนา
****ในทางพุทธศาสนา มนุษย์มีความสามารถที่จะฆ่ากิเลสได้เท่าเทียมกัน หรืออีกประการหนึ่งคือสามารถเป็นพระอรหันต์ได้เท่าเทียมกัน หรือพูดในจุดหมายสุดท้าย มนุษย์สามารถถึงนิพพานได้เท่าเทียมกัน
****ดังนั้น พุทธเจ้าจึงต้อนรับชนทุกวรรณะ ให้เข้าบวชในพุทธศาสนา นับว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างยอดเยี่ยมในโลก
ไม่ว่าวรรณกษัตรย์ พราหมณ์ แพศย์ สูทร จันฑาล ทุกคนมีสิทธิฆ่ากิเลสเสมอกัน เมื่อทุกคนฆ่าได้แล้ว ผู้นั้นยิ่งกว่าวรรณใด เป็นวรรณอริยะวงศ์
***ในหลักประชาธิปไตย หากกไม่ยอมรับให้ประชาชนปกครองตนเอง มีผู้อื่นคอยกำหนด ชีวิต ร่างกาย การปกครองตนเอง ก็เหมือนวัวควายกลายๆ คอยแต่มีคนต้อนไปเลี้ยงในที่ต่างๆ ไม่ใช่ผู้เป็นอิสระอย่างนกโบยบิน หรืออย่างเสือ สิง ในทุ่งกว้าง
****คนพวกหนึ่งไม่ยอมให้ประชาชนได้อำนาจ เพราะเขาครองผลประโยชน์จากอำนาจนั้นนมนาน จึงเสียดายที่จะหลุดลอยไป
****นายกแบบประชาธิปไตย กับนายกหุ่นเชิด สง่าผิดกัน และไมเท่าเทียมกัน เพราะนายกหุ่นเชิดไม่ต้องอิงประชาธิปไตย จึงอย่เหนือ และเป็นนายประชาชน ผมไม่ชอบเลย
*ประชาธิปไตย
*ประชาธิปไตย ที่มนุษย์เท่าเทียมกัน
ต้องสร้างสรรค์ โครงสร้าง หนทางใหม่
แบบนานา อารยะ ประชาธิปไตย
ไม่ให้ใคร อภิสิทธิ์ คิดครอบครอง
*ประชาธิปไตย ต้องไร้ เงื่อนไขใด
ประชาชนเป็นใหญ่ ไม่หม่นหมอง
ไร้อำนาจแอบแฝง แย่งจับจอง
ไม่สนอง อภิชน คนชั้นนำ
เป็นเรื่องที่เราทุกคนที่มีควา
เป็นเรื่องที่เราทุกคนที่มีความเดือดร้อนต้องช่วยกันละครับ
ผมว่าอย่าไป"ยึด" กับประชาธิปไตยมากก็ดีครับ รู้สึกว่าเพราะสิ่งนี้ที่ทำให้สังคมไทยบ้านเราไม่ดีมาตลอดเลยฮะ
แต่มันก็คงจะมีวิธีการใดสักวิธีที่จะช่วยให้มีการกระจายทรัพยากรให้ทุกคนพอใจ(ซึ่งส่วนตัวผมว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมี มนุษย์ที่จะรู้ระดับความพอใจของตนเอง)
ยังงัยก็ช่วยๆกันไว้ละครับ
ประเทศเรามีประชาธิปไตยแบบนี้มานานแต่ถ้าเทียบกับเมืองนอก...เรามาไกลกว่าครับ
ขอบคุณครับ