SIU: ผู้จัดส่งในไทยปฏิเสธส่ง The Economist ฉบับล่าสุดเกรงพาดพิงราชวงศ์
นิตยสาร "ดิ อีโคโนมิสต์" เปิดเผยว่า นิตยสารเล่มล่าสุดลงวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2552 ไม่ได้ถูกจำหน่ายในประเทศไทย เพราะผู้จัดส่งในเมืองไทยปฏิเสธเนื่องจากเห็นว่ามีเนื้อหาพาดพิงกับราชวงศ์ไทย และเกรงว่าจะเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน
ที่มา: http://www.siamintelligence.com/economist-double-banned/
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ว่า นิตยสาร "ดิ อีโคโนมิสต์" เปิดเผยว่า นิตยสารเล่มล่าสุดลงวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2552 ไม่ได้ถูกจำหน่ายในประเทศไทย เพราะผู้จัดส่งในเมืองไทยปฏิเสธเนื่องจากเห็นว่ามีเนื้อหาพาดพิงกับราชวงศ์ไทย และเกรงว่าจะเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ซึ่งการพูดหรือตีพิมพ์ถ้อยคำหรือเนื้อหาที่ดูหมิ่นหรือคุกคามต่อราชวงศ์จะมี โทษจำคุกเกินกว่า 15 ปี

รายงานระบุว่า นิตยสาร"ดิ อีโคโนมิสต์"ฉบับล่าสุดซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ตีพิมพ์เรื่องราวกับคดีของนายแฮร์รี่ นิโคลายด์ อดีตผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลีย ซึ่งถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี จากการเขียนหนังสือพาดพิงบุคคลในสถาบัน
นอกจากนี้"ดิ อีโคโนมิสต์"ยังรายงานถึงการเปิดกว้างเพิ่มขึ้นของคนไทยในการพูดถึงเรื่อง ดังกล่าวต่อสาธารณชน จากเหตุวุ่นวายทางการเมืองเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดทำเนียบ รัฐบาลและสนามบิน
ทางด้านเอเอฟพีรายงานอ้างความเห็นของเจ้า หน้าที่ระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมผู้หนึ่ง เปิดเผยว่า กระทรวงมีแนวคิดเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การศึกษาชาวต่างประเทศเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะมีความเข้าใจผิดอย่างมาก และมักเข้าใจว่าเป็นความผิดลหุโทษ ทั้งๆ ที่ กฎหมายนี้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี
ที่มา - มติชน1, มติชน2
ความเห็น SIU
นับเป็นฉบับที่สองแล้วที่ถูกแบนในรอบสองเดือน (โดยผู้จัดส่ง) เพราะเกรงความหมิ่นเหม่ของเนื้อหา ในช่วงที่มีสถานการณ์ร้อนแรงทางการเมืองในเมืองไทยเช่นนี้
อีเมลล์จาก ดิ อิโคโนมิสต์ ส่งถึงผู้อ่านในเมืองไทยดังต่อไปนี้ [1]
"This week our distributors in Thailand have decided not to deliver The Economist in light of our coverage relating to the Thai monarchy."
มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ดิ อิโคโนมิสต์ ถูกซื้อหรือถูกล้อบบี้จาก "ใครบางคน" ให้เขียนบทความลักษณะนี้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จากข้อมูลที่ ดิ อิโคโนมิสต์ ชนะคดีที่ถูกแบร์ลุสโคนีฟ้องร้อง จากการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำอิตาลีในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิตาลี ในบทความ An Italian story คงน่าจะเป็นหลักฐานยืนยันท่าที ในการทำหน้าที่สื่อการวิพากษ์วิจารณ์ (จากจุดยืนบนท่าที "เสรีนิยม" และ "การเปิดเสรีการค้า) อย่างตรงไปตรงมาได้บ้าง
นอกจากนี้, แม้ว่าจะไม่มีหนังสือทั้งสองฉบับวางจำหน่ายในไทย ผู้อ่านที่อ่านบทความนี้ได้ (เพราะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้) ก็สามารถเข้าไปอ่านเนื้อหาออนไลน์จากเว็บไซต์ economist.com ได้อยู่แล้ว
http://www.bangkokbugle.com/2009/01/no-economist-magagaine-again.html
--------------------------
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์มติชนได้รายงานโดยอ้างสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคมกองบรรณาธิการนิตยสาร ดิ "อีโคโนมิสต์" ของอังกฤษ ได้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออี-เมล แจ้งต่อสมาชิกของนิตยสารที่พำนักอยู่ในประเทศไทยได้รับทราบว่า ผู้แทนจำหน่ายนิตยสารดังกล่าวในเมืองไทยตัดสินใจงดจำหน่าย ดิ อีโคโนมิสต์ประจำสัปดาห์ล่าสุด เนื่องจากหวั่นเกรงว่า ข้อเขียนว่าด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในฉบับล่าสุดอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาที่งดจำหน่ายเฉพาะในเมืองไทยด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกัน
หมายเหตุ: แก้ไขล่าสุด เมื่อ 27 ม.ค.52 14.10น.
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












doctorJ
"ban" simply means "must read"
นวมทอง
ไอ้หนังสือเจ้าเดิมอีกแล้ว
มันไม่กลัว ม 112 เลยหรือนี่
ถ้ารัฐบาล ปชป. ไม่สามารถจัดการเรื่องจิ๊บจ้อยแค่นี้ไม่ได้
แล้วจะจัดการอะไรได้
โถ ปลากระป๋องเน่า ก็ยังเอาไปให้คนาตกยากกิน
ปล่อยๆ ไปเถอะไอ้หรั่งตาน้ำข้าว
ยิ่งเก็บไว้นาน เดี๋ยวมันยกกองทัพนานาชาติมาบุก
เรียกร้องสิทธินอกอาณาเขต
ขอบคุณครับที่บอกว่ามีอ่านได้ที่เว็บไหน
ขี้เกียจเปิดดิชจะตาย
ฝากไว้หน่อยช่วยกันเปลี่ยน
พระแม่ธรณีบีบมวยผม
เป็น
ปลากระป๋องเน่า
มันเป็นเครื่องหมายพรรคที่เหมาะสมและ in trend ดีจริงๆ
observer
ชอบความเห็น doctorJ ความเห็นที่ 1
gout
ปลากระป๋องเน่า กับ แบน หนังสือ The Economist ทำไม สอดคล้องกันดี
ลองดมกลิ่น ปลาเน่าดู แล้วจะรู้ว่า โลกนี้ ช่างน่าขยะแขยงแค่ไหน???????????????
เบื่อเซ็ง
ความจริงบางเรื่องในบางประเทศ ก็ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม !!
Nocar Nonations
ชอบความเห็น ของ Doctor J มากเลยที่ว่า "ban" simply means "must read"
เรื่องจริงของสังคมไทย มันเป็นเช่นนี้นี่เอง...
TON
เมื่อไม่แก้กฏหมายหมิ่น เพราะผู้มีอำนาจคือรัฐบาลจะใช้เครื่องมือหมิ่นเล่นงานฝ่ายตรงข้าม แต่พวกเดียวกันที่หมิ่นไม่เป็นไรบอกว่าปกป้องสถาบัน เราคนไทยๆทุกคนรักและเทิดทูลพ่อหลวงเหมือนกัน เราลองย้อนดูจริงๆว่าผู้เริ่มจุดชนวนหมิ่นสถาบันคือใครและเพื่อทำลายความหน้าเชือถืออะไรนั้นมากกว่าที่เราต้องมาทะเลาะกัน
Let U have it.
http://www.economist.com/countries/Thailand/
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12992577
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12992585
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12940213
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12818184
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12992585
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12940213
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12818184
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12796009
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12724800
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12724832
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12716260
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12708150
ชาญ
ฟ้าสูง - แผ่นดินต่ำ
ชาญ
คนไทยทุกคนต้องเคารพพ่อหลวง
ปัญญา รุ่งทอง
คห.6(จืดชืดไร้รสชาด)
ผมก็เหมือนคุณ เช่นกัน no car no money no nations....and no...things
I , I who have nothings เพลงนี้ชื่นชอบมาก ๆ
กฤษณา
ได้อ่านแล้ว ขอบอกว่ามิน่าละคนไทยถึงไม่พัฒนา เอาแต่คุกเข่าไปรอรับของบริจาค
บอด
ใครปิดหูปิดตาประชาชนก็ให้มันตาบอดอย่างนั้นทุกชาติไป
อนุรักษ์8
พระองค์ท่านอยู่เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม เราคนไทยทุกคนต้องเทิดทูน
และไมใช่สิ่งที่บุคคลทั่วไปจะมากล่าวอ้างถึง
เข้มแข็ง
ลับมาก ปกปิด
ต้องรีบหามาอ่าน
/
เขาเขียนว่าอะไร ....เลยอยาก อ่านๆๆ จะได้มาพิจนา
/
เขาเขียนว่าอะไร ....เลยอยาก อ่านๆๆ จะได้มาพิจนา
qqw
เขาเขียนว่าอะไร ....เลยอยาก อ่านๆๆ จะได้มาพิจนา
ว ณ ปากนัง
*ยิ่งปิดหู ยิ่งปิดตา ยิ่งน่ารู้
ยิ่งอยากดู ยิ่งอยากเห็น เป็นไฉน
การปิดกั้น ความคิดเห็น เป็นอย่างไร
กั้นได้ไหม ในโลกไร้ ซึ่งพรมแดน
*การปิดกั้น เสรีภาพ การรับรู้
เหมือนข่มขู่ ก้าวล่วง สิ่งหวงแหน
เสรีภาพ อยู่หนใด ใยแกนแกน
ถูกทดแทน ด้วยอะไร ก็ไม่รู้
*ยิ่งเปิดหู ยิ่งเปิดตา พากระจ่าง
ยิ่งลบล้าง ความหมองหม่น ยลเลิศหรู
สิทธิ์เสรี ที่แท้จริง ยิ่งเชิดชู
ให้ไทยอยู่ อย่างแข็งกล้า สง่างาม
เงา
ที่ใดมีความเจริญที่นั่นย่อมมีความเสื่อม ที่ใดมีสุขที่นั่นมีทุกข์ ของเหล่านี้มันติดกันอยู่ไม่มีทางแยกออกจากกันได้เลย คนไทยไหว้ ผีสางเทวดาได้หมด กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า หรือจอมปลวกแม้ยางไม้ตามเสาบ้านเรือนบางหลังก็ต้องไหว้บูชากัน ทั้งนี้ไม่ใช่คนไทยนั้นโง่ แต่เขาไหว้เพื่อจะเอาประโยชน์ จะเอาเลขเด็ด เขาเชื่อเช่นนั้น เราไม่ควรไปตำหนิคนที่มีความเชื่อของเขาเช่นนั้น เพราะคนเราก็มีความเชื่อประจำตัวด้วยกันทุกๆคน พระพุทธเจ้าสอนว่า ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้พืจารณาก่อน ความเชื่อไม่ใช่ความผิดหรือความเลว แต่การมอมเมาให้คนอื่นเชื่อนั้นซิ ! เป็นสิ่งไม่ควรทำ
โคมไฟ
เสียงกระซิบในความเงียบ ยังคงก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินสีดำ
สาธร
รัง เเกเขา ดี หนักเดียวก็ใด้ไปขออาศัยประเทศเขาอยุ่ถ้าเกิด เมืองไทยเกิดพบภัยนาๆธรรมชาติบ้างหรือ ทหารประฎิวัต อีกเกิดร้วยเเรง สูดจะเดาใด้ประเทศไทย เอ๋ยเราไม่ ใช้หมาย เลข1.นะ ทําอะไรมัน ต้องนึกถึงเรืองเดินไป ข้างหน้าไม่ ใช้มาโจมเเต่ เรืองหมิ่นเเต่ทหารประฎิวัต กี่ครั่งเเล้วไม่หมิ่นหรือตลก กตหมายเต่า ล้านปี อายเขา ล่า หลัง
นวมทอง
ซื้อโฆษณาหนึ่งหน้าเต็มในหนังสือ The Economist
ลงประกาศ กม.หมิ่น ม. 112 ให้รู้กันทั่วโลก
ว่ามาในเขต Thailand Kingdom
มีข้อบังคับดังนี้..........
ที่สนามบินก็เขียนข้อความต้องห้ามไว้
เหมือนห้ามนำเงินเข้าเกิน ห้ามนำยาเสพติดเข้า
ให้ยอมรับกันในกติกาก่อน
อย่าเก่งแต่ในบ้านเลย
คนไทยเดือดร้อน
ชายไทย
รู้รักสามัคคีเพื่อชาติไทย
5555
กม.หมิ่นเป็นรั้วปกป้องเจ้าของบ้าน
เจ้าของบ้านไม่ได้มีอำนาจออกกฎหมายเอง
เจ้าของบ้านมีเพียงอิทธิพลเหนือสุนัขรับใช้
สุนัขรับใช้ก็เพิ่มโทษขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คุณจะด่าสุนัขรับใช้ หรือด่ากฎหมายก็ได้ ด่าเลย
แต่ขอร้องแกมบังคับว่าอย่าด่าเจ้าของบ้าน
เพราะเจ้าของบ้านเป็นคนดี
ทำไมกรูรู้ว่าดี
ก้เพราะกรูได้ยินเขาว่ามาอย่างนั้น
ว่าที่ นายก ก้าบ ก้าบ
ขอสาบแช่ง คนที่มีจิตอกุศล ชอบใส่ร้ายใส่ความให้บุคคลอื่นเสียหาย โดยเฉพาะสถาบันที่คนไทยค่อนประเทศให้ความเคารพสักกะระ ขอให้มีอันเป็นไป เรื่องที่ใส่ร้ายบุคคลอื่นขอให้เรื่องนั้นบังเกิดกับตัวบุคคลผู้นั้น หรือ ลูกหลาน เพี้ยง
รากหญ้า
กราบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
กราบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
กราบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แบ๊ะ.....แบ๊ะ.....แบ๊ะ..................................
Thanks to คห.8
ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ...คนโลกไซเบอร์ไม่ชอบ !
http://www.economist.com/countries/Thailand/
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12992577
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12992585
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12940213
http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=12818184
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12992585
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12940213
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12818184
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12796009
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12724800
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12724832
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12716260
http://www.economist.com/displayStory.cfm?story_id=12708150
Thanks to คห.8