ใจ อึ๊งภากรณ์ : 24 มิ.ย. 2475 นิยายและความจริง

ในวันที 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร์ นำโดย ปรีดี พนมยงค์   พระยาพหลฯ และหลวงพิบูลย์ (ภายหลังได้เป็นจอมพล ป.) ได้ปฏิวัติยึดอำนาจจากรัชกาลที่ 7 ซึ่งขณะนั้นปกครองประเทศโดยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การปฏิวัติ 2475 ไม่ใช่การปฏิวัติที่ล้มระบบศักดินาเพื่อไปสู่ระบบทุนนิยม เพราะระบบศักดินาไทยถูกล้มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างประชาธิปไตย
 

สี่นิยายเรื่อง 2475
1. การปฏิวัติ 2475 เป็น “การชิงสุกก่อนห่าม”

แนวคิดนี้เริ่มต้นจากความเชื่อว่าประชาชนธรรมดาในเมืองไทยไร้การศึกษาและโง่

และเรามักจะได้ยินคำกล่าวหาจากอำมาตย์ในยุคนี้ ว่าคนจนโง่ในการเลือกไทยรักไทย แต่แท้ที่จริงและการศึกษากับความฉลาดไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เวลาประชาชนไทยลุกขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย ชนชั้นปกครองไทยที่อ้างว่าประชาชนไม่พร้อมมักจะให้คำตอบด้วยกระสุนปืน ดังนั้นข้ออ้างที่เสนอว่าประชาชน “ไม่พร้อม” ที่จะปกครองตนเอง เป็นข้ออ้างประจำของเผด็จการในทุกสังคม

สำนักความคิดที่เสนอว่าการปฏิวัติ 2475 เป็นการชิงสุกก่อนห่าม ยังตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มว่า การปฏิวัติครั้งนั้นเป็นสาเหตุที่เราตกอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการทหารหลายปี [1] เพราะไม่มีใครควบคุมอำนาจทหารได้ [2] แต่ระบบเผด็จการก็ร้ายเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือเผด็จการทหาร และอำนาจที่จะจัดการกับเผด็จการทหารที่ไปอ้างอิงความชอบธรรมและจับมือกับวัง...คือประชาชน

แทนที่จะยังไม่ถึงยุคสุกงอมในเมืองไทยสมัย 2475 ต้องถือว่าไทยล้าหลังประเทศอื่นพอสมควร เพราะแม้แต่ประเทศจีนก็ปฏิวัติยกเลิกระบบจักรพรรดิไปแล้วในปี 1911 ตั้งแต่ พ.ศ. 2427 ก็ได้มีการขอรัฐธรรมนูญ และในปี 2454 นายทหารหนุ่มบางคนก็พยายามก่อกบฏล้มรัชกาลที่    รท. จรูญ ณ บางช้าง หนึ่งในกบฏครั้งนั้นเคยกล่าวว่า “กษัตริย์หาง่าย บ้านเมืองหายาก” [3]

ในประเด็นความไม่พร้อมของประชาชน คณะราษฎร์เองในคำประกาศฉบับที่ 1 มีความเห็นว่า “รัฐบาลของกษัตริย์ ....กล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้เจ้าได้กิน ว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรยังโง่ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังตน”

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ได้เสนอข้อมูลที่สนับสนุนแนวคิดที่มองว่า กระแสและจิตสำนึกในส่วนสำคัญๆ ของเหล่าประชาชนไทยในยุคนั้น เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะก่อนหน้านั้นมีการตีพิมพ์บทความและเสนอฎีกาความเห็นจากประชาชนคนสามัญมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในสมัยนั้นและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลกษัตริย์ในการแก้วิกฤตดังกล่าว[4]

กระแสความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมีรากฐานสำคัญส่วนหนึ่งที่มาจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุคนั้น ราคาข้าวในตลาดที่ชาวนาไทยได้รับลดต่ำลงอย่างน่ากลัวถึง 60%  ค่าจ้างเฉลี่ยในชนบทถูกลด 50% ในเมืองค่าแรงถูกกดลง 20% และรัฐบาลได้ประกาศลดเงินเดือนและจำนวนข้าราชการ ร้ายกว่านั้น รัฐบาลได้ประกาศขึ้นภาษีกับสามัญชน ในขณะที่เจ้าที่ดินและนักธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลไม่ต้องมีภาระเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

2. ปรีดี พนมยงค์และคณะราษฎร์ “เอา ความคิดฝรั่ง ที่ไม่เหมาะกับสังคมไทยมาใช้”
นิยายนี้เสนอว่า พวกคณะราษฎร์เป็นพวก “จบนอก” ที่เอาความคิดฝรั่งมาสวมสังคมไทยที่มีประเพณีการเคารพบูชากษัตริย์ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ข้อเสนอนี้คล้ายๆ กับความคิดของพันธมิตรฯในยุคนี้

กระแสการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในคนที่ไปเรียนต่างประเทศอย่าง ปรีดี พนมยงค์ เพราะความจริงผู้นำส่วนใหญ่ของคณะราษฎร์ไม่ได้จบจากนอกแต่อย่างใด [5] และปรีดีเองได้เคยตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อข้าพเจ้ากลับเมืองไทยปี 2470 ชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยไปต่างประเทศ มีความตื่นตัวที่จะเปลี่ยนระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์”

นอกจากนี้กระแสการเคารพพระเจ้าแผ่นดินในไทยเป็นกระแสที่ขึ้นลงตามยุคสมัย ไม่ใช่กระแสที่คงที่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนา ซึ่งคงไม่ต่างอะไรเลยจากความเชื่ออื่นๆ ในสังคม ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 หลังจากที่ผู้แทนของคณะราษฎร์ได้อ่านแถลงการณ์ในการยึดอำนาจตามจุดต่างๆ ของถนนราชดำเนิน ปรากฏว่าประชาชนที่มายืนฟังแถลงการณ์พากันร้องตะโกน “ไชโย! ไชโย! ไชโย!” ด้วยความชื่นชม (น.ส.พ. ศรีกรุง) 

นักวิชาการหลายคน เช่น Girling ได้เสนอว่า ที่จริงแล้ว ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 อิทธิพลของกษัตริย์ไทยในชนบทเกือบจะไม่มีเลย [6] และ Bowie รายงานว่า นักมานุษวิทยาคนหนึ่งเคยพบว่า ในปี 2497  61% ของคนไทยที่อยู่ในชนบทห่างไกล ไม่เข้าใจความหมายของสถาบันพระมหากษัตริย์ [7] อย่างไรก็ตาม พอเข้ายุครัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็มีการฟื้นฟูค่านิยมและประเพณีในพระเจ้าแผ่นดินใหม่ เพื่อหวังสร้างความชอบธรรมแก่คณะรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ [8]

3. การปฏิวัติ ๒๔๗๕ “เป็นการกระทำของกลุ่มชั้นนำโดยประชาชนไม่มีส่วนร่วม”
นิยายที่ 3 นี้ ถือว่ามีกำเนิดมาจากสำนักคิดที่มองคนชั้นล่างในเมืองไทยเสมือนควายที่ไร้ความสามารถที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง เจ้าสำนักใหญ่ในด้านวิชาการ คือนักวิชาการฝ่ายขวาจากตะวันตกเช่น Wilson กับ Fred Riggs และมีผู้สนับสนุนในรุ่นต่อมามากมาย เช่น ชัยอนันต์ สมุทวณิช ฯลฯ สำนักนี้เป็นแนวร่วมของสำนักนิยายที่ 1 และที่ 2 เพราะเสนอว่า การปฏิวัติ 2475 ไม่ตรงกับกระแสความคิดของมวลประชาชนไทยในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยหลายชิ้นที่เสนอว่า ในหมู่ประชาชนมีกระแสความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมสูง และมีหลักฐานว่าประชาชนชั้นล่างมีส่วนร่วมในการปฏิวัติพอสมควร ตัวอย่างที่ดีคือ “คณะกรรมกร” ของ ถวัติ ฤทธิเดช ที่สนับสนุนคนงานรถรางและที่มีหนังสือพิมพ์ชื่อ “กรรมกร” คณะกรรมกรถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2463 และมีส่วนร่วมในการต่อสู้กับฝ่ายเจ้าในปี 2475 และในปราบกบฏบวรเดชปี 2476 [9]

4. รัชกาลที่ 7 “เป็นบิดาแห่งการปกครองประชาธิปไตยไทย”
กระแสที่เสนอว่ารัชกาลที่ 7 “เป็นบิดาแห่งการปกครองประชาธิปไตย” เป็นกระแสที่ได้รับการสนับสนุนในแวดวงชนชั้นปกครองไทยในยุคหลังเหตุการณ์รุนแรง 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มีการสร้างรูปปั้นรัชกาลที่ 7 ไว้หน้ารัฐสภาไทยในสมัยนั้น

ถ้าเปรียบเทียบกับรูปปั้น Oliver Cromwell ผู้ประหารชีวิตกษัตริย์อังกฤษในการปฏิวัติ ซึ่งตั้งไว้หน้ารัฐสภาอังกฤษ จะเห็นว่ากรณีไทยค่อนข้างจะแปลกประหลาด เพราะเชิดชูผู้ปกครองระบบเก่าที่ต้องถูกล้มไปเพื่อให้มีประชาธิปไตย การล้างจิตสำนึกของประชาชนไทยมีหลายรูปแบบ อีกตัวอย่าง คือการไม่ให้ความสำคัญกับอนุสาวรีย์การปฏิวัติ 2475 ที่เป็นหมุดโลหะซึ่งตั้งไว้บนถนนใกล้ๆ พระรูปทรงม้า และอนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงชัยชนะของคณะราษฎร์ในการปราบกบฏบวรเดชที่สี่แยกหลักสี่

ในบันทึกของ จิตตะเสน ปัญจะ ผู้เป็นหนึ่งในคณะผู้ก่อการปฏิวัติ [10] มีการเสนอว่า “พระปกเกล้าฯ สั่งประหารชีวิตผู้ก่อการฯ คณะราษฎร์ในวันที่ 24 มิถุนายน 2476 อันเป็นวันครบปี (แห่งการปฏิวัติ)” แต่โชคดีที่แผนไม่สำเร็จ

นอกจากรัชกาลที่ 7 จะขัดขวางประชาธิปไตยแล้ว ยังขัดขวางความพยายามของ ปรีดี พนมยงศ์ ที่จะสร้างรัฐสวัสดิการและความเป็นธรรมทางสังคม ที่เสนอขึ้นใน “เค้าโครงการเศรษฐกิจ” ปี 2475 อีกด้วย


สรุป

การปฏิวัติ 2475 เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญและมีประโยชน์กับฝ่ายประชาชนชั้นล่างเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นขั้นตอนหนึ่งในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มวลชนธรรมดาในยุคนั้น เข้าใจสิ่งนี้ดี จึงมีส่วนร่วมในการปฏิวัติ 2475 แต่ในยุคปัจจุบัน ชนชั้นปกครองไทยต้องการที่จะลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ลงไป เพื่อให้ความชอบธรรมกับอำมาตย์

 

......................................................................

หนังสือและเอกสารอ้างอิง

จิตตะเสน ปัญจะ (๒๕๔๒) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสั่งประหารคณะผู้ก่อการ ๒๔๗๕ ปาจารยสาร ฉบับที่ 1 ปีที่ 26 กรกฎาคม-ตุลาคม หน้า 78

ชวลิต ยงใจยุทธ (๒๕๓๔) “การสร้างประชาธิปไตยเพื่อประชาชน” เทปคาสเส็ทจากการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคความหวังใหม่ครั้งที่ 1/34 ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นทรัลพลาซ่ากรุงเทพฯ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๓๔

ชัยอนันต์ สมุทวณิช (๒๕๓๘) “๑๐๐ปีแนวการปฏิรูประบบราชการ วิวัฒนาการของอำนาจรัฐ และอำนาจการเมือง” สถาบันนโยบายศึกษา

ทักษ์ เฉลิมเตียรณ (๒๕๒๖) “การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ” สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (๒๕๓๓) “ความคิดความรู้และอำนาจการเมืองในการปฏิวัติสยาม ๒๔๗๕” สถาบันสยามศึกษาและสมาคมสังคมศาสตร์แห่ง ประเทศไทย

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (๒๕๔๐) “การปฏิวัติสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕” สำนักพิมพ์อมรินทร์วิชาการ

ศรีบูรพา (๒๕๒๑) “จนกว่าเราจะพบกันอีก เบื้องหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕” สำนักพิมพ์ต้นมะขาม

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ - บรรณาธิการ (๒๕๓๖) “๖๐ปีประชาธิปไตยไทย” คณะกรรมการ ๖๐ ปีประชาธิปไตยไทย

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ้างถึง น.ส.พ. ศรีกรุง ๒๕ มิถุนายน ๒๔๗๕ กับผู้เขียนเป็นส่วนตัว

Bowie, K. A. (1997) Rituals of national loyalty. Columbia University Press, U.S.A.

Girling, J.L.S. (1981) Thailand. Society and politics. Cornell University Press.

Hewison, K. & Brown, A. (1994) Labour and unions in an industrialising Thailand. Journal of Contemporary Asia, 24(4), 483.

Kanchada Poonpanich (1988) The beginnings of the labour movement in Thailand 1900-1930. Asian Review (Chulalongkorn University) 2, 24.

Morell, D. & Chai-anan Samudavanija (1981) Political conflict in Thailand: reform, reaction and revolution. Oelgeschlager, Gunn & Hain.

Riggs, F. (1966) Thailand. The modernisation of a Bureaucratic Polity. East West Press. U.S.A.

Wilson, D. A. (1962) Politics in Thailand. Cornell University Press.


เชิงอรรถ

[1] ชวลิต ๒๕๓๔

[2] ชัยอนันต์ ๒๕๓๘

[3] สุธาชัย ๒๕๓๖ หน้า 15

[4] นครินทร์ ๒๕๓๓ หน้า 125 และ นครินทร์ ๒๕๔๐ หน้า 119

[5] นครินทร์ ๒๕๓๓ หน้า 212

[6] Girling 1981 p.140

[7] Bowie 1997 p.87

[8] ทักษ์ ๒๕๒๖ หน้า 412

[9] Kanchada 1988; Hewison & Brown 1994

[10] จิตตะเสน ๒๕๔๒

 

*ยี่สิบสี่ มิถุนา

*ยี่สิบสี่ มิถุนา ประชาธิปไตย
วันแห่งความยิ่งใหญ่ ชาวไทยผอง
อภิวัฒน์เปลี่ยนแปลงการปกครอง
มุ่งสนองสู่ประชาธิปไตย

*จากวันนั้นถึงวันนี้เจ็ดสิบเจ็ดปี
ยังต้องมีการต่อสู้อยู่หวั่นไหว
อภิชนหวงอำนาจบาตรใหญ่
มีประชาธิปไตยไม่แท้จริง

*อำมาตยาธิปไตยใหญ่ค้ำฟ้า
เล่นลีลาอีแอบแยบยลยิ่ง
คอยควบคุมเสรีสิทธิ์คอยปลิดทิ้ง
คอยช่วงชิงอำนาจประชาชน

*ลุกขึ้นเถิดประชาชนหัวใจแดง
จงร่วมแรงร่วมใจให้เป็นผล
สู้กับอำนาจแฝงแรงฤทธิ์ล้น
สู้พวกปล้นประชาธิปไตย

อุดมการ 24 มิถุนา 2475

อุดมการ 24 มิถุนา 2475 จงเจริญ !!!

ถ้าจะเรียกร้องต่อสู้

ถ้าจะเรียกร้องต่อสู้ เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในประเทศไทย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีแต่คนเห็นด้วยครับ แต่นี่มันไม่ใช่ มันเสื่อกมีนายทุนที่หนีคดี คอยผลักดันหนุนหลังและบัญชาการ อยู่เบื่องหลัง และพร้อมกลับมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ถ้าได้รับชัยชนะในการต่อสู้เรียกร้อง เห็นประชาชนอย่างพวกผมเป็นควายหรือไงครับ ที่จะมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจ เพื่อมันไอ้นายทุนหนีคดีคนนั้น เพื่อให้พวกมันนำญาติพี่น้องและพวกพ้องเข้ามามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง จบเลยปิดประตูไม่ต้อนรับแนวคิดและกลยุทธิ์แบบนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งรวมทั้งผมคงไม่เอาด้วยกับพวกคุณหรอก เชิญตามสบายเถอะพ่อคุณ ไม่โง่พอที่จะบ้าจี้คิดเห็นคล้อยตามไปด้วยหรอกนะ ไม่อยากเป็นเตรื่องมือให้ใครหลอกใช้

ผู้อภิวัฒน์ประชาธิปไตยถูกไสส่

ผู้อภิวัฒน์ประชาธิปไตยถูกไสส่ง
ถูกคดโกงเกียรติประวัติขจัดสิ้น
ผู้ไร้รักประชาธิปไตยแม้ธุลิน
ทั่วแผ่นดินกลับยกย่องก้องเกริกไกร

เสี่ยงชีวิตเพื่อสร้างประชาธิปไตย
เสี่ยงชีวิตลี้ภัยสู้อยู่หนไหน
เสี่ยงชีวิตปกป้องสิทธิ์เสรีไทย
สัญลักษณ์ประชาธิปไตยคือใครกัน?

กลัวจริงๆประชาธิปไตยจอมปลอม

กลัวจริงๆประชาธิปไตยจอมปลอม หลอกลวงชาวโลกแท้จริงเผด็จการซ่อนรูปพวกอมาตย์ไม่ยอมลงจากอำนาจแสวงหาไม่สิ้นสุดกล่าวหาคนอื่นท่ไม่ยอมลงให้ตัวเอง มันน่าทุเรศสิ้นดี ใครขัดขวางก็เก็บมันเสียเรื่องแบบนี้ไม่มีที่ไหนนอกจากประเทศไทย กองทัพไม่ทำหน้าที่ของตัวเองแต่ทำหน้าที่ปกป้องอมาตย์เฒ่า

ก็คิดอย่างเดียวกันแหละครับ ไม

ก็คิดอย่างเดียวกันแหละครับ
ไม่กล้าพูด เรื่องจักรวงศ์

พูดแต่เรื่องประชาธิปไตย
ถ้าเราสู้ต่อไปก็ต้องได้
อำนาจคนกลุ่มหนึ่ง
กับอำนาจมหาชน กลื่นมหาชน
พายุใหญ่มิไดมาทุกวัน

บ้านที่เก่าโทรมเช่นบ้านอำมาตย์
เมื่อวันที่เกิดพายุบ้าคลั่ง
จะคงเป็นบ้านอยู่ได้ฤา

ใจจะมีความคิดเห็นต่อเหตุการณ์

ใจจะมีความคิดเห็นต่อเหตุการณ์๒๔มิถุนายน๒๔๗๕อย่างไร ก็เป็นเรื่องความสนใจในอดีตของใจ เหมาะสำหรับการเขียนไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่จะเอามาอ้างอิงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน มันออกไร้เหตุผลเนื่องจากพื้นฐานองค์ประกอบแวดล้อมแตกต่างกันไป

ขณะนี้ มิถุนายน ๒๕๕๒ ในหลวงรัชกาลที่๙ผู้ครองราชย์ครองใจประชาชนมากว่าหกสิบปี ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนผ่านรัฐบาลและระบบการปกครองระบบเผด็จการและอีแอบประชาธิปไตยทั้งหลายมาเกือบสามสิบรัฐบาล ความมั่นคงของศรัทธาในจิตใจประชาชน อยู่ในขั้นสูงเกินกว่า ผู้นำในระบบประชาธิปไตยและกษัตริย์ในอดีตเองจะเทียบเคียงได้ แม้ในยุคข่าวสารไร้พรมแดนเช่นนี้....

ประชาชนในยุคปัจจุบันก็มีความรู้ความสามารถและทางเลือกสื่อให้เสพกว้างขวางมากมายทั้งในประเทศนอกประเทศมากกว่ากาลครั้งนั้นในอดีต ไอ้ที่จะหวังว่าใครสักคนออกมาอ่านแถลงการณ์ด่าอำนาจเก่า และมีทหารหยิบมือหนึ่งสนับสนุน โดยไม่มีมวลหมู่มหาชนให้การสนับสนุนแล้วจะเปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นอะไรที่แม้แต่ผู้อ่านแถลงการณ์เองไม่ได้ระบุไว้(เหมือนที่ปรีดีเคยทำ)ได้นั้น เป็นไปไม่ได้แล้วครับกับเมืองไทยสมัยนี้

หากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำปี๑๙๓๐ไม่เกิด ปัจจัยที่ร.๗จะต้องดุลย์รข้าราชการออกจากราชการเพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐก็จะไม่เกิด การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยข้าราชการก็คงไม่เกิด ราษฏรยุคนั้นไม่ได้ประสีประสากับความขัดแย้งทางเศรษฐกิจนี้เลย เป็นเรื่องเจ้ากับข้าราชการขัดแย้งกันแท้ๆ อย่าได้เอาราษฎรมาอ้างเลยครับ....

หากการส่งคนไทยออกไปศึกษาร่ำเรียนในต่างประเทศ สมัยร.๕และร.๖ เป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วถึง และเมื่อกลับมาก็ให้โอกาสทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองเท่าเทียมกันตามความรู้ความสามารถ ไม่ใช่เอาแต่ตั้งเจ้าใกล้ชิดตั้งเป็นผู้บังคับบัญชา การเติบโตของไทยต้องไม่แพ้ญี่ปุ่นที่เปิดประเทศรับอารยะธรรมตะวันตกใกล้เคียงกัน การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี๒๔๗๕ก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน... เรื่องนี้ ถึงจะควรวิจารณ์ได้ว่าเป็นความบกพร่องของระบบเจ้าในไทย แต่ในมุมมองของผมนั้น เกิดจากภาวะจำยอมภายในระบบเจ้าขนาดใหญ่มีสมาชิกราชวงศ์มากสายหลายตระกูล และมีอำนาจการปกครองมากกว่าราชวงศ์ญี่ปุ่น ที่ถูกหลายฝ่ายยกชั้นให้ขึ้นไปล้มระบบโชกุน ซึ่งหลังจากทำสำเร็จ อำนาจการปกครองก็หล่นมาสู่หลายฝ่ายที่หนุนจักรพรรดิ ไม่ได้ตกสู่สถาบันจักรพรรดิซึ่งมีขนาดเล็กกว่าสถาบันเจ้าในไทย จักรพรรดิญี่ปุ่นจึงไม่อาจใช้อำนาจและเครือญาติเข้าสู่ระบบบริหารประเทศได้มากมายเหมือนเมืองไทยแม้เมื่อระบบโชกุนสิ้นไปแล้ว อันนี้เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศได้เร็วกว่าไทยมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงร.๖ของไทย ที่ญี่ปุ่นรบชนะรัฐเซียได้แล้ว

ใจก็คงพอที่จะทราบนะครับว่าข้อบกพร่องของระบบเจ้าก่อนปี๒๔๗๕นั้น มาถึงยุคปัจจุบันมันไม่มีอีกแล้ว ความขัดแย้งในปัจจุบันเกิดจากชนชั้นนักการเมือง,ข้าราชการและนายทุนสามานย์ทั้งสิ้น ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจปากท้องประชาชนก็เกิดจากชนกลุ่มนี้ทั้งสิ้น จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงกันอย่างไร ก็ต้องทำกันในกลุ่มนี้ โดยประชาชนที่มีคุณภาพสูงขึ้นกว่ายุค๒๔๗๕เป็นผู้กระทำ สถาบันกษัตริย์กับสภาวะ"เอนกนิกรสโมสรสมมติ"ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นหลักอันเดียวที่จะไม่ทำให้การแตกแยกทางแนวความคิดด้านการปกครองและการเมืองจากแนวคิดต่างๆไม่เป็นไปจนถึงระดับทำลายประเทศชาติและประโยชน์สุขโดยรวมของมหาชนชาวสยาม

ตรรกะประเภท คนที่กูเองเห็นว่าดีเคยว่าญาติมันนั้นเลวเมื่อเกือบแปดสิบปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้กูก็ยังเชื่อว่าญาติมันในปัจจุบันยังเลวอยู่ โดยไม่พิจารณาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาแปดสิบปีประกอบด้วย... ตรรกะอย่างนี้พักนี้เห็นบ่อยตามสื่อสายเสื้อแดงที่อ้างว่ารักประชาธิปไตย ความเห็นผมว่าตรรกะการคิดแบบนี้มันปัญญาอ่อนนะครับ.....

เราไม่เข้าใจว่า ทำไม ?

เราไม่เข้าใจว่า ทำไม ? ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสารขันธ์ประเทศ จึงสนับสนุนเห็นดีเห็นงามยอมให้ กลุ่มคน และพรรคการเมืองที่บริหารไม่เก่ง มาบริหารประเทศสารขันธ์ท่ามกลางความล้มเหลวในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ ตลอดประชาชนและนานาชาติไม่ให้ความเชื่อมั่นและศรัทธา หรืออาจเป็นเพราะพวกเขาต้องกันให้ล่มสลายเร็วขึ้น

คนไทยนี่แปลกครับ

คนไทยนี่แปลกครับ ทุกคนชอบเหลือเกินกับ ประชาธิปไตย และเสรีภาพ แต่กลับไปเคารพ นับถือ บูชา สิ่งที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตยซะยังงั้น

คนไทยนี่ก็แปลกนะครับ

คนไทยนี่ก็แปลกนะครับ ปากบอกชอบ อิสระเสรี ประชาธิปไตย แต่กลับไปเทิดทูลบูชาสิ่งตรงข้ามเฉยเลย จะว่าถูกบังคับก็ไม่ชัดเจนนัก

คุณบางกอกครับ ผมว่า

คุณบางกอกครับ ผมว่า อ.สมศักดิ์ เจียมฯ คงเห็นต่างจากคุณอย่างแน่นอน
เห็นต่างอย่างไร ขอฝากให้ อ.สมศักดิ์ได้โปรดแถลงหน่อยดีไหมหครับ

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ

ไอ้ค ว า ย ที่ดันใช้ชื่อคน

ไอ้ค ว า ย ที่ดันใช้ชื่อคน นี่มันก็ยัง บรม ดัก ดาน เป็น ค วา ย สงสัยว่าสายพันธ์ของไอ้ ค วา ย ที่ดันใช้ชื่อว่า คน นี่
มันจากจะเ้ป็นพวกที่มีสายพันธ์ เชื้อ ค ว า ยโง่ แล้วแถมยังเป็น ประเภท ควา ยขี้ข้ามีันชนิดดักดานอีกต่างหาก
หัดหลุดจากวงจรของไอ้ค วา ยแมงสาปเน่าจอมตลบแตลงตอแหลหลอกลวงมันบ้าง
มันมีส่วนไหนของข้อเขียนของใจหรือที่กล่าวถึงทักษิณหรือยกย่องทักษิณ ทั้งๆที่ใจนั้นเคยออกมาประท้วงและต่อต้านทักษิณเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ปรัชญาความคิดทางการเมืองของใจและทักษิณก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย เพียงแต่มีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียวกันหรือจุดยืนเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างเดียวกัน
ประชาชนที่เขามีวิญญานเสรี อิสระชน รักความยุติธรรมและประชาธิปไตย นั้นเขาก้าวพ้นเรื่องทักษิณไปนานแล้ว
แต่ทั้งทักษิณและคนที่รักความยุติธรรม รักเสรีประชาธิปไตย นั้นมีจุดยืนอย่างเดียวกัน นั่นคือการมีสิทธิเสรีภาพ
และอำนาจรัฐ นั้นต้องเป็นของปวงชนชาวไทย
เพราะมันไม่มีระบอบอะไรที่จะดีไปกว่า ระบอบที่รัฐ ที่มาจากประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน
นั่นเพราะประเทศนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำมือของประชาชน ไม่ได้ถุกสร้างขึ้นมาจากคนใดคนหนึ่งหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เห็นกลุ่มประชาคมยุโรปหรืออียูประชุมซัมมิทกันเมื่อวานที่ผ่านมา ให้รู้สึกดีใจกับคนยุโรป ที่สามารถรวมกันเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตยขนาดยักษ์ ที่คำนึงถึงไม่ใช่ประชาธิปไตยของมนุษย์ แต่ทว่ายังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมพืชสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมอาศัียอยู่ในโลกใบนี้ด้วย
เสียดายที่อียู ยื่นคำขาดแค่พม่า เกาหลีเหนือ ความจริงอียูน่าที่จะยื่นคำขาดต่อตอแหลแลนด์ด้วย เพราะตอแหลแลนด์นี่ก็แทบไม่ต่างไปจากพม่าและเกาหลีเหนือแถมหนักกว่า่เสียด้วยซ้ำเพราะตอแหลแลนด์มันเหมือนพม่าบวกกับเกาหลีเหนือ
หันมาดู ไอ้ตอแหลแลนด์ มันช่างน่าอนาถใจ ที่มีแต่ไอ้คนโลภโมโทสัน คนตอแหลตลบแตลงหลอกลวงศรีธนญชัย คนบ้าอำนาจที่หลงตนเอง ที่ชอบกดคนลงเป็นทาสโดนการใช้การโฆษณาชวนเชื่อมอมเมาประชาชนด้วยเรื่องที่มันไร้สาระรวมทั้งอาวูธเข้าข่มเหงรังแกประชาชนที่มีแต่ื้มือเปล่าๆ

จริงแล้วก็อ้างประชาชนทั้งนั้น

จริงแล้วก็อ้างประชาชนทั้งนั้น มีซักกี่คน แม้แต่ทุกวันนี้ ว่าประชาธิปไตยคืออะไร ความหมายจริงๆๆ คิดว่าคนอืนบริหารได้ไม่ดีเลย จัดการยึดอำนาจ จริงๆๆแล้ว ประเทศในสตอนนั้นกี่คนที่เข้าใจ อีกอย่างเ้ราจะมานั่งอ่านทำไมบทความของคนที่ไม่ใช่คนไทยแต่เสือกมาหากินกับคนไทย เสียเวลา อยากอ่านบทความ ความคิดเห็นเต็มๆๆของผม
ประชาธปไตยไทย ยัดเยียด หรือ เรียกร้อง

ดีครับอาจารย์ เขียนดี

ดีครับอาจารย์ เขียนดี ขอให้กำลังใจอาจารย์ ผมเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อตอนเกิดเหตุการณ์สิบสี่ตุลา มาถึงหกตุลาก็อยู่กรุงเทพ หลังจากนั้นก็ตั้งใจรอประชาธิปไตยมาตลอด เกิดการรัฐประหารทีไรก็เสียใจ แล้วก็เสียใจมาตลอด ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเพราะใครหรืออะไร อีกสองปีอายุผมจะครบหกสิบ บ่นกับภรรยาบ่อยๆว่าคงจะตายก่อนได้เห็นประชาธิปไตยเป็นแน่แท้.

ไอ้คนที่ใช้ชื่อว่า

ไอ้คนที่ใช้ชื่อว่า คนไทยคนที่2 คุณนั่นแหละควายตัวจริงเสียงจริง ไปเลียลูกเงาะทักษิณไป้ ทุเรศ ชื่นชมมันเหลือเกินนะใครด่าแตะต้องไม่ได้ โอ้โห ประคบประหงมกันเหลือเงิน ช่างซื่อสัตย์จงรักภัคดีต่อทักษิณจริงนะ ก็ผมไม่ชอบมัน ผมก็ด่ามันนะซิจะให้ผมยกย่องมันได้ไง โฟนอินมาปั่นหัวคนในชาติให้ทะเลาะกัน เสี้ยมให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนในชาติ อย่างนี้คุณจะให้ผมชอบมันได้ไง ไอ้ควาย นี่ที่รู้ข่าวมาก็อีกแล้วเนี่ย มีไอ้พวกบริวารมันเตรียมตัวบินไปรับคำสั่งมัน ให้มายุแหย่ปั่นหัวคนในชาติให้ทะเลาะกันอีกแล้วครับท่าน ไอ้พวกชั่วเอ้ยไม่มีสำนึก แม่งจะเสี้ยมคนในชาติให้แตกแยกกันไปถึงไหนว่ะ ขอด่าอีกที ไอ้ควาย ไปกินขี้ทักษิณแทนข้าวไป้

*ชนชั้นนำ ทำนา

*ชนชั้นนำ ทำนา บนหลังคน
ครองโภชผล ส่วนใหญ่ ไว้เต็มที่
เป็นมานาน ก่อนวันนั้น จนวันนี้
ก็ยังมี การทำนา บนหลังคน

*อภิสิทธิ์ชน เป็นพวกคน หวงอำนาจ
หวงบทบาท หวงประโยชน์ หวงโภชผล
พวกปลิ้นปล้อน พวกหลอกลวง ประชาชน
ว่าทุกคน ผู้อาศัย ในแผ่นดิน

*ประเทศนี้ มีเจ้าของ คือปวงชน
จะเป็นผล ต้องต่อสู้ ผู้โหดหิน
ยืนยันสิทธิ์ และเสรี มิสูญสิ้น
นี่แผ่นดิน ของปวงชน คนธรรมดา

*บรรพบุรุษ ของราษฎร สร้างแผ่นดิน
ให้มีอยู่ มีกิน กันถ้วนหน้า
ราษฎร เป็นเจ้าของ ครองพสุธา
มีคุณค่า สืบมา จนวันนี้

*คนเสื้อแดง สืบทอด เจตนา
ของคณะราษฎร สอนศักดิ์ศรี
รักษ์ประชาธิปไตยใฝ่เสรี
ทำวันนี้ เพื่อวันหน้า ฝ่าฟันไป

ยิ่งอ่านยิ่งตระหนักรักปรีดี ย

ยิ่งอ่านยิ่งตระหนักรักปรีดี
ยิ่งรักสิทธิ์เสรีเสมอภาค
ยิ่งรักการต่อสู้รู้ว่ารัก
ยิ่้งประจักษ์รักรัฐสวัสดิการ

ลดการเอาเปรียบของศักดินา
ไม่หลับตาเดินดมตูดทหาร
ลดการเอาเปรียบของทุนสามานย์
รัฐสวัสดิการต้องเป็นจริง

สนับสนุน อ.ใจ

สนับสนุน อ.ใจ แต่ว่าบ้านเรายังไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ทีวี ทุกช่องยังออกข่าวเหมือนกัน...เรามีอินเทอร์เนต แต่ว่าคนที่สนใจจริง ๆ ยังมีน้อย เพราะในหลักสูตรการเรียนเราไม่ได้เน้นการเมือง หรือเนื้อหาเกี่ยวกับรัฐบาลมากนัก น่าเสียดายจริง ๆ

โง่อย่างไรก็รู้ทันอำมาตย์

โง่อย่างไรก็รู้ทันอำมาตย์ จึงต้องเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อโค่นล้มระบอบอำมาตย์ให้สิ้นซากจากแผ่นดินไทย เพื่อแผ่นดนไทยจะได้สูงขึ้น เพื่อประชาชนจะได้พ้นจากการมอมเมาของฝ่ายอำมาตย์

เห็นด้วยกับคุณบางกอกมาก ๆ

เห็นด้วยกับคุณบางกอกมาก ๆ เหตุการณ์ไม่สงบทั้งหลายแหล่นี้เกิดเพราะกลุ่มชนน้อย ๆ เพียงไม่กี่กลุ่มซึ่งเป็นผู้หวังผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม จากการที่ไม่มีความพอเพียงในสิ่งที่ตนมี ได้แล้วไม่พอ ไม่มีความรู้จักสุดสิ้นด้วยความโลภ ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำต่ำสูง โดยเฉพาะในเรื่องการมีการไม่มี
เป็นที่ยอมรับในเมืองไทย คนมีเงินมักมีอำนาจอยู่ในมือ และพยายามกุมอำนาจนั้นไม่ยอมปล่อย ทำให้ไม่เกิดการกระจายอำนาจแก่ผู้น้อยหรือผู้ยากจน

คุณที่ชื่นชมฝรั่งในเครือข่ายอียู... ประเทศยุโรปที่ก่อตั้งอียูก็เช่นกัน ต้องการอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือจึงรวมตัวทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อให้ประเทศในเขตอียูมีอำนาจต่อรองยิ่งขึัน อย่างเช่นการตั้งกำแพงภาษีหรือการตั้งข้อแม้ต่อประเทศที่อยู่นอกเขต ฉะนั้นคนที่ไหน ๆ มันก็เห็นแก่ตัวเหมือนกันทั้งนั้น

I read your article. It

I read your article.

It confirmed me that...

You highly deserved the punishment...

Mr. JI, THE FUGITIVE...

คิดว่าไปหา tkns

คิดว่าไปหา tkns อ่านก่อนดีกว่านะ ก่อนที่จะมาคอมเม้นท์แบบพวก naive และโคตรจะ innocen ถ้าจะมาคิดว่าใครปัญญาอ่อน เพราะพวกเราก็คิดว่าพวกคุณโคตรปัญญาอ่อน คนอย่าง อ. ใจ เค้าศีกษาเรื่อง ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การปกครอง มาอย่างยาวนาน รวมทั้งเศรฐกิจ สังคม ทั้งในและกับต่างประเทศเชิงเปรียบเทียบ แล้วคุณศึกษาอะไรบ้างนอกจากมายาคติ ภาพลวงตา และโฆษณาชวนเชื่อ จากพวกอนุรักษ์นิยมกับพวกฟาสซิสต์

อยากจะให้ลองอ่านเรื่องรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นดูและจะรู้ว่าทำไม ปชต.เค้าพัฒนา เพราะไม่มีพวกอ้างเจ้า สร้างภาพ มายาคติ เพราะรัฐธรรมนูญเค้าได้ตัดเงื่อนไขการเข้าสู่อำนาจของพวกศักดินา และการใชัรัฐธรรมนูญในหมวดกษัตริย์เป็นเครื่องมือ แสวงหาอำนาจและสร้างบารมี

รัฐธรรมนูญญี่ปุ่น.. ได้จำกัดอำนาจของสถาบันกษัตริย์เพื่อป้องกันการนำสถาบันกษัตริย์ไปรับรองความไม่ถูกต้อง เช่น ห้ามให้มีการบริจาคให้กษัตริย์โดยสิ้นเชิง ห้ามออกเครื่องราชย์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครที่ได้เงินมาในทางทุจริตเช่น จากการค้ายาเสพติด ค้ากาม หรือธุรกิจใต้ดินต่าง ๆ นำมาบริจาคให้เพื่อฟอกตัวเอง และแถมกับการได้รับเกียรติยศ มีเส้นสายเและทำให้ตัวเองดูดีขึ้นเพราะได้รับการฟอกจากสถาบันกษัตริย์ กษัตริย์ญี่ปุ่นไม่มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญหรือมีประเพณีการปกครองที่จะต้องมีการลงพระปรมาภิไธยรับรองกฎหมายหรือเอกสารใด ๆ เพื่อรับรองความถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คณะใดๆ นำอำนาจของมหากษัตริย์มารับรองเพื่อประโยชน์ของพวกตน รับรองผิดให้เป็นถูกได้ ไม่สามารถรับรองให้ความถูกต้องของผู้ไดหรือพวกใดที่ยึดอำนาจไปจากประชาชนจากผิดมาเป็นถูกได้

พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองโดยสิ้นเชิง ...ไม่มีใครสามารถเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือได้ ไม่ว่าทางการเมือง สังคม แม้กระทั่งเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องการรัฐประหาร การอ้างหรือบังคับเอากษัตริย์มารับรองความผิดให้เป็นถูก.. ประชาธิปไตยก็พัฒนาเจริญก้าวหน้า..และประเทศชาติก็เจริญเอา เจริญเอา... อ้อรัฐธรรมนูญฉบับนี้สหรัฐร่างให้หลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สองและจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนหลังจากโดนถล่มด้วยปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ

คิดว่าไปหา tkns

คิดว่าไปหา tkns อ่านก่อนดีกว่านะ ก่อนที่จะมาคอมเม้นท์แบบพวก naive และโคตรจะ innocen ถ้าจะมาคิดว่าใครปัญญาอ่อน เพราะพวกเราก็คิดว่าพวกคุณโคตรปัญญาอ่อน คนอย่าง อ. ใจ เค้าศีกษาเรื่อง ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การปกครอง มาอย่างยาวนาน รวมทั้งเศรฐกิจ สังคม ทั้งในและกับต่างประเทศเชิงเปรียบเทียบ แล้วคุณศึกษาอะไรบ้างนอกจากมายาคติ ภาพลวงตา และโฆษณาชวนเชื่อ จากพวกอนุรักษ์นิยมกับพวกฟาสซิสต์

อยากจะให้ลองอ่านเรื่องรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นดูและจะรู้ว่าทำไม ปชต.เค้าพัฒนา เพราะไม่มีพวกอ้างเจ้า สร้างภาพ มายาคติ เพราะรัฐธรรมนูญเค้าได้ตัดเงื่อนไขการเข้าสู่อำนาจของพวกศักดินา และการใชัรัฐธรรมนูญในหมวดกษัตริย์เป็นเครื่องมือ แสวงหาอำนาจและสร้างบารมี

รัฐธรรมนูญญี่ปุ่น..

รัฐธรรมนูญญี่ปุ่น.. ได้จำกัดอำนาจของสถาบันกษัตริย์เพื่อป้องกันการนำสถาบันกษัตริย์ไปรับรองความไม่ถูกต้อง เช่น ห้ามให้มีการบริจาคให้กษัตริย์โดยสิ้นเชิง ห้ามออกเครื่องราชย์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครที่ได้เงินมาในทางทุจริตเช่น จากการค้ายาเสพติด ค้ากาม หรือธุรกิจใต้ดินต่าง ๆ นำมาบริจาคให้เพื่อฟอกตัวเอง และแถมกับการได้รับเกียรติยศ มีเส้นสายเและทำให้ตัวเองดูดีขึ้นเพราะได้รับการฟอกจากสถาบันกษัตริย์ กษัตริย์ญี่ปุ่นไม่มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญหรือมีประเพณีการปกครองที่จะต้องมีการลงพระปรมาภิไธยรับรองกฎหมายหรือเอกสารใด ๆ เพื่อรับรองความถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คณะใดๆ นำอำนาจของมหากษัตริย์มารับรองเพื่อประโยชน์ของพวกตน รับรองผิดให้เป็นถูกได้ ไม่สามารถรับรองให้ความถูกต้องของผู้ไดหรือพวกใดที่ยึดอำนาจไปจากประชาชนจากผิดมาเป็นถูกได้

พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองโดยสิ้นเชิง ...ไม่มีใครสามารถเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือได้ ไม่ว่าทางการเมือง สังคม แม้กระทั่งเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องการรัฐประหาร การอ้างหรือบังคับเอากษัตริย์มารับรองความผิดให้เป็นถูก.. ประชาธิปไตยก็พัฒนาเจริญก้าวหน้า..และประเทศชาติก็เจริญเอา เจริญเอา... อ้อรัฐธรรมนูญฉบับนี้สหรัฐร่างให้หลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สองและจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนหลังจากโดนถล่มด้วยปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ

***คำพังเพยไทย ***อย่าไว้ใจทา

***คำพังเพยไทย

***อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

***หนีเสือปะจรเข้

***อธิบาย.....ปรีดีไว้ใจทหารที่ร่วมยึดอำนาจ ร.๗ ยึดเสร็จแล้วคิดว่าทหารจะออกไป ถอนตัวออกจากการเมือง
แต่นายทหาร ยกเว้นท่านพหลฯ ยึดครองอำนาจถ่ายทอดกันมาตลอด ไม่ให้ประชาธิปไตยเติบโตได้ นี่เพราะปรีดี
หัวหน้าฝ่ายพลเรือนไว้ใจทหาร และก็ถึงจุดจบของประชาธิปไตย ชนิด หนีจากระบบเจ้า มาเจอระบบทหาร อ้างเพื่อ
ชาติ ศาสตร์กษัตริย์ มันก็คือหนีเสือปะจรเข้นั่นเอง

***ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

***กวนน้ำให้ขุ่น

***อธิบาย.....เสื้อเหลือง กวนน้ำให้ขุ่น ทหารได้ทีก็ปฏิวัติ 19 กย 49 เสื้อเหลืองจึงเป็นคนเก่ง ชักศึกเข้าบ้านได้สำเร็จ ประชาธิปไตยตาย และงอกยาก

***ทักษิณเป็นแค่ปัจเจกบุคคล แต่ประชาธิปไตยเป็นของมหาชน บุคคลโจมตีปัจเจกชนก็ไม่มีผลต่อชาตินัก แต่
ประชาธิปไตยเป็นประโยชน์มหาชน เขาก็ยังโจมตีและขัดขวาง ในที่สุดญาติมิตรของเขาก็ต้องรับเคราะห์กรรมด้วย
น่าสังเวชแท้ๆ

***คำพังเพยไทย ***อย่าไว้ใจทา

***คำพังเพยไทย

***อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

***หนีเสือปะจรเข้

***อธิบาย.....ปรีดีไว้ใจทหารที่ร่วมยึดอำนาจ ร.๗ ยึดเสร็จแล้วคิดว่าทหารจะออกไป ถอนตัวออกจากการเมือง
แต่นายทหาร ยกเว้นท่านพหลฯ ยึดครองอำนาจถ่ายทอดกันมาตลอด ไม่ให้ประชาธิปไตยเติบโตได้ นี่เพราะปรีดี
หัวหน้าฝ่ายพลเรือนไว้ใจทหาร และก็ถึงจุดจบของประชาธิปไตย ชนิด หนีจากระบบเจ้า มาเจอระบบทหาร อ้างเพื่อ
ชาติ ศาสตร์กษัตริย์ มันก็คือหนีเสือปะจรเข้นั่นเอง

***ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

***กวนน้ำให้ขุ่น

***อธิบาย.....เสื้อเหลือง กวนน้ำให้ขุ่น ทหารได้ทีก็ปฏิวัติ 19 กย 49 เสื้อเหลืองจึงเป็นคนเก่ง ชักศึกเข้าบ้านได้สำเร็จ ประชาธิปไตยตาย และงอกยาก

***ทักษิณเป็นแค่ปัจเจกบุคคล แต่ประชาธิปไตยเป็นของมหาชน บุคคลโจมตีปัจเจกชนก็ไม่มีผลต่อชาตินัก แต่
ประชาธิปไตยเป็นประโยชน์มหาชน เขาก็ยังโจมตีและขัดขวาง ในที่สุดญาติมิตรของเขาก็ต้องรับเคราะห์กรรมด้วย
น่าสังเวชแท้ๆ

อ้อ

อ้อ ไอ้ที่ว่าไปเรื่อยมานั้นพึ่งรู้ตัวหรือครับว่าพูดถึงรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นฉบับแมคอาเธอร์ แล้วที่ผมพูดถึงญี่ปุ่นนั้นมันยุคสมัยไหน รัฐธรรมนูญฉบับไหนของญึ่ปุ่น มันเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับหลังสงครามโลกครั้งที่๒อย่างไรไม่ทราบครับ..........หลงยุคแล้วครับ

คนไทยคนที่2 แกนั่นแหละ

คนไทยคนที่2 แกนั่นแหละ ควาย
ชอบแสดงความคิดเห็นควายๆ เขียนแบบควายๆ
ด่าแบบควายด่าคน ไม่เคยมีจิตสำนึกแบบคน

ขอถามหน่อย... ท่านที่ชื่นชอบใ

ขอถามหน่อย...

ท่านที่ชื่นชอบในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งหลาย

วันนี้ถ้าท่านมีโอกาสที่จะลงประชามติเพื่อให้ประเทศไทยกลับไปปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ท่านจะว่าอย่างไร

ถามอีกว่า...

ถ้าท่านเกิดมาในประเทศมีการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐอย่างเช่นฝรั่งเศส อเมริกา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ท่านจะถวิลหาการปกครองแบบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

อ้ายแช่ม เอ็งไม่อาจมาเทียบเคี

อ้ายแช่ม

เอ็งไม่อาจมาเทียบเคียง กับอาจารย์ใจ

คำถามโง่ ๆ ...

คำถามโง่ ๆ ...

ควายเขาด่าคุณน่ะ ฟังหน่อยน่า

ควายเขาด่าคุณน่ะ ฟังหน่อยน่า

ควายเขาด่าคุณน่ะ

ควายเขาด่าคุณน่ะ ฟังงเขาหน่อยน่า

ควายเขาด่าคุณน่ะ

ควายเขาด่าคุณน่ะ ฟังงเขาหน่อยน่า

ควายเขาด่าคุณน่ะ

ควายเขาด่าคุณน่ะ ฟังงเขาหน่อยน่า

คุณแช่มทนกับไอ้พวกโง่นี่ได้ไง

คุณแช่มทนกับไอ้พวกโง่นี่ได้ไงครับ

โง่จริงๆๆ มีหัวไว้ใส่หมวก
ใครก็ได้เอาเด้กอนุบาล ออกไปจากประชาไท ทีครับ

อย่าไล่เด็กโง่ให้ออกไป ประชาไ

อย่าไล่เด็กโง่ให้ออกไป
ประชาไทต้องให้สิทธิ์
เคารพเสรีที่จะคิด
จะถูกผิดงี่เง่าก็เคารพ

มึงโง่มึงอย่าคิด
มึงคิดผิดมึงสงบ
ความคิดกูมึงต้องเคารพ
นี่คือความบัดซบเผด็จการ

จะเรียกหาประชาธิปไตย
ต้องให้สิทธิเสรีทุกคิดอ่าน
อย่าติดนิสัยศักดินาเผด็จการ
ปิดกั้นความคิดต่างสร้างภาพลวง

พ่อ คนฉลาดเอาสมองส่วนไหนคิด

พ่อ คนฉลาดเอาสมองส่วนไหนคิด จะทำประชามติ เอาระบบสมบูรณา กับ ประชาธิปไตย พ่อคนดี ศรีประชาธิปไตย อ่านหัวข้อมั่งก่อนเขียนอะไรนะ อย่าเอา แรงเข้าสู้แบบ ลากแอก ลากเกวียน เหนื่อยใจ

BBBBB BBBBB BBBBB ~~~~~~~~ [น

BBBBB
BBBBB
BBBBB
~~~~~~~~

[นอกประเด็น]::

------------------------------
เดี๋ยวๆใจเย็นๆเฮียๆเจ๊ๆทั้งหลาย
ค่อยๆตีค่อยๆแทงกัน (อ้าว!)........
ไม่ต้องรีบร้อน-ยังไงๆเราก็เป็นคนควายด้วยกัน(ฮา).........

เอางี้ !
ใครจะชอบเป็นควายรึจะชอบเป็นคนก็ตามรสนิยมของควายของมันก็แล้วกันดีกว่า
แต่ถ้าอยาก "เห็นข้อมูลรสแซบ" ประกอบบทความของเฮียไจล์แกละก็......
นี่เลย!-ขอนิมนต์ทางนี้
วางถ้วยกาแฟแล้วหยิบเม้าส์คลิกเข้าไปดูได้ที่ :

http://www.thaienews.blogspot.com

แล้วจะร้องฮ้อว่า "ปู๊โธ่ ! เราทำไมมันเซอร์ยังงี้ มัวหลงทะเลาะกันตั้งนาน"
---------------------------------------------------------------------
ปล.
เว็บนี้มีไวรัสหัวขาว/หัวเถิกเยอะพอๆกะเว็บประชาไทของเจ๊นุชนี่แหละ
เอา"ไบก้อน"ชนิดหัวฉีดเหน็บติดเอวไปด้วยก็ดี......

:)
BBBBB
BBBBB
BBBBB

นั่นดิ

นั่นดิ ทำไมเรื่องเชิดชูประชาธิปไตยในยุคนี้มันมีแค่ในคนบางกลุ่ม น่าจะให้ความสำคัญกับคณะราษฎรและวันที่ 24 มิถุนา มากกว่านี้นะ ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ทำไมหายจากบทเรียนประวัติศาสตร์ของเยาวชนไทย พึ่งรู้เหมือนกัน จากทีวีไทย ว่าที่หลักสี่มีอนุสาวรีย์ของเรื่องนี้ และวัดพระศรีฯเดิมชื่อวัดประชาธิปไตย

เห็นด้วยค่ะ

เห็นด้วยค่ะ การเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรียกร้องเพื่อคนเพียงคนเดียว และไม่ใช่เรียกร้องเพื่อพวกพร้องน้องพี่เพียงบางกลุ่มคน ประชาธิปไตยที่แท้จริง ประเทศไทยก็มีประชาธิปไตยถึงแม้จะไม่เต็มใบ รัฐบาลแต่ละยุดแต่ละสมัยบางยุคบางสมัยก็ปิดกั้นประชาธิปไตย โดยการบิดเบือน เพราะสิทธิและอาจนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน เมื่อประชาชนเลือกคุณเข้ามาป็นผู้แทนของเขาแล้ว แต่คุณมาใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบคุณ เมื่อคุณไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ คุณก็ควรจะลาออกมา ไม่ใช่อ้างโน้นอ้างนี่ คุณจะอ้างว่าคุณเป็นนักเรียนนอกจบด๊อกเตอร์ แต่คุณเคยดูประเทศที่คุณก็อ้างว่าเขาเป็นประชาธิปไตย คุณอยากจะเรียนแบบเขา แล้วคุณก็เรียนแบบเขามาครึ่งๆ กลางๆ เหมือนเด็ก ลอกการบ้านเพือนที่เรียนไม่เก่ง คือลอกผิดๆถูก คุณดูเลย โอบรามา เขาประกาศว่าเขาจะเชิญคนนี้มารับตำแหน่งนี้ เพราะโอบรามามองว่าคนนี้เก่งและมีความสามารถ แต่ประชาชนและสื่อต่างๆ ขุดคุ้ยว่าคนนี้ไม่เหมาะสมเพราะว่าเขาเป็นอย่างนี้มีที่มาที่ไปอย่างนี้ โอบรามาก็มาดูว่าเออจริง เขาก็หาคนใหม่ที่เหมาะสมกว่า คุณทำได้ไห๊ม คุณเป็น ส.ส. , ส.ว. คุณถือหุ้น บริษัทฯ ที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ ในกฏหมายรัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจน บางคนก็อ้างว่าไม่รู้ ไม่ทราบ บ้างก็ว่าถือนิดเดียวเอง คุณจะถือนิดเดียวก็ผิดแล้ว และที่อ้างว่าไม่ทราบ นั้น เขาเป็นใคร เขาเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง นักกฏหมาย ตาสีตาสายังรู้เลย ตาสีตาสาไม่ได้โง่ แต่พวกคุณบิดเบือนประเด็นทำให้ตาสีตาสาเข้าใจผิด ยุคนี้สมัยนี้ สื่อสารฉับไว เจ้ายุคก่อนเขาก็ส่งโตครเหง้าของคุณไปเรียน ศึกษาหาความรู้ที่ต่างประเทศมากมาย ใครมีความรู้ความสามารถเขาก็ส่งเสริม ให้เรียนรู้ยุคนั้นเขาทำได้เช่นนั้นก็นับว่าเขาต้องการพัฒนาทรัพยากรบุคคล แสดงถึงเจตนาดีที่จะให้การศึกษา แก่ราชวงศ์ที่มีความสามารถและประชาชนตามสมควร ที่คุณใจ บอกว่า เจ้าปิดกั้นการศึกษาของประชาชน คุณเข้าใจผิดอะไรบางอย่างหรือเปล่า หรือคนในโคตรเห้งาของคุณไม่มีความสามารถไม่ได้รับการสนับสนุนแล้วมาอิจฉาเขา แล้วมาเหมารวม ถึงปัจจุบัน คุณก็เห็นว่าคนเก่งสอบชิงทุนไปเรียนนั้น เรียนนี่มากมาย ที่เจ้าสนับสนุน ทุกสาขาวิชาชีพล้วนเท่าเทียบ เจ้าท่านทำดีก็สรรเสริญ ท่านตรากตรำงานกำแดดฝนท่านก็ไม่หวั่น ที่ไม่ได้สร้างภาพก็มีมากมายเหลือคณานับที่ควรสรรเสริญ เจ้าทำไม่ถูกต้องก็มีก็ไม่ปิดบังสร้างภาพก็เห็น หรือคุณว่ายังไงคุณใจ

แหมๆๆที่แท้ก็โฆษณา

แหมๆๆที่แท้ก็โฆษณา ไม่มีครายไปหรอก

ประเทศชาติทีไม่เจริญก้าวหน้าเ

ประเทศชาติทีไม่เจริญก้าวหน้าเพราะสิ่งเดียวที่ท่านต้องการหรือไม่ ประชาธิปไตยมีได้เท่านี้ดีแล้ว ขนาดนี้ยังวุ่นวายต่าย ... ถ้ามากกว่านี้ประเทศคงอยู่ในแดนสนธยาไปแล้ว

ได้ประชาธิปไตยได้สิทธิ์

ได้ประชาธิปไตยได้สิทธิ์ ถึงได้เขียนด่าแช่งใครก็ได้