ใต้เท้าขอรับ: ไม่มีปั่นหุ้น มีแต่ ‘ปั่นข่าว’

คุณธีรนันต์ วิภูชนันธ์ กับคุณคธา ปาจาจิริยะพงษ์ เป็นเหยื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และนักสิทธิมนุษยชน และผู้รักความเป็นธรรมควรจะต้องรีบออกมาปกป้อง
 
ข่าวลือที่แรงในระดับทำให้ดัชนีหุ้นรวมตกกว่า 30 จุดในวันแรก ก่อนจะดีดกลับมาตกที่ 15 จุด และตกแรงประมาณ 60 จุดในวันต่อมา ก่อนจะกลับมายืนแค่ระดับการตกที่ประมาณ 30 จุด
 
วันแรก หรือ 14 ตุลาคม 2552 ที่ข่าวลืออันไม่เป็นมงคลสะพัดในตลาดหุ้น เมื่อไปดูข้อมูลก็จะพบว่า การตกของหุ้นนั้นมาจากการเทขายทำกำไรของนักลงทุนต่างประเทศ การตกในระดับที่ 15 จุดเมื่อปิดตลาด ว่าไปมันก็เป็นตัวเลขการตกธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ส่วนวันที่สองซึ่งน่าจะชัดแล้วว่า ‘ข่าวลือ’ ก็คือข่าวลือที่เชื่อถือไม่ได้ ก็เป็นการขายของกองทุนในประเทศ ซึ่งมีข้อมูลประกอบการลงทุนที่ดีกว่า
 
พูดง่ายๆ ก็คือ หากลองไปถามเซียนหุ้นดูก็จะรู้ว่า ไม่มีทางที่การปั่นหุ้นชนิดที่ทำให้ตัวเลขขึ้นลงทั้งกระดานจะเกิดขึ้นจากนักลงทุนรายย่อย และย่อมไม่ได้เกิดจากการโพสต์ข้อความของคนเพียง 2 หรือ 3 หรือแม้กระทั่งมากกว่านั้น
 
และแน่นอนคุณธีรนันต์ กับคุณคธา ย่อมไม่ใช่นักลงทุนรายใหญ่หรือมีตำแหน่งแห่งหนที่จะบงการการปั่นหุ้นได้ ยังไม่ต้องนับว่า ข้อความที่เขาโพสต์นั้น ไม่ใช่เรื่องข่าวลือ แต่เป็นการแปลรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศว่าเกิดข่าวลือขึ้นในตลาดหุ้นต่างหาก ซึ่งนั่นหมายความว่า เป็นการโพสต์ข่าวแปลที่เกิดหลังหุ้นตกไปแล้ว และเป็นการแปลตามประสาพลเมืองที่ดีที่นำข่าวมาบอกกัน และเป็นผู้เล่นเว็บบอร์ดที่มีเนื้อหาสาระเหมือนที่นักวิชาการทั้งหลายเรียกร้องอยากให้เว็บบอร์ดเป็นนั่นเอง
 
แต่แน่ละ ไม่มีใครปฏิเสธว่า ในสองวันนั้นมีข่าวลือที่ไม่เป็นมงคลแพร่สะพัดอยู่ด้วย แต่ข่าวลือนั้นเกิดขึ้นเพื่อหวังผลในการปั่นหุ้นจริงหรือ หรือหากหวังผลเช่นนั้น ข่าวลือเช่นนั้นจะได้ผลหรือไม่ก็ยิ่งน่าสงสัย
 
เช่นเดียวกับในทุกวี่วันที่มีสารพัดข่าวลือที่วนเวียนอยู่ในตลาดให้นักเก็งกำไรหรือนักลงทุนต้องวิเคราะห์อยู่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องได้ผลเสมอไป
 
แม้แต่เด็กๆ แถวบ้าน ยังสามารถท่องได้เลยว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน”
 
อย่าลืมทีเดียวเชียวว่า หลังเหตุการณ์หุ้นตกเพราะเชื่อว่ามาจากข่าวลือนั้น รัฐบาลเองก็ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องออกมาจัดการแต่อย่างใด กระทั่งเกิดการปั่นข่าวเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมืองของ ‘นักการเมืองในสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง’ และ ‘นักการเมืองนอกสภาที่รอวันจะลงเลือกตั้งไปนั่งในสภาของผู้แทนราษฎร’ เท่านั้นแหละ รัฐบาลจึงออกมาเดินตามราวกับลูกที่ดี
 
แต่สมมติว่า การตกของหุ้นนั้นมาจากข่าวลือที่มีใครก็ตามตั้งใจปล่อยล้วนๆ ข่าวลือที่แรงระดับนี้ก็น่าจะมาจากความตื่นตระหนกรวมหมู่ ซึ่งมีอยู่เป็นพื้นฐานในสังคมไทย อันสะท้อนว่า สังคมเศรษฐกิจไทยหวั่นไหวเพียงใดในสถานะทางการเมืองที่ไม่มั่นคงอยู่นี้ และโครงสร้างตลาดทุนไทยก็ช่างเปราะบางเกินกว่าจะรับกับข่าวลือสารพัดได้ ซึ่งหากรัฐบาลปรารถนาจะดึงนักลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย รัฐบาลเองก็ต้องหาทางรับมือกับสารพัดข่าวลือแบบนี้ให้มันเกิดข้อเท็จจริงขึ้นอย่างทันท่วงที แทนที่จะจัดการไปในทางที่มีผลทำให้คนไม่กล้าพูด ซึ่งมีแต่จะดำรงไว้ซึ่ง ‘ข่าวลือ’ ให้ลืออยู่เช่นนั้น
 
คุณธีรนันต์ กับคุณคธา จึงเป็นเหยื่ออย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทำไมต้องเป็น 2 คนนี้ ทั้งๆ ที่มีคนโพสต์เรื่องนี้มากมาย ทั้งก่อนหน้าและหลัง หรือเขาเป็นสองคนแรกที่ปล่อยข่าวกระนั้นหรือ
 
หรือเพราะเขาเป็นคนโพสต์ข้อความในหลายที่ กระนั้นเอาอะไรไปตัดสินว่า การโพสต์ข้อความแม้จะในหลายๆ ที่จะเป็นความจงใจทำให้เกิดกระแส เพราะโดยปกติ การโพสต์ข้อความในเว็บบอร์ดหลายๆ แห่งนั้นเกิดขึ้นได้เป็นปกติสำหรับคนที่อยู่ในชุมชนคนเล่นบอร์ด ซึ่งไม่ได้เอาตัวเองไปสังกัดเว็บบอร์ดใดๆ เพียงแห่งเดียว ถ้าสมมติเขาโพสต์สัก 10 บอร์ด นั่นแสดงความว่า เขาจงใจปั่นหุ้นเช่นนั้นหรือ
 
แล้วเราจะเรียก นักการเมืองที่ให้ข่าวเล่นข่าวย้ำๆๆๆๆๆ ถึงข่าวลือๆๆๆๆ นี้ว่าอย่างไร
 
ยังไม่ต้องพูดว่า มันตลกเพียงใด หากเขาจงใจปั่นหุ้น โดยมาปล่อยข่าวในเว็บบอร์ดอย่าง ‘ประชาไท’ และ ‘ฟ้าเดียวกัน’ เพราะแม้แต่ห้องสินธร แห่งเว็บบอร์ดพันทิพ อันเป็นชุมชนคนเล่นหุ้น การปล่อยข่าวเพื่อหวังให้เกิดแรงกระเพื่อมของตัวเลขในกระดานขึ้นลงก็แทบจะไม่เคยได้ผล
 
ยังไม่ต้องนับว่า ข่าวลืออันไม่เป็นมงคลนี้เกิดขึ้นในเว็บบอร์ดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ แค่ ‘ประชาไท’ หรือ ‘ฟ้าเดียวกัน’ มาก่อนหน้าแล้ว แต่กลับจงใจให้ข่าวราวกับว่า ต้นตอการปั่นหุ้นมาจาก ‘ประชาไท’ หรือ ‘ฟ้าเดียวกัน’
 
ยังไม่นับว่า นี่จะเป็นการจับตาม ‘พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์’ แบบไร้เหตุผลเพียงใด
 
แน่ละ คงต้องรอดูว่า จะมีข้อมูลเรื่องการปั่นหุ้น และความผิดตามข้อหากฎหมายหลักทรัพย์ตามมาหรือไม่ และอย่างไร
 
แต่กรณีนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า ‘พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์’ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐแบบกว้างขวางและเหวี่ยงแหชนิดไม่ละอายต่อบาปและการใช้เหตุผล กระทั่งอยู่ในสถานะ ‘พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นแม่มด’ ของหมอผีครองเมืองทั้งหลาย ที่พร้อมจะนำไปแปะป้ายใครก็ตามที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม หรือต้องการจะเล่นงานเพื่อหวังผลทางการเมือง
 
น่าสงสัยด้วยว่ามีการใช้อำนาจนอกเหนือกฎหมายด้วยการลอบขโมยข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เอง ซึ่งน่าจะเป็นการบ้านให้กับเหยื่อได้ศึกษาเพื่อการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง
 
ในท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่ามีการปั่นหุ้นหรือไม่ แต่ชัดเจนยิ่งว่า มีการ ‘ปั่นข่าว’ โดยอาศัยหุ้นตกและอาศัยข่าวลือที่เกิดขึ้นแน่ๆ เพราะสมมติว่ามีการปั่นหุ้น อย่างมากคนปั่นก็ได้แค่เงิน แต่คนปั่นข่าว ได้ประจบสอพลอและอำนาจ และยังได้เล่นงานฝ่ายที่เห็นต่างอีกด้วย
 
ก็แล้วทำไมไม่บอกไปตรงๆ เลยล่ะว่า
 
“เล่นเน็ตมีความเสี่ยง ผู้เล่นควรควรเลือกข้าง ‘หมอผี’ ก่อนการเล่น”

Comments

มาปั่นข่าวครับ ...

มาปั่นข่าวครับ ... เอาไปปั่นหุ้นด้วยก็ได้ครับ ไม่สงวนสิทธิ์

แพะเห็นๆ

แพะเห็นๆ ทั้งมาร์คทั้งเทพเทือกออกมาให้ข่าวจะจับ4คน ยังกับนี่ผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล

*พรบ. ของหมอผี

*พรบ. ของหมอผี ที่เลวร้าย
ยังคงใช้ ล่าแม่มด กำหนดหมาย
คนเล่นเน็ต เสี่ยงถึงขั้น อันตราย
ต่อกฎหมาย ของหมอผี ที่ครอบงำ

*หากใครคิด ตรงกันข้าม ฝ่ายหมอผี
อาจต้องมี อันเป็นไป ให้ถูกย่ำ
ด้วยข้อหา แม่มด กฎระกำ
ฐานล่วงล้ำ ความมั่นคง ประสงค์ร้าย

*การปั่นข่าว นั้นยาว กว่าปั่นหุ้น
ความว้าวุ่น เกิดจากข่าว เล่าเสียหาย
ยิ่งหาทาง ปิดเว็บ เก็บให้ตาย
ยิ่งเลวร้าย กว่าปั่นหุ้น เพราะหนุนพาล

*พรบ. ของหมอผี ที่จับคอมพ์
เหมือนทิ้งบอมบ์ ทำลาย ใฝ่ล้างผลาญ
เกิดเป็นความ มืดมน อนธการ
สั่นสะท้าน คนเล่นเน็ต แสนเข็ดใจ

ทุกคนทุกฝ่ายย่อมมีเหตุผลมาสนั

ทุกคนทุกฝ่ายย่อมมีเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อของตนหรือฝายตนเสมอ
เพียงแต่ว่าเหตุผลของใครจะมีเหตุผลมากกว่า แล้วใครเล่าจะเป็นผู้วิเศษมา
ตัดสินว่า เหตุผลใครดีมีน้ำหนักกว่ากัน น่าเบื่อจริง ๆ เนาะโลกมนุษย์

ผมอยากรู้จริงๆว่าข้อมูลของคนเ

ผมอยากรู้จริงๆว่าข้อมูลของคนเล่นเว็บประชาไทหลุดออกไปได้อย่างไร

ช่วยชี้แจงให้หายสงสัยด้วย

ถ้าเจ้าหน้าที่ขโมยข้อมูลไปก็น่าจะฟ้องกลับ

และข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ที่จะนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องควรจะได้จากหมายศาลให้เปิดเผยข้อมูลมากกว่า

มีหลายวิธีที่เจ้าหน้าที่จะเอา

มีหลายวิธีที่เจ้าหน้าที่จะเอามาได้ ในบทความที่นี้ก็ได้แนะนำให้เหยื่อที่ถูกจับฟ้องกลับแล้ว ซึ่งคุณคงได้อ่านแล้ว แต่พอคุณถามมาอีก ก็เลยเป็นไปได้ว่า ที่เขาเจาะจงอ้างชื่อว่ามาจากเว็บประชาไทและฟ้าเดียวกันนี่ ก็เพื่อหวังจะมีคำถามแบบนี่แหละเกิดขึ้นกับผู้อ่าน

ตำรวจจับมอ-ไซ

ตำรวจจับมอ-ไซ มันก็สรรหาข้อหามาจับได้สารพัด กรณีนี้ก็เช่นกัน ข้อหาปั่นหุ้นดูเหมือนจะถูกต้านอย่างแรง เมื่อคืนจับอีกคนในข่าวบอกข้อหาพ.ร.บ.คอมฯ
ไอ้ที่งงกว่า คือ พวกฝรั่งตาน้ำข้าวที่ขายหุ้นวันนั้น มันเข้ามาอ่านกระทู้ในเว็ป ประชาไทกับฟ้าเดียวกัน "ออกหรือ"

น่าเห็นใจผู้ต้องหาทั้ง2ราย

น่าเห็นใจผู้ต้องหาทั้ง2ราย ที่นอกจากจะตกอยู่ในฐานะ"แพะ"แล้ว ยังเป็น"ไก่"ที่ต้องถูกเชือดให้"ลิง"อย่างเราๆท่านๆได้ยำเกรงไว้ก่อน

เป็นการส่งสัญญานอย่างหนึ่งจากฝ่ายอำมาตย์เพื่อปรามเหล่าไพร่ว่า

หนึ่ง...อย่าได้บังอาจแตะต้องของสูง (อันเป็นของพึงสงวนไว้ยกย่อง เชิดชู แอบอิง แอบอ้าง และใช้เป็นเครื่องมือแสวงอำนาจและผลประโยชน์ ได้เฉพาะเหล่าอำมาตย์และบริวารเท่านั้น) ไม่ว่าจะโดยทางตรงทางอ้อม ทางลับหรือเปิดเผย และโดยเจตนาดี/ร้ายใดๆ โดยเด็ดขาด

สอง...ถ้าไม่เคยรู้ก็จงรู้ไว้เลยว่า พรบ.คอมพิวเตอร์มีแสนยานุภาพเพียงใดเมื่อถูกใช้ภายใต้กลไกของอำมาตย์ มันสามารถสำแดงเดชจากการถูกประยุกต์บิดเบือนเจตนารมณ์เพื่อใช้ฟาดฟันใครก็ตามที่เขาเห็นเป็นฝั่งตรงข้ามหรือไม่ยอมสยบได้ขนาดไหน อานุภาพของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าพรบ.การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ หรือข้อหาภัยสังคมที่เคยถูกยัดเยียดให้กับผู้ต่อต้านในยุคเผด็จการครองเมืองเมื่อสามสี่สิบปีก่อนเลย

สาม...สืบเนื่องจากสอง อำมาตย์กำลังบอกเป็นนัยว่า ให้ยอมรับการครอบงำและปิดกั้นเชิงข่าวสารเสียโดยดี ไพร่มีหน้าที่ต้องทำตัวว่านอนสอนง่าย หากมันผู้ใดบังอาจดิ้นรนเสาะหาช่องทางเสรีต่างๆที่คิดว่าปลอดภัยและไม่มีทางถูกสาวถึงตัวได้ ทำการเผยแพร่ความคิดหรือข้อมูลข่าสารใดๆที่อำมาตย์ไม่ต้องการให้รับรู้หรือถูกคิดวิเคราะห์อย่างเปิดเผยในสังคมวงกว้างแล้ว ก็จงพึงระวังตัวไว้ เพราะท้ายที่สุดมันผู้นั้นจะไม่มีวันรอดเงื้อมมืออำมาตย์ไปได้

เห็นด้วยกับคุณชูวัสว่า งานนี้จริงๆแล้วรัฐบาลคงไม่อยากลงมาแตะ แต่ทำเพราะถูกกดดันโดยมือตีนของอำมาตย์ผ่านนักการเมืองลากตั้งที่ไม่เคยแยแสเสียงประชาชน และคอยดู...ถึงพยานหลักฐานจะปวกเปียกยังไง ทั้ง2ผู้ต้องหานี้ก็ต้องโดนแน่ๆและมิใช่น้อยด้วย เพราะท้ายที่สุดการตัดสินก็จะต้องทำตามใบสั่งเพื่อสนองเจตนารมณ์ทั้ง3ข้อข้างต้นให้จงได้

***** สำนักพระราชวัง

***** สำนักพระราชวัง ควรมีหน้าที่ดับข่าวลือ *****

เมื่อมีข่าวลืออัปมงคล เกิดขึ้น

สำนักพระราชวัง ควรนำคณะแพทย์ มาออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ

เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แล้วเปิดโอกาส ให้ผู้สื่อข่าวซักถาม

แค่นี้ก็ดับข่าวลือได้แล้ว

ทำไมสำนักพระราชวังไม่ทำ?

มีเหตุผลอะไร ถึงไม่ทำ?

5555 ปัญหาในอดีตที่ผ่านมา

5555
ปัญหาในอดีตที่ผ่านมา ข่าวทั้งหลายที่ประชาชนรู้เกี่ยวกับราชวงศ์
ไม่ได้มาจากสำนักพระราชวังนะซิ

มันเลยทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ข่าวที่สำนักพระราชวังออกมา
ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เลยต้องหาช่องทางอื่นในการรับรู้

ให้คณะแพทย์ออกทีวีชี้แจง

ให้คณะแพทย์ออกทีวีชี้แจง น่าจะดีที่สุด

หรือว่าสำนักพระราชวัง กลัวว่า คณะแพทย์จะชี้แจงความจริง

ที่สำนักพระราชวัง เห็นว่า "ไม่ควรให้ประชาชนรู้"

คนที่ใช้ internet

คนที่ใช้ internet ควรจะรู้ว่า

โปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ควบคุมการทำงานของ server นั้น

ผู้เขียนโปรแกรม ย่อมรู้ช่องทางที่จะเข้าไปหาข้อมูลต่างๆ เป็นอย่างดี

เปรียบเหมือน สถาปนิกที่ออกแบบบ้าน ย่อมรู้ช่องทาง ที่จะเข้าไปในบ้านเป็นอย่างดี

ดังนั้น จะโพสต์อะไร ต้องระมัดระวัง

จะโพสต์อะไรที่เสี่ยงคุก ต้องไปโพสต์ที่ร้าน internet ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด

และอย่าใช้ e-mail เพราะสาวหาตัวเจ้าของe-mailได้

และทุกครั้งที่คุณใช้ e-mail เครื่องคอมพิวเตอร์จะบันทึก รายละเอียดการใช้e-mail ไว้ในเครื่อง โดยอัตโนมัติ

ไม่มีอะไรมาก เป็นการเตรียมควา

ไม่มีอะไรมาก

เป็นการเตรียมความพร้อม

ซ้อมเอาไว้ไล่จับพวกไซเบอร์

พวกไซเบอร์ก็จะได้หัดเป็นหัวหมอ

ที่ถูกจับไปก็ถือว่าเป็นเครื่องเซ้น

โปรดจำเอาไว้

เล่นเน็ตมีความเสี่ยง

โปรดใช้วิจารณาญาน

พอคล่องตัวกันแล้ว หาทางหนีได้แล้ว

ความมันก็จะเพิ่มพูลขึ้น

ข่าวลือมันก็จะมีมากขึ้น รุนแรงขึ้น

ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย

มันก็เงียบไปเอง

มันเป็นเรื่องของการทำผลงานให้เข้าตานาย

ก็ท่านเพ่งย้ายมาใหม่ๆ

ดูอย่างเสรี จัดฉากลุยเสื้อแดงหน้าบ้านสี่เสา

ได้ดีทันใจเห็น ได้เป็น อตร. ทันที

นี่ของจริงไม่ใช่ข่าวลือ

ส่งคลิปดีกว่า จะได้เห็นกันจะๆ

อันบทกลอนของ ว ณ

อันบทกลอนของ ว ณ ปากนัง
ถ้าอ่านมากจะเป็นสังฆังจะบอกให้
เพราะบทกลอนส่อนให้มุ่งเน้นช่วยไอ้จัญไร
ความฉิบหายจะมาเยือนถ้าอ่านนาน

ทักซวยหัวขินคือนามแฝง
ใส่เสื้องแดงยุยงและปลุกปัน
ขนาดลิเดียร์ยังฉอเลาะหลอกเอาตังค์
ไอ้สังฆังทักษิณกลับภูมิใจ

ขอให้มันหมดตูดอย่าได้สุข
เมื่อเข้าคุกขอให้พวกนักโทษแทงประตูหลัง
ทรัพย์สินเงินทองที่มันโกงมาอย่างจริงจัง
ขอให้ตังค์มันถูกโกงไปเหมือนกัน

ส.ว. สรรหา โยงเว็บไซต์ "ใจ

ส.ว. สรรหา โยงเว็บไซต์ "ใจ อึ๊งภากรณ์" ต้นตอการทุบหุ้น
ข่าวประชาไท Mon, 2009-10-19 17:49

เอเอสทีวี ผู้จัดการ และสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานการแถลงของสมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี
ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ดำเนินการตรวจสอบ และเอาผิดกับผู้ที่ดำเนินการใช้ข่าวลือทุบหุ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า มีขบวนการในการปล่อยข่าวลือทุบหุ้นเพื่อช้อนซื้อหุ้นในราคาต่ำ โดยมีการเผยแพร่ข่าวที่ไม่เป็นมงคลผ่านทางเว็บไซต์ และสำนักข่าวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า มาจากเว็บไซต์ของ นายใจ อึ๊งภากรณ์ โดยถือเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียต่อสถาบัน และเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ

เขายังระบุด้วยว่า มีนักลงทุนของไทย 2 ราย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ น้องชายของอดีตผู้นำของไทย ที่มีชื่ออักษรย่อ ย. และ ว. เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ดำเนินการตรวจสอบ และเอาผิดกับผู้ที่ดำเนินการดังกล่าวพร้อมกันนี้ยังได้เตรียมตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ในเรื่องดังกล่าว ในการประชุมวุฒิสภาอีกด้วย
ด้าน นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์วุฒิสภา กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ทางคณะกรรมาธิการจะมีการหารือกันในเรื่องนี้ และจะนำข้อเสนอเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 4

โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
4 พฤศจิกายน 2552

“เอกยุทธ” ชี้ 2 ผู้ต้องหาทุบตลาดหุ้นเป็นแค่เด็กปลายแถว ไม่ใช่ต้นตอ ตัวการใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานเครือโอเรียลเต็ลมาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า การจับกุม 2 คนที่แปลข้อความที่ไม่บังควรแล้วโพสต์ในเว็บไซต์นั้นเป็นการจับแพะ ทั้งสองคนเป็นแค่คนที่ติดตามข่าวสารแล้วขยายความต่อ แต่คนที่เป็นต้นตอส่งข่าวนี้อยู่ที่ตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่เทขายหุ้นล็อตใหญ่ในช่วงก่อนวันที่ 14 ต.ค.และมาช้อนซื้อกลับไปในช่วงที่หุ้นลงหนักๆ รัฐบาลควรจะไปตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มไหนในตลาดหลักทรัพย์มีเอกสารซื้อขายทั้งหมด หากจะสอบสวนจริงตนพร้อมเป็นพยานชี้ให้ดูเลยว่าควรจะตรวจสอบตรงไหนก่อน

“งานนี้คนที่ได้ประโยชน์มีทั้งคนในอำนาจเก่าและคนบางคนในรัฐบาลชุดนี้ได้กันไปไม่ต่ำกว่า 4 - 5 พันล้านบาท จากข่าวนี้ โดยเฉพาะคนในรัฐบาลถามว่าเหตุใดเมื่อมีข่าวปล่อยมาในวันพุธที่ 14 ต.ค. จึงไม่ออกปฎิเสธข่าวทันที แต่ปล่อยให้มีการซื้อขายกันต่อเพื่อจะหากำไรกันอีกรอบ” นายเอกยุทธ กล่าว

***ปั่นข่าว

***ปั่นข่าว ได้กำไรกว่าปั่นหุ้นครับเพราะ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับคะแนนนิยมต่ำครับ ได้กลับมาเป็นรัฐบาลกู้เงินใช้อีก สนุกจิจินครับ

หมายถึงพ่อผมเอง

หมายถึงพ่อผมเอง ลื้อเดือดร้อนอะไรด้วยไม่ทราบ

*อันบทกลอน ของ ว ณ

*อันบทกลอน ของ ว ณ ปากนัง
ยิ่งอ่านมาก ยิ่งหวัง พลังสร้างสรรค์
เพราะบทกลอน สอนคนเรา เท่าเทียมกัน
มุ่งหมายมั่น ประชาธิปไตย ใฝ่เสรี

*ทักษิณ..ผู้ยิ่งใหญ่ ไร้นามแฝง
ใส่เสื้อแดง หรือเสื้อลาย ได้ทุกสี
เรื่องลิเดียร์ น่ารัก ปานฉะนี้
ก็คิดดี มีธรรมะ ประจำใจ

*ขอทักษิณ คนดี มีความสุข
ห่างจากคุก โทษภัย ให้ผ่องใส
ที่ทำดี เอาไว้ ให้มีชัย
คนจัญไร คิดร้าย จงพ่ายพัง

*การถอดความ ตามข่าว

*การถอดความ ตามข่าว เขาเล่าแจ้ง
หาว่าแกล้ง ทุบหุ้น ใครหนุนหลัง
ใช้กฎหมาย คอมพิวเตอร์ หาวเรอจัง
ปิดพลัง การสื่อสาร การรับรู้

*หากเล่นอินเตอร์เน็ต เป็นความเสี่ยง
ต้องหลบเลี่ยง การล่า น่าหดหู่
ประชาไท ใจเสรี มีความรู้
ต้องต่อสู้ ใครรานลิด สิทธิ์เสรี

*เสรีภาพ การรับรู้ ดูข่าวสาร
เสรีภาพ การวิจารณ์ อันมีศรี
เสรีภาพ ความคิดเห็น เป็นสิ่งดี
เสรีภาพ ควรจะมี ที่มั่นคง

*ให้คนเลือก ที่จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ
ไม่หน้าเนื้อ ใจเสือ เพื่อมืดหลง
ขอให้สิทธิ์ เสรี มีมั่นคง
เพื่อดำรง คุณค่า ความเป็นคน

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้นักลงทุ

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้นักลงทุนไม่มีเวลามาท่องเวบบอร์ดอย่างนี้หรอก เขายุ่งกับตัวเลขก็ดูในตลาดหลักทรัพย์วุ่นวายกว่าในกาสิโนอีกแล้วข่าวอย่างนี้เป็นข่าวใหญ่ต้องเช็กให้แน่นอนก่อน หุ้นตกไม่รู้จะอ้างอะไร หรือตลาดหุ้นไม่คึกคักเลยสร้างกระแสข่าวหุ้นตกว่ามาจากข่าวลือ จริงๆน่าจะจับรายการข่าวและนักการเมืองบางคนที่ชอบพูดออก TV ว่า "ข่าวลืออันไม่เป็นมงคล"เพราะถึงคุณจะไม่เจาะจงชัดเจนแต่พวกคุณก็เป็นผู้เผยแพร่และพูดไปมากจนเกินพอดี และในความหมายของเนื้อหาก็เข้าข่ายถืออาฆาตมาดร้ายได้เลยนะครับ

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้นักลงทุ

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้นักลงทุนไม่มีเวลามาท่องเวบบอร์ดอย่างนี้หรอก เขายุ่งกับตัวเลขก็ดูในตลาดหลักทรัพย์วุ่นวายกว่าในกาสิโนอีกแล้วข่าวอย่างนี้เป็นข่าวใหญ่ต้องเช็กให้แน่นอนก่อน หุ้นตกไม่รู้จะอ้างอะไร หรือตลาดหุ้นไม่คึกคักเลยสร้างกระแสข่าวหุ้นตกว่ามาจากข่าวลือ จริงๆน่าจะจับรายการข่าวและนักการเมืองบางคนที่ชอบพูดออก TV ว่า "ข่าวลืออันไม่เป็นมงคล"เพราะถึงคุณจะไม่เจาะจงชัดเจนแต่พวกคุณก็เป็นผู้เผยแพร่และพูดไปมากจนเกินพอดี และในความหมายของเนื้อหาก็เข้าข่ายถืออาฆาตมาดร้ายได้เลยนะครับ

ถาม :

ถาม : องค์กรใดที่ถนัดในการจับแพะ
ตอบ : สมาคมผู้เลี้ยงแพะ ??