โครงการชุมชนพอเพียงส่อทุจริตหลายพื้นที่

“โครงการชุมชนพอเพียง” อาจจะไม่ “พอเพียง” เสียแล้ว เหตุมีกรณีส่อแววทุจริตหลายพื้นที่ ส.ส.เพื่อไทย เตรียมร้อง ป.ป.ช.-ดีเอสไอตรวจสอบอ้างพบส่อทุจริตถึง 24 ชุมชน “กอร์ปศักดิ์” รับมีผู้ร้องเรียน ตั้งทีมพิเศษล่าทุจริต

 
 
"พท." ตรียมร้อง ป.ป.ช.ตรวจชุมชนพอเพียง
คณะกรรมการประสานงานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. ลงพื้นที่ชุมชนวัดกลาง เขตบางกะปิ พบปะผู้นำชุมชนจำนวน 9 ชุมชนในเขตบางกะปิ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบโครงการจัดซื้อตู้หยอดน้ำและแผงโซลาร์เซลล์ ตามแผนงานโครงการชุมชนพอเพียงที่ส่อไปในทางไม่ชอบมาพากล
 
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ปัญหาการใช้งบประมาณโครงการชุมชนพอเพียงที่ส่อไปในทางทุจริตนั้น จากการสอบถามผู้นำชุมชนยืนยันว่าได้รับการติดต่อจากตัวแทนบริษัทขายสินค้า และนักการเมืองบางพรรค อ้างว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการให้เปล่า โดยบีบบังคับให้ชุมชนต้องเลือกสินค้าราคาแพงเกินจริงตามที่ล็อคสเปคมา ซึ่งสินค้าเหล่านั้นไม่ตรงกับความต้องการของชุมชนนั้นแม้แต่น้อย นอกจากนี้ ยังไม่มีการจัดเวทีประชาคมตามระเบียบที่กำหนดไว้ จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐถึงยอมรับรองโครงการเหล่านี้ได้
 
"มีชุมชนที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันนี้ถึง 24 ชุมชน โดยมีการนัดเปิดบัญชีที่ธนาคารออมสิน สาขารามคำแหง 21 ชุมชน ซึ่งมีข้อพิรุธอย่างมากคือ ทันทีเปิดบัญชีและปรากฏยอดเงินโอนเข้านั้น เจ้าหน้าที่โครงการได้ให้ตัวแทนชุมชนถอนเงินออกมาภายในวันเดียวกันนั้นเอง นอกจากนี้ ชุมชนสามัคคีพัฒนาได้รับการอนุมัติโครงการจำนวน 6 แสนบาท แต่มียอดเงินโอนเข้าบัญชีของชุมชนเพียง 5 แสนบาท เท่านั้น อยากถามว่าส่วนต่าง 1 แสนบาท หายไปไหน" น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
 
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้ลงมาตรวจสอบในเรื่องนี้ นอกจากนี้ เตรียมไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบในวันที่ 17 และ 20 กรกฎาคม ตามลำดับ
 
 
ตรวจสอบตู้หยอดน้ำ และแผงโซลาร์เซลล์ ของชุมชนวัดกลาง ชาวบ้านไม่เอา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.อ.อนุดิษฐ์นำสื่อมวลชนตรวจสอบตู้หยอดน้ำ และแผงโซลาร์เซลล์ ของชุมชนวัดกลาง ที่จัดหาจากโครงการชุมชนพอเพียง โดยพบว่าตู้หยอดน้ำดังกล่าวมีลักษณะเช่นเดียวกับตู้หยอดน้ำทั่วไป แต่มีการเชื่อมต่อกับวงจรไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ซึ่งตู้น้ำดังกล่าวชุมชนวัดกลางได้รับมอบในเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง พท.ในเดือนมิถุนายน
 
ขณะที่นายอารักษ์ ยงจิรกุลพงศ์ ประธานชุมชนวัดกลาง กล่าวว่า มีตัวแทนจากเจ้าหน้าที่โครงการติดต่อมา ว่ามีโครงการที่มาจากงบฯเลือกตั้งซึ่งถือเป็นการให้เปล่า แต่ละชุมชนสามารถเลือกตามความต้องการ "ชุมชนผมต้องการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการก่ออาชญากรรม และยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่โครงการบอกว่าถ้าผมไม่เลือกโครงการใดโครงการหนึ่งตามที่กำหนดไว้ก็จะนำงบฯชุมชนวัดกลางที่ได้ไปมอบให้ชุมชนอื่นแทน ผมจึงต้องเลือกโครงการตู้หยอดน้ำและแผงโซลาร์เซลล์แทน ทั้งที่ชุมชนตั้งตู้หยอดน้ำเพื่อบริหารคนในชุมชนเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว" นายอารักษ์กล่าว
 
นายอารักษ์กล่าวว่า หลังจากที่ตัดสินใจเลือกโครงการตู้หยอดน้ำและแผงโซลาร์เซลล์ เจ้าหน้าที่โครงการได้กำชับให้รีบรวบรวมรายชื่อคนในชุมชนให้ครบตามจำนวนที่กำหนดภายในวันต่อมาทันที จึงแปลกใจว่าเหตุใดต้องเร่งรีบถึงเพียงนั้น อย่างไรก็ตาม ในที่สุดบริษัทผู้จำหน่ายสินค้านำสินค้ามามอบให้ โดยระบุว่าตู้หยอดน้ำที่ใช้กระแสไฟจากแผงโซลาร์เซลล์นั้นจะต้องใช้ควบคู่กับไฟบ้านด้วย เนื่องจากพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการทำงานของเครื่องหยอดน้ำ
 
"ชุมชนไม่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ได้ตั้งแต่วันแรกแล้ว คาดว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่สามารถรองรับไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ได้ แม้แต่พัดลมติดผนังเพียงตัวเดียวยังไม่สามารถทำงานได้เลย ส่วนเครื่องหยอดน้ำนั้นไม่มีคนในชุมชนมาใช้บริการเนื่องจากมีตู้หยอดน้ำจำนวนมาก วันนี้มีเพียงมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ตั้งอยู่หน้าตู้หยอดน้ำเท่านั้นที่มาใช้บริการ" นายอารักษ์กล่าว
 
 
มี “โบรกเกอร์" จัดตั้งบริษัทเฉพาะกิจสนอง “ชุมชนพอเพียง”
นอกจากนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวถึงโครงการชุมชนพอเพียงใน กทม.จัดซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงานชนิดต่างๆ ว่า ยังมีจุดที่น่าสงสัยเกี่ยวกับตัวบริษัทผู้เสนอสินค้า โดยเฉพาะการมีตัวแทน 1 คนทำหน้าที่เหมือน "โบรกเกอร์" จัดตั้งบริษัทเฉพาะกิจ เพื่อเสนองานในครั้งนี้โดยเฉพาะ ก่อนที่จะรวบรวมสินค้าที่เข้าเงื่อนไขโครงการชุมชนพอเพียง และจัดทำเป็นแค็ตตาล็อก ส่งมอบให้นักการเมืองพรรคหนึ่งลงพื้นที่พบผู้นำชุมชนเพื่อเสนอโครงการ กรณีนี้ผู้มีส่วนได้เสียได้กำไรถึง 2 เด้ง นอกจากกำไรส่วนต่างของราคาแล้ว ยังได้บุญคุณจากประชาชนอีกด้วย ตนได้สำรวจสถานที่ตั้งบริษัทจำหน่ายสินค้าแล้วพบว่าจัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจ นอกจาก กทม.แล้ว อีกหลายจังหวัดก็ประสบปัญหาดังกล่าว
 
 
8 ชุมชนปราจีนฯเจออ้างพรรคใหญ่ ซื้อตู้น้ำโซล่าเซลล์แลกงบฯ พอเพียง
นายเฉลิม เกียรติบรรจง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 572/18 หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชามติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีนาย "ป." อ้างว่าเป็นผู้ประสานงานของพรรคการเมืองใหญ่เข้ามาพร้อมนักการเมืองท้องถิ่นในเทศบาลตำบลเมืองเก่า แจ้งให้ชุมชน 8 แห่งในเขตเทศบาลช่วยลงชื่อจัดซื้อตู้น้ำหยอดเหรียญและแผงโซลาร์เซลล์ตามโครงการชุมชนพอเพียง หากลงชื่อ ชาวบ้านจะได้โครงการที่เคยทำประชาคมไว้แล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,850,000 บาท ต่อมาปรากฏว่า ตู้น้ำหยอดเหรียญและแผงโซลาร์เซลล์ที่ถูกนำมาติดตั้งในแต่ละหมู่บ้านไม่สามารถใช้งานได้ อีกทั้งโครงการเดิมที่ประชาคมเลือกไว้แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้ เข้าใจว่าโดนหลอกให้ลงชื่อกัน จึงได้ร้องเรียนอำเภอกบินทร์บุรีขอให้สอบสวนและชี้แจง
 
นายเฉลิมกล่าวอีกว่า ต่อมานายสุมิตร แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สพช. และนายประโภชน์ สภาวสุ รองประธานกรรมการ สพช.แจ้งมาว่ายินดีคืนเงินให้ และนายประโภชน์ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนให้ 8 ชุมชน มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.กบินทร บุรี สำหรับตู้น้ำหยอดเหรียญราคาเครื่องละ 42,000 บาท แผงโซลาร์เซลล์ 2 แผง ราคาไม่เกินชุดละ 4,000 บาท พร้อมค่าบริการติดตั้งเครื่องละ 8,000 บาท เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติด้วย
น.ส.อังคณา ชูกิติพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทตู้น้ำหยอดเหรียญได้ถอนตู้ที่ติดตั้งกลับไปหมดแล้ว
 
 
นายกฯ บอกบางที่เขียนโครงการนำไปใส่มือให้ชุมชน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ติดตามอยู่ เพราะในหลายพื้นที่รายงานมา ซึ่งไม่ได้เป็นเจตนาที่รัฐบาลกำหนดลงไป คือ ประเภทที่พยายามเขียนโครงการนำไปใส่มือให้ชุมชนขอมา ไม่ใช่แนวทางที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือใครก็ต้องจัดการ
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส.ส.พท.คนหนึ่งมาร้องเรียนกับตนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเอกสารยืนยันได้ว่ามีการทุจริตและล็อคสเปคโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งพบว่ามีทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลเกี่ยวข้องด้วย จึงเสนอให้ ส.ส.คนดังกล่าวไปหาบุคคลมาร้องเรียนเรื่องนี้ เพื่อที่ กมธ.ป.ป.ช.จะได้ตรวจสอบต่อไป
 
 
“กอร์ปศักดิ์” ยอมรับมีผู้ร้องเรียน ตั้งทีมพิเศษล่าทุจริตชุมชนพอเพียง
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 52 ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารโครงการชุมนุมพอเพียง เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการชุมชนพอเพียงที่มีการอนุมัติงบประมาณ จำนวน 8,432 ล้านบาท เพื่อกระจายให้โครง 31,582 โครงการทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นประชาคมให้เขียนโครงการส่งมาที่สำนักงานชุมชนพอเพียงในการขออนุมัติภายในเดือนสิงหาคมนี้รวมถึงได้จัดจั้งทีมพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
 
นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ลดสัดส่วนประชาชน ในการทำประชาคมในแต่ละหมู่บ้านเหลือเพียง 50% ของจำนวนประชาชนในชุมชน จากเดิมที่กำหนดไว้ 70% เพื่อความคล่องตัวในการทำประชาคม เพื่อคัดเลือกโครงการพอเพียงที่ต้องการ จะได้ไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ที่พบว่าการทำประชาคมแต่ละครั้งบางครั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เข้ามาร่วมทำประชาคม จึงทำให้การเสนอโครงการดำเนินการได้ล่าช้า
 
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการจัดซื้อจัดจ้างของชุมชนที่อาจไม่มีความรู้ที่ดีพอ ขอให้สำนักงบประมาณจัดทำราคากลางสำหรับสินค้าหรือเครื่องจักรที่ชุมชนต้องการ ประมาณ 20 รายการ เพื่อจะได้ตรวจสอบราคากลางให้ชัดเจนต่อไป เช่น เครื่องผลิตปุ๋ย เครื่องสีข้าว เครื่องผลิตน้ำดื่ม เครื่องสูบน้ำ เครื่องนวดข้าว เป็นต้น
นายกอร์ปศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวทุจริตตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญพลังงานแสงอาทิตย์ ว่าอาจจะเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่อย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามี ส.ส.พรรคใหญ่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และฮั้วกับบริษัทที่เป็นผู้จัดจำหน่าย แต่อาจจะเป็นขั้นตอนของการทำประชามติที่นำเสนอให้แก่ประชาชนในชุมนุมเป็นผู้เลือกว่าจะทำโครงการใด ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าวอาจจะมีผู้จัดจำหน่ายบางรายเข้าไปอ้างชื่อของรัฐบาลว่าถ้าสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทจะทำให้ได้รับการอนุมัติโครงการเร็วขึ้น ทั้งนี้จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและติดตามการงานโดยให้พล.อ.ชัชวาล ทัตตานนท์ รองผู้อำนวยการโครงการชุมนุมพอเพียง พร้อมด้วยดร.พรหมมิน สีบุตร กำชับให้นายอำเภอ ,นายกเทศมนตรี,ผู้อำนวยการเขต ดำเนินการตรวจสอบโดยเฉพาะการทำประชาคม
 
“มีเรื่องที่ถูกร้องเรียนความไม่โปร่งใสเข้ามากว่า ร้อยเรื่องแต่จะมี 83 เรื่องเท่านั้นที่มีผู้ร้องเรียนลงชื่อชัดเจน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำประชาคมที่ไม่โปร่งใส รวมถึงมีการแอบอ้างเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้อกับโครงการเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ ”นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 

ที่มาโครงการ “ชุมชนพอเพียง”
 

 

รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินนโยบายตามที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้มีการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงขึ้น เพื่อจัดสรรงบประมาณโดยตรงไปยังหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศเพิ่มเติมจากวง เงินงบประมาณที่เคยได้จัดสรรเดิม ทั้งนี้ไม่ได้เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่ดำเนินการในรูปแบบของ“โครงการ เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน” ซึ่งคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552 ลงมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (ศพช.) หรือ โครงการชุมชนพอเพียง และให้มีสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) หรือ สำนักงานชุมชนพอเพียง เป็นหน่วยงานภายในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 18/2552 ลงวันที่ 20 มกราคม 2552 ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นประธานกรรมการ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายกนก วงษ์ตระหง่านและนายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เป็นรองประธานกรรมการ พร้อมกรรมการอีก 21 คน มี ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานฯ

โครงการชุมชนพอเพียง เป็นโครงการของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเศรษฐกิจระดับชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยรัฐบาลมุ่งจัดสรรงบประมาณโดยตรงไปยังชุมชนทั่วประเทศ ให้ทุกชุมชนมีโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือจากงบประมาณของภาครัฐอย่างรวด เร็ว กำหนดเป้าหมายการใช้เงินไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาอาชีพสำหรับผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาการเกษตร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการอนุรักษ์พลังงาน โดยมุ่งให้ทุกภาคส่วนในชุมชนร่วมกันบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของตนเองที่ มีอยู่อย่างมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ การลดต้นทุนและปัจจัยการผลิต พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่ม และสร้างโอกาสในการพัฒนาหรือเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ กับชุมชน โดยโครงการที่อนุมัติดำเนินการไปแล้วส่วนใหญ่ได้แก่โครงการประเภท การผลิตปุ๋ย ยุ้งฉาง ลานตาก เกษตรผสมผสาน การส่งเสริมกลุ่มอาชีพ พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ/ต้นน้ำ พลังงานทดแทน เป็นต้น โดยหลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการพิจารณาอนุมัติโครงการ ได้แก่ ความยั่งยืนของการดำเนินโครงการ และแนวทางการบริหารจัดการโครงการเพื่อความยั่งยืนในชุมชน

 

 
วัตถุประสงค์ของโครงการ
   
* เพื่อจัดสรรงบประมาณโดยตรงไปยังชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกชุมชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งงบประมาณของภาครัฐอย่างรวด เร็ว และครอบคลุมทั่วถึง
 
* เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในชุมชนร่วมกันบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของตนเองที่มีอยู่ให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น
 
* เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ ลดต้นทุนและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร
 
* เพื่อพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และสร้างโอกาสในการพัฒนาหรือเพิ่มขีดความสามารถในการเสริมสร้างศักยภาพทาง เศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กับชุมชน
 
 
การเข้าร่วมโครงการ
 

ชุมชนที่มีความประสงค์จะขอรับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการชุมชนพอเพียง ต้องเป็นชุมชนที่จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2552 ตามประกาศ ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศของกรุงเทพมหานคร และประกาศของเทศบาล ต้องมีความรู้ความเข้าใจในแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อปฏิบัติได้ โครงการชุมชนพอเพียงมีการจัดฝึกอบรมให้กับตัวแทนชุมชน ณ ศูนย์ฝึกอบรม 100 แห่งทั่วประเทศ ระยะเวลา 3 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ตัวแทนชุมชนที่เข้ามารับการฝึกอบรมสามารถเขียนโครงการขออนุมัติงบ ประมาณกับรัฐบาลได้ทันที และเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินโครงการภายใต้กรอบปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน โดยหัวข้อในการฝึกอบรมจะมีตั้งแต่การเขียนโครงการให้ประสบความสำเร็จ การวิเคราะห์ชุมชน นของตนจากการทำบัญชีชุมชน ขั้นตอนการบริหารจัดการโครงการที่ยั่งยืน เป็นต้น

หลักเกณฑ์ของโครงการ

โครงการที่เสนอขออนุมัติต้องมีความยั่งยืนของการดำเนินโครงการ โดยมีผลต่อเนื่องไม่สิ้นสุดในครั้งเดียว และเข้าหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

* เป็นโครงการที่สามารถรองรับผู้ด้อยโอกาสและผู้ว่างงานในชุมชน ให้สามารถพัฒนาไปสู่ความอยู่ พอกิน พอใช้ ซึ่งเป็นเป้าหมายขั้นต้นของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

* เป็นโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการลดต้นทุนและปัจจัยในการผลิตด้าน ต่างๆ อาทิ ด้านการเกษตร ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาสในอาชีพ และเพิ่มความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก

* เป็นโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการใช้และอนุรักษ์พลังงาน หรือพลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือก

* เป็นโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ชุมชนสามารถลงทุนร่วมดำเนินโครงการกับชุมชนใกล้เคียง หรือองค์การภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ หรือนอกพื้นที่ได้ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง

 
 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
 

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์มติชน, เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ

งบประมาณนี้ดูเหมือนว่าจะแพงเก

งบประมาณนี้ดูเหมือนว่าจะแพงเกินความเป็นจริงกลัวการตรวจสอบว่าแพงเกิน เราจึงไม่ขอประมาณและไม่อยากร่วมขบวนผลาญงบประมาณของชาติซึ่งต้องกู้ต่างประเทศ

นโยบายเพ้อฝัน

นโยบายเพ้อฝัน ที่ไม่มีวันเป็นจริง

ทำยังไงมันก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็มาจบลงที่คอรัปชั่น โธ่เอ๋ย

“มีเรื่องที่ถูกร้องเรียนความไม่โปร่งใสเข้ามากว่า ร้อยเรื่องแต่จะมี 83 เรื่องเท่านั้นที่มีผู้ร้องเรียนลงชื่อชัดเจน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำประชาคมที่ไม่โปร่งใส รวมถึงมีการแอบอ้างเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้อกับโครงการเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ ”นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

มันพูดมาได้ไงเนี่ย ร้องเรียนกว่าร้อยเรื่อง แต่ 83 เรื่องเท่านั้นที่ลงชื่อผู้ร้องเรียนชัดเจน โอโห นั่นมัน 80กว่าเปอร์เซนต์นะนั่น โถตกเลขหรือไง แล้วไอ้เรื่องร้องเรียนนี่ คนเขากล้าใส่ชื่อจริงก็เก่งแล้ว

777

777 ไม่เคยทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าความสำเร็จเป็นความสุข ก็คิดได้แค่นี้ประเทศจึงไม่เจริญไง

เท่าที่ติดตามข่าวนี้

เท่าที่ติดตามข่าวนี้ รูสึกชาวชุมชนเขาลงชื่อ เพื่อขอรับงบจัดสรรค์ไปซื้อพันธุ์พืซ พันธุ์สัตว์ แต่มีคนแอบอ้างชื่อ นำไปใช้ผิดวัถุประสงค์ เลยได้ตู้น้ำหยอดเหรียญ พลังแสงอาทิตย์ ติดโซลาเซล แต่ใช้งานไม่ได้ ในราคาชุดละ 250,000 -350,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคา ในท้องตลาด 200,000-300,000 บาท โดยยังไม่ชัดเจนว่าใครคือคนรับผิดชอบเรื่องนี้ มีชาวบ้านบางคนพูดว่า มีคนของพรรคการเมืองเป็นผู้นำมาให้.....ฟังดูแล้วรู้สึกแปลกใจมาก ท่ามกลางการไล่ปราบคอรัปชั่น ถึงกับปิดประเทศปล้นมาแล้ว ยังไม่ทันไร ก็มีเรื่องอย่างนี้อีกแล้ว ....จะต้องปิดประเทศปล้น ไล่จับอีกหรือปล่าว ทำใมไม่หมดสักที หรือว่าครั้งที่แล้วผิดตัว ....จริงๆแล้วพวกเลวๆที่คอยโกงกินประเทศยังลอยหน้าลอยตากระทำชั่วอีก แบบกำเลิบสิบสานหาญกล้าเกินคน หรือว่าช่วงนี้พวกมันใหญ่คับฟ้า จึงไม่สนว่าประชาชนจะก่นด่าพวกมัน ใช้กฏเดียวกัน แบบหน้าด้านได้แบบขี้อาย อดแดร๊กส์ส์

เมื่อโครงการต่างๆ

เมื่อโครงการต่างๆ ตั้งขึ้นจากสมมุติฐานที่ผิดๆ คิดว่าประชาชนจะกลับไปเป็นคอมมิวนิสต์
ดำเนินโครงการ เพื่อเป็นการแย่งมวลชน ให้ กอ.รมน. เป็นผู้ดำเนินการอย่างเนี่ย ถ่อยหลังไปหลายสิบปีเลยอ่ะ

มันก็ไม่พ้นทุจริตคอร์รัปชั่น เหมือน 20 - 30 ปี ที่แล้ว

สมัยทักษิณทำนั้น ไม่ใช่การใช้ความคิดว่าน่าจะดี แล้วจึงลงมือทำโดยกำหนดแผน กำหนดนโยบายไปจากส่วนกลางเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทักษิณ เขาลงมือทำจากการศึกษาวิจัยก่อน มีโครงการนำร่อง ทดสอบทดลองผิด - ถูก และให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจนความคิดตำผลึก เขาจึงลงมือทำ

ในแต่ละท้องถิ่นท้องที่ มีความหลากหลาย มีความแตกต่างกัน โครงการหนึ่งอาจใช้ได้กับพื้นที่หนึ่งเท่านั้น จะใช้ไม่ได้กับอีกพื้นที่หนึ่ง

บางท้องถิ่นประชาชนเขาฉลาดมากกว่ารัฐ เขามีประสบการณ์ มีปราชญ์ชาวบ้าน การทำงานเขามีรูปแบบ มีวิธีการดีอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือ แหล่งทุนเท่านั้น เขาสามารถบริหารจัดการของเขาเองได้ขอรับ ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา หรือภาษาชาวบ้านเขาพูดว่า "เสือก"

งง ????

งง ????

ก็มันเป็นคนดีของพวกอีแอบ

ก็มันเป็นคนดีของพวกอีแอบ "เส้น" ใหญ่ คงไม่กลัวอะไรหรอก เพราะ "เส้น" ให้ท้ายกันเอิกเกริก ออกปากชมเปาะ (ที่จริงปากก็เปราะ) อยู่ทุกวี่ทุกวัน จะโกงจะกินแค่นี้ ไม่ยี่หระนักหรอก เพราะถ้าพวกที่ อีพวกเส้นไม่ชอบ โกงกินแม้บาทเดียว ก็ออกทีวีด่า เดินสายด่าตามที่สาธารณะ แต่ถ้าอีพวกให้ท้ายชอบ ต่อให้โกงเป็นแสนล้าน แปดแสนล้าน ก็จะออกทีวีชม ใครจะไปว่าอะไรได้ อย่างนี้แหละที่คนส่วนใหญ่ของประเทศเรียกว่าสองมาตรฐาน และที่เรียกว่า "หล่อ แต่ 'แหลก' ม่ายล่าย" (แหลกล่ายเฉพาะสำหรับพวกอีแอบเส้นใหญ่ชอบท้ายเท่านั้น)

โครงการนี้เป็น “โครงการที่ดี”

โครงการนี้เป็น “โครงการที่ดี”

นั่นคือ คุณต้องมี “Idea” (ปัญญานั่นเอง) ก่อน ถึงจะเข้าร่วมโครงการได้

ไม่ใช่โครงการเหวี่ยงแห เหมือน “โครงการในอดีต”

ที่เอาเงินอัดๆ เข้าไป จน “เละตุ้มเปะ”

แต่อย่างไรก็ตาม, มีโครงการอะไรก็แล้วแต่ ก็มักจะมีพวก “เหลือบ” เข้ามา “หากิน” เสมอ

เรื่อง Corruption ในเมืองไทยมีมานาน โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา

สมัยก่อน เรียกกัน 10% แต่เมื่อ “5-6 ปี” ที่ผ่านมา พวกล่อกันตั้ง 30%

นักลงทุนที่ไหนจะเข้ามา ?

พรรคเพื่อไทย ต้อง “คิดใหม่ ทำใหม่”

ต้องช่วยกันกำจัด Corruption ให้หมดจากเมืองไทย

ถ้าไม่มีคอร์รัปชั่นแล้ว ผมคิดว่า เมืองไทยไม่มี “ปฏิวัติ” อย่างแน่นอน ครับ

สั้นๆ นะแช่ม ไม่ค่อยมีเวลา

สั้นๆ นะแช่ม ไม่ค่อยมีเวลา และสำหรับนักโพสบางจำพวกที่ท่องคัมภีร์เดิมๆ โชว์ตรรกะห่วยๆเหมือนเดิม ก็ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องพูดมาก

สิ่งที่คุณคิด มันถูกล็อกไว้ด้วย โลกทัศน์ "นักการเมือง" "คอรัปชั่น" ลูกเดียว

แต่คุณไม่เคยไปไกลกว่านั้น โดยตั้งคำถามถึงสภาพปัญหาสังคมไทยที่เป็นจริง และอำนาจอื่นที่อยู่นอกเหนือจากนักการเมือง (หุ้นชินคอร์ปที่ทักษิณถูกกล่าวหาน่ะ คุณหัดไปดูบ้างว่าใครถือหุ้นร่วมด้วย องค์กรที่บอกว่าพอเพียงนั่นแหละตัวดีเลย)

นักการเมือง ยังไงก็อยู่ในที่แจ้ง ถูกวิจารณ์ถูกตรวจสอบได้บ้างในบางระดับ แต่ไอ้ระบอบเผด็จการที่คุณเทิดทูนน่ะ ตรวจสอบได้หรือเปล่า? (วันๆ เอาแต่มืดบอด โดยดัดจริตเชื่อตามวาทกรรมเชิงศีลธรรมของ "คนดี")

โครงการพอเพียง หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข ที่เชิดชูวาทกรรมพอเพียง ก็เกิดขึ้นมาสมัยคมช. โดยสุรยุทธ์ จุลานนท์นั่นแหละ ...โคตรจะพอเพียง โคตรจะคนดีจริงๆ)

ดังนั้น ต่อให้คนเสื้อแดงมีสำนึกสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างไร คุณก็ไม่มีทางจะยอมรับฟังเขา และหลุดออกไปจากโลกทัศน์เดิมๆ ของคุณ

ถ้ายังล็อกด้วยวิธีคิดแบบนี้ ก็เสียเวลาที่จะสนทนา คุณไม่เคยพูดถึง "อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ" ที่ทำลายหลักการประชาธิปไตยตั้งแต่การรัฐประหารมา (รวมทั้งเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมืองอื่นๆ ในอดีต)

มันน่าเศร้าที่ต้องเปลืองเวลาในการโพส พวกดัดจริตอวดฉลาดตอบเป็นแพ็ทเทิร์นเดิมๆ น่ะ เพราะไร้ประโยชน์

ต่อเรื่อง การคอรัปชั่น

ต่อเรื่อง การคอรัปชั่น ทำไมพวกอำหมาดออกมาน้อยจังเลย
ออกมาต่อต้านบ้างสิ หรือว่ายอมรับความจริง นี้มันเหลือเพียง แช่ม
กึ่นมีน้อยหวะ ไม่สนุกเลย ขนกันออกมาเยอะ ๆ หน่อย

เรียน

เรียน “คุณมนุษย์ลิง”

ท่านก็เช่นกันที่มักจะ ด่าแต่ “เผด็จการ” โดยละเลย ที่จะด่า “นักการเมืองที่คอร์รัปชั่น”

และยัง “ด่วนสรุป” เอาเองว่า คนที่ด่านักการเมืองที่คอร์รัปชั่น จะ “สนับสนุน” เผด็จการ

(การคอร์รัปชั่น ทำผิดกฎหมาย ก็เป็น อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ชนิดหนึ่งเช่นกัน)

ผมมีความเชื่อเสมอว่า “การปฏิวัติ” จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าไม่มีการ “คอร์รัปชั่น” หรือ “การกอบโกย”

“พวกอำนาจแฝง” ต่างๆ ก็มีที่มาจาก “นักการเมืองที่คอร์รัปชั่น” หรือ “นักธุรกิจการเมือง”

ทั้งสิ้น (ความเชื่อของผมไม่จำเป็นต้องถูกต้อง 100% ถูกต้อง เพียง 70% ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว )

“หลักการประชาธิปไตย” ก็เป็นหลักการปกครองแบบหนึ่งเท่านั้น ยังมีรูปแบบการปกครอง

อีกมากมาย ถ้าคุณมนุษย์ลิง ศึกษาปรัชญาเพียงแค่ระดับเบื้องต้น ก็จะทราบดีว่า

หลักการอะไรก็ตามที มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วแต่ “สถานการณ์” ถ้าประเทศจีน

ปกครองด้วย “ระบบประชาธิปไตยจ๋า” ป่านนี้ประเทศก็คง “เละตุ้มเปะ” แตกออกเป็นเสี่ยง

หรือแม้แต่ประเทศอินเดีย หรือประเทศในอัฟริกาบางประเทศ (อย่าเดินตามฝรั่งมากเกินไป

ต้องคิดเองบ้าง และอย่าด่วนสรุปเอาเองว่า ผมสนับสนุนเผด็จการนะ)

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สำหรับผมแล้ว เป็นปรัชญาระดับ Nobel ครับ เรียบง่าย…

มีประสิทธิภาพ ถ้าท่านไปศึกษาประวัติของรางวัลโนเบลสาขาทางเศรษฐศาสตร์ ก็จะทราบว่า

แนวความคิดส่วนใหญ่เป็นความคิดพื้นฐานง่ายๆ ทั้งนั้น ไม่ซับซ้อนเลย ดังหลักที่ว่า

“สิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุด ก็คือ Fundamental หรือ Basics” นั่นเอง

(จะจำไปใช้ก็ได้นะ)

แช่ม ประชาไท

ได้เลยจัดให้ตามคำเรียกร้องให้

ได้เลยจัดให้ตามคำเรียกร้องให้ออกมา
การทุจริตมันมีอยู่ทุกรัฐบาลแหละครับ เพราะนักการเมืองทั้งหลายก็คือคนกลุ่มเดิม บางคนถูกตัดสิทธิ์ ก็ขนลูก เมีย น้อง ฯลฯ มาลงเลือกตั้งแทน แล้วตนเองก็ชักใยอยู่เบื้องหลัง ใช้ลูกน้องวิ่งเต้นหาตังค์ โดยการเขียนโครงการขึ้นมา ตั้งงบประมาณจำนวนมากเผื่อไว้ แดกด่วนกัน ดูตัวอย่างโครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเป็นตัวอย่าง แดกกันอย่างมโหราฬ ไม่ต้องมาเรียกร้องหาใบเสร็จจากการทุจริตหรอกครับ คงไม่มีใครงี่เง่าที่ทุจริตแล้วทิ้งหลักฐานไว้ให้ดูต่างหน้า มีวิธีการเดียวคือต้องปฎิรูปการเมืองใหม่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมาขึ้น สื่อต้องเป็นกลางนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง ข้าราชการต้องกล้าที่จะเปิดโปงการสั่งการทุจริตของนักการเมือง และอย่าปฏิบัติตามคำสั่งโดยมิชอบนั้น ถ้ามันนักการเมืองจะย้ายก็รวบรวมหลักฐานฟ้องต่อศาลปกครองซะ ถ้ามีคนจริงใจกล้าไม่หวาดกลัวนักการเมืองจนเกินไป การทุจริตต่างๆมันก็จะลดน้อยลงอย่างแน่นอน แต่ความจริงทุกวันนี้คือ ฝนตกขี้หมูไหล จบ

...โครงการเรียกว่า"ชุมชนพอเพี

...โครงการเรียกว่า"ชุมชนพอเพียง" แต่ที่มีของโครงการเป็นแนวคิดของ ปชป.ที่ยังไม่รู้จัก "เพียงพอ" เพราะอดอยากปากแห้งมานานหลายปี พอมีโอกาสก็ฟาดแม่งดะ โดยไม่คิดว่าจะถูกจับได้ไล่ทัน เอาเหอะ..หมดอำนาจและบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเมื่อไหร่ คงได้มีคนติดคุกหัวโตกันบ้างละว้า...

สวาปาม สวาปาม สวาปาม

สวาปาม สวาปาม สวาปาม

" บางคนถูกตัดสิทธิ์ ก็ขนลูก

" บางคนถูกตัดสิทธิ์ ก็ขนลูก เมีย น้อง ฯลฯ มาลงเลือกตั้งแทน แล้วตนเองก็ชักใยอยู่เบื้องหลัง "

เหมือนเทพ เทือก เป๊ะเลยครับ
กำลังจะขนน้อง ออกมา
คุณควายเก่ง

ผมก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วไงคุณ

ผมก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วไงคุณ หัวตะขาบ มันทุกพรรคแหละครับ ผมจะยกตัวอย่างหลายพรรคให้ดูคือ พรรคชาติไทย ส่งนายชุมพล มาแทน พรรคไทรักไท ส่งสมชายมาแทน สมศักดิ์ส่งอนงค์วรรมมาแทน และวันหน้าเตรียมการส่ง มนู พุกประเสริฐ พี่เมียมาลงแทน ปชป ก็ไม่ได้ดีเด่ กว่าพรรคอื่นแต่อย่างใด ยังมีอีกเยอะไปตรวยสอบดูได้ ฯลฯ ย่ำอยู่กับที่ไมพัฒนาไปไหนเลยสำหรับการเมืองแบบไทยๆ พอทหารหมดบทบาทลง นายทุนก็เข้ามาเสียบแทน เข้ามาแสวงหาประโยชน์กันอย่างเต็มที่ ปากก็ท่องบ่นไปเรื่อยว่าผมมาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายทหารเจ้าเก่าก็คอยหาจังหวะเข้าเสียบเช่นกัน เรียกว่ามึงพลาดเมื่อไหร่กูปฏิวัติ สรุปแล้วแม่งมันพอกันทั้งนั้นแหละครับ ผมไม่เข้าใจทำไมชาวบ้านก็ยังเฝ้าเลือกพวกนี้อยู่ได้ มันดีกันทั้งตระกูลเลยหรือไร ระบบอุปถัมป์แบบนี้ผมว่าประเทศไทยอาจจะไปไม่รอดแน่นอน

แช่ม ก็ยังเหมือนเดิม

แช่ม ก็ยังเหมือนเดิม ท่อนบ่นด่าแต่นักการเมืองเรื่องคอรัปชั่นฯ

ดูเหมือนจะไร้เดียงสามากๆ ระหว่างรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร งบประมาณแบบไหนถูกใช้ไปในทางที่ "ตรวจสอบไม่ได้" มากกว่ากัน???? ช่วยตอบหน่อยเหอะ งบกองทัพที่เพิ่มขึ้นและงบลับมันมาจากไหน???

คนที่ตามการเมือง ใครๆก็รู้ปัญหาการเมืองไทยดี ตราบใดที่ "วัฒนธรรมอุปถัมภ์" ที่พวกอำมาตย์แฝงอยู่ระบบราชการยังอยู่ "คอรัปชั่น" เคยหายไปได้งั้นหรือ???

วาทกรรมที่โจมตีนักการเมือง โดยการ "คอรัปชั่น" แบบหน้ามืดตามัว แต่เสือกยอมรับอำนาจนอกระบบได้ คนพูดอย่างนี้ไม่เรียกว่า "โง่" และ "ดัดจริต" จะว่าอย่างไรดี???

โครงการพอเพียง ดังในข่าวนี้แหละ เป็นตัวอย่างที่ดี ที่แสดงถึงความ "ฉ้อฉล" ของพวกอำมาตย์ ที่สร้างภาพ "คนดี" ในโครงการที่เชิดชูกันเอง หลังรัฐประหาร แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องคอรัปชั่นอยู่ดี

ปรัชญาพอเพียง ไม่ต้องเชิดชูมาก เพราะในระบบคิดทางศาสนาทุกศาสนาก็สอน และมีการกำกับเชิงศีลธรรมต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์อยู่แล้ว แต่ไอ้ที่เป็นอยู่ในสังคมไทยมันกลายเป็น "เครื่องมือ" ในการควบคุมศีลธรรมต่อบุคคล โดยเฉพาะคนจนเมืองและชนบท

ยังไม่ต้องพูดถึงการถกเถียงทางแนวคิดทฤษฏีสังคม ที่โดยเนื้อแท้แนวคิดนี้ ใช้ไม่ได้จริงและลวงตา โยนปัญหาเชิงโครงสร้างให้กลายเป็นปัญหาระดับ "ปัจเจก" คนจน เพราะโง่ ขี้เกียจ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย บลา บลา บลา

โดยไม่ต้องกล่าวถึง คนที่ชอบยกเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมาบังหน้า ที่ตัวเองไม่เคยพอเพียง วาทกรรมพอเพียงปิดบังความเป็นจริงทางสังคม ที่คนยังมีความ "เหลื่อมล้ำ" และไม่เป็นธรรม ซึ่งสังคมควรจะต้องเร่งสร้างความเสมอภาคเท่าเทียม ไม่ใช่ "ลดทอน" ปัญหาให้กลายเป็นเรื่องทางศีลธรรม หรือส่วนตัวไป

หวังว่า แช่มจะคิดได้บ้าง เรียกร้องคนอื่นว่าอย่ายัดเยียดให้ตัวเองเป็น "เผด็จการ" ก็หัดดูหน้าตัวเอง เวลาที่ยัดเยียดคนอื่นเป็นพวก "ไร้อุมดการณ์" เสียบ้าง

ทักษิณมันจะผิดจะถูก ก็ต้องดำเนินการไปตามระบอบประชาธิปไตย พวกที่ใช้ข้ออ้างแบบนี้มาจัดการ แล้วทำลายสิทธิระบอบสังคมทั้งหมด ก็ถือได้ว่า "โคตรโง่" และ "โคตรมักง่าย" แบบสุดๆครับ

ถามแช่ม

ถามแช่ม ผู้ฉลากเรื่องระบอบการปกครองหน่อย

แช่ม บอกว่ามีระบอบอื่นๆ ไหนช่วยเสนอหน่อย??? ระบอบที่เห็นคนมีสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียมกันนะ

ช่วยเสนอหน่อยสิ????

หึหึ...ระบอบอื่นของแช่ม ก็ระบอบที่มองคนเป็น "ไพร่" ตลอดไปใช่ไหม

เหมือนม่านอคติของคนชั้นกลางอย่างแช่ม ที่มองคนเสื้อแดงเป็นพวกโง่ ถ่อย ไร้สำนึกทางการเมืองโดยตลอด???

เลยต้องได้คนดี มีคุณธรรม อย่างพ่อแช่ม มาช่วยปกครอง ...ก๊าก

ช่วยเสนอระบอบอื่นๆ ที่ไม่ประชาธิปไตย ที่ทำให้คนในสังคมสมัยใหม่ที่มีจำนวนประชากรหลายสิบล้านคน อยู่กันอย่างเท่าเทียม และไม่เกิดปัญหาความขัดแย้ง รุนแรงได้ ...

ฉลาดนักก็บอกให้ชัดๆ หน่อยนะครับ

ได้เห็นข่าวตู้น้ำเย็นเเล้วเห็

ได้เห็นข่าวตู้น้ำเย็นเเล้วเห็นว่าโครงการณ์พอเพียงโดนเเอบอ้างเเล้วครับเเละขอให้ทีวีไทยช่วยตามต่อเเละผมจะดูต่อครับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่ออกทีวีว่าชาวบ้านควรร่วมประชุมกำหนดโครงการเพื่อที่จะได้มีเหตุการณ์เเบบนี้ว่าเข้านั้นเเต่ไม่ได้พูดถึงการสอบสวนจะคืนเงินท่าเดียวจะได้จบๆกันไปมันเป็นเงินภาษีครับเเละไมน้อยถ้ามันตรงกับความต้องการจริงของชาวบ้านพรรค ป.ช.ป. ต้องรับผิดชอบครับอย่างรวบงานไว้คนเดียวทำให้ไม่รู้จะเสนออะไรให้ชาวบ้านสุดท้ายก็ต้องให้พ่อค้าเข้ามาเเสวงหาผลประโยชน์เเละรู้มามีเกือบ80000ชุมชนไทยเข้มเเข็งที่อภิสิทธิออกทีวีงบPR รวมทั้งงบ ก.อ.รมน.ที่ออกทีวีทุกวันประชาชนได้อะไรกับ6เดือนที่ผ่านมาการจ้างงานหดตัวคนตกงานการเป็นรัฐบาลต้องเป็นนักสร้าง
งานครับเพื่อประชาชนที่เขาไม่ได้เกิดมาเเบบอภิสิทธิไปเรียนeton ครับตอบโจทย์เก่งครับเเต่งเฮ็ดงานไม่เป็นสร้างงานไม่เก่งสมัยนายกทักษิณเขาสร้างคนเดินโพยหวย2ตัว3ตัวได้เกือบ2ล้านคนชาวบ้านเขามีเงิน50บาทเขาก็ฃื้อหวยได้คนที่เดินโพยก็มีเงินมาเลี้ยงครับครัวได้บ้างหวยใต้ดินก็ลดน้อยลงเเต่มาเสียตอนคนที่บอกว่าหวยมันไม่ดีเเต่เมื่อดูเเล้วพบว่าเป็นคนมีอำนาจทางพิจารณาคดีเงินเดือนเป็นเเสนบาทเป็นคนในเมืองหลวงมันไม่ได้มองข้อเท๊จจริงเลยว่าหวยไม่มีวันหมดเเต่ต้องควบคุมได้เเละนำเงินที่ได้มาพัฒนาคนเพื่อที่จะให้ลดลงให้มากที่สุดเพราะเงินหวยก็เป็นรายได้ของรัฐที่ผ่านจนเขาเเละเธอได้เล่าเรียนหรือรัฐได้สนับสนุนทางตรงทางออ้มที่ผ่านมาครับจนเเก่ผมขาวหมดเเล้วครับ

ตอบ"คุณมนุษย์ลิง" ผมบอกว่า

ตอบ"คุณมนุษย์ลิง"

ผมบอกว่า “ทุกๆ ระบบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย”

และ อย่าด่วนสรุปเอาเองว่า “ผมไม่ชอบระบบประชาธิปไตย” ซิครับ

ระบบประชาธิปไตยเป็นระบบที่เลวน้อยที่สุด

แต่จะต้องเหมาะสมกับ “บริบท” ของแต่ละประเทศด้วย

ประชาธิปไตยของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน

อย่างสหรัฐอเมริกาประชาชนมี “สิทธิ์เสรีภาพ” สูง เพราะคนเขามี “ความรับผิดชอบ” ที่สูงกว่าเรา

แต่ในสหรัฐอเมริกาก็มีระบบ Lobbyist ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ไม่เป็นประชาธิปไตย”

ไม่มีที่ไหนเป็น “ประชาธิปไตยจ๋า” มีแต่ใน Text เท่านั้น

ถ้ามีไม่มีอคติจนเกินไป, เราจะเห็นว่า “ประชาชนคนไทยมีเสรีภาพมากขึ้น”

ระบบเจ้าขุนมูลนาย หรือ ระบบนายกับบ่าว จะลดน้อยลง

แต่จะมีระบบ “นายทุนกับลูกจ้าง” มาแทนที่

ความสูงต่ำย่อมมีอยู่เสมอ ใน “โลกแห่งความเป็นจริง”

ดั่งเช่นธรรมชาติย่อมมีสูงมีต่ำเป็นธรรมดา ฉะนั้นเราอย่า “ฝืนธรรมชาติ” เลย

เพียงแต่ว่า เราต้องหา “จุดสมดุล” ให้พบเท่านั้นเอง ครับ

อีกสัก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า ประวัติศาสตร์ก็จะบอกเราว่า

สิ่งที่เรา (คุณมนุษย์ลิง หรือ แช่ม ประชาไท) คิดในปัจจุบันนี้ “ถูกหรือผิด”…ครับ

และ ผมเชื่อว่า Evolution ย่อมดีกว่า Revolution เสมอครับ

หมายเหตุ ไม่ทราบว่า นายแช่ม จะอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า ? เพราะอายุมากแล้ว

ไอ้การตอบแบบนี้น่ะ

ไอ้การตอบแบบนี้น่ะ มันก็รูปแบบเดิมๆ ของลัทธิสัตว์พิเศษที่อ้างวาทกรรม "ตะวันตกกับไทย"

ถามหน่อยเหอะพี่น้อง อะไร คือ "สารัตถะแก่นแท้" ของความเป็นไทย????

มนุษย์สร้างวัฒนธรรมทั้งหมดขึ้นมา และมันก็เปลี่ยนแปลงได้

การอ้าง ประชาธิปไตยแบบไทยๆ เพื่อตอบโต้กับประชาธิปไตยสากล ก็คือ ความขัดแย้งระหว่างพวกสัมพัทธ์นิยมกับสากลนิยม

อย่างไรก็ตาม มนุษย์พัฒนาระบอบการปกครองขึ้นมาถึงบัดนี้ ยังไม่เคยมีระบอบใดที่เป็นจริงและให้เสรีภาพคนเท่าเทียมได้เท่ากับประชาธิปไตย

แน่นอน ผมไม่ปฏิเสธว่าสังคมไทยเรายัง ต้องพัฒนาต่อไปอีกมาก โดยเฉพาะเรื่องประชาธิปไตย แต่ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ควรกระทำ กระนั้น "ประชาธิปไตย" มีแบบเดียวครับ "แบบไทยๆ" ที่กล่าวอ้างต่อท้ายข้อความมันเป็นประชาธิปไตยจอมปลอมเพียงแต่ชื่อ

วัฒนธรรมทางการเมืองของมนุษย์แต่ละสังคม อาจแตกต่างกันได้ แต่ระบอบที่ใช้เหมือนกัน ต่างกันแค่ "ระดับ" ของความเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น

วาทกรรมประชาธิปไตยไทยๆ เนี่ย สุดท้ายก็เข้าทางตีนพวกเผด็จการอำมาตย์ตามเคย

หึหึ...พม่าก็คงจะเป็นประชาธิปไตยแบบพม่ากระมังครับ งั้น??

เราก็ควรจะนับถือผีต่อไป ควรจะอนุรักษ์ประเพณีขายลูกสาวกิน (ทางเหนือ) พิธีกรรมไสยศาสตร์กันต่อไป เพราะมันเป็นของไทยๆ อย่างไปเรียนรู้วิทยาศาสตร์หรือใช้เหตุผลแม่งเลย เพราะมันเป็นของตะวันตก บลาๆๆๆ

มนุษย์แม่งเหมือนกันทั่วโลกโว้ย มีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองไปสู่จุดเดียวกันเหมือนกันทั้งนั้น!!!

สุดท้ายแล้ว..สำหรับประเด็นนี้

สุดท้ายแล้ว..สำหรับประเด็นนี้ ตรับ

จะอย่างก็ตาม เราไม่ควรคิดแบบ

"แยกซ้าย แยกขวา" หรือ

"ซ้ายถูกหมด ขวาผิดหมด" หรือ "ซ้ายผิดหมด ขวาถูกหมด"

คือ คิดแบบ "Extreme" ซึ่งไม่ถูกต้องนัก

ก็อย่างที่ผมบอกแล้วไงว่า ในเชิงปรัชญาแล้ว

ทุกๆ แนวความคิดมีทั้ง "ข้อดีและข้อเสีย" เสมอ

เราควรจะเดิน "สายกลาง" (Middle path) ตามแนวพระพุทธศาสนา ถูกต้องที่สุด

สายกลางไม่ใช่ "บวกกันหารสอง" นะครับ

หมายถึง "ทางที่เหมาะที่สม" กับ ตัวเรา กับ บริบทของเรา มากกว่าครับ

ผมว่า ทุกๆ คนรักชาติเท่ากันหมด แต่ "วิธีการ" อาจจะแตกต่างกันได้ครับ

คุณมนุษย์ลิง เน้นการต่อสู้กับ "เผด็จการ"

แช่ม เน้นการต่อสู้กับ "นักการเมืองขี้ฉ้อ"

ผมว่า ก็ถูกทั้งคู่แหละครับ แต่ต้องเอา "ประเทศไทย" เป็นที่ตั้ง ครับ

ไม่ไปทำร้ายประเทศไทย เป็นใช้ได้ ครับ

ผมก็ขอฝากเป็น "ปัจฉิมบท" ขอรับ

หมายเหตุ มนุษย์ "เรียนรู้"

หมายเหตุ

มนุษย์ "เรียนรู้" ได้ทุกคน แต่ "การรับรู้" ไม่เท่ากัน ครับ

ความเป็นมาของโครงการชุมชนพอเพ

ความเป็นมาของโครงการชุมชนพอเพียง

1.พ.ศ.2548 รัฐบาลทักษิณจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน โดยจัดเงินงบประมาณลงชุมชนไม่ผ่านไปตามโครงสสร้างเดิม ๆ มี 3 ขนาด คือ
..................1.1. ขนาดเล็ก ( small) ประชากรไม่เกิน 500 คน สนับสนุนงบประมาณ 200,000 บาท
..................1.2. ขนาดกลาง (medium) ประชากร 500-1,000 คน สนับสนุนงบประมาณ 250,000 บาท
..................1.3. ขนาดใหญ่ (large ) ประชากร 1,000 คนขึ้นไป สนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท

..................ชุมชนหมู่บ้านจัดประชาคม ผู้ที่อยู่อาศัยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่า 70 % ส่งโครงการตามมติที่ประชุมไป อบต.หรือเทศบาล ไปอำเภอ ไปจังหวัด ไปกระทรวงมหาดไทย ไปสำนักงบประมาณ

..................อนุมัติงบประมาณลงไปที่ธนาคารออมสิน ชุมชนหมู่บ้านไปเปิดบัญชีนำไปพัฒนาศักยภาพชุมชนตามโครงการในมติที่ประชุม

2. เกิดการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงรัฐบาล 19 ก.ย. 49 (เครื่องเริ่มฮีทสะดุด)
รัฐบาลสุรยุทธ์ ยังไม่ทิ้งนโยบายนี้แต่ปรับชื่อเป็นโครงการพัฒนาชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (พพพ.)ในหลักการใกล้เคียงกันกับโครงการ sml แต่แค่เปลี่ยนชื่อและปรับปรุงรายละเอียดโดยเน้นการขยายความหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
..................ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน แต่ผลจากการสะดุดทำให้มีชุมชนไม่ถึงครึ่งของทั่วประเทศที่ได้รับงบสนับสนุน
..................รัฐบาลสุรยุทธุ์ยังได้แถมโครงการตามชื่อยุทธศาสตร์อยู่ดี-มีสุข จัดสรรงบประมาณลงไปที่จังหวัดให้มีกระบวนการคัดเลือกโครงการพัฒนาหมู่บ้านชุมชนตามกรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ผ่านคณะอนุกรรมการระดับอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุมัติงบประมาณ ส่งผลให้อำนาจกลับไปอยู่ที่ราชการส่วนภูมิภาคอีกครั้ง (ใครเข้าถึงผู้ว่าได้ เกิดการวิ่งเต้น แย่งงบประมาณ แต่ยุทธศาสตร์นี้อยู่ได้เพียงปีเดียวก็มีการเลือกตั้ง )

...................รัฐบาลสมัคร-สมชาย นำนโยบายนี้กลับไปใช้ชื่อเดิมแต่ผสมกันเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ใช้ตัวย่อ sml โดยไม่จำกัดกรอบโครงการแต่ให้เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงของหมู่บ้านและชุมชนอาทิทำท่อระบายน้ำ ทำถนน ทางเท้า ซึ่งเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของชุมชน/หมู่บ้าน แต่ยังไม่ทันได้อนุมัติงบประมาณลงไปครบทุก ๆ หมู่บ้าน/ชุมชน ก็เกิดกรณีพันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกฯ ซึ่งรับผิดชอบการอนุมัติโครงการต้องโยกย้ายที่ทำงาน เกิดการสะดุดอีกครั้ง มีชุมชน/หมู่บ้านไม่ถึงครึ่งอีกครั้งที่ได้รับงบประมาณสนับสนุน (ปี 51 )

...................รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน นำนโยบายมาใช้ต่อ ใช้ชื่อสั้นลงว่าชุมชนพอเพียง (ศพพ.) แบ่งรายละเอียดซอยขนาดชุมชนมากขึ้นและเพิ่มงบประมาณเกทับเป็น 2 เท่า
และกำหนดเงื่อนไขการประชาคมให้ใช้จำนวนผู้เข้าร่วมน้อยลง (1 คนอายุ 15 ปีขึ้นไป/1หลังคาเรือน) (แต่จำกัดกรอบให้อยู่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเป็นด้านหลัก) ขณะนี้กำลังอนุมัติงบประมาณลงหมู่บ้านและชุมชน

...................นโยบายในเรื่องดี ๆ อย่างนี้ ทำให้งบประมาณถึงมือชาวบ้านตรง ไม่เป็นลักษณะแท่งไอติมต่อไปและตรงต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชน แต่ได้ข่าวมาว่าปีงบประมาณ 2553 ไม่มีให้อีกแล้ว ?

เอ็งพูดถุก มันทำรัฐประหารก้เพ

เอ็งพูดถุก

มันทำรัฐประหารก้เพราะมันจะเข้าไปคอร์รับชั่น

คือรับประหารเกิดก่อน คอรืรับชั่นทีหลัง

หรือว่า การรัฐประหารคือคอร์รับปชั่นชนิดหนึ่ง

หรือว่า

กรูยึดอำนาจก่อนแหละ อ้างเอาว่า เป็นเพราะคอร์รับชั่น เป็นเพราะจาบจ้วง

แล้วค่อยหาหลักฐานทีหลัง

เด็กจริง นายแช่ม ไปกินนมนอนไป

ตกลง ประเทศถูกทำร้าย

ตกลง ประเทศถูกทำร้าย หรือว่าคนถูกทำร้ายกันแน่

คนหรือว่าพื้นที่ที่ถูกทำร้าย

....

ตรรกะเอ็งอ่านแล้วงงว่ะแช่ม

ตรรกะเอ็งอ่านแล้วงงว่ะแช่ม แล้วจะใส่เครื่องหมายคำพูดเน้นพร่ำเพรื่อให้งงทำไม?!

โลกนี้มันมีอะไรซับซ้อนกว่า [ทักษิณ or ***] นะแช่ม อย่าตีกรอบความคิดตัวเองให้มากนัก ไม่งั้นจะป่วยการสนทนา

ไอแช่ม นี่มึงเมาหรือบ้าเนี่ย

ไอแช่ม นี่มึงเมาหรือบ้าเนี่ย ไม่มีใครเค้าคิดแยกซ้ายแยกขวาอะไรอย่างที่มึงพูดเล้ยย จะหลงประเด็นไปไหน อ่านแล้วหงุดหงิดโว้ย

ขออนุญาตยกข้อความของคุณ Homo erectus ก็เค้าก็บอกแล้วว่า "วัฒนธรรมทางการเมืองของมนุษย์แต่ละสังคม อาจแตกต่างกันได้ แต่ระบอบที่ใช้เหมือนกัน ต่างกันแค่ "ระดับ" ของความเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น "

ณ ปัจจุบันนี้ระดับของความเป็นประชาธิปไตยในไทยถือว่าต่ำเพราะแบ่งแยกคนเป็นไพร่เป็นข้า จึงมีความเท่าเทียมกันในสังคมระดับต่ำ เราจึงควรช่วยกันเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ระดับประชาธิปไตย(ในความหมายว่า "ความเท่าเทียม") มันเข้มข้นขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เข้าใจไหมไอแช่ม

ทีนี้มันก็จะวกกลับมาที่เรื่องที่เอ็งเห่าอยู่ปาวๆ ว่า แล้วมันจะสอดคล้องกับวัฒนธรรมการเมืองของสังคมเราหรือไม่ คำตอบก็คือไม่มีคนในสังคมไหนอยากถูกเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมหรอกนะโว้ย สังคมที่เอื้อผลประโยชน์ให้แต่ชนชั้นนำกลุ่มน้อยๆ จำนวนหนึ่ง เป็นสังคมที่ไม่ควรมีอยู่ที่ใดเลยในโลกนี้ เข้าใจไหม

ทุกวันนี้ประเทศไทยเผชิญปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางการเมืองโดยวาทกรรม "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ถามหน่อยว่าสังคมการเมืองที่เอื้อให้ทรัพยากรของคนในชาติไปกระจุกกันอยู่ที่คนกลุ่มเดียวมันมีอะไรเป็น "สายกลาง"ตรงไหน?? กลางหว่างขาป๊ะมึงอ่ะดิไอแช่ม กรูไม่เห็นจะมีอะไรสมดุล นายทุนนายอะไรถ้ามันฮุบภาษีมึงไปมึงก็ยังออกมารุมด่ามันได้ แต่ไอ"ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" เนี่ย เคยอนุญาตให้มึงตรวจสอบได้ไหม

"ทางที่เหมาะสมกับตัวเราและบริบทของเรา" เหรอ ถุยยย ถ้ามึงไม่ใช่คน "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ที่เห็นคนเป็นหมาเห็นหมาเป็นคนก็คงจะเหมาะสมกะมึงล่ะไอแช่ม แต่ถ้ามึงเป็นคนมึงก็ไม่อยากจะให้ใครมาเห็นมึงเป็นหมาไม่ใช่เรอะ?!

แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่ดีกว่ามั้ง มือไม่พายอย่าเจือกเอาเท้าราน้ำ ถ่วงความเจริญ

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน