ศาล รธน.แจงมีอำนาจวินิจฉัยคำร้องตาม รธน.มาตรา 68

ศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารชี้แจง ยืนยันมีอำนาจรับวินิจฉัยคำร้องที่ยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 แม้อัยการสูงสุดไม่ส่งคำร้องมา
 
8 มิ.ย. 55 - สำนักข่าวไทยรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารชี้แจง ยืนยันมีอำนาจรับวินิจฉัยคำร้องที่ยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 แม้อัยการสูงสุดไม่ส่งคำร้องมา
 
ทั้งนี้ เห็นว่าความเห็นของอัยการสูงสุดเป็นข้อความที่ใช้กับผู้ทราบถึงการกระทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และเมื่ออัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ ที่จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นสิทธิของชนชาวไทย ไม่ใช่อำนาจของอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว การปฏิบัติหน้าที่ของอัยการกับศาลจึงแตกต่างกัน คือ อัยการต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วจึงใช้ดุลพินิจ ในขณะที่ศาลต้องรับคำฟ้องหรือคำร้องให้เป็นคดีก่อน จึงจะพิจารณาพยานหลักฐานของทุกฝ่าย
 

Comments

ขอมือวุฒิสมาชิกที่มีใจยุติธรร

ขอมือวุฒิสมาชิกที่มีใจยุติธรรม....vote ถอดถอนให้หน่อย....

สงสารประชาชนด้วย..เหนื่อยเหลือเกินแล้ว..กับการต่อสู้กับความอยุติธรรม ซ้ำซาก

หรือว่าอายจนทำอะไรไม่ถูก

หรือว่าอายจนทำอะไรไม่ถูก จึงต้องออกมาแก้เกี้ยว ยืนยันว่าตนเองมีสิทธิ คนแก่ขี้ใจน้อย
มีหวังโดนเล่นรอบสอง แค่รอบแรกก็เดินไม่เป็นแล้ว สงสัยรอบสองอาจต้องกระอักเลือดตายคาโต๊ะ

ศาลมีอำนาจเช่นนั้นจริง

ศาลมีอำนาจเช่นนั้นจริง หากมิใช่เช่นนั้น การที่ใครสักคนแจ้งความและเมื่อตำรวจส่งสำนวนไปที่อัยการ แล้วอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแปลว่า ทุกอย่างจบที่อัยการหรือ ก็ไม่ใช่ เพราะผู้เป็นเจ้าทุกข์ยังไปฟ้องศาลโดยตรงได้

นึกว่าไม่ได้ลงเอกสารชี้แจงของ

นึกว่าไม่ได้ลงเอกสารชี้แจงของศาลรธน. จะได้เอามาให้อ่าน

เมื่อลงแล้วก็ดี อ่านทำความเข้าใจซะ แล้วจะได้ไม่ต้องเถียงกันให้เปลืองสมอง

หรืออยากจะเหนื่อยก็เอา แต่ไม่มีประโยชน์อะไรนะ จะบอกให้

ไม่มีอำนาจและศักดิ์ศรีของศาล

ไม่มีอำนาจและศักดิ์ศรีของศาล รธน.แล้ว จึงต้องอ้างความเป็นปวงชนชาวไทยในการพิทักษ์ รธน. โดยจะใช้วิธีการไหนก็ได้

เวลา ฉีกรัฐธรรมนูญ

เวลา ฉีกรัฐธรรมนูญ ด้วยการรัฐประหาร อำนาจตุลาการ เห็นด้วยเสมอ 5555555 ตุลาการไทยอะไรจะอัปรีย์ได้ขนาดนั้น

จำนนท์ด้วยหลักฐาน

จำนนท์ด้วยหลักฐาน จำนนท์ด้วยหลักการ
เหลือแต่แถจนสีข้างแดงเถือกละทีนี้
ก็จะลองดูสิ จะไปได้กี่น้ำ กับกลุ่มคนที่
คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ในความซื่อตรง
.....สีทนได้ว์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่สีข้างแดงเถือกเลยนะสี
ยังไม่เคยเห็นรึ ฤทธิ์ประชาชน
ไปถาม ฤาษีดู ทำไมถึงถูกถีบตกเขายายเที่ยง
ทั้งๆ ที่เป็นคนดี หรือ บิ๊กๆ ทั้งหลาย
ที่เอาปืนจอหัวประชาชนขึ้นสู่อำนาจ
อยู่ได้สักกี่คน
ประชาชนเขาตื่นแล้ว ตลกยังฝันหวานอยู่เลย

ในอนาคตจะเป็นบรรทัดฐานของตุลา

ในอนาคตจะเป็นบรรทัดฐานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไทยที่มีความเป็นกลางเที่ยงตรงอย่างสง่างามอย่างระดับสากลหรือเปล่านะ หรือว่านี่คือประเทศไทย

ท่านมีความสามารถในการหักล้างความเห็นของอัยการสูงสุดได้เพียงประโยคเดียวที่ว่า "สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นสิทธิของชนชาวไทย ไม่ใช่อำนาจของอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว" โดยไม่ได้เชื่อมโยงประโยคดังกล่าวว่ามันบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตราไหนควรเพิ่มเติมมาด้วยครับ

เอกสารชี้แจงฉบับนี้อ่านแล้วยังคลุมเครือไม่ชัดเจนครับศาลรัฐธรรมนูญควร/ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบมาด้วยครับเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชนไม่ต้องตีความให้เสียเวลา

คำแถลง (อ่านว่า แถ+ลง) ของ

คำแถลง (อ่านว่า แถ+ลง) ของ ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ (อ่านว่า ตลกศาลรัฐธรรมนูญ) บ้านเมืองนี้คงต้องวิบัติกันต่อไป พระสยามฯ คงหมดปัญญาจะเยียวยาซะแล้ว.......

อัยการก็แถลงไปแล้ว..... ความจ

อัยการก็แถลงไปแล้ว.....
ความจริงประจักษ์แล้ว...
แต่ท่านๆยังงอแง.........
จะเดาเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
ฤาพวกท่านๆ..ต้องการ....
อยากมีเรื่อง..จะเอาอย่างนั้น
ก็ยินดี..น้อมรับ..มันจะได้จบ

เราไม่เคยเรียนกฎหมาย

เราไม่เคยเรียนกฎหมาย และก็ไม่อยากเรียนด้วย แต่สงสัยว่าทำไมนักกฎหมายจึงเขียนกฎหมายบางมาตรา ให้มันคลุมเครือไม่กระจ่างชัดต้องไปตีความกันอ้างเหตุผลกันไม่รู้จบ ในภายหลังเกิดปัญหาวุ่นวายดังเช่นปัจจุบันนี้ ในอดีตเราเรียนระดับประถม มัธยม ตอบปัญหาครูว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ใช้เป็นแม่บทในการปกครองประเทศ กฎหมายอื่นจะมีสิทธิสูงกว่าไม่ได้ ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังเป็นแบบนี้หรือเปล่า..ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับที่จะแก้ไขต่อไป สสร.ควรจะเขียนให้มันชัดเจน ไม่ต้องตีความในภายหลัง

สรุป

สรุป ...งานนี้สาลรัดทำมะนวยขอลงมาล้วงลูกเอง...ไม่ฟังอิร้าค่าอิรม..และจะล้วงลูกงานสภา...งานฝ่ายบริหาร...ยุบพรรค....จัดการตั้ง รบ.ใหม่ตามแผนบันไดสี่ขั้นสูตรเดิม..ใช่มะ

อยากทราบว่าใครมีอำนาจตรวจสอบศ

อยากทราบว่าใครมีอำนาจตรวจสอบศาลได้บ้างครับ เพื่อแสดงความโปร่งใสเพื่อให้คนทั่วไปได้ทราบ จึงจะแสดงความสง่างาม

ทั้งแดง,เหลืองขี้แห้ง,หลากสี,

ทั้งแดง,เหลืองขี้แห้ง,หลากสี,สยามทวงคืนอำนาจรัฐ พวกท่านก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งให้อำมาตย์กำหนดเกมส์ ยุให้แตกแยกเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าครอบงำแค่นั้นเองพอได้แล้วอย่าจับประเทศเป็นตัวประกันเลย

ตลก

ตลก ช่วยวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ แล้วสั่งยุบพรรคทุกพรรคพร้อมตัดสิทธิ สส ทุกคน
ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์หน่อยเถอะ อยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เห็นทีตลกอาจจะได้ไป
เกิดใหม่ละคราวนี้

หยุดย่ำยีประชาชนได้แล้ว ไอ้บ้าทั้งหลาย

โดยส่วนตัวผม มีความเห็นว่า

โดยส่วนตัวผม มีความเห็นว่า

การที่ ตลก. ศรธน. รับคำร้อง ตาม ม.68 และเขียนข้อความบันทึกเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ เพื่อไปหยิบเอากฏหมายแพ่งมาใช้ ออกคำสั่ง ไปยังรัฐสภา

เป็นปัญหาใหญ่ครับ

เพราะคำร้องนั้น กล่าวหาถึงขั้นกบฏ มีผลกระทบในวงกว้างต่อรัฐสภาอย่างมากครับ

เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของรัฐสภา และกรอบการแก้ไข ก็มีบันทึกไว้ชัดเจนว่า คงไว้ซึ่งหมวดพระมหากษัตริย์ แปลว่า ไม่ได้ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ผมได้ยินว่า จึงมีนักกฏหมายมากมายเข้าชื่อจะฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับบรรดา ตลก. ศรธน. เฉพาะคนที่ลงมติรับคำร้อง ไปจนถึงคนที่ออกคำสั่งไปยังรัฐสภา

ผมขอฝากไปยังบรรดาคณาจารย์กฏหมายไทยทั้งหลาย ผู้มีใจเป็นธรรม เป็นกลาง

ลองพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ สมควรหรือถึงเวลาที่พวกท่านจะออกมาหรือยังครับ สวัสดี.

ปล. เพื่อทำความจริงให้กระจ่าง อย่าปล่อยให้ใคร คนใดคนหนึ่ง หรือใคร กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำผิดกฏหมายได้ ตามอำเภอใจครับ.

ถ้าผมเดินไปป้อมตำรวจที่สี่แยก

ถ้าผมเดินไปป้อมตำรวจที่สี่แยก แล้วบอกจ่าที่ป้อมว่าช่วยออกใบสั่ง (อ่านว่าใบสั่ง ไม่ใช่คำสั่ง) ว่า
"อาศัยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของประชาฃนชาวไทย ให้ตลก ทั้ง 7 คน เพิกถอนคำสั่งให้สภาชะลอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้วาระ 3 อันเป็นการละเมิดอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของรัฐสภา ซึ่งจัดว่าเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาเพื่อสำนาจในการปกครองประเทศโดยไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่งั้นจะยิง" บ้าง จะได้ใหม และถ้าจ่าแกเกิดชักปืนขึ้นมายิงจริงๆ จะถือว่าแกฆ่าคนตายโดยเจตนา หรือจะถือว่าคนร้ายขัดขืนไม่ยอมวางอาวุธ (อ่านว่าอาวุธ ไม่ใช่คำสั่ง) เลยต้องวิสามัญฆาตกรรมครับ

ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ แต่ผมว่าผมใช้ตรรกะเดียวกับท่านวสันต์ทุกประการเลย
1. ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ดังนั้นสามารถเดินไปฟ้องตำรวจ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาญา DSI ฯลฯ ได้โดยตรง
2. ตำรวจมีหน้าที่จับคนร้าย จึงไปแจ้งความให้จับตลกได้
3. ให้สงสัยไว้ก่อนว่าคนที่ถูกกล่าวหาผิดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ
4. ตำรวจสามารถออกใบสั่ง? ได้ แถมต่อให้เป็นตลกหรือนายกก็ต้องทำตามเหมือนกัน
5. ถ้าคนร้ายต่อสู้ขัดขืน หรือกระทำการที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น หรือไม่ทำตามใบสั่ง (ในกรณีนี้คือระบบประชาธิปไตยและสภา) ตำรวจก็สามารถกระทำการวิสามัญฆาตกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายทำอันตรายกับตำรวจหรือผู้อื่นได้

วัน

[quote=วัน]ศาลมีอำนาจเช่นนั้นจริง หากมิใช่เช่นนั้น การที่ใครสักคนแจ้งความและเมื่อตำรวจส่งสำนวนไปที่อัยการ แล้วอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแปลว่า ทุกอย่างจบที่อัยการหรือ ก็ไม่ใช่ เพราะผู้เป็นเจ้าทุกข์ยังไปฟ้องศาลโดยตรงได้[/quote]

ข้าราชการรีดไถเรา เราแจ้งความตำรวจอัยการไม่ฟ้อง เราฟ้องเองได้
แต่เราเห็นเขาซื้อขายยาเสพติด เราแจ้งความตำรวจอัยการไม่ฟ้อง เราฟ้องเองไม่ได้
มีคดีหลายประเภทที่คนธรรมดาไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
อย่าไปยกตัวอย่างแบบนี้เลย จะเข้าใจกันผิดไปใหญ่

กรณีนี้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดแล้ว แต่ถ้าศาลจะดึงดันก็คงดึงดันได้ เพราะศาลมีอำนาจอยู่
แต่จะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายไหม เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คำสั่ง คำพิพากษา ก็เหมือนเงินตรา คนเชื่อถือกระดาษก็เป็นเงินตรา เป็นคำสั่ง คำพิพากษา
ถ้าคนหมดความเชื่อถือเงินตรา คำสั่ง คำพิพากษา ก็เป็นแค่เศษกระดาษ

...อยากถามตุลาการศาลรรธน.ว่าค

...อยากถามตุลาการศาลรรธน.ว่าคุณโง่หรือคุณแกล้งโง่กันแน่ที่ตีความ ม.68 เป็นอย่างที่คุณเข้าใจ
คุณคิดว่าผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องให้คุณได้หรือไม่ทำไม่คุณไม่พิจารณาตีความ ม68 ก่อนที่จะรับ แต่นี่คุณรับแล้ว แถมมี่คำสั่งให้สภาชลอการลงมติ วาระ 3 ไปก่อน คุณคิดดูหากสามารถรับได้ทั้ง 2 ทาง แล้วอสส.ตีความไม่รับพ้อง แต่คุณ ตีความมว่า ต้องรับพ้อง มันไม่ขัดกันหรือ ทั้ง 2 องค์กรนี้...หยุดเถอะ วสันตื จรัญ ขอเถอะ อย่าสร้างปัญหาให้กับประเทศอีกเลย...พวกคุณควรฟัง นักวิชาการหลายๆท่านที่ออกมาให้ความเห็นบ้าง...เพราะพวกเขาเป็นกลางไม่เลือกข้างใคร อย่าแถไปอีกเลย..

เห็นด้วยประเด็นการร่างกฎหมายค

เห็นด้วยประเด็นการร่างกฎหมายคลุมเครือเยอะมาก
ประเด็นคำว่าและเลยถูกเอามาเล่น ขึ้นอยู่กับคนเล่นว่าเข้าข้างไหน

แต่ผมสงสัยว่าไปเล่นประเด็นคำนี้มากไปไหม
ประเด็นคำว่า"บุคคลหรือพรรคการเมือง"จะตีความไปถึง"รัฐสภา"ย่อมไม่ได้

ทำไมไม่พุ่งเข้าประเด็นนี้ ผมว่าแก้ยังไงก็ไม่หลุด

การกระทำของศาล

การกระทำของศาล ยิ่งชี้ชัดขึ้นทุกที
ผู้เสนอแก้ รธณ. อาจจะเป็นกบฎได้น่อ

ฟังคำพูดของศาล...ท้าย

ฟังคำพูดของศาล...ท้าย ๆกับจอม..เรื่อง พจนานกรมและดิก..เหมือนจะยอมรับว่าตัดสินผิดไปแล้วงง...คราวหน้าจะปรับปรุงใหม่

ลองเปลี่ยนประโยคนี้หน่อย

ลองเปลี่ยนประโยคนี้หน่อย จาก

สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นสิทธิของชนชาวไทย ไม่ใช่อำนาจของ "อัยการสูงสุด" แต่เพียงผู้เดียว

เป็น

สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นสิทธิของชนชาวไทย ไม่ใช่อำนาจของ "ตลก" แต่เพียงผู้เดียว

ศาลอะไรว๊ะ เดี๋ยวใช้พจนานุกรม

ศาลอะไรว๊ะ เดี๋ยวใช้พจนานุกรม เดี๋ยวให้ไปดูฉบับภาษาอังกฤษ ถามจริงๆเถอะไอ้คนที่พูดว่าให้ไปดูฉบับภาษาอังกฤษ คนที่พูดนะมีความรู้ภาษาอังกฤษซักแค่ไหน เพราะเท่าที่อ่านดูแล้วก็ยังมั่นใจอยู่ดีว่าฉบับภาษาอังกฤษเขาก็เขียนว่าให้ยื่นผ่านอัยการสูงสุดอยู่ดี จะตะแบงกันไปถึงไหน เป็นศรีธนชัยมา 6 ปี แล้วประเทศนี้นะ อยากให้สังคมไทยเป็นแบบนี้ไปตลอดหรืออย่างไร อยากให้ลูกๆหลานๆของพวกท่านอยู่ในสังคมที่ไม่มีระเบียบ ไม่มีหลักการ ไม่มีความเป็นธรรม มีแต่ double standard ไปแบบนี้ตลอดใช่ไหม

พูดก็พูดแค่โดนชาวบ้าน โดนนักวิชาการ ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ ด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง เป็นคนทั่วๆไป ป่านนี้เขาไม่ทนหน้าด้าน อยู่ในตำแหน่งอย่างนี้หรอก เขาลาออกไปเลี้ยงหลานกันนานแล้ว

ดุลยพินิจที่ไม่เป็นกลาง มีอคต

ดุลยพินิจที่ไม่เป็นกลาง
มีอคติความเชื่อว่า ฝ่ายหนึ่งเป็นคนดี อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนเลว
มี ธง อยู่ก่อน แล้วจึงใช้ดุลยพินิจไปหา ธง

ไม่ได้ต่างไปจากกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปัญหาในอดีต เช่น ยุคราชาธิปไตย หรือยุคกลางในยุโรป

อย่างหนา wrote:ศาลอะไรว๊ะ

[quote=อย่างหนา]ศาลอะไรว๊ะ เดี๋ยวใช้พจนานุกรม เดี๋ยวให้ไปดูฉบับภาษาอังกฤษ ถามจริงๆเถอะไอ้คนที่พูดว่าให้ไปดูฉบับภาษาอังกฤษ คนที่พูดนะมีความรู้ภาษาอังกฤษซักแค่ไหน เพราะเท่าที่อ่านดูแล้วก็ยังมั่นใจอยู่ดีว่าฉบับภาษาอังกฤษเขาก็เขียนว่าให้ยื่นผ่านอัยการสูงสุดอยู่ดี จะตะแบงกันไปถึงไหน เป็นศรีธนชัยมา 6 ปี แล้วประเทศนี้นะ อยากให้สังคมไทยเป็นแบบนี้ไปตลอดหรืออย่างไร อยากให้ลูกๆหลานๆของพวกท่านอยู่ในสังคมที่ไม่มีระเบียบ ไม่มีหลักการ ไม่มีความเป็นธรรม มีแต่ double standard ไปแบบนี้ตลอดใช่ไหม

พูดก็พูดแค่โดนชาวบ้าน โดนนักวิชาการ ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ ด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง เป็นคนทั่วๆไป ป่านนี้เขาไม่ทนหน้าด้าน อยู่ในตำแหน่งอย่างนี้หรอก เขาลาออกไปเลี้ยงหลานกันนานแล้ว[/quote]

มีฉบับภาษาจีน ญี่ปุ่น เขมร ลาว พม่า ไหมอ้างที่เดียวให้หมดเลยนะ

Anarchist wrote:นี่คือการแสดง

[quote=Anarchist]นี่คือการแสดง "แสนยานุภาพ" ของคณะ ตลก

ใคร? องค์กรไหน?.... กล้า ก็ ลองดู[/quote]

ชอบมาก ความเห็นนี้

ท่านทั้งหลายจงต่อสู้ทางความคิ

ท่านทั้งหลายจงต่อสู้ทางความคิดกันต่อ จนได้ขอสรุป เถอะ วิวัฒนาการณ์ของ สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และเป็นแบบของไทยจริง ไม่ได้เรียนแบบ โลกตะวันตกมากนัก แต่อยากให้หันกลับไปแลที่จีนด้วยนะ เราอาจจะกลายเป็นสังคมนิยมวันใดก็ใด้เมื่อจีน กลายเป็นประเทศที่โลกมองว่าการปกครองนี้ดีที่สุด เมื่อนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายกำลังต่อสู้กันนี้ =0.

อ่านดูเหมือนจะเข้าท่านะแต่...

อ่านดูเหมือนจะเข้าท่านะแต่...เพราะมีคนอย่าง(ประมาณ)คุณ ..ในสมรภูมินี้มั้ง...พวกอำมาตย์พวกอะไรๆที่คุณอ้างถึง....จึงสามารถทำอะไรๆได้อย่างไม่สะท้านสะทก...เพราะอะไรเพราะพวกนั้นมักจะอ้างความชอบ(ทำ)ของตัวว่า...ยังมีบางพวก(ที่มักแอบ)ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอาจจะเห็นตามพวกตน...เชื่อเถอะสมรภูมิใหนๆเกมใดๆจะมีแค่2ฝ่ายเสมอ....เลือกซะเถอะเลือกไปเลยว่า1หรือ2...อย่าทำตัวเป็นนักบุญครับ...เพราะเมื่อมีนักบุญท่ามกลางสงครามที่ไหน...จะมีศพมากมายเกิดขึ้นที่นั่น..เพราะชาวบ้านจะสู้ก็หาว่าบาป...จะถอยก็บอกว่าจะทิ้ง"บ้าน"ตัวเองไปที่ใหน...สุดท้ายตายห่าหมดครับ..อ้อ...เพียงแต่นักบุญอาจจะตายช้าหน่อย...หรือนั่นคือตัวตนของคุณ...

ผลการวินิจฉัยของ ตลก. ศรน.

ผลการวินิจฉัยของ ตลก. ศรน. สามารถนำไปเป็นบรรทัดฐานยุบ อสส.และตำรวจได้เลย เพราะท่านได้ทำลายกระบวนการยุติธรรมไทยไปเรียบร้อยแล้ว(ด้วยความเห็นของปุถุชนธรรมดาเพียง 7 คน)

สถาบันที่จะวินิจฉัยว่า ตลก. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นไม่ใช่หน้าที่ของ ตลก. ศรน.จะตัดสินกันเองเพราะยังไงๆท่านก็ไม่ทำลายอำนาจของตนแน่นอน ทางออกที่ดีก็คือให้รัฐสภาซึ่งเป็นสถาบันนิติบัญญัติและเป็นผู้ตรากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย(ข้อเสนอนี้อาจไมมีข้อกฎหมายรองรับ แต่ใช้ common sense แทนพจนานุกรมได้)

ทางออกที่น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างนี้น่าจะเลือกวิธียุบสภาแล้วเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่า บทเรียนครั้งนี้คงจะเป็นประสบการณ์ให้รัฐบาลใหม่นำไปแก้ไขป้องกันได้รัดกุมขึ้น ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสล้างนักการเมืองเลวๆออกไปบ้าง

คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใหม่เถอะครับ

ดุลยพินิจที่ไม่เป็นกลาง มีอคต

ดุลยพินิจที่ไม่เป็นกลาง
มีอคติความเชื่อว่า ฝ่ายหนึ่งเป็นคนดี อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนเลว
มี ธง อยู่ก่อน แล้วจึงใช้ดุลยพินิจไปหา ธง

ไม่ได้ต่างไปจากกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปัญหาในอดีต เช่น ยุคราชาธิปไตย หรือยุคกลางในยุโรป

นั่นก็คือ ผู้คนที่คัดค้านศาล ไม่ได้เน้นที่ประเด็น เทคนิคข้อกฎหมาย
แต่มองที่ศาลก้าวก่ายอำนาจสภา
แล้วที่ ศาล มาก้าวก่ายอำนาจ สภา ก็เพราะ ศาล ไม่ต้องการให้แก้ รธน.
ที่ไม่ต้องการให้แก้เพราะ ไม่รู้ว่า "กติกา" จะเปลี่ยนอย่างไร
แก้แล้ว "อำนาจ" ต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไร เช่น ยกเลิก ส.ว.สรรหา, ยกเลิกองค์กรอิสระ
ที่สำคัญอีกประการคือ แก้ผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา ที่เป็นต้นกำเนิด รัฐธรรมนูญ 2550
ซึ่ง "นักลัทธิรัฐประหาร " จะปกป้องรัฐธรรมนูญ 2550 ถวายหัว ด้วยจิตสำนึกเผด็จการ

การที่ศาลเต้นไปตามนักลัทธิรัฐประหาร ให้นักลัทธิรัฐประหารอย่างพันธมิตรฯครอบงำ เป็นความเสื่อมถอยในทุกด้าน ทั้งด้านสติปัญญา, ไหวพริบ และจิตสำนึกคุณธรรมสากล

รัฐประหารมาแล้ว 6 ปี คนทำรัฐประหารคือ สนธิ บัง ยอมรับแล้วว่า ไม่ควรทำรัฐประหาร เพราะทำให้ประเทศแย่ลง แตกแยกรุนแรง คนทำรัฐประหารยอมรับว่าไม่ควรทำ แต่ "บ่างช่างยุ" ก็ยังยุให้นายพลทหารหน้าใหม่ๆทำรัฐประหารต่อไป

ตลอด 6 ปีมานี้ ปัญญาชนไทยเรียนรู้เรื่อง ศีลธรรม ความดี ด้วยความเข้าใจมากขึ้น ได้รู้จักโรคคลั่งความดี เห็นคนพร่ำพูดจริยธรรม-ความดี แต่ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังทุกวัน และปลุกระดมให้เชื่อว่า การฆ่าคนกลางเมืองด้วยการใช้สไนเปอร์ยิงหัวผู้ประท้วงหลายสิบศพ ยอมรับได้-จำเป็น แต่การเผาอาคารกลับกลายเป็นความชั่วร้ายเลวชาติมหาโหดยิ่งกว่าการฆ่าคนร่วม 100 คน ปลุกระดมกันแบบนี้

เป็นคนดีแต่ลมปาก แต่ใจและกายเเป็น อมนุษย์ ที่ไม่สามารถเข้าถึงหลักศาสนาใดๆ ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม

6 ปีมานี้ คนที่มีใจอย่างมนุษยธรรมธรรมดา เห็นความผิดปกติของพวกที่อ้างจริยธรรม-คุณธรรม
6 ปีมานี้ นักวิชาการ, นักกิจกรรม, ปํญญาชน ที่เคยสนับสนุนพันธมิตรฯ ทะยอยเปลี่ยนข้างมาเรื่อยๆ มาเข้าข้างที่ไม่ได้โจมตีทักษิณ ยิ่ง"นิติราษฎร์" แก้ต่างคำกล่าวหา-คำให้ร้ายทักษิณ หรือก็คือ ถอดคาถาที่ใช้สร้างผีปีศาจระบอบทักษิณ ปัญญาชนก็เข้าใจมากขึ้นว่า ทักษิณ ถูกกล่าวหาให้ร้ายอย่างเยอะ จากสื่อคู่แข่งธุรกิจสื่อ และจากพรรคการเมืองอุลตร้ารอยัลลิสต์ที่พร้อมจะป่วนทั้งในและนอกสภา อย่างหน้าด้านไร้ยางอายและถ่อยสถุลเหลือเชื่อ แล้วอำนาจตุลาการที่เต้นไปตามพันธมิตรฯและปชป. ก็กลายเป็น ละครตลกผิดเวทีที่น่าสมเพช

ฟังเสียงข้างน้อย - ดร.วรเจตน์

ฟังเสียงข้างน้อย - ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ - คดียึดทรัพย์
http://www.enlightened-jurists.com/directory/57/search_keyword/%E0%B8%A2%E0%B8%B6%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C/search_id/708

จริงๆไม่ใช่เสียงข้างน้อยหรอก ถ้าเป็นเสียงข้างน้อย พรรคพลังประชาชนและเพื่อไทยไม่ชนะเลือกตั้ง พาดหัวนั้นของ "ประชาชาติธุรกิจ" ที่ "เอียง" เนื่องจาก "ประสงค์" ขุดคุ้ยเรื่องทักษิณมานานตั้งแต่ปี 2543 ได้รางวงรางวัลขุดคุ้ยแล้วพาล "หลงตัวเอง" ยกตัวขึ้นชั้นเป็น "ผู้พิพากษานอกศาล" ขุดคุ้ยเอง วินิจฉัยเอง และตัดสินถูกผิดเอง ไม่ต้องรอการสืบพยานซักค้านข้อมูล ประสงค์ ร่วมหัวจมท้ายกับ ดร.สมเกียรติ นั่นแหละ ... พาดหัวจึงสื่อออกมาว่า ดร.วรเจตน์ เป็นเสียงข้างน้อย และการตัดสินยึดทรัพย์คือเสียงข้างมากของสังคม

ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ

[quote=ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ]ไม่มีอำนาจและศักดิ์ศรีของศาล รธน.แล้ว จึงต้องอ้างความเป็นปวงชนชาวไทยในการพิทักษ์ รธน. โดยจะใช้วิธีการไหนก็ได้[/quote]

ศาล รธน.ไม่มีสิทธิ์อ้าง ปวงชนชาวไทยเพราะ ปวงชนชาวไทย ไม่ได้เลือกมา

ครับ

ครับ คำชี้แจงนี้ของศาล(อ้างแม้อัยการไม่ส่งคำร้องมาศาล แต่ศาลก็มีำอำนาจรับฯและออกคำสั่งไปตามเนื้อหาประเด็นตอนนี้) ผมได้ดูรายการที่หนึ่งในศาลรัฐธรรมนูญ(ท่านจรัลฯ) ในรายการคุณจอม เพชรประดับ ออกมา ให้สัมภาษณ์ลงลึกเรื่องนี้ไปกว่่าเนื้อหาในข่าวนี้

นั้นคือ โดยเจตารมณ์ ของม.68 นั้นคือที่มาโดยเนื้อหาที่ต้องยึดโยงหลักคิดหลักพิจารณาหรือการตีความตามกรอบนั้น? สาระจริงๆที่ผมอยากชี้คือ เจตนารมณ์ของม.68 คือต้องการให้ กระบวนการผ่าน ชั้นอัยการ เนื่องจากหน้างานแบบนี้มีโอกาส มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง ที่ต้องเน้นการตรวจสอบพยานหลักฐาน ในชั้นอัยการให้รอบคอบ เพราะมันโยงหลายเรื่องเช่นยุบพรรค หรือกระทบองคืกรหลักสำคัญๆ เช่นนิติบัญ,สภาฯ

นั้นคือที่มาที่เจตนารมณ์การเขียนม.68 จึงต้องให้อำนาจหน้าที่ชั้นอัยการไว้มาก และคุณจรัลฯ(ในรายการคุณจอมฯก็ยอมรับออกมาว่าศาลรับโดยยังไม่มีการไต่สวนเบื้องต้นว่า จะมีเนื้อหาในคำร้องแบบไหนอย่างไร?แต่รับเพราะเสนอมาตามที่อ้างฯ) นั้นเท่ากับว่ากระบวนการตามนี้ ศาลต้องรับทุกกรณีที่ผิดเจตนารมณ์ม.68เพราะแบบนี้ (คำร้องขยะแบบกรณีนี้มันผิดตั้งแต่ชั้นอัยการแล้ว)ถ้าไม่มีชั้นการกรองงานจะล้นศาล ?แล้วเป็นงานขยะ(เน้นว่าขยะ เพราะคำร้องตามที่เป็นข่าวนี้ตัวตนแค่ขยะ ?หรือกะดาษชำระหรือเด็กอนุบาลร้องไห้งอแงหานมหรือฟูมฟายไร้สาระ) เพราะชั้นอัยการฟันธงมาแล้ว(ผมฟันธงก่อนชั้นอัยการแล้วด้วย)

ดังนั้น การที่ศาลอ้างว่ารับเพราะ มาถูกต้องตามการตีความช่องทางนั้น(ที่จริงๆผิดเจนตนารมณ์ม.68 หรือแถใช้วิธีการแบบศรีธนญชัยในการโยงช่องทางอื่นแบบด้านๆ) ดังนั้นเมื่อด้านมา มันจึงค้านเจตนารมณ์ของม.68มันจึงได้ผมลัพธืแบบนี้? และหลักการ การพิจารณาคดีที่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ม.68 นั้นคือศาล จะต้อง พิจารณามูลฟ้องขยะเต็มศาลไปหมด เช่นเรื่องที่เป็นประเด็นแทนทีี่จะกรองผ่าชั้นอัยการอีกทีตามเจตนารมณ์กฎหมาย

แม้ศาลอ้างว่า จะละเลยช่องทางตรงจากภาคปชช.ไม่ได้?(จริงใช่แต่คนอ้างต้องมองเงื่อนไขปชต.ทางตรงว่ามันตรงไม่ได้ทุกเรื่อง) แต่เงื่อนไขคือ งานจะล้นศาลเพราะ ทุกคนมีสิทธิในการส่งขยะเข้าศาล อย่างสำนวนล่าสุด ผมอ่านนัดเดียวฟันธงว่าไม่เข้าข้อกฎหมายหรือเป็นคำร้องขยะเลย?(ฟันธงก่อนชั้นอัยการนี่ผมไม่ใช่นักกฎหมายอะไรเลยแต่ฟันธงก่อนศาลก่อนอัยการได้เลยเพราะมัดชัดมาก) จนอัยการมาชี้ชัดยืนยันตามผม นั้นคือเนื้อหา

และเงื่อนไขคือศาลไปให้น้ำหนักขยะเพราะมีใบสั่งพิเศษ แล้วเอาขยะมาสร้างเื่งื่อนไขในการรีไซเคิ้ล ไปยังหน้างาน หรือป่วน หน้างานของอำนาจหลัก เช่นนิติบัญฯ สภาฯ ที่อาจจะเกิดความเสียหาย ในมิติความล่าช้า หรือ หลายๆเรื่องที่เคยมีปรากฏความเสียหายมามากมายหลายกรณี(ยกมายาวมาก)

ประเด็นที่ผมจะชี้คือ เพียงแค่ศาลทบทวนตัวเองในบทบาทก่อนกำหนดมาตรการที่เกินหน้าที่(คำสั่งไปยังนิติบัญฯแบบนั้นจากต้นน้ำคำร้องขยะ) ให้ชัดเจน เรื่องแบบนี้จะไม่เกิด นั้นคือ ศาลต้องรอขั้นตอนชั้นอัยการตามเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้ก่อน เพราะกรองขยะ(แบบคำร้องขยะที่สร้างประเด็นนี้)อีกชั้น นั้นคือ มันไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งไปหาหน่วยงานอื่นแบบไม่ถูกต้องแบบนี้ จนสร้างความเสียหายแบบนี้เพียงแค่มีสติ และลำดับขั้นตอนให้ถูกต้องหรือสำคัญสูงสุดคือรับใบสั่งมั่วๆมาแบบนี้???

ถ้าเพียงแค่ศาล กรองเนื้อหาคกร้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง นั้นคือสิ่งที่ผมติงคือศาลรับขยะมาสร้างเื่งื่อนไขให้หลายๆ องคกรหลัก(เป็นองค์กรสูงสุดของประเทศด้วย) แล้วตัวองค์กรศาลเป็นองค์กรที่ต้องได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจสูงสุด แต่ ออกมาตรการหละหลวม หรือมั่วมา หรือไม่ขนาดมั่ว(แต่แถมา)และขาดความระมัดระวังในขั้นตอนที่ถูกต้องมันจึงสร้างเงื่อนไขแบบนี้???

เพื่อนๆครับ ผมไม่เชื่อน้ำหน้า

เพื่อนๆครับ

ผมไม่เชื่อน้ำหน้าและน้ำคำของนาย คนนี้ ที่ชาวบ้านตั้งฉายาว่า พันบาท
ส่วนที่มาของฉายา มาอย่างไร ต้องลองไปถามชาวบ้านที่สนใจการเมืองทั่วไป เขาจะอธิบายให้ฟังได้ครับ

ทำไม ผมไม่เชื่อน้ำหน้าและน้ำคำของนายคนนี้ เพราะผมอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย แต่นายคนนี้ เพื่อนๆ ลองไปตรวจสอบประวัติความเป็นมาให้ดี จะรู้ว่า อยู่ฝ่ายไหนครับ

ทำไม ผมไม่เชื่อน้ำหน้าและน้ำคำของนายคนนี้ เพราะผมอยู่ฝ่ายความยุติธรรม แต่นายคนนี้ หากเพื่อนๆ ลองไปตรวจสอบประวัติความเป็นมาให้ดี ก็จะรู้ว่า อยู่ฝ่ายไหนครับ

และนี่ คือเหตุผลที่ผมไม่เชื่อน้ำหน้าและน้ำคำของนายคนนี้ครับ

ผมในฐานะเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง ที่รักระบอบประชาธิปไตย และรักความยุติธรรม เป็นนิสัย
ย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะรัก จะชัง จะเชื่อ จะไม่เชื่อ จะไว้วางใจ หรือจะไม่ไว้วางใจ ใครคนไหนหรือกลุ่มไหน ก็ย่อมได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพทางความคิดส่วนตัวของผมครับ

ใครจะพูดว่า ตัวดี ตัวอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ตัวอยู่ฝ่ายความยุติธรรม ตัวดีอย่างนั้น ตัวดีอย่างนี้ ตัวมีเหตุผลอย่างนั้น อย่างนี้ ก็พูดได้ครับ

แต่หากตัว มีพฤติกรรม พฤติการ ตรงกันข้ามจากที่พูดมา เช่น เดินสายเป็นปากเป็นเสียงให้กับฝ่ายเผด็จการ และสร้างงานที่ค้านสายตานักกฏหมายทั่วฟ้าเมืองไทย
จนเป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันมากมาย แพร่หลาย และกว้างขวางว่า ช่างอยุติธรรมเหลือเกิน หาเหตุผลที่ฟังไม่ได้ คือไร้เหตุผลนั่นเอง

นอกจากเสียงวิพากย์วิจารณ์แล้ว ยังมีเสียงคัดค้าน เสียงประณาม ตามมา ที่ยังคงดังกระหึ่ม จนถึงทุกวันนี้ ชนิดที่ไม่รู้จบ

พูดไปเถอะครับ แต่หาคนเชื่อให้ได้นะครับ สวัสดี.

แปลความเข้าข้างตัวเอง เค้าเขี

แปลความเข้าข้างตัวเอง
เค้าเขียนไว้ชัดว่าอัยการ เอกสารในเวป ก็บอกไว้ชัดว่าอัยการ
ถึงขนาดต้องเปิด รธน ภาษาอังกฤษอีกแล้วหรอ

กรณีนายกสมัคร กม แรงงานมีไม่ใช้ ไปใช้พจนานุกรม

หากใช้มาตราฐานเดียวกันกับที่ค

หากใช้มาตราฐานเดียวกันกับที่คุณวสันต์ออกมาแถลงข่าว

ดันมีคนไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งเก้าคน มีการกระทำที่ก้าวก่ายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดขวางการทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยของสภานิติบัญญัติ อาจจะเข้าข่ายการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามมาตรา 68 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจคุ้มครองชั่วคราว สั่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งเก้าคนหยุดการกระทำที่อาจจะเป็นการก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ จนกว่าจะมีการไต่สวนและตัดสินเป็นอื่น

คำฟ้องนี้ก็ไม่ต้องผ่าน อัยการสูงสุด ยื่นตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย และคุณวสันต์ก็กรุณาใช้ตรรกะเดียวกันออกมาแถลงข่าวด้วยว่า "แม้การกระทำยังไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อมีผู้มาร้องว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการกระทำเข้าข่ายการล้มล้างารปกครอง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ คุณจะให้ศาลไม่รับเรื่องมาพิจารณาได้อย่างไร"

หากคุณวสันต์ไม่ยอมรับคดีไปพิจารณา ก็จะต้องโดนข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินแล้วว่า คดีแบบนี้สามารถฟ้องได้โดยตรงที่ศาล และเนื่องด้วยความร้ายแรงของคดี ศาลก็ต้องใช้อำนาจคุ้มครอง หยุดยั้งการทำงานของตุลการไว้ก่อน

เจอดอกนี้ แล้วคุณวสันต์จะทำอย่างไรครับ อย่าลืมทำหน้าจริงจังแบบตอนแถลงข่าวรอบที่แล้วด้วยล่ะ

คณะตลกตุลาการวิบัติ

คณะตลกตุลาการวิบัติ เสียดายเงินภาษีที่จ่ายเป็นเงินเดือนเบี้ยประชุมรถประจำตำแหน่ง
ตลกได้แบบนี้เอาหม่ำจ๊กม๊ก เอาเท่งเถิดเทิง เอาโหน่งเชิญยิ้ม มาเป็นคณะตลกแทนตลกตุลาการชุดนี้ดูยังจะมีสาระและความน่าเชื่อถือมากกว่าคณะตลกตุลาการวิบัติชุดฉี่รดหัวแม่เท้าตัวเอง
เปลืองภาษีประเทศชาติจริงๆ เอาเงินภาษีที่จ่ายให้คณะตลกชุดนี้ทั้งหมดซื้ออาหารให้สุนัขจรจัดยังจะได้บุญเยอะกว่านี้ แถมมันจะได้ไม่ไปเดินเกะกะให้ชาวบ้านเขารำคาญด้วย ส่วนคณะตลกชุดนี้ให้ไปนอนดูดนมควายที่ประเทศเคนย่า

คำอธิบาย ของศาลรัฐธรรมนูญ

คำอธิบาย ของศาลรัฐธรรมนูญ "ตามบทบัญญัติของ มาตรา 68 วรรค 2 สามารถจำแนกโครงสร้างของประโยค ได้ดังนี้
ประโยคที่ว่า “และยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย” ประธานของประโยคคือ “ผู้ทราบการกระทำ” คำว่า “อัยการสูงสุด” ในบทบัญญัตินี้ ไม่ใช่ประธานของประโยค แต่เป็นส่วนขยายกริยา คือเป็นผู้ถูกเสนอเรื่องให้ตรวจสอบ จึงไม่อาจแปลความว่า หมายถึงอัยการแต่เพียงฝ่ายเดียว เป็นผู้มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และถ้าหากตีความว่าจะต้องยื่นผ่านอัยการให้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแต่เพียงฝ่ายเดียว จะกลายเป็นบทบังคับให้อัยการสูงสุดต้องยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสมอ ไม่ว่าจะมีมูลหรือไม่มีมูล เพราะใช้คำว่า “และ” ซึ่งคงไม่ใช่จุดประสงค์ของกฎหมายแน่ ที่จะบังคับให้อัยการสูงสุดต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสมอ ไม่ว่าพิจารณาแล้วจะมีมูลหรือไม่ก็ตาม"
ผมว่า ชัดเจนดีนะ

lucky wrote:คำอธิบาย

[quote=lucky]คำอธิบาย ของศาลรัฐธรรมนูญ "ตามบทบัญญัติของ มาตรา 68 วรรค 2 สามารถจำแนกโครงสร้างของประโยค ได้ดังนี้
ประโยคที่ว่า “และยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย” ประธานของประโยคคือ “ผู้ทราบการกระทำ” คำว่า “อัยการสูงสุด” ในบทบัญญัตินี้ ไม่ใช่ประธานของประโยค แต่เป็นส่วนขยายกริยา คือเป็นผู้ถูกเสนอเรื่องให้ตรวจสอบ จึงไม่อาจแปลความว่า หมายถึงอัยการแต่เพียงฝ่ายเดียว เป็นผู้มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และถ้าหากตีความว่าจะต้องยื่นผ่านอัยการให้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแต่เพียงฝ่ายเดียว จะกลายเป็นบทบังคับให้อัยการสูงสุดต้องยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสมอ ไม่ว่าจะมีมูลหรือไม่มีมูล เพราะใช้คำว่า “และ” ซึ่งคงไม่ใช่จุดประสงค์ของกฎหมายแน่ ที่จะบังคับให้อัยการสูงสุดต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสมอ ไม่ว่าพิจารณาแล้วจะมีมูลหรือไม่ก็ตาม"
ผมว่า ชัดเจนดีนะ[/quote]

ชัดเจนครับชัดเจนแบบศรีธนชัย
เอาศรีข้างเข้าถูไปเรื่อยๆเดี๋ยวแผลก็ขยายลึกลงไปจนมองเห็นแต่กระดูก
กว่าคณะตลกจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกประชาชนจับแก้ผ้าล่อนจ่อนหมดแล้ว
สงสัยต้องเปิดสำนักงานรับตีความทั่วราชอานาจักรเพื่อประจานความล่อน
จ่อนทางปัญญา เอาภาษีของประชาชนที่จ่ายเป็นเงินเดือนเงินประจำตำแหน่งแก่คณะตลกชุดนี้คืน
เอาไปเป็นเงินกองทุนเด็กปัญญาอ่อนทางสมองแห่งประเทศไทยจะดีกว่าเป็นใหนๆ

บทบัญญัติในมาตรา...68..เขาเขี

บทบัญญัติในมาตรา...68..เขาเขียนไว้ช่องทางเดียว..คือส่งอัยการสูงสุด..ไม่ได้เขียนว่า..ใครก็ได้ส่งโดยตรงถึงศาลรัฐธรรมนูญได้...

จะเอามาตราอื่นมาปรียบเทียบไม่ได้...ถ้าจะใช้มาตรา 68 ต้องใช้ข้อกำหนด"ของมาตรา 68 เท่านั้น"

ตัวบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ...ต้องว่ากันตามตัวอักษรเท่านั้น...

นายวสันต์อ้างว่า.."เรื่องพริกฟ้าพริกแผ่นดินศาลจะตรวจสอบไม่ได้เลยหรือ"..ตอบว่าไม่ได้เด็ดขาด..เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุช่องทางไห้ศาลรับเรื่องเอง..แต่ไห้รับเรื่องจากอัยการสูงสุด..

ข้ออ้างของนายวสันต์..ใครจะอ้างอย่างไรก็ได้..มันเป็นความเห็น..ไม่ใช้บทบัญญัติ...

จึงเห็นได้ว่ามีความจงใจบิดเบือนเปลี่ยนแปลงถ้อยคำของตัวอักษรในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญโดยทุจริต..ถือว่าเป็นอาญา...

เป็นความผิดที่เกิดขึ้นแล้วโดยสิ้นสงสัย...ต่อไปมีแต่จะพิจารณาลงโทษทางอาญาเท่านั้น..นักวิชาการด้านกฏหมายสมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเจ้าภาพ..ร้องเรียนไห้ดำเนินการตามกฏหมาย...นี่คือความเป็นความตายของประชาชน..ท่านเท่านั้นที่จะหยุดความตายของประชาชนได้

ข้อแนะนำ...ไห้สภาเชิญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาไห้การในรัฐสภา..เพื่อตอบถามต่อหน้าสภาและประชาชนทั้วประเทศ...แล้วประชาชนจะได้รู้ว่า...อำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมี"อำนาจอย่างที่อ้างหรือเปล่า"...ถ้าบริสุทธิใจก็ไม่ต้องกลัวประชาชน...

ผมเห็นด้วยครับกับความเห็นของท

ผมเห็นด้วยครับกับความเห็นของท่าน ซันนี่

ผมยังอยากเห็นรัฐสภากู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีกลับคืนมา ด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับ ตลก. ศรธน. ชุดนี้ (เฉพาะคนที่รับคำร้อง - คนที่ออกคำสั่งมายังรัฐสภา)

เพราะคำร้องที่ ตลก. ศรธน. ชุดนี้ รับมา เป็นเรื่องใหญ่และหนักหนาสาหัสมาก ถึงขั้นกบฎ กระทบเกียรติยศและศักดิ์ศรีของรัฐสภาครับ สวัสดี.

ต่ออีกประโยค"ดังนั้น

ต่ออีกประโยค"ดังนั้น ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวจึงมีสิทธิ 2 ประการ คือ มีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยตรงได้ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ 13 ว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ระบุชัดเจนว่าสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นสิทธิของชนชาวไทย จึงมิใช่อำนาจของอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว"
ดูก็ไม่น่าจะมีอะไรโต้แย้งนะครับ

ขอปิดท้ายด้วยวาทะนี้

ขอปิดท้ายด้วยวาทะนี้ อริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีก...There is no free state where the laws are not supreme. - ไม่มีรัฐอิสระใดๆ ที่กฎหมายไม่ใช่สิ่งสูงสุด...

แค่ ท่านผู้ หย่าย สักวา

แค่ ท่านผู้ หย่าย

สักวา หน้าแตกแหลกไม่เหลือ

ก็เมื่อเกิดปัญหาว่าถูกต้องไหม

พิจารณาเข้าข่ายจะได้อย่างไร

ไม่พอใจใคร่จะทำไมตามใจมึง

นายกล้วย

ผมชอบครับ

ผมชอบครับ เรามีสิทธิเถียงกันได้ครับในความเห็นการตีความทางกฎหมาย
แต่ถ้าการตีความขัดแย้งกันในทางกฎหมาย รธน. แล้วสุดท้าย
ตามกฎหมายรธน.ระบุให้องค์กรไหนในการชี้ขาดตัดสินข้อกฎหมายขัดแย้งในรธน.ครับ? (ก็ศาล รธน.ผูกพันทุกองค์กร)

เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ต้องปฏิบัติตามครับ ถ้าคิดว่าเค้าตัดสินผิดตามหลักกฎหมายจริงๆ หาข้อมูล หลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดทุกช่องโหว่ทางกฎหมายแล้ว ยื่นถอดถอนเลยครับ(สนับสนุน)มีช่องอยู่แล้ว
การด่าทอ หยาบคาย ไม่มีประโยชน์ครับหาเวลาทำให้มันเป็นผลดีกว่า (ไม่ยังงั้นก็จะกลายเป็นพวกเก่งในตำรา เหมือนนักวิชาการหลายคนที่ไม่เห็นด้วยก็ได้แต่วิจาร์ณ แต่ไม่ใช้กฎหมายที่ตัวเองศึกษาทำอะไรใหเเกิดเป็นผลเลย)

ประโยชน์ที่มีจากเรื่องนี้อย่างเดียวคือ การที่ได้ด่า วิจาร์ณ หรือแสดงความคิดเห็นประนามอีกฝ่ายคือ "สะใจ" ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่เลย และการไม่ฟังเหตุผลต่างๆของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือหลายๆให้รอบด้านนั้น นำไปสู่ความล้มเหลวในการใช้เหตุผลที่แ้ท้จริง

ทำบ่อยๆก็เกิดความบกพร่องของการใช้เหตุผลครับ เพราะมีความโกรธแค้น ชิงชัง เกลียดชัง ซึ่งนำไปสู่อคติซึ่งทำให้สติปัญญาในการใช้เหตุผลแคบลง และไม่สามารถแสวงหาสิ่งที่เราต้องการได้คือ "ความยุติธรรม" เช่นคำกล่าวว่า "ทัศนคติเปลี่ยนแปลงได้ แต่อคติไม่มีวันเปลี่ยนเลย"

ผมเห็นด้วยกับการใช้หลักการทาง

ผมเห็นด้วยกับการใช้หลักการทางกฎหมาย(ไม่ใช่หลักกู)ถึงจะไม่เห็นด้วยบางส่วน ของอ.“วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ” พูดเรื่องศาลไม่มีสิทธิมีคำสั่งออกการคุ้มครองชั่วคราวได้ และเช่นกันในกรณีอัยการ อ.ก็ไบอกว่าไม่มีสิทธิเหมือนกันในการไปวินิจฉัยว่าการกระทำของ สส.นี้มันล้มล้าง รธน.หรือไม่ เป็นหรือไม่เป็นการล้มล้าง รธน.อย่างไร เพราะไม่ใช่หน้าที่ที่ รธน.ให้อำนาจอัยการ เพราะในคำแถลงอ้างว่าในข้อเหตุสำคัญที่ว่า "สส.ทำหน้าที่ไม่ได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการล้มล้าง รธน." คือจบจำหน่ายได้เลยเพราะไม่เข้าข้อกฎหมาย

ซึ่งอัยการก็ดูมั่วๆเหมือนกันครับ ทั้งเวลาในการรับเรื่อง 3 เดือนและเร่งรีบประชุมเพื่อแถลงให้ทันตอนกลางคืนซึ่งวันถัดไปจะมีการประชุมสภา ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกยังได้หลักฐานไม่ครบแต่พอศาลแถลงแค่ไม่กี่วันหลักฐานครบเลยและแถลงก่อนประชุมสภา อถ้าเราใช้การตีความข้อกฎหมายเดียวกันว่า "ต้องส่งคำร้องให้อัยการตรวจสอบและส่งให้ศาลเท่านั้น " สิ่งที่อัยการทำเกินไปมากเหมือนกันครับ และอาจผิดตามที่ตีความว่าที่ตรวจสอบแล้วยังไงก็ต้องส่งศาลอยู่ดี

และถ้าคิดว่าศาลทำไม่ยุติธรรมควรใช้การตีความเดียวกันครับ เพื่อวิพาก์ษองค์กรที่เกี่ยวข้องด้วยซึ่งผมไม่เห็นนักวิชาการคนที่วิพากษ์ศาลคนไหนพูดถึงกรณีอัยการเลย นอกจาก อ.วีรพัฒน์ เพราะอคติใช่หรือเปล่าครับ แล้วการวิจาร์ณของท่านหลายๆเหล่านั้นใช้หลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง หรือใช้อคติเป็นที่ตั้งแล้วใช้หลักกฎหมายลองรับครับ ลองคิดดูครับเพราะความอยุติธรรมในความยุติธรรมมันจะบังตาเราครับ
http://www.facebook.com/somsakjeam#!/verapat

อัยการควรเป็นที่พึ่งของประชาช

อัยการควรเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่าเป็นที่พึ่งให้กับคนบางคนใช่หรือไม่ อย่าคิดว่าทำอะไรใครไม่รู้
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน เงินเป็นเพียงการตีค่าว่าคนนั้นมีค่าเท่าไร ตำรวจเป็นความเจ็บ.. อัยการก็มีหลายครั้งที่รู้สึกปวด เมื่อไรประเทศไทยจะมีคุณภาพสักที....

ดิ้นเหมือนสุนัขโดนน้ำร้อนลวกเ

ดิ้นเหมือนสุนัขโดนน้ำร้อนลวกเลย ดิ้นแรงๆนะเผื่อบางทีมีทหารเหี้ยๆออกมาทำรัฐประหารยึดอำนาจไอ้หงอกเอามึงมาเป็น รอมอตอเต้าฮู้ยี้กระทรวงยุติธรรมแน่ไอ้ วสันดาน สร้อยไม่พิสุทธิ์ (เอ๋ย)

-มันว่ามันมีอำนาจก็ว่ากันไปแต

-มันว่ามันมีอำนาจก็ว่ากันไปแต่ต้องรอให้อัยการส่งคำร้องไปให้นะมึงไอ้ศาลเถื่อน ถ้าอัยการไม่ส่งคำร้องขึ้นไปให้ ศาลเถื่อนอย่างพวกมึงละเมิดรัฐธรรมนูญเมื่อไหรศาลเถื่อนอย่างพวกมึงก็มีสิทธิ์ติดคุกเพราะประชาชนอย่างพวกกูเหมือนกัน กรรมตามสนองพวกมึงในชาตินี้ล่ะไอ้ศาลเถื่อนไม่ต้องรอชาติหน้าหรอก

-3อำนาจตามระบอบประชาธิปไตยมี1

-3อำนาจตามระบอบประชาธิปไตยมี1 บริหารมีนายกเป็นประมุขฝ่ายบริหาร 2นิติบัญญัติมีประธานรัฐสภาเป็นประมุข 3ตุลาการมีประธานศาลฎีกาเป็นประมุข แต่ศาลเถื่อนอย่างศาลรัฐธรรมนูญมึงเป็นประมุขฝ่ายไหน มีอำนาจอะไรที่จะมาล้มอำนาจบริหารและนิติบัญญัติ พวกมึงมันก็แค่ศาลเถื่อนของอำมาตย์พวกสัตว์

ผมว่าเรื่องทั้งหมดมันมีปัยหาเ

ผมว่าเรื่องทั้งหมดมันมีปัยหาเกี่ยวกับเรื่องการเว้นวรรคตอนนะ ... ลองดูว่าถ้าเว้นวรรคตอนแบบนี้

1. *[ ให้ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่อง [ให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ] ]

กับแบบนี้ ......

2. *[ [ให้ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ] [และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ ] ]

ถ้าตีความการเว้นวรรคตอนตามแบบที่ 2.อย่างที่ ตลก.ศรธ. ตีความ .... เราก็จะได้ผลการตีความที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดอยู่เอาการ ... นั่นคือ

ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวเสนอเรื่องเพื่อให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง -พร้อมกันนั้น-
(เพราะใช้คำว่า และ) ก็ต้องยื่นคำร้องขอให้ ศรธ. วินิจฉัยสั่งการไปพร้อมกันด้วย ....

ทีนี้ ... ก้ ... งงล่ะสิ ... เอ ... แล้วจะยื่นให้อัยการสูงสุดไปทำไมหว่า .. อ๋อ ... ให้ตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงเฉย ๆ ไม่ต้องดำเนินการอะไรต่อ ตรวจสอบว่าผลเป็นอย่างไรก้ไม่เกี่ยว .. เพราะ
ในขณะเดียวกันได้ืยื่นคำร้องให้ ศรธ. วินิจฉัย ไปแล้ว .. ไม่ต้องไปสนใจทาง อัยการฯ ....

เพราะท่านวสันตฤดู และคณะจะพิณาทั้งหมดเองตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ว่าเรื่องมีมูลหรือไม่ไปจน
ออกคำวินิจฉัย อัยการฯแค่มีหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็เก็บเอาไว้ฮาคนเดียว ... คือ ประมาณว่า

เขากลัวว่าอัยการฯ จะว่างงานจัด .... เลยให้ตรวจสอบเล่น ๆ ว่างั้นเหอะ ....

เอ่อ .... จะว่ายังไงกันล่ะทีนี้ .... สงสัยว่าที่คนเขาเรียกกันว่าคณะตลก คงมีมูลความจริงอยู่
มิใช่น้อยนะนั่น ...

เหอ เหอ

ครับคุณคุณ"sunny"

ครับคุณคุณ"sunny" ค่อนข้างจะอธิบาย วิธีการตะแบงของศาลไว้ชัดแล้ว การโยงมาตราอื่น เช่น237(ตามอดีตผู้ร่างร.50ชี้ไว้) หรือการอ้างโดยอนุโลม คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทางแพ่ง(ที่ปชป.โดยนู๋มาร์คพยายามจะช่วยกันตะแบงทั้งที่รู้ว่านี่คือการมั่วแบบเนียนๆ)

คุณ"lucky" ครับเบื้องต้นต้องดูเจตนารมณ์ ข้อกฎหมายนี้ให้ชัด(ไปอ่านที่ผมชี้ไว้ข้างบน)และคำแย้งนี้ของคุณ

"และมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยตรงได้ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ 13 ว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ระบุชัดเจนว่าสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นสิทธิของชนชาวไทย จึงมิใช่อำนาจของอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว"

ตอบ.
นั้นคือปชต.ทางตรงล้วนมีเงื่อนไข ไม่งั้นทุกคนก็เป็นสส.ได้หมดสิ?เขาไปมั่วในสภาฯได้หมดสิ? นั้นคือเงื่อนไข ระบบตัวแทน นั้นคือเจตนารมณ์ม.68ออกแบบไว้ให้ผ่านตัวแทน นั้นคือชั้นอัยการ เพื่อป้องกัน ผลข้างเคียง อื่นๆ เช่น ใครส่งคำร้องขยะ ไปให้ศาลแบบกรณีนี้(ผมอ่านแว็ปเดียวฟันธงว่าขยะเลยจนอัยการมายืนยันตามผม) แต่ชั้นศาล รับโดยไม่ได้ตรวจสอบ?(คุณจรัลฯเองก็ยอมรับว่าใช่) แต่เงื่อนไขคือมันออก มาตรการทางศาล ไม่มั่ว หน้างานที่เป็นองค์กรสูงสุดของประเทศ(นิติบัญฯหรือสภาฯ)ไปแล้วไปไกลแล้ว แค่ให้หน้างานศาลมาคุ้ยขยะนี่น่ะแต่องค์กรอื่นเขาเสียหายไปแล้ว???

การอ้างว่าความล่าช้านิดหน่อย แต่เป็นการใช้อำนาจศาลเชิงเอ๊กทรีม(ผมใช้ส่วนตัวว่าแอ๊ทีฟเซฟตี้) แต่ตัวตนมันคือเอ๊กตีน(ตีนขนาดพิเศษเพื่อสนีดกระบวนการยุติทำหรือเอาตีนนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าให้คู่กรณีโโยอ้างระบบยุติธรรม)

แต่ นั้นเป็นการประเมินแบบมักง่ายเห็นแก่ตัวในการใช้อำนาจโดยขาดความรับผิดชอบหรือไม่? เพราะผลในทางเสียหายที่จะกระเทือน องค์กรสูงสุดในประเทศมันประเมินมักง่ายแบบนั้นเหรอ?

เช่นกรณีความเสียหายหลายๆเรื่องทีมาจากอำนาจศาลที่ผมยกมาหลายกรณี(ยกมาอีกมันยาว) นั้นคือตัวอย่างการใช้อำนาจที่ขาดความรับผิดชอบ เช่นคำร้องนี้มันคือการเอาขยะขึ้นศาลโดยหน้างาน(ชั้นอัยการฟันธงแล้ว) แต่การอ้างบนความรู็้้้้้่้้้สึก(เน้นว่าความารู้สึกระแวงมั่วๆมา) ก็สร้างเงื่อนไขแบบนี้ได้ ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน นั้นล้วนเป็นการประเมินบนความรู้สึก???

ที่ชั้นอัยการชี้ชัดแล้วว่าเป็นความรู้สึกที่ร้ายเดียงสาอย่างไร? เป็นขยะไปยังศาลหรือไม่? อย่างไร? การตีความผ่านช่องทางอื่นของศาล จึงเป็นการตีความผ่านความรู้สึกหรือตะแบงเกินเนื้อหาและเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้ครับ เพราะถ้าตีความตามตัวอักษร ของม.68 ไม่มีช่องไหน? ที่จะเป็นไปตามที่ศาลพระโคกลุ่มนี้ตะแบงมาเลย? ทั้งการออกคำสั่งเกินเนื้อหาวิธีปฎิบัติที่ม.68 กำหนดไว้แลย?

แต่อาศัยเทียบเคียงอ้างอิงโดยอนุโลม(มั่ว) เช่น ไปยังแพ่งเพื่ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวคำร้องขยะ(อัยการฟันธงว่าขยะตามผมแล้ว)แบบนี้มาสร้างเื่งื่อนไขไปยังองค์กรสูงสุดระดับประเทศแบบมักง่ายแบบนี้ เหรอ???

เพียงแค่ถ้าศาลไม่ข้ามขั้นตอนในเจตนารมณ์และข้อกฎหมายม.68 ที่ต้องกรองผ่านชั้นอัยการเพื่อกรองการรับคำร้องขยะมาสร้างปัญหาป่วนบ้านป่วนเมืองแบบกรณีนี้ นั้นคือเจตนารมณืข้อกฎหมายม.68 เขาออกแบบให้มีการกรองขยะก่อนงานล้นศาล? เพราะผลกระทบมัน มหาศาลมากถ้ารับมั่วๆแบบนี้ เช่นกรณีนี้ กระทบงานทางนิติบัญฯ,สภาฯ อย่างน้อยต้องรอศาลบ้าพวกนี้เป็นเดือนๆ แล้วเงื่อนไขวาระ3 ก็แค่15วัน

ต้องมารอศาลบ้ามันมาคุ้ยขยะไร้สาระแบบนี้น่ะ? มันเอาส้นตีนคิดไง?มันจึงมั่วมาได้ขนาดนี้เสียหายแบบนี้ครับคุณ"lucky" ???