จดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ปล่อยตัว "บก.ลายจุด"

ภายหลังจากที่ช่วงเย็นวานนี้ (26 มิ.ย.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงเดินทางไปผูกผ้าแดงที่แยกราชประสงค์ และถูกตำรวจ สน.ลุมพินีควบคุมตัวตามหมายจับข้อหาฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีที่นายสมบัติร่วมชุมนุมในช่วง 19 พ.ค. บริเวณเลียบทางด่วน บริเวณลาดพร้าว 71 นั้น ล่าสุดในช่วงหัวค่ำนักศึกษาและประชาชนหลายสาขาอาชีพกว่า่ 100 คน ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก "ขอให้ปล่อยตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข" โดยรายละเอียดของจดหมายและผู้ร่วมลงชื่อ มีรายละเอียดดังนี้

 

000

จดหมายเปิดผนึก "ขอให้ปล่อยตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข"

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553

ในท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังจะมุ่ง ไปสู่ความพยายามปรองดองโดยรัฐบาลยังคงมีการบังคับใช้พระราชกำหนด บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งเป็นการ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติงานโดยไม่ต้องรับผิด จับกุมคุมขังโดยไม่มีข้อกล่าวหา ทำให้ความปรองดองที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปรองดองที่จอมปลอมและหลอกลวง เป็นเพียงการสร้างภาพไปวันๆของรัฐบาล ในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 53 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกิจกรรมรำลึกถึงความสูญเสียในการเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยการผูกผ้าแดงที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมิได้ก่อความไม่สงบ หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเพียงกิจกรรมตามมโนธรรมสำนึกและสิทธิของประชาชน รวมทั้งมิได้มีแกนนำแม้แต่ผู้เดียว

ทว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ปรากฏว่ามีการจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์  ซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางสังคม ที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม งานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ประสบภัยน้ำท่วมอุตรดิตถ์ ช่วยเหลือแรงงามข้ามชาติ ผู้ถูกกดขี่ ต่อต้านการค้ามนุษย์ ส่งเสริมประชาธิปไตย มีการทำงานกับเด็กไทยภูเขาเพื่อให้เรียนรู้เรื่องสิทธิทางการศึกษา รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มในการดำเนินกิจกรรมติดตามผู้สูญหายจากการสลายการ ชุมนุมของรัฐบาล ซึ่งนับเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย สมบัติ บุญงามอนงค์ คือ ผู้บุกเบิกงานอาสาสมัครยุคใหม่ในสังคมไทย  และเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่ไม่เพิกเฉยความไม่เป็นธรรม

การจับกุมนาย สมบัติ บุญงามอนงค์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการคุกคามพลเมืองที่มีคุณูปการต่อสังคม และแสดงให้เห็นถึงรัฐบาลไม่มีความจริงใจดำเนินงานตามแผนปรองดองแห่งชาติ

พวกเราตามราย นามดังต่อไปนี้ เป็นนักกิจกรรมทางสังคม เป็นสามัญชน ขอประณามการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอให้ปล่อยตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์รวมทั้งบุคคลอื่นๆในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และพวกเราขอเรียกร้องให้มีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นก้าวแรกในการนำไปสู่การปรองดอง

“ด้วยความหวาดกลัว พ.ร,ก.ฉุกเฉิน”

   1. นายกิตติชัย  งามชัยพิสิฐ
   2. นายประดิษฐ์  ลีลานิมิต
   3. นายบารมี  ชัยรัตน์ สถาบันสันติประชาธรรม
   4. นายเขมทัศน์  ปาลเปรม    กลุ่มปฎิบัติการเพื่อสิทธิคนจน
   5. นาง สาวพรพิมล  สันทัดอนุวัตร  
   6. นายวรรณเกียรติ  ชูสุวรรณ
   7. นายพันศักดิ์  ศรีเทพ  รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการเยียวยาสถานการณ์ฉุกเฉิน
   8. นางสาวศิริพร  พรมวงศ์
   9. นางสาวจา รุวรรณ สาทาลัย
  10. นางสาววลสุดา  โพเย็น
  11. นางสาวจิราพร  หิรัญบูรณะ
  12. นายรัชพงษ์  โอชาพงศ์
  13. นาย สันติ  โชคชัยชำนาญกิจ
  14. นางสาวพัชรี  อังกูรทัศนียรัตน์
  15. นางสาววิรพา  อังกูรทัศนียรัตน์
  16. นางสาว วัชรินทร์ สังขาระ
  17. นางสาววนิดา  สุรคาย
  18. นางสาวอุลัยรัตน์  ชูด้วง
  19. นางสาวพนิดา  บุญเทพ
  20. นาย ญัฐพงษ์  ภูแก้ว
  21. นายอรรถพล  บุญไพโรจน์
  22. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
  23. นางสาวปาริดา ปะการะโพธิ์
  24. นางสาวสลิลทิพย์  ณ พัทลุง
  25. นาง สาวอรุณวนา สนิกะวาที
  26. นายสุพัดตรา  ธานีวรรณ
  27. นายสุวิทย์ นาดี
  28. นายธิติ มีแต้ม
  29. นาย วิทยา  แสงระวี
  30. นายกิตติศักดิ์  จันทร์ใหม่
  31. นายอรรถพร ขำมะโน
  32. นายกิตติเดช บัวศรี
  33. นาย ตะวัน พงศ์แพทธ์
  34. นางสาวสุปราณี คันธะชัย
  35. นางสาวปณิธิตา เกียรติ์สุขพิมล
  36. นายธิกานต์ ศรีนารา
  37. นายเจษฎา โชติกิจวิภาค
  38. นาย ปราการ กลิ่นฟุ้ง
  39. นายรอมฎอน ปันจอร์
  40. นางสาวอัญญรัตน์ อ่อนสุทธิ
  41. นายชล เจนประภาพันธ์
  42. Edward Creed
  43. นายชัยวัฒน์ ไชยจารุวณิช
  44. นาง ภาวิณี ไชยจารุวณิช
  45. นางสาวแก้วตา ธิมอิน
  46. นางสาวสุธารี วรรณศิริ
  47. นาย อภิศักดิ์ สุขเกษม
  48. นางสาวกิ่งกร นรินทรกุล
  49. นางสาวอรชพร  นิมิตกุลพร
  50. นางสาวสุลักษณ์ หลำอุบล
  51. นางสาวขวัญระวี วังอุดม
  52. นายติรัฐสรรพ์  ประมวลศิลป์
  53. นางสาวนฤมล ทับจุมพล
  54. นางสาวอธิษฐาน์ คงทรัพย์
  55. นางสาวปาริชาด สุวรรณบุปผา
  56. นางสาวแก้วตา เพชรรัตน์
  57. นางสาวพรพิมพ์  แซ่ลิ้ม
  58. นายสันติ  ศรีมันตะ
  59. นางสาวประไพ กระจ่างดี
  60. นางสาวพัชรี พาบัว
  61. นายสุรชาติ ไตรสูงเนิน
  62. นาย กิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์
  63. นายธัญสก พันสิทธิวรกุล
  64. นายฮาเมอร์ ซาวาลา
  65. กลุ่ม Anti Social Sanction
  66. นายเรืองฤทธิ์ โพธิพล
  67. นาง สาวอุมาภรณ์ ตั้งเจริญบำรุงสุข
  68. นายอภิสิทธ์ มีภาทัศน์
  69. นายอาคม ตรีแก้ว
  70. นายอนุวัฒน์ พรหมมา
  71. นาง สาวสุนิสา ปุ่มวงศ์
  72. นางสาวปางทิพย์ มั่นธร
  73. นางจิรพา มูลคำมี
  74. นาย ซะการียา อมาตยา
  75. นายมูฮัมหมัด ฮาลัสกาเหย็ม
  76. นายภัทรดนัย จงเกื้อ
  77. นางสาวปชาบดี พุ่มพวง
  78. นาย อุเชนทร์ เชียงแสน
  79. นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง
  80. นายประพนธ์ สิงห์แก้ว
  81. นาย ชาติชาย ธรรมโม
  82. นายอิทธิพล สีขาว
  83. นายสมรักษ์ อุตห์จันดา
  84. นางสาวสาวิตรี   พูลสุขโข
  85. นายเก่งกิจ กิตติเรียงลาภ
  86. นายศิววงศ์ สุขทวี
  87. นางสาวสายัณห์ ข้ามหนึ่ง
  88. นาง สาวศิวพร ปัญญา
  89. นางสาววิลาวรรณ เพเดอร์เซ่น
  90. นางสาวเพิ่มสุข อัมพรจรัส
  91. นางสาววรรณ รัตน์ อุนสวัสดิ์อาภา
  92. นายกรชนก แสนประเสริฐ
  93. Miss.Pornthip Weinhold
  94. นายธีรพงษ์ เงินถม
  95. นายจามร ศรเพชรนรินทร์
  96. นาย พงศธร ศรเพชรนรินทร์
  97. นายศิริโชค เลิศยโส
  98. นายนิธิวัต วรรณศิริ
  99. นาย คมลักษณ์ ไชยยะ
 100. นายไชยวัฒน์ ตระกาลรัตนสันติ
 101. นายขจรศักดิ์ แกล้วการไร่
 102. นางสาวปัททุมมา ผลเจริญ
 103. นางสาวพัชณีย์ คำหนัก
 104. รศ.สุชาย ตรีรัตน์
 105. นาย วัฒนา สุขวัจน์

106.ธีร์วนี วงศ์ทองสรรค์
107.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.
108.รจเรข วัฒนพานิช ชุมชนคนรักป่า
109.สร้อยแก้ว คำมาลา นักเขียน
110.อัจฉรา รักยุติธรรม อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
111.สืบสกุล กิจนุกร นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
112.สุขุม ชีวาเกียรติยิ่งยง นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
113.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)
114.นิรมล ยุวนบุณย์ มูลนิธิ ชีววิถี (BIOTHAI)
115.ชลิตา บัณฑุวงศ์ นักศึกษาปริญญาเอกคณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยฮาวาย
116.อัญชลี มณีโรจน์ ชุมชนคนรักป่า
117.ศุภมาศ ศิลารักษ์

118.ศรายุธ  ตั้งประเสริฐ
119.นีรนุช  เนียมทรัพย์
120.กิติภูมิ   จุฑาสมิต
121.เลื่อน   ศรีสุโพธิ์
122.พิชิต    พิทักษ์
123.ฉันทลักษณ์  รักษาอยู่
124.จีรนุช   เปรมชัยพร
 
125.สุกานดา สินพูนภักดิ์
126.วรุตม์ สินธพานนท์
127.อัญญกาญ จีระอัญการ
128.ญาดา วิไลศิลปดีเลิศ
129.คงศักดิ์ พันธุ์วิชัย
130.ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
131.มธุรส ภิรมย์รักษ์
132.ศรสวรรค์ ชูเดช
133.พิชญ์ ผ่องแผ้ว
134.ขนิษฐา เวชการ
135.ภัควดี จิตสกุลชัยเดช
136.สุวิทย์ สงคราม
137.บดินทร์ จันวัน
138.สายไหม อยู่บำรุง
139.สุภาพ ภูษณวรรณ
140.คมศักดิ์ อร่ามเรือง
141.ธนิตศักดิ์ พิทักษ์สินากร
142.อังกฤษ อัจฉริยโสภณ
143.ศักดิ์ชัย จินดา
144.ชาญณรงค์ เสรีภิวัฒน์
145.อิทธิฤทธิ์ อึ้งสกุล
146.สรธชล คำภักดี
147.ชาญชัย ศรีแพทย์
148.สุนทรา แก้วป้องปก
149.ศรีสร้อย วัฒนาวีรชัย
150. ชาตรี ภูษาทอง
151.ธนกร ปรีชาลักษณ์
152.เพ็ญพิณิช โชคบำรุง ( ประชาชน..เจ้าของประเทศคนหนึ่ง )
153. อารยา ซูเบอร์
154.บุหลัน ตันหยง
155.อิทธิพล อ่อนเอี่ยม
156.สีมาย ตรีวัฒนะ
157.วศิน ไป่ทาฟอง
158.จิระวิน ตานีพันธ์
159.กล้า สมุทวณิช
160.เก็จวลี ธีรเนตร
161. ปรัชญา สุรกำจรโรจน์
162.เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข
163.ณรงค์ ศิริ
164.อภิรัฐ เจะเหล่า
165.สุเจน กรรพฤทธิ์
166.ปกรณ์ อารีกุล กลุ่มลูกชาวบ้าน/กกบ.สนนท.
167.วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข
168.วรกร ฤทัยวาณิชกุล
169.ศานติพจน์ เกตตะรังศรี
170.เสริมไกร ตันบูรณา
171.พัชรี แซ่เอี้ยว
172.นริณีย์ รุทธนานุรักษ์
173.อินทิรา วิทยสมบูรณ์
174.สุวัฒน์ ไชยปัญญา
175.นที สรวารี
176.เกริกขจร ควรสม
177.ดรุตม์ องค์ตระกูลอารี
178.ชญานิศวร์ ศุภวัชร์
179.ส่งสุข สุขสวัสดิ์
180.วสันต์ วิเศษสังข์
181.นพดล ทิพยชล
182.สุริยะ ครุฑพันธุ์
183.ชยานนท์ จุลโลบล
184.พิพัฒน์ สุยะ
185.ฐิตินบ โกมลนิมิ
186. นันทพล อาชวาคม
187.สัณห์ชัย โชติรสเศรณี
188.วีรชัย เฟ้นดี้
189.ธนากร ปัสนานนท์
190.รวินทร์ คำโพธิ์ทอง
191.ชิดชนก ปานมั่งมี
192.ศิริธร มีศิริ
193.กนกวรรณ ไตรยวงค์
194.นพดล เปี่ยมบุญศักดิ์
195.วิลาวัลย์ แก้วเรือง
196.ปัณฑารีย์ สุวรรณิน
197.ภาณุวัฒน์ อภิวัฒนชัย
198.ปัณณวิชญ์ นรากุลพิพัฒน์
199.เกียรติกุล แซ่ลิ้ม
200.ตติกานต์ เดชชพงศ
201.ธนพล ฟักสุมณฑา
202.รจเรข วัฒนพาณิชย์
203.Penwadee Nophaket Manont
204.พิมไทย วรวรรณ
205.นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
206.นุ่มนวล ยัพราช
207.วรพรต พัชตระชัย
208. ธนพล พงศ์อธิโมกข์
209.อดิราช ท้วมละมูล
210.ธเนศ ศรีวิรัญ
211.ดร.สุดา รังกุพันธุ์
212.ชาตรี สิทธิอารีย์
213.กิตติกร มาฟู
214.วัจนาภรณ์ ทีฆพุฒิ
215.ดวงพร สงวนทรัพย์
216.รัตนา ไชยมงคล
217.พัชนี มนูญศิลป์
218.ศรีกัลยา โรจน์จินดางาม
219.พีรภัทร มีศรี
220.ณัฐพล แทนโนนงิ้ว
221.ปิยะ น้อยประไพ
222.กุลวิณ พิศาลบรรเจิดกุล
223.ปรางประภา เรืองงาม
224.เพ็ญพิณิช โชคบำรุง
225. จิรภาส แผลงมน
226.Kaewta Kerddeelarp
227.ณัฎฐ์ ศุภจัมปิย์ยา
228.ณัฐยา เวรุนัต
229.มาริสา มาตรา
230.rittirong chutapruttikorn
231.สุกัญญา อนุจร
232.ปกาศิต ทิพจร
233.ณัฐพร อุทัยวัตร
234.พรหมมินทร์ พูลเอี่ยม
235.นครินทร์ วิศิษฎ์สิน
236.Antika Sawadsri
237.วัฒนา สุขวัจน์
238.พลภัทร์ หิรัญเรือง
239.สมศักดิ์ ลิขิตรัตนพิศาล
240.อติเทพ ไชยสิทธิ์
241.ไชยรัตน์ ชินบุตร
242.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย
243.ไอดา อรุณวงศ์
244.ทิวา   สัมฤทธิ์
245.ไชยยันต์ รัชชกูล
246.อรรคพล สาตุ้ม
247.ประสาท ศรีเกิด
248.
พิษณุ ไชยมงคล
249.
วิโรจน์ ดุลยโสภณ

 

หมายเหตุ:รายชื่อที่ 106-124 เพิ่มเติมเมื่อ  27 มิถุนายน 2553 เวลา 0700 น.

                 รายชื่อที่ 125-244 เพิ่มเติมเมื่อ  27 มิถุนายน 2553 เวลา 0923 น.

                 รายชื่อที่ 245-249 เพิ่มเติมเมื่อ 28 มิถุนายน 2553 เวลา 0156 น.

ขอร่วมลงชื่อเพิ่มเติมค่ะ ธีร์

ขอร่วมลงชื่อเพิ่มเติมค่ะ

ธีร์วนี วงศ์ทองสรรค์
อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.
รจเรข วัฒนพานิช ชุมชนคนรักป่า
สร้อยแก้ว คำมาลา นักเขียน
อัจฉรา รักยุติธรรม อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สืบสกุล กิจนุกร นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
สุขุม ชีวาเกียรติยิ่งยง นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)
นิรมล ยุวนบุณย์ มูลนิธิ ชีววิถี (BIOTHAI)
ชลิตา บัณฑุวงศ์ นักศึกษาปริญญาเอกคณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยฮาวาย
อัญชลี มณีโรจน์ ชุมชนคนรักป่า
ศุภมาศ ศิลารักษ์

Open Letter: “Asking for

Open Letter: “Asking for Immediate and Unconditional Release of Sombat Boonngamanong”

Saturday, June 26, 2010

Amidst the current conflict which is moving towards attempts for reconciliation, the Thai government continues to enforce the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations. This authorizes officials to carry out their duties without legal repercussions, detain and arrest without charges, making the current reconciliation simply a superficial and false reconciliation, simply day-to-day image keeping for the government. On Saturday June 26, 2010 at approximately 18:00hrs, an activity to commemorate losses in the struggle for democracy was carried out by tying red cloths at Rajprasong intersection, without creating unrest or disturbing any individual. It was simply an activity of civic consciousness and civic right, and did not have even one leader.

Yet at 18:00hrs, there appeared to be the arrest of Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist who works on art and culture, volunteer activities for tsunami victims and Uttaradit flood victims, helping transnational laborers and the oppressed, fighting against human trafficking, promoting democracy, working to educate Thai hilltribe children about rights to education. Moreover, he is the one who initiated activities to track down missing people from the government’s dispersal of demonstrators. A social activist of value to Thai society, Sombat Boonngamanong is the pioneer of volunteer work in the new generation of Thai society, and is a social activist who does not ignore injustice.

The arrest of Mr. Sombat Boonngamanong this time reflects the harassment of citizens who contribute to society, and demonstrates the government’s lack of sincerity in implementing the National Plan for Reconciliation.

We, the undersigned, are social activist and laypeople who denounce this action taken by the government. We ask for the immediate and unconditional release of Mr. Sombat Boonngamanong, as well as other individuals. We also ask for the revocation of the Emergency Decree, as the first step towards reconciliation.

“In fear of the Emergency Decree,”

ในแถลงการณ์เล่นประเด็นว่า

ในแถลงการณ์เล่นประเด็นว่า การจับกุมหนูหริ่งเป็นการกระทำ เกินกว่าเหตุ “ในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 53 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกิจกรรมรำลึกถึงความสูญเสียในการเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยการผูกผ้าแดงที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมิได้ก่อความไม่สงบ หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเพียงกิจกรรมตามมโนธรรมสำนึกและสิทธิของประชาชน รวมทั้งมิได้มีแกนนำแม้แต่ผู้เดียว”

ผมกลับมองว่า ถ้าเล่นประเด็นนี้ จะฟังขึ้นได้ยาก เพราะจากการรายงานข่าว ศาลออกหมายจับหนูหริ่งตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.แล้ว ซึ่งหมายความว่าตำรวจสามารถตอบโต้ประเด็นข้างต้นได้ง่าย ๆ เลยว่า เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ เป็นการทำตามคำสั่งศาล

ผมว่าประเด็นที่น่าจะเน้นก็คือว่า การออกหมายจับเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่จับกุมเสียก่อนหน้านี้ ทั้ง ๆ ที่หนูหริ่งมีที่อยู่เป็นที่เปิดเผย (เข้าใจว่าไปอยู่เซฟเฮาส์แค่ช่วงแรก ๆ) มันจะคล้าย ๆ กับกรณีภาคใต้ที่ศาลออกหมายจับ (หมายฉฉ.)ให้ตามที่เจ้าหน้าที่ขอมา เหมือนการออกหมายลอย เพื่อติดดาบให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม บางทีก็เอามาเป็นข้อแลกเปลี่ยนด้วยซ้ำ (เรื่องการบังคับฝึกอาชีพ)

ผมว่าข้อเรียกร้องสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ เจ้าหน้าที่จะต้อง เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ออกหมายจับ (หมายฉฉ.) ทั้งหมด มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเปิดเผย ไม่ใช่มาเลือกจับเอาตอนนี้เพื่อเป็นการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” และน่าจะมีการทบทวนการออกหมายจับในลักษณะที่เป็น "หมายลอย"

ส่วนเรื่องให้ยกเลิกพรก. เห็นด้วยอยู่แล้วครับ ยินดีลงชื่อด้วย

ในแถลงการณ์เล่นประเด็นว่า

ในแถลงการณ์เล่นประเด็นว่า การจับกุมหนูหริ่งเป็นการกระทำ เกินกว่าเหตุ “ในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 53 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกิจกรรมรำลึกถึงความสูญเสียในการเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยการผูกผ้าแดงที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมิได้ก่อความไม่สงบ หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเพียงกิจกรรมตามมโนธรรมสำนึกและสิทธิของประชาชน รวมทั้งมิได้มีแกนนำแม้แต่ผู้เดียว”

ผมกลับมองว่า ถ้าเล่นประเด็นนี้ จะฟังขึ้นได้ยาก เพราะจากการรายงานข่าว ศาลออกหมายจับหนูหริ่งตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.แล้ว ซึ่งหมายความว่าตำรวจสามารถตอบโต้ประเด็นข้างต้นได้ง่าย ๆ เลยว่า เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ เป็นการทำตามคำสั่งศาล

ผมว่าประเด็นที่น่าจะเน้นก็คือว่า การออกหมายจับเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่จับกุมเสียก่อนหน้านี้ ทั้ง ๆ ที่หนูหริ่งมีที่อยู่เป็นที่เปิดเผย (เข้าใจว่าไปอยู่เซฟเฮาส์แค่ช่วงแรก ๆ) มันจะคล้าย ๆ กับกรณีภาคใต้ที่ศาลออกหมายจับ (หมายฉฉ.)ให้ตามที่เจ้าหน้าที่ขอมา เหมือนการออกหมายลอย เพื่อติดดาบให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม บางทีก็เอามาเป็นข้อแลกเปลี่ยนด้วยซ้ำ (เรื่องการบังคับฝึกอาชีพ)

ผมว่าข้อเรียกร้องสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ เจ้าหน้าที่จะต้อง เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ออกหมายจับ (หมายฉฉ.) ทั้งหมด มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเปิดเผย ไม่ใช่มาเลือกจับเอาตอนนี้เพื่อเป็นการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” และน่าจะมีการทบทวนการออกหมายจับในลักษณะที่เป็น "หมายลอย"

ส่วนเรื่องให้ยกเลิกพรก. เห็นด้วยอยู่แล้วครับ ยินดีลงชื่อด้วย

เห็นด้วยครับ

เห็นด้วยครับ ขอร่วมลงชื่อเพิ่มเติมครับ
Pisit Sangnuan

ขอลงชื่อเพิ่มเติมครับ ศศพล

ขอลงชื่อเพิ่มเติมครับ

ศศพล บำรุงชีพ

เพื่อความปรองดองให้มากขึ้น

เพื่อความปรองดองให้มากขึ้น ไล่จับผู้ลงรายชื่ออีก 244 คนด้วยสิคะ และรวมทั้งคนที่จะร่วมลงชื่อเพิ่มเติมในอนาคตด้วย เอาให้ปรองดองสุดๆ ไปเลยค่ะ

(หมายเหตุ : คำนิยามศัพท์ในยุครัฐบาลรูปหล่อ ขาว แปลว่า ดำ เหม็น แปลว่า หอม ดี แปลว่า เลว ชั่ว แปลว่า คุณธรรม ขี้ แปลว่า ข้าว เน่า แปลว่า สด ปรองดอง แปลว่า....?)

ยิ่งจับใครต่อใครแบบเอาอำนาจที

ยิ่งจับใครต่อใครแบบเอาอำนาจที่ศอฉ.มีอยู่อย่างไม่เป็นธรรม นอกจากคนจะไม่กลัวแล้ว ยังจะยิ่งรังเกียจคนใช้อำนาจมากยิ่งขึ้น

ทำให้คนกลางๆ อย่างอิฉันรู้สึกผลัก จากที่เมื่อก่อนนั้นเฉยๆ ไม่อยากจะรับรู้เรื่องการเมือง แต่แหม! เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมตำตาในสังคม และเกิดขึ้นถี่ๆ แบบน่าเกลียด มันเลยทำให้คนเฉยๆ อยู่เฉยไม่ได้

ท่านนายกรูปหล่อ เรียนสู้งสูง แต่หารู้ไม่ ท่านหามวลให้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา เพราะพฤติกรรมหลงระเริงกับอำนาจ

ชลิตา บัณฑุวงศ์

ชลิตา บัณฑุวงศ์ wrote:
ขอร่วมลงชื่อเพิ่มเติมค่ะ

ธีร์วนี วงศ์ทองสรรค์
อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.
รจเรข วัฒนพานิช ชุมชนคนรักป่า
สร้อยแก้ว คำมาลา นักเขียน
อัจฉรา รักยุติธรรม อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สืบสกุล กิจนุกร นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
สุขุม ชีวาเกียรติยิ่งยง นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)
นิรมล ยุวนบุณย์ มูลนิธิ ชีววิถี (BIOTHAI)
ชลิตา บัณฑุวงศ์ นักศึกษาปริญญาเอกคณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยฮาวาย
อัญชลี มณีโรจน์ ชุมชนคนรักป่า
ศุภมาศ ศิลารักษ์


อโณทัย อัศวโกวิทธำรง

อยากถาม... นายอภิสิทธิ์

อยากถาม... นายอภิสิทธิ์ ว่าอยากเป็นนายกรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร?
วันนี้! ก็ได้เป็นสมใจแล้ว ลองหันหลังกลับไปมองเส้นทางเดินที่นำมาสู่อำนาจที่ตนปรารถนานั้น มันแลกด้วยอะไร? ศักดิ์ศรีและจิตวิญญาณของความเป็นคนอย่างนั้นหรือ
โลกปัจจุบันและอนาคตได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จะใช้วิธีการเก่าๆ ในประวัติศาสตร์การเมืองแบบเดิมๆ ที่นายกรัฐมนตรีทั้งหลายใช้วิธีการฉ้อฉล และการตายของประชาชนเป็นเครื่องสังเวยจนได้อยู่ในอำนาจ
ในอดีต..ทำได้ง่าย เพราะยอมรับว่า ประชาชนยังโง่และยังติดกับภาพเดิมๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง
ปัจจุบัน..มันผ่านมา 78 ปีแล้ว (วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.2475) คนไทยมีการพัฒนาและเรียนสูงขึ้น เป็น ดร.กันมากมาย (จะเดินชนกันตาย) มีความรู้ความสามารถ และได้เดินไปพร้อมกันโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดจะหยุดโลกและความคิดของประชาชน โดยการกวาดล้าง,ทำลาย ชีวิตประชาชนไปอีกนานเท่าไร เพื่อสนองตัณหาความยากเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ขอให้จำไว้ว่า... การฆ่าคน 1 ชีวิต ก็คือการเกิดของอุดมการณ์ 1 ชีวิต เช่นกัน เพราะการฆ่าอุดมการณ์ยิ่งฆ่ายิ่งเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี แล้ววันหนึ่งตำแหน่งนายกที่ต้องการมันจะกลายเป็นปีศาจที่หลอกหลอนไปจนวันตาย..

ขอร่วมลงรายชื่อด้วยค่ะ นางสาว

ขอร่วมลงรายชื่อด้วยค่ะ
นางสาวกรวิกา ศิริเกษมวัฒนา

ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื

ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

ควายจริงๆ

ควายจริงๆ wrote:
ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

คุณหัดอ่านกฎหมายบ้างนะ ตามาตรา 11 (1) เขาบอกว่า "ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม และควบคุมตัวบุคคลที่สงสัย..." ดังนั้น คุณสมบัติเขาไม่ใช่ "ผู้ต้องหา" นะจ๊ะ

ก่อนจะว่าคนอื่นงี่เง่า หรือว่าคนอื่นเป็นควาย ลองเอากระจกส่องหน้าตัวเองก่อนนะ (อาจเห็นเขาสองข้างก็ได้)

ควายจริงๆ

ควายจริงๆ wrote:
ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

-------------แหม๋ ที่ว่าเป็นผู้ต้องหาเนี่ยเรื่องอะไรคุณรู้ไหม 555 ตั้งนานไม่จับ มาจับเอาวันที่ทำกิจกรรมให้เสื้อแดง เออเนาะ ที่พูดมาเนี่ยแสดงว่า.......จริงๆเลย

ชลิตา บัณฑุวงศ์

ชลิตา บัณฑุวงศ์ wrote:
ขอร่วมลงชื่อเพิ่มเติมค่ะ

ธีร์วนี วงศ์ทองสรรค์
อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.
รจเรข วัฒนพานิช ชุมชนคนรักป่า
สร้อยแก้ว คำมาลา นักเขียน
อัจฉรา รักยุติธรรม อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สืบสกุล กิจนุกร นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
สุขุม ชีวาเกียรติยิ่งยง นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม มช.
กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)
นิรมล ยุวนบุณย์ มูลนิธิ ชีววิถี (BIOTHAI)
ชลิตา บัณฑุวงศ์ นักศึกษาปริญญาเอกคณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยฮาวาย
อัญชลี มณีโรจน์ ชุมชนคนรักป่า
ศุภมาศ ศิลารักษ์

ร่วมลงชื่อด้วย เกรียงศักดิ์

ร่วมลงชื่อด้วย

เกรียงศักดิ์ โยธาประเเสริฐ-ชาวบ้าน

นายมูฮัมหมัด ฮาลัสกาเหย็ม

นายมูฮัมหมัด ฮาลัสกาเหย็ม เขียนผิดครับ
ช่วยแก้เป็น มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม

ลงชื่อด้วยค่ะ เนาวนิจ

ลงชื่อด้วยค่ะ

เนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์ - ประชาชน

รัฐบาลไม่มีความเป็นธรรม

รัฐบาลไม่มีความเป็นธรรม ไม่จริงใจที่้จะปรองดอง ก็อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะสงบสุขเลย คอยดู

ลงชื่อด้วยค่ะ

ลงชื่อด้วยค่ะ

ปล่อยตัวเถอะครับ

ปล่อยตัวเถอะครับ หน้าตาไม่เหมือนผู้ก่อการร้าย เลยสักนิด
ขังไว้นานไป ก็เปลืองข้าวสุก สิ้นเปลืองงบประมาณรัฐเปล่าๆปี้ๆ

พิภพ wrote:ควายจริงๆ

พิภพ wrote:
ควายจริงๆ wrote:
ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

คุณหัดอ่านกฎหมายบ้างนะ ตามาตรา 11 (1) เขาบอกว่า "ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม และควบคุมตัวบุคคลที่สงสัย..." ดังนั้น คุณสมบัติเขาไม่ใช่ "ผู้ต้องหา" นะจ๊ะ

ก่อนจะว่าคนอื่นงี่เง่า หรือว่าคนอื่นเป็นควาย ลองเอากระจกส่องหน้าตัวเองก่อนนะ (อาจเห็นเขาสองข้างก็ได้)

ผมติดตามข่าวและดูกฎหมายเรียบร้อยแล้วถึงได้โพสไงครับ คุณต้องเข้าใจด้วยพนักงานสอบสวนมิใช่ศาล เมื่อพนักงานสอบสวนไปขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้แล้ว ศาลพิจารณาหลักฐานตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำขอ ศาลก็อนุมัติให้ออกหมายจับ ดังนั้นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจึงต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้นเอง จะถูกหรือผิดก็ไปสู้คดีกันในชั้นศาล แต่ละฝ่ายต้องหาพยานหลักฐานมาหักล้างซึ่งกันและกัน และการเป็นผู้ตองหาหรือผู้ถูกกล่าวหานั้น ตามหลักฏฎหมายแล้วยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดี การที่พวกคุณไปเข้าชื่อกันให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหานั้น มีบรรทัดฐานกฎหมายข้อไหนเป็นเครืองรองรับครับ ในทางกฎหมายมีวิธีเดียวคือขอประกันตัวมาสู้คดีก็แค่นั้นเอง และศาลก็จะพิจารณาตามหลักของพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆประกอบ หรืออัยการและพนักงานสอบสวนอาจคัดค้านการประกันตัวก็ได้ และไอ้จดหมายเปิดผนึกนี่ก็เหมือนกัน ต่อให้มีผู้ร่วมลงชื่อเป็นแสนรายชื่อก็ไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะมันไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเลย แต่มันเป็นไปในลักษณะของการยื่นจดหมายข่มขู่มากกว่า อีกนึดนึง คุณต้องไปตีความคำว่า ผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือ ผู้ถูกกล่าวโทษ ป.วิอาญา มาตรา 2 (2) เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ต้องหา หมายความถึงบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดแต่ยังมิได้ถูกฟ้องศาล และ ตามมาตรา 2 (3) เขียนไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน ว่า จำเลย หมายถึงบุคคลที่ถูกฟ้องศาลแล้วโดยข้อหาว่ากระทำความผิด เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องคุณควรไปอ่าน มาตรา 2 นี้ ตั้งแต่ (1) จนถึง (22) ขอเรียนเชิญท่านไปแหกตาอ่านมาตรา 2 นี้ ใน ป.วิ อาญา ดูครับ ใครกันแน่ที่โง่เหมือนควาย

ลงชื่อเพิ่มด้วยคนค่ะ อาศิรา

ลงชื่อเพิ่มด้วยคนค่ะ

อาศิรา พนาราม

ควายจริงๆ wrote:พิภพ

ควายจริงๆ wrote:
พิภพ wrote:
ควายจริงๆ wrote:
ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

คุณหัดอ่านกฎหมายบ้างนะ ตามาตรา 11 (1) เขาบอกว่า "ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม และควบคุมตัวบุคคลที่สงสัย..." ดังนั้น คุณสมบัติเขาไม่ใช่ "ผู้ต้องหา" นะจ๊ะ

ก่อนจะว่าคนอื่นงี่เง่า หรือว่าคนอื่นเป็นควาย ลองเอากระจกส่องหน้าตัวเองก่อนนะ (อาจเห็นเขาสองข้างก็ได้)

ผมติดตามข่าวและดูกฎหมายเรียบร้อยแล้วถึงได้โพสไงครับ คุณต้องเข้าใจด้วยพนักงานสอบสวนมิใช่ศาล เมื่อพนักงานสอบสวนไปขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้แล้ว ศาลพิจารณาหลักฐานตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำขอ ศาลก็อนุมัติให้ออกหมายจับ ดังนั้นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจึงต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้นเอง จะถูกหรือผิดก็ไปสู้คดีกันในชั้นศาล แต่ละฝ่ายต้องหาพยานหลักฐานมาหักล้างซึ่งกันและกัน และการเป็นผู้ตองหาหรือผู้ถูกกล่าวหานั้น ตามหลักฏฎหมายแล้วยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดี การที่พวกคุณไปเข้าชื่อกันให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหานั้น มีบรรทัดฐานกฎหมายข้อไหนเป็นเครืองรองรับครับ ในทางกฎหมายมีวิธีเดียวคือขอประกันตัวมาสู้คดีก็แค่นั้นเอง และศาลก็จะพิจารณาตามหลักของพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆประกอบ หรืออัยการและพนักงานสอบสวนอาจคัดค้านการประกันตัวก็ได้ และไอ้จดหมายเปิดผนึกนี่ก็เหมือนกัน ต่อให้มีผู้ร่วมลงชื่อเป็นแสนรายชื่อก็ไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะมันไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเลย แต่มันเป็นไปในลักษณะของการยื่นจดหมายข่มขู่มากกว่า อีกนึดนึง คุณต้องไปตีความคำว่า ผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือ ผู้ถูกกล่าวโทษ ป.วิอาญา มาตรา 2 (2) เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ต้องหา หมายความถึงบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดแต่ยังมิได้ถูกฟ้องศาล และ ตามมาตรา 2 (3) เขียนไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน ว่า จำเลย หมายถึงบุคคลที่ถูกฟ้องศาลแล้วโดยข้อหาว่ากระทำความผิด เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องคุณควรไปอ่าน มาตรา 2 นี้ ตั้งแต่ (1) จนถึง (22) ขอเรียนเชิญท่านไปแหกตาอ่านมาตรา 2 นี้ ใน ป.วิ อาญา ดูครับ ใครกันแน่ที่โง่เหมือนควาย

คุณนี่แถไปได้เรื่อย ๆ นะ คงเรียนมาสำนักเดียวกับนายกฯ มือเปื้อนเลือด ประเด็นผมคือ คุณสมบัติเขาไม่ใช้ "ผู้ต้องหา" ตามป.วิอาญา คุณใช้คำนี้กับเขาไม่ได้ เพราะกระบวนการมันไม่เหมือนกัน ผู้ต้องหาเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ถูกต้อง ต้องไปหักล้างกันที่ศาล แต่สำหรับหมายควบคุมตัวที่ออกตามพรก.นั้น ออกได้เมืิ่อ "สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น" หรือ "ที่ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน" (มาตรา 11 นั่นแหละ)

กระบวนการควบคุมตัวก็ต่างกัน เพราะ "ต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนดซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" (มาตรา 12)

คุณอ่านประโยคหลังสุดดี ๆ นะ "โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" ถ้าคุณเข้าใจภาษาไทย คุณรู้หรือยังว่าผู้ถูกควบคุมตัวตามหมายพรก. ต่างจากผู้ถูกล่าวหา หรือผู้ต้องหาตามป.วิอาญาอย่างไร

เอ้า คราวนี้ไปส่องกระจกใหม่ซะ

พิภพ wrote:ควายจริงๆ

พิภพ wrote:
ควายจริงๆ wrote:
พิภพ wrote:
ควายจริงๆ wrote:
ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

คุณหัดอ่านกฎหมายบ้างนะ ตามาตรา 11 (1) เขาบอกว่า "ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม และควบคุมตัวบุคคลที่สงสัย..." ดังนั้น คุณสมบัติเขาไม่ใช่ "ผู้ต้องหา" นะจ๊ะ

ก่อนจะว่าคนอื่นงี่เง่า หรือว่าคนอื่นเป็นควาย ลองเอากระจกส่องหน้าตัวเองก่อนนะ (อาจเห็นเขาสองข้างก็ได้)

ผมติดตามข่าวและดูกฎหมายเรียบร้อยแล้วถึงได้โพสไงครับ คุณต้องเข้าใจด้วยพนักงานสอบสวนมิใช่ศาล เมื่อพนักงานสอบสวนไปขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้แล้ว ศาลพิจารณาหลักฐานตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำขอ ศาลก็อนุมัติให้ออกหมายจับ ดังนั้นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจึงต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้นเอง จะถูกหรือผิดก็ไปสู้คดีกันในชั้นศาล แต่ละฝ่ายต้องหาพยานหลักฐานมาหักล้างซึ่งกันและกัน และการเป็นผู้ตองหาหรือผู้ถูกกล่าวหานั้น ตามหลักฏฎหมายแล้วยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดี การที่พวกคุณไปเข้าชื่อกันให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหานั้น มีบรรทัดฐานกฎหมายข้อไหนเป็นเครืองรองรับครับ ในทางกฎหมายมีวิธีเดียวคือขอประกันตัวมาสู้คดีก็แค่นั้นเอง และศาลก็จะพิจารณาตามหลักของพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆประกอบ หรืออัยการและพนักงานสอบสวนอาจคัดค้านการประกันตัวก็ได้ และไอ้จดหมายเปิดผนึกนี่ก็เหมือนกัน ต่อให้มีผู้ร่วมลงชื่อเป็นแสนรายชื่อก็ไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะมันไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเลย แต่มันเป็นไปในลักษณะของการยื่นจดหมายข่มขู่มากกว่า อีกนึดนึง คุณต้องไปตีความคำว่า ผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือ ผู้ถูกกล่าวโทษ ป.วิอาญา มาตรา 2 (2) เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ต้องหา หมายความถึงบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดแต่ยังมิได้ถูกฟ้องศาล และ ตามมาตรา 2 (3) เขียนไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน ว่า จำเลย หมายถึงบุคคลที่ถูกฟ้องศาลแล้วโดยข้อหาว่ากระทำความผิด เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องคุณควรไปอ่าน มาตรา 2 นี้ ตั้งแต่ (1) จนถึง (22) ขอเรียนเชิญท่านไปแหกตาอ่านมาตรา 2 นี้ ใน ป.วิ อาญา ดูครับ ใครกันแน่ที่โง่เหมือนควาย

คุณนี่แถไปได้เรื่อย ๆ นะ คงเรียนมาสำนักเดียวกับนายกฯ มือเปื้อนเลือด ประเด็นผมคือ คุณสมบัติเขาไม่ใช้ "ผู้ต้องหา" ตามป.วิอาญา คุณใช้คำนี้กับเขาไม่ได้ เพราะกระบวนการมันไม่เหมือนกัน ผู้ต้องหาเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ถูกต้อง ต้องไปหักล้างกันที่ศาล แต่สำหรับหมายควบคุมตัวที่ออกตามพรก.นั้น ออกได้เมืิ่อ "สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น" หรือ "ที่ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน" (มาตรา 11 นั่นแหละ)

กระบวนการควบคุมตัวก็ต่างกัน เพราะ "ต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนดซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" (มาตรา 12)

คุณอ่านประโยคหลังสุดดี ๆ นะ "โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" ถ้าคุณเข้าใจภาษาไทย คุณรู้หรือยังว่าผู้ถูกควบคุมตัวตามหมายพรก. ต่างจากผู้ถูกล่าวหา หรือผู้ต้องหาตามป.วิอาญาอย่างไร

เอ้า คราวนี้ไปส่องกระจกใหม่ซะ

เห็นด้วยกับคุณพิภพ มันควายจริงๆ เลย .....กร๊ากกกกก

พิภพ wrote:ควายจริงๆ

พิภพ wrote:
ควายจริงๆ wrote:
พิภพ wrote:
ควายจริงๆ wrote:
ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นในเวปนี้ครับ "ผมไม่เห็นควรด้วย" เพราะว่าการการไปลงชื่อนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ที่ถูกทึ่ควรนั้นต้องไปยื่นประกันตัวถึงจะถูกต้อง เพราะเจ้าหมอนี่คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจเมื่อพบผู้ต้องหาก็ต้องจับกุม ถ้าไม่จับกุมก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพวกที่ร่วมลงชื่อนี่ก็งี่เง่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว การร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ก็เหมือนการลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานทางกฏหมายไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้ระเมิดกฎหมายปล่อยตัวผู้ต้องหา สรุป " ควายหรือปล่าว " พวกที่ร่วมลงชื่อถ้าใครเป็นข้าราชการซวนนะมึงหลักฐานชัดเจนเลยเอาผิดทางวินัยได้แน่นอน

คุณหัดอ่านกฎหมายบ้างนะ ตามาตรา 11 (1) เขาบอกว่า "ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม และควบคุมตัวบุคคลที่สงสัย..." ดังนั้น คุณสมบัติเขาไม่ใช่ "ผู้ต้องหา" นะจ๊ะ

ก่อนจะว่าคนอื่นงี่เง่า หรือว่าคนอื่นเป็นควาย ลองเอากระจกส่องหน้าตัวเองก่อนนะ (อาจเห็นเขาสองข้างก็ได้)

ผมติดตามข่าวและดูกฎหมายเรียบร้อยแล้วถึงได้โพสไงครับ คุณต้องเข้าใจด้วยพนักงานสอบสวนมิใช่ศาล เมื่อพนักงานสอบสวนไปขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้แล้ว ศาลพิจารณาหลักฐานตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำขอ ศาลก็อนุมัติให้ออกหมายจับ ดังนั้นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจึงต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้นเอง จะถูกหรือผิดก็ไปสู้คดีกันในชั้นศาล แต่ละฝ่ายต้องหาพยานหลักฐานมาหักล้างซึ่งกันและกัน และการเป็นผู้ตองหาหรือผู้ถูกกล่าวหานั้น ตามหลักฏฎหมายแล้วยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดี การที่พวกคุณไปเข้าชื่อกันให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหานั้น มีบรรทัดฐานกฎหมายข้อไหนเป็นเครืองรองรับครับ ในทางกฎหมายมีวิธีเดียวคือขอประกันตัวมาสู้คดีก็แค่นั้นเอง และศาลก็จะพิจารณาตามหลักของพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆประกอบ หรืออัยการและพนักงานสอบสวนอาจคัดค้านการประกันตัวก็ได้ และไอ้จดหมายเปิดผนึกนี่ก็เหมือนกัน ต่อให้มีผู้ร่วมลงชื่อเป็นแสนรายชื่อก็ไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะมันไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเลย แต่มันเป็นไปในลักษณะของการยื่นจดหมายข่มขู่มากกว่า อีกนึดนึง คุณต้องไปตีความคำว่า ผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือ ผู้ถูกกล่าวโทษ ป.วิอาญา มาตรา 2 (2) เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ต้องหา หมายความถึงบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดแต่ยังมิได้ถูกฟ้องศาล และ ตามมาตรา 2 (3) เขียนไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน ว่า จำเลย หมายถึงบุคคลที่ถูกฟ้องศาลแล้วโดยข้อหาว่ากระทำความผิด เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องคุณควรไปอ่าน มาตรา 2 นี้ ตั้งแต่ (1) จนถึง (22) ขอเรียนเชิญท่านไปแหกตาอ่านมาตรา 2 นี้ ใน ป.วิ อาญา ดูครับ ใครกันแน่ที่โง่เหมือนควาย

คุณนี่แถไปได้เรื่อย ๆ นะ คงเรียนมาสำนักเดียวกับนายกฯ มือเปื้อนเลือด ประเด็นผมคือ คุณสมบัติเขาไม่ใช้ "ผู้ต้องหา" ตามป.วิอาญา คุณใช้คำนี้กับเขาไม่ได้ เพราะกระบวนการมันไม่เหมือนกัน ผู้ต้องหาเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ถูกต้อง ต้องไปหักล้างกันที่ศาล แต่สำหรับหมายควบคุมตัวที่ออกตามพรก.นั้น ออกได้เมืิ่อ "สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น" หรือ "ที่ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน" (มาตรา 11 นั่นแหละ)

กระบวนการควบคุมตัวก็ต่างกัน เพราะ "ต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนดซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" (มาตรา 12)

คุณอ่านประโยคหลังสุดดี ๆ นะ "โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" ถ้าคุณเข้าใจภาษาไทย คุณรู้หรือยังว่าผู้ถูกควบคุมตัวตามหมายพรก. ต่างจากผู้ถูกล่าวหา หรือผู้ต้องหาตามป.วิอาญาอย่างไร

เอ้า คราวนี้ไปส่องกระจกใหม่ซะ

แม่งงี่เง่า การจับกุม คุมขัง ควบคุมตัว ความหมายมันเหมือนกันหรือปล่าวเล่าไอ้หอกหัก ป วิ อาญาเป็นกฎหมายกลางที่ใช้เป็นหลักของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วน พรบ.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายพิเศษ ให้อำนาจเจ้าพนักงานในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้กระทำผิด ผมไม่ได้อ่านหรอก พรบ ฉุกเฉิน ถ้าความงี่เง่าอาจจะลดลง ลองตีความคำว่า สลายการชุมนุม กับ การขอคืนพื้นที่ ( กระชับพื้นที่ ) ความหมายและจุดประสงค์เหมือนกันไหมครับ การเล่นคำสามารถใช้สำนวนไหนก็ได้ แต่เขาให้ดูที่วัตถุประสงค์เป็นหลักว่าต้องการอะไร เบื่อมาก เหมือนเป่าปี่ให้ควายฟังจริงๆ การควบคุมตัวความหมายก็คือกักขังนั่นแหละไอ้หอก หรือคำว่า กักบริเวณ ก็มีความหมายเดียวกัน คือการควบคุมตัวให้อยู่เฉพาะที่ ที่กำหนดเท่านั้น เฮ้อเหนือยใจจริงๆ

ขอสนับสนุนร่วมลงชื่อ

ขอสนับสนุนร่วมลงชื่อ ครับ.
สุภัทร หงษ์วิไล

ขอเชิญชาวเสื้อแดงรวมพลัง ลงชื่อในจดหมายเปืดผนึกเรียกร้องให้ปล่อย บ.ก.ลายจุด และคัดค้านการจับกุมตัวที่ไม่น่าไว้วางใจ เมื่อเย็นวันนี้ (26 มิถุนายน 2553)

-ขอลงชื่อด้วยครับ ประเกียรติ

-ขอลงชื่อด้วยครับ

ประเกียรติ ขุนพล นักเขียนอิสระ

ขอลงชื่อด้วยครับ ประเกียรติ

ขอลงชื่อด้วยครับ
ประเกียรติ ขุนพล นักเขียนอิสระ

ขอร่วมลงชื่อด้วยคนครับ ในนาม

ขอร่วมลงชื่อด้วยคนครับ
ในนาม คนบนดอย จากเชียงรายครับ
สมศักดิ์ มาลี

ลงชื่อด้วยค่ะ Sukanya

ลงชื่อด้วยค่ะ
Sukanya Puenguthaisiri
เพื่อประชาธิปไตยของปวงชนที่แท้จริง

ลงชื่อด้วยค่ะ ธัญญลักษณ์

ลงชื่อด้วยค่ะ ธัญญลักษณ์ เพ็งหนุน

Anonymous wrote:Open Letter:

Anonymous wrote:
Open Letter: “Asking for Immediate and Unconditional Release of Sombat Boonngamanong”

Saturday, June 26, 2010

Amidst the current conflict which is moving towards attempts for reconciliation, the Thai government continues to enforce the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations. This authorizes officials to carry out their duties without legal repercussions, detain and arrest without charges, making the current reconciliation simply a superficial and false reconciliation, simply day-to-day image keeping for the government. On Saturday June 26, 2010 at approximately 18:00hrs, an activity to commemorate losses in the struggle for democracy was carried out by tying red cloths at Rajprasong intersection, without creating unrest or disturbing any individual. It was simply an activity of civic consciousness and civic right, and did not have even one leader.

Yet at 18:00hrs, there appeared to be the arrest of Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist who works on art and culture, volunteer activities for tsunami victims and Uttaradit flood victims, helping transnational laborers and the oppressed, fighting against human trafficking, promoting democracy, working to educate Thai hilltribe children about rights to education. Moreover, he is the one who initiated activities to track down missing people from the government’s dispersal of demonstrators. A social activist of value to Thai society, Sombat Boonngamanong is the pioneer of volunteer work in the new generation of Thai society, and is a social activist who does not ignore injustice.

The arrest of Mr. Sombat Boonngamanong this time reflects the harassment of citizens who contribute to society, and demonstrates the government’s lack of sincerity in implementing the National Plan for Reconciliation.

We, the undersigned, are social activist and laypeople who denounce this action taken by the government. We ask for the immediate and unconditional release of Mr. Sombat Boonngamanong, as well as other individuals. We also ask for the revocation of the Emergency Decree, as the first step towards reconciliation.

“In fear of the Emergency Decree,”

Anonymous wrote:Open Letter:

Anonymous wrote:
Open Letter: “Asking for Immediate and Unconditional Release of Sombat Boonngamanong”

Saturday, June 26, 2010

Amidst the current conflict which is moving towards attempts for reconciliation, the Thai government continues to enforce the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations. This authorizes officials to carry out their duties without legal repercussions, detain and arrest without charges, making the current reconciliation simply a superficial and false reconciliation, simply day-to-day image keeping for the government. On Saturday June 26, 2010 at approximately 18:00hrs, an activity to commemorate losses in the struggle for democracy was carried out by tying red cloths at Rajprasong intersection, without creating unrest or disturbing any individual. It was simply an activity of civic consciousness and civic right, and did not have even one leader.

Yet at 18:00hrs, there appeared to be the arrest of Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist who works on art and culture, volunteer activities for tsunami victims and Uttaradit flood victims, helping transnational laborers and the oppressed, fighting against human trafficking, promoting democracy, working to educate Thai hilltribe children about rights to education. Moreover, he is the one who initiated activities to track down missing people from the government’s dispersal of demonstrators. A social activist of value to Thai society, Sombat Boonngamanong is the pioneer of volunteer work in the new generation of Thai society, and is a social activist who does not ignore injustice.

The arrest of Mr. Sombat Boonngamanong this time reflects the harassment of citizens who contribute to society, and demonstrates the government’s lack of sincerity in implementing the National Plan for Reconciliation.

We, the undersigned, are social activist and laypeople who denounce this action taken by the government. We ask for the immediate and unconditional release of Mr. Sombat Boonngamanong, as well as other individuals. We also ask for the revocation of the Emergency Decree, as the first step towards reconciliation.

“In fear of the Emergency Decree,”

Anonymous wrote:Open Letter:

Anonymous wrote:
Open Letter: “Asking for Immediate and Unconditional Release of Sombat Boonngamanong”

Saturday, June 26, 2010

Amidst the current conflict which is moving towards attempts for reconciliation, the Thai government continues to enforce the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations. This authorizes officials to carry out their duties without legal repercussions, detain and arrest without charges, making the current reconciliation simply a superficial and false reconciliation, simply day-to-day image keeping for the government. On Saturday June 26, 2010 at approximately 18:00hrs, an activity to commemorate losses in the struggle for democracy was carried out by tying red cloths at Rajprasong intersection, without creating unrest or disturbing any individual. It was simply an activity of civic consciousness and civic right, and did not have even one leader.

Yet at 18:00hrs, there appeared to be the arrest of Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist who works on art and culture, volunteer activities for tsunami victims and Uttaradit flood victims, helping transnational laborers and the oppressed, fighting against human trafficking, promoting democracy, working to educate Thai hilltribe children about rights to education. Moreover, he is the one who initiated activities to track down missing people from the government’s dispersal of demonstrators. A social activist of value to Thai society, Sombat Boonngamanong is the pioneer of volunteer work in the new generation of Thai society, and is a social activist who does not ignore injustice.

The arrest of Mr. Sombat Boonngamanong this time reflects the harassment of citizens who contribute to society, and demonstrates the government’s lack of sincerity in implementing the National Plan for Reconciliation.

We, the undersigned, are social activist and laypeople who denounce this action taken by the government. We ask for the immediate and unconditional release of Mr. Sombat Boonngamanong, as well as other individuals. We also ask for the revocation of the Emergency Decree, as the first step towards reconciliation.

“In fear of the Emergency Decree,”

Anonymous wrote:Open Letter:

Anonymous wrote:
Open Letter: “Asking for Immediate and Unconditional Release of Sombat Boonngamanong”

Saturday, June 26, 2010

Amidst the current conflict which is moving towards attempts for reconciliation, the Thai government continues to enforce the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations. This authorizes officials to carry out their duties without legal repercussions, detain and arrest without charges, making the current reconciliation simply a superficial and false reconciliation, simply day-to-day image keeping for the government. On Saturday June 26, 2010 at approximately 18:00hrs, an activity to commemorate losses in the struggle for democracy was carried out by tying red cloths at Rajprasong intersection, without creating unrest or disturbing any individual. It was simply an activity of civic consciousness and civic right, and did not have even one leader.

Yet at 18:00hrs, there appeared to be the arrest of Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist who works on art and culture, volunteer activities for tsunami victims and Uttaradit flood victims, helping transnational laborers and the oppressed, fighting against human trafficking, promoting democracy, working to educate Thai hilltribe children about rights to education. Moreover, he is the one who initiated activities to track down missing people from the government’s dispersal of demonstrators. A social activist of value to Thai society, Sombat Boonngamanong is the pioneer of volunteer work in the new generation of Thai society, and is a social activist who does not ignore injustice.

The arrest of Mr. Sombat Boonngamanong this time reflects the harassment of citizens who contribute to society, and demonstrates the government’s lack of sincerity in implementing the National Plan for Reconciliation.

We, the undersigned, are social activist and laypeople who denounce this action taken by the government. We ask for the immediate and unconditional release of Mr. Sombat Boonngamanong, as well as other individuals. We also ask for the revocation of the Emergency Decree, as the first step towards reconciliation.

“In fear of the Emergency Decree,”

Anonymous wrote:Open Letter:

Anonymous wrote:
Open Letter: “Asking for Immediate and Unconditional Release of Sombat Boonngamanong”

Saturday, June 26, 2010

Amidst the current conflict which is moving towards attempts for reconciliation, the Thai government continues to enforce the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations. This authorizes officials to carry out their duties without legal repercussions, detain and arrest without charges, making the current reconciliation simply a superficial and false reconciliation, simply day-to-day image keeping for the government. On Saturday June 26, 2010 at approximately 18:00hrs, an activity to commemorate losses in the struggle for democracy was carried out by tying red cloths at Rajprasong intersection, without creating unrest or disturbing any individual. It was simply an activity of civic consciousness and civic right, and did not have even one leader.

Yet at 18:00hrs, there appeared to be the arrest of Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist who works on art and culture, volunteer activities for tsunami victims and Uttaradit flood victims, helping transnational laborers and the oppressed, fighting against human trafficking, promoting democracy, working to educate Thai hilltribe children about rights to education. Moreover, he is the one who initiated activities to track down missing people from the government’s dispersal of demonstrators. A social activist of value to Thai society, Sombat Boonngamanong is the pioneer of volunteer work in the new generation of Thai society, and is a social activist who does not ignore injustice.

The arrest of Mr. Sombat Boonngamanong this time reflects the harassment of citizens who contribute to society, and demonstrates the government’s lack of sincerity in implementing the National Plan for Reconciliation.

We, the undersigned, are social activist and laypeople who denounce this action taken by the government. We ask for the immediate and unconditional release of Mr. Sombat Boonngamanong, as well as other individuals. We also ask for the revocation of the Emergency Decree, as the first step towards reconciliation.

“In fear of the Emergency Decree,”

ใหนว่าเวปประชาไท

ใหนว่าเวปประชาไท สามารถเข้าได้ตามปกติแล้ว แต่ผมยังเข้าไม่ได้เลย www.prachatai.com

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน