องค์กรอิสระหรือรัฐอิสระ

แรกเริ่มเดิมทีที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้บัญญัติให้มีการจัดตั้งองค์กรอิสระและหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจพิเศษขึ้นมาด้วยจุดมุ่งหมายว่าจะให้เป็นองค์กรที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ โดยผู้ร่างรัฐธรรมนูญพยายามออกแบบให้แต่ละองค์กรทำหน้าที่สอดประสานกันอย่างเป็นระบบ

การตรวจสอบถ่วงดุลเริ่มจากการกลั่นกรองนักการเมืองก่อนเข้าสู่อำนาจเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (ปัจจุบันรัฐธรรมนูญปี ๕๐ เปลี่ยนชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน)

นอกจากนั้นยังมีองค์กรตุลาการที่ตั้งขึ้นมาใหม่ คือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คอยตรวจสอบว่ากระทำการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

แต่การณ์กลับปรากฏว่าหาได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี ๔๐ แต่อย่างใดไม่ มิหนำซ้ำยังมีการแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญปี ๕๐ เสียจนเละเทะไปหมด มีการยกสถานะของอัยการให้เป็นองค์อื่นตามรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกับองค์กรตุลาการ แต่ยังไม่ยอมทิ้งผลประโยชน์ โดยยังคงสามารถเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจได้

องค์กรต่างๆ พยายามสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมาอย่างใหญ่โตมโหฬาร มีการขยายอำนาจตนเองออกไปอย่างกว้างขวางรุกล้ำองค์กรอื่น สร้างระบบบริหารงานบุคคลของตนเองขึ้นมาใหม่ โดยเพิ่มค่าตอบแทนต่างๆ จนดูเสมือนว่าพนักงานหรือข้าราชการอื่นเป็นบุคคลชั้นสองไปเสีย นอกจากนั้นยังมีการออกระเบียบในด้านสวัสดิการขึ้นมาใหม่ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่ารถยนต์ประจำตำแหน่ง ค่ารับรองต่างๆ ทั้งที่เป็นการปฏิบัติงานตามปกติแท้ๆ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.นั้นในยุคเริ่มแรกก็ทำท่าดีเพราะมีตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นที่น่าเชื่อถือและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จนนักการเมืองพากันขยาดไปตามๆ กัน แต่ กกต.ชุดต่อมาความน่าเชื่อถือกลับลดลงจนกระทั่งถึงกับติดคุกติดตารางกันเลยทีเดียว

ในส่วนของโครงสร้างขององค์กรแทนที่จะทำแบบฟิลิปปินส์หรืออินเดียที่ไปลอกเลียนแบบเขามาโดยมีคณะกรรมการไม่กี่คน มีหน้าที่หลักในการจัดการการเลือกตั้งให้เรียบร้อย แต่ กกต.ไทยกลับขยายองค์กรเสียจนใหญ่โตเทอะทะ มี กกต.ที่ส่วนกลางแล้วยังไม่พอ ยังมี กกต.จังหวัดอีก รวบอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ในมือ แต่กลับมีผลงานที่ไร้ประสิทธิภาพ ทั้งที่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของ กกต.เองนั้นมีสิทธิและค่าตอบแทนสูงกว่าข้าราชการทั่วไปเสียอีก และบางรายยังรับถึงสองทางหากเป็นข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัดทั้งๆ ที่ทำงานให้รัฐเหมือนกัน

ผู้ตรวจการแผ่นดิน

มีการเพิ่มอำนาจจากเดิมให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๐ ของรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ทั้งๆ ที่ผ่านมาผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เคยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เลย เป็นแต่เพียงทางผ่านของเรื่องร้องเรียนทั้งหลายไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเสมือนหนึ่งเป็นนายไปรษณีย์เท่านั้น

เรื่องราวต่างๆ ที่ราษฎรร้องเรียนหรือร้องทุกข์เข้ามา ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะทำหน้าที่เพียงแจ้งให้ต้นสังกัดทราบและให้รายงานกลับไป ได้สถิติจำนวนเท่าใดก็เก็บเอาไว้เป็นผลงานตอนรายงานประจำปีเท่านั้นเอง ซึ่งผิดจากหลักการของการมีผู้ตรวจการแผ่นดินในต่างประเทศที่เรียกว่า Ombudsman อย่าลิบลับ

มิหนำซ้ำผู้ตรวจการแผ่นดิน ๒ ใน ๓ คน ยังมีปัญหาถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.ลงมติว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการขึ้นเงินเดือนตัวเอง แต่กลับนั่งอยู่ในตำแหน่งหน้าตาเฉย แล้วอย่างนี้จะไปตรวจสอบจริยธรรมผู้อื่นได้อย่างไรกัน

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

มีการพยายามเสนอกฎหมายให้มีการตั้ง ปปช.จังหวัดเพื่อขยายอาณาจักรของตนเอง ทั้งๆ ที่ปัจจุบันนี้ ปปช.เองยังมีปัญหาในการบริหารมากมายไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริหารคดีที่คั่งค้างนับเป็นหมื่นๆ คดี โดยมีอำนาจที่ครอบคลุมผู้กระทำผิดตั้งแต่ภารโรงจนถึงนายกรัฐมนตรี จนทำให้ผู้ถูกสอบสวนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หมดโอกาสในความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่เพราะต้องรอฟังผลการสอบสวนของ ปปช.

ซึ่งการพยายามขยายอาณาจักรของ ปปช.นี้ก็คงไม่แตกต่างจาก กกต.เท่าใดนัก เพราะผู้ที่จะมาเป็น ปปช.จังหวัดก็คงไม่พ้นข้าราชการเกษียณหรือโอนมานั่นเอง และเชื่อว่า ปปช.จังหวัดนี้เองก็จะเป็นเครื่องซักผ้าที่จะคอยฟอกขาวให้แก่นักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น หรือในทางกลับกันก็จะเป็นการเพิ่มผู้มีอิทธิพลกลุ่มใหม่นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารหรือฝ่ายปกครองในท้องที่โดยตัวของ ปปช.จังหวัดที่มีอำนาจตามกฎหมายอย่างล้นฟ้านั่นเอง

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

แทนที่จะเล่นบทบาทตามอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน โดยให้คำปรึกษา แนะนำ และเสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน และมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงินและการคลังที่เป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยการดำเนินการที่เกี่ยวกับวินัยทางการเงิน การคลัง และการงบประมาณ ตามมาตรา ๒๕๓ ของรัฐธรรมนูญ

แต่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งปัจจุบันให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินทำหน้าที่ตามคำประกาศของ คมช.อยู่เพียงคนเดียว (ก็ไม่รู้ว่าเรียกเป็นคณะกรรมการฯ ได้อย่างไรกัน) กลับไปเล่นบทบาทการปราบปรามการทุจริตแข่งกับองค์กรอื่น มิหนำซ้ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน มีการพยายามเพิ่มอำนาจให้ คตง.อย่างมากมาย เทียบเท่ากับ ปปช.ทั้งในด้านการดำเนินคดีอาญาและการลงโทษทางวินัยให้ซ้ำซ้อนกันไปอีก

เรื่องขององค์กรอิสระหรือหน่วยงานอิสระทั้งหลายคงยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลายองค์กรที่จะต้องถูกวิพากษ์และจะต้องรับฟัง เพราะองค์กรต่างๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ตั้งขึ้นโดยภาษีของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง หาใช่ว่าองค์กรอิสระหรือหน่วงยานอิสระทั้งหลายจะสามารถถืออำนาจอธิปไตยเป็นเสมือนหนึ่งรัฐอิสระที่อยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ไม่

หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒

บทความของชำนาญนี้เขียนได้ดี

บทความของชำนาญนี้เขียนได้ดี แต่เหมือนยังไม่ดีที่สุด

หนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง คุณชำนาญยังไม่ได้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหลักคือ มันผิดหลักการที่องค์กรเดียวมีอำนาจครอลจักรวาล ทั้งดำเนินการเลือกตั้ง ทั้รับรองการเลือกตั้ง ทั้งเป็นผู้ตัดสินกรณีที่มีการทำผิดพรบ.เลือกตั้ง คือ ชงเรื่องเอง ตัดสินเอง กินเอง ครบวงวจร ยากที่ใครจะมาตรวจสอบคานอำนาจได้อย่างมีประสิทฺธิภาพ มันผิดหลักการคานอำนาจทั้งโครงสร้างแล้ว (ไม่รู้ว่า สสร.ปัญญาอ่อน หรือ จงใจปัญญาอ่อน เพื่อจะได้รวบอำนาจเสร็จสรรพ ) หรือว่าเราจะต้องจุดธูปบนบานขอให้ได้กกต.ที่ดี แบบนี้ก็ไม่ต่างกับคนที่นับถือผีสางเทวดา ไม่ไช่คนที่นับถือพุทธ ประพฤติตนตามพระพุทธองค์แน่นอน

สอง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เห็นด้วยกับชำนาญว่า นี่คือตัวอย่างรูปธรรมของกากเดน,ทายาทอสูร จากคณะรัฐประหาร2549ในฯ มีอย่างที่ไหน ให้คนคนเดียว เป็นทั้ง ผู้ว่าฯ และ เป็นคณะกรรมการคตง.ในเวลาเดียวกัน ใครจะควบคุมใครได้ครับ? เรื่องตลกบัดซบแบบนี้มีที่เดียวในโลกนี้ ในประเทศที่ปกครองด้วยคนดี ที่ไม่ต้องผ่านวิถีทางการเลือกตั้ง จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นใครในรัฐบาลออกมาโวยวายเรื่องนี้ หรือว่าแบ่งกันเก๋าเจี๊ยะเรียบร้อย?

เอาแค่นี้ก่อน ยังมีเรื่องใหญ่กว่านี้มาก อย่าง .........ศาลเจ้ารัฐธรรมนูญ.........ที่ โอพระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ฝรั่งยังคิดอย่างนี้ไม่ได้เลย ขอพักเดี๋ยว

องค์กรอิสระ

องค์กรอิสระ สมองก็เลยอิสระไปด้วย อำนาจเลยอิสระไปตามอำเภอใจ ใหญ่คับฟ้า เฟอะฟะหลงตัวเองว่าดีที่สุด ซื่อสัตย์ที่สุด นอกนั้นเลวหมดต้องกำจัด ประเทศเราทำไมมีหญ้าเต็มไปหมด เราต้องการคนกินข้าว มีคุณธรรม ไม่ใช่ปากอย่างใจอย่าง

ต่อ สาม

ต่อ

สาม ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่รัฐธรรมนูญ นับเป็นสุดยอดแห่งนวตกรรมทางการเมือง ที่สามารถตีความรัฐธรรมนูญ แบบตามใจฉัน ได้ยอดมาก เช่น รธน.เขียนว่า สนธิสัญญาที่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักร แต่ท่านศาลเจ้าฯตีความว่า สนธิสัญญาที่อาจมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง..................... ก็เข้าข่ายตามรธน.ด้วย ดังนั้นสรุปว่า การทำสนธิสัญญาใดๆ หรือทำความตกลงกับประเทศใด ต้องไปถามศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ก่อน ไม่อย่างนั้นอาจมีชะตากรรมแบบเดียวกับนภดล

ตกลงว่าประเทศนี้ปกครองโดยศาลรัฐธรรมนูญหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกันแน่? แถมศาลฯยังไม่ต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยเสียด้วย เพราะมาจากการแต่ตั้งของอรหันต์เจ็ดคนเท่านั้น

หรือว่าประเทศนี้ไม่ไช่ของประชาชน เป็นของอรหันต์ทั้งเจ็ดและเจ้านายของเขางั้นหรือ?

ผมว่ายุ่งเหยิง สับสน ทับซ้อน

ผมว่ายุ่งเหยิง สับสน ทับซ้อน เพราะตั้งขึ้นมาเพื่อพวกพ้องตนเอง

คุณตั้งสภาที่ปรึกษาแห่งชาติ เพื่อให้คำปรึกษา นายกและคณะรัฐบาล

แต่เรื่อง รถเมล์ ngv กลับส่งไปให้สภาพัฒน์ พิจารณา

***พูดตามตำรา

***พูดตามตำรา ตามสูตรการดุลย์อำนาจ ก็มีสามอำนาจ อำนาจนิติบัญญัติ คานอำนาจบริหาร อำนาจบริหารคานอำ
นาจนิติบัญญัติ อำนาจศาลคานอำนาจ นิติบัญญัติและบริหาร

***องค์กรอิสระถ้าใช้อำนาจอย่างศาลก็ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเป็นศาลรัฐธรรมนุญคอยเป็นตรายางให้องค์กรอิสระก็เท่ากับองค์กรอิสระมีอำนาจศาลกลายๆ

***ผมก็ไม่อยากจะเห็นอะไรที่มันซับซ้อน แต่ก่อนมีศาลฎีกาเดียวยิ่งใหญ่ มีองค์คณะที่ประชมใหญ่ก็ดูมีมาตรฐานดี
แต่เดี๋ยวนี้มีองค์กรอิสระไว้เพื่อทำร้ายกันในทางการเมือง และก็ไม่ถูกตำหนิว่าไม่ยุติธรรม เพราะไม่ใช่ศาล บ้านเมืองก็เลยเหมือนกับว่ามีขื่อมีแปที่จะหล่นมาใส่หัวใครก็ได้ที่ไม่ใช่พรรคพวกของตน

จำได้ว่า พอรัฐธรรมนูญ 2550

จำได้ว่า พอรัฐธรรมนูญ 2550 ประกาศใช้
องค์กรอิสระบางแห่ง ยังไม่ได้สรรหาใหม่ โดยคณะกรรมการสรรหา
คนเก่าหน้าด้านไม่ยอมลาออก ซึ่ง ไม่มีใครว่าอะไร แปลกมาก

แล้วพวกนี้อยู่ในวาระนานซะด้วยสิ

ปล.รบกวนให้คุณชำนาญ พูดถึงคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระหน่อยครับ

มีองค์กรอิสระ ดีกว่า

มีองค์กรอิสระ

ดีกว่า

ปล่อยให้ประเทศชาติถูกโกงกิน

องคืกรอิสสระ จริงหรือ

องคืกรอิสสระ จริงหรือ หรือคือรัฐอิสสระแต่พยายามคอรัปชั่นอำนาจจากประชาชน โดยไม่สามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ได้

สรุปมันเป็นองค์กรอิสสระจริงๆ ที่แม้แต่ประชาชนเจ้าของประเทศเจ้าของอำนาจยังไม่สามารถทำอะไรกับองค์กรนี้ได้
หรือมันคือองค์กรเผด็จการและมีอธิปไตยเหนือประชาชน

วันนี้ doctor J

วันนี้ doctor J พูดได้ถูกใจมากมาย เห็นด้วยมาก กกกกกๆๆๆๆๆ

แล้วคิดว่าองค์กรอิสระ

แล้วคิดว่าองค์กรอิสระ โปร่งใสเหรอ คิดดูให้ดีๆ นะ
อย่าพยายามทำให้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง พิการ

แปลกแฮะ...ในบรรดาองค์กรอิสระใ

แปลกแฮะ...ในบรรดาองค์กรอิสระในบทความของท่านชำนาญ
เหตุใดจึงไม่มีคำวิพากษ์ "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" ว่าเป็นอย่างไร

คุณว่าใน "ประเทศนี้"

คุณว่าใน "ประเทศนี้" มีอะไรดีบ้างล่ะ

ชำนาญก็มาฟอร์มเดิมอีกละครับ

ชำนาญก็มาฟอร์มเดิมอีกละครับ ประเภทพูดความจริงไม่ครบถ้วน ถนัดสอนตาบอดคลำช้าง ถามหน่อยครับ มีองค์กรตรวจสอบองค์กรไหนครับที่ลงโทษผู้กระทำผิดได้เลยโดยไม่ต้องส่งให้ศาลตัดสินบ้างครับ
ส่วนไอ้องค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบแบบละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลแม้วตั้งขึ้นมา อย่างปปง. ทำไมไม่เอามาวิพากษ์วิจารณ์กันบ้าง หรือประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นที่จะดำเนินคดีตามที่หน่วยงานสอบสวนตรวจสอบทำมา อย่างอัยการที่คนด่ากันทั้งบ้านทั้งเมืองก็ไม่เห็นพูดถึง
จะตั้งองค์กรตรวจสอบกี่องค์กรก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกถ้าเรื่องที่ถูกตรวจสอบไม่อาจผ่านกระบวนการดำเนินคดีไปสู่ศาลได้
รัฐบาลมีหน้าที่แก้ไขจุดนี้ต่างหากครับ...........จะด่ารัฐบาลก็ควรพิจารณาที่จุดนี้ ว่ารัฐดำเนืนการอย่างไรให้กระบวนการอำนวยความยุติธรรมเบื้องต้นทำงานอย่างที่ควรทำ โดยเฉพาะอัยการ รัฐบาลปชป.อ่อนมากและชุ่ยมากครับในการบริหารสถาบันอัยการสูงสุด...

องค์กรอิสระ

องค์กรอิสระ แต่ไม่ได้เป็นรัฐอิสระแล้วล่ะ เพราะทุกวันนี้มันทั้งหมดเป็นรัฐเมืองขึ้น
จักรวรรดิ์อำมาตย์ไปเรียบร้อยแล้ว

จักรวรรดิ์อำมาตย์นี่มันเจ้าเล่ห์เนอะ เล่นย่อยสลายแล้วปกครอง หั่นอำนาจต่างๆ
เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วค่อยตีกินเป็นเมืองขึ้น จากนั้นก็เอามาเป็นอาวุธ รวมหัวกัน
เล่นงาน ตัวแทนของรัฐที่มาจากประชาชน และที่เลวทรามต่ำช้าที่สุดก็ตรง
ไอ้พวกนี้ทั้งหมด อยู่ดีกินดีเสพสุขบนหยาดเหงื่อแรงกายที่มาจากภาษีของประชาชน
แต่ทำตัวเป็นศัตรูกะประชาชน เหยียบย่ำกดขี่ประชาชนจนไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวัน

ถามหน่อยครับ

ถามหน่อยครับ มีองค์กรตรวจสอบองค์กรไหนครับที่ลงโทษผู้กระทำผิดได้เลยโดยไม่ต้องส่งให้ศาลตัดสินบ้างครับ

กกต. สามารถตัดสินกรณีทำผิดกม.เลือกตั้ง ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และคำตัดสินถือเป็นที่สุด

ตอนนี้อัยการเป็นองค์กรอิสระตามรธน.ด้วยมิใช่หรือ? ทำไมต้องเป็นองค์กรในรธน.? แล้วจะตรวจสอบการทำงานอย่างไร? ที่ผ่านมาก็แทบตรวจสอบไม่ได้อยู่แล้ว ต้องถามแย้ฟันดำว่ามีจุดมุ่งหมายใดที่เขียนอย่างนี้

อำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินของศาลรธน. ใครเป็นคนตรวจสอบ ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินจะมีวิธีใดคานอำนาจ? ที่มาของศาลฯที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่านี้ทำไม่ได้หรือ?

ไม่ได้บอกว่าในรธน.40 ไม่มีปัญหา เรื่องกกต.เป็นปัญหาตั้งแต่40แล้ว ไม่ไช่ปัญหาของรัฐบาลแม้วหรือรัฐบาลมาร์ค แต่เป็นปัญหาการเขียนรธน. โดยแย้แห้งฟันดำที่เขียนตามใบสั่งอำมาตย์ใหญ่ เพื่ออุดช่องไม่ให้แม้วกลับมามีอำนาจ แต่ผลข้างเคียงมันรุนแรง จนประเทศชาติจะฉิบหายเสียก่อน บรรดาสส.ผู้มีอำนาจนิติบัญญัติก็มัวแต่สนใจประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ใกล้ตัวอย่างการยุบพรรค โดยไม่สนใจประเด็นอื่น

ประชาชนคงต้องรวมตัวเรียกร้องกันเองแล้วละมังคุณบางกอก

บ่นกันอยู่ได้

บ่นกันอยู่ได้ รำคาญ
ไม่รู้หรือไง ที่นี่น่ะ ที่ไหน
หุหุ

FFFFF FFFFF FFFFF นี่ละม้าง

FFFFF
FFFFF
FFFFF

นี่ละม้าง ?ที่เขาลือๆด่าๆกันทั้งเมืองว่า "ระบอบอำมาตยาธิปไตยซ่งตีง"น่ะ........
สงสัยจะใช่แน่ๆ......
เพราะ "เป็นการครองอำนาจรัฐโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยแต่อย่างใด-เป็นระบอบรัฐซ้อนรัฐ".....

ผู้มีอำนาจไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง
ผู้ไม่มีอำนาจต้องมาจากเลือกตั้ง..........
ประชาธิปไตยเมืองทวยมันจึงเตี้ยลงวงษ์คำเหลาตลอดมา ?

"ระบอบอำมาตยาธิปไตยซ่งตีง"แน่ๆ
แน่ๆ
แน่ๆ
แน่ๆ........................................

:)
FFFFF
FFFFF
FFFFF

มีเยอะแยะถ้ารู้จักมอง

มีเยอะแยะถ้ารู้จักมอง

ตอบdoctor ผู้ที่ถูกกกต.เล่นงา

ตอบdoctor
ผู้ที่ถูกกกต.เล่นงานนั้นทุกคนสมัครใจลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งกกต.มีหน้าที่ตรวจสอบดูแลอยู่ ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนั้นทราบแต่ก่อนกรอกใบสมัครแล้วว่างานนี้ใครเป็นกรรมการ ใครทำผิดจะมีผลอย่างไร และต่างคนต่างสมัครใจที่จะลงสมัครภายใต้กติกาเดียวกันนี้ คณะกรรมการกกต.ไม่อาจใช้อำนาจกับบุคคลอื่นในกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้ทั้งสิ้น ผุ้ที่เห็นว่ากกต.ดำเนินการไม่โปร่งใสสามารถยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลได้และคณะกรรมการกกต.ชุดวาสนา เพื่มลาภก็ติดตารางไปแล้ว ลืมไปแล้วหรือครับ....

อย่าว่าแต่ศาลรัฐธรรมนูญไทยเลยครับ ศาลสูงสุดของอเมริกานั้นประธานาธิบดีตั้งให้สภาอนุมัติ อยู่ในตำแหน่งตลอดชีวิต ทั้งองค์คณะ ชาวอเมริกาเขาไม่เห็นจะโวยวายอะไร ศาลรัฐธรรมนูญไทยยังผ่านการกลั่นกรองมากกว่าด้วยซ้ำ

Doctor J,

Doctor J, น่าเขียนบทความมาให้พวกเรา...ทดสอบ...ด้วยนะคะ

ดูซิว่า จะรอดการรุมสกรัม จากหน่วยscan เหลือง แดง หรือไม่

หมู่นี้ มาแปลก มีสีสัน มีแนว hard core มากขึ้นหลาย degree

รู้งี๊.....แกล้งซะตั้งแต่แรกแล้ว......

KKR

องค์กรศาลยุติธรรม

องค์กรศาลยุติธรรม ขอใช้เงินพิเศษจากกรมบังคับคดีโดยไม่เป็นเงินงบประมาณ และ งบประมาณที่ได้ล้วนมาจากการใช้อำนาจตุลาการที่มีผลต่อองค์กรอื่นมาบีบบังคับ การดำเนินการขององค์กรอิสระต่างๆล้วนมุ่งสร้างภาพองค์กร งานตนเองไม่ทำ มาจัดประนอม หามวลชน คนรับใช้
สุดท้ายตุลาการจะเข้ามาทำงานแทนทุกองค์กร โดยไม่มีความสามารถ อาศัยเพียงภาพ ที่บรรพตุลาการสร้างมาว่ายุติธรรม
ซึ่งในปัจจุบันล้วนต้องรอพิสูจน์ว่าคนเชื่อว่ายุติธรรมจริง หรือ ไม่กล้าวิจารณ์ เนื่องจากกลัวละเมิดอำนาจศาล และ กลัวถูกฟ้องคดีซึ่งตุลาการก็ตัดสินเอง
หลักที่ศาลวางไว้ช่วง3-4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นบรรทัดฐานที่ต้องรอการพิสูจน์ว่าเมื่อมีคนทำตามอย่างบ้างจะเกิดปัญหาใหญ่ต่อบ้านเมืองเช่นไร หากไม่ให้มีการทำตามอย่างตุลาการจะใช้เหตุผลทางกฎหมายใดให้สามารถยอมรับได้ ไม่ก่อความแตกแยกในบ้านเมืองมากกว่านี้ เช่นการปิดสนามบิน
ที่สำคัญองค์กรอิสระพวกนี้ควรจะเริ่มรู้สึกตัวเสียทีว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหา เลิกหลงคำเยินยอกับคำว่าอภิวัฒน์เสียที

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน