เอ็นจีโอประณามเหตุระเบิดหน้าบิ๊กซี หยุดสร้างบรรยากาศความหวาดกลัว

 
เมื่อวันที่ 27 ก.ค.53 เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒธรรม ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุวางระเบิดหน้าบิ๊กซี ราดำริ โดยเรียกร้องผู้กระทำยุติความรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายหาตัวคนผิดอย่างมีประสิทธิภาพและเคารพสิทธิมนุษยชน
 
0000
แถลงการณ์ประนามการก่อเหตุระเบิด Big C ราชดำริ สร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค. 2553 เวลา 18.00 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ใกล้สี่แยกราชประสงค์ จากรายงานข่าวพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องจุดชวนด้วยนาฬิกาปลุกวางอยู่ในกองขยะข้างป้ายรถโดยสารประจำทางดังกล่าว อีกทั้งยังพบเศษตะปูและเศษแก้ว จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการก่อเหตุซึ่งมุ่งหมายทำร้ายถึงชีวิตต่อผู้บริสุทธิ์ เหตุระเบิดดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ นายธวัชชัย ทองมาก อายุ 51 ปี และบาดเจ็บ 8 ราย ทั้งนี้บริเวณที่เกิดเหตุ หน้าห้างสรรพสินค้า Big C ราชดำริ ในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนสัญจรไปมาหนาแน่น เนื่องจากเป็นพื้นที่ค้าขายใจกลางกรุงเทพมหานคร อีกทั้งในวันเกิดเหตุเป็นวันหยุดจึงมีผู้คนเดินทางไปจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก 
องค์กรซึ่งมีรายนามข้างท้ายขอประนามการก่อเหตุระเบิดสร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ อันเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความหวาดกลัว ความไม่ปลอดภัย และเป็นการเพิ่มบรรยากาศความขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้น ขอเรียกร้องให้ผู้ใช้ความรุนแรงไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใด ยุติการใช้ความรุนแรง ร่วมกันนำพาสังคม ประเทศชาติไปสู่ความสงบสุข โดยสันติวิธี และการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกันและกัน และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีใช้กระบวนการทางกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก โดยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานอย่างเป็นมืออาชีพ เที่ยงตรงและเป็นธรรม จะสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งต่อสังคม ต่อผู้เสียหาย และต่อผู้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้เพื่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริง  
 
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิผสานวัฒธรรม

ท่าน พล.ต.ต.ทรงธรรม

ท่าน พล.ต.ต.ทรงธรรม แห่งเชียงรายครับคดีนี้เหมาะกับท่านมากในการหาตัวคนร้าย เพราะท่านจะหาตัวคนร้ายได้ภายใน 24 ช.ม.หลังจากสอบสวนคนร้ายแล้วก่อนปิดสํานวนคดีท่านอย่าลืมระบุไปด้วยนะครับว่าตกเป็นเหยื่อเสื้อแดงหลอกใช้
ผลงานครั้งนี้จะเป็นคดีชิ้นโบว์แดงครั้งที่2 ฉะนั้นตําแหนง ผบตร.ไม่หลุดโผไปเป็นของคนอื่นแน่นอนนอกจากท่าน ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าครับ

การสร้างบรรยายกาศแห่งความหวาด

การสร้างบรรยายกาศแห่งความหวาดกลัว(Bushism)ด้วยการวางระเบิดทำให้คนตายหนึ่ง บาดเจ็บแปด

แต่การสร้างบรรยายกาศแห่งความหวาดกลัวด้วยวาทกรรม(rhetoric)อย่าง"ล้มเจ้า", "สู้เพื่อทักษิณ", ฯลฯ นั้นนอกจากจะทำให้มีคนล้มตายเป็นร้อย บาดเจ็บเป็นพัน แล้วยังสร้างความหวาดกลัว หวาดระแวงซึ่งกันและกันในหมู่ประชาชนเป็นล้าน แล้วยังเสริมเข้ามาด้วยการให้คนไทยคอยจับผิดกันและกันเหมือนโซเวียตยุคสตาลิน เหมือนจีนแดงยุคมาดามเหมาปฏิวัติวัฒนธรรม(จอมปลอม) .......... สิ่งเหล่านี้"น่ากลัว"กว่าระเบิดที่หน้าบิ๊ก ซีหลายร้อยหลายพันเท่า...........แถมยังถูกวางโดย...........ผู้กุมอำนาจรัฐ(ตัวจริง)..............กลัวจริงๆ

เครือพูดความจริงไม่ได้ได้แต่อ

เครือพูดความจริงไม่ได้ได้แต่อ่อมแอ้ม

อึดอัดกับสภาพบ้านเมืองของประเ

อึดอัดกับสภาพบ้านเมืองของประเทศไทยจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ภาวนาขอให้บาปกรรมมีจริง และขอให้กรรมตามสนองผู้ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้อย่างสาสมด้วยเถิด แต่ถ้าพากันสำนึกและพากันนำความเป็นธรรม นำความสงบสุขคืนสังคมไทย ก็ขอให้เจริญๆ

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน