-A +A

สมัครรับข่าวผ่าน SMS เพียง 29 บาท/เดือน ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

นักปรัชญาชายขอบ

ยุบสภา/เสนอ ‘วาระ’ ของฝ่ายตนให้ประชาชนเลือก คือสันติวิธีที่เป็นไปได้จริง

'นักปรัชญาชายขอบ' ถาม สันติวิธีที่ตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับความจริงที่ว่า เวลานี้สังคมเราเผชิญปัญหาขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญอยู่สองเรื่อง

ก่อนจะสายเกินไป

“โปรดให้ประชาชนทั้งประเทศได้ออกแบบอนาคตของตนเองร่วมกันเถิดครับ ก่อนที่จะสายเกินไป!”

'สองไม่เอา' สัมภาษณ์ 'หลวงตา' (เราจะผ่านพ้นความรุนแรงไปได้อย่างไร?)

นักปรัชญาชายขอบ รับหน้าที่ ‘สมมติสัมภาษณ์’ ท่าน ‘หลวงตา’ ว่าเราจะผ่านพ้นความรุนแรงไปได้อย่างไร?

สนทนาธรรมกับหลวงตา (ว่าด้วย “ธรรมาธิปไตย” ของ “เปรม”)

"นักปรัชญาชายขอบ" กับการโลดแล่นบนเหตุการณ์สมมติอีกครั้ง คราวนี้เป็นการสนทนาธรรมในประเด็น “ธรรมาธิปไตย”

บทสนทนาระหว่างนักวิชาการเหลือง-แดง (ว่าด้วยความจงรักภักดี)

“นักปรัชญาชายขอบ” กับเหตุการณ์สมมติอีกครั้ง คราวนี้เป็น “นักวิชาการ เหลือง – แดง”

บนเวทีเสวนาระหว่างเหลือง-แดง

"นักปรัชญาชายขอบ" เสนอบทสนทนาในเหตุการณ์สมมติระหว่างการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

รัฐบาลอภิสิทธิ์กลัวอะไร?

บทความจาก “นักปรัชญาชายขอบ” ทำไมรัฐบาลอภิสิทธิ์จึงไม่ยอมยุบสภา

ข้ามให้พ้นยุคสถาบันเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทางการเมือง

“เราควรยึดเอา “เป้าเหมายอันแท้จริง” มาเป็นศูนย์กลางของปัญหา เรื่องเอา-ไม่เอาทักษิณ หรือเอา-ไม่เอาสถาบันต้องไม่ทำให้เป็นความเชื่อแบบหัวชนฝา แต่ต้องทำให้เป็นเรื่องที่นำมาถกเถียงกันได้ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผล” นักปรัชญาชายขอบ

ประชาธิปไตยในมือ “คนอย่างทักษิณ”

นักปรัชญาชายขอบกับข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “คนอย่างทักษิณ” ในสังคมไทย รวมถึงทางออกที่เห็นว่าต้องค่อยๆ พัฒนาไปโดยประชาชน

วิกฤตชาติ โอกาสกองทัพ?

ทหารที่เข้มแข็ง มีอาวุธมากขึ้น มีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น เป็นผู้ค้ำบัลลังก์รัฐบาล เป็นปรากฏการณ์ที่สวนทางกับความเป็นประชาธิปไตย เป็นความเข้มแข็งที่จะช่วงชิงเอาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติมาเป็นของส่วนตัว แต่ไม่มี “กึ๋น” ที่จะสร้างความอยู่ดีกินดีแก่ประชาชน  

ประชาธิปไตยที่ “มนุษย์เท่าเทียมกัน”

นักปรัชญาชายขอบ กับความขัดแย้งของหลักการ “มนุษย์เท่าเทียมกัน” กับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ “มนุษย์แตกต่างกัน” และการยอมรับ “อภิสิทธิชน” สิ่งท้าทายสำคัญสำหรับก้าวต่อไปของประชาธิปไตยไทย

สายใยระหว่างทักษิณกับมวลชนเสื้อแดง

จากบทความของนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักปรัชญาชายขอบต่อยอดเป็นคำถามถึงแนวคิดระหว่างมวลชนเสื้อแดงกับบรรดาแกนนำว่ามีทิศทางและความกว้างไกลในระดับเดียวกันหรือไม่

ปฏิวัติเพื่อสร้างสามัคคี?

นักปรัชญาชายขอบ ชวนแลกเปลี่ยน...“ความเชื่อมั่นว่า การปฏิวัติ/รัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก ต้องไม่วางอยู่บนความเชื่อที่ว่าหมดสมัยที่จะมีฝ่ายใดกล้าคิดทำรัฐประหารแล้ว แต่ต้องวางอยู่บนวิถีทางที่ถูกต้องในการป้องกันการปฏิวัติ/รัฐประหาร”

‘อุปาทานร่วม’ กับ ‘อุดมการณ์ร่วม’

“แต่ละฝ่ายต่างสร้าง “อุปาทานร่วม” ว่าฝ่ายตนดี ถูกยึด “อุดมการณ์ประชาธิปไตยที่แท้จริง” และมีภารกิจต้องล้มอีกฝ่ายให้ได้ ทำให้แต่ละฝ่ายมุ่งเอาชนะคะคานจนลืมมองตนเองอย่างตรงไปตรงมา”

ความมีเหตุผลและขันติธรรมทางการเมือง

"ความพยายามเปิดพื้นที่ให้กับความเห็นของฝ่ายตรงกันข้ามกับอำนาจรัฐ มีอันต้องพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า แน่นอนว่าไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของคุณจอมเพียงคนเดียว แต่เป็นความพ่ายแพ้ของสังคมไทยที่ไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมการใช้เหตุผลและขันติธรรมในการอยู่ร่วมกันได้"

การเมืองของมวลชนหลังถวายฎีกา

นักปรัชญาชายขอบ เสนอโมเดลการเมืองของมวลชนหลังถวายฎีกา พร้อมระบุประเด็นที่ต้องปกป้องไม่ใช่ห้ามการเมืองของมวลชนกระทบสถาบัน แต่ต้องเป็นการส่งเสริมให้การเมืองภาคพลเมืองมี “ช่องทาง” ตามกฎหมาย มีวุฒิภาวะ มีพลังในการกดดันสถาบันใดๆ ก็ได้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เคารพสิทธิ เสรีภาพประชาชน

ข้ามให้พ้นมายาคติ “ปีศาจทักษิณ”

นักปรัชญาชายขอบ กับข้อเสนอที่เราต้องข้ามให้พ้นมายาคติ เมื่อคำตอบของการเมืองในอนาคตไม่ใช่อยู่ที่ “ตัวบุคคล” แต่คือการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

การเมืองเรื่องของ ‘อำนาจ/เงิน/โง่’ ?

“ถ้าเราออกมาจากกรอบการอธิบายการเมืองแบบ “อำนาจ/เงิน/โง่” เราจะเห็นความจริงอีกด้านว่า ปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านศรัทธาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ สะท้อนความคิดทางการเมืองที่ก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” นักปรัชญาชายขอบ

ถวายฎีกาช่วยทักษิณ: เกมกดดันสถาบัน?

นักปรัชญาชายขอบ โต้ฝ่ายต้านการทูลเกล้าฯ รายชื่ออภัยโทษทักษิณ ที่อ้าง “เทคนิคทางกฎหมาย” โดยละเลยประเด็น “ความเป็นธรรม”

สื่อในบริบทความเป็นจริง: ความเป็นอิสระและสำนึก “พลเมือง”

นักปรัชญาชายขอบเสนอ สื่อที่เป็นกลางและเป็นอิสระจะต้องเข้าใจ “ความเป็นจริงที่ซับซ้อน” มีความรับผิดชอบใน “หน้าที่สื่อความจริงรอบด้าน” สำนึกใน “ความเป็นพลเมือง” ของตนเอง และสามารถเป็น “เวทีสาธารณะ”