ไม่แปลกใจอะไรเลยที่ระบอบอภิสิทธิ์ต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป อีก 3 เดือน และพอใกล้จะถึง 3 เดือนก็คงมีมือมืดเอาอาร์พีจีไปยิงถังน้ำมันเปล่าที่ไหนสักแห่ง ทำให้ต้องต่ออายุไปจนถึงต้นปีหน้า จากนั้นอภิสิทธิ์ก็โชว์ฟอร์มสง่างาม ยุบสภาเลือกตั้งใหม่พอดี
ที่น่าสมเพชคือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการ “กระชับพื้นที่” 9 อรหันต์ของ อ.คณิต ณ นคร ซึ่งถ้าพอจะมีเกียรติภูมิความน่าเชื่อถือหลงเหลืออยู่บ้าง ก็หมดกันทันทีในมติ ครม.ที่คลอดรายชื่อออกมาพร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
9 อรหันต์จะเหลือความเป็นอิสระเป็นกลางในการทำงานได้อย่างไร ในเมื่อมีอาสากู้ภัยออกมาให้ข่าวว่า ทหารยิง 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม ก็ถูก ศอฉ.ออกหมายเรียกไปรายงานตัว ไม่ไปมีโทษจำคุก โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาแถลงข่าวขังลืมคนเสื้อแดง ก็ถูก ศอฉ.ออกหมายเรียกไปรายงานตัว ไม่ไปมีโทษจำคุก
ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คุณไม่มีสิทธิกล่าวหาว่า “ทหารฆ่าประชาชน” ไม่มีสิทธิตำหนิติติงว่า ศอฉ.กระทำเกินกว่าเหตุ แล้วใครจะกล้าไปให้การกับ 9 อรหันต์ ให้การวันนี้ พรุ่งนี้ก็ถูก ศอฉ.ออกหมายเรียก
แล้วมันจะเป็นการสอบสวนที่อิสระและเป็นกลางได้อย่างไร
การสอบสวนที่เป็นอิสระและเป็นกลางยังไม่ใช่เพียงแค่เรียกคน เข้าไปให้ปากคำ แต่ต้องเปิดให้เผยแพร่ข้อมูลอย่างกว้างขวางจากทั้งสองฝ่ายต่อสาธารณะ ผ่านสื่อต่างๆที่มีเสรี ตั้งแต่สื่อทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ ไปจนอินเตอร์เน็ต เพื่อเอาข้อเท็จจริงมาหักล้างกันอย่างมีเหตุมีผล แต่นี่นอกจากปิดสื่อแล้วยังปิดปาก ห้ามให้ข้อมูลในทางลบต่อพระเอกสีขี้ม้า ฉะนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปหาพระแสงของ้าวอันใด
ที่บอกว่าอาจจะพอมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง ก็เพราะผมเชื่อว่าบางคน เช่น ไพโรจน์ พลเพชร ยังมีความเป็นธรรมและเป็นกลาง
แต่ที่ไหนได้ ไพโรจน์ออกมาปฏิเสธแล้วว่าเขาไม่รับ มีการทาบทามจริงแต่ไม่รับ กลับเอาชื่อไปใส่เฉยเลย
ความน่าเชื่อถือก็กลายเป็นติดลบ เพราะคนอื่นก็งั้นๆ สมชาย หอมลออ จะเป็นอะไรแน่ระหว่างพันธมิตรฯ กับนักสิทธิมนุษยชน ควรบอกสังคมให้แน่ชัด ตัวแทนสื่ออย่างคุณมานิจ สุขสมจิตร ไม่รู้จักเป็นส่วนตัว ได้ยินกิตติศัพท์ว่าท่านเป็นคนดี แต่โทษที ผมเห็นรัฐบาลไหนตั้งกรรมการอะไรที่เอาตัวแทนสื่อเข้าไป ก็มานิจ สุขสมจิตร แทบทุกที ไม่เคยเห็นจะมีบทบาทโดดเด่นหรือแสดงความคิดเห็นอะไร นอกจากเขาว่าไงก็ว่าตามกัน (อ้าว ไปโผล่ในกรรมการสมัชชาปฏิรูปอีกแล้ว)
มติ ครม.ที่คลอดออกมา 2 เรื่องพร้อมกัน (ไม่นับเรื่องเอาสิงโตไปตั้งหน้าแบงก์ชาติเพื่อปรับฮวงจุ้ย-ฮา) จึงขัดกันอย่างอัปยศ คือตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่อ้างว่าอิสระและเป็นกลาง กับยืดอายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลด้านตรงข้าม
นั่นแสดงว่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีเจตจำนง 2 ประการเท่านั้นคือ หนึ่ง ปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร และสอง ปิดกั้นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เคลื่อนไหวทางการเมืองโดยสันติและเปิดเผยของฝ่ายเสื้อแดง แต่ใช้ข้ออ้าง “ใต้ดิน” หรือวินาศกรรมมาเป็นเครื่องมือ ทั้งที่ความจริงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันการก่อวินาศกรรม ดูภาคใต้ก็ยังตูมๆ ทุกวัน
แต่ต่างกันนิดนึงที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ทหารตำรวจกรุงเทพฯ ได้เบี้ยเลี้ยง เงินเพิ่ม สิทธิพิเศษต่างๆ เช่น นับอายุราชการทวีคูณ โดยไม่ต้องลงไปเสี่ยงตายเหมือน “จ่าเพียร” ที่ 3 จังหวัดใต้
ต้องชื่นชมหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีบทบาทอย่างไร แต่การคัดค้าน พรก.ฉุกเฉินก็ถือว่าได้ทำหน้าที่กรรมการสิทธิฯ อย่างตรงไปตรงมา
ถามว่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินส่งผลร้ายต่อการต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตยหรือไม่ ย่อมส่งผลแน่นอนเพราะมันปิดกั้นสื่อและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แต่ก็มีด้านดีเหมือนกันคือทำให้จตุพรไม่สามารถรวบรวมมวลชนมาแพ้ครั้งที่สาม (ไม่ฮา) ช่วงเวลา 3 เดือนหรืออาจจะ 6 เดือนต่อไปนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยจึงต้องท่องคำว่า “อดทน” รอให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินส่งผล “ย้อนศร” อย่างที่มีหลายคนทักไว้ ไม่ต้องกลัว “แมลงสาบธิปไตย” ฆ่าตัวตายทุกยุคทุกสมัย ยิ่งเหิมเกริมยิ่งได้ใจยิ่งพังเร็ว
ดูง่ายๆ ก็อย่างที่ออกมาให้ข่าวมั่วว่ามีการฝึกอาวุธที่สวนผึ้ง ปักธงชัย แล้วโดน กอ.รมน.ตบปาก โห มันคงนึกว่าสวนผึ้งยังเป็นป่าสมัยก๊อดอาร์มี เดี๋ยวนี้ลองไปดูสิครับ รีสอร์ทราคาแพงระยับ ปักธงชัย วังน้ำเขียว ก็คนกรุงไปกว้านซื้อที่เพียบ
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งที่ไม่มีเหตุผลอันควร จะทำให้ “แมลงสาบธิปไตย” เสียหายในทางสากล ภาพลบในสายตาต่างประเทศ แต่ในประเทศพวกเขาจะยังได้คะแนนนิยมจากคนกรุงคนชั้นกลางที่หลับตาข้างหนึ่ง ลืมตาข้างหนึ่ง ใช้อำนาจเผด็จการพลเรือนกดหัวคนชั้นกลางเสรีนิยมและมวลชนเสื้อแดง โดยอ้างว่านี่คือความปรองดอง ประโคมสร้างภาพความสงบเพื่อปั่นตัวเลขทางเศรษฐกิจ
สิ่งที่เราจะต้องต่อสู้คือทำให้เห็นว่ามัน “ไม่สงบ” และไม่มีทางสงบ ตราบใดที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรมและความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ เพียงแต่แนวทางการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง หรือการก่อวินาศกรรม พวกที่ทำอย่างนั้นอาจมี แต่ไม่ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง คือใครเขาจะทำเราห้ามไม่ได้ ไม่รู้ไม่เห็นไม่เกี่ยว (นี่หว่า) แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วเราก็มีหน้าที่พูด 2 อย่างคือหนึ่ง ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเราไม่สนับสนุน แต่สอง ก็เพราะคุณทำให้เขาคับแค้น ได้รับความอยุติธรรม ถูกกดดันจนต้องไปหาวิธีทำระเบิดในอินเตอร์เน็ต
การทำให้เห็นว่า “ไม่สงบ” สามารถทำได้ด้วยสันติวิธี สมมติเช่นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ (แบบโหวตให้ V11-ฮา) หรือการแข็งขืนอำนาจรัฐในรูปแบบที่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งต้องใช้หัวคิด ลูกเล่น เช่นวันสองวันนี้ผมขึ้นรถตู้ เจอสติกเกอร์สีแดงตรงประตู “ไม่ต้อนรับเผด็จการ ประชาธิปไตยเชิญครับ” เข้าท่าดี ใครจะทำไม ไม่ผิดกฎหมาย (นี่หว่า) ใครไม่พอใจก็เป็นพวกเผด็จการ ถ้าเอาไปต่อยอด สมมติเช่นทำสติกเกอร์ “เรารักประชาธิปไตย” สีแดงแจ๋ แจกกันให้ทั่ว ใครจะห้ามได้ เป็นถ้อยคำที่ถูกต้องที่สุด มีตรงไหนผิดสักนิด
หรือไม่ก็อาจจะนัดกัน ใส่เสื้อแดงวันอาทิตย์ ผิดกฎหมายตรงไหน ใส่เสื้อแดงไปเดินเที่ยวราชประสงค์ เอ้า ใครจะทำไม ทำบุญ 100 วัน 19 พ.ค.ก็จัดให้ยิ่งใหญ่ทุกจังหวัด เฮ้ย ทำบุญให้คนตาย ศอฉ.มึงห้ามได้หรือ
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรจะใช้ช่วงเวลานี้ให้มวลชน พัฒนาความคิดทางการเมือง อย่างลึกซึ้งและมีเหตุผล อย่างน้อยก็สร้างความผูกพันภราดรภาพซึ่งกันและกัน เพราะต้องยอมรับว่ามวลชนเสื้อแดงที่ปลุกขึ้นมาด้วยพีเพิลแชนเนลและวิทยุ ชุมชน มีแต่อารมณ์ร้อนแรงแต่ในเชิงความคิดอุดมการณ์ยังผิวเผิน เพื่อนที่เป็นเสื้อแดงยังบอกว่าเวลาที่มาม็อบ แต่ละเต้นท์ก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีระเบียบวินัย ไม่มีความเอื้อเฟื้อ สร้างความผูกพัน หรือทำงานความคิดกัน แกนนำเสื้อแดงส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองที่มีเป้าหมายของตน มีนักคิดนักวิชาการน้อย เวลาพูดถึงประชาธิปไตยสมบูรณ์ จริงๆ แล้วคืออะไรก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจถ่องแท้ ผมถึงเรียกร้องว่าจะต้องกำหนดเป็นข้อๆ คล้ายนโยบายเฉพาะหน้า ว่าอะไรคือเป้าหมายของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
และที่สำคัญอีกอย่าง ทำอย่างไรจะให้ช่วง 3-6 เดือนนี้ ลดบทบาทการนำของทักษิณ สรุปบทเรียนความผิดพลาดที่เกิดจากการยอมให้ทักษิณนำแต่ผู้เดียว แล้วไล่ทักษิณไปอยู่หางแถวหรือไปไกลๆ ยิ่งดี
Who’s Who ในคณะปฏิรูป
และแล้วก็ไม่ผิดคาด พี่เปี๊ยกฉายเงาอยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปจริงๆ เพราะส่งพี่แอ๊ว รัชนี ธงไชย มาแทน (ไม่อยากใช้ศัพท์แบบที่ใช้กับนักการเมือง ฮิฮิ)
ส่วนที่ผิดคาดคือ ไม่คาดว่า อ.นิธิยอมรับเป็นกรรมการปฏิรูปกับเขาด้วย ไม่ทราบว่าท่านคิดอย่างไร จะรอฟัง แต่ไม่เป็นไร ต้องเคารพการตัดสินใจ ท่านอาจเห็นเป็นช่องทางเสนอความคิดเห็น ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าท่านจะทำอะไรได้หรือไม่ แต่ถ้าหวังจะให้ท่านเป็นตัวเชื่อมดึงนักวิชาการนักเคลื่อนไหวฝ่าย ประชาธิปไตยไปมีส่วนร่วม ขอบอกว่าไม่มีทาง
ส่วนที่เซอร์ไพรส์สุดๆ ก็คือ อานันท์ ปันยารชุน สามารถไปอัญเชิญ อ.เสกสรรค์มาร่วมด้วย (โดยอ้างว่าเคยถูกกล่าวหาเป็นซ้ายเหมือนกัน) ซึ่งผมเห็นเป็นเรื่องดี เพราะที่ผ่านมา ศิลปินแห่งชาติหมาดๆ ท่านนี้ไม่เคยให้ความเห็นต่อวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง นอกจากจะแสดงปาฐกถาธรรมชั้นสูง ซึ่งพวกสมองทึบอย่างผมฟังแล้วม่ายเข้าจายตุ้ม คือไม่รู้ว่าพี่เสกแกจะบอกอะไรกันแน่
อย่างน้อยคราวนี้แกจะได้พูดอะไรชัดๆ ซะที
องค์ประกอบของคณะกรรมการทั้งสองชุดส่วนใหญ่มาจาก NGO หรือนักวิชาการ NGO ซึ่งก็คือคนดีๆ นักต่อสู้ นักเคลื่อนไหว แต่ปัญหาคือเราต้องแยกแยะการทำงานของ NGO ว่า การลงไปทำงานให้ชาวบ้านกล้าต่อสู้เรียกร้องเพื่อความเป็นธรรม คัดค้านการตัดสินใจของรัฐและทุนโดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน คือการกระตุ้นให้ชาวบ้านตื่นตัวใช้สิทธิประชาธิปไตยที่ต้องยกย่องและสนับ สนุน แต่ขณะเดียวกัน NGO ส่วนหนึ่งก็ถลำเข้าไปเป็นพวกต่อต้านทุนนิยมหัวชนฝา กระทั่งต่อต้านความคิดเสรีนิยม เสรีประชาธิปไตย กลายเป็นพวกอนุรักษ์นิยมใหม่ Neo-conservative แบบชาตินิยม ไทยนิยม วัฒนธรรมนิยม รื้อฟื้นของเก่า จนกระทั่งไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคทักษิณ ซึ่งก็ต้องโทษทักษิณด้วยว่าเข้าไปปิดพื้นที่ทางการเมืองของ NGO จนเขาต้องต่อต้าน แต่ในการต่อต้านมันก็มีปัญหาเรื่องแนวคิดการพัฒนาประเทศ พูดง่ายๆว่า ทักษิณต้องการดึงชนบทเข้าสู่ระบบตลาดโลกาภิวัตน์ นั่นคือการทำให้ “หายจน” ขณะที่ NGO ยังเพ้อฝันจะให้ชาวบ้านอยู่อย่างสุขสงบ พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ก้มหน้าก้มตาทำการเกษตรแบบพึ่งตัวเอง ไม่พึ่งทุนนิยม
ผมไม่ได้คิดว่าทักษิณถูกหมด แต่ขณะเดียวกันถ้าเอา NGO มากำหนดทิศทางของประเทศ ก็ท่าจะผิดเพี้ยนไปสุดกู่
องค์ประกอบของคณะกรรมการ โซนแรกคือพวกที่มาตามตำแหน่ง ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเอาตามตำแหน่ง เพราะไม่ใช่ตั้ง สสร.หรือสภาสนามม้า แล้วตำแหน่งที่เอามาก็ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ เช่นทำไมเอาปลัดยุติธรรม ไม่เอาปลัดกระทรวงอื่น ทำไมเอาอดีตเลขา สกอ. ทำไมเอาอดีตเลขา สพฐ.
แต่คนที่มาตามตำแหน่งก็มีอะไรซ่อนอยู่ อย่างเช่นเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อ้าว หมอชูชัย ศุภวงศ์ สายตรงหมอประเวศ (นี่หว่า) ผมน่ะได้ยินข่าวมา 2 อาทิตย์แล้วว่าเขาจะเอาหมอชูชัยไปร่วมด้วย แต่ไม่เข้าใจว่าจะไปแบบไหน จะลาออกจาก กสม.เลยหรือ เพิ่งรู้ว่าไปแบบนี้เอง
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขา สพฐ. ถ้าดูเผินๆไม่มีอะไร แต่ต้องย้อนดูประวัติ คุณหญิงคือบุตรสาวของท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ของกรณ์ จาติกวณิช เปล่า ไม่ได้จะบอกว่ามาสาย ปชป. แต่ท่านผู้หญิงสุมาลีคือประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) คนแรก ระหว่างปี 2529-2532
ฉะนั้น คุณหญิงกษมาอาจจะเรียกว่ามาสาย NGO ก็ได้
ในชุดแรก 27 คน ที่เป็นสายตรง “ลัทธิประเวศ” ได้แก่ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, หมอพลเดช ปิ่นประทีป, หมอวิชัย โชควิวัฒน์ และหมอชูชัย
สารี อ๋องสมหวัง แม้ระยะหลังความเห็นต่างกันบ้างแต่ก็อยู่สายหมอประเวศมาตั้งแต่ 20 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก (สมัยยังเป็นสาว)
เรวดี ประเสริฐเจริญสุข อดีตประธาน กป.อพช. ไม่ใช่ศิษย์ก้นกุฎีหมอประเวศ เพราะทำงานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สืบทอดมาจากอาจารย์ป๋วย ปัจจุบันเป็น NGO รุ่นใหญ่ของวงการเป็นรองแค่รุ่นหมอประเวศ, ไพบูลย์, ส.ศิวรักษ์
ในช่วงวิกฤติการเมืองที่ผ่านมาเรวดีไม่ใส่เสื้อสีชัดเจน แต่สามีคือ ทวีเกียรติ ประเสริฐเจริญสุข รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ซึ่งแค่เห็นชื่อ ม.ก็คงไม่ต้องบอกต่อว่าสีอะไร ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เธียรธรรม เธียรสิริไชย ไม่ทราบว่าต้องการแยกบทบาทกันหรือเปล่า อดีตเป็นคนเดือนตุลา เข้าป่า 3 จังหวัด แล้วลงมาทำงาน NGO แถวนครสวรรค์อยู่พักหนึ่ง (สืบไปสืบมาเป็นเพื่อนของเพื่อนซี้ผม) บทบาทเร็วๆ นี้ก็คือไปอภิปรายสนับสนุนตุลาการภิวัตน์คดียึดทรัพย์ และร่วมกับพรรคการเมืองใหม่กล่าวหาเพื่อนพ้องในอดีตว่าจะรับใช้ทักษิณทำ “สงครามประชาชน”
พี่สน รูปสูง นี่ก็ออกจากป่า ก่อนเข้าป่าแกเป็นครู ถือเป็นบุคคลปรัมปราของขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนในอีสาน จะสมัชชาคนจนสมัชชารายย่อยสมัชชาอะไรก็แล้วแต่ พี่สนมีเอี่ยวทั้งนั้น เป็นคนทำงานเพื่อชุมชนอย่างจริงจัง แต่กลายเป็นปราชญ์ชาวบ้านไปเมื่อไหร่ไม่รู้เหมือนกัน
ช่วงเหลือง-แดง พี่สนเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ออกอาการ แต่ลูกชายคือ ประกาศิต รูปสูง เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสาน แกนนำพันธมิตร จ.ขอนแก่น เคยไปตั้งเวทีประจัญกับเสื้อแดงอุดร ขวัญชัย ไพรพนา มาแล้ว
ปรีดา คงแป้น อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เธอเป็นผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท เคยอยู่ พอช.สามีคือสุวัฒน์ คงแป้น ผู้ชำนาญการประจำสำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ พอช. สมัยก่อนเคยทำงานสำนักข่าว INN อยู่ในกลุ่มของสนธิญาณ หนูแก้ว, สมชาย แสวงการ
มีข่าวว่าปรีดาเพิ่งได้โครงการอะไรซักอย่างจาก สสส. (แด่น้องผู้หิวโหยอะไรเทือกนี้แหละ) วงเงินร่วม 10 ล้านบาท ลองไปถามดูเผื่อ สสส.เขาจะเปิดเผยข้อมูล
ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ นักวิชาการอิสระ เป็นคนเชียงใหม่ เป็น NGO สายวัฒนธรรม คือพวกฟื้นฟูของเก่าดั้งเดิม เช่น ผ้าทอพื้นเมือง มีชื่อเสียงเมื่อเขียนหนังสือพุทธทาสกับทฤษฎีไร้ระเบียบ เป็นผู้อำนวยการการสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม ทำโครงการสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนแก่เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย เรื่อง “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”
โดยได้ทุนสนับสนุนจาก สสส. ไป “จินตนาการ” อีกเช่นกัน แต่วงเงินเท่าไหร่ไม่ทราบ ต้องให้ สสส.เปิดเผยเอง
เตือนใจ ดีเทศน์ “ครูแดง” คงไม่ต้องพูดถึง บทบาทชัดเจนอยู่แล้วสมัย พธม.
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ชัดเจนอยู่แล้วว่าเหลืองอ๋อย เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าพี่เนาว์แกเข้ามาในฐานะอะไร ถ้าบอกว่าครูแดงเป็นตัวแทนชาวเขา พี่เนาว์ก็ไม่ใช่ตัวแทนศิลปิน ถ้าจะพูดถึงความคิดอ่านทางการเมืองการพัฒนาอย่างเป็นระบบ พี่เนาว์ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าอารมณ์ศิลปิน สันนิษฐานได้อย่างเดียวว่าเอาแกมาเขียนกลอนขายฝัน
ปรีดา เตียสุวรรณ ครบเครื่องเหลืองจ๋าอีกเช่นกัน ใครบอกว่าผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมืองใหม่ พูดให้ถูกต้องบอกว่า “พ่อยก” ของยะใส พ่อทูนหัวของ ครป.มานมนานนักหนาแล้ว ไม่มีแพรนด้าจิวเวลรี ครป.ก็ไม่รอดชีวิตมาจนถึงยุคไล่ทักษิณ
แพรนด้าจิวเวลรีเพิ่งได้อานิสงส์จากการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ยก เว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ จาก 7% เหลือ 1% บริษัทแถลงว่าลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 1-3% ช่วยให้ความสามารถการทำกำไรขั้นต้นน่าจะอยู่ที่ 35-38% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 32%
ก็สมควรสนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ
อ.ณรงค์ เพชรประเสริฐ เป็นคนที่น่านับถือทางส่วนตัว แต่ทางความคิดไม่รู้จะเอาไงแน่ สมัยที่ใครๆ เขาเลิกเป็นซ้ายกันแล้ว แกก็ยังซ้ายจ๋าอยู่ แต่เอ้า พอทักษิณตั้งรัฐบาลไทยรักไทย แกก็โดดเข้าไปร่วม พอผิดหวัง (ที่ผมสงสัยมากคือแกไปตั้งความหวังอะไรกับทักษิณ) ก็สวิงมาไล่ทักษิณ ปกป้อง พธม.
ก็ประหลาดดีที่ อ.ณรงค์อยู่ในกรรมการทั้งสองชุด จะเอาความคิดส่วนไหนของแกไปใช้
คนอื่นๆ ในชุดนี้ก็มาจากตัวแทนโน่นนี่ แต่ที่ตลกคือไปเอานายกเทศมนตรีพิษณุโลกมาด้วย เปรมฤดี ชามพูนท เมียสุชน ชามพูนท ส.ส.พรรคเพื่อไทย ฮิฮิ จะบอกว่าเอาสีแดงด้วยหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าคงได้รับเลือกในฐานะผู้บริหารเทศบาลดีเด่น
ชุดของอานันท์ นอกจากจะมี อ.นิธิ อ.เสกสรรค์ ยังมีพระไพศาล ที่ถือว่าจุดยืนมั่นคง ถึงเป็นพระท่านก็ไม่ใช่พวกสันติวิธีหน่อมแน้ม แล้วก็มีแม่สมปอง เวียงจันทร์ มี อ.บัณฑร อ่อนดำ นักวิชาการ NGO เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการผู้ต่อสู้เรื่อง พรบ.ป่าชุมชนมายาวนาน
ชัยอนันต์ สมุทรวณิช อาจพูดได้ว่าเป็นเสื้อเหลืองสายสนธิคนเดียว ที่ติดโผเข้ามา เพราะคนอื่นๆ เป็นเหลืองสาย NGO นอกกระนี้ก็มี อ.อคิน อ.ศรีศักดิ์ ร่วมกันเป็นตัวแทน Neo-cons ตามที่เก็งกันไว้
สมสุข บุญญะบัญชา อดีตผู้อำนวยการ พอช. นี่ก็ลัทธิประเวศ แต่กินเกาเหลากับไพบูลย์-พลเดช เพราะตอนสรรหาผู้อำนวยการ พอช.คนใหม่ ไพบูลย์-พลเดช ดันเอนก นาคะบุตร อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีพัฒนาสังคม “พี่เขียว” สมสุขดันคนใน เลยโดนใครไม่ทราบอ้างตัวเป็น “แหล่งข่าว” อาศัยความคุ้นเคยสื่อมวลชน ให้ข่าวถล่มทางหน้าหนังสือพิมพ์เป็นชุด ว่าสืบทอดอำนาจเผด็จการ (ฮา) แต่ผลสุดท้าย คนในได้ เอนกปิ๋ว มิน่า ถึงต้องจับ “พี่เขียว” แยกมาชุดนี้
คีย์สำคัญอีกส่วนที่ต้องรอดูคือ สำนักงานปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งจะตั้งอยู่ใน สช. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่หมออำพล จินดาวัฒนะ สายตรงหมอประเวศอีกนั่นแหละ เป็นเลขาธิการ มีข่าวว่าจะดึง ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สสส. มาช่วยงาน แต่ตัวหัวหน้าสำนักงานอานันท์จะดึงคนมาจากปูนซีเมนต์ไทย
แฝดกับใคร
เพื่อนพ้องใน NGO อธิบายว่า ต้องเห็นใจมวลชนที่เขาต่อสู้มานาน เจรจากันไม่รู้กี่รอบ จั๊กกะแหล่นๆ จะบรรลุผลอยู่แล้ว อีกนิดเดียวเอง
ฉะนั้นการเข้ามาร่วมมือปฏิรูปประเทศไทย ก็แปลว่าเราจะได้ พรบ.ป่าชุมชน ชาวปากมูลได้เปิดเขื่อน กลุ่มอนุรักษ์เมืองกาญจน์ บ้านกรูด บ่อนอก บางสะพาน มาบตาพุด จะได้ปลอดมลพิษ ชาวเขาจะได้สัญชาติ สมัชชาโน่นนี่จะได้ตามร้องขอ ฯลฯ
เพื่อแลกกับการค้ำจุน “ระบอบอภิสิทธิ์ชน” ให้ครองอำนาจต่อไป
ถามว่านี่หรือคือจุดยืนของ NGO เอาแค่เรื่องเฉพาะ เอาแค่การแก้ปัญหาบางอย่าง แต่ทิ้งหลักการทำงานเพื่อให้ประชาชนตื่นตัวมีจิตสำนึกประชาธิปไตย หันมาสนับสนุนรัฐราชการ ขุนนางอำมาตย์ ที่มองประชาชนเป็นผู้ถูกปกครอง
ทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของหมอประเวศ พูดง่ายๆ คือพยายามเสนอสิ่งดีๆ ให้ผู้มีอำนาจรับไปทำ โดยไม่สนใจว่าอำนาจนั้นมีความเป็นธรรมและชอบธรรมหรือไม่ ไม่ใส่ใจแม้จะเป็นการค้ำจุนอำนาจที่ไม่ชอบธรรม คิดเพียงว่าเมื่อทำแล้ว ประชาชนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของหมอประเวศ ต้องรอให้เกิดวิกฤต แล้วจึงจะฉวยโอกาส เกิดความรุนแรง มีคนตายมากมาย เกิด Chaos แล้วจึงเข้ามา “ชุบมือเปิบ” บนกองเลือด (อานันท์ใช้คำว่า “โอกาสทอง”) วางมาดเป็นผู้สูงส่ง เสนอแนวทางบรรเทาปัญหาสังคมที่ทำให้อำนาจอันไม่ชอบธรรมดำรงอยู่ต่อไปได้ ให้ประชาชนได้อะไรติดไม้ติดมือสักอย่างสองอย่างแต่ไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้าง อำนาจโครงสร้างเศรษฐกิจที่แท้จริง
อานันท์บอกว่ากรรมการสองชุดนี้จะเป็นเหมือนแฝดสยาม “อิน-จัน” ผมอยากบอกว่า กรรมการปฏิรูปฯ จะเป็นเหมือนแฝดสยามกับ “ระบอบอภิสิทธิ์ชน” มากกว่า เคยดูหนังไหมครับ ที่แฝดคนหนึ่งตายไปแล้วตามกลับมาหลอกหลอน แฝดสยาม อิน-จัน พอคนหนึ่งตายอีกคนก็ตายตามกัน คุณเอาตัวเองไปผูกไว้กับสิ่งที่ใกล้ตาย ไม่ตายตามก็จะโดนหลอกหลอนไปชั่วชีวิต
ใบตองสีส้ม
10 ก.ค.53
ป.ล.ออรันเย่-เย่-เย่ ท่าจะแย่ ไม่ใช่เพราะปลาหมึกพอล แต่เป็น “ปลาหมอมาร์ค” ตะหาก เชียร์ทีมไหนทีมนั้นล่องจุ๊น เวรแท้ น่าจะเชียร์แค่นิวคาสเซิลทีมเดียวก็พอ ว่าแต่แอบไปสมัครทวิตเตอร์ดาราหนังฮอลแลนด์หรือยัง จุ้กกรู๊!
..............................
เข้ามาเห็นต่าง... ใบตองแห้ง
เข้ามาเห็นต่าง...
ใบตองแห้ง เชียร์ฮอลแลนด์
แต่เกาทัณฑ์สยบฟ้า ขอเชียร์สีแดง สเปน.
ปรองดองแบบอานันท์ - ประเวศ กรูไม่ปรองดองด้วย
ขอเห็นต่างกับใบตองแห้ง
ขอเห็นต่างกับใบตองแห้ง
ข้าพเจ้าขอเขียร์ สเปนสีแดง
ปรองดองแบบอานันท์ - ประเวศ กรูไม่ปรองดองด้วย
"ใบตองแห้ง"
"ใบตองแห้ง" เขียนว่า
เพราะที่ผ่านมา ศิลปินแห่งชาติหมาดๆ ท่านนี้ไม่เคยให้ความเห็นต่อวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง
อันนี้คลาดเคลื่อนนะ
เสกสรรค์แสดงความเห็นต่อวิกฤติช่วงรัฐประหาร 19 กันยา อยู่ อย่างน้อย ที่ผมอ่านเจอ 2 หรือ 3 ครั้ง
เอาครั้งที่ชัดๆ ก็ที่ลงใน "ค คน" สัมภาษณ์ยาวๆน่ะ
สรุปคือ ออกมาในแนวที่ โจมตีว่าเป็นความผิดนักการเมือง ที่ใช้อำนาจมากไป และที่สำคัญ เสนอว่า ต้องยอมรับให้กลุ่มอำนาจอื่น (คือ กลุ่มที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ในบริบทของการพูด ผมว่าชัดเจนว่า ครอบคลุมถึง สถาบันกษัตริย์ และทหาร) มีส่วนร่วมในอำนาจ (คืออย่าให้อำนาจอยู่กับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง
กรณีนิธิ ผมคาดว่า จะร่วมอยู่ เพราะอานันท์คงเชิญ (ผมเดาอย่างนี้จริงๆ ตั้งแต่แรก) แม้ผมจะไม่มีถึงกับเรียกว่ามีความหวัง แต่ก็อาจจะ "อยาก" อยู่ให้เขาปฏิเสธ จะเรียกว่าผิดหวังคงไม่ได้ แต่เรียกว่า "เป็นไปตามคาด" คือ คนพวกนี้ ถึงเวลาก็แบบนี้แหละ
ปล. หลวงพี่ไพศาล ผมรู้จัก และไม่มีปัญหาในทางส่วนตัว แต่ผมว่า หลายคน (รวมถึงใบตองแห้ง ด้วยกระมัง?) คงลืมไปแล้วกระมังว่า ช่วงที่พันธมิตร เริ่มชุมนุม (ต้น-กลางปี 2549) หลวงพี่ ไปขึ้นเวทีพันธมิตรด้วย แม้จะทำในลักษณะที่เหมือนกับไป "แสดงธรรม" ให้ "สันติ" แต่หลวงพี่ ก็คงไม่ถึงกับ "พาซื่อการเมือง" ขนาดไม่รู้ว่า นั่นเป็น การแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่ง ที่สำคัญ ตอนที่หลวงพี่ขึ้นน่ะ พันธมิตร เรียกร้อง เรื่อง "สู้เพื่อในหลวง" ไปแล้ว ผมคนความจำยาวครับ เรื่องพวกนี้ จำได้ดีมาก
คนอย่างเสกสรรค์ผมยกให้เป็นFos
คนอย่างเสกสรรค์ผมยกให้เป็นFossilทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจอยู่ (ความหมายมันตรงข้ามกับคำว่าliving legendชนิดหน้ามือกับหลังเท้าครับ) คนที่สามารถFrench kissกับคนที่เคยคิดจะกุดหัวตัวเอง จนต้องหัวซุกหัวซุนไปตายเอาดาบหน้าในป่าเขา ผมยอมยกให้เลย...เขาคนนี้.....สุดยอด....(ต่อเอาเอง) สังเกตหรือไม่ว่าระยะหลังเสกฯจะพูดจาแบบนามธรรม(ปนน้ำกะทิ) ผสมปรัชญายากๆ โขลกรวมกับพุทธ(ในความเข้าใจของแก),เต๋า หรือแม้แต่ดาไลลามะ ก็ถูกเอามายำรวมรสด้วย
สังเกตให้ดี คนที่เข้ารีตในซีกเดียวกับที่เสกสรรค์สังกัดมักพูดจาแบบนี้ ไม่รู้เพราะคิดว่าเท่ห์ หรือว่า พยายามเลียนแบบเจ้าสำนักนี้ หรือ .....หาคำอธิบายที่คนยอมรับไม่ได้ เลยต้องใช้วิธี...ตีขลุม..พูดให้มันabstractเข้าไว้ ถ้าไม่เข้าใจแสดงว่าคนฟัง..โง่เอง หรือไม่ก็กิเลสยังหนาเลยเข้าไม่ถึง อย่างเช่นdoctor Jคนกิเลสหนาเป็นวาเป็นศอก แฮ่ๆ
doctor J
ปกติผมเป็นคนไม่สนใจการเมือง คนชื่อเสกสรรค์นี่ผมก็ไม่เคยรู้จักนะ
จนมาคุ้นหูชื่อนี้กับหนัง 14ตุลา แต่ผมรู้สึกว่าเสกสรรค์คนเดิมนั้นน่าจะตายไปนานแล้ว
ส่วนดาไลลามะนั้นผมไม่เคยอ่านอะไรของท่าน
แต่ผมรู้สึกว่าท่านคือตัวแทนของศาสนจักรในธิเบต
ที่ครอบงำความนึกคิดทั้งหมดทั้งมวลของชาวธิเบต
แต่ถูกเรียกอีกแบบให้ดูดีว่า "ผู้นำทางจิตวิญญาณ"
จุดอ่อนของศาสนจักรในธิเบตคือการรวบอำนาจ
ทั้งทางศาสนาและการปกครองเข้าไว้ด้วยกัน
เป็นอำนาจที่มากเกินไปหรือเปล่า?
@..กลางหมอกแห่งโมหัน แลกลางคว
@..กลางหมอกแห่งโมหัน
แลกลางควันแห่งบาปหนา
การฆ่าผลาญชีวา
ไม่อาจสร้างสันติดล
@..สันติภาพจักอำไพ
จักต้องไร้อภิสิทธิ์ชน
สันติภาพต้องหลุดพ้น
กระบวนการอันย่ำยี
@..หลั่งเลือดแลน้ำตา
ร่วมก้าวฝ่ายุคกาลี
ทรราชดั่งห่าผี
ต้องหาญสู้อยู่เรื่อยไป
@..ฝ่าหมอกแห่งรัฐประหาร
ฝ่าเผด็จการอันหมองไหม้
กู้ประชาธิปไตย
สันติภาพจักคืนคง
@..ขจัดเหตุเผด็จผล
ประชาชนไม่มืดหลง
ทรราชสลายลง
ความมั่นคงของปวงชน
ถุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สั้นๆไ
ถุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
สั้นๆได้ใจความ
(แบบยาวๆให้กลับไปอ่านบทความนี้ของใบตองส้ม....จะเปลี่ยนชื่อไปทำแมววะ)
ในด้านเศรษฐกิจ พวกนี้ จัดเป็น
ในด้านเศรษฐกิจ พวกนี้ จัดเป็น กลุ่มปัญญาชนที่ต่อต้านทุนนิยม(ดู Why intellectual opposes Capitalism)ฉะนันเชื่อว่าปํญหาข้อขัอแย้งทางเศรษฐกิจจะได้รับการสนับตามแนวทางของพวกเขา ดังที่ตัวอย่างที่ ใบตองแห้งยกมา
....ฉะนั้นการเข้ามาร่วมมือปฏิรูปประเทศไทย ก็แปลว่าเราจะได้ พรบ.ป่าชุมชน ชาวปากมูลได้เปิดเขื่อน กลุ่มอนุรักษ์เมืองกาญจน์ บ้านกรูด บ่อนอก บางสะพาน มาบตาพุด จะได้ปลอดมลพิษ ชาวเขาจะได้สัญชาติ สมัชชาโน่นนี่จะได้ตามร้องขอ ฯลฯ...
พวกนี้ดูถูกนักการเมือง เชื่อว่าจะสนับสนุนระบบสรรหา ซึงมึความสกปรกไม่ต่างจากการเลือกตั้งของนักการเมือง
ก็จะยังคงอ้างถึงปัญญาชนศีลธรร
ก็จะยังคงอ้างถึงปัญญาชนศีลธรรมจากหนังสือ มนุษย์สองหน้า La Chute อีกแหละ
คือว่าคนไทยอ่านกันเยอะพวกนอกกระแสพวกซ้ายอกหักอ่านกันเยอะแต่ ไ ม่ GET ว่าสันดานของปัญญาชนศีลธรรมมันเป็น
ยังไง
มันไม่มีวัน GET เพราะจะ GET ได้ก็ต่อเมื่อ ย อ ม ชำ แ ห ล ะ ตั ว เ อง
จะ GET ได้เมื่อยอมรับว่า ต น เ อ ง แ ล ะ ปั ญ ญ า ช น ศี ล ธ ร ร ม มี สั น ด า น เ ล ว
อัลแบร์ กามูร์ ชำแหละสันดานตัวเองซึ่งก็คือชำแหละทั้งตัวเขาและชำแหละพวกพ้องหัวก้าวหน้าของเขานั่นแหละที่เขาทำอย่างนี้เพราะว่าตอนอัลจีเรียจะประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส อัลแบร์ กามูร์ขัดแย้งกับพรรคพวกหัวก้าวหน้าแบบเลิกคบไปเลย
ถ้า GET ในปัญญาชนศีลธรรม เราก็จะมีอารมณ์ขันคือเห็นปัญญาชนศีลธรรมเป็นตัวตลก เป็นตัวตลกจำพวกอวดฉลาดมากเกินตัวอย่างเยอะ
คนพวกนี้แม้กระทั่งคำว่า'คนดี''ความดี'ก็ไม่ค่อยแน่ชัด แต่ มั ก ง่ า ย ที่จะคิดง่ายๆว่าต้องไม่ทำอะไรที่ชั่วที่เข้าใจง่าย
แล้วที่เข้าใจง่ายที่สุดก็คือเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน หึหึหึ
ปัญญาชนศีลธรรมจะไม่ขลัง ถ้าไม่ทำตัวเป็นผู้พิพากษา'ตัดสินดีเลว'ของผู้คน
เหยื่ออันโอชะก็คือนักการเมืองที่ออกมายืนบนเวทีไฟส่องสว่าง
แต่คนพวกนี้สมองและปากเป็นง่อยต่อมหาอาชญากรที่อยู่มุมมืด
กระทั่งสำนึกบอกย้ำตัวเองว่าไม่มีมหาอาชญากรหรอก เพราะถ้ามีเขาจะกลายเป็นคนดีที่กระจอกที่สุด
หรือไม่ก็ย้ำกับตัวเองว่านักการเมืองนี่แหละคือมหาอาชญากรแล้ว
หรือเอาให้ชัวร์ก็ต้องลงมือปั้นแต่ง'สร้างปีศาจ'ขึ้นมาเพื่อฆ่าปีศาจ
มันง่ายที่จะแสดงความเป็นคนดีโดยกำจัดคนชั่วที่มองเห็นชัด
แต่มันยากยิ่งกว่ายากในการลากคอมหาอาชญากรที่ยอกย้อน
หรือยากยิ่งกว่ายากในการพัฒนาการเมือง
ทำได้แค่กำจัดนักการเมืองเป็นคนๆเหมือนตำรวจจับขโมยซึ่งขโมยไม่มีวันหมด
แต่ไอ้ที่จับขโมยดันไปทำลายระบอบการปกครอง
ดันไปยอมรับการฆ่าสไนเปอร์ยิงหัวคนประท้วงกลางเมือง
ไม่มีทางอื่นนอกจากสรุปว่า ปัญญาชนศีลธรรม เป็นคนบัดซบที่สุดเพราะพูดถึงความดีคนดีอย่างมีมาดแต่ไม่มีศีลธรรมในใจ
ไม่ได้เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์และไม่มี'ความเป็นคน'ในตัวเอง
เว้นแต่'ความเห็นแก่ตัวอย่างดาดๆ'ที่ไม่โลภเงินทอง แต่โลภในคำยกย่องโลภในการยอมรับโลภในภาพพจน์โลภในความเป็นยอดมนุษย์ที่เหนือกว่าคนอื่นจำนวนมากโลภที่จะสร้างสมความรู้สึกที่ดีและความสำคัญให้แก่ตัวเอง
สันดานของ'กลาม็องซ์'ในนิยายของอัลแบร์ กามูร์ ก็เป็นอย่างนี้
ปล.คือว่าไอ้ที่วิจารณ์พวกพันธมิตรวิจารณ์พวกปัญญาชนเนี่ยมองทะลุเอามาตรฐานอะไรมาวิจารณ์
ง่ายนิดเดียว
เอาสิ่งที่พล่ามออกมาจากปากคนพูดนั่นแหละ
เช่นนักสิทธิมนุษยชนเคยโวยวายจะเป็นจะตายออกสื่อเรื่องสิทธิมนุษยชน
พูดฉอดๆเป็นข้อๆ
แต่พอเกิดเรื่องคล้ายๆกันกลับหุบปากเงียบ
อ้าว แสดงว่าไม่ได้ยึดหลักการจริงจังนี่หว่า ยึดแต่หลักพวกพ้องพวกเดียวกันปล่อยให้ทำได้
ทำเป็นกรรมการระหว่างกลุ่มเด็กที่แบ่งข้างตีกัน แต่ตัดสินถือหางฝ่ายนึงไปได้
คนแก่ๆทำอย่างนี้น่าเรียกว่า ระยำ_มา!
เหมือนกันปัญญาชนศีลธรรมพูด'การเมืองภาคประชาชน''การเมืองท้องถนน'พูดซะหรูระยับคนพูดแทบเรืองแสงออกจากตัว แต่อ้าวพอชาวบ้านแดงยกคนมาเป็นแสน กลับเลี่ยงว่า'ไม่ใช่ภาคประชาชน' 'ไม่ใช่การเมืองท้องถนน'ไม่จำเป็นต้องไปฟัง แถมพอรำคาญหนักเข้าก็สนับสนุนหรือปล่อยให้เขาสไนเปอร์ยิงหัวและตามกวาดล้างคนพวกนี้
ก็ พ ว ก แ ก พู ด เ อ ง อ อ ก จ า ก ป า ก พ ว ก แ ก เ อ ง ทั้ ง นั้ น
ไอ้คนพูดเองพูดแบบดูดีพูดว่าเรื่องนี้สำคัญนักหนา พวกชั้นเป็นพวกฉลาดที่เห็นเรื่องดีๆแบบนี้
แต่เอาเข้าจริงตัวเองก็ทำไม่ได้ได้แต่พูดดีเพื่อสร้างสาระความสำคัญให้แก่ตัวเอง
อวดฉลาดเกินตัวแบบนี้สำหรับเหตุการณ์เลือดที่ผ่านมา ไม่ให้เรียกว่าระยำ_มาแล้วจะให้เรียกอะไรดี?
โชคดีอย่างนึงของผมคือ
โชคดีอย่างนึงของผมคือ อายุ31
ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุตายไปก่อน
จะได้เห็นความชิบหายของพวกมัน ทั้งหมด สะใจโคตรร
งง
ไม่รู้เรื่องอะไรเล้ย...แถมยังหยาบอีก
สรุปได้ว่าใบตองแห้งไม่เอา จะใ
สรุปได้ว่าใบตองแห้งไม่เอา
จะให้เลือกคนใกล้ตัวแถวนี้ ก็ยังน่าสงสัย
สมศักดิ์ที่เคยยกเป็นเมพก็โดนแบนเรียบร้อย ต้งแต่หันมาวิจารณ์แกนนำเสื้อแดง (ถ้าทำแบบนี้ เลิกด่ารัฐบาลเหอะ มันก็อีหรอบเดียวกันล่ะวะ)
สงสัยคงต้องให้สายตรงตั้งคณะกรรมการมาจากดูไบ ถึงจะถูกใจมวลชนเสื้อแดง
อ่านใบตองแห้งแล้วรู้สึกดีครับ
อ่านใบตองแห้งแล้วรู้สึกดีครับ
ทำให้ไอ้พวกเลวๆพวกนี้มันเป็นตัวตลก
โถ
ศพคนเสื้อแดง80ชีวิต ยังเผาไม่หมดเลย
ไอ้พวกสารเลวพวกนี้ก็รีบมาฟอกตัวให้ไอ้มาร์กร้อยศพแล้ว
*ปฏิรูปอภิสิทธิ์
*ปฏิรูปอภิสิทธิ์ จิตลากตั้ง
เสริมพลัง เอ็นจีโอ ให้โตใหญ่
ใช้อำนาจ ชี้นำ ประเทศไทย
ลดอำนาจ อธิปไตย ประชาชน
*แฝดอินจัน สมัยใหม่ ในสยอง
คือ ปรองดอง กับ ปฏิรูป หมายสูบผล
สร้างภาพกลบ ความตาย ของผู้คน
ประชาชน ยิ่งถูกปล้น อำนาจไป
*ปฏิรูป กับ ปรองดอง สองคู่แฝด
ปล้นกลางแดด ดูอย่างไร ไม่ผ่องใส
อย่าให้แฝด คนละฝา พาเป็นไป
ลดอำนาจ อธิปไตย ประชาชน
*ทรราช มือเปื้อนเลือด รับกรรมก่อน
จึงค่อยย้อน ปรองดอง ต้องเหตุผล
ปฏิรูป โดยผู้แทน ประชาชน
มาจากผล เลือกตั้ง อย่างยุติธรรม
ถึงผมไม่เห็นด้วย
ถึงผมไม่เห็นด้วย กับท่าทีอันจอมปลอมของคนพวกนี้
แต่ผมก็ยังคอยดูว่าพวกนี้จะ หยิบยื่นอะไรออกมา
แน่นอนพวกเขาต้องการรักษา หัวใจไว้ที่ถึงสุด
เขาอาจต้อง แบ่งสันปันส่วนผลประโยชน์ ของพวกระดับ รอง ๆ เช่นภาษีที่ดิน
ภาษีมรดก เพื่อรักษาหัวใจไว้ ห้ามแตะ
อาจจะมีเลือกตั้งผู้ว่าในจังหวัดต่าง ๆ เพิ่ม พวกนี้นิธิอาจจะเสนอ
แต่ ก็จะโดนสอดไส้ให้ อำนาจส่วนกลางลงไป ครอบงำได้
อาจจะมีรัฐสวัสดิการ แบบจ่าย ชื่อฟังเพราะกว่าประชานิยม
แต่เนื้อหาแย่กว่า เพราะเน้นแจกเงิน ไม่ใช่ให้ทุนแล้วชวนทำกิน
เรารู้ว่าคุณทำไปเพื่อ justify ตัวเอง แล้วบอกว่านี่คือความจริงใจ
ผมเห็นว่าวัฒนธรรมของคนไทย
ผมเห็นว่าวัฒนธรรมของคนไทย เป็นวัฒนธรรมของการขาดความมีน้ำใจนักกีฬา ไม่รู้แพ้ไม่้รู้ชนะ หรือที่ฝรั่ง เรียกว่า Sportsman Like Conduct.
วันหนึ่งพวกเขาได้แต่พร่ำ ว่าประชาธิปไตย เป็นอย่างไร ดีอย่างไร สิทธิมนุษยชน คนทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา แบ่งชนแบ่งชั้น ไม่ว่าพวกเขา พวกเรา ถ้าเป็นประชาธิปไตย มีความเป็นธรรม สังคมก็สงบสุข เจริญก้าวหน้า
แต่ ... อะไรกันที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าไม่แกร้งหูหนวก ตาบอด เป็นใบ้กันแล้วละก็ เราจะเรียกว่าปรากฏการณ์ แฝดอินจันน่าสะอิดสะเอียน...อย่างคุณใบตองแห้งว่า...ผมเห็นด้วยครับ
คนอื่นที่ไม่ใช่พวกตัวเองทำ กล่าวเขาไปเสียหมดว่า พวกมันโกง มันคอรัปชั่น คอรัปชั่นเชิงนโยบาย เล่นพรรคเล่นพวก แล้วที่คุณใบตองแห้งสะท้อนออกมาละ มันคืออะไร ทำไมมันต้องแนวความคิด สามเหลี่ยมทองคำเท่านั้นหรือ ถ้าคิดว่าสี่เหลี่ยมครอบสามเหลี่ยมอีกทีมันดีกว่าไม่ใช่หรือ เออ... ทำไมต้องสามเหลี่ยมทองคำอย่างเดียว ต้องพวกเอ็งทำเท่านั้นหรือ...
จิตใจโหดร้าย โหดเหี่ยม อำมหิต อาฆาต พยาบาท ไม่ยอมรับเหตุและผล เอาชนะคะคาน แล้วอย่างนี้เด็กๆ มันจะคิดกันอย่างไร เอออ้ายพวกรัตนโกสินธ์ คนแก่แต่งตั้งกันเองว่าอาวุโส ทำได้ไม่น่าเกรียจ ถึงจะทำเรื่องบ้าๆก็มีพวกมีพ้องคอยปกปิดให้ เห็นพฤติกรรมเช่นนี้ตลอดเวลา ตั้งแต่จำความได้ เป็นความเคยชิน คนไทยก็จะคิดว่าการกระทำอย่างนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งจริงแล้วมันไม่ถูก ไม่ฟังเหตุฟังผล ขาดการยอมรับ ถือตนเป็นใหญ่ ในสังคมที่เจริญแล้วคนเหล่านี้ ในสังคมของเขาถือว่าต้องกำจัดออกไป มิฉะนั้นก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้ อย่างที่เราเห็นๆกันในปัจจุบัน
ลองมาดูตัวอย่างของคนอเมริกัน ในเรื่อง Sportsman Like Conduct ว่าคนอเมริกันเขามีวัฒนธรรมอย่างนี้กันอย่างไร และทำไมคนไทยบางส่วน บางกลุ่มถึงมีพฤติกรรมที่แย่มากๆในเรื่องเดียวกันนี้
อ้างอิ้ง http://hubpages.com/hub/Whatever-happened-to-Sportsman-Like-Conduct
.............................
....................................เป็นคนไทยหรือเปล่า..............................
.............ผอ.ศอฉ.ย้อนใส่นักข่าวหลังจากโดนซักถามกรณีมีคนเห็นทหารยิง.........
.................................................๑.กระสุนบาป...........................
............
............เป็นคนไทยหรือเปล่าอ้าวถามได้.............ซักถามไปไยเฉียวฉุนคุณสุเทพ
ทำเดินกร่างอย่างยโสดั่งโก๋เดฟ.........................มันน่าเป้บพ่อล่อสักที
เป็น ผอ.ศอฉ.พ่อไอ้อู....................................ลิ้นตวัดถึงใบหูดูเหมือนหมี
แลบลิ้นแปล้บ ๆ แผลบอ้วนพี.............................คงเลียดีซีท่ารองนายก
คุณไต่เต้าเจ้าเล่ห์มาดเท่แท้..............................แกว่งแขนแอ่นอกแอ๋แห่โกหก
ลูกผู้ชายชาติทหารชาญโกฮก............................ใครยืดอกยอมรับนับเป็นคน
............ใครคือคนคนคือใครในความจริง.............ทั้งชายหญิงมันยิงใส่ไอ้หน้าขน
ต้องคาหนังคาเขาเจ้าเล่ห์กล.............................ทุกคำพ่นพ้นไปไม่ได้เป็น
ปฏิเสธสายตาประชาโลก.................................โปรดชะโงกดูเงาหัวกลัวไม่เห็น
กรรมที่ทำจำไว้ใจเย็น ๆ ..................................โลกจะเร้นไล่ล่าไม่รามือ
.................................................๒.ที่ดินบาป.................................
...........
...........ที่สุราษฎร์ธานีคนดีแกล้ง.......................ขึ้นเขาแพงแจ้งถูกลูกใครหรือ
ป่าบนเขา..เขาอุ้มน้ำยามแล้งพรื้อ........................ใครกระสือถือครองจ้องทำลาย
ทุกหนแห่งแหล่งเขาป่านำพาน้ำ...........................ความชื้นฉ่ำนำฝนร้อนรนหาย
เกาะสมุยไม่แล้งน้ำยามร้อนร้าย..........................ประสานสายชลชื่นอยู่ยืนยง
...........ใครรังวัดอนุมัติเอกสาร.........................สิทธิการครอบครองสนองส่ง
เขายายเที่ยงเปรี้ยงชี้ที่เที่ยงตรง...........................ที่ป่าดงจันทบุรีมีสอยดาว
นักการเมืองนายทุนทหารเชี่ยวชาญกิจ.....................จับจ้องสิทธิ์ สปก.สค.ฉาว
สิทธิ์คนจนแต่คนรวยจับฉวยจาว...........................ได้ยินข่าวแค้นแน่นอกแผ่นดิน
............ความมั่นคงของใครไอ้ ศอฉ...................ที่เห็นก้อ ผอ.ฉ้อทรัพย์สิน
ขอกระชับพื้นที่คืนผืนธรณิน................................กระชับวิญญาณไว้ให้ป่าดง
จับให้มั่นคั้นให้ตายให้วายวอด..........................เอาให้จอดไม่ต้องแจวแนวใหลหลง
ทรัพยากรอย่าผ่อนผันยันตรง ๆ ......................ความมั่นคงของไอ้เทพเป้บพ่อเอย...
ใบตองแห้งข้อมูลคลาดเคลื่อน
ใบตองแห้งข้อมูลคลาดเคลื่อน ประเวศ อานันท์มันแค่หุ่นเชิด ตัวจริงชื่อพิภพ ธงไชยต่างหากที่จัดการอนุมัติรายบุคคล และยังส่งลูกกระเดือก วิชัย โชควิวัฒน์ มาั่งคุมทั้งสองชุด ฝ่ายเลขา นอกจาก ดวงพร และอีกคนคือสุรนุช จากปูนซีเมนต์ ทั้งสองคนคือมือซ้ายขวาของหญิงแอ๋ว จ้า ส่วนปรีดา คงแป้น มิใช่ได้แค่ 10 ล้าน ลองไปถามหมอชูชัยดูสิว่าชื่อมูลนิธิชุมชนไทย ไปขอเศษเงินใน กสม.มาเท่าไร เรื่องนี้เป็นเหตุให้ชูชัย นิรันดร์มองหน้ากันไม่ติดหรือเปล่า พลเดช อดอยากปากแห้งมานาน เที่ยวนี้คงปากมันเสียที อ้อ ชัยวัฒน์นี่คนนครศรีมิใช่หรือครับ
มองทะลุ
รัฐบาลมันจะตั้งกรรมการของรัฐบ
รัฐบาลมันจะตั้งกรรมการของรัฐบาลมากี่คณะสรุปออกมาไม่มีอะไรในกอใผ่เชื่อเถอะมันต้องสรุปแบบนี้จริงๆ
doctor J
agreed, agreed.
Old (Thais) left-Wingers never die they become the expert in East Asian’s philosophy, Buddhism.
I can name one, ยุค ศรีอาริยะ
anymore names?
หวังว่าฝาแฝดสยอง ๒
หวังว่าฝาแฝดสยอง ๒ ชุดจะแนะนำให้สังตมไทยเลิกและงดเว้น
การใช้ศีล ๕ ข้อที่ ๑ เพื่อให้ภาระกิจของ ศอฉ ใสสะอาดยอดเยื่ยม
ตามความต้องการของผู้ดีบนหอคอยทั้งหลาย
lk wrote:doctor J
เพิ่ม ดร สุวินัย อดีต สาวก อ กู้ หรือ ที่เรียกกัน กรณีเปรตกู้
ใบตองแห้งเอ๋ย
ใบตองแห้งเอ๋ย พวกต่อต้านเสรีนิยม ไม่ใช่พวกอนุรักษืนิยม แต่เป็นพวกสังคมนิยมต่างหาก พวกอนุรักษ์นิยมต่างหากพยายามปรับตัวไปในเสรีนิยมใหม่
ครับอ่านแล้ว
ครับอ่านแล้ว ค่อนข้างเห็นด้วยในหลายๆเนื้อหาคอมเม้นท์ คุณใบตองแห้งแต่ยกเว้นหรือไม่ค่อยยอมรับหรือเห็นด้วยกับคำว่า"อินจันทร์แฝดสยอง" ในการนิยาม"สามก้อนเส้าขย่อนอำนาจ" หรือ3คณะกรรมการ เครื่องซักผ้า(เปลื้อนเลือด)ให้รบ.ทหารราบในกรงิลงหรือผอ.สวนสัตว์ หุ่นยนต์นักล่าสังหารมาร์คV1
เพราะ แฝดอินจันทร์ มีที่มามีปฎิสนธิเดียวกัน? เกือบจะเรียกได้ว่าจิตวิญญานเดียวกัน? แต่รบ.มาร์ค หุ่นยนต์นักล่าสังหารV1กับสามคณะกรรมการที่ว่า ไม่ใช่แค่แฝดคนล่ะฝา แต่คนล่ะพ่อคนล่ะแม่? คนละภาระกิจที่เหมือนเดียวกัน(แต่จริงห่างกันที่ให้ความเกี่ยวโยงไว้บ้างแต่ห่างมากชนิดนับญาติตรวจดีเอ็นเอไม่เจอ)
คือความคิดเห็นส่วนตัวหรือทรรศนะต่อ หลายเรื่องนี้(คุณใบตองแห้ง) ผมเคารพในความคิดต่าง แต่ผม วัดผลตรงที่สื่อกระแสหลัก(มติชน) เอาไปขยายผลเล่นต่ออย่างขาดหลักการณ์ ความคิดสนับสนุนที่ถูกต้องที่สะท้อนภาพมายาของสื่อกระแสหลักที่เป็นกระแสหลักในภาพลักษณ์ที่ดีมาตลอด(มติชนผมยอมรับว่าเป้นสื่อที่ผมยอมรับที่สุดในหนังสือพิมพืทั้งหมดในคุณภาพ) เป็นคุณภาพของสื่อกระแสหลักที่พอจะอ้างอิงได้ในระดับที่เหนือกว่าสื่อกระแสหลักอื่นๆ
กับการคอนเฟิร์มนิยามแฝดอินจันทร์ของคุณใบตองแห้งอย่างมักง่าย(แม้จะแค่คอลัมนีสฯบางคนในภาพรวมมติชน เทียบมาตรฐาสื่อกระแสหลักในมาตรฐานที่สูงถ้าธรรมดาพื้นๆผมจะไม่ตำหนิรุนแรงแบบนี้)
ผมยอมรับว่ามันแค่ใกล้เคียง แต่เป็นแฝดคนฝาระดับคนละพ่อล่ะแม่กันเลย?พูดง่ายๆสรุปแค่หน้าตาคล้ายๆ ยังไม่ค่อยจะเหมือนด้วยซ้ำ? เพราะภาระกิจในจิตวิญญาน รอบการสร้างเงื่อนไขสะสมกรรม,วิบากกรรม มันคนละรอบกับหน่วยงานที่คุณใบตองแห้งยกให้เป็นแฝดอินจันทร์กับสามก้อนเส้าขย่อนอำนาจ หรือปรุงคหกรรม ปชต.ตุ๋นกบ
เพราะทั้งหมดมาในลักษณะ หน่วยงานถ่วงเวลาแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอดในปลายน้ำของปัญหาที่ผมเคยให้นิยามหรือให้ฉายาไว้ตามนี้(ยกมาจากที่อื่นในความเห็นผม)
"""ผมจึงของให้ฉายาคณะนี้(คอป)ว่า
คณะ(คอป)ก็คือคณะโปงลางของคุณคณิต ญ.ณคร คือ"คณิต ณ.โปงลางสะออน"(คู่ประกบอี๊ดล่าๆลู่ๆโปงลางสะออน)
ส่วนคณะกรรมการปฎิลูบ19คน ของท่านอานันต์ ผมให้ชื่อว่าคณะหมอลำซิ่ง"อานันต์น้อยเสียงประสาน"(คู่แข่งนกน้อยเสียงอิสาณ)
ส่วนคณะสมัชชาปฎิลูบ27คนผมให้ฉายาว่า"คณะลิเก้ประเวศโว้ยวงเทวัญ"(ประกบนักร้องลูกทุ่งลิเกขวัญใจแม่ยกชื่อจำไม่ได้จำได้แค่นามสกุลวงเทวัญ)
เอ้าจัดให้แล้ว? สุดแล้วแต่ท่านเจ้าภาพ จะว่าจ้างเอาวงไหน? แหล่มๆทั้งน้าน???
(ยกมาจากที่เคยให้ไว้ที่อื่น)???
คือผมมองทั้งที่มา และรอบการสะสมกรรม มันต่างกรรมต่างวาระกัน?
แต่ถ้าแฝดอินจันทร์หมายถึง หุ่นยนต์นักล่าสังหารรบ.มาร์คV1กับอำมาตยฯตรงนี้ผมเห็นด้วย? เพราะรอบกรรม รอบคหกรรมเดียวกันได้เสียด้วยกัน? ต่างตอบแทนกัน? ระหว่างอำนาจนอกปชต.ที่ตั้งใจมาคหกรรมปชต.ผ่านไส้ศึกปชต.ในระบบตัวแทน(ปชป.) จนได้อำนาจรัฐแบบปชต.มาถือไว้ในเกมย้ายขั่วอำนาจที่รบ.มาร์คแค่ทหารราบในกรงลิง นยกแค่ผอ.สวนสัตว์
เพื่อภาระกิจต่างตอบแทน ในการไปสร้างความชอบธรรมเป็นร่างทรงให้อำนาจนอกปชต. ให้ดุเหมือนมีปชต.ในภาระกิจต่างตอบแทนกันถายใต้รูปร่างปชต.ในเมืองไทยที่เป็นมายาสัมพัทธมาก???
ที่คนละเรื่องกับแฝดอินจันทร์(ของคุณใบตองแห้ง) เพราะเขาแค่เครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดชั่วคราวที่ไร้ราคา? ของ3คณะกรรมการที่ผมว่าไว้? ที่คุณใบตองแห้งให้ราคา และสื่อกระแสหลักเอาไปเล่นต่อ? ที่พอๆกับวาทะกรรมเรื่อง "ล่าแม่มด" ที่ผิดกับข้อเท็จจริงลักษณะความเชื่อแบบไทยๆแต่มันน่าจะเป็นสำนักคิดจาก พวก"ลดี้ฝรั่งดอง"(นักวิชาการหวกฝรั่งจ๋า) มากกว่า เพราะแนวคิดแม่มดไม่ได้ใกล้เคียงลักษณะไทย
แต่ ผมเข้าใจว่าพยามยามที่จะเลี่ยงไม่ลอกการบ้านผมตรงนี้กับคำว่า"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"(การกล่าวหาเรื่องคอมมิวนีสตสมัยนั้น และกระบวนการล้มเจ้าสมัยนี้)ที่เป็น จิตวิทยาขั้นสูง แยบยลในการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองหรือคู่กรณีตนที่เป็นลักษณะไทย
และไม่ใช่เนื้อหาเดียวกับพวกปอบหลายภาคที่เน้นฮาๆไร้สาระหลายภาคตรงนั้น(ไม่ได้ดูถูกงานศิลปฯหรือบันเทิงฯ เพราะหน้าที่งดงามมีคุณค่าคนละหน้าที่กัน)แต่ต้องการแยกแยะประเด็นให้ชัด ตรงนั้นแบบนั้น ถ้าอยากเทียบเคียงให้ไปศึกษาคำว่าปอบในภาคอิสาณ กับจิตวิทยามวลชนในกลยุทธการกล่าวหากำจัดคู่กนณีตนในชุมชน ตรงนั้นจะชัดมาก?
เรื่องนี้เหมือนกัน(แฝดอินจันทร์)ในคำเปรียบเทียบนี้ เช่นกัน ผมดูแล้วนอกจากจะไม่ใช่? แล้วยังห่างไกล ตัวตนปัญหามาก? แต่ถ้าเอาแบบเล่นๆ หรือเด็กเล่นขายของนั้นพอได้? หยวนๆกันไปได้ แบบไม่ใช่แต่ใกล่เคียง?(แต่อันนี้ไม่ใช่และไม่ใกล้เคียงด้วย) ผมไม่แน่ใจว่า มติชน(สื่อคุณถาพที่ผมยอมรับ) จะเอาไปขยายผลด้วยเหตผลอะไร ?
ถ้าด้วยมาตรฐานผมเห็นค้าน? แต่ถ้าเพราะ มักง่ายในการลวกเอามาม่าไวไวควิกความคิดกึ่งสำเร็จรุปลวกๆเอาไปเสิร์ฟ มันทำงานง่ายๆดี คือลวกๆแล้วเอาไปเสิร์ฟจับเอากระแสหรือสิ่งที่ดูคล้ายๆว่าใช่? แต่ลวกๆเอาไปเสิร์ฟเอาหน้า เอาแค่ว่าข้าไม่ตกกระแส(แต่ตกข้อเท็จจริงในเนื้อหาจริงๆได้แบบไม่รู้ตัว)
ปล.ใบตองแห้งไม่โกรธกันน่ะ เพราะพื้นที่ตรงนี้ว่ากันตรงๆ เพราะเงื่อนไขคือเวทีแบบนี้ไม่ใช่เวทีลิเกที่ต้องจัดฉากหรือครีเอทท่ารำก่อน ออกความเห็น เพราะหลายเรื่องผมเห็นด้ยแม้แต่เรื่องนี้80%ผมเห้นด้วย แต่ให้เนื้อหาความเห็นต่างมากกว่าผมตั้งใจเพราะว่ามันจะได้อะไรมากกว่า เชียรแบบลืมหูลืมตาที่สะท้อนตัวตนปชตสมาธิสั้นแบบไทยๆที่แย่กว่าพวกมาลากไปเพราะแบบนี้สมยอมให้เขาจูงไปโดยเฉพาะคนกอทอมอ(เน้นมอหลัง)กับคุณภาพทางปชต.แบบสมาธิสั้น???
ครับส่วนเนื้อหาที่ผมค้านคณะกร
ครับส่วนเนื้อหาที่ผมค้านคณะกรรมการนี้ก็ไปดูของเก่าเอา? ถ้ายกมาเดียวยาวอีกแต่ขอกล่าวโดยสรุปในนี้ว่า โดยส่วนตัวมองเห็นว่าเป็นบทบาทที่ดี ด้วยต้นทุนทางสังคมเดิมสมัยพฤษภาฯทมิฬ34 สองท่านนี้ตอบโจทย์นี้ได้ เพราะเงื่อนไขมันสมการไม่กี่ชั้น(เรื่องทหารกับอำนาจรัฐที่ปีนเกรียวกัน) แต่ คราวนี้มันพันกันหลายเรื่อง มันไม่ใช่แค่นั้น?มันพันระดับโครงสร้างแล้วตัวแปรหลักดันเป็นโครงสร้างหลัก
เจอตอแบบนี้ทำไงท่าน? เพราะสิ่งที่ผมค้านเพราะผมคาดว่ามัน เป็นไปได้แค่ปฎิลูบ(ลูบหน้าปะจมูก)เพราะ โครงสร้างที่เขาอนุญาติให้ปฎิลูบนั้นทำได้แค่10% คุณลูบยังไงก็ทำได้แค่ลูบปชต.เชิงพิธีกรรมที่เขาอนุญาติให้แล้วมันจะได้อะไร?(ถ้าเขาไม่ไฟเขียวคายอำนาจจริงๆออกมา)
แม้ส่วนหนึ่งที่ผมยอมรับว่าหน่วยงานนี้ความตั้งใจนี้ของหลายท่านเป็นมุมสร้างสรร(ถ้าเป็นจริง จริงๆผมต้องสนับสนุนเต็มที่) แต่ มันเป็นมุมที่สร้างสรรแค่มุมนั้นของใคร 90%ของใคร? แล้ว10%ที่เหลือทอนให้ปชต.มันได้อะไร?
สิ่งบ่งชี้ว่ามันได้อะไรต่อไปมันโยงถึงเจตนาที่คนส่วนใหญ่กล่าวหาจับผิดตั้งแต่ยังไม่ได้รำ ก็คือเจตนาฟอกความผิด,ถ่วงเวลา เป็นแค่เครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดให้ใคร?แล้วทำออกไปมันนอกจากจะไม่ได้แค่10%(เชิงพิธีกรรม) ที่ให้ยังมีเงื่อนไขด้วยคือต้องฟอกความผิดให้รบ.ที่เป็นโจทย์หลักมหาเงื่อนไขหลักของสังคมเสียด้วย?
เท่ากับเจตนาแช่คาตัวเงื่อนไขหลักของหการไม่สามารถปรองดองเพราะเขาคือคู่กรณีหลักเป้นเงื่อนไขหลักของการไม่ปรองดอง นั้นคือคุณเข้ามาระงับเหตุ
แต่วิธีการระงับเหตุคุณกลับไปตามมือชี้ของอันะพาลตัวใหญ่หมัดหนัก(คนบังหลังรบ.) และตามการจัดตั้งหรือการเรียกมาของ เด็กในคาถาตนเองหรือพุดงายๆว่าตั้งมาเพื่อนรุมกระทืบคู่กรณีตัวเดียวกันแบบหมาหมู่???
ที่สำคัญผมไม่มองแค่คุณมา เป็นเครื่องซักผ้าปลื้อนเลือดให้รบ.นี้? แต่ผมมองว่าคุณจะ ฟอกตัวเองจนหลอกคนไทยหลอกต่างชาติเป็นใบรับรองจากใบรับรองเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดไปยังคนไทยต่างชาติผ่านมอก.ของสามก้อนเส้าอำนาจนี้ว่า "คราบเลือดของฆาตรกรรบ.นี้ ถูกรับรองซักฟอกผ่านหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับของคนไทยอย่างหลากหลาย(จริงๆจัดตั้งจากข้างบนลงล่างปชช.ไม่รู้เรื่อง)
คือหน่วยงานนี้มาเพื่อตัดหน้าตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ที่แท้จริง แต่คุณแค่ ปอเต๊กตึ้งพยานจากพนักงานเก็บศพ รับรองเป็นมาตรฐานผ่านหน่วยงานแบบปอเต๊กตึ๊งในการชี้ทางว่าใครถูกผิดบ้านเมืองต้องเดินทางไหนผ่านจราจรชั่วคราว(สมัชาฯของท่านประเวศฯ) ว่าสังคมควรเดินทางไหนทั้งที่จราจรกลางมืออาชีพ(ที่ยึดโยงปชช.จริงๆระดับทั้งล่างทั้งวบนไม่ใช่จากบนแบบเดียวอย่างนี้)
ส่วนคอป.(ของคณิต)มีหน้าที่แค่บอกว่าตัวเองมาในนามพนักงานเก็บศพ แต่จะคือผู้ผูกขาดความเป็นพยานหลักทั้งหมดของเหตุการณ์แล้วเสนอไปยังฝ่ายที่ได้เสียรูปคดี(คนยิงก็คือรบ.ที่แต่งตั้งตัวเองมา) ในเจตนาแบบเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดทำลายวัตถุพยานก่อนมืออาชีพเข้าถึง?ในเจตนาทำลายหลักฐานก่อนมืออาชีพเข้าถึงวัตุฯและประจักษ์พยาน
ส่วนของท่านอานันท์ เงือนไขการปรองดองนั้น? บนที่มาจากคู่กรณี(ทั้งตัวแทนฝั่งอำมาตยฯและรบ.ที่มีความผิดจากการที่อำมาตยฯสั่ง) โจทย์มันโดนล็อกสองชั้นไว้แล้ว? นั้นคือ"เด็กดอง"(ไม่ใช่ปรองดองจริงๆ) เพราะเด็กดองหมายถึงเด็กคนไหนอยู่ในคาถาอำนาจนอกปชต.ก็จะถูกปลุกเสกให้มีอิทธิฤทธิกว่าใคร? ใช้ประโยชน์ในแบบเด็กในคาถามตามสโลแกน"ล้านแล้วจ้าลูกป๋าเข้าวิน"ที่จะเป็นทั้งเด็กสร้างและเด็กในคาถา?
ส่วนเด็กคนไหนมันดื้อกบฎ ไม่ยอมอยู่ในคาถาของเจ้าลัทธิปกครองปชต.สถานภาพคือเด็กที่ถูกดองเค็มสำหรับเมนูคหกรรมตุ๋นกบปชต.(รูปธรรมคือปล้น,ปฎิวัติ,โดยทหารและปฎิวัติโดยศาล(การฆ่าตัดตอยุบพรรคจับตอน111 และ109และการซื้อโสเภณีทางการเมืองแยกตัวออกมาแบบเนวินฯเพื่อลดการสืบพันธุ์แพร่เชื้อการเมืองฝ่ายตรงข้าม)
นั้นคือภาะกิจเก็บตกเก็บรายละเอียดตกแต่งภายในทางอำนาจของท่านอานันท์ ด้วยการอ้างปรองดองคือโจทย์มันล็อกสเปกไว้แล้วว่ามันลงโถไหดองเค็มแน่ๆ
ที่สำคัญสูงสุดคือทั้งหมดนี้กับภาระกิจเครืองซักผ้าเปลื้อนเลือดทำลายหลักฐาน เพื่อกีดกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานมืออาชีพเข้าถึงพื้นที่ในเจตนาฟอกความผิดให้ใคร ถ่วงเวลากลบเกลื่อน เบียงเบนประเด็น(สังเกตุที่อ้างว่าไม่เกียวกับรบ.อิสระจากรบ.แต่ตั้งจากรบ.) (คนที่คุณต้องไปตรวจสอบข้อหาทรราช,ฆาตรกร) แต่เป้นคนเดียวกันที่จะมาตัดหรือมาปล่อยริบบิ้น(มาร์คจะไปเปิดงาน)
ผมดูคร่าวๆดูภาพรวมๆ,ดูเจตนา ,ดูองค์ประกอบทั้งหมดแล้วผมจึงฟันธงแบบที่แล้วๆมาว่าขอ"คว่ำบาตร"คณะสามก้อนเส้าคหกรรม,ขย่อนอำนาจ"ไม่ใช่สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาแบบที่อ้าง???
ครับเดี๋ยวหาว่าผมติเรือทั้งฯห
ครับเดี๋ยวหาว่าผมติเรือทั้งฯหรือมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ? จริงๆผมบอกตรงๆแล้วว่าเห็นแล้วเจตนาหลายท่านเจตนาสร้างสรรค์ จนบางทีผมแซวหนักๆแบบนี้กลัวบาปเหมือนกัน แต่ผมต้องฉุดแรงๆให้สติสังคมแรงๆ กับเรื่องสาธารณะตรงนี้ ต่อสังคมในเนื้อหามันคือประเด็นสาธ่ารณะของสังคม ที่ผลมันคือเรื่องของสังคม ไม่ใช่แค่พวกท่าน ทั้งที่เจตนาโดยส่วนตัวผมเคารพ และเคยเห็นผลงานในต้นทุนเก่าๆเดิมๆ
แต่เรื่องนี้ ผมแซวแรงๆนั้นเพราะเนื้อหาสาธารณะตรงนี้ ด้วยหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของผมไม่เจตนาดีสเครดิตรหรืออคติในส่วนตัวท่านทั้งหลาย แต่ผมเห็นโครงสร้างอำนาจแบบนี้แล้ว ถอยห่างๆนั้นน่ะดีแล้ว? เพราะถ้าให้ลงไปช่วยจ้ำช่วยพาย เท่ากับเร่งให้เรือมันหมุนไปกันใหญ่อีก(เพราะมันมิจฉาฯวิธี) กับโครงสร้างเรือประหลาดอะเมซซิ่งปชต.ไทยแลนด์ที่สุดแล้ว
นั้นคือโครงสร้างอำนาจแบบ"สองนาครา"ที่จะติดเครื่องยนต์เทอร์ไบด์แบบปชต.ที่ระวางขับน้ำมหาศาลแบบยานลำใหญ่.ก็ไม่ใช่? สมบูรณฯ(เรือสำเภากางใบ)ก็ไม่เชิง แต่รูปธรรมที่เห็นคือมันดันกันคนล่ะทาง ทั้งติดเบรคกางใบหัวทิ่มหัวตำเช่นปฎิวัติ เพื่อเจตนาฉุดลากกลับไปหายุคพระเจ้าเหาเรือสำเภาครองทะเลฯ
ขณะที่อีกฝ่ายก็ตะบี้ตะบัน ติดเครื่องยนต์ขับเรื่อวิ่งห้อตามตูดทุนนิยามนักล่าโลกาภิฯอย่างไร้รากไร้เสาเข็ม(ทฤษฎีต้มกบระบอบทักษิณ)และไม่กลัวคนแก่ในเรือหัวใจวายแถมออกแบบเรือโดยสารเป็นเรือสำราญที่ประมาทแบบไททานิคอีก จนสร้างเงื่อนไขในข้ออ้างให้ฝ่ายเรือสำเภาติดเบรคกางใบหัวทิ่มเพื่อลากกลับไปหายุคพระเจ้าเหา นั้นคือปชต"ตู๋นกบของอำมาตยฯ" หนักกว่าเก่า
รูปธรรมที่เห็นมันก็ยักแย่ยักยัน พลวัฒน์ที่ได้คือการหมุน?เพราะทิศทางมันสวนทางล้างผลาญกันอย่างสิ้นเชิง(คือถ้าดุลคานกันมีเป้าหมายวิธีการแผนที่กำกับเดียวกันแย้งคานกันด้วยเหตุด้วยผลจะแบบปชตหรือสมบูรณ์ฯก็เอาสักทางตกลงกันให้ได้ว่าจะไปทางไหน?) คุยกันบ้างในรายละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจที่ดีที่สุดทิศทางเดียวกัน เอาให้ชัดๆว่าจพัฒนาไปทางไหน?ตรงนี้ผมจะไม่ว่าถ้าสรุปไม่เอาแล้วปชต.ก็ต้องบอกตรงๆอย่าหลอกตัวเองอีกเลยกับปชตที่ไม่ถึง80%
แต่รุปธรรมทางโครงสร้างอำนาจแบบนี้ มันดันคนล่ะทิศทางกัน พลวัฒน์ที่ได้คือการหมุนวนอยู่ในอ่างอำนาจ ยอ้นประวัติศาสตร์"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง" ฆ่าเผาแขวนคอสมัยนี้ อย่างไร? ตะโกนในโรงหนังแบบไหน? สมัยปรีดดีย์ฯ อย่างไรมันก็ยังขุดประวัติศาสตร์เก่าๆเอามาเลียนแบบพาลกันได้? ในทุกวันนี้ ตุลา19โมเดล,ตะโกนในโรงหนัง พล็อตเรื่อง"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"(ฆ่าคอมมิวนิสต์วันนั้น?กับวันนี้ฆ่าหมาบ้าแดงไม่บาป) ปอบรุนแรกรุ่นคลาสสิคปรีดีย์ วันนี้ ก็ได้ปอบตนที่สอง
ที่โดนนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าเต็มๆแล้วกระทืบด้วยกระบวนการยุติ"ทำ" และ"ถีบ"กระเด็นไปนอกประเทศจนป่านนี้ยังคลำหาบ้านเลขที่กลับบ้านไม่เจอ?
นี่ไงครับโจทย์ปฎิรูปที่ต้นเหตุหรือต้นน้ำของปัญหาเชิงโครงสร้าง? ตอนนี้ฝ่ายเรือสำเภายึดไว้เกิน80%ทอนให้ฝ่ายปชต.แค่10%(เชิงพิธีกรรม) เศษอื่นๆอีก10%ก็ยังไม่แน่ใจว่าของใคร?โครงสร้างอำนาจแบบนี้น่ะ จะกระแดะมาปฎิรูปเพื่อปชต. ขายฝันล่ะไม่ว่า? แล้วยังเป็นแบบนี้น่ะ คณะหมอลำซิ่ง(อานันท์) คณะลิเก้(ประเวศโว้ย วงเทวัญ) และคณะคอป(คณะ โปงลางคณิตน้อย ณ.โปงลางสะออน)
จะมาปฎิลูบอะไร ? ผมว่ามาเปิดคอนเสิร์ต ประชันต้นฉบับเขาดีกว่าให้มันรู้ไผ่เป็นไผ๋? ยังได้บันเทิงเริงรมย์ได้ฮา ได้ตังค์ ไม่เสียตั้งตั้งเกือบพันล้านบาทด้วย ถ้าปฎิลูบในรูปธรรมมันแค่มาลูบๆคลำๆปัญหา ไร้สาระ? หรือถ้าอยากลูบๆคลำๆนักผมจะชวนไปนวดแผนโบราณกับสาวๆหุ่นนางแบบกันดีกว่า555???
อ้อนี่ครับปฎิรูปของจริงในแนวท
อ้อนี่ครับปฎิรูปของจริงในแนวทาง ที่จะเห็นความหวังตามข้อเสนออ.ม.เที่ยงคืนตามนี้
http://www.prachatai3.info/journal/2010/07/30336
"""ครับนี่ไงครับคือปฎิรูปของจริง และเป็นเงื่อนไขเร่งด่วนของสังคมไทยคือสะท้อนว่าผมก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ไม่ได้ค้านชนฝา แต่ ไม่ใช่คณะปฎิลูบ สามคณะที่ผมล้อหรือแซวไว้ ทั้งคณะลิเก้"ประเวศโว้ย วงเทวัญ",คณะหมอลำซิ่ง"อานันท์น้อย เสียงประสาน" และสุดท้ายคณะโปงลาง ของท่าน คณิต ณ.โปงลางสะออน
สามก้อนเส้าหรือสามผู้เฒ่า ขย่อนอำนาจปชต.(ไม่ใช่สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา) หรือเครื่องซักผ้าเปลี้อนเลือดให้รบ. คือถ้าโดยหลักการ ยืนตาม คณะปฎิรูปการปฎิรูป ของอ.เหล่านี้ (คือปฎิรูปคณะปฎิลูบชุดนี้ก่อน)แบบนี้คือชัดเจนว่า มันปฎิรูปตั้งแต่วิธีคิด,รูปแบบ,วิธีการที่ถูกต้องไม่ให้เกิดการลงมือทำแบบมิจฉาฯวิธีมันจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ลงไปอีกแม้เจตนาอาจจะดี แต่วิธีการมันไม่ใช่ก้ต้องปฎิรูปตัวเองก่อน
ไม่ใช่ปฎิลูบ แบบลูบๆคลำๆรับงานมาชั่ววคราวแบบ คณะหมอรำซิ่งวิ่งรอกเปิดเวทีคอนเสิร์ต ได้แค่ค่าจ้างเกือบพันล้านบาทไปผลาญเล่นๆ ที่สุด รวบรวมมา เพราะมันขาดพลัง? (ตรงนี้สำคัญมาก) ที่สุดมันก็จะโยนแหมะเก็บเข้าลิ้นซักเหมือนคณะกรรมกอส.เปี๊ยบเลย ใครอยากเห็นรูปธรรมที่ผมชี้ไว้ให้ไปดูงานของกอส.(ส่วนใหญ่ก็คือคนในนี้ล่ะ)
แม้ อ.ม.เที่ยงคืน จะไม่ได้ พูดถึงเงื่อนไขการคายอำนาจ80%ที่ไม่ได้ยึดโยงปชต. ออกมาก่อน เพราะเท่ากับว่า ถ้าไม่ไฟเขียวคายออกมาจริงๆเราจะลูบคลำๆได้แค่เชิงพิธีกรรมในตัวโครงสร้างอำนาจแบบปชต.ที่เขาทอนให้แค่ประมาณ10%
ทั้งที่ส่วนตัวผมให้ความสำคัญต่อประเด็นนี้มากกว่า ((แต่อย่างว่าเงื่อนไขนี้มันใหญ่ไปยังไม่ถึงเวลา) ก้ต้องว่ากันเท่าที่ทำได้ เป็นจริงได้ก่อน นั้นคือถ้าจะปฎิรูปจริงเงื่อนไขหลักระดับต้นน้ำก็คือ ต้องคายอำนาจออกมาให้ปชช.ทั้งหมดก่อน(เช่นกรณีที่คุณสมชายเสนอก็ใกล้เคียง )แต่หาความเป็นไปได้ที่ยอมรับกันได้กว่านั้น
นั้นคือการปฎิรูปต้องปฎิรูปทุกมิติจึงจะได้อะไรชัดเจน แต่ถ้ามาลูบหน้าปะจมูกแบบนี้เสร็จโจร ? หรือพายเรือให้โจรนั่ง ปชช.ไม่ได้อะไรเท่าไหร่ อย่างมากแค่รับของโจร? แล้วยังจะอ้างว่า ผ่านกระบวนการปชช.มีส่วนร่วม จนอ้างอิงกระบวนการนั้นๆบนความชอบธรรมในการฟอกความผิดหรือเป็นเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดให้ใครผ่านกระบวนการปฎิลูบนั้น(แบบคล้ายกรณีรับของโจรในที่มาไม่ถูกต้องนัก)
นี่คือรูปธรรมที่ผมคว่ำบาตรโครงการปฎิลูบอันนี้? แม้จะมีความริเริ่ม มาจากแนวคิดที่สร้างสรร แต่กระบวนการมันหมกเม็ดหลายเรื่อง เรื่องสำคัญที่สุดคือ กระบวนการไม่ได้ผ่านจากปชช.หรือยึดโยงกระบวนการ เจ้าของอำนาจที่แท้จริง อย่างหลากหลายจริงๆ เป็นการตั้งจากยอดลงมาล่าง (แถมตัวยอดคือเงื่อนไขตัวแปรคู่กรณีผู้ต้องหาที่ต้องถูกตรวจสอบเสียด้วยต้องหน่วยงานแบบนี้มาสอบตัวเอง)
ผมจึงเห็นว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่หลากหลายกระแสแอนตี้เรื่องนี้ จริงๆอย่าโทษปีโทษกลอง? มองตัวเองก่อนต้องปฎิรูปตัวเองก่อนดีไหม? ถ้าไม่ได้ผมว่าอย่าดีกว่าอย่ามาเป็นตัวเงื่อนไขเพิ่ม หรือยืนขวางทางออกที่แท้จริงของวิธีการปฎิรูปจริงๆที่ควรเกิดขึ้นจริงๆ ตรงนี้ตามนี้ครับ
นั้นคือถ้าคุณยังไม่ปฎิรูป คณะปฎิลูบของตัวเองขณะนี้ก่อน อย่าพึ่งเปิดการแสดงเลยครับ เพราะที่เตือนเพราะ ระวังกระแส Kป็อบ วงป็อปร็อค สมัยใหม่ ในรูปTป็อบวงไทยแลนด์ป็อบ อย่างเช่นคณะของอ.ม.เที่ยงคืนนี้ไปประชัน คณะหมอลำซิ่ง,ลิเก้,โปงลางของสามเก้าเส้าขย่อนอำนาจมีวงกระจาย หรือนั่งตบยุงแทนนั่งตบกลองเพราะไม่มีคนดูไม่มีคนสนใจ เพราะมันเอ้าท์แล้ว?หมดยุคแล้วถ้าไม่ปฎิรูปตัวเองก่อน???