บทกวี เพ็ญ ภัคตะ : ทุ่งพระเมรรำพัน ๓๕ - ลำตัดสนามหลวง ๕๓

การขอคืนพื้นที่ของรัฐยังดำเนินไปอย่างไม่หยุด....


ทุ่งพระเมรรำพัน ๓๕

 
รสสุคนธ์หอมรื่นเคล้า            ระเหยหอม
เพลินเด็ดอักขระดอม            ดอกไม้
ถวิลกลิ่นจำปาขอม               วิสาขะ
รฦกฤกษ์เวียนเทียนไหว้         วิเวกท้องสนามหลวง

เทียนไสวสว่างท้อง               พระเมรุสวรรค์
กาลล่วงใกล้สายัณห์              ย่ำฆ้อง
เพ็ญโคมเยี่ยมโพยมจันทร์      คลุมแผ่
อธิษฐานไตรรัตน์ป้อง             พรุ่งนี้ประกาศชัย

ปัถพินขอต้อนรับ                   มหาชน
เนืองขนัดหลามมณฑล           แน่นล้อม
เลอค่ากว่าโภคผล                  ทั่วพิภพ
ธรณินยังนบน้อม                   หน่อเนื้อนิรนาม

รอยไถแรกหว่านข้าว              นาขวัญ
เพิ่งจรดพระนังคัล                  เคลื่อนพ้น
วันผ่านพลิกดินผัน                 พลาภาพ
กล้าพืชโตเหยียดต้น              หยัดต้านมารทมิฬ

สายลมพัดเสียดถ้อย              มธุรศิลป์
ไพเราะเพียงก้อนดิน              กระดิกได้
ล้านเสียงโศกถวิล                 เสรีภาพ
ร่วมเจตน์ผนึกไว้                   ผูกร้อยหทัยเดียว

ผันเวียนขึ้นป่าวร้อง               โพนทนา
ถือหลักอหิงสา                     ต่อสู้
ชูมือปราศศาสตรา                ว่างเปล่า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมรู้                 แผ่นฟ้าเป็นพยาน

เพรียกหาแสงส่องหล้า           เรืองนิรันดร์
ด้วยปีกแห่งความฝัน              หิ่งห้อย
สอยเด็ดสุริย-จันทร์               จรพิลาป
ฤๅพรั่นแรงเรี่ยวน้อย              บ่คล้อยกระแสสินธุ์

ระดมพลมามากแม้น              มือผสาน
จารึกฝากจิรกาล                   จ่อมฟ้า
ทุ่งพระเมรุสุทธาสถาน           สะเทือนสั่น ฤๅแม่
เอียงอกรับลูกอ้า                   อุ่นเนื้ออณูชน

มิตรภาพเพียงส่งยิ้ม               ยวนหวาน
อวลอยู่ในวิญญาณ                หยั่งได้
ท้องหิวแบ่งอาหาร                 ข้าวห่อ
ออมเรี่ยวเอาแรงไว้                เรียกร้องอิสรา

แสนยานุภาพข้าม                  เมฆินทร์
ดั้นฝ่าปราการหิน                   หักกร้าว
น้ำใสปราศมลทิน                  ธุลีอาบ
เอมอิ่มแม้ร้อนอ้าว                 นั่งสู้แสงตะวัน

อำนาจห่มเกราะต้าน              เตรียมประยุทธ์
อัคนิธาตุแห่งมนุษย์              แตกแล้ว
ดวงใจผ่องพิสุทธิ์                 เกินพ่าย
พลีร่างวิญญาณแผ้ว              อุทิศให้สังหาร

ควันปืนปลิวว่อนเวิ้ง               พระเมรุสวรรค์
ไออาบระติวัน                      เวี่ยคลุ้ง
อรุณเลือดหลั่งกระสัน            กระสุนแลก
โลกตกอยู่ในอุ้ง                   ฝ่าเท้าพลทหาร

เสียแรงเคยปกป้อง               ปฐพี
มิภักดิ์รักศักดิ์ศรี                  สักน้อย
นำชนกล่าวสดุดี                  ดนูชาติ
แท้เถื่อนสถุลถ้อย                ต่ำต้อยเกินประณาม

สนามหลวงแดนถิ่นนี้            ควรถนอม
ใช่ปล่อยกิมิชาติตอม           ไต่เต้น
ไม้จันทน์กลิ่นจรุงหอม          วอนช่วย
เผาร่างปีศาจเร้น                  หลีกลี้ปลาตสูญ

ทรราชอย่าล่วงล้ำ                เฉียดกราย
ณ ทุ่งพระเมรุถวาย               มอบไว้
แด่วีรชนวาย                       ชีวาตม์
แม้นรุกเข้ามาไซร้                สาปซ้องเสนียดเมือง.

*พฤษภาทมิฬ ๓๕ ขณะประชาชนเคลื่อนขบวนจากสนามหลวง ไปราชดำเนิน
ผู้ชุมนุมถูกไล่พื้นที่ โดยอ้างว่า เป็นช่วงพืชมงคล วิสาขบูชา

 

ลำตัดสนามหลวง ๕๓
 
นกขมิ้นเหลืองอ่อน เจ้าจะร่อนเร่ไฉน
หากแม้นมีที่ไป ใครจะนอนทางเท้า
 
ขอเศษเพิงพิงพัก รั้วพำนักวังเจ้า
คนรอนแรมอกร้าว วิ่งเก็บว่าวเขาทิ้ง
 
ต้นมะขามสนามหลวง ดั่งแมนสรวงสุขยิ่ง
ซุกร่างเอนเนนอิง กอดความจริงชั่วกาล
 
เห็นเขาฆ่าประชาชน เห็นกองพลเคลื่อนผ่าน
ทุ่งพระเมรุสังหาร เจ็บประจานดวงแด
 
นกพิราบสาบสูญ ปฏิกูลเชื้อแพร่
ผีขนุนยืนชะแง้ ทั้งหนุ่มแก่รอหวัง
 
อีกหมอดูแม่นแม่น มาดส่องแว่นเซียนดัง
นักเลงพระอวดขลัง แม่ค้านั่งแบกะดิน
 
กางเกงขาดสาดเก่า นวดฝ่าเท้าเคล้ากลิ่น
ชีวิตไร้ปฏิทิน รอองค์อินทร์อำนวย
 
คนตาบอดเป่าแคน คนสิ้นแขนขายหวย
คนขาขาดอาจซวย ใครคอยช่วยเขา-เธอ
 
คนจรจัดพลัดบ้าน คนตกงานนั่งเหม่อ
คนฟั่นเฟือนบ่นเพ้อ คนป้ำเป๋อฉี่ไหล
 
สนามหลวงเสนียดรัฐ สนิมสัตว์ทรามไพร่
ชะ!เมืองกรุงศิวิไลซ์ ขับจัญไรล้างบาง
 
เจ้าคนบ้าห้าร้อย ขนไปปล่อยไกลห่าง
ทะเลคนเคว้งคว้าง ต้องเริดร้างสนามหลวง
 
โอ้โอ๋...เจ้านกขมิ้น กรุงโกสินทร์สิ้นสรวง
ทุ่งพระเมรุแมนลวง ไปพ้นบ่วงเมืองทราม
 
ค่าเจ้าต่ำเกินสัตว์ เขายัดเยียดเหยียดหยาม
นักท่องเที่ยวไหลลาม เพชรเม็ดงาม ...เพียงเงิน!
 
*พฤษภาอำมหิต ๕๓ ขณะที่ประชาชนถูกกวาดล้างจากอำมหิตยามาตย์ กทม.ก็เข้ากวาดไล่
คนเร่ร่อนจรจัดโดยอ้างว่า ขอคืนพื้นที่ให้กับเกาะรัตนโกสินทร์
เพ็ญ ภัคตะ ๓๕ - ๕๓

Comments

แช่ม wrote:"เพ็ญ

[quote=แช่ม]"เพ็ญ ภัคตะ"....

คงได้แค่ "พร่ำพรรณา"

มันก็เท่านั้นเอง....[/quote]

..

คุณแช่มเอย คนเคยถาม คำถามไว้
แต่ทำไม ไม่ตอบความ ที่ถามหรือ
นึกว่าคุณ เป็นสุดยอดฝีมือ
แท้คุณคือ มือวาน ใช่มือวาง

เป็นมือวาน วิจารณ์เขา เอาแต่พวก
คิดลวกลวก แท้แท้ เอาแต่ขวาง
http://www.prachatai.com/node/30446/talk
เขาถามไว้ ที่นี่ มิอำพราง
แต่คุณห่าง เหินไป ไม่ตอบความ

กลับไปตอบ ถ้อยนั้น ในวันนี้
อย่าหลีกลี้ หลบไป ให้เขาหยาม
ว่าคุณแช่ม ชื่อนี้ มีนิยาม
ถูกคำถาม ตรงใจ ไม่ตอบคำ

กระทู้นี้ กวีเพ็ญ ภัคตะ
อักขระ จารไว้ ให้ชื่นฉ่ำ
เห็นคนจน มีค่า น่าจดจำ
จึงเพียรย้ำ คำไว้ ในบันทึก...

Guest ดำดิน
27 กรกฎาคม 2553

ลำพังมือเปล่า ตีนเปล่า

ลำพังมือเปล่า ตีนเปล่า สู้กับพวกหน้าด้าน และอำมหิตแบบไอ้แช่ม มันไม่สะทกสท้าน
ก็ต้องใช้ปากกาทิ่มแทงมันอย่างนี้แหละ แค่นี้ไอ้หน้าตัวเมียแช่มออกมาเห่าทันที

มือเปล่า ตีนเปล่า

มือเปล่า ตีนเปล่า สู้กับคนหน้าด้านและอำมหิตแบบไอ้แช่ม มันไม่สะทกสะท้าน
ต้องให้ดร. เพ็ญสุภา เอาปากกาออกมาทิ่มแทง มันถึงได้ออกมาเห่าหอน ให้เป็นที่รำคาญ

เพียงเราฝันไป เนิ่นนานมาแล้วส

[b]เพียงเราฝันไป[/b]

เนิ่นนานมาแล้วสิ่งดีและสิ่งเลวร้ายอยู่คู่กันมาเสมอในทุกๆคนในทุกๆสิ่ง
คนอินเดียที่มีความเจริญทางอารยธรรมมาแต่อดีตรับรู้และเข้าใจในเรื่องนี้ดี
แม้แต่เทพเจ้าของชาวอินเดียยังมีทั้งดีและเลวซ้อนอยู่ในร่างเดียวกันได้

วันหนึ่งเราหลับฝันไป เราฝันว่าสิ่งที่ดีของเรานั้นมีคนร่ำลือมากมายว่าไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้
เราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เราไม่เคยเห็นกับตา เรื่องแบบนี้ไม่มีใครมีสิทธิตีฆ้องร้องเปล่า

ต่อมาเราฝันว่าอยู่ๆก็มีสิ่งเลวร้ายใหม่เกิดขึ้น เลวร้ายไม่มีที่ติ เลวร้ายที่สุดอย่างไม่เคยพานพบมาก่อน
มีการตีฆ้องร้องเปล่าเรื่องสิ่งเลวร้ายใหม่ไปทั่วทุกหัวระแหงตลอดคืนตลอดวัน

พวกเราทนเห็นสิ่งเลวร้ายใหม่ไม่ได้ พวกเราช่วยกันกำจัดสิ่งเลวร้ายใหม่ออกไปไห้พ้น
มีการตีฆ้องร้องเปล่าอีกว่าสิ่งเลวร้ายใหม่ยังคงจ้องหลอกหลอนวันแล้ววันเล่า

เราลืมสิ่งที่ดีของเราเสียสนิทว่ายังคงมีเรื่องร่ำลือบ้าๆนั่นอีกหรือไม่

อีกวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมา เราพบว่าสิ่งเลวร้ายใหม่นั้นเป็นเพียงฝันไม่มีอยู่จริง
แต่เรายังคงมีสิ่งที่ดีคงอยู่โดยปราศจากเสียงร่ำลือ เราภูมิใจยิ่งนักที่เรายังมีสิ่งนี้

เพียงเราฝันไป เนิ่นนานมาแล้วส

[b]เพียงเราฝันไป[/b]

เนิ่นนานมาแล้วสิ่งดีและสิ่งเลวร้ายอยู่คู่กันมาเสมอในทุกๆคนในทุกๆสิ่ง
คนอินเดียที่มีความเจริญทางอารยธรรมมาแต่อดีตรับรู้และเข้าใจในเรื่องนี้ดี
แม้แต่เทพเจ้าของชาวอินเดียยังมีทั้งดีและเลวซ้อนอยู่ในร่างเดียวกันได้

วันหนึ่งเราหลับฝันไป เราฝันว่าสิ่งที่ดีของเรานั้นมีคนร่ำลือมากมายว่าไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้
เราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เราไม่เคยเห็นกับตา เรื่องแบบนี้ไม่มีใครมีสิทธิตีฆ้องร้องเปล่า

ต่อมาเราฝันว่าอยู่ๆก็มีสิ่งเลวร้ายใหม่เกิดขึ้น เลวร้ายไม่มีที่ติ เลวร้ายที่สุดอย่างไม่เคยพานพบมาก่อน
มีการตีฆ้องร้องเปล่าเรื่องสิ่งเลวร้ายใหม่ไปทั่วทุกหัวระแหงตลอดคืนตลอดวัน

พวกเราทนเห็นสิ่งเลวร้ายใหม่ไม่ได้ พวกเราช่วยกันกำจัดสิ่งเลวร้ายใหม่ออกไปไห้พ้น
มีการตีฆ้องร้องเปล่าอีกว่าสิ่งเลวร้ายใหม่ยังคงจ้องหลอกหลอนวันแล้ววันเล่า

เราลืมสิ่งที่ดีของเราเสียสนิทว่ายังคงมีเรื่องร่ำลือบ้าๆนั่นอีกหรือไม่

อีกวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมา เราพบว่าสิ่งเลวร้ายใหม่นั้นเป็นเพียงฝันไม่มีอยู่จริง
แต่เรายังคงมีสิ่งที่ดีคงอยู่โดยปราศจากเสียงร่ำลือ เราภูมิใจยิ่งนักที่เรายังมีสิ่งนี้

Guest wrote:แช่ม wrote:"เพ็ญ

[quote=Guest ][quote=แช่ม]"เพ็ญ ภัคตะ"....

คงได้แค่ "พร่ำพรรณา"

มันก็เท่านั้นเอง....[/quote]

..

คุณแช่มเอย คนเคยถาม คำถามไว้
แต่ทำไม ไม่ตอบความ ที่ถามหรือ
นึกว่าคุณ เป็นสุดยอดฝีมือ
แท้คุณคือ มือวาน ใช่มือวาง

เป็นมือวาน วิจารณ์เขา เอาแต่พวก
คิดลวกลวก แท้แท้ เอาแต่ขวาง
http://www.prachatai.com/node/30446/talk
เขาถามไว้ ที่นี่ มิอำพราง
แต่คุณห่าง เหินไป ไม่ตอบความ

......

***********************

Guest ดำดิน
27 กรกฎาคม 2553[/quote]

คุณแช่ม เขามีฉายาว่า

.....จอมตอด ลอดใต้น้ำ.....

อิอิ

(:

(:

http://www.youtube.com/watch?

http://www.youtube.com/watch?v=o8gq8x2GZ0k&feature=related

สบายๆใจในวันหยุดครับ เพลงเรือนแพ ต้นฉบับครับ

Guest ดำดิน

[quote=Guest ดำดิน]http://www.youtube.com/watch?v=o8gq8x2GZ0k&feature=related

สบายๆใจในวันหยุดครับ เพลงเรือนแพ ต้นฉบับครับ[/quote]

เหมาะกับวันเข้าพรรษา วันฟังธรรม มากมาก

สงสัยต้องอนุญาตให้คุณ ว ณ ปากนัง เรียก พี่ Guest แล้วกระมังคะ ^^

http://www.youtube.com/watch?

http://www.youtube.com/watch?v=4D5ccpl0i4A&feature=related

คุณบุปผา สายชล ครับ

Guest wrote:แช่ม wrote:"เพ็ญ

[quote=Guest ][quote=แช่ม]"เพ็ญ ภัคตะ"....

คงได้แค่ "พร่ำพรรณา"

มันก็เท่านั้นเอง....[/quote]

..

คุณแช่มเอย คนเคยถาม คำถามไว้
แต่ทำไม ไม่ตอบความ ที่ถามหรือ
นึกว่าคุณ เป็นสุดยอดฝีมือ
แท้คุณคือ มือวาน ใช่มือวาง

เป็นมือวาน วิจารณ์เขา เอาแต่พวก
คิดลวกลวก แท้แท้ เอาแต่ขวาง
http://www.prachatai.com/node/30446/talk
เขาถามไว้ ที่นี่ มิอำพราง
แต่คุณห่าง เหินไป ไม่ตอบความ

กลับไปตอบ ถ้อยนั้น ในวันนี้
อย่าหลีกลี้ หลบไป ให้เขาหยาม
ว่าคุณแช่ม ชื่อนี้ มีนิยาม
ถูกคำถาม ตรงใจ ไม่ตอบคำ

กระทู้นี้ กวีเพ็ญ ภัคตะ
อักขระ จารไว้ ให้ชื่นฉ่ำ
เห็นคนจน มีค่า น่าจดจำ
จึงเพียรย้ำ คำไว้ ในบันทึก...

Guest ดำดิน
27 กรกฎาคม 2553[/quote]

ถึงครา แช่ม ต้องชอกช้ำ
เพราะมิอาจตอบคำถามนั้นได้
จึงต้องไสหัวไป
จะกลับมาใหม่ เมื่อเขาลืม

ไม่ได้มาเปิดนาน เพราะเศร้า

ไม่ได้มาเปิดนาน เพราะเศร้า ๆที่ข่าวว่าประชาไทจะปิดเว็บ ประกอบกับไปทำงาน ขึ้นล่องกรุงเทพ ฯอยู่เรื่อย
พอมาเปิดเลยดูเหมือนตกข่าว ตกคำไปมาก
ดีใจที่ได้อ่านคอมเมนท์จากเพื่อนร่วมชาติที่มองทะลุเปลือกไปยังเนื้อใน
แน่นอนมีคนที่ไม่หวังดีปะปนอยู่ ความเลว ความลวงอยู่ไม่นานอยู่แล้ว

อยากรู้ว่าถ้าที่นี่ปิด คุณเพ็ญจะนำบทกวีแสนงามไปลงที่ไหนจะได้ตามอ่านค่ะ

เข้าพรรษา เราบวชใจกันดีกว่า อย่าโกรธเกรี้ยวพวกป่วนเว็บมากนัก เสียสุขภาพจิต
เอ้อ เตือนตัวเองมากกว่าคนอื่นค่ะ

ฉันเห็นพระจันทร์ด้านเดียว ฉัน

[b]ฉันเห็นพระจันทร์ด้านเดียว[/b]

ฉันเห็นพระจันทร์ส่องแสงจรัสเจิดจ้าสว่างไสว ยิ่งกว่ายามใดที่เคยเห็น
ที่อังกฤษ ที่ญี่ปุ่น และที่อื่นๆ พระจันทร์จะส่องสว่างกว่านี้ไหมหนอ ?

บางยามผู้คนอยู่ในความมืดมิด ก็มีพระจันทร์นี่แหละช่วยส่องแสงให้เห็นทาง
พระจันทร์จึงมีคุณเอนกอนันต์

พระจันทร์อยู่บนฟ้า อยู่สูงเกินอาจเอื้อม
บางคนกราบไหว้เทิดทูนบูชาว่าพระจันทร์คือเทพเจ้า

แต่ฉันเห็นพระจันทร์ด้านเดียว
ไม่รู้ทำไมฉันจึงอยากเห็นพระจันทร์อีกด้าน

จะมีคนคิดเหมือนฉันไหมหนอ ?
อีกด้านหนึ่งจะมีกระต่ายอยู่อีกตัวหนึ่งไหม ?
หรือจะมีอะไรอยู่ข้างหลังนั้น

เขาว่าข้างหลังพระจันทร์นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม
ผู้คนต้องรับโทษทัณฑ์ถ้าเอ่ยถึงสิ่งที่อยู่ข้างหลังพระจันทร์

แต่ฉันก็ยังอยากรู้อะไรอยู่ข้างหลังพระจันทร์
พระจันทร์น่าจะสวยงามกว่าเดิม ถ้าฉันเห็นพระจันทร์ทั้งสองด้าน

กระต่ายหมายจันทร์ ...........

กระต่ายหมายจันทร์
.......................

เรื่องกระต่าย หมายจันทร์ มันเรื่องเก่า
ใครเก็บเอา ไปฝัน นั้นล้าสมัย
วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า พาคนไป
ย่ำดวงจันทร์ เอาไว้ นานหลายปี

จันทร์สว่าง กลางฟ้า ธรรมดามาก
ดวงดาวหลาก รายล้อม เป็นรัศมี
บางครั้งสวย บางครั้งเสื่อม เพราะเมฆี
บางครั้งฝน ทำป่นปี้ นภีพราง

เมื่อจันทร์ เหลือง อร่ามฟ้า ดาราหลบ
แสงจันทร์กลบ รัศมี ที่อยู่ข้าง
วันจันทร์มืด จนมิด ทั่วนภางค์
ดาราสว่าง จนสุดฟ้า กู้หน้าจันทร์

ธรรมชาติ จักรวาล เป็นเช่นนี้
บางเรื่องดี บางเรื่องร้าย เอาไปฝัน
เมื่อได้คิด วิทยาศาสตร์ อนาถจันทร์
ยามอาทิตย์ ถูกบังกั้น จันทร์ก็แรม

Guest ดำดิน
28 กรกฎาคม 2553