นัดพิพากษาคดี ‘ลุง SMS’ 23 พ.ย. ไม่มีพยานผู้เชี่ยวชาญกล้าเบิกความคดีหมิ่นฯ

30 ก.ย.54 ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ มีการสืบพยานในคดีที่พนักงานอัยการฟ้อง นายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีที่มีการส่งข้อความสั้น (SMS) เข้าสู่โทรศัพท์มือถือนายสมเกียติ ครองวัฒนสุข เลขานุการส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 ครั้ง ในวันที่ 9, 11, 12, 22 พ.ค.53 ในช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยในวันนี้เป็นการสืบพยานจำเลย 3 ปาก ได้แก่ ตัวจำเลย หลานสาววัย 11 ปีของจำเลย และนางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายจำเลย โดยศาลมีคำสั่งเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้าให้การ ภายในห้องพิจารณามีผู้สนใจฟังการสืบพยานราว 20 คน รวมถึงครอบครัวจำเลยซึ่งประกอบด้วย ภรรยา ลูกสาว 3 คน และหลานสาวอีก 4 คน อายุ 4-11 ปี ทั้งนี้ ศาลนัดพิพากษาในวันที่ 23 พ.ย.54 เวลา 9.00 น. ห้องพิจารณาคดี 801 จำเลยเบิกความว่าไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าว และระบุว่า ทำงานขับรถส่งของมากว่า 20 ปี ก่อนจะออกมาอยู่บ้านเลี้ยงหลานๆ ราว 10 ปี ไม่ทราบว่าเบอร์ที่ส่งข้อความดังกล่าวเป็นของใคร และไม่เคยทราบเบอร์โทรของเลขานุการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีมาก่อน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโทรศัพท์ของกลางเป็นของจำเลยจริง ซึ่งมักจะเอาไว้ในตู้ที่บ้าน บางครั้งก็นำติดตัวไปข้างนอกด้วย เป็นโทรศัพท์ที่ได้มาตั้งแต่ปี 2551 ใช้จนกระทั่งเครื่องเสีย และนำไปซ่อมในช่วงเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. 53 จำไม่ได้แน่ชัดว่าวันใด เมื่อนำกลับมาใช้ได้พักหนึ่งก็เสียอีกในช่วงก่อนถูกจับกุมประมาณ 1 เดือน จากนั้นตนจึงนำซิมมาใส่เครื่องของภรรยา เขาเบิกความอีกว่า ในวันจับกุม (3 ส.ค.53) เวลาประมาณ 5.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกมาที่ห้องเช่าเพื่อจับกุมเขา และถามถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ เมื่อนำเครื่องที่ใช้อยู่ซึ่งเป็นของภรรยามาให้ ตำรวจได้ถามถึงเครื่องอื่นๆ เขาจึงเดินเข้าไปหยิบเครื่องที่เสียและวางในตู้ให้เจ้าพนักงานด้วยตนเอง จำเลยเบิกความตอบทนายถามเรื่องสถาบันฯ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า จำเลยเคารพและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจำเลยเคยพาหลานๆ ไปลงนามถวายพระพรที่ รพ.ศิริราช ในช่วงปิดเทอม ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพของพระเจ้าพี่นางเธอฯ จำเลยก็ได้ไปร่วมด้วย อัยการถามค้านว่าในวันเกิดเหตุจำเลยอยู่ที่ใด จำเลยตอบว่าจำไม่ได้ เมื่อถามว่าภายในบ้านมีบุคคลอื่นเข้าออกได้หรือไม่ จำเลยตอบว่ามีเพื่อนๆ ของภรรยาที่เข้าออกบ้านเป็นประจำ ด.ญ. เอ (นามสมมติ) หลานสาววัย 11 ปีของจำเลย เบิกความต่อศาลผ่านนักจิตวิทยาว่า จำเลยเคยพาไปลงนามถวายพระพรในหลวงเมื่อปี 2552 และที่ผ่านมาไม่เคยเห็นจำเลยใช้โทรศัพท์มือถือส่ง SMS ใช้แต่เพียงรับสายโทรเข้า และโทรออกโดยดูเบอร์ต่างๆ ที่จดไว้ในสมุด ทนายจำเลยเบิกความว่า ได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมประมาณ 4 คน ทั้งนักวิชาการและช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ โดยพยายามติดต่อนับสิบครั้งเพื่อให้มาเป็นพยานในคดีนี้ ทุกคนยินดีให้ข้อมูลแต่ไม่มีใครกล้ามา จึงต้องสอบถามข้อมูลและมาเบิกความเป็นพยานเอง โดยข้อค้นพบที่ได้จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญและการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตพบว่า เลข EMEI (อีมี่) ซึ่งเป็นเลข 15 หลักเฉพาะของโทรศัพท์มือถือแต่ละเครื่อง ซึ่งตำรวจใช้เป็นหลักฐานในคดีนี้นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้โดยหลักการจะออกแบบมาเฉพาะแต่ละเครื่อง เมื่อสอบถามช่างซ่อมมือถือก็ระบุว่า หากมีเครื่องมือและโปรแกรมเฉพาะก็สามารถแก้ไขได้ โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียงครึ่งชั่วโมง แต่ต้องแก้ให้เป็นเลขที่มีอยู่ในระบบของเครือข่ายต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งในอดีตนั้นคนจะแก้เลขอีมี่เพื่อทำให้โทรศัพท์ที่ใช้ไม่ได้กับบางระบบสามารถใช้การได้ หรือบางกรณีก็ลักลอบแก้ไขเพื่อให้หาหลักฐานติดตามตัวไม่ได้ ทนายจำเลยกล่าวต่อว่า ส่วนเลข 15 หลักนั้นจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญและศึกษาเองพบว่า เลขหลักสุดท้ายเรียกว่า check digit ซึ่งจะตรวจสอบความถูกต้องของเลข 14 หลักแรก แต่ผู้ให้บริการในเมืองไทยจะเก็บตัวเลขเพียง 14 หลัก ซึ่งหากมีโทรศัพท์ที่หมายเลขอีมี่ตัวเลขสุดท้ายแตกต่างกัน ระบบก็จะประมวลผลเสมือนว่าเป็นเครื่องเดียวกันได้ ทั้งนี้ พยานได้นำส่งเอกสารข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดียที่อธิบายเรื่องนี้ด้วย ขณะที่ก่อนหน้านี้พยานฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งดีแทคและทรู ให้การตรงกันว่า บริษัทเก็บข้อมูลอีมี่เพียง 14 หลัก เพราะหลักสุดท้ายไม่มีความสำคัญ และระบบจะกำหนดให้เองอัตโนมัติ โดยเจ้าหน้าที่จากดีแทคระบุว่าหมายเลขอีมี่ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เจ้าหน้าที่จากทรูระบุว่าหมายเลขอีมี่นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ส่วน พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมและหัวหน้าชุดสืบสวนคดีนี้ จาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ระบุว่า การเก็บหลักฐานหมายเลขอีมี่ 14 หลักของบริษัทผู้ให้บริการนั้นเป็นหลักการที่ทำกันโดยทั่วไปและอีมี่จะไม่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม เลขอีมี่สามารถแก้ไขได้ และจะต้องปรากฏในระบบ ส่วน ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย พนักงานสืบสวนจาก ปอท. ให้การว่า หมายเลขที่ส่งข้อความนั้นเป็นโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน ไม่สามารถตรวจสอบเจ้าของได้ จึงตรวจสอบอีมี่เครื่องกับบริษัทผู้ให้บริการต่างๆ จากนั้นนำเลขอีมี่ไปตรวจสอบกับเครือข่ายต่างๆ อีกว่าเครื่องนี้ใช้กับเบอร์ใดบ้าง เมื่อพบว่ามีหมายเลขของทรูที่ใช้ปรากฏอีมี่นี้ จึงตรวจสอบว่าเบอร์ดังกล่าวติดต่อกับใคร แล้วออกหมายเรียกผู้นั้นมาสอบสวน นอกจากนี้ยังมีการนำข้อความ SMS ดังกล่าวไปสอบถามกับ นายธงทอง จันทรางศุ และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ซึ่งระบุตรงกันว่าข้อความดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งนี้ นายอำพล ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค.53 ที่ห้องเช่า และคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จนได้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 ต.ค.53 กระทั่งเมื่ออัยการส่งฟ้อง จึงถูกคุมตัวยังเรือนจำเดิมอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 ม.ค.54 ทนายยื่นประกันตัวหลายครั้งแต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้จำเลยยังถูกขังอยู่จนปัจจุบัน โดยมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งช่องปาก

Comments

หากตัดสินว่าลุงไม่ผิด

หากตัดสินว่าลุงไม่ผิด จะชดใช้อย่างไรกับเวลาที่อยู่ในคุก

ทำไมจึงไม่ให้ประกันตัว คดีฆ่าใครตายหรือ

จะทำบาปทำกรรมกับคนอื่นด้วยมาต

จะทำบาปทำกรรมกับคนอื่นด้วยมาตรานี้กันอีกนานไหม คดีนี้อากงเค้าก็แก่มากแล้ว ไม่นึกถึงจิตใจลูกหลานเค้ากับคนแก่กันบ้างเลยหรอ ทำไมจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมกันได้ขนาดนี้คะ ตราบใดที่ยังมีการบังคับใช้กฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพคนอื่นอย่างนี้ ก็อย่าไปป่าวประกาศว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยเลยค่ะ อายเค้า ปกครองแบบพม่าไปเลยดีกว่า จะได้จบๆ รำคาญประเทศกระแดะตอแหลแลนด์เต็มทน

เลิกใช้หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงแก

เลิกใช้หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงแก้ไขเหอะมาตรานี้ ทำให้คนเดือดร้อนมามากแล้ว ยังเป็นเครื่องมือใส่ร้ายผู้คนที่ตนไม่ชอบได้ง่ายเกินไป เป็นมาตราที่ริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

ยังไม่รู้ว่าผิดหรือป่าวก็ให้ต

ยังไม่รู้ว่าผิดหรือป่าวก็ให้ติดคุกแบบนี้ คดียังไม่ตัดสินคุณลุงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แล้วคุณลุงจะหนีไปไหนได้ อายุขนาดนี้แล้ว

ทั้งนี้ นายอำพล

ทั้งนี้ นายอำพล ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค.53 ที่ห้องเช่า และคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จนได้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 ต.ค.53 กระทั่งเมื่ออัยการส่งฟ้อง จึงถูกคุมตัวยังเรือนจำเดิมอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 ม.ค.54 ทนายยื่นประกันตัวหลายครั้งแต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้จำเลยยังถูกขังอยู่จนปัจจุบัน โดยมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งช่องปาก

กรรม ที่เกิดจากการกระทำทาง วาจา ** วจีกรรม **

การที่ใคร รักใคร่นับถือใคร

การที่ใคร รักใคร่นับถือใคร ที่เกิดมาจากเบื้องลึกในใจของผู้นั้นเอง ย่อมจริงใจและจีรังยั่งยืนตลอดกาล
ถ้าเกิดจากการใช้กฎหมายมาบังคับนั้น อย่าหวังว่าจะเป็นไปได้

air_doll

[quote=air_doll]จะทำบาปทำกรรมกับคนอื่นด้วยมาตรานี้กันอีกนานไหม คดีนี้อากงเค้าก็แก่มากแล้ว ไม่นึกถึงจิตใจลูกหลานเค้ากับคนแก่กันบ้างเลยหรอ ทำไมจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมกันได้ขนาดนี้คะ ตราบใดที่ยังมีการบังคับใช้กฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพคนอื่นอย่างนี้ ก็อย่าไปป่าวประกาศว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยเลยค่ะ อายเค้า ปกครองแบบพม่าไปเลยดีกว่า จะได้จบๆ รำคาญประเทศกระแดะตอแหลแลนด์เต็มทน[/quote]
แหม่ง..ประเทศนี้มันปกครองแบบครอบครัว..ไม่เผด็จการก็เหมือนเผด็จการ..ความผิดที่หาหลักฐานไม่ชัดมีข้อสงสัยตามกฎหมาย..ก็ยกประโยชน์ให้จำเลยแล้ว..แต่มันก็ยังดันทุรังอยู่..อีกหลายๆคนที่บริสุทธิต้องมารับกรรมกับข้อหาปัญญาอ้อนทีบัญญัติขึ้นมาโดยไม่ดูอารยประเทศที่เจริญเขาทำกัน..อุบาทส์สิ้นดีแล้วบ้านนี้เมืองนี้จะสงบสุขได้อย่างไรในเมือผู้ที่ชื่อว่าเป็น.....ยังเสวยสุขบนคราบเลือดและรอยนำตา...ถึงวันนี้น้องของผมยังอยู่ในที่เขาว่าคุก..แต่ผมไปดูแล้วมันไม่ใช่คุกแต่มันเป็นสถานที่ที่คอยเก็บตกความสุขบนความทุกข์ของญาติพี่น้อง..ทั้งที่เขาเหล่านั้นเป้นเพียงผู้แสดงความคิดเห็นต่างๆจากพวกมัน..

ขอเรียกร้องให้ สถาบัน

ขอเรียกร้องให้ สถาบัน ออกมาบอกให้ยกเลิก ม112 เอง

เพื่อแสดงให้เห็นว่า รักประชาชน จริง

อุ๊บ!..112 112 112 112 112

อุ๊บ!..112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112 112

โปรดเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก สตรี และคนชรา

รักจริงต้องแสดงออก

[quote=รักจริงต้องแสดงออก]ขอเรียกร้องให้ สถาบัน ออกมาบอกให้ยกเลิก ม112 เอง

เพื่อแสดงให้เห็นว่า รักประชาชน จริง[/quote]
the answer is my friend it's blowing in the wind..................

ถ้าผิดจริง ก็ว่ากันไป

ถ้าผิดจริง ก็ว่ากันไป ถ้าไม่ผิดก็หดหู่ครับ ไม่มีคำบรรยาย คิดไม่ออกครับ ตกลงใครเลว

มันเป็ฯเครื่องมือที่ดีที่สุดใ

มันเป็ฯเครื่องมือที่ดีที่สุดในขณะนี้ ใช้ง่ายใช่คล่อง และแน่นอนที่สุดกับฝ่ายตรงข้าม ยกเลิกหรือปรับปรุงใหม่ดีไหม

รักจริงต้องแสดงออก

[quote=รักจริงต้องแสดงออก]ขอเรียกร้องให้ สถาบัน ออกมาบอกให้ยกเลิก ม112 เอง

เพื่อแสดงให้เห็นว่า รักประชาชน จริง[/quote]

อยากเห็นและรอวันนั้นอยู่เหมือนกัน

สงสารอากงมากค่ะ

สงสารอากงมากค่ะ น่าจะให้ประกันตัวก่อนแล้วค่อนมาว่ากัน. ทำไมคดีฆ่าคนตายยังประกันตัวได้เลย อากงคงไม่หลบหนีไปไหนหรอก ดูซิพยานก็ไม่กล้าออกมา น่าจะพิจารณาได้แล้วว่าควรแก้ไขหรือไม่ ประเทศไทยมีทนายหัวกะทิเยอะแยะแล้วหายไปไหนหมด

จันทร์แสงนวล

[quote=จันทร์แสงนวล]ช่วยคุณลุงด้วยเถอะคะ

ทั้งประเทศไทย ไม่มีผู้กล้าแล้วรึคะ

คิดถึง คุณทองใบ ทองเปาว์[/quote]
ทนายเก่งมีแต่จะช่วยหรือเปล่า ก็ทนายที่ช่วยคุณหญิงพจมานกับพี่ชายไงครับ