กองทัพรัฐฉานแถลงข่าวหยุดยิงรัฐบาลพม่า

 

เผยยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาระดับรัฐบาลกลาง ระบุกำลังรอดูรัฐบาลพม่าจะทำตามข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ และจะกลับไปต่อสู้ด้วยอาวุธหากรัฐบาลพม่าไม่ทำตามเงื่อนไข-มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ระหว่างการแถลงเรื่องการเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าเมื่อ 10 ธ.ค. 54 ที่ฐานดอยไตแลง รัฐฉานตอนใต้

ทหารกองทัพรัฐฉาน ระหว่างการแถลงเรื่องการเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า

วันนี้ (10 ธ.ค. 54) ที่ฐานดอยไตแลง ตอนใต้ของรัฐฉาน กองทัพรัฐฉาน (Shan State Army - SSA) มีการประกาศความคืบหน้าเรื่องการเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าที่มีนายเต็งเส่งเป็นประธานาธิบดี

ทั้งนี้ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที 10 ธ.ค. ของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองของกองทัพรัฐฉาน ระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที 19 พ.ย. มีการเจรจาครั้งแรกระหว่างสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานและรัฐบาลพม่า ที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.เชียงราย ฝ่ายรัฐบาลพม่าซึ่งมีหัวหน้าคณะการเจรจาคือนายอู อ่อง มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งและทางรถไฟพม่าได้เสนอเงื่อนไข 4 ข้อ คือ 1.ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง 2.ตั้งส่วนสำนักงานในการติดต่อประสานงานต่อกัน 3.ในกรณีปลดอาวุธ กองกำลังทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเดินทางสัญจรไป-มาได้โดยอิสระ 4.การเมืองให้มีการเจรจากันในขั้นรัฐบาลสหภาพ

ส่วนฝ่ายรัฐฉานซึ่งมี พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานเป็นหัวหน้าคณะการเจรจาได้เสนอเงื่อนไข 4 ข้อคือ 1.ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง 2.เจรจาแก้ไขปัญหาการเมืองบนพื้นฐานความเสมอภาค 3.ให้กำหนดพื้นที่เขตพิเศษสำหรับสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) กองทัพรัฐฉาน (SSA) 4.ให้มีสิทธิในการร่วมกันดำเนินการปราบปรามยาเสพย์ติด

ทั้งนี้แถลงการณ์ของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ยังระบุว่าจากการเจรจาล่าสุดเมื่อ 2 ธ.ค. ที่เมืองตองจี ทั้งรัฐบาลพม่าและสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานได้ตั้งคณะทำงานสำหรับการเจรจาร่วมกันในการสร้างสันติภาพ และคณะทำงานทั้ง 2 ฝ่าย เห็นชอบตามเงื่อนไขที่ทั้ง 2 ฝ่ายนำเสนอ และเห็นชอบในมติร่วมกันในเงื่อนไข 8 ข้อที่ทั้ง 2 ฝ่ายเสนอ

"ในการเสริมสร้างความสงบร่มเย็นอันชอบธรรมนั้น ต้องรอดูท่าทีและน้ำใจของรัฐบาลประธานาธิบดีเต็งเส่ง ที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ทุกชาติพันธุ์" แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุ

ทั้งนี้สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า หากข้อเสนอและการกระทำของรัฐบาลพม่าไม่สอดคล้องกับข้อตกลงหยุดยิง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่นเดิม สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานก็พร้อมที่จะจับอาวุธลุกขึ้นต่อสู้ "เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนทันที"

"การหยุดยิงนั้น จุดมุ่งหมายเพื่อการเสริมสร้างความสงบร่มเย็น ให้การกินอยู่ การดำรงชีวิตของประชาชนมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน มีสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยในระดับเหมาะสม ตามสิทธิมนุษย์คนหนึ่งพึงได้รับตามสากลโลก ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในสหภาพ มีภาระหน้าที่รับผิดชอบเท่าเทียมกันทุกคน" ตอนท้ายของแถลงการณ์สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานระบุ

พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานระบุว่า การเจรจาหยุดยิงยังอยู่ในขั้นของการลงลายละเอียด ซึ่งจะมีการเจรจารอบสามในเร็วๆ นี้ และหวังว่าหลังการสงบศึกประชาชนในรัฐฉานที่อพยพเพราะสงครามจะได้กลับบ้าน ประชาชนทุกคนในรัฐฉานจะได้รับการพัฒนาเฉกเช่นประชาชนในประเทศอื่น ขณะเดียวกันยังกล่าวต่อหน้ากำลังพลว่าแม้จะหยุดยิงแล้วแต่ทหารของกองทัพรัฐฉานยังคงติดอาวุธและยังอยู่ภายใต้วินัยของกองทัพ

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งฝ่ายกองทัพรัฐฉานและรัฐบาลพม่าจะมีการประกาศหยุดยิงร่วมกันแล้ว แต่ยังคงมีการปะทะกันเนื่องจากทหารทั้งสองฝ่ายมีการลาดตระเวน และฝ่ายกองทัพรัฐฉานได้เสนอให้ทหารพม่าประจำการอยู่เฉพาะในพื้นที่เมืองเท่านั้น