นักวิชาการทั่วโลกลงชื่อเรียกร้องปฏิรูป กม.หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
นักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกกว่า 50 คน อาทิ นอม ชอมสกี, วอลเดน เบลโล, ดันแคน แม็คคาร์โก, ธงชัย วินิจจะกูล ร่วมลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อนายกฯ ไทย เพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระบุการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันอย่างพร่ำเพรื่อ รังแต่จะบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย อีกทั้งยังยั่วยุให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และประเทศไทย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
(4 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00น. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเืทศประจำประเทศไทย ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน และแอนดรูว์ วอล์กเกอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยระบุว่า นักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกกว่า 50 คน ร่วมลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จดหมายฉบับนี้มีขึ้นหลังจากเกิดกรณีฟ้องร้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพติดต่อกันหลายคดีในประเทศไทย รวมทั้งความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยที่ต้องการเข้าไปควบคุมและสั่งห้ามการถกเถียงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในอินเทอร์เน็ต
โดยจดหมายฉบับนี้ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้:
1. โปรดยุติการพยายามสร้างมาตรการกดดันปราบปรามที่เข้มงวดยิ่งกว่านี้ ทั้งต่อปัจเจกบุคคล เว็บไซต์และการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ
2. โปรดพิจารณาข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้
3. โปรดพิจารณายกเลิก-ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ และดำเนินการเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่ถูกตัดสินภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้ เนื่องจากคนเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม
จดหมายฉบับนี้ยังกล่าวด้วยว่า "การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันอย่างพร่ำเพรื่อ รังแต่จะบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย" อีกทั้งยังยั่วยุให้เกิด "กระแสวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และประเทศไทย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ"
ผู้ลงนามในจดหมายฉบับนี้มีอาทิ:
- ผู้นำระดับโลกในด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของพลเมือง เช่น ลอร์ดแอริก เอฟเบอรี (Lord Eric Avebury), ดร. แคโรไลน์ ลูคัส (Dr. Caroline Lucas), วุฒิสมาชิกฟรานเชสโก มาร์โตเน (Senator Francesco Martone), สมิทู โคธารี (Smitu Kothari), วอลเดน เบลโล (Walden Bello)
- นักวิชาการระดับแนวหน้าผู้มีชื่อเสียงในวงการวิชาการหลากหลายสาขาทั่วโลก เช่น นอม ชอมสกี (Noam Chomsky), สจ๊วต ฮอลล์ (Stuart Hall), อรชุน อัปปาดูรัย (Arjun Appadurai), เจมส์ สก็อตต์ (James C. Scott), อารีฟ เดอลิก (Arif Dirlik), สแตนลีย์ แทมไบยาห์ (Stanley Tambiah), อิมมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ (Immanuel Wallerstein) และอีกมากมายหลายคน
- สมาชิกหลายท่านของสมาคมราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ (The
- ประธาน อดีตประธานและผู้นำของสมาคมวิชาการทรงเกียรติคุณในระดับสากลหลายแห่ง เป็นต้นว่า สมาคมเอเชียศึกษา (Associations for Asian Studies), สมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน (American Political Science Association), สมาคมสังคมวิทยาอเมริกัน (American Sociological Association), สมาคมเอเชียศึกษาแห่งออสเตรเลีย (Asian Studies Association of Australia) ฯลฯ
- นักวิชาการด้านกฎหมายชั้นนำ อาทิเช่น อดีตผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice), อดีตประธานสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมทั้งนักวิชาการชั้นนำด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน
- นักวิชาการผู้มีชื่อเสียงระดับสากล ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยในหลากหลายสาขาวิชา ทั้งด้านรัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา วรรณคดี ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ยาวนานในประเทศไทยและในภูมิภาคนี้
โดยขณะนี้กำลังมีการรวบรวมรายชื่อเพิ่มเติม จดหมายเปิดผนึกจะยื่นต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ผู้มีความประสงค์จะร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก สามารถส่งชื่อ, ยศ/ตำแหน่ง/งาน และสังกัด มาที่ "ผู้ประสานงาน" คนใดคนหนึ่งดังต่อไปนี้
Andrew Walker, Senior Fellow, Research
Jim Glassman, Associate Professor, Department of Geography, University of British Columbia,
217 - 1984 West Mall, Vancouver, BC V6T 1Z2 Canada. nmsslg@yahoo.ca
Larry Lohmann, The Corner House,
Thongchai Winichakul, Professor, Department of History,
Adadol Ingawanij, Post-doctoral Researcher, Centre for Research and Education in Arts and Media,
เว็บไซต์ New Mandala http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala จะเป็น "หน้าต่าง" ให้แก่การรณรงค์ครั้งนี้ และจะนำเสนอข่าวสารและข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับความคืบหน้าของการรณรงค์เป็นระยะ ๆ
(จดหมายเปิดผนึกที่จะยื่นในเดือนมีนาคม/เมษายน 2552)
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
สำนักนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล
กรุงเทพฯ ประเทศไทย โทรสาร: 011-662-629-8213
เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ในฐานะนักวิชาการและผู้สังเกตการณ์ที่สนใจในสถานการณ์ของประเทศไทย เรามีความวิตกอย่างยิ่งเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อชาวไทยและชาวต่างประเทศภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เกิดขึ้นในระยะไม่นานมานี้ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่วิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยนำไปสู่ความเสื่อมถอยลงของสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน
การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันอย่างพร่ำเพรื่อ รังแต่จะบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย การดำเนินคดีต่อนักหนังสือพิมพ์ นักวิชาการและประชาชนทั่วไป เพียงเพราะข้อกล่าวหาว่าทัศนะและการกระทำของคนเหล่านี้เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เท่ากับทำลายบรรยากาศการถกเถียงอย่างเปิดกว้างในประเด็นสาธารณะที่สำคัญ ๆ นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นอันตรายของการอ้างความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์อย่างไม่ระมัดระวัง แทนที่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเป็นไปเพื่อปกป้องพระเกียรติยศ กลับยิ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และประเทศไทย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอแนะมาหลายครั้งแล้วว่า ควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แม้แต่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เคยมีพระราชดำรัสว่า การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ เรามีความวิตกว่า แทนที่จะรับฟังความคิดเห็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ รัฐบาลของท่านอาจใช้กฎหมายนี้เพื่อกดดันยับยั้งสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน กระทั่งมีสมาชิกบางคนในรัฐบาลของท่านออกมาเรียกร้องให้ใช้บทลงโทษที่หนักกว่าเดิมภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยทั้งหมดนี้กระทำลงไปในนามของการปกป้องสถาบันกษัตริย์
ประสบการณ์ในหลาย ๆ ประเทศพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีแต่ความจริง ความโปร่งใส การถกเถียงอย่างเปิดกว้างของสาธารณชน และกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะสามารถแปรเปลี่ยนความขัดแย้งทางความคิดให้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์และสันติวิธี การกดดันยับยั้งความคิดไม่เคยคลี่คลายปัญหาใด ๆ ได้ แต่กลับจะยิ่งสร้างความเสื่อมพระเกียรติมากกว่าเฉลิมพระเกียรติสถาบันกษัตริย์
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เราจึงขอให้ ฯพณฯ ท่านและรัฐบาลโปรดพิจารณาข้อเรียกร้องดังนี้
1. โปรดยุติการพยายามสร้างมาตรการกดดันปราบปรามที่เข้มงวดยิ่งกว่านี้ ทั้งต่อปัจเจกบุคคล เว็บไซต์และการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ
2. โปรดพิจารณาข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้
3. โปรดพิจารณายกเลิก-ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ และดำเนินการเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่ถูกตัดสินภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้ เนื่องจากคนเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม
ขอแสดงความนับถือ
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร่วมลงนาม (บางส่วน)
***James C. Scott - ศาสตราจารย์ เจมส์ ซี. สก๊อตต์
มีงานเขียนสำคัญหลายชิ้น เช่น The Moral Economy of the Peasant (1990), Weapons of the Weak (1985), Seeing Like a State (1998) เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการศึกษาสังคมชนบท มหาวิทยาลัยเยล สมาชิกของสถาบันการศึกษาชั้นสูงของมหาวิทยาลัยปริ๊นส์ตัน และ Wissenschaftskolleg zu
***Charles F. Keyes - ศาสตราจารย์ ชาร์ลส์ เอฟ. คายส์
นักมานุษยวิทยาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทยที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา อดีตประธานสมาคมเอเชียศึกษา
***Craig J. Reynolds - เคร็ก เจ. เรย์โนลส์ นักประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเคารพนับถืออย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการไทยและนานาชาติ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ไทยศึกษา ออสเตรเลีย ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย
Robert Albritton - ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต อัลบริทตัน
แห่งมหาวิทยาลัยมิสสิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญด้านการเมืองอเมริกาและนโยบายสาธารณะ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัลบริทตันมีโครงการทางวิชาการเกี่ยวกับประชาธิปไตยไทยร่วมกับสถาบันประชาธิปกหลายโครงการ
Barbara Watson Andaya - ศาสตราจารย์ บาบาร่า วัตสัน อันดายา
นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยฮาวาย อดีตประธานสมาคมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
***Arjun Appadurai - อรชุน อัปปาดูรัย
นักคิดและปัญญาชนคนสำคัญทางด้านโลกาภิวัตน์และภาวะสมัยใหม่จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ต่อมาเขาย้ายมาเป็นอธิการบดีของ the
***Lord Eric Avebury - ลอร์ดเอริค เอฟเบอรี
สมาชิกสภาขุนนาง (สภาสูง) แห่งสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 ลอร์ด เอฟเบอรีเป็นนักการเมืองจากพรรคเสรีประชาธิปไตย และได้รับแต่งตั้งจากรัฐสภาฯให้ดูแลด้านการต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เช่น ในประเทศติมอร์ตะวันออก อินโดนิเซีย ทิเบต เปรู ฯลฯ
Peter F. Bell - ปีเตอร์ เอฟ. เบลล์
อดีตผู้อำนวยการสภาการศึกษาเศรษฐกิจ รัฐนิวยอร์ค เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์การวิจัยในประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศในเอเซียตะวันออกฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย
***Walden Bello - ศาสตราจารย์ วอลเดน เบลโล
สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ เป็นผู้ก่อตั้งโครงการศึกษาและปฏิบัติการงานพัฒนา (Focus on the Global South) ในประเทศฟิลิปปินส์และไทย เบลโล เขียนหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาในเอเซียหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือเรื่อง "โศกนาฏกรรมสยาม"
Michael Burawoy - ศาสตราจารย์ ไมเคิล บูราวอย
ประธานสมาคมสังคมวิทยาอเมริกา และรองประธานคณะกรรมการสมาคมสังคมวิทยานานาชาติ
***Hilary Charlesworth - ศาสตราจารย์ ฮิลารี่ ชาร์ลส์เวิร์ธ (Hilary Charlesworth)
นักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์การยุติธรรมและการบริหารปกครองนานาชาติ
ชาร์ลส์เวิร์ธได้รับเชิญให้สอนในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลก เช่น ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค และมหาวิทยาลัยปารีส และเป็นประธานคนแรกของสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เธอได้รับรางวัล Goler T.Butcher Medal ปี พ.ศ. 2549 จากสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศของอเมริกาในฐานะ "ผู้มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนากฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล"
***Noam Chomsky - ศาสตราจารย์ นอม ชอมสกี
สำหรับคนจำนวนมาก เราอาจไม่ต้องแนะนำนักคิดผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ชอมสกีคือนักวิชาการผู้ปฏิวัติวงการภาษาศาสตร์และปรัชญา ในอีกด้านหนึ่ง เขาคือนักวิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ นักคิดและนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยใหม่ นิตยสาร ไทมส์ เคยระบุว่าเขาเป็นนักวิชาการที่มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา งานเขียนของเขาถูกอ้างมากที่สุดในโลก แม้แต่ประธานาธิบดีอูโก ชาเวซแห่งเวเนซุเอลา ยังหยิบหนังสือของเขามากล่าวยกย่องในสุนทรพจน์อันเผ็ดร้อนในการประชุมที่สหประชาชาติเมื่อ 2 ปีก่อน
Arif Dirlik - ศาสตราจารย์ แอริฟ เดอร์ลิค
นักประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาชื่อดังทางด้านจีนศึกษา ต่อมาเขาหันมาสนใจเรื่องโลกาภิวัตน์และวัฒนธรรม อดีตผู้อำนวยการศูนย์ทฤษฎีวิพากษ์และข้ามชาติศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา
***John Dugard - ศาสตราจารย์ จอห์น ดูการ์ด
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดูการ์ดดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ.2545-2551 และเป็นผู้รายงานพิเศษของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระหว่างปี พ.ศ.2544-2551
Grant Evans - แกรนท์ อีแวนส์
นักมานุษยวิทยาและนักประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บทความล่าสุดของเขาเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้สังเกตุการณ์ในชุมชนนานาชาติที่ติดตามสถานการณ์ประเทศไทย
Edward Friedman - ศาสตราจารย์ เอ็ดเวิร์ด ฟรีดแมน
นักรัฐศาสตร์ที่เชียวชาญด้านเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ และประชาธิปไตย มีงานเขียนทางวิชาการหลายเล่ม ผลงานล่าสุดเรื่อง "ยักษ์แห่งเอเซีย: เปรียบเทียบจีน กับ อินเดีย"
Susan Stanford Friedman - ศาสตราจารย์ ซูซาน สแตนฟอร์ด ฟรีดแมน
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน สหรัฐอเมริกา
***Stuart Hall - ศาสตราจารย์ สจ็วต ฮอลล์ (Stuart Hall)
อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมร่วมสมัย มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร New Left Review หนังสือพิมพ์ The Observer ยกย่องให้ฮอลล์เป็น "หนึ่งในนักทฤษฎีด้านวัฒนธรรมระดับแนวหน้าของประเทศอังกฤษ" เขายังเป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ
Gillian Hart - ศาสตราจารย์ จิลเลี่ยน ฮาร์ต
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการเมือง ภูมิภาคศึกษาในอาฟริกาใต้ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
Michael Hertzfeld - ศาสตราจารย์ ไมเคิล เฮิอร์ซเฟลด์
นักมนุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชี่ยวชาญด้านอัตลักษณ์วัฒนธรรมและไทยศึกษา เฮิอร์ซเฟลด์ เคยเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการวิชาการของพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า
Kevin Hewison - ศาสตราจารย์ เควิน เฮวิสัน
อดีตประธานมูลนิธิเอเชียยตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ ออสเตรเลีย และอดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง
Paul Hutchcroft - ศาสตราจารย์ พอล ฮัชซ์คร็อฟ
นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Sarah Joseph - ศาตราจารย์ ซาราห์ โยเซฟ
ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยโมนาช ออสเตรเลีย เธอเขียนหนังสือกฎหมายหลายเล่ม รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
***Ira Katznelson - ศาสตราจารย์ไอร่า แคทซ์เนลสัน
นักรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย อดีตประธานสมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน, ประธานสมาคมรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ เป็นสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน และสมาคมนักปราชญ์อเมริกัน
Ben Kerkvliet - ศาสตราจารย์เบน เคิร์กวลีต
อดีตหัวหน้าภาควิชาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย
Ben Kiernan - ศาสตราจารย์เบน เคียร์แนน
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบเขมรแดง เป็นผู้ก่อตั้งโครงการศึกษาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชา ซึ่งพัฒนามาเป็นโครงการศึกษาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มหาวิทยาลัยเยล ที่ครอบคลุมปัญหาความรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก
Smitu Kothari - สมิธุ โคธารี
บรรณาธิการวารสาร Lokayan (การสานเสวนาของประชาชน) ในอินเดีย เขามีบทบาทในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และได้รับการยอมรับว่าเป็นปัญญาชน-นักเคลื่อนไหวคนสำคัญของอินเดีย
Margaret Levi - ศาสตราจารย์มาร์กาเร็ท ลีไว
นักรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ สมาชิกของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน เคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน
***Caroline Lucas - แคโรไลน์ ลูคัส
นักการเมืองที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ เธอเป็นหัวหน้าพรรคกรีนของอังกฤษและเวลส์ สมาชิกรัฐสภาแห่งยุโรป ในปี 2549 นิตยสาร The New Stateman ยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในสิบบุคคลสำคัญแห่งปี และในปีถัดมาได้รับการลงคะแนนจากผู้อ่านของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ The Observer ให้เป็นนักการเมืองแห่งปี
***Senator Francesco Martone - วุฒิสมาชิก ฟรานเชสโก มาร์โตเน
นักการเมืองอิตาลีที่มีบทบาทแข็งขันในปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของโลก เขาเป็นผู้ก่อตั้งและประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปธนาคารโลก มีบทบาทในในคณะกรรมาธิการถาวรหลายคณะ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการกิจการต่างประเทศและการย้ายถิ่น, การคลัง, และทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อม มาร์โตเน่ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการของคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
Duncan McCargo - ศาสตราจารย์ ดันแคน แม็คคาร์โก
จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ หนึ่งในนักวิชาการชั้นแนวหน้าในเรื่องอุษาคเนย์และการเมืองไทย งานเขียนที่สำคัญของเขา เช่น Network Monarchy of Bhumibol and His Proxiesงานเขียนชิ้นล่าสุดของเขาคือ Tearing Apart the Land เป็นบทวิเคราะห์วิกฤติการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
Frances Fox Piven - ศาสตราจารย์ แฟรนเชส ฟ็อกส์ พิเวน
มีบทบาทโดดเด่นทั้งในด้านวิชาการและกิจกรรมทางสังคม โดยเฉพาะในฐานะนักวิพากษ์ที่มีมุมมองอันเฉียบคมต่อระบบสวัสดิการสังคมในสหรัฐฯ ปัจจุบันเธอสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองนิวยอร์ค เธอได้รับรางวัลมากมายจากสมาคมด้านวิชาการและสังคมต่าง ๆ และเธอเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสังคมวิทยาอเมริกัน
***Anthony Reid - ศาสตราจารย์ แอนโทนี่ รีด
นักประวัติศาสตร์ที่มีงานเขียนมากที่สุดคนหนึ่ง หลังจากเกษียณจากงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ณ ลอสแองเจลีส รีดส์ได้รับเชิญให้เป็นผู้อำนวยการคนแรกของสถาบันวิจัยแห่งเอเชีย ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เขายังได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ และได้รับรางวัลฟูกูโอกะในปี 2545
Dr. Mohamed Suliman - ดร. โมฮัมเหม็ด สุไลมาน
นักวิชาการชาวซูดานที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศอังกฤษ เขาเป็นประธานของสถาบันเพื่อทางเลือกของชาวแอฟริกันในอังกฤษ เขาเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับความขัดแย้งในซูดาน, ดาร์ฟูร์ และที่อื่น ๆ
David Szanton - เดวิด แชนตัน
เคยเป็นผู้อำนวยการโครงการอาณาบริเวณศึกษาและนานาชาติ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบอร์กลีย์
***
นักมานุษยวิทยาชื่อก้องโลกที่มีผลงานเกี่ยวกับประเทศไทย ศรีลังกา ชนชาติทมิฬ รวมทั้งศาสนาและการเมือง เขาได้รับรางวัลและคำประกาศเกียรติคุณจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย เช่น รางวัลบัลซัน (the Balzan), รางวัลฟูกูโอกะ, สถาบันมานุษยวิทยาในพระบรมราชินูปถัมภ์ของประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ และได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ
Andrew Walker - แอนดรูว์ วอล์คเกอร์
นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย สนใจเกี่ยวกับการค้าชายแดนระหว่างไทย ลาว และจีนใต้ รวมทั้งปัญหาการพัฒนาชนบท การจัดการสิ่งแวดล้อมในภาคเหนือของไทย เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ The New Mandala อันเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ได้รับความนิยมจากปัญญาชนในอุษาคเนย์อย่างมาก
***Immanuel Wallerstein - ศาสตราจารย์ อิมมานูเอล วอลเลอร์สไตน์
เจ้าของทฤษฎี "ระบบโลก" เขาได้รับเชิญให้สอนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลกและได้รับรางวัลและตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งดำรงตำแหน่ง เช่น ผู้อำนวยการของวิทยาลัยการศึกษาชั้นสูงด้านสังคมศาสตร์แห่งปารีส, ประธานสมาคมสังคมวิทยานานาชาติ, ผู้อำนวยการศูนย์เฟอร์นันด์ บรอเดลเพื่อการศึกษาเศรษฐศาสตร์ ในปี 2546 สมาคมสังคมวิทยาอเมริกันได้มอบรางวัลนักวิชาการที่ผลิตผลงานดีเด่น (the Career of Distinguished Scholarship Award) ให้แก่วอลเลอร์สไตน์
Thomas Wallgren - ศาสตราจารย์ โทมัส วอลล์เกร็น
หัวหน้าภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ นักปรัชญาและนักกิจกรรมเพื่อสังคม เขายังเป็นประธานสถาบันเครือข่ายเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยทั่วโลก
Michael Watts - ศาสตราจารย์ ไมเคิล วัทส์
อดีตผู้อำนวยการสถาบันการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบอร์คลีย์ , ศูนย์แอฟริกันศึกษา, โครงการนักวิจัยสันติภาพของโรตารี, และโครงการศึกษาด้านการพัฒนา
Thongchai Winichakul - ศาสตราจารย์ ธงชัย วินิจจะกูล
แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน เขาสนใจประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย หนังสือของธงชัย
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












เกลียดพวกทุรยศ
นักวิชาการต่างประเทศ มาเสือกอะไรกับกิจการภายในของประเทศไทยด้วย ประเทศเราก็ไม่เคยยุ่งเกียวกิจการภายในของประเทศมันเลย เพราะมันมีคนไทยใจทุรยศ ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ถึงได้เป็นแบบนี้
เอางี้แล้วกัน
เอางี้แล้วกัน ให้นักวิชาการคุยกันเองให้จบก่อน แล้วค่อยเสนอเป็นมติออกมา
ตอนนี้มี 50 คน ถือว่าเป็นส่วนน้อยของโลก...เอานักวิชาการของไทยก็มากกว่า เป็นพันๆเท่า เช่น สุรพล ธีรยุทธ สมบัติ ประเวศ ฯลฯ คนเหล่านี้ เป็นศาตราจารย์ตั้งเยอะ ยังไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกเลย
............
คือว่านักวิชาการก็ควรคุยกับอารยชน หรือเสนอต่อวิญญูชน ไม่ควรเสนอความคิดทางวิชาการต่อทุรชน
...........
ดา
`ความคิดเห็นที่ 1 คุณเป็นใครมาจากไหน คุณวุฒิปรากฎระดับท่านเหล่านี้คงไม่มี ทั้งชาตินี้และชาติไหน คิดอะไรไม่ออกก็อย่ามายุ่งกับกิจการภายในของกรู เหมือนเป็นสูตรท่องเลยเนอะ ถูกใครล้างสมองที่มีอยู่น้อยนิดมาล่ะ ยุคนี้มันโลกาภิวัฒน์แล้ว มัวไปทำโง่ที่ไหนอยู่
eve
เหมือนบ้านๆนึง ตบตีด่าทอลูกหลานจนคนทั่วไปข้างบ้านเขาทนไม่ได้
เขาก็ต้องมาเคาะประตูบ้านถามไถ่ดู จะไปว่าชาวบ้านเขาก็ไม่ถูกนะ
เพราะเราอยู่ในสังคมโลกอ่ะ
รู้รู้อยู่
มันน่าขายหน้าชะมัดที่มีกฎหมายด้อยพัฒนาอยู่ในโลกนี้
มันก็น่าอับอายอีกนั่นแหละ ที่นักวิชาการไทย มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ปล่อยให้มีกฎหมายเต่าล้านปี จนนักวิชาการต่างชาติเขาทนไม่ไหว
ขอร้อง อย่าเอาคนอย่างสุรพล ธีรยุทธ สมบัติ ประเวศ ฯลฯ มาอ้างเลย พวกนี้มันนักวิชาการที่ไหนกัน มันก็แค่สุนัขรับใช้เผด็จการศักดินา ก็แค่นั้น
หวังดี
รังแต่จะทำลายตัวเองทั้งนั้นถ้าตราบใดที่แตะต้องไม่ได้ มนุษย์เดินดินไม่มีอะไรดี100%
ตราบใดที่ยังอาศัยฝากปากฝากท้องไว้กับเงินภาษีผู้ยากไร้ โลกาภิวัฒน์ยุคนี้ต้องพยายาม
ปรับตัวให้เข้ากับมัน อย่าดื้อด้าน อย่าหาประโยชน์ อย่าทำลายนักการเมืองที่ตัวไม่ชอบหยุดได้แล้ว ไม่ใช่ให้ไอ้เต๊กแหกปากอยู่ตัวเดียวว่ามันนี่แหละคือคนดูแลรักหวงแหน พอทีไอ้เลว
มันนี่แหละคือตัวทำลายทุกอย่างในประเทศนี้ หรือใครจะเชื่อน้ำลายเน่าฯของไอ้ตัวนี้ไอ้หน้าขี้โกงมันโกงด้วยสันดานล้มละลายคราวนี้มึงเจอกูแน่ไอ้เต๊ก!?
ก็อย่าได้
????.
ลูกหลานบ้านนี้ไม่ไหวจริงๆ
ยุแหย่คนในบ้านให้ทะเลาะกันยังไม่พอ
ยังไส่ร้ายคนในบ้าน ให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดอีก
มันน่าตีก้นจริงๆ
gout
คห.2
เพื่อความชัดเจนก็ขอเรียกร้องนายธีรยุทธ นายสุรพล นายสมบัติ นายคมสัน นายอะไรต่ออะไร รวมทั้ง นายเสน่ห์ แห่งสิทธิมนุษยชน
ทำ จ.ม เปิดผนึก ไป แก้ข้อกล่าวหา
แจกแจงว่า ทำไม ต้องการให้มี ก.ม หมิ่น เพื่อ พวก นักวิชาการข้างนอก จะเข้าใจ ก.ม และ เพื่อ ประกาศให้ ชาวโลกรู้กันชัดเจนเลยว่า
เมืองไทย ไม่ต้องการให้ โลกยุ่งเกี่ยว สิทธิ เสรีภาพในการวิจารณ์ สถาบันกษัตริย์
คนไทย จะอยู่ อย่างนี้ ไม่สนใจว่า คนข้างนอก จะมองอย่างไร
รวมทั้งท่านนักวิชาการที่เอ่ยนามเป็น ตัวอย่างข้างต้น กรุณา แก้ข้อ ครหาของสื่อต่างชาติ ให้ชัดเจน ว่า ความจริงคือเช่นไร
ขอ ให้ นักวิชาการไทย โปรด แสดงตัว ปกป้องสถาบันด้วย
ว ณ ปากนัง
*จริงใจไม่ชั่วช้าไม่สามานย์
ใจต่อต้านรัฐประหารมารกำแหง
ใจประชาธิปไตยใจสีแดง
ใจไม่แล้งหัวใจใฝ่เสรี
*คนในบ้านจะประหารผลาญชีวิต
ใจไร้สิทธิ์เรียกร้องต้องบินหนี
ใจไม่ใช่ทุรชนใจคนดี
ใจยังมีปากไว้ให้พูดจา
แดง
สี่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้มีอย่างเดียวที่ผู้คนต้องการอยากได้คือ" ประชาธิปไตย" "ความยุติธรรม"
นอกนั้นไม่มี ใครที่ยังหลง?ว่าตัวศักดิ์สิทธิ์มีคนกราบกรานแทบเท้านั่นคือสี่งที่คนโรณปลูกฝังกันมา แต่ถ้าสี่งนั้นมีปฎิกริยาต่อความรู้สึกของปชช.ขอบอกว่าเขาจะคิดได้คิดเป็น มันถึงได้มีปฎิกริยาอยู่ในขณะนี้ ไม่รู้ว่าจะเอาคุกที่ไหนใส่นักโทษหมิ่นเพราะมันจะเพิ่มเรื่อยฯฯแม้จะใช้เงินสักกี่ล้านไล่ล่ามันก็ไม่มีประโยชน์เสียเงินเปล่ารังแต่จะทำให้เกิดช่องว่างกว้างขึ้นฯฯแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาไล่มาจับ ยี่งรัฐบาลเด็กทารก!!ทั้ง2ยี่งทำงานไม่เป็นไล่ล่านายกทักษิณไปมาเดี๋ยวก็หกล้มปากแตกเรียกหาแม่!!! หาแม่!! ท่านวีระยี่งหัวเราะชอบใจ
BigMc
........
ด้วยความเคารพครับ
ยื่นให้ไอ้หุ่นเชิด..แม้จะเป็นตามขั้นตอน
แต่ผมเกรงว่า เรื่องนี้คงหายไปกับสายลม
อยากให้ท่านผู้รู้หาวิธี ที่จะทำเรื่องนี้มีผลเป็นรูปธรรม ในกำหนดระยะเวลาครับ
...............
middle
เขาเสนอให้ปฏิรูป ไม่ใช่ยกเลิก อ่าน ฟังดีๆนะครับ ข้อดีคือการได้ปกป้องสถาบันฯอย่างยั่งยืนด้วยซ้ำ คนสายกลางส่วนใหญ่อยากอนุรักษ์สิ่งๆเก่าๆที่ดีๆไว้เสมอหละ ไม่ว่ายุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง แต่ถ้ามีอะไรมัน extreme ขึ้นมา แนวโน้มที่นักวิชาการทั่วโลกจะสัมผัสได้มันคล้ายๆกัน อะไรที่มันเกินพอดี จะดำรงอยุ่ลำบากอ่ะ
ม.น.
เอาปัญหานี้มาตัดสินและเอาแพ้ชนะกัน โดยเฉพาะฝ่ายที่ตนไม่ชอบ ก็ว่าเขาไม่ดี
เหมือนเราอ้างว่าตัวเองรักพ่อรักแม่เท่ากัน แล้วใส่ความว่าคนนั้นไม่รักพ่อ คนนั้น ไม่รักแม่ แล้วก็มาค้นหาความจริงว่าใครรัก ใครไม่รัก ฟ้องร้องกันว่า คนนั้นไม่รัก ฉันรักกว่ามากกว่าคนนั้น คนนั้นรักนิดเดียว ฉันรักมากที่สุด แล้วเถียงกัน ฟ้องกัน ว่าคนนั้นไม่รัก
ไม่สมควรมาเถียงกันว่าฉันรักมากกว่าเธอ เหมือนนิยาย บอกแล้วไงว่าอย่าเอาจุดจงรักภักดีมาอ้างกันว่า ฉันมีมากกว่า คุณมีน้อย น่าจะยกไว้ ...ไม่กล่าวถึง สมควรยุติได้
ละลิ่ว
ไม่มีกฎหมายใดที่ยืนยงและเหมาะสมกับทุกยุคทุกสมัย ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เป็นไปรวมถึงแนวโน้มของพฤติกรรมของสังคมโลกด้วย นักวิชาการต่างประเทศเขาคงไม่อาจเอื้อมให้เราเลิกกฎหมายนั่นนี่โน่นหรอก แล้วนักวิชาการไทยเล่ามีความเห็นยังไงกันบ้าง อย่าคอยจังหวัดออกมาพูดตอนเพราะสถานการณ์อำนวยให้เกาะแสไปกับเขาเท่านั้นนะ ไม่งั้นก็อย่าเป็นนักวิชาการเลยเพราะไม่น้ำยา ไม่มีคุณค่าสำหรับสังคมไทยแล้วพวกนี้เป็นได้แค่นักวิชาพิการแค่เรื่องตุลาการวิบัติที่เกิดขึ้นในบ้านเราตอนนี้ นักวิชการพิการไทยยังแบ๊ะๆ เอาไว้พวกเขาโดนตุลาการวิบัติตัดสินเข้าสักคดีจะร้องไม่ออก
เบื่อเซ็ง
ถ้าว่ากันตามจริง ก็ไม่น่าจะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของภายในประเทศอื่น แต่ถ้านักวิชาการที่มีแนวร่วมเดียวกันเ็ป็นคนไทยอยู่บ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าจะยุ่งเกี่ยวกันได้
ถ้าพูดถึงกรณีความจงรักภักดี คนไทยทุกคนมีเหมือนกัน และน่าจะไม่แตกต่างกัน แต่การนำกฎหมายแบบนี้ไปเที่ยวกล่าวหาว่าคนนั้นพูดอย่างนั้นถือว่าเป็นการหมิ่นฯ คนนี้พูดอย่างนี้ถือว่าไม่จงรักภักดี (โดยบางทีไม่มีคำวินิจฉัยจากศาลในระบบยุติธรรม เป็นการตั้งศาลเตี้ยตัดสินกันเองเอง) จนกลายเป็น "เครื่องมือ" ในการทำลายคนอื่นแบบจงใจ ก็ถือว่า "เจตนา" ใช้กฎหมายแบบนี้ไปในทางที่ไม่สมควร เพราะความจงรักภักดี เป็นเรื่องละเอียดอ่อน พูดอย่างไรถือว่าไม่จงรักภักดี แล้วพูดพล่ามว่าจงรักภักดีทุกวัน ถือว่าเป็นความจงรักภักดีโดยจริงใจหรือไม่ อันนี้ไม่น่าจะวัดกันได้
การที่สร้างกำแพงปกป้องกฎหมายแบบนี้ โดยไม่ดูเหตุดูผล แล้วปล่อยให้เป็นเครื่องมือในการทำมาหากินของใครบางคนอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อสถาบันที่คนไทยเคารพก็ได้
เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง
จุดเริ่มต้นของพัฒนาการของสังคมไทย
ความยุติธรรม เป็นเรื่องของสากลครับพี่น้อง
ถูกต้องแล้วที่ต้องช่วยกันสร้างสังคมที่ยุติธรรมอันเป้นสิ่งสากล
สมชาย
นักวิชาการบ้านเรา ไม่น่าไปเสียเวลากับการหาความร่วมมือจากนักวิชาการต่างชาติ
ไม่น่าจะมีอะไรคืบหน้าได้หรอก พวกเผด็จการน่ะ เรื่องถูกด่าเขาคงไม่กลัว ไม่มีใครกล้าเข้ามาด่ามันในประเทศอยู่แล้วนี่
เอาเวลาไปปรึกษากับพวกแกนนำโจรใต้ดีกว่ามั้ง เผื่อจะได้ไอเดียก่อสงครามกลางเมือง
อย่าคุยกับพวกมะแร่งเลย
จับอาวุธดีกว่า ใครชนะก็เอาไป
ศิลา
พรรคประชาธิปัตย์น่่าจะรีบแก้ ก.ม.นี้ให้เพิ่มโทษหนักขึ้นอีกสักหลายเท่า ดังที่นายพีรพันธุ์เคยแสดงความคิดเห็นไว้ แล้วความเจริญจะมีโอกาสมาเยือนประเทศไทยในเร็ววันแน่เลย.
fffffffffk
Some Thais!! shit them self already!! ( 50 people lots of country!! ) Do Thais know! they already sent this news to around the world!! Thailand will be famous again!!
คนไต
เอาไปตัดหัวเลย ปรับโทษซะมันจะได้ไม่กล้าวิจารณ์ สถาบัน พรรคแมลงสาบ ใครดูหมิ่นมาร์คเท่ากับหมิ่นชวน ให้ได้รับโทษประหารให้ตายเสีย อิๆ บักหำ
ผู้กองเก่า
เสนอ.....ปิดประเทศ ทำแบบ พม่า เลยดีกว่าครับท่าน
ใครไม่เห็นด้วย....ก็ฝังให้หมด แบบ เขมร(แดง)
หรือ จะใช้ ระบบ ฮิตเลอร์ ฆ่าล้างบางกันไปเลย
จะได้เหลือ แต่ไอ้ที่ความเห็นเดียวกัน...จะได้ไม่ต้องมาคอย...กัดกัน...
เบื่อ....อ้างกันไป อ้างกันมา.....
ว่า......กู ก็รัก มึง ก็รัก....(สถาบัน)
จริงแล้ว...กูว่า...พวกมึงๆท่านๆ ทั้งหลาย รักตัวเอง(กะพวกพ้อง) หลงในอำนาจ(อยากเก็บไว้ให้นานที่สุด) ชอบมีความสุข บนความทุกข์ของประชาชน(ก็ ประชาชนเป็นเพียงเศษธุลี)
thepostman
คห 8 ชอบข้อเสนอคุณมาก เยี่ยม จริงๆ
k2h
Freedom of speech is a sine qua non of DEMOCRACY!!
อิอิอิ กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆ
อิอิอิ ยังงี้ภาษาไทยเขาเรียกว่าเสือกนี่หว่า มันรู้จักอะไรกับๆเมืองไทยดีพอที่จะออกความเห็นหรือเปล่า โดนไอ้ใจหลอกอีกนั่นแหละว๊า เดี๋ยวก็ออกมาโวยวายเหมือนพวกเที่ยงคืนอีกนั่นแหละ กร๊ากกก กั่กกกกๆๆๆๆๆๆๆ
บางกอก
อ้า....ผมขอถามหน่อยเถิด แล้วนักวิชาการไทยที่ลงชื่อไว้แต่เดิม มาขอถอนไปกี่ชื่อแล้วครับ..
จำไว้ด้วย
ธีรยุธ สุรพล ปริญญา คือ celeb ไม่ใช่นักวิชาการ
หน้าที่ของคนพวกนี้คือเป็นเอเย่นต์ขายอุดมการณ์คุณธรรมที่กินไม่ได้
สายสมร
ความรักเกิดจากความศรัทธา ความศรัทธาเกิดได้เพราะความดี ความรักจากจิตใต้สำนึกยั่งยืนกว่าความรักที่ถูกบีบบังคับ
เหลืองระยำ
อย่าให้คนชั่วใช้กฎหมายนี้ย่ำยี ใส่ร้ายป้ายสี และทำลายคนอื่นเลย เลิกเถอะกฎหมายที่ด้อยพัฒนา เพราะพระองค์ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งของใคร ทรงเป็นที่เทิดทูนของคน ทุกวันนี้มีแต่พวกระยำบางจำพวกชอบใส่เสื้อเหลืองแล้วไปทำชั่ว ทำบาปกรรม ใช้กฎหมายนี้ไปทำสิ่งที่สามานย์ ใส่ร้ายป้ายสีคนบริสุทธิ์ ต้องไม่ลืมว่า ศรัทธา อยู่ที่คุณความดีและใจคน จะบังคับไม่ได้ คุณจะให้คนอื่นทุกคนเขาชอบเหมือนคุณก็ประหลาดนะ เลิกเถอะกฎหมายนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป
ผมคือคนไทย
กฎหมายไทย ก็เหมาะกับคนไทย การที่เราจะมีกฎหมายปกป้องสิ่งที่เรารัก หวงแหน และเทอดทูน ทำไมต้องฟังคนนอกด้วย บางอย่างเราก็ต้องมีจุดยืนของเราเอง จำไว้ครับ ประการสำคัญ กฎหมาย มีขั้นตอนการออกไม่ใช่ อยากตรา อยกทำ อยากใช้ก็เอามาใช้ได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้ยังมีผล ใครหน้าไหนก็อย่ามาแตะ เข้าใจ๋
เบื่อพวกคางคก
ให้มันอยุ่กันสบายเกินไปก้เป็นอย่างนี้แหละ ได้คืบเอาศอก ทำเป็นเอาโลกาภิวัฒน์มาอ้างเอานักวิชาการมาอ้างถุย อายชาวโลก ไม่เท่าเทียมชาวโลกอย่ากระเเดะกันนักเลยว๊าเอาน้ำใส่กะโหลกชะโเงาตัวเองบ้าง ถ้าอยุ่แล้วไม่มีความสุขก็ไปเลย ที่ไหนก็ได้ที่คิดว่ามันน่าอยู่ตามไอ้ใจไอ้แม้วไปก้ได้ แนะนำน่ะให้ดีลองไปอยู่พม่าหรือเขมรสัก่ดือนก้ได้น่ะ เพื่อที่อะไรๆมันจะดีขึ้น
ToM UBON
มิอาจออกความเห็น เพราะท่านอยู่ในใจคนทั้งประเทศ
ธรรมศักดิ์
ตุลาการภิวัฒน์ กำลังเผชิญหน้ากับโลกานุวัตร์
พี่ไทยอยากเป็นอารยะ สะท้อนด้วยการรับสิทธิมนุษยชน(เป้นสากล)
สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค คือ หัวใจของระบอบประชาธิปไตย
หากพี่ไทยอยากเป้นอารยะ ก็ต้องรับแนวทางและหัวใจประชาธิปไตยเช่นกัน
ไทยเป้นประเทศราช สิทธิในการเลือกและปฏิบัติเป้นของเราหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่เมื่อไทยแสดงจุดยืนหรือเลือกที่จะยึดแนวทางใดแล้ว ใครในโลกเขาจะคบเราหรือไม่
ประเทศอื่นๆเขาก็เป้นเอกราช มีสิทธิ เสรีภาพ ในการเลือกแนวทางได้เช่นเดียวกับไทย
ตัวอย่างง่ายๆ ตอยคมช. ๑๙ กันยา เกิดอะไรขึ้นจำได้ไหมว่าสหภาพยุโรปเขาแสดงออกและดำเนินการปฏิสัมพันธือย่างไรกับไทย พี่น้อง......
ก็เพราะมัน
เรื่องของเรื่องก็เพราะมัน...โกเต็ก ปรื้อๆๆๆๆๆ
สาธร
คนไทยโดย เฉราะ คน ชั้น สูง เเทบ ไม่ รุ้ เลย ว่า ลํา บาก คือ อะไรสิ่ง ที่เขา ทํา ไป
เป็นการ กตดัน เพือนร่วม โลก โย เฉราะ นาย วิชา ..เขาข้อ..ต้อง อยุ่ ใน สภาพ คน
ที่มี บูญเเต่ โนเเกล้ง จาก พวก ผี สร่างนาง ไม้ โดย ไม่ นึก ถึงลูก เมีย ของ เขามัน
เเค่ การ วาง ยาพิษ ให้ คน ไทย กิน เข้า ไป เเล้ว ก็ มา บอก ว่า เขา กินเอง เช่น ป้า
ดา เเก เป็น หญิง ที่ กล้า พูด ก่าว ทหาร ที่ มี ยศ ใหญ่ คับ ฟ้า ท้า มา คิด กัน เเบบ
คน กล้า ป้า ดา เเน่ ก่าว เเละ กล้า ก่าว เเต่ พวก ที่ คอย จัด การ กับ คนอื่น เอา เข้า
คุก มัน เป็น การ เเสดง เเบบคน เสียง ดัง ก่าว เเรงสุ้ ป้าดา....ไม่ ใด้กล้า เเสดง ออก ก่าว พวก ตุลาการ เสียอีกพวก ตุลา การ คือ พวก ม็อบ ริ่โมด..อยุ่ ดีไม่ ทอง เห็น ว่า การ จับ ข้อ หา หมิ่น คือ การ ทรมาร มนุษย์ ผู้ ไม่ มี ทาง สู้ นี้ หรือ เมืองพูทธ์ ที่เลว ร้ายพวก ชน
ชั้น วิเศษ มี ก็ เเค่ ทําราย พวก คน ไทย ด้วย กัน ขนาด ยัง ไม่ ใด้ พูด สัก คําจับไป
ตัด หัว เวลา บ้าน เมือง อยุ่ ดี กิน ดีเรา ถูก มอง เเค่ ว่า จน ..พวก นก กา..เเต่ เวลา
บ้าน เมือง เดือดร้อน ต้อง สู้ รบ กับ ประเทศ อื่นพวก คน จน มี ค่า หมด เรียก มา เกณ
ทหาร เอา ไป รบ พวก อิสานคือ ไทย เเต่ พอ เสจร็จ สินพวก ชาว นา คือ สุนักเฝ้า
บ้าน นี้ ก็ จะ จัด การ ท่าน จกรภพ ..เพ็ญเเข ด้วย วิธี ลับรม คม ใน เเต่ เรา รู้ เเล้ว
เเผนพวก มือ อยุ่ ข้าง หลัง เหมือน เดิม เเล้ว จะให้ เราไม่ ลุกขึ้น มา ใด้ไงสีเเดงสู้....
ศรีชา
น่ายินดีที่มีนักวิชาการต่างชาติร่วมเข้าชื่อ
สหายโจ
คนชั่วที่ใช้กฎหมายนี้ทำลายฝ่ายตรงข้าม มันมีจำนวนมาก มากจนน่ากลัว
fffffffffk
strongly agree with number 36 100%
กตัญญูชน
ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่
ในที่สุดสรรพสิ่งในโลกนี้
ก็จะตกอยู่ภายใต้กฎอันศักดิ์สิทธิ์นี้คือ
1. สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา
สังขารทั้งปวง
ไม่เที่ยง
(อนิจจัง - อนิจจตา)
2. สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา
สังขารทั้งปวง
คงทนอยู่ไม่ได้
(ทุกขัง- ทุกขตา)
3. สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา
ธรรมทั้งปวง
ไม่เป็นตัวตน
(อนัตตา- อนัตตตา)
ดังนั้นไม่ต้องเร่งเร้า ไม่ต้องรีบร้อน
ไม่ต้องด่าว่า ไม่ต้องทุบตี
ขอให้ล่วงหล่นไปตามกาลเวลา
เราจะได้ชื่อว่าไม่ใช่คนเนรคุณ
triarrows
จริงๆแล้ว มันไม่ได้มีเรื่องมีราวอะไรเลย กับสถาบันกษัตริย์ของไทย หากพล.อ.เปรม ไม่พาไอ้โจรกบฏ พล.อ.สนธิ กับพวก ไปเข้าเฝ้าพระองค์ท่านกลางดึกของคืนวันที่ 19/09/49 ทั้งที่พระองค์ท่านกำลังประชวรอยู่ และแพทย์ก็ต้องการให้พระองค์ท่านได้พักผ่อน
และถ้าไอ้เจ๊กบ้า สนธิ ลิ้มทองกุล กับพวก ไม่เอาสถาบันมาหากิน หลอกคนทั้งประเทศ โดยป้ายสี ใส่ร้าย นายกฯ.ทักษิณ และถ้า พรรคประชาธิปัตย์ จะมีกึ๋นกว่านี้ ไม่ต้องคอยอาศัยสถาบันกษัตริย์ มาทำร้าย ทำลาย นักการเมือง และพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม
เพียงเท่านี้ ก็ไม่มีอะไร ไปกระทบกระเทือน ใต้เบื้องยุคลบาทแล้ว เพราะคนไทยทั้งประเทศ ให้ความเคารพรัก พระองค์ท่านจนหาที่สุดมิได้อยู่แล้ว
และก่อนหน้านั้น นายกฯ.ทักษิณก็ได้ทุ่มเททำงานเฉลิมพระเกียรติ์ พระองค์ท่านครองราชย์นานที่สุดในโลก ลงทุนบินไปเชิญเสด็จราชวงค์ต่างประเทศทั่วโลกด้วยตนเอง จนเป็นที่ปรากฏเลื่องลือไปก้องโลก แต่พอคล้อยหลังงานนั้นเพียงเล็กน้อย ไอ้ทหารหน้าโง่กลุ่มหนึ่ง ก็ก่อการกบฏยึดอำนาจ โดยไม่ใส่ใจว่าปีนั้น เป็นปีเฉลิมพระเกียรติ์ยิ่งใหญ่ กลับทำขายหน้าพระองค์ท่านไปทั่วโลก แขกสำคัญที่มาร่วมในงาน เค้าจะคิดอย่างไร พอคล้อยหลังหน่อยเดียว แม่งกบฏยึดอำนาจกันเสียแล้ว...จึงอยาก.ให้สังคมไทย ช่วยกันพิจารณาให้ถ่องแท้อีกทีว่า ใครกันแน่ ที่ทำลายสถาบันกษัตริย์ไทย ...และเพราะอะไร ?????
เหตุทั้งหมดเกิดจาก
เหตุทั้งหมดเกิดจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาทวงคืนพระราชอำนาจ ประธานองคมนตรีออกมาเรียกร้องให้ทหารเป็นทหารพระราชาไม่ต้องเชื่อฟังรัฐบาลทักษิณในขณะนั้น ต่อมาพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินก็ทำการรัฐประหารโดยอ้างว่าทำเพื่อในหลวงจนเกิดเสียงวิพากวิจารณ์กันไปทั่วโลกจนกระทั่งเกิดเรื่องวีรสตรีน้องโบว์ขึ้น ทั้งหมดนี้ใครก่อ? ใครทำ? เพื่ออะไร? เพื่อทำลายทักษิณเพียงคนเดียว ประเทศฉิบหายวายป่วงช่างมัน ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ถือรูปในหลวงขึ้นท้ายกระบะแล้วเอาปืนไล่ยิงคนกลางกรุงกลางวันแสกๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่หยุด ยังเดินสายทั่วประเทศทั้งทหาร ทั้งพันธมิตร
ประชาธิปัตย์ประกาศเพิ่มโทษหมิ่นฯมากขึ้นอีกเป็นสิบปี อนาถ ประเทศไทย
เข้มแข็ง
ไม่ต้องแก้ เก็บของดีๆๆไว้ให้นานๆๆ จนกว่าโลกแตก
เหลือง
ไอ้พวกนักวิชาการพวกนี้ จะต้องโดนคดีหมิ่นแน่นอน เพราะบังอาจเสนอ ยกเลิก กมหมิ่น
ว ณ ปากนัง
*ขบวนการ ล่าแม่มด ยุคมืดมิด
ระรานสิทธิมนุษยชน สุดทนได้
การไล่ล่า ปลุกเร้า ถึงเผาไฟ
พวกพาลใช้ เพื่ออำนาจ ทางการเมือง
*คอยจับผิด คอยบิดเบือน เจตนา
ลากเข้าหา กฎหมายหมิ่น กินไข้เหลือง
กั้นความคิด ปิดเสรี ที่น่าเคือง
กลัวพลเมือง อิสระ จะวิจารณ์
*สังคมโลก เขาดู เขารู้เรื่อง
ว่าบ้านเมือง เป็นอย่างไร ใครหักหาญ
ทั้งผู้รู้ ผู้แก่กล้า วิชาการ
ยังประสาน เสียงว่า มาท้วงติง
*เสนอให้ ยุติ การไล่ล่า
ปรับปรุงกฎ กติกา น่าเกรงกริ่ง
อย่าใช้เป็น เครื่องประหาร พาลช่วงชิง
เพื่อฆ่าทิ้ง คนคิดต่าง ไปจากตน
*การแสดง ความคิดเห็น ไม่ควรเป็น อาชญากร
ใช่เร่าร้อน ยึดอำนาจ ขาดเหตุผล
ไม่ใช่พวก ยึดทำเนียบ เหยียบปวงชน
ไม่ใช่คน บ้าหลงผิด ปิดสนามบิน
สะท้อน
แม้จะเสนอปฏิรูปกฏหมายหมิ่น...ก็เป็นการหมิ่นเสียแล้ว คนที่ตีความเช่นนี้เป็นการดูหมิ่นชัดแจ้ง และผิดกฏหมายนี้เช่นกัน มีคำอธิบายอยู่ในพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 The King can do no wrong อยู่แล้ว กรุณาหาอ่าน.
Kon Thai
" He can be criticize" that what king said and he can made things happen. But how come we still have "Lese Mejesty Law" widely used everywhere. Or he just said it and did not know what ever happen around him or somebody is running the show on his behalf. If he want it to stop, it can happen right away. Because he still have lot of royalty and trust, for him self. A lot of jigsaw puzzle, too many secrecy, mysterious. Anybody know? Please!!!!
The Other
เคยแต่ กินแฮมเบอร์เกอร์
เพิ่งชิมส้มตำ(ไม่รู้จัก) คิดว่ามันเผ็ดไปหน่อย
เลยบอกว่า เลิกขายเหอะเมนูนี้
แดง
แดงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
Gneisenau
เก็บไว้ชื่นชมเหอะ... กฏหมายนี้น่ะ
อีกไม่กี่ปีก็คงไม่ได้ใช้แล้ว
สะท้อน
#28,#41,#42 คิดอีกอย่าง เพราะมีกฏหมายนี้....คนชั่วจึงเอามาใช้ทำลายผู้อื่นตามที่เห็นๆกันอยู่ และคนที่ปกป้องกฏหมายนี้ก็เรียกว่า ชั่วเช่นกัน ได้ไหมละ?.. กฏหมายนี้มีไว้ให้คนชั่วใช้โดยเฉพาะ คนดีๆเดือดร้อนกันทั่วหน้า บทบาทไอ้หัวหลิม พิจารณาดีๆ ทำให้คนดีสุดสั่นสะเทือนได้ ไม่คิดบ้างหรือ? ก็เพราะมีกฏหมายนี้ คน(ใครก็ตาม)จึงเอาไปใช้ห้ำหั่นผู้อื่น คณะตลก.ตาจึงเป็นต้อ เข้าร่วมกับเขาด้วย เกิดเป็นขบวนการใหญ่โตพันธมิตรกัน เข้าใช้กฏหมายนี้ สุดท้ายก็ทำลายประเทศให้ตกต่ำลงได้ ก็เห็นๆกันอยู่มิใช่หรือ?
ใครก็ไม่รู้
เกี่ยวกับประเด็นนี้โดยภาพกว้าง มันทำให้ผมสงสัยว่าทำไมคนไทยจึงอ่อนไหวเกี่ยวกับการแตะต้องสถาบันมากเหลือเกิน
ที่ผมกำลังคิดอยู่ในตอนนี้คือ ตนไทย สังคมไทย กำลังกลัว กลัวอนาคตที่ตนเองตระหนักรู้อยู๋ลึกๆถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ ในระดับผิวหน้าแล้วเราอาจไม่เห็นความกลัวนี้ชัดนัก แต่เราก็จะเห็นได้จากอาการพยายามยึดเหนี่ยวกันเข้าไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทางฝ่ายข้าราชการ ซึ่งรู้ตัวดีว่าระบบราชการกำลังถูกรุมเร้าจากความเปลี่ยนแปลงของโลกรอบตัวทั้งใกล้และไกล
ดังนั้นการจะพูดจากันในประเด็นนี้ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องเข้าใจเสียก่อนว่าสังคมกำลังกลัว การที่เราจะไปผลักแมวที่กำลังเกาะขอบสระน้ำอยู่ให้ตกลงไปก็จะยิ่งถูกแมวกัดข่วนเอา ทางออกที่น่าจะเป็นไปได้คือ เราอาจจะต้องหาวิธีอุ้มแมวออกมาจากขอบสระน้ำเสียก่อน ก่อนที่จะสอนแมวให้ว่ายน้ำได้
รากหญ้า
ในนามของคนไทยคนหนึ่ง
ขอกราบงามๆแก่นักวิชาการต่างชาติทั้งหลาย
ที่อุตส่าห์ลงนาม เป็นธุระ ช่วยเหลือคนไทยผู้น่าสงสาร
ขอขอบคุณจริงๆที่กรุณาช่วยเรียกร้อง "สิทธิความเป็นคน" ให้กับคนไทย
ในขณะที่คนไทย ไม่สามารถกระทำเองได้
เพราะคนไทย "มีปากเหมือนมีตูด พูดไม่ได้"
ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณอีกครั้ง
thank you... thank you... thank you... thank you very much...
J o r n
บางคน เค้าว่ากันว่าเป็นคนที่ดีน่ายกย่อง
ถึงอย่างงั้นก็ไม่กล้าออกไปนอกบ้าน
ไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับคนภายนอก
กลัวที่จะเจอคำถาม...ไม่ยอมรับความจริง
สุดท้ายก็ดีแต่เก่งแต่ในบ้านตัวเอง
ใครจะเป็นยังไง เค้าก็ไม่สนใจ ลอยตัวตลอด
หน้าด้านหน้าทน ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง
ทั้งที่ตัวเองมีหน้าที่ก็ไม่ทำ ไม่รับผิดชอบอะไร
เอาแต่สร้างภาพ ฉวยโอกาส...พูดอย่างทำอย่าง
ดีแต่พูดสอนคนอื่นหน้าตาเฉย ไร้ยางอาย
ที่กล่าวมานี้...ไม่ได้หมายถึงผู้ใหญ่ท่านไหน
พูดรวมๆ ไม่เจาะจง
Walaya
๑) คห.๑ คห.๒๔ พวกคุณดูประหนึ่งว่าเป็นกลุ่มคนที่เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ก็คงเป็นพวกเดียวกับพวกนักวิชาการชั่วๆในไทยกลุ่มใหญ่ด้วยนั่นแหละ ที่ไม่รู้เรื่องสิทธิของคน ไม่รู้อะไรถูกผิดที่โลกเขายอมรับ วันนี้ไทยอยู่ในสังคมโลก แต่พวกคุณอยากเป็นพม่า แต่พวกพม่าอยากมาอยู่ไทย ในรายชื่อนักวิชาการนั้นให้รวมบวรศักดิ์ วิษณุ เข้าไปด้วย
๒)เรื่องนี้อย่าไปยกความผิดให้อาจารย์ใจแกเลย แกก็เป็นนักวิชาการอิสระคนหนึ่งจริงๆที่เป็นเหยื่อของระบอบอำมาตยาของประเทศตอแหลนี่ คนไทยส่วนใหญ่พวกอำมาตย์มันคิดว่าเป็นเพียงผู้อาศัยเป็นไพร่ที่มีหน้าที่เสียภาษีเท่านั้น
๓)จดหมายถึงอภิสิทธิ์ ฉบับนี้ เป็นเพียงรูปแบบ เพราะเขาเห็นว่าเป็นผู้นำรัฐบาล เสนอกฎหมายได้ เขาคงไม่รู้หรอกว่ามาร์เป็นเพียงผู้นำเด็กๆที่หุ่นเชิดของเทพกับเนวินมัน คนชื่นชมก็มีชวนกับเทพไท ๒ คนเท่านั้น นอกนั้นรอวันโลกาวินาศอย่างเดียว
๔) รู้ไหมว่าความคิดของ ปชป.และขยายความโดยพีระพันธุ์ สาลีฯ มันมีแต่คิดว่าจะเขียนกฎหมายหมิ่นให้แรงขึ้น เข้มขึ้น ลงโทษหนักขึ้น เพราะมันอาศัยสถาบันหากิน หาอำนาจอยู่แล้ว มันดึงฟ้าตำมาทำประโยชน์นานแล้ว ทำมาตั้งแต่สมัย นายควง นายปรีดี ๒๔๘๙ วันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วิธีการเดิม ความคิดเดิมๆ อย่าหวังอะไรกับนักการเมืองพันธ์นี้ต่อไปเลย
๕) ความคิดของนักวิชาการระดับโลกเขาคิดดีแล้ว ชอบแล้ว นักวิชาการพวกนั้นเขาไม่ได้หวังลาภยศอะไร ไม่หวังประโยชน์อะไรจากไทยแน่นอน อย่าไปคิดว่าเขาเสือก พวกโง่เง่าชอบคิดโดยใช้มาตรฐานตัวเอง เขาพลเมืองชั้นนำของหลายปรเทศ ไม่ได้คิดทำลายสถาบันด้วย แต่เขาเสนอเพื่อให้คนไทยอยู่กันได้อย่างสงบสุข ด้วยประชาธิปไตย เวลาของระบอบอำมาตย์ในไทยนั้นหมดไปตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ แล้ว ปัญหาวันนี้ก็เพราะพวกกากเดนที่ยังหลงเหลืออยู่ จะให้ต่างชาติเขาบอก หรือคนไทยจะต้องลุยกันเอง จะเอาแบบญี่ปุ่น แบบจีน ฝรั่งศส หรือเนปาล ไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เผด็จการ ไทยจึงจะไปรอด บ้านเมืองจะวอดวายอยู่แล้ว ตื่นเสียทีเถิด มาร์ค เทพ เนรคุณ เอ๋ย ทำอะไรที่เป็นคุณบ้างก็ได้ อย่ามัวเมาอยู่ในความไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรมต่อไปอีกเลย
เสธ.ดำ
สาเหตุก็อย่างที่ คห 41-42 เล่าสู่กันฟังนั้นแหละ เห็นตามทุกประการ
น้อย โชตินิติธรรม
+++++++หัวใจสีแดง
หัวใจไทเดียวกัน++++++++
๐ทุกสถานการณ์ผ่านแล้วใช่ผ่านเลย
พี่น้องเอยทุกบทเรียนต้องเขียนอ่าน
บทสรุปยุบพรรคฯ.... เปล่งเป็นเพลงกาล
ร่วมประสานเป็น... "มวลชนคนเสื้องแดง"
๐หมายเหตุประเทศไทยในยุคนี้
ความกาลียุคอามาตยาน่าขยะแขยง
"พันธมิตรทราม"ก้าวล้ำนำยุแยง
จึงมวลชน"คนเสื้อแดง" ต้องประกาศ
๐ประกาศก้องร้องหา "ความยุติธรรม"
สาบส่งซ้ำ"อามาตยาธิปไตย" หัวใจทาส
สาบส่งซ้ำ"คนมันชั่ว" เป็นหัวหาด
พรรคลูกทาสชอบลอบกัดนั้นถัดมา
๐"ความยุติธรรม" นั้นมีอยู่ที่ไหน
ไม่จำเป็นที่ใคร ใครต้องถามหา
ในเมื่อ"คนพันธุ์ชั่ว" คอยบัยชา
เขาก็จะบัญชาให้เป็นไป
๐เป็นทุกอย่างที่เขาอยากให้เป็น
ทุกคนเห็นทุกคนรู้อยู่ใช่ใหม
พี่น้องเอยแล้วนิ่งเฉยกันทำไม
มาร่วมใจ"รวมพลังสร้างมวลชน"
๐รวมกลุ่มคนเป้นพลพรรคสมัครสมาน
ใจประสาน"ใจเสื้อแดง" ทุกแห่งหน
"ประชาธิปไตย.... หัวใจคือประชาชน"
อย่าปล่อยคนร้อยเล่ห์กล.... ก่นบัญชา
๐นำความเห็นเป็นปัญหามาประมวล
คัดสรรส่วนความสำคัญแห่งปัญหา
รักประขาธิปไตย... พร้อมใจสร้าง"กติกา"
เป็น"กติกา" ใน... "สาส์นตราประชาชน"
๐สาส์นตราประชาชน...
ของประชาชน โดยประชาชนทุกคนร่วมกันคิด
ร่วมประดิษฐ์ คิด ทำใหม่ไม่สับสน
ลงความเห็นเป็น... "มติมหาชน"
เป็นสากลสนนร่วมความเป็นธรรม
๐ทุกคนไทย หัวใจแกร่งแดงทั้งสิ้น
ทั่วแผ่นดิน... "รักทักษืณ" ทุกถิ่นถ้ำ
"หกสิบล้านดวงใจไทย"...ก้าวนำ
เป็นวีระกรรมประชาธิปไตยใจเดียวก้น
ฯลฯ
น้อย โชตินิติธรรม
+++++++หัวใจสีแดง
หัวใจไทเดียวกัน++++++++
๐ทุกสถานการณ์ผ่านแล้วใช่ผ่านเลย
พี่น้องเอยทุกบทเรียนต้องเขียนอ่าน
บทสรุปยุบพรรคฯ.... เปล่งเป็นเพลงกาล
ร่วมประสานเป็น... "มวลชนคนเสื้องแดง"
๐หมายเหตุประเทศไทยในยุคนี้
ความกาลียุคอามาตยาน่าขยะแขยง
"พันธมิตรทราม"ก้าวล้ำนำยุแยง
จึงมวลชน"คนเสื้อแดง" ต้องประกาศ
๐ประกาศก้องร้องหา "ความยุติธรรม"
สาบส่งซ้ำ"อามาตยาธิปไตย" หัวใจทาส
สาบส่งซ้ำ"คนมันชั่ว" เป็นหัวหาด
พรรคลูกทาสชอบลอบกัดนั้นถัดมา
๐"ความยุติธรรม" นั้นมีอยู่ที่ไหน
ไม่จำเป็นที่ใคร ใครต้องถามหา
ในเมื่อ"คนพันธุ์ชั่ว" คอยบัยชา
เขาก็จะบัญชาให้เป็นไป
๐เป็นทุกอย่างที่เขาอยากให้เป็น
ทุกคนเห็นทุกคนรู้อยู่ใช่ใหม
พี่น้องเอยแล้วนิ่งเฉยกันทำไม
มาร่วมใจ"รวมพลังสร้างมวลชน"
๐รวมกลุ่มคนเป้นพลพรรคสมัครสมาน
ใจประสาน"ใจเสื้อแดง" ทุกแห่งหน
"ประชาธิปไตย.... หัวใจคือประชาชน"
อย่าปล่อยคนร้อยเล่ห์กล.... ก่นบัญชา
๐นำความเห็นเป็นปัญหามาประมวล
คัดสรรส่วนความสำคัญแห่งปัญหา
รักประขาธิปไตย... พร้อมใจสร้าง"กติกา"
เป็น"กติกา" ใน... "สาส์นตราประชาชน"
๐สาส์นตราประชาชน...
ของประชาชน โดยประชาชนทุกคนร่วมกันคิด
ร่วมประดิษฐ์ คิด ทำใหม่ไม่สับสน
ลงความเห็นเป็น... "มติมหาชน"
เป็นสากลสนนร่วมความเป็นธรรม
๐ทุกคนไทย หัวใจแกร่งแดงทั้งสิ้น
ทั่วแผ่นดิน... "รักทักษืณ" ทุกถิ่นถ้ำ
"หกสิบล้านดวงใจไทย"...ก้าวนำ
เป็นวีระกรรมประชาธิปไตยใจเดียวก้น
ฯลฯ
คนสยาม
สมควรยกเลิก ตั้งนานแล้ว เพราะใช้มาตั้งแต่ยุดไดโนเสาร์แล้ว ปัจจุบัน ไดโนเสาร์เหลืออยู่ไม่กี่ตัว ยกเลิกเหอะ
จ้อยร่อย
คคหที่ 1 ครับ
เวลาเขาสรรเสริญเรายังนำมาพูดต่อ
เวลาเขานินทา จะไม่นำมาใคร่ครวญบ้างเลยหรือ เราหลอกกันเอง หลอกตัวเอง มานานหนักหนา
มีคนมาเตือน ไม่ฟัง กลับไปโกรธขึ้งเขา
ไทย ๆ แบบนี้ คนไทยส่วนใหญ่ ไม่เอาด้วยอีกแล้ว
gout
เข้ามาย้ำว่า ของดี ไม่ต้องกลัวคนวิจารณ์
ที่มันยุ่งเหยิง ทุกวันนี้ เพราะ กิเลสไง
ศีล แค่ 5 ยังไม่มี มีแต่ เรื่องฉาวโฉ่
เฉพาะ ข้อ กาเม หนักหนา
ไม่นับความโลภ บวก มุสา หลอกลวง
ผู้คน ส่วนหนึ่ง สิ้นหวัง หมดศรัทธา
ยิ่ง หูเบา โดน ปั่นหัว ก็ ไปกันใหญ่
ประเด็น เรื่องนี้ จึง ขยายไปๆๆๆ
เพราะ บางคน ยังคิดว่า เมืองไทย อยู่ได้ บนลำแข้งของตน
นี่มิใช่ สมัย ที่ใช้ ช้างออกรบ
โลก เขาใช้ ปัญญา ต่อสู้ กันแล้ว
สังคมไพร่ทาส
เห็นด้วยกับดร.ธงชัย วินิจจะกูล ที่ดำเนินการเรื่องนี้
และต้องขอขอบคุณที่นักวิชากการทั่วโลกเข้าร่วมเรียกร้อง
ในเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ ของไทย เพราะกม.ฉบับนี้ล้าหลัง
ปิดปากประชาชน กดหัวประชาชนให้เป็นไพร่ทาสถอยหลังไป
70 กว่าปีก่อน และสามารถเรียกได้ว่า ประเทศนี้เป็นประเทศที่
ปกครองด้วย "มือที่มองไม่เห็น" อย่างแท้จริง
คนมีความรู้ในประเทศนี้ ล้วนเอาตัวรอด ปิดปากตัวเอง ยอมเป็นทาส
เพราะได้ดี ไม่มีนักสู้ผู้กล้าที่ชี้ถูกชี้ผิดให้สังคม โดยเฉพาะพรรค ปชป.
ที่เล่นบทขวาจัดไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งที่มีคนที่มีความรู้มีการศึกษาจาก
ต่างประเทศมากมาย แต่ชอบทำตัวเป็นเศษดิน ไม่ใช้ความรู้ความสามารถ
มาพัฒนาประเทศ แถมยังถนัดเป็นเจ้าขุนมูลนาย กดหัวคนเข้าไว้
ตัวอย่างคือนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมต.ยุติธรรมที่เสนอเพิ่มโทษ
กม.หมิ่นฯจาก 3-15 ปีเป็น 25 ปี
ปล้นอำนาจมา แค่นี้ยังเลวไม่พอใช่ไหม? ปชป.
Bad PAD
อ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไอ้พวกสอพลอ ศักดินา ทรราชย์ ตราชูขี้ฉ้อ
ปัญญา รุ่งทอง
เห็นด้วย กับ คห.41-42
30 อธิการบดี 40 ส.ว. เงียบกริ๊บ
องค์กรสิทธิ ฯ และเหล่า "ขุนนางเอ็นจีโอ"ด้านสิทธิ ฯ แถลงหน่อยสี
องค์กรสื่อ ฯ สภาทนายความ หายหัวไปไหน
ราษฎรอาวุโส(และเครือข่าย)
ปัญญาชนสยาม(และเครือข่าย)
ผู้ดี(จอมปลอม)รัตนโกสินทร์(และเครือข่าย) ว่าไง
น่าอายขายหน้า ชาวโลกจริง ๆ
ขอชื่นชมนักวิชาการระดับโลก ชั้นแนวหน้า ที่กล้า
ฉีกหน้านักวิชาการจอมปลอม
กระชากหน้ากาก ประชาธิปไตยจอมปลอม
แห่งประเทศไทยปลอม ๆ
เกลียดพวกทุรยศ
ความเห็นที่ 3 คุณที่ใช้นามแฝงว่า ดา 124.120.122.ip ผมเป็นคนไทย และผมมีความเห็นว่านักวิชาการเหล่านี้ที่ลงชือ เสือกในกิจการของประเทศไทย ขั้นตอนในการแก้กฎหมายมีระบุไว้ชัดเจนแล้วตามรัฐธรรมนูญ เช่น ประชาชนเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่าห้าหมื่นรายชื่อ หรือให้ สส เป็นผู้เสนอ ฯลฯ คุณไม่ต้องไปเอาชื่อเสียงนักวิชาการเหล่านี้มาอ้างหรอกครับ ผมไม่สนใจหรอก เพราะผมเห็นว่าเสือกในกิจการภายในของประเทศอื่น ถ้าพวกคุณสนับสนุนให้แก้ไข คุณก็ระดมกันร่วมลงชื่อซีครับเพื่อให้แก้ไข แต่พวกคุณทำไม่ได้ต่างหาก จึงยืมมือนักวิชาการต่างประเทศมาทำลายประเทศไทยทางอ้อม ผมไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังในครั้งนี้ แต่ผมขอประนามว่าไอ้คนคนนั้นคือคนทำลายชาติ พวกคุณจะด่าว่าผมอย่างไรก็ได้ จะกล่าวหาว่าโง่ หรือด้วยประการใดก็แล้วแต่ แต่ผมยืนยันว่าผมรักชาติรักแผ่นดินเกิด ผมไม่เคยชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน กฎหมายถ้าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็แก้ไขได้นี่ครับ แต่นี่ไปชักจูงนักวิชาการต่างประเทศมาร่วมลงชื่อ เป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศกันเห็นๆ มีปัญหาภายใน ก็หาทางประนีประนอมแก้ไขกันไปภายในชาติ แต่นี่เสือกไปเอาคนต่างชาติเข้ามาเกี่ยวด้วย ทำแบบนี้เขาเรียกว่า คนจัญไรครับ
ปัญญา รุ่งทอง
เฮ่อ !!!
ยังมี บางคน สติปัญญาทึบ หูตามืดบอด บ้าใบ้ ตลอดกาล
น่าสงสาร น่าสงสาร
ถอนอย่างเดียว
แบบนี้ ... มันต้องถอน
หมอพรทิพย์ และนางโบว์ โธ่รำคาญ จะจัดการ ให้เป็น เช่นไรหรือ
จะให้เป็น วีระสตรี ที่โลกลือ ว่าเขาคือ ผู้กล้าหาญ อย่างชาญชัย
เขียนตำรา สอนเด็ก ว่าเจ๊กลิ้ม สร้างรอยยิ้ม สร้างความดี ที่ยิ่งใหญ่
ยึดทำเนียบ สนามบิน ถิ่นเมืองไทย แล้วจัดให้ เป็นวีระบุรุษ สุดแสนดี
กูจะฉีก ตำราไทย เอาไปทิ้ง มันแอบอิง เอียงข้าง อย่างเต็มที่
ประเทศไทย ของกู ไม่สู้ดี ทำแบบนี้ มันต้องถอน ก่อนจะลาม
แบบนี้มันต้องถอน
อิอิอิ เฮ้อออออออออ..
เอายังงี้ กูจะพูดถึงพ่อแม่ต้นตระกูลของพวกมึงนะ กูเดาเอาว่าพวกมึงส่วนใหญ่คงจะมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นคนจีนอยู่บ้าง เอาเป็นว่านึกถึงไอ้เหลี่ยมเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน เมื่อบรรพบุรุษเหล่านี้อพยพหนีตายเข้ามายังสยามเมื่อเป็นร้อยๆปีมาแล้วนั้น แผ่นดินนี้มีเจ้าของอยู่แล้ว แผ่นดินนี้เป็นของบรรพชนไทย ของพระมหากษัตริย์ไทย และพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นมิตร เอื้อเฟื้อ ให้ที่อยู่ ที่กิน ให้ร่วมในชาติของคนไทย ให้รับราชการ ให้สัญชาติ ถามว่าใครให้ ผู้นั้นก็คือพระเจ้าแผ่นดินไทย ชาวจีนและชาวต่างชาติอื่นๆ จึงมีคำเรียกว่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์จะไม่ต้อนรับพวกอพยพ ก็ได้ ทำแบบโรฮิงยาในสมัยนี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ณ บัดนั้นเป็นต้นมา เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ก็เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ และพวกอพยพก็ได้เป็นหนี้ชีวิต หนี้บุญคุณ ชนิดที่ใช้กันไม่มีวันหมด ใช้กันชั่วลูกชั่วหลานก็ไม่หมด และต้องตะหนักไว้ให้จงดี ลูกหลานผู้อพยพ อย่าเหิมเกริม เราไม่ใช่ไทยแท้ดั้งเดิม เราไม่ได้ร่วมก่อร่างสร้างชาติ เอาชีวิตเลือดเนื้อ เข้าแลก เข้าปกป้องชาติไว้มาแต่เดิม เรามาอาศัยเขา เรามีสิทธิอะไร แม้เจ้าบ้านเขาจะอนุญาต แม้เขาจะให้เราเป็นไทยเช่นเดียวกับเขา แม้กฏหมายจะกำหนด แม้ใครๆจะบอกว่าเรามีสิทธิ แต่บรรพบุรุษผู้อพยพก็ยังสำนึก ยังเจียมตัว และรู้ตัวดี จะไม่ยอมเหิมเกริม จะไม่มีวันเนรคุณเด็ดขาด และจะต้องสั่งสอนลูกหลาน บอกสืบต่อกันมา ให้ระลึกถึงบรรพชนไทยและบุญคุณของแผ่นดินนี้ แม้ลูกหลานจะไม่ได้เป็นหนี้ แต่พ่อแม่บรรพบุรุษเป็นหนี้ ลูกหลานก็ต้องรับมรดกหนี้ หากจะมีการคิดอ่านเปลี่ยนแปลง ยกเลิก ล้มล้างอะไรกันในเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นไทยแต่ดั้งแต่เดิมแล้วไซร้ ก็อย่าบังอาจ อย่าเหิมเกริม ปล่อยให้คนไทยแท้ๆ คนไทยที่สืบเชื้อสายมาแต่ดั้งแต่เดิม เขาคิดอ่านกันเอง เราก้มหน้าก้มตา ทำงานของเราสนองคุณแผ่นดินไปอย่างเดียวดีกว่า จะได้ไม่ต้องแปดเปื้อนด้วยคำว่าคนเนรคุณ ไม่ต้องไปตกนรกหมกไหม้ ชั่วกาลนาน พระเจ้าอยู่หัวทรงสิทธิ์ และสืบต่อราชสมบัติมาโดยถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ทรงเปี่ยมทศพิธราชธรรม บรรพชนของท่านเอาชีวิต เลือดเนื้อ เข้ากอบกู้และปกป้องผืนแผ่นดินนี้ ไว้ให้เรา ได้อยู่อาศัย ได้ทำมาหากิน เราเป็นใคร เขาบอกเราเป็นไทย แล้วต้นตระกูลเราเป็นไทย มาแต่เดิมจริงหรือ อย่าลืมตัว อย่าเนรคุณ คิดให้ดี อิอิอิ
อิอิอิ เฮ้อออออออออ.. พวกนรกเอ๊ย อิอิอิ
อิอิอิ ธงชัย เป็นลูกหลานผู้อพยพหรือเปล่าไม่รู้ แต่คนจีน ยึดถือเรื่องกตัญญูรู้คุณมาก บรรพบุรุษข้างฝ่ายจีนของเรา ต่างก็สำนึกและทำคุณไว้แก่แผ่นดินทั้งสิ้น มีเพียงลูกหลานส่วนน้อยที่คิดเหิมเกริม เราเรียกมันพวกนั้นว่า เจ็กกบถ แม้สังคมคนจีนด้วยกันก็ประนาม การไปเรียน ไปอยู่ในต่างประเทศแล้วรับวิธีคิด ตามแบบฝรั่งมาโดยไม่ไตร่ตรองไม่ดูว่าเขากับเราไม่เหมือนกัน มันอาจจะชักนำให้เรากลายเป็นคนเนรคุณ และเหลิง ลืมตัว อย่าเชื่อฝรั่งให้มากนัก แผ่นดิน อมริกานั้น ได้มาโดยการบุกเข้าปล้นแผ่นดินเขามา แต่เดิม มันเป็นของอินเดียนแดง ดังนั้น ฝรั่งมันย่อมบอกว่าเสมอภาคกันอยู่แล้ว มันพวกโจรด้วยกันทั้งนั้น มันก็ต้องเอาหลักความเสมอภาค มาเป็นหลักป้องกันตัวมันเอง ถ้ามันบุกอเมริกา พ.ศ. นี้นะ พวกมันจะต้องเป็นขี้ข้าอินเดียนแดง เพราะกฏหมายคงไม่อนุญาตให้มันไล่เข่นฆ่าสังหารอินเดียนแดงอย่างในอดีต อิอิ ส่วนของไทย ประวัติศาสตร์ยังไม่เป็นที่ยุติ มีบางคนบอกว่าคนไทยอยู่ที่นี่ มีรกรากแต่ดั้งแต่เดิมอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ทำสงครามปลดแอกตัวเองจากขอม และปกป้องผืนดินตัวเองมายาวนานนับพันๆปีมาแล้ว แต่ฝรั่งมาแต่งประวัติศาสตร์ให้ใหม่ว่า อพยพ มาจากเทือกเขาอัลไต นับวันคนที่เชื่อทฤษฎีอพยพมาจากเมืองจีน มีน้อยตัวลงไปทุกที แต่จะยังไง ก็ไม่เกี่ยวกับคนเชื้อสายจีน ยังไงๆเราก็อพยพมาอาศัยเขาแน่นอน อิอิอิ
อิอิอิ กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆ
เรื่องความกตัญญูรู้คุณนี้ พวกมึงอาจจะแปลกใจ มันไม่มีในตำราเรียน ไม่มีในกฏหมาย ไม่มีในวงวิชาการ แต่มันมีและเป็นส่วนสำคัญเสียด้วย มีอยู่ในความเป็นคน เขาไม่เอามาพูดไม่เอามาบอกกล่าวกันหรอก เพราะแต่ละคนต้องตะหนักกันเอาเอง มันจึงจะสะท้อนคุณภาพของตัวตนของคนๆนั้นได้ ยกตัวอย่าง ถ้าพวกมึงอดข้าวจะตายแล้วมาขอข้าวกูกิน พอได้ข้าวได้น้ำ มีแรงแล้ว ก็ลุกขึ้นมาปล้นบ้านกู มันก็เป็นเรื่องของมึง กูทำหน้าที่กู กูมีมนุษยธรรม มึงคนชั่ว คนเนรคุณก็เรื่องของมึง หรือกลับกัน ถ้ากูไปตกรถตกราที่ไหน มึงเห็นแล้วสงสาร เลี้ยงข้าวกู ออกค่ารถให้กู กูก็จะเก็บไว้ในความทรงจำและจะหาทางตอบแทน กูจะไม่ลืม และจะไม่คิดร้ายกับมึงเด็ดขาด มันก็เป็นเรื่องของกู กูก็เป็นคนที่เรียกว่ามีความกตัญญู กูอาจจะไม่รับรู้ก็ได้ ถ้ามึงทวงกู กูก็บอกไม่รู้ไม่ชี้ ไปแจ้งความเอาเอง กฏหมายก็ทำอะไรกูไม่ได้ ไม่มีบันทึกหรือหลักฐานอะไร ไม่มีใครทำอะไรกูได้ มึงก็ทำไม่ได้ กูจะคิดหาทางแก้ตัวไปต่างๆนาๆ อะไรก็ได้ กูจะว่ามึงต้องช่วยเพราะเป็นหน้าที่ของมึงก็ได้ กูจะว่า มึงอาจจะแอบวางยากูก็ได้ กูจะคิดว่าเป็นเวรกรรมของมึงก็ได้ กูจะว่าเป็นสิทธิของกูก็ได้ แต่กูก็รู้อยู่แก่ใจตนเองดีว่า กูเป็นคนเช่นไร คนมันจะเนรคุณเสียอย่าง ส่วนสาเหตุที่จะทำให้คนเราเป็นคนเนรคุณนั้น กูดูๆไปก็เห็นแต่เพียงสองสาเหตุเท่านั้น คือโง่ หรือเรียกว่าขาดสำนึก ก็ได้ กับอีกประการ คือเลว แต่จะเพราะสาเหตุอะไร ก็ไม่เข้าท่าและนำความเดือดร้อนมาให้ทั้งสิ้น คนเนรคุณนั้น พระเจ้าท่านจัดที่ทางไว้ให้อยู่ รอไว้แล้ว ใครอยากจะเป็นคนแบบไหน หรืออยากไปอยู่ที่แบบไหน ก็เลือกเอา นี่เตือนด้วยหวังดีจริงๆ อย่าอคติกันอยู่เลย อิอิอิ กร๊ากกกก กั่กกๆๆๆๆๆ
+
ขออย่าให้คำทำนายแต่โบราณ ว่าไม่มี เป็นความจริงเลย
ddd
นักวิชาการเหล่านั้นเคยทำประโยชน์อะไรให้เมืองไทย ??
นักวิชาการพวกนั้นเข้าใจสภาพสังคม วัฒนธรรมไทย ดีเพียงไร ??
นักวิชาการกลุ่มนั้น อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายไทยหรือไม่ ??
นักวิชาการเหล่านั้น เข้าใจไหมว่า ตนเองเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งของคนเลวบางคนที่ต้องการผลทางการเมืองจากเรื่องนี้ ??
สุดท้าย
นักวิชาการเหล่านั้นไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่พี่น้องเรา ไม่เคยมาบ้านเรา ไม่เคยมาหาน้ำให้เรา ไม่เคยบริจาคเงินให้คนประเทศเรา ไม่เคยช่วยเหลือเวลาเราน้ำท่วม ไม่เคยมาสร้างบ้านให้เด็กไทยที่ไม่มีพ่อแม่ ไม่เคยพาหมอไปรักษาประชาชนไทยในที่ห่างไกล ฯลฯ
ไม่รู้จะเชื่อมันทำขี้เกลืออะไร
ราษฎรชั้นผู้น้อย
เรื่องของคนไทย คนต่างประเทศไม่ควรมายุ่ง
คนต่างประเทศอาจเสนอความเห็นทั่วๆไปได้ แต่ไม่ควรเสนอโดยตรงเหมือนกับมาบีบกัน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พวกฝรั่งชอบทำกันนัก มันเห็นว่าเราเป็นคนโง่ๆ ไม่มีความรู้ ไม่มีวัฒนธรรม ต้องฟังแต่ฝรั่งเท่านั้นจึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนฉลาด เป็นผู้เจริญ
มองเห็นกันไหมว่าประเทศตะวันตกของฝรั่งมันมีปัญหากันแค่ไหน
ถ้าจะสนใจนะ ธงชัย วินิจจะกูล หรือนักวิชาการที่อ้างชื่ออ้างความรู้อ้างความสามารถกันยาวเหยียดทั้งหลายนั่น ไปสนใจเรียกร้องให้จัดการกับคนที่ต้องรับผิดชอบในการฆ่าตัดตอนคนไทยช่วงสมัยที่ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกเถอะ นั่นแหละมันผิดต่อมโนธรรมของมนุษยชาติ แต่คุณกับเงียบกริบ ก็นั่นแหละนะ ฝรั่งมันก็คือฝรั่งวันยังค่ำ อย่างกรณีเขาพระวิหาร ไทยกับกัมพูชาต้องมาถกเถียงกันเพราะอะไร ไม่มีใครพูดถึงฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตัวการของปัญหาทั้งหลายเลย ฝรั่งเศสใช่ไหมที่เขียนแผนที่?
อยากจะบอกฝรั่งที่อ่านภาษาไทยได้ว่า อย่ามาอวดรู้อวดเก่งในเรื่องของคนอื่นเลย ถ้าคุณรักและเป็นห่วงเมืองไทยจริงๆ คุณไม่ควรทำอย่างนี้
สงสัยเป็นหิดหิดหิด ติดปาก
อ้ายหิดหิดหิด ก๊าบก๊าบก๊าบ กับเลวเลวเลว ไม่ฟังอยู่แล้ว เพราะเข้ามาเพื่อป่วนอย่างเดียว
ต้นเหตุมาจากพวกนี้จริงๆ
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 41-42 ครับ
สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น
คนที่เห็นว่าจงรักภักดีนั้น แท้จริงอาจจะเป็นคนที่จาบจ้วงพระองค์ได้เลวที่สุดก็ได้
อิอิอิ กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆ
อิอิอิ เป็นอะไรไปเหรอ ไอ้ คห 75 กูแค่สะกิดต่อมจิตสำนึกมึงนิดๆหน่อยๆ โดนใจดำล่ะสิท่า ทำมาอ้อมๆ แอ้มๆ ดื้อรั้นไปด้านๆ ทำผิดก็ยอมรับผิดซะเถอะวะ อย่าดันทุรังต่อไปเลย จะทำให้ตัวเองกลายเป็นคนชั่วช้าเลวทรามหนักเข้าไปอีก เสียชาติเกิดไปเปล่าๆปลี้ๆ แค่นี้ก็เลวจะแย่อยู่แล้วยังไม่สำนึก อย่าให้กูต้องแจงกันจนสิ้นทรากเลย หัดไปคิดเอาเองมั่ง เผื่อจะได่ช่วยเป็นการไถ่บาปให้พวกมึงได้บ้าง การสำนึกตนเองได้น่ะเป็นสิ่งที่ดี ดูอย่างพระเทวทัต แม้จะอย่างไร ท้ายที่สุดก็ยังมีความสำนึกตนได้ และในที่สุด ก็จะพ้นทุกข์ได้เข้าสู่พระนิพพาน ได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้รับพุทธพยากรณ์ไว้แล้ว อิอิอิ
((เห็นด้วยลูกบ้านช่อง))
เห็นด้วย กับ คห.41-42 และ คห 65
30 อธิการบดี 40 ส.ว. เงียบกริ๊บ
องค์กรสิทธิ ฯ และเหล่า "ขุนนางเอ็นจีโอ"ด้านสิทธิ ฯ แถลงหน่อยสี
องค์กรสื่อ ฯ สภาทนายความ หายหัวไปไหน
ราษฎรอาวุโส(และเครือข่าย)
ปัญญาชนสยาม(และเครือข่าย)
ผู้ดี(จอมปลอม)รัตนโกสินทร์(และเครือข่าย) ว่าไง
น่าอายขายหน้า ชาวโลกจริง ๆ
ขอชื่นชมนักวิชาการระดับโลก ชั้นแนวหน้า ที่กล้า
ฉีกหน้านักวิชาการจอมปลอม
กระชากหน้ากาก ประชาธิปไตยจอมปลอม
แห่งประเทศไทยปลอม ๆ
คนไท
1 2 3 4 5 6 7 8 9 0
1 2 3 4 5 6 7 8 9 0
เห็นดังจะจริงตามคำทำนายท่านว่าไว้เป็นแน่ มีลาภก็ต้องมีเสื่อมเป็นของธรรมดา
ใครกันแน่ที่เนรคุณต่อแผ่นดิน เนรคุณต่อความเสียสละของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
คิดให้ดี ไอ้พวกเปรต หูหนวก ตาบอด อ้วนจนเหมือนอึ่งอ่าง คนเขาพูดกันให้แซ่ด ยังไม่รู้ตัวอีก
เพื่อประชนเป็นใหญ่
ปลาที่มัวแต่ว่ายอยู่ในน้ำย่อมไม่เห็นถึงน้ำ หนอนที่จมอยู่กับกองมูลย่อมไม่เห็นถึงมูล
ฉันใด คนเราจมอยู่แต่ในสังคมหนึ่งย่อมไม่เข้าใจถึงสังคมนั้นที่แท้จริง ย่อมไม่เห้นภาพรวมของมัน
ย่อมไม่เห็นในเชิงเปรียบเทียบ อีกทั้งย่อมถูกน้ำและกองมูลนั้นบังตา โฆษณาชวนเชื่อจนไม่เห้นอะไรนอกจากส่วนหนึ่งของน้ำและส่วนหนึ่งของกองมูล
นี่ข้อดีของการมองจากภายนอก ที่ปราศจากอคติ เป้นภาวะวิสัย
ฉันใดฉันนั้น ปตุชนที่จะเขาใจทางโลกใด ย่อมต้องออกมาจากโลกแล้วมองมายังโลก
ไม่ได้ว่าใครแต่พูดในหลักการ 55
โง่แล้วเสือกอวดฉลาด
คห.79 คนไท 58.136.48.ip กูยังไม่เกิดเลยสมัยพระเจ้าตาก กูเลยไม่ไปสามารถด่วนสรุปได้ส่งเดชในเหตุการณ์ที่กูยังไม่เกิด แต่เวลานี้ กูเกิดมาก็เห็นแต่ความดีที่ทำเพื่อประชาราษฎร์ แล้วพวกมึงจะมาปั่นหัว ยกเมฆว่าไม่ดีได้ไง ก็กูเห็นว่าดีนี่หว่า อ้างสมัยพระเจ้าตากไปโน่น มึงเกิดทันหรือไงถึงได้รู้เหตุการณ์กระจ่างนัก แล้วเหตุการณ์สงครามเก้าทัพเป็นไง ใครนำทัพจึงชนะพม่า ทีหลังมึงหาข้อมูลให้รอบด้านก่อนเว้ย กูไม่ได้โง่ดักดานหรอกนะ แต่กูมองทุกมุมใช้สติปัญญาตรองอีกต่างหาก ดูความดีในปัจจุบันด้วย
เอางี้แล้วกัน
เอางี้แล้วกัน มันจะได้ วิไลเลิศ
ช่วยกันเปิด ตูดแม่นาค ปากแดงแจ๋
ช่วยกันบอก ให้พ่อมาก ดากแปแป
ให้ช่วยแก้ รัฐธรรมนูญ จูนกันใหม่
***หน่วงเวลา หาทางตี ผีทักษิณ
เอาให้ดิ้น หนีลงรู รู้ว่าไผ
คนสีเหลือง ด่าเสื้อแดง แจงทั่วไทย
อาจารย์ใจ ไปเมืองนอก วอกคือลิง
**ให้ทหาร และศาลเตี้ย เขี่ยคุกคาม
ให้เทพไท ไล่คำราม ตามอย่างสิงห์
ส่งแป๊ะลิ้ม ไล่ทิ่มเทพ เจ็บจริงๆ
แล้วจับลิง ไปเชือดไก่ ให้มาร์คดู
ธนา
ความเห็นที่ 1และ2 และ25 คงเป็น ทาส และไพร่ มาก่อน จนไม่ลืมหูลืมตา ให้พวกนี้เป็ฯไพร่ต่อไป
ประชาชนไท
หึหึ
ฝ่ายเห็นด้วยกับบทความ
สุภาพเรียบร้อย มีเหตุมีผล
ไม่หยาบคาย ไม่แสดงกำพืด
สำเนียงบอกภาษา กิริยาบอกสกุล
...........................................................
ขอร่วมลงชื่อเรียกร้อง
ด้วยคน
ผมประชาชนเต็มขั้น
รากหญ้าธรรมดาที่แสนจะธรรมดา
5555
ผมไม่งงกับแถลงการณ์.....ที่จะยื่นต่อท่านนายกอภิสิทธิ์สุดหล่อ
แต่ผมงงกับนักวิชาการว่าทำไมถึงยกเครื่องแต่ศาสตราจารย์.... ?
ความจริงไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรหรอกนะครับ แต่แค่สงสัยเท่านั้นเอง
นายน้อย
ประชาธิปไตยในเมื่อคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย ยังเคารพและปกป้องสถาบันที่เขารัก
มันก็น่าจะเป็นสิทธิมิใช่หรือ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เอา ยังไงก็อยู่ไม่ได้หรอก
ความคิดแตกต่างกันได้ แต่ก็ต้องเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย
ไม่ใช่คอยปั่นให้เดือดร้อนกันไม่จบสิ้น หาทางออกไม่เจอ
ประเทศก็แย่ลงไปเรื่อยๆ...
ดช.เฟียม(come back from hell)
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
สรุป :
หาอ่านข่าวนี้จากหนังสือพิมพ์"สื่อแท้"ทุกเล่มในไทย-ไม่มีเลย
คงเป็นเพราะ "ระบอบทักษิณ" แทรกแซงสื่ออีกตามเคยละซิเนี่ย.....
อิอิอิ กร๊ากกกกก กั่กๆๆ (กุ๊กกุ๋ยส์)
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
ปัญญา รุ่งทอง
สื่อ ที่อ้างตัวว่าเป็น "สื่อจริง"
และชอบ กล่าวหา ประชาทรรศน์ และอื่น ๆ ว่าเป็น "สื่อเทียม"
แต่ สื่อเทียม ทำหน้าที่ "เกาะติดข่าว" อย่างตรงไปตรงมา ยิ่งกว่า
พวกที่กล่าวอ้างตนว่าสื่อจริง ซึ่งมักเขียนข่าว บิดเบือน และ มั่วข่าว ตลอด
เช่น กลุ่มเนชั่ว เป็นต้น
อิอิอิ กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆ
อิอิอิ ไอ้คนที่เรียกตัวเองว่าคนไท คห 79 น่ะ มึงอย่าสับสน พระเจ้าตาก เดิมเคยรับราชการอยู่ในสยามประเทศ ยามบ้านเมืองเป็นจราจล พม่ารามัญเข้ามารุกราน ท่านก็ทำหน้าที่ สนองคุณชาติอย่างเต็มกำลังเต็มสติปัญญา สุดท้าย ขับไล่พม่าไปได้ แต่ไม่ทันกาล เชื้อสายเจ้านายพระญาติ พระวงศ์ ก็หมดสิ้นแล้ว ท่านก็จำต้องตกกะไดพลอยโจน ขึ้มมาครองบ้านเมือง ส่วนเหตุการณ์ภายหลังจากนั้น มีหลายกระแส วุ่นวายไปต่างๆนา อาจจะเกี่ยวกับการยอมรับหรืออะไรก้สุดแท้แต่ บางคนก็ร่ำลือกันว่า ท่านอาจจะเบื่อ แล้วทรงสละราชสมบัติ เสด็จออกทรงผนวชที่นครศรีธรรมราช แต่มีการจัดฉาก ทำให้เหมือนบ้านเมืองเกิดกบถ เกิดจราจล จะยังไงก็แล้วแต่เราต่างก็เกิดไม่ทันด้วยกันทั้งสิ้น เราก็จำต้องเอาเท่าที่เรารู้ เราเห็นอย่าไปสู่รู้ เกินกว่าเหตุ จะยังไงพระเจ้าแผ่นดินไทยตอนนี้ก็มีอยู่ประจักษ์แก่สายตาเราอยู่แล้ว อีกทั้งทรงเพียบพร้อมด้วยพระราชจริยวัตร มึงจะไปหาที่ไหนได้อีก อย่าทะลึ่ง เหิมเกริม อย่าฟุ้งซ่าน อย่าจาบจ้วง มึงรู้จริงเหรอว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นสมัยนั้น จริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น แล้วมึงไปเกี่ยวอะไรด้วย จะไปล้างแค้นให้ใครเหรอ นี่แหละที่เขาเรียก คนมันจะเนรคุณมันก็หาเหตุมาได้ต่างๆนาๆ ดูตัวมึงเองดีกว่า ว่าทุกวันนี้น่ะ อาศัยแผ่นดินใครอยู่ ทำอะไรเพื่อตอบแทนคุณท่านบ้าง อย่าไปละเมอตามพวกนรกให้มากนัก อิอิอิ
เจ้ามูมมาม
มันเสือกจริงๆ แล้วโง่ด้วยไม่สมควรกับฐานะรูประดับศาสตราจารย์เลย โดนคนไทยเส็งเคร็งไม่กี่ตัว ปั่นหัวเป้นเครื่องมือ
เอ็งเดือดร้อนอะไรกับคนไทยวะ อยู่โพ้นทะเล รู้อะไรในเมืองไทยสักกะผีกไหม
ทางที่ดีไปเรียกร้องสังคมที่เอ็งอยู่กัน ให้มุ่งมั่นทำดี มีความกตัญญูรู้คุณคน บูชาคนด้วยความดี ไม่ใช่เงิน อย่าหลงรูปมัวเมากลิ่น จากแผนการตลาดที่เนื้อในว่างเปล่า หลงใหลได้ปลื้มกับคนที่เกิดมาจากแผนการตลาดแยบยล สร้างภาพจากจอมโกยผูกขาดสัมปทาน กลายเป็นคนเก่ง วิเศษโคตร ระดับเซียนเทวดา ที่คนบางคนโหยหา ชาตินี้ขาดมันไม่ได้
คนไทย
คห.89 ไปหาข้อมูลพระเจ้าตากมาแล้วหรอ อิอิอิ กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆ
a
ผลงานเอกของปชป.มันไม่ปฎิรูปแน่งบปราบและโฆษณาน่าจะเพิ่มด้วยล้างสมองกันต่อไป
อิอิอิ เฮ้อออออออออ..
เออ คห 92 กูยอมรับแล้วว่ามึงอ่อนประวัติศาสตร์จริงๆ ไม่ได้แกล้งโง่ ที่กูพูดไปน่ะ ความรู้พื้นๆใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องไปค้นไปหาอะไรที่ไหนเลย ทำไมแค่นี่ก็เรียกว่าข้อมูลแล้วเหรอวะ เฮ้อ อ่อนกันจริงจริ๊ง แล้วประเทศชาติ มันจะไปรอดเหรอวะแบบนี้ อจึ๋ยส์ส์.ง...
ลานนา
พระเจ้าตาก รู้ๆๆว่าท่านดีมาก แต่ไอ้หอยพวกนี้มันชอบคิดทะลึ่งแบบโง่ๆ ว่า ทักษินกับตากสิน คนเดียวกันกลับชาติมาเกิดโดยเฉพาะ รักเชียงใหม่51 นี่แมร่ง เอาใหญ่ ทักษินเสวยหลายชาติเหลือเกิน เจ้ากิ้งกือ เจ้ามูมมาม เจ้าตาก โอ้ว สารพัด หลังๆ เริ่มแจกรูปพระเจ้าตากอีกแล้ว หากินกับเจ้าแผ่นดินที่ล่วงลับไปแล้วโดยไม่ได้มาชี้แจงว่า "กรูพระเจ้าตาก พวกควายแดงจงรู้ไว้ ถ้าหากกรูกลับชาติมาเกิดเป็น แม้วท๊ากสิน เพื่อมาโกงชาติ หมิ่นสถาบัน ละก้อกรูขอเกิดเป็น ....ดีกว่า อย่างไอ้ท๊ากสิน มันต้องกบฎรามัญมาเกิดโน่น " ฮาๆๆๆ
เยี่ยมยอด
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ขอบคุณ อ ธงชัย วินิจจะกูล ที่กล้าหาญอย่างยิ่ง
รวมทั้งขอบคุณเสรีชนของโลกทั้งหลายที่ลงนามในจดหมาย
ในสภาพที่คนไทย ไม่อาจส่งเสียงดังๆเพราะมีอันตรายอย่างยิ่งจาก ม.112
เสียงของท่านทั้งหลาย มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อเสรีชนที่อยู่ในประเทศไทย
อ ธงชัย มาถูกทางแล้วครับ (ได้ Noam Chomsky มาช่วยลงชื่อด้วย ทำผมอึ้งเลย)
ในเมื่อ อ ธงชัยได้เริ่มทำสิ่งที่เยี่ยมยอดไว้แล้ว
ขอเสนอดังๆ (แก่ใครก็ตามซึ่งมีความสามารถพอ)ว่าเราน่าจะมี
1.สารคดีที่เกี่ยวข้องในรูปแบบวิดีโอ เผยแพร่ไปทั่วโลก
2.น่าจะมีการจัดตั้งช่องทีวี (อินเทอร์เน็ต)ของเสรีชนไทย ในภาคภาษาอังกฤษ
เสรีภาพจงเจริญ
ความจริงวันนี้
พระราชดำรัสเมื่อ ๔ ธค. ๒๕๔๘.....ความจริง The King can do no wrong คือ การดูถูกเดอะคิงอย่างมาก เพราะว่าเดอะคิงทำไม can do no wrong ไม่ได้ do wrong แสดงให้เห็นว่าเดอะคิงไม่ใช่คน แต่เดอะคิงทำ wrong ได้......ฯ" แต่ว่าความจริง ก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกัน แล้วก็ไม่กลัวถ้าใครจะวิจารณ์ว่าทำไม่ดีตรงนั้น ๆ จะได้รู้ เพราะว่าถ้าบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เป็นคน ไปเปิดอ่านได้ที่http://www.saab-scot.com/board/question.asp?QID=3970
สถาบันกษัตริย์อยู่คู่ประเทศไทยมายาวนานนับพันปี ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าบุคคลที่ได้ชื่อว่าคนไทยทุกคนไม่มีใครต้องการโค่นล้มให้สิ้นไปจากแผ่นดินอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องหาจุดร่วมที่เหมาะสม และอย่าให้พวกมักง่ายอยากโตทางลัด นำไปใช้ประโยชน์ในการทำลายล้างคนดีคนเก่ง เพียงแค่ต้องการให้พ้นเส้นทางเพื่อพวกมันจะได้ไม่มีคู่แข่ง โปรดพิจารณาและช่วยกันต่อต้าน พวกอำมาตย์ที่เกาะบัลลังก์หากินมาอย่างยาวนานให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทย
นน
องค์กรสิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาชาติว่าไงครับ จะนิ่งหรือแสดงความเห็น
น้ำ
..."ใคร" ทำให้ "เสื่อม"
Beau
ทำใจสิคะ....เกิดมาโจน
คนไทยคนที่2
ดีมากธงชัย ทำได้ดี และถูกต้อง
ในปี1852-4 แมททิว ซี เปอรี่ ผู้ซึ่งสืบทอดเชื้อสายมาจากวีระบุรุษชาวสก็อตวิลเลี่ยมวอลเลซที่ฮอลลีหวูดเอาชีวประวัีติมาสร้างเป็นภายยนตร์ เบรฟ ฮาร์ท นักรบชาวสก๊อตผู้ปลดแอกจากอังกฤษ
แมททิวซีเปอรี่ ได้นำกองเรือรบ มาเปิดประตูการค้ากับญี่ปุ่นยุคโชกุนตูกุกาว่า
มันก็คล้ายๆ กับที่พวกต่างชาติจำต้องของสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ในประเทศสยามยุคใกล้ๆนั้น
และทำให้คนในบังคับของฝรั่งเศส อังกฤษ เนเธอร์แลนด์สหรัฐ เยอรมัน9ล9 ต่างก้ขอสิทธิสภาพนอกอาณาเขต กับประเทศสยาม
นี่ก็ใกล้ที่จะคล้ายกัน ไม่แน่ อีกหน่อย พวกประเทศที่พัฒนาแล้วหรืออื่นๆอาจขอสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกับประเทศไทย ถ้าหากยังมีปัญหาเรื่องกฏหมายที่นักปัญญาชนระดับโลกเขาต่างเห็นว่ามัน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และไม่เป็นธรรมรวมทั้งยังละเมิดสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย
การที่ปัญญาชนของประเทศมหาอำนาจของโลกระดับบิ๊กไฟว์หลายชาติ ได้ส่งสัญญาน
มันดีกว่าที่จะให้ เขาส่งสัญญานแบบที่แมทธิวซีเปอรี่ใช้เมื่อ150กว่าปีที่แล้ว
เพราะเทคโนโลยี่ทางด้านการทหารมันต่างกันราวฟ้ากับเหวระหว่างตอแหลแลนด์กับมหาอำนาจ
การที่ปัญญาชนชั้นนำของโลกของประเทศมหาอำนาจ ออกมาเรียกร้อง ต้องถือว่านับเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่เคารพต่อระบอบประชาธิปไตย
The Other
"อภิสิทธิ์"รับไม่ได้ยกเลิก กม.หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ยันต้องมีกลไกคุ้มครอง ชี้ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้
"อภิสิทธิ์"รับไม่ได้ยกเลิกกฎหมายหมิ่น สถาบันเบื้องสูง ระบุต้องมีกลไกคุ้มครอง เพราะอยู่เหนือการเมือง ชี้ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้ -ให้ใครกล่าวโทษก็ได้ ยืนยันต้องผลักดันให้มีการปฏิรูปการเมือง ไม่ให้เกิดความรุนแรงอีก
เมื่อ เวลา 19.00 น. วันที่5 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ปฏิรูปการเมือง" ในงานวันนักข่าวประจำปี 2552 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ตอนหนึ่งว่า สื่อมีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปการเมือง
"ตราบที่ผมยังมีความรับผิดชอบอยู่ตรงนี้ จะทำทุกอย่างให้ไปถึงจุดนั้นให้ได้ ไม่ย้อนกลับไปสู่ความรุนแรง และจะสมานให้ทุกอย่างกลับคืนมาให้ได้ วันนี้ถ้าทำสิ่งนี้สำเร็จ เท่านี้ผมก็พอใจว่าได้ทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่สันติ สงบสุข และกลับเข้าสู่ความมีประชาธิปไตย เพราะผมเชื่อว่า ถ้าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ต่อไปใครก็ทำได้" นายกฯกล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องขอบคุณที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านมีการมาพูดคุยด้วย ส่วนข้างนอกจะเคลื่อนไหวก็มีสิทธิ แม้จะเป็นคู่ขัดแย้ง แต่ก็อยู่ในสภา ยืนยันว่าคงใช้เวลาไม่ให้ถึง 3 ปี เพราะสังคมรอไม่ได้ ส่วนอายุรัฐบาลคงประมาณ 3 ปี หรือเกือบ 3 ปี แต่ถ้าบอกว่า ทำงานเสร็จแล้วรัฐบาลต้องพ้นไป มันไม่ใช่เงื่อนไข ที่ทำอยู่วันนี้ก็เพื่อไม่ให้คนออกมาบนถนนอีก
เมื่อถามว่า นักวิชาการต่างชาติเรียกร้อง ให้มียกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกันเล็กน้อย ภาษาอังกฤษใช้คำว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่จริงเราไม่ได้มีกฎหมายพิเศษ แต่เรื่องนี้อยู่ในกฎหมายอาญา เป็นกฎหมายความมั่นคงชนิดหนึ่ง และคิดว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายนี้
" เพราะเรามีสถาบันที่เทิดทูนไว้เหนือความขัดแย้ง ถ้าไม่มีกฎหมายนี้แล้วจะมีกลไกอะไรไปคุ้มครองสถาบันจากการละเมิด"
เมื่อถามว่า แสดงว่า พร้อมรับมือสื่อนอก นายกฯกล่าวว่า "ผมรับมาเยอะแล้วครับ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ด้วยความตรงไปตรงมา และยืนยันว่า สิ่งที่ผมคิด ที่พูด เชื่อโดยสุจริตใจ และไม่ได้ฝืนหลักการประชาธิปไตยแน่นอน"
คนไทยคนที่2
.ใครที่ติดตามศึกษาประวัติศาสตร์ของประทศนี้โดยละเอียดย่อมจะพบว่า
กฏหมายนี้ได้ถูกออกมาโดยพวกที่ทำการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลฉีกกฏหมายรัฐธรรมนูญทิ้ง
นั่นเอง ดังที่เราจะสามารถค้นดูได้เกี่ยวกับกฏหมายรัฐธรรมนูญของประเทศนี้รวมทั้งธรรมนูญการปกครอง ที่ออกมาโดยผู้ที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ
อันที่จริงแล้วมันก็มีกฏหมายที่ป้องกันการหมิ่นประมาทอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ยุติธรรมดีอยู่แล้ว
เพราะว่าไม่สามารถนำไปกลั่นแกล้งกันได้อย่างพร่ำเพื่อ เพื่อทำลายล้างฝ่ายที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ว่าจะทั้งทางการเมืองหรืออื่นๆแม้นแต่กระทั่งการแย่งตำแหน่งกันในหน้าที่ทางการงานซึ่งไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง
การวิพากษ์ย่อมไม่ใช่การหมิ่น หรือมิใช่การจงใจหมิ่น
ถ้าหากไม่มีการวิพากษ์ ก็ย่อมไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องได้
ขนาดพระพุทธองค์บรมศาสดา ก็ยังยอมรับฟังคำวิพากษ์
สองมาตรฐาน
กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองมาตรฐาน
1.สำหรับ คนทั่วๆไป คุณวิจารณ์เขาได้
ถ้าสิ่งที่คุณวิจารณ์เป็นเรื่องจริง
และเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม คุณไม่ต้องรับโทษ
ยกตัวอย่างเช่น มีคนคิดกังหันยอดพัฒนาขึ้นมา
คุณสามารถวิจารณ์ได้ ว่ากังหันยอดพัฒนาไม่ดีอย่างไร
2.สำหรับในหลวง ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ถ้าคุณวิจารณ์
แม้จะเป็นเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
คุณก็ต้องติดคุก 3-15 ปี
นี่คือกฎหมายหมิ่นประมาทของไทยที่มีสองมาตรฐาน
คนกลาง
เห็นด้วยกับนักวิชาการต่างประเทศ ถ้าเป็นไปได้ ประเทศไทยเราจะได้ยกระดับเป็นสากลไปซะที
แนะนำ
เชิญอ่านเรื่องที่หาอ่านได้ยาก เกี่ยวกับ นายปรีดี และภรรยา ได้ที่
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?s=5d38f421ca7d12018bad91eea1316ef6&showtopic=25885&st=124&start=124
เอางี้แล้วกัน
ผมว่าเอางี้แล้วกัน
กฎหมายหมิ่นที่มีอยู่ก็เอาไว้อย่างนั้นแหละ เพราะคนเราไปบังคับขืนใจคนที่เขาต้องการเลย
กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้เขาก็ต้องเสียใจ
และพวกเขาก็ย่อมกลัวผลกระทบที่จะตามมาอีกมาก ทำให้บาง้เรื่องที่ปกปิดก็ต้องเปิด ทำให้ไม่มีคนเคารพ ทรัพย์สินเคยได้ ก้ต้องลดน้อยลงอีก...
คนที่ให้ยกเลิกกฎหมายนี้ก็จะทำบาปทำกรรมกับคนที่เขาหากินแบบใช้แรงงานไม่เป็น พวกเขาจำนวนมากหากินแบบใช้สมองในทางการผลิตไม่เป็น คนพวกนี้ก็จะเดือดร้อนไปกันหมด
ดีไม่ดีก็จะเกิดโทสะไล่เข่นฆ่าคนเสื้อแดงที่สอดรู้สอดเห็นไปทุกเรื่อง
เอางี้แล้วกัน
ออกกฎหมายใหม่เสียเลย เพื่อ บังคับคุ้มครองเฉพาะประชาชนไทย ห้ามมิให้ใครดูดูหมิ่นอาฆาดประชาชน ห้ามฟ้องประชาชนไทย เป็น พรบ.ว่าด้วยการคุ้มครองเสรีภาพประชาชน พ.ศ.............
นี่เรียกว่าสมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน
doctorJ
Let me remind some Thai readers here about Prof. Thongchai Winichakul. He was the one of Thammasat student, activist, who in 1976, stood against the brutal right-wing military , trying to protect our democracy with the cost of his freedom and lives of many of his friend activists. I think only a few Thais had this credentials. So please think twice before ranting out something irrelevant. He deserves every right as a Thai to concern about his country.
วรรณ
เหตุผล 4 ประการที่แท้จริงในการยึดอำนาจ
ฉันเคยตั้งข้อสงสัยว่าทำไมนายทหารระดับสูงถึงได้ร่ำรวยกันจนสามารถบริจาคเงินกันทีหนึ่งเป็นล้านๆได้ และทำไมทหารต้องปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลคุณทักษิณ และเหตุผลข้อหนึ่งของการยึดอำนาจก็เกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ซึ่งความจริงน่าจะเป็นเพราะรัฐบาลคุณทักษิณทำให้ทหารเสียผลประโยชน์และไม่พอใจในหลายเรื่องดังนี้ใช่หรือไม่
1.งบกลาโหมถูกตัดทอนลง ทำให้งบลับซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญพลอยลดลงด้วย
2.นโยบายการซื้อขายอาวุธของกองทัพกับต่างประเทศด้วยการแลกเปลี่ยนกับสินค้าทางการเกษตรของไทย ทำให้ลำบากในการหาเศษหาเลยกับการเอาค่าคอมมิชชั่น
3.เรื่องผู้มีอิทธิพล เช่น คิวรถตู้ ที่ทหารมีผลประโยชน์อยู่ถูกปราบปราม
4.การแต่งตั้งนายทหารชั้นสูงที่ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของผู้มีบารมี ทำให้ผู้มีบารมีที่ทหารเคารพโกรธแค้น
จะสังเกตได้ว่าทันทีที่เข้ามายึดอำนาจ ทหารก็เข้ามาแก้ไขเรื่องเหล่านี้หลายเรื่องทันทีโดยไม่มี
เหตุผลที่ฟังขึ้น
pk
กิจการภายในป็นเรื่องของประเทศเรา สภาพการณ์เราคือการปรับตัว ปรับความคิด
ด้านการปกครอง การเมืองภายในประเทศ เป็นเรื่องความคิดไม่ตรงกันเท่านั้น
ไม่ถึงขั้นตรีทูต ขั้นวิกฤติ ที่ คนไทยกลุ่มใดจะชักนำคนต่างชาติเข้ามาแสดงความเห็น
นี่ไม่เรียกว่าเป็นความคิดของพวกหัวก้าวหน้า เรียกว่าโง่จะดีกว่า
คนดี ไม่ท้อแท้
ช่างหัวมันปะไร มันไม่ได้เป็นคนไทยนี่ มายุ่งอะไรกับกฎหมายในบ้านเมืองของเรา
น่ารัก
แล้วต่างชาติมายุ่งอะไรด้วยละ
พวกฝรั่งชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
กฏหมายนี้มีไว้ก้ไม่เห็นจะเป้นอะไร
เราก้อยู่ของเรามานานแล้ว
ดี
นักวิชาการต่างประเทศ มาเสือกอะไรกับกิจการภายในของประเทศไทยด้วย ประเทศเราก็ไม่เคยยุ่งเกียวกิจการภายในของประเทศมันเลย เพราะมันมีคนไทยใจทุรยศ ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ถึงได้เป็นแบบนี้
ผลงานใจอึง ภากร
ใครรู้ถึงขนาดนี้เสื้อแดงอย่างนายใจ อึงภากรทำได้แบบนี้ ถนัดนักแล ทำผิดแล้ววิ่งหนีความผิด สันดานเฮ่ ๆ
กรรมกร
ถึงคุณ ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง ว ณ ปากนัง
ผมอยากให้คุณแต่งบทกลอนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกรรมกร และความล้อมเหลวของรัฐบาลอภิสิทธิ ในเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหววันที่ 8 มีนาคม นี้ ซึ่งเป้นวันสตรีสากล
กรุณาติดต่อไปที่ E mail darksingha@hotmail.com เพื่อดำเนินการต่อไป
ขอบคุณครับ
คนไทย
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 1 นักวิชาการต่างชาติมาเกี่ยวอะไรกับกฎหมายไทย มั่วรึเปล่า คนไทยทั้งประเทศรักและเทิดทูนสถาบัน ถ้าถามความเห็นกับคนไทยทั้งประเทศการมีกฎหมายหมิ่นพระบรมฯไม่เห็นจะทำให้คนไทยเสียอะไรเลย แต่กลับทำให้คนไทยทุกคนคิดว่าเป็นการปกป้องสถาบันที่ตนรักและเทิดทูน กฎหมายหมิ่นฯกลับเป็นเหล็กแหลมคอยทิ่มตำไอ้พวกที่ไม่อยู่ในขอบเขตของตน ทำตัวเองเทียบเคียงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เกิดมาไม่กี่สิบปีโครตเง่ามาจากไหนก็ไม่รู้ แต่มีความคิดที่จะยกเลิก คงจะหวังใช้อำนาจที่อ้างมาจากประชาชนเพื่อประโยชน์ตัวเองอย่างเต็มที่ก็ไม่ว่า สถาบันที่คนไทยทุกคนรักและเทิดทูนแม้จะมีกฎหมายคุ้มครองและมีสิทธิ์เหนือกว่าฯแต่ยังไม่เคยเห็นสถาบันนั้นทำให้เกิดความเดือดร้อนให้เกิดกับพี่น้องคนไทยเลย มีแต่พวกที่ไม่รู้จักขอบเขตของตัวเอง และคอยจะเข้าไปกระทบกับสถาบัน แล้วก็ใช้คำพูด หรือบทความที่ฉ้อฉนให้ร้ายสถาบัน แต่อย่าหวังว่าจะสำเร็จ เพราะคนไทยทุกคนจะยอมพลีเพื่อสถาบันได้ตลอดเวลา
เศรษฐะพงศ์ สมใจ
แผ่นดินพ่อกู พระมหากษัตริย์ของกู ของพ่อกู อย่าเสือก
"ประชาไท" พ่อมึงเป็นไทยหรือเปล่า ไม่อยากอยู่แผ่นดินนี้ไปให้พ้น
เหลี่ยมจัด
ประเทศไทยไปเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติเมื่อไรกัน เอาสมองซีกไหนคิด ตาสว่างได้แล้ว ชอบตกเป็นทาสหรือ ร.5 ท่านประกาศเลิกทาสมาตั้งนานแล้ว แค่บริโภคสิ่งต่างๆก็มากพอแล้วโปรดอย่ากลืนกินจิดวิญญาณ ของความเป็นประเทศไทยอีกต่อไปเลย และถ้าคุณยังเป็นคนไทยโปรดรู้ไว้ว่า ไม่มีประเทศไหนดีกว่าประเทศไทยอีกแล้ว ถ้าไม่อยากเป็นคนไทยก็ได้โปรดถอนสัญชาติไทยไปซะเถอะ จะมาสร้างความแตกแยกให้คนที่รักเมืองไทยทำไม????
786
บรรพมหากษัตริย์ไทยปกปักษ์รักษาแผ่นดินนี้มากว่า 700 ปี ขณะที่โคตรพ่อโคตรแม่ของหลายๆคนที่มีความคิดที่จะปฏิรูป กม.หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยังไม่ได้หอบสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนเลย เมืองไทยทุกวันนี้อยู่ได้เพราะมีศูนย์รวมจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่ ถึงไม่มีสงครามกลางเมือง ไม่มีการฆ่าแบบล้างเผ่าพันธ์ุเหมือนหลายๆประเทศในภูมิภาคนี้
ถึงคห. 109 สงสัยเหมือนกันว่าทำยังไงว่าทักษิณเป็นนายกฯ 5-6 ปีรวยกว่า สี่แสนล้านได้ คนโกงนะโกงมากโกงน้อยชั่วทั้งนั้น แต่โกงจนชาติ SHIP หาย แล้วเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวนะไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรที่เลวกว่าเดียรฉาน
แม่ย่อย
กฏหมายนี้จะช่วยปกป้องพระองค์ท่านเสียด้วยซ้ำ ให้ปลอดจากพวกชาติชั่วนำไปทำลายคนอื่นชึ่งเป็นศัตรูทางการเมือง
แม่ย่อย
คห.122 ไปอยู่ที่ใหนมา คมช.ตั้งคณะหมาหมู่มารุมกัดทักษิณถึง 2 ปีได้แค่ข้อหาเดียวคือผิดจริยธรรม เมียซื้อที่ดินไม่ผิด กองทุนฟื้นฟูผู้ขายไม่ผิด แต่ผัวเซ็นต์ยินยอมในฐานะคู่สมรสผิดแต่เพียงผู้เดียว ผิดจริยธรรมเสือกบอกคดีอาญา ไอ้พวกนั้นมันตั้งเรื่องมา 13 คดีเชียวนะมรึงงจำไม่ได้เหรอ หรือว่าแดรรกกน้ำโกเต๊กซ์จนมึน
คนไทย
อ่านมาทั้งหมด ถ้าไม่รักสิ่งที่ประเทศมีอยู่ หรือ อยากให้เป็นอย่างต่างประเทศที่ไม่มีพระมหากษัติย์ ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นซะ จะได้รับรู้ว่า การไม่มีสัญชาติและแผ่นดินอยู่นะคืออะไร พวกเรียนมากไม่ได้ฉลาดและเก่งเสมอไป ยิ่งไอ้พวกที่เอาเงินเป็นพระเจ้าด้วยแล้ว นั้น คนต่างชาติเขารักที่จะมาอยู่ประเทศไทย แต่คนไทย จ้องทำลายและอยากเป็นแบบอย่างคนอื่น เชื่อแล้วว่าคนไทยรักได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ลืมรักตัวเองและประเทศชาติ ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก รอนะ อีกไม่นานหรอก ถ้ายังพากันทำกันอย่างนี้ ประเทศจะไปเป็นอย่างพม่า หรือ เขมร สาธุ ขอให้เวลานั้นมาเร็วๆด้วยเถอะ แล้วเวลานั้นพวกชาวบ้านที่ยังหลงเชื่ออะไรผิดๆ จะลำบากที่สุด แต่ไอ้พวกที่มันสร้างปัญหาให้บ้านเมืองก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นหมด เพราะมันมีเงิน จำไว้ พี่น้องชาวไทย ประเทศไทยดีที่สุด รักตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองก่อนที่จะเรียกให้คนอื่นช่วย
เพลงที่คนประชาไทยควรฟัง และสำนึกไว้
เนื้อเพลง : หนักแผ่นดิน
คำร้อง: พ.อ.บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก
ขับร้อง: สันติ ลุนเผ่
คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน
ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย
คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย
แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน
(สร้อย)
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง
คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง
ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ทีชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน
(สร้อย)
คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู
เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน
คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ
เกื้อหนุนอคติ เชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา
(ซ้ำท่อนสร้อย 2 ครั้ง)
ฮาบ่อง่าว
มีคนเขาเอื้อมมือจะมาปลดแอกให้ คนบางบอกอย่ามายุ่งกับพวกฉัน พวกเราต้องการเป็นแบบนี้ เพราะเราเคยเป็นอยู่แบบนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ พวกคุณอย่ามาเสือก
คลิ้ง
คุณนักวิชาการซังกะบ๊วยทั้งหลายคุณต้องการให้ประเทศไทยเป็นอะไรอีกล่ะแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอคุณเคยเจอคุณทักษิณทีเดินอยู่แถวๆดูไบบ้างไหมล่ะ จริงเขามีเงินแต่หาความสุขเท่ากับบ้านเกิดได้หรือไม่ลองไปถามเขาดูซีเขาไม่สนใจหรอกแต่ตราบใดที่เงินต่อค่าวีซ่าและมีเงินใช้จ่ายและไม่ไปละเมิดกฏหมายเขาก็อยู่ไปเหอะ แต่ถามว่าพอเจอพายุทะเลทรายเข้าซักครั้งก็จะพูดไม่น่าอยู่เลย คุณนักวิชาการสมองขี้เลื่อยคุณลองลี้ภัยไปอยู่เมืองนอกบ้างซีแล้จะรู้ว่าคุณเป็นพลเมืองประเภทไหนของเขาแล้วคุณจะร้องว่า ไม่น่าเลยกู
ดช.เฟียม
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
(นอกประเด็น)
คห.126(เพลงพาเพลิน)
เฮีย ! ไอ้นี่มันเพลง "ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้" ของโปงลางสะออนไม่ใช่เรอะ ?
ผมจำได้ดี-เพราะชอบร้องบ่อยๆตอนแปรงฟัน.....
ดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะหมิ่นอะไรเลย
ผมว่าเฮียเข้าใจผิดอะไรรึเปล่า ?-รึไง?
รักนะเด็กโง่
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
คนพุทธ
ผมเชื่อเรื่องกรรม และเคารพในพระธรรมคำสั่งสอน การถูกว่าถูกตำหนิ พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าคนผู้นั้นแหละ เขาได้ชี้ขุมทรัพย์ให้เราแล้ว เราจะได้ไม่กระทำผิดอีกในสิ่งนั้น พ่อหลวงท่านก็ทรงบอกไว้แล้วในเนื้อเพลง พวกท่านไม่ใส่ใจกันเองมากกว่า ปัญญามากไปเป่าเลยคิดไม่ถึง "จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิต เป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรงค์ จะปิดทองหลังองค์ พระปฏิมา" พ่อหลวงท่านก็คงไม่อยากให้มีหรอกกฏหมายปรเภทนี้ เพราะมันไม่มีปริมาตรตวงได้ว่าคนไหนรักท่าน ไม่รักท่าน คนที่รักท่านมาก ก็อาจจะตำหนิท่านได้ เหมือน กับพ่อ แม่ พี่ป้า น้า อา เขารักลูกหลานเขาๆก็ต้องตำหนิ เมื่อลูกหลานทำไม่ถูกต้อง จริงอะเป่าท่านผู้รู้ และผู้อวดรู้
ก็แค่เห็นต่าง
คห.124 ไปอยู่ที่ใหนมา ก็เพราะเศษเงินที่ได้จาการโกงมาอุดปากพวกคุณแล้วมาโฟส๖ข้อความด่าเขาไปทั่ว