วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน 2556 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 3 ชั่วโมง 27 นาที ที่ผ่านมา
กวีประชาไท: อาเศียรวาทคณะราษฎรผู้ปฏิวัติประชาชน 24 มิถุนายน 2475

ที่มาของภาพ: http://www.pridi-phoonsuk.org/timeline/2470/
สิ้นสุดแล้ว...การปกครองอันกดขี่
ทำคนไร้สิทธิ์เสรีเป็นเพียงไพร่
ต่อจากนี้เราเป็น “คน” ใช่เดนใคร
ประชาชนตระหนักในลำแข้งตน
สิ้นสุดแล้ว...การก้ม คลาน หมอบกราบ
ที่เคยซาบซึ้งซึมซ่านเป็นล้นพ้น
ณ บัดนี้ เราเป็นประชาชน
มิยินยอมจำนนอีกต่อไป
24 มิถุนายน 2475
วันที่ฟ้าสีทองผ่องไสว
คณะราษฎรนำสังคมไทย
สู่ประชาธิปไตยอันเท่าเทียม
สิทธิ เสรี เสมอภาค
ทำลายซากศักดินากุมบังเหียน
หลักทั้ง 6 ประการเปรียบดั่งเทียน
สาดส่องแสงเปลี่ยนยุคสมัยใหม่
คารวะแด่คณะราษฎร
ปฏิวัติถ่ายถอนความเป็นไพร่
เรา คือคน ใช่เศษฝุ่นใต้ตีนใคร
ประกาศชัดได้ยินไหมฟ้าอมร!
เรา คือคน ใช่เศษฝุ่นใต้ตีนใคร
ประกาศชัดได้ยินไหมฟ้าอมร!
<<<<<<<>>>>>>>>>
Homo erectus
Comments
โถ...มนุษย์ลิง
โถ...มนุษย์ลิง (ไอ้หอกหัก)
เองอ้าปาก ข้าก็เห็นขี้ฟันเอง แล้ว
อำนาจ...ที่คาดเดาได้ เป็นที่ต
อำนาจ...ที่คาดเดาได้
เป็นที่ตระหนักร่วมกันของมนุษย์ทั่วไปว่า “อำนาจเป็นความชั่วร้ายที่จำเป็น”
มนุษย์มีความจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับความชั่วร้ายที่ว่านี้ ปัญหาคืออย่างไร?
อำนาจเหมือนไฟ ควบคุมไม่ได้ ก็ก่อภัย
อำนาจเหมือนศาสตราวุธ ใช้ไม่เป็น ก็อันตราย
อำนาจเหมือนความมืด ไร้แสงสว่าง ก็หายนะ
หลังจากต้องฉิบหายวายวอด มาตลอดกระแสธารประวัติศาสตร์
มนุษย์ได้เรียนรู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกับความชั่วร้ายที่ชื่อว่า “อำนาจ”
จะให้ใครได้เป็นเจ้าของครอบครองมัน
จะให้ใครเป็นผู้ดูแลใช้สอยมัน
จะติดตามตรวจสอบควบคุมผู้ใช้มันได้อย่างไร
จะเอามันมาคืนเจ้าของอำนาจได้อย่างไร
ทุกคนที่มาอยู่ร่วมกัน ภายใต้องค์อำนาจเดียวกัน
จะต้องเข้าใจร่วมกันอย่างนี้ ต้องตระหนักร่วมกันอย่างนี้
อย่าให้มีอำนาจลึกลับอื่นใด ซุกซ่อนอยู่ในที่ใด นอกจากนี้
เพราะนั่นคือพิษภัย คืออันตราย คือหายนะ
เหมือนกับที่เราปล่อยให้ใครซุกซ่อนอาวุธอันตรายไว้
อำนาจทุกชนิด ต้องเอามากองรวมกันที่กลางลานหมู่บ้าน
โฆษณาให้ผู้คนทั้งหมู่บ้านออกมามุงดูกัน
แล้วประกาศว่า อำนาจทั้งหมดนี้ เป็นของทุกคนในหมู่บ้าน
มีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองคนในหมู่บ้าน
มีไว้เพื่ออำนวยประโยชน์สุขของทุกคนในหมู่บ้าน
ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้จะใช้มัน
ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการควบคุมตรวจสอบผู้ใช้มัน
ให้ทุกคนสามารถเรียกคืนอำนาจมาสู่เจ้าของมันได้
จงสำนึกตระหนักในพิษภัยของอำนาจ ในอันตรายของอำนาจ
จงระมัดระวัง จงควบคุมตรวจสอบ จงใช้สอยมันให้ดี
จงอย่าปล่อยให้มีอำนาจ ที่ไม่สามารถควบคุมคาดเดาได้
วันนี้ผมเพิ่มเติมดัดแปลงนิดหน
วันนี้ผมเพิ่มเติมดัดแปลงนิดหน่อยเป็น แมลงปอ “สีแดง” [color=blue](Revision 1)[/color]
ตามคำเรียกร้องของ "คุณอะตอม" ที่เขาได้มองเรื่องนี้อย่างผู้มีเดียงสา
เพราะการปิดสนามบินมันก็เหมือนปิดบ้านเพือไล่ตีหนู
ก็ไม่แน่ว่าเ้จ้าของบ้านอาจจะำรำคาญหนูจนกระทั่งเผาบ้านเพื่อฆ่าหนู
เจ้าของบ้านเงินเยอะครับปลูกใหม่เมื่อไหร่ก็ไ้ด้ บังเอิญอยากเปลี่ยนแบบพอดี
หรือหนูจะเป็นฝ่ายทำให้ไฟไหม้บ้านอันนี้ก็แล้วแต่ใครจะเชื่อแบบไหน
ที่แน่ๆคือความจริงมันถูกปิดไว้เป็นเรืองปรกติในประเทศไทย
แมลงปอ “สีแดง” [color=blue](Revision 1)[/color]
ลูกเอ๋ย...
เขาเรียกเราว่า “แมลงปอบ้าน”
แต่เราอาศัยอยู่ในท้องทุ่งอันกว้างใหญ่
ลำตัวเรามีสีแดงมีปีกโบยบินเป็นฝูงใหญ่เหนือท้องนา
เป็นโลกเสรีมากมายไม่มีขอบเขต
ลูกเอ๋ย...
เมื่อเจ้ายังเด็ก “น้ำ” ในท้องนานั้นชุบเลี้ยงเจ้าให้เติบใหญ่
เจ้าเคยสัมผัสดิน เจ้าเคยสัมผัส “น้ำ” เจ้าค่อยๆเรียนรู้ต่อสู้ชีวิต
ก่อนนั้นเจ้ายังไม่มีปีก เมื่อเจ้ามีประสบการณ์ชีวิต ปีกจึงงอกขึ้นมา
การสั่งสมประสบการณ์ จึงเหมือนกับการสร้างปีกเพื่อโบยบิน
ลูกเอ๋ย...
โลกนี้ใช่ว่าจะมีเพียงแมลงปอเผ่าพันธุ์ของเราเท่านั้น
แถวที่มีแม่น้ำลำคลองยังมี “แมลงปอยักษ์”
แถวที่มีน้ำตกยังมี “แมลงปอเสือ”
แถวลำธารน้ำใสไหลเย็นยังมี “แมลงปอเข็ม”
ลูกเอ๋ย...
ที่อื่นๆของโลกเขาไม่ได้จัดว่า “แมลงปอเข็ม” (Damselflies) เป็นแมลงปอ
เพราะเขามีลักษณะหลายอย่างแตกต่างออกไปจากแมลงปอ (Dragonfly)
เขาชอบพับปีกเวลาเกาะนิ่ง เขาไม่ชอบที่จะบินสูงล้อลมเล่น
ถึงกระนั้นเขาก็เป็นญาติที่ใกล้ชิดกับเรามากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นใด
ลูกเอ๋ย...
“แมลงปอเข็ม” นั้นบอบบาง และมี “หลากสี”
“แมลงปอเข็ม” นั้นต้องอยู่ในที่ชื้นแฉะสมบูรณ์
“แมลงปอเข็ม” นั้นต้อง “พึ่งพา” ร่มเงาไม้ใหญ่ในป่า
“แมลงปอเข็ม” นั้นไม่เข้าใจความต้องการของเรา
ลูกเอ๋ย...
มีใครเก็บกัก “น้ำ” ไว้ในป่าใหญ่
เราพากันบินเข้าไปในป่าเพื่อเรียกร้องหา “น้ำ”
ไม่รู้เราเรียกร้อง“น้ำ”กับใคร เพราะเรา “มองไม่เห็น” อะไรในป่า
ในป่าใหญ่นั้นร่มเย็น แต่อันตรายและน่าสะพรึงกลัว
ลูกเอ๋ย...
เราขอร้องให้ปล่อย “น้ำ” ทันทีจะได้ไหม ?
แว่วเสียงตอบเบาๆมาไกลๆฟังไม่ชัดและ “มองไม่เห็น”
ประมาณว่าข้าจะปล่อย “น้ำ” ก็ต่อเมื่อข้าพอใจ
เราสับสน เราบินวนไปทั่วป่า เรายังคงเรียกร้องหา “น้ำ”
ลูกเอ๋ย...
“แมลงปอเข็มหลากสี” ในป่าใหญ่รวมตัวขับไล่เรา
“แมลงปอเข็มหลากสี” เขาเห็นเราเป็นตัวประหลาด
“แมลงปอเข็มหลากสี” บอกว่าพวกเราโง่
“แมลงปอเข็มหลากสี” เขาไม่นับญาติกับเรา
ลูกเอ๋ย...
ในป่าใหญ่นั้นโหดร้าย ไม่เห็นคุณค่าชีวิตใดๆ
มีสิ่งที่ “มองไม่เห็น” แอบซุ่มยิงมาจากบนต้นไม้
“แมลงปอสีแดง” ตัวแล้วตัวเล่าร่วงหล่นเป็นใบไม้
ท่ามกลางความชอบใจของ “แมลงปอเข็มหลากสี”
ลูกเอ๋ย...
แมลงปอบางตัวโกรธจัดจนไฟลุก
บินพาเปลวไฟสู่ต้นไม้บางต้นที่รกทึบ
ต้นไม้ที่รกทึบไหม้ไฟไปหลายต้น
เขาบอกเราเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เพียงเราเรียกร้องหา “น้ำ”
[color=blue]ลูกเอ๋ย...
แมลงปอมีไฟนั้นน่าสงสัย
มันเป็นแมลงปอสีดำแต่ดูคล้ายพวกเรา
แมลงปอสีดำไม่ถูกยิงเด็ดหัวเหมือนแมลงปอสีแดง
มิหนำซ้ำดูเหมือนเขาจะมีการยิงคุ้มครองแมลงปอสีดำ
ลูกเอ๋ย...
มันมีสิ่งคล้ายแมลงปอแต่ไม่ใช่ญาติเรา
มันมีปีกใสเขาเรียก “แมลงช้าง” (Lacewings)
มันคล้ายเราแต่มันมีหนวดเหมือนเสาอากาศไว้ควบคุมด้วยรีโมท
ท่ามกลางความชุลมุนมันมุ่งสู่จุดหมายด้วยรีโมทคอนโทรล
ลูกเอ๋ย...
“แมลงช้าง” นั้นไม่ได้เกิดในน้ำเหมือนพวกเรา
มันเกิดบนที่ดอนที่แห้งแล้งที่มีทรายที่มีฝุ่น
มันหัดทำหลุมพรางบนฝุ่นบนทรายมาแต่เด็ก
มันอาจทำหลุมพรางให้เราเป็นเหยื่อนะลูก[/color]
ลูกเอ๋ย...แต่ต่อนี้ไป บ้านเรา “ไม่เหมือนเดิม”
เป็นเรื่องปกติที่ประชาไท
เป็นเรื่องปกติที่ประชาไท จะนำเสนอบทความ หรือ แนวทางเนื้อหาของข่าว เป็นลักษณะนี้ จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสื่อในยุคปัจจุบัน มีอิธิพลอย่างมากในการเสี้ยม ปั่น ปลุกระดม เพราะวิธีการแบบนี้ไม่ต้องลงทุนมาก มีเพียงแค่ ปากกาเป็นอาวุธ ในการยุแยงตะแคงรั่ว ให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกทางความคิด หลักการทหารเขาเรียกว่า การโฆษณาชวนเชื่อ เป้าหมายที่ต้องการเพื่อให้กลุ่มของตนได้เข้ามามีอำนาจอีกครั้ง เมื่อได้อำนาจแล้วก็แสวงหาและบริโภคงบประมาณเช่นกัน คนกลุ่มนี้ถ้าจะให้สอดคล้องควรเรียกว่า นักเลือกตั้ง และ กลุ่มผลประโยชน์ ทำได้ทุกอย่างแม้แต่กระทั่งทำลายชาติตนเอง กรุงศรีอยุธยาแตกก็เพราะมีคนลักษณะนี้มากและมีบทบาททางการเมืองนั่นเอง ข้ออ้างที่ใช้เป็นเครืองมือหากินคือ การเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย บรรดาเหล่าข้าราชการ ทหาร พลเรือน ฯลฯ จะตกเป็นจำเลยตลอด จากการกล่าวหาของนักเลือกตั้งและเครือข่าย แนวร่วมเหล่านี้
เยี่ยมมากค่ะ
เยี่ยมมากค่ะ
คุณHomo
คุณHomo Erectusนี่มีความสามารถรอบด้านจริงๆ ขอแสดงความชื่นชม
คุณน้ำลัด ก็แสดงศักยภาพในเชิงวรรณศิลป์ เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ประชาไทน่าจะลองเปิดเวทีให้คนเหล่านี้ได้แสดงศักยภาพบ้างก็ดี เพราะคงหวังจะเกิดในเวทีอื่นๆได้ยากเต็มทน
ส่วนdoctor J คนที่เขียนไม่ค่อยรู้เรื่อง ขอเป็นฝ่ายแอบชื่นชมอยู่ข้างๆเวทีเงียบๆ(ขอแอบอมยิ้มคนเดียวก็พอแล้ว)
[i][b]พูดถึง24 มิถุนายน 2475 แล้ว ความรู้สึกของผมตอนนี้ มันเหมือนคนเยี่ยวไม่สุด อาจจะด้วยสาเหตุว่า ไม่มีกำลังมากพอจะ"เยี่ยว"ให้สุด หรือด้วยนิสัยของการประนีประนอม, รอมชอม, ไม่อยากปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ หรืออะไรก็สุดจะทราบได้ เอาเป็นว่าการเยี่ยวไม่สุดครั้งนั้น ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่อต่อมลูกหมากและกระเพาะปัสสาวะเรื่อรังต่อมาอีกหลายสิบปี ทุกวันนี้เวลาเยี่ยวก็ยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทุกครั้ง เพราะปัสสาวะมันเป็นพิษ จึงทำให้ผมคิดถึงคณะราษฎรทุกครั้งเวลา"เยี่ยว"
ไม่ได้อยากชี้นิ้วว่าเป็นความผิดทั้งหมดของคณะราษฎร เพราะประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ ไม่มีใครแก้ไขมันได้ แต่กระนั้นก็ยังมีคนพยายามบิดเบือนมันมาตลอด นัยว่าประวัติศาสตร์ของวันที่ 24 มิถุนา มันแสลงหัวใจใครต่อใครหลายคนนัก เอาเป็นว่าขอขอบคุณในความพยายามสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของคณะก่อการ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของคนรุ่นปัจจุบันที่จะพยายาม"เยี่ยว"ให้สุดเอาเอง แม้ว่าจะลำบากมากกว่าเดิมมากมายนั่ก เพราะปัสสาวะที่คั่งมานานๆมันเป็น"พิษ"มากกว่าเดิมหลายสิบเท่า[/b][/i]
หมายเหตุ โปรดอย่าได้คิดว่า"เยี่ยว"เป็นคำหยาบเลยครับ ลองอ่านด้วยใจเป็นกลางแล้วจะเห็นว่ามันได้อารมณ์กว่าที่ผมจะเขียนด้วยคำว่าปัสสาวะอยู่โข แฮ่ๆ
คนไทย
[quote=คนไทย]เป็นเรื่องปกติที่ประชาไท จะนำเสนอบทความ หรือ แนวทางเนื้อหาของข่าว เป็นลักษณะนี้ จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสื่อในยุคปัจจุบัน มีอิธิพลอย่างมากในการเสี้ยม ปั่น ปลุกระดม เพราะวิธีการแบบนี้ไม่ต้องลงทุนมาก มีเพียงแค่ ปากกาเป็นอาวุธ ในการยุแยงตะแคงรั่ว ให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกทางความคิด หลักการทหารเขาเรียกว่า [color=blue]การโฆษณาชวนเชื่อ[/color] เป้าหมายที่ต้องการเพื่อให้กลุ่มของตนได้เข้ามามีอำนาจอีกครั้ง เมื่อได้อำนาจแล้วก็แสวงหาและบริโภคงบประมาณเช่นกัน คนกลุ่มนี้ถ้าจะให้สอดคล้องควรเรียกว่า นักเลือกตั้ง และ กลุ่มผลประโยชน์ ทำได้ทุกอย่างแม้แต่กระทั่งทำลายชาติตนเอง กรุงศรีอยุธยาแตกก็เพราะมีคนลักษณะนี้มากและมีบทบาททางการเมืองนั่นเอง ข้ออ้างที่ใช้เป็นเครืองมือหากินคือ การเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย บรรดาเหล่าข้าราชการ ทหาร พลเรือน ฯลฯ จะตกเป็นจำเลยตลอด จากการกล่าวหาของนักเลือกตั้งและเครือข่าย แนวร่วมเหล่านี้[/quote]
อันที่จริง Propaganda นั้นมันมีอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาอยู่แ้ล้วเพื่อรักษาอำนาจแห่งตน
แล้วมันก็มีอภิมหา Propaganda เพื่อขับไล่ทักษิณ
หลังจากที่ขับไล่ทักษิณแล้ว
ผู้คนในประชาไทรู้สึกว่าเราเสียอะไรไปในบางสิ่ง
และจะสูญเสียหลายสิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้คนในประชาไทเพียงพยายามตามหาสิ่งต่างๆที่หายไป
ก่อนที่มันจะจากไปอย่างถาวร
ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสตามหามันอีก
ผู้คนในประชาไทหลายๆคนไม่ได้ตามหาทักษิณ
หากแต่ิยินดีที่ััทักษิณจากไป
ผู้คนในประชาไทกำลังตามหาสิ่งที่ดี่กว่าทักษิณ
แต่ผู้คนในประชาไทไม่ต้องการสิ่งที่ถูกยัดเยียดให้
มันเหมือนอสรพิษที่จ้องทำร้ายปวงชนหากใครเดินไปเหยียบหางของมัน
ผมไม่มีโอกาสรู้หรอกว่าจริงๆแล้วกรุงศรีอยุธยาแตกเพราะอะไร ประวัติศาสตร์มันเป็นของผู้ชนะเสมอ
แต่ผมมีโอกาสรู้ว่ากรุงรัตนโกสินทร์อาจจะแตก เพียงเพราะความหวาดระแวงที่จะสูญสียอำนาจแห่งตน
Power of
Power of Propaganda
ผมเศร้าใจทุกครั้งที่ 24 มิถุนายน เวียนมา
ผมเศร้าใจทุกครั้งที่เห็นเลข 2475
คนกลุ่มหนึ่งต้องออกแรง ออกความคิด เสี่ยงชีวิตแลกมาเพื่อคนรุ่นหลัง
แต่นับวัน 2475 ยิ่งดูเลือนลางลงไปเรื่อยๆ จะเหลือสักกี่คนรู้ความหมาย
คนไทยกำลังพ่ายแพ้ต่ออำนาจของ Propaganda
ตั้งแต่ผมเกิดมาลืมตาดูเมืองไทย ผมก็เจอ Propaganda แล้ว
ผมไม่เคยรู้สึกถึงอำนาจของมันเลย แต่กลับรู้สึกเป็นส่วนหนึงในชีวิตประจำวัน
อำนาจของ Propaganda นั้นสามารถทำให้อำนาจการปกครองแปรเปลี่ยนได้
2475 นั้นต้องการให้อำนาจของปวงชนสู่ปวงชน
ก่อน 2475 นั้นอำนาจอยู่ที่ใด ?
ผมรู้สึกได้ว่า เมืองไทยกำลังนับเลขถอยหลังเพื่อย้อนเวลากลับไปก่อนปี 2475
ผมไม่ต้องการกล่าวโทษคนไทยคนใดเลย ในเมื่อเขาต้องการเช่นนั้น ผมได้แต่เพียงเศร้าใจ
น้ำลัด wrote:คนไทย
[quote=น้ำลัด][quote=คนไทย]เป็นเรื่องปกติที่ประชาไท จะนำเสนอบทความ หรือ แนวทางเนื้อหาของข่าว เป็นลักษณะนี้ จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสื่อในยุคปัจจุบัน มีอิธิพลอย่างมากในการเสี้ยม ปั่น ปลุกระดม เพราะวิธีการแบบนี้ไม่ต้องลงทุนมาก มีเพียงแค่ ปากกาเป็นอาวุธ ในการยุแยงตะแคงรั่ว ให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกทางความคิด หลักการทหารเขาเรียกว่า [color=blue]การโฆษณาชวนเชื่อ[/color] เป้าหมายที่ต้องการเพื่อให้กลุ่มของตนได้เข้ามามีอำนาจอีกครั้ง เมื่อได้อำนาจแล้วก็แสวงหาและบริโภคงบประมาณเช่นกัน คนกลุ่มนี้ถ้าจะให้สอดคล้องควรเรียกว่า นักเลือกตั้ง และ กลุ่มผลประโยชน์ ทำได้ทุกอย่างแม้แต่กระทั่งทำลายชาติตนเอง กรุงศรีอยุธยาแตกก็เพราะมีคนลักษณะนี้มากและมีบทบาททางการเมืองนั่นเอง ข้ออ้างที่ใช้เป็นเครืองมือหากินคือ การเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย บรรดาเหล่าข้าราชการ ทหาร พลเรือน ฯลฯ จะตกเป็นจำเลยตลอด จากการกล่าวหาของนักเลือกตั้งและเครือข่าย แนวร่วมเหล่านี้[/quote]
อันที่จริง Propaganda นั้นมันมีอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาอยู่แ้ล้วเพื่อรักษาอำนาจแห่งตน
แล้วมันก็มีอภิมหา Propaganda เพื่อขับไล่ทักษิณ
หลังจากที่ขับไล่ทักษิณแล้ว
ผู้คนในประชาไทรู้สึกว่าเราเสียอะไรไปในบางสิ่ง
และจะสูญเสียหลายสิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้คนในประชาไทเพียงพยายามตามหาสิ่งต่างๆที่หายไป
ก่อนที่มันจะจากไปอย่างถาวร
ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสตามหามันอีก
ผู้คนในประชาไทหลายๆคนไม่ได้ตามหาทักษิณ
หากแต่ิยินดีที่ััทักษิณจากไป
ผู้คนในประชาไทกำลังตามหาสิ่งที่ดี่กว่าทักษิณ
แต่ผู้คนในประชาไทไม่ต้องการสิ่งที่ถูกยัดเยียดให้
มันเหมือนอสรพิษที่จ้องทำร้ายปวงชนหากใครเดินไปเหยียบหางของมัน
ผมไม่มีโอกาสรู้หรอกว่าจริงๆแล้วกรุงศรีอยุธยาแตกเพราะอะไร ประวัติศาสตร์มันเป็นของผู้ชนะเสมอ
แต่ผมมีโอกาสรู้ว่ากรุงรัตนโกสินทร์อาจจะแตก เพียงเพราะความหวาดระแวงที่จะสูญสียอำนาจแห่งตน[/quote]
ผมยอมรับความคิดเห็นของคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งที่แสดงความเห็นเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะนี่คืออุดมการณ์ที่น่ายกย่อง แต่คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามีกลุ่มที่เข้ามาร่วมเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและของกลุ่มเช่นกัน โดยใช้การเคลื่อนไหวของประชาชนที่บริสุทธุ์ใจเป็นเหยื่อ ใช้ประชาชนเหล่านี้เป็นเครืองมือ ประเด็นนี้ต่างหากที่ผมเห็นต่าง มันเหมือนกับการเตะหมูเข้าปากหมานั่นเอง เพราะนักเลือกตั้งเหล่านี้มิได้มีอุดมการณ์อะไรเลยเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ล้วนๆ ผมข้องใจถ้าจะปฏิรูปการเมืองเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริงย่อมทำได้ แต่คุณคิดหรือว่าถ้าเขาได้อำนาจไปแล้วเขาจะทำ ผมมองว่าไม่มีทางหรอกครับที่พวกเขาจะเข้าไปแก้กฏหมายริดรอรสิทธิ์ของตนเอง เชื่อว่ามีแต่จะเข้าไปแก้กฏหมายที่เอื้อประโยชน์ของตนเองและกลุ่มทุนที่สนับสนุนเท่านั้นเอง คุณไปดูหน้า สส ในสภาซิครับหน้าเดิมๆทั้งนั้น มีนายทุนหนุนหลัง แล้วประชาชนจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร ก็ในเมื่อกลุ่มทุน นักเลือกตั้ง และข้าราชการระดับสูง ยังครอบงำการเมืองไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ดังนั้นผมจึงเห็นว่าควรแก้ที่ต้นเหตุคือการให้การศึกษากับประชาชนมากขึ้น ชี้ให้ประชาเหล่านั้นรักษาสิทธิ์ของตนเอง อย่าให้คนชั่วมาชี้นำได้เท่านั้นเอง
doctor J wrote: หมายเหตุ
[quote=doctor J]
หมายเหตุ โปรดอย่าได้คิดว่า"เยี่ยว"เป็นคำหยาบเลยครับ ลองอ่านด้วยใจเป็นกลางแล้วจะเห็นว่ามันได้อารมณ์กว่าที่ผมจะเขียนด้วยคำว่าปัสสาวะอยู่โข แฮ่ๆ[/quote]
สำหรับผมแล้วผมไม่เคยรู้สึกว่า "เยี่ยว" จะเป็นคำหยาบแต่อย่างใด
หากแต่เป็นคำไทยแท้ที่ใช้กันมานาน น่าจะเกิน ๗ ชั่วโคตรแ้ล้ว
"ปัสสาวะ" ดูจะเป็นคำศัพท์ต่างประเทศสมัยโบราณ บัญญัติขึ้นเมื่อใดผมไม่ได้สนใจ
แต่จุดประสงค์คงจะเอาไว้แยกแยะระหว่าง"ผู้ดีั" กับ "ไพร่" ประมาณว่า "วาจาส่อสกุล"
แต่คำนี้ใครๆก็คงถูกคุณครูบังคับให้ใ้ช้กันมา ตั้งแต่ชั้นอนุบาลแล้วมั้ง
แต่จนป่านนี้ผมก็ัยังรู้สึกว่ามัน กระแดะ-กระแดะ ยังไงพิกล
และรู้สึกว่าทำไมภาษาไทยใช้ศัพท์เปลืองจัง
ไอ้ศัพท์ที่สมควรมีบางทีก็ไม่เห็นจะมี
แต่ศัพท์พื้นๆแบบนี้กลับสร้างให้เป็นสองมาตรฐาน...เซ็ง
คนไทย
[quote=คนไทย]
ผมยอมรับความคิดเห็นของคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งที่แสดงความเห็นเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะนี่คืออุดมการณ์ที่น่ายกย่อง แต่คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามีกลุ่มที่เข้ามาร่วมเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและของกลุ่มเช่นกัน โดยใช้การเคลื่อนไหวของประชาชนที่บริสุทธุ์ใจเป็นเหยื่อ ใช้ประชาชนเหล่านี้เป็นเครืองมือ ประเด็นนี้ต่างหากที่ผมเห็นต่าง มันเหมือนกับการเตะหมูเข้าปากหมานั่นเอง เพราะนักเลือกตั้งเหล่านี้มิได้มีอุดมการณ์อะไรเลยเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ล้วนๆ ผมข้องใจถ้าจะปฏิรูปการเมืองเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริงย่อมทำได้ แต่คุณคิดหรือว่าถ้าเขาได้อำนาจไปแล้วเขาจะทำ ผมมองว่าไม่มีทางหรอกครับที่พวกเขาจะเข้าไปแก้กฏหมายริดรอรสิทธิ์ของตนเอง เชื่อว่ามีแต่จะเข้าไปแก้กฏหมายที่เอื้อประโยชน์ของตนเองและกลุ่มทุนที่สนับสนุนเท่านั้นเอง คุณไปดูหน้า สส ในสภาซิครับหน้าเดิมๆทั้งนั้น มีนายทุนหนุนหลัง แล้วประชาชนจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร ก็ในเมื่อกลุ่มทุน นักเลือกตั้ง และข้าราชการระดับสูง ยังครอบงำการเมืองไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ดังนั้นผมจึงเห็นว่าควรแก้ที่ต้นเหตุคือการให้การศึกษากับประชาชนมากขึ้น ชี้ให้ประชาเหล่านั้นรักษาสิทธิ์ของตนเอง อย่าให้คนชั่วมาชี้นำได้เท่านั้นเอง[/quote]
จริงๆผมอยากให้ใครต่อใครมองนักการเมืองที่ดูดีกว่านี้
ถึงเราจะหนีไปอีกระบอบหนึ่ง คิดหรือว่าจะพ้นจากนักการเมืองเหล่านี้ได้
สมมุติว่ามีการคืนพระราชอำนาจ กลับไปปกครองแบบราชาธิปไตย
ถามว่า "ใคร" จะเป็นผู้ตัดสินว่าใครดีไม่ดี ไม่มีทางที่คนๆเดียวจะรู้แจ้งทุกสิ่ง
จะมีเพียงคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าใครดีไม่ดี
แต่ประชาชนไม่มีโอกาสเลือก ไม่มีโอกาสตัดสิน ว่าใครดีไม่ดี
แล้วเราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าเขาเอากฎเกณฑ์อะไรมาตัดสิน แล้วตัดสินถูกต้องไหม
[b]ผมว่าเหล่านักการเมืองเขาทำความดีให้คนกลุ่มหนึ่งประจักษ์
มันง่ายกว่าการทำความดีให้คนหมู่มากประจักษ์เป็นไหนๆ[/b]
สุดท้าย "คนดี" ก็จะเป็นนักการเมืองหน้าเดิมๆที่เห็นกันนี่แหละ
เขาก็เพียงแปลงกายเป็นคนดี แปลงกายเป็นอำมาตย์
สุดท้ายก็จะได้ระบบส่งส่วย ระบบประจบสอพลอเต็มบ้านเต็มเมือง
ถึงแม้เราจะมีพระราชาที่ดีที่สุดในโลก แต่ก็ยากจะยับยั้งสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น
เพราะสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นมันจะเกิดจากจุดอ่อนของระบบ
มันไมได้เกิดขึ้นเพราะพระราชาจะดีหรือจะเลว
แล้วถ้าหากเอาส.ส.หน้าเดิม-หน้าใหม่มาวัดระดับความเป็นประชาธิปไตย
เราจะพบว่ากรุงเทพฯมีส.ส.หน้าใหม่มากที่สุด
ในขณะที่ภาคใต้มีส.ส.หน้าเดิมมากที่สุด
ก็ลองจินตนาการเอาเองก็แล้วกัน
ถ้าเราจะดูเรื่องของคอรัปชั่น
เราก็คงพบว่าทุกภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพฯมีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
ถ้าเราจะดูเรื่องของอิทธิพล
เราก็คงพบว่าทุกภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพฯมีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
[b]"นักการเมืองเลว"[/b] เป็นเพียง [b]"หลุมพรางทางความคิด"[/b] เพื่อการเบี่ยงเบนอำนาจก็เท่านั้น
เมื่อกี้ลืมใส่ชื่อครับ... คนไ
เมื่อกี้ลืมใส่ชื่อครับ...
[quote=คนไทย]
ผมยอมรับความคิดเห็นของคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งที่แสดงความเห็นเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะนี่คืออุดมการณ์ที่น่ายกย่อง แต่คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามีกลุ่มที่เข้ามาร่วมเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและของกลุ่มเช่นกัน โดยใช้การเคลื่อนไหวของประชาชนที่บริสุทธุ์ใจเป็นเหยื่อ ใช้ประชาชนเหล่านี้เป็นเครืองมือ ประเด็นนี้ต่างหากที่ผมเห็นต่าง มันเหมือนกับการเตะหมูเข้าปากหมานั่นเอง เพราะนักเลือกตั้งเหล่านี้มิได้มีอุดมการณ์อะไรเลยเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ล้วนๆ ผมข้องใจถ้าจะปฏิรูปการเมืองเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริงย่อมทำได้ แต่คุณคิดหรือว่าถ้าเขาได้อำนาจไปแล้วเขาจะทำ ผมมองว่าไม่มีทางหรอกครับที่พวกเขาจะเข้าไปแก้กฏหมายริดรอรสิทธิ์ของตนเอง เชื่อว่ามีแต่จะเข้าไปแก้กฏหมายที่เอื้อประโยชน์ของตนเองและกลุ่มทุนที่สนับสนุนเท่านั้นเอง คุณไปดูหน้า สส ในสภาซิครับหน้าเดิมๆทั้งนั้น มีนายทุนหนุนหลัง แล้วประชาชนจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร ก็ในเมื่อกลุ่มทุน นักเลือกตั้ง และข้าราชการระดับสูง ยังครอบงำการเมืองไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ดังนั้นผมจึงเห็นว่าควรแก้ที่ต้นเหตุคือการให้การศึกษากับประชาชนมากขึ้น ชี้ให้ประชาเหล่านั้นรักษาสิทธิ์ของตนเอง อย่าให้คนชั่วมาชี้นำได้เท่านั้นเอง[/quote]
จริงๆผมอยากให้ใครต่อใครมองนักการเมืองที่ดูดีกว่านี้
ถึงเราจะหนีไปอีกระบอบหนึ่ง คิดหรือว่าจะพ้นจากนักการเมืองเหล่านี้ได้
สมมุติว่ามีการคืนพระราชอำนาจ กลับไปปกครองแบบราชาธิปไตย
ถามว่า "ใคร" จะเป็นผู้ตัดสินว่าใครดีไม่ดี ไม่มีทางที่คนๆเดียวจะรู้แจ้งทุกสิ่ง
จะมีเพียงคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าใครดีไม่ดี
แต่ประชาชนไม่มีโอกาสเลือก ไม่มีโอกาสตัดสิน ว่าใครดีไม่ดี
แล้วเราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าเขาเอากฎเกณฑ์อะไรมาตัดสิน แล้วตัดสินถูกต้องไหม
[b]ผมว่าเหล่านักการเมืองเขาทำความดีให้คนกลุ่มหนึ่งประจักษ์
มันง่ายกว่าการทำความดีให้คนหมู่มากประจักษ์เป็นไหนๆ[/b]
สุดท้าย "คนดี" ก็จะเป็นนักการเมืองหน้าเดิมๆที่เห็นกันนี่แหละ
เขาก็เพียงแปลงกายเป็นคนดี แปลงกายเป็นอำมาตย์
สุดท้ายก็จะได้ระบบส่งส่วย ระบบประจบสอพลอเต็มบ้านเต็มเมือง
ถึงแม้เราจะมีพระราชาที่ดีที่สุดในโลก แต่ก็ยากจะยับยั้งสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น
เพราะสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นมันจะเกิดจากจุดอ่อนของระบบ
มันไมได้เกิดขึ้นเพราะพระราชาจะดีหรือจะเลว
แล้วถ้าหากเอาส.ส.หน้าเดิม-หน้าใหม่มาวัดระดับความเป็นประชาธิปไตย
เราจะพบว่ากรุงเทพฯมีส.ส.หน้าใหม่มากที่สุด
ในขณะที่ภาคใต้มีส.ส.หน้าเดิมมากที่สุด
ก็ลองจินตนาการเอาเองก็แล้วกัน
ถ้าเราจะดูเรื่องของคอรัปชั่น
เราก็คงพบว่าทุกภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพฯมีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
ถ้าเราจะดูเรื่องของอิทธิพล
เราก็คงพบว่าทุกภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพฯมีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
[b]"นักการเมืองเลว"[/b] เป็นเพียง [b]"หลุมพรางทางความคิด"[/b] เพื่อการเบี่ยงเบนอำนาจก็เท่านั้น
คุณHomo Erectus
คุณHomo Erectus ร่ำรวยความคิด
และภาษาไทยเขาแตกฉานมากมาย
ร้อยแก้วแบบที่คุณน้ำลัดเขียน
เปรียบเทียบได้เห็นภาพ เก่งจัง
The shape of the poem is
The shape of the poem is similar to the monument.
Thanks for Your Nice work,
A nice read.
(Last 3 syllables on line 12,...needs helps)
ขอบคุณทุกความเห็นที่ยังเห็นคว
[i]ขอบคุณทุกความเห็นที่ยังเห็นความสำคัญของวันคล้ายวันที่คล้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เสียดายที่เป็นแค่การต่อรองแบ่งส่วนอำนาจ แต่อย่างน้อยก็เป็นการต่อรองบนplatformของระบอบประชาธิปไตย
นัยทางประวัติศาสตร์ของคณะราษฎรคงจะไม่เป็นที่สบอารมณ์ของอำมาตยาธิปไตย จึงพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง และลดความสำคัญของวันนี้ลง จากที่เคยเป็นวันชาติ ก็กลายเป็นแค่วันเฮงซวยวันนึงของคนไทยเท่านั้น จากผู้ที่นำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง มาเป็นกลุ่มเด็กดื้อเอาแต่ใจ ชิงสุกก่อนห่าม
ยิ่งประสานเข้ากับการต่อสู้เพื่อข่วงชิงพื่นที่การเมืองในบริบทปัจจุบัน ยิ่งทำให้เห็นความอำมหิตของเหล่าอำมาตย์ที่รังเกียจการเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุด การต่อสู้เรียกร้องสิทธิทางการเมืองจึงต้องกลายเป็นการก่อการร้าย, สมุนทุนสามานย์ ส่วนการยิึิดทำเนียบ, ยึดสนามบิน ทำลายนิติรัฐด้วยการบิดเบือนกฏหมาย ถูกขนานนามว่า"ก่อการดี" "กู้ชาติ" ฯลฯ
หลวงประดิษฐมนูธรรม หากยังมีลมหายใจ คงจะต้องไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมืองไทย หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเกิือบแปดสิบปี [b] ทุกอย่างดูเหมือนกับว่าประเทศนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองใดๆเลยสักนิด[/b][/i]
อาจหลอกคนทั้งโลกในบางครั้งแต่
อาจหลอกคนทั้งโลกในบางครั้งแต่หลอกไม่ได้ตลอดกาล
อาจหลอกบางคนได้ตลอดกาลแต่ไม่ใช่หลอกได้ทุกคน*
""""""""""""""""""คนไทยโชคดีไ
""""""""""""""""""คนไทยโชคดีได้อภิสิทธิ์เป็นนายก""""""........พลเอกเปรมพูด...
...........................................................................................
..........................................๑......................................
............
...........ครั้ง14 ตุลาข้ายังโง่.................6 ตุลาข้าปล่อยโฮโอสยาม
พฤษภาทมิฬสิ้นนิยาม..........................ถามคำถามสุดท้ายไทยใช่พุทธ
พุทธศาสนาอารามทุกคามเขต.................ปลงสังเวชเหตุก่อไม่บริสุทธิ์
อันกิเลสตัณหาพามนุษย์.......................เจ้ายื้อยุดสุดกำลังนั่งเหนือกัน
เพราะการนั่งเหนือกันมันนำมา..................ซึ่งอำนาจวาสนาถ้าใฝ่ฝัน
การเป็นคนเหนือคนดิ้นรนดัน....................ตำแหน่งนั้นนั่งเก้าอี้มีตัวเดียว
ถ้ามาจากกิเลสตัณหาพามานั่ง.................มิได้ดังกติกาพาหวาดเสียว
มาจากลับลวงพรางทางคดเคี้ยว...............เข้าทางเขี้ยวขาวฟัดสัตว์นรก
............พนมมือมโนคิดอธิษฐาน............เก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบก
ได้คนดีมีเมตตามายอยก.......................อย่าได้วกวนหลงในวงจร
แต่เหตุการณ์ผ่านมาน่าตระหนก................สัตว์นรกฉกกัดชัดสังหรณ์
หลายเดือนก่อนหน้าเอยเคยฝากกลอน.........ประมาณตอนกุมภา 53 นี้
ให้รีบยุบสภาอย่าติดยึด.........................เขาค่อนพฤติกรรมต่ำศักดิ์ศรี
เบี้ยยังชีพคนชราทั่วธานี........................คุณน่ามีแล้วคะแนนแสนล้านทิศ
............เหมือนเป่าปี่ให้ควายฟังไปทั้งนั้น...............พวกคุณมันเสียสติอภิสิทธิ์
สองปีซ้ำซ้อน ๆ ย้อนพินิจ......................ใครพูดผิดพูดใหม่...ไทยโชคดี...
สงกรานต์เลือดเดือดมาปี 52 ..................ตามมานอง 2553 งามหน้าหนี
ใครพูดผิดพูดใหม่ได้อีกที.......................แต่อย่ามีอีกดีกว่าอย่าพูดเลย..........
............................๒.หลังอ่านคำพิพากษา.........................................
.............
............ประเทศนี้มีทุกข์มาแล้วหนัก.........เพราะไอ้ฟักถูกผลักไปให้นั่งเฉย
ลิ้นพันกันดันติดอ่างอยู่อย่างเคย................ครูใหญ่เอ่ยอะไรไอ้ฟักฟัง.............
แต่วันนี้มีไอ้ฟักตั้งหลักแล้ว......................มันเริ่มแซวครูใหญ่มือไขว้หลัง
ไอ้ฟักใส่เสื้อแดงแสดงพลัง......................ปืนใครปังปังโป้งเอาโลงมา.....
มีใครเล่าไม่เข้าโลงโล่งโล่งนั่น.................แม้ว่าวันนี้ไม่เข้าแต่คราวหน้า
กฎพญายมราชทุกมาตรา...........................เตรียมขื่อคาใส่คอฆาตกร.
............................๓.การเปลี่ยนแปลง ๒๔.มิถุนายน..๒๕๕๓.............
.............
............นิทรรศการที่ศูนย์การค้าสยาม.......ใบหน้างามยามยิ้มพิมพ์หลอกหลอน
กลับมาแล้วรอยยิ้มทิ่มไชชอน...................ถ้อยคำค่อนหอนเห่าเหากระเด็น
.............หลัง 19 พฤษภา 2553 ..............ภาพงดงามตามไปดูให้รู้เห็น
ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดประเด็น....................ทัวร์สเปนเย็นใจไปด้วยกัน
ไปด้วยกันทั่นรัฐมนตรีมีโครงการ.................หลังสำเร็จเหน็ดเหนื่อยงานผ่านคับขัน
อภิปรายไม่ไว้วางใจไร้อัศจรรย์....................เก้าอี้มั่นคงแน่นแสนเบิกบาน
เก้าอี้ใหญ่ในจังหวัดจัดผู้ว่า..ฯ......................ใครบัญชามาจากไหนไปสืบสาน
ใช้ดูแลแก้เกมส์เม้มหัวงาน...........................มหาดไทยให้ทานบ้านเมืองเรา
ไปดูงานใช้เงินกู้ดูสเปน............................ไปเดินเล่นเย็นจังหลังงานเผา
ทั้งเผาบ้านเมืองจบศพเกลี้ยงเกลา...............หาที่เบาเนื้อเบาตัวกลั้วแกล้มไวน์
...........กระทรวงมหาดไทยไปปีนี้...............เขาว่ามีมากกรุ๊ปจุ้ปไม่ไหว
งบประมาณมันนี่มีให้ไป.............................โครงการไทยเข้มแข็งแรงโหดร้าย
หลายคณะนายก อบจ. .............................รมช.บุญจงชงให้จ่าย
ภูมิใจไทยส่งให้จรไปผ่อนคลาย...................หลังล้มตายกระหายเหยื่อคนเสื้อแดง
สมคบกันบัญชาการบริหารประเทศ...............จังหวัดเขตเทศบาลหมู่บ้านแขวง
ทั้งผู้ว่า..นายก อบจ.ส่อสำแดง.....................คะแนนแรงแซงเข้าวินถิ่นตำบล
ไปดูงานผ่านเมืองเรื่องบริหาร......................มาใช้งานฐานข้อมูลศูนย์สับสน
พักโรงแรม....5.... ดาวอ้าวไม่จน.................เงินกู้ล้นมือไม้สบายจัง
...........24 มิถุนา 2553.........................อย่าผลีผลามตามไปดูรู้กระหัง
ขยับปีกหลีกบินจากรวงรัง...........................ถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่งมันยังบิน.........
รำลึกคณะราษฎร......................................ไม่กระฉ่อนถอนใจในผกผิน
หลัก 6 ประการผ่านยลยิน..........................ยังดีดดิ้นโดดเต้นเล่นลวงตา.
ประชาธิปัตย์นามนัย ระฤกได้
ประชาธิปัตย์นามนัย ระฤกได้ แต่ใดมา
จึ่งเป่งบุญ บีรมา ผ่ายพล่าน
บาญละเบ็ง วิญญ์ทมะ วิทธะ วิถี
รำยิยัติ สะบัดบั้น ปั้นปลด กฎระบิล
Kannika Rachaprarop
[quote=Kannika Rachaprarop]ประชาธิปัตย์นามนัย ระฤกได้ แต่ใดมา
จึ่งเป่งบุญ บีรมา ผ่ายพล่าน
บาญละเบ็ง วิญญ์ทมะ วิทธะ วิถี
รำยิยัติ สะบัดบั้น ปั้นปลด กฎระบิล[/quote]
แก้ไขคำผิดค่ะ
********
ประชาธิปัตย์นามนัย....ระฦกได้ กระไรนา
จึ่ง เป่งบุญญ์ บีฑา.....พ่าย ผ่าน
ละเบ็งบาล วิญญ์ทมะ..วิทธะ วิถี
รำยิยัติ สะบัดบั้น........ปั้นปลด กฎระบิล ฯ
***************************
Kannika Rachaprarop
[quote=Kannika Rachaprarop]
********
ประชาธิปัตย์นามนัย....ระฦกได้ กระไรนา
จึ่ง เป่งบุญญ์ บีฑา.....พ่าย ผ่าน
ละเบ็งบาล วิญญ์ทมะ..วิทธะ วิถี
รำยิยัติ สะบัดบั้น........ปั้นปลด กฎระบิล ฯ
***************************[/quote]
Democrats,by called,beyond won-named,
More merits been claimed by bleed,
Rulerist roar aflame firing affray,
Damned all dismayed at his, loose footed-flaw law.
***************************
Es liegen Wald und
Es liegen Wald und Heide
มันแอบแฝงอยู่ในป่าและชนเถื่อน
im stillen Sonnenschein
เงียบงันในระยิบแดด
Wir haetten gerne Friden ;
เราปรารถนาสันติภาพ
doch ist es nicht beschieden,
ก็ไม่มีการยอมจำนน
gestritten soll es sein.
การขัดแย้งจึงต้องชำระ
Nun gilt es zu merschieren
แล้วการแก้ปัญหาก็เหยียบย่างก้าว
in festem Schritt und Tritt;
ตบเท้าแน่นพรึบพาเหรดขบวน
d
er Krieg ist losgelassen,
สงครามลงมืออย่างใจเย็น
er schreitet durch die Gassen,
คืบคลานสู่ทุกตรอกซอกซอย
er nimmt uns alle mit !
มันหิ้วเราทุกคนพ่วงไปด้วย