ขวัญระวี วังอุดม

7 เม.ย.54   ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดแถลงข่าว “1 ปีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน: ภาพรวมการละเมิดสิทธิจากการสลายชุมนุมเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553” โดยศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)

 

กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศปช.เก็บรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้ต้องขัง รวมถึงผู้สูญหายตั้งแต่เดือน ก.ค.53 จัดแถลงข่าวข้อมูล รวมถึงการสัมมนาไปแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ศปช.จะมีการจัดทำรายงานข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ฉบับเต็มเผยแพร่ภายในกลางเดือนเมษายนนี้ ติดตามได้ในเว็บไซต์ http://www.peaceandjusticenetwork.org/

ขวัญระวี วังอุดม ศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และอาสาสมัคร ศปช. กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของความรุนแรงเริ่มต้นจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อ 7 เม.ย.53 ซึ่งไม่มีความชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากการบุกรุกรัฐสภาเป็นเหตุโกลาหลเพียงชั่วครู่โดยผู้ชุมนุมเพียงจำนวนหนึ่ง ไม่ได้ทำให้กลไกของรัฐทำงานไม่ได้ หรือกระทบความอยู่รอดของชาติ และขณะนั้นมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงตั้งแต่ก่อนเสื้อแดงจะเริ่มชุมนุม และเริ่มมีการปิดสื่อเสื้อแดงถึง 9,000 URL ก่อนจะปิดสื่อต่างๆ อีกจำนวนมากทันทีหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างสูง โดยไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายอาญาและประชาชนไม่สามารถจะฟ้องร้องได้ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังนำไปสู่ “การกระทำเกินกว่าเหตุ” กรณีการใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ซึ่งมีหลักฐานว่าทหารมีการใช้กระสุนจริงตั้งแต่ตอนกลางวันจนมีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บหลายรายโดยที่รัฐบาลไม่เคยมีคำตอบชัดเจนในเรื่องนี้ จากนั้นยังกระทำการสลายการชุมนุมในเวลากลางคืนด้วย