ขาวเนียนได้ภายในเจ็ดวัน

 

จำได้ว่าคำขวัญทางการเมืองคำขวัญหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย กล่าวไว้ว่า "แมวเหมียวสีไหน ขอให้จับหนูได้ก็พอ ..."
 
ฮ่าๆ แต่เผอิญคนจำนวนไม่น้อยนั้นไม่ใช่หนู หรือถึงแม้จะถูกมองว่าเป็นหนู ก็ไม่ใช่หนูง๊องแง๊ง แมวก็เลยจับไม่ค่อยจะได้ ...
 
แถมหนูยังจับไต๋แมวได้อีกต่างหาก
 
นิทานเรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า หนูสีอะไรก็รู้ว่าแมวสีอะไรก็คือแมววันยังค่ำ ...
 
เกริ่นเรื่องซะยาวเช่นนี้ ก็ขออภิปรายประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจอยู่สักสามเรื่อง ท่ามกลางบรรยากาศการเผชิญหน้าทางการเมืองที่ดำเนินอยู่
 
ประการหนึ่ง กรุงเทพไม่ใช่ประเทศไทย และคนกรุงเทพก็ไม่ได้เป็นเจ้าของกรุงเทพ
 
คนทั้งประเทศก็เป็นเจ้าของกรุงเทพฯ เท่ากับที่คนกรุงเทพฯก็เป็นเจ้าของที่อื่นๆด้วยนั่นแหละครับ
 
เรื่องนี้ต้องเข้าใจให้ชัด เพราะในแต่ละวัน กรุงเทพฯนั้นก็อยู่ได้ด้วยคนต่างจังหวัดอยู่แล้ว เวลาจะทำข่าวก็ต้องนุ่มนวลกันสักนิด อย่า "ม่วง" ให้มากนักครับ
 
ลองคิดในทางตรงข้ามว่า มาโวยวายว่าคนต่างจังหวัดเข้ามาวุ่นวายในกรุงเทพฯ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ คำถามก็คือถ้าลองคิดในทางตรงกันข้ามว่า ถ้าคนต่างจังหวัดเขาออกไปหมดบ้างหล่ะ กรุงเทพฯจะอยู่ยังไง จะอยู่กับแรงงานต่างด้าวไหวไหมครับ
 
จำไว้ว่าเมื่อพูดถึงเมือง ในทางภูมิศาสตร์ เรากำลังสนใจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับพื้นที่โดยรอบเสมอ เพราะเมืองดูดความมั่งคั่งมาจากพื้นที่โดยรอบเสมอ
           
ประการที่สอง มายาคติเรื่องของ "พลังเงียบ" ที่เป็นเสียงข้างมากนั้นไม่น่าจะเป็นความจริงสักเท่าไหร่
 
ไม่ใช่ว่าพลังเงียบไม่มี แต่พลังเงียบนั้นอาจจะเป็นกองเชียร์ของทางเสื้อแดงก็ได้ ดังนั้นต้องระวังว่าการพูดถึงพลังเงียบว่าเป็นเสียงข้างมากที่คิดตรงกับสื่อ เพราะอาจส่งผลต่อความรู้สึกของพลังเงียบมากขึ้นก็ได้ (เพราะเขามีสื่อของเขา)
 
เช่นนี้แล้วการเล่นข่าวเรื่องพลังเงียบอาจสร้างความรู้สึกที่ตรงข้ามกับความมุ่งหมายของสื่อที่ยังเชื่อว่าตนเป็นสื่อของมวลชนนั่นแหละครับ
 
ประการที่สาม เราเคยวิตกว่าประเทศไทยนั้นมีกีฬาสี ระหว่างเหลืองกับแดง หรือแดงเจอกับน้ำเงิน
 
แต่วันนี้เรากำลังเจอกับกลุ่ม "สีตก" ที่ "เนียน" เข้ามาในการเคลื่อนไหว และชิงพื้นที่สื่อ
 
เรียกแบบขำๆว่า "ขาวเนียน"
 
กลุ่มสีตก/ขาวเนียน เนี่ยเป็นกลุ่มที่แตกต่างไปจากกลุ่มสีขาวเดิม ที่เคยถูกกล่าวหาว่าหน่อมแน้ม แต่พวกหน่อมแน้มเหล่านั้นไม่เคยหนุนสีใดสีหนึ่งโดยตรง เขาพยายามอธิบายให้ทุกฝ่ายเข้าใจประเด็นเรื่องของสันติวิธี และการต่อสู้ไม่ให้ความรุนแรงเข้ามาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหามาตั้งแต่ต้น
 
กลุ่ม "ขาวเนียน" เดิม นั้นสวมเสื้อสีอื่น เข้ามาในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ในฐานะผู้รู้ (ภาษาที่ง่ายกว่านี้คือ สวมเสื้อคลุม หรือเกาะชายเสื้อคลุมของสีขาว) แล้วมาพร่ำสอนแล้วมาประเมินว่าจะต้องไม่มีความรุนแรง โดยมีสมมุติฐานที่ว่าคนที่ชุมนุมนั้นไม่มีความรู้ในการต่อสู้ในทางสันติวิธี และเป็นพวกที่ชอบความรุนแรง หรือถูกชักจูงให้สร้างความรุนแรงได้มากขึ้น
 
นอกจากนี้ การเติบโตของกลุ่มสีตก/ขาวเนียนนี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยจริตของสื่อเนียนที่ทำข่าวการชุมนุมว่าเป็นข่าวความรุนแรง นั่นคือกลุ่มขาวเนียนเติบโตด้วยดิน (และปุ๋ยเร่ง)แห่งความหวาดกลัว การพูดถึงสันติวิธีของพวกนี้จึงเป็นเสมือนการปิดปากคนอื่น ว่าคนอื่นไม่มี/ไม่ใช้สันติวิธี
 
สันติวิธีมีแนวทางเดียว คือต้องตามพวกเขา
 
คำถามก็คือจะมีใครตรวจสอบพวกขาวเนียนเหล่านี้? (ย้ำว่าไม่ได้หมายถึงว่าสีขาวทุกคนขาวเนียน แต่เราจะตรวจสอบสีขาวได้อย่างไร)
           
สรุปว่า เรื่องแนวฮาร์ดคอร์ แบบแดงเทียมเนี่ยจะป้องกันก็ยากอยู่ แต่มาเจอขาวเนียนเนี่ยยิ่งหนัก ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่จะตรวจสอบขาวเนียนจากขาวแท้ และจากเหลืองแท้และแดงแท้ที่ยึดมั่นในสันติวิธีก็คือ การไม่พยายามขับเน้นว่าใครใช้ความรุนแรงก่อนนั้นแพ้ เพราะวิธีอธิบายแบบนี้ คือไปควานหา "ระเบิด/อาวุธ" และ "ความตาย/ความสูญเสีย" เพื่อหาทางให้อีกฝ่ายมีความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงโต้ตอบและปิดปาก
 
มาลองนึกว่าถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้เพราะถูกจับได้ว่าใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะที่ถูกจับได้โดยพวกขาวเนียน ประเด็นคือมันจะลดความขัดแย้งได้ไหม มันจะกลายเป็นเกมส์ที่สอง ที่ต่อจากการหาช่องโหว่ทางกฏหมาย ที่คราวนี้จะเป็นเรื่องของการแพ้ฟาวล์ที่คล้ายกับการจับการซื้อเสียงมากเข้าไปอีก
 
ทางออกคือ การส่งเสริมความอดทนอดกลั้น เมื่อถูกกระทำด้วยความรุนแรงหรือยั่วยุ ก็จะต้องอดทนอดกลั้นมากขึ้น และเน้นการสื่อสารและเรียกร้องจากการสื่อสารด้วยจิตใจ ให้เห็นว่ามีทุกข์ที่ถ้าเปิดใจก็จะเข้าใจ จะดีขึ้นทั้งสองฝ่าย เพราะชัยชนะในทางสันติวิธีนั้นอยู่ที่ฝ่ายที่ชนะนั้นชนะทางจิตใจ และทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนจุดยืนและการกระทำ ไม่ใช่ชนะด้วยการครอบงำและปิดปากด้วยความหวาดกลัว
 
และต้องเข้าใจทั้งสองฝ่ายว่าถ้อยคำยั่วยุนั้นจะต้องลดลง หรือต้องเข้าใจว่าอะไรคือลีลา อะไรคือเนื้อหา เหมือนที่แข่งกีฬาแล้วเรียกว่ากองทัพ หรือสงคราม หรือร้องว่าฆ่ามัน ไม่ได้แปลว่าฆ่ากันจริงๆ ดังนั้นสองฝ่ายต้องกล้ายอมรับว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาทีเล่นหรือทีจริง
 
ไม่งั้นต่อไปก็ไม่ต้องมีกองเชียร์กีฬาอะไรกันแล้ว ไม่ต้องใช้คำว่ากองทัพ หรือสงครามในความหมายของกีฬาอีกต่อไป
           
เอาหล่ะครับ (ทน) อ่านมาจบจบ ก็ได้แต่หวังว่าหนูทั้งหลาย จะมองเห็นว่าแมวสีไหนก็คือแมว และเข้าใจว่าแมวขาวแท้ กับแมวขาวเนียนต่างกันนะครับ แล้วก็ตางจากคนเสื้อขาวเดิม (พี่ที่ผมเคารพคงจะฝากแซวด้วยว่า ขาวเนียน ก็ยังดี เดี๋ยวเจอ "ขาวเกรียน" จะแย่ไปอีก เอิ๊กๆ)
 
 
(ปรับปรุงครั้งแรกจากบทความในคอลัมน์ ประชาธิปไตยฯที่รัก ที่ชื่อว่า "ขออภัยครับ ... แบบว่า "สีตก" (ขาวเนียน) ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เมื่อวันที่  วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๓ หน้า ๔)

ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ

ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ ผู้ฉลาดต้องฉวยโอกาสในวิกฤตเพื่อความอยู่รอด
แม้แต่สงครามก็สร้างความร่ำรวยกับพ่อค้าอาวุธมากมาย
สงครามเวียตนามสร้างเศรษฐีเมืองไทยมาแล้วมากมาย
คงไม่มีผิดถูก มีแต่ผลประโยชน์เพื่อกลุ่มตัวเอง แนวทางใครแนวทางมัน
สุดท้ายพระเจ้าจะเป็นผู้เลือกผู้ที่อยู่รอดได้ดีที่สุด
เป็นการคัดเลือกโดยพระเจ้า ไดโนเสาว์จึงสูญพันธ์
ดั่งนี้แล

ะ กรุงเทพฯจะอยู่ยังไง

ะ กรุงเทพฯจะอยู่ยังไง จะอยู่กับแรงงานต่างด้าวไหวไหมครับ

"""""""ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ดอก..จาน... สรุป. ทั้งกรุงเทพ ในรูปแบบปัจจุบัน ไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มี ตจว. แต่.

ตจว. สามารถอยู่ได้ อย่างสบาย.. ถ้าไม่มี กรุงเทพ..โดยเฉพาะ พวก แยกดินแดน555555 สมมุตว่า ธรณี

สูบกรุงเทพหายไปเลย ทั้งคน ทั้งพื้นดิน....คน ตจว. ก็อยู่ได้สบาย(กว่าเดิม)มากกกกกกกกกก""""""""""""

จำไว้ว่าเมื่อพูดถึงเมือง ในทางภูมิศาสตร์ เรากำลังสนใจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับพื้นที่โดยรอบเสมอ เพราะเมืองดูดความมั่งคั่งมาจากพื้นที่โดยรอบเสมอ

""""""ไม่ได้ดูด เฉพาะ ความมั่งคั่ง แต่มันดูด ศักศรี และจิตวิญญาน โดยสิ่งที่ตอบแทน คือ แอก สนตะพาย แส้"""

ประการที่สอง มายาคติเรื่องของ "พลังเงียบ" ที่เป็นเสียงข้างมากนั้นไม่น่าจะเป็นความจริงสักเท่าไหร่

ไม่ใช่ว่าพลังเงียบไม่มี แต่พลังเงียบนั้นอาจจะเป็นกองเชียร์ของทางเสื้อแดงก็ได้ ดังนั้นต้องระวังว่าการพูดถึงพลังเงียบว่าเป็นเสียงข้างมากที่คิดตรงกับสื่อ เพราะอาจส่งผลต่อความรู้สึกของพลังเงียบมากขึ้นก็ได้ (เพราะเขามีสื่อของเขา)

""""""ตอนเลือกตั้ง ก็รู้นีีนาว่า...พลังเงียบ...มัน เงียบ จริงๆป่าวววว""""

เช่นนี้แล้วการเล่นข่าวเรื่องพลังเงียบอาจสร้างความรู้สึกที่ตรงข้ามกับความมุ่งหมายของสื่อที่ยังเชื่อว่าตนเป็นสื่อของมวลชนนั่นแหละครับ

""""ก็สื่อหน้าด้าน ไงคับ มันกก็รู้ว่า ทรท.เดิม สส. สามร้อยกว่า... โดยยุบพรรค โดนโกง แยก พรรค

สารพัด เหลือสองร้อยกว่า.....ถ้า แคโดนสืื่อ่"""ด่า""" อย่างเดียว ยังไง ก็สามร้อยกว่า......."""พวกสื่อเก่าๆ

มันเหลืออะไรพวกมันไม่รู้เชียวหรือ พวกมัน ก็เหมือน ตาล ยอดด้วน ถึงจะดูเหมือนยังเขียวววว แต่ พวกมัน

ได้็ตายแล้ว""""

รอวัน...สวรรค์ละลาย

รอวัน...สวรรค์ละลาย

เห็นหลายๆฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ยุติ "ความรุนแรง"
เรียกร้องให้ต่อสู้อย่าง "สันติ"

เท่าที่เห็น...มันเป็นการต่อสู้กันในทางการเมือง
และฉันก็ยังไม่เคยเห็นคำว่า "สันติ" ท่ามกลางการต่อสู้ใดๆ

"สันติ" จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายพอใจ (win-win)
แต่สภาวะที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นฝ่ายหนึ่งไ้ด้อีกฝ่ายเสีย (win-lose)
และสภาวะการณ์กำลังนำไปสู่การสูญเสียทั้งหมด (lose-lose)

หากฝ่ายหนึ่งยับยั้งอีกฝ่ายได้แบบเบ็ดเสร็จ มันก็ยังคงเป็น win-lose อยู่ดี
"ความสงบ" อาจบังเกิดได้เพราะการบังคับให้มันเป็นไป
แต่ "สันติ" มันจะไม่สามารถบังเกิดขึ้นได้เลย
"ความคับข้องใจ" มันจะป็นเหมือนไฟคุกรุ่นที่พร้อมจะลุกไหม้ได้อีกทุกเมื่อ

วันนี้มีใครใส่ใจต่อต้นตอปัญหาจริงๆบ้างไหม ?
วันนี้มีใครคิดถึง "สันติ" บ้างไหม ?
วันนี้มีใครฟังเสียงประชาชนเจ้าของ "ชาติ" บ้างไหม ?

ไม่ว่าวันไหน...ฉันเห็นแต่การจะเอาชนะ
ไม่ว่าวันไหน...ฉันเห็นแต่การโฆษณาชวนเชื่อ

แล้ววันไหน ? ที่ "สวรรค์" จะยอมตระหนักถึงเสียงของประชาชน
ฉันยังรอวันนั้นอยู่เสมอ...รอวัน "สวรรค์ละลาย"

สวรรค์เขาจะเิปิดประตูให้ประชาชนไหมหนอ ?

หรือว่าสวรรค์จะเปิดรับเฉพาะ "คนแต่งสีเหลือง"
ใครเป็น "คนแต่งสีแดง" อาจจะถูกไล่ให้ไปนรก

เท่าที่เคยเห็นบางแห่ง เมื่อความขัดแ้ย้งมันไปถึงทางตัน
"สวรรค์" กับ "นรก" บางทีมันอาจจะถูกโยกสลับที่กันไป

ฉันเองก็ไม่ได้อยากเห็นถึงขั้นนั้น
ฉนอยากเห็นเพียงสวรรค์ละลายไปบางส่วน
เล็กๆน้อยๆจากสวรรค์สู่ปวงชนมันจะเป็นเหมือนฝนตกลงมาดับไฟ
หากสวรรค์ไม่ละลาย ไฟอาจร้อนแรงลุกไหม้ไปถึงสวรรค์ได้
ถึงตอนนั้นมันจะกลายเป็น "สวรรค์ล่ม"

***ขาวเนียน

***ขาวเนียน เนียนออกเหลืองนิดๆ หรือเนียนออกแดงจางๆ หรือเนียนแบบเขียวลึก ๆ

***ขาวเนียนนี่ คงไม่ใช่รากหญ้า ใช่แล้ว เพราะรากหญ้ามีแต่ ขาวมอมแมม จนมองไม่น่าดู น่ารังเกียจ

***ขาวเนียน จะเลือกเทคะแนนให้ฝ่ายสันติวิถี หรือ เตะถ่วงวิถี หรือ ดุเดือดวิถี จะต้องดูอีกหลายยก

พิชญ์ยังคงมีพิษเสมอ 555

พิชญ์ยังคงมีพิษเสมอ 555

เป็นคนไทยช่วงนี้ทำตัวลำบากเหม

เป็นคนไทยช่วงนี้ทำตัวลำบากเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร หรือกำลังจะกลายสีเป็นถูกจ้อง
หาเรื่องด่าได้ตลอด
ที่จริงการกลายสีน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่่ดี
กระทั่งการกลายเป็นขาวเนียนอย่างบทความก็เถอะ
อาจจะมีคนบอกว่าขาวเนียนมันกลายมาจากเหลือง
ช่างมันเถอะอย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าเป็นเหลืองแปร้ด
เพราะถ้าเป็นแบบนั้นหมายถึงน้ำมันกับไฟ เจอกันเมื่อไร
บรรลัยเมื่อนั้น
ในเมื่อมันกลายเป็นขาวเนียนก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่าข้าไม่ชนนะ
และมีการยอมรับกันได้ในบางประเด็น
แต่ขอเรื่องความรุนแรงไว้ก่อน จะไม่ให้สังคมกังวลได้อย่างไร
ก็นายใหญ่และบรรดาแกนนำแต่ละคนดูอยากปิดเกมส์เร็วกันทั้งนั้น
ตอนนี้กำลังอยากเห็นการกลายสีเป็นสีชมพูอยู่
แค่นั้นก็คงจะพอที่ทำให้ประเทศไทยจะได้กลับมาเหมือนเดิมซะที
เบื่อเต็มทนแล้วโว้ย

อาจรวบถึง "สีเทา"

อาจรวบถึง "สีเทา" อีกสีก็ได้นา อ.
บางทีกลุ่มนักวิชาการทั้งหลายด้วย โดยเฉพาะที่มีสร้อยห้อยท้่ายว่โพสต์โมเดิร์นทั้งหลาย 555
อาจจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองให้หนักๆ ด้่วย ถึง "อคติ" และ การรีบตีความสถานการณ์แล้วยกระดับเรื่องพื้นๆไปเสียสูงส่งเกินจริงในบางเรื่อง(คิดแบบนักวิชาการ) เพราะอ่านหรือฟังทัศนะแล้ว "ทะแม่งๆ" เหมือนกัน (คือจริง แต่จริงไม่หมด เลือกแต่จะอธิบายในมุมมองที่สูงเด่นบนหอคอยงาช้าง แต่ไม่เคยลงมาติดดินกับเขาจริงๆ เลยขาดความสมจริง แต่เวลาสื่อกลับทำให้ดูเหมือนเป็น "ศาสดา" รู้ไปหมด แต่ไม่วายแสดงความหงุดหงิด ฟาดงวงฟาดงา เหน็บคนโน้นคนนี้ทีโดยทีคนอ่านไม่รู้่ว่าหงุดหงิดมาจากไหน)

ออกข่าว มาจากหลายกลุ่ม

ออกข่าว มาจากหลายกลุ่ม ไม่นิยมความรุนแรง

ไปจุดเทียน ปีไม่ถึง ร้อย คน อย่าอ้างเป็นตัวแทนมวลชนเลย

พลังเงียบ ถ้ามันเงียบ

พลังเงียบ ถ้ามันเงียบ มันจะเกี่ยวอะไรจะมีประโยชน์อะไร คือมันเงียบไปเลยล่ะ
แต่ถ้าเงียบแบบมีสีอยู่ในใจน่าจะเป็นพลัง งุบงิบ อันนี้มันเยอะ เยอะมากๆเสียด้วย

*สันติวิธีที่ไร้ความเป็นธรรม

*สันติวิธีที่ไร้ความเป็นธรรม
จะก่อกรรมต่อไปไม่หมดสิ้น
สันติวิธี ทำเป็นใบ้ ไร้ยลยิน
เสียงถวิลหาความเป็นธรรม

*ไม่รับรู้การกระทำของอันธพาล
พันธมิตรพันธมารสันดานต่ำ
สุดก้าวร้าวรุนแรงแห่งความช้ำ
การกระทำเสียหายมากมายมี

*ครั้งเสื้อเหลืองยึดทำเนียบอยู่ยาวนาน
เกิดเหตุการณ์ผิดกฎหมายหลากหลายที่
ปิดถนนหนทางสร้างคดี
ยังไม่มีใครผิดติดตะราง

*พ.ร.ก. ฉุกเฉินประกาศใช้
แต่ก็ไร้ความหมายให้หมองหมาง
การละเว้นหน้าที่ที่ปล่อยวาง
เป็นการสร้างมาตรฐานเสื้อเหลืองไว้

*ปิดรถไฟปิดท่าเรือเพื่อกดดัน
สนามบินปิดกันก็ยังได้
สารพัดผิดกฎหมายอย่างย่ามใจ
ยังไม่เห็นมีใครติดตะราง

*คนเสื้อแดงทำไปไม่ถึงครึ่ง
ก็ซาบซึ้งเทวดาหน้าเอียงข้าง
สองมาตรฐานเพียงใดได้รู้ทาง
รีบเร่งจับติดตะรางอย่างไพร่เลว

*แต่ความเชื่อว่ามนุษย์เท่าเทียมกัน
ถูกยึดมั่นเอาไว้ไม่ล้มเหลว
ไฟประชาธิปไตยไม่ไร้เปลว
สว่างไสวในเหวเผด็จการ

*สันติวิธีที่กดดันคนเสื้อแดง
ให้ดับแสงแห่งการไล่รัฐประหาร
เป็นสันติวิธีที่สามานย์
อีกไม่นานจะได้รู้แลเข้าใจ

แต่ละคนมีเจตนาที่ต่างกัน บทคว

แต่ละคนมีเจตนาที่ต่างกัน
บทความนี้ทำให้กลับมาทบทวนตัวเอง
จุดยืนต่างๆ ของตัวเองต่อเรื่องการชุมนุม
ขอบคุณผู้เขียนบทความที่เขียนเรื่องนี้
และคงจะทำให้ทุกฝ่ายทั้งแดง/เหลือง/เขียว/ขาว/เทา ได้ทบทวนและตรวจสอบตัวเอง
รวมทั้งตัวผู้เขียนบทความเองก็คงจะได้ทบทวนตัวเองด้วยเช่นกัน

สนับสนุนบทความนี้ครับ

โอ๊ย ดูดิ

โอ๊ย ดูดิ พวกขาว...เนียน
ช่างทำไปได้

http://www.youtube.com/watch?v=zMv300AnGoQ&feature=player_embedded#

นับวัน อ.พิชณ์

นับวัน อ.พิชณ์ จะคมขึ้นทุกวันๆ ผมชอบอ่านครับ เพราะคุณพิชณ์ไม่เคยหยาบคาย

แต่เป็นตลกเสียดสีมีสาระแบบว่า พวกขาวเนียนทั้งหลายคงหัวเราะไม่ออก

โดยเฉพาะพวกริบบิ้นขาว ปริญญา ซึ่งตอนนี้หายไปชั่วคราว รอเสื้อเหลือง !!!!

ตอนเสื้อเหลืองชุมนุม

ตอนเสื้อเหลืองชุมนุม เห็นออกมาเรียกร้องนักหนา ริบบิ้นขาว เจ้าหน้าที่อย่าใช้ความรุนแรง

แต่พอเวลาเสื้อแดงชุมนุม ไม่เห็นเรียกร้องอย่างนี้ แต่กลับเป็นพวกเรียกร้องว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอย่าใช้ความรุนแรง

ทำตัวเป็นพวกขาวเนียนในแบบที่คุณพิชณ์ว่าแล้ว ยังเป็นพวกขาวเนียนปนเหลืองเสียด้วย

FFF FFF สรุป : ไม่ใช่

FFF
FFF

สรุป :

ไม่ใช่ "ขาวนงขาวเนียน" อะไรร็อก-เฮียพิชณ์
หนังหน้ามัน "ลอก" น่ะ..........

แอคเน่ : ตบทีเดียว-อยู่ !
-------------------------------------------

คิกคัก คิกคัก
^_^

FFF
FFF

อ้อ

อ้อ แล้วบอกประชาธิปไตยเต็มขั้น แค่ post แค่นี้ Blok ไว้ แคบเหมือนกันนะ ประสาทน่า รับ post เฉพาะความคิดที่ตนเองเห็นด้วย ตลกน่ะ แล้วมาเรียกร้องประชาธิปไตยทำใม ตอนแรกว่าจะแสดงความคิดเห็นดีๆนี่แหละ แคบยังงี้ เซ็ง Post ไป ก็ปิดหูปิดตา

ตัดทักษิณออกไปจากการเรียกร้อง

ตัดทักษิณออกไปจากการเรียกร้อง แล้วประชาชน จะเห็นความเลวร้ายของกลุ่ม ทหาร นักกฎหมาย ที่สำคัญรัฐบาลใต้ทหารที่มีการโกงกินกันอย่างมากมาย ดังนี้
๑.การรัฐประหารซ่อนรูป ที่ทำโดยองค์กรข้าราชการ
๒.การโกงกินของรัฐบาลที่ไม่มีการตรวจสอบ
๓.ทหาร มีปัญหาทุจริต แต่รัฐบาล,สตง.,ปปช. ไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบ
ประชาชนลืมดูททั้ง สามข้อเนื่องจากรัฐบาลใช้ปัญหาเรื่องทักษิณมากลบเรื่องเน่าๆๆๆๆ หากมาร์ด ดีจริง ไอ้พวกโกงคงไม่นั่งลอยหน้าอยู่ในรัฐบาล และ กองทัพได้ แต่มันสมประโยชน์
โดยสรุป รัฐบาลนี้เป็นหนี้บุญคุณทักษิณอยู่หลายประการ
๑.ช่วยให้ประชาชนเลือก สส.ภูมิใจไทยมาให้สนับสนุน มาร์ค
๒.ใช้เรื่องทักษิณกลบเรื่องชั่วช้า
๓.ได้เงินสี่หมื่นกว่าล้านมาใช้หนี้
ขอคาราวะผู้เขียน

vj (ต่อ)

vj (ต่อ) wrote:
ตอนเสื้อเหลืองชุมนุม เห็นออกมาเรียกร้องนักหนา ริบบิ้นขาว เจ้าหน้าที่อย่าใช้ความรุนแรง

แต่พอเวลาเสื้อแดงชุมนุม ไม่เห็นเรียกร้องอย่างนี้ แต่กลับเป็นพวกเรียกร้องว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอย่าใช้ความรุนแรง

ทำตัวเป็นพวกขาวเนียนในแบบที่คุณพิชณ์ว่าแล้ว ยังเป็นพวกขาวเนียนปนเหลืองเสียด้วย

เพราะสมัยชั้น ผู้ชุมนุมโดนรัฐบาลสมชาย ยิ่งแก๊สน้ำตาอย่าง นุ่มนวนจนขาขาดไงคะ
ทำเป็นลืมตลอดแหละ

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน