คนงานชินเอประท้วงกระทรวงแรงงาน จี้ให้นายจ้างรับกลับ

 
21 พ.ค. 55 - สำนักข่าวไทยรายงานว่าคนงานบริษัท ชินเอไฮเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสุรนารี และนิคมอุตสาหกรรมนวนคร สูงเนิน จ.นครราชสีมา รวมกว่า 1,000 คน เดินทางมาชุมนุมประท้วงขวางทางเข้าออกกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่เช้ามืด ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงฯ ต้องปิดทางเข้าออกทุกทาง จนข้าราชการและประชาชนที่จะมาติดต่อราชการไม่สามารถเข้าออกได้ตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ประมาณ 10 นาย คอยดูแลสถานการณ์ที่ค่อนข้างตึงเครียด ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงฯ ได้เปิดประตูให้ข้าราชการได้เข้าไปทำงานแล้ว ผู้ที่จะผ่านเข้าออกต้องแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่เท่านั้น ขณะที่คนงานส่วนหนึ่งปีนรั้วเข้ามานอนพักอยู่บริเวณชั้นล่างนกระทรวงแรงงาน
 
นายเดชสิงห์ ท้าวไธสง หนึ่งในคนงานที่ชุมนุมประท้วง กล่าวว่า หลังจากต้องหยุดงานมานานแล้วกว่า 1 เดือน ถึงวันนี้คนงานต้องการเจรจากับนายคุริโอะ นิชิมูระ เจ้าของโรงงานชาวญี่ปุ่นเพียงคนเดียว เพราะการเจรจาผ่านตัวแทนบริษัทในช่วงที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ และมีการส่งจดหมายขู่จะฟ้องกลับคนงานที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นเงินมากถึง 200 ล้านบาท ที่สำคัญมีการเลิกจ้างคณะกรรมการสหภาพและผู้นำคนงานไปแล้วกว่า 100 คน ข้อเรียกร้องสำคัญขณะนี้คือ การให้คนงานได้กลับเข้าทำงานตามปกติ และคงสวัสดิการและสภาพการจ้างเดิมไว้ ส่วนสวัสดิการที่เรียกร้องใหม่รวม 35 ข้อ ให้มาเจรจากันภายหลัง 
 
ด้านนายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุจะทำแถลงการณ์ชี้แจงคนงานในส่วนที่เข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้การเคลื่อนไหวบานปลาย เพราะขณะนี้คนงานไม่มีแกนนำ จึงไม่สามารถพูดคุยหรือตกลงได้ ส่วนสาเหตุที่นายจ้างไม่มาเจรจา เพราะลูกจ้างยังคงมีการความพยายามยกระดับการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้นายจ้างกลัวจนการเจรจาไม่มีความคืบหน้า
 
ขณะที่นายสง่า ธนสงวนวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในวันนี้จะประสานให้ทางบริษัทชินเอไฮเทค จัดรถมารับคนงานที่ต้องการจะกลับไปทำงาน เบื้องต้นทางบริษัทตกลงจะไปรับคนงาน แต่มีข้อแม้ว่าผู้นำแรงงานกว่า 100 คนที่ต้องมีการสัมภาษณ์และทำความเข้าใจกันก่อนกลับเข้าทำงาน อยากเรียกร้องให้คนงานที่ออกมาเคลื่อนไหวนึกถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากประเทศชาติ เพราะการเคลื่อนไหวที่ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ จะทำให้นักลงทุนหวั่นวิตก อาจย้ายฐานการผลิตได้ เนื่องจากข้อเรียกร้องไม่สมเหตุผล จากการเจรจากับคนงานในข้อเรียกร้อง 35 ข้อที่ให้เพิ่มสวัสดิการ เช่น การขอสนามกีฬาหญ้าเทียม เพื่อลดอาการบาดเจ็บ ขอเพิ่มค่ารถหรือค่าอาหารจาก 25 บาท เป็น 70 บาท ขอให้จ่ายโบนัส 2 ครั้งต่อปี เฉพาะสมาชิกสภาพแรงงานเท่านั้น เป็นต้น แต่หากยืนยันจะปักหลักประท้วงต่อก็จะให้ชุมนุมอย่างสงบ ห้ามไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่บนอาคาร หากฝ่าฝืนจะประสานตำรวจดำเนินคดีข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ

Comments

http://www.posttoday.com/สังค

http://www.posttoday.com/สังคม/สังคมทั่วไป/155216/ม็อบบุกยึดหน้าห้องรมต-ประท้วงถูกเลิกจ้าง
ตกลงใครพูดจริงใครโกหกครับ
ป้ายผ้าในรูปจากข่าวข้างบนบอกว่า ค่าจ้าง 300 แต่ลดสวัสดิการ+ล้มสหภาพแรงงาน
ตกลงลูกจ้างเขาเรียกร้องไม่สมเหตผล หรือ 300บาท effect

แหม..ถ้าตามที่เรียกร้อง

แหม..ถ้าตามที่เรียกร้อง ผมว่าพนักงานน่าจะลาออกไปทำที่อื่นเถอะครับ
ได้แล้วยังอยากได้มากอีก ที่อื่นเค้าได้น้อยกว่าปัจจุบันของที่นี่เสียอีก
คนเรานี่ไม่รู้จักพอจริงๆ

ลงข่าวนิดเดียว

ลงข่าวนิดเดียว แล้วยังมีหน้าม้ามาเถียงแทนอีก ประชาไทนี่มันส้นตีนจริงๆไหนบอกอยู่ข้างคนยากคนจน

ผมว่าแล้วไง? ปัญหาหลัก

ผมว่าแล้วไง? ปัญหาหลัก อยู่ที่กระทรวงแรงงานและเนติบริกรของไทยที่บริษัทจ้างไว้ให้หาทางแก้เกมส์เอากับคนชาติเดียวกัน
การยื่นข้อเรียกร้องของคนงานที่เรียกไปหลายข้อนั้น ผมมองว่าเรียกไปเพื่อการต่อรอง สองฝ่ายต่อรองเจรจากันได้ หากไม่มีมือสอดแทรก (หุ้นส่วนคนไทยกับเนติบริกร)
ประสบการณ์ตรงในอดีตบอกผมว่า โรงงานกับคนงานคือหุ้นส่วนกัน แต่ที่นายจ้างต่างชาติเขาแข็งขืนเพราะคนไทยด้วยกันมันแนะเขาเอง ผู้ลงทุนต่างชาติเขาไม่โง่พอที่จะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นเหมือนกับอธิบดีกรมฯพูด ก็แค่การขอเพิ่มค่าแรงและสวัสดิการตามผลกำไรที่บริษัทพอจะแบ่งปันให้ได้ อย่าลืมนะว่า คนงานกับโรงคือลมหายของทั้งฝ่าย เขาต้องพึ่งพากัน ต่างชาติเขาจะเข้าใจลึกซึ้งถึงวิถีชีวิตของคนไทยเท่าคนไทยด้วยกันหรือ จากกรม แรงงานมาเป็นกระทรวงแรงงานผลงานด้านแรงงานสัมพันธ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง ข้าราชการบางคนแนะนำผู้ลงทุนเหมือนคนสิ้นสติ..หรือไม่จริงจะเถียงก็ว่ามา....

พิมพ์ตกหล่น

พิมพ์ตกหล่น คนงานกับโรงงานคือลมหายใจของทั้งสองฝ่าย เขาต้องพึ่งพากัน.

พิมพ์ตกหล่น

พิมพ์ตกหล่น คนงานกับโรงงานคือลมหายใจของทั้งสองฝ่าย เขาต้องพึ่งพากัน.

ที่จริงไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่

ที่จริงไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร เดินถอยหลังคนหละก้าวเพื่อพนักงานและบริษัทเอง อะไรที่ยอมกันได้ก็ยอมยอมกันไป ข้อเรียกร้องที่พนักงานขอมาไม่จำเป็นว่าจะต้องให้ตามพวกเขาทั้งหมด อะไรที่พอให้ก็ควรให้อะไรที่มากไป ก็คุยกันด้วยเหตุผล ดีกว่ามาประท้วงพนักงานไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าบ้านค่ารถ ส่วนบริษัทก็ขาดทุนไปกับการส่งสินค้าล้าช้า ทำให้ขาดดุล ไม่มีผลดีต่อใครทั้งนั้น แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกัน อะไรที่ไม่มากเกินไปที่พอจะทำได้ก็น่าจะทำให้กันและกัน เพื่อประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีพนักงานเลยโรงงานก็จะอยู่ไม่ได้ คิดในทางที่ดีที่จริงพนักงานเขาก็ไม่อยากไปหางานทำใหม่หรอก ไม่งั้นเขาคงไม่มาประท้วง โรงงานมีเยอะแยะไป ยอมจ่ายสักนิดสักหน่อย ดีกว่าเสียอะไรหลายๆอย่างไป เพราะโรงงานชินเอทุกวันี้ก็ดีอยู่แล้วมีแต่คนอยากเข้าไปทำงาน

เดินถอยหลังคนหละก้าวดีกว่า จะสูญเสียอะไรหลายๆอย่างที่ทำมาตั้งนาน

จริงๆแล้วควรดูความจริงทั้งโรง

จริงๆแล้วควรดูความจริงทั้งโรงงานและลูกจ้างดีกว่านะครับ ถอยคนละก้าวอย่างที่ว่าด้านบนผมว่าดีนะ แต่อย่าเอาเรื่องต่างชาติมาเข้ารวมในประเด็นเลยถ้าสมมุติบริษัทนี้เป็นของคนไทยเองแล้วเค้าจ้างทนายมันก็เป็นแนวทางเดียวกันนั่นแหละ ทางลูกจ้างก็มีที่ปรึกษาเป็นสถาบันยานยนต์ ต่างคนต่างมีที่ปรึกษาก็ เสมอกันแล้วนี่ นี่ไม่ใช่สงครามแย่งชิงแผ่นดินนะครับ อย่าให้อะไรมาเบี่ยงประเด็นเลย ถูกผิด ก็ ว่าไปตามความจริง ดีกว่า ยอมรับกันและกัน หันหน้าคุยกัน ดีมั้ย

ตองเหลือง wrote:ผมว่าแล้วไง?

[quote=ตองเหลือง]ผมว่าแล้วไง? ปัญหาหลัก อยู่ที่กระทรวงแรงงานและเนติบริกรของไทยที่บริษัทจ้างไว้ให้หาทางแก้เกมส์เอากับคนชาติเดียวกัน
การยื่นข้อเรียกร้องของคนงานที่เรียกไปหลายข้อนั้น ผมมองว่าเรียกไปเพื่อการต่อรอง สองฝ่ายต่อรองเจรจากันได้ หากไม่มีมือสอดแทรก (หุ้นส่วนคนไทยกับเนติบริกร)
ประสบการณ์ตรงในอดีตบอกผมว่า โรงงานกับคนงานคือหุ้นส่วนกัน แต่ที่นายจ้างต่างชาติเขาแข็งขืนเพราะคนไทยด้วยกันมันแนะเขาเอง ผู้ลงทุนต่างชาติเขาไม่โง่พอที่จะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นเหมือนกับอธิบดีกรมฯพูด ก็แค่การขอเพิ่มค่าแรงและสวัสดิการตามผลกำไรที่บริษัทพอจะแบ่งปันให้ได้ อย่าลืมนะว่า คนงานกับโรงคือลมหายของทั้งฝ่าย เขาต้องพึ่งพากัน ต่างชาติเขาจะเข้าใจลึกซึ้งถึงวิถีชีวิตของคนไทยเท่าคนไทยด้วยกันหรือ จากกรม แรงงานมาเป็นกระทรวงแรงงานผลงานด้านแรงงานสัมพันธ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง ข้าราชการบางคนแนะนำผู้ลงทุนเหมือนคนสิ้นสติ..หรือไม่จริงจะเถียงก็ว่ามา....[/quote]

การย้ายฐานการผลิดที่ทำโดยทั่วไปคือไม่ลงทุนเพิ่มแต่ไปสร้างที่อื่นแล้วค่อยๆลดออเดอร์ลงหลังจากนั้นก็หยุดรับคนเพิ่มเพราะคนลาออกไปเรื่อยๆอยู่แล้วบริษัทก็จะเล็กลงถึงเวลานึงก็ขายเครื่องจักรขายที่ดินทิ้งหรือให้เทคโอเวอร์ไปซะ เค้าไม่โง่หรอกครับ กำไรขาดทุนกดเครื่องคิดเลขเอาไม่นานหรอกไหนๆอยู่ไปก็ขาดทุนเพราะมีเหตุบ่อยๆ ไครจะไปทน อย่างที่ว่าอย่าเอาเรื่องเจ้าของเป็นชาวต่างชาติมาบังตาถ้าเป็นโรงงานคนไทยก็ จะเปลี่ยนเป้น คนไทยด้วยกันเอาเปรียบกันเอง ยังไงมันก้มีคำเปรียบเปรยเสมอนั่นแหละ มองที่ความจริงกันดีมั้ย