บวรศักดิ์ บรรยายที่ FCCT เสนอการปฏิรูปไม่ใช่แค่ปรองดองทางการเมือง-ให้นักการเมืองพ้นผิด แต่ต้องปฏิรูปประเทศทุกด้านให้มี “ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” ให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงทรัพยากร มีรัฐสวัสดิการเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องพึ่งพิงประชานิยมของนักการเมือง ยันประชาธิปไตยไทยไม่ถอยหลัง
20.00 น. วานนี้ (22 ก.ค.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) มีการเสวนาหัวข้อ “เสถียรภาพทางการเมืองและเส้นทางปฏิรูปประเทศไทย” (Political stability and the path of reform in Thailand) โดยมีวิทยากรคือ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ ม.ล.ณัฐกร เทวกุล นักจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์ และนักวิจารณ์การเมือง ร่วมเสวนา
โดย ศ.ดร.บวรศักดิ์ เสนอบทอภิปรายเป็นคนแรกในหัวข้อ ปฏิรูปประเทศไทยเพื่อเพิ่มการจัดสรรความมั่งคั่งในสังคมอย่างยุติธรรม (Reforming Thailand for more equitable allocation of wealth in the society) โดยช่วงหนึ่ง ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวว่า ระบบการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ทำให้พรรคกรเมืองไทยต้องปรับตัวและแข่งขันบนหลักการใหม่คือยึดนโยบาย โดยพรรคไทยรักไทยเลือกใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียง ทำให้กลายเป็นพรรคการเมืองไทยพรรคแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่มีเสียงข้างมากในสภา ในการเลือกตั้งปี 2544 ซึ่งทำให้เสียงข้างมากซึ่งเป็นคนจนเริ่มเชื่อในอำนาจการเลือกตั้งของตน ในปี 2548 พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายและสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่นโยบายประชานิยมถูกวิจารณ์ว่าทำให้คนจนต้องพึ่งพาหรือเสพย์ติดผลประโยชน์และสิ่งที่รัฐบาลมอบให้
รัฐธรรมนูญปี 2540 ต้องการให้ไทยมีรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ แต่สิ่งที่ไม่น่าพอใจของรัฐธรรมนูญคือการให้ความสำคัญกับเรื่องระบบตรวจสอบ-ถ่วงดุล องค์กรอิสระ และองค์กรตรวจสอบจากประชาสังคม ซึ่งจะช่วยป้องกันรัฐบาลไม่ให้ใช้อำนาจในทางที่ผิดและสร้างหลักประกันเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ
ไม่ใช่เรื่องลึกลับที่รัฐบาลไทยรักไทยที่นำโดยทักษิณ ประกอบด้วยผู้ที่ร่ำรวย บางคนก็รวยสุดๆ และคุ้นเคยกับธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่นานหลังจากที่มีอำนาจตั้งรัฐบาล นโยบายของรัฐบาลก็ไปเอื้อประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อมกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของพวกเขา มีคำที่เรียกว่า “คอรัปชั่นเชิงนโยบาย” โครงการส่วนใหญ่ถูกป้อนให้กับเส้นสายทางการเมือง นักธุรกิจหลายคนเข้าสู่การเป็นนักการเมือง ส่วนเพื่อนฝูงและครอบครัวก็ร่ำรวยขึ้น เพื่อหลักเลี่ยงการตรวจสอบพวกเขาจะใช้นอมินีเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินของพวกเขา ทั้งหมดแล้ว คนรวยกลายเป็นคนรวยมากขึ้น ส่วนคนจนก็พอใจกับสิ่งที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ ขณะที่ชนชั้นกลางถูกกีดกันออกจากผลประโยชน์ที่มาจากนโยบายของรัฐบาล
ขณะที่ภาคสาธารณะล้มเหลวในการควบคุมรัฐบาลที่พวกเขาเลือกตั้งมา ภาคประขาสังคมอ่อนแอและไม่สามารถสร้างการถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐบาล โดยกลไกตรวจสอบ-ถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญก็ไม่มีประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือและความอิสระของกลไกดังกล่าวถูกตั้งคำถาม ขณะที่รัฐบาลพยายามแทรกแซงขั้นตอนการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระเหล่านั้น แม้แต่สื่อก็คุ้นชินกับการเงียบเสียง และถูกขู่ว่าจะถอนโฆษณาจากธุรกิจใหญ่ๆ ที่มีเส้นสายกับรัฐบาล
ฝ่ายค้านทักษิณมีแรงกดดันอย่างแท้จริงเมื่อมีการขายหุ้นชินคอร์ปโดยไม่จ่ายภาษีมูลค่า 73,000 ล้านบาทของครอบครัวทักษิณในเดือนมกราคม 2549 ผู้ประท้วงทักษิณบนท้องถนนเติบโตและเข้าใกล้กับการเสี่ยงต่อเหตุรุนแรง ต่อมามีการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ซึ่งดูเหมือนจะชดเชยช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ และเปลี่ยนโครงสร้างของสถาบันทางการเมืองโดยให้ระบบตรวจสอบ-ถ่วงดุลที่เข้มแข็งมาก่อนรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ และมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550
แต่ความตึงเครียดทางการเมืองยังคงอยู่ พรรคพลังประชาชน สิ่งที่เหลือจากพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบจากข้อหาโกงการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นและขัดแย้งมากขึ้น ปรากฏการณ์ “เสื้อเหลือง” ปะทะ “เสื้อแดง” ถูกหมายไว้ในพื้นที่การเมืองว่ามีกลุ่มสองกลุ่มที่จัดการประท้วงรัฐบาลแทบจะรายวัน ซึ่งนำไปสู่การปะทะในเดือนตุลาคม 2551 และเดือนเมษายน 2552 แม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะสงบลงแล้ว แต่นี่อาจเป็นช่วงเวลาก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
ในช่วงท้าย ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวถึงข้อเสนอจากสถานการณ์ทางการเมืองอันยากลำบากนี้ว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องการไม่ใช่แค่การปฏิรูปการเมืองเพื่อการสลายความขัดแย้งทางการเมือง หาระบบการเมืองที่ทุกกลุ่มยอมรับได้ ที่ข้อหนึ่งก็คือผู้ได้รับเลือกตั้งต้องได้ยินเสียงและสามารถควบคุมคนที่พวกเขาเลือกตั้งมา และต่อต้านการยักย้ายผลประโยชน์เข้าส่วนตัว
แต่ประเทศจำเป็นต้องมีการปฏิรูปที่ครอบคลุมการแก้ไขโครงสร้างอยุติธรรมที่ฝั่งแน่นในสังคมไทย ซึ่งสิ่งนี้เองที่ขัดขวางคนส่วนใหญ่จากการแบ่งปันทรัพยากรธรรมชาติและความมั่งคั่ง รวมถึงได้ทำให้ระบบอุปถัมภ์คงอยู่ การปฏิรูปนี้เองจะทำให้ประชาชนไม่ต้องพึ่งพานักการเมือง ไม่ต้องพึ่งนโยบายทางเศรษฐกิจแบบประชานิยมของนักการเมืองที่โน้มเอียงไปสู่ความสุรุ่ยสุร่าย มีนโยบายทางเงินที่ไม่ยั่งยืนที่ใช้เงินในอนาคตซึ่งไม่แน่นอน ไม่มีการคิดผลกระทบในอนาคต สิ่งเหล่านี้ต้องรวมอยู่ในความพยายามที่จะปรับปรุงความตระหนักของประชาชนให้รู้ว่าสิทธิในการลงคะแนนของพวกเขาต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบและความสามารถในการตรวจสอบควบคุมผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของพวกเขา
การปฏิรูปการเมืองจากการคาดการณ์ของรัฐบาลที่นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควรมีวาระที่ครอบคลุมมากกว่ากระบวนการที่หารือกันโดยรัฐสภา การคลี่คลายปัญหาร่วมกับนักการเมืองและระบบการเลือกตั้งมีความสำคัญ เช่น ข้อเสนอให้แบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. วุฒิสภาควรมาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง การให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองพ้นผิด พรรคการเมืองควรถูกยุบ และสิทธิของคณะกรรมการการเลือกตั้งในถอนสิทธินักการเมืองหากมีสมาชิกพรรคทุจริตการเลือกตั้ง แต่ควรตระหนักว่าเป้าหมายที่ต้องการของความปรองดองแห่งชาตินั้น ควรขยายไปสู่เรื่องปรับโครงสร้างด้านทรัพยากรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และขยายกระบวนการปฏิรูปนี้ไปสู่สาธารณะด้วย
ศ.ดร.บวรศักดิ์ ยังมีข้อเสนอว่า ประการแรก รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่เกี่ยวข้องควรมีข้อกำหนดให้คนจนเข้าถึงทรัพยากรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยไม่ต้องรอคอยสิ่งที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ ทุกรัฐบาลควรถูกบังคับให้จัดสรรการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ทั้งการศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาทักษะ และทำให้เขามีอำนาจในการมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน ป่าไม้ และแหล่งน้ำ รัฐบาลควรมีหลักประกันให้กับความสามารถของประชาชนที่จะได้รับกำไรจากเศรษฐกิจระบบตลาด ด้วยการสนับสนุนความรู้หรือวิธีการด้านการขนส่งและการตลาด รัฐบาลควรสนับสนุนให้คนจนมีอำนาจต่อรองด้วยการตั้งสหกรณ์ องค์กรชาวนา และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องปฏิรูปให้มีการเก็บภาษีก้าวหน้า เพื่อสนับสนุนสวัสดิการที่ครอบคลุมสำหรับประชาชนทุกคน และพึ่งพาการยืมเงินจากภาษีที่เป็นไปได้ที่ควรพิจารณาคือการเก็บภาษีมรดก และภาษีก้าวหน้า ขณะที่ความมั่งคั่งซึ่งกระจุกตัวอยู่กับคนส่วนน้อย ควรถูกกระจายผ่านมาตรการบังคับทางกฎหมายที่จะป้องกันการผูกขาดทรัพยากรโดยเครือบริษัทขนาดใหญ่
ผลจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะก่อให้เกิดสถาบันของ “รัฐสวัสดิการ” และลดการใช้นโยบายประชานิยมของพรรคใดๆ ก็ตามเพื่อเอาชนะกันในการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อต้านหรือความขัดแย้ง
ประการที่สอง ก่อนจะกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางการเมืองที่จำเป็นเพื่อปรับระบบการบริหารราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิสัมพันธ์ต่อราชการส่วนกลาง ฝ่ายบริหารในท้องถิ่น ชุมชน ภาคธุรกิจ และประชาสังคมนั้น ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้ ความรับผิดชอบในการบริหารกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทรัพยากรท้องถิ่นต้องมีการกระจายอำนาจไปสู่ฝ่ายบริหารในท้องถิ่น อาจมีการอนุญาตให้ท้องถิ่นสามารถให้บริการทางสังคมได้ ถ้าพวกเขาปรับปรุงจนทำได้ดีกว่าราชการส่วนกลาง พร้อมกันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับนักการเมืองควรถูกพิจารณาเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้เงินเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและใช้อำนาจนั้นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น ควรปรับปรุงระบบการให้และการควบคุมเงินบริจาคสำหรับพรรคการเมือง
ประการที่สาม ภายใต้ระบบสองสภา สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นตัวหลักสำคัญของการอยู่รอดของรัฐบาล และสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ควรปลดปล่อยรัฐสภาจากการมีผู้นำอำนาจนิยมในพรรค ส.ส.ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ผู้สมัคร ส.ส. ควรมีโอกาสติดต่อโดยตรงกับผู้ลงคะแนนเพื่อลดบทบาทของหัวคะแนน
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ควรให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองในทุกระดับ จากหมู่บ้าน เทศบาล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติ และปลูกฝัง “จิตสาธารณะ” ผ่านการศึกษาของพลเมือง โดยให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทหลัก ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่หลัก “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” หรือการปกครองโดยคนส่วนใหญ่ สาธารณชนควรตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่าในระบอบประชาธิปไตยที่สร้างให้มีประชาธิปไตยที่ยั่งยืน สิ่งนี้จะทำให้พวกเขามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขันและสามารถควบคุมตรวจสอบนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งได้ มาตรฐานทางสังคมและกฎหมายควรสร้างหลักประกันให้การชุมนุมที่เป็นไปอย่างสันติ
ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวสรุปว่า ประเทศไทยไม่มีการถอยหลังของประชาธิปไตย แต่กำลังมีการปฏิรูปทางการเมือง สิ่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศอย่างครอบคลุม ซึ่งมีความจำเป็นต้องสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ประเทศไทยจำเป็นต้องคิดมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะหน้า แต่จำเป็นต้องยึดหลักการที่ว่าจะทำอย่างไรให้ระบอบประชาธิปไตยทำงานและทำอย่างไรให้มีการผลิตและกระจายผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนหลากหลายภาคส่วนในสังคม สิ่งนี้จะช่วยประเทศให้เอาชนะภาพลักษณ์ของการชุมนุมเหลืองแดง และเอาชนะความกังวลว่าจะมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งมุมมองของกลุ่มเหล่านี้ไม่ใช่ตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บวรศักดิ์ เสนอทางรอดประเทศ ปฏิรูปสังคมการเมืองครั้งใหญ่, กรุงเทพธุรกิจ, 25 ก.พ. 52
หมายเหตุ: ติดตามการอภิปรายของจาตุรนต์ ฉายแสง และ ม.ล.ณัฐกร เทวกุล ในวันพรุ่งนี้
เป็นการพูดที่ดีมากของ
เป็นการพูดที่ดีมากของ “ศ.ดร.บวรศักดิ์” ครับ
วิเคราะห์ได้เด็ดขาดจริงๆ และเห็นด้วยที่ “ท่านบวรศักดิ์” กล่าวว่า...
การปฏิรูปไม่ใช่แค่ปรองดองทางการเมือง ให้นักการเมืองพ้นผิด
แต่ต้องปฏิรูปประเทศทุกด้านให้มี “ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” ให้ “คนส่วนใหญ่” เข้าถึงทรัพยากร
มีรัฐสวัสดิการเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องพึ่งพิงประชานิยมของนักการเมือง
***
และผมยังเห็นด้วยกับท่านที่ว่า...
ประชาธิปไตยไทย “ไม่ถอยหลัง”
ประเทศไทยไม่มีการถอยหลังของประชาธิปไตย
แต่กำลังมีการปฏิรูปทางการเมือง
เด็ดขาดมากครับท่าน...
ปากว่าตาขยิบ คนแบบนี้ไร้ค่า
ปากว่าตาขยิบ คนแบบนี้ไร้ค่า ไม่สมควรที่สังคมไทยจะไปใส่ใจ ตัวเองอยากเป็นใหญ่เป็นโต อุตส่าห์เรียนหนังสือมามากมาย แต่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี หน้าทุเรศที่สุด รับใช้เผด็จการแบบหน้าด้านๆ
การปฏิรูป ที่อาจารย์บวรศักดิ์
การปฏิรูป ที่อาจารย์บวรศักดิ์ อธิบายมานั้น
เป็นสิ่งที่ดี...ซึ่งทุกท่านคงเห็นด้วย
แต่อาจารย์ลืมพูดถึงอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
เช่น ตุลาการ กองทัพ องคมนตรี...ชนชั้นสูง
พวกนี้ไม่ยอมรับประชาธิปไตย คอยสนับสนุน
อยู่เบื้องหลังการล้มรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งทุกสมัย
สถาบันเหล่านี้ จะไม่ปฏิรูปตัวเองบ้างหรือ
พวกนิยมรัฐประหาร
พวกนิยมรัฐประหาร ยังมีหน้าออกมาเสนอความคิดเห็นเรื่องประชาธิปไตย ไร้ค่าไม่มีราคาค่างวดแม้แต่ขี้หมาก้อนเดียวบนทางเท้า
พูดออกมาได้ พับผ่า
พูดออกมาได้ พับผ่า
ทั้งหมดต้อง ปฏิวัติประชาชน
ทั้งหมดต้อง ปฏิวัติประชาชน เท่านั้นจริงจะสำเร็จ
ได้รับความเป็นประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนที่แท้จริง
ทำอย่างไรนั้น ผู้รู้หลายคน เสนอความคิด ความอ่าน
ไว้มากพอสมควรแล้ว
อ้ายนี่มันไม่รู้สึกละอายปากบ้
อ้ายนี่มันไม่รู้สึกละอายปากบ้างหรือเวลาที่มันพูดความจริงไม่หมด คนแบบนี้เป็ราบัณฑิตได้แสดงว่าแผ่นดินนี้ตอแหลครองเมืองแล้ว สิ่งที่ถุยออกมาน่ะไม่เข้าไปถึงอำนาจนอกรัฐธรรมนูญทั้งหลายเลยนะ อ้าย5 เอ้ย
ปากคาบประชาะิปไตย
ปากคาบประชาะิปไตย แต่ตัวรับใช้เผด็จการ
เห็นด้วยกับ "อาจารย์"
เห็นด้วยกับ "อาจารย์" ที่เคยให้ความเห็นว่า
"ประชาธิปไตย" เหมาะสำหรับ "ประเทศทีมีชนชั้นกลาง" เป็นส่วนมาก ครับ
จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศของเรา "ในขณะนี้"
ก็ "สะท้อน" ให้เห็น อย่างที่อาจารย์ให้กล่าวไว้จริงๆ ครับ
ข้อโต้แย้งกับอาจารย์บวรศักดิ์
ข้อโต้แย้งกับอาจารย์บวรศักดิ์
หนึ่ง ที่อาจารย์พูดว่าคนรวยก็รวยมากขึ้น คงจะไม่จริงทั้งหมด เข้าใจว่ามีคนรวยอีกบางส่วนที่ไม่ได้รวยขึ้นอย่างที่เขาหวัง หรือรู้สึกว่าถูกกีดกันจากทรท. จึงหันไปให้ความร่วมมือและสนับสนุนกับอำมาตย์ บางคนก็ถูกบีบให้เลือกข้าง ก็จำเป็นต้องเลือกฝ่ายอำมาตย์ เพราะเห็นแล้วว่าในยุคนี้อำมาตย์ยัง"ใหญ่"คับฟ้าอยู่ จึงเลือกถือหางอำมาตย์ ดูจะปลอดภัยกว่า แม้จะเคยลงขันกับทักษิณในระยะแรก
สอง การโค่นล้ม รัฐประหาร เกิดจากการร่วมกันของ กลุ่มอำมาตย์และเจ้านายเขา กลุ่มทหารที่สูญเสียผลประโยชน์ กลุ่มทุนที่อกหักและเสียผลประโยชน์ กอปรกับความผิดพลาดในการเดินเกมการเมืองของทักษิณเอง เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นข้ออ้างโจมตี ปลุกระดมมวลชน และสร้างความวุ่นวาย เพื่อนำไปสู่ข้ออ้างในการรัฐประหาร ตามสูตรไทยๆ คือ นักการเมืองทุจริต สามานย์ ฯลฯ ต้องใช้กำลังมาควบคุม
สาม เงื่อนไขที่ช่วยเสริมความขัดแย้ง คือโครงสร้างรธน.ที่บกพร่องของรธน.40 การสร้างกลไกตรวจสอบฝ่ายบริหาร มาจากวุฒิสภาทั้งหมด ประเด็นนี้ทักษิณอ่านทะลุหมด จึงพยายามเข้ายึดกุมตำแหน่งสว. หรือซื้อเข้ามาอยู่ในอาณัติ จึงเท่ากับว่า กุมกลไกการตรวจสอบได้ทั้งหมด
เป็นความผิดพลาดของสสร.ชุดแรกอย่างแรง ที่ไร้เดียงสา ล้มเหลวในการชี้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของสว. ทำให้ประชาชนยังคงเลือกสว. ด้วยตรรกะเดียวกับการเลือสส. จึงได้สภาผัวเมีย
ความจริงหน้าที่ของผู้ร่างรธน.ที่ขาดไปก็คือ การเน้นย้ำว่า บทบาทสำคัญของสว.คือ ตรวจสอบอำนาจบริหาร ดังนั้นต้องเลือกคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสส.เด็ดขาด การห้ามผู้สมัครสว.หาเสียง ยิ่งทำให้แย่ไปกันใหญ่ คนเลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เป็นบทเรียนที่ไม่มีใครยอมเรียน
สสร.ชุดสองกลับแก้ปัญหาแบบแก้ผ้า คื่อกลับลำ180องศา แต่งตั้งมันไปเลย อยากโง่เลือกไม่เป็นดีนัก
การเมืองไทยจึงแกว่งไปมาระหว่างเสรีสุดขั้ว กับ เผด็จการสุดขั้ว อยู่อย่างนี้มากว่าเจ็ดสิบปี
สี่ การกล่าวถึงการปฏิรูปการเมืองว่าต้องก้าวไปให้พ้นเหลือง-แดง นั้น ถูกต้อง แต่อาจารย์ดูจะยังไม่ยอมลงเป็นรูปธรรมสักเท่าใด จะทำอย่างไร ประชาชนจึงจะเข้ามามีบทบาทมากกว่าการลงคะแนน? ทำอย่างไรจึงจะสร้างระบบตรวจสอบอำนาจบริหารที่เป็นอิสระจาก กลุ่มหรือขั้วอำนาจใดขั้วหนึ่งได้จริง?
สิ่งเดียวที่คิดออกตอนนี้คือ การให้การศึกษาที่ดีกับสังคม ให้คนคิดเองเป็น ซึ่งจะเป็นจริงได้ ประชาชนต้องได้รับการประกันสิทธิ เสรีภาพในการคิด การเขียน การแสดงออกมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
คำถามเฉพาะหน้าคือ แล้วอำมาตย์กับผู้สูงศักดิ์ที่เป็นใหญ่ในสังคมไทยตอนนี้ จะยอมให้ประชาชนคิดเองจริงหรือเปล่า?
นาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
นาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้ให้สัมภาษณ์เดลินิวส์
ฉบับวันที่ 26 ก.ย.2549 ว่า
ได้แอบไปร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับนายมีชัย และพลเอกสนธิ
เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 ตั้งแต่ก่อนปฏิวัติ 5 เดือน
ซึ่งขณะนั้น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยังทำงานให้พรรคไทยรักไทยอยู่
***คนเลวและลวงโลก อย่างนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ไม่สมควรมาพูดเรื่องประชาธิปไตย***
"สิ่งเดียวที่คิดออกตอนนี้คือ
"สิ่งเดียวที่คิดออกตอนนี้คือ การให้การศึกษาที่ดีกับสังคม ให้คนคิดเองเป็น ซึ่งจะเป็นจริงได้ ประชาชนต้องได้รับการประกันสิทธิ เสรีภาพในการคิด การเขียน การแสดงออกมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้"
เห็นด้วยค่ะ แต่ไม่ร้ จะยากเกินไปหรือเปล่า ใครคิดต่างทำต่างก็มักถูกประนามเสมอ.....
นักวิชาการรับชนชั้น
นักวิชาการรับชนชั้น ไม่มีจุดยืนในหลักวิชาการ มีแต่ข้อคิดเห้น เราไม่อยากเชื่อถือ
ถูกต้องเลย Doctor J.
ถูกต้องเลย Doctor J. เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง.
มือถือสาก ปากถึอศิล
มือถือสาก ปากถึอศิล ทรยศประชาชน ไม่เจียมตัว กระลาหัว เสียชาติเกิด ไม่แก้ไข ชอบแก้ตัวให้พวกอมาตยาและเจ้านาย
บวชก็บวชมาแล้ว เรียนก็เรียนมาแล้ว ยังผิดพลาดซ้ำซาก เชีอดคอตายไปได้แล้วให้สาสมกับความผิด ที่สร้างความชิบหายให้ประเทศไทย ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด เสียชาติเกิด ทำลายชี่อเสียงวงศ์ตระกูลอุวรรณ..โณ ใครเป็นลูก เมีย หลาย เหลน โหลน ต้องเปลียนนามสกุล น่าอับอาย ควรย้ายบ้านไปได้แล้ว พวกเพื่อนบ้านเขาให้อยู่ในหมู่บ้านกันได้อย่างไร หรือเลวพอๆกันทั้งหมู่บ้าน วัดต่างๆอย่าไปเผาผีมัน เพราะสันดานมันทรยศไม่เคยหาย ที่ร้าย คือ มันมาทรยศประชาชนที่จ่ายภาษีเลี้ยงดูมันมัน ลูก เมียของมัน คนๆนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน หนักแผ่นดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี้ไม่ได้ด่ามันนะ แต่คนแบบนี้ก็ ต้องชมกันแบบนี้ ถึงจะถูกกับสันดานของมัน แต่ถ้าไม่อย่าถูกใครๆ เขาชมกันแบบนี้ ก็จงอย่าไปแสดงความคิดเห็นจังไรที่ไหนอีก แต่ต่อนี้ไปควรหุบปากไปตลอดชีวิต เพื่อให้ชาติเจริญ จำไว้ จะบอกให้ เด็กโง่งงง
โปรดฟังอีกครั้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ให้ไว้ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
บังสนธิ
มือถือสาก ปากถึอศิล ทรยศประชาชน ไม่เจียมตัว กระลาหัว เสียชาติเกิด ไม่แก้ไข ชอบแก้ตัวให้พวกอมาตยาและเจ้านาย
บวชก็บวชมาแล้ว เรียนก็เรียนมาแล้ว ยังผิดพลาดซ้ำซาก เชีอดคอตายไปได้แล้วให้สาสมกับความผิด ที่สร้างความชิบหายให้ประเทศไทย ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด เสียชาติเกิด ทำลายชี่อเสียงวงศ์ตระกูลอุวรรณ..โณ ใครเป็นลูก เมีย หลาย เหลน โหลน ต้องเปลียนนามสกุล น่าอับอาย ควรย้ายบ้านไปได้แล้ว พวกเพื่อนบ้านเขาให้อยู่ในหมู่บ้านกันได้อย่างไร หรือเลวพอๆกันทั้งหมู่บ้าน วัดต่างๆอย่าไปเผาผีมัน เพราะสันดานมันทรยศไม่เคยหาย ที่ร้าย คือ มันมาทรยศประชาชนที่จ่ายภาษีเลี้ยงดูมันมัน ลูก เมียของมัน คนๆนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน หนักแผ่นดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี้ไม่ได้ด่ามันนะ แต่คนแบบนี้ก็ ต้องชมกันแบบนี้ ถึงจะถูกกับสันดานของมัน แต่ถ้าไม่อย่าถูกใครๆ เขาชมกันแบบนี้ ก็จงอย่าไปแสดงความคิดเห็นจังไรที่ไหนอีก แต่ต่อนี้ไปควรหุบปากไปตลอดชีวิต เพื่อให้ชาติเจริญ จำไว้ จะบอกให้ เด็กโง่งงง
โปรดฟังอีกครั้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ให้ไว้ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
บังสนธิ
นายบวรศักดิ์ หน้าด้านมาก
นายบวรศักดิ์ หน้าด้านมาก
ยังมีหน้าเสนอความคิดเห็นสู่สาธารณชนอีก
ไม่รู้ว่าจะหนาไปนานสักเท่าไหร่ถึงจะรู้สึกตัว
การที่เราอ่อนเเอด้านการผลักดั
การที่เราอ่อนเเอด้านการผลักดันปลูกฝังระบอบประชาธิปไตยไม่ใช้หรืออาจารณ์เรามีเจ้าทฤษฎีการเมืองการปกครองเยอะมากเเต่ไม่มีวิสัยด์ทัศน์เช่นการปลูกฝังให้คนเคารพกฎจราจรก็ส่งเสริมให้คนเคารพกฎหมายเเล้วครับมันเป็นการยากที่จะมาเเก้ตอนเเก่เมือ่เสียนิสัยเเละเคยตัวกันเเล้วเเละตำรวจเป็นองศ์กรณ์ที่ใกล้ชิดประชาชนครับเเต่เราไม่เคยช่วยพัฒนาเลยในเมื่อเขาเป็นต้นทางของขบวนการต่างทางกฎหมายต่างๆรวมทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย
นักคิด นักเขียน นักวิชาการ
นักคิด นักเขียน นักวิชาการ ที่เชียวชาญรอบรู้ระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างดี แต่ในทางปฎิบัต คนพวกนี้ ยอมเป็นสุนัขรับใช้เผด็จการอำมาตยาธิปไตย แค่หวังลาภยศสรรเสริญที่เขาอุปโลคให้ ทุกอย่างก็จบ ไม่ต่างกับตาสีตาผายลม ปู๊ดส์..เดียวแล้วกลิ่นและเสียงก็จางหายไปกับสายลม ......
ช่างเป็นคำบรรยายที่อุดมไปด้วย
ช่างเป็นคำบรรยายที่อุดมไปด้วยwording อันโคตรเท่ สมกับดีกรีพ่วงท้ายเท่ๆอาทิ "ราชบัณฑิต", "ศาสตราจารย์", "ดร." และอีก ฯลฯ ของนายบวรศักดิ์
แต่หากลงลึกในเนื้อหาอันฉาบเคลือบด้วยความเท่เหล่านั้น ผมว่ามัน abstract เกินกว่าจะมองเห็นสาระหรือรูปธรรมใดที่จะนำไป implement ได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในประเด็นการตอบโจทย์แห่งความขัดแย้งที่ถูกบ่มเพาะและสั่งสมมาจนถึงขั้นโคม่าในปัจจุบัน
ส่วนหนึ่งที่ผมไม่รู้สึกเคลิ้มกับบทบรรยายนี้ อาจเป็นเพราะ"ความไม่่เชื่อ"หลายๆประการเกี่ยวกับนายบวรศักดิ์ สำหรับผม นายคนนี้ได้เปิดตัวว่าเลือกข้างไปแล้วก่อนหน้านี้อย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าสาธารณชน
ดังนั้น ในท่ามกลางความเท่แห่งคำบรรยายของเขา มันจึงเป็นได้เพียงการกรอเทปย้อนเพื่อตอกย้ำว่า การเมืองเก่าภายใต้ รธน.'40 บกพร่องอย่างนั้น ผิดอย่างนี้ ทั้งโดยมูลเหตุจากการเอื้ออำนวยของตัวรธน.เองที่ยังบกพร่อง(แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว มันเป็น รธน.อันมีที่มาซึ่งเป็นประชาธิปไตยที่สุดฉบับบหนึ่ง) บวกความชั่วเลวของนักการเมือง ผสมกับความโง่+รู้ไม่เท่าทันของชาวบ้านที่ไปสนับสนุนการเมืองพรรค์นั้น จนก่ความเสียหายนานัปการต่อประเทศชาติ ท้ายที่สุดก็เพื่อปูพื้นโยงมาเพียงจะบอกว่า "อะไรก็ตาม"ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 19 กย. 49 เป็นต้นมานั้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิถีทางเช่นไรก็ย่อมมีความถูกต้องชอบธรรมทั้งสิ้น และทุกคนจำเป็นต้องยอมรับเพราะมันเป็นหนทางผ่าวิกฤติชาติ
ละข้ามเนื้อความเท่ๆอีกมากมายในช่วงกลางๆของคำบรรยายไปเสีย (เพราะมันไม่มีสาระอะไรนอกจากความเท่ ดังที่กล่าวแล้ว) มาถึงบทสรุปท้ายสุด นายบวรศักดิ์ยังมีหน้ามาตะแบงตอกย้ำอีกว่า "ประเทศไทยไม่มีการถอยหลังของประชาธิปไตย แต่กำลังมีการปฏิรูปการเมือง" นี่ถือเป็นhighlightอันบัดซบที่สุดของบทบรรยายนี้ คุณจะบ้าหรือ พูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่ถอยหลัง ในเมื่อคุณใช้วิธีเผด็จการเอาทหารถือปืนออกมาจี้ทำลายรัฐธรรมนูญเอาดื้อๆ ปล้นอำนาจของประชาชนไปต่อหน้าต่อตา แล้วยัดคนของคุณที่เห็นชัดว่าเป็นพวกอยู่ตรงข้ามกลุ่มอำนาจเก่า(ซึ่งจะดีเลวอย่างไร เขาก็มีที่มาจากประชาชนก็แล้วกัน)เข้ามาเขียนกำกติกาใหม่ โดยตั้งธงทำลายขั้วอำนาจที่เป็นตัวแทนคนซีกหนึ่งของประเทศ แล้วอุ้มสมกลุ่มอำนาจซีกส่วนน้อย(แต่เสียงดัง) เข้ายึดกุมจัดระบบระเบียบอำนาจใหม่ จัดสรรผลประโยชน์กันอย่างโจ๋งครึ่ม แถมกีดกันทุกวิถีทางไม่ให้ใครแตะต้องแก้ไขกฎกติกาที่มาจากวิถีเผด็จการนั้น อย่างนี้หรือที่เรียกว่าการปฏิรูปทางการเมือง เป็นถึง ดร., ศจ. และอะไรต่อมิอะไรขนาดนี้แล้วอย่าตะแบงครับ
ผมขออนุญาตไม่เรียกนายบวรศักดิ์โดยใช้คำว่า"อาจารย์"นำหน้า เพราะในมุมมองของผม คนที่มีอคติเอนเอียงเลือกข้างเช่นนี้ไม่มีคุณสมบัติพอ อย่างมากที่เป็นได้ก็แค่นักวิชาการสังกัดอำมาตย์ ก็แค่นั้น
ยังเช้าใจว่ามันจบด็อกมาจากรัฐ
ยังเช้าใจว่ามันจบด็อกมาจากรัฐเซียเสียอีก จึงสยบยอมเผด็จการ
เคยหวังว่าบวรศักดิ์
เคยหวังว่าบวรศักดิ์ น่าจะเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสที่จะ เป็นประชาธิปไตยได้ (เพราะเห็นบวรศักดิ์เคยพูดว่า ตัวเขานั้นตกใจแทบตกเก้าอี้ เมื่อมีแมวที่ไหนก็ไม่รู้ที่บอกว่าเกษตรกรชาวนาใช้น้ำเปลืองในการปลูกข้าว จึงต้องเก็บภาษีค่าใช้น้ำจากชาวนา)
แต่ทว่าเมื่อบวรศักดิ์ ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมานั่นก็คือ ที่แท้ เขาเป็นเพียงสมุนของสากดินาทรราชอำมาตยาเน่าเท่านั้น เป็นสมุนที่ออกมาโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงผู้คน ว่าเป็นประชาธิปไตย(ประชาธิปไตยของบวรศักดิ์ก็คงเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆที่เป็นศรีธนญชัยนั่นแหละ)
ไม่ต้องมาบอกชาวบ้านเขาหรอกว่าต้องพัฒนาปรับปรุงมันทุกด้าน มันถึงจะเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนได้
ถามบวรศักดิ์จริงๆ ว่าโง่หรือแกล้งโง่กันแน่ ที่ไอ้ที่ประเทศนี้ มันรัฐประหารทุก3ปีครั้งนับแต่2475นี่ มันฝีมือใคร
ฝีมือประชาชนเรอะ เปล่าเลยไม่ใช่
ล้วนเป็นฝีมือของพวกสากดินาทรราชอำมาตยาเน่าเท่านั้น ที่ทำแบบสมบัติผลัดกันชม แล้วก็อ้างว่านี่คือประชาธิปไตยแบบไทยๆ
บวรศักดิ์ก็เหมือนกับพวกนักวิชาเกินเน่า อื่นๆ ที่เอะอะชอบโกหกหลอกลวงชาวบ้านว่าที่รัฐบาลทักษิณชนะการเลือกตั้งนั่นเพราะใช้่นโยบายประชานิยม ถามจริงๆเหอะ แล้วไอ้แมงสาปเน่้าที่ปล้นเขาเข้ามาอยู่ในตอนนี้นี่มันใช้นโยบายประชานิยมหรือเปล่า เช่นเอาเงินไปยัดเยียดให้คนที่มีรายได้อยู่แล้ว2พันบาท แล้วไอ้ที่ไอ้แมงสาปเน่าที่มันเคยด่ากล่าวหาทักษิณเอาไว้ทุกอย่าง มันก็เลียนแบบทำตามทักษิณหมด แต่โง่(เพราะเลียนได้แค่กะพรี้) นั่งรถเมล์ฟรี น้ำฟรี เรียนฟรี(แต่ตอแหล) ไอ้อย่างนี้เรียกว่าอะไร
เห็นเขาขายหุ้นได้76000ล้าน ก็กล่าวหาว่าเขาโกงหนีภาษีไม่จ่าย ทำไมไม่ไปดูว่ากฏหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้มันออกมาตั้งแต่สมัยไหน ใครเป็นนายก แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขกฏหมายที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นรวมทั้งพวกนี้อีกสองสมัย ที่ล้วนแต่ไม่ใช่สมัยทักษิณ ทว่าเป็นสมัยนายสัญญา นายอานันท์และชวนชั่ว2 ก็กฏหมายเขาก็บอกว่าไม่ต้องเสียภาษี
แล้วก็ยังหน้าหนาออกมาโกหกประชาชนอีกว่าทักษิณหนีภาษีขายหุ้น
ถ้าหากจะเก็บภาษีขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แล้วละก็ มันคงต้องจับคนหลายล้านคนเข้าคุกทั้งประเทศที่มันเล่นหุ้น
อย่ามาตอแหลเรื่องรัฐสวัสดิการ ประเทศตอแหลแลนด์นี้นับตั้งแต่ตั้งประเทศเป็นตัวตนตั้งแต่ยุคสุโขทัยมาจนถึงรัฐบาลชวนชั่ว2 ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่ารัฐสวัสดิการ
แต่ทว่า รัฐบาลที่สร้างสิ่งที่เรียกว่ารัฐสวัสดิการขึ้นมาจริงๆนั้นคือรัฐบาลทักษิณ นั่นคือโครงการณ์30บาทรักษาทุกโรค
นี่คือรัฐสวัสดิการของจริง เหมือนกับที่อียูของยุโรป แต่ทว่าของรัฐบาลทักษิณประชาชนยังได้รับความสดวกสบายต่อ
โครงก่ารณ์นี้ดีกว่าของยุโรปเสียด้วยซ้ำ
ส่วนเรื่องอื่นๆที่บวรศักดิ์เพ้อเจ้อ เรื่องเอสเอ็มอีอะไรนั่น รวมทั้งเก็บภาษีมรดกอะไรนั่นรวมทั้งการไม่ให้มีการผูกขาดกิจการขนาดใหญ่ ต้องทำให้เหมือนอังกฤษหรือประเทศที่พัฒนาแล้วในยุโรป ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็อย่าเพ้อเจ้อ
ประเทศนี้ มันทำทีท่าว่าจะมีโอกาสเป็นประชาธิปไตยได้อย่างสมบูรณ์ในยุคทักษิณ ทว่าก็ถูก พวกสากดินาทรราช
อำมาตยาเน่า มันทำซะเละจนประเทศต้องถอยกลับไปนับหนึ่งใหม่
ถ้าบวรศักดิ์จะคิดทำคุณต่อประเทศชาติและประชาชนละก็ สมควรที่จะต้องเลิกออกมาชักจูงผู้คนไปในทางที่ผิดๆ
อย่าไปเลียนแบบไอ้กราบือเจิมสาก หรือพวกแมงสาปเน่า
ขี้เกียจอ่าน... อิอิ
ขี้เกียจอ่าน... อิอิ เพราะ....
หมดศรัทธาไอ้ ด็อกฯ บอวอนสากตัวนี้มานานแล้น อิอิ
คงอดอยากปากแห้งออกมาเห่าขอเศษอำนาจ เศษเงิน
ตัวอย่างด็อกฯ เกลียดนิยมแห่งประเทศนี้
เก่งประจบเลียแข้งเลียขาคนมีอำนาจ... หารับประทานไปวันๆ
เลี้ยงหมาสักตัวยังดีกว่า จะเลี้ยงไอ้ตะกวดตัวนี้ อิอิ
คงนึกว่าเท่ห์ตาย ไอ้ตุด ลืมส่องกระจกดูหน้าตัวเอง อิอิ
มาดดีความรู้มากแบบนกแก้วนกขุนทอง..
สำหรับตะกวดลิ้นสองแฉกปากคาบคัมภีร์กดม๋าย อิอิ
ตะกวดตัวนี้ไม่ต่างจากโสเภณีนักกดม๋าย
บวรศักดิ์
บวรศักดิ์ เป็นรองเลขาธิการรัฐมนตรี ช่วยงานของวิษณุเครืองาม
ในรัฐบาลทักษิณ
แล้วก็ลาออก อ้างว่าไปบวช ความจริงคือ ทหารบอกให้ออก เพื่อไปเตรียมการทำรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญให้ทหาร
แล้วตอนนี้ ไอ้นี่ ก็ออกมาบรรยายการพัฒนาประชาธิปไตย หลังจากที่มันช่วยส่งรถถังออกมาทำลาย
1. องค์กรไหนจัด เชิญมันไปพูด
2. บวรศักดิ์ ก็ยังหน้าด้านรับเป็นวิทยากร
3. ลอยหน้าลอยตา วิจารณ์รัฐบาลประชาธิปไตย แล้วแนะพัฒนาแบบไหน โธ่ คุณทำอะไรไป ประชาชนไม่รู้หรือครับ
นี่แหละ นักวิชาการเลียตีนศักดินา -ทหาร และเผด็จการทหาร ระดับศาสตราจารย์ ชั้น 11
เงินเดือนก็ภาษีอากรของประชาชนทั้งนั้นแหละครับ.
ผมมีโอกาศได้นั่งฟังคำบรรยายจา
ผมมีโอกาศได้นั่งฟังคำบรรยายจาก.ท่าน,ดร.บวรศักดิ์ฯในหลายๆเวทีซึ่งส่วนใหญ่จะบรรยายเกี่ยวข้องกับการปฎิรูปการเมือง.ผมศัทธาในขบวนการบรรยายของท่าน-ในการบรรยายครั้งนี้เป็นการวิพากย์ถึงรัฐธรรมนูญปี-2540-ส่วนใหญ่ท่านได้พูดถึงปัญหาของบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร-โดยกล่าวตำนิคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปกุ่มอำนาจในการบริหารประเทศ-ตำนินโนบายประชานิยมของพรรคดังกล่าว-ผมมีความเห็นที่แตกต่างออกไปจาก-ดร.บวรฯปัญหาที่ท่านกล่าวมานั้นโดยหลักๆแล้วเป็นปัญหาของตัวบุคคลไม่ใช้เกิดจากโครงสร้างของรัฐธรรมนูญปี-2540-ท่านได้กล่าวถึงการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส-การแทรกแซงองค์กรอิสระ-การออกนโยบายที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน-การไม่เสียภาษีของผู้นำ-ท่านเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะวิกริตทางการเมืองจนนำไปสู่ความรุนแรงและเกิดการปฏิวัติล้มรัฐธรรมนูญปี2540-สิ่งต่างๆที่ท่านกล่าวไว้นี้เป็นเรื่องคน-ท่านไม่ได้กล่าวถึงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญปี-2540-ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร-ในระบอบประชาธิปไตยผมไม่เห็นที่จะตีกรอบให้คนในสังคมเดินตาม-ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริงควรเป็นผู้กำหนดโครงสร้างด้วยประชาชนเอง-ผมอยากจะเสนอให้ท่าน-ดร.บวรฯ-ทำหน้าที่ให้ความรู้-ปลูกจิตสมนึกให้เข้าถึงแก่นแท้ของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง-ท่านอยู่สถาบันพระปกเกล้าต้องทำหน้าเป็นกลางทางสังคมยังมี-พรบ.ที่เกิดจขึ้นใหม่-เป็น-พรบ.เกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง-ท่านต้องรักษาระดับให้ได้ไม่เช่นนั้นท่านจะไม่ได้รับความเชื่อถือโดยเฉพาะการเลือกข้างที่ท่านประกาศนั้นแหละเป็นการทำลายตัวเอง-ท่านไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงแต่บอกให้เลือกข้างแล้วจะเรียนประชาธิปไตยไปทำไม-ยิ่งเที่ยวนี้ดูแลการพัฒนาการเมือง-ออกเป็น-พรบ.เกี่ยวข้องกับกลไกของรัฐทุกภาคส่วน-ได้ทั้งอำนาจ-ได้ทั้งงบประมาณ-รวมทั้งกำลังคน-ถ้าไม่เป็นกลางก็จะกลายเป็นนักจัดตั้งหรือหัวคะแนนระดับชาติที่ถูกต้องกฎหมายให้กับพรรคการเมืองหรือพวกที่ตนเองสนับสนุนจนบ้านเมืองหาความเป็นประชาธิปไตยไม่ได้สักที
เห็นด้วยกับหลายๆหลายท่าน
เห็นด้วยกับหลายๆหลายท่าน ที่บอกว่านายบรวรสักดิ์มีจริตเสมือนจิงจอก คงไม่ผิดเพราะบุคคลผู้นี้ แสดงตนหรือทำตัวเองเป็นเช่นนั้นจริงอย่างที่หลายๆท่านว่ากล่าว
สิ่งแรกที่ต้องปฎิรูปคือ
สิ่งแรกที่ต้องปฎิรูปคือ อาจารย์,นักวิชาการ เช่นคมสัน ที่เป็นกก.ร่างรธน.ปีศาจซึ่งเป็นศิษย์รักของอาจารย์ ,ทหารที่ใช้แต่อำนาจ,ตุลาการที่ผูกขาดอำนาจแย่งงบประมาณผลประโยชน์แม้แต่ในหมู่อำมาตย์ด้วยกันเนื่องจากมีไอ้เปรมเป็นแบล็คให้ และมีนักวิชาการเน่าๆที่ให้ความเห็นจูงใจให้เชื่อในสถาบันตุลาการมากกว่าระบบที่ควรจะเป็นและตรวจสอบได้
สิ่งแรกที่ต้องปฏิรูป
สิ่งแรกที่ต้องปฏิรูป ก็คืออ้ายตัวคนบรรยายนั่นแหละ มันเป็นอาจารย์ได้ไง ในใจอยากได้อำนาจ จึงไปแอบตกตงกับเผด็จการ หวังจะได้ส่วนแบ่งของอำนาจ ตอนนี้เริ่มรู้แล้วซิว่า หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่จะเปลี่ยนทิศแบบร้อยแปดสิบองศาไม่ได้ จึงค่อยๆเอนเข็มมาทีละนิด มันนึกว่ามันฉลาดคนเดียว อ้ายคนปากคาบคัมภี แต่ใจเขมร ต้องตัดหัวเอาเลือดล้างตีน