ใบตองแห้งออนไลน์: อภิสิทธิ์ ขวัญใจจริตนิยม

 
 
โพละ! เผละ! ขี้! ขี้มาแล้วคร้าบ ขี้มาแล้วโว้ย เละเทะเหม็นคลุ้งไปทั้งบ้านนายกฯรูปหล่อ นักเรียนอังกฤษ ลูกผู้ดีมีชาติตระกูล เด็กชายกะทิผู้มีความสุข มีเมียสวย ลูกน่ารัก ประสบความสำเร็จตามความใฝ่ฝันในวัยเยาว์
 
สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นขี้ชนชั้นล่าง ผู้ใช้แรงงาน คนอีสาน ไม่มีดั้ง ไม่มีการศึกษา ไม่มีอนาคต เพราะผสมปลาร้าด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าใส่ปูหรือเปล่า)
 
แหม มันเป็นอะไรที่ contrast สะใจ!
 
ไม่ใช่สะใจเพราะเกลียดอภิสิทธิ์ ผมเห็นใจอภิสิทธิ์กับลูกเมีย แต่สะใจเพราะมันสะท้อนภาพ contrast ของสังคมไทย ที่อวดอ้างศีลธรรมอันดีงาม อยู่บนความเป็นจริงที่ดิบ เถื่อน ถ่อย อย่างจริตจะก้านมารยา
 
ฝรั่งเขาเรียกว่า fake ไทยๆ เรียกว่าตอแหล เหมือนภาพที่นายกฯ รูปหล่อกอดกับนักการเมืองผู้ถูกสาปแช่งทั่วสารทิศนั่นแหละ คุณว่าใครของจริง ใครของปลอม ของสังคมไทย
 
บอกก่อนว่าโดยตัวบุคคลผม “ชื่นชม” (ขออนุญาตใช้คำนี้อีกที-ฮา) อภิสิทธิ์ แม้จะเกลียด ปชป. เคยหวังว่าอภิสิทธิ์จะสลัดหลุดจากวัฒนธรรม ปชป. แต่ก็ผิดหวัง ยิ่งมาแปลงร่างเป็นมาร์ค ม.7 ได้เป็นนายกฯ เพราะคนอื่นปล้นอำนาจมาให้ ยิ่งหมดศรัทธา อภิสิทธิ์กลายเป็น “นักการเมือง” ที่ “เล่นการเมือง” ลืมไปแล้วที่ตัวเองเคยวิจารณ์นายชวนในกรณี สปก.4-01 ว่าไม่ยุบสภาทิ้งโอกาสเป็นรัฐบุรุษ
 
แต่เอาเถอะ ถ้ามองว่าใครๆ ก็ “เล่นการเมือง” ในสังคมเส็งเคร็งนี้ ผมก็ยังชอบอภิสิทธิ์ “ในความเป็นตัวบุคคล” มากกว่าผู้นำทางการเมืองคนอื่นๆ อยู่ดี อภิสิทธิ์เป็นคน nice อัธยาศัยดีงาม เป็น “เด็กดี” ของผู้หลักผู้ใหญ่ ได้รับการอบรมบ่มเพาะมาจากชาติตระกูลดี อันนี้เรื่องจริงเพราะดีไปโม้ดทั้งพ่อแม่ลูกเมีย
 
เพียงแต่วันนี้มันเป็นเรื่องของ “ระบอบ” ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล สมมตินะ สมมติ เราเป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างอังกฤษ อเมริกา อภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หรือลงสมัครประธานาธิบดี อภิสิทธิ์ก็เป็น “โอบามาร์ค” ที่ผมจะเลือกเป็นอันดับแรกด้วยความยินดี
 
แต่ไม่ใช่เป็นนายกฯ จากค่ายทหาร “เทพประทาน” อาศัยการลัดวงจรขึ้นมาแบบนี้
 
พอมาในระบอบนี้ อภิสิทธิ์จึงเป็นเหมือนภาพลวงตา ถูกนำมาตกแต่ง เสแสร้ง ปะหน้า หรือบุปผาปักบนมูลโค ใครก้มลงไปดอมดมปากก็จะติด “ขี้” มาด้วย
 
ความเป็นอภิสิทธิ์ ทำให้เขาเป็น idol ของคนชั้นกลาง ผู้ดี และเซเลบส์ ในวัฒนธรรมป๊อปทางการเมือง ไม่ต่างจากโอบามา (โฆษกธิปไตยกับโพเดียมธิปไตย) ใจซื่อ มือสะอาด ชาติตระกูลดี การศึกษาสูง พูดเก่ง พูดเพราะ ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน รับฟังกระแสสังคม แล้วก็ (ดูเหมือน) มีหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือคนจน เอาใจคนแก่ รักสิ่งแวดล้อม ต่อต้านโลกร้อน ฯลฯ โอ้ สมบูรณ์แบบ แถมเข้าสมัยนิยม ฟังเพลงกรีนเดย์ โอเอซิส เป็นแฟนบอลอังกฤษ รักเดียวใจเดียวกับนิวคาสเซิล
 
แต่ความที่มาโดยระบอบอำมาตย์อุ้มสม สืบทอดอำนาจรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ มันจึงหัวมงกุฎท้ายมังกือ กลายเป็นสองมาตรฐาน อยู่ในทุกคำพูดและการกระทำของอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อรวมเข้ากับการเล่นการเมืองตามวัฒนธรรม ปชป.
 
อภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่คนชั้นกลางเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมเหมือนในอังกฤษหรืออเมริกา แต่อภิสิทธิ์อยู่ในระบอบครึ่งใบที่ประชาธิปไตยของคนชั้นกลางเป็นแค่ภาพลวงตา ลอยอยู่บนโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรม เบื้องหลังคืออำนาจแฝงและผลประโยชน์แฝงของชนชั้นนำ ที่เอาเปรียบคนจนคนชั้นล่าง
 
สังคมไทยเติบโตขึ้นมาโดยเมืองเอาเปรียบชนบท ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมบริการขยายตัวบนฐานของแรงงานราคาถูกและความล่มสลายในภาคเกษตร คนชั้นกลางคนกรุงเทพฯ ทวีปริมาณขึ้นตามความเติบโตทางเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่เกิดในหมู่บ้านจัดสรร  เรียนจบ มีงานทำ มีรายได้ดี มีบ้านมีรถ ก็เพ้อฝันถึงประชาธิปไตยที่สะอาดหมดจด ผู้นำโปร่งใส การเลือกตั้งไม่ซื้อสิทธิขายเสียง แล้วหันไปโทษคนชนบทว่าโง่ จน เครียด กินเหล้า เลือกนักการเมืองกเฬวรากเข้ามา โดยไม่มองปัญหาโครงสร้างความไม่เป็นธรรมที่ฝังรากลึกมานาน พอแพ้นักการเมืองกเฬวราก ก็หันไปพึ่งเผด็จการ อำมาตย์ ซึ่งมีแต่จะทำให้กติกาการจัดสรรผลประโยชน์ในสังคมไม่เป็นธรรมยิ่งขึ้น
 
ประชาธิปไตยในทัศนะของผู้ดี เซเลบส์ และชนชั้นกลางไทย จึงเป็นอะไรที่ fake เป็นภาพลวงตา อยู่ได้ด้วยการหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง อย่างที่มีอภิสิทธิ์เป็นขวัญใจอยู่นี่แหละ
 
เพื่อนนักวิชาการบางคนเขาเรียกว่า “ประชาธิปไตยจริตนิยม” ขอจิ๊กเอามาใช้หน่อย เพราะตรงความหมายมากกว่า “ประชาธิปไตยสฤษฎก” หรือ “ประชาธิปไตยอ้อล้อ”
 
ประชาธิปไตยจริตนิยมแกล้งทำเป็นหน่อมแน้ม มองภาพด้านหนึ่งแต่ปฏิเสธอีกด้านหนึ่ง เช่น ชื่นชอบกฎเหล็ก 9 ข้อของอภิสิทธิ์ ทั้งที่ความจริง คน ปชป.ที่มีปัญหาต้องออกจากตำแหน่งตามกฎเหล็ก 9 ข้อ ล้วนเป็นคนใกล้ชิดอภิสิทธิ์ ทั้งกอร์ปศักดิ์ วิทยา กระทั่งแม่เลี้ยงติ๊ก
 
อภิสิทธิ์อ่อนน้อมถ่อมตน คนกรุงเทพฯชอบ ในขณะที่ไม่ชอบไอ้เทือก มีปัญหาอะไรใน ปชป. โยนให้ไอ้เทือกไว้ก่อน ไม่ต่างจากยุคชวนกับเสธหนั่น ไม่ได้มองความจริงว่านี่คือเอกภาพของด้านตรงข้าม ไม่มีเสธชวนก็ไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่มีชวน เสธก็ไร้ความหมาย
 
คุณไม่มีทางแยกขาวดำออกจากกันในระบบการเมืองไทยที่เป็นจริง เหมือนอภิสิทธิ์พูดเพราะแต่ทำไมต้องมีโฆษกประจำตัวอย่างเทพไท ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ต่างกับจตุพร พูดอะไรต้องหารสองหารสามทั้งคู่ แต่คุณเลือกที่จะปิดหูข้างหนึ่งเปิดหูข้างหนึ่ง
 
อภิสิทธิ์ให้ความหวังถึงการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปสังคม ให้ทุกคนเคารพกติกา สร้างสรรค์ประชาธิปไตย ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่รับฟังเสียงประชาชน ถามว่าจริงใจหรือไม่ อาจไม่เสแสร้งก็ได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นจริงได้ต่อเมื่ออภิสิทธิ์ชนะการเลือกตั้งมาด้วยตัวเองเหมือนโอบามา ไม่มีทางเป็นจริงได้เมื่อคุณขึ้นมาสู่อำนาจแบบนี้ ยิ่งพูดก็ยิ่ง fake และยิ่งสองมาตรฐาน
 
เห็นโอบามาแถลงครบรอบปีไหมครับ วิจารณ์ผู้พิพากษา ตำหนินายพล นั่นแหละระบอบที่เคารพคนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนว่ามีอำนาจสูงสุด
 
แต่อภิสิทธิ์จะให้คนยอมรับได้อย่างไรกับการก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม จะให้ประชาชนที่รู้สึกว่าเขาถูกปล้นยอมแพ้ยอมเริ่มต้นใหม่ ในเมื่อความอยุติธรรมยังเดินหน้าตำตาอยู่ทุกวันภายใต้คำพูดสวยหรู หรือต่อให้เป็นความตั้งใจจริงที่สวยหรู
 
ดูเรื่องแก้รัฐธรรมนูญล่าสุดก็ได้ อภิสิทธิ์พูดอะไรถูกใจคนกรุงไปหมด เช่น ออกมาประกาศก้องว่า “ยอมเป็นฝ่ายค้าน” ไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งจากพวงใหญ่เป็นเขตเดียวคนเดียว โอเค ผมรู้ว่าอภิสิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับวันแมนวันโหวต เพราะเคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่สมัยร่างรัฐธรรมนูญ แต่ถามว่ามันเป็นประเด็นสำคัญคอขาดบาดตายจนถึงขั้นยอมเป็นฝ่ายค้านเชียวหรือ หลักกงหลักการอะไร มาร์ค ม.7 ก็กลืนมามากแล้ว เพื่อแลกกับการได้เป็นนายกฯ แค่เลือกตั้งเขตเดียวคนเดียวเนี่ยนะ จะยอมเป็นฝ่ายค้าน เว่อร์หรือเปล่า (สฤษฎกหรือเปล่า)
 
แล้วอภิสิทธิ์ก็มาพูดอีกทีบอกว่าเขตเล็กเขตใหญ่ไม่มีผลต่อการเลือกตั้งเท่าไหร่ อ้าว แล้วทำไมไม่แก้ล่ะ เพราะแก้แล้วทำให้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย เพื่อแผ่นดิน เจาะยางพรรคเพื่อไทยได้ในภาคเหนือและอีสาน (เจาะวิธีไหนไม่ทราบ แต่ถ้าเชื่อนายชวน ทั่นบอกว่าเขตเดียวคนเดียวพวกโคตรโกง โกงทั้งโคตร ซื้อเสียงได้ง่ายกว่า)
 
แล้วอภิสิทธิ์จะทำ “แมน” ไปเพื่ออะไร เพราะเชื่ออย่างจริงใจว่าจะทำให้ซื้อเสียงมากขึ้นหรือ ใช่หรือไม่ว่าเพราะฝ่ายอำมาตย์กลัวจะนำไปสู่การแก้มากกว่า 2 ประเด็น กลัวว่าพอมีรูรั่วแล้วน้ำจะทะลักจนเขื่อนพัง เพราะ “รัฐธรรมนูญเฮงซวย” ฉบับนี้มีปัญหาเต็มไปหมด นุ่งผ้ารุงรัง แก้ให้หมดแล้วเพนท์ใหม่แบบลูกเกดก็ยังได้ ฝ่ายอำมาตย์ (และพันธมิตรผู้หันก้นให้อำมาตย์) จึงพยายามปกป้องเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
 
แต่กระแสสังคม หรือกระแสชาวกรุงคนชั้นกลางที่สร้างและกระพือโดยสื่อ ก็เชียร์อภิสิทธิ์ตามเคย ไม่ได้เชียร์เพราะเห็นว่าพวงใหญ่ดีกว่าวันแมนวันโหวต แต่เพราะนี่เป็นอภิสิทธิ์ นั่นมันนักการเมืองกเฬราก โดยไม่มองความจริงว่าอภิสิทธิ์ก็ขึ้นมาได้เพราะพวกนี้ เหมือนชวนกับงูเห่า สาวๆ ยอมปิดตาข้างหนึ่งแล้วกรี๊ดดด...
 
อภิสิทธิ์ยังพูดได้ไม่หยุด บอกว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยบางเรื่อง เช่น สว.ไม่มาจากการเลือกตั้ง ตีความได้ว่าถ้าไม่มีคำนูณ สิทธิสมาน, สมชาย แสวงการ, ไพบูลย์ นิติตะวัน กับพวก แผ่นดินนี้จะมีความเป็นประชาธิปไตยสูงขึ้น แต่พูดทำไมละครับ เพราะพูดแล้วไม่เคยคิดจะแก้ และความจริงแล้วก็กลไกอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ ที่อุ้มสมค้ำชูอภิสิทธิ์
 
อภิสิทธิ์อาจไม่เสแสร้ง เพราะเคยให้สัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่ในทางปฏิบัติมันก็ fake อีกนั่นแหละ
 
ผมไม่ได้บอกว่าประชาธิปไตยในฝันของคนชั้นกลาง ผู้ดี เซเลบส์ ผิดไปเสียหมด แต่เพราะไม่มองพื้นฐานความเป็นจริง มันจึงจริตนิยม เสแสร้ง ไม่ต่างจากศีลธรรมจริตนิยม ที่ผู้มีศีลธรรมจรรยาแซ่ซ้องสดุดีการยกเลิกหวยออนไลน์ หวยบนดิน เป็นเสียงเดียวกันกับเจ้ามือหวยใต้ดิน ยี่ปั๊วกองสลาก ไม่มองความเป็นจริงและไม่คิดหาวิธีการแก้ไขที่อยู่บนพื้นฐานความจริง อ้างแต่ความชั่วดีมาปิดปากคนคัดค้าน
 
ประชาธิปไตยจริตนิยมยึดเอาภาพลักษณ์และกระแส (อารมณ์) สังคมเป็นสำคัญ เอาเข้าจริงไม่ได้มีหลักการ เหมือนไล่สุจินดา นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่พอได้อานันท์ ทุกคนไชโยโห่ร้อง โอเค บางครั้งมันก็ดี เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ แต่บางครั้งมันก็เลอะ
 
คนกรุงเทพฯ ว่าคนชนบทขายเสียง เลือกคนเลว แต่คนกรุงเทพฯ เลือกผู้ว่า กทม. 3 คนหลัง ไปจบที่ ปปช.ทั้ง 3 คน คนกรุงเทพฯ ชอบพิจิตตล้วงท่อ ออหมักฝนตกน้ำท่วมนอนอยู่บ้านเฉย บอกว่าบริหารสั่งการไปแล้วทำไมจะต้องออกไปล้วงท่อ ด้านหนึ่งก็จริงของมัน แต่คนต้องการภาพที่นักการเมืองเอาใจใส่ห่วงใย มาถึงอภิรักษ์ หล่อเพียบ ภาพเพียบ จัดงาน event เพียบ อะไรใครเขาว่าดีทำหมด แต่นึกไม่ออกว่าทำอะไรที่สำคัญ รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ทำเลนรถจักรยาน คนกรุงก็ชอบ ทั้งที่เอาเข้าจริงมีซักกี่คนขี่จักรยาน กลายเป็นเสียพื้นผิวจราจรไปเปล่าๆ แต่รื้อทิ้งไม่ได้นะ รื้อแล้วโดนด่า เป็นเรื่อง (เหมือนรณรงค์ประหยัดน้ำมัน ขับ 80 ขึ้นทางด่วน แต่ขับรถโฟร์วีลไดรฟ์)
 
ประชาธิปไตยจริตนิยมชอบการปรุงแต่งด้วยเครื่องทรงมากกว่าเนื้อหา ฝันจะให้การเมืองบริสุทธิ์ สวยงาม ได้คนภาพดีภาพหล่อ ทั้งที่การเมืองคือเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์ ประชาธิปไตยทุนนิยมคือเอาการต่อรองผลประโยชน์ขึ้นมาเปิดเผยบนโต๊ะ อเมริกามันถึงเปิดให้มีล็อบบี้ยิสต์อย่างชัดเจน ไม่กระมิดกระเมี้ยน รับเงินบริจาคหาเสียงแล้วต้องเปิดเผย รู้กันว่าคุณเป็นตัวแทนกลุ่มทุนกลุ่มไหน ไม่ใช่รับไปแล้วยังอ้อล้ออ้อฉิ้ง บอกผมไม่มีผลประโยชน์
 
ประชาธิปไตยจริตนิยมไปคาดคั้นเอาเป็นเอาตายกับการเลือกตั้ง มากกว่าการพัฒนาการเมือง มองแต่เรื่องจุกจิก เช่นห้ามฉีกบัตร (ยกเว้นจารย์ผมยาว) ห้ามขายเหล้า (เรื่องตลกคือเลือกตั้งจริงห้ามขายเหล้า 1 วัน เลือกตั้งล่วงหน้าห้าม 2 วัน เลือกตั้งซ่อมเมืองนนท์ห้ามขายเหล้าเฉพาะพื้นที่ ข้ามจากเดอะมอลล์มาพงษ์เพชร ตั้งโต๊ะกันครึกครื้น)
 
สุดท้ายก็ไปตั้ง กกต.เป็นมหาดไทย 2 สิบปีที่ผ่านมาเสียงบประมาณเป็นแสนล้านกับการมีองค์กรอิสระใหญ่โตยิ่งกว่าหลายกระทรวง และจัดเลือกตั้งใหม่ซ้ำซาก โดยที่แทบไม่มีผลให้นักการเมืองมีคุณภาพขึ้น (ยุบพรรคตัดสิทธิจนได้นักการเมืองที่แย่ลงด้วยซ้ำ)
 
หลังการต่อสู้เมื่อ 14 ตุลาและพฤษภา 35 คนชั้นกลางพึงพอใจกับอำนาจที่ได้มา คนชั้นกลางมีสิทธิมีเสียง ไม่พอใจอะไรก็สะท้อนออกทางสื่อกระแสหลัก รถติดก็โทรบอกไอ้หัวเถิก (จส.100) คนชั้นกลางไม่เห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง เพราะมีฐานะมีช่องทางทำมาหากิน ไปเลือกตั้งก็เหมือนโหวต AF หรือ The Star (ส่วนใหญ่ถึงไม่ไปเลือก) แต่ประชาธิปไตยของคนชั้นล่างเพิ่งจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง หลังจากยุค “ประชานิยม” ของทักษิณ นั่นคือชาวบ้านเรียนรู้ว่าการเลือกตั้งเป็นหนทางที่พวกเขาสามารถใช้ต่อรองเพื่ออำนาจและทรัพยากร เพียงแต่ที่ผ่านมานักการเมืองกเฬวรากที่เป็นตัวแทนนายหน้าของพวกเขามันหักค่านายหน้าสูงเกินไป ชาวบ้านจะต้องเรียนรู้และควบคุม
 
ผมเชื่อว่าประเทศไทยมาถึงจุดเปลี่ยน ที่ประชาธิปไตยจริตนิยม กำลังจะพ่ายแพ้ต่อ “ประชาธิปไตยกินได้” ทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยที่ว่าคนชนบทเลือกรัฐบาล คนกรุงไล่รัฐบาล ก็เปลี่ยนไปแล้ว เพราะวันนี้คนชนบทก็ไล่รัฐบาลที่คนกรุงกับอำมาตย์ตั้ง
 
การ “ปาขี้” ใส่บ้านนายกฯ รูปหล่อ ขวัญใจจริตนิยม มองในเชิงสัญลักษณ์ จึงเป็นการทักทายของประชาธิปไตยคนชั้นล่างที่ “ปาขี้” ใส่หน้าประชาธิปไตยจริตนิยมของคนชั้นกลาง อย่างเต็มๆ “พวกข้ามาแล้วโว้ย” ตื่นขึ้นแล้ว ลุกขึ้นมาแล้ว ใครจะว่าหยาบ ถ่อย แต่เอาจริง ไม่มีจริต
 
หลายปีก่อน ผมนั่งรถมินิบัส บรรยายให้ดรามาหน่อย ก็หยาบ ถ่อย ขับซิ่งปาดซ้ายป่ายขวา กระเป๋าโหนตัวออกมาเขย่ากระบอกตั๋วเกรียวกราว รถติดอยู่ปากซอยกำลังจะออกตัว เจอรถเบนซ์โผล่หัวมาแซะ คนขับมันก็เร่งเครื่องใส่แล้วตะโกนว่า “หดหัวไปนะโว้ย! ผู้ดี ไม่งั้นกูบี้หัวมึงเละแน่” เบนซ์ไม่กล้า มินิบัสพุ่งออกมา คนขับกะกระเป๋ามันหัวร่อกันครึกครื้นเคี้ยกค้าก
 
แหมมันสะใจ “หดหัวไปนะโว้ย! ผู้ดี”
 
                                                          ใบตองแห้ง
                                                         3 กุมภาพันธ์ 2553
 
 
 

ผมอ่านบทความคุณแล้ว

ผมอ่านบทความคุณแล้ว คุณใบตองแห้ง ผมนึกขำ คุณนั้น เปรียบเหมือน สาวรุ่น " แรกเยิ้ม " ที่นั่งคอยเพ้อหาละเมอถึงทักษิณ ผมอ่านทางคุณออกก็แล้วกัน ขอแนะนำ " สากกระเบือ " ดีกว่าครับ จะได้ไม่นั่งอมยิ้มจน "เยิ้ม" คอยทักษิณอยู่คนเดียว

ข่าวการปฏิวัติไม่ใช่ข่าวโคมลอ

ข่าวการปฏิวัติไม่ใช่ข่าวโคมลอย

โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช 31 มกราคม 2553 14:58 น.

หมู่นี้มีข่าวการปฏิวัติหนาหู ผมถามผู้สันทัดการวิเคราะห์การเมืองไทยอาวุโสท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้เป็นบุคคลที่มีคนไปหาขอความเห็นทางการเมืองเกือบทุกฝ่าย

ท่านบอกว่าเป็นความจริง และความคิดเรื่องการทำปฏิวัติรัฐประหารนี้ มีแหล่งที่มา 4 ทางด้วยกันคือ

1. ฝ่ายทหารแก่ไม่เคยตาย ซึ่งมีความไม่พอใจผู้คุมกำลังทหารในปัจจุบันว่ามักนิ่งเฉย ไม่ช่วยจัดการกับการที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตน แหล่งนี้เป็นที่มาของการที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ถูกกล่าวหาว่าไปวางแผนจะปฏิวัติ

2. ฝ่ายคุมกำลังในปัจจุบัน และผู้ซึ่งเคยคุมกำลังแต่เวลานี้มาเป็นนักการเมือง สาเหตุหลักคือการเกรงว่าจะถูกสาวลึกไปถึงการเกี่ยวข้องกับการสั่งฆ่า สนธิ ลิ้มทองกุล

3. ฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามรวบรวมผู้คุมกำลังในกองทัพ

4. ฝ่ายทหารหนุ่มผู้คุมกำลัง และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กลุ่มนี้มีอุดมคติและมีการปรึกษากันเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองอย่างเปิดเผย ผ่านเว็บไซต์ก่อนจะมีการปฏิวัติรัฐประหารทุกคนั้ง จะมีการปฏิเสธจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่เสมอว่า ไม่มีแน่ๆ ไม่เป็นความจริง แต่ก็มีทุกครั้งไป

ขณะนี้ความแตกแยกขัดแย้งในหมู่ทหารเรื่องจะแสดงออกมาให้เห็นชัดเจนขึ้น สถาบันทหารเป็นสถาบันที่ควรมีความเป็นปึกแผ่นมากที่สุด แต่เวลานี้ก็คลอนแคลน ที่สำคัญก็คือเริ่มมีการท้าทายอำนาจอย่างไม่เกรงกลัว ถึงกับมีการยิงถล่มห้องผู้บัญชาการทหารบก แถมยังมีการขู่ว่าจะบุกไปชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกอีกด้วย

ความขัดแย้งในหมู่ทหารนี้ไม่ใช่จะไม่เคยเกิดขึ้นเลย แต่ก็เป็นในหมู่ทหารด้วยกันเอง แต่ในปัจจุบันลามไปถึงกลุ่มประชาชนแล้ว

นับตั้งแต่ฝ่ายพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีวิจารณ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อย่างรุนแรง จากนั้นตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกที่เคยมีศักดิ์ศรีมีคนเกรงกลัว นับหน้าถือตา ก็หมดความศักดิ์สิทธิ์ไป

สมัยก่อนการทำรัฐประหารเป็นวิธีการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองวิธีหนึ่ง แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป นานาประเทศไม่ยอมรับรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ ทหารก็มีข้อจำกัดมากขึ้น และผู้นำเหล่าทัพก็ต้องมีความอดทนอดกลั้นสูง

การตอบโต้ของนายทหารคุมกำลังต่อการเคลื่อนไหวของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เป็นเรื่องที่ส่อให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการรัฐประหารมากขึ้น นายทหารระดับผู้บังคับกองพัน และผู้บังคับการกรม มีความรู้สึกร่วมกันว่า การกระทำของ พล.ต.ขัตติยะ ไม่ได้มีผลเฉพาะตัว พล.อ.อนุพงษ์ หากกระทบถึงเกียรติภูมิของกองทัพด้วยการเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงเป็นขั้นแรกของแรงขับดันที่ทำให้ทหารมีความรู้สึกร่วมกันว่าจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อจัดการกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ท้าทายกองทัพ

การเมืองไทยระยะนี้ จึงมีความเข้มข้นขึ้น เพราะนอกจากคดีความของทักษิณแล้ว พรรคการเมืองก็กำลังมีปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นแตกต่างไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นเหตุผลที่ดีที่พรรคร่วมรัฐบาลจะหาเหตุผละออกจากการร่วมรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมด้วย แต่ก็ยังเดินหน้าต่อ ดังนั้นเป็นไปได้ว่ามีการเคลื่อนไหวที่จะเปลี่ยนขั้ว และนี่ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้อภิสิทธิ์ ต้องยุบสภาในที่สุด

หากมีการยุบสภา พรรคเพื่อไทยคงจะมีเสียงมากพอสมควร แต่ก็จะมีพรรคการเมืองใหม่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ผู้อยู่ในวงการต่างเกรงว่าแม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ การเมืองไทยก็ยังจะเหมือนเดิม และคุณภาพของรัฐบาลก็จะลดลง ทำให้แก้ปัญหาสำคัญของชาติไม่ได้ และทำให้ประเทศเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ จึงมีการคิดกันว่าน่าจะนำระบอบกึ่งประชาธิปไตยกลับมาใช้อีก คือให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างทหาร-ข้าราชการ นักธุรกิจกับนักการเมืองแบบสมัยพล.อ.เปรม แต่ระบอบนี้เป็นไปได้ยาก เว้นแต่จะมีการปฏิวัติเท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ การปฏิวัติจึงเกิดขึ้นได้ เพราะนอกจากจะเป็นการเปลี่ยนกติกาแล้ว ก็ยังจะเปิดโอกาสให้กองทัพมีการปรับตัวใหม่ และมีผู้นำคนใหม่ที่มีบุคลิกภาพเป็นผู้นำยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สถานการณ์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่จะเปิดโอกาสให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น และการเกิดความรุนแรงเท่านั้นที่จะช่วยให้ทักษิณสามารถสอดแทรกเข้ามาแก้ไขปัญหาส่วนตัวของเขาได้

น่าเป็นห่วงมากๆ สำหรับปีเสือปีนี้

โปรดทราบ

โปรดทราบ ความเห็นต่อไปนี้ไม่เหมาะกับเยาวชน และคนที่แยกความจริงออกจาก(ดัด)จริตไม่เป็น

โธ ไอ้(หรือ อี)โสเภณี(แก่ๆ)ขายวิญญาณ(ทางวิชาการ) ถึงขนาดแถเหงือกแถลิ้น ปลิ้นสมอง เค้นเอาตรรกะระยำออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนปลายสุด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร

วันนี้ขอบอกสั้นๆว่า(นอกจากกูไม่กลัวมึงแล้ว) กูเกลียดมึงอิ๋บอ๋ายเลยหว่ะ

นี่ถ้าพรุ่งนี้ประเวศ ออกมาเชียร์รัฐประหารมั่ง มีหวัง............... โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง................โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...............

โปรดทราบ

โปรดทราบ ความเห็นต่อไปนี้ไม่เหมาะกับเยาวชน และคนที่แยกความจริงออกจาก(ดัด)จริตไม่เป็น

โธ ไอ้(หรือ อี)โสเภณี(แก่ๆ)ขายวิญญาณ(ทางวิชาการ) ถึงขนาดแถเหงือกแถลิ้น ปลิ้นสมอง เค้นเอาตรรกะระยำออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนปลายสุด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร

วันนี้ขอบอกสั้นๆว่า(นอกจากกูไม่กลัวมึงแล้ว) กูเกลียดมึงอิ๋บอ๋ายเลยหว่ะ

นี่ถ้าพรุ่งนี้ประเวศ ออกมาเชียร์รัฐประหารมั่ง มีหวัง............... โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง................โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...............

** **การปาขี้ ชี้ว่า

**
**การปาขี้ ชี้ว่า "ยกระดับ"
จากฝ่ายรับ เป็นรุก ปลุกรากหญ้า
"มึงชั้นสูง ฝูงหงส์ ต้องลงมา
เลิกบูชา ว่าเหนือหัว ตัวเท่ากัน"

**พวกผู้ดี จะมีขี้ ติดที่หน้า
เลิกมายา ว่าพอเพียง หาเลี้ยงฉัน
พวกยาจก "ยกระดับ" ได้เท่าทัน
จึงนับวัน ประจัญบาน จนวันชัย

**"ยกระดับ" ไม่หลับรอ พ่อแจกทาน
แต่ก่อการ ประหารผี ที่เหลวไหล
ไม่ตั้งรับ แต่กลับรุก บุกเข้าไป
ตีวงใกล้ นายผีห่า เทวาปลอม

**การปาขี้ ชี้ว่า "ยกระดับ"
"รวย"ว่าเหม็น "จน"เห็นกลับ นับว่าหอม
ชนชั้นต่ำ ย้ำคุณค่า ว่าไม่ยอม
ชี้ว่าพร้อม จะล้อมรุม จับทุ่มดิน

ผมก็ไม่ชอบเผด็จการหรอกนะ

ผมก็ไม่ชอบเผด็จการหรอกนะ แต่ก็อยากให้มีการทำรัฐประหาร ผมรำคาญว่ะ จะได้จบๆ ไปซะที รบกันให้บ้านเมืองฉิบหายกันไปเลยหมดเรื่องหมดราว แม่งอะไรกันนักกันหนาว่ะ เวลานี้ใครมันจะกล้าปฏิวัติว่ะ ใครคิดทำก็งี่เง่าสิ้นดี แม่งเอามาปั่นกระแสอยู่ได้ จะสร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองไปถึงไหนว่ะ เพื่อไอ้ทักษิณคนเดียว แม่งน่าให้ของลับจริงๆไอ้พวกควายแดงงี่เง่า

อิ อิ อิ อย่างว่าแหละ

อิ อิ อิ

อย่างว่าแหละ ก็มันถึงยุค

กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม

ผู้ดีจะเดินตรอก ขี้ครอกจะเดินถนน

คนโบราณเขาเรียกยุคนี้ ว่า กลียุค อิ อิ อิ กร๊ากกกกกกกกก กั่กกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตกลงจะให้ยอมรับความจริงว่า ปร

ตกลงจะให้ยอมรับความจริงว่า
ประชาธิปไตยแบบวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง
มันถึงจะไม่จริตว่างั้น

ผู้นำที่สร้างภาพเป็นโรบินฮู้ดเหมือนปล้นคนรวยไม่ให้คนจน
อันนี้ก็ไม่เป็นจริตหรือไง

นายปณิธาน นักวิชาการ

นายปณิธาน นักวิชาการ ได้ดิบได้ดีเพราะเข้าข้างอำมาตย์ ออกมาวิเคราะห์ว่ามีกองกำลังติดอาวุธจะก่อเหตุ แต่ยังไม่ยอมบอกว่าใครฝ่ายไหน
แต่ที่เห็น อาวุธที่ว่า คือ ขี้ กับ ปลาร้า
ตอนนี้ ปณิธาน ระวังให้ดี ระวัง จะถูก อาวุธ ขี้ปาหน้า

กระแสข่าววงในเขาว่า

กระแสข่าววงในเขาว่า มีการสั่งเตรียมการไว้จริง คนที่ไม่รู้ข่าวหาว่าเป็นการกระพือข่าวกันเอง ตลกมากที่มีคนคิดเป็นแค่นั้น จะช้าหรือเร็วเดี๋ยวได้เห็น มหาอำมาตย์เขาสั้งดำเนินการเอง คอยดูแล้วกัน

" ไ อ้ เ ป ร ต " แด่

" ไ อ้ เ ป ร ต "

แด่ "คุณใบตองแห้ง"

นักเขียน "ผู้ มี ร ส นิ ย ม ต่ำ"...

โอ้.....ผู้ดีอย่างคุณ

โอ้.....ผู้ดีอย่างคุณ ลดตัวลงมาอ่านบทความต่ำๆเยี่ยงนี้ได้อย่างไร????

หรือ...กำลังดัดจริตอยู่จ๊ะ??

เป็นกำลังใจให้ต่อไปครับท่านใบ

เป็นกำลังใจให้ต่อไปครับท่านใบตองแห้ง

ไง ไอ้จ่า

ไง ไอ้จ่า

มึงเก่งนักหรือไงวะ ไอ่จ่า ทำเป็นรู้ทาง ถุย ตอนเรียนก็ลอกเพื่อน หรือมึงว่าไม่จริง

นี่มัง....คงถูกจริตอีใบตอง...

นี่มัง....คงถูกจริตอีใบตอง......แห้งๆๆ จริตอีใบตอง....ต้องอย่างนี้..ประเภทนี้มะ?
aaa

เกิดมาโชคดีเป็นคนสวย แสนดี มีเมตตามหานิยมเหลือเฟือขนาดนี้แล้ว จะให้นั่งนิ่งดูดายปล่อยให้ “หวานใจ จุ๊บ จุ๊บ” สำรากใส่ “เจ้นิดหน่อย” แต่เพียงฝ่ายเดียวได้อย่างไร งานนี้ขอแส่-ออกโรง-เสนอหน้า-ยื่นจมูกเข้าไปยุ่ง...ทำไงได้!!! ลูกผู้หญิงต้องเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกัน คล้ายๆ “เลดี้กาก้า” เมตตา “คุณหญิงมิดไนท์” อะไรทำนองนี้

เรื่องของเรื่องมาจากข่าว “บิ๊กบางบอน” สำรอกใส่ “บิ๊กหน่อย XXL” แบบเปิดหน้าชกด้วยหมัดมวยรุ่นเก๋าที่ไม่พูดพล่ามทำเพลง ขึ้นเวทีผ้าใบก็พุ่งเข้าตีเข่าเขย่าหน่อย แบบคลุกวงในเฉียดใต้สะดือ กรรมการห้ามมวยเห็นกันจะจะ แต่เมินหน้าแกล้งมองไม่เห็น นัยว่าเกรงจะถูกลูกหลงเหมือน “นายดาบคนนั้น” ที่บัดนี้ครอบครัวของเขายังยิ้มไม่ออก หลังจากไอ้ปื้ดยิงหัวหน้าครอบครัวเขาตายในผับดังย่านรัชดาฯ เมื่อหลายปีก่อน

เหลือบไปเห็น Forward mail จากกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่ส่งมาให้ เป็นเมล์ที่เกิดขึ้นทันควันหลังบิ๊กบางบอนด่ากราดศัตรูการเมืองไปทั่วพรรค โดยเฉพาะเรื่องความมักใหญ่ใฝ่สูง และจุ้นจ้านไม่เข้าท่าของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับ “ทักษิณ” จนเป็นที่รู้กันทั่ว แต่นักเลงใหญ่บางบอนผู้ไม่เคยกลัวใครนอกจากลูกชาย 3 คน ถึงกับจิกหัวเรียกว่า “อีหน่อย”

งานนี้เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้เลยว่า เมลนี้ถูกเตรียมไว้นานแล้ว รอแต่โอกาสเหมาะๆ มาถึงเมื่อไรเท่านั้นเอง…และโอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว เมื่อ “เฉลิม” ท้ารบด้วยการออกอาวุธลับสับ “คุณหญิงมิดไนท์” อย่างไม่ยั้งไมตรี

ลำดับถัดจากนี้ไปขอพี่น้องจงศึกษาการเรียบเรียงเรื่อง “12 วีรกรรม 3 พี่น้องอยู่บำรุง” จาก Forward mail นี้ให้ดีเถิด เพราะเมลนี้คนทำเขาแม่นยำเรื่องข้อมูล และเก่งในการเรียงลำดับเรื่อง โดยเกริ่นนำด้วยถ้อยคำจุดชนวนเร้าใจน่าติดตามว่า

“ข่าวลือจบไป...จากนี้อยากจะพลิกตำนานเรื่องจริง 12 วีรกรรม 3 พี่น้องตระกูลอยู่บำรุง ซึ่งถือว่าอันตรายมากๆ ในยุคนั้น...โดยเหตุการณ์ที่ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม ทั้ง 3 คน เข้าไปพัวพันในช่วงเวลา นับจากปี 2540 – 2544 ทำสถิติ 4 ปี 12 คดี ซึ่งขณะนั้นร.ต.อ.เฉลิม เป็นรองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่”

เมื่ออ่านจนจบก็พบว่า เมลชุดนี้ก็ใช้วิธีการสรุปวีรกรรมสั้นๆ เหมือนการสรุปข่าว แล้วลำดับเหตุการณ์ความชั่วช้าเลวทรามของลูกชาย 3 คนจากตระกูลอยู่บำรุง ...สั้น กระชับ ตรงไปตรงมา ไม่ลีลาเยิ่นเย้อ โดยเริ่มตั้งแต่

1 ) วันที่ 12 เมษายน 2540 เวลา 02.00 เศษ กับกรณี “ร.ต.ต.วันเฉลิม” ตามพ่อไปตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทยที่ภูเก็ต แล้วไปมีเรื่องชกต่อยกับนักเที่ยวในผับเอลี่ยน ผลปรากฏว่า มีคนถูกยิง 2 คน บาดเจ็บจำนวนมาก วันเฉลิมอดีตตำรวจติดตามพ่อเหลิม รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ตกเป็นหนึ่งในจำเลย

2) วันที่ 27 มี.ค. 41 เวลา 01.45 น. (อีก 16 วันครบ 1 ปี)...(ผู้เขียน...คนทำเมลให้ข้อมูลละเอียดขนาดนับเวลาให้เสร็จสรรพ) ...ร.ต.ต.วันเฉลิมกับพวกถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นของ น.ส.กาญจนา นุ่มน้ำมูล แฟนสาวของลูกชายนายสิทธิพร ขำอาจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายวินัย หรือ ปาน แซ่ตั้ง หัวคะแนนนายสิทธิพร ที่ฟิวเจอร์ ผับ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค แต่เนื่องจากไม่มีพยานยืนยันว่า นายวันเฉลิมร่วมลงมือ ดังนั้นเมื่อเดือนกันยายน 2541 อัยการเลยสั่งไม่ฟ้อง

3) วันที่ 1 สิงหาคม 41 เวลา 23.00 น. ถัดมา 4 เดือน 4 วัน ร.ต.ต.วันเฉลิมเจ้าเก่า ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกาย นายอัครเดช สุขรังสรรค์ บุตรชายนายประสาน สุขรังสรรค์ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสในงานเลี้ยงของนายอัครเดช ที่ฉลองการจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ “ทอรัส ผับ”

4) วันที่ 1 ต.ค. 41 เวลา 01.30 น. ถัดมา 2 เดือน เป็นคิวของพี่ชายคนโต เมื่อร.ต.ต.อาจหาญ ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกายน.ส.ปทิตตา พรรณโอรส นศ.มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ (เอแบค) อดีตแฟนสาวที่นาซีซีส ผับ (ผู้เขียน....ประเด็นนี้ขอเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวกล่าวว่า พี่เขาจับหัวผู้หญิงโขกกับเสาโรมันที่หน้าผับคะ)

5) ย่างเข้าสู่ปี 2542 ร.ต.ต.อาจหาญ และร.ต.ต.วันเฉลิม ตกเป็นผู้ต้องหาอีก โดย 2 พี่น้องเจอข้อหาใช้ใบเกณฑ์ทหาร หรือ สด. 43 ปลอม สมัครเข้ารับราชการตำรวจ พอถึงวันที่ 2 มี.ค. 2542 ทั้งสองประกาศลาออกจากราชการ หลังจากนั้นเพียง 2 วัน คือ 4 มี.ค. 2542 สนช.ไม่อนุมัติใบลาออก แต่มีคำสั่งให้ ร.ต.ต.อาจหาญและร.ต.ต.วันเฉลิม ออกจากราชการแทน และดำเนินคดีอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม

6) วันที่ 29 พ.ค. 2542 “วันเฉลิม” ตกเป็นผู้ต้องหาอีก คราวนี้ถูกกล่าวหาว่า ทำร้ายร่างกาย น.ส.สวิดา อึงศรีสวัสดิ์ อายุ 20 ปี นศ.มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ในงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นโรงแรมรอยัลการ์เด้นท์ซีวิว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ท้องที่ ส.ภ.อ. บางละมุง

7) วันที่ 11 ก.ค. 2542 เวลา 01. 30 น. ถัดมา 1 เดือน 13 วัน กลุ่มของลูกชายนายเฉลิมก่อเหตุอีก คราวนี้ไปทะเลาะก่อเรื่องวิวาทในผับ “เรด บาร์” ย่านอาร์ ซี เอ เขตห้วยขวาง คราวนี้ฉาวโฉ่สองเท่า เมื่อนักข่าว และช่างภาพไทยรัฐไปทำข่าว แต่วันเฉลิมกับพวกไม่พอใจ พากันยื้อแย่งจะเอากล้องถ่ายรูปของช่างภาพไป พวกเขาได้แสดงอาการคุกคามด้วยการทุบรถนักข่าวด้วย เลยถูกกองบรรณาธิการข่าวไทยรัฐแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่สมาคมนักข่าวฯ ได้ออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมดังกล่าว แต่ในที่สุดพ่อเฉลิมที่ออกโรงไปอาละวาดตำรวจถึงโรงพัก ก็ต้องหันหัวเรือกลับพาลูกชายไปขอขมานักข่าวและช่างภาพไทยรัฐถึงโรงพิมพ์ และขอร้องไม่ให้เอาความ

8) วันที่ 26 ก.ค. 2542 เพียง 15 วันหลังเกิดเหตุที่เรด บาร์ ก็ถึงคิวน้องนุชคนสุดท้องนาม ดวงเฉลิม ที่ยังเตาะแตะเรียนหนังสืออยู่ เขาพาพวกไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มนักเที่ยวหน้า “สปาร์คผับ” ชั้นใต้ดิน โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถ.รัชดาฯ มีการยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด โชคดีของน้องดวงที่ไม่มีใครกล้ายื่นหน้ามาเป็นพยาน หรือกล่าวยืนยัน หรือแม้แต่จะกล้าให้ปากคำซัดทอดถึง ทำให้นายดวงเฉลิมดวงดีรอดตัวไป

9) วันที่ 26 ก.ย. 2542 เวลา 03.15 น. อีกเพียง 2 เดือนถัดมาเท่านั้น นายดวงเฉลิมก็ไปก่อเรื่องอีก คราวนี้เขาควบรถเก๋งกับเพื่อนอีก 4-5 คน ไปกดกริ่งที่หน้าประตูบ้านน.ส.ภัทรวลัย อนันตศิริภัทร อายุ 21 ปี เพื่อนสาวที่อาศัยในซอยศูนย์วิจัย 4 ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง ทั้งนี้เพื่อขอพบน.ส.ภัทรวลัย ซึ่งเคยสนิทสนมกันมาก่อน แต่ปรากฏว่าสาวเจ้าไม่อยู่บ้าน นายดวงเฉลิมเข้าใจว่าผู้หญิงหลบหน้า เลยอาละวาดกวาดกระถางต้นไม้ริมรั้วตกแตกเสียหาย แม่ของฝ่ายหญิงต้องโทรศัพท์แจ้งตำรวจเพราะกลัวนายดวงเฉลิมจะทำอะไรมากกว่านั้น ร้อนถึงผู้เป็นพ่ออีกตามเคย ต้องออกโรงโทร.เคลียร์กับแม่ของหญิงสาวเพื่อไม่ให้เอาเรื่องกับลูกชายอารมณ์ร้อน

10) ย่างสู่ปี 2543 วันที่ 26 ม.ค. 43 คืออีก 4 เดือนถัดมา ลูกวันเฉลิมกับพวกก็ไปก่อเหตุอีก คราวนี้ไปรุมทำร้ายนายเสริมชัย วัฒนเสนีย์ธรรม ลูกชายเจ้าของโรงแรมเรสซิเดนซ์ เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ เหตุเกิดที่ “บริท 99 คลับ” ในสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ จนนายเสริมชัยบาดเจ็บสาหัส หลังจากเขม่นกันเรื่อง “ผู้หญิง” แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พ่อเฉลิมออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่า ได้สั่งห้ามลูกชายเที่ยวกลางคืน หรือไปมีเรื่องกับใครอีกเป็นการเด็ดขาด เพราะลูกชาย 2 คนเตรียมลงเลือกตั้ง เขาบอกกับสังคมไทยอย่างนั้นด้วยเหตุผลว่า ถ้าออกไปเอะอะอันธพาลเกรงว่าประชาชนจะไม่ยอมรับ!!!

ในเมลนี้ให้ข้อมูลละเอียดว่า ท้ายที่สุดแล้วคดีที่เกิดขึ้นนี้ศาลพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2544 เนื่องจากหลักฐานฝ่ายโจทย์อ่อน และยังอธิบายต่อไปอีกว่า หลังจากนั้นมาเรื่องราวอันธพาลป่วนบ้านป่วนเมืองของลูกชายนายเฉลิม อยู่บำรุงก็ซาลงไป เนื่องจาก “อาจหาญและวันเฉลิม” ต้องเร่งสร้างภาพใหม่ด้วยการลงพื้นที่หาเสียงในเขตฝั่งธนฯ

อย่างไรก็ตามผู้ทำเมลยังให้ข้อมูล “ซุบซิบ” เพิ่มเติมว่า ที่ไม่ได้ยินไม่ได้แปลว่า สงบ ไม่ได้เห็นแปลว่า จบ แต่กลับพบว่า ลูกชายบางคนของสิงห์เหลิมจำเป็นต้องหนีร้อนไปพึ่งเย็นถึง “ออสเตรเลีย” เพราะโดน “ฟ้าผ่า” หาใช่เรื่องอื่นใดไม่ แม้ผู้เป็นพ่อจะปฏิเสธว่าลูกชาย 2 คนเก็บตัวรอลงเลือกตั้งและคนเล็กเรียนปริญญาโทอย่างหนักก็ไม่สามารถกลบร่องรอยข่าวลือที่ลุกลามดั่งไฟลามทุ่งได้

11) จวบจนเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2543 ผ่านมา 8 เดือนกับ 17 วัน นายดวงเฉลิมก็ออกจากถ้ำ เขาโตแล้วและเดินตามรอยเท้าพี่ชาย 2 คนอย่างไม่น่าเชื่อ วันนั้นเขาทะเลาะกับนศ.เอแบค ที่คาเฟ่ เรคคอร์ด ซึ่งคราวนี้ดูอื้อฉาวกว่าทุกครั้ง เพราะผู้เป็นพ่อกระโดดเข้าร่วมวงถล่มตำรวจด้วยการยืนด่ากราดตำรวจทั้ง สน.ทองหล่อ และนักข่าว นสพ.เดลินิวส์ ด้วยใบหน้าแดงก่ำคล้ายคนเมา เป็นการร่วมวงพ่อ-ลูกด้วยอาการเบรกแตก ดังนั้นพ่อเฉลิมจึงตกเป็นจำเลยพร้อมลูกๆ ฐานหมิ่นประมาทตำรวจ แถมเป็นจำเลยสังคมฐานเกรี้ยวกราดหยาบคายเกินเหตุ เลี้ยงลูกไม่ได้ดีเป็นอันธพาล สังคมไทยเฆี่ยนตีเฉลิมและลูกชายอย่างไม่ปรานีไปทุกหย่อมหญ้า

ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี 2544 ไม่มีข่าวฉาวของลูกชายสุดที่รักของเฉลิมอีกเลย เหตุเพราะ 2 คนแรกลงเลือกตั้งแม้สอบตกแต่ “วันเฉลิม” ได้เป็นที่ปรึกษาฯ นายบุญจง วีสมหมาย รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ส่วนดวงเฉลิมไปบวชเมื่อ 6 เม.ย. 44 โดยมี “ลุงจิ๋ว – พล.อ. ชวลิต” รองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหมยุคนั้นสะพายบาตรนำส่งเข้าโบสถ์ด้วยตนเอง

หลังจากนั้นไม่กี่วัน พล.อ.ชวลิตก็ลงนามให้นายดวงเฉลิมเข้าเป็นนายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการ รมว.กลาโหม อยู่กับพล.ต.ศรชัย มนตริวัต เลขานุการ รมว.กลาโหม และในวันที่ 8 มิ.ย. ได้รับการประดับยศเป็น “ร้อยตรี” จากมือของ “ลุงจิ๋ว” วันนั้นร.ต.ดวงเฉลิมให้สัมภาษณ์น่ารักว่า “เดี๋ยวนี้กลางคืนไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย ประมาณสี่ทุ่มก็เข้านอนแล้ว เพราะต้องทำงานเช้า”

12) วันที่ 29 ต.ค. 2544 เวลา 01.30 น. หลังดวงเฉลิมให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์จุ๋มจิ๋มผ่านไป 1 ปี 17 วัน เขาก่อเหตุยิงด.ต.สุวิชัย รอดวิมุติ ตำรวจกองปราบปราม “ตาย” ใน “ทเวนตี้ ผับ” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถ.รัชดาภิเษก และถูกออกหมายจับในวันเดียวกัน เป็นคดีที่ถือว่า “ร้ายแรง” ที่สุด “สะเทือนขวัญ” สังคมไทยมากที่สุด นับตั้งแต่ 3 พี่น้อง “อยู่บำรุง” เคยก่อขึ้นมา

เรื่องดาบยิ้มกับพวกอยู่บำรุง เป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่สังคมไทยจะยอมรับกับพฤติกรรมอันธพาลไร้ขีดจำกัดของพวก “อยู่บำรุง” ได้ ยิ่งพ่อออกมาป้องลูกด้วยการโยนความผิดให้ “ไอ้ปื้ด” เป็นคนยิงดาบยิ้มแล้วหนีไป ยิ่งพี่ชายออกมาป้องน้องเล็กจนเกือบจะยิงนายตำรวจสัญญาบัตรตายในพื้นที่ตามไปด้วยอีกหนึ่งคน ยิ่งดวงเฉลิมหนีคดีแล้วกลับมาเยี่ยงวีรบุรุษ...ยิ่งทำให้สังคมไทยคับแค้นแน่นใจกับคนในบ้านนี้ทุกคน ...เสียงก่นด่าของผู้คนดังอื้ออึงไปทั่วปฐพี และไม่มีสักวันที่คนไทยจะลืมวีรกรรมของ “อยู่บำรุง” ทั้ง 3 คนได้...จบเมลนี้ที่บรรทัดนี้

เฮ้อ....พอลอกเมลนี้จบ...พบว่าวิธีเขียนคล้ายนักข่าวสรุปข่าวเด็ด...อ่านแล้วเผ็ดจนต้องลำเลียงมาให้ทัศนา

งานนี้เฉลิมงานเข้า เพราะเมลนี้ถูกส่งกันยุ่บยั่บสะใจ แถมออกมาหลังเฉลิมด่า “เจ๊” ทันทีทันควัน ไม่สงสัยก็ต้องสงสัย ไม่มีควันไม่มีไฟ....งานนี้พูดได้เลยว่า ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีการยอมกัน มึงหมัดกูหมัด มึงจิกหัวขึ้นอ้ายเรียกอี กูจะบี้ลูกมึงให้บรรลัย...จะขยี้ 3 หัวใจให้ร้าวราน

การสรุปข่าวความชั่วของลูกชาย 3 คนของพี่เหลิมในเมลนี้ บรรดานักข่าวเขาถือกันว่า เป็นงานตอบโต้แสนเร้าใจชนิดที่นางมารสวมพราด้ายังต้องเรียกแม่ – ที่เป็นเช่นนี้เพราะพี่เหลิม-แฟนฉันปากพล่อยหาเรื่องให้ลูกชายตัวเองแท้ๆ เข้าข่ายมีหัวไว้แยกหูสองข้างจริงๆ ทำไมทำมาเลยแพ้คุณหญิงมิดไนท์หลุดลุ่ย ...โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว ยังคิดไม่ออกอีกหรือว่า การลงไปลุยในสงครามดอกไม้ เด็ดเมื่อไร สะเทือนใจถึงดูไบเมื่อนั้น

ไม่น่าปากพล่อยเลย เดี๋ยวได้อดตายยกครัว…ไม่รักไม่เตือนนะเนี่ย...ต่อจากนี้ไปขอให้ใช้ชีวิตรอบคอบและโชคดี ทั้งขอให้ 3 ลูกชายมีชีวิตรอดจากกรงเล็บเจ๊ใหญ่จนได้บวชแทนคุณพ่อวันเผาผี...เพราะได้ยินว่า จิกหัวกันอย่างนี้ “มีแค้น”...ถ้าอยากรู้ว่า แค้นฝังหุ่นคนไซส์ XXL เป็นอย่างไร ให้ถาม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รายนั้นรู้ดี -ตอบได้

ฟฟฟ
555 ขำก็ขำสังเวชก็สังเวช....โอ้..ประเทศไทยของฉัน.....

การยึดทรัพย์นักโทษหนีคุก

การยึดทรัพย์นักโทษหนีคุก ไม่หยุดที่ 76,000 ล้านบาท นั้นพิสูจน์ได้จากตารางข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในหนังสือพิมพ์มติชน

เพียง 4 -5 ประเด็นที่พิสูจน์ได้ว่าผลประโยชน์ส่วนเกินของครอบครัวชินวัตร ได้ประโยชน์ แต่รัฐเสียผลประโยชน์ อันเนื่องจากการใช้อำนาจในระหว่างมีอำนาจ ดำเนินการทุกวิถีทาง สารพัดวิธี เพื่อกอบโกยหาผลประโยชน์ให้กับครอบครัว

1. เก็บภาษีสรรพสามิต บริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ เอไอเอส ความเสียหายของรัฐมูลค่า 30,667 ล้านบาท
2 ปรับลดส่วนแบ่งรายได้พรีเพดเป็น 20 % บริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ เอไอเอส ความเสียหายของรัฐมูลค่า 39,588 ล้านบาท
3. แก้ไขสัญญาโรมมิ่ง บริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ เอไอเอส ความเสียหายของรัฐมูลค่า 12,595 ล้านบาท
4. สิทธิประโยชน์ BOI ของไอพีสตาร์ บริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ ชินแซทฯ ความเสียหายของรัฐมูลค่า 12,776 ล้านบาท
5. สั่งให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ให้พม่า บริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ ชินแซทฯ ความเสียหายของรัฐมูลค่า 950 ล้านบาท

รวมรัฐเสียหาย 96,576 ล้านบาท เฉพาะ 5 ประเด็นข้างต้นเท่านั้น

จากการที่ทหารแก่ทรยศชาติคนหนึ่งออกมาช่วยนักโทษหนีคุก ด้วยการชี้นำศาลว่าจะมีการยึดทรัพย์บางส่วน และคืนให้นักโทษหนีคุกบางส่วน จึงเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะในวันที่ฝ่ายค้าน (พรรคเพื่อนักโทษหนีคุก) ตั้งกระทู้ซักถามนายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์) โดยกล่าวหาโจมตีอย่างเอาเป็นเอาตายว่านายกรัฐมนตรีพูดชี้นำศาลในการยึดทรัพย์นักโทษหนีคุก แต่กลายเป็น “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”

ยิ่งพวกลิ่วล้อบริวารนักโทษหนีคุกโหมกระหน่ำป่วนบ้านป่วนเมือง เพื่อแสดงผลงานแลกกับเงินของนักโทษหนีคุก ยิ่งทำมากเท่าไร ยิ่งขุดหลุมฝังนักโทษหนีคุกให้ลึกลงไปมากขึ้นเท่านั้น ลึกจนนักโทษหนีคุกไม่ได้ผลุดได้เกิดในชาตินี้และคงจากโลกนี้ไปอย่างน่าสมเพชเป็นที่สุด ดังสุภาษิต “มีความรู้ท้วมหัว เอาตัวไม่รอด”

ไม่ชอบ แต่อยากให้ทำ ...

ไม่ชอบ แต่อยากให้ทำ ... จะสร้่างความแตกแยกให้บ้านเมืองไปถึงไหน ...
มันเกิดขึ้นตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กย แล้วจ้า
จะให้ของลับ ก็ต้องไปให้เป--รม สนธิ สิ เขาชอบของลับอยู่แล้ว

จะยึดก็ยึดไป

จะยึดก็ยึดไป แต่ประชาธิปไตยต้องเดินหน้า
เอาพวกอำมาตยาออกไป

กรรมใดใครก่อ

กรรมใดใครก่อ ขอให้กรรมนั้นคืนสนอง
มันก็คงจะต้องโดนดีเข้าสักวัน

มาร์คทำกรรมอะไรถึงโดน ขี้

มาร์คทำกรรมอะไรถึงโดน ขี้

It is Rubbish!

It is Rubbish!

คุณใบตองแห้งน่าจะเป็นตัวแทนขอ

คุณใบตองแห้งน่าจะเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวชนบทได้ดีนะเนี่ย

เชื่อได้เลย เหล่าสาวก ปชป

เชื่อได้เลย เหล่าสาวก ปชป และลูกสมุนอำมาตย์จะต้องรุมยำ ใบตองแห้งแน่ๆ .....อันเนื่องมาจาก บทความนี้ ให้แต้มฝ่ายตรงข้ามพวกเขามากไป......แต่ยังให้กำลังใจ นึกซะว่าหมาเห่าใบต้องแห้ง แค่หมาตื่น โฮ่งเฮ้งโหร่งเล้งโว๋งเหวงและก็เงียบ .....เพราะมันคือหมาเห่าใบตองแห้ง .....เอย

พวกหมาเห่าทั้งหลายคงจะไม่พอใจ

พวกหมาเห่าทั้งหลายคงจะไม่พอใจแน่ มันแทงใจดำ

"เพียงแต่วันนี้มันเป็นเรื่องข

"เพียงแต่วันนี้มันเป็นเรื่องของ “ระบอบ” ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล สมมตินะ สมมติ เราเป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างอังกฤษ อเมริกา อภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หรือลงสมัครประธานาธิบดี อภิสิทธิ์ก็เป็น “โอบามาร์ค” ที่ผมจะเลือกเป็นอันดับแรกด้วยความยินดี"

Just so you know that,

Conservative = Republican Party = Bush
Liberal = Democrat Party = Obama

But as you mentioned "assume" it's alright. And it is true that if a leaders only keep speaking more than they do or don't do they will fail and they will get what they deserved like Obama's party(Democrat) just lose more senate seat in Massachusetts where the Democrat party always win because the Americans see what he says and does are different.

Mr. nice แล้ว naive

Mr. nice แล้ว naive ด้วยหรือครับคุณมาร์ค ม.7 ที่ต้องการเพิ่มโทษ ม.112 ไปเรียนเก่งจบจาก Oxford มาแล้วยังซื่อบื้อหลงความเป็นจริง และความเป็นไปของกระแสโลกแล้ว ไม่แตกต่างจากนายแม้วเจ้าจอมเอื้ออาทรอย่างอาจสามารถเลย ที่หน้ามืดทำการค้ากับเผด็จการทหารพม่า และการฆ่าตัดตอน อีกทั้งกรณีทนายสมชายหายตัวไป ตากใบและกรืเซะ
เมื่อไร พวกคนก่อการร้ายยืดสนามบินสุวรรณภูมิจะถูกส่งศาล?

ผมชอบบทความนี้

ผมชอบบทความนี้ ถูกใจมากเหมือนเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของคนส่วนใหญ่และมีส่วนช่วยให้คนอีกกลุ่มหนึ่งได้ฉุกคิด

ก็ไม่เอาด้วยสิยะ..อย่า ๒

ก็ไม่เอาด้วยสิยะ..อย่า ๒ มาตรฐาน...นะตัว

ที่ลากบักธง(ไม่)แจ่มสีที่ใกล้

ที่ลากบักธง(ไม่)แจ่มสีที่ใกล้จะลงโลงลาโลกมาทำระยามต่อชาติบ้านเมืองได้อีกก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย...ของไอ้เฒ่าคอมฯบ้าและคลั่งสงครามประชาชั่ว....หวังว่าบักคอมเฒ่าหลงยุคตัวนี้คงตายตาหลับนะ.....ไอ้พวกคอมฯหลฃงยุคไม่เจียมสังขาร....

aaa

คนโง่ที่ดูภูมิฐานในท่ามกลางนักปราชญ์
จะยังดูภูมิฐานและ "เหมือน" นักปราชญ์ ตราบเท่าที่เขายังไม่เอ่ยวาจาออกมา"

สภาพของสภาผู้แทนฯ ในตอนนี้ ก็คงจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับคำกล่าวในข้างต้นเท่าใดนัก เพราะเท่าที่ได้ติดตามข่าว ฟังบางช่วงบางตอนของการประชุมสภาหรือการตอบกระทู้สด ฯ นั้น ต้องบอกว่าอย่าปล่อยให้ลูกหลานรับชมแต่เพียงลำพัง "โดยเด็ดขาด" และเป็นรายการที่ "ผู้ปกครองควรชี้แนะ"

ประธานสภาฯ ปล่อยไปได้อย่างไร ให้เกิดเรื่องอันน่ารังเกียจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ...
การพูดเท็จ "ปั้นอากาศ" เป็นตัวอย่างหาความจริงไม่ได้
การกล่าวหาโดยไม่มี "ฐานความจริงมารองรับ"
การไร้ซึ่งระเบียบ - วินัยอย่างสิ้นเชิงของ สส. บางสถุล !!!
การพูดจาหยายคายและแสดงกิริยาที่สะท้อน "กำพืด" ที่ไร้การอบรมและความเจริญทางสติปัญญา
การไร้ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ต่อสภาฯ โดยรวมและต่อสังคม

ฯลฯ

มันเกินบรรยายจริงๆ ค่ะ จริยธรรมไม่มีความหมาย คุณธรรมไม่มีในจิตใจ ความรับผิดชอบที่สะกดไม่เป็น การแยกแยะดี - ชั่วไม่ได้ ล้วนแล้วแต่ทำให้เศร้าใจยิ่งนัก

หากเรายังไม่ผู้แทนฯ เช่นนี้อยู่ การเมืองไทยจะไม่มีวันก้าวไปสู่ทางเจริญได้อย่างแน่นอน ...
ป้าเนียน

aaa

บรรยากาศการประชุมสภาตลอดสองปีที่ผ่านมาย่อมเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาและความรู้เห็นของคนไทยทั้งประเทศแล้วว่าเป็นสภาแห่งการโต้แย้งและทะเลาะวิวาท ไม่ปรากฏภาพ “บัณฑิต” ให้เห็นเลย

พระตถาคตเจ้าทรงตรัสว่าที่ประชุมใดที่ไม่มีบัณฑิต ที่นั่นย่อมไม่ถือว่าเป็นสภา ดังนั้นแม้จะมีชื่อเรียกตามตัวหนังสือว่าเป็นสภา แต่เมื่อไม่มีบัณฑิตอยู่ในที่ประชุม ในทางธรรมย่อมต้องถือว่าที่นั่นไม่เป็นสภา

และความจริงก็คือนอกจากไม่เป็นสภาแล้ว ยังมีสภาพไม่ต่างอะไรกับบ่อนไก่หรือเวทีมวย และถ้ากล่าวให้ถึงที่สุดบ่อนไก่หรือเวทีมวยยังดีเสียกว่า เพราะไม่มีการด่าว่า ไม่มีการทะเลาะวิวาท คงมีแต่การต่อสู้ตามกฎกติกาที่วางไว้

แต่สภาของเรานั้นลักษณะการต่อสู้เป็นแบบมวยหมู่ ไม่มีกฎ ไม่มีกติกา ไม่มีเหตุผล แม้ผู้เป็นประธานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามที่ตกลงกันไว้ในข้อบังคับก็ไม่สามารถกำกับการประชุมให้ถูกต้องได้และไม่มีผู้ใดเชื่อฟัง

การทะเลาะเบาะแว้ง ถึงขนาดขู่จะชักปืนมายิงกัน ไม่มีกฎ ไม่มีกติกา ไม่มีเหตุผล ไม่มีการเคารพผู้เป็นประธานหรือผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้ จึงมีลักษณะที่ไม่ต่างกับฝูงสุนัขกัดกันแต่ประการใด

ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายงบประมาณ ทั้งในส่วนที่เป็นเงินเดือน ทั้งในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่าย และยิ่งเสียดายงบประมาณที่จะจัดสรรไปสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ว่าเป็นเรื่องเสียของเสียเวลาเปล่า เพราะถ้าเป็นเรื่องของฝูงสุนัขกัดกันแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องไปสร้างรัฐสภาให้โอ่อ่าด้วยเงินจำนวนมหาศาลเช่นนั้นเลย

สภาพเช่นนี้จึงไม่ใช่ที่พึ่งที่หวังในการเป็นหลักของการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองได้

เป็นธรรมดาของฝูงสุนัข ย่อมไม่สามารถก่อสร้างพระเจดีย์ได้ มีแต่จะขี้เยี่ยวให้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเหม็นคาวฉาวโฉ่แค่นั้นเอง สภาพอย่างนี้จะมีหรือไม่มี ล้วนแล้วแต่ไร้ความหมาย

ขณะนี้ถึงกาลสมัยเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปแล้ว เป็นโอกาสที่ฝ่ายค้านจะสามารถยื่นอภิปรายทั่วไปเพื่อขับไล่รัฐบาลได้ และขับไล่กันได้ง่าย ๆ โดยจะมีการเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาพร้อมกับการอภิปรายทั่วไปนั้นด้วย

ถ้ารัฐบาลแพ้เสียงในสภา รัฐบาลก็เป็นอันล้มครืนลงไป และคนที่ได้รับการเสนอชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นก็จะได้รับการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

ในสถานการณ์เช่นนั้น จึงบังเกิดการเคลื่อนไหวของอสูรกายทางการเมืองขึ้น ดังที่มีข่าวแพลมๆ ออกมาให้เห็นว่าอสูรกายทางการเมืองบางตนได้ไปรับงานจากอสูรกายด้วยกันเพื่อมาสลายพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าด้วยการถอนตัวหรือด้วยการทรยศหักหลังก็ตามที

แค่การรับงานมาทำให้คนหักหลังกัน หรือเบี้ยวกันก็ต้องถือว่าเป็นงานที่ชั่วช้าสารเลว ไม่ใช่งานสร้างสรรค์หรือที่จะบังเกิดคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชนเลย

อสูรกายบางตนถูกขับพ้นออกจากวงการเมืองไปแล้ว เพราะประพฤติชั่ว ทำลายการปกครองของบ้านเมือง จนศาลรัฐธรรมนูญต้องระบุในคำพิพากษาว่าเป็นภัยต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพียงนี้แล้วก็ควรจะหดหัวหดหางซุกรูไปจนกว่าจะหมดเวลาที่ศาลท่านกำหนดไว้

แต่อสูรกายนั้นกลับไม่สำนึกในบาปบุญคุณโทษ ไม่คิดถึงบาปกรรม กลับก่อกรรมทำเข็ญให้บ้านเมืองซ้ำเติมจากที่เป็นวิกฤตใกล้กลียุคให้รุนแรงขึ้นอีก

เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทรยศหักหลังพรรคประชาธิปัตย์ แล้วทำให้รัฐบาลนี้ล้มลง โดยตัวเองและพวกพ้องได้รับผลประโยชน์ แต่ต้องสังเวยด้วยความพินาศฉิบหายของสถาบันทั้งหลายของชาติ

สภาพเช่นนี้จึงเป็นสภาพที่ประหนึ่งว่าประเทศไทยได้เดินทางมาถึงทางสามแพร่ง เป็นจุดสำคัญที่ผู้คนในบ้านเมืองจะต้องทำความเข้าใจและใคร่ครวญถึงทางไปให้ดีว่าจะไปทางไหนกัน

แพร่งแรก ก็คือพรรคร่วมรัฐบาลยังสามารถฮั้วตกลงปลงใจร่วมหอลงโรงกันต่อไปได้ แม้ว่าจะมีความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาถึงขั้นแทบไม่เผาผีกันแล้ว ซึ่งถ้าหากเป็นไปในทางสายนี้ ก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าค่าตอบแทนในการร่วมหอลงโรงกันต่อไปนั้นก็คือผลประโยชน์แห่งชาติที่จะต้องจ่ายในจำนวนที่สูงที่สุด และลือลั่นที่สุดด้วย และในที่สุดผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ทั้งปวงก็คงยอมทนต่อไปไม่ได้อยู่ดี

แพร่งที่สอง ซึ่งเป็นที่จับจ้องกันอยู่ในขณะนี้ว่าจะมีการยุบสภา เพราะการที่พรรคประชาธิปัตย์ลงมติข้างมากไม่เข้าร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็คือการทิ้งทวนหรือการเกหมดหน้าตักว่าเป็นไรก็เป็นกัน จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่าจะมีการยุบสภา

ทางสายนี้ตัดทิ้งไปได้ เพราะมีหรือที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์จะไม่รู้ว่ายามที่เปิดสมัยประชุมรัฐสภานั้น ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเมื่อใดก็ยุบสภาไม่ได้เมื่อนั้น ดังนั้นการเดินหน้าเผชิญกับความขัดแย้งโดยไม่แยแสว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ดำรงภาพลักษณ์ที่งดงามไว้ ก็คือท่าทีที่ไม่กลัวการยุบสภา และไม่มีการยุบสภานั่นเอง

ไม่สังเกตกันบ้างหรือว่าแม้จะเกิดความขัดแย้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญถึงเพียงนี้แล้ว ฝ่ายค้านก็ยังไม่กล้ายื่นญัตติไม่ไว้วางใจเพื่อตรึงกางเขนป้องกันไม่ให้รัฐบาลยุบสภา

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มังกรการเมือง ผู้มีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ และจมูกสุดแสนจะไว ได้กล่าวไว้อย่างแหลมคมว่ารัฐบาลจะอยู่ไปได้อีก 20 เดือน พูดง่ายๆ ก็คืออยู่ไปจนครบวาระนั่นแหละ นี่อะไรกัน

เป็นการอ่านหมากการเมืองขาดสะบั้นว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับพรจากสวรรค์ให้มีอายุขัยเท่ากับอายุของสภา เพื่อแก้ไขบรรเทาปัญหาของบ้านเมือง

อายุขัยแห่งอำนาจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คืออายุขัยของรัฐสภาชุดนี้ นี่คือสิ่งที่ฟันธงตามคำกล่าวของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไว้ได้เลย

เพราะเหตุนั้น ฝ่ายค้านจึงยังละล้าละลัง พะว้าพะวังในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถึงจะยื่นก็คงไม่มีใครทรยศหักหลังหรือถอนตัว

เพราะนั่นคือการบั่นทอนอายุขัยของสภา และนำชีวิตชีวาเข้าไปเสี่ยงในสิ่งที่มองไม่เห็น

ดังนั้นแม้จะมีการวิ่งเต้นกันคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นระดับพลเอก หรือระดับคุณหญิง หรือระดับนักการเมืองมือเก๋าหรือมือเก๊า และไม่ว่าจะมีการเสนอผลประโยชน์และตำแหน่งประการใด ก็ไม่มีพรรคร่วมคนไหนกล้าถอนตัว

วันนี้กล่าวได้แล้วว่าแผนการทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทรยศหักหลังกันและถอนตัวนั้น ล้มเหลวไปไม่เป็นท่าแล้ว ใครที่รับงานนี้มาจะหน้าหงิก หน้าหงาย หน้างอประการใด หรือจะหลบลี้หนีหน้าประการใด ก็สังเกตกันเอาเองเถิด

แพร่งที่สาม คือแพร่งที่จะไปสู่การรัฐประหาร ตามชะตากรรมของบ้านเมืองที่มีการวางลัคนาให้ดาวพระอังคารเป็นศูนย์พาหะนำหน้าลัคนาในดวงเมือง

ดังนั้นไม่ว่าหน้าไหนหากกล่าวว่าไม่มีรัฐประหารก็เป็นคำกล่าวที่โง่ที่สุด หรือไม่ก็เป็นคำกล่าวที่เชื่อถือไม่ได้

เพราะคำพูดของผู้มีอำนาจที่เชื่อถือไม่ได้และห้ามมิให้เชื่อถือนั้นมีอยู่ 3 เรื่อง คือเรื่องประกาศสงคราม เรื่องลดค่าเงิน และเรื่องการรัฐประหาร ไม่ว่าพูดว่ามีหรือไม่มี ทำหรือไม่ทำ เป็นเรื่องต้องห้ามมิให้รับฟังเชื่อถือทั้งสิ้น

แต่ขณะเดียวกัน ใครคิดทำการรัฐประหารก็โง่เต็มที ที่ว่าโง่นี้ไม่ใช่เพราะจะไปเข้าทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ประการใด เพราะในวันนี้ไม่มีทางสำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงมีแต่ “ท่า” คือหากไม่ใช่ท่าอากาศยานก็ต้องเป็นท่าเรือเท่านั้น

การรัฐประหารนั้นคือการใช้แสนยานุภาพหรือกำลังทางทหารเข้าจัดการแก้ไขปัญหาอำนาจรัฐ ซึ่งเมื่อกล่าวถึงที่สุดแล้วก็เป็นแค่วิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีที่มีอยู่เท่านั้น

การใช้วิธีรัฐประหาร บางครั้งก็ได้ผลดี บางครั้งก็ไม่ได้ผลดี การได้ผลดีหรือไม่ดีไม่ได้อยู่ที่วิธี แต่อยู่ที่คนปฏิบัติ อุปมาดั่งคนใช้สิ่วใช้ขวาน หากเป็นคนมีฝีมือก็สามารถประดิษฐ์สิ่งสร้างสรรค์สวยงามเป็นงานศิลป์ชั้นสูงได้ แต่หากไร้ฝีมือ แค่ทำไม้ตีหมาก็ยังหาความงดงามแม้แต่น้อยไม่ได้

ผู้มีปัญญาย่อมสามารถเลือกสรรวิธีและใช้วิธีการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในทางที่จะเป็นผลดีแก่บ้านเมืองและประชาชนได้

มีคำคมของหลักวิชากระบี่ว่า อันเซียนกระบี่นั้น แม้ในมือถือกิ่งไม้ใบหญ้าก็สามารถเปล่งอานุภาพประดุจเป็นกระบี่วิเศษได้ แต่สำหรับมือกระบี่ชั้นกระจอกงอกง่อย ขี้ขลาด ตาขาว โลภโมโทสัน ต่อให้ถือกระบี่วิเศษก็กลับไร้คุณค่า ประหนึ่งถือกิ่งไม้ใบหญ้าเท่านั้นเอง

ประเทศไทยในสถานการณ์ที่มาถึงทางสามแพร่งนี้ จะไปกันทางไหน จึงเป็นเรื่องที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องติดตามจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตและอนาคตของประเทศและประชาชน รวมทั้งคนไทยทุกคนด้วย.

aaaa

ยึดเจ็ดหมื่นกว่าล้านนี่แล้วก็ต้องตามล่าหาสมบัติของแผ่นดินที่โคตรมันซุกต่อไป........

ฟฟฟ

ต้องรัฐประหารภิวัฒน์ออกคำสังคณะปฏิบัติยึดคืน ปตท.......

จึงเหยียบแผ่นดินที่มันมาอาศัย

จึงเหยียบแผ่นดินที่มันมาอาศัยเกิดไม่ได้?........

โอ้โฮ

โอ้โฮ ..เขียนมาตั้งเยอะ

มาจากสำนักอนาคิสต์นั่นเอง

ความคิดนี้ น่าจะเป็นแนวเดียวกับอำมาตย์

ยังดูหมิ่นดูแคลนชาวบ้านเหมือนเดิม.

อ้าว?

อ้าว? เวง...................สฤษฎก มันเขียนแบบนี้เหรอ? นึกว่า สลิดดก ซะอีก?

แล้วก็จริงดังคาด!

แล้วก็จริงดังคาด!

ในกรณีนี้เห็นๆ ว่า นายมาร์กกี้ เป็นผู้ถูกกระทำละเมิด ในทาง กม. ต้องเป็นฝ่ายโจทย์ และฝ่ายตรงข้าม ที่พี่โสภณ องค์การ ขนานนามว่า ฝ่ายเคลื่อน "ขี้" เร็ว (คริคริ) เป็นผู้กระทำละเมิด ในทาง กม. ต้องเป็นฝ่ายจำเลย

แต่ว่าเพราะมันมีภารกิจที่รับเงิน นช. (เนรคุณชาติ) ตักขี้ มาแล้วให้เขียนเชียร์ ขบวนการตะกวดเนรคุณชาติ ได้อย่างเดียว

เรื่องที่น่าจะวิจารณ์ตรงๆ ง่ายๆ ว่า คนลงมือปาขี้ใส่ (หรือ หน่วยเคลื่อน "ขี้" เร็ว ฮี่ฮี่ฮี่) ก็ คือคนที่ใช้ความรุนแรง เป็นฝ่ายผิด

มันไม่ได้ครับท่าน!!! นายเห่าผู้จงรักภักดีต่อเงินค่าจ้างของ นช. ตักขี้ ต้องทำหน้าที่กระบอกเสียงฝ่ายบิดเบือน เสแสร้ง สรรสร้างวาทะกรรมขี้ๆ ยกย่องคนปาขี้ให้เป็นคนดีจนได้ แถมกระทำตำบอนหนักขึ้นด้วยการ โป้ปด ว่า คนโดนปาขี้ สมควรโดนปาขี้เพราะเป็นขี้ข้าอำมาตย์

เรื่องแบบนี้ถ้าเปลี่ยนตัวละคร

นายกฯ คือ ตักขี้ คนลงมือ พธม. บ้างล่ะ

อย่างตอนก่อน 19 กย. นายกฯ ตักขี้ ไปเดินเสนอหน้าที่เซ็นทรัลเวิร์ลดแล้วโดนลุงเซ้งกับพรรคพวก (ซึ่งต่างคนต่างมา ไม่ได้นัดกันมาด้วย) ชูมือตบโห่ร้องขับไล่ สุดท้ายลุงเซ้งโดนล็อคคอ ลุงอีกคนโดนตีนวัยรุ่นที่ไหนไม่รู้กระทืบ พธม. ผู้หญิงคนหนึ่งโดนตีหัวแตก ย้ำ! ผู้หญิงนะครับ ที่สุภาพบุรุษที่รักทักษิณพวกนั้นตีหัว "เธอ" แตก

เรื่องนี้ ตอนนั้นทำไมนายเห่าไม่มองว่าคนกระทำ เป็นฝ่ายพลังประชาชนบริสุทธุ์แบบกรณีปาขี้บ้างครับ

ที่ขยะแขยงกว่าก็คือ สาวกประชาไท หรือ ตะกวดแลนเซ่อร์ สาขาประชาไท มันก็อมขี้ที่ไอ้นายเห่า แหว่งกุล มันสำรอกออกมา เอามาอมแล้วเอามาถ่ทถุยตามอย่างภาคภูมิใจว่าที่ไอนายเห่าว่ามาถูก

นั่นคือ ถ้าเป็นฝ่ายอำมาตย์ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้กระทำ หรือ ผู้ถูกกระทำ ผิดหมด แต่ถ้าเป็นฝ่ายนายเนรคุณชาติตักขี้ ไม่ว่าฝ่ายนายเนรคุณชาติตักขี้จะไปข่มขืนลูกสาวใคร หรือจะไปเข่นฆ่าญาติพี่น้องใคร นายเห่า และ สาวกตะกวดประชาไทที่อมขี้นายเห่ามาอีกทีก็เห็นว่านายเนรคุณชาติตักขี้ถูกเสมอ (รักนะ จุ๊บๆ ตะเอง อยาลืมโอนเข้าบัญชีเค้าด้วยล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า) แต่ถ้านายเนรคุณชาติตักขี้ถูกใครกระทำไม่ว่า โดยสิทธิ์ โดยจริยธรรม คนกระทำเขาสามารถทำได้หรือไม่ (อย่างการที่ประชาชนไปขับไล่นายกฯ ด้วยการชูมือตบขับไล่) นายกเนรคุณชาติตักขี้ ก็เป็นฝ่ายถูก เพราะนายกฯ เนรคุณชาติไม่สมค๊วร สมควร ที่จะถูกประชาชนขับไล่อย่งนั้น พิ ยอมไม่ด๊าย ตะกวดประชาไทก็ไม่ทน เช่นกัน ต้องปกป้อง ไข่ขวาตราเนรคุณชาติ ด้วยกายใจ

เป็น อย่างนั้นใช่มะ พิยา ใช่มะ ตะกวด ทั้งปวง

ประเด็นใหญ่ ที่นี่ (ปรปะชาไท สื่อสามานย์ บน โลกไซเบอร์เสปซ อิอิอิ) นับวันจะแปรสภาพจาก พท. สาธารณะ ไปเป็น พท. สาธารย์ เข้าไปทุกทีๆ

ฮี่ฮี่ฮี่

ปล.

ปล. ตกประเเด็นสำคัญไป

นายเห่ามันสร้างวาทกรรมว่าคนปาขี้คือ มวลชนคนราก (เง่า) หญ้า

แต่ตามหลักฐาน คนปาขี้ มันขี้แม็งกะไซค์มาปาขี้โดยมีรถแลนด์โรเวอร์ ขี่นำ

รากหญ้าบ้านพ่อมึงดิ้ มีคนขี่แลน โรเวอร์ เป็นพวกน่ะ

ไอ้ฟายเอ๊ย! ไปหลอก ตะกวดในประชาไท ไป๊! อ้อ! ลืมไปมึงก็หลอกได้แต่ตะกวดในประชาไทอยู่แล้วนี่หว่า ท่ดที ท่ดที งึงึ งิงิ

ที่มึงตอแหลว่านปาขี้คือพลังรากหญ้า แต่หลักฐานมันเห็นชัดๆ ว่านี่คือการตระเตรียม เป็นขบวนการ

ทีหลังจะตอแหลก็เตรียมไข่ เตรียมสี ให้เยอะๆ กว่านี้อีก มันน้อยไป เขารู้ทันกันหมดแล้วว่ะ

ฮื่ย ฮื่ย ชู่ว ชู่ว

ตอบ นาย ก "เรื่องของกู"

ตอบ นาย ก "เรื่องของกู"

.........สวัสดีครับ I Pad พี่

.........สวัสดีครับ I Pad พี่ pn ไปไหนครับ ..มาให้ครบดิ จะได้มันๆฮาๆ..

TRUE, TRUE, TRUE. >>>ไอ้(หรือ

TRUE, TRUE, TRUE.

>>>ไอ้(หรือ อี)โสเภณี(แก่ๆ)ขายวิญญาณ(ทางวิชาการ) ถึงขนาดแถเหงือกแถลิ้น ปลิ้นสมอง เค้นเอาตรรกะระยำออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนปลายสุด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร
<<<

เยี่ยม........

เยี่ยม........

การแสดงการต่อต้าน....บุคตลสาธ

การแสดงการต่อต้าน....บุคตลสาธารณะ

อุทัยถูกปาขี้
ทักษิณถูกเตรียมคาร์บอม
บ้านอภิสิทธิ์ถูกปาขี้ แหมเขากำลังสร้างภาพ สุดหล่อ ทุกช่อง ทีวี คงได้รับคะแนนสงสารจากแม่ยกเพียบ
อาจารย์จุฆาฯ ฉีกบัตรเลือกตั้ง

เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา .... ประชาธิปไตยไม่ใช่ดีที่สุด แต่เลวน้อยที่สุด

ถ้าเป็นระบอบเผด็จการ ท เขาไม่มีการปาขี้ครับ เขาฆ่าทั้งก๊กครับ

รอบนี้บทความตัดแปะเยอะเป็นพีเ

รอบนี้บทความตัดแปะเยอะเป็นพีเศษ สงสัยเถียงกันไม่ออกครับ

"ความเป็นอภิสิทธิ์ ทำให้เขาเป็น idol ของคนชั้นกลาง ผู้ดี และเซเลบส์ ในวัฒนธรรมป๊อปทางการเมือง ไม่ต่างจากโอบามา (โฆษกธิปไตยกับโพเดียมธิปไตย) ใจซื่อ มือสะอาด ชาติตระกูลดี การศึกษาสูง พูดเก่ง พูดเพราะ ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน รับฟังกระแสสังคม แล้วก็ (ดูเหมือน) มีหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือคนจน เอาใจคนแก่ รักสิ่งแวดล้อม ต่อต้านโลกร้อน ฯลฯ โอ้ สมบูรณ์แบบ แถมเข้าสมัยนิยม ฟังเพลงกรีนเดย์ โอเอซิส เป็นแฟนบอลอังกฤษ รักเดียวใจเดียวกับนิวคาสเซิล"
“หดหัวไปนะโว้ย! ผู้ดี”

แต่รอบนี้โดนจริงๆ แม่งกว่าขี้อีกครับ

เพียงแค่คนเอาอึมาบ้านนายก

เพียงแค่คนเอาอึมาบ้านนายก พวกคุณก็วิจารณ์ถึงอุดมการณ์ของคนทำ บรรยายสภาพสัง่คัม และ บรรยากาศการเมือง รู้ไหมครับว่า เขามีกล้องจับภาพ่คนก่อการ และ พบว่า ขี่รถมาเพียงคนเดียวเพื่อมาก่อการ แสดงว่าไม่ได้มาด้วยอุดมการณ์แน่นอน แต่มีคนจ้างวานมาแน่นอน บทความของคุณใบตองแห้ง เกิดจาก อคติ นำก่อน แล้ว หาเหตตาม แถมบรรดาผู้แสดงความเห็นด้วย ผมว่า สติปัญญาควาย ความรู้ต่ำ แต่ ความมั่นใจสูง ทั่งนั้น ไม่ควรนำสภาพสังคม ปรัชญา แนวคิด และการวิเคราะห์ เพราะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนเสือ้แดง เป้าหมาย เพื่อคนเพียงคนเดียว แต่ไม่ใช่เพื่อชาติแน่นอน

กร๊าก..รมณ์เสีย

กร๊าก..รมณ์เสีย

ทำเนียนแกล้งโง่..ไอ้เปรมออกมา

ทำเนียนแกล้งโง่..ไอ้เปรมออกมา
ทหารตบเท้าเคลื่อนไหวผิดปกติขนาดนี้
คิดว่าไม่มีปฏิวัติ ..ไม่โง่ไปหน่อยเหรอ
เห็นชอบคุยอวดฉลาด..หัดคิดสิ

สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพ

สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพ
อีกไม่นานก็จะรู้ใครจะไม่มีแผ่นดินอยู่

ในประวัติศาสตร์พวกเผด็จการมักจะไม่มีแผ่นดินอยู่

ทำตัวเป็นศาลเตี้ย.. เศรษฐีไทย

ทำตัวเป็นศาลเตี้ย..

เศรษฐีไทยมีเยอะทำไมไม่ไล่เบี้ยมั่ง
อย่างตาแป๊ะโกเต็กก็โกงแบงก์หลายพันล้าน
ทำไมจึงไม่ส่องกระจกมองตัวเองบ้าง

..ตุด..

..ตุด..

เห็นด้วยกับ doc t ครับ

เห็นด้วยกับ doc t ครับ และให้กำลังใจนายกฯ อภิสิทธิ์ และครอบครัวทุกทุกท่านเลยจ้า

วันนี้ไปทำธุระที่ปราณบุรีมา

วันนี้ไปทำธุระที่ปราณบุรีมา อยู่หน้าค่ายธนะรัตน์ เห็นเสื้อแดง20กว่าคนมันลงรถมา ธง1คัน ป้าย1ผืน เขียนแดงปราณบุรี มันไปยืนโบกธงถือป้ายได้15นาที พอถ่ายรูปเสร็จ มันก็กลับแล้ว ไอ้พวกห่านี่หาเงินกันง่ายๆดีนะ ชักอยากเปลี่ยนใจไปเป็นเสื้อแดงบ้างและ แต่ทำใจไม่ได้ เวลาจะใส่เสื้อแดงแล้วมันดูโง่ๆยังไงไม่รู้ มีใครรู้สึกแบบนี้บ้างมั๊ย

พี่น้องเอ้ยยยยยยยยยย

I Pad ต้องเอาขี้ไปตรวจหา

I Pad

ต้องเอาขี้ไปตรวจหา DNA แล้วมาเทียบกับ DNA ของใบตองเหี่ยวมัน ดูซิใช่ของมันละเปล่า มันนะเป็นผู้ต้องสงสัย

ฮะเหย

ฮะเหย ฮะเหย

ไอ้ที่มึงบอกว่าแม่งกว่าขี้ กูว่าพวกมึงน่ะเละยิ่งกว่าขี้อีกเที่ยวนี้ ยังนึกว่าพวกมึงเป็นต่ออีกเหรอ

คิดยังไงพวกมึงก็เละทุกมุม ไม่มีแววชนะเล้ยยยย ครับ(สุภาพแล้วนะ)

อ้าว มีคนคิดเหมือนกันอีกและ

อ้าว มีคนคิดเหมือนกันอีกและ ว้าววววววว

อ้าว มึงไม่ชอบ กูชอบนะ

อ้าว

มึงไม่ชอบ กูชอบนะ เค้าพูดความมึงไปว่าเค้าอีก ไอ้เกาหำเอ้ยยยยยย

ไอ้หำ

ไอ้หำ คดีแป๊ะของกูไม่ใช่เค้าไม่ทำ คดีมันจบไปนานแล้ว ตกลงมึงมันเซ่อหรือโง่กันแน่วะ หือ

เอาทักษิณกลับมา

เอาทักษิณกลับมา เอาทักษิณกลับมา เอาทักษิณกลับมา............... เอามันมาเข้าคุก

เอาแบบไม่มีมาตรฐานมั๊ยตัว

เอาแบบไม่มีมาตรฐานมั๊ยตัว สนุ๊กกกกสนุก

พวกกระบือเขาไม่นับเป็นศพนะตัว

พวกกระบือเขาไม่นับเป็นศพนะตัว เขาเรียกว่าซากนะ

แล้วทักษิณไม่มีแผ่นดินอยู่ก็เผด็จการนะซิ ไม่ใชม้างงงงง ทักษิณมันโจรปล้นชาตินี่นา

พวกมึงก็อย่าไปเชิญพวกเค้าออกม

พวกมึงก็อย่าไปเชิญพวกเค้าออกมาซิ

เดี๋ยวเค้ามาจริงๆตามคำเชิญพวกมึง แล้วพวกมึงจะหนาวววววววว

ป้าย่น กูรู้นะว่าเป็นมึงงงง

ป้าย่น กูรู้นะว่าเป็นมึงงงง

ใครว่า

ใครว่า กูชอบนะที่พวกมึงทำเรื่องเหี้ยๆแบบเนียะ เวลาทหารยิงพวกมึง กูจะได้สบายใจหน่อยยยยย

ไม่ว่ามันหรอก

ไม่ว่ามันหรอก ด่ามันจนเบื่อแล้ว มันเหี้ยยังไงก็ยังเหี้ยอย่างงั้น ไม่รู้จะว่ามันทำไม

รบกวนเขียนคำให้กำลังใจใส่แบ๊ง

รบกวนเขียนคำให้กำลังใจใส่แบ๊งค์พัน แล้วส่งไปให้ดีกว่านะ มันเป็นกฏ มันเป็นกฏ

ใช่มันเข้ายุค กะหรี่เยอะ

ใช่มันเข้ายุค กะหรี่เยอะ จริงๆด้วย อิ อิ อิ

ถามจริงเหอะ เห็นแค่ IP

ถามจริงเหอะ เห็นแค่ IP ก็รู้หรือว่าเป็นใคร แหกตาป่าวเนี่ยะ

เฮ้ย.......ถ้าเป็นแบบเค้าว่าจ

เฮ้ย.......ถ้าเป็นแบบเค้าว่าจริงๆ กูว่ามึงซวยแน่เลยว่ะ J

ไอ้ J โกรธทำไมวะ

ไอ้ J โกรธทำไมวะ ตายเป็นตาย

มึงตายคนเดียวนะ เดี๋ยวกูเผาให้

พวกมึงคิดได้แค่นี้จริงๆเหรอ

พวกมึงคิดได้แค่นี้จริงๆเหรอ ปาขี้เนี่ยะ แม่งน่าสมเพชฉิบหายเลยะ

ล้อเล่นนา อิ อิ

ล้อเล่นนา อิ อิ

กูก็ไม่ได้อ่านหรอก

กูก็ไม่ได้อ่านหรอก ไอ้ใบตองเหี่ยวเนี่ยะ อ่านแล้วโง่.............

ผมก็เลือกนะ

ผมก็เลือกนะ ถ้าไอ้เทือกไม่อยู่แล้ว

คิดอีกที กกม. ดีกว่า

คิดอีกที กกม. ดีกว่า ขอโทดดดดดดดด

ไอ้ขำนี่หว่า ไม่ใช่อีย่น

ไอ้ขำนี่หว่า ไม่ใช่อีย่น

ใบตองแห้งแกดัดจริตเหมือนคนชั้

ใบตองแห้งแกดัดจริตเหมือนคนชั้นกลางที่แกเขียนเหน็บแนมหละครับ

ผมยังนึกไม่ออกว่าในตัวบุคคล มาร์คจะน่ายกย่องตรงไหนเมื่อ

บอยคอตเลือกตั้ง (ตรูแพ้แน่ ตรูไม่ลง)
สนับสนุนม็อบพันธมิตร
ทำงานด้วยปาก
ยอมเป็นหุ่นให้เชิด โดยเผด็จการ...

และ บลาๆๆ ในฐานะตัวบุคคล มาร์คจะมีอะไรให้เราพอจะยกย่องมิทราบได้ นอกจากหล่อ ชาติตระกูลดี มีการศึกษา (และก็เหลวเป๋วทางการเมือง)

*ไม่ชื่นชม การปาขี้

*ไม่ชื่นชม การปาขี้ ที่สกปรก
ตื่นตระหนก ใครทำมาร์ค อยากสงสัย
โอ้ตัวตน ของมาร์ค เป็นอย่างไร
จึงทำให้ คนปาขี้ ที่น่ากลัว

*มาร์คสงสัย ว่ามาจาก คดียึดทรัพย์
โอ้มาร์คครับ มาร์คป้ายขี้ ชี้น่าหัว
เรื่องยึดทรัพย์ ก็ยึดไป ใครรู้ทั่ว
มาร์คซี้ซั้ว ป้ายขี้ชน คนเสื้อแดง

*มาร์คหลอกคน เขาไว้ มากมายนัก
คนหลงรัก อาจจะชัง ตั้งใจแช่ง
เรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็รุนแรง
พรรคร่วมนอน แอ้งแม๊ง เขาหรือยอม

*มาร์คพูดอย่าง ทำอย่าง ต่างต่างกรรม
ล้วนแต่นำ สู่การขว้าง ของไม่หอม
มาร์คสร้างภาพ ดีเพียงใด หัวใจปลอม
คนไม่ยอม ปาแค่นี้ ดีถมไป

"sak kra buea" is for you,

"sak kra buea" is for you, Anonymous. Your "ass" -to be exact! (yeah, you can share with P.r.e.m. (5555).

that's what you can think of about the article - insane you are.

...แล้วไอ้ที่มันยุบสภาหนีการอ

...แล้วไอ้ที่มันยุบสภาหนีการอภิปรายหละเขาเรียกว่าอะไร แหม่.......เป็นแบบอย่างประชาธิปไตยจังเลยนะครับ..

ขวันจัยดัดฉะหลิดอะปิ๊ฉิดชนชั้

ขวันจัยดัดฉะหลิดอะปิ๊ฉิดชนชั้น
มาด2ฐาน
อภิมหาดัดจริตชน

ไอ้แก่ว.ณ. พักนี้งานยุ่งว่ะ

ไอ้แก่ว.ณ.

พักนี้งานยุ่งว่ะ ไม่มีเวลามายุ่งเรื่องขี้ๆ เรื่องขี้ของมึงก็ทีนึงแล้ว คราวที่แล้วถ้ากล้วยไม่ได้ผล กูกะว่าจะใช้มะละกอ หรือสัปรด แต่อย่าให้ถึงทุเรียนเลย แม่งของแพงเสียดายของว่ะ

ชวนให้คนอื่นระวัง

ชวนให้คนอื่นระวัง ระวังจะหลงอภิสิทธิ์จนหน้ามืดนะ ประเภทชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้น่ะแหละ

ไอ้นี่นะ พอหมดยุค ปชป

ไอ้นี่นะ พอหมดยุค ปชป ก็เป็นหมาหัวเน่าไง

อาแค่ชื่อเล่นก็แล้วกัน นะ

อาแค่ชื่อเล่นก็แล้วกัน นะ จ่าทัศน์

ที่ผ่านมาผมอ่านทุกความเห็นของ

ที่ผ่านมาผมอ่านทุกความเห็นของใบตองแห้ง

ทำไมผมยังร้สึกตลอดมาว่าใบตองแห้งตอแหล และแสดงจริตจก้านบางอย่างผ่านข้อเขียนตลอด

มันสัมผัสได้นะครับ

นั่นดิ้พี่ แต่คนปาไม่ใช่ไอ้เศ

นั่นดิ้พี่

แต่คนปาไม่ใช่ไอ้เศษแดงแน่ๆ เพราะเข้าปฏิบัติการในระยะมองเห็นแววตากัน ไอ้แซ่ด่างมันไม่เอาแน่

อิอิอิ

ผมมาเช้าไปหน่อยเพราะตกเย็นมีธ

ผมมาเช้าไปหน่อยเพราะตกเย็นมีธุระครับ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คม กระชับ แต่ ได้ใจความ

แถมแสบเข้าไปถึงรู้ขี้ไอ้แม้วเยยยย

อิอิอิ

ที่คุณรู้สึกนั้นไม่ผิด เพราะค

ที่คุณรู้สึกนั้นไม่ผิด

เพราะคอลัมนิสต์โคตรตอแหลจัดอันดับ 1 - 5 ใบตองแห้ง ไม่เคยหลุดโผ

ฮี่ฮี่ฮี่

อิ อิ หวัดดี คุณ p

อิ อิ

หวัดดี คุณ p n

ไปเที่ยวประจวบมา เป็นไงบ้าง

ผมเคยไปเที่ยวคลองวาฬ

ร้านหลบมุม อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะ ต้มยำไข่ปลาริวกิว

ซดโฮกเข้าไปตอนร้อนๆ รสแซ่บ จัดจ้าน รับรอง หูตาสว่าง หายหวัด หายไข้ ทันที เพราะแม่ครัวแกใส่ใบกระเพราด้วย

เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของต้มยำย่านแถวๆนี้

แค่นึกนี่ก็น้ำลายไหลแล้ว ถ้ายังไม่กลับ ก็ว่า จะรบกวน ฝาก ช่วยไปซดน้ำแกงแทนให้หน่อย อิ อิ

อีกอย่าง คือ พักนี้ ผมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาในนี้หรอก งานเยอะมาก ไงไง ก็ ขอเป็นกำลังใจ ให้คุณ p n ลุย ตบกระโหลกพวกตัวเฮี่ย ตัว ตะกวด ควายแดง ต่อไป อย่าหนีไปเที่ยวบ่อยล่ะ อีกไม่นาน ผมว่า ไอ้พวกตะกวดในนี้ ก็คงหายหัวหมดแล้ว ให้พ่อมันโดนยึดทรัพย์ก่อนเถ๊อะ นิ อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก กั่กกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆ

วันนี้มาว่าด้วยเรื่องความตอแห

วันนี้มาว่าด้วยเรื่องความตอแหลของ ปีโป้ชันแน่ว (People Channel) ทีวีเสื้อแดง

เมื่อคืนทำภารกิจอันหนักหนานั่นคือ กดไปดูช่องคลอดสีแดง ปีโป้ชันแน่นนนนน

มันทำสกู๊ปชื่อ ยึดทรัพย์ หรือ ปล้นทรัพย์

ใช้ผู้บรรยายคนเดิมเป็นผู้หญิงที่อ่านทุกสกู๊ปของช่องคลอดแดง

มันก็เริ่มบรรยายไปเป็นควุ้งเป็นแควถึงความเป็นตะกวดที่ดีของทักษิณ

รวยก่อนมาเล่นการเมือง เอย ศาลไม่ให้โอกาสในการดูหลักฐานก่อนการแก้ต่าง เอย ฯลฯ

ทุกอย่างที่อีนังผู้บรรยายพ่นออกมาล้วนมดเท็จทั้งสิ้น หรือ Absolutely lie แต่แถวบ้านอีกันเรียก ตอแหลโค่ด อิอิอิ

ที่ฟังแล้วรู้สึกสุดสมเพช คือ ที่มันบอกว่า "ท่าน (ก็คือไอ้ห่าตักขี้นั่นแหละ!) เป็นคนที่ทำให้เป็นแบบอย่างด้วยการแสดงบัญชีทรัพย์สินก่อนเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง จนทำให้นักการเมืองรุ่นหลังจากนั้นต้องทำตามที่ท่านวางมาตรฐานไว้"

ถุยส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส

แล้ว ก็ ถุย ถุย ถุย ถุย ถุย ถุย ถุย อีกหลายๆ ที อิอิอิ

ไอ้สักกะหมาแม่เย็กตักขี้เนี่ยนะ ผู้วางมาตรฐานทางจริยธรรม

อีตอหลด ลูกอีชั่งปด เอ๊ย!!!!! อี dog นั่นมันพูดไปได้ยังง๊ายยยยยยยยย ไอ้ตอหลดตักขี้ คือ ต้นแบบทางจรรยาบรรณ

ทั้งๆ ที่คนเขารู้กันทั่วแล้วตั้งแต่ รธน. 34 แล้ว ที่กำหนดให้ผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินก่อน มาตั้งแต่ตอนนั้น และกำหนดเป็นขั้นตอนสามัญที่ทุกคนที่จะเข้ารับตำแหน่งการเมืองต้องทำตามทั้งนัน

แต่ อี dog ผู้บรรยายนั่น มันแหลสดมาดั๊ย! ว่า ไอ้แม้วเป็นคนแรกที่เริ่มให้มีการแสดงบัญชีทรัพย์สิน โถ! อีนี่ ควายมันคงเขื่อเมิงร๊อก (แต่พวกตะกวดเชื่อเฉยเลย อิอิอิอิ)

ไอ้แม้วจะเป็นคนแรกที่เป็นมาตรฐานได้ก็คือ การโกงชาติแบบเนรคุณชาติบริสุทธิ์ เท่านั้นเอง เว๊ย!

อิอิอิ

พี่น้องเอ๊ย! ทำไมรู้สึกว่าหมู

พี่น้องเอ๊ย!

ทำไมรู้สึกว่าหมู่นี้ไม่ค่อยมีใครมาสนใจ พธม. เลย

หรือว่ามันจะใช้แผนนิ่งเงียบกับพวกเราจริงๆ

งั้นก็ดีดิ้ ถือว่ายึดบอร์ดมันได้แล้ว

อิอิอิ

ตุด

ตุด

คลองวาฬ หลบมุม ไข่ปลาริวกิว

คลองวาฬ หลบมุม ไข่ปลาริวกิว ขอบคุณมากเลย หลังตรุษจีนต้องไปอีกทีครับ คราวที่แล้วแค่สำรวจรอบแรก

ต้องพาเพื่อนๆไปอีกครั้งนึง ช่วงนี้ชีพจรลงเท้า ไปต่างจังหวัดบ่อยๆ ผมอาจหายหน้าไปเป็นช่วงๆ

แต่ไม่ทิ้งพี่น้องแน่นอนครับ

พี่น้องเอ้ยยยยยยยยยยยยย

ไอ้เวปมาสเตอร์เดี๋ยวไปรับซองข

ไอ้เวปมาสเตอร์เดี๋ยวไปรับซองขาว แล้วก็เก็บของไสหัวไปได้แล้ว

พธม.ได้ยึดเวปประชาไทได้เบ็จเสร็จแล้ว

ไอ้แดง แซ่ด่าง ฮา ฮา

ไอ้แดง แซ่ด่าง ฮา ฮา ฮา

เพื่อนว่าไอ้พัลลภมันแยกตัวออกจากแดงแล้ว เชื่อมันดีมั๊ยยย เนี่ยะ

แม่งแผนเอาต้วรอดแล้วมั้ง สงสัยจะรู้ตัวว่างานนี้ไม่รอดแน่ หรือไม่ก็ได้ต้งน้อยกว่าไอ้สามเกลอแน่ๆเลยยยน้อยใจ

มึงร้องหาผัวเหรอ อีห่า...

มึงร้องหาผัวเหรอ อีห่า...

แก่ขนาดไอ้แก่ วอ. คางคก

แก่ขนาดไอ้แก่ วอ. คางคก ต้องเรียก พ่อ แล้วล่ะพี่

อิอิอิ

นึกดูดิ้ อีนี่มันเอาพ่อทำผัว

เอิ๊ก เอิ๊ก เอิ๊ก

ดูไงน่ะพี่ ตัวไหนเป็นตัวไหน

ดูไงน่ะพี่

ตัวไหนเป็นตัวไหน ผมเห็นแม่ม แดรกขี้เหมือนกันทุกตัวแยกมะออก

อิอิอิ

เรื่องของ Here ชราภาพ

เรื่องของ Here ชราภาพ อย่าสนใจเลยพี่ ไม่มีราคา

ทุกวันนี้ไอ้พัลลภ ผมว่าเผลอๆ ยืนเยี่ยว แม่ง! เยี่ยวรดหัวแม่ตีนมันเองแหงมๆ

ฮิฮิ

นี่พวกคุณเมิงตะกวดทั้หงลาย

นี่พวกคุณเมิงตะกวดทั้หงลาย เชื่อที่ไอ้ตักขี้ มันขี้ออกมาให้กินลงจริงๆ เหรอ? ว่านั่นน่ะ คาร์บอมบ์

เอาสมองไปใส่ไว้ที่องคชาติ แล้วเอาปิงปองสองลูกมาใส่กระโหลกสลับที่กันเหรอจึงเชื่อเช่นนั้น ฮู๊ยยยยยยย เป็นตางึดอีหลี

เรายึดมันได้แต่รสชาดกร่อยไปเย

เรายึดมันได้แต่รสชาดกร่อยไปเยอะเลยเนอะพี่

คห. หดจู๋อยู่แถวๆ ไม่ถึงร้อย หมดหนุกเลย

ใบตองแห้ง แกเขียนตรงไปตรงมา

ใบตองแห้ง แกเขียนตรงไปตรงมา มีเหตุมีผล กว่าพวกจริตนิยมแบบ ไอ้นิรนามข้างบนเนี่ย

"ไม่ชอบเผด็จการ

"ไม่ชอบเผด็จการ แต่อยากให้มีรัฐประหาร" ไอ้นี่มันไม่โง่ ก็ควาย

ไอ้นี่ก็ยังดักดานไม่เข้าใจ

ไอ้นี่ก็ยังดักดานไม่เข้าใจ เค้าพูดเรื่องระบบ เรื่อง ประชาธิปไตย กับ รัฐประหารอุ้มสม แต่เอาเสือกเรื่องส่วนบุคคลมา มาเขียนซะยืดยาว ไม่ตรงประเด็น

ใบตองแห้ง มีรสนิยมต่ำ

ใบตองแห้ง มีรสนิยมต่ำ เพราะเค้าไม่มี จริตนิยมสูงอย่าง มึงงัย ไอ้เหี้ย

ฟังๆดู กูว่าคนปัญญาอ่อน

ฟังๆดู กูว่าคนปัญญาอ่อน พูดมากกว่า จะเป็นเด็กใต้ว่ะ

อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก กั่กกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆ

อิ อิ อิ ช่ายเลย

อิ อิ อิ

ช่ายเลย ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบ...

ครือ พวกประชาไท มันก็แบบนี้แหละครับ ตอหลดตอแหล จริต จก้านเยอะ ปากทำเป็นด่าพวกชั้นสูง แต่มันเองก็ทำตัวเป็นชนชั้นสูง มาทั้งมาดวิชาการ มาดผู้ดี มาดนักปราชญ์ สารพัดสารเพ แต่ มัน ควายกันทั้งนั้น คนดูคนฟังเขาก็รู้สึกแหม่งๆแบบคุณนี่แหละ คือมันมักจะขัดกันเอง

อย่างเช่นบทความนี้ พวกมันน่ะ ชอบใช้ความรู้สึก ใช้อารมณ์ และมักจะใช้เรื่องพวกนี้ *เล่นกับอารมณ์ เล่นกับความรู้สึกคน เอามาปั่นหัวคนอื่น มันชอบประดิด ประดอยถ้อยคำ วาทกรรมใหม่ๆ มันคิดว่า การที่คนเขาเชียร์อภิสิทธิ์ น่ะ เพราะ ถูกจริต ของพวกดัดจริต พวกอีเดียด อะไรๆแนวนี้ มันคิดขึ้นมาของมันเอง แล้วเชื่อว่าจริง แล้วก็เลยเขียนอะไรๆ ออกมาแนวนี้ แต่ เราจะหาสาระอะไรจากบทความนี้ไม่ได้เลย เป็นแค่ คำพูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียด สร้างภาพ สร้างความรู้สึก จนเห็นได้ชัดว่า คนที่จริตจก้านเยอะน่ะ คือตัว ไอ้ อี นัง คนเขียนเอง ซะมากกว่า นิ อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก กั่กกกกๆๆๆๆๆๆ

(* ถอยไปนะโวยผู้ดี เดี๋ยวกูชนแหลก ฯลฯ...... อะไรประมาณนี้ อิ อิ.)

"การ “ปาขี้” ใส่บ้านนายกฯ

"การ “ปาขี้” ใส่บ้านนายกฯ รูปหล่อ ขวัญใจจริตนิยม มองในเชิงสัญลักษณ์ จึงเป็นการทักทายของประชาธิปไตยคนชั้นล่างที่ “ปาขี้” ใส่หน้าประชาธิปไตยจริตนิยมของคนชั้นกลาง อย่างเต็มๆ “พวกข้ามาแล้วโว้ย” ตื่นขึ้นแล้ว ลุกขึ้นมาแล้ว ใครจะว่าหยาบ ถ่อย แต่เอาจริง ไม่มีจริต"

อีตรงท้ายๆน่ะ กูแปลว่า มึงพร้อมจะทำสงครามก็แล้วกันนะ

เอาเป็นว่า กูก็รอวันที่พวกมึง จะทำอย่างที่ปากมึงว่าอยู่เหมือนกัน

เพราะกูมีความแค้นที่อยากจะสะสางมากมาย กูทนไม่ได้ที่คนไทยจะกลายเป็นควาย ไปรับใช้ไอ้นายทุนเฮี่ยๆ แล้ว จะมากดหัวกูให้ต้องเป็นทาสเช่นเดียวกับพวกมึง

ในเมื่อมึงคิดว่ามึงเป็นไท และกูเป็นทาส

แต่กูก็คิดว่ามึงเป็นทาส ส่วนกูเป็นไท

ดังนั้น ยิ่งพวกมึง มาทำเหิมเกริม ผูกขาดความรู้สึก ผูกขาดความถูกต้อง

คิดว่าสิ่งที่มึงทำนั้นถูกแล้ว ดีแล้ว งั้นก็ต้องเจอกับซ่นตีนของกูด้วย

กูไม่มีวันยอมแพ้พวกมึง

มึงว่ามึงถูก กูก็ว่ากูถูก

ที่เหลือ ให้พระเจ้าตัดสินเถอะวะ

มึงจะรวบรวมไพร่พล ชุมนุม ก่อการจราจล ก็ขอให้มากันให้เยอะๆ มากันเป็นล้านๆยิ่งดี กูไม่เคยกลัวพวกมึงเลย

“พวกข้ามาแล้วโว้ย” ตื่นขึ้นแล้ว ลุกขึ้นมาแล้ว ใครจะว่าหยาบ ถ่อย แต่เอาจริง ไม่มีจริต"

มาเลย มาเยอะๆยิ่งดี กูก็คันซ่นตีน อยากถีบพวกมึงมานานแล้ว ไอ้เฮี่ยควายแดงทั้งหลาย.

ใ บ ต อ ง แ ห้

ใ บ ต อ ง แ ห้ ง...

ผู้เชี่ยวชาญ " ด้ า น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ อ า จ ม "

ทักษิณ

ทักษิณ ขวัญใจทุจริตนิยม

ฮา............................

ใบตองแห้ง...ผู้มีอิสระทางความ

ใบตองแห้ง...ผู้มีอิสระทางความคิด

อ่านความเห็นสมศักด์เรื่องจิตว

อ่านความเห็นสมศักด์เรื่องจิตวิญญาณแล้วเต่าถุย ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเลย นอกจากตั้งคำขึ้นมาให้พวกากได้ใจ จะเอาอะไรเป็นจิตวิญญาณวะ ไอ้เย็ดแม่ จะดูตรงไหน ใครเป้นคนเลือก มึงเอาอะไรมาวัด สปิริตหอยหลอดน่ะสิ พูดเก๋ไก๋ จับแพะชนแกะ

ไอ้สมสักดิ์นี่เห็นหลายทีแล้ว ทำเหมือนมีตรรกะ ทำเหมือนรู้ทุกเรื่อง ใครเอาอะไรจ่อปาก แม่งตอบได้หมด มาร์กซ์ เฮเกล นิติรัฐ ถุย ถ้ามันเก่งจริง ป่านนี้มันคงมีงานออกมาเยอะไปหมด ไม่ใช่สอนหนังสือมาใกล้ลงโลง มีเรื่องหกตุลาเรื่องเดียว ใช้สร้างราคาไล่ด่าคนอื่นที้งปี

ถามหน่อยวะ่สมศักดิ์ มึงปราชญืุทุกเรื่องเหรอวะ แล้วมึงดีมาจากไหน เที่ยวด่าคนโง่เง่าตามเว็บไปทั่ว แน่จริงมึงด่าข้างถนนสิ รับรองกูเตะปากมึงแน่ จะเอาส้นตีนยัดดากมึงให้ทะลุหัวหงอกเลย พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไงว่าให้หัดให้เกียรติคนอื่น หรือเป็นเจ็กสถุล ถูกที่บ้านพูดหยาบพูดมึงกูพูดไอ้อีมาแต่เด็ก โตขึ้นเลยหยาบกับคนเขาไปทั่ว ไอ้หัวเสียกหัวดอ

ไอ้ที่มึงหลอกสาวกมึงว่ามึงแม่นตรรกะ กูไม่เห็นแม่นห่าอะไร แม่งก็ถามคำถามเดิมซ้ำๆ ซากๆ แล้วเอาคำถามเดิมไปถามทุกเรื่องทุกบริบททุกเวลา อย่างเงี้ยไม่ใช่ตรรกะหรอก เขาเรียกว่าโรคจิตวิปริต ย้ำคิดย้ำทำ งานเรื่องหกตุลา ทำไปทำมาก็ทำอย่างเดียวคือคอยด่าว่าไอ้นั่นฆ่าไอ้นี่ ประเด็นอื่นไมม่ีเลย

คือถ้างานมึงอยู่ในประเทศเสรี แม่งมีอะไรน่าสนใจวะ มีคุณูปการตรงไหนกับการคิดเรื่องนี้ นอกจากทำตัวเป็ฯตำรวจเปิดโปรงคดีหกตุลา ไอ้หัวเสียกดอ

GILkal bOugnH

GILkal bOugnH

EJYWCgLc Ambien Xanax Cialis

HWzSuub Cialis Valium Xanax

FdgWHX Phentermine Viagra Buy

UykDiu Cialis Buy Viagra

yqFtvCom Ativan Cheap Ambien

uRRkVxUo Cigarettes Buy

YIWKlGdu Buy Ambien Buy

XMhVobKL Cialis Buy

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน