ใจ อึ๊งภากรณ์ : วิจารณ์บทสัมภาษณ์ เกษียร เตชะพีระ ‘วิกฤตหลัง 26 กุมภาฯ’

บทวิจารณ์บทสัมภาษณ์ เกษียร เตชะพีระ ใน ‘มติชน’ ฉบับวันที่ 1 มีนาคม 2553 หลังคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 26 กุมภาฯ

บทสัมภาษณ์อาจารย์เกษียร เตชะพีระ ใน ‘มติชน’ มีข้อดีหลายประการคือ อธิบายว่า คำตัดสินของศาลในคดีทักษิณเป็นเรื่องที่แยกออกไม่ได้จากการทำรัฐประหาร 19 กันยา คือเป็นการให้ความชอบธรรมกับรัฐประหารดังกล่าว อ.เกษียรพูดว่า “ถ้าไม่ยึดเลย เท่ากับทำลายความชอบธรรม ว่าที่ทำมาตลอด 4-5 ปี มันขี้หมาทั้งหมด หลอกทั้งเพ” ชัดเจนมาก และมีการอธิบายต่อไปว่า การทำรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาคอร์รับชั่น ไม่ใช่แนวทางที่ถูก และเสี่ยงกับการนำไปสู่การทำลายความชอบธรรมทั้งปวงของระบบศาล อย่างที่เราเห็นในเรื่องสองมาตรฐานเกี่ยวกับการยึดสนามบินของฝ่ายพันธมิตรฯ ฯลฯ

ที่จริงแล้ว ถ้าจะว่าการทำรัฐประหาร 19 กันยา ‘เสี่ยง’ กับการทำลายความชอบธรรมของศาล ผมว่ามันทำลายไปนานแล้ว และศาลไทยไม่เคยมีความชอบธรรมในสายตาพลเมืองที่เป็นกรรมาชีพและคนจนเลย เพียงแต่ว่าคนไทย รวมถึง อ.เกษียรเอง ไม่มีเสรีภาพที่จะวิจารณ์ศาลอย่างที่เขาทำได้ในประเทศประชาธิปไตย เพราะศาลมีกฎหมายหมิ่นฯไว้บังคับความจงรักภักดี เหมือนกฎหมายหมิ่นกษัตริย์

อ. เกษียรพูดถูกเมื่อเสนอว่า เรา “ไม่สามารถพูดได้เต็ม 100% เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของรัฐบาลคุณทักษิณ” ใช่เลยและผมก็เป็นหนึ่งในหลายคนที่วิจารณ์นโยบายละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้และสงครามยาเสพติดสมัยนั้น และเราปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาล ไทยรักไทย เคยพยายามครอบงำสื่อ

แต่ในขณะเดียวกัน การเสนอโดย อ.เกษียร ว่า รัฐบาลทักษิณ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและเสียงข้างมากของประชาชน เป็น ‘ทรราชย์’ ไม่สมเหตุสมผล การที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่ใช่เพราะรัฐบาลนั้นไม่ได้โหดร้ายทารุณ เพราะมีความโหดร้ายทารุณในกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่มันไม่สมเหตุสมผล เพราะรัฐบาลเอาออกได้ ผ่านการเลือกตั้งในกระบวนการประชาธิปไตย และเราเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลได้อีกด้วย เพราะไม่ได้มีการห้ามการประท้วง เซ็นเซอร์สื่อ หรือใช้กองกำลังปราบปรามพร้อมกฎหมายเผด็จการหลายชุด อย่างที่เราเห็นในกรณีรัฐบาล คมช. หรือรัฐบาลอภิสิทธิ์ปัจจุบัน

ปัญหาของการวิเคราะห์ของ อ.เกษียรมาจากกรอบมุมมองประเภท ‘ชนชั้นนำ’ และกรอบมุมมองแบบ ‘พคท.’ (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ที่เสนอว่าการปฏิวัติทุนนิยมในไทยยังไม่สมบูรณ์

แนวคิดแบบชนชั้นนำ เป็นกระแสหลักในวิชาการไทยมานาน ตั้งแต่สมัยที่มีการเสนอเรื่อง ‘รัฐข้าราชการ’ ที่เน้นแต่บทบาททางสังคมของคนชั้นสูง โดยไม่พิจารณาบทบาทของคนส่วนใหญ่ในสังคมเลย สำนักคิดนี้ในไทยเติบโตมาจากงานของ Fred Riggs[1] ในยุคเผด็จการสฤษดิ์ ที่เสนอว่าไทยเป็นรัฐข้าราชการ และคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่สนใจและไม่มีบทบาททางการเมือง งาน ‘สองนคราประชาธิปไตยไทย’ ของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็คล้อยตามแนวนี้พอสมควร เพราะมองว่าคนจนในชนบทคิดเองไม่เป็น

อ.เกษียร เป็นส่วนหนึ่งของปัญญาชนไทยที่มีจุดยืนทำนอง “ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารโดยหลักการ แต่ ไม่รู้จะจัดการกับ ‘ทรราชย์ทักษิณ’ อย่างไรนอกจากการทำรัฐประหาร 19 กันยา” มันเป็นการสนับสนุนรัฐประหารในรูปธรรมเพราะมองไม่ออกว่ามีทางเลือกอื่น และ อ.เกษียรก็ไม่เสนอทางเลือกอื่นเลย แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นการฟอกตัวให้ดูขาวสะอาด

การเชื่อว่า “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรัฐประหาร ๑๙ กันยา” มาจากความเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือก ไทยรักไทย ‘เข้าไม่ถึงข้อมูล’ (โง่) ‘ถูกครอบงำจนต้องพึ่งพาทักษิณ’ (ไม่มีวุฒิภาวะ) และ ‘ไม่ได้เลือก ไทยรักไทย อย่างเสรี’ (คิดเองไม่เป็น) แต่ความจริงมันตรงข้าม มีการพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีกในการเลือกตั้งหลายรอบ และพิสูจน์ต่อในลักษณะการจัดตั้งและเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวเองเพื่อประชาธิปไตย โดยไม่ได้อาศัยการจ้างมาโดยเงินทักษิณ แต่พวกเสื้อเหลืองก็พูดเหมือนนกแก้วว่าคนเสื้อแดงเป็นแค่เครื่องมือของทักษิณ และนักวิชาการจำนวนมากมองว่าตนเองมีวุฒิภาวะมากกว่าประชาชน

การที่คนอย่าง อ.เกษียรไม่เชื่อว่าเราสามารถเอารัฐบาลทักษิณออกด้วยวิธีประชาธิปไตย ก็เพราะหมดความศรัทธาในการสร้างพรรคการเมืองของประชาชนชั้นล่างหลังการล่มสลายของ พคท. ซึ่งความคิดแบบนี้เป็นกระแสเดียวกับการเปลี่ยนจากการเชื่อมั่นในมวลชนคนชั้นล่าง และหันไปตั้งความหวังใน ‘ผู้ใหญ่’ ซึ่งเกิดขึ้นในขบวนการ เอ็นจีโอ และทั้งๆ ที่ อ.เกษียรไม่สบายใจกับการตั้งความหวังกับผู้ใหญ่และมองว่ามันมีปัญหา แต่เขาไม่มีข้อเสนอว่าจะแก้ไขสถานการณ์แบบนี้อย่างไรเป็นรูปธรรม นอกจากการโทษคนไทยด้วยกัน ถ้าเราจะแก้ปัญหานี้เราต้องทำงานจัดตั้งและทำงานเคลื่อนไหวพร้อมๆ กับการเป็นนักวิชาการ ซึ่งไม่ง่านและอาจเห็นผลช้า แต่เป็นเรื่องจำเป็น

การที่คนเสื้อแดงจำนวนมาก ‘รักทักษิณ’ หรือ ‘สู้เพื่อปกป้องทักษิณ’ เพราะเห็นชอบกับนโยบาย ไทยรักไทย ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็น ‘ลูกน้องทักษิณ’ และ ‘สู้ตามคำสั่งและเงินของทักษิณ’ แต่อย่างใด และมันไม่ได้หมายความว่าเขา ‘แค่สู้เพื่อทักษิณ’ เพราะเราจะเห็นว่าคนเสื้อแดงสู้เพื่อ ‘ประชาธิปไตยแท้’ และ ‘ต้านอำมาตย์’ ด้วย เป็นเรื่องดีที่ อ.เกษียรไม่ได้มองแบบตื้นเขินและกลไกเหมือนพวกเสื้อเหลือง เพราะเขาเสนอว่า “ถึงที่สุด ผมไม่เชื่อว่า ทักษิณคุมเสื้อแดง” แต่ในขณะเดียวกัน อ.เกษียรยังให้ความสำคัญไม่พอกับ ‘ลักษณะการเป็นประชาสังคมเพื่อประชาธิปไตย’ ของคนเสื้อแดง เขาไม่พูดถึงข้อแตกต่างที่เสื้อแดงมีกับพันธมิตรฯ ซึ่งในกรณีพันธมิตรอาจนำตนเองบ้างแต่ประเด็นสำคัญคือสู้เพื่อเผด็จการและระบบอำมาตย์ เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองไม่ใช่พลังประชาชนที่แค่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เพราะฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อประชาธิปไตยและอีกฝ่ายสู้เพื่ออำมาตย์ ทั้งๆที่เสื้อแดงก็ไม่ใช่เทวดา เป็นแต่ประชาชนธรรมดาที่อาจผิดพลาดกันได้

การวิเคราะห์ของนักวิชาการที่อาศัยกรอบแนว ‘สตาลิน-เหมา’ ของ พคท. เสนอว่า ไทยเป็น ‘กึ่งศักดินา’ เพราะการปฏิวัตินายทุนยังไม่สมบูรณ์ อ.เกษียรและคนอื่นมองว่าความขัดแย้งที่นำไปสู่รัฐประหาร ๑๙ กันยาว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง ‘นายทุนโลกาภิวัตน์สมัยใหม่’(ทักษิณ) กับ ‘ทุนเก่าจากระบบกึ่งศักดินาของอำมาตย์’[2] มันเป็นมุมมองที่เสนอการปฏิวัตินายทุนและขั้นตอนของประวัติศาสตร์ในลักษณะกลไก เป็นการสวมประวัติศาสตร์ศตวรรษที่ 18 ในยุโรปทับสถานการณ์บ้านเมืองในไทยปัจจุบัน มีการพยายามแสวงหาการปฏิวัติในไทยที่มีรูปแบบเหมือนการปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 และเมื่อหาไม่เจอ ก็สรุปว่ายังไม่ได้เกิดขึ้นหรือยังไม่สำเร็จโดยสมบูรณ์ ยิ่งกว่านั้นมันเสี่ยงกับการสร้างนิยายว่านายทุนบริสุทธิ์สมัยใหม่หรือแนวเสรีนิยมส่งเสริมประชาธิปไตย

หลัง ค.ศ. 1848 ชนชั้นนายทุนในยุโรปได้ประนีประนอมกับอำนาจขุนนางเก่า ซึ่งอ่อนแอลงเนื่องจากการขยายตัวของทุนนิยม ดังนั้นชนชั้นนายทุนสามารถครองอำนาจได้โดยไม่ต้องปฏิวัติแบบเก่าอีก และที่สำคัญคือการปฏิวัติแบบ 1789 ในฝรั่งเศสเสี่ยงต่อการที่ชนชั้นล่าง โดยเฉพาะกรรมาชีพในเมือง จะตื่นตัวร่วมปฏิวัติและจะเดินหน้าโค่นล้มนายทุนไปด้วย อย่างที่เกิดในรัสเซียในปี 1917 นี่คือสาเหตุที่ คาร์ล มาร์คซ์ มองว่านายทุนหลัง 1848 เป็นชนชั้นที่ขี้ขลาดไม่กล้านำการปฏิวัติ ในประเทศด้อยพัฒนา(ในยุคนั้น)อย่าง เยอรมัน ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทย ชนชั้นปกครองเก่าทำการปฏิวัติเอง เพื่อเปิดทางให้ทุนนิยมพัฒนาเต็มที่ และแปลงตัวเป็นนายทุน สิ่งนี้เกิดในไทยในช่วงรัชกาลที่ ๕ และศักดินาก็หมดไป

สำนักคิด สตาลิน-เหมา ที่ พคท. ใช้ในการวิเคราะห์สังคมไทย เป็นแนวคิดที่มองว่าประเทศด้อยพัฒนายังเป็น ‘กึ่งศักดินา-กึ่งเมืองขึ้น’ อยู่ ทั้งนี้เพื่อเสนอว่าการต่อสู้ขั้นตอนต่อไปในประเทศเหล่านี้ต้องเป็นขั้นตอน ‘ประชาชาติประชาธิปไตย’ หรือขั้นตอน ‘สถาปนาทุนนิยม’ นั้นเอง มันเป็นทฤษฏีที่สร้างความชอบธรรมกับการทำแนวร่วมระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับชนชั้นนายทุนรักชาติ ซึ่งในภายหลังมีการตีความต่อไปว่าควรทำแนวร่วมกับทักษิณ ‘เพื่อต่อต้านศักดินา’

อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ยืนยันอยู่ตลอดว่าเขารักและจงรักภักดีต่อกษัตริย์ เหมือนกับที่กลุ่มทุนใหญ่ในยุโรปก็อ้างความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ของเขา ไม่ว่าจะอังกฤษหรือฮอลแลนด์ ฯลฯ ประเด็นคือสถาบันกษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความชอบธรรม’ ในการอนุรักษ์ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่ ‘มอบลงมาจากพระเจ้า’ หรือ ‘เป็นลักษณะดั้งเดิมของไทย’ ที่ฝ่าฝืนไม่ได้

อ.เกษียร พูดว่า “หัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์ แต่คำตัดสินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้พาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู” แต่อำมาตย์เป็นนายทุนเหมือนทักษิณ และไม่มีวันต้องการทำลายระบบทุนนิยมและกรรมสิทธิ์ปัจเจก

แนวคิดแบบนี้มองข้ามลักษณะการเป็นนายทุนสมัยใหม่ของเครือข่ายอำมาตย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพฯ บริษัทซีพี ฯลฯ ซึ่งอยู่ในเครือข่ายอำมาตย์ เป็นทุนโลกาภิวัตน์สมัยใหม่ และเป็นทุนไทยข้ามชาติมาก่อนที่ทุนทักษิณจะเจริญเติบโตอีกด้วย แนวเศรษฐศาสตร์การเมืองของอำมาตย์ โดยเฉพาะของรัฐบาลทหารตั้งแต่สมัยสฤษดิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบัน คือแนวเสรีนิยมกลไกตลาดสุดขั้ว เขาปล่อยวางไม่ยอมใช้รัฐพัฒนาสังคมอย่างเป็นระบบ ไทยจึงเหลื่อมล้ำสูงและกรุงเทพฯจึงมีปัญหาจราจรที่ไม่ยอมแก้ พรรคประชาธิปัตย์และนักวิชาการเสื้อเหลืองโจมตีการใช้งบประมาณของรัฐสมัยทักษิณ เพราะ ‘ขัดกับวินัยทางการคลัง’ และ ‘สร้างระบบอุปถัมภ์’ ศัพท์เสรีนิยมทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญปี 50 ของ คมช. เพิ่มการเน้นนโยบายกลไกตลาดเสรี และพิสูจน์ให้เห็นว่า เศรษฐกิจพอเพียง ไปได้สวยกับทิศทางกลไกตลาดเสรี ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทักษิณใช้ทั้งเสรีนิยมกลไกตลาด และรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ (แนวเคนส์รากหญ้า) ซึ่งเรียกกันว่าแนวเศรษฐกิจ ‘คู่ขนาน’

แนวความคิดเรื่อง ‘ทุนใหม่’ กับ ‘ทุนเก่า’ ที่สืบรากมาจากการวิเคราะห์ของ พคท. แต่ถูกใช้โดยคนที่ปฏิเสธ พคท. นั้นไม่ตรงกับข้อมูลในโลกจริง เป็นมุมมองของคนที่ขี้เกียจมองออกไปข้างนอก

ความขัดแย้งหลักระหว่างอำมาตย์กับทักษิณจึงไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่าง ‘ทุนเก่า’ ในลักษณะกึ่งศักดินา กับ ‘ทุนใหม่’ ในลักษณะทุนสมบูรณ์แบบโลกาภิวัตน์สมัยใหม่ แต่ความขัดแย้งเกิดจากแนวร่วมระหว่างนักการเมืองทุนนิยมในรูปแบบทักษิณ กับ พลเมืองจำนวนมากที่ยากจน

ปัญหาคือ อ.เกษียร มองว่าแนวร่วมนี้มีลักษณะ ‘ทักษิณจูงคนจน’ มากกว่าการเป็นแนวร่วมระหว่างกลุ่มพลังสองกลุ่ม ถ้ามันเป็นแค่ทักษิณจูงคนจนมันจะไม่เป็นแนวร่วมเลย แต่ อ.เกษียรพูดว่า ‘นโยบายเอื้ออาทรก็อุ้มคนเหล่านี้’ เหมือนอุ้มเด็กทารกที่สู้เองไม่ได้

ข้อขัดแย้งกับอำมาตย์คือแนวร่วมนี้มีพลังจากทักษิณและรากหญ้าพร้อมกัน คู่แข่งที่เป็นกลุ่มอำนาจเก่าหรือคนที่เคยครองอำนาจการเมืองมานาน ไม่สามารถแข่งกับอำนาจทางการเมืองแบบนี้ได้ เพราะทักษิณสามารถปลุกใจพลเมืองไทยรากหญ้าให้กล้ามีสิทธิ์มีเสียง ในขณะที่กลุ่มอำนาจเก่าเคยชินกับการปกครองสั่งลงมาอย่างเดียว และสาเหตุที่ทักษิณสมารถนำการต่อสู้ของคนชั้นล่างในรูปแบบผิดเพี้ยนแบบนี้ได้ ก็เพราะความอ่อนแอของฝ่ายซ้ายตั้งแต่การล่มสลายของ พคท. ถ้าคุณไม่วิเคราะห์แบบชนชั้นและไม่ให้ความสำคัญกับมวลชนรากหญ้าเพียงพอ คุณจะมองไม่เห็นภาพนี้ และคุณจะอัมพาตทางการเมือง เลือกข้างประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยไม่ได้

 

 

There is a term concerning

There is a term concerning this thread, the Digital Neo-Baroque.

citation

Law,Metaphysics and the Digital Neo-Baroque
by: Walter Benjamin

www.allacadamic.com

perhaps we could express our situations the same way.

เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช

เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช่องเสื้อแดง งานนี้ทักษิณพูดเองเลย ว่าเงื่อนไขการต่อสู้ของขบวนเสื้อแดงนั้น พ้นเลยเรื่องทักาณไปนานแล้ว แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ประชาธิปไตย!

ดังนั้น นับว่าแนววิเคราะห์ของ อ.ใจ สอดคล้องกับสภาวการณ์และถือว่าใช้ได้และดูดีกว่าเกษียรเยอะ แม้หลายๆอย่างจะขาดน้ำหนักอยู่บ้างก็ตาม

แต่คงต้องขอร่วมวงวิจารณ์เกษียรด้วยคน ว่าในความคิดผมนั้นอันที่จริงแล้ว ผมคิดว่าเกษียรไม่ได้โง่ คิดไม่เป็น หรือมองไม่เห็น อวิชชาบังตา อย่างที่ ใจ สาธยายมายืดยาวหรอกครับ

แต่มันคือความ "ดัดจริต" ทางวิชาการเพียวๆเลย

เกษียรนั้นยังคง "ดัดจริต" ทางวิชาการต่อไป เพียงเขาแต่อาจจะ "แถ" เก่งหน่อย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับ 360 องศา ได้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเสนอในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ระบอบทักษิณ" "ทักษิณกับบุช : ขวาใหม่ฯ" ฯลฯ ซึ่งเมื่อเจอกับรัฐประหาร 19 กันยา ซึ่งเมื่อเจอกับระบอบเจ้า"พ่อ"สีเหลือง สีชมพู งอนของเกษียรที่อุตสาหะทำมามันเป็น Junk ไปเกือบหมดแล้ว ในสายตาของหลายคน (รวมทั้งผม)

แม้แต่ในบทสัมภาณ์ของ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เพื่อนร่วมคณะสิงห์แดงของเกษียร ชิ้นนึงหลัง รปห. ยังบอกเต็มๆเลยว่า "คำว่าระบอบทักษิณ แม่งคือ "ผ๊" ที่นักวิชาการแม่งสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง"

งานของเกษียร ในช่วงก่อนรัฐประหารนั้น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ, พวกเชิดชูชุมชนนิยมโรแมนติค หรือ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่เดินตามเกษียร ในงาน "ถั่วงอกเป็นดอกบัว" หรือ "การเมืองของไพร่" นี่ผมแทบจะเอาไปรองขี้กระต่ายที่ผมเลี้ยงแล้ว

คนพวกนี้ ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง

สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย

ผมเห็นว่า มีเพียง 3/4 กลุ่ม เท่านั้น ที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งมาแต่แรก คือ อาจารย์สมศักด์, อาจารย์พิชิต และกลุ่มสุวรรณภูมิอภิวัฒน์ ที่เห็นมาแต่แรก

แม้แต่ตัวอาจารย์ใจเอง ก็พลาด เกี่ยวกับจุดยืนและการวิเคราะห์ต่างๆ และถึงกับหลงลมเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯเข้าไปเต็มๆเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งดูได้จาก หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มอาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ

...ดังนั้น สำหรับเกษียรแล้ว แกก็แค่ออกอาการ "ดัดจริต" ทางวิชาการเท่านั้นเอง และ"แถ"ไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าพลาด ซึ่งหลายๆคนที่ท่าทีออกไปในแนว"สองไม่เอา" คนอื่นๆ เช่น นิธิ หรือ พิชญ์ ก็เป็นแบบนี้ แต่ดีกรี ความดัดจริต ก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป

อย่าง อาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ หรือบางกลุ่มบางคน ที่กล้ายอมรับว่าเคยพลาด แล้วหันกลับมา เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ผมถือว่าคุณแน่ก็แล้วกัน

แต่ที่ยังดัดจริตอยู่ เมื่อไหร่จะเลิกดัดจริตเสียที???

คนเรา ถึงจะเคย "ควาย" มาก่อน แต่ถ้ารู้สึกตัว แล้วพยายามลบล้างความควายที่ตัวเองเคยก่อไว้ ...สังคมยังให้อภัย

สงสัยต้องส่งไปเรียนกับ "เสก โลโซ" ซะละมั้ง พวกนี้

เห็นด้วยหลายอย่างกับอ.ใจ

เห็นด้วยหลายอย่างกับอ.ใจ อ.ใจนี่ตั้งแต่ตาสว่างมานี่ดุเดือดเลือดพล่านเลยนะ ตอนที่ทิ้งบอมบ์ค่อยหลังจากเมืองไทยไปนี่ ช็อคสังคมไทยจนสั่นสะเทือน จนคนที่เคยออกหน้าให้กำลังใจเรื่องคดีจนต้องรีบถอย เพื่อความสวัสดิ์ภาพของตัวเอง ตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่จากเหตุการณ์ 3-4 ปีมานี้ จนทำให้ประชาชนหลายๆ คนบังเกิดอาการ กูไม่กลัวมึงซะแล้ว สังคมไทยเปลี่ยนไปมาก มากจริงๆ จากที่เคยกลัวลนลาน ไปดูตามบล็อคต่างๆ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากๆ

Maple Leaf, lol I'm the one

Maple Leaf, lol I'm the one who turn back from where my tears used to drop before movie start. :)

"ใจ" ยัง "ห่างชั้น" มาก

"ใจ" ยัง "ห่างชั้น" มาก เมื่อเทียบกับ....

"นางอองซาน" หรือ "ท่าน Mandela" แห่ง South Africa

คนเหล่านี้ "ไม่หนี" ไปไหน ไม่ยอม "ออกนอกประเทศ" ครับ

แต่ คนที่กล้าแสดง "จุดยืน" ที่แท้จริงออกมา ตอนตัวเองกำลัง "วิ่งหนี" (Chicken)

"เปลี่ยนแปลง" อะไรไม่ได้หรอก ครับ

เป็นได้แค่เพียง "เบี้ย" ตัวเล้กๆ ที่ "ไร้คุณค่า"

ก็เท่านั้นเองครับ สำหรับ "GILES THE COWARD"

*พวกทำผิด กฎหมาย

*พวกทำผิด กฎหมาย ร้ายเลวยิ่ง
คือพวกลิง รัฐประหาร รานเสียหาย
มีโทษผิด ขั้นประหาร อันถึงตาย
พวกวายร้าย ยังอ้างตน เป็น “คนดี”

*อ้างอำนาจตนเป็น... “รัฐาธิปัตย์”
แท้ “โจราวิบัติ”น่าบัดสี
ปล้นทุกอย่าง เพื่ออำนาจ บารมี
ไร้คุณงามความดี.... กาลียุค

*พวก “คนดี”ที่ไร้ การตรวจสอบ
ใช้ระบอบ หมาป่า พาเข็ญขุก
สร้างองค์กร หมาป่า ล่าเจ้าทุกข์
นี่แหละยุค กาลี ที่น่ากลัว

*คนเสื้อแดง รักความ ยุติธรรม
รู้ว่าใคร ก่อกรรม ทำความชั่ว
จึงรวมตัว ต่อต้าน มารเมามัว
มากันทั่ว ทุกทิศ จิตใจแดง

แลกเปลี่ยนข้อมูล

แลกเปลี่ยนข้อมูล อีกด้านหนึ่งที่ against ท่าน อ.ใจ นะครับ (ควรใช้วิจารณญาณด้วย)

ย้อนอดีตขบวนการล้มเจ้า

ขบวนการล้มเจ้า เท่าที่ปรากฏข้อมูลและความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกันมา ถ้าจะว่ากันไปแล้วน่าจะเริ่มจากการรวมตัวของกลุ่มฝ่ายซ้ายเก่าที่เคยเป็นอดีตนักศึกษา และนักกิจกรรม ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองในยุค 14 ตุลาคม 2519 ต่อเนื่องมาจนถึงการถูกล้อมปราบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้เห็นการกดขี่ ความไม่เป็นธรรมในสังคม การใช้อำนาจเผด็จการทหาร ประกอบกับมีการแผ่ขยายเข้ามาของลัทธิจักรวรรดินิยมอเมริกาเข้ามาในภูมิภาคเอซียตะวันออกเฉียงใต้

คนเหล่านั้นซึ่งยังเป็นคนหนุ่มสาว ได้รับอิทธิพลทางความคิดในลัทธิคอมมิวนิสต์ แนวทางสังคมนิยม ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นพวก “หัวก้าวหน้า” ขณะที่บางส่วนก็มีความเห็นในเชิงอุดมคติ ใฝ่ฝันจะเปลี่ยนแปลงสังคมใหม่ และเมื่อสังคมรอบข้างบีบคั้นมากขึ้นในลักษณะที่เรียกว่า “ขวาพิฆาตซ้าย” ทำให้พวกเขาต้องหลบหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) จับอาวุธขึ้นสู้กับอำนาจรัฐ โดยฝันว่าจะสามารถ “ปลดแอก” นำไปสู่สังคมใหม่

แน่นอนว่าแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบถอนรากถอนโคน โดยพาะอย่างยิ่งการโค่นล้ม “สถาบันพระมหากษัตริย์” เหมือนกับกรณีปฏิวัติประชาชนที่เกิดขึ้นในบางประเทศ เช่น ที่รัสเซีย......

อ่านต่อที่

http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook3/2009/11/14/entry-2

ไม่คิดเลย

ไม่คิดเลย ศาลไทยกลายเป็นลูกน้องโจรไปเสียได้ เสียดายจัง

ภาพเปลือยของ ‘เกษียร

ภาพเปลือยของ ‘เกษียร เตชะพีระ’

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 4 มีนาคม 2553 16:07 น.

ผมเคยได้แต่เดินเฉียดๆ หรืออาจจะเคยพูดคุยกับเกษียร เตชะพีระ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่บ้าง เข้าใจเสมอมาจากการอ่านข้อเขียนและบทความว่า อาจารย์เกษียร เป็นนักคิดและปัญญาชนที่เป็นมิตรกับความถูกต้องและความเป็นธรรมทั้งมวล

ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เมื่อผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเกษียรล่าสุดแล้ว ผมคิดว่า ผมคงต้องลงมือแลกเปลี่ยนและตอบคำถามจากความรับรู้และความเข้าใจของตัวเองว่า มีหลายอย่างที่ผมเชื่อว่า สิ่งที่เกษียรคิดนั้นไม่ถูก

แม้ว่าสังคมไทยทุกวันนี้จะดูแปลกๆ อยู่ สมมติว่า มีใครมากล่าวหาหรือวิจารณ์เรา ถ้าหากเราลุกขึ้นมาชี้แจงโต้แย้ง ก็จะถูกกล่าวหาว่า เราผลักมิตรให้เป็นศัตรู เหมือนบุญเลิศ ช้างใหญ่แห่งค่ายมติชน ที่ทุกวันนี้ข้อเขียนของเขาเหมือนเขียนโต้แย้งกับตัวเองในอดีต เพราะโกรธที่พันธมิตรฯ ไปวิจารณ์องค์กรของตัวเอง

แต่อ่านงานของบุญเลิศแล้วได้แต่หัวเราะ หึ หึ ความรู้สึกมันเฉยๆ ตื้นเหมือนน้ำขังริมถนนหลังฝนหลงฤดู เมื่อเทียบกับเกษียร เตชะพีระ ที่เป็นบ่อน้ำบนภูเขา

เกษียรก็เหมือนผม และเหมือนใครอีกหลายคนในประเทศนี้ ที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและอาศัยเติบใหญ่ในแผ่นดินนี้ จบปริญญาตรีจากธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ที่ช้าเพราะเป็นนักศึกษารุ่นท้ายๆ ที่ออกจากป่ากลับสู่เมือง หลังเข้าป่าจับอาวุธโค่นล้มรัฐบาลอยู่หลายปี แต่ก็ได้บรรจุเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทันทีที่เรียนจบ ก่อนจะลาไปเรียนต่อจนจบโทและเอก จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา

เพื่อนร่วมรุ่นของเกษียรหลายคนเป็นนักวิชาการ ทั้งนักวิชาการ “แดงซ่อนรูป” และนักวิชาการ “แดงพันธุ์แท้” เช่น ธงชัย วินิจจะกูล หัวโต-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ รายหลังนี้รับใช้ทักษิณจนได้รับของขวัญเป็นบอร์ดธนาคารกรุงไทยในยุคที่ระบอบฉ้อฉลแผ่นดินยังเรืองอำนาจ

แน่นอนว่า แม้เกษียรจะไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐประหารที่โค่นล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เขาเคยเป็นผู้หนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ระบอบทักษิณ และนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทย อย่างเผ็ดร้อนมาก่อน ดังนั้นถ้ามองจากอดีตเราไม่อาจเหมารวมว่า เขาเป็นพวกทักษิณ และไม่อาจเหมารวมว่า เป็นพวก “แดงซ่อนรูป” แบบนักวิชาการบางคน

แต่เราก็คงไม่สามารถใช้ตรรกะนี้มาอธิบายปัจจุบันที่ถูกต้องของเกษียรหรือนำมาใช้แก้ต่างว่า ถ้าใครเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อน ดังนั้นคนคนนั้นไม่ใช่พวกทักษิณ เพราะเวลาผมตอบโต้กับนักวิชาการประเภทนี้ ก็จะมีเสียงสอดมาทำนองว่า เขาเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อนคุณ

ขณะเดียวกันอาจเห็นพ้องต้องกันกับบทสัมภาษณ์ของเกษียรชิ้นนี้ ก่อนหน้าบทความของผมหนึ่งวัน ผมเห็นบทความของอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย และอาจารย์ชวินทร์ ลีนะบรรจง ถือ “มีด” ในมือ และวริษฐ์ ลิ้มทองกุล ร่วมแรงชำแหละบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อยู่ก่อนแล้ว อ่านบทความของทั้งสองชิ้นก็อิ่มแล้ว ผมอาจจะนิ่งเฉยเสียก็ได้ แต่พอคิดแล้วว่ายังมีความในใจตกค้างอยู่ก็อดลงมืออีกแรงไม่ได้

เกษียรอย่าหาว่าผมทำซ้ำเลยครับ หรือถ้าคิดว่าทำไมพวกเราต้องลงแรงขนาดนี้ ก็ให้เข้าใจว่าเพราะ “ราคา” ของเกษียรนั่นแหละ จริงๆ แล้ว ผมอาจถือว่า บทสัมภาษณ์ของเกษียรเป็นอะไรที่ทำซ้ำบ้างก็ได้ เพราะอ่านแล้วเนื้อหาไม่ต่างกับที่ทักษิณ ตู่-จตุพร หรือวรัญชัย ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ว่า “การพิพากษาครั้งนี้เท่ากับไปยอมรับอำนาจของการรัฐประหาร”

ผมคิดว่า เกษียรมีสิทธิจะไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร แต่นั่นเป็นความเห็นของเกษียร ที่ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งว่า ผิดหรือถูก เพราะขณะเดียวกันก็มีนักวิชาการและคนอีกจำนวนมากยอมรับ อำนาจรัฐประหารที่ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบที่ฉ้อฉลและรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และต่างคนต่างฝ่ายก็เอาทฤษฎีของตัวเองมาอธิบายดังปรากฏอยู่ทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของเกษียรถูกหรือความเห็นของนักวิชาการที่ยอมรับการรัฐประหารในแง่นี้ถูก ก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่เกษียรจะบอกว่า ถ้าไม่คิดอย่างผมไม่ถูก สิ่งที่เป็นอยู่นั้นคือ “ความเห็น” และ “ความเชื่อ” ของเกษียรก็ช่างหัวเกษียรไม่ใช่ช่างหัวมัน

โชคดีที่เกษียรยังยอมรับว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เสรีนั้นอันตรายอาจถึงขั้นเป็นทรราชย์ได้ และยอมรับว่าทักษิณมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น

แต่ตรรกะหลายอย่างของเกษียรอ่านแล้วตลก เช่น หัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์ แต่คำตัดสินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้พาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู จะทำให้ไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ที่ไหนกล้าอีก เพราะได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า โอ้โห...ทำมาหากินแทบเป็นแทบตาย แต่แป๊บเดียวโดนยึดเป็นหมื่นล้าน

เกษียรต้องการอะไรหรือครับ จะอธิบายว่า ต่อไปนี้ถ้านายทุนมาเล่นการเมืองแล้วรัฐอยากจะยึดทรัพย์สินเสียอย่างไรก็ได้หรือ เพราะต่อมาเกษียรก็บอกว่า ต่อไปนี้ไม่มีทุนใหญ่กล้าเข้ามาสู่การเมืองแล้ว

ผมถามว่า ถ้าทักษิณไม่ได้มีพฤติกรรมที่ศาลสาธยายกว่า 7 ชั่วโมง อย่าว่าแต่ “รัฐ” จะกล้ายึดเลย ต่อให้ “ศาล” ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์จะกล้าตัดสินยึดทรัพย์ของทักษิณเช่นนั้นหรือ สังคมไทยทั้งสังคมจะยอมรับคำตัดสินที่ไม่มีเหตุมีผลเพียงเพื่อแกล้งจะยึดทรัพย์ของทักษิณ หรือหลับหูหลับตาคิดแบบเกษียรว่า ต้องยึดทรัพย์ทักษิณเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร

เกษียรจะไม่ยอมรัฐการรัฐประหารก็เรื่องหนึ่ง แต่ตรรกะแบบนั้นใช้ไม่ได้ เมื่อจะตอบโต้กับ “ข้อเท็จจริง” ที่เกิดขึ้นและศาลอธิบายให้ฟัง

เกษียรบอกว่า คนในสังคมจำนวนมาก ไม่สามารถพูดได้เต็ม 100% เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของรัฐบาลคุณทักษิณ หลายคนสงสัยว่ามีการทุจริต แต่...เมื่อใดใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชันมันจะทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

ถ้านั้นเกษียรก็เชื่อว่า “คนในสังคมอีกจำนวนไม่น้อย” นอกเหนือจาก “คนในสังคมจำนวนมาก” เชื่อว่า ทักษิณบริสุทธิ์ 100% เกษียรน่าจะอธิบายต่อว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พวกเขาไม่เชื่อคำอธิบายของศาล เพราะไม่เชื่อข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผย หรือหลงน่ามืดตามัวโดยไม่รับฟังเหตุผล

และผมคิดว่า การรัฐประหารไม่สามารถบดบังทำลายกระบวนการยุติธรรมและความยุติธรรมในคดีนี้ได้

ส่วนที่ว่าอย่าใช้รัฐประหารแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้นพูดไปก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ถ้าอำนาจในระบบไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐสภา องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทั้งหมดถูกผู้มีอำนาจแทรกแซงจนเกือบจะเป็นทรราชย์ ผมคิดว่า เมื่อนั้นก็มีความจำเป็นและไม่แตกต่างอะไรกับที่เกษียรเคยเข้าป่าจับปืนที่โค่นล้มอำนาจรัฐที่ตัวเองคิดว่าอยุติธรรม

และนี่คือบริบทที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยบอกว่าทหารควรเข้ามาจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกษียรเอามายอกย้อนว่า ต่อไปถ้าทุจริตนายอำเภอทหารก็ต้องออกมา ซึ่งง่ายไปเหมือนลีลาโต้คารมมัธยมศึกษาที่จำณัฐวุฒิมา

ส่วนที่เกษียรมั่วเอาว่า อัยการไม่ฟ้องพันธมิตรฯ ที่บุกยึดสนามบินโดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเพื่อสร้างภาพมายาสองมาตรฐานนั้น ผมไม่คิดว่า เป็นการบิดเบือน แต่คิดว่าแกล้งโง่และสะเพร่าเท่านั้นเอง

Info Exchange

Info Exchange wrote:
แลกเปลี่ยนข้อมูล อีกด้านหนึ่งที่ against ท่าน อ.ใจ นะครับ (ควรใช้วิจารณญาณด้วย)

ย้อนอดีตขบวนการล้มเจ้า

ขบวนการล้มเจ้า เท่าที่ปรากฏข้อมูลและความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกันมา ถ้าจะว่ากันไปแล้วน่าจะเริ่มจากการรวมตัวของกลุ่มฝ่ายซ้ายเก่าที่เคยเป็นอดีตนักศึกษา และนักกิจกรรม ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองในยุค 14 ตุลาคม 2519 ต่อเนื่องมาจนถึงการถูกล้อมปราบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้เห็นการกดขี่ ความไม่เป็นธรรมในสังคม การใช้อำนาจเผด็จการทหาร ประกอบกับมีการแผ่ขยายเข้ามาของลัทธิจักรวรรดินิยมอเมริกาเข้ามาในภูมิภาคเอซียตะวันออกเฉียงใต้

คนเหล่านั้นซึ่งยังเป็นคนหนุ่มสาว ได้รับอิทธิพลทางความคิดในลัทธิคอมมิวนิสต์ แนวทางสังคมนิยม ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นพวก “หัวก้าวหน้า” ขณะที่บางส่วนก็มีความเห็นในเชิงอุดมคติ ใฝ่ฝันจะเปลี่ยนแปลงสังคมใหม่ และเมื่อสังคมรอบข้างบีบคั้นมากขึ้นในลักษณะที่เรียกว่า “ขวาพิฆาตซ้าย” ทำให้พวกเขาต้องหลบหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) จับอาวุธขึ้นสู้กับอำนาจรัฐ โดยฝันว่าจะสามารถ “ปลดแอก” นำไปสู่สังคมใหม่

แน่นอนว่าแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบถอนรากถอนโคน โดยพาะอย่างยิ่งการโค่นล้ม “สถาบันพระมหากษัตริย์” เหมือนกับกรณีปฏิวัติประชาชนที่เกิดขึ้นในบางประเทศ เช่น ที่รัสเซีย......

อ่านต่อที่

http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook3/2009/11/14/entry-2

นิทานเหลืองหลอกเด็ก ไม่ต่างจากนิทานตุ๊กแกกินตับที่ผู้ใหญ่ใช้หลอกเด็กเลย ผมยังไม่เห็นใครหน้าไหนมันกล้าล้มเจ้าสักคน มีแต่ถูกล้มคนแล้วคนเล่า

นี่มันปี2010 แล้วพี่น้องเอ๊ย แหกตาลืมขึ้นมาดูโลกว่าเขาไปถึงไหนแล้ว หรือเอาแต่มุดหัวอยู่ใต้ผืนทราย ถึงนึกว่ายุค 6 ตุลา 2519 มันเพิ่งเกิดเมือว่านนี้ เอาลิ่มตอกอกคนยังไม่หายมันมือหรือไง ถึงจะปลุกผี 6 ตุลา ขึ้นมาอีกรอบ ลืมมองไปรอบๆข้างเหลืองหรือเปล่า มองเห็นธีรยุทธยืนกอดเสื้อกั๊กเก่าๆอยู่ข้างๆอำมาตย์หรือเปล่า มองเห็นเสกสรรยืนตัวลีบๆอยู่ข้างอำมาตย์หรือเปล่า

สมัยนี้คนเขาไม่เชื่อนิทานหลอกเด็กกันอีกแล้ว มีแต่จะหัวเราะเยาะ หรือบางคนอาจเอาบาทาไป"ลูบ"หน้าคนเล่านิทานห่วยๆแบบนี้ด้วยความหมั่นใส้ ก็ช่วยไม่ได้นะครับ โทษฐานที่โง่แล้วยังทำตัวเป็นแผ่นเสียงตกร่อง(ร่องกระบอกเสียงอำมาตย์)

ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับจักรๆ

ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ doctor J จะชอบเข้ามาโพสเป็นพิเศษ ผมเดาเอาเองว่าโดนใจว่างั้นเถอะ มันมาก สนุกมาก ใช่ไหมพี่น้อง ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่เด็กนักศึกษาหรอกนะ ทำงานที่ไหนล่ะพ่อคุณ ผมอยู่อาคาร B ตึกเดียวกับ กกต นั่นแหละ ไปนั่งดูเสื้อแดงมาประท้วงสองครั้งแล้ว เห็นแล้วก็ขำ มากันหร่อมแหล่ม ขนลูกเงาะผมยังมีมากกว่าเสื้อแดงที่มาประท้วง กกต ซะอีกฮ่าๆๆๆ

ใจไม่เคยพัฒนาด้านความคิดจมปรั

ใจไม่เคยพัฒนาด้านความคิดจมปรักกับเรื่องเดิมเเล้วนำเรื่องคนอื่นมาผูกติดกับเเนวคิดตัวเอง ใจเป็นKPIที่วัดระบบการกลั่นกรองบุคลากรครูล้มเหลว

นน wrote:ไม่คิดเลย

นน wrote:
ไม่คิดเลย ศาลไทยกลายเป็นลูกน้องโจรไปเสียได้ เสียดายจัง

เหรอ? ทุกวันนี้ที่เห็นคนไปกราบโจรเป็นพ่อมากกว่านะ

การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได

การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

ทักษิณจูงจมูกเสื้อแดงหรือไม่?

ทักษิณจูงจมูกเสื้อแดงหรือไม่?

ดูง่ายๆว่าเสื้อแดงกี่ % ที่ไม่เข้าใจว่าทักษิณโกง

ร้องไห้เมื่อทักษิณถูกยึดทรัพย์

เชื่อว่าทักษิณถูกรังแก

ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า "คุณซาบซึ้ง" เวอร์ชั่นใหม่เลย

ใจกำลังสู้กับระบบหรือสู้กับบุคคลกันแน่

คิดสิ คิด!

แช่ม wrote:"ใจ" ยัง

แช่ม wrote:
"ใจ" ยัง "ห่างชั้น" มาก เมื่อเทียบกับ....

"นางอองซาน" หรือ "ท่าน Mandela" แห่ง South Africa

คนเหล่านี้ "ไม่หนี" ไปไหน ไม่ยอม "ออกนอกประเทศ" ครับ

แต่ คนที่กล้าแสดง "จุดยืน" ที่แท้จริงออกมา ตอนตัวเองกำลัง "วิ่งหนี" (Chicken)

"เปลี่ยนแปลง" อะไรไม่ได้หรอก ครับ

เป็นได้แค่เพียง "เบี้ย" ตัวเล้กๆ ที่ "ไร้คุณค่า"

ก็เท่านั้นเองครับ สำหรับ "GILES THE COWARD"

***** คุณ แช่ม ใส่ร้าย อาจารย์ใจ ว่า ขี้ขลาด *****

อาจารย์ใจ เป็นคนกล้าหาญ และเสียสละ

เมื่อ กบฏ คมช.ปฏิวัติ 19 ก.ย.49 ได้ประกาศห้ามชุมนุม ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

อาจารย์ใจ ซึ่งเป็นอาจารย์ของจุฬา ได้พาพวก เกือบ 20 คน

ไปชุมนุม ชูป้าย คัดค้าน การปฏิวัติ ที่สยามพารากอน

อาจารย์ใจ ไม่กลัวคุกตาราง ไม่กลัวว่าจะต้องตกงาน

อย่างนี้ ไม่เรียกว่าเป็นคนกล้าหาญ และเสียสละ แล้วจะเรียกว่าอะไร?

ส่วนเรื่องที่อาจารย์ใจ หนีไปอังกฤษ เพราะอาจารย์ใจ ไม่ใข่คนโง่

เจอหมาบ้า เป็นฝูง ไม่หนีก็โง่แล้ว

อยู่ในคุก มีสิทธิ์ถูกฆ่าตายได้ครับ

************************************

คุณแช่ม กรุณาเลิกใส่ร้าย อาจารย์ใจ

รู้ทัน

รู้ทัน wrote:
การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆพวกคุณ ควายนะ มันยังฉลาดกับพวกคุณอีก แค่นี้ยังไม่รู้สึงตัวอีกหรือไงว่าถูกพวกทักษิณปั่นหัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้ไปตายแทน คนอะไรว่ะ โง่เหมือนควายจริงๆเลย อำมาตย์พ่อมึงมันไม่มีแล้วสมัยนี้ มันหมดไปนานแล้ว เฝ้ามาโพสโชว์ความโง่อยู่ได้อ่านแล้วก็สังเวชในความงี่เง่าของพวกคุณ ทำมาเป็นเต้นแร้งเต้นกา แสดงความเป็นเดือดเป็นแค้นแทนทักษิณ รู้ไหมถ้าพวกคุณป่วนเมืองได้สำเร็จตามคำยุยงของพวกมัน เสร็จสิ้นแล้วมันกลับมามีอำนาจอีก พวกคุณก็เหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละ เป็นแค่เครืองมือให้เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้างซิ โง่ดักดานจริงๆเลย

*คุณค่าที่คนส่วนน้อย...คอยรัก

*คุณค่าที่คนส่วนน้อย...คอยรักษา
คือระบอบ อำมาตยา รักษาผล
โดยอ้างการ ตรวจสอบ ลอบเล่ห์กล
จนถึงขั้น ชิงปล้น ประชาธิปไตย

*ชนชั้นล่าง เลือกผู้แทน ประชาชน
ไร้เล่ห์กล ใดใด ใจผ่องใส
ชนชั้นบน สร้างม๊อบไล่ ให้ออกไป
สร้างกลไก ตรวจสอบ ตกขอบเอียง

*ประชาชน ชั้นล่าง ผู้เสียเปรียบ
ที่ถูกเหยียบ รู้ซึ้ง จึงส่งเสียง
อยุติธรรมเกินไป...ไม่พอเพียง
ตาชั่งเอียง เห็นเห็น เล่นเล่ห์กล

*ประชาชน รักษ์คุณค่า ประชาธิปไตย
ที่ปวงชน เป็นใหญ่ ไม่สับสน
เท่าเทียมกัน หนึ่งสิทธิ์เสียง เพียงหนึ่งคน
ไม่เล่ห์กล ดึงฟ้าต่ำ มาทำลาย

ใจพูดซ้ำซาก

ใจพูดซ้ำซาก ทั้งที่เกษียรเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นมานานแล้ว ชอบอ้างว่าคนที่ไม่เอาทักษิณ ไม่รู้จะจัดการทักษิณอย่างไร เห็นด้วยกับรัฐประหารตลอด เพราะเห็นว่าคนจนโง่ เชื่อทักษิณ ใจก็คิดได้แค่นี้ตลอด แคบที่สุดของนักวิชาการแล้ว

Anonymous wrote:รู้ทัน

Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆพวกคุณ ควายนะ มันยังฉลาดกับพวกคุณอีก แค่นี้ยังไม่รู้สึงตัวอีกหรือไงว่าถูกพวกทักษิณปั่นหัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้ไปตายแทน คนอะไรว่ะ โง่เหมือนควายจริงๆเลย อำมาตย์พ่อมึงมันไม่มีแล้วสมัยนี้ มันหมดไปนานแล้ว เฝ้ามาโพสโชว์ความโง่อยู่ได้อ่านแล้วก็สังเวชในความงี่เง่าของพวกคุณ ทำมาเป็นเต้นแร้งเต้นกา แสดงความเป็นเดือดเป็นแค้นแทนทักษิณ รู้ไหมถ้าพวกคุณป่วนเมืองได้สำเร็จตามคำยุยงของพวกมัน เสร็จสิ้นแล้วมันกลับมามีอำนาจอีก พวกคุณก็เหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละ เป็นแค่เครืองมือให้เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้างซิ โง่ดักดานจริงๆเลย

***** ใครกดขี่ ขูดรีด ประชาชน? *****

สมัยก่อน ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

ชาวบ้านมี เบ็ด คันหนึ่ง ก็หาปลาได้แล้ว

เหยื่อที่ใช้ ก็พวกไส้เดือน, แมลงแกลบ ฯลฯ

*********************************

เมื่อวันเวลาผ่านไป มีผู้คนมากขึ้น

สิ่งแวดล้อมเสียหาย จากน้ำเสียที่ปล่อยจากบ้านเรือน และโรงงาน

ตกปลาทั้งวัน ก็ไม่ได้ปลาซักตัว

ชีวิตต้องอยู่อย่างยากลำบาก

ต้องกู้ยืมเงินนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน

เจ็บป่วยขึ้นมา ไม่มีเงินไปหาหมอ ต้องไปซื้อยาตามร้านขายยามากิน

โชคดีก็หาย โชคร้ายก็เป็นมากขี้น หรือตายไป

*******************************

และแล้ว วันหนึ่ง ก็มี พรรคไทยรักไทย นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ

มาแก้ปัญหาให้คนไทย

มีการพักชำระหนี้ 3 ปี

มีกองทุนหมู่บ้าน

มี 30 บาท รักษาทุกโรค

ขาวบ้านรวมตัวกัน ไปกู้ธนาคารออมสินได้ ไม่ต้องกู้ นอกระบบ

มีบ้านเอื้ออาทร

ชาวบ้านมีความสุข

*************************************

ชาวบ้านมีความสุขได้ไม่นาน อำมาตย์ก็สั่งทหารปฏิว้ติเมื่อ 19 ก.ย.2549

หลังจากนั้น ประเทศไทย ก็เกิดความไม่สงบมาตลอด

ชาวบ้านพยามยามต่อสู้กับอำมาตย์ ด้วยความสงบ ก็ไม่เป็นผล

ใครเป็นพวกอำมาตย์ ทำอะไรก็ไม่ผิด

ชาวบ้านทนไม่ไหวแล้ว จึงต้องลุกขี้นสู้

นัดรวมพล เข้ากรุงเทพ 12 มีนาคม 2553 เพื่อทำสงครามประชาชน

ทำสงครามประชาชน โดยไม่ใช้ความรุนแรง

แต่ถ้าอำมาตย์ ใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามประชาชน

ประชาชนก็จะสู้ตาย!

doctor J wrote:Info Exchange

doctor J wrote:
Info Exchange wrote:
แลกเปลี่ยนข้อมูล อีกด้านหนึ่งที่ against ท่าน อ.ใจ นะครับ (ควรใช้วิจารณญาณด้วย)

ย้อนอดีตขบวนการล้มเจ้า

ขบวนการล้มเจ้า เท่าที่ปรากฏข้อมูลและความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกันมา ถ้าจะว่ากันไปแล้วน่าจะเริ่มจากการรวมตัวของกลุ่มฝ่ายซ้ายเก่าที่เคยเป็นอดีตนักศึกษา และนักกิจกรรม ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองในยุค 14 ตุลาคม 2519 ต่อเนื่องมาจนถึงการถูกล้อมปราบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้เห็นการกดขี่ ความไม่เป็นธรรมในสังคม การใช้อำนาจเผด็จการทหาร ประกอบกับมีการแผ่ขยายเข้ามาของลัทธิจักรวรรดินิยมอเมริกาเข้ามาในภูมิภาคเอซียตะวันออกเฉียงใต้

คนเหล่านั้นซึ่งยังเป็นคนหนุ่มสาว ได้รับอิทธิพลทางความคิดในลัทธิคอมมิวนิสต์ แนวทางสังคมนิยม ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นพวก “หัวก้าวหน้า” ขณะที่บางส่วนก็มีความเห็นในเชิงอุดมคติ ใฝ่ฝันจะเปลี่ยนแปลงสังคมใหม่ และเมื่อสังคมรอบข้างบีบคั้นมากขึ้นในลักษณะที่เรียกว่า “ขวาพิฆาตซ้าย” ทำให้พวกเขาต้องหลบหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) จับอาวุธขึ้นสู้กับอำนาจรัฐ โดยฝันว่าจะสามารถ “ปลดแอก” นำไปสู่สังคมใหม่

แน่นอนว่าแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบถอนรากถอนโคน โดยพาะอย่างยิ่งการโค่นล้ม “สถาบันพระมหากษัตริย์” เหมือนกับกรณีปฏิวัติประชาชนที่เกิดขึ้นในบางประเทศ เช่น ที่รัสเซีย......

อ่านต่อที่

http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook3/2009/11/14/entry-2

นิทานเหลืองหลอกเด็ก ไม่ต่างจากนิทานตุ๊กแกกินตับที่ผู้ใหญ่ใช้หลอกเด็กเลย ผมยังไม่เห็นใครหน้าไหนมันกล้าล้มเจ้าสักคน มีแต่ถูกล้มคนแล้วคนเล่า

นี่มันปี2010 แล้วพี่น้องเอ๊ย แหกตาลืมขึ้นมาดูโลกว่าเขาไปถึงไหนแล้ว หรือเอาแต่มุดหัวอยู่ใต้ผืนทราย ถึงนึกว่ายุค 6 ตุลา 2519 มันเพิ่งเกิดเมือว่านนี้ เอาลิ่มตอกอกคนยังไม่หายมันมือหรือไง ถึงจะปลุกผี 6 ตุลา ขึ้นมาอีกรอบ ลืมมองไปรอบๆข้างเหลืองหรือเปล่า มองเห็นธีรยุทธยืนกอดเสื้อกั๊กเก่าๆอยู่ข้างๆอำมาตย์หรือเปล่า มองเห็นเสกสรรยืนตัวลีบๆอยู่ข้างอำมาตย์หรือเปล่า

สมัยนี้คนเขาไม่เชื่อนิทานหลอกเด็กกันอีกแล้ว มีแต่จะหัวเราะเยาะ หรือบางคนอาจเอาบาทาไป"ลูบ"หน้าคนเล่านิทานห่วยๆแบบนี้ด้วยความหมั่นใส้ ก็ช่วยไม่ได้นะครับ โทษฐานที่โง่แล้วยังทำตัวเป็นแผ่นเสียงตกร่อง(ร่องกระบอกเสียงอำมาตย์)

..แล้วเอาเจ้าไว้ทำอะไรได้บ้างครับ ถามหน่อย
form not follow function at all! ว่าไม๊

ความสับสนทั้งหมดของสังคมเวลาน

ความสับสนทั้งหมดของสังคมเวลานี้ คนเดือนตุลาเหล่านี้แหละมีส่วนรับผิดชอบอยู่ไม่ใช่น้อย
zzzz

ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าของฝ่ายซ้ายไทย(บางคน)
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:00:46 »

--------------------------------------------------------------------------------
คงต้องกล่าวว่าในยุคนี้สมัยนี้ คงไม่มีความล้มเหลวทางด้านความคิดใดที่ยิ่งกว่าความล้มเหลวทางความคิดของฝ่ายซ้ายไทย(บางคน)ไปอีกแล้ว

แต่เดิมมาเราใช้คำว่า "ฝ่ายซ้าย" ในทางยกย่อง หมายถึงกลุ่มที่คิดดี ทำดี ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มักจะเป็นเสียงส่วนน้อยที่พยายามจุดเทียนส่องสว่างให้กับสังคม

แต่หลายปีที่่ผ่านมา "ฝ่ายซ้าย" ไทยเหล่านี้กลับทำให้วงการวิชาการยิ่งทียิ่งมืดมิด

ยิ่งทียิ่งไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมอะไรได้ แต่กลับทำให้สังคมสับสนหนักยิ่งขึ้นไปอีก

และลากเอาชื่อคนเดือนตุลาเข้าไปพัวพันด้วย

จนหลายแห่งชี้ว่า ความสับสนทั้งหมดของสังคมเวลานี้ คนเดือนตุลาเหล่านี้แหละมีส่วนรับผิดชอบอยู่ไม่ใช่น้อย

เพราะชอบเสนออะไรต่อมิอะไรออกมา

แล้วถูกพวกฉวยโอกาสฉวยไปขยายผลต่อ

กรณีล่าสุดก็คือเกษียร เตชะพีระ

ที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ถูกนักวิชาการระดับเดียวกันถลกหนังเสียจนไม่เหลือหรอ

แต่แม้ชาวบ้านธรรมดา ก็มองออกว่าคิดอะไรอยู่

ความล้มเหลวเหล่านี้เกิดขึ้นมา

ความล้มเหลวเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากอะไร
เกิดขึ้นมาจากการยึดถือทรรศนะการต่อสู้ทางชนชั้นเป็นสรณะ
เกิดขึ้นจากการยึดถือวัตถุนิยมประวัติศาสตร์แบบกลไกเป็นเครื่องชี้นำทางความคิดของตน

บางครั้งเมื่อดูทีวีเสื้อแดง เห็นหน้าผู้หญิงบางคนที่คลับคล้ายกับสตรีนามว่าเจียงชิงของจีนออกทีวี พูดเป็นต่อยเป็นหอยเรื่องการมองทุกอย่างว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ถูกต้อง สังคมต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่พวกคุณไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
แถมวิธีคิดทุกอย่างยังดำรงอยู่เป็นแบบกลไก

ไม่ต้องอื่นไกล ทุกคนพากันย้ำนักย้ำหนาว่า การรัฐประหารใดๆ ล้วนไม่ถูกต้อง
เมื่อไม่ถูกต้อง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากการรัฐประหารล้วนไม่ถูกต้องทั้งนั้น
แบบนี้จะไม่เรียกว่าวิธีคิดอย่างกลไกได้อย่างไรพี่น้อง

ก็เมื่อเริ่มหนึ่งผิด จากนั้นสองสามสี่ห้าก็ต้องผิดหมด นี่คือสิ่งที่เรียกว่าวิธีคิดแบบกลไก ที่พวกฝ่ายซ้าย(บางคน)ระดมอัดฉีดให้พวกเดียวกันในปีกเสื้อแดง และถูกฉวยโอกาสนำไปใช้อยูเสมอตลอดเวลาในหมู่เสื้อแดงขณะนี้
เพราะวิธีคิดเช่นนี้ทำให้พวกเขา โดยเฉพาะทักษิณสามารถปิกปิดพฤติกรรมชั่วของเขาได้ เหมือนกับที่เขาพยายามอยู่ในขระนี้ นั่นคือศาลฎีกาชุดนี้ตัดสินโทษเขาไม่ได้เพราะไปอ้างอิงคำสั่งของคมช. คมช.มาจากการัฐประหาร ดังนั้นคำสั่งจึงไม่ชอบ ตัดสินเขาไม่ได้ ปปช. คตส.ก็เกิดมาจาก คมช. ไม่มีสิทธิมารวบรวมหลักฐานฟ้องเขา ดังนั้นภายหลังเขาจะทำผิดอย่างไรพวกนี้ก็มาตัดสินเขาไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ทักษิณสู้และพยายามจะสู้ เหมือนกับในการต่อสู้ทางศาล ทักษิณแทบจะไม่ต่อสู้ทางข้อเท็จจริง แต่พยายามจะต่อสู้ว่าศาลไม่มีอำนาจ อยู่เสมอมา

แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจที่อดีตคนเดือนตุลาและฝ่ายซ้ายบางคน ได้อัดฉีดความคิดที่ผิดพลาด ให้กับปีกเสื้อแดงได้นำไปขยายผล(เพราะสอดคล้องกับประโยชน์ของเขา) โดยเสมอมา โดยรายล่าสุดคือเกษียร เตชะพีระ
เป็นคำชี้แนะที่ออกมาในวันสุกดิบอาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนการเคลื่อนไหวใหญ่ของคนเสื้อแดงที่กำลังระดมกำลังกัน

บางคนคลับคล้ายคลับคราว่าเหมือนกับการระดมพลและการอัดฉีดทางความคิดทฤษฎีให้แก่หมู่ผู้ปฏิบัติงาน นศ.เมื่อก่อนวันที่ 6 ตุลา ในทำนองไม่สู้ไม่ได้ ไม่ชุมนุมไม่ได้ แม้จะมีข่าวล้อมปราบมาหนาหู
เหตุการณ์เวลานั้นไม่รู้ว่าเกษียรอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะดูเหมือนจะเป็นคนนำเรื่องมาเปิดเผยในข้อเขียนบางแห่ง
ก็ลองทบทวนดูว่า วิธีเสนอแบบนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
คุณรับผิดชอบต่อสังคมไหวหรือ ?

ขอสนับสนุนข้อความที่กล่าวมาทั

ขอสนับสนุนข้อความที่กล่าวมาทั้งหมด

ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่าการสร้างวิธีคิดที่ผิดให้ผู้คน

อยากจะฝากบอกไปยังนักวิชาการเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเกษียร ยิ้ม ธงชัย หรือ สมศักดิ์

อย่าได้คิดคำนึงแต่ยุทธวิธีในการบรรลุเป้าหมาย โดยไม่คำนึงถึงความถูกผิด จนถึงขนาดสร้างตรรกะที่ไม่สมประกอบมาอธิบายข้อเท็จจริง

คุณเกษียร รู้สึกอะไรไม๊ กับตรรกะของคุณที่ว่า " คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ฟาดลงใจกลางทุนนิยม ..ที่คนทำมาหากินทั้งชีวิตต้องถูกยึดทรัพย์ "

คุณรู้บ้างรึไม่ว่า ตรรกะนี้ไม่สมประกอบอย่างมากเมื่อนำปรับเข้ากับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ รู้ หรือแกล้งไม่รู้ ?

มันใช่เรื่อง "ทุนนิยม ถูกยึดทรัพย์ " ทำลายหลักการเสรีนิยม หรือ มันคือ "คนโกงชาติ เอาเปรียบสังคม ฉ้อฉลด้วยการนำตำแหน่งหน้าที่ที่ประชาชนมอบให้มาแสวงประโยชน์ให้ตนเองและครอบครัว"

มันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับทุนนิยม ( ที่คุณเทิดทูนกันจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้) เป็นเรื่องคนโกงที่ถูกตัดสินโดยหลักกฏหมายที่บัญญัติไว้เพื่อจัดการกับนักการเมืองผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่อาจใช้กฏหมายอาญาทั่วไป ไปจัดการได้ เพราะมีอำนาจเงิน มีอิทธิพล เกินกว่าจะจัดการเอาผิดคนเหล่านี้ได้

ความจริง คุณควรจะเรียกร้อง ให้นำกฏหมายเหล่านี้ มาจัดการ"อย่างเสมอภาค กับคนที่มีอำนาจทางการเมืองทุกระดับ ( แม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง) เพื่อสร้างบรรทัดฐานอันเท่าเทียม ไม่ใช่สร้างตรรกะ"ฟาดกลางใจทุนนิยม..หาเงินมาทั้งชีวิตแต่ต้องถูกยึดทรัพย์ "อย่างที่กำลังเผยแพร่พ่นพิษทางความคิดให้กับสังคม

......

ในประเด็นรัฐฐาธิปัตย์นี่ก็เหมือนกัน อันนี้ต้องขอประนามความโมหะของคุณ

นี่ถ้าหากพรรคคอมฯเกิดทำสงครามปฏิวัติเมื่อ 30 ปีก่อน แล้วเกิดชนะขึ้นมา สร้างรัฏฐาธิปัตย์ขึ้นมาได้ ถามว่า จะสามารถออกกฏหมายบังคับใช้กับประเทศของตนได้หรือไม่

ฮุนเซน ได้รัฏฐาธิปัตย์ด้วยการนำกองกำลังเวียดนามเข้ามาแย่งยึด เมื่อได้รัฏฐาธิปัตย์ไว้ในมือ กฏหมายที่ออกมาในนามรัฐฐาธิปัตย์ ย่อมบังคับใช้ได้

ปัญหาคือ เมื่อออกกฏหมายมาโดยกระบวนการนิติบัญญัติ ตั้งคตส.ขึ้นมาทำหน้าที่พนักงานสอบสวน ..แต่การดำเนินการในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ใช้กระบวนการยุติธรรมที่มีมาตรฐาน ใช้กฏหมายวิธีพิจารณาความ และให้ศาลเป็นผู้บังคับใช้กฏหมาย ตัดสินความ ไม่ได้ใช้อำนาจของตนเองในการตัดสิน ดังที่ศาลฎีกาได้อธิบายถึงที่มาแห่งกฏหมายในการตั้งคตส.ชัดเจนแล้ว ข้ออ้างในการปฏิเสธอำนาจสอบสวนของคตส.ย่อมต้องหมดไป เป็นนักรัฐศาสตร์ ถ้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แล้วจะสอนอะไรให้ผู้คนได้

ส่วนประเด็นปัญหาข้อกฏหมายที่ใช้เอาผิดคนโกง มันมีบัญญัติอยู่แล้ว ไม่ได้มาจากอำนาจคณะปฏิวัติอย่างที่พยายามโยงให้เข้าหา
ไม่น่าจะต้องทำเป็นเฉไฉ บิดเบือน ช่วยคนโกงคนเลว เลยสักนิด

ดังนั้น ด้วยข้อสรุปที่กล่าวมา จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกคุณ พยายามใช้ความเป็นนักวิชาการเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยไม่ซื่อสัตย์ต่อความเป็นนักวิชาการ และแถมยังทรยศต่อทำนองคลองธรรม และความถูกต้อง

คุณช่วยคนชั่ว เพียงเพราะคนชั่ว อาจจะลบรอยแค้นให้คุณได้ ถึงขนาดทรยศต่อจิตสำนึกอันเคยดีงามของตนเอง อภิบาลคนเลว ทำร้ายระบบศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นเพียงอำนาจเดียวที่คนสามัญจะขอใช้ได้ในท่ามกลางความเหลี่อมล้ำของสังคมทุนนิยมเสรีที่คุณยกย่องเทิดทูน

ถ้าคุณปฏิเสธอำนาจศาล ถามว่า คุณจะให้ใครมาตัดสิน

เอาคนอย่างไอ้แม้ว มาตัดสินตัวเองหรือ ..เอานักการเมืองน้ำเน่ามาตัดสินการกระทำของคนพวกนี้หรือ...

ความเป็นนักวิชาการของคุณช่างดูต่ำเตี้ยเหลือเกิน ..ต่ำเตี้ยเกินกว่าจะยืนอยู่กับความเป็นอารยะที่คุณพร่ำบอกอยากจะให้สังคมนี้มี

การนิยมชมชอบอนาธิปไตยของกลุ่มคนที่คุณพยายามปกป้อง เข้าร่วม กระทั่งชี้นำเขาอยู่ มีแต่จะทำลายเกียรติคุณในอดีตของตัวเอง

เลิกเสียเถอะ และหันมายืนอยู่กับความจริง

จะเกลียดชอบ จะรักชัง ก็ขอให้อยู่ในหลักการ อยู่กับคุณธรรม แยกชั่วแยกดีเสียให้ออก

การประดิษฐ์วาทกรรมของคุณ ไม่ได้สร้างโลกให้โสภา แต่กำลังทำลายโลกให้จ่อมจม สังคมจะตราหน้าคุณไปชั่วชีวิต

Re:

Re: ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าของฝ่ายซ้ายไทย(บางคน)
« ตอบ #3 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:08:38 »

--------------------------------------------------------------------------------
การปฏิวัติจีนในช่วงที่ยังไม่ชนะ หรือในช่วงหลังชนะ 10 ปีแรก เนื่องจากสภาพการต่อสู้กับสงครามและการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสังคม จึงทำให้การใช้ทฤษฎีมีความพลิกแพลงยืดหยุ่นมากมาย จนนำมาซึ่งชัยชนะและการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้กับประเทศ
แต่หลังจากประเทศก็เข้าสู่ยุคที่ความคิดแบบกลไกเข้าครอบงำ นั่นคือการถือหลักว่าใครมีชาติกำเนิดไม่ดี เคยเป็นนายทุน เป็นปัญญาชน มาก่อนล้วนแล้วแต่ต้องเป็นผู้ที่ถูกซักฟอกชำระล้างให้สะอาดหมดจด
ที่ว่าเป็นความคิดแบบกลไกคือ เมื่อชาติกำเนิดคุณไม่ดี เมื่อคุณเคยทำงานสังคมเก่า เมื่อเริ่มต้นที่หนึ่งไม่ดี สองสามสี่ห้าต่อไปก็ไม่ดีทั้งหมด ท้้งที่หลายคนในจำนวนนั้นเป็นผู้นำการปฏิวัติที่ยากลำบากในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งกว่าอีกหลายๆ คนด้วยซ้ำ แต่เมื่อถือความคิดแบบกลไกเป็นใหญ่ ที่เหลือไม่ต้องพูด เมื่อเริ่มต้นไม่ถูกที่เหลือก็ไม่ถูก หรือไม่นำมาพิจารณา
นี่คือภูมิหลังของการยุคแห่งการปฏิว้ติวัฒนธรรมที่นำประเทศจีนเข้าสู่ห้วยแห่งหายนะที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน
เป็นภูมิหลังที่ถูกคนฉวยโอกาสหยิบเรื่องนี้ไปทำลายฝ่ายตรงข้าม ทั้งระดับล่างสุดถึงสูงสุด กลายเป็นเรื่องสามานย์ที่สุดสำหรับฝ่ายซ้าย
เรื่องนี้ยังมาซ้ำรอยหนัก เมื่อเหล่าเขมรแดงทำแบบเดียวกับการปฏิว้ติวัฒนธรรมของจีน และเป็นตราบาปไม่เพียงแต่ของเขมร แต่ยังเป็นตราบาปสำหรับฝ่ายซ้ายทั้งโลกมาจนถึงทุกวันนี้
โชคร้ายที่ว่า......
เวลานี้เมืองไทยเราฝ่ายซ้าย(บางคน)ก็กำลังจะสิ่งสามานย์เช่นนี้ให้กับสังคมไทยเช่นกัน

ถามหาอุดมการณ์กับคนจน คน

ถามหาอุดมการณ์กับคนจน คน รากหญ้า ลองจัดชุมนุมเสื้อแดง ที่สนามหลวง แล้วให้คนร้อยเอ็ดเดินทางไปร่วมชุมเอง เสียค่ารถ ค่าอยู่ค่ากินเอง ทั้งไปและกลับ อ.คิดว่า จะมีคนร่วมชุมนุมกี่คน ช่วงนี้ เสร็จจากนาปี กำลังทำนาปรัง ต่อ คนกำลังทำมาหากิน อย่าชักชวนเขามาเป็นพวก เลยครับ และ ผมเชื่อว่าชุมนุมแต่ละครั้ง ไม่ใช่เกิดจากอุดมการณ์แน่นอน อ ใจ รออีกซัก 50 ปี อาจจะได้เห็น การต่อสุ้ด้วยอุดมการณ์ แน่นอน

แต่หลายปีที่่ผ่านมา

แต่หลายปีที่่ผ่านมา "ฝ่ายซ้าย" ไทยเหล่านี้กลับทำให้วงการวิชาการยิ่งทียิ่งมืดมิด

เป็นคอมมิวนิสต์มันต้องเป็นให้

เป็นคอมมิวนิสต์มันต้องเป็นให้ถึงไขกระดูก ..ขอโทษ..ต้องเป็นโดยสันดาน ไม่ใช่แค่ใส่ชุดเขียวสวมหมวกดาวแดง

ต้องรู้จักแยกแยะปัญหา(ปัจจุบัน)กับอุดมการณ์ให้ชัดเจน

คนสวมหมวกดาวแดงฟากโน้นกล่าวหาว่าพวกเราสามัคคีศักดินา แต่พวกมันกลับเรียกการแก้ปัญหาให้ทักษิณว่าการปฏิวัติ!!

มันเรียกการต่อต้านทักษิณที่บังเอิญตรงกับความคิดของฝ่ายศักดินาว่า เป็นการรับใช้ฝ่ายศักดินา แ่ต่กับการฉ้อฉลของทักษิณที่มีแนวโน้มจะทำให้ชาติบ้านเมืองถึงกับล่มจม พวกคนเหล่านั้น(ที่เรียกตัวเองย่างเต็มปากเต็มคำว่าคอมมิวนิสต์)กลับทำเป็นมองไม่เห็น

มีการปฏิบัติครั้งใดในโลกบางที่ใช้โจรปล้นชาติบ้านเมืองเป็นผู้่นำ.....

เห็นทีฝ่ายประวัติศาสตร์ของโลกสัคมนิยมต้องบันทึกไว้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ว่าิ คอมมิวนิสต์ไทย(บางส่วน)มีโจรปล้นชาติบ้านเมิือง คอรัปชั่นเป็นไฟแล็บ เป็นผู้นำ

สมมุติว่าวันหนึ่งคนฝ่ายนี้เกิดชนะขึ้นมาจริง ๆ หน้าตาสังคมนิยมแบจรัล หรือแบบเหวง ๆ แบบสุรชัยบวกกับแม้วทุนสามานจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ใครคิดออกช่วยบอกทีเถอะครับ

อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลา

อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลา คลิก www.2519.net

*อำมาตยา ประชาวิบัติ

*อำมาตยา ประชาวิบัติ และรัฐประหาร
พันธมิตร พันธมาร การเมืองไหม้
มันคือเนื้อเดียวกัน...อันจัญไร
ขวางประชาธิปไตย ประชาชน

*รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ ของพวกมัน
ไร้สร้างสรรค์ อันใด ให้สับสน
มีปัญหา ทั้งฉบับ นับเล่ห์กล
ผลจากการ ชิงปล้น ประชาธิปไตย

*รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ เป็นเครื่องมือ
ที่มันถือ เอาไว้ ใช้ยิ่งใหญ่
เป็นเครื่องมือ ที่มันสร้าง อย่างตั้งใจ
ไม่ยอมให้ ใครแตะ และเปลี่ยนแปลง

*รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ เป็นสัญลักษณ์
เครื่องปกปัก รัฐประหาร มารกำแหง
มันชั่วร้าย เพียงใด ได้สำแดง
ทำลายแสง แห่งประชาธิปไตย

*เห็นจุดยืน ประชาวิบัติ ชัดแจ้งแล้ว
ว่าเป็นแนว อย่างไร ไม่สงสัย
ถึงเวลา ช่วยกันไล่ ให้ออกไป
เพื่อประชาธิปไตย มหาชน

*ถึงตอแหล แถไป ให้เทวดาฟัง
ส่วนชาวบ้านเขาชังตั้งใจก่น
เห็นชาวบ้านโง่เง่าเต่าเหลือล้น
ใครชอบคนตอแหลแถประจำ

*ทั้งคำพูดคำเขียนเวียนปฏิบัติ
ล้วนชี้ชัดพฤติกรรมทำเหยียบย่ำ
เทวดาหัวหมอเฝ้าก่อกรรม
แล้วยังทำตอแหลล้วนแถเป็น

o8o wrote:ภาพเปลือยของ

o8o wrote:
ภาพเปลือยของ ‘เกษียร เตชะพีระ’

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 4 มีนาคม 2553 16:07 น.

ผมเคยได้แต่เดินเฉียดๆ หรืออาจจะเคยพูดคุยกับเกษียร เตชะพีระ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่บ้าง เข้าใจเสมอมาจากการอ่านข้อเขียนและบทความว่า อาจารย์เกษียร เป็นนักคิดและปัญญาชนที่เป็นมิตรกับความถูกต้องและความเป็นธรรมทั้งมวล

ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เมื่อผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเกษียรล่าสุดแล้ว ผมคิดว่า ผมคงต้องลงมือแลกเปลี่ยนและตอบคำถามจากความรับรู้และความเข้าใจของตัวเองว่า มีหลายอย่างที่ผมเชื่อว่า สิ่งที่เกษียรคิดนั้นไม่ถูก

แม้ว่าสังคมไทยทุกวันนี้จะดูแปลกๆ อยู่ สมมติว่า มีใครมากล่าวหาหรือวิจารณ์เรา ถ้าหากเราลุกขึ้นมาชี้แจงโต้แย้ง ก็จะถูกกล่าวหาว่า เราผลักมิตรให้เป็นศัตรู เหมือนบุญเลิศ ช้างใหญ่แห่งค่ายมติชน ที่ทุกวันนี้ข้อเขียนของเขาเหมือนเขียนโต้แย้งกับตัวเองในอดีต เพราะโกรธที่พันธมิตรฯ ไปวิจารณ์องค์กรของตัวเอง

แต่อ่านงานของบุญเลิศแล้วได้แต่หัวเราะ หึ หึ ความรู้สึกมันเฉยๆ ตื้นเหมือนน้ำขังริมถนนหลังฝนหลงฤดู เมื่อเทียบกับเกษียร เตชะพีระ ที่เป็นบ่อน้ำบนภูเขา

เกษียรก็เหมือนผม และเหมือนใครอีกหลายคนในประเทศนี้ ที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและอาศัยเติบใหญ่ในแผ่นดินนี้ จบปริญญาตรีจากธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ที่ช้าเพราะเป็นนักศึกษารุ่นท้ายๆ ที่ออกจากป่ากลับสู่เมือง หลังเข้าป่าจับอาวุธโค่นล้มรัฐบาลอยู่หลายปี แต่ก็ได้บรรจุเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทันทีที่เรียนจบ ก่อนจะลาไปเรียนต่อจนจบโทและเอก จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา

เพื่อนร่วมรุ่นของเกษียรหลายคนเป็นนักวิชาการ ทั้งนักวิชาการ “แดงซ่อนรูป” และนักวิชาการ “แดงพันธุ์แท้” เช่น ธงชัย วินิจจะกูล หัวโต-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ รายหลังนี้รับใช้ทักษิณจนได้รับของขวัญเป็นบอร์ดธนาคารกรุงไทยในยุคที่ระบอบฉ้อฉลแผ่นดินยังเรืองอำนาจ

แน่นอนว่า แม้เกษียรจะไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐประหารที่โค่นล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เขาเคยเป็นผู้หนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ระบอบทักษิณ และนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทย อย่างเผ็ดร้อนมาก่อน ดังนั้นถ้ามองจากอดีตเราไม่อาจเหมารวมว่า เขาเป็นพวกทักษิณ และไม่อาจเหมารวมว่า เป็นพวก “แดงซ่อนรูป” แบบนักวิชาการบางคน

แต่เราก็คงไม่สามารถใช้ตรรกะนี้มาอธิบายปัจจุบันที่ถูกต้องของเกษียรหรือนำมาใช้แก้ต่างว่า ถ้าใครเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อน ดังนั้นคนคนนั้นไม่ใช่พวกทักษิณ เพราะเวลาผมตอบโต้กับนักวิชาการประเภทนี้ ก็จะมีเสียงสอดมาทำนองว่า เขาเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อนคุณ

ขณะเดียวกันอาจเห็นพ้องต้องกันกับบทสัมภาษณ์ของเกษียรชิ้นนี้ ก่อนหน้าบทความของผมหนึ่งวัน ผมเห็นบทความของอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย และอาจารย์ชวินทร์ ลีนะบรรจง ถือ “มีด” ในมือ และวริษฐ์ ลิ้มทองกุล ร่วมแรงชำแหละบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อยู่ก่อนแล้ว อ่านบทความของทั้งสองชิ้นก็อิ่มแล้ว ผมอาจจะนิ่งเฉยเสียก็ได้ แต่พอคิดแล้วว่ายังมีความในใจตกค้างอยู่ก็อดลงมืออีกแรงไม่ได้

เกษียรอย่าหาว่าผมทำซ้ำเลยครับ หรือถ้าคิดว่าทำไมพวกเราต้องลงแรงขนาดนี้ ก็ให้เข้าใจว่าเพราะ “ราคา” ของเกษียรนั่นแหละ จริงๆ แล้ว ผมอาจถือว่า บทสัมภาษณ์ของเกษียรเป็นอะไรที่ทำซ้ำบ้างก็ได้ เพราะอ่านแล้วเนื้อหาไม่ต่างกับที่ทักษิณ ตู่-จตุพร หรือวรัญชัย ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ว่า “การพิพากษาครั้งนี้เท่ากับไปยอมรับอำนาจของการรัฐประหาร”

ผมคิดว่า เกษียรมีสิทธิจะไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร แต่นั่นเป็นความเห็นของเกษียร ที่ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งว่า ผิดหรือถูก เพราะขณะเดียวกันก็มีนักวิชาการและคนอีกจำนวนมากยอมรับ อำนาจรัฐประหารที่ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบที่ฉ้อฉลและรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และต่างคนต่างฝ่ายก็เอาทฤษฎีของตัวเองมาอธิบายดังปรากฏอยู่ทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของเกษียรถูกหรือความเห็นของนักวิชาการที่ยอมรับการรัฐประหารในแง่นี้ถูก ก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่เกษียรจะบอกว่า ถ้าไม่คิดอย่างผมไม่ถูก สิ่งที่เป็นอยู่นั้นคือ “ความเห็น” และ “ความเชื่อ” ของเกษียรก็ช่างหัวเกษียรไม่ใช่ช่างหัวมัน

โชคดีที่เกษียรยังยอมรับว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เสรีนั้นอันตรายอาจถึงขั้นเป็นทรราชย์ได้ และยอมรับว่าทักษิณมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น

แต่ตรรกะหลายอย่างของเกษียรอ่านแล้วตลก เช่น หัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์ แต่คำตัดสินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้พาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู จะทำให้ไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ที่ไหนกล้าอีก เพราะได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า โอ้โห...ทำมาหากินแทบเป็นแทบตาย แต่แป๊บเดียวโดนยึดเป็นหมื่นล้าน

เกษียรต้องการอะไรหรือครับ จะอธิบายว่า ต่อไปนี้ถ้านายทุนมาเล่นการเมืองแล้วรัฐอยากจะยึดทรัพย์สินเสียอย่างไรก็ได้หรือ เพราะต่อมาเกษียรก็บอกว่า ต่อไปนี้ไม่มีทุนใหญ่กล้าเข้ามาสู่การเมืองแล้ว

ผมถามว่า ถ้าทักษิณไม่ได้มีพฤติกรรมที่ศาลสาธยายกว่า 7 ชั่วโมง อย่าว่าแต่ “รัฐ” จะกล้ายึดเลย ต่อให้ “ศาล” ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์จะกล้าตัดสินยึดทรัพย์ของทักษิณเช่นนั้นหรือ สังคมไทยทั้งสังคมจะยอมรับคำตัดสินที่ไม่มีเหตุมีผลเพียงเพื่อแกล้งจะยึดทรัพย์ของทักษิณ หรือหลับหูหลับตาคิดแบบเกษียรว่า ต้องยึดทรัพย์ทักษิณเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร

เกษียรจะไม่ยอมรัฐการรัฐประหารก็เรื่องหนึ่ง แต่ตรรกะแบบนั้นใช้ไม่ได้ เมื่อจะตอบโต้กับ “ข้อเท็จจริง” ที่เกิดขึ้นและศาลอธิบายให้ฟัง

เกษียรบอกว่า คนในสังคมจำนวนมาก ไม่สามารถพูดได้เต็ม 100% เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของรัฐบาลคุณทักษิณ หลายคนสงสัยว่ามีการทุจริต แต่...เมื่อใดใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชันมันจะทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

ถ้านั้นเกษียรก็เชื่อว่า “คนในสังคมอีกจำนวนไม่น้อย” นอกเหนือจาก “คนในสังคมจำนวนมาก” เชื่อว่า ทักษิณบริสุทธิ์ 100% เกษียรน่าจะอธิบายต่อว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พวกเขาไม่เชื่อคำอธิบายของศาล เพราะไม่เชื่อข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผย หรือหลงน่ามืดตามัวโดยไม่รับฟังเหตุผล

และผมคิดว่า การรัฐประหารไม่สามารถบดบังทำลายกระบวนการยุติธรรมและความยุติธรรมในคดีนี้ได้

ส่วนที่ว่าอย่าใช้รัฐประหารแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้นพูดไปก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ถ้าอำนาจในระบบไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐสภา องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทั้งหมดถูกผู้มีอำนาจแทรกแซงจนเกือบจะเป็นทรราชย์ ผมคิดว่า เมื่อนั้นก็มีความจำเป็นและไม่แตกต่างอะไรกับที่เกษียรเคยเข้าป่าจับปืนที่โค่นล้มอำนาจรัฐที่ตัวเองคิดว่าอยุติธรรม

และนี่คือบริบทที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยบอกว่าทหารควรเข้ามาจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกษียรเอามายอกย้อนว่า ต่อไปถ้าทุจริตนายอำเภอทหารก็ต้องออกมา ซึ่งง่ายไปเหมือนลีลาโต้คารมมัธยมศึกษาที่จำณัฐวุฒิมา

ส่วนที่เกษียรมั่วเอาว่า อัยการไม่ฟ้องพันธมิตรฯ ที่บุกยึดสนามบินโดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเพื่อสร้างภาพมายาสองมาตรฐานนั้น ผมไม่คิดว่า เป็นการบิดเบือน แต่คิดว่าแกล้งโง่และสะเพร่าเท่านั้นเอง

กูอุตส่าห์อ่านมาจนจบ ไม่มีห่าอะไรเลย "แถ"แบบควายๆสีเหลือง สีชมพู แบบเดิมๆ

งั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่า ผมขอย้อนถาม คนเขียนง่ายก็แล้วกัน ว่าถ้าการโต้ตรรกะแบบ Pragmatism มักง่ายๆของพวกเชิดชูรัฐประหารอย่างคุณของเกษียร เป็นแค่โหหารโต้คารมมัธยมศึกษาแบบณัฐวุฒิ ใสยเกื้อแล้วล่ะก็ เก่งจริง คุณก็ลอง "โต้" แบบเป็นเนื้อเป็นหนังให้ผมดูหน่อยสิครับ

หึหึ สิบชาติคุณก็ทำไม่ได้หรอก

เรื่องคำพิพากษาของศาล ที่คุณติ๊ต่างมาว่าคือ "ข้อเท็จจริง" น่ะนะ ผมว่าคุณไปอ่านบทวิจารณ์ของใบตองแห้งล่าสุดก็ได้ หลักการอ่อนเป็นขี้เลย ถ้าเป็นศาลที่ประเทศพัฒนาแล้ว รับรอง ว่าไม่มีทางตัดสิน ปญอ. แบบนี้ก็แล้วกัน

เอาแค่หลักกฎหมายมหาชนพื้นๆ หลักประโยชน์สาธารณะ ก็ผิดชิบหายวายวอดหมดแล้ว

แล้วยังมีหน้าเสือกไปว่าบุญเลิศ ว่าตื้นเหมือนน้ำขัง

โถๆๆ กูว่ามึง ตื้นกว่าน้ำราดขี้ในคอห่านบ้านกูอีกว่ะ ฟายเอ๊ย..

บอกว่าจบธรรมศาสตร์ อย่าเลย อย่ายกมาเลย กูอายแทนสถาบันว่ะ แค่สุรพลหน้าหมูตัวเดียวก็เหี้ยพอแล้ว

Anonymous wrote:รู้ทัน

Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆพวกคุณ ควายนะ มันยังฉลาดกับพวกคุณอีก แค่นี้ยังไม่รู้สึงตัวอีกหรือไงว่าถูกพวกทักษิณปั่นหัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้ไปตายแทน คนอะไรว่ะ โง่เหมือนควายจริงๆเลย อำมาตย์พ่อมึงมันไม่มีแล้วสมัยนี้ มันหมดไปนานแล้ว เฝ้ามาโพสโชว์ความโง่อยู่ได้อ่านแล้วก็สังเวชในความงี่เง่าของพวกคุณ ทำมาเป็นเต้นแร้งเต้นกา แสดงความเป็นเดือดเป็นแค้นแทนทักษิณ รู้ไหมถ้าพวกคุณป่วนเมืองได้สำเร็จตามคำยุยงของพวกมัน เสร็จสิ้นแล้วมันกลับมามีอำนาจอีก พวกคุณก็เหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละ เป็นแค่เครืองมือให้เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้างซิ โง่ดักดานจริงๆเลย

มันกดขี่ด้วยการสร้างระบอบศีลธรรมที่มีสถาบันเป็นศูนย์กลางของข้ออ้างนั่นแหละคู้น ที่คุณไม่รู้ตัวเพราะคุณถูกทำให้เชื่อในความประเสริฐเลิศเลอของสังคมนี้จนไม่มีปัญญาจะคิดและมองไม่เห็น คุณดักดานเหมือนกันแหละน่า ดักดานมากด้วย คุณน่ะพวกได้ดิบได้ดีเพราะระบอบนี้ คุณจะมองเห็นความเลวร้ายของมันได้ยังงัย เราไม่ได้แค้นแทนทักษิณหรอก ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วย ไม่เคยเลือกทักษิณเป็นสส. ไม่เคยเลือกทรท. แต่ดูไปดูมาก็เห็นชัดขึ้นทุกวันว่า ไอ้พวกทำตัวเหนือประชาชนคนธรรมดานั่น คือกลุ่มที่เสวยอำนาจอยู่ในเวลานี้นั่นแหละ คุณกดขึ่โดยสร้างระบบขึ้นมาทำลายถึงอารมณ์ความรู้สึกและจิตวิญญาณที่เขาควรจะเป็นอิสระ ประชาชนถูกกล่อมให้อยู่ในอุ้งตีนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ใครโต้แย้งก็มีพวกลากปืนออกมาจี้ อย่างนี้ไม่เรียกว่ากดขี่อีกหรือ

คุณรับผิดชอบต่อสังคมไหวหรือ ?

คุณรับผิดชอบต่อสังคมไหวหรือ ? wrote:
ขอสนับสนุนข้อความที่กล่าวมาทั้งหมด

ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่าการสร้างวิธีคิดที่ผิดให้ผู้คน

อยากจะฝากบอกไปยังนักวิชาการเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเกษียร ยิ้ม ธงชัย หรือ สมศักดิ์

อย่าได้คิดคำนึงแต่ยุทธวิธีในการบรรลุเป้าหมาย โดยไม่คำนึงถึงความถูกผิด จนถึงขนาดสร้างตรรกะที่ไม่สมประกอบมาอธิบายข้อเท็จจริง

คุณเกษียร รู้สึกอะไรไม๊ กับตรรกะของคุณที่ว่า " คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ฟาดลงใจกลางทุนนิยม ..ที่คนทำมาหากินทั้งชีวิตต้องถูกยึดทรัพย์ "

คุณรู้บ้างรึไม่ว่า ตรรกะนี้ไม่สมประกอบอย่างมากเมื่อนำปรับเข้ากับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ รู้ หรือแกล้งไม่รู้ ?

มันใช่เรื่อง "ทุนนิยม ถูกยึดทรัพย์ " ทำลายหลักการเสรีนิยม หรือ มันคือ "คนโกงชาติ เอาเปรียบสังคม ฉ้อฉลด้วยการนำตำแหน่งหน้าที่ที่ประชาชนมอบให้มาแสวงประโยชน์ให้ตนเองและครอบครัว"

มันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับทุนนิยม ( ที่คุณเทิดทูนกันจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้) เป็นเรื่องคนโกงที่ถูกตัดสินโดยหลักกฏหมายที่บัญญัติไว้เพื่อจัดการกับนักการเมืองผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่อาจใช้กฏหมายอาญาทั่วไป ไปจัดการได้ เพราะมีอำนาจเงิน มีอิทธิพล เกินกว่าจะจัดการเอาผิดคนเหล่านี้ได้

ความจริง คุณควรจะเรียกร้อง ให้นำกฏหมายเหล่านี้ มาจัดการ"อย่างเสมอภาค กับคนที่มีอำนาจทางการเมืองทุกระดับ ( แม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง) เพื่อสร้างบรรทัดฐานอันเท่าเทียม ไม่ใช่สร้างตรรกะ"ฟาดกลางใจทุนนิยม..หาเงินมาทั้งชีวิตแต่ต้องถูกยึดทรัพย์ "อย่างที่กำลังเผยแพร่พ่นพิษทางความคิดให้กับสังคม

......

ในประเด็นรัฐฐาธิปัตย์นี่ก็เหมือนกัน อันนี้ต้องขอประนามความโมหะของคุณ

นี่ถ้าหากพรรคคอมฯเกิดทำสงครามปฏิวัติเมื่อ 30 ปีก่อน แล้วเกิดชนะขึ้นมา สร้างรัฏฐาธิปัตย์ขึ้นมาได้ ถามว่า จะสามารถออกกฏหมายบังคับใช้กับประเทศของตนได้หรือไม่

ฮุนเซน ได้รัฏฐาธิปัตย์ด้วยการนำกองกำลังเวียดนามเข้ามาแย่งยึด เมื่อได้รัฏฐาธิปัตย์ไว้ในมือ กฏหมายที่ออกมาในนามรัฐฐาธิปัตย์ ย่อมบังคับใช้ได้

ปัญหาคือ เมื่อออกกฏหมายมาโดยกระบวนการนิติบัญญัติ ตั้งคตส.ขึ้นมาทำหน้าที่พนักงานสอบสวน ..แต่การดำเนินการในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ใช้กระบวนการยุติธรรมที่มีมาตรฐาน ใช้กฏหมายวิธีพิจารณาความ และให้ศาลเป็นผู้บังคับใช้กฏหมาย ตัดสินความ ไม่ได้ใช้อำนาจของตนเองในการตัดสิน ดังที่ศาลฎีกาได้อธิบายถึงที่มาแห่งกฏหมายในการตั้งคตส.ชัดเจนแล้ว ข้ออ้างในการปฏิเสธอำนาจสอบสวนของคตส.ย่อมต้องหมดไป เป็นนักรัฐศาสตร์ ถ้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แล้วจะสอนอะไรให้ผู้คนได้

ส่วนประเด็นปัญหาข้อกฏหมายที่ใช้เอาผิดคนโกง มันมีบัญญัติอยู่แล้ว ไม่ได้มาจากอำนาจคณะปฏิวัติอย่างที่พยายามโยงให้เข้าหา
ไม่น่าจะต้องทำเป็นเฉไฉ บิดเบือน ช่วยคนโกงคนเลว เลยสักนิด

ดังนั้น ด้วยข้อสรุปที่กล่าวมา จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกคุณ พยายามใช้ความเป็นนักวิชาการเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยไม่ซื่อสัตย์ต่อความเป็นนักวิชาการ และแถมยังทรยศต่อทำนองคลองธรรม และความถูกต้อง

คุณช่วยคนชั่ว เพียงเพราะคนชั่ว อาจจะลบรอยแค้นให้คุณได้ ถึงขนาดทรยศต่อจิตสำนึกอันเคยดีงามของตนเอง อภิบาลคนเลว ทำร้ายระบบศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นเพียงอำนาจเดียวที่คนสามัญจะขอใช้ได้ในท่ามกลางความเหลี่อมล้ำของสังคมทุนนิยมเสรีที่คุณยกย่องเทิดทูน

ถ้าคุณปฏิเสธอำนาจศาล ถามว่า คุณจะให้ใครมาตัดสิน

เอาคนอย่างไอ้แม้ว มาตัดสินตัวเองหรือ ..เอานักการเมืองน้ำเน่ามาตัดสินการกระทำของคนพวกนี้หรือ...

ความเป็นนักวิชาการของคุณช่างดูต่ำเตี้ยเหลือเกิน ..ต่ำเตี้ยเกินกว่าจะยืนอยู่กับความเป็นอารยะที่คุณพร่ำบอกอยากจะให้สังคมนี้มี

การนิยมชมชอบอนาธิปไตยของกลุ่มคนที่คุณพยายามปกป้อง เข้าร่วม กระทั่งชี้นำเขาอยู่ มีแต่จะทำลายเกียรติคุณในอดีตของตัวเอง

เลิกเสียเถอะ และหันมายืนอยู่กับความจริง

จะเกลียดชอบ จะรักชัง ก็ขอให้อยู่ในหลักการ อยู่กับคุณธรรม แยกชั่วแยกดีเสียให้ออก

การประดิษฐ์วาทกรรมของคุณ ไม่ได้สร้างโลกให้โสภา แต่กำลังทำลายโลกให้จ่อมจม สังคมจะตราหน้าคุณไปชั่วชีวิต

นี่ก็โผล่มาควายอีกตัวนึง 55+

ประเด็นแรก เรื่อง "ฟาดลงกลางทุนนิยม" ไอ้ห่า มึงไม่ได้ดูเลย ว่าศาลเลี่ยงขนาดไหน กับการอ้างข้อเท็จจริงในคำพิพากษา

ในคำตัดสินมีแต่คำว่า "เชื่อได้ว่า บลาๆๆๆๆ..... ดังนั้น บลาๆๆๆๆ..."

ในข้อกฎหมาย กับข้อเท็จจริง และการสืบพยาน มีปัญหาเห็นๆอยู่ตำตา

นี่ยังไม่ต้องนับ เรื่องกระบวนการ ที่หาความโปร่งใสได้สักเท่าไหร่ก็ไม่ต้องพูดถึง

.........................

ประเด็นที่สอง เรื่องรัฐฐาธิปัตย์

ไอ้ควายเอ๊ย มึงไปแหกตาดูมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ว่าเขาบัญญัติว่าประเทศนี้ ปกครองด้วยระบอบอะไร

เอา"ข้อยกเว้น" แบบประเทศด้อยพัฒนา เช่น เขมรสมัยสงครามมาอ้างข้างๆคูๆ กูถามมึงข้อเดียว ว่าถ้าสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ยุโรป ถูกฝ่ายตรงข้ามตั้ง "ข้อกล่าวหา" เขาจะรัฐประหารรึเปล่า

รธน.บัญญัติไว้ชัด อำนาจเป็นของ"ปวงชนชาวไทย" ไม่ใช่พวกอำมาตย์ พวกแบ๊งค์กรุงเทพ พวกล่ำซำ ประชาธิปัตย์ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หรือ ASTV ที่จะมาเที่ยวป้ายขี้ใคร แล้วก็ลากรถถังออกมารัฐประหารได้

...

ไอ้ห่า หลักรัฐศาสตร์ง่ายๆ ฮันติงตั้น หรือ ใครต่อใคร แม่งก็ Get ทั้งนั้น ว่าเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตย ก็คือ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อย่างสันติ ผ่านสถาบันทางการเมืองที่มีตามรัฐธรรมนูญ

แล้ว คมช. หรือ พันธมิตรฯ นี่คือเหี้ยอะไร? ริชาร์ด นิกสัน โดนคดีวอร์เตอร์เกตุ มีอมริกันซักคนไหม ที่เรียกหาให้ทหารมารัฐประหารเหมือนเจ๊กลิ้ม ...ฟายเอ๊ย ไม่งั้นแม่งจะมีทำเหี้ยอะไร ประชาธิปไตย

เพราะตรรกะมักง่ายแบบมึง กูบอกได้เลย กูรู้สึกเหมือนกูกำลังจะเดินข้ามถนนด้วยสะพานลอย แล้วอยู่ๆ ก็มีความเหลืองอย่างมึง มาลากกูให้วิ่งข้ามใต้สะพานลอย แล้วสุดท้ายรถแม่งก็วิ่งมาชนกู ตอนนี้นอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลมา 3 ปีแล้ว

3 ปีมานี่ ไม่มีเรื่องคุณธรรมห่าอะไรเลย มีแต่เรื่อง "กล่าวหา" "ใส่ความ" ทั้งนั้น

เกษียรเองก็ชี้ไว้ในบทสัมภาษณ์แล้ว... มึงจะ"แถ"อะไรอีก?

Anonymous wrote:รู้ทัน

Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆพวกคุณ ควายนะ มันยังฉลาดกับพวกคุณอีก แค่นี้ยังไม่รู้สึงตัวอีกหรือไงว่าถูกพวกทักษิณปั่นหัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้ไปตายแทน คนอะไรว่ะ โง่เหมือนควายจริงๆเลย อำมาตย์พ่อมึงมันไม่มีแล้วสมัยนี้ มันหมดไปนานแล้ว เฝ้ามาโพสโชว์ความโง่อยู่ได้อ่านแล้วก็สังเวชในความงี่เง่าของพวกคุณ ทำมาเป็นเต้นแร้งเต้นกา แสดงความเป็นเดือดเป็นแค้นแทนทักษิณ รู้ไหมถ้าพวกคุณป่วนเมืองได้สำเร็จตามคำยุยงของพวกมัน เสร็จสิ้นแล้วมันกลับมามีอำนาจอีก พวกคุณก็เหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละ เป็นแค่เครืองมือให้เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้างซิ โง่ดักดานจริงๆเลย


พ่อมึงไง!เป็นโคตรอำมาตร
ไอ้เวร! แค่นี้ยังไม่รู้ ยังมาโพสท์อวดฉลาด ไอ้ควายทาสเอ๊ย!
คนโง่มักโชว์โง่ได้อย่างไม่รู้สึกกระดากอาย เขาเรียกว่าโง่บริสุทธิ โง่แบบไม่มีฉลาดปนมั่งเลยนะมึง ไปตายซะ! ไอ้เวร!

*ต้าน

*ต้าน “คนดี”ที่ใช้วิธีชั่ว
จิตมืดมัว วิปริต ผิดกฎหมาย
รัฐประหาร แสนชั่ว ตัวทำลาย
จะให้กลาย เป็นความดี ไม่มีทาง

*พรรคของประชาชน คนส่วนใหญ่
ไทยรักไทย ถูกยุบได้ ไร้ขัดขวาง
ด้วยกฎหมาย ย้อนหลัง ตั้งใจล้าง
พร้อมทั้งอ้าง พยานเท็จ สำเร็จมาร

*ตาชั่งเอียง เสียงสนั่น แต่นั้นมา
เพราะโจรา ธิปัตย์ รัฐประหาร
พาตุลาวิบัติ เข้าจัดการ
เป็นผลพาล อำมาตย์ชั่ว ตัวทำลาย

*กระบวนการ อันวิบัติ ชัดแต่ต้น
สิ่งเป็นผล รัฐประหาร รานเสียหาย
มีแต่สร้าง ความชั่ว ตัวทำลาย
อย่าได้หมาย สิ่งดี มียุติธรรม

*ตั้งศัตรู ผู้อาฆาต ประกาศชัด
เป็นผู้จัด สอบสวน ทวนกระหน่ำ
มีอำนาจ มากมาย เหลือหลายล้ำ
มุ่งขย้ำ ขยำขยี้ บี้ให้ตาย

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าความคิดใครจะถูกใครจะผิด

นี่คือราคาที่สังคมและเราจะต้องจ่าย

เพื่อการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปจริงหรือไม่

วิเคราะห์คดีทักษิณ:

วิเคราะห์คดีทักษิณ: ต่างความคิด (แต่หวังว่า) ไม่ต้องผิดใจกัน โดย กิตติศักดิ์ ปรกติ

หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวัน ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้นำทางความคิดและผู้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์คำ พิพากษา และผลของมันไปในทางต่าง ๆ กัน

ทัศนะที่จะนำมากล่าวต่อไปนี้ ผู้เขียนเห็นว่าเป็นแนวคิดที่ผิดอย่างสำคัญ แม้จะเชื่อว่าผู้แสดงทัศนะเช่นนั้นได้แสดงต่อสาธารณชนไว้ด้วยเจตนาดี แต่ด้วยความเคารพกันฉันมิตร ที่เมื่อเห็นข้อผิดก็ต้องคอยเตือนว่า ความเห็นของท่านมีข้อควรได้รับการวิพากษ์เช่นกัน

อาจารย์เกษียร เตชะพีระ นักรัฐศาสตร์ชื่อก้องแห่งค่ายธรรมศาสตร์ประกาศมติของท่านว่า “อย่า ใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชั่น เมื่อใดใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชั่นมันจะทำลายความชอบธรรมของกระบวนการ ยุติธรรมทั้งหมด นี่เป็นราคาที่แพงมาก ๆ...”

เป็นความจริงที่ว่าไม่ควรใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชั่น เหมือนมะเร็งระยะลุกลามไม่อาจปราบได้ด้วยการผ่าตัด แต่ที่อาจารย์เกษียรกล่าวว่าการรัฐประหารจะทำลายความชอบธรรมของกระบวนการ ยุติธรรมที่ปราบคอร์รัปชั่นนั้นไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป เพราะการรัฐประหารทุกครั้งแม้จะอ้างว่าเพื่อกำจัดคอร์รัปชั่น แต่กระบวนการยุติธรรมไม่จำเป็นต้องกลายเป็นเครื่องมือของเผด็จการ และการรัฐประหารไม่แน่ว่าจะสามารถทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมเสมอ ไป

ทั้งนี้ เพราะความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมไม่ได้อยู่ที่อำนาจการเมืองที่มา รองรับ ไม่ว่าเป็นอำนาจสมบูรณาญาสิทธิราช อำนาจเผด็จการ หรืออำนาจปวงชน แต่อยู่ที่คุณภาพความมีเหตุผลของคำวินิจฉัย และความเชื่อมั่นว่าผู้ตัดสินคดีเป็นอิสระ ฟังความสองฝ่าย เปิดโอกาสให้ต่อสู้อย่างเต็มที่ พิจารณาคดีโดยเปิดเผย และไม่มีประโยชน์ได้เสียในคดี

คราวที่คณะทหารยึดอำนาจการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ หรือพลเอกผินยึดอำนาจอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ และรักษาความสงบไว้ได้ พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงที่จะเคารพกฎหมายและรักษากฎหมาย ศาลก็ยอมรับอำนาจปกครองของคณะรัฐประหาร และต่อมาเมื่อจอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจจากจอมพล ป. เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ และรักษาความสงบไว้ได้ โดยประกาศว่าจะเคารพกฎหมายและรักษากฎหมาย ศาลก็ยอมรับอำนาจนั้นอีกเช่นกัน

แต่การรับรองอำนาจของคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจสำเร็จและรักษาความสงบไว้ได้ ไม่ได้แปลว่าศาลต้องเป็นเครื่องมือหรืออยู่ใต้อำนาจบังคับของคณะรัฐประหาร แต่อย่างใด ดังจะเห็นได้ว่า ต่อมาเมื่อพลเอกสุรจิต ลูกน้องคนสำคัญของท่านจอมพลสฤษดิ์ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนในคดีกินป่า ศาลก็นำเอาหลักที่คณะทหารประกาศว่าจะเคารพกฎหมายนั่นแหละมาใช้ในการพิพากษา ให้รัฐมนตรีติดคุกเพราะฉ้อราษฎร์บังหลวง ว่ากันว่าท่านจอมพลผ้าขาวม้าแดงพยายามใช้อิทธิพลทุกวิถีทางเพื่อช่วยลูกน้อง แต่ก็ไม่เป็นผล อดีตรัฐมนตรีท่านนั้นถูกจำคุกจนถึงแก่กรรมในคุกนั่นเอง

ครั้นคณะ รสช. ยึดอำนาจการปกครองจากพลเอกชาติชาย ก็อ้างว่าเพื่อแก้คอร์รัปชั่น และประกาศตั้งกรรมการยึดทรัพย์รัฐมนตรี แต่ครั้นประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๓๔ ศาลก็พิพากษาว่าคำสั่งยึดทรัพย์ของ รสช. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการตั้งคณะบุคคลที่ไม่ใช่ตุลาการมาใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท เสียเอง ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้อำนาจชี้ขาดเช่นนั้นเป็นอำนาจเฉพาะของฝ่ายตุลาการ คำพิพากษานี้แหละที่ส่งผลให้คราวนี้ผู้ยึดอำนาจการปกครอง (ค.ป.ค. หรือ ค.ม.ช.) ไม่กล้าใช้อำนาจยึดทรัพย์เสียเอง ต้องปล่อยให้เป็นอำนาจของฝ่ายตุลาการ

ถ้าศาลทำตัวเป็นเครื่องมือของอำนาจรัฐประหารโดยตัดสินคดียึดทรัพย์อย่างปราศจาก เหตุผลรองรับ ไม่คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาอย่างพอเพียง มติของอาจารย์เกษียรก็คงจะน่าฟัง แต่ถ้าศาลตัดสินอย่างมีเหตุผลแจ้งชัด คำพิพากษาก็จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวของมัน ยืนอยู่ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยอำนาจรัฐประหาร ในกรณีเช่นนี้มติของอาจารย์เกษียณก็ไม่อาจจะรับฟังได้ไปทั้งหมด

พร้อมกันนั้นอาจารย์เกษียรยังได้เสนอต่อไปว่าคำตัดสินคดีนี้ “ฟาด เข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม เพราะรัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู จะทำให้ไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ที่ไหนกล้าอีก เพราะจะได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า โอ้โห..ทำมาหากินแทบเป็นแทบตาย แต่แป๊บเดียวโดนยึดเป็นหมื่นล้าน”

การนำเสนอความคิดแบบเหมาเอาง่าย ๆ เช่นนี้ออกจะดูเบาระบบกฎหมายและคุณภาพในการให้เหตุผลขององค์คณะผู้พิพากษา ที่ตัดสินคดีนี้เกินไป และน่าตกใจที่เป็นความเห็นของนักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพราะไม่แยกแยะเหตุผลของเรื่องเกี่ยวกับคดีนี้ให้ดี

โดยเฉพาะการที่ไม่แยกแยะความแตกต่างระหว่างการใช้อำนาจรัฐ “ปล้น” หรือยึดทรัพย์ของเอกชนเอาตามอำเภอใจ กับ “การเรียกคืนทรัพย์” ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะใช้อำนาจแผ่นดินฉกฉวยเอาโดยใช้อำนาจหน้าที่แสวงหา ประโยชน์ในทางมิชอบกลับมาเป็นของแผ่นดิน อันเป็นหลักกฎหมายที่มีมาช้านานแล้ว อย่างน้อยตั้งแต่คราวประกาศใช้กฎหมายปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวง ราชการ พ.ศ. ๒๕๑๘

หลักกฎหมายนี้เองที่ศาลเคยปรับใช้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ ในการยึดทรัพย์สินของอดีตปลัดกระทรวงกลาโหมท่านหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ มีทั้งเงิน ทั้งหุ้น อาคาร บ้านและที่ดินงอกขึ้นมาเป็นเงิน ๖๙ ล้านบาทโดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าได้มาโดยชอบอย่างไร

หลักกฎหมายเดียวกันนี้ได้พัฒนาต่อมาเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และเป็นหลักที่ศาลใช้ตัดสินในคดีอดีตนายกฯ ทักษิณ และจะเป็นหลักที่ต้องใช้แก่รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี แม่ทัพนายกอง และบรรดานายกเทศมนตรี และนายก อ.บ.ต. โดยเสมอหน้ากัน รอแต่เพียงว่าเมื่อใดจะมีผู้กล่าวหาและนำเสนอหลักฐานต่อศาลเท่านั้น

ผู้เขียนจะไม่บังอาจยกข้อนี้เป็นข้อโต้แย้งอาจารย์เกษียรเลย ถ้าหากอาจารย์เกษียรไม่ได้เป็นนักอ่าน และไม่เคยรับรู้ว่าระเบียบโลกปัจจุบัน ตกอยู่ภายใต้ภาวะคุกคามของนักธุรกิจการเมืองที่เข้าควบคุมครอบงำรัฐ ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ จนทำให้ทั่วโลกชวนกันต่อต้าน ถึงขนาดสหประชาชาติประกาศใช้อนุสัญญาต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖ และโดยที่เชื่อว่าอาจารย์เกษียรรู้หรือควรได้รู้นี้เองจึงต้องเตือนความจำ ด้วยความเคารพว่า หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้ในคดีนี้เป็น “การยึดทรัพย์ของผู้ถืออำนาจสาธารณะ”ตามกฎหมายที่วางข้อห้ามไว้แล้วล่วงหน้า ไม่ใช่ “การยึดทรัพย์ของเอกชน” ตามอำเภอใจ

ตามอนุสัญญา ซึ่งมีประเทศต่าง ๆ เป็นภาคีและให้สัตยาบันแล้วถึง ๑๔๐ ประเทศนี้ ถือหลักว่า หากเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ โดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนได้มาโดยชอบ หรือโดยมีหลักฐาน “พอเชื่อได้ว่า” ได้มาโดยมิชอบ แม้จะไม่ถึงขนาดจะ “พิสูจน์ให้ปราศจากข้อสงสัยได้ว่า” ได้มาโดยมิชอบ ก็ให้ยึดทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินั้นเป็นของแผ่นดินได้ ตามหลักการเรียกคืนทรัพย์สินของแผ่นดิน เป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืนแก่ผู้มีสิทธิดีกว่า ไม่ใช่การลงโทษทางอาญา

ในแง่นี้อาจารย์เกษียรควรจะช่วยศาลทำความเข้าใจแก่สาธารณชน ไม่ใช่กล่าวลอย ๆ ว่า “คำตัดสินวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ได้ฟาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม....รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้”

ด้วยความเชื่อในความมีใจเป็นธรรมของอาจารย์เกษียร ผู้เขียนได้แต่หวังว่า การเน้นและลำดับข้อความข้างต้นนี้ มาจากผู้สัมภาษณ์ที่อาจทำให้บริบทของข้อความบางส่วนขาดหายไป

ในที่สุดผู้เขียนต้องชมอาจารย์เกษียณที่เตือนให้ตุลาการระมัดระวังในการใช้อำนาจตุลาการ หรือที่กล่าวว่าควรตั้งตนอยู่ใน Judicial Review ใน ฐานะเป็นกลไกถ่วงดุลระบอบประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมากที่คอยคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของราษฎรเป็นสำคัญ และต้องระวังไม่ก้าวล่วงเข้าไปในแดนอโคจรของการใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่มี หลักกฎหมายและหลักเหตุผลรองรับอย่างหนักแน่น เพราะมิฉะนั้นก็จะสูญเสียความชอบธรรมของฝ่ายตุลาการไป

แต่อาจารย์เกษียรก็ไม่ควรลืมไปว่า เมื่ออำนาจบริหาร หรืออำนาจนิติบัญญัติได้ใช้อำนาจของตนเกินขอบเขต อำนาจตุลาการก็ต้องมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะเข้ามายับยั้งหรือถ่วงดุลอำนาจ เช่นนั้นอย่างมีเหตุผล ด้วยการดึงให้อำนาจบริหาร และอำนาจนิติบัญญัติกลับเข้าสู่กรอบของกฎหมาย กรอบของเหตุผล และความเป็นธรรม การใช้อำนาจเช่นนี้แหละที่เขาเรียกกันว่า ตุลาการภิวัฒน์ หรือ Judicialization ซึ่ง เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพียงแต่ว่ามาเกิดในประเทศไทยช้าไปนิดเท่านั้นเอง แต่ปัญหาเรื่องตุลาการภิวัฒน์นั้นเราคงต้องหาโอกาสถกเถียงกันในวงเวที สาธารณะในโอกาสต่อไป
......................................
ชัดเจน ไม่บิดเบือน บนความความจริง และไม่ตีไข่ และใส่ร้ายใคร
......................

นายใจก็บิดเบือน ความจริง

นายใจก็บิดเบือน
ความจริง และข่าวสารทีไม่ถึงรากหญ้า
ถ้ารากหญ้ารู้ว่าทักษิณหาได้ทำเพือเขา
พวกคอมและพวกล้มล้างเกาะเหลียม ก็เท่ากับประจานตนเอง
ว่าเล วไมต่างกะนักการเมือง
อะไรก็ได้เกาะไว้ และสรรเสริญยกย่อง
เหลียม ทีผิดมุมความจริง อายตนเองมะ
ไม่มีปํญญาทีจะสร้างความชอบธรรมและหลักการตนเองโดยไม่พึงนักกินโกง
อย่าพลามนะ ว่า ทักษิณรักคนจนไม่มีทาง
ทำไม 18 มงกุฎ ถึงอยู่ได้ แม้มีข่าวสาร
พวกนี้ก่อนได้มาก็ทำเหมิอนเหลี่ยม สร้างความดี ความไว้ใจ
เพือให้เหยื่อตายและไว้ใจ
เหลียมรักรากหญ้าหรือ
ประเทศไทยจนนะ
เขาทำประชานิยมและวางรากฐานและฐานะความมั่นคงให้รากหญ้ามะ
เงินภาษีคือปัจจัยหลักในการช่วย
เหลียมรักหรือ
ถ้ารักก็คงไม่โกงมหาศาล
รากหญ้าคือสินค้า เหลียมเอาไปขายได้กำไร แต่เหลียมคือ 18 มงกูฎ
ทุกวันกินกำไร และต้นทุนมีละน้อย แล้วจะเอาเงินไหนมาต่อยอด
ทีมันหร่อยหรอทุกวัน
ก็ไม่ต่างกะทีเหลียมกอบโกยมหาศาล
แค่ 6 ทำความเสียหาย เงินไมมี
ทั้งทีทุกคนยกหาง
ว่าเก่ง แสนเก่ง หาเงินเก่ง
แล้วเงินไปไหน
ค่าใช้จ่ายประเทศก็มาจากภาษ๊
เหลียมกินกำไรหมด ไม่พอมาตอดทุน แล้วประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร

ทองดี wrote:Anonymous

ทองดี wrote:
Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆพวกคุณ ควายนะ มันยังฉลาดกับพวกคุณอีก แค่นี้ยังไม่รู้สึงตัวอีกหรือไงว่าถูกพวกทักษิณปั่นหัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้ไปตายแทน คนอะไรว่ะ โง่เหมือนควายจริงๆเลย อำมาตย์พ่อมึงมันไม่มีแล้วสมัยนี้ มันหมดไปนานแล้ว เฝ้ามาโพสโชว์ความโง่อยู่ได้อ่านแล้วก็สังเวชในความงี่เง่าของพวกคุณ ทำมาเป็นเต้นแร้งเต้นกา แสดงความเป็นเดือดเป็นแค้นแทนทักษิณ รู้ไหมถ้าพวกคุณป่วนเมืองได้สำเร็จตามคำยุยงของพวกมัน เสร็จสิ้นแล้วมันกลับมามีอำนาจอีก พวกคุณก็เหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละ เป็นแค่เครืองมือให้เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้างซิ โง่ดักดานจริงๆเลย


พ่อมึงไง!เป็นโคตรอำมาตร
ไอ้เวร! แค่นี้ยังไม่รู้ ยังมาโพสท์อวดฉลาด ไอ้ควายทาสเอ๊ย!
คนโง่มักโชว์โง่ได้อย่างไม่รู้สึกกระดากอาย เขาเรียกว่าโง่บริสุทธิ โง่แบบไม่มีฉลาดปนมั่งเลยนะมึง ไปตายซะ! ไอ้เวร!

นี้แหละสมองเท่าเม็ดถั่วของควา ยแดง

cicero

cicero wrote:
เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช่องเสื้อแดง งานนี้ทักษิณพูดเองเลย ว่าเงื่อนไขการต่อสู้ของขบวนเสื้อแดงนั้น พ้นเลยเรื่องทักาณไปนานแล้ว แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ประชาธิปไตย!

ดังนั้น นับว่าแนววิเคราะห์ของ อ.ใจ สอดคล้องกับสภาวการณ์และถือว่าใช้ได้และดูดีกว่าเกษียรเยอะ แม้หลายๆอย่างจะขาดน้ำหนักอยู่บ้างก็ตาม

แต่คงต้องขอร่วมวงวิจารณ์เกษียรด้วยคน ว่าในความคิดผมนั้นอันที่จริงแล้ว ผมคิดว่าเกษียรไม่ได้โง่ คิดไม่เป็น หรือมองไม่เห็น อวิชชาบังตา อย่างที่ ใจ สาธยายมายืดยาวหรอกครับ

แต่มันคือความ "ดัดจริต" ทางวิชาการเพียวๆเลย

เกษียรนั้นยังคง "ดัดจริต" ทางวิชาการต่อไป เพียงเขาแต่อาจจะ "แถ" เก่งหน่อย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับ 360 องศา ได้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเสนอในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ระบอบทักษิณ" "ทักษิณกับบุช : ขวาใหม่ฯ" ฯลฯ ซึ่งเมื่อเจอกับรัฐประหาร 19 กันยา ซึ่งเมื่อเจอกับระบอบเจ้า"พ่อ"สีเหลือง สีชมพู งอนของเกษียรที่อุตสาหะทำมามันเป็น Junk ไปเกือบหมดแล้ว ในสายตาของหลายคน (รวมทั้งผม)

แม้แต่ในบทสัมภาณ์ของ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เพื่อนร่วมคณะสิงห์แดงของเกษียร ชิ้นนึงหลัง รปห. ยังบอกเต็มๆเลยว่า "คำว่าระบอบทักษิณ แม่งคือ "ผ๊" ที่นักวิชาการแม่งสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง"

งานของเกษียร ในช่วงก่อนรัฐประหารนั้น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ, พวกเชิดชูชุมชนนิยมโรแมนติค หรือ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่เดินตามเกษียร ในงาน "ถั่วงอกเป็นดอกบัว" หรือ "การเมืองของไพร่" นี่ผมแทบจะเอาไปรองขี้กระต่ายที่ผมเลี้ยงแล้ว

คนพวกนี้ ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง

สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย

ผมเห็นว่า มีเพียง 3/4 กลุ่ม เท่านั้น ที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งมาแต่แรก คือ อาจารย์สมศักด์, อาจารย์พิชิต และกลุ่มสุวรรณภูมิอภิวัฒน์ ที่เห็นมาแต่แรก

แม้แต่ตัวอาจารย์ใจเอง ก็พลาด เกี่ยวกับจุดยืนและการวิเคราะห์ต่างๆ และถึงกับหลงลมเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯเข้าไปเต็มๆเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งดูได้จาก หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มอาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ

...ดังนั้น สำหรับเกษียรแล้ว แกก็แค่ออกอาการ "ดัดจริต" ทางวิชาการเท่านั้นเอง และ"แถ"ไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าพลาด ซึ่งหลายๆคนที่ท่าทีออกไปในแนว"สองไม่เอา" คนอื่นๆ เช่น นิธิ หรือ พิชญ์ ก็เป็นแบบนี้ แต่ดีกรี ความดัดจริต ก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป

อย่าง อาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ หรือบางกลุ่มบางคน ที่กล้ายอมรับว่าเคยพลาด แล้วหันกลับมา เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ผมถือว่าคุณแน่ก็แล้วกัน

แต่ที่ยังดัดจริตอยู่ เมื่อไหร่จะเลิกดัดจริตเสียที???

คนเรา ถึงจะเคย "ควาย" มาก่อน แต่ถ้ารู้สึกตัว แล้วพยายามลบล้างความควายที่ตัวเองเคยก่อไว้ ...สังคมยังให้อภัย

สงสัยต้องส่งไปเรียนกับ "เสก โลโซ" ซะละมั้ง พวกนี้


ออเหรอพิชิตดี จนเหลียมตอบแทนบอร์ดการบินไทย555555555555555
ส่วนสมศักดิ์หมกหมุ่น ไม่เอาสถาบัน
ขนาดว่าเรืองงานพระราชทานเพลิงศพ เคยโต้มาแล้ว ก็แพ้ราบคาบ
กับเงิน 300 ล้านทีเห่าหอน ว่าสิ่นเปลืองแต่ด้วยความเป็นแต่พวกเรียนมนุษยศาสตร์แต่ขาดอารมณ์
และความต่อเนืองของประวัติศาสตร์และประเพณีเลยบ้าสถาบันทำผิดหมด
แม้แต่เรืองถวายพระเพลิงสมองฝ่อทำงานได้ 1 ส่วน
ทั้งทีทั้วโลกโหยหา รากเหง้าประเพณี สถาบัน เดียวนี้ทุกอย่างในโลกมันเหมือนกันหมดแล้ว
การถวายพระเพลิง ตือการสร้างรายได่เช้าประเทศ
นักท่องเทียวมากมายก็จองทีจะเข้ามาดู..
ก็อย่างว่าจิตใจคับแคบ แต่อ.คณะมนุษยศาสตร์ก็เลยสมองแคบอย่างทีเห็น

555 wrote:cicero

555 wrote:
cicero wrote:
เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช่องเสื้อแดง งานนี้ทักษิณพูดเองเลย ว่าเงื่อนไขการต่อสู้ของขบวนเสื้อแดงนั้น พ้นเลยเรื่องทักาณไปนานแล้ว แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ประชาธิปไตย!

ดังนั้น นับว่าแนววิเคราะห์ของ อ.ใจ สอดคล้องกับสภาวการณ์และถือว่าใช้ได้และดูดีกว่าเกษียรเยอะ แม้หลายๆอย่างจะขาดน้ำหนักอยู่บ้างก็ตาม

แต่คงต้องขอร่วมวงวิจารณ์เกษียรด้วยคน ว่าในความคิดผมนั้นอันที่จริงแล้ว ผมคิดว่าเกษียรไม่ได้โง่ คิดไม่เป็น หรือมองไม่เห็น อวิชชาบังตา อย่างที่ ใจ สาธยายมายืดยาวหรอกครับ

แต่มันคือความ "ดัดจริต" ทางวิชาการเพียวๆเลย

เกษียรนั้นยังคง "ดัดจริต" ทางวิชาการต่อไป เพียงเขาแต่อาจจะ "แถ" เก่งหน่อย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับ 360 องศา ได้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเสนอในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ระบอบทักษิณ" "ทักษิณกับบุช : ขวาใหม่ฯ" ฯลฯ ซึ่งเมื่อเจอกับรัฐประหาร 19 กันยา ซึ่งเมื่อเจอกับระบอบเจ้า"พ่อ"สีเหลือง สีชมพู งอนของเกษียรที่อุตสาหะทำมามันเป็น Junk ไปเกือบหมดแล้ว ในสายตาของหลายคน (รวมทั้งผม)

แม้แต่ในบทสัมภาณ์ของ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เพื่อนร่วมคณะสิงห์แดงของเกษียร ชิ้นนึงหลัง รปห. ยังบอกเต็มๆเลยว่า "คำว่าระบอบทักษิณ แม่งคือ "ผ๊" ที่นักวิชาการแม่งสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง"

งานของเกษียร ในช่วงก่อนรัฐประหารนั้น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ, พวกเชิดชูชุมชนนิยมโรแมนติค หรือ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่เดินตามเกษียร ในงาน "ถั่วงอกเป็นดอกบัว" หรือ "การเมืองของไพร่" นี่ผมแทบจะเอาไปรองขี้กระต่ายที่ผมเลี้ยงแล้ว

คนพวกนี้ ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง

สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย

ผมเห็นว่า มีเพียง 3/4 กลุ่ม เท่านั้น ที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งมาแต่แรก คือ อาจารย์สมศักด์, อาจารย์พิชิต และกลุ่มสุวรรณภูมิอภิวัฒน์ ที่เห็นมาแต่แรก

แม้แต่ตัวอาจารย์ใจเอง ก็พลาด เกี่ยวกับจุดยืนและการวิเคราะห์ต่างๆ และถึงกับหลงลมเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯเข้าไปเต็มๆเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งดูได้จาก หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มอาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ

...ดังนั้น สำหรับเกษียรแล้ว แกก็แค่ออกอาการ "ดัดจริต" ทางวิชาการเท่านั้นเอง และ"แถ"ไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าพลาด ซึ่งหลายๆคนที่ท่าทีออกไปในแนว"สองไม่เอา" คนอื่นๆ เช่น นิธิ หรือ พิชญ์ ก็เป็นแบบนี้ แต่ดีกรี ความดัดจริต ก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป

อย่าง อาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ หรือบางกลุ่มบางคน ที่กล้ายอมรับว่าเคยพลาด แล้วหันกลับมา เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ผมถือว่าคุณแน่ก็แล้วกัน

แต่ที่ยังดัดจริตอยู่ เมื่อไหร่จะเลิกดัดจริตเสียที???

คนเรา ถึงจะเคย "ควาย" มาก่อน แต่ถ้ารู้สึกตัว แล้วพยายามลบล้างความควายที่ตัวเองเคยก่อไว้ ...สังคมยังให้อภัย

สงสัยต้องส่งไปเรียนกับ "เสก โลโซ" ซะละมั้ง พวกนี้


ออเหรอพิชิตดี จนเหลียมตอบแทนบอร์ดการบินไทย555555555555555
ส่วนสมศักดิ์หมกหมุ่น ไม่เอาสถาบัน
ขนาดว่าเรืองงานพระราชทานเพลิงศพ เคยโต้มาแล้ว ก็แพ้ราบคาบ
กับเงิน 300 ล้านทีเห่าหอน ว่าสิ่นเปลืองแต่ด้วยความเป็นแต่พวกเรียนมนุษยศาสตร์แต่ขาดอารมณ์
และความต่อเนืองของประวัติศาสตร์และประเพณีเลยบ้าสถาบันทำผิดหมด
แม้แต่เรืองถวายพระเพลิงสมองฝ่อทำงานได้ 1 ส่วน
ทั้งทีทั้วโลกโหยหา รากเหง้าประเพณี สถาบัน เดียวนี้ทุกอย่างในโลกมันเหมือนกันหมดแล้ว
การถวายพระเพลิง ตือการสร้างรายได่เช้าประเทศ
นักท่องเทียวมากมายก็จองทีจะเข้ามาดู..
ก็อย่างว่าจิตใจคับแคบ แต่อ.คณะมนุษยศาสตร์ก็เลยสมองแคบอย่างทีเห็น

เห่าเหี้ยอะไร มาโค๊ดความเห็นกรูด้วยทัศนะควายๆแบบนี้ เสียหายหมด

พิชิตนี่ เหลี่ยมมันจะให้เป็นอะไร ก็เรื่องของมัน แบ๊คกราวน์มันก็ไม่ได้ขี้ไก่นี่หว่าไอ้ห่า จบด๊อกเตอร์เศรษฐศาสตร์จาก Cambridge U

กูดูแล้ว ยังดีกว่า ให้ไอ้เจีก เสี่ยรับเหมา มานั่งพ่อกระทรวงมหาดไทย แล้วโกงบรรลัย อย่างที่พวกอำมาตย์สุดที่รักของมึงทำอยุ่เนี่ย เป็นไหนๆ

ส่วนสมศักดิ์เนี่ย 55555555+ กูว่า ถ้ามึงจะสบประมาทยังไง กูก็ไม่ขัดข้องหรอก เพียงแต่กูเห็นเป็นแค่เสียงลดตด ออกจากรูตูดไอ้เหี้ยเปรม ก็แค่นั้น เพราะมึงไม่ได้มีเครดิตทางวิชาการ หรือ วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่แม่งเป็นประเด็นเลยสักกระผีก

แล้วกูขอร้องเถอะ ขอจริงๆ ไอ้เรื่องประเพณีอะไรของมึงเนี่ย อยากทำ อยากบูชาอะไร มึงก็ทำไป แต่กูมองว่า นี่มันยุควิทยาศาสตร์ ถ้าไมรู้จักใช้กบาลแยกแยะ ก็ไปไกลๆ อย่ามาเกรียนแถวนี้เลยว่ะ ไม่เจริญหูเจริญตากูเลย
รากเหง้าอะไร เชิญมึงตามสบาย จะควายขูดต้นไม้ขอหวย ทรงเจ้าเข้าทรง หรือ เอาดกเต๊กไปเช็ดอะไร ก็เรื่องของมึง จะให้ไอ้เจ๊กบ้าสาดน้ำมนตร์ก็เรื่องของมึงอีกนั่นแหละ กูให้ราคาแม่งเท่ากันหมดแหละ ถ้ามึงจะยึดถือ มันก็สะท้อนความควายของมึงเอง 555+

นักท่องเที่ยวบางคน ส่วนใหญ่ แม่งก็ถ่อมาดูความด้อยพัฒนานี่แหละ มาดูรัฐประหาร โอ้ AMAZING!!!!

เชิญมึงหาแดกกับอะไรปัญญาอ่อนๆต่อไปเถอะ แต่กูมองว่า ประเทศนี้แม่งควรจะเป็น NICS ได้แล้ว กูดูอีหนู Girlly BURRY เต็นกะย๊อกกะแย๊ก ไม่ไปไหนซะที กูอยากให้อีหนูมันไปถึงฝั่งฝันอย่าง WonderGirl บ้าง แล้วดึงเงินเข้าประเทศ มึงเข้าใจไหม แล้วถ้าเศรษฐกิจประเทศนี้ แม่งยังผูกขาดอยู่แต่สายศักดินา กับ เจ๊กขี้ข้า เมื่อไหร่ฝันของรากหญ้าอย่างกูมันจะเป็นจริงล่ะ ไอ้เหี้ย

cicero wrote:555 wrote:cicero

cicero wrote:
555 wrote:
cicero wrote:
เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช่องเสื้อแดง งานนี้ทักษิณพูดเองเลย ว่าเงื่อนไขการต่อสู้ของขบวนเสื้อแดงนั้น พ้นเลยเรื่องทักาณไปนานแล้ว แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ประชาธิปไตย!

ดังนั้น นับว่าแนววิเคราะห์ของ อ.ใจ สอดคล้องกับสภาวการณ์และถือว่าใช้ได้และดูดีกว่าเกษียรเยอะ แม้หลายๆอย่างจะขาดน้ำหนักอยู่บ้างก็ตาม

แต่คงต้องขอร่วมวงวิจารณ์เกษียรด้วยคน ว่าในความคิดผมนั้นอันที่จริงแล้ว ผมคิดว่าเกษียรไม่ได้โง่ คิดไม่เป็น หรือมองไม่เห็น อวิชชาบังตา อย่างที่ ใจ สาธยายมายืดยาวหรอกครับ

แต่มันคือความ "ดัดจริต" ทางวิชาการเพียวๆเลย

เกษียรนั้นยังคง "ดัดจริต" ทางวิชาการต่อไป เพียงเขาแต่อาจจะ "แถ" เก่งหน่อย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับ 360 องศา ได้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเสนอในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ระบอบทักษิณ" "ทักษิณกับบุช : ขวาใหม่ฯ" ฯลฯ ซึ่งเมื่อเจอกับรัฐประหาร 19 กันยา ซึ่งเมื่อเจอกับระบอบเจ้า"พ่อ"สีเหลือง สีชมพู งอนของเกษียรที่อุตสาหะทำมามันเป็น Junk ไปเกือบหมดแล้ว ในสายตาของหลายคน (รวมทั้งผม)

แม้แต่ในบทสัมภาณ์ของ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เพื่อนร่วมคณะสิงห์แดงของเกษียร ชิ้นนึงหลัง รปห. ยังบอกเต็มๆเลยว่า "คำว่าระบอบทักษิณ แม่งคือ "ผ๊" ที่นักวิชาการแม่งสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง"

งานของเกษียร ในช่วงก่อนรัฐประหารนั้น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ, พวกเชิดชูชุมชนนิยมโรแมนติค หรือ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่เดินตามเกษียร ในงาน "ถั่วงอกเป็นดอกบัว" หรือ "การเมืองของไพร่" นี่ผมแทบจะเอาไปรองขี้กระต่ายที่ผมเลี้ยงแล้ว

คนพวกนี้ ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง

สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย

ผมเห็นว่า มีเพียง 3/4 กลุ่ม เท่านั้น ที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งมาแต่แรก คือ อาจารย์สมศักด์, อาจารย์พิชิต และกลุ่มสุวรรณภูมิอภิวัฒน์ ที่เห็นมาแต่แรก

แม้แต่ตัวอาจารย์ใจเอง ก็พลาด เกี่ยวกับจุดยืนและการวิเคราะห์ต่างๆ และถึงกับหลงลมเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯเข้าไปเต็มๆเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งดูได้จาก หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มอาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ

...ดังนั้น สำหรับเกษียรแล้ว แกก็แค่ออกอาการ "ดัดจริต" ทางวิชาการเท่านั้นเอง และ"แถ"ไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าพลาด ซึ่งหลายๆคนที่ท่าทีออกไปในแนว"สองไม่เอา" คนอื่นๆ เช่น นิธิ หรือ พิชญ์ ก็เป็นแบบนี้ แต่ดีกรี ความดัดจริต ก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป

อย่าง อาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ หรือบางกลุ่มบางคน ที่กล้ายอมรับว่าเคยพลาด แล้วหันกลับมา เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ผมถือว่าคุณแน่ก็แล้วกัน

แต่ที่ยังดัดจริตอยู่ เมื่อไหร่จะเลิกดัดจริตเสียที???

คนเรา ถึงจะเคย "ควาย" มาก่อน แต่ถ้ารู้สึกตัว แล้วพยายามลบล้างความควายที่ตัวเองเคยก่อไว้ ...สังคมยังให้อภัย

สงสัยต้องส่งไปเรียนกับ "เสก โลโซ" ซะละมั้ง พวกนี้


ออเหรอพิชิตดี จนเหลียมตอบแทนบอร์ดการบินไทย555555555555555
ส่วนสมศักดิ์หมกหมุ่น ไม่เอาสถาบัน
ขนาดว่าเรืองงานพระราชทานเพลิงศพ เคยโต้มาแล้ว ก็แพ้ราบคาบ
กับเงิน 300 ล้านทีเห่าหอน ว่าสิ่นเปลืองแต่ด้วยความเป็นแต่พวกเรียนมนุษยศาสตร์แต่ขาดอารมณ์
และความต่อเนืองของประวัติศาสตร์และประเพณีเลยบ้าสถาบันทำผิดหมด
แม้แต่เรืองถวายพระเพลิงสมองฝ่อทำงานได้ 1 ส่วน
ทั้งทีทั้วโลกโหยหา รากเหง้าประเพณี สถาบัน เดียวนี้ทุกอย่างในโลกมันเหมือนกันหมดแล้ว
การถวายพระเพลิง ตือการสร้างรายได่เช้าประเทศ
นักท่องเทียวมากมายก็จองทีจะเข้ามาดู..
ก็อย่างว่าจิตใจคับแคบ แต่อ.คณะมนุษยศาสตร์ก็เลยสมองแคบอย่างทีเห็น

เห่าเหี้ยอะไร มาโค๊ดความเห็นกรูด้วยทัศนะควายๆแบบนี้ เสียหายหมด

พิชิตนี่ เหลี่ยมมันจะให้เป็นอะไร ก็เรื่องของมัน แบ๊คกราวน์มันก็ไม่ได้ขี้ไก่นี่หว่าไอ้ห่า จบด๊อกเตอร์เศรษฐศาสตร์จาก Cambridge U

กูดูแล้ว ยังดีกว่า ให้ไอ้เจีก เสี่ยรับเหมา มานั่งพ่อกระทรวงมหาดไทย แล้วโกงบรรลัย อย่างที่พวกอำมาตย์สุดที่รักของมึงทำอยุ่เนี่ย เป็นไหนๆ

ส่วนสมศักดิ์เนี่ย 55555555+ กูว่า ถ้ามึงจะสบประมาทยังไง กูก็ไม่ขัดข้องหรอก เพียงแต่กูเห็นเป็นแค่เสียงลดตด ออกจากรูตูดไอ้เหี้ยเปรม ก็แค่นั้น เพราะมึงไม่ได้มีเครดิตทางวิชาการ หรือ วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่แม่งเป็นประเด็นเลยสักกระผีก

แล้วกูขอร้องเถอะ ขอจริงๆ ไอ้เรื่องประเพณีอะไรของมึงเนี่ย อยากทำ อยากบูชาอะไร มึงก็ทำไป แต่กูมองว่า นี่มันยุควิทยาศาสตร์ ถ้าไมรู้จักใช้กบาลแยกแยะ ก็ไปไกลๆ อย่ามาเกรียนแถวนี้เลยว่ะ ไม่เจริญหูเจริญตากูเลย
รากเหง้าอะไร เชิญมึงตามสบาย จะควายขูดต้นไม้ขอหวย ทรงเจ้าเข้าทรง หรือ เอาดกเต๊กไปเช็ดอะไร ก็เรื่องของมึง จะให้ไอ้เจ๊กบ้าสาดน้ำมนตร์ก็เรื่องของมึงอีกนั่นแหละ กูให้ราคาแม่งเท่ากันหมดแหละ ถ้ามึงจะยึดถือ มันก็สะท้อนความควายของมึงเอง 555+

นักท่องเที่ยวบางคน ส่วนใหญ่ แม่งก็ถ่อมาดูความด้อยพัฒนานี่แหละ มาดูรัฐประหาร โอ้ AMAZING!!!!

เชิญมึงหาแดกกับอะไรปัญญาอ่อนๆต่อไปเถอะ แต่กูมองว่า ประเทศนี้แม่งควรจะเป็น NICS ได้แล้ว กูดูอีหนู Girlly BURRY เต็นกะย๊อกกะแย๊ก ไม่ไปไหนซะที กูอยากให้อีหนูมันไปถึงฝั่งฝันอย่าง WonderGirl บ้าง แล้วดึงเงินเข้าประเทศ มึงเข้าใจไหม แล้วถ้าเศรษฐกิจประเทศนี้ แม่งยังผูกขาดอยู่แต่สายศักดินา กับ เจ๊กขี้ข้า เมื่อไหร่ฝันของรากหญ้าอย่างกูมันจะเป็นจริงล่ะ ไอ้เหี้ย

I like it! You're the man!

Truth Justice, No longer

Truth Justice, No longer exist wrote:
cicero wrote:
555 wrote:
cicero wrote:
เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช่องเสื้อแดง งานนี้ทักษิณพูดเองเลย ว่าเงื่อนไขการต่อสู้ของขบวนเสื้อแดงนั้น พ้นเลยเรื่องทักาณไปนานแล้ว แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ประชาธิปไตย!

ดังนั้น นับว่าแนววิเคราะห์ของ อ.ใจ สอดคล้องกับสภาวการณ์และถือว่าใช้ได้และดูดีกว่าเกษียรเยอะ แม้หลายๆอย่างจะขาดน้ำหนักอยู่บ้างก็ตาม

แต่คงต้องขอร่วมวงวิจารณ์เกษียรด้วยคน ว่าในความคิดผมนั้นอันที่จริงแล้ว ผมคิดว่าเกษียรไม่ได้โง่ คิดไม่เป็น หรือมองไม่เห็น อวิชชาบังตา อย่างที่ ใจ สาธยายมายืดยาวหรอกครับ

แต่มันคือความ "ดัดจริต" ทางวิชาการเพียวๆเลย

เกษียรนั้นยังคง "ดัดจริต" ทางวิชาการต่อไป เพียงเขาแต่อาจจะ "แถ" เก่งหน่อย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับ 360 องศา ได้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเสนอในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ระบอบทักษิณ" "ทักษิณกับบุช : ขวาใหม่ฯ" ฯลฯ ซึ่งเมื่อเจอกับรัฐประหาร 19 กันยา ซึ่งเมื่อเจอกับระบอบเจ้า"พ่อ"สีเหลือง สีชมพู งอนของเกษียรที่อุตสาหะทำมามันเป็น Junk ไปเกือบหมดแล้ว ในสายตาของหลายคน (รวมทั้งผม)

แม้แต่ในบทสัมภาณ์ของ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เพื่อนร่วมคณะสิงห์แดงของเกษียร ชิ้นนึงหลัง รปห. ยังบอกเต็มๆเลยว่า "คำว่าระบอบทักษิณ แม่งคือ "ผ๊" ที่นักวิชาการแม่งสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง"

งานของเกษียร ในช่วงก่อนรัฐประหารนั้น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ, พวกเชิดชูชุมชนนิยมโรแมนติค หรือ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่เดินตามเกษียร ในงาน "ถั่วงอกเป็นดอกบัว" หรือ "การเมืองของไพร่" นี่ผมแทบจะเอาไปรองขี้กระต่ายที่ผมเลี้ยงแล้ว

คนพวกนี้ ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง

สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย

ผมเห็นว่า มีเพียง 3/4 กลุ่ม เท่านั้น ที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งมาแต่แรก คือ อาจารย์สมศักด์, อาจารย์พิชิต และกลุ่มสุวรรณภูมิอภิวัฒน์ ที่เห็นมาแต่แรก

แม้แต่ตัวอาจารย์ใจเอง ก็พลาด เกี่ยวกับจุดยืนและการวิเคราะห์ต่างๆ และถึงกับหลงลมเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯเข้าไปเต็มๆเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งดูได้จาก หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มอาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ

...ดังนั้น สำหรับเกษียรแล้ว แกก็แค่ออกอาการ "ดัดจริต" ทางวิชาการเท่านั้นเอง และ"แถ"ไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าพลาด ซึ่งหลายๆคนที่ท่าทีออกไปในแนว"สองไม่เอา" คนอื่นๆ เช่น นิธิ หรือ พิชญ์ ก็เป็นแบบนี้ แต่ดีกรี ความดัดจริต ก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป

อย่าง อาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ หรือบางกลุ่มบางคน ที่กล้ายอมรับว่าเคยพลาด แล้วหันกลับมา เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ผมถือว่าคุณแน่ก็แล้วกัน

แต่ที่ยังดัดจริตอยู่ เมื่อไหร่จะเลิกดัดจริตเสียที???

คนเรา ถึงจะเคย "ควาย" มาก่อน แต่ถ้ารู้สึกตัว แล้วพยายามลบล้างความควายที่ตัวเองเคยก่อไว้ ...สังคมยังให้อภัย

สงสัยต้องส่งไปเรียนกับ "เสก โลโซ" ซะละมั้ง พวกนี้


ออเหรอพิชิตดี จนเหลียมตอบแทนบอร์ดการบินไทย555555555555555
ส่วนสมศักดิ์หมกหมุ่น ไม่เอาสถาบัน
ขนาดว่าเรืองงานพระราชทานเพลิงศพ เคยโต้มาแล้ว ก็แพ้ราบคาบ
กับเงิน 300 ล้านทีเห่าหอน ว่าสิ่นเปลืองแต่ด้วยความเป็นแต่พวกเรียนมนุษยศาสตร์แต่ขาดอารมณ์
และความต่อเนืองของประวัติศาสตร์และประเพณีเลยบ้าสถาบันทำผิดหมด
แม้แต่เรืองถวายพระเพลิงสมองฝ่อทำงานได้ 1 ส่วน
ทั้งทีทั้วโลกโหยหา รากเหง้าประเพณี สถาบัน เดียวนี้ทุกอย่างในโลกมันเหมือนกันหมดแล้ว
การถวายพระเพลิง ตือการสร้างรายได่เช้าประเทศ
นักท่องเทียวมากมายก็จองทีจะเข้ามาดู..
ก็อย่างว่าจิตใจคับแคบ แต่อ.คณะมนุษยศาสตร์ก็เลยสมองแคบอย่างทีเห็น

เห่าเหี้ยอะไร มาโค๊ดความเห็นกรูด้วยทัศนะควายๆแบบนี้ เสียหายหมด

พิชิตนี่ เหลี่ยมมันจะให้เป็นอะไร ก็เรื่องของมัน แบ๊คกราวน์มันก็ไม่ได้ขี้ไก่นี่หว่าไอ้ห่า จบด๊อกเตอร์เศรษฐศาสตร์จาก Cambridge U

กูดูแล้ว ยังดีกว่า ให้ไอ้เจีก เสี่ยรับเหมา มานั่งพ่อกระทรวงมหาดไทย แล้วโกงบรรลัย อย่างที่พวกอำมาตย์สุดที่รักของมึงทำอยุ่เนี่ย เป็นไหนๆ

ส่วนสมศักดิ์เนี่ย 55555555+ กูว่า ถ้ามึงจะสบประมาทยังไง กูก็ไม่ขัดข้องหรอก เพียงแต่กูเห็นเป็นแค่เสียงลดตด ออกจากรูตูดไอ้เหี้ยเปรม ก็แค่นั้น เพราะมึงไม่ได้มีเครดิตทางวิชาการ หรือ วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่แม่งเป็นประเด็นเลยสักกระผีก

แล้วกูขอร้องเถอะ ขอจริงๆ ไอ้เรื่องประเพณีอะไรของมึงเนี่ย อยากทำ อยากบูชาอะไร มึงก็ทำไป แต่กูมองว่า นี่มันยุควิทยาศาสตร์ ถ้าไมรู้จักใช้กบาลแยกแยะ ก็ไปไกลๆ อย่ามาเกรียนแถวนี้เลยว่ะ ไม่เจริญหูเจริญตากูเลย
รากเหง้าอะไร เชิญมึงตามสบาย จะควายขูดต้นไม้ขอหวย ทรงเจ้าเข้าทรง หรือ เอาดกเต๊กไปเช็ดอะไร ก็เรื่องของมึง จะให้ไอ้เจ๊กบ้าสาดน้ำมนตร์ก็เรื่องของมึงอีกนั่นแหละ กูให้ราคาแม่งเท่ากันหมดแหละ ถ้ามึงจะยึดถือ มันก็สะท้อนความควายของมึงเอง 555+

นักท่องเที่ยวบางคน ส่วนใหญ่ แม่งก็ถ่อมาดูความด้อยพัฒนานี่แหละ มาดูรัฐประหาร โอ้ AMAZING!!!!

เชิญมึงหาแดกกับอะไรปัญญาอ่อนๆต่อไปเถอะ แต่กูมองว่า ประเทศนี้แม่งควรจะเป็น NICS ได้แล้ว กูดูอีหนู Girlly BURRY เต็นกะย๊อกกะแย๊ก ไม่ไปไหนซะที กูอยากให้อีหนูมันไปถึงฝั่งฝันอย่าง WonderGirl บ้าง แล้วดึงเงินเข้าประเทศ มึงเข้าใจไหม แล้วถ้าเศรษฐกิจประเทศนี้ แม่งยังผูกขาดอยู่แต่สายศักดินา กับ เจ๊กขี้ข้า เมื่อไหร่ฝันของรากหญ้าอย่างกูมันจะเป็นจริงล่ะ ไอ้เหี้ย

I like it! You're the man!

Tkank you so much na krab.

*ตั้งศัตรู ผู้อาฆาต

*ตั้งศัตรู ผู้อาฆาต ประกาศชัด
เป็นผู้จัด สอบสวน ทวนกระหน่ำ
มีอำนาจ มากมาย เหลือหลายล้ำ
มุ่งขย้ำ ขยำขยี้ บี้ให้ตาย

*นิติรัฐ ที่ขัด ยุติธรรม
กระบวนการ เลวล้ำ นำเสียหาย
กลับจำเลย ขึ้นเป็นโจทย์ ผู้โหดร้าย
แผ่ขยาย อำนาจ มุ่งฟาดฟัน

*พวกโจรา หัวหมอ ก่อกบฏ
ทรยศ ประชาชน ก่นห้ำหั่น
เร่งยึดทรัพย์ จับเชลย เผยบีบคั้น
มุ่งฟาดฟัน เพื่ออำนาจ อำมาตยา

*หาแง่มุม จับผิด ด้วยคิดร้าย
จุดมุ่งหมาย ล้มล้าง สร้างข้อหา
แค่เซ็นชื่อ ซื้อที่ดิน รัชดา
ภรรยา ไม่ผิด ผัวติดคุก

*ไม่ใช่เรื่อง ทุจริต คิดมิชอบ
เพียงระบอบ เชื่อได้ว่า พาไร้สุข
โจรหาเรื่อง ทรมา ฆ่าเจ้าทุกข์
เร่งรานรุก หาความชอบ ระบอบโจร

ในสายตาเเดงมันก็มีเเค่เจ้ากือ

ในสายตาเเดงมันก็มีเเค่เจ้ากือนารุ่นเหลี่ยมละลายทรัพย์ สมองถูกฟอร์แมทเเค่นี้เองหุหุหุ

cicero wrote:o8o

cicero wrote:
o8o wrote:
ภาพเปลือยของ ‘เกษียร เตชะพีระ’

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 4 มีนาคม 2553 16:07 น.

ผมเคยได้แต่เดินเฉียดๆ หรืออาจจะเคยพูดคุยกับเกษียร เตชะพีระ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่บ้าง เข้าใจเสมอมาจากการอ่านข้อเขียนและบทความว่า อาจารย์เกษียร เป็นนักคิดและปัญญาชนที่เป็นมิตรกับความถูกต้องและความเป็นธรรมทั้งมวล

ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เมื่อผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเกษียรล่าสุดแล้ว ผมคิดว่า ผมคงต้องลงมือแลกเปลี่ยนและตอบคำถามจากความรับรู้และความเข้าใจของตัวเองว่า มีหลายอย่างที่ผมเชื่อว่า สิ่งที่เกษียรคิดนั้นไม่ถูก

แม้ว่าสังคมไทยทุกวันนี้จะดูแปลกๆ อยู่ สมมติว่า มีใครมากล่าวหาหรือวิจารณ์เรา ถ้าหากเราลุกขึ้นมาชี้แจงโต้แย้ง ก็จะถูกกล่าวหาว่า เราผลักมิตรให้เป็นศัตรู เหมือนบุญเลิศ ช้างใหญ่แห่งค่ายมติชน ที่ทุกวันนี้ข้อเขียนของเขาเหมือนเขียนโต้แย้งกับตัวเองในอดีต เพราะโกรธที่พันธมิตรฯ ไปวิจารณ์องค์กรของตัวเอง

แต่อ่านงานของบุญเลิศแล้วได้แต่หัวเราะ หึ หึ ความรู้สึกมันเฉยๆ ตื้นเหมือนน้ำขังริมถนนหลังฝนหลงฤดู เมื่อเทียบกับเกษียร เตชะพีระ ที่เป็นบ่อน้ำบนภูเขา

เกษียรก็เหมือนผม และเหมือนใครอีกหลายคนในประเทศนี้ ที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและอาศัยเติบใหญ่ในแผ่นดินนี้ จบปริญญาตรีจากธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ที่ช้าเพราะเป็นนักศึกษารุ่นท้ายๆ ที่ออกจากป่ากลับสู่เมือง หลังเข้าป่าจับอาวุธโค่นล้มรัฐบาลอยู่หลายปี แต่ก็ได้บรรจุเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทันทีที่เรียนจบ ก่อนจะลาไปเรียนต่อจนจบโทและเอก จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา

เพื่อนร่วมรุ่นของเกษียรหลายคนเป็นนักวิชาการ ทั้งนักวิชาการ “แดงซ่อนรูป” และนักวิชาการ “แดงพันธุ์แท้” เช่น ธงชัย วินิจจะกูล หัวโต-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ รายหลังนี้รับใช้ทักษิณจนได้รับของขวัญเป็นบอร์ดธนาคารกรุงไทยในยุคที่ระบอบฉ้อฉลแผ่นดินยังเรืองอำนาจ

แน่นอนว่า แม้เกษียรจะไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐประหารที่โค่นล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เขาเคยเป็นผู้หนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ระบอบทักษิณ และนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทย อย่างเผ็ดร้อนมาก่อน ดังนั้นถ้ามองจากอดีตเราไม่อาจเหมารวมว่า เขาเป็นพวกทักษิณ และไม่อาจเหมารวมว่า เป็นพวก “แดงซ่อนรูป” แบบนักวิชาการบางคน

แต่เราก็คงไม่สามารถใช้ตรรกะนี้มาอธิบายปัจจุบันที่ถูกต้องของเกษียรหรือนำมาใช้แก้ต่างว่า ถ้าใครเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อน ดังนั้นคนคนนั้นไม่ใช่พวกทักษิณ เพราะเวลาผมตอบโต้กับนักวิชาการประเภทนี้ ก็จะมีเสียงสอดมาทำนองว่า เขาเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อนคุณ

ขณะเดียวกันอาจเห็นพ้องต้องกันกับบทสัมภาษณ์ของเกษียรชิ้นนี้ ก่อนหน้าบทความของผมหนึ่งวัน ผมเห็นบทความของอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย และอาจารย์ชวินทร์ ลีนะบรรจง ถือ “มีด” ในมือ และวริษฐ์ ลิ้มทองกุล ร่วมแรงชำแหละบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อยู่ก่อนแล้ว อ่านบทความของทั้งสองชิ้นก็อิ่มแล้ว ผมอาจจะนิ่งเฉยเสียก็ได้ แต่พอคิดแล้วว่ายังมีความในใจตกค้างอยู่ก็อดลงมืออีกแรงไม่ได้

เกษียรอย่าหาว่าผมทำซ้ำเลยครับ หรือถ้าคิดว่าทำไมพวกเราต้องลงแรงขนาดนี้ ก็ให้เข้าใจว่าเพราะ “ราคา” ของเกษียรนั่นแหละ จริงๆ แล้ว ผมอาจถือว่า บทสัมภาษณ์ของเกษียรเป็นอะไรที่ทำซ้ำบ้างก็ได้ เพราะอ่านแล้วเนื้อหาไม่ต่างกับที่ทักษิณ ตู่-จตุพร หรือวรัญชัย ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ว่า “การพิพากษาครั้งนี้เท่ากับไปยอมรับอำนาจของการรัฐประหาร”

ผมคิดว่า เกษียรมีสิทธิจะไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร แต่นั่นเป็นความเห็นของเกษียร ที่ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งว่า ผิดหรือถูก เพราะขณะเดียวกันก็มีนักวิชาการและคนอีกจำนวนมากยอมรับ อำนาจรัฐประหารที่ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบที่ฉ้อฉลและรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และต่างคนต่างฝ่ายก็เอาทฤษฎีของตัวเองมาอธิบายดังปรากฏอยู่ทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของเกษียรถูกหรือความเห็นของนักวิชาการที่ยอมรับการรัฐประหารในแง่นี้ถูก ก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่เกษียรจะบอกว่า ถ้าไม่คิดอย่างผมไม่ถูก สิ่งที่เป็นอยู่นั้นคือ “ความเห็น” และ “ความเชื่อ” ของเกษียรก็ช่างหัวเกษียรไม่ใช่ช่างหัวมัน

โชคดีที่เกษียรยังยอมรับว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เสรีนั้นอันตรายอาจถึงขั้นเป็นทรราชย์ได้ และยอมรับว่าทักษิณมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น

แต่ตรรกะหลายอย่างของเกษียรอ่านแล้วตลก เช่น หัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์ แต่คำตัดสินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้พาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู จะทำให้ไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ที่ไหนกล้าอีก เพราะได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า โอ้โห...ทำมาหากินแทบเป็นแทบตาย แต่แป๊บเดียวโดนยึดเป็นหมื่นล้าน

เกษียรต้องการอะไรหรือครับ จะอธิบายว่า ต่อไปนี้ถ้านายทุนมาเล่นการเมืองแล้วรัฐอยากจะยึดทรัพย์สินเสียอย่างไรก็ได้หรือ เพราะต่อมาเกษียรก็บอกว่า ต่อไปนี้ไม่มีทุนใหญ่กล้าเข้ามาสู่การเมืองแล้ว

ผมถามว่า ถ้าทักษิณไม่ได้มีพฤติกรรมที่ศาลสาธยายกว่า 7 ชั่วโมง อย่าว่าแต่ “รัฐ” จะกล้ายึดเลย ต่อให้ “ศาล” ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์จะกล้าตัดสินยึดทรัพย์ของทักษิณเช่นนั้นหรือ สังคมไทยทั้งสังคมจะยอมรับคำตัดสินที่ไม่มีเหตุมีผลเพียงเพื่อแกล้งจะยึดทรัพย์ของทักษิณ หรือหลับหูหลับตาคิดแบบเกษียรว่า ต้องยึดทรัพย์ทักษิณเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร

เกษียรจะไม่ยอมรัฐการรัฐประหารก็เรื่องหนึ่ง แต่ตรรกะแบบนั้นใช้ไม่ได้ เมื่อจะตอบโต้กับ “ข้อเท็จจริง” ที่เกิดขึ้นและศาลอธิบายให้ฟัง

เกษียรบอกว่า คนในสังคมจำนวนมาก ไม่สามารถพูดได้เต็ม 100% เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของรัฐบาลคุณทักษิณ หลายคนสงสัยว่ามีการทุจริต แต่...เมื่อใดใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชันมันจะทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

ถ้านั้นเกษียรก็เชื่อว่า “คนในสังคมอีกจำนวนไม่น้อย” นอกเหนือจาก “คนในสังคมจำนวนมาก” เชื่อว่า ทักษิณบริสุทธิ์ 100% เกษียรน่าจะอธิบายต่อว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พวกเขาไม่เชื่อคำอธิบายของศาล เพราะไม่เชื่อข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผย หรือหลงน่ามืดตามัวโดยไม่รับฟังเหตุผล

และผมคิดว่า การรัฐประหารไม่สามารถบดบังทำลายกระบวนการยุติธรรมและความยุติธรรมในคดีนี้ได้

ส่วนที่ว่าอย่าใช้รัฐประหารแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้นพูดไปก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ถ้าอำนาจในระบบไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐสภา องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทั้งหมดถูกผู้มีอำนาจแทรกแซงจนเกือบจะเป็นทรราชย์ ผมคิดว่า เมื่อนั้นก็มีความจำเป็นและไม่แตกต่างอะไรกับที่เกษียรเคยเข้าป่าจับปืนที่โค่นล้มอำนาจรัฐที่ตัวเองคิดว่าอยุติธรรม

และนี่คือบริบทที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยบอกว่าทหารควรเข้ามาจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกษียรเอามายอกย้อนว่า ต่อไปถ้าทุจริตนายอำเภอทหารก็ต้องออกมา ซึ่งง่ายไปเหมือนลีลาโต้คารมมัธยมศึกษาที่จำณัฐวุฒิมา

ส่วนที่เกษียรมั่วเอาว่า อัยการไม่ฟ้องพันธมิตรฯ ที่บุกยึดสนามบินโดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเพื่อสร้างภาพมายาสองมาตรฐานนั้น ผมไม่คิดว่า เป็นการบิดเบือน แต่คิดว่าแกล้งโง่และสะเพร่าเท่านั้นเอง

กูอุตส่าห์อ่านมาจนจบ ไม่มีห่าอะไรเลย "แถ"แบบควายๆสีเหลือง สีชมพู แบบเดิมๆ

งั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่า ผมขอย้อนถาม คนเขียนง่ายก็แล้วกัน ว่าถ้าการโต้ตรรกะแบบ Pragmatism มักง่ายๆของพวกเชิดชูรัฐประหารอย่างคุณของเกษียร เป็นแค่โหหารโต้คารมมัธยมศึกษาแบบณัฐวุฒิ ใสยเกื้อแล้วล่ะก็ เก่งจริง คุณก็ลอง "โต้" แบบเป็นเนื้อเป็นหนังให้ผมดูหน่อยสิครับ

หึหึ สิบชาติคุณก็ทำไม่ได้หรอก

เรื่องคำพิพากษาของศาล ที่คุณติ๊ต่างมาว่าคือ "ข้อเท็จจริง" น่ะนะ ผมว่าคุณไปอ่านบทวิจารณ์ของใบตองแห้งล่าสุดก็ได้ หลักการอ่อนเป็นขี้เลย ถ้าเป็นศาลที่ประเทศพัฒนาแล้ว รับรอง ว่าไม่มีทางตัดสิน ปญอ. แบบนี้ก็แล้วกัน

เอาแค่หลักกฎหมายมหาชนพื้นๆ หลักประโยชน์สาธารณะ ก็ผิดชิบหายวายวอดหมดแล้ว

แล้วยังมีหน้าเสือกไปว่าบุญเลิศ ว่าตื้นเหมือนน้ำขัง

โถๆๆ กูว่ามึง ตื้นกว่าน้ำราดขี้ในคอห่านบ้านกูอีกว่ะ ฟายเอ๊ย..

บอกว่าจบธรรมศาสตร์ อย่าเลย อย่ายกมาเลย กูอายแทนสถาบันว่ะ แค่สุรพลหน้าหมูตัวเดียวก็เหี้ยพอแล้ว

ความเห็นของคุณไม่มีสาระพอที่จะตอบโต้ แต่ผมไม่ได้จบธรรมศาสตร์ คุณอ่านภาษาไทยแค่นี้ยังไม่เข้าใจ ผมเลยอนุโมทนา ลองอ่านใหม่นะครับ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แล้วมีผู้ได้รับความเดือดร้อน
นักวิชาการทั้งหลายผู้อมคัมภีร์มาพูด จะรับผิดชอบอย่างไรได้บ้าง
หรือมองง่ายๆ ว่า พี่น้องเสื้อแดงของพวกคุณ เกิดบาดเจ็บล้มตายขึ้นมา
จากการปลุกระดม จากการวางแผนให้ใช้ความรุนแรง
คุณๆ ทั้งหลายที่หน้าสลอนออกทีวีเสื้อแดง คุณๆ ทั้งหลายที่สอนหนังสือในชั้นเรียน
จะรับผิดชอบอย่างไร

ขนาดกรณีสงกรานต์ปี 51 พวกคุณยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบสักคน
โบ้ยไปโบ้ยมา หากว่า มือที่สามแฝงตัวไปเผารถแก๊ส หาว่ารัฐบาลใช้กองกำลังจัดตั้งไปฆ่าชาวนางเลิ้งบ้างล่ะ
โกหกคำโตอีกว่า มีเสื้อแดงตายไปเป็นร้อยเป็นพันในการควบคุมสถานการณ์ของทหาร
ทั้งๆ ที่รายงานจากสถานพยาบาลต่างยืนยันว่า ไม่มีเสื้อแดงตายสักคน
มีแต่ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่เขาหวงแหนชุมชน ถูกฆ่าตายฟรีๆ สองท่านนั่นเอง

ขอความรับผิดชอบด้วย แกนนำเสื้อแดงทั้งหลาย
ชอบอ้างการปฏิวัติโดยประชาชนเหลือเกิน
เอะอะก็มาร์กซิสต์ เอะอะก็ศักดินาอำมาตย์
เอะอะก็ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
ทฤษฎีมาร์กซิสต์เสียหมดก็คราวนี้แหละ

*พวกโจรา หัวหมอ ก่อกบฏ ทรยศ

*พวกโจรา หัวหมอ ก่อกบฏ
ทรยศ ประชาชน ก่นห้ำหั่น
เร่งยึดทรัพย์ จับเชลย เผยบีบคั้น
มุ่งฟาดฟัน เพื่ออำนาจ อำมาตยา

*หาแง่มุม จับผิด ด้วยคิดร้าย
จุดมุ่งหมาย ล้มล้าง สร้างข้อหา
แค่เซ็นชื่อ ซื้อที่ดิน รัชดา
ภรรยา ไม่ผิด ผัวติดคุก

*ไม่ใช่เรื่อง ทุจริต คิดมิชอบ
เพียงระบอบ เชื่อได้ว่า พาไร้สุข
โจรหาเรื่อง ทรมา ฆ่าเจ้าทุกข์
เร่งรานรุก หาความชอบ ระบอบโจร

*ทฤษฎี “วัวกินหญ้า”มาจับผิด
เพราะโจรคิด แต่ยึดทรัพย์ รับค่าปล้น
ทฤษฎี วัวกินหญ้า บ้าเหลือล้น
ความคิดคน สัปดี้ กินขี้วัว

*แผ่นดินนี้ มีวัว

*แผ่นดินนี้ มีวัว อยู่ทั่วไป
ล้วนวัวไทย ของคนไทย ไม่ใช่ชั่ว
ต่างกินหญ้า พาคนไทย ได้กินวัว
ใยคิดมั่ว ยึดทรัพย์วัว เพียงตัวเดียว

*วัวกินหญ้า หลายพันตัว วัวกินหญ้า
เปรียบพ่อค้า หากำไร ได้ค่าเอี่ยว
อำมาตยา ก็หากิน พุงปลิ้นเชียว
ใยยึดวัว ตัวเดียว ไม่ยุติธรรม

*คนเขาชอบ พ่อค้า กว่าอำมาตยา
เขาจึงเลือก พ่อค้า พาอิ่มหนำ
เขาไม่เลือก อำมาตยา พาระกำ
อำมาตยา จิตต่ำ เลยทำลาย

*ตั้งรัฐบาล นอมินี อำมาตยา
เป็นประชาวิบัติ จัดเสียหาย
พาบ้านเมือง เคืองขุ่น แลวุ่นวาย
อำมาตย์ร้าย ทำลาย ความเป็นธรรม

Anonymous

Anonymous wrote:
ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ doctor J จะชอบเข้ามาโพสเป็นพิเศษ ผมเดาเอาเองว่าโดนใจว่างั้นเถอะ มันมาก สนุกมาก ใช่ไหมพี่น้อง ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่เด็กนักศึกษาหรอกนะ ทำงานที่ไหนล่ะพ่อคุณ ผมอยู่อาคาร B ตึกเดียวกับ กกต นั่นแหละ ไปนั่งดูเสื้อแดงมาประท้วงสองครั้งแล้ว เห็นแล้วก็ขำ มากันหร่อมแหล่ม ขนลูกเงาะผมยังมีมากกว่าเสื้อแดงที่มาประท้วง กกต ซะอีกฮ่าๆๆๆ

ก็ไม่ได้แปลว่าเสื้อแดงจะมีแค่นั้นในประเทศนี้
สอบตกวิชาสถิติหรือเปล่า

o8o wrote:ภาพเปลือยของ

o8o wrote:
ภาพเปลือยของ ‘เกษียร เตชะพีระ’

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 4 มีนาคม 2553 16:07 น.

ผมเคยได้แต่เดินเฉียดๆ หรืออาจจะเคยพูดคุยกับเกษียร เตชะพีระ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่บ้าง เข้าใจเสมอมาจากการอ่านข้อเขียนและบทความว่า อาจารย์เกษียร เป็นนักคิดและปัญญาชนที่เป็นมิตรกับความถูกต้องและความเป็นธรรมทั้งมวล

ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เมื่อผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเกษียรล่าสุดแล้ว ผมคิดว่า ผมคงต้องลงมือแลกเปลี่ยนและตอบคำถามจากความรับรู้และความเข้าใจของตัวเองว่า มีหลายอย่างที่ผมเชื่อว่า สิ่งที่เกษียรคิดนั้นไม่ถูก

แม้ว่าสังคมไทยทุกวันนี้จะดูแปลกๆ อยู่ สมมติว่า มีใครมากล่าวหาหรือวิจารณ์เรา ถ้าหากเราลุกขึ้นมาชี้แจงโต้แย้ง ก็จะถูกกล่าวหาว่า เราผลักมิตรให้เป็นศัตรู เหมือนบุญเลิศ ช้างใหญ่แห่งค่ายมติชน ที่ทุกวันนี้ข้อเขียนของเขาเหมือนเขียนโต้แย้งกับตัวเองในอดีต เพราะโกรธที่พันธมิตรฯ ไปวิจารณ์องค์กรของตัวเอง

แต่อ่านงานของบุญเลิศแล้วได้แต่หัวเราะ หึ หึ ความรู้สึกมันเฉยๆ ตื้นเหมือนน้ำขังริมถนนหลังฝนหลงฤดู เมื่อเทียบกับเกษียร เตชะพีระ ที่เป็นบ่อน้ำบนภูเขา

เกษียรก็เหมือนผม และเหมือนใครอีกหลายคนในประเทศนี้ ที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและอาศัยเติบใหญ่ในแผ่นดินนี้ จบปริญญาตรีจากธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ที่ช้าเพราะเป็นนักศึกษารุ่นท้ายๆ ที่ออกจากป่ากลับสู่เมือง หลังเข้าป่าจับอาวุธโค่นล้มรัฐบาลอยู่หลายปี แต่ก็ได้บรรจุเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทันทีที่เรียนจบ ก่อนจะลาไปเรียนต่อจนจบโทและเอก จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา

เพื่อนร่วมรุ่นของเกษียรหลายคนเป็นนักวิชาการ ทั้งนักวิชาการ “แดงซ่อนรูป” และนักวิชาการ “แดงพันธุ์แท้” เช่น ธงชัย วินิจจะกูล หัวโต-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ รายหลังนี้รับใช้ทักษิณจนได้รับของขวัญเป็นบอร์ดธนาคารกรุงไทยในยุคที่ระบอบฉ้อฉลแผ่นดินยังเรืองอำนาจ

แน่นอนว่า แม้เกษียรจะไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐประหารที่โค่นล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เขาเคยเป็นผู้หนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ระบอบทักษิณ และนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทย อย่างเผ็ดร้อนมาก่อน ดังนั้นถ้ามองจากอดีตเราไม่อาจเหมารวมว่า เขาเป็นพวกทักษิณ และไม่อาจเหมารวมว่า เป็นพวก “แดงซ่อนรูป” แบบนักวิชาการบางคน

แต่เราก็คงไม่สามารถใช้ตรรกะนี้มาอธิบายปัจจุบันที่ถูกต้องของเกษียรหรือนำมาใช้แก้ต่างว่า ถ้าใครเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อน ดังนั้นคนคนนั้นไม่ใช่พวกทักษิณ เพราะเวลาผมตอบโต้กับนักวิชาการประเภทนี้ ก็จะมีเสียงสอดมาทำนองว่า เขาเคยวิจารณ์ทักษิณมาก่อนคุณ

ขณะเดียวกันอาจเห็นพ้องต้องกันกับบทสัมภาษณ์ของเกษียรชิ้นนี้ ก่อนหน้าบทความของผมหนึ่งวัน ผมเห็นบทความของอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย และอาจารย์ชวินทร์ ลีนะบรรจง ถือ “มีด” ในมือ และวริษฐ์ ลิ้มทองกุล ร่วมแรงชำแหละบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อยู่ก่อนแล้ว อ่านบทความของทั้งสองชิ้นก็อิ่มแล้ว ผมอาจจะนิ่งเฉยเสียก็ได้ แต่พอคิดแล้วว่ายังมีความในใจตกค้างอยู่ก็อดลงมืออีกแรงไม่ได้

เกษียรอย่าหาว่าผมทำซ้ำเลยครับ หรือถ้าคิดว่าทำไมพวกเราต้องลงแรงขนาดนี้ ก็ให้เข้าใจว่าเพราะ “ราคา” ของเกษียรนั่นแหละ จริงๆ แล้ว ผมอาจถือว่า บทสัมภาษณ์ของเกษียรเป็นอะไรที่ทำซ้ำบ้างก็ได้ เพราะอ่านแล้วเนื้อหาไม่ต่างกับที่ทักษิณ ตู่-จตุพร หรือวรัญชัย ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ว่า “การพิพากษาครั้งนี้เท่ากับไปยอมรับอำนาจของการรัฐประหาร”

ผมคิดว่า เกษียรมีสิทธิจะไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร แต่นั่นเป็นความเห็นของเกษียร ที่ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งว่า ผิดหรือถูก เพราะขณะเดียวกันก็มีนักวิชาการและคนอีกจำนวนมากยอมรับ อำนาจรัฐประหารที่ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบที่ฉ้อฉลและรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และต่างคนต่างฝ่ายก็เอาทฤษฎีของตัวเองมาอธิบายดังปรากฏอยู่ทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของเกษียรถูกหรือความเห็นของนักวิชาการที่ยอมรับการรัฐประหารในแง่นี้ถูก ก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่เกษียรจะบอกว่า ถ้าไม่คิดอย่างผมไม่ถูก สิ่งที่เป็นอยู่นั้นคือ “ความเห็น” และ “ความเชื่อ” ของเกษียรก็ช่างหัวเกษียรไม่ใช่ช่างหัวมัน

โชคดีที่เกษียรยังยอมรับว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เสรีนั้นอันตรายอาจถึงขั้นเป็นทรราชย์ได้ และยอมรับว่าทักษิณมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น

แต่ตรรกะหลายอย่างของเกษียรอ่านแล้วตลก เช่น หัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์ แต่คำตัดสินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้พาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู จะทำให้ไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ที่ไหนกล้าอีก เพราะได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า โอ้โห...ทำมาหากินแทบเป็นแทบตาย แต่แป๊บเดียวโดนยึดเป็นหมื่นล้าน

เกษียรต้องการอะไรหรือครับ จะอธิบายว่า ต่อไปนี้ถ้านายทุนมาเล่นการเมืองแล้วรัฐอยากจะยึดทรัพย์สินเสียอย่างไรก็ได้หรือ เพราะต่อมาเกษียรก็บอกว่า ต่อไปนี้ไม่มีทุนใหญ่กล้าเข้ามาสู่การเมืองแล้ว

ผมถามว่า ถ้าทักษิณไม่ได้มีพฤติกรรมที่ศาลสาธยายกว่า 7 ชั่วโมง อย่าว่าแต่ “รัฐ” จะกล้ายึดเลย ต่อให้ “ศาล” ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์จะกล้าตัดสินยึดทรัพย์ของทักษิณเช่นนั้นหรือ สังคมไทยทั้งสังคมจะยอมรับคำตัดสินที่ไม่มีเหตุมีผลเพียงเพื่อแกล้งจะยึดทรัพย์ของทักษิณ หรือหลับหูหลับตาคิดแบบเกษียรว่า ต้องยึดทรัพย์ทักษิณเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร

เกษียรจะไม่ยอมรัฐการรัฐประหารก็เรื่องหนึ่ง แต่ตรรกะแบบนั้นใช้ไม่ได้ เมื่อจะตอบโต้กับ “ข้อเท็จจริง” ที่เกิดขึ้นและศาลอธิบายให้ฟัง

เกษียรบอกว่า คนในสังคมจำนวนมาก ไม่สามารถพูดได้เต็ม 100% เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของรัฐบาลคุณทักษิณ หลายคนสงสัยว่ามีการทุจริต แต่...เมื่อใดใช้รัฐประหารแก้คอร์รัปชันมันจะทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

ถ้านั้นเกษียรก็เชื่อว่า “คนในสังคมอีกจำนวนไม่น้อย” นอกเหนือจาก “คนในสังคมจำนวนมาก” เชื่อว่า ทักษิณบริสุทธิ์ 100% เกษียรน่าจะอธิบายต่อว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พวกเขาไม่เชื่อคำอธิบายของศาล เพราะไม่เชื่อข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผย หรือหลงน่ามืดตามัวโดยไม่รับฟังเหตุผล

และผมคิดว่า การรัฐประหารไม่สามารถบดบังทำลายกระบวนการยุติธรรมและความยุติธรรมในคดีนี้ได้

ส่วนที่ว่าอย่าใช้รัฐประหารแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้นพูดไปก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ถ้าอำนาจในระบบไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐสภา องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทั้งหมดถูกผู้มีอำนาจแทรกแซงจนเกือบจะเป็นทรราชย์ ผมคิดว่า เมื่อนั้นก็มีความจำเป็นและไม่แตกต่างอะไรกับที่เกษียรเคยเข้าป่าจับปืนที่โค่นล้มอำนาจรัฐที่ตัวเองคิดว่าอยุติธรรม

และนี่คือบริบทที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยบอกว่าทหารควรเข้ามาจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกษียรเอามายอกย้อนว่า ต่อไปถ้าทุจริตนายอำเภอทหารก็ต้องออกมา ซึ่งง่ายไปเหมือนลีลาโต้คารมมัธยมศึกษาที่จำณัฐวุฒิมา

ส่วนที่เกษียรมั่วเอาว่า อัยการไม่ฟ้องพันธมิตรฯ ที่บุกยึดสนามบินโดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเพื่อสร้างภาพมายาสองมาตรฐานนั้น ผมไม่คิดว่า เป็นการบิดเบือน แต่คิดว่าแกล้งโง่และสะเพร่าเท่านั้นเอง

สุรวิชช์ ก็ไม่ต่างจากพวกนักวิชาการที่ก้มกราบท๊อปบู๊ททั้งหลาย เต็มไปด้วยความมักง่ายทางความคิด "ไม่มีทางอื่นที่จะกำจัดทักษิณนอกจากการรปห." อีกหน่อยพอมีรัฐบาลที่พวกคุณไม่ชอบใจ หรือเห็นว่า"สามานย์"อีก ก็คงจับรัฐธรรมนูญถ่างขา รอให้ทหารเข้ามาข่มขืนอีกซิ เกลียดบุฟเฟต์คาร์บิเนต ก็เชียร์รสช. ผมถามว่าแล้วพอไม่พอใจรสช. ไปไล่มันออก ง่ายไหม? ตายห่าไปกี่คน? ตอนนี้เกลียดทักษิณ ก็นอนอ้าให้คมช.อีก ตอนนี้มันฝากเชื้อโรคไว้เต็มรธน. เหมือนติดเอดส์ รักษาไม่หาย(ก็ไอ้ ม.309นั่นไง) พวกคุณยังหน้ามืดเชียร์กันเหยงๆ

พวกคุณไม่คู่ควรกับคำว่านักวิชาการหรอก เรียกว่านักขายตัวยังใกล้เคียงความจริงมากกว่า

คนอย่างเกษียร ถึงจะดูมีจริตบ้าง แต่ก็ยังยอมรับความจริง พวกคุณเหมือนนกกระจอกเทศที่เอาหัวมุดอยู่ในกองขี้ของทหาร จนป่านนี้ยังไม่ยอมโงหัวขึ้นมา ไม่อย่างนั้นทำไมจึงมองไม่เห็นมาตรฐานของการเลือกปฏิบัติของรัฐ และรัฐบาล

บทความของสุรวิชช์ ผมให้น้ำหนักไม่มากไปกว่าcommentของ I Pad หรือ pn มีคุณค่าทางวิชาการพอๆกัน

ขึ้นมาเทียบชั้นกับเกษียร? นอกจากจะเต็มไปด้วยอคติแล้วยังหลงตัวเองจริงๆ

*ปากอ้างเป็น ประเทศ

*ปากอ้างเป็น ประเทศ ประชาธิปไตย
แต่ทำไม ใช้ระบอบ อุปถัมภ์
อภิสิทธิ์ อภิชน ดลชี้นำ
การกระทำ ล่วงล้ำ ทำลายล้าง

*ไม่ยอมรับ กับเสียง ชนส่วนใหญ่
ยังคงใช้ อภิสิทธิ์ ลิดรอนถาง
ใช้ผลพวง รัฐประหาร ผลาญอำพราง
มุ่งกวาดล้าง ฝ่ายประชาธิปไตย

*ใช้พลัง จารีต ขีดเส้นทาง
คอยขัดขวาง ความก้าวหน้า พามืดใหญ่
คือระบอบ อำมาตยา มหาภัย
ชิงอำนาจ อธิปไตย ด้วยใจพาล

*การกระทำ ความเสียหายต่อรัฐ
คือการจัด วิบัติ รัฐประหาร
สืบวงจร อุบาทว์ หวาดสะท้าน
เผด็จการ อำมาตยาธิปไตย

เป็นสมบัติเอกชน.....มองการปล้

เป็นสมบัติเอกชน.....มองการปล้นชาติขายประเทศ....เป็นการทำมาหากินสุจริต....มองการเอาทรัพย์ของแผ่นดินกลับคืนสู่แผ่นดินดังเดิมเป็นปล้น.....ชั่วจนสุดจะสรรหาคำมาใช้กับพวกมันแล้ว.....

ฟฟ

สิ่งที่จะต้องขอบอกไอ้พวกโฉดชั่วโดยไอ้ซีกซ้ายนรกกลุ่มเดิมที่พาคนไปตายในะรรมศาสตร์เมื่อ พ.ศ.นั้น....ไอ้พวกเวนตะไล...ใครๆเขาบอกให้พวกเมริ-งสลามวลชนพวกเมริ-งก็ไม่เชื่อพวกเมริ-งเดินหน้าให้มวลชลไปตาย.....ขณะที่เชียงสลายไม่สูญเสีย...เพราะแกนนำทางเหนือที่บัดนี้หนึ่งในนั้นไม่ได้อยู่ข้างเดียวกะไอ้บักทักชั่ว.....เขารับผิดชอบกับชีวิตมวลชน....แต่พวกชั่วยุให้มวลชนที่ถูกบ่มด้วยความคิดผิดๆ ด้วยทิดสะดีวกวนของไอ้พวกนักวิชาการโดยเฉพาะไอ้นักวิชาการคนเดือนตุลาจางไลอย่างไอ้กะเสียนงี้ไอ้นิทิ-ไอ้เดรัจฉานวิชาเกิดทิ้งเมียแก่ไปกิ๊กชั่วเมียคนอื่นที่สาวกว่า-ไอ้ชั่ว....ฯลฯ

ฟฟฟฟ

บทนำจากไทยโพสต์

แกนนำต้องรับผิดชอบ ต่อชีวิตของคนเสื้อแดง

* บทบรรณาธิการ

6 มีนาคม 2553 - 00:00

การประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงของฝ่ายรัฐ ซึ่งมีคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยก็เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อวางมาตรการ รองรับ ทั้งในแง่การประสานเพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล เพราะน่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งในการวางแผนน่าจะมีความร่วมมือระหว่างแกนนำของผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลพื้นที่การชุมนุม รวมถึงเจ้าพนักงานในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้การบริหารการ ชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เพราะนั่นน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐสมัยใหม่ต้องบริหารจัดการให้การ ชุมนุมเรียกร้องของมวลชน หรือกลุ่มผลประโยชน์ได้แสดงออกอย่างสงบสันติ โดยปราศจากการเสียเลือดเสียเนื้อ ไม่แค่เฉพาะแต่รัฐ หากแต่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมยังต้องตระหนักว่า ความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของมวลชนนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หาใช่มองเห็นชีวิตของคนเสื้อแดงเป็นเงื่อนไขในการต่อรอง หรือใช้เป็นเครื่องมือในการป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อช่วงชิงชัยชนะ

เราพึงเห็นการที่แกนนำเสื้อแดงและเจ้าหน้าที่รัฐได้พูดคุยทำความเข้าใจ ในการจัดที่ทางการชุมนุม การจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย อาหาร หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ ในการบริหารกลุ่มผู้ชุมนุมให้เพียงพอกับจำนวนคน การเฝ้าระวังมือที่สามร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ที่คาดไม่ถึง เพราะยุทธศาสตร์หลักของแกนนำพร้อมที่จะรับลูกเหตุการณ์แทรกซ้อนเหล่านั้น เพื่อทำให้สถานการณ์รุนแรงลุกลามไปจนอยู่ในสภาพที่ไร้การควบคุม

อย่างไรก็ตาม ภาคสังคมส่วนอื่นยังต้องแสดงท่าที มีปฏิกิริยาอย่างกล้าหาญที่จะออกความเห็นต่อสถานการณ์ข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อ นักวิชาการ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเหมารวมว่าอยู่ข้างใด หรือสีใด เพราะเอาเข้าจริงสถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีใครอยากจะเห็นเลือดคนไทยต้องนองแผ่น ดินเพียงเพราะการปลุกระดมให้สู้กับบางสิ่ง แต่ผลจากเป้าหมายในการต่อสู้ของประชาชนคนเสื้อแดงคือการช่วยเหลือคนเพียงคน เดียวที่มีสำนึกส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม

ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ที่เหล่าพลังเงียบซึ่งเงียบเฉียบมานาน หรือไม่กล้าออกมาประกาศจุดยืน จะต้องออกมาแสดง ประกาศ หรือให้ความเห็นเพื่อให้ทิศทางการชุมนุมเป็นไปอย่างอหิงสา สันติ สงบ ตามที่แกนนำประกาศไว้ พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มใต้ดินที่คิดจะก่อเหตุให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วน หยุดการทำร้ายบ้านเมืองได้แล้ว แม้ว่าในความเป็นจริงยุทธวิธีการเคลื่อนมวลชนของบนดินและใต้ดินจะมีเป้าหมาย ในการต่อสู้อย่างแตกหัก

เราจึงอยากเรียกร้องให้แกนนำเสื้อแดงได้ดูแลมวลชนของท่านให้เปรียบเหมือนกับ ว่าเขาคือผู้มีพระคุณ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาที่ถูกฝังชิพข้อมูลที่ตอกลิ่มความรุนแรงอยู่ทุกเมื่อ เชื่อวัน เพื่อหวังใช้เป็นแค่หมากเกมในการต่อรองเท่านั้น เพราะเขาเหล่านั้นคือประชาชนคนไทยเหมือนเราทุกคน และออกจะมีโอกาสน้อยกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ ซึ่งพลังของพวกเขาน่าจะถูกเก็บไว้ต่อสู้เพื่อความชอบธรรม และต้านความไร้มาตรฐานในสังคมไทยในวันข้างหน้า หาใช่ถูกนำมาเป็นหุ่นเชิดเพื่อสู้ให้ใครบางคนที่คิดจะทำลายประเทศชาติโดยไม่ แยแสถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น.

บันทึกการเข้า

--------------------------------------------------------------------------------

ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อยในวันนี้
การกลับมาใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์และพรรคมวลชนที่มีการนำรวมหมู่

http://www.oknation.net/blog/balanceofsociety
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety

Re: ถึงเวลาประชาชนเจ้าของประเทศลุกขึ้นมาเสียที
« ตอบ #469 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:49:31 »

--------------------------------------------------------------------------------
การประกาศระดมพลในวันที่ 14 นี้ (เริ่มตั้งแต่เที่ยงวันที่ 12) แท้จริงแล้วคือการรวมมวลชนเพื่อการยึดอำนาจการปกครอง เพราะเวลานี้ทักษิณไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เขาต้องทุุ่มเต็มที่เพราะนี่คือโอกาสสุดท้าย ดังนั้นอย่าประเมินต่ำ เพราะเมื่อคนถือถุงเงินเลือดเข้าตาอะไรก็ทำได้ ที่ว่าไม่ทุ่มครั้งนี้จะเห็นกันว่ามีการทุ่มหมดหน้าตักแน่ อีกทั้งมวลชนฝ่ายทักษิณก็ถูกปูพื้นด้วยอารมณ์ความเคียดแค้นจนไม่ฟังข้อมูลอะไรอีกข้างหนึ่งแล้ว เวลานี้ต้องการโค่นอีกฝ่ายให้ได้ หรือไม่ก็ทำอะไรก็ได้ให้สะใจ ดังนั้นเสาร์อาทิตย์หน้ากรุงเทพจะเต็มไปด้วยทะเลสีแดง จะเป็นแค่สีเสื้อหรือสีแดงเพลิงจากอย่างอื่นก็ค่อยมาดูกัน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เอาคนมาตากแดดให้ถูกแดดเผาเล่นๆ ที่ราชดำเนินแน่ แต่ขบวนรถปิกอัพกับรถแท๊กซี่จะต้องออกปฏิบัติการมากกว่านั้น
ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อเขย่าขวัญ แต่มองตามเกมส์ว่าเขาต้องเล่นเช่นนี้ ที่สำคัญก็เพื่อเตือนฝ่ายรัฐว่าทุกวันนี้ยังอยู่ในความประมาท ประเมินขั้นสูงสุดแค่เหตุการณ์เมษาเลือดเมื่อปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้จะใหญ่กว่า มีมวลชนมากกว่า และมีคนที่ต้องการเล่นนอกระบบมากกว่า อีกทั้งกองกำลงตำรวจ กองทัพยังไม่มีใครคิดวิธีการในการรับมือกับฝูงชนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ หากภายใน 1 อาทิตย์นี้ไม่มีการแก้เกมส์อย่างไร ก็เป็นอันว่าอวสานต์สำหรับรัฐบาลอภิสิทธิ์
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสีแดงจะชนะเด็ดขาด อย่าลืมว่าการต่อสู้ของสีแดงครั้งนี้เล่นกับของสูงโดยตรง ดังนั้นชัยชนะของสีแดงจะเป็นเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นก็จะถูกตอบโต้กลับอย่างเต็มรูปแบบ

ขอพระจงคุ้มครองสยามประเทศ
ขอประชาชนคนส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของประเทศ(กับเขา)เหมือนกัน ได้ลุกขึ้นมาเสียทีว่า มาตัดสินใจว่าอนาคตของสยามประเทศจะเป็นอย่างไร

ฟฟฟ

เที่ยวนี้ไอ้ลิ่วล้อทักชั่วอย่าหวังว่าจะลอยตัวโยนความผิดให้ชั่วซีกอื่นลูกเดียวได้เหมือนกรณีหกตุลา...ไอ้พวกชั่ว..ขอท้าให้พวกเมริ-งชำระประวัติศาสตร์อย่างเที่ยงตรง.....พวกเมริ-งก็ต้องรับผิดชอบกะชีวิตมวลชนที่พวกเมริ-งพาเขาไปตายด้วย.....

กูสีดองางาม

กูสีดองางาม เคยแสดงความเห็นไว้ ไม่รู้ ควาย (นักวิชาการสมองควาย)ตัวใหนอ่านแล้วละอายใจ เลยให้ลบออกไป

บ้านเมืองจะฉิบหายอยู่ทุกวันนี้เพราะไ อ้ควายนักวิชาการอย่างพวกมึง ที่แสดงความคิดเห็นในนี่แหล่ะ ไอ้ควายอย่างพวกมึง พอนายกทักษิณฯ เขามองเห็นความ โง่ สมองควายๆ อย่างพวกมึง เขาจึงไม่เห็นความสำคัญ พวกมึงก็จะเป็น จะตายกันแล้วไอ้ควาย กล่าวหา ให้ร้ายเขาไปทุกอย่าง มันไปเข้าทางไอ้เปรม และพวกจัญไรที่อยู่ข้างหลังไอ้เปรม ก็เลยต้องกำจัด ท่านนายกทักษิณฯไปเสียเลย

พวกมึงนักวิชาการสมองควายทั้งหลาย ลองกลับไปพิจารณาการทำงานของนายกทักษิณฯ กับพวกมึงดูสิ ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้างจากพวกมึกไอ้ควาย พวกมึงมันเองแต่ ปาก(บางครั้งแสดงความโง่เสียมากกว่า) เก่งแต่ขีดๆ เขียน ในห้องแอร์ เรียกเก็บเงินแพงๆจากนักศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์กับพวกเองในมหาลัย ที่รวมนักวิชาการสมองควายอยู่กันเต็มไปหมดน่ะสิ ในมหาลัยที่ไอ้ควายพวกนี้สอนอยู่ ก็เน่าเฟ่ะ โกงกิน เล่นพรรคเล่นพวก พอๆกับหมานั้นแหล่ะ

หุบปากได้แล้ว หุบปากหมาๆ ของพวกเองเสีย เก่งจริงออกมาทำงานการเมืองให้ประชาชน อย่างท่านทักษิณฯสิ ไอ้ควาย

ไม่เห็นสนใจเรื่องทักษิณซักนิด

ไม่เห็นสนใจเรื่องทักษิณซักนิด
รู้แต่ว่า
ประเทศประชาธิปไตย
รัฐประหาร มันผิด
คณะอะไรๆที่ตั้งโดยการรัฐประหาร มันผิด
ถึงจะออกกฎหมายมารองรับ
มันก็ผิดอยู่ดี ผิดตั้งแต่แรก

จะมาอ้างการเมืองแบบไทยๆ
อินเดีย คนมีหลายร้อยล้าน
ยังไม่มีทหารทำเรื่องโง่ๆอย่างนี้เลย
ปฏิวัติเสร็จ รวยเละ
ดูบิ๊กจ๊อดซิ มีเงินเป็นพันล้านหลังปฏิวัติ
เมียน้อยเมียหลวงแย่งกัน
จำได้ไหม

หรือนี่คือเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในการรัฐประหารทุกครั้ง

เกษียณเองก็ไม่ต่างจากนักวิชาก

เกษียณเองก็ไม่ต่างจากนักวิชาการคนอื่นๆ ที่ออกมาร่วมวงยำทักษิณในครั้งนั้น (ถ้าผมจำไม่ผิด แกเองหละครับที่ตั้งคำว่า ทักษิโณมิคส์)

แต่ยังดีกว่านิธิครับ กระนั้นก็ตาม...เกษียณไม่สามารถหลุดกรอบออกไปได้ มันฟังดูคล้ายๆพวกสองไม่เอานะครับ คือไม่เอารัฐประหาร ไม่เอา คมช แต่ไม่เอาทักษิณ

ทักษิณมาจากเลือกตั้งนะครับ เป็นวิธีที่เลวร้ายน้อยที่สุด lesser evil เลวน้อยกว่าการรัฐประหาร ตุลาการวิบัติ ยุบพรรค ทำกับข้าวโดนปลด เป็นกบฎโดนปล่อย หรือเกาะโพเดียมเป็นนายก

ตรูว่าจะไม่ด่าอ้ายมาร์คแล้วนา

อจ ใจตรงไปตรงมากว่าเยอะ แบบนักวิชาการฝรั่ง (แกเลยต้องเผ่นไงครับ)

คนร้อยเอ็ด

คนร้อยเอ็ด wrote:
ถามหาอุดมการณ์กับคนจน คน รากหญ้า ลองจัดชุมนุมเสื้อแดง ที่สนามหลวง แล้วให้คนร้อยเอ็ดเดินทางไปร่วมชุมเอง เสียค่ารถ ค่าอยู่ค่ากินเอง ทั้งไปและกลับ อ.คิดว่า จะมีคนร่วมชุมนุมกี่คน ช่วงนี้ เสร็จจากนาปี กำลังทำนาปรัง ต่อ คนกำลังทำมาหากิน อย่าชักชวนเขามาเป็นพวก เลยครับ และ ผมเชื่อว่าชุมนุมแต่ละครั้ง ไม่ใช่เกิดจากอุดมการณ์แน่นอน อ ใจ รออีกซัก 50 ปี อาจจะได้เห็น การต่อสุ้ด้วยอุดมการณ์ แน่นอน

เห็นด้วยครับ อย่าทำบาปกับคนยากจนที่แค่จะแก้ปัญหาปากท้องของตนเองยังยาก จะให้ไปแก้ปัญญหาให้ทักษิณ ถ้าทักษิณชนะแล้ว เชื่อหรือว่าประชาชนเหล่านันจะไม่ถูกกดขี่อีก
เงินทองมหาศาลของทักษิณ เขากอบโกยมาจากใครถ้าไม่ใช่ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ

5555

5555 wrote:
เป็นคอมมิวนิสต์มันต้องเป็นให้ถึงไขกระดูก ..ขอโทษ..ต้องเป็นโดยสันดาน ไม่ใช่แค่ใส่ชุดเขียวสวมหมวกดาวแดง

ต้องรู้จักแยกแยะปัญหา(ปัจจุบัน)กับอุดมการณ์ให้ชัดเจน

คนสวมหมวกดาวแดงฟากโน้นกล่าวหาว่าพวกเราสามัคคีศักดินา แต่พวกมันกลับเรียกการแก้ปัญหาให้ทักษิณว่าการปฏิวัติ!!

มันเรียกการต่อต้านทักษิณที่บังเอิญตรงกับความคิดของฝ่ายศักดินาว่า เป็นการรับใช้ฝ่ายศักดินา แ่ต่กับการฉ้อฉลของทักษิณที่มีแนวโน้มจะทำให้ชาติบ้านเมืองถึงกับล่มจม พวกคนเหล่านั้น(ที่เรียกตัวเองย่างเต็มปากเต็มคำว่าคอมมิวนิสต์)กลับทำเป็นมองไม่เห็น

มีการปฏิบัติครั้งใดในโลกบางที่ใช้โจรปล้นชาติบ้านเมืองเป็นผู้่นำ.....

เห็นทีฝ่ายประวัติศาสตร์ของโลกสัคมนิยมต้องบันทึกไว้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ว่าิ คอมมิวนิสต์ไทย(บางส่วน)มีโจรปล้นชาติบ้านเมิือง คอรัปชั่นเป็นไฟแล็บ เป็นผู้นำ

สมมุติว่าวันหนึ่งคนฝ่ายนี้เกิดชนะขึ้นมาจริง ๆ หน้าตาสังคมนิยมแบจรัล หรือแบบเหวง ๆ แบบสุรชัยบวกกับแม้วทุนสามานจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ใครคิดออกช่วยบอกทีเถอะครับ

รับรองดูไม่จืดเลย คงขี้เหร่น่าดู ลองจินตนาการ โดยเอาหน้าและนิสัยของ จรัล + เหวง+ทักษิณ รวม ๆกัน นึกดูว่าประเทศไทยจะซวยแค่ไหน

คิดถึงท่านปรีดี เมืองไทย คนดี

คิดถึงท่านปรีดี

เมืองไทย คนดี คนเก่ง อยู่ยาก

มิน่าล่ะ พวกสมองไหลถึงอยู่ต่างประเทศเยอะ

เขาไม่อยากให้คนไทยฉลาดและรวยขึ้นกว่านี้หรอก

เขาหากินลำบาก ใครล่ะ พวกทำลายสิ่งแวดล้อมพวกกินป่าเขา กินภาษี พวกชะเลียทั้งหลาย และพวกชอบชะเลีย พวกชอบผักชี

หวยเถื่อน

กลุ่มค้ายา

มาเฟีย

รัฐวิสหกิจหัวเก่าๆ

พวกถือสาก ปากถือศีล

รออีก 200 กว่าปี จะมาเกิดอีก ไม่รู้ประเทศไทยจะมีอยู่ในแผนที่โลกนี้หรือเปล่า

ถ้าดินแถบภาคอีสานอุดมสมบูรณ์เ

ถ้าดินแถบภาคอีสานอุดมสมบูรณ์เหมือนแถวภาคกลาง แล้วฝรั่งเศสไม่มาล่าเมืองขึ้น ดินแดนประเทศลาวก็ตั้งชื่อว่าล้านช้าง สิบสองปันนา เขาคงไปเที่ยวทะเลทางอ่าวตังเกี๋ย ออกไปทางเมืองดานัง

ถ้าชาวเสื้อแดง มีดินอุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็ขึ้นดี ฐานะก็คงจะดี อย่ามาดูถูกคนเสื้อแดงหน่อยเลยน่า เคยเลือกพรรคปชป. ชาติไทย ความหวังไหม่ เป็นรัฐบาลมาแล้ว จะเลือกพรรคของทักษิณมันผิดนักหรือ

ไทยยังไม่มีระบบการเมืองการปกค

ไทยยังไม่มีระบบการเมืองการปกครองแบบไหนที่เหมาะกับคนไทย

ถ้าจะว่าเหมาะกับเผด็จการก็ไม่ใช่เพราะกำจัดแต่ฝ่ายตรงข้าม เผด็จการก็โกง ทุจริต

ถ้าจะเป็นประชาธิปไตยจริงๆก็ไม่ได้ มันปลอม เพราะนักการเมืองมันทำลายประชาธิปไตยทุกอย่าง มันซื้อเสียงมันโกง

คนที่แย่คือประชาชนคนรากหญ้า
พวกชนชั้นปกครอง ชนชั้นกลางได้เปรียบทุกอย่าง ถ้าพวกนี้เขาไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ศีลธรรม ประเทศนี่ ก็เป็นอย่างที่เห็น ประเภท มือถือสาก ปากถือศีล เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น มีแต่ผลประโยชน์และพวกพ้อง ยากส์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่จะพัฒนาไปข้างหน้าคงย่ำอยู่แค่เนี่ย ต่อให้มีสงครามกลางเมือง หรือเสียกรุงอีกครัง้ที่สามจะมีใครมากอบกู้เอกราช ยังมองไม่เห็น........... คงวนเวียนพายเรือในอ่าง ปู่ไต่ขอบด้ง ไปอย่างนี้ อนิจจราประเทศไทย

คนดี คนเก่ง อยู่ไม่ได้

Anonymous

Anonymous wrote:
ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ doctor J จะชอบเข้ามาโพสเป็นพิเศษ ผมเดาเอาเองว่าโดนใจว่างั้นเถอะ มันมาก สนุกมาก ใช่ไหมพี่น้อง ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่เด็กนักศึกษาหรอกนะ ทำงานที่ไหนล่ะพ่อคุณ ผมอยู่อาคาร B ตึกเดียวกับ กกต นั่นแหละ ไปนั่งดูเสื้อแดงมาประท้วงสองครั้งแล้ว เห็นแล้วก็ขำ มากันหร่อมแหล่ม ขนลูกเงาะผมยังมีมากกว่าเสื้อแดงที่มาประท้วง กกต ซะอีกฮ่าๆๆๆ

ท่ามึงจะมีแต่"ขนลูกเงาะ" ส่วนไอ้"ลูกเงาะ"กับ"กล้วย"ท่าจะไม่มี เพราะพูดจาเหมือนพวกตุ๊ด!!!

แย้งเข้าไปสิในบทความเขาหน่ะมีปัญญามั้ย?

ไอ้ควาย!!!

ไม่ใช่หาเรื่องเอาแต่พูดจากระแนกระแหนเหมือนไอ้เหี้ยมาร์ค

Anonymous wrote:รู้ทัน

Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน.....เริ่มจากอำมาตย์ชั่วและขุนนางกังฉิน แอบอ้างเจ้า รังแกทำร้ายกดขี่ข่มเห็งเอารัดเอาเปรียบประชาชนชน จนประชาชนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ หยิบสำลี ชูกำปั้นหยิบไม่จิ้มฟันออกมาสู้ กับหอกดาบอาวุธปืนของพวกแอบอ้างเจ้าทำเวรทำกรรม...สุดท้ายด้วยพละกำลังแห่งการอยากหลุดพ้น อยากปลดแอกจากการถูกกดขี่ ถึงไม่มีอาวุธร้ายแรงเพื่อต่อกร ก็ทำให้เจ้าต้องล่มสลายไป ....ประเทศเหล่านั้นจึงได้ประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศตลอดมา

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆพวกคุณ ควายนะ มันยังฉลาดกับพวกคุณอีก แค่นี้ยังไม่รู้สึงตัวอีกหรือไงว่าถูกพวกทักษิณปั่นหัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้ไปตายแทน คนอะไรว่ะ โง่เหมือนควายจริงๆเลย อำมาตย์พ่อมึงมันไม่มีแล้วสมัยนี้ มันหมดไปนานแล้ว เฝ้ามาโพสโชว์ความโง่อยู่ได้อ่านแล้วก็สังเวชในความงี่เง่าของพวกคุณ ทำมาเป็นเต้นแร้งเต้นกา แสดงความเป็นเดือดเป็นแค้นแทนทักษิณ รู้ไหมถ้าพวกคุณป่วนเมืองได้สำเร็จตามคำยุยงของพวกมัน เสร็จสิ้นแล้วมันกลับมามีอำนาจอีก พวกคุณก็เหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละ เป็นแค่เครืองมือให้เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้างซิ โง่ดักดานจริงๆเลย

มีเยอะแยะที่ทั้งตับข้องใจ ทั้งสงสัยและไม่ใช่เพิ่งมามีวันนี้

ไอ้พวกที่ยอมเป็นฝุ่นใต้ตีนด้วยความสมัครใจอย่างมึงต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ความข้องใจนี้ก็จะติดตัวมึงไป

ถ้าไม่มีไอ้มาตราร้อยสิบกว่าๆ นั่นมึงคงได้เห็นอะไรต่อมิอะไรไหลออกมาเป็นหางว่าว

แต่!!! ถึงตอนนั้นคนอย่างมึงก็คงยังไม่ยอมออกจากกะลามั้ง

พวกคุณ เสื้อแดง อะไรก็ตามแต่

พวกคุณ เสื้อแดง อะไรก็ตามแต่ กำลังเป็นเครื่องมือให้มันหลอกใช้เท่านั้นเอง หัดใช้สมองซะบ้าง คุณไปดูเส้นทางธุรกิจของทักษิณให้ดี ไอ้นี่มันเกี่ยวกับเรื่องสัมปทาน จากรัฐทั้งนั้น มันรวยเพราะมันได้สัมปทาน ก้รู้ๆกันอยู่ คุณจะดูว่าคนๆใหนเป็นนักประชาธิปไตย คุณต้องดูประวัติศาสตร์ทั้งชีวิตของเขา มันเคยลุกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไหม ตอน รสช รัฐประหาร คุณเห็น นายทักษิณ มาเป็นผู้นำประชาธิปไตยไหม ต่อสู้เหมือน รต ฉลาด ไหม ไม่มี แต่คุณเห็นนายทักษิณไปเกาะกระโปก หัวหน้ารัฐประหาร เพือขอสัมปทาน ชีวิตของพวกคุณมีคุณค่ามาก คุณอย่าฝากชีวิตไว้กับคนๆนี้ พอมันเสียประโยชน์ มันก็อ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย ที่แท้คือมันเสียเงินเพราะมันไปโกงมา

จงดูว่าคนๆหนึ่ง เป็นอย่างไร จงดูประวัติศาสตร์ชีวิตเขา ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน
ก่อนที่จะสรุปว่าเขาเป็นนักประชาธิปไตยที่พวกคุณจะไปเทอดทูนเขา
พอคุณไล่อำมาตไป คุณก็จะได้ระบบทักษิณ กลับมา แล้วคุณก็จะ
ผิดหวัง และก็จะกลายเป็นคนโง่ดักดานจริงๆ

ทางออกคือ ทำอย่างไรจะหยุดระบบอุปถัมในสังคมไทย
การซื้อเสียง การให้ความรู้ ในระบบรากหญ้า
ส่งเสริมประชาธิปไตย วิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย
ในทุกระดับชั้น ว่าแต่ว่า ระบบประชาธิปไตยคือระบบ
ที่ดีที่สุดในโลกจริงหรือ มันแค่เลวน้อยที่สุดเท่านั้นเอง

พวกที่คิดและที่พูดจาดูหมิ่นดู

พวกที่คิดและที่พูดจาดูหมิ่นดูแคลนพวกคนเสื้อแดงว่าควาย อย่างคนใช้ชื่อ Anonymous คนอย่างนายนั้นเป็นคนหรือเป็นสัตว์พิเศษชนิดหนึ่ง วิเศษกว่าคนทั่วไปเช่นนั้นหรือ เช่น กินอาหารทางตูด ดูดทางปาก ถ่ายกากทางทางจมูก นี่งัยสัตว์ชนิดพิเศษ

คนทุกตัวที่มีจิตใจชอบดูถูกดูแคลนคนอื่น ย่อมไม่ใช่ มนุษย์ธรรมดา พวกมันเป็นสัตว์พิเศษ หลงตนเองว่าเหนือกว่าคนอื่นๆ มีการศึกษาสูงกว่า มีหน้าที่งานสูงส่ง มีฐานะความเป็นอยู่สะดวกสุขสบายกว่า เลยมองเห็นคนอื่นไม่ใช่คน โถไอ้กร๊วกเอ๋ย พวกเองนั้นอึเหม็นกว่าคนธรรมดามากมายนัก เกิด แก่เจ็บ ตาย เวียนว่ายอยู่ในกองทุกข์ไม่ต่างกันหรอก ยามที่ใครมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ทุกคนเห็นมีสีหน้าทุกข์ทรมานด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นพวกมึงด้วย จงโอหังให้เต็มที่ ยามที่พวกมึงยังแข็งแรง ไอ้พวกสัตว์พิเศษ

คนที่เต็มด้วยความเป็นมนุษย์ ย่อมเห็นใจ คิดเช่วยเหลือ มีจิตเผื่อแผ่เอื้ออาทรกัน มีเมตตาต่อผู้ที่อ่อนด้วยกว่า

ครับยังไม่ได้อ่านบทความอ.เกษี

ครับยังไม่ได้อ่านบทความอ.เกษียรจึงไม่มีความเห็นต่อประเด็นนั้น แต่มีสิ่งที่น่าสนใจที่อ.ใจ ทิ้งไว้คือ ความเชื่อของนักวิชาการบางสำนักที่ไม่เอาปฎิวัติแต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับระบอบทักษิณจึงมองปฎิวัติคือตัวช่วย?

ครับแนวคิดมักง่ายทางวิชาการแบบนี้มีเยอะครับ เพราะที่สุดมันคือตัวซวย(ปฎิวัติ)เพราะกระดุมเม็ดแรกมันผิด?เพราะระบอบทักษิณ กำลังจะไปแล้ว?ขาลงแล้ว?กระบวนการด่านอรหันต์ที่ผมเคยเสนอไว้นั้น นั้นคือเชื่อมั่นในปชต. แล้วลำดับใช้ให้ทันการณ์ อย่างมีสติแบบขั้นบันใดในมาตรการด่านอรหันต์ แม้แต่พธม.การเมืองข้างถนนสมัยนั้น(ที่ยังเป็นลำไม้ไผ่ไม่ใช่บ้องกัญชาตอนนี้)

ก็ถือว่าด่านอรหันต์ด่านหนึ่งได้ ความเลวร้ายของระบอบทักษิณนั้น มันถูกสร้างให้เกินจริง จริงๆเขาไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แค่ปชต.ในระบบเอาอยู่ครับ?แถมถ้าเอาเขาอยู่กลับจะทำให้พัฒนาการปชต.ไทยยกระดับไปได้ไกล เกินกว่าฝ่ายนอกปชตจะมาลากลงหม้อตุ๋นกบแบบนี้

และเอาอยู่อย่างรักษาปชต.ไว้ได้และประคองในทิศทางแบบนั้นได้ ไม่ให้มันกลับไปแบบไหลย้อนกลับเพราะตัวแปรปฎิวัติเพราะผลพวงที่ได้มาคือปชต.ไม้ดัดระบอบสวนสัตว์ หรือปชต.ในหม้อตุ๋นกบอำมาตย์ฯมันมีการแช่คาอำนาจไว้(ไม่ใช่มาในมิติการระงับเหตุอย่างที่หลายคนเข้าใจอย่างอินโนเช้นท์มันจึงไปวิเคราะห์หลงประเด็นไปไกลแบบนี้)

เพราะเจตนาที่แท้จริงคือกาสิโนอำนาจ สืบทอดอำนาจไว้ในปชต.ผ่านโครงสร้างอำนาจในร.50ที่พัฒนาการมันไหลย้อนกลับไปหลายสิบปี ยุคหลังป๋าฯหรือยุคป๋าเปรมโน้นน่ะ คือปชต.ที่ยังมีอำนาจซ้อนอำนาจก็ไม่ใช่คือมันครอบปชต.ลงมาเลย? กระบวนการทางปชต.เป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้นเพราะโครงสร้างการใช้อำนาจนอกปชต.ใช้ผ่านศาล แล้วศาลลงไปครอบงำทั้งหมด ทั้งระบบตรวจสอบ(แต่ตั้งองค์กรอิสระโดยศาลที่ไม่ยึดโยงอำนาจปชช.แต่คนใช้อำนาจจริงๆคือใคร???ไม่ใช่ปชช.หรือปชต.อย่างที่คิดแน่นอน)

แต่อ้างปชต.เพื่อประกอบพีธีกรรมการใช้อำนาจของใครเท่านั้น? นั้นคือการปฎิวัติครั้งนี้มันไม่ใช่ภาระกิจขั้นกลางเฉพาะกิจเพื่อระงับเหตุปราบคอรัปชั่นอย่างเดียว แต่คอรัปฯเป็นแค่ข้ออ้างที่คลาสิคสุดของการปฎิวัติเพราะเนื้อหาคอรัปฯ หรือความเสียหายต่อรัฐ รบ.ทักษิณเทียบเป็นสัดส่วนความเสียหายในการบริหารผิดพลาดน้อยกว่าหลายรบ.ที่ผ่านมาด้วยซ้ำ?

นั้นคือเป็นยุคแรกยุคเดียวที่ผลรวมมันได้มากกว่าเสีย แม้ประเด็นเอื้อฯไม่เอื้อฯ หรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่เพิ่มมาในเนื้อหาที่ซับซ้อนน่ากลัว แต่ เนื้อหาแบบนี้มัก็มีทุกรบ. ที่สมัยก่อนโกงหน้าด้านๆ ไม่ซับซ้อนเท่านี้ ไปถามนักการเมืองที่ได้เป็นรมต.ทุกคนเลย ถ้ากล้ายอมรับตีหัวได้แทบทุกคนเลย?

ที่พูดไม่ได้ยอมรับคอรัปฯ แต่วิธีการปราบคอรัปฯที่ถูกต้องมันมี และจะสร้างวัฒนธรรมที่ดีทางปชตไม่ใช่ปฎิวัติ เพราะปฎิวัติบางที่ไม่ได้อะไรในโจทย์นี้ ที่หลายครั้งที่สุดยึดทรัพย์เป็นโมฆะเช่น34 และครั้งนี้ ก็ไม่แน่?แม้จะยึดโดยศาลไม่ใช่หน่วยงานลอยๆแบบปี34 แต่ปี49 เนื้อหาจริงของปฎิวัติคือเกมกาสิโนอำนาจ คอรัปฯแค่ข้ออ้างครับ???

เพราะถ้าไม่ใช่ข้ออ้างเขาจะต้องชัดเจนในมิติการระงับเหตุแล้วกลับเข้าที่ตั้งเดมของเขา เปล่าเลย? แต่นี่แช่คาอำนาจไว้นั้นคือสัดส่วนอำนาจเดิมที่เขามีระดับหนึ่งแต่ตอนนี้ เหมาหมดครับ? ของเขาหมดครับ ? ทั้งการใช้อำนาจ(ผ่านศาล) แล้วการตรวจสอบก็คนของศาล แล้วศาลทั้งหมดใครสั่งได้ใครคุมล่ะ?นั้นคือ"โหมมลึด"(ภาษาไทยตรงๆคือยัดฮ้าคนเดียว)

ส่วนกระบวนการทางปชต.เช่นเลือกตั้งกระบวนการองค์กรอิสระที่ศาลคุมได้หรือกกต.ที่เขาคุมได้ เท่านั้นจะเป็นคนสั่งมันจะรอดปากประตูทางเข้าไหม?ที่บอกว่าเลือกตั้งยึดโยงปชตหรือปชชที่สุดนั้นน่ะ เขาเตะตัดขอหลังไว้หลายครั้งหลายกรณี เช่นจับตอน111 ด้วยประกาศคปค49ในกกหมายที่ขัดหลักนิติธรรม

แล้วเอามาฆารกรรมต่อเนื่อง ด้วยม.237(โดนไปหลายพรรคแล้วนิ) รอดมาได้สภาฯ หรือบริหาร ก็แค่ตัวประกอบในวิธีการพิธีกรรมในการรับรองการใช้อำนาจในคราบปชต. แต่จริงรบ.คือทหารเอกในกรงลิง นายกแค่ผอ.สวนสัตว์(จริงไหมท่านมาร์คสถานภาพหัวหน้ารบ.ขณะนี้แค่ผอสวนสัตว์ไหมกับปชต.ไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์นี้)

นี่ไงครับปฎิวัติครั้งนี้ เนื้อหาจริงคือกาสิโนอำนาจ ไม่ใช่มาระงับเหตุหรือปราบคอรัปฯครับเพราะผลสรุปสุดท้ายมาเผยตัวตนเขาออกมา ตอนแรกผมก็พาซื่อแบบนักวิชาการโคโยตี้ เต้นตามกระแสไปวันๆ โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าตอนนี้ปชต.ลงหม้อตุ๋นกบเรียบร้อยร้อยหนักกว่าต้มกบระบอบทักษิณหลายเท่า เพราะอย่างน้อยต้มกบเรายังทุรนทุรายอกมาได้(แค่ปชต.ยังเอาอยู่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด)

และจริงๆเขาก็เมาหมัดเจียนอยู่เจียนไปแล้วถ้าเราไม่มั่วมัดด้วยด่านอรหันต์ป่านนี้จบแล้ว?หรือถ้าเขาไม่ผิดจริงนั้นยิ่งจะเพิ่มความชอบธรรมให้คนไม่ผิด มันยิ่งยกระดับปชตไปไกลเลย และยังรักษาปชต.ไว้ได้และไม่เปิดโอกาสให้อำนาจนอกปชต.แทรกตัวเข้ามาด้วยการออกแบบสถานการณ์ฝุ่นตลบ(chaos) จากทีมงานวิ่งผลัดสี่คูณให้ร้าย คือให้มันวุ่นวายเข้าไว้? จับต้นชนปลายไม่ถูกให้กลไกปชต.ทำอะไรไม่ได้? นั้นคือเหตุผลในความชอบธรรมเดียวที่อำนาจนอกระบบแทรกตัวมาได้?

หลังจากที่พยายามตีมานาน หนักกว่าจิ๊กโก๋สวนลุม(สนธิสมัยแรกๆ)หลายพันเท่า ตีมาเป็นระยะๆ ทั้งปฎิญญาบัตรทอง,ปฎิญญาฟินแลนด์,ปฎิญญาคุณทองแดง,แต่ตั้งสังฆราชฯ,ตีกลับ???ฯลฯ แต่เพราะเกราะแก้วความชอบธรรมของระบอบทักษิณที่ยังไม่ออกลายยังเป็นขวัญใจมหาชนปชต.อยู่ เขาตียังไงๆก็ไม่บิ่นเพราะความชอบธรรมแบบปชต.ยังอยู่จนฝ่ายนั้นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น(ผุ้เสียประโยชน์จากระบอบทักษิณ)นั่งตบยุงรอมันผุกขาดเล่นคนเดียว

จึงต้องสร้างทีมงานวิ่งผลัดสี่คูณให้ร้าย ขยายหลุมดำความเกลียดชังให้เกินจริง? แล้วพยายามลากลงถนนให้สับสนวุ่นวายที่สุดเพื่อเป้าหมายแบบฝุ่นตลบ(CHAOS)นั้นล่ะครับมันจะต้องวุ่นวายที่สุดจับต้นชนปลายไม่ได้ที่สุด จนปชต.ใช้มาตรการด่านอรหันต์ จนระบบควบคุมระบบปกติไม่ได้? คือผมตั้งข้อสังเกตุว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์พาไป มีการออกแบบทีมงานวิ่งผลัดสี่คูณให้ร้ายไว้เป็นอย่างดี?

เพื่อปฎิบัติการณ์เกมกาสิโนอำนาจสีเทา ผมจึงฟันธงว่า คอรัปฯแค่ข้ออ้างเพื่อให้เหตุผลในความชอบธรรม เพราะถ้าตรรกะแบบนั้นปฎิวัติได้ทุกรบ.ครับ?ไม่เว้นแม้รบ.นี้ สำคัญคือ ถ้าณไปปีนเกรียวเขาเมื่อไหร่?(มีข่าวว่าเขาไม่ปลื้มหล่อหลักลอยที่พยายามจะดื้อเป็นหล่อเลือกได้)แบบกรณี แต่งตั้งผอบ่อตอรอ(ผบตร.)หลายกรณีที่มาร์คพยายามจะเป็นหล่อเลือกได้แสดงภาวะผุ้นำคนรุ่นใหม่ จนลืมตัวไปว่าขายังลอยอยู่รบ.นี้ใครอุ้มมา?

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ผมฟันธงว่าคอรัปฯไม่ใช่ที่มาของปฎิวัติรบ.ทักษิณครับ? ผมว่าถ้าจะพูดถึงตรงนี้ จะว่ากันตรงๆในประเด็นนี้เอาชัดตรงๆมันจะได้ไม่หลงประเด็นไปตามคุณเกษียรนักวิชาการโคโยตี้เต้นตามกระแสไปเรื่อยแบบนั้นเสียเวลาครับ???

...ทุกคนพากันย้ำนักย้ำหนาว่า

...ทุกคนพากันย้ำนักย้ำหนาว่า การรัฐประหารใดๆ ล้วนไม่ถูกต้อง เมื่อไม่ถูกต้อง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากการรัฐประหารล้วนไม่ถูกต้องทั้งนั้น แบบนี้จะไม่เรียกว่าวิธีคิดอย่างกลไกได้อย่างไรพี่น้อง ก็เมื่อเริ่มหนึ่งผิด จากนั้นสองสามสี่ห้าก็ต้องผิดหมด นี่คือสิ่งที่เรียกว่าวิธีคิดแบบกลไก ที่พวกฝ่ายซ้าย(บางคน)ระดมอัดฉีดให้พวกเดียวกันในปีกเสื้อแดง...[/quote wrote:

การคิดเชิงกลไกมันผิดยังไงล่ะท่าน ... " ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า รัฐประหารมาล้มกระดานการเมือง เอาพวกตัวขึ้นเองกินเอง ตั้งทีมพรรคพวกการเมือง มายึดทรัพย์ผู้นำการเมือง... จากนั้นก็มีพวกหัวขวดแบบท่านออกมาป่าวร้องให้ยอมรับ กระบวนการแบบนี้" คิดกลไกง่ายๆยังงี้แหละ มันผิดยังไง?

ทำไมชาวบ้านรากหญ้า พ่อค้า แม่ค้า เขาคิดแบบนี้รู้มั้ย เพราะเขาเจอด้วยประสบการณ์ตรงไง เวลาเขาถูกชนชั้นนำ ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร เจ้าใหญ่นายโตทั้งหลาย สั่งจอดรถ หรือเดินตรวจ มักเป็นอันเจอ"ความผิด" ตามระบอบ "ศาลเตี้ย" สารพัดข้อหาตามแต่จะอ้าง ถ้าส่งเครื่องเซ่นสังเวยไปบัตรพลีซะ จากนั้นก็จะมีพวกชะเลียร์แบบเห็นๆ นี่แหละ ออกมาป่าวร้องว่า "มันผิด มันผิด ๆ ไม่เชื่อไปดูคำตัดสินสิ"

ยิ่งเจอปรากฏการณ์ทักษิณ มันยิ่งเห็นเป็นรูปธรรม โอว.. อะไรมันจะเหมือนกันปานนั้น ไม่จำเป็นต้องหัวซ้าย หัวขวดอะไรไปบอกเขาเลยเห็นมั้ย

ระบอบที่ได้มามิชอบ มันก็ได้ข้อมูลมิชอบ แล้วมันก็นำไปสู่... มิชอบ นั่นแหละ ทำให้ชาวบ้านเขาฮือๆ ว่าขนาดไอ้ทักษิณแม่งยังโดน แล้วกูล่ะ

ท่านไม่ต้องแหกปากอะไรมากมาย รู้ๆ กันอยู่ ต้องอยู่ในกลุ่ม ไม่ข้าราชการ ต้องพูดชะเลียร์เอาใจนาย เพราะกลัวไม่ก้าวหน้า ก็พวกนักวิชาการ ที่ต้องพูดให้ถูกใจป๋า เพื่อเวลาขอ ศ.จะได้ไม่มีคนตัดชื่อออก ไม่ก็แก๊งนักธุรกิจหากินกับระบอบปชป.กับทหาร และสุดท้ายก็คือ พวกดูถูกคนจน

Gen2519

Gen2519 wrote:
...คุณไปดูเส้นทางธุรกิจของทักษิณให้ดี ไอ้นี่มันเกี่ยวกับเรื่องสัมปทาน จากรัฐทั้งนั้น มันรวยเพราะมันได้สัมปทาน...

แปลว่าคนที่ได้สัมปทานของรัฐมีทักษิณคนเดียวงั้นหรือ แล้วคนที่ได้สัมปทานของรัฐมันเลวกันหมดทุกคนงั้นหรือ...

คุณ Gen2519 นะ ทำการบ้านเรื่องชีวะประวัตินายทุนไทยน้อยยังมาทำตีฝีปากอวดรู้

Anonymous wrote:รู้ทัน

Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
...การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน...

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆ...

ไอ้แก่โสภณ Anonymous เอ้ย..ชะเลียร์จนไม่ลืมหูลืมตาเลยนะ เด็กมันก็บอกชัดๆ ว่า ที่เจ้าต่างประเทศล้ม เพราะสมุน คนใกล้ตัว อ้างชื่อไปทำมาหาแดก จนคนเขาเดือดร้อน เจ้าเลยซวย เด็กมันพูดชัดปานนั้น ไอ้แก่ไม่มีชื่อ อย่างคุณทำหัวดำเพราะย้อม ทั้งที่อายุใกล้จะเข้าโลงแล้ว ยังมองไม่เห็นอีกว่าชาวบ้านถูกกดขี่ ขูดรีดยังไง //แล้วที่เขาพูดถึงทักษิณยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าเขาพูดถึงระบบยุติธรรมมัน เหมือน กระบวนการศาลเตี้ย เหมือนที่ชาวบ้านถูกขูดรีด มันเลยเกิดความรู้สึกร่วม

ใกล้จะตายห่าอยู่แล้ว หัดทำตัว ทำหัวคิดให้เป็นผู้ใหญ่เสียบ้าง

เปรียบเทียบผลงานรัฐบาลแต่ละชุ

เปรียบเทียบผลงานรัฐบาลแต่ละชุดให้เห็นกันจ๊ะจะ เบิงตาดูจะได้ตาสว่างซะทีนะ หางแดงจ๋า

เศรษฐกิจยุคพล.อ.เปรม
...ค่าแรง 80-120 บ/วัน แต่อาหารถูกมาก กับข้าวจานละ 2-3 บาท
...ค่าน้ำ ค่าไฟ สุดจะถูก เปิดแอร์นอนทั้งคืนสบาย!!
...ค่าน้ำมันสุดถูกลิตรละ 5-6 บาท
...ค่าเครื่องบินสุดถูก
...ค่าไปรษณีย์+ขนส่งสุดถูก
...ดอกเบี้ยไฟแนนซ์และสถาบันการเงินต่างๆถูก ผ่อนรถ 2 ปีหมด
...ดอกเบี้ยธนาคารสุดถูก ผ่อนบ้าน 15 ปีหมด
...ค่าครองชีพถูกมาก ปชช.มีเงินออมเหลือเฟือ
...ค่าวัสดุก่อสร้างสุดถูก บ.รับเหมาก่อสร้างเริ่มบูม!!!!
...การทุจริตคอร์รัปชั่นแทบจะบางเบา
...ไม่มีการละเมิดรัฐธรรมนูญ
...ไม่มีเรื่องการหมิ่นสถาบัน
...ปชช.ถูกสอนให้มีความซื่อสัตย์ ขยันทำกิน และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามพระราชดำรัสของในหลวง
...ทุกภาคเหนือ อีสาน ใต้ ปชช.อยู่กันอย่างสงบสุขและผสมผสานขนบธรรมเนียมประเพณีกันอย่างลงตัว
...อัตราการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เศรษฐกิจยุคหลัง พล.อ.เปรม แต่ก่อนทักษิณมีอำนาจ
...พล.อ. ชาติชาย อยากให้ป๋าอยู่ต่อ แต่ป๋า บอกพอแล้ว
...พล.อ.ชาติชาย เข้ามา เศรษฐกิจก็ดีขึ้น เพราะท่านพล.อ.เปรม ทำไว้ดี
...พล.อ.ชาติชาย ชอบทุนนิยมแบบธรรมาภิบาล คือแข่งขันแบบเสรี ห้ามผูกขาด ห้ามค้ากำไรเกินควรเอาเปรียบผู้บริโภค
...ห้ามต่างชาติเข้ามาถือหุ้นเกิน 25%
...แต่ถูกยึด อำนาจโดย รสช.!!!!!
ต่อมา....
...ทักษิณก็เข้าไปหากิน กับรสช. ได้สัมปทานเพิ่ม จนรวยอื้อซ่า!!!
...ผูกขาดสัมปทาน ค่าโทรศัพท์แพง (ทั่วเอเชียเขาถูกกันหมดแล้ว)
...ชวลิตประกาศลอยค่าเงินบาท ทักษิณได้ผลประโยชน์หลายหมื่นล้าน แต่ประเทศพังพินาศ
...ชวลิตกู้ IMF ต่อมา ปชป. (ชวน2)เข้ามาแก้ไข
...แต่ก็ไม่ค่อยสนใจความเป็นอยู่ของประชาชน เท่าที่ควร ทั้ง ปชป.และพรรคร่วม
...(เป็นเหตุให้ต้องเลือกทักษิณ เพราะคนเชื่อว่าทักษิณจะทำให้คนจนหมดไป ตามที่พูด !!!)

เศรษฐกิจยุคทักษิณเรืองอำนาจ
...ทันทีที่เข้ามา ก็ขาย ปตท. ให้กลุ่มทุนของตัวเอง น้ำมันขึ้นทันทีลิตรละ 10-15 บาท ในเวลาอันรวดเร็ว
...เป็นเหตุให้ กฟผ. ปรับค่าไฟ(ค่าFT) เพราะ50%ต้องใช้ก๊าชธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า
...ค่าไฟมโหฬาร เปิดแอร์นอนทั้งคืนต้องคิดหนัก
...ขายสมบัติชาติ อื่นๆอีกเช่น การบินไทย สนามบิน ไปรษณีย์ องค์การโทรศัพท์ ฯลฯ ทำให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบ
...สินค้าอปโภคบริโภคราคาสูงเว่อร์! เพราะต่างอ้างค่าขนส่ง(น้ำมัน) ที่เพิ่มขึ้น
...ภาคใต้แห่ไปเติมน้ำมันที่มาเลเซีย สุดถูกทั้งที่ไม่มีบ่อน้ำมัน
...ผูกขาดกิจการโทรคมนาคม ขาดคู่แข่ง ค่าโทรศัพท์สุดแพง
...ค่าโทรศัพท์นาทีละ 5-8บาท ทั่วเอเชียเขาถูกกันหมดแล้ว
...ขายดาวเทียมให้ต่างชาติ จนเป็นภัยต่อความมั่นคง
...ผ่อนรถ 6 ปี ยังไม่หมดเลย สงสารเด็กจบใหม่ สมัยนี้จังเลย
...ดอกเบี้ยสุดแพง โอ้โห!!ผ่อนบ้าน 30 ปี ชั่วลูกชั่วหลานก็ยังไม่หมดเลย
...หนี้บัตรเครดิตทั้งในและนอกระบบตรึม
...ค่าครองชีพสูงมาก แต่ค่าแรงเท่าเดิม (170-250) เงินออมแทบไม่เหลือ
...ปชช.ถูกมอมเมาด้วยหวยบนดินและความฟุ้งเฟ้อ
...คนชั้นกลางยากจนลง ขณะที่นายทุนและนักการเมืองรวยอื้อซ่า
...ทำอ้างตลาดหุ้นโต ,GDP โต นายทุนรวย แต่ปชช. ตาย เพราะไม่มีหุ้นอยู่เลย
...คนชั้นรากหญ้ายิ่งจนหนัก จนไม่มีโอกาสโตเป็นคนชั้นกลางได้แน่นอน
...แก้กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ
...ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 49% อีกครึ่งเป็นนอมินี
...หั่นราคาสินทรัพย์เหลือ 25% แล้วตั้งบ.SC Asเปรต ไปยึดทรัพย์จากกรมบังคับคดี
...คอรัปชั่นแบบบูรณาการ
...ละเมิดรัฐธรรมนูญและพระราชอำนาจของพ่อหลวง
...สถาบันหลักของชาติถูกสั่นคลอน
...บ้านเมืองวุ่นวายมากที่สุดในรอบ 240 ปี

เศรษฐกิจยุคคมช.
...ยกเลิก พรก. ผูกขาด(สรรพสามิต)ของทักษิณ และยึด ITV คืนมาให้ ปชช.
...ค่าโทรถูกลง นาทีละ 2 บาท
...ที่เหลือย่ำแย่ เพราะระบอบทักษิณได้กลืนกินไปหมดแล้ว

เศรษฐกิจยุคอภิสิทธิ์
...AIS มีคู่แข่งเพียบ ค่าโทรสุดถูกนาทีละ 1.25
...ที่เหลือย่ำแย่ อภิสิทธิ์คงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะระบอบทักษิณได้กลืนกินไปหมดแล้ว
...พี่น้องเสื้อแดงครับ ที่ท่านเรียกป๋าเปรม ว่าอำมาตย์นั้นนะ ถึงท่านจะไม่นิยมเทคโนโลยีทันสมัยแบบทักษิณ ไม่มีไอทีวีไว้โฆษณาเอไอเอสของตน ท่านบริหารประเทศแบบเผด็จการใช่ไหมพี่น้อง ดูเผด็จการที่ท่านทำสิ!!!
...สั่ง ธนาคารและสถาบันการเงินห้ามขึ้นดอกเบี้ย ปชช.
...ห้ามเอกชนค้ากำไรเกินควร เอาเปรียบ ปชช.
...สั่งห้าม แปรรูป ปตท. กฟผ.
...สั่ง ห้ามข้าราชการไปรับสินบนนายทุน
...ปลด. รมต. บางคนที่คิดจะเอา การท่าเรือฯ ไปขายให้นายทุนพรรค
...สั่งข้าราชการ ทำงานด้วยความซื้อสัตย์ สุจริต

พี่น้องเสื้อแดงครับเราเกิดบนแผ่นดินนี้ เรามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะใช้ทรัพยากรบนแผ่นดินนี้ โดยเสมอภาคกันใช่ไหมครับ น้ำมัน ก๊าชธรรมชาติ แท่นขุดเจาะน้ำมัน และท่อส่งแก๊ส ที่ฝังบนทางหลวงแผ่นดิน ก็เป็นสมบัติของชาติ เป็นภาษีของพวกเรา มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านนะครับ

พี่น้องเสื้อแดงคิดดูให้ดีนะครับ ทักษิณเอาสมบัติชาติ เช่น ปตท. ขายเข้าตลาดหุ้น. แล้วปันผลรวยเป็นเศรษฐีกันไม่กี่คน แต่พวกเราคนไทยกว่า 63 ล้านคนไม่มีหุ้นอยู่เลย แล้วอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือเปล่าครับ

พี่น้องเสื้อแดงครับ สมบัติชาติอื่นๆ เช่น ดาวเทียม สนามบิน กฟผ. ไปรษณีย์ องค์การโทรศัพท์ ฯลฯ เป็นเงินภาษีของพวกเรา เป็นสมบัติของชาติอย่างแท้จริง แต่เขามีหุ้นรวย ปันผลกันไม่กี่คน อย่างนี้เรียกประชาธิปไตยหรือเปล่าครับ

พี่น้องครับ ไม่ว่าสีใดก็ตาม มาร่วมทวงคืนสมบัติชาติของพวกเราเถอะครับ ก่อนที่เราและลูกหลานเราจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ก่อนที่กระทรวง ทบวง กรมฯ ที่พ่อหลวงของเราทุกพระองค์ทรงวิริยะอุตสาหะบุกเบิกมาให้ลูกหลานใช้ จะกลายเป็นบริษัทจำกัดไปหมด แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรครับ

แช่ม จัญไร wrote:แช่ม

แช่ม จัญไร wrote:
แช่ม wrote:
"ใจ" ยัง "ห่างชั้น" มาก เมื่อเทียบกับ....

"นางอองซาน" หรือ "ท่าน Mandela" แห่ง South Africa

คนเหล่านี้ "ไม่หนี" ไปไหน ไม่ยอม "ออกนอกประเทศ" ครับ

แต่ คนที่กล้าแสดง "จุดยืน" ที่แท้จริงออกมา ตอนตัวเองกำลัง "วิ่งหนี" (Chicken)

"เปลี่ยนแปลง" อะไรไม่ได้หรอก ครับ

เป็นได้แค่เพียง "เบี้ย" ตัวเล้กๆ ที่ "ไร้คุณค่า"

ก็เท่านั้นเองครับ สำหรับ "GILES THE COWARD"

***** คุณ แช่ม ใส่ร้าย อาจารย์ใจ ว่า ขี้ขลาด *****

อาจารย์ใจ เป็นคนกล้าหาญ และเสียสละ

เมื่อ กบฏ คมช.ปฏิวัติ 19 ก.ย.49 ได้ประกาศห้ามชุมนุม ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

อาจารย์ใจ ซึ่งเป็นอาจารย์ของจุฬา ได้พาพวก เกือบ 20 คน

ไปชุมนุม ชูป้าย คัดค้าน การปฏิวัติ ที่สยามพารากอน

อาจารย์ใจ ไม่กลัวคุกตาราง ไม่กลัวว่าจะต้องตกงาน

อย่างนี้ ไม่เรียกว่าเป็นคนกล้าหาญ และเสียสละ แล้วจะเรียกว่าอะไร?

ส่วนเรื่องที่อาจารย์ใจ หนีไปอังกฤษ เพราะอาจารย์ใจ ไม่ใข่คนโง่

เจอหมาบ้า เป็นฝูง ไม่หนีก็โง่แล้ว

อยู่ในคุก มีสิทธิ์ถูกฆ่าตายได้ครับ

************************************

คุณแช่ม กรุณาเลิกใส่ร้าย อาจารย์ใจ

ไอ้ไจรัญมันทิ้งขี้ให้พวกเข้าชื่อสยามแดง แล้วมันก็หนีไปอยู่อังกฤษ

ทิ้งพรรคพวกไม่เอาไปด้วยวิ่งไปถอนชื่อกันเป็นแถว

ปอดแหกอย่างนี้จะนำใครได้หือ ก็ได้แต่ตะโกนด่าแล้ววิ่งหนี หึ หึ

เหมือนหมาในซอยบ้านผม ได้แต่เห่าคนแปลกหน้า

พอเขาหันมาก็วิ่งหนีหางชี้ หมาแบบนี้เลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุก

เลยไม่มีใครอยากเลี้ยง ปล่อยให้มันอยู่ข้างถนนเป็นขี้เรื้อนกุดถัง เกาหมัดไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ๆ

เดินไปไหนก็เห็นมีแต่คนไล่ให้ไปห่างๆ หึ หึ

เป็นใครไม่สำคัญ

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
Anonymous wrote:
รู้ทัน wrote:
...การที่เจ้าจะล้มไปหรือคงอยู่ได้อย่างสง่าม ไม่ได้อยู่ที่ขบวนการโจมตีใส่ร้ายอย่างเดียว ...ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศที่เจ้าล่มสลาย มีหลายๆประเทศ ที่เจ้าจบสิ้นเพราะอำมาตย์และพวกประจบสอพลอ คนใกล้ชิดเจ้าเป็นผู้กระทำ กระทำกรรมชั่ว บั่นทอนความเชื่อถือระหว่างเจ้าและประชาชน...

นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเถอะ เพราะมันข้องใจจริงๆเลย ใครเขาไป กด ไป ขี่ คุณกันเล่าครับ ผมก็เห็นคนทั่วไปในประเทศนี้เขาก็อยู่กันอย่างปกติ ก็มีแต่พวกคุณควายแดงเท่านั้นแหละที่มีปัญหา ไอ้ทักษิณมันโกง คำพิพากษา ในเรื่องที่ดินก็ชัด ในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วถูกพิพากษายึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านก็ชัด ไปแหกตาขอคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งสองกรณีมาอ่านได้ แม่งงี่เง่าสิ้นดีเลยจริงๆ...

ไอ้แก่โสภณ Anonymous เอ้ย..ชะเลียร์จนไม่ลืมหูลืมตาเลยนะ เด็กมันก็บอกชัดๆ ว่า ที่เจ้าต่างประเทศล้ม เพราะสมุน คนใกล้ตัว อ้างชื่อไปทำมาหาแดก จนคนเขาเดือดร้อน เจ้าเลยซวย เด็กมันพูดชัดปานนั้น ไอ้แก่ไม่มีชื่อ อย่างคุณทำหัวดำเพราะย้อม ทั้งที่อายุใกล้จะเข้าโลงแล้ว ยังมองไม่เห็นอีกว่าชาวบ้านถูกกดขี่ ขูดรีดยังไง //แล้วที่เขาพูดถึงทักษิณยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าเขาพูดถึงระบบยุติธรรมมัน เหมือน กระบวนการศาลเตี้ย เหมือนที่ชาวบ้านถูกขูดรีด มันเลยเกิดความรู้สึกร่วม

ใกล้จะตายห่าอยู่แล้ว หัดทำตัว ทำหัวคิดให้เป็นผู้ใหญ่เสียบ้าง

กูว่าไอ้ที่ใกล้ตายห่าน่าจะเป็นพวกมึงมากกว่า อีกไม่กี่วันก็รู้ผล เฮ้ย....อย่านอนเล่นอยู่บ้านล่ะ เรื่องตื่นเต้นแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆ เด๋วพลาดโอกาส แล้วสั่งลูกสั่งเมียให้เรียบร้อย เพื่อพ่อทักษิณกูยอมตาย ระวังกระสุนปืนมันจะมาจากข้างหลังมึงด้วย เพราะพ่อมึงไม่ได้มีแต่พวกควายแดงอย่างพวกมึงกลุ่มเดียว มันมีไม้สองพร้อมส่งอีกชุดยิงพวกมึง ให้พวกควายแดงแบบมึงบ้าได้สุดขีด เอาชีวิตบัดซบพวกเนรคุณแผ่นดินสังเวยซะบ้าง พวกกูไม่เสียดายหรอก แต่อย่ามาร้องไห้ร้องห่มให้พวกกูเห็นแล้วกัน เห็นแล้วมันทุเรศ พวกโง่ซ้ำซาก แก้ไม่ได้แล้วล่ะพวกมึงน่ะ

ซ้ายบนราง

ซ้ายบนราง wrote:
ทักษิณจูงจมูกเสื้อแดงหรือไม่?
ดูง่ายๆว่าเสื้อแดงกี่ % ที่ไม่เข้าใจว่าทักษิณโกง
ร้องไห้เมื่อทักษิณถูกยึดทรัพย์
เชื่อว่าทักษิณถูกรังแก
ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า "คุณซาบซึ้ง" เวอร์ชั่นใหม่เลย
ใจกำลังสู้กับระบบหรือสู้กับบุคคลกันแน่
คิดสิ คิด!

การโกงของทักษิณ ยังต้องมีข้อพิสูจน์ในกระบวนการปกติไม่ใช่รัฐประหารแล้วตั้งศาลเตี้ยมาแบบนี้
ชาวบ้านเขาก็รู้ดีว่า การโกงของทักษิณที่ว่ากัน มันก็ไม่ได้ต่างจากการโกงของนายทุน อดีตรัฐมนตรีรัฐบาลเก่า และรัฐบาลหลังทักษิณ ที่ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์เหมือนกันนั่นแหละ

ที่สำคัญกระบวนการพิสูจน์มันไม่แฟร์ นี่เขาพูดกันตรงนี้ ถ้าจะยืนยันว่าแฟร์ ก็ลองให้เสื้อแดง ตั้งทีมไปกล่าวหา ตั้งทีมรับข้อกล่าวหา ตั้งกรรมการ คตส.ตรวจสอบแบบเดียวกันมั้งมั้ย สอบมันทุกคนไล่ ตั้งแต่ ปปช. กกต.คตส.(เก่า) ไปถึงศาล จนถึง... แล้วมีศาลอีกชุดมาตัดสินมั่งก็น่าจะดี

มีหัวไว้เก็บสมอง ก็เอามาใช้คิดมั่ง "คิดสิ คิดดดดดสิ" อย่าฝากมันไว้บนบ่ากับเอาไว้ตัดผมเท่านั้น

cicero wrote:...

cicero wrote:
... ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง... สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย...

การคิดแบบ "เศรษฐกิจกำหนด" มันไม่ได้พลาดโดยทฤษฎี แต่มันขาดแคลนข้อมูล และการจงใจละเลย เรื่องการครองความเป็นเจ้าตลาดและการดูดกลืนทรัพยากรชาติโดยเครือข่าย "สำนักงานทรัพย์สิน" กับการแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อนในภาครัฐ ของกลุ่มทุนเครือข่ายอำมาตย์ ที่อ้างเป็นรอยัลลิสต์ นั่นต่างหากล่ะที่พลาด หากจะคิดแบบ "โครงสร้างส่วนบนกำหนด" ด้วยกระบวนทัศน์ที่ท่านว่ามา ผลก็มันเหมือนกันอีกนั่นแหละ แต่อย่าลืมว่า Power มันก็นำไปสู่ Wealth สุดท้ายตัวชี้วัดมันก็ยังย้อนกลับลงไปอยู่ตรงเศรษฐกิจเหมือนเดิมนั่นแหละ ท่าน cicero เอ๋ย

pn

pn wrote:
กูว่าไอ้ที่ใกล้ตายห่าน่าจะเป็นพวกมึงมากกว่า อีกไม่กี่วันก็รู้ผล เฮ้ย....อย่านอนเล่นอยู่บ้านล่ะ เรื่องตื่นเต้นแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆ เด๋วพลาดโอกาส...เอาชีวิตบัดซบพวกเนรคุณแผ่นดินสังเวยซะบ้าง...

ท่าน pn คำพูดของท่านนี่ บุคลิกให้จริงๆ ดูเหมือนคนมีอำนาจ คนแสดงออกแบบนี้ปกติจะมี 2 จำพวก พวกแรกเป็นพวกมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ใช้อำนาจเคยตัว อีกพวก คือพวกอยากมียศถาบรรดาศักดิ์ อยากให้นายรักอุปถัมภ์ เลยเป็นประเภท "นายยังไม่ว่า แต่ขี้ข้าพลอย" เสือกทำอะไรไปก่อนแล้ว สงสัยท่านจะเป็นประเภทหลัง เลยมีแต่วาจาบัดซบประดานี้

คนแถวนี้เขาถกกันเรื่องความคิด มีความคิด มีเหตุผล มีข้อมูลก็ยกมาถกเถียงกันได้ อย่ามาลีลาข่มขู่วางก้าม

ว่าแต่ชีวิตบัดซบพวกข้าน้อยนี่ "เนรคุณแผ่นดิน" ยังไงมิทราบ แล้วท่านทำมาหากินอะไร วิเศษแค่ไหนละ ท่าน ถึงกล้าผยองผูกขาดว่านี่เป็นแผ่นดินของท่านแต่ผู้เดียวละหือ

Arismarn

Arismarn wrote:
เปรียบเทียบผลงานรัฐบาลแต่ละชุดให้เห็นกันจ๊ะจะ เบิงตาดูจะได้ตาสว่างซะทีนะ หางแดงจ๋า เศรษฐกิจยุคพล.อ.เปรม กับหลังพล.อ.เปรม...

อ่านหนังสือการ์ตูนมากจนเก็บไปฝัน... ตื่นได้แล้วๆๆ

*การกระทำ

*การกระทำ ความเสียหายต่อรัฐ
คือการจัด วิบัติ รัฐประหาร
สืบวงจร อุบาทว์ หวาดสะท้าน
เผด็จการ อำมาตยาธิปไตย

*เทวดา หัวหมอ ก่อกบฏ
ทรยศ ต่อปวงชน ก่นเหยียบย่ำ
ใช้กฎหมาย โจรา มากระทำ
ความระยำ เหลือรับ นับเลวร้าย

*อำนาจของพ่อค้าคือเงินตรา
เทียบอำนาจโจราหาได้ไม่
ยิ่งโจรา อำมาตยาธิปไตย
ยิ่งเป็นภัย ยิ่งใหญ่ ภัยอาวุธ

*กฎแห่งโจร ปล้นแล้ว ต้องยึดทรัพย์
ขู่สำทับ ให้กลัว กลัวหัวหลุด
โจรชั่วช้า ชอบล่า หัวมนุษย์
บั่นหัวหลุด แล้วปกครอง ต้องใจโจร

*อำนาจของโจรา....คืออาวุธ
ไม่ยั้งหยุด อำนาจ บทบาทปล้น
คอยอวดอ้าง ตัวดี มีค่าล้น
แท้แค่โจร ทั้งชีวิต ทั้งจิตใจ

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:pn

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
pn wrote:
กูว่าไอ้ที่ใกล้ตายห่าน่าจะเป็นพวกมึงมากกว่า อีกไม่กี่วันก็รู้ผล เฮ้ย....อย่านอนเล่นอยู่บ้านล่ะ เรื่องตื่นเต้นแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆ เด๋วพลาดโอกาส...เอาชีวิตบัดซบพวกเนรคุณแผ่นดินสังเวยซะบ้าง...

ท่าน pn คำพูดของท่านนี่ บุคลิกให้จริงๆ ดูเหมือนคนมีอำนาจ คนแสดงออกแบบนี้ปกติจะมี 2 จำพวก พวกแรกเป็นพวกมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ใช้อำนาจเคยตัว อีกพวก คือพวกอยากมียศถาบรรดาศักดิ์ อยากให้นายรักอุปถัมภ์ เลยเป็นประเภท "นายยังไม่ว่า แต่ขี้ข้าพลอย" เสือกทำอะไรไปก่อนแล้ว สงสัยท่านจะเป็นประเภทหลัง เลยมีแต่วาจาบัดซบประดานี้

คนแถวนี้เขาถกกันเรื่องความคิด มีความคิด มีเหตุผล มีข้อมูลก็ยกมาถกเถียงกันได้ อย่ามาลีลาข่มขู่วางก้าม

ว่าแต่ชีวิตบัดซบพวกข้าน้อยนี่ "เนรคุณแผ่นดิน" ยังไงมิทราบ แล้วท่านทำมาหากินอะไร วิเศษแค่ไหนละ ท่าน ถึงกล้าผยองผูกขาดว่านี่เป็นแผ่นดินของท่านแต่ผู้เดียวละหือ

กูจะบอกอะไรให้นะ ไอ้ที่มึงเดาน่ะผิดหมดเลย กูไม่ใช่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจหรือคนมีอำนาจใดๆ เป็นคนไทยธรรมดาๆเท่านั้น แต่มีความรู้และข้อมูลที่เป็นจริง ไม่บิดเบือน คอยสำรวจความระยำตำบอนของพวกมึงอยู่ โดยไมมีใครมาจ้างหรือบังคับ เพราะกูเห็นความบิดเบือน การโกหก ข้อมูลในนี้แบบมีเป้าหมายและเป็นระบบ ทำเป็นผู้มีความรู้แต่มีประสงค์ร้ายมีความชั่วแอบแฝง เป็นสังคมที่คนไทยไม่ต้องการ แต่พยายามปกปิดความจริงที่พวกมึงทำให้ดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ

กูไม่ได้วางกล้าม และไม่ได้วางก้ามแบบมึงว่า กูไม่มีกล้ามให้วางหรอก แต่กูรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น พยายามเตือนพวกที่ไม่รู้ให้รู้ทันพวกมึง แบบมึงกูไม่ห้ามแล้ว กูกลัวอย่างเดียวว่าพวกคนอย่างมึงจะไม่ยอมออกมา ให้แต่คนที่ไม่รู้เรื่องออกมาตายฟรี เพราะพวกมึงวางแผนไว้หมดแล้วที่จะใช้ความรุนแรง และจะใช้ชีวิตคนอื่นมาตายแทนพวกมึง ถ้ามึงออกมามึงจะไม่เลว แต่ถูกหลอก แต่ถ้ามึงไม่ออกมา มึงมันจะเป็นพวกสัตว์นรกเลวสุดขั้ว หวังว่ามึงไม่ใช่ประเภทหลัง

งานนี้พวกมึงเจอกับทหาร อย่าหวังเจอพธม.หรือปชช.เลย เขารู้ทันพวกมึงหมดแล้ว เหลือแต่พวกมึงกูบอกแล้ว ระวังข้างหลังไว้ เพราะพวกมึงจะฆ่ากันเอง ไอ้ปืนอาก้า13กระบอกที่พวกมึงหาว่ารัฐบาลไปหาซื้อแถวชายแดนมายิงพวกมึงน่ะเป็นไง โดนหมอท็อปตอกกลับไปหน้าหงายเลย ถ้ารัฐบาลจะหาปืนเถือนยิงพวกมึงจริงๆไม่ต้องไปหาซื้อหรอกของกลางที่ยึดมาได้มีเยอะแยะ นี่แสดงถึงเจตนาจะปล่อยข้อมูลที่บิดเบือนออกมาเพื่อป้ายสีให้รัฐบาล พวกมึงเตรียมตัวยิงกันเองแล้วหาว่ารัฐบาลสร้างสถานการณ์ เอาเลยหลอกคนมากันเยอะๆถ้าพวกมึงหลอกได้ สำคัญจะไม่มีคนให้พวกมึงหลอกแล้ว เหลือแต่พวกโง่จริงๆ ช่างมันเถอะกูก็ช่วยได้ไม่หมดหรอก ทำเท่าที่ทำได้เท่านั้น

5555

5555 wrote:
...มันเรียกการต่อต้านทักษิณที่บังเอิญตรงกับความคิดของฝ่ายศักดินาว่า เป็นการรับใช้ฝ่ายศักดินา แ่ต่กับการฉ้อฉลของทักษิณที่มีแนวโน้มจะทำให้ชาติบ้านเมืองถึงกับล่มจม พวกคนเหล่านั้น(ที่เรียกตัวเองย่างเต็มปากเต็มคำว่าคอมมิวนิสต์)กลับทำเป็นมองไม่เห็น มีการปฏิบัติครั้งใดในโลกบางที่ใช้โจรปล้นชาติบ้านเมืองเป็นผู้่นำ...

นี่เขาพูดถึงว่ากระบวนการจัดการกับคดีทักษิณมันไม่แฟร์ กระบวนยุติธรรมแบบนี้ มันไปไม่ถึงความเป็นธรรมเข้าใจ๋ /คำตามต่อมาคือ ทักษิณมีแนวโน้มจะทำให้บ้านเมืองล่มจมนี่ คำยิ่งใหญ่จัง มีคำว่าโจรปล้นชาติเว่อร์ๆ ไม่ได้ทำการบ้านมาเลยนะ ผมเห็นยุคฟองสบู่แตกน่ะ เอางบประมาณชาติภาษีผม ไปอุ้มสมคนรวย ปล้นสมบัติเอกชนไปขายต่างชาติ นั่นแหละ ขายชาติชัดๆ เลยนะรู้ป่าว

อย่ามัวแต่อ่านเนื้อหาจากหนังสือการ์ตูนเล่มละสิบบาทแล้วเอามาเพ้อเจ้อ หัดอ่านหนังสือเยอะ ทำการบ้านลงหาขุดหาข้อมูลจริงด้วยตัวเองบ้าง

คุณรับผิดชอบต่อสังคมไหวหรือ ?

คุณรับผิดชอบต่อสังคมไหวหรือ ? wrote:
...เลิกเสียเถอะ และหันมายืนอยู่กับความจริง จะเกลียดชอบ จะรักชัง ก็ขอให้อยู่ในหลักการ อยู่กับคุณธรรม แยกชั่วแยกดีเสียให้ออก การประดิษฐ์วาทกรรมของคุณ ไม่ได้สร้างโลกให้โสภา แต่กำลังทำลายโลกให้จ่อมจม สังคมจะตราหน้าคุณไปชั่วชีวิต

คนเขางงกับกระบวนอันไม่แฟร์ในคดีทักษิณ จนชาวบ้านที่เขาเจอเหมือนๆ กันเลยพากันตื่นทั้งบ้านทั้งเมือง คุณยังมัวอ่านหนังสือประโลมโลกฝันเพ้อเจ้ออยู่นั่นแหละ

คุณนั่นแหละตื่นขึ้นมาดูความจริงบนโลกได้แล้ว

เป็นใครไม่สำคัญ

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
Arismarn wrote:
เปรียบเทียบผลงานรัฐบาลแต่ละชุดให้เห็นกันจ๊ะจะ เบิงตาดูจะได้ตาสว่างซะทีนะ หางแดงจ๋า เศรษฐกิจยุคพล.อ.เปรม กับหลังพล.อ.เปรม...

อ่านหนังสือการ์ตูนมากจนเก็บไปฝัน... ตื่นได้แล้วๆๆ

ไม่เอาน่า ข้อมูลเขาจะๆไปหาว่าเขาอ่านการ์ตูน มีข้อมูลอะไรมาตอบโต้เค้าก็เอามา หรือไม่มีก็เฉยๆไม่มีใครว่าอะไรหรอก แต่ออกความเห็นแล้วไม่มีข้อข้อมูล เขาเรียกหมาเห่าน้า........

เป็นใครไม่สำคัญ

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
คุณรับผิดชอบต่อสังคมไหวหรือ ? wrote:
...เลิกเสียเถอะ และหันมายืนอยู่กับความจริง จะเกลียดชอบ จะรักชัง ก็ขอให้อยู่ในหลักการ อยู่กับคุณธรรม แยกชั่วแยกดีเสียให้ออก การประดิษฐ์วาทกรรมของคุณ ไม่ได้สร้างโลกให้โสภา แต่กำลังทำลายโลกให้จ่อมจม สังคมจะตราหน้าคุณไปชั่วชีวิต

คนเขางงกับกระบวนอันไม่แฟร์ในคดีทักษิณ จนชาวบ้านที่เขาเจอเหมือนๆ กันเลยพากันตื่นทั้งบ้านทั้งเมือง คุณยังมัวอ่านหนังสือประโลมโลกฝันเพ้อเจ้ออยู่นั่นแหละ

คุณนั่นแหละตื่นขึ้นมาดูความจริงบนโลกได้แล้ว

เอาอีกแล้ว หาว่าเขาไปอ่านหนังสือประโลมโลก เขามาเตือนอีกคนแล้วยังไม่ฟังอีก สงสารลูกเมียมึงจริงๆ ต้องมารับกรรมที่มึงกำลังก่ออยู่เนี่ยะ เขาไม่รู้เรื่องกับมึงเล้ยยยย

sunshine wrote:คนร้อยเอ็ด

sunshine wrote:
คนร้อยเอ็ด wrote:
ถามหาอุดมการณ์กับคนจน คน รากหญ้า ... บลาๆๆ

... 1.ถ้าทักษิณชนะแล้ว เชื่อหรือว่าประชาชนเหล่านันจะไม่ถูกกดขี่อีก
2.เงินทองมหาศาลของทักษิณ เขากอบโกยมาจากใครถ้าไม่ใช่ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ

1.กดขี่อีกก็ไล่มันอีกสิกลัวอะไร เราไล่ได้นิ หน้าเหลี่นมไม่ได้เหมือนหน้ารัฐบาลเทวดาสักหน่อย
2.มาทำตรรกเกรียนๆ อีกแล้ว "เงินทองมหาศาลของทักษิณ" ก็เห็นๆ ว่ามันเป็นเงินขายหุ้นบริษัทของเขา แล้วหุ้นมันวิ่งขึ้นราคาก็ดี แล้วมันเป็นเงินกอบโกยยังไง พูดให้ถูกๆ

ครั้นจะอ้างเรื่องเก็บภาษีขายหุ้น มันต้องเก็บพวกซื้อขายหุ้นในตลาดทุกราย อย่าเลือกปฏิบัติดิ DTAC Orange ก็ขายแบบเดียวกันไง๋ โดนแต่ชินคอร์ป

แช่ม จัญไร wrote:แช่ม

แช่ม จัญไร wrote:
แช่ม wrote:
"ใจ" ยัง "ห่างชั้น" มาก เมื่อเทียบกับ....

"นางอองซาน" หรือ "ท่าน Mandela" แห่ง South Africa

คนเหล่านี้ "ไม่หนี" ไปไหน ไม่ยอม "ออกนอกประเทศ" ครับ

แต่ คนที่กล้าแสดง "จุดยืน" ที่แท้จริงออกมา ตอนตัวเองกำลัง "วิ่งหนี" (Chicken)

"เปลี่ยนแปลง" อะไรไม่ได้หรอก ครับ

เป็นได้แค่เพียง "เบี้ย" ตัวเล้กๆ ที่ "ไร้คุณค่า"

ก็เท่านั้นเองครับ สำหรับ "GILES THE COWARD"

***** คุณ แช่ม ใส่ร้าย อาจารย์ใจ ว่า ขี้ขลาด *****

อาจารย์ใจ เป็นคนกล้าหาญ และเสียสละ

เมื่อ กบฏ คมช.ปฏิวัติ 19 ก.ย.49 ได้ประกาศห้ามชุมนุม ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

อาจารย์ใจ ซึ่งเป็นอาจารย์ของจุฬา ได้พาพวก เกือบ 20 คน

ไปชุมนุม ชูป้าย คัดค้าน การปฏิวัติ ที่สยามพารากอน

อาจารย์ใจ ไม่กลัวคุกตาราง ไม่กลัวว่าจะต้องตกงาน

อย่างนี้ ไม่เรียกว่าเป็นคนกล้าหาญ และเสียสละ แล้วจะเรียกว่าอะไร?

ส่วนเรื่องที่อาจารย์ใจ หนีไปอังกฤษ เพราะอาจารย์ใจ ไม่ใข่คนโง่

เจอหมาบ้า เป็นฝูง ไม่หนีก็โง่แล้ว

อยู่ในคุก มีสิทธิ์ถูกฆ่าตายได้ครับ

************************************

คุณแช่ม กรุณาเลิกใส่ร้าย อาจารย์ใจ

ตกลงจะเอาไง จะขี้กลาก หรือ ขี้ขลาด

ไอ้ใจนี่น่ะ

แล้วท่ดทีนะ ไม่ได้ดูถูกนะ ที่ที่คุณว่า ไอ้ใจ (รัน) กล้าหาญ ไปยืนประท้วงหน้าพาราก้อน ตลกดีว่ะ

งั้นลุงจำลองที่เดินออกไปให้ขี้ข้าทรราชตักขี้จับใส่คุกวันเลือกตั้งซ่อมผู้ว่า กทม. ไม่เจ๋ง ดคตรเลยหรือนี่ (แต่จริงๆ ลุงก้สุดยอดจริงๆ น่ะแหละ) เพราะนี่สิ รู้ทั้งรู้ว่ารัฐบาลทรราชอย่างนั้น (สมชาย ตู้เย็น) ยังกล้าออกไปให้ตำรวจจับใส่คุก

แล้วไง! ไอ้คนหนีตำรวจมันน่านับถือตรงไหน เพราะอีเพ็ญมันก้ข้อหาเดียวกันกับไอ้ใจรัน ไม่เห็นตำรวจจะจับมันไปฆ่าที่ไหน จนมันหนีไปเองเพราะเหตุ สงกรานต์ 52

ผมว่าคุณน่ะ เลิกใส่ร้ายคุรแช่มก่อนดีกว่าว่ะ

ฮิฮิ

ปล. สำหรับผม แช่ม มีค่าความเป็นคนมากกว่านายใจรันประมาณ 11*10ยกกำลัง 8 ฮี่ฮี่ (หน่วยเป็นริคเตอร์เสกลนะ ฮา)

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:5555

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
5555 wrote:
...มันเรียกการต่อต้านทักษิณที่บังเอิญตรงกับความคิดของฝ่ายศักดินาว่า เป็นการรับใช้ฝ่ายศักดินา แ่ต่กับการฉ้อฉลของทักษิณที่มีแนวโน้มจะทำให้ชาติบ้านเมืองถึงกับล่มจม พวกคนเหล่านั้น(ที่เรียกตัวเองย่างเต็มปากเต็มคำว่าคอมมิวนิสต์)กลับทำเป็นมองไม่เห็น มีการปฏิบัติครั้งใดในโลกบางที่ใช้โจรปล้นชาติบ้านเมืองเป็นผู้่นำ...

นี่เขาพูดถึงว่ากระบวนการจัดการกับคดีทักษิณมันไม่แฟร์ กระบวนยุติธรรมแบบนี้ มันไปไม่ถึงความเป็นธรรมเข้าใจ๋ /คำตามต่อมาคือ ทักษิณมีแนวโน้มจะทำให้บ้านเมืองล่มจมนี่ คำยิ่งใหญ่จัง มีคำว่าโจรปล้นชาติเว่อร์ๆ ไม่ได้ทำการบ้านมาเลยนะ ผมเห็นยุคฟองสบู่แตกน่ะ เอางบประมาณชาติภาษีผม ไปอุ้มสมคนรวย ปล้นสมบัติเอกชนไปขายต่างชาติ นั่นแหละ ขายชาติชัดๆ เลยนะรู้ป่าว

อย่ามัวแต่อ่านเนื้อหาจากหนังสือการ์ตูนเล่มละสิบบาทแล้วเอามาเพ้อเจ้อ หัดอ่านหนังสือเยอะ ทำการบ้านลงหาขุดหาข้อมูลจริงด้วยตัวเองบ้าง

โห ศาลเขาอ่านให้มึงฟังตั้งนานทำไมพวกมึงไม่ฟัง ฟังแต่ไอ้แม้วมันโม้ให้ฟัง ศาลเขาอยู่ในตำแหน่งนี้มาตั้งนานแล้ว เขาก็เลือกของเขากันเอง ไม่มีใครไปตั้งธงแบบไอ้แม้วมันบอกหรอก กูก็หาข้อมูลของกูอยู่แล้ว คุณ5555เขาก็มีข้อมูลของเขา มันคนละชุดกับกูด้วย แต่ทำไมเรา2คนถึงเห็นไอ้แม้วกับพวกมึงทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

มึงลองหามุขอื่นมาเล่นบ้างซิ ไอ้มุขอ่านหนังสือของมึงนี่ใช้บ่อยเกินไปแล้ว ถ้ามึงอ่านหนังสือเยอะแบบฝอย ก็ไม่น่าใช้มุขซ้ำๆแบบนี้หรอกนะ ขอบอก

คนอย่างไอ้ใจ ไร้ราคา

คนอย่างไอ้ใจ ไร้ราคา พวกขี้ขลาด ไม่ยอมรับตัวเองเป็นคนไทย แต่เจือกเรื่องของคนไทย

คนอย่างใจเป็นได้เพียงหมาที่เห่าไปวันๆเท่านั้น ไร้ราคา

เห็นที่คุณ เป็นใครไม่สำคัญ

เห็นที่คุณ เป็นใครไม่สำคัญ (แต่ทักษิณบอกสำคัญ ขอควายๆ ละกัน จูงง่ายดี ฮา)

พูดว่าการคิดแบบกลไกแล้วผิดตรงไหน

งั้นผมเอามั่ง

ผมถามว่า ปว. 2475 คณะราษฎร์ ถามคนทั้งประเทศแล้วหรือยัง? คำตอบ ยัง!

ผมถามต่อ ถ้าไม่ได้ถามคนทั้งประเทศ แล้วทำ ปว. ได้อย่างไร ไม่เป็นการยึดอำนาจด้วยกำลังหรือ? คำตอบ ใช่! ปว. 2475 เป็นการยึดอำนาจด้วยกำลัง นั่นคือ เป็นการรัฐประหาร โดย คณะราษฎร์ ผู้แย่งชิงอำนาจจากเจ้าของอำนาจเดิม หรือจาก ร. 7 (หรือ monarchy)

ดังนั้น จุดกำเนิดของประชาธิปไตยไทยมาจากจุดกำเนิดที่ผิด มาจากการทำปฏิวัติรัฐประหาร (ที่เรียกว่า ปฏิวัติรัฐประหาร ได้ถูกอย่างต้องเพียงครั้งเดียว) ระบอบการปกครองที่ใช้อยู่ทุกวันนี้จึงผิดใช้ไม่ได้ (ตามหลักการคิดแบบกลไกเป๊ะๆ อิอิอิ)

ทีนี้ จะต้องกลับไปล้มล้างระบบ แล้วกลับเอาพระราชอำนาจไปถวายคืนในหลวงเสียก่อน แล้วทำโพลสำรวจคนทั้งประเทศอีกหรือไม่ ว่าประชาชนต้องการประชาธิปไตยหรือไม่? เสียก่อนไหม? ถ้าผลตอบว่าใช่ แล้วจึงค่อยทูลขอประชาธิปไตยจากท่าน อย่างนี้จึงจะเป็นการกำเนิด ปชต. ที่ถูกต้องตามการคิดแบบกลไกนะคุณ

จะต้องทำอย่างนี้เป่า อิอิ

ตอบดิ๊!

ปล. แล้วจากที่เรียนๆ เล่นๆ มาจนจบ ก็จำไม่ได้เลยว่า ก่อน ปว. 2475 มีการทำสัญญาประชาคมตอนไหนให้คณะราษฎร์เอามาทำ ปว. ดังนั้น อันนี้คือความจริงสมบูรณ์ที่ไม่ต้องเถียงแล้วนะว่า ปว. 2475 ทำโดยคนกลุ่มเดียว จนอาจจะเรียกว่าคณาธิปไตยก็ยังได้ แถมทำโดยไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อม และประชาชนจริงๆ เลยว่ารู้สึกแต้องการอย่างไร!

หว้ดดี I Pad คนไม่สำคัญนี่

หว้ดดี I Pad

คนไม่สำคัญนี่ ตั้งชื่อให้มันหน่อยดิ เอาชื่อ "คันไอ้ไจรวย" ดีมั๊ยเพื่อน พฤติกรรมมันใช่น่ะ หรือว่าไง

ขอต่อเลยเพราะไม่รู้คุณ

ขอต่อเลยเพราะไม่รู้คุณ เป็นใครไม่สำคัญ เป็นควายเท่านั้น สามเกลอชอบ (ดูดิ้ ชินวัต ยังทำบ้านได้ตั้งหลังเบ้อเฮิ่ม อิอิอิ) จะมาตอบตอนไหน

ดังนั้น จากบ็อกซ์ก่อนที่ผมถามเรื่องการคิดแบบกลไก ก็คือการตีแสกหน้าวาทกรรมตะกวดทั้งหลายที่ชอบยกอ้างส่งเดชประเทศแขมร์ อยู่เรื่อยเลยว่า "อะไร ที่มาจากรัฐประหาร ถือว่าใช้ไม่ได้"

เป็นหลักการคิดแบบ "กวนซ่นตีน" ไปวันๆ ของพวกสีข้างไหม้เท่านั้นแหละ

นั่นคือ พวกที่คิดตามวาทกรรม (อย่าลืมนะ กวนซ่นตีน ไปวันๆ อิอิอิ) ที่ไอ้ตักขี้มันได้มาจากนักวิชาการขายตัวแบบ สมสัก นักถ้ำมอง ฯลฯ เอามาอ้างเพื่อตั้งขบวนการตะกวดเรนเจอร์ สู้เพื่อกลับมาใหญ่อีกที เท่านั้นเอง

หาได้มีสาระหนักแน่นสมดังที่พวกมันเอ่ยอ้างแต่อย่างใด?

เพราะ ขณะที่ นปช. หางแดง อ้างว่า คมช. และผลต่อๆ มา มาจาก รปห. รับไม่ได้

แต่พวกที่ดูจะรู้มาก กลับไม่สนใจเนื้อหาของทักษิณว่าทำอะไรมาก่อน

และหาได้สนใจ ประวัติศาสตร์ระนะใกล็เลยว่า การเมือง ของประเทศไทยเข้าใกล้สภาวะวิฤติ เพียงใด

หมดเวลา มาต่อพรุ่งนี้

o8o wrote:ภาพเปลือยของ

o8o wrote:
ภาพเปลือยของ ‘เกษียร เตชะพีระ’ สู่ภาพเปลือย สุรวิชช์ วีรวรรณ /quote]

ที่มีคนมาวิพากษ์สุรวิชช์ แล้วเขาบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว สุรวิชช์มายืนยันว่า คนอ่านไม่เข้าใจเจตนาของเขา ผมอ่านดูแล้วก็เห็นแต่ความคิดแถๆ ผนวกลีลาเหน็บแนมแกมประชด เหมือนคนเมาอยู่ไม่น้อย

สุรวิชช์ เริ่มต้นจากการปักป้ายให้เกษียร ว่า "เป็นนักคิดและปัญญาชนที่เป็นมิตรกับความถูกต้อง และความเป็นธรรมทั้งมวล" โดยบรรยายตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ดีที่ไม่เอาชื่อพ่อแม่เกษียรมาใส่เข้าไปด้วย ก่อนจะออกทำนองเกษียรเปี๊ยนไป๋ เพราะเริ่มต้นด่าทักษิณ แล้วตอนหลังหันมาแอบๆ

สุรวิชช์ พูดถึงเนื้อหาการวิจารณ์สถานการณ์การเมืองของเกษียร ว่าทั้ง วิจารณ์ "ระบอบทักษิณ" นโยบายประชานิยม เพราะเห็นว่า"แนวโน้มจะไปถึงขั้นทรราชย์ได้" นอกจากนั้นเกษียรยังมองปัญหาการยึดทรัพย์ทักษิณ ที่จะส่งผลให้นายทุนใหญ่ไม่ลงเล่นการเมืองต่อไป และทำเหมือนการสร้างความชอบธรรมให้การยึดอำนาจที่ผ่านมา

สุรวิชช์ อุตส่าห์ใช้คำว่า "ระบอบทักษิณ" แต่สุรวิชช์กลับมองไม่เห็น "ระบอบคมช." ที่ยิ่งใหญ่มากกว่าระบอบทักษิณเป็นอักโข สุรวิชช์ตลกกับข้ออ้างของเกษียร ที่พูดถึงระบบกรรมสิทธิ์ที่เป็นหัวใจของระบบทุนนิยม อันจะทำให้นายทุนใหญ่ไม่อยากลงเล่นการเมืองต่อไป ซึ่งผมก็ตลกด้วย เพราะเกษียร ก็มองไม่เห็นภาพนายทุนบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ทั้งหลายที่พากันเล่นการเมืองอยู่แล้ว โดยส่งนักการเมืองของบริษัทเข้าประกวดเป็นรัฐมนตรี กระทรวงเศรษฐกิจ

สุรวิชช์ มีความไม่พอใจเกษียร ที่ไม่กลับมายืนข้างระบอบคมช.และบ้านพระอาทิตย์เหมือนเคย ทั้งทึ่จริงๆ เกษียร เป็นเพียงการวิพากษ์บางส่วนของนโยบายรัฐบาล กับวิพากษ์ท่าทีของทักษิณ โดยเฉพาะท่าทีการพูด การที่เกษียร ไปร่วมสังฆกรรมกับพันธมิตร ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนั่นคือสิทธิประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลทักษิณไม่ใช่รัฐบาลเทวดา ที่ยึดที่โน่นๆนี่ๆ ก็กลายเป็นผู้ก่อการดี และไม่แปลก ที่เกษียร ถอนตัวเมื่อพันธมิตร ขอนายกฯพระราชทาน และครั้งนี้ก็ไม่แปลกที่เกษียรจะวิพากษ์ ผลการพิพากษ์ หรืออาจรวมใปถึง กระบวนการสอบสวนด้วยซ้ำ และนี่คือ ท่าทีของนักวิจารณ์ นักประชาธิปไตย ของเกษียร ที่สุรวิชช์ แกล้งมองไม่เห็น

สุรวิชช์ อ้างคำศาธยายของศาลนาน 7 ชั่วโมงบรรยายความผิด ก่อนจะตัดสินยึดทรัพย์ โดยสรุปโครมว่านี่เป็นวัตถุวิสัยคนต้องยอมรับ โดยพยายามทำเป็นไม่เข้าใจว่า "กระบวนการ" ยุติธรรม มันเป็น Process ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยึดอำนาจ และตั้งระบอบ คมช. มาดำเนินการ แบบนั้นมันผิดอยู่แล้ว กระบวนการกล่าวหาก็เห็นๆ กระบวนการสอบสวนก็เห็นๆ เอาฝ่ายตรงข้ามมาทำ แล้วข้อมูลการสอบสวนเป็นยังไง ก็ไม่รู้ จริงๆ สุรวิชช์ ควรจะไปขอดูหลักฐาน ที่ฝ่ายสอบสวนอ้างมาด้วยซ้ำ ว่ายกเมฆมาเหมือน บ้านพระอาทิตย์มั้ย เมื่อข้อมูลต้นทางผิด จะให้คนดีแบบศาลตัดสินข้อมูลแหกตาที่ส่งไปได้ถูก ได้ยังไง จริงๆ ต้องบอกว่า คตส.กับปปช.หมิ่นศาลน่าจะถูก เพราะส่งข้อเท็จจริงที่จริงบ้างเท็จบ้างไปให้ท่านพิจารณา

สุรวิชช์ ยอมคำพิพากษาว่าในฐานะวัตถุวิสัยว่าเป็น "ข้อเท็จจริง" ซึ่งมันก็ถูก ทั้งที่คำนี้ก็บอกอยู่แล้วว่า "จริงบ้างเท็จบ้าง" สุรวิชช์ เมาเลอะเทอะหรือแกล้งไม่เข้าใจว่า ถ้าระบอบทักษิณ อย่างมากก็แค่แทรกแซง และ ใกล้ทรราชย์ แต่นี่มันครอบงำ ควบคุม ตั้งนั่นๆ นี่เองกับมือ ถ้าระบอบทักษิณ์ มันเข้าใกล้ทรราชย์ ผมตลกที่ทั้งสุรวิชช์ และเกษียร รวมทั้งนักวิชาการคนอื่นไม่พูดถึง "ระบอบคมช."

สุรวิชช์ ถูกค่าผ่อนบ้านครอบงำจนหน้ามืด มองคิดอย่างเดียวว่า จะหาเงินมาผ่อนยังไง ขอให้บรรลุเป้าหมาย ร่วมกลุ่มบ้านพระอาทิตย์ เชียร์ทหารมายึดอำนาจ ด้วยข้ออ้างว่า เพื่อจัดการคอรัปชั่น ยังไงก็ได้ เพราะแนวคิดแบบนี้ ก็คือนำสุรวิชช์ไปสู่อวิชชาทรราชย์ไปเกือบหมดตัวแล้ว เพราะทำให้สุรวิชช์ ได้ประโยชน์ จึงพยายามปกป้องระบบเอาไว้ ด้วยการหลับตาทั้งสองข้าง มองข้ามความเป็นทรราชย์ทหารไป เพื่อรักษาหม้อข้าวของตัว

สองเรื่องหลังเช่น สุรวิชช์ กันตัวเองออกเรื่องให้ทหารเข้าไปจัดแก้ปัญหาคอรัปชั่น โดยอ้างคำแป๊ะลิ้ม เพื่อลดความละอายใจตัวเองลง ก็ดี ส่วนเรื่องวิพากษ์เกษียรที่ว่า อัยการไม่ฟ้องพันธมิตรฯ เพราะเกษียรไม่รู้ จริงๆ มันก็แค่เล่นสำนวนปกป้องพวกพ้องประสานักเขียน เพราะระบบสองมาตรฐาน เรื่องเวลาทำเวลาจับ เวลาฟ้องก็เห็นๆ กันอยู่

ตัวตนของสุรวิชช์ คือ ยอมรับการรัฐประหาร ยอมรับกระบวนการยุติธรรมแบบระบอบ คมช. ยอมรับระบอบทรราชย์ แบบคมช.ที่ดำรงอยู่ ปกป้องผู้กระทำผิดในปีกพันธมิตร ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะสุรวิชช์ก็ขึ้นเวทีนั้นมา การขึ้นเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาลทักษิณน่ะไม่ผิด แต่หลังยึดอำนาจยังไม่ปริปากออกมาขับไล่ทหารนั่นน่ะหมดกันเลย

คราวหลังถ้าจะเขียนบทความ สุรวิชช์ ควรอ้างชื่อผู้อื่นเอาไปวิจารณ์คนอื่นเยอะๆ เช่น ยกชื่อนักวิชาการดัง นักปรัชญาดังที่เคยชอบอ่าน เอามาอ้าง หรือ อ้างแป๊ะลิ้ม อนุพงษ์ หรือ เสี่ยเน มาเยอะๆ แม้กระทั่งคำพูดในหนังสือเบบี้ ก็ยกมาได้ไม่ว่ากัน เอาตัวตนของตัวเองซ่อนเอาไว้เบื่องหลังจะดีที่สุด

Anonymous

Anonymous wrote:
ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ doctor J จะชอบเข้ามาโพสเป็นพิเศษ ผมเดาเอาเองว่าโดนใจว่างั้นเถอะ มันมาก สนุกมาก ใช่ไหมพี่น้อง ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่เด็กนักศึกษาหรอกนะ ทำงานที่ไหนล่ะพ่อคุณ ผมอยู่อาคาร B ตึกเดียวกับ กกต นั่นแหละ ไปนั่งดูเสื้อแดงมาประท้วงสองครั้งแล้ว เห็นแล้วก็ขำ มากันหร่อมแหล่ม ขนลูกเงาะผมยังมีมากกว่าเสื้อแดงที่มาประท้วง กกต ซะอีกฮ่าๆๆๆ

ถึงฤดูเงาะแล้วหรือครับ ว่าจะซื้อมานับเล่น กร๊ากกกก ๕๕๕๕๕

*ลุกขึ้นเถิด ประชาไท

*ลุกขึ้นเถิด ประชาไท หัวใจแดง
มาร่วมแรง ร่วมใจ ให้กล้าแกร่ง
ตั้งใจสู้ โดยสันติ มิรุนแรง
นอกจากมาร ยุทธแย้ง แกล้งฆ่าเรา

*ที่สิบสอง มีนา มาพร้อมพรั่ง
ไม่หยุดยั้ง พลังใจ ไม่คิดเผา
รักบ้านเมือง ยิ่งใหญ่ ไม่มัวเมา
รวมพวกเรา ฝ่ายประชาธิปไตย

*แสดงเจตจำนง อันแน่วแน่
ไม่ยอมแพ้ สิ่งผิด จิตผ่องใส
เพื่อลูกหลาน ภายหน้า สืบต่อไป
มีประชาธิปไตย ที่มั่นคง

*ด้วยสันติ อหิสา พาธรรมะ
ด้วยพละ กำลัง พลังสูงส่ง
ด้วยมุ่งหวังชาติไทยได้ดำรง
ความมั่นคง ประชาธิปไตย

*คนมากมาย แต่เป้าหมาย เล็กชัดเจน
ไล่กากเดน อำมาตยา ฟ้าผ่องใส
คืนอำนาจ ประชาชน คนไทย
ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้เป็นธรรม

ครับตอบคุณไอแพด(

ครับตอบคุณไอแพด( เรื่องปฎิวัติ2475) นั้นคือการได้มาของปชต.แต่อันอื่นคือการดึงพัฒนาการปชต.ย้อนหลังกลับไปแม้แต่49 นี่ย้อนไปไกลกว่าสมัยป๋าเป็นนายกอีก(แม้มีข้ออ้างมากมายของฝ่ายที่เสียอำนาจแน่นอนไม่ใช่กษัติย์เพราะองค์ร.7เตรียมถวายปชต.ให้คนไทย แต่โครงสร้างอำมาตย์,ราชการศักดินาสมัยนั้น(อำนาจเก่า) ยอมไม่ได้(ตัวอย่างคือกบฎบวรเดช) แล้วการสิ้นสุดของท่านปรีย์ดีย์คือการสิ้นสุดของอุดมการณ์ปชต.ของคณะราษฎร์ฯ(นั้นคือตำนานปอบสยามยุคแรกรุ่นคลาสสิกสุด)

นั้นคือปชต.กลับไปหาอำมาตยฯจนถึงทุกวันนี้ปัจจุบันนี้?ปชต.ยังถูกขังอยู่ในหม้อนตุ๋นกบอำมาตยฯ นั้นคือสิ่งชี้วัดว่า ข้ออ้างเรื่องชิงสุกของคณะณาษฎร์อย่างที่ไอแพดอ้างนั้นไม่ใช่ครับ?ตราบใดที่ชุดความคิดอภิบาลปชต.ในข้ออ้างแต่เจตนาจริงคือคงอำนาจเก่าอันนั้นไว้ภายใต้ข้ออ้างชิงสุกของอีกฝ่าย

ในชุดความคิดอภิบาลปชต.(ปชตไม่ดัดหรือระบอบสวนสัตว์)ทุกวันนี้ และอีกหลายสิบปีถ้าชุดความคิดนี้ยังไม่เปลี่ยน พัฒนาการปชตงไทยจะยิ่งไหลย้อนกลับ หรือกลับไปกลับมาแบบนี้วนอยู่แบบนี้เรื่อยๆครับ

คุณไอแพดครับกลับข้อแย้งที่ว่าปฎิวัติ2475 ก็คือปว. เหมือนกัน แสดงว่า ปฎิวัติเพื่อการเริ่มต้นปชต.มันผิดแล้วทำไมมาบอกว่าปฎิวัติทุกครั้งผิดต่อปชต.เช่น49 ด้วยตรรกะปัญญอ่อนแบบคุณไงมันจึงแยกแยะไม่ออกที่ผมชี้ไว้คือปว.ทุกครั้งคือการถอยหลังกลับของปชต.

แต่ปฎฺวัติ49คือจุดเริ่มต้นของปชต. ถ้าไม่ทำ ชุดข้ออ้างต่างๆเรื่องความไม่พร้อมต้องอภิบาลปชต.จนถึงวันนี้และวันไหนมันก็จะใช้ชุดความคิดความเชื่อแบบนี้มากักขังปชตงไปแบบนี้ตลอดกาล(แม้สถาบันเองโดยเฉพาะกบ้ติย์อย่างองค์ร.7จะเตรียมถวาย) แต่โครงสร้างสถาบันในคำว่าอำมาตย์กลุ่มศักดินาที่จะเสียประโยชน์มากมายจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ยอมแน่ๆ

สิ่งสนับสนุนคือกบฎบวรเดช และหลังสิ้นสุดของปรีย์ดีย์ นั้นคือสิ้นสุดของอุดมการณ์ปชตที่แท้จริง เพราะอำมาตย์เอาไปขังเหมือนเดิมอีก และเพราะภาระกิจถวายโอสถพิษต่อสถาบันของ พธม. และพันธกิจจับขังปชต.ตรงนั้น มันจึงคือผลงานการพัฒนาปชต.แบบไหลย้อนกลับของพธม.และทหารกลุ่มนั้น

กับข้อเสนอของไอแพดว่า ต้องกลับไปเอาอำนาจคืนย้อนกลับไปสมัย2475ขอไอแพดนั้นเท่ากับว่าความคิดของไอแพดต้องการพัฒนาปชตไหลย้อนกลับไปที่2475(เขียนต่อไม่ได้ครับเน็ตเคเฟ่เสียงดังมาก ไม่มีเวลาตรวจคำผืดด้วยไปล่ะ

อ้อครับกลัวเข้าใจผิดไปกันใหญ่

อ้อครับกลัวเข้าใจผิดไปกันใหญ่(เมื่อกี่ใช้เน็ตคาเฟ่ เด็กไม่ใช่เด้กเจ้าของร้านเปิดเพลงเสียงดังมากสตกแตกเลยต้องรีบออกมาเลยไม่มีเวลาตรวจข้อความที่พิมพ์ผิด)โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนนี้

"""แต่ปฎฺวัติ49คือจุดเริ่มต้นของปชต. ถ้าไม่ทำ ชุดข้ออ้างต่างๆเรื่องความไม่พร้อมต้องอภิบาลปชต.จนถึงวันนี้และวันไหนมันก็จะใช้ชุดความคิดความเชื่อแบบนี้มากักขังปชต.ไปแบบนี้ตลอดกาล(แม้สถาบันฯเองโดยเฉพาะกบัติย์อย่างองค์ร.7จะเตรียมถวายฯ) แต่โครงสร้างสถาบันฯมีมากกว่านั้นในคำว่าอำมาตย์กลุ่มศักดินาที่จะเสียประโยชน์มากมายจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ยอมแน่ๆ"

ผมแก้เป็นปฎิวัติ2475ครับ นอกนั้นเหมือนเดิม

ขอต่อ?
การกลับเอาปชต.ไปแบบเมื่อยุค2475แนวคิดไอแพด ไม่ใช่แค่ไอแพดครับ เป็นชุดความคิดปชต.ไม้ดัด(ตั้งแต่ข้ออ้างชิงสุกฯยังไม่พร้อมของกลุ่มเจ้าขุนมูลนาย,ศักดินาเก่า(ที่พัฒนามาเป็นอำมาตยฯทุกวันนี้)สมัย2475นั้นแล้วคือปชต.ไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์
ทุกวันนี้ตอนนี้ด้วย

ในพัฒนาการแบบไหลย้อนกลับ?(หลังปราบปอบสยามตนแรกปรีย์ดีย์ราบคาบ) ปชต.ไทยง่อนแง่นมาตลอดไม่มีพัฒนาการที่ดีเลย(เผด็จการทหารบวกอำมาตย์ปกครองปชตมาตลอด แม้จนมายุคสมัยชาติชาย จะคล้ายๆทักษิณ(คือปชต.หลุดออกมาระดับหนึ่งจากกลุ่มนั้น นั้นคือเหตุผลความอายุสั้นและปว.ที่ดูหักดิบมาก) แต่สมัยชาติชาย เพราะไปปีนเกรียวสายทหารของ อำมาตย์ที่สุดก็โดนข้อหาแบบเดียวกับทักษิณ เหตุผลหนึ่งคือปชต.จะโตไม่ได้?(มันจะคุมยาก) และเรื่องกองทัพฯ แต่คอรัปฯคืออาหารเสริม?

เพราะมันมีทุกรบ. แม้สมัยป๋าฯที่ว่าตัวป๋าไสๆนั้นกลับเป็นคอรัปฯในรบ.ที่เก่าดิบด้านๆกว่า สมัยชวน หรือทักษิณ ซื้อเสียงแบบปลาทูแลกเข้าสภาฯมา เนื้อหาคอรัปฯโจงครึมดิบๆกว่าชาติชาย(แบบคอรัปรุ่นเก่า) และชวนสองชวนจนถึง ทักษิณ แม้ทักษิณจะเป็นคอรัปฯแบบใหม่ที่น่ากลัว เพราะสร้างภาพให้น้ากลัวเกินจริงจากยุทธวิธีวิ่งผลิดสี่คูณให้ร้ายสร้างหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาล จากทาสรับใช้แบบพธม.และปชป.เพราะอำมาตยฯกลัวตามมันไม่ทัน???

นั้นสะท้อนว่าเหตุผลคอรัปฯในเหตุผลการปฎิวัติคือโจรปล้นโจร ด้วยวิธีการโจรกว่าๆเอามาคืนให้ปชช. โดยที่โจรกว่าๆนั้นเจตนาจริงๆคือกักขังปชต.ไม่ให้ไปไหน?(กลัวเอาไม่อยู่คุมแบบเดิมๆยาก)ตามชุดความคิดไอแพดเปี๊ยบเลย(เอากลับไปก่อน2475) ที่คือเหยื่อบริสุทธิ(จริงผมเคารพในเจตนาที่พาซื่อแต่มันร้ายเดียวงสาเกินไปต่อชะตากรรมปชต.)เป็นเครื่องมือของนักปกครองฝั่งอำมาตย์ฯที่โง่ดักดานแบบคลาสิกสุดๆแล้ว

ผมเชื่อว่าหลายคนในพธม.แค่มิจฉาฯในเจตาดี เพื่อสถาบันฯจริงๆ แต่วิธีการแบบนั้นมันถวายโอสถพิษฯและผลที่สุดกักขังปชต.ในหม้อตุ๋นกบหรือปชต.ไม้ดัดระบอบสวนสัตว์ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันบนความร้ายเดียวสาของพธม. เพราะมันไม่ได้ช่วยใคร

ทั้งปชต.(ถูกจับขัง) และสถาบันฯ(จะสร้างแรงเสียดทานและนำไปสู่ความเสื่อมในระยะยาว) เพราะดันไปเผาต้นทุนที่ดีๆเก่าๆมาแปรเป็นอุณหภูมิครอบงำตุ๋นกบ ใช้ไฟเผาป่า(ปฎิวัติเพื่อเตรียมพื้นที่สร้างแมตทริกซ์"สยามซู") คือแนวคิดมันขวางธรรมชาติในพัฒนาการความต่างที่ซับซ้อนขึ้น แต่เอาความเก่าเอาอัตตาที่ติดยึดในความใหญ่เข้าไปขวางโลกขวางธรรมชาติในพัฒนาการปชต.ยุคโลกาฯ

นั้นล่ะคือที่ว่าวิธีการแบบนี้มันไม่ได้ช่วยใคร?มันไม่ใช่แค่กักขังพัฒนาการของปชต. แต่มันจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น? คือมั่วๆกันอยู่อย่างนี้? คือไม่มีใครได้? มีแต่คนอยากได้? แต่ไม่มีรูปแบบอะไรที่ชัดเจน?(เรือยนต์ปชต.แต่กางใบสำเภา(สมบูรณ์)รุ่นเก่าเอาไว้) พลวัฒน์คือการหมุนครับวนอยู่อย่างนี้ครับไม่ไปไหนครับ?

คือรูปแบบที่ไม่เอาอะไรสักอย่าง? เพราะทิศทางมันทำลายล้างกันสองขั่วอำนาจที่ยันกันขณะนี้ มันไม่ใช่รูปแบบที่คานหรือดุลกันเชิงอำนาจแต่มันไฟ้ต์กันในพลวัฒน์และวิธีการของมัน ตั้งแต่2475 แล้ว รูปธรรมคือการหมุนครับ? ก้จะไล่จับปอบสยามกันแถวต้นมะขามสนามหลวงกับตำนานปอบสยามรุ่นแล้วรุ่นเล่า หมุนวนกันอยู่แค่นี้ครับมหากาพย์เกมอำนาจสีเทาครับ?

เพราะมีพลังการเมืองภาคปชช. และภาคตัวแทนแบบพธม. และปชป. แข่งกันทรยศปชต.ทั้งในบทบาททหาราบ,ทหารเอกในกรงลิงคือจุดอ่อนของปชต.ทั้งคู่? ให้เขาแทรกเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือดีเดย์กลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน" กับการเมืองภาคปชช.(พธม.)ภาคตัวแทน(ปชป.)

นั้นคือถ้าเขาไม่รู้โดยเฉพาะแกนนำพธม.ผมจะไม่อะไรมากมายหรือด่าให้เสียหมาแบบนี้คือแกนนำรู้(แม้คนพธม.ส่วนหนึ่งแค่มิจฉาฯผมยังเคารพส่วนนั้นเพียงแต่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องใหม่) หรือปชป.รู้ว่าอะไรคืออะไรตรงนี้? แต่ชัดๆในสันดานเดิมตัวตนปชป.ว่าเป็นนักฉวยโอกาส เพราะระดับนักการเมืองแล้วไม่รู้อะไรเป็นอะไรนี่ไม่ใช่แล้ว?

แต่เจตนาคือเอาทั้งที่รู้ๆนี่ล่ะในการใช้อันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักมาใช้ประโยชน์ให้กลายมาเป็นเครื่องมือกำจัดคู่กรณีทางการเมืองแต่ดันไปอ้างสิ่งที่ผมถือว่า ไม่บังควร นั้นคืออ้างกระทำเพื่อความจงรักษ์ฯ แต่รูปธรรมคือใช้เครื่องมือแบบอำมาตยฯมาใช้ในการกำจัดคู่แข่งทสางการเมืองโดยอ้างเพื่อสถาบันฯ(โครงสร้างสถาบันฯประกอบด้วยหลายส่วน)

แต่ส่วนที่เอามาใช้เป็นเครื่องมือโดยอ้างจงรักษ์ แบบGT200 เช่นกรณีเผาไฟเผากรุงรัตนโกสินทร์ปิดสนามบินฯลฯอ้างเพื่อความจงรักษ์ฯ แต่จริงๆนั้นคือแอบอ้างว่าใครหรือชี้ว่าใครสั่งเผา? จนคนสับสนแม้หลายคนจะไม่รู้อะไรเลย? แต่ต้นทุนสถาบันฯส่วนนั้นได้เสียหายมหาศาล?กับการถูกใช้เป็นเครื่องมือต่างตอบแทนแบบนั้น

เรื่องการถวายโอสถพิษ อำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นนี้เหมือนกัน?(โคงสร้างอำนาจในร.50) ที่เพิ่มสัดส่วนอำนาจนอกปชต ไป90% เหลือทอนให้ปชต.(ในเชิงพิธีกรรมแค่10%) นี่คือจะสร้างเงื่อนไข ความวุ่นวายสับสนแบบ"กติกาหมากเก็บโลกตะลึง"ช็อคตลาดหลักทรัพย์สมัยนายกสุรยุทธ, มาบตะพุด,ตุลาการอภิบาลนุมัติ(ปฎิวัติโดยศาล)

หลายๆเรื่อง ที่เป็นการติดเบรคกางใบสำเภาฯอำนาจซ้อนอำนาจมั่วกันหัวทิ่มแบบนี้? นี่คือนวัตกรรมปชต.แบบไทยๆกับเรือยนต์รูปร่างประหลาดที่สุดในโลก(มีเครื่องยนต์ปชต.แต่กางในสำเภาฯ(สมบูรณ์ฯ)รุ่นเก่าคาไว้)ที่ไอแพดหรือพธม.ปชป.ร่วมกันออกแบบขณะนี้?

นี่ไงครับมีใครได้ไปบ้าง? ปชต.แบบนี้มีแต่เสีย? วน สับสนเพราะมันไม่ใช่อะไรเลยเพราะมัน"มั่ว"ไงปชต.แบบมั่วๆไง???

*คนมากมาย แต่เป้าหมาย

*คนมากมาย แต่เป้าหมาย เล็กชัดเจน
ไล่กากเดน อำมาตยา ฟ้าผ่องใส
คืนอำนาจ ประชาชน คนไทย
ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้เป็นธรรม

*ล้างอำนาจ เกิดจากการ รัฐประหาร
รัฐบาล เลือกตั้งใหม่ ไม่ต้อยต่ำ
จักเป็นรัฐบาลใด ไม่ชอกช้ำ
ยอมรับคำ ตัดสินใจ ประชาชน

*มาเถิดมา พี่น้อง หัวใจแดง
มาร่วมแรง ร่วมใจ ให้เป็นผล
เราไม่ใช่ พวกก่อการ จลาจล
เราเป็นคน รักประชาธิปไตย

*พวกเรามี เหตุผล บนความจริง
ทำในสิ่ง ที่ดี ศรีสดใส
ชนรุ่นหลัง จะเติบกล้า ฟ้าอำไพ
ด้วยประชาธิปไตย...ที่แท้จริง

9 มีนา ครบรอบวันจากไปของท่าน

9 มีนา ครบรอบวันจากไปของท่าน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ โปรดยืน ไว้อาลัย 1 นาที

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:cicero

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
cicero wrote:
... ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง... สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย...

การคิดแบบ "เศรษฐกิจกำหนด" มันไม่ได้พลาดโดยทฤษฎี แต่มันขาดแคลนข้อมูล และการจงใจละเลย เรื่องการครองความเป็นเจ้าตลาดและการดูดกลืนทรัพยากรชาติโดยเครือข่าย "สำนักงานทรัพย์สิน" กับการแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อนในภาครัฐ ของกลุ่มทุนเครือข่ายอำมาตย์ ที่อ้างเป็นรอยัลลิสต์ นั่นต่างหากล่ะที่พลาด หากจะคิดแบบ "โครงสร้างส่วนบนกำหนด" ด้วยกระบวนทัศน์ที่ท่านว่ามา ผลก็มันเหมือนกันอีกนั่นแหละ แต่อย่าลืมว่า Power มันก็นำไปสู่ Wealth สุดท้ายตัวชี้วัดมันก็ยังย้อนกลับลงไปอยู่ตรงเศรษฐกิจเหมือนเดิมนั่นแหละ ท่าน cicero เอ๋ย

คือ อันที่จริง ผมก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้มองเศรษฐกิจเลย (เห็นไหมครับว่าผมพูดถึง"กลุ่มทุนจารีต"ด้วย)

เห็นด้วยกับคุณเป็นใครไม่สำคัญทุกประการครับ

แต่ผมจะเพิ่มเติมว่า พวกที่มองข้ามโครงสร้างส่วนบนไปเลยก็มีเหมือนกัน คือกลับมองว่าอำนาจนำของรอยัลลิสต์ เป็นคุณมากกว่าโทษ
เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้ทุนไทย"ไม่สามานย์" และเป็นแนวต้าน"จักรวรรดินิยม" (โปรดดูแนวคิดของคนที่ไปสุดขั้วของ Spectrum ความดัดจริตทางวิชาการอย่าง ยุคศรีอาริยะ และกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองจุฬาฯ+ปัญญาชน พธม.คนอื่นๆ)

...ขอเวลาอ๊วกหน่อย แหวะๆ...

ผมคิดว่าเพียงแค่ข้อเสนอของคุณเป็นใครไม่สำคัญ ก็ชี้ให้เห็นความAbsurdการมองข้ามดังกล่าวแล้วทุกประการ

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:o8o

เป็นใครไม่สำคัญ wrote:
o8o wrote:
ภาพเปลือยของ ‘เกษียร เตชะพีระ’ สู่ภาพเปลือย สุรวิชช์ วีรวรรณ /quote]

ที่มีคนมาวิพากษ์สุรวิชช์ แล้วเขาบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว สุรวิชช์มายืนยันว่า คนอ่านไม่เข้าใจเจตนาของเขา ผมอ่านดูแล้วก็เห็นแต่ความคิดแถๆ ผนวกลีลาเหน็บแนมแกมประชด เหมือนคนเมาอยู่ไม่น้อย

สุรวิชช์ เริ่มต้นจากการปักป้ายให้เกษียร ว่า "เป็นนักคิดและปัญญาชนที่เป็นมิตรกับความถูกต้อง และความเป็นธรรมทั้งมวล" โดยบรรยายตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ดีที่ไม่เอาชื่อพ่อแม่เกษียรมาใส่เข้าไปด้วย ก่อนจะออกทำนองเกษียรเปี๊ยนไป๋ เพราะเริ่มต้นด่าทักษิณ แล้วตอนหลังหันมาแอบๆ

สุรวิชช์ พูดถึงเนื้อหาการวิจารณ์สถานการณ์การเมืองของเกษียร ว่าทั้ง วิจารณ์ "ระบอบทักษิณ" นโยบายประชานิยม เพราะเห็นว่า"แนวโน้มจะไปถึงขั้นทรราชย์ได้" นอกจากนั้นเกษียรยังมองปัญหาการยึดทรัพย์ทักษิณ ที่จะส่งผลให้นายทุนใหญ่ไม่ลงเล่นการเมืองต่อไป และทำเหมือนการสร้างความชอบธรรมให้การยึดอำนาจที่ผ่านมา

สุรวิชช์ อุตส่าห์ใช้คำว่า "ระบอบทักษิณ" แต่สุรวิชช์กลับมองไม่เห็น "ระบอบคมช." ที่ยิ่งใหญ่มากกว่าระบอบทักษิณเป็นอักโข สุรวิชช์ตลกกับข้ออ้างของเกษียร ที่พูดถึงระบบกรรมสิทธิ์ที่เป็นหัวใจของระบบทุนนิยม อันจะทำให้นายทุนใหญ่ไม่อยากลงเล่นการเมืองต่อไป ซึ่งผมก็ตลกด้วย เพราะเกษียร ก็มองไม่เห็นภาพนายทุนบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ทั้งหลายที่พากันเล่นการเมืองอยู่แล้ว โดยส่งนักการเมืองของบริษัทเข้าประกวดเป็นรัฐมนตรี กระทรวงเศรษฐกิจ

สุรวิชช์ มีความไม่พอใจเกษียร ที่ไม่กลับมายืนข้างระบอบคมช.และบ้านพระอาทิตย์เหมือนเคย ทั้งทึ่จริงๆ เกษียร เป็นเพียงการวิพากษ์บางส่วนของนโยบายรัฐบาล กับวิพากษ์ท่าทีของทักษิณ โดยเฉพาะท่าทีการพูด การที่เกษียร ไปร่วมสังฆกรรมกับพันธมิตร ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนั่นคือสิทธิประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลทักษิณไม่ใช่รัฐบาลเทวดา ที่ยึดที่โน่นๆนี่ๆ ก็กลายเป็นผู้ก่อการดี และไม่แปลก ที่เกษียร ถอนตัวเมื่อพันธมิตร ขอนายกฯพระราชทาน และครั้งนี้ก็ไม่แปลกที่เกษียรจะวิพากษ์ ผลการพิพากษ์ หรืออาจรวมใปถึง กระบวนการสอบสวนด้วยซ้ำ และนี่คือ ท่าทีของนักวิจารณ์ นักประชาธิปไตย ของเกษียร ที่สุรวิชช์ แกล้งมองไม่เห็น

สุรวิชช์ อ้างคำศาธยายของศาลนาน 7 ชั่วโมงบรรยายความผิด ก่อนจะตัดสินยึดทรัพย์ โดยสรุปโครมว่านี่เป็นวัตถุวิสัยคนต้องยอมรับ โดยพยายามทำเป็นไม่เข้าใจว่า "กระบวนการ" ยุติธรรม มันเป็น Process ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยึดอำนาจ และตั้งระบอบ คมช. มาดำเนินการ แบบนั้นมันผิดอยู่แล้ว กระบวนการกล่าวหาก็เห็นๆ กระบวนการสอบสวนก็เห็นๆ เอาฝ่ายตรงข้ามมาทำ แล้วข้อมูลการสอบสวนเป็นยังไง ก็ไม่รู้ จริงๆ สุรวิชช์ ควรจะไปขอดูหลักฐาน ที่ฝ่ายสอบสวนอ้างมาด้วยซ้ำ ว่ายกเมฆมาเหมือน บ้านพระอาทิตย์มั้ย เมื่อข้อมูลต้นทางผิด จะให้คนดีแบบศาลตัดสินข้อมูลแหกตาที่ส่งไปได้ถูก ได้ยังไง จริงๆ ต้องบอกว่า คตส.กับปปช.หมิ่นศาลน่าจะถูก เพราะส่งข้อเท็จจริงที่จริงบ้างเท็จบ้างไปให้ท่านพิจารณา

สุรวิชช์ ยอมคำพิพากษาว่าในฐานะวัตถุวิสัยว่าเป็น "ข้อเท็จจริง" ซึ่งมันก็ถูก ทั้งที่คำนี้ก็บอกอยู่แล้วว่า "จริงบ้างเท็จบ้าง" สุรวิชช์ เมาเลอะเทอะหรือแกล้งไม่เข้าใจว่า ถ้าระบอบทักษิณ อย่างมากก็แค่แทรกแซง และ ใกล้ทรราชย์ แต่นี่มันครอบงำ ควบคุม ตั้งนั่นๆ นี่เองกับมือ ถ้าระบอบทักษิณ์ มันเข้าใกล้ทรราชย์ ผมตลกที่ทั้งสุรวิชช์ และเกษียร รวมทั้งนักวิชาการคนอื่นไม่พูดถึง "ระบอบคมช."

สุรวิชช์ ถูกค่าผ่อนบ้านครอบงำจนหน้ามืด มองคิดอย่างเดียวว่า จะหาเงินมาผ่อนยังไง ขอให้บรรลุเป้าหมาย ร่วมกลุ่มบ้านพระอาทิตย์ เชียร์ทหารมายึดอำนาจ ด้วยข้ออ้างว่า เพื่อจัดการคอรัปชั่น ยังไงก็ได้ เพราะแนวคิดแบบนี้ ก็คือนำสุรวิชช์ไปสู่อวิชชาทรราชย์ไปเกือบหมดตัวแล้ว เพราะทำให้สุรวิชช์ ได้ประโยชน์ จึงพยายามปกป้องระบบเอาไว้ ด้วยการหลับตาทั้งสองข้าง มองข้ามความเป็นทรราชย์ทหารไป เพื่อรักษาหม้อข้าวของตัว

สองเรื่องหลังเช่น สุรวิชช์ กันตัวเองออกเรื่องให้ทหารเข้าไปจัดแก้ปัญหาคอรัปชั่น โดยอ้างคำแป๊ะลิ้ม เพื่อลดความละอายใจตัวเองลง ก็ดี ส่วนเรื่องวิพากษ์เกษียรที่ว่า อัยการไม่ฟ้องพันธมิตรฯ เพราะเกษียรไม่รู้ จริงๆ มันก็แค่เล่นสำนวนปกป้องพวกพ้องประสานักเขียน เพราะระบบสองมาตรฐาน เรื่องเวลาทำเวลาจับ เวลาฟ้องก็เห็นๆ กันอยู่

ตัวตนของสุรวิชช์ คือ ยอมรับการรัฐประหาร ยอมรับกระบวนการยุติธรรมแบบระบอบ คมช. ยอมรับระบอบทรราชย์ แบบคมช.ที่ดำรงอยู่ ปกป้องผู้กระทำผิดในปีกพันธมิตร ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะสุรวิชช์ก็ขึ้นเวทีนั้นมา การขึ้นเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาลทักษิณน่ะไม่ผิด แต่หลังยึดอำนาจยังไม่ปริปากออกมาขับไล่ทหารนั่นน่ะหมดกันเลย

คราวหลังถ้าจะเขียนบทความ สุรวิชช์ ควรอ้างชื่อผู้อื่นเอาไปวิจารณ์คนอื่นเยอะๆ เช่น ยกชื่อนักวิชาการดัง นักปรัชญาดังที่เคยชอบอ่าน เอามาอ้าง หรือ อ้างแป๊ะลิ้ม อนุพงษ์ หรือ เสี่ยเน มาเยอะๆ แม้กระทั่งคำพูดในหนังสือเบบี้ ก็ยกมาได้ไม่ว่ากัน เอาตัวตนของตัวเองซ่อนเอาไว้เบื่องหลังจะดีที่สุด

ใครจะคิดอย่างไรก็ลองอ่านดูและตัดสินเอาเองนะครับ ผมไม่อยากตอแยด้วย แต่จินตนาการเรื่อง ผมหาเงินผ่อนบ้านนั้น คงเอาจากประสบการณ์ของตัวเองกระมังครับ

I Pad

I Pad wrote:
ขอต่อเลยเพราะไม่รู้คุณ เป็นใครไม่สำคัญ เป็นควายเท่านั้น สามเกลอชอบ (ดูดิ้ ชินวัต ยังทำบ้านได้ตั้งหลังเบ้อเฮิ่ม อิอิอิ) จะมาตอบตอนไหน

ดังนั้น จากบ็อกซ์ก่อนที่ผมถามเรื่องการคิดแบบกลไก ก็คือการตีแสกหน้าวาทกรรมตะกวดทั้งหลายที่ชอบยกอ้างส่งเดชประเทศแขมร์ อยู่เรื่อยเลยว่า "อะไร ที่มาจากรัฐประหาร ถือว่าใช้ไม่ได้"

เป็นหลักการคิดแบบ "กวนซ่นตีน" ไปวันๆ ของพวกสีข้างไหม้เท่านั้นแหละ

นั่นคือ พวกที่คิดตามวาทกรรม (อย่าลืมนะ กวนซ่นตีน ไปวันๆ อิอิอิ) ที่ไอ้ตักขี้มันได้มาจากนักวิชาการขายตัวแบบ สมสัก นักถ้ำมอง ฯลฯ เอามาอ้างเพื่อตั้งขบวนการตะกวดเรนเจอร์ สู้เพื่อกลับมาใหญ่อีกที เท่านั้นเอง

หาได้มีสาระหนักแน่นสมดังที่พวกมันเอ่ยอ้างแต่อย่างใด?

เพราะ ขณะที่ นปช. หางแดง อ้างว่า คมช. และผลต่อๆ มา มาจาก รปห. รับไม่ได้

แต่พวกที่ดูจะรู้มาก กลับไม่สนใจเนื้อหาของทักษิณว่าทำอะไรมาก่อน

และหาได้สนใจ ประวัติศาสตร์ระนะใกล็เลยว่า การเมือง ของประเทศไทยเข้าใกล้สภาวะวิฤติ เพียงใด

หมดเวลา มาต่อพรุ่งนี้

ต่อเลย

เมื่อพวกสำนักตัดตอนวิทยาพวกนี้ เลือกที่จะประนามแต่การ รปห. แต่เพิกเฉยพูดถึงต้นตอของการ รปห. นั่นคือ ความระยำตำบอนของ ระบอบทักษิณ นั่นก็ทำให้ขบวนการใดๆ ที่วิพากษ์ รปห. คมช. คตส. พธม. โดยไม่พูดถึงสภาวะวิสัยของสังคมไทยก่อน 19 กย. เลย เป็นการแอบอ้าง ชุดความคิดผ่านวาทะกรรมสั่วๆ ของคนที่เป็นลูกมือลูกตีนในระบอบทักษิณเท่านั้น

น้ำคำ ที่ออกไปทาง น้ำครำ (อิอิอิ) ของคนที่พูดแบบนี้ (ไล่ไปเลยตั้งแต่ สมสัก สมชาย สมเกียรติ สมบัติ นี่ชุดสมนะ ขาดแต่สมเสร็จ อิอิอิ ไปจนถึงพวกหางแถวในประชาไท เช่น ดอกเธอ เจ มักสี่มั่กๆ) ก็ไม่ได้เป็นการคิดบนพื้นฐานทางจริยธรรม แต่เป็นการแสดงคำพูด โดยอาศัยชุดความคิดที่ "เสแสร้งแต่งปั้น" เอามารับใช้นายใหญ่ตนเองเท่านั้น

นั่นคือ การแสดงน้ำคำที่โคตรน้ำครำของพวกนี้ จะด่าแต่ผลที่ตามมาหลัง 19 กย. โดยอ้างว่าเพราะพวกมันและนายมัน (ไอ้เหลี่ยมน่ะแหละ อย่างงมากดิ้ อิอิอิ) คือ ปชต. แต่สิ่งที่เกิดมาหลัง 19 กย. คือ รปห.

ซึ่งถ้าไปพูดให้เด็กที่นั่งอมอมยิ้มอยู่ในส้วม มันก็คงเชื่อหรอก แต่นี่เอามาหลอกคนโตๆ กันแล้ว ยิ่เอามาหลอก พธม. ด้วยแล้ว ยิ่งดูปัญญาอ่อน ปน สติแตก อย่างบเดียวเลย (เอ๊ะ จริง 2 อย่างนี่หว่า ปัญญาอ่อน + สติแตก อิอิ)

เพราะคนไทยที่มีสภาวะวิสัยทางวิจารณญาณตั้วแต่ ปี 44 มาแล้ว จะรู้ดีว่าประเทศไทยที่แท้จริงเป็นอย่างไร ซึ่ง ในความเป็นจริงเมืองไทยวันเวลานั้นหาได้เป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรือง ดังคำโป้ปดของทักษิณแต่อย่างใด (ลองหาตัวเลขทางการมาสอบดูก็จะเห็นว่า ในห้วงเวลา 5 ปีนรก นั้น ศก. ไทยโตในอัตราน้อยกว่าอัตราเฉลี่ยของอาเซียน เสียอีก ซึ่งเป็นการยืนยันว่าที่ไอ้เหลี่ยมบอกว่า ศก. ไทยดี นั้นไม่จริง) แต่สิ่งที่เห็นชัดแน่ๆ คือ ประเทศไทยท่วมท้นไปด้วยการทุจริตแบบที่ Oxford ต้องส่งคนมาศึกษาวิธีการคอรัปชั่นของทักษิณ (ขนาดนั้นเลย ไม่ทราบตะกวดรู้มั่งปะ อิอิอิ)

ฉะนั้น คนไทยที่ไม่ได้หน้าโง่ งมงาย เงอะงะ หลงมายาที่ไอ้แม้วมันปรนเปรอ ผ่านบรรดาอภิโครงการ เงินกู้ เงินผลาญ และ การมอมเมาด้วยหวย 2 - 3 ตัว ก็รู้สึกทั้งนั้นว่าประเทศไทยภายใต้อุ้งตีนทักษิณ กำลังเปลี่ยนสภาพจากประเทศชั้นดีไปสู่สภาพนรกบนดิน

ในที่สุด เมื่อมี รปห. เข้ามาหยุดขบวนการเดินหน้าไปสู่หุบเหวที่มีไอ้แม้วเป็นสารถี สิ่งนั้นในความรู้สึกคนไทย (ที่ไม่ได้แดกหญ้าที่ไอ้แม้วป้อน เหมือนพวกมึง ฮี่ฮี่ฮี่) ก็รับได้และรู้สึกโล่งใจ (ถึงแม้สดุท้ายไอ้ยุทธเต่าเขายายเที่ยง จะมาทำให้ทุกอย่างที คมช. ทำไว้ ศูนย์เปล่าก็เถอะ เพราะอย่างน้อยไอ้แม้วก็ไม่มีอกนาจรัฐในมือแล้ว)

สิ่งหนึ่งทีพิสูจน์ให้เห็นแน่ๆ

สิ่งหนึ่งทีพิสูจน์ให้เห็นแน่ๆ ว่าการหยุดทักษิณคือสิ่งที่ดี

นั่นคือ การที่ความพยายามชำเราประเทศของไอ้แม้ว เดินหน้าไม่ได้สะดุดหยุดลง โดยเริ่มจาก การต่อต้านการขาย กฟภ โดยพี่วีระ พี่รสนา พี่นกเขา

แล้วตามมาด้วยการล่มสลายต่างๆ ตามมาจนโดน รปห.

เพราะ อย่างน้อย ไม่ว่าใครจะเถียงกันอย่างไร การที่ไอ้แม้วเอาไฟฟ้าไปขายไม่ได้ ก็ เป็นคุณ ปย. เอนกอนันท์ ต่อคนไทย

เปรียบเทียบดูได้ง่ายๆ ปตท. ที่โดนไอ้แม้วเอาไปชำเรา วันนี้ราคาน้ำมันที่คนไทยได้รับเป็นอย่างไร? (แล้วอย่ามีใครมาเสือกอ้างว่าเมืองไทยราคาน้ำมันก็ต้องเท่านี้เพราะเราไม่มีน้ำมันนะ เพราะที่แท้ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีน้ำมันเหลือส่งออกนะคร๊าบบบบบบ แถมราคาส่งออกถูกกว่าที่ ปตท. มันหลอกเก็บจากเราเองหลายบาท รู้ไว้ซะ!)

แล้วถ้าไอ้แม้วเอาการไฟฟ้าไปขายสำเร็จวันนั้น วันนี้ มึง กู คุณ ผม ท่าน คนไทยทุกคนจะใช้ไฟฟ้ายูนิตละกี่สิบบาท (วันนี้ ยูนิตละ 3 - 5 บาท)

โชคดีหรือไม่

ปล. แล้วถ้าไอ้แม้วอยู่ได้ต่อไป มันจะทำเหี้ยห่าสารพัดอะไรกับประเทศอีก ลองเอาไปคิดดู (แต่สงสัยพวกมึงจะคิดไม่ออก เพราะไอ้สมสัก มันไม่ได้บอกไว้นี่เนาะ ฮา)

ครับ

ครับ อย่าลืมจนถึงทุกวันนี้ไอ้พวกเปรตอัณฑะมิตรปิดสนามบินทำลายชาติกันเป็นแสนๆล้าน มันก็ยังคงลอยนวลลอยหน้าลอยตาเหยียบย่ำหัวใจประชาชนคนไทยกันอยู่เลย ถ้าสำเร็จน่าจะได้ไปลากคอพวกมันมารับกรรมเสียด้วยเลยนะ ครับผม

พลเมืองชั่วก็เลือกได้ผู้แทนชั

พลเมืองชั่วก็เลือกได้ผู้แทนชั่วๆ

ฟฟฟฟ
2.มาทำตรรกเกรียนๆ อีกแล้ว "เงินทองมหาศาลของทักษิณ" ก็เห็นๆ ว่ามันเป็นเงินขายหุ้นบริษัทของเขา แล้วหุ้นมันวิ่งขึ้นราคาก็ดี แล้วมันเป็นเงินกอบโกยยังไง พูดให้ถูกๆ
aaa

ชั่วและงั่งซะไม่มี.....บริษัทของเขา..ทุด.....งั้นเมริ-ง/ไอ้ทักชั่ว....ก็ไปเป็นเจ้าของบริษัทอย่างเดียวซะเมริ-งอย่ามาเป็นนายกของประเทศใดทั้งนั้น.....ไอ้พวกสัด..นา...รก.....แยกไม่ออกระหว่างเจ้าของบริษัทกะการบริหารกิจการสาะารณะ....

ขอยืนยันอีกรอบว่าศึกแดงครั้งน

ขอยืนยันอีกรอบว่าศึกแดงครั้งนี้มีไม่ถึง 1 ล้านคน และรถ 1 แสนคันตามอวดอ้างอย่างแน่นอนแต่ก็อยู่ในระดับมืดฟ้ามัวดินน้อง ๆ ก่อนสงกรานต์ปีที่แล้ว หรือในระดับสงคราม 9 ทัพของพันธมิตร

ด้วยปริมาณคนในระดับนั้นสมทบกับปริมาณรถปิคอัพหลักหมื่นก็เพียงพอแล้วจะ “หยุดกรุงเทพฯ” ตามเป้าหมายที่พวกเขากำหนดขึ้น และสามารถก่อให้เกิดสถานการณ์โกลาหล วุ่นวาย พร้อมพลิกผันรุนแรงระดับจลาจล

ที่เชียงใหม่ แม่ค้าแดงหลายตลาดนัดหมายกันหยุดงานเข้ากรุงฯ ส่วนรถที่จะเอาเข้าไปนอกจากปิคอัพแล้วยังมีรถสองแถวประจำทาง ทั้งรถแดงที่วิ่งในตัวเมืองและรถสีอื่น ๆ ที่วิ่งระหว่างอำเภอลงชื่อล่วงหน้าหลายราย เรื่องนี้ต้องจี้ไปที่กรมการขนส่งทางบกว่าต้องจัดการล่วงหน้าเพราะการที่สหกรณ์หรือเอกชนได้สิทธิ์วิ่งรถโดยสารประจำทางมีเงื่อนไขผูกพันกับรัฐว่าจะต้องวิ่งด้วยปริมาณและความถี่วันละกี่คันเพื่อให้บริการกับประชาชนอย่างเพียงพอ ถ้าจู่ ๆ รถหายไปจากคิวก็จะผิดเงื่อนไขกับราชการ กรมการขนส่งจะต้องขยับตัวทันทีภายในอาทิตย์นี้

ข่าวสารเรื่องการเตรียมรถจากแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดต่างกัน ที่เชียงใหม่มีคลื่นวิทยุและองค์กรแดงต่าง ๆ หลากหลายที่ไม่ถูกกับเพชรวรรตก็มีไม่น้อย เขาให้ไปลงชื่อและทะเบียนรถไว้ในอัตรา 5 พันบาท/คัน ไม่รวมน้ำมันและค่าเหนื่อย แต่สำหรับแดงล้านนาที่ได้โควตารวมให้มาบริหารกันเองไปประกาศในพื้นที่ว่าให้คันละ 3-4 พันบาทเท่านั้นแสดงว่ามีการอมหัวคิวเกิดขึ้น

ชาวบ้านในพื้นที่ไม่น้อยที่รักสงสารทักษิณ อุตส่าห์เจียดเงิน 100-200 บริจาคสมทบให้กลุ่มที่จะเดินทางไปทวงเงินหมื่นล้าน มีไม่น้อยที่เตรียมข้าวเหนียวอาหารแห้งไปให้ หลายคนไปด้วยใจไม่ได้เงินค่าจ้างพร้อม ๆ กันนั้นก็มีกลุ่มที่ต้องจัดจ้างเหมือนกัน

คนต่างด้าวที่มาทำงานในเมืองยืนยันว่ามีการจ้างคนต่างด้าวให้เข้าร่วมขบวนการแดงจริงโดยผ่านวัดพม่าและวัดไทใหญ่บริเวณประตูช้างเผือก-ประตูเชียงใหม่ สำหรับวัดพม่านั้นเมื่อสงกรานต์ที่แล้วเจ้าอาวาสถึงกับเดินทางไปม็อบและคุมคนด้วยตนเอง มารอบนี้เขาให้หัวหน้ากลุ่มที่รวบรวมคน 800/หัว และต่างด้าวทั่วไป 500/หัว เรื่องดังกล่าวกลุ่มเสื้อแดงย่อมต้องปฏิเสธว่าไม่จริงเป็นข่าวป้ายสี แต่การข่าวก็ยืนยันว่าขบวนรถต่างด้าวที่จะเดินทางนั้นจะออกจากเชียงใหม่ประมาณวันที่ 9 หรือ 10 เพื่อเข้าไปเป็นไพร่พลส่วนหน้าปูทางยึดพื้นที่เอาไว้ก่อนโดยจะเดินทางในเส้นทางสายเล็ก หลีกเลี่ยงด่านตรวจ

ขบวนการแดงกำหนดให้ไพร่พลส่วนที่ยึดพื้นที่ล่วงหน้ามาจากแดงส่วนกลางและปริมณฑลให้ผลัดเปลี่ยนเข้ามาแต่ก็คงมีน้อยเพราะไม่มีใครปักหลักพักค้างจึงต้องเอาไพร่พลต่างจังหวัดเข้ามาเป็นส่วนล่วงหน้าเสริมเข้าไปด้วย ไพร่พลส่วนนี้จึงต้องเตรียมจัดจ้างไว้ก่อน

สำหรับการเตรียมทัพใหญ่ต่างจังหวัดของเสื้อแดงน่าสนใจตรงที่ทัพสำคัญเหนือ-อีสานกำหนดตัวบุคคลคุมทัพเป็นสายฮาร์ดคอร์ที่มีผลงานประจักษ์ชัดทั้งสิ้น แรมโบ้-สุภรณ์ อัตถาวงศ์ที่กระเหี้ยนกระหือรือตลอดเวลา หรือส.ส.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เมืองกำแพงเพชรซึ่งมีผลงานการันตีจากช่วงหลังรัฐประหารเกิดการเผาโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ขนาดที่ทหารต้องไปตั้งด่านหน้าบ้าน หรือให้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นหน่วยหลักของยุทธการด้านทิศเหนือ

วิทยุกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประโคมการขอรับบริจาคน้ำมัน ถังน้ำมัน ขวดเลเครื่องดื่มชูกำลัง ไม้ท่อน วันดีคืนดีเพชรวรรตออกมาประกาศเอาปืนที่ถูกกฎหมายพกเข้ากรุงด้วย ตอนนี้ที่หน้าโรงแรมของเขาเต็มไปด้วยถึงน้ำมัน 200 ลิตรและอุปกรณ์ที่แปลงเป็นสรรพาวุธได้เต็มไปหมด

เห็นอารมณ์การประกาศระดมข้าวของ คำพูดที่ซ่อนความใช้น้ำมัน -ใช้ไม้ออกอากาศนี่ไม่ใช่การเตรียมขบวนสันติอหิงสาอย่างแน่นอน ในเมื่อแกนนำระดับนายร้อยนายพันเงื้อหมัดออกมาจากบ้านแบบนี้แกนนำส่วนกลางจะควบคุมทัพทั้งหมดได้แค่ไหน ?

อันที่จริงขบวนแดง 10 ทัพรอบนี้มีจุดเด่นในเชิงยุทธศาสตร์ของการกดดันขั้นสูง ใช้ปิคอัพที่เปรียบเสมือนขบวนรถศึกและทหารม้าเข้ามาร่วมกับทหารราบ แต่ลำพังยุทธศาสตร์ที่ดียังไม่พอ ยังต้องประกอบทั้งยุทธการที่ดี และไพร่พล แม่ทัพนายกองระดับรอง ๆ ลงมาที่ดีด้วย

สงคราม 10 ทัพรอบนี้ เสื้อแดงเปิดจุดอ่อนให้เห็นเต็มไปหมด !

กองทัพเกรียงไกรของนโปเลียนและฮิตเลอร์เคยจบสิ้นไม่เป็นท่าเพราะสภาพอากาศหนาวเหน็บที่รัสเซียมาแล้ว ในรอบนี้ทัพแดงมหาศาลที่ค่อย ๆ ยกมา 500-600 ก.ม.ก็เฉกเดียวกันเพราะจะเจอสภาพอากาศร้อนจัดระหว่างเดินทาง

เขากำหนดให้คนนั่งกระบะคันละ 10 คน ถ้าเป็นรถมีหลังคาก็ดีไปถ้าไม่มีหลังคาอาจจะมีคนตายเพราะอาการฮีตสโตรก การเป็นลมแดดไม่ธรรมดาหรอกนะครับช่วยเหลือไม่ทันถึงตายเอาง่าย ๆ

ระหว่างการเคลื่อน 12-13 พวกเขาจะเหมือนตกอยู่ในนรก กว่าจะมาถึงชานเมืองก็ทุลักทุเลหมดเรี่ยวแรงไปแล้ว ยังจะมีแรงเคลื่อนไหวในสมรภูมิจริง 14-16 ได้อีกกี่มากน้อย

ด้วยสภาพเช่นนี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่าทัพแดงจะก่อการในเมืองหลวงได้แค่ไหน เพราะทัพแดงทั้งทัพดันใส่เสื้อแดงละลานตาอยู่ภายใต้อากาศร้อนจัดแค่เห็นจากภาพก็นึกอยากอาเจียนแล้ว คนที่อยู่ในขบวนจะทรมานขนาดไหน

แกนนำต้องเร่งทำ เร่งเคลื่อนเหยาะแหยะรอจังหวะไม่ได้เพราะไพร่พลไม่สดยิ่งนานยิ่งระโหยโรยแรง และอาจจะมีคนตายก่อนถึงที่หมายสนามหลวงเพราะอากาศและสิ่งแวดล้อมสีแดงจัดเป็นตัวเสริม

ศึกนี้จะรู้ผลภายใน 3 วัน นั่นคือในวันที่ 16 มีนาคมเพราะหากแกนนำจะทู่ซี้ต่อลากการชุมนุมออกไปไพร่พลก็ไม่พร้อมเสียแล้ว จะมีแต่สภาพน่าเวทนาของกองทัพปรากฏให้เห็นมาแทนที่

แกนนำสามเกลออาจจะพยายามรักษายุทธศาสตร์เคลื่อนโดยสันติเพื่อกดดัน แต่สภาพของกองทัพที่หลากหลายกระจัดกระจาย มีฮาร์ดคอร์เป็นแม่ทัพระดับคุมกำลังเต็มไปหมดโอกาสมีเรื่องมีราวลุกลามใหญ่โตเกิดขึ้นได้ง่ายมาก

เอาแค่ระหว่างทางระวังไม่ให้เสื้อแดงทะเลาะกับชาวบ้านย่านถิ่นก็ยากแล้ว อย่านึกว่ามีคนรักทักษิณหลงเสื้อแดงเหมือนตัวเอง คนที่เกลียดเสื้อแดงก็มีอยู่มากอย่างรอบก่อน ดี.เจ.คู่ใจของเพชรวรรตใส่เสื้อแดงเดินตลาดแถวสิงห์บุรีอ่างทองก็ถูกแม่ค้าไล่ด่ามาแล้ว

ดูสภาพแวดล้อม ดูการจัดทัพ ดูคนที่มีบทบาท ดูการเตรียมการของฝ่ายต่าง ๆ ยากมากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง บาดเจ็บ ไปถึงล้มตาย

สรุปว่าทักษิณยังไม่ชนะในรอบนี้หรอก แต่คนที่จะสังเวยอารมณ์บ้าของทักษิณก็คือชาวเสื้อแดง รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดคนกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบ

ถ้ารัฐบาลไม่ถอดใจยกธงขาวล่วงหน้า ทักษิณจะแพ้การรบรอบนี้ภายใน 3 วันอย่างแน่นอน แต่คนที่รับผลพวงจากการศึกไม่ใช่ทักษิณ หากเป็นประชาชนคนไทยทั้งมวล

qqqqqq

ในฐานะที่เป็นคนกรุงเทพฯ ขอต้อนรับเสื้อแดงทุกท่าน มาเถิด มารู้จักกันไว้ก็ดี ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ถึงคุณจะมีมีด มีไม้ มีน้ำมัน มีปืน ติดมาด้วย ก็ใช่ว่าคน กทม เขาจะไม่มี เผลอ ๆ เขามีเครื่องไม้เครื่องมือ เตรียมต้อนรับผู้มาเยือนดีกว่าของที่พวกคุณพกพามาซะอีก

และอีกอย่าง จำใส่ใจไว้ให้ดี ที่นี่ กรุงเทพฯ ไม่ใช่เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา ลำพูน หรือ อีสานเหนือ อีสานใต้ ที่ ชาวบ้านต่างก็รู้จักกัน ถนนหนทางก็มีไม่มาก

แต่ที่นี่ กรุงเทพฯ ถนนมีมากมาย ตรอกซอกซอย บางถนนบางซอย ก็คดเคี้ยวเลี้ยวลด คุณจะรู้มั้ย ว่าแต่ละถนน แต่ละซอยมีอะไร และ ใคร รออยู่

จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าจะอยู่บ้านเฉย ๆ ถึงรับเงินเขามาแล้ว ก็หลบไปซะ จะมาให้ถูกบ้านเมืองเขาปราบปรามทำไม เรื่องบางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องลอง เพราะไม่รู้ ก็ไม่ได้แปลว่า โง่

แต่จะโง่แน่ ถ้ามาชุมนุมกับพวกเสื้อแดง
aaaaa

และขอแดดโคตรร้อนๆจัดๆตอนกลางวัน
ขอฝนกระหน่ำตอนกลางคืน
รุ่งขึ้นตื่นมา มันก้อเป็นไข้ระบมแล้ว
แถมร้านรวงแถวที่มันอยู่ ปิดให้หมด
อย่าให้มันขี้เยี่ยวอาบน้ำ
ดูสิมันจะอยู่ได้กี่วัน
ฟฟฟฟฟ
ที่สำคัญ อยากให้astv แสตนบาย ห้องออกอากาศนอกสถานที่ด้วย
เผื่อๆไว้ เพราะมีกลุ่มอำนาจใหม่นอกจากจะกวาดแดงแล้ว
ยังอาศัย สถานะการ มั่วๆ จ้องจะคอยทุบเหลืองด้วย เพราะ
astvคือหัวใจในการเคลื่อนของ พธม. (เหมือนตอนสงกรานต์
เลือดปีที่แล้วที่คุณสนธิถูกยิง) แดงนะเราไม่กลัว แต่เรา
ต้องระวัง พวกอีแอบ

ข่าวคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ว่า

ข่าวคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ว่าร่วมป่วนเมือง...ต้องถูกเนรเทศกลับประเทศเดิมให้หมด...ไอ้พวกเนรคุณ.....แผ่นดิน.....

ฟฟฟฟฟฟฟ

คนต่างด้าวที่มาทำงานในเมืองยืนยันว่ามีการจ้างคนต่างด้าวให้เข้าร่วมขบวนการแดงจริงโดยผ่านวัดพม่าและวัดไทใหญ่บริเวณประตูช้างเผือก-ประตูเชียงใหม่ สำหรับวัดพม่านั้นเมื่อสงกรานต์ที่แล้วเจ้าอาวาสถึงกับเดินทางไปม็อบและคุมคนด้วยตนเอง มารอบนี้เขาให้หัวหน้ากลุ่มที่รวบรวมคน 800/หัว และต่างด้าวทั่วไป 500/หัว เรื่องดังกล่าวกลุ่มเสื้อแดงย่อมต้องปฏิเสธว่าไม่จริงเป็นข่าวป้ายสี แต่การข่าวก็ยืนยันว่าขบวนรถต่างด้าวที่จะเดินทางนั้นจะออกจากเชียงใหม่ประมาณวันที่ 9 หรือ 10 เพื่อเข้าไปเป็นไพร่พลส่วนหน้าปูทางยึดพื้นที่เอาไว้ก่อนโดยจะเดินทางในเส้นทางสายเล็ก หลีกเลี่ยงด่านตรวจ

แต่การข่าวก็ยืนยันว่าขบวนรถต่

แต่การข่าวก็ยืนยันว่าขบวนรถต่างด้าวที่จะเดินทางนั้นจะออกจากเชียงใหม่ประมาณวันที่ 9 หรือ 10 เพื่อเข้าไปเป็นไพร่พลส่วนหน้าปูทางยึดพื้นที่เอาไว้ก่อนโดยจะเดินทางในเส้นทางสายเล็ก หลีกเลี่ยงด่านตรวจ

ครับคุณอริสมันต์(ที่น่าจะเป็น

ครับคุณอริสมันต์(ที่น่าจะเป็นคุณwอแพดปลอมชื่อคนโน้นคนนี้มาป่วนกระทู้)จริงไม่อยากเสียเวลาด้วยแต่ด้วยมันเป็นเวทีเดียวกันผมจึงถือว่าเป็นบทสนธนาที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

กับประเด็นการเปรียบเทียบผลงานที่คุณร่ายยาวมาในมุมที่ค่อนข้างเอียงเอามาเสิร์ฟแค่ขนของข้อเท็จจริงM แล้วสรุปว่าเป็น้รางการเขาแบบนั้น เพื่อจะแย้งผมที่ว่าตั้งแต่มีรบ.ในประเทศนี้มา ทักษิณมีผลงาน ภาพรวมเข้าตาที่สุด?(ถ้าไม่ไปออกลายน้ำเน่าใช้ทฤษฎีต้มกบทรยศกับความไว้ใจและพัฒนาการปชตงที่กำลังจะไปได้ดีเสียก่อน)

คือถ้าจะให้สรุปอีกภาพ

ยุคป๋าฯ อำมาตยฯราชการใช้กลไกอำนาจแบบเก่ามาครอบงำปชต.ในสัดส่วน คล้ายทุกวันนี้นั้นคือยุคทุกวันนี้รบ.มาร์คV1นี้โครงสร้างอำนาจจริงๆไม่ใช่ปชต. แต่มันคือระบอบสวนสัตว์แบบเดียวกับเมื่อหลายสิบปีที่แล้วสมัยป๋าฯหรือก่อนป๋าฯนิดๆ

นั้นคือใช้กลไกระบบอำมาตยฯราชการ,ทุนศักดินาล้าหลังขับเคลื่อนแม้สมัยนั้นมันไปแบบไม่หวือหวา ตามเจตนาของผู้ครอบงำปชต.คือถ้าพัฒนาปชต.มากเขาจะคุมเบล็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้ปกครองปชต.ยากครอบงำตุ๋นกบยาก

และเพราะเงื่อนไขแบบอำมาตยฯราชการมันคือพันธนาการเครื่องมือบริหารจัดการแบบใหม่หรือปชต.(รูปธรรมอำมาตยฯราชการคล้ายสำเภากางใบ) การขับเคลื่อนการบริหารผ่านระบบราชการที่เชื่องช้าที่มีมิติการพัฒนามานานแต่พัฒนาการคือการลงพุงในประสิทธิภาพ

ทำให้การบริหารสมัยป๋าฯผ่านความแข็งแกร่งภายในในมูลค่าแฝงภายในของไทยที่เป็นต่อใครต่อใครในภูมิภาค คือแทนที่มันจะได้สัก70,80% แต่ยุคป๋าฯมันล้าหลังด้วยวิธีการขับเคลื่อนมันจึงอาจจะได้มาสัก20,30%จากตัวตนทรัพยากรณ์ที่เป็นต่อรวมถึงการทิ้งโอกาสงามหลายเรื่อง เช่น ศูนย์กลางคมนาคมเชื่อมต่อ คือโคตรเพ็ชร์ในดินที่เรามีเป็นต่อมากมายในภุมิภาค แต่เราดองเค็มไว้เพราะวิสัยทรรศน์ขณะนั้น

คือถ้าเป็นไม่บริหารประเทศแบบนั้น สิงคโปรอาจจะไม่ได้เกิดครับ? คือยุคป๋ามันไม่มีอะไรหวือหวาแต่ไปได้เรื่อยเหมือนเรือเกลือแม้เนื้อหาคอรัปฯของผุ้นำจะไส แต่รมต.ในรบ. นั้นคอรัปเถื่อน เก่า ซื้อเสียงแบบเอาปลาทูแลกเข้าสภาฯ มันล้าหลังมาก
สรุปยุคป๋าคือตัวถ่วงความเจริญเป็นยุคที่เสียโอกาสมากต่อการพัฒนาประเทศตามที่ควรเป็น?

คือถ้าไม่ผ่านป๋าฯป่านนี้เราแซงหน้าเกาหลีแล้วไปหรือระดับเดียวที่เป็นต่อบนความแข็งแกร่งหลายด้านกว่าด้วย ไปทบทวนอีกทีว่าที่ชี้ไว้ใช่ไหม?เพราะจังหว่ะการเดินที่ผิดบางทีทิ้งโอกาสพัฒนาตามที่ควรจอเป็นไปหลายสิบปี

มายุคชาติชาย(ท่านเสียฯไปแล้วจึงขออนุญาติ) นี่มีความแข็งแกร่งจากภายในที่หลากหลายมันเสริมเราโดยธรรมชาติหลายอย่าง มันจึงคล้ายๆว่ายุคป๋าฯปลูกต้นไม้ไว้ มาถึงระยะเก็บเกี่ยวพอดีกับยุคชาติชาย แต่วิธีการเก็บเกี่ยวแบบชาติชาย กลับเป็นวิธีการเก็บเกี่ยวแบบสวามปามเกินไป

นั้นคือตัดลงมาทั้งต้นไม่พอ ขอยืมอนาคตมาเกินด้วยการปั่นราคาอสังหาฯ(แม้ยุคป๋าเป็นปชตที่อำมาตย์ฯวางมือระดับหนึ่งปล่อยให้ในระดับที่ไม่ปลอดภัยที่สุดก็ไม่ปลอดภัยนั้นคือปฎิวัติ34 เนื้อหาก็เดิมๆคอรัปฯแต่เท่าที่รู้ทหารปีนเกรียวกันเอง)

มันจึงสร้างปัญหาในรอยต่อมายังยุคชวน1 กับการปล่อยเงินไหลเข้าอย่างขาดธรรมาภิบาลที่ดีในการบริหารจัดการ เพราะ คนผลาญคือกลุ่มทุนฯการเมือง หรือสถาบันทางการเงินที่หนุนอำนาจ ทั้งรบ. และศักดินา ปชช.ตาดำ ไม่ได้รู้เรื่องหรือแทบไม่เกี่ยวกับเขา นั้นเท่ากับเป็นการไปตอกย้ำความผิดพลาดในวิธีเก็บเกี่ยวของยุคชาติชาย

ในการปั่นฟองสบู่ขุนหมูสยาม จนเกิดแผลเน่าเอ็นพีแอลมหาศาล เพราะกู้เป็นอย่างเดียวปล่อยเงินไหลเข้าอย่างเสรีเป็นอย่างเดียวแต่การบริหารจัดการในมิติธรรมาภิบาลไม่มี? จนให้กลุ่มทุนนักการเมืองเอาไปผลาญเล่นๆบวกกับกลุ่มทุนศักดินามั่วสถาบันทางการเงิน

เพราะชวนหนึ่งบริหารผ่านระบบอำมาตยฯราชการแบบเดียวกับป๋าฯ ภายใต้เงื่อนไขกลุ่มทุนเขี้ยวงอก(การเมือง)และงางอก(ทุนศักดินา)ผลาญเงินที่ปล่อยไหลเข้าเสรีตอนนั้นกันสนุกมือจนขุนหมูสยามให้ตัวอ้วนขึ้นๆต่อจากชาติชายนั้นคือเงื่อนไขของฟองสบู่(งานเข้าเดี๋ยวมาต่อ)

อะตอม

อะตอม wrote:
ครับคุณอริสมันต์(ที่น่าจะเป็นคุณwอแพดปลอมชื่อคนโน้นคนนี้มาป่วนกระทู้)จริงไม่อยากเสียเวลาด้วยแต่ด้วยมันเป็นเวทีเดียวกันผมจึงถือว่าเป็นบทสนธนาที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

กับประเด็นการเปรียบเทียบผลงานที่คุณร่ายยาวมาในมุมที่ค่อนข้างเอียงเอามาเสิร์ฟแค่ขนของข้อเท็จจริงM แล้วสรุปว่าเป็น้รางการเขาแบบนั้น เพื่อจะแย้งผมที่ว่าตั้งแต่มีรบ.ในประเทศนี้มา ทักษิณมีผลงาน ภาพรวมเข้าตาที่สุด?(ถ้าไม่ไปออกลายน้ำเน่าใช้ทฤษฎีต้มกบทรยศกับความไว้ใจและพัฒนาการปชตงที่กำลังจะไปได้ดีเสียก่อน)

คือถ้าจะให้สรุปอีกภาพ

ยุคป๋าฯ อำมาตยฯราชการใช้กลไกอำนาจแบบเก่ามาครอบงำปชต.ในสัดส่วน คล้ายทุกวันนี้นั้นคือยุคทุกวันนี้รบ.มาร์คV1นี้โครงสร้างอำนาจจริงๆไม่ใช่ปชต. แต่มันคือระบอบสวนสัตว์แบบเดียวกับเมื่อหลายสิบปีที่แล้วสมัยป๋าฯหรือก่อนป๋าฯนิดๆ

นั้นคือใช้กลไกระบบอำมาตยฯราชการ,ทุนศักดินาล้าหลังขับเคลื่อนแม้สมัยนั้นมันไปแบบไม่หวือหวา ตามเจตนาของผู้ครอบงำปชต.คือถ้าพัฒนาปชต.มากเขาจะคุมเบล็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้ปกครองปชต.ยากครอบงำตุ๋นกบยาก

และเพราะเงื่อนไขแบบอำมาตยฯราชการมันคือพันธนาการเครื่องมือบริหารจัดการแบบใหม่หรือปชต.(รูปธรรมอำมาตยฯราชการคล้ายสำเภากางใบ) การขับเคลื่อนการบริหารผ่านระบบราชการที่เชื่องช้าที่มีมิติการพัฒนามานานแต่พัฒนาการคือการลงพุงในประสิทธิภาพ

ทำให้การบริหารสมัยป๋าฯผ่านความแข็งแกร่งภายในในมูลค่าแฝงภายในของไทยที่เป็นต่อใครต่อใครในภูมิภาค คือแทนที่มันจะได้สัก70,80% แต่ยุคป๋าฯมันล้าหลังด้วยวิธีการขับเคลื่อนมันจึงอาจจะได้มาสัก20,30%จากตัวตนทรัพยากรณ์ที่เป็นต่อรวมถึงการทิ้งโอกาสงามหลายเรื่อง เช่น ศูนย์กลางคมนาคมเชื่อมต่อ คือโคตรเพ็ชร์ในดินที่เรามีเป็นต่อมากมายในภุมิภาค แต่เราดองเค็มไว้เพราะวิสัยทรรศน์ขณะนั้น

คือถ้าเป็นไม่บริหารประเทศแบบนั้น สิงคโปรอาจจะไม่ได้เกิดครับ? คือยุคป๋ามันไม่มีอะไรหวือหวาแต่ไปได้เรื่อยเหมือนเรือเกลือแม้เนื้อหาคอรัปฯของผุ้นำจะไส แต่รมต.ในรบ. นั้นคอรัปเถื่อน เก่า ซื้อเสียงแบบเอาปลาทูแลกเข้าสภาฯ มันล้าหลังมาก
สรุปยุคป๋าคือตัวถ่วงความเจริญเป็นยุคที่เสียโอกาสมากต่อการพัฒนาประเทศตามที่ควรเป็น?

คือถ้าไม่ผ่านป๋าฯป่านนี้เราแซงหน้าเกาหลีแล้วไปหรือระดับเดียวที่เป็นต่อบนความแข็งแกร่งหลายด้านกว่าด้วย ไปทบทวนอีกทีว่าที่ชี้ไว้ใช่ไหม?เพราะจังหว่ะการเดินที่ผิดบางทีทิ้งโอกาสพัฒนาตามที่ควรจอเป็นไปหลายสิบปี

มายุคชาติชาย(ท่านเสียฯไปแล้วจึงขออนุญาติ) นี่มีความแข็งแกร่งจากภายในที่หลากหลายมันเสริมเราโดยธรรมชาติหลายอย่าง มันจึงคล้ายๆว่ายุคป๋าฯปลูกต้นไม้ไว้ มาถึงระยะเก็บเกี่ยวพอดีกับยุคชาติชาย แต่วิธีการเก็บเกี่ยวแบบชาติชาย กลับเป็นวิธีการเก็บเกี่ยวแบบสวามปามเกินไป

นั้นคือตัดลงมาทั้งต้นไม่พอ ขอยืมอนาคตมาเกินด้วยการปั่นราคาอสังหาฯ(แม้ยุคป๋าเป็นปชตที่อำมาตย์ฯวางมือระดับหนึ่งปล่อยให้ในระดับที่ไม่ปลอดภัยที่สุดก็ไม่ปลอดภัยนั้นคือปฎิวัติ34 เนื้อหาก็เดิมๆคอรัปฯแต่เท่าที่รู้ทหารปีนเกรียวกันเอง)

มันจึงสร้างปัญหาในรอยต่อมายังยุคชวน1 กับการปล่อยเงินไหลเข้าอย่างขาดธรรมาภิบาลที่ดีในการบริหารจัดการ เพราะ คนผลาญคือกลุ่มทุนฯการเมือง หรือสถาบันทางการเงินที่หนุนอำนาจ ทั้งรบ. และศักดินา ปชช.ตาดำ ไม่ได้รู้เรื่องหรือแทบไม่เกี่ยวกับเขา นั้นเท่ากับเป็นการไปตอกย้ำความผิดพลาดในวิธีเก็บเกี่ยวของยุคชาติชาย

ในการปั่นฟองสบู่ขุนหมูสยาม จนเกิดแผลเน่าเอ็นพีแอลมหาศาล เพราะกู้เป็นอย่างเดียวปล่อยเงินไหลเข้าอย่างเสรีเป็นอย่างเดียวแต่การบริหารจัดการในมิติธรรมาภิบาลไม่มี? จนให้กลุ่มทุนนักการเมืองเอาไปผลาญเล่นๆบวกกับกลุ่มทุนศักดินามั่วสถาบันทางการเงิน

เพราะชวนหนึ่งบริหารผ่านระบบอำมาตยฯราชการแบบเดียวกับป๋าฯ ภายใต้เงื่อนไขกลุ่มทุนเขี้ยวงอก(การเมือง)และงางอก(ทุนศักดินา)ผลาญเงินที่ปล่อยไหลเข้าเสรีตอนนั้นกันสนุกมือจนขุนหมูสยามให้ตัวอ้วนขึ้นๆต่อจากชาติชายนั้นคือเงื่อนไขของฟองสบู่(งานเข้าเดี๋ยวมาต่อ)

ไม่ใช่หรอกอะตอม I Pad ผมคุยกันแทบทุกวัน

ต้องระวัง พวกอีแอบ

ต้องระวัง พวกอีแอบ wrote:
ขอยืนยันอีกรอบว่าศึกแดงครั้งนี้มีไม่ถึง 1 ล้านคน และรถ 1 แสนคันตามอวดอ้างอย่างแน่นอนแต่ก็อยู่ในระดับมืดฟ้ามัวดินน้อง ๆ ก่อนสงกรานต์ปีที่แล้ว หรือในระดับสงคราม 9 ทัพของพันธมิตร

ด้วยปริมาณคนในระดับนั้นสมทบกับปริมาณรถปิคอัพหลักหมื่นก็เพียงพอแล้วจะ “หยุดกรุงเทพฯ” ตามเป้าหมายที่พวกเขากำหนดขึ้น และสามารถก่อให้เกิดสถานการณ์โกลาหล วุ่นวาย พร้อมพลิกผันรุนแรงระดับจลาจล

ที่เชียงใหม่ แม่ค้าแดงหลายตลาดนัดหมายกันหยุดงานเข้ากรุงฯ ส่วนรถที่จะเอาเข้าไปนอกจากปิคอัพแล้วยังมีรถสองแถวประจำทาง ทั้งรถแดงที่วิ่งในตัวเมืองและรถสีอื่น ๆ ที่วิ่งระหว่างอำเภอลงชื่อล่วงหน้าหลายราย เรื่องนี้ต้องจี้ไปที่กรมการขนส่งทางบกว่าต้องจัดการล่วงหน้าเพราะการที่สหกรณ์หรือเอกชนได้สิทธิ์วิ่งรถโดยสารประจำทางมีเงื่อนไขผูกพันกับรัฐว่าจะต้องวิ่งด้วยปริมาณและความถี่วันละกี่คันเพื่อให้บริการกับประชาชนอย่างเพียงพอ ถ้าจู่ ๆ รถหายไปจากคิวก็จะผิดเงื่อนไขกับราชการ กรมการขนส่งจะต้องขยับตัวทันทีภายในอาทิตย์นี้

ข่าวสารเรื่องการเตรียมรถจากแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดต่างกัน ที่เชียงใหม่มีคลื่นวิทยุและองค์กรแดงต่าง ๆ หลากหลายที่ไม่ถูกกับเพชรวรรตก็มีไม่น้อย เขาให้ไปลงชื่อและทะเบียนรถไว้ในอัตรา 5 พันบาท/คัน ไม่รวมน้ำมันและค่าเหนื่อย แต่สำหรับแดงล้านนาที่ได้โควตารวมให้มาบริหารกันเองไปประกาศในพื้นที่ว่าให้คันละ 3-4 พันบาทเท่านั้นแสดงว่ามีการอมหัวคิวเกิดขึ้น

ชาวบ้านในพื้นที่ไม่น้อยที่รักสงสารทักษิณ อุตส่าห์เจียดเงิน 100-200 บริจาคสมทบให้กลุ่มที่จะเดินทางไปทวงเงินหมื่นล้าน มีไม่น้อยที่เตรียมข้าวเหนียวอาหารแห้งไปให้ หลายคนไปด้วยใจไม่ได้เงินค่าจ้างพร้อม ๆ กันนั้นก็มีกลุ่มที่ต้องจัดจ้างเหมือนกัน

คนต่างด้าวที่มาทำงานในเมืองยืนยันว่ามีการจ้างคนต่างด้าวให้เข้าร่วมขบวนการแดงจริงโดยผ่านวัดพม่าและวัดไทใหญ่บริเวณประตูช้างเผือก-ประตูเชียงใหม่ สำหรับวัดพม่านั้นเมื่อสงกรานต์ที่แล้วเจ้าอาวาสถึงกับเดินทางไปม็อบและคุมคนด้วยตนเอง มารอบนี้เขาให้หัวหน้ากลุ่มที่รวบรวมคน 800/หัว และต่างด้าวทั่วไป 500/หัว เรื่องดังกล่าวกลุ่มเสื้อแดงย่อมต้องปฏิเสธว่าไม่จริงเป็นข่าวป้ายสี แต่การข่าวก็ยืนยันว่าขบวนรถต่างด้าวที่จะเดินทางนั้นจะออกจากเชียงใหม่ประมาณวันที่ 9 หรือ 10 เพื่อเข้าไปเป็นไพร่พลส่วนหน้าปูทางยึดพื้นที่เอาไว้ก่อนโดยจะเดินทางในเส้นทางสายเล็ก หลีกเลี่ยงด่านตรวจ

ขบวนการแดงกำหนดให้ไพร่พลส่วนที่ยึดพื้นที่ล่วงหน้ามาจากแดงส่วนกลางและปริมณฑลให้ผลัดเปลี่ยนเข้ามาแต่ก็คงมีน้อยเพราะไม่มีใครปักหลักพักค้างจึงต้องเอาไพร่พลต่างจังหวัดเข้ามาเป็นส่วนล่วงหน้าเสริมเข้าไปด้วย ไพร่พลส่วนนี้จึงต้องเตรียมจัดจ้างไว้ก่อน

สำหรับการเตรียมทัพใหญ่ต่างจังหวัดของเสื้อแดงน่าสนใจตรงที่ทัพสำคัญเหนือ-อีสานกำหนดตัวบุคคลคุมทัพเป็นสายฮาร์ดคอร์ที่มีผลงานประจักษ์ชัดทั้งสิ้น แรมโบ้-สุภรณ์ อัตถาวงศ์ที่กระเหี้ยนกระหือรือตลอดเวลา หรือส.ส.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เมืองกำแพงเพชรซึ่งมีผลงานการันตีจากช่วงหลังรัฐประหารเกิดการเผาโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ขนาดที่ทหารต้องไปตั้งด่านหน้าบ้าน หรือให้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นหน่วยหลักของยุทธการด้านทิศเหนือ

วิทยุกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประโคมการขอรับบริจาคน้ำมัน ถังน้ำมัน ขวดเลเครื่องดื่มชูกำลัง ไม้ท่อน วันดีคืนดีเพชรวรรตออกมาประกาศเอาปืนที่ถูกกฎหมายพกเข้ากรุงด้วย ตอนนี้ที่หน้าโรงแรมของเขาเต็มไปด้วยถึงน้ำมัน 200 ลิตรและอุปกรณ์ที่แปลงเป็นสรรพาวุธได้เต็มไปหมด

เห็นอารมณ์การประกาศระดมข้าวของ คำพูดที่ซ่อนความใช้น้ำมัน -ใช้ไม้ออกอากาศนี่ไม่ใช่การเตรียมขบวนสันติอหิงสาอย่างแน่นอน ในเมื่อแกนนำระดับนายร้อยนายพันเงื้อหมัดออกมาจากบ้านแบบนี้แกนนำส่วนกลางจะควบคุมทัพทั้งหมดได้แค่ไหน ?

อันที่จริงขบวนแดง 10 ทัพรอบนี้มีจุดเด่นในเชิงยุทธศาสตร์ของการกดดันขั้นสูง ใช้ปิคอัพที่เปรียบเสมือนขบวนรถศึกและทหารม้าเข้ามาร่วมกับทหารราบ แต่ลำพังยุทธศาสตร์ที่ดียังไม่พอ ยังต้องประกอบทั้งยุทธการที่ดี และไพร่พล แม่ทัพนายกองระดับรอง ๆ ลงมาที่ดีด้วย

สงคราม 10 ทัพรอบนี้ เสื้อแดงเปิดจุดอ่อนให้เห็นเต็มไปหมด !

กองทัพเกรียงไกรของนโปเลียนและฮิตเลอร์เคยจบสิ้นไม่เป็นท่าเพราะสภาพอากาศหนาวเหน็บที่รัสเซียมาแล้ว ในรอบนี้ทัพแดงมหาศาลที่ค่อย ๆ ยกมา 500-600 ก.ม.ก็เฉกเดียวกันเพราะจะเจอสภาพอากาศร้อนจัดระหว่างเดินทาง

เขากำหนดให้คนนั่งกระบะคันละ 10 คน ถ้าเป็นรถมีหลังคาก็ดีไปถ้าไม่มีหลังคาอาจจะมีคนตายเพราะอาการฮีตสโตรก การเป็นลมแดดไม่ธรรมดาหรอกนะครับช่วยเหลือไม่ทันถึงตายเอาง่าย ๆ

ระหว่างการเคลื่อน 12-13 พวกเขาจะเหมือนตกอยู่ในนรก กว่าจะมาถึงชานเมืองก็ทุลักทุเลหมดเรี่ยวแรงไปแล้ว ยังจะมีแรงเคลื่อนไหวในสมรภูมิจริง 14-16 ได้อีกกี่มากน้อย

ด้วยสภาพเช่นนี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่าทัพแดงจะก่อการในเมืองหลวงได้แค่ไหน เพราะทัพแดงทั้งทัพดันใส่เสื้อแดงละลานตาอยู่ภายใต้อากาศร้อนจัดแค่เห็นจากภาพก็นึกอยากอาเจียนแล้ว คนที่อยู่ในขบวนจะทรมานขนาดไหน

แกนนำต้องเร่งทำ เร่งเคลื่อนเหยาะแหยะรอจังหวะไม่ได้เพราะไพร่พลไม่สดยิ่งนานยิ่งระโหยโรยแรง และอาจจะมีคนตายก่อนถึงที่หมายสนามหลวงเพราะอากาศและสิ่งแวดล้อมสีแดงจัดเป็นตัวเสริม

ศึกนี้จะรู้ผลภายใน 3 วัน นั่นคือในวันที่ 16 มีนาคมเพราะหากแกนนำจะทู่ซี้ต่อลากการชุมนุมออกไปไพร่พลก็ไม่พร้อมเสียแล้ว จะมีแต่สภาพน่าเวทนาของกองทัพปรากฏให้เห็นมาแทนที่

แกนนำสามเกลออาจจะพยายามรักษายุทธศาสตร์เคลื่อนโดยสันติเพื่อกดดัน แต่สภาพของกองทัพที่หลากหลายกระจัดกระจาย มีฮาร์ดคอร์เป็นแม่ทัพระดับคุมกำลังเต็มไปหมดโอกาสมีเรื่องมีราวลุกลามใหญ่โตเกิดขึ้นได้ง่ายมาก

เอาแค่ระหว่างทางระวังไม่ให้เสื้อแดงทะเลาะกับชาวบ้านย่านถิ่นก็ยากแล้ว อย่านึกว่ามีคนรักทักษิณหลงเสื้อแดงเหมือนตัวเอง คนที่เกลียดเสื้อแดงก็มีอยู่มากอย่างรอบก่อน ดี.เจ.คู่ใจของเพชรวรรตใส่เสื้อแดงเดินตลาดแถวสิงห์บุรีอ่างทองก็ถูกแม่ค้าไล่ด่ามาแล้ว

ดูสภาพแวดล้อม ดูการจัดทัพ ดูคนที่มีบทบาท ดูการเตรียมการของฝ่ายต่าง ๆ ยากมากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง บาดเจ็บ ไปถึงล้มตาย

สรุปว่าทักษิณยังไม่ชนะในรอบนี้หรอก แต่คนที่จะสังเวยอารมณ์บ้าของทักษิณก็คือชาวเสื้อแดง รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดคนกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบ

ถ้ารัฐบาลไม่ถอดใจยกธงขาวล่วงหน้า ทักษิณจะแพ้การรบรอบนี้ภายใน 3 วันอย่างแน่นอน แต่คนที่รับผลพวงจากการศึกไม่ใช่ทักษิณ หากเป็นประชาชนคนไทยทั้งมวล

qqqqqq

ในฐานะที่เป็นคนกรุงเทพฯ ขอต้อนรับเสื้อแดงทุกท่าน มาเถิด มารู้จักกันไว้ก็ดี ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ถึงคุณจะมีมีด มีไม้ มีน้ำมัน มีปืน ติดมาด้วย ก็ใช่ว่าคน กทม เขาจะไม่มี เผลอ ๆ เขามีเครื่องไม้เครื่องมือ เตรียมต้อนรับผู้มาเยือนดีกว่าของที่พวกคุณพกพามาซะอีก

และอีกอย่าง จำใส่ใจไว้ให้ดี ที่นี่ กรุงเทพฯ ไม่ใช่เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา ลำพูน หรือ อีสานเหนือ อีสานใต้ ที่ ชาวบ้านต่างก็รู้จักกัน ถนนหนทางก็มีไม่มาก

แต่ที่นี่ กรุงเทพฯ ถนนมีมากมาย ตรอกซอกซอย บางถนนบางซอย ก็คดเคี้ยวเลี้ยวลด คุณจะรู้มั้ย ว่าแต่ละถนน แต่ละซอยมีอะไร และ ใคร รออยู่

จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าจะอยู่บ้านเฉย ๆ ถึงรับเงินเขามาแล้ว ก็หลบไปซะ จะมาให้ถูกบ้านเมืองเขาปราบปรามทำไม เรื่องบางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องลอง เพราะไม่รู้ ก็ไม่ได้แปลว่า โง่

แต่จะโง่แน่ ถ้ามาชุมนุมกับพวกเสื้อแดง
aaaaa

และขอแดดโคตรร้อนๆจัดๆตอนกลางวัน
ขอฝนกระหน่ำตอนกลางคืน
รุ่งขึ้นตื่นมา มันก้อเป็นไข้ระบมแล้ว
แถมร้านรวงแถวที่มันอยู่ ปิดให้หมด
อย่าให้มันขี้เยี่ยวอาบน้ำ
ดูสิมันจะอยู่ได้กี่วัน
ฟฟฟฟฟ
ที่สำคัญ อยากให้astv แสตนบาย ห้องออกอากาศนอกสถานที่ด้วย
เผื่อๆไว้ เพราะมีกลุ่มอำนาจใหม่นอกจากจะกวาดแดงแล้ว
ยังอาศัย สถานะการ มั่วๆ จ้องจะคอยทุบเหลืองด้วย เพราะ
astvคือหัวใจในการเคลื่อนของ พธม. (เหมือนตอนสงกรานต์
เลือดปีที่แล้วที่คุณสนธิถูกยิง) แดงนะเราไม่กลัว แต่เรา
ต้องระวัง พวกอีแอบ

ช่ายยย ผมเกือบลืมว่าอำนาจใหม่มันก็ไม่ชอบastv แถมกลัวพธม.เอามากๆ มันเล่นงานastvแน่

แต่แกนนำพธม.หลังจากโดน200กว่านัดแล้ว คงระวังตัวไม่พลาดเป็นครั้งที่2แน่ๆครับ

พวกแดงช่างมันเถอะ คงต้องซื้อความจริงด้วยชีวิตแขนขาซะละมั้ง

แถลงการณ์ของพันธมิตรฯ ฉบับที่

แถลงการณ์ของพันธมิตรฯ ฉบับที่ 4/2553

เมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.วันที่ 9 มี.ค. ที่บ้านพระอาทิตย์ หลังจากมีการประชุมของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อหารือถึงสถานการณ์บ้านเมือง นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้อ่านแถลงการณ์ของพันธมิตรฯ ฉบับที่ 4/2553 ดังนี้

แถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 4/2553 รวมพลังแผ่นดิน หยุดภัยคุกคามประเทศไทย

ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณและตระกูลชินวัตรกว่า สี่หมื่นหกพันล้านบาท ซึ่งคำพิพากษาของศาลได้ระบุและชี้ให้เห็นถึงการใช้อำนาจมิชอบเอื้อประโยชน์พวกพ้องของรัฐบาลในระบอบทักษิณหลายกรณี ทำให้สังคมส่วนใหญ่ได้เห็นข้อเท็จจริงและยอมรับได้กับคำพิพากษาของศาล โดยปราศจากข้อสงสัย มีเพียงคนส่วนน้อยบางกลุ่มที่ถูกชี้นำโดยข้อมูลที่บิดเบือนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและเครือข่าย

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาของศาลครั้งนี้ได้ตอกย้ำและยืนยันการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อคัดค้านต่อต้านระบอบทักษิณมาตลอด 4 ปี

ที่ประชุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้วิเคราะห์สถานการณ์สังคมการเมืองไทย โดยเฉพาะการไม่ยอมรับความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน เครือข่ายบริวารที่ได้ประโยชน์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนที่ศาลสั่งยุบพรรคด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรงว่าเป็นภัยคุกคามต่อระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปีนั้น วันนี้ได้พิสูจน์ชัดเจนว่าระบอบทักษิณยังไม่สลายไปแม้พ้นจากอำนาจ แต่พยายามเคลื่อนไหวเพื่อกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

การเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้ยกระดับเป้าหมายการต่อสู้จากการต่อต้านรัฐประหาร ไปสู่การคุกคามสถาบันองคมนตรี จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง และร้ายแรงที่สุดคือการมุ่งทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างเปิดเผยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งการชุมนุมรอบนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แกนนำ นปช. พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลและกล่าวหาว่าศาลถูกแทรกแซงและปล้นทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องขยายผลเอาผิดในคดีอื่นๆ รวมทั้งบรรดารัฐมนตรีและบุคคลที่ร่วมกระทำผิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน

แม้ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลได้ก็ตาม แต่ต้องเป็นการวิจารณ์ที่มีหลักวิชาการ ถือเหตุผลและไม่มีอคติ ในขณะเดียวกันไม่มีบทบัญญัติใดๆ ในรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ประชาชนเดินขบวนต่อต้านคำพิพากษาของศาล

ด้วยเหตุดังนั้น พฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน แกนนำ นปช. และพรรคเพื่อไทยที่ร่วมเกณฑ์คนมาชุมนุม จึงเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เพราะเป็นพฤติกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้จึงถือได้ว่า พ.ต.ท.ทักษฺณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน แกนนำ นปช.เข้าข่ายเป็นกบฎในราชอาณาจักร เพราะมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างระบอบการปกครองและเป็นภัยต่อความมั่นคง

นอกจากนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังเห็นว่า การเคลื่อนไหวของ นปช.และเครือข่ายในขณะนี้ ได้สะท้อนชัดเจนว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เลยกรอบและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธแนวทางสันติ อหิงสา อย่างสิ้นเชิง เพราะบรรดาแกนนำ ทุกระดับตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน แกนนำ นปช. ทีมงานได้มีพฤติกรรมชี้นำ ยั่วยุให้มวลชนก่อความรุนแรงสารพัดวิธีการ ซึ่งสวนทางกับคำประกาศของแกนนำว่าจะยึดมั่นแนวทางสันติวิธีตามรัฐธรรมนูญอย่างสิ้นเชิง

การเคลื่อนไหวของ นปช.ครั้งนี้ ยังมีความมุ่งหมายกดดันประชาชนและสังคมมากกว่าจะกดดันรัฐบาล โดยเฉพาะการประกาศให้ กทม.เป็นเมืองอัมพาต ขัดขวางระบบจราจรและการคมนาคม ด้วยการปิดถนนสี่มุมเมือง เตรียมปิดและมีเป้าหมายโจมตีสถานที่สำคัญของราชการ ซึ่งยุทธวิธีดังกล่าวอาจไปกระตุ้นให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยและประชาชนพลังเงียบได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน จนอาจมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน นปช. ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนคนไทยด้วยกันในที่สุด

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอเรียกร้องพลังแผ่นดินทุกภาคส่วนร่วมกันนำพาสังคมไทยให้พ้นจากวิกฤติการณ์และความรุนแรงดังนี้

1. ในส่วนของรัฐบาล จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อป้องปรามความรุนแรงทุกรูปแบบ และจัดระบบกลไกสื่อสารกับสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์ นอกจากนี้รัฐบาลจะต้องยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรงแยกผู้บริสุทธิ์ออกจากแกนนำที่มีวาระซ่อนเร้นและหลอกใช้ประชาชนเป็นเหยื่อทางการเมือง

2. ในส่วนของภาคประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมนั้นจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และไม่สนับสนุนไม่ว่าโดยตรงและโดยอ้อมต่อความรุนแรงทุกรูปแบบ และร่วมกันต่อต้าน หยุดยั้ง ระงับเหตุที่จะนำไปสู่ความรุนแรง นอกจากนี้ชุมชนต่างสามารถสร้างกลไกร่วมมือกับภาครัฐเพื่อ เฝ้าระวังภัย แจ้งเบาะแส และข้อมูลข่าวสารให้กับภาครัฐและเจ้าหน้าที่

3. ในส่วนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ให้ทุกคน รวมทั้งประชาชนผู้รักชาติตั้งมั่นอยู่ในที่ตั้ง ติดตามสถานการณ์ และเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทันทีตลอดเวลา โดยให้รอคำประกาศต่อไป

เชื่อมั่นในพลังประชาชน
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
9 มีนาคม 2553
บ้านพระอาทิตย์

aaaa

ต่อไปนี้คือความเห็นเก็บตก

พวกเสื้อแดงแตะหรือเข้าใกล้ศิริราชเมื่อไหร่ พวกมรึงตายโหงแน่
กรูเอาจริง ๆ

aaaaa
อยากขอตั้งคำถามพวกเสื้อแดงหน่อยน่ะครับ ว่า คุณมีอุดมการณ์อะไรบ้างครับ ในการออกมาเรียกร้องเพื่อทักษิณ คุณดูตัวเองบ้างหรือเปล่าครับ ตอบตามนี้เลยน่ะ
1.หลายคน ยังมีแค่ รถอีต๊อก อีแต๋น แต่คุณออกมาสู้เพื่อคนที่โกงภาษี เพื่อ เอาเงินไปซื้อ เฟอร์รารี่ เบนท์ลี่ย์ ให้ลูกๆขับเล่น มีเครื่องบินส่วนตัว บินไปเห่านั่นนี่นู่น
2.หลายคน ยังกินแค่เหล้า ขาว เหล้าอุ เหล้าต้ม เหล้าเถื่อน แต่คุณออกมาสู้เพื่อคนที่โกงภาษี ที่มันกินไวน์ ขวดล่ะเป็นแสนๆ
3.หลายคน มีเงินติดบัญชี แค่หลักหมื่น ก็หรูแล้ว แต่คุณออกมาสู้เพื่อคนที่โกงภาษี ที่มีเงินเป็นแสนๆล้าน จากที่มันโกงพวกเราไป
4.หลายคน ยังสูบแค่ ยาเส้น บุหรี่แบ่งขาย แต่คุณออกมาสู้เพื่อคนที่โกงภาษี ที่มีเงินให้ลูกๆซื้อยาเสพติด ราคาแพงๆ มาเสพ
และ5.คุณออกมาสู้เพื่อ คนที่มันจาบจ้วงล่วงละเมิด คิดล้มล้างสถาบัน ที่คุณบอกว่า เคารพบูชา เทิดทูล ไว้เหลือหัว
พวกคุณออกมาสู้ คุณใช้ "ความรู้" หรือ "ความรู้สึก" ในการออกมาเรียกร้อง เพื่อ ทักษิณ คุณตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ก่อนนะครับ ออกมาครั้งนี้ ก็มีแต่พวกคุณเท่านั้นแหล่ะ ที่จะเจ็บ จะมีคดี พวกญาติพี่น้อง มันเคยออกมาเดินตากแดดกับคุณๆหรือเปล่าครับ เคยออกมานอนกลางดิน กินกลางทราย เดินทางไป-กลับ ไกลๆเหมือนพวกคุณๆหรือเปล่า มีสักครั้งไหมครับ เคยเห็นบ้างไหม พวกญาติๆมันขึ้นมาหลอกคุณ ปลุกระดมคุณ บนเวที แล้วก็กลับขึ้นรถเบ๊นซ์ รถตู้หรูๆ แอร์เย็นๆ กลับบ้านนอนเตียงนุ่มๆ แต่พวกคุณก็ถูกทิ้งให้อยู่หน้าเวที นั่งกลางแดด กลางฝน นอนกลางถนน กลับ ตจว. ตามยถากรรม
และครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม พอถึงจุดๆหนึ่ง มันก็ทิ้งพวกคุณ ให้เดือดร้อนกันเอง หาทางกลับบ้านเอง หาทางสู้คดีเอาเอง คิดดูน่ะครับ ว่า สงกานต์ปีที่แล้วก็มีตัวอย่างมาแล้ว ขอบคุณครับ
ต้น

ฟฟฟฟ

นายใจอึ้งกิมกี่ก็แค่มาร์กซีสเสเพลบอย........ซ้ายผับ..ซ้ายคอฟฟี่ชอปและไอ้พวกลูกครึ่งพันธุ์ทางที่เนรคุณแผ่นดินพ่อ.....แน่จริงเองไปยกเลิกระบอบกะสัดแผ่นดินอังกิดแผ่นดินแม่เองก่อนสิวะ...ห้วย.....

*ไม่ยอมรับ กับอำนาจ

*ไม่ยอมรับ กับอำนาจ รัฐประหาร
ตุลากาล วิบัติ จัดเลวยิ่ง
ประชาชน มีค่า อย่าทอดทิ้ง
เหล่าคนจริง ร่วมสู้ ชูปวงชน

*หัวใจแดง ทั่วแผ่นดิน ถิ่นสยาม
สร้างคุณงาม ความดี ให้มีผล
ร่วมกันสู้ กู้อธิปไตย ใฝ่มงคล
ประชาชน ร่วมสู้ ชูยุติธรรม

*ระบอบอำมาตยาธิปไตย...คือภัยพาล
ทั้งก้าวร้าว รุกราน สันดานต่ำ
กดขี่ประชาชนผล...ชอกช้ำ
เราผู้ถูกกระทำ...ต้องสู้มัน

*หัวใจแดง แกร่งกล้า มาร่วมสู้
เพื่อเชิดชู ประชาธิปไตย ไม่ไหวหวั่น
สู้เพื่อคน ทุกคน เท่าทียมกัน
สิ่งสร้างสรรค์ การทำมา หากิน

*การต่อสู้ ของพวกเรา ประชาชน
ก้าวไกลพ้น ผลประโยชน์ ท่านทักษิณ
ไกลเกินกว่า เทวดา ครองฟ้าดิน
จะตัดสิน ความถูกผิด ขีดชะตา

*ร่วมกำหนด โชคชะตา ของเราเอง
ไม่หวั่นเกรง ดินฟ้า มากล่าวหา
ไม่หวั่นเกรง อำนาจ อำมาตยา
ไม่เบียดเบียน บีฑา ฆ่าผู้ใด

*ยิ่งข่มขู่ ยิ่งยับยั้ง คนเสื้อแดง
ยิ่งจิตแกร่ง จิตกล้า มากันใหญ่
สู้เพื่อล้ม อำมาตยา มหาภัย
ขู่อย่างไร อย่างไร ก็ไม่กลัว

cicero wrote:Truth Justice,

cicero wrote:
Truth Justice, No longer exist wrote:
cicero wrote:
555 wrote:
cicero wrote:
เมื่อตอนเย็นได้ดูทักษิณพูดในช่องเสื้อแดง งานนี้ทักษิณพูดเองเลย ว่าเงื่อนไขการต่อสู้ของขบวนเสื้อแดงนั้น พ้นเลยเรื่องทักาณไปนานแล้ว แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ประชาธิปไตย!

ดังนั้น นับว่าแนววิเคราะห์ของ อ.ใจ สอดคล้องกับสภาวการณ์และถือว่าใช้ได้และดูดีกว่าเกษียรเยอะ แม้หลายๆอย่างจะขาดน้ำหนักอยู่บ้างก็ตาม

แต่คงต้องขอร่วมวงวิจารณ์เกษียรด้วยคน ว่าในความคิดผมนั้นอันที่จริงแล้ว ผมคิดว่าเกษียรไม่ได้โง่ คิดไม่เป็น หรือมองไม่เห็น อวิชชาบังตา อย่างที่ ใจ สาธยายมายืดยาวหรอกครับ

แต่มันคือความ "ดัดจริต" ทางวิชาการเพียวๆเลย

เกษียรนั้นยังคง "ดัดจริต" ทางวิชาการต่อไป เพียงเขาแต่อาจจะ "แถ" เก่งหน่อย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับ 360 องศา ได้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเสนอในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ระบอบทักษิณ" "ทักษิณกับบุช : ขวาใหม่ฯ" ฯลฯ ซึ่งเมื่อเจอกับรัฐประหาร 19 กันยา ซึ่งเมื่อเจอกับระบอบเจ้า"พ่อ"สีเหลือง สีชมพู งอนของเกษียรที่อุตสาหะทำมามันเป็น Junk ไปเกือบหมดแล้ว ในสายตาของหลายคน (รวมทั้งผม)

แม้แต่ในบทสัมภาณ์ของ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เพื่อนร่วมคณะสิงห์แดงของเกษียร ชิ้นนึงหลัง รปห. ยังบอกเต็มๆเลยว่า "คำว่าระบอบทักษิณ แม่งคือ "ผ๊" ที่นักวิชาการแม่งสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง"

งานของเกษียร ในช่วงก่อนรัฐประหารนั้น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ, พวกเชิดชูชุมชนนิยมโรแมนติค หรือ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่เดินตามเกษียร ในงาน "ถั่วงอกเป็นดอกบัว" หรือ "การเมืองของไพร่" นี่ผมแทบจะเอาไปรองขี้กระต่ายที่ผมเลี้ยงแล้ว

คนพวกนี้ ปัญญาชนพวกนี้ แม่งพลาดหมดเลย พลาดตรงที่ "มองข้าม" สถาบันกษัตริย์ และกองทัพ รวมถึงกลุ่มทุนจารีต ที่ทรงอิทธิพลมาต่อเนื่อง

สรุปง่ายๆก็คือ คนเหล่านี้ไม่ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีเสียก่อน และตั้งหน้าตั้งตาเป็นพวก "เศรษฐกิจกำหนด" กันทั้งนั้น ไม่มีใครมองเห็นพลังในเครือข่ายราชการ และพลังการครอบงำทางวัฒนธรรมของรอยัลลิสต์ไทยเลย

ผมเห็นว่า มีเพียง 3/4 กลุ่ม เท่านั้น ที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งมาแต่แรก คือ อาจารย์สมศักด์, อาจารย์พิชิต และกลุ่มสุวรรณภูมิอภิวัฒน์ ที่เห็นมาแต่แรก

แม้แต่ตัวอาจารย์ใจเอง ก็พลาด เกี่ยวกับจุดยืนและการวิเคราะห์ต่างๆ และถึงกับหลงลมเป็นแนวร่วมพันธมิตรฯเข้าไปเต็มๆเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งดูได้จาก หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มอาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ

...ดังนั้น สำหรับเกษียรแล้ว แกก็แค่ออกอาการ "ดัดจริต" ทางวิชาการเท่านั้นเอง และ"แถ"ไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่าพลาด ซึ่งหลายๆคนที่ท่าทีออกไปในแนว"สองไม่เอา" คนอื่นๆ เช่น นิธิ หรือ พิชญ์ ก็เป็นแบบนี้ แต่ดีกรี ความดัดจริต ก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป

อย่าง อาจารย์ใจ หรือ เก่งกิจ หรือบางกลุ่มบางคน ที่กล้ายอมรับว่าเคยพลาด แล้วหันกลับมา เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ผมถือว่าคุณแน่ก็แล้วกัน

แต่ที่ยังดัดจริตอยู่ เมื่อไหร่จะเลิกดัดจริตเสียที???

คนเรา ถึงจะเคย "ควาย" มาก่อน แต่ถ้ารู้สึกตัว แล้วพยายามลบล้างความควายที่ตัวเองเคยก่อไว้ ...สังคมยังให้อภัย

สงสัยต้องส่งไปเรียนกับ "เสก โลโซ" ซะละมั้ง พวกนี้


ออเหรอพิชิตดี จนเหลียมตอบแทนบอร์ดการบินไทย555555555555555
ส่วนสมศักดิ์หมกหมุ่น ไม่เอาสถาบัน
ขนาดว่าเรืองงานพระราชทานเพลิงศพ เคยโต้มาแล้ว ก็แพ้ราบคาบ
กับเงิน 300 ล้านทีเห่าหอน ว่าสิ่นเปลืองแต่ด้วยความเป็นแต่พวกเรียนมนุษยศาสตร์แต่ขาดอารมณ์
และความต่อเนืองของประวัติศาสตร์และประเพณีเลยบ้าสถาบันทำผิดหมด
แม้แต่เรืองถวายพระเพลิงสมองฝ่อทำงานได้ 1 ส่วน
ทั้งทีทั้วโลกโหยหา รากเหง้าประเพณี สถาบัน เดียวนี้ทุกอย่างในโลกมันเหมือนกันหมดแล้ว
การถวายพระเพลิง ตือการสร้างรายได่เช้าประเทศ
นักท่องเทียวมากมายก็จองทีจะเข้ามาดู..
ก็อย่างว่าจิตใจคับแคบ แต่อ.คณะมนุษยศาสตร์ก็เลยสมองแคบอย่างทีเห็น

เห่าเหี้ยอะไร มาโค๊ดความเห็นกรูด้วยทัศนะควายๆแบบนี้ เสียหายหมด

พิชิตนี่ เหลี่ยมมันจะให้เป็นอะไร ก็เรื่องของมัน แบ๊คกราวน์มันก็ไม่ได้ขี้ไก่นี่หว่าไอ้ห่า จบด๊อกเตอร์เศรษฐศาสตร์จาก Cambridge U

กูดูแล้ว ยังดีกว่า ให้ไอ้เจีก เสี่ยรับเหมา มานั่งพ่อกระทรวงมหาดไทย แล้วโกงบรรลัย อย่างที่พวกอำมาตย์สุดที่รักของมึงทำอยุ่เนี่ย เป็นไหนๆ

ส่วนสมศักดิ์เนี่ย 55555555+ กูว่า ถ้ามึงจะสบประมาทยังไง กูก็ไม่ขัดข้องหรอก เพียงแต่กูเห็นเป็นแค่เสียงลดตด ออกจากรูตูดไอ้เหี้ยเปรม ก็แค่นั้น เพราะมึงไม่ได้มีเครดิตทางวิชาการ หรือ วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่แม่งเป็นประเด็นเลยสักกระผีก

แล้วกูขอร้องเถอะ ขอจริงๆ ไอ้เรื่องประเพณีอะไรของมึงเนี่ย อยากทำ อยากบูชาอะไร มึงก็ทำไป แต่กูมองว่า นี่มันยุควิทยาศาสตร์ ถ้าไมรู้จักใช้กบาลแยกแยะ ก็ไปไกลๆ อย่ามาเกรียนแถวนี้เลยว่ะ ไม่เจริญหูเจริญตากูเลย
รากเหง้าอะไร เชิญมึงตามสบาย จะควายขูดต้นไม้ขอหวย ทรงเจ้าเข้าทรง หรือ เอาดกเต๊กไปเช็ดอะไร ก็เรื่องของมึง จะให้ไอ้เจ๊กบ้าสาดน้ำมนตร์ก็เรื่องของมึงอีกนั่นแหละ กูให้ราคาแม่งเท่ากันหมดแหละ ถ้ามึงจะยึดถือ มันก็สะท้อนความควายของมึงเอง 555+

นักท่องเที่ยวบางคน ส่วนใหญ่ แม่งก็ถ่อมาดูความด้อยพัฒนานี่แหละ มาดูรัฐประหาร โอ้ AMAZING!!!!

เชิญมึงหาแดกกับอะไรปัญญาอ่อนๆต่อไปเถอะ แต่กูมองว่า ประเทศนี้แม่งควรจะเป็น NICS ได้แล้ว กูดูอีหนู Girlly BURRY เต็นกะย๊อกกะแย๊ก ไม่ไปไหนซะที กูอยากให้อีหนูมันไปถึงฝั่งฝันอย่าง WonderGirl บ้าง แล้วดึงเงินเข้าประเทศ มึงเข้าใจไหม แล้วถ้าเศรษฐกิจประเทศนี้ แม่งยังผูกขาดอยู่แต่สายศักดินา กับ เจ๊กขี้ข้า เมื่อไหร่ฝันของรากหญ้าอย่างกูมันจะเป็นจริงล่ะ ไอ้เหี้ย

I like it! You're the man!

Tkank you so much na krab.

นั้นแหละที่ใจอยากจะพูดมานาน มันไม่ไปไหนสักที โป้ไปวันๆ

ซ้ายบนราง

ซ้ายบนราง wrote:
ทักษิณจูงจมูกเสื้อแดงหรือไม่?

ดูง่ายๆว่าเสื้อแดงกี่ % ที่ไม่เข้าใจว่าทักษิณโกง

ร้องไห้เมื่อทักษิณถูกยึดทรัพย์

เชื่อว่าทักษิณถูกรังแก

ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า "คุณซาบซึ้ง" เวอร์ชั่นใหม่เลย

ใจกำลังสู้กับระบบหรือสู้กับบุคคลกันแน่

คิดสิ คิด!


คุณอาจไม่ได้ประโยชน์จากรัฐบาลทักษิณและไม่ได้เสียประโยชน์จารัฐบาลชุดนี้ ก็เลยไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกเรียกว่ารากหญ้า

ครับขอไม่ต่อ

ครับขอไม่ต่อ เรื่องผลงานรบ.ที่ผ่านมาเสียเวลาผม? แต่สรุปง่ายๆว่าผลงานรบ.ทักษิณ เป็นผลงานบริหารที่เห็นได้ชัดเจนสุดกว่าทุกรบ.ที่ผ่านมา?(ถ้าไม่ใช้ทฤษฎีต้มกบกับคนไทยก่อน) แต่เหตุผลส่วนหนึ่งที่เขาใช้เพราะคิดจะออกแบบเกราะเหล็กด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชช.เดิมที่ไปดูถูกว่าตามการเมืองภาคตัวแทนหลายลี้ พวกนี้ยังไงก็ได้แล้วประชานิยมเอาอยู่แล้ว จึงแปรตรงนั้นมาเป็นเกราะเหล็ก หรือเพิ่มเป็นอุณภูมิการครอบงำต้มกบ?

ส่วนหนึ่งเอาไว้เพื่อกันการตีของอีกขั่วอำนาจ(ที่ตอนนี้เขาคุมหมด) มันจึงคือความจำเป็นระดับหนึ่งที่ต้องใช้ทฤษฎีต้มกบไปออกแบบเกหราะเหล็ก แบบนั้น แต่ไปพลาดตรงที่ไปเนรคุณเกราะแก้วความชอบธรรม นั้นล่ะครับกาลอวสาน ?แต่ยังไงผลงานรบ.ทักษิณเทียบกับทุกรบ.ที่มีมาเขาเข้าตาที่สุดครับ? แม้แต่สนธิยังหลุดปากตอนที่ยังจูบปากเขาไม่กัดปากเหมือนตอนนี้ นั้นคือข้อเท็จจริงครับ?

ส่วนมายาที่ถูกสร้างให้เป็นหลุมดำความเกลียดชังอย่างไรเพื่อสนองหรือใช้ไปเป็นเครื่องมือเกมกาสิโนอำนาจสีเทา เรื่องคอรัปฯของรบ.ทักษิณ เนื้อมีทั้งข้อเท็จจริงหรือบลิ้วเพิ่ม ที่หาได้ทุกรบ.? แม้แต่มาร์ค1 คือข้อหาคอรัปฯ มันแค่อาหารเสริมของเงื่อนไขปฎิวัติที่เอามาเป็นข้ออ้างอันดับต้นๆว่าคือเงื่อนไขแบบอาหารหลัก? เพื่อความชอบธรรมในการแทรกตัวเข้ามาของอำนาจนอกปชต. เท่านั้น???

ที่เหยื่อบริสุทธิ์คือตัวประกันอดทนคนไทยกับเกมกาสิโนอำนาจไร้สาระนี้???

ตอนนี้ผมสนใจที่ การส่งสัญญาน สนับสนุนพธม(ไท้เหลืองของใคร???นั้นน่ะ)ที่สื่อเริ่มเหลืองตาม? นั้นสะท้อนว่า เจ้าของ"แมตทริกซ์สยามซู"นั้น ติดใจอำนาจร้อนก้อนยาฝิ่นยาเสพติดทางอำนาจที่พธม.เอาให้แบบถวายโอสถพิษจากพวกสอพลอฯ เพื่อใช้ในการต่างตอบแทนในที่ยืนทางการเมืองของจุดอ่อนปชต.(พธม.และปชป.)

คือเป็นการรักพ่อไม่ถูกทาง? หรือการนำถวายโอสถพิษแบบนั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์เชิงโภชนาการต่อการดำรงอยู่เป็นส่วนหนึ่ง แบบไม่ต้านไม่ขวางไม่จับขังปชต.? นั้นคือการปรับตัวเข้าหาปชต. ไม่ใช่ทิศทางแบบจับปชต.ตุ๋นกบแบบนี้

ที่ตัวซวยของปชต.ภาคปชช.คือพธม.ภาคคตัวแทนคือปชป. ในการเป็นตัวเล่นให้เขาดีเดย์ มุกนกกระจิบในแหนายพราน เพื่อลดกำลังฝ่ายปชต.ให้อ่อนแอ???

ในความรักพ่อไม่ถูกทางแบบนี้ล่ะมันอันตรายต่อปชต.อันตรายต่อพลานามัยในระยะยาวหรือสร้างเงื่อนไขให้กับสถาบันฯรุ่นต่อๆไป เพราะมันจะสร้างเงื่อนไขมหาเงื่อนไขเป็นมหากาพย์เกมอำนาจสีเทาไปเรื่อยๆ เพราะทิศทางแบบนี้คือขวางโลก เอาความใหญ่ที่ตึดยึดในอัตตาแบบนั้นมาออกแบบธรรมชาติของพัฒนาการความต่างแบบขวางโลกขวางธรรมชาติ ตามหลักพึ่งพา ทุกหนึ่งคือในนนั้นสรรพสัตว์สรรพสิ่งเกี่ยวโยงพึ่งพากันไปตามบทบาทหน้าที่ตามปชต แบบ"นิเวสน์ประชาธรรม"(ป่าปกสรรพสัตว์)

ไม่ใช่ใช้อาตมันใหญ่ อาตมึงเล็ก อาตกูน้อย แต่อาตมาของบิณฑบาตร เถิด??? อย่าคิดจะใช้แนวคิดตึดยึดในอัตตาแบบอาตมันใหญ่มาคิดออกแบบปชต.หรืออกแบบธรรมชาติอย่างฝืนธรรมชาติในพัฒนาการความต่างใน"แมตทริกซ์สยามซู"เลยมันขวางโลกขวางธรรมชาติ ขวางปชต.

ถ้าพธม.ปราถนาดีจริง เลิกถวายโอสถพิษ? และปรับทิศทางการปรับตัวเข้าหาปชต. อย่าคิดไปฆาตรกรรมธรรมชาติในความต่างแบบ แนวคิดที่ติดยึดในอาตมันใหญ่ แบบนี้อีกเลยเลย เพราะปลายทางคือความบรรลัยของประเทศชาติ???

Based on pn's

Based on pn's question
____________________________________________________________

pn wrote:

Love thaksin

หากเปรียบประเทศเราเป็นบ้าน ก็เป็นบ้านทรงไทยทำด้วยไม่สัก มีความเหมาะสมกับภูมิอากาศ

ร้อนชื้น ยกพื้นบ้านสูงเพื่อหนีน้ำในฤดูน้ำหลาก หลังคาทรงแหลมสูงเพื่อให้ระบายอากาศร้อนและ

ไม่รับแดดตอนช่วงบ่ายๆจนทำให้ความร้อนแผ่ลงมาภายในบ้านได้มากไป อีกทั้งความลาดชันที่มาก

ทำให้โอกาสที่น้ำฝนจะไหลย้อนจากลมฝนและไหลเข้ามาภายในตัวบ้านได้ คนไทยเรามีชีวิตและ

วัฒนธรรมของเราเอง เราไม่พยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติ แต่เราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

กาลเวลาผ่านไป บ้านหลังนี้ก็เริ่มเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่างก็มีความคิด

ที่แตกต่างกันออกไป บางคนบอกให้รื้อแล้วสร้างใหม่เป็นตึกตามแนวคิดของตะวันตก บางคน

ก็มีความคิดว่าด้วยความสวยงามของไม้สักและตัวบ้านถึงแม้จะเก่าไปบ้างแต่ก็อยากรักษาสภาพนี้ไว้

โดยการซ่อมในส่วนที่เสียหายเสื่อมสลายไป อะไรควรปรับปรุงเพื่อทำให้ผู้อาศัยในบ้านมีความ

สะดวกสะบายมากขึ้นก็ควรทำ แต่ให้คงความเป็นบ้านทรงไทยเอาไว้ แค่ทำความสะอาดให้ดี

บ้านก็น่าอยู่แล้ว

แน่นอนเมื่อบ้านหลังนี้มีเจ้าของหลายคน ก็เกิดความคิดเห็นไม่ตรงกันขึ้น

ส่วนหนึ่งอยากได้ตึกเพื่อความทันสมัยและความสะดวกสบายอีกส่วนหนึ่งอยากให้อนุรักษ์

เอาไว้ให้มากที่สุด เพื่อความหมายทางด้านจิตใจ และความเป็นตัวของตัวเอง

หากเป็นบ้านของคุณเอง คุณจะคิดว่าไงดีครับ

______________________________________________________________

สวัสดีค่ะคุณ pn

ก่อนที่จะให้ตัดสินใจเลือกแบบบ้านนั้น ก็ขอเรียนถามคุณ pn ว่า ...

จะกำหนดให้กฏกติกามารยาทภายในบ้านหรือวิธีการที่จะให้ 'สิทธิ์'ในการเลือกแบบบ้านนั้นเป็นแบบใด

ก. เผด็จการ อำนาจการตัดสินใจทุกอย่างตกไปอยู่ที่เจ้าคุณปู่เท่านั้น ลูกกระจ๊อกไม่มีสิทธิ์ออกเสียง

ข. อิสระเสรี ให้สิทธิ์เท่าเทียมกันในการเลือก ไม่ว่าจะเป็นคนรับใช้ คนสวน คนขับรถ ทนายประจำตระกูล หรือผู้จัดการมรดก

ค.เผด็จการซ่อนรูป ทุกคนก็มีอิสระในการเลือกเช่นกันถ้าเลือกได้ตามใจของฉัน
แต่ถ้าไม่ อย่าว่าแต่แบบบ้านที่จะได้มีสิทธิ์เลือกเลย แม้แต่ที่ซุกหัวนอนแกก็จะไม่มี

ซึ่งดูเหมือนว่าการเลือกแบบบ้านที่คุณถามนี้
มันจะเป็นประเด็นถัดไปจากวิธีการที่จะให้ ''สิทธิ์''ในการเลือกแบบบ้านมากกว่า

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่จะอยู่ในบ้านแบบใดหรือต้องการบ้านแบบใด
แต่ประเด็นมันอยู่ที่จะต้องให้สมาชิกทุกคนภายในบ้านเข้าใจกฏกติกามารยาทภายในบ้านก่อนว่า
วิธีการที่จะให้ ''สิทธิ์''ในการเลือกแบบบ้านของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร

เพราะถ้าเมื่อแจ้งให้ผู้เป็นสมาชิกภายในบ้านทุกคนรู้ว่า
นี่นะภายในบ้านของเราตอนนี้เลือกใช้กฏกติกาแบบนี้อยู่นะ
เพื่อที่สมาชิกทุกคนภายในบ้านจะได้รู้ว่า
เขา เธอ และมัน จะมีสิทธิ์แค่ไหนในการออกเสียงเลือกแบบบ้านตามที่ตัวเองต้องการ

ถ้าคำตอบเป็นข้อ ก ก็บอกมา
เพราะพวกที่เป็นพวกขี้ข้า ไพร่ สถุล ก็จะได้รู้ว่าถ้าอิงตามสถานะของตนภายในบ้านแล้วนั้น
ตนเองนั้นไม่มีสิทธิ์ในการเลือกแบบบ้านเลยจริงๆ

หรือถ้าคำตอบเป็นข้อ ข.
บอกว่าทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียงเท่าเทียมกันนะ
ใครจะรักแบบบ้านทรงไหน สไตล์อะไร จะเอาแบบไหน เชิญใช้สิทธิ์เลือกได้ตามสบาย
เราจะเลือกและยอมรับแบบของมติที่มีเสียงข้างมากและถือว่าเป็นเอกฉันท์
ไม่ป่วน ไม่กระจองอแง ถ้าแบบที่ตัวเองชอบนั้นไม่ได้ถูกเลือกตามเสียงส่วนใหญ่
ขั้นต่อไปคือทุกคนต้องสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันสร้างบ้านอย่างแข็งขัน
ไม่อิจฉาริษยาว่าบ้านหลังนั้นไม่ใช่ความคิดของตัวเอง ไม่เอาฉันไม่ช่วย
ความคิดของใครใครก็สร้างสิ
เพราะฉันถนัดแต่ทาสีป้ายสีเท่านั้น

หรือจะเป็นเผด็จการซ่อนรูปก็บอกมาให้ชัดเจน

ซึ่งก่อนจะเลือกแบบบ้านนั้น
ควรจะให้มันเคลียร์ก่อนว่าวิธีการที่จะให้ ''สิทธิ์'' สมาชิกภายในบ้านเลือกแบบบ้านนั้น
จะเป็นข้อใด ก? ข? หรือ ค?

เพราะถ้าทุกคนเคลียร์และเข้าใจว่าวิธีการที่จะให้ ''สิทธิ์''ในการเลือกแบบบ้านเป็นแบบใดแล้ว
ส่วนที่จะเลือกสร้างเป็นบ้านแบบใดนั้น มันคงจะไม่มีปัญหา

การแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยและรักษาไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม
ไม่มีใครไม่อยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
และแม้ว่าทุกคนจะมีความต่างในการนับถือศาสนาและมุมมองในการเมือง

แต่สิ่งหนึงที่คนไทยทุกคนปฏิเสธไม่ได้คือ
คนไทยทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกันทุกคน
อย่าผูกขาดความจงรักภักดีไว้ฝ่ายเดียว
และอย่ามองว่าเพียงเพราะสีแดงมีความเห็นต่างทางการเมืองกับพวกคุณ
แล้วก็จะกล่าวหาได้ว่าพวกเขากลายเป็นคนทรยศชาติทรยศแผ่นดินไป
มันไม่ใช่
มันคนละประเด็น

และจากโจทย์คำถามของคุณนั้น จะขอถามเรียนคุณ pn ต่อด้วยค่ะว่า .....

1. กฏกติกาภายในบ้านของเราเป็นแบบ.ใดที่จะให้''สิทธิ์'' สมาชิกภายในบ้านของเรา เลือกแบบบ้านที่พวกเขาต้องการ

2. ถ้าในโจทย์ที่คุณถามมา แบบบ้านของคุณถูกมองว่าเป็นคำศัพท์เฉพาะ ถ้าอย่างนั้น...
2.1 บ้านทรงไทยของคุณหมายถึงอะไร
2.2 ตึกใหม่สูงที่ทันสมัยหมายถึงอะไร
2.3 คุณต้องการที่จะสื่อหรือบอกเล่าอะไร

หวังว่าคุณ pn คงจะอนุเคราะห์ตอบคำถามของคนโง่คนนี้ให้เกิดมีปัญญากับเขาขึ้นมาบ้างนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ^___^

qfApVCg rZqNUz

qfApVCg rZqNUz

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน