จดหมายถามเกณฑ์พิจารณาโครงการ พอช.เหนือ
นายเจษฎา โชติกิจภิวาทย์ ผู้ประสานงานโครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก ส่งจดหมายถึงสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)เรื่อ ขอความเป็นธรรมในการพิจารณาโครงการฯของ พอช.ภาคเหนือโดยมีเนื้อความว่าโครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือกได้เสนอโครงการฯเพื่อขอความสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
ต่อมา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ทางพอช.ภาคเหนือได้ทำหนังสือถึงโครงการฯให้ปรับโครงการฯให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พอช. และปรับงบประมาณไม่ให้เกินสามแสนบาทถ้วน ทางโครงการฯ จึงปรับตามข้อเสนอของพอช.ภาคเหนือ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ทางพอช.ภาคเหนือ ได้พิจารณาโครงการ ฯ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับสนับสนุน และมีคณะกรรมการบางคน บอกว่าโครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือกไม่ได้เป็นสื่อภาคประชาชนโครงการฯ จึงขอให้ทางพอช .ชี้แจงถึงเหตุผล รายละเอียดที่โครงการฯ ต่างๆได้รับการพิจารณาว่าผ่าน และเหตุผลที่โครงการฯ ต่างๆ ไม่ผ่าน เพื่อความโปร่งใสตามหลักการธรรมาภิบาลโดยขอบันทึกการประชุมในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือกยังมีคำถามบางประการต่อการพิจารณาโครงการของพอช.ภาคเหนือ ประการแรกคณะกรรมการพิจารณาโครงการของพอช.ภาคเหนือในครั้งนี้ อาจจะมีความคิดกันว่า คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กปอพช .ภาคเหนือ หรือโครงการที่ใกล้ชิดโดยตรงหรือโดยอ้อมกับกปอพช .ภาคเหนือ เท่านั้นที่เป็นประชาสังคม เนื่องเพราะทราบข่าวว่ามีการพูดคุยกันระหว่างกปพอช.ภาคเหนือกับคณะกรรมการพิจารณาโครงการบางคน และทำไมโครงการอื่นๆที่ไม่ได้สังกัดหรือขึ้นอยู่กับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเหนือ เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาองค์กรเอกชนและผู้นำชุมชนถูกพิจารณาว่าไม่ผ่าน
ประการต่อมา นัยยา หวายคำ คณะกรรมการพิจารณาโครงการได้ทำงานร่วมกับประหยัด จตุภรพิทักษ์ ในสถาบันการพัฒนาที่ยั่งยืน ISNEP จึงไม่สมควรให้เป็นคณะกรรมการพิจารณาโครงการด้วย เนื่องจากอาจมีความลำเอียงในการพิจารณาโครงการได้ในทำนองเดียวกันกับผลประโยชน์ทับซ้อน
อีกประการหนึ่ง สวิง ตันอุด คณะกรรมการพิจารณาโครงการ ไม่ควรเป็นกรรมการพิจารณาโครงการอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นนักการเมือง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งวุฒิสมาชิก การเป็นกรรมการพิจารณาโครงการ อาจจะมีความลำเอียงพิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้กับฐานเสียงของตนเองได้ ซึ่งโดยปรัชญาแนวคิดการจัดตั้ง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) นั้น เป็นองค์กรอิสระ ต้องปราศจากการแทรกแซงของทุกฝ่าย
โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก 100/1 (หน้าวัดอุโมงค์ ) ซอยวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 17 กันยายน 2551 เรียน คุณสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เรื่อง ขอความเป็นธรรมในการพิจารณาโครงการฯของ พอช.ภาคเหนือ สิ่งที่ส่งมาด้วย เอกสาร โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก โครงการพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาองค์กรเอกชนและผู้นำชุมชน เนื่องจากทาง โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก ได้เสนอโครงการฯเพื่อขอความสนับสนุนงบประมาณ จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ต่อมา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ทางพอช.ภาคเหนือได้ทำหนังสือถึงโครงการฯ ให้ปรับโครงการฯให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พอช. และปรับงบประมาณไม่ให้เกินสามแสนบาทถ้วน ทางโครงการฯ จึงปรับตามข้อเสนอของพอช.ภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ทางพอช.ภาคเหนือ ได้พิจารณาโครงการ ฯ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับสนับสนุน และมีคณะกรรมการบางคน บอกว่าโครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก ไม่ได้เป็นสื่อภาคประชาชน โครงการฯ จึงขอให้ทางพอช . ชี้แจงถึงเหตุผล รายละเอียด ที่โครงการฯ ต่างๆได้รับการพิจารณาว่าผ่าน และเหตุผลที่โครงการฯ ต่างๆ ไม่ผ่าน เพื่อความโปร่งใสตามหลักการธรรมาภิบาล โดยขอบันทึกการประชุมในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก มีคำถามบางประการต่อการพิจารณาโครงการของพอช.ภาคเหนือ ในครั้งนี้ 1. คณะกรรมการพิจารณาโครงการ ของพอช.ภาคเหนือในครั้งนี้ อาจจะมีความคิดกันว่า คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กปอพช .ภาคเหนือ หรือโครงการที่ใกล้ชิดโดยตรงหรือโดยอ้อมกับกปอพช .ภาคเหนือ เท่านั้นที่เป็นประชาสังคม หรือไม่? เนื่องเพราะทราบข่าวว่ามีการพูดคุยกันระหว่างกปพอช.ภาคเหนือกับคณะกรรมการพิจารณาโครงการบางคน และทำไมโครงการอื่นๆที่ไม่ได้สังกัดหรือขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเหนือ เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาองค์กรเอกชนและผู้นำชุมชน เป็นต้น ถูกพิจารณาว่าไม่ผ่าน ? 2. คณะกรรมการพิจารณาโครงการ คือ คุณ นัยนา หวายคำ ได้ทำงานร่วมกับคุณประหยัด จตุภรพิทักษ์ ในสถาบัน การพัฒนาที่ยั่งยืน ISNEP จึงไม่สมควรให้เป็นคณะกรรมการพิจารณาโครงการด้วย เนื่องจากอาจมีความลำเอียงในการพิจารณาโครงการได้ ทำนองเดียวกันกับผลประโยชน์ทับซ้อน หรือไม่? 3. คณะกรรมการพิจารณาโครงการคือ คุณสวิง ตันอุด ก็ไม่ควรเป็นกรรมการพิจารณาโครงการอย่างยิ่ง เนื่องจากนายสวิง ตันอุด เป็นนักการเมือง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งวุฒิสมาชิก การเป็นกรรมการพิจารณาโครงการ อาจจะมีความลำเอียงพิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้กับฐานเสียงของตนเองได้ ซึ่งโดยปรัชญาแนวคิดการจัดตั้ง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) นั้น เป็นองค์กรอิสระ ต้องปราศจากการแทรกแซงของทุกฝ่าย ใช่หรือไม่? จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอความคืบหน้าในการเรียกร้องความเป็นธรรมในครั้งนี้ ถ้าไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทางโครงการพื้นที่สังคมและสื่อทางเลือก จำเป็นต้องร้องเรียนไปยังสื่อสารมวลชน คณะกรรมาธิการ รัฐสภา อีกต่อไป ขอแสดงความนับถือ (นายเจษฎา โชติกิจภิวาทย์) ผู้ประสานงานโครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก |
หากพบเห็นข่าวหรือบทความ ภายในเว็บไซต์ประชาไท ที่มีเฉพาะหัวข้อ แต่ไม่แสดงเนื้อหา โปรดอีเมลแจ้งรายละเอียด URL ของข่าวหรือบทความ มาที่ webmaster@prachatai.com หรือโทร. 02 690 2711 ทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แสดงผลได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง
ขออภัยในความไม่สะดวก: www.prachatai.com
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












วัฒนา สุริพรรณ
ทำไมเดี๋ยวนี้ พอช.มีข่าวความไม่โปร่งใสบ่อยจัง
จำได้ว่าไม่นานนี้ มติชนรายวันเคยทำสกู๊ปเรื่องความไม่สุจริตในพอช.ต่อเนื่องหลายชิ้นทุกวันอาทิตย์ เรื่องนี้ก็คงอีหรอบเดียวกัน
ถ้าคนทำงานเข้าใจว่าเงิน พอช. คือเงินของประชาชน ไม่ใช่เงินของกรรมการหรือของผู้บริหาร ปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดนะ แต่นี่ดันไปคิดว่าเงิน พอช.คือเงินตัวเอง เลยจัดสรรให้แต่พรรคพวกตัวเอง ความโปร่งใสถึงเกิดไม่ได้ ความสุจริตถึงคลุมเครือ
หม่อมค่ะ
เรียน บอร์ดพอช.- ผ.อ.สมสุข - และพี่น้องประชาชนเจ้าของภาษีที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับ พอช.
ท่านจะคิดและจัดการอย่างไร? ต่อสิ่งที่เขาว่ากันว่า
1) พอช.ผลาญเงินชาติ
กองทุนของพอช.จำนวน 2,000 ล้านบาท ที่ปล่อยกู้ออกไปให้องค์กรชุมชน(จริง?)ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อปี จนต้องกลายเป็น "หนี้เน่า" ไม่สามารถทวงคืนได้ถึง 80 % ยิ่งกว่านั้น นอกจากจะกลายเป็นหนี้เน่าแล้ว เงินเหล่านี้ยังไม่เคยให้ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มหรือประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมใดๆเลย ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลว ของการบริหารจัดการ และสะท้อนถึง "ความไม่รับผิดชอบ" ของผู้บริหาร พอช.อย่างน่าวิตก นี่ยังมิพักต้องเอ่ยถึงคุณภาพของ จนท.ของพอช.อีกจำนวนเกือบ 200 คน
2) พอช.มืดมัว กลัวแสงสว่าง
งบประมาณแผ่นดินที่เสนอ(ตอแหล)ขอจากรัฐบาลปีละ 180 ล้านบาท พอช.เจียดส่วนหนึ่งออกไป(อ้างว่า)สนับสนุนความเข้มแข็งแก่องค์กรชุมชน(ที่ต้องลงทะเบียนขึ้นต่อ พอช.เท่านั้น?) ด้วยวิธีการจัดสรรที่แปลกประหลาดลึกลับที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา เช่น ไม่มีการประกาศต่อสาธารณะในการเสนอโครงการฯ แต่กลับใช้วิธีบอกกันวงใน....
(นะพวกเรานะ) ให้เครือข่ายทรัพยากรเอาไป 30 ล้าน เอาไปแบ่งกันเองนะ
เครือข่ายสวัสดิการเอาไป 50 ล้านนะ เอาไปแบ่งกันเองนะ แล้วอย่าทะเลาะกันเองหล่ะ...อายเขา เป็นต้น
คำถามก็คือ
ทำไมไม่ประกาศต่อสาธารณะเพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรชุมชน/องค์กรประชาชนต่างๆได้รับทราบและเสนอโครงการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างโปร่งใส ท่านกลัวสิ่งใดฤา กลัวไม่พอสำหรับเลี้ยงดู ปาด(มีเคราบ้าง-ไม่มีเคราบ้าง)-เอาไว้ใช้โฆษณาตอแหลให้? เดี๋ยว พอช.ของเราจะไม่มีผลงานนะ ใหนจะต้องจ่าย ค่าปิดปากให้พวก กป.อพช.อีกหลายสิบล้าน ประเดี๋ยวพวกมัน ...ม๊อบ....กวนใจ(ไม่กวนตัว-เพราะไม่มีผัวกวนใจ)
(ต่อ)
หม่อมค๋ะ
พอช. มีกฎมีเกณฑ์กติกาในการพิจารณาสนับสนุนโครงการอย่างไร? เคยขอดูเอกสารจาก จนท.ก็ไม่มีให้ ถามอะไร ก็ตอบอึกๆอัก คล้าย คนปากกึก-ต้องคุณไสย์มนต์ดำ จนล่ำลือกันทั่วไปว่า พอช.เขาไม่ดูโครงการหรอก เขาดูชื่อดูหน้าคนเสนอโครงการต่างหาก ? ยิ่งกว่านั้น มีการใช้มาตรฐานปฎิบัติการที่หลากหลายและซับซ้อนยิ่ง เช่น
o งบค่าปิดปาก องค์กรประชาสังคม(พอช.ตีความคือ อพช.) โครงการละไม่เกิน 300,000 บาท แต่เอาเข้าจริง โครงการที่อนุมัติให้พวกพ้องสูงถึง 2 ล้าน บ้างก็ 3 ล้าน (ต้องการหลักฐานใหม?)
o งบที่แบ่งให้ องค์กรชุมชน/องค์กรประชาชน ครั้นพอ องค์กรชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่เขาทำงานแบบไม่ต้องการให้ อพช.-พอช.เป็นนายหน้า ได้มาเสนอโครงการ - พอช.กลับปฎิเสธที่จะแม้แต่พลิกอ่านเนื้อหา เพียงแต่อ้างว่า องค์กรนี้ไม่ใช่ องค์กรชาวบ้านแต่เป็น องค์กร NGO ให้ไปเสนอในช่อง งปประชาสังคม แต่ครั้นพอชาวบ้านกลุ่มเดิมเสนอเข้ามาใหม่ในช่องประชาสังคม พอช.ก็พลิกลิ้นอีกว่า กลุ่มนี้ไม่ใช่ NGO ที่แท้จริง ,,,,,,,ตกลงพวกคุณเป็นบ้าอะไร ..... มีอาการป่วยทางจิตใจหรือเปล่า?
ลักษณะแบบนี้ คลับคล้ายคลับครา เหมือนพวกพันธมารปฎิกิริยา-อนาคิสท์อนุรักษ์นิยมล้าหลัง ที่เลือกที่รักมักที่ชัง กลับกลอก เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ผู้อื่น
เครือข่ายทรัพยากร เครือข่ายโน้น เครือข่ายนี้ คือเครือข่ายอะไร? กลุ่มไหน? หรือคือกลุ่มองค์กรเฉพาะที่ขึ้นต่อ-สอพลอ เท่านั้น? หรือคือเฉพาะกลุ่ม กป.พอช.(ไม่ได้เขียนผิดนะ)-องค์กรพัฒนาเอกชน(อพช.) ไม่อยากเรียกว่า NGO ให้เสียภาพพจน์กลุ่มอื่นเขา องค์กรชาวบ้านจริงๆสามารถเข้าถึงได้มากน้อยแค่ใหน วงการพวก อพช.เขารู้กันดี
มีการโกงกิน หักค่าหัวคิว ในโครงการและงบต่างของพอช.อย่างโจ่งแจ้งและเป็นที่ทราบกันดีในเกือบทุกพื้นที่ที่ พอช.สนับสนุน หลายพื้นที่มีการแจ้งความฟ้องร้องกันอย่างสนุกสนาน ......ทั้ง อพช. ทั้งแกนนำชุมชนที่ พอช.เลี้ยงดู .....จนชาวบ้านเขาเอือมระอากันไปทั่ว.....มิวาย พอช.ยังคงเลี้ยงดูและชื่นชมกันไม่ลืมหูลืมตาต่อไป.....เวรกรรม
(ต่อ)
หม่อมอีกแล้วค๋ะ
3) พอช.เหลวไหล ไร้ประโยชน์
มีผลงานอะไรบ้างที่เป็นคุณูปการต่อบ้านต่อเมือง หรือต่อขบวนการประชาชน ....
แกนนำชาวบ้านที่เคยดีๆอยู่ก็ดึงเขาออกมาจากฐานมวลชน หนีบสีข้างเจ้าหน้าที่ ใส่เสื้อเหลือง(กางเกงในด้วย?)นั่งเครืองบินพาไปพ่นน้ำลายตามห้องประชุมเป็นคุ้งเป็นแคว หาสาระเป็นแก่นสารอันใดแทบไม่ได้ กลายเป็น ปาดตอแหล ซะฉิบ
เราต้องปรับวิธีคิด เราจึงจะหายจนนะ เอ่อ...เราไปตามก้นวัฒนธรรมตะวันตก เราทำการผลิตเพื่อขาย เราฟุ่มเฟือยกันนะ เทคโนโลยี่ทัสมัยมันเข้ามา ชุมชนก็ล่มสลาย เราจึงเจ๊งและเป็นหนี้ เราต้องทำแชมพู-น้ำปลากินเองนะ....ทำนาใช้ควายนะ ต้องฟื้นใหม่นะ . แล้วก็หันไปทาง จนท.พอช. เอ่อ.....ตั๋วเครื่องบินพ่อหน่ะ ได้หรือยัง....ต้องรีบไปแล้ว (ฮา)
นี่ยังไม่นับรวม การฉวยโอกาสที่บ้านเมืองตกอยู่ในยุคเผด็จการ คมช. รวมหัวกันออก พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ที่ตั้งอยู่บนฐานกรอบคิดที่คับแคบและอวดดี จนเกิดความระส่ำระสายไปทั่ว ปลุกระดมมวลชนสร้างความเกลียดชังต่อนักการเมืองและองค์กรปกครองท้องถิ่นอันเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย พอช.กำลังคิดว่านี้คือ การเมืองภาคประชาชน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เป็นอวิชชาอย่างมาก เพราะการเมืองภาคประชาชนที่แท้จริง ต้องไม่ตรวจสอบจับผิดอย่างเดียว แต่ต้องร่วมมือและชื่นชมด้วย(ตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป) ต้องสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งตื่นตัว ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเสริมและปกป้อง องค์กรปกครองท้องถิ่น ระบบและอุดมการณ์ประชาธิปไตย 1 สิทธิ์ / 1 เสียงด้วย สิ่งที่ พอช. ทำอยู่นี้ ไม่ต่างไปจาก พวกอำนาจเก่า(อำมาตย์-ขุนนาง-ขุนศึกเผด็จการ- ทุนเก่าล้าหลัง-คลั่งชาติ-อนาคิสต์)เลยแม้แต่น้อย
ฤาว่า .....นี้คือ องค์กรบนดินที่ทำงานมวลชน-ของพวก ขวาใหม่ ?
ท่านจงคิด และตอบตัวเอง(ไม่ต้องตอบคนอื่นก็ได้)ว่า
จริงหรือไม่? จะจัดการอย่างไร?
พอช. จงออกมาอยู่ในที่แจ้ง ซะ
พอช. จงเปิดให้ทุกฝ่ายเป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม ซะ
พอช. จงหันกลับมาปกป้องระบบ อุดมการณ์และวิถีทางประชาธิปไตย ซะ
ขออโหสิ.....เวรกรรม
วิลเลียมวอลเลย์
การทำงานภาคประชาชน ไม่ควรผูกขาด คิดเชิงเดียว (ควรคิดเชิงซ้อน) ยึดติดบุคคล ยึดติดแนวคิด ควรเปิดพื้นที่ให้ทุกคน เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ๆ เข้าถึง เพราะทุกคนก็สามารถทำงานกับชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องผูกขาด เชิงเดียว พอช.ควรเปิดรับคนทำงานด้านสังคมรุ่นใหม่ๆ ให้เขาเข้าถึง ไม่ใช่พูดถึงคนรุ่นใหม่ในการทำงานพัฒนา แต่กลับยังมีคนผูกขาด คนเดิมๆ ไม่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่
ฝาฝั่งแห่งอัตตา
- การเสนอโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณแล้วไม่ได้รับ จากแหล่งทุน เป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาที่สุดแล้ว สำหรับองค์กรพัฒนาทั้งหลาย เพราะแต่ละแหล่งทุนย่อมมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ที่ต้องการบรรลุ การเปิดกว้างแล้วไม่บรรลุผลตามที่ตั้งใจไว้ต่างหากเป็นความผิดพลาด
- ความจริงการพิจารณาโครงการในครั้งนี้ เป็นอำนาจโดยเด็ดขาดของกลุ่มประชาสังคมภาคเหนือ งานนี้ไม่เกี่ยวกับ พอช เพราะกลุ่มประชาสังคมภาคเหนือได้ตั้งคณะกรรมการมาพิจารณาโดยเฉพาะ ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่ก็มาจากชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ
- หากจะเป็นความผิดพลาดหรือบกพร่องก็ไม่เกี่ยวกับพอช โดยตรง เป็นความรับผิดชอบของคณะทำงานประชาสังคมภาคเหนือโดยตรง
- ไม่แปลกที่คนจะมีความแตกต่างทางความคิด ผมคิดไม่เหมือนมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนในบางเรื่อง ไม่เหมือนคุณเจษฎา ในบางเรื่องก็ไม่ได้หมายความว่าผมโง่ หรือฉลาดไม่พอ หรือคิดไม่เป็น ผมคิดไม่เหมือนพันธมิตร ผมก็ไม่ได้เลวไม่ได้โง่ เฉกเช่นที่ผมไม่เห็นด้วยกับมหาลัยเที่ยงคืนในบางเรื่อง คณะกรรมการประชาสังคมพิจารณ์ภาคเหนือพิจารณาแล้วว่า โครงการใด โครงการหนึ่งไม่ผ่านก็ไม่ใช่เป็นความผิด ความเลว หากแต่เป็นความไม่สอดคล้องต้องกัน ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ มีโครงการทั้งหมด 24 โครงการ ผ่านเพียง 5 โครงการ หมายความว่าโครงการที่ไม่ผ่านอีก 19 โครงการ รวมทั้งโครงการของคุณเจษฎา เป็นการตัดสินใจของคณะทำงานประชาสังคม ไม่ใช่การติดสินใจของ พอช
- การเปิดประเด็นบางเรื่องให้เป็นเรื่องสาธารณะ เป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับผม ผมผู้ที่เปิดประเด็นต้องรับผิดชอบตั้งแต่เปิดไปจนจบ ผมคิดว่าสังคมคนรุ่นต่อไปจะได้ประโยชน์จากประเด็นนี้ ถ้าหลุดไปจากเรื่องประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น
บุญถึง
ปัญหาคือ มันถูกครอบ
อะไรดีดี ที่จะปลุกคนให้ตื่นจากหลับไหล
มันก็ไม่อนุมัติ อันไหน มึนๆ มั่วๆ ดันผ่านซะงั้น
ติ่ง บางเตย
ก็แล่วแต่ว่าจะเรียกเป็น กป.เหนือ หรือ ประชาสังคม
แต่ตัวคนมันก็ซ้อนๆกันอยู่ ขาใหญ๋ เอ็นจีโอ ทั้งหลายน่ะแหละ
ที่เหลือก็เป็นตัวประกอบ
ถ้าแน่จริงเอาเกณฑ์พิจารณาออกมาเปิดเผยสิ!!!!
ถ้าแน่จริงเอาตัวคนที่ได้รับโครงการออกมาเปิดเผยสิ!!!!
จะได้รู้ว่าเด็กใคร นอมินี ใครได้บ้าง
ชงเองกินเองมาตลอด จนอายุปูนนี้ เสียนิสัย เที่ยวไปว่านักการเมือง คอรัปชันเชิงนโยบาย
ลองมามองดูตัวเองให้ดีเถอะ กล้าเปิดเผยข้อมูลไหมล่ะ
sder
ขอห้พอช. เปิดเผยโครงการที่ได้มาครับ มาโพสต์ให้คนอื่นๆ เขาลองดูเทียบกันว่า ลำเอียงจริงหรือไม่? เพื่อความโปร่งใส กล้าๆ หน่อยครับ
ประชาชน ขอร่วมตรวสอบ
ถึงกระทู้ 7 ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้
1. การตั้งคำถามถามว่าเกณฑ์คืออะไร ใช่ว่าจะตอบว่าไม่รู้ ดีกว่าไม่เห็น ไม่เป็นก็ให้ปิดปากเงียบๆ ท้ายที่สุด การที่เป็นผู้เรียกร้อง มักถูกกลายเป็นจำเลย เพราะการใช้อคติแบบนี่ละครับ นี่ละ
2. การทวงถามอะไรๆ จากสังคม หรือกลุ่มสังคม มักมีมวบแทนมาตอบ เมื่อการตอบคำถามมักเบี่ยงเบียนประเด็นไป หรืออธิบายใหม่ว่ามาตรฐานของการอธิบายต่อการให้หรือไม่ ได้หรือไม่ได้ ใช่หรือไม่ใช่มันเป็นสิ่งตรงข้ามกันเสมอ ดังนั้นหากตรวจสอบบนความเงียบ
3. สิ่งที่เรียกว่าประชาสังคมภาคเหนือ คืออะไร มีใครบ้าง
4. งานนี้ไม่เกี่ยวกับ พอช (แล้วมาดูแลเรื่องงบประมาณทำไม)
5. งานนี้ก็ไม่เกี่ยวกันกับพันธมิตร มหาลัยเที่ยงคืน (อีกนั่นแหละ)
ดังนั้นสถานการณ์ของการเข้าถึงแหล่งทุนค่อนข้างยากนะสมัยนี้ หากขาดหลักบางประการ เช่น รู้เขา รู้เรา แต่ต้องเลือกอยู่ข้างเขาหรือข้างใครก่อน หรือรู้เขา แต่เขาไม่รู้จักเรา(หากดูจากการตั้งกระทู้นี้) ที่ตามมาผมจึงคิดว่า ทางออกของปัญหา และสถานการณ์ในลักษณะนี้จะเป็นไปอย่างไร เพราะองค์กรแหล่งทุนในลักษณะมหาชนในไทยมีใช่น้อย ก่อปัญหา ถามปัญหาใหม่ไปเรื่อยๆ โจทย์จึงไม่น่าจะเป็นแค่เรื่องส่วนตัว แต่ตั้งคำถามต่อสังคมในวงกว้างให้ร่วมถกประเด็น และนำไปสู่การคลี่คลายปัญหา เพราะเชื่อว่าปัญหาไม่ได้แก้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ความโง่ ฉลาด แต่เป็นการใช้สติ คิด ไตร่ตรอง ส่วนการตัดสินใจอยู่ที่ความคิดเห็นส่วนตัว ว่าจะตอบโจทย์อย่างไร ถ้าจะตอบ ไม่ใช่การหาโจทย์อันใหม่ อันเป็นการอยู่ในสังคมที่มีความต่างทางความคิดอย่างสุดขั้วที่พบเห็นในปัจจุบัน
ฝากฝั่งแห่งอัตตา
1. มองผ่านการพิจารณาโครงการ มองผ่านวิธีการคิด การวิเคราะห์เชื่อมโยง มองผ่านสายตากลิ่นดอกไม้
มนุษย์ต้องตัดสินใจอยู่เสมอ ทั้งตัดสินผู้อื่นและตัดสินตัวเอง
แต่มนุษย์อ่อนแอเกินไปที่จะเห็นความผิดพลาดของตนเอง
และส่วนใหญ่มักตัดสินผู้อื่น ว่าไม่ถูกต้อง ผิด ผู้ถูกต้องคือเจษฎาและเที่ยงคืนและประชาไทเท่านั้น ไม่กล้าพอที่จะวิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเองเพื่อปรับตนเอง แต่กล้าที่จะเฆี่ยนตีผู้อื่นด้วยความั่นใจในความถูกต้องของตน เป็นเช่นนั้นหรือ
2. มองผ่านกระบวนการตั้งประเด็นสาธารณะ
นักดนตรีชาวไอริช สามารถเปิดประเด็นทางสังคมผ่านดนตรีร๊อคได้อย่างน่าชื่นชม และนำพาการเปลี่ยนแปลงการช่วยเหลือคนยากจนผ่านงานสงเคราะห์สู่การจัดการความอยุติธรรมได้อย่างน่าชื่นชม
ประชาไทตั้งประเด็นสาธารณะอะไร เพื่ออะไร บนหลักการ
ผมว่าการตั้งประเด็นเพื่อสร้างประเด็นสาธารณะ เป็นประเด็นที่ต้องเรียนรู้อีกพอควร
สังคมได้อะไร เราต้องการเปลี่ยนอะไร
เราต้องมีสติรอบครอบมากกว่านี้ในทัศนะผม
3. ประชาสังคม แน่นอนมีหลากหลายมากมาย ทั้งจริงและปลอม ทั้งเก่งและอ่อนแอ แต่ละกลุ่มก็มีลักษณะการรวมกลุ่มความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง ประชาสังคมสายองค์กรชุมชน สายสนามหลวง สายมัคฆวานสายพระ สายเดี่ยว ประชาสังคมในขบวนองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ ก็เป็นขบวนหนึ่งในความหมายประชาสังคมหนึ่ง ที่รวมตัวกันเพื่อดูแลอุดมการณ์ของกลุ่มตนให้ได้มีโอกาสในการปฎิบัติการณ์ทางสังคม ให้มากที่สุด แม้จะดูหน่อมแน้ม ในสายตาอันคับแคบของคนหลังเที่ยงคืน แต่ก็มีความชัดเจนในหลักการ เป้าหมายและสิ่งมุ่งหวังการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นของกลุ่ม การตัดสินพิจารณาโครงการ ฯไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วยเพียงแต่ด้วยความจำกัดของงบประมาณที่ต้องเลือก
4. แน่นอนว่าความผิดพลาดเกิดขึ้น เป็นไปบนสิ่งที่ได้เลือกแล้ว แน่นอนมนุษย์อ่อนแอเกินไปที่จะเห็นความผิดพลาดของตนเอง และเมื่อคุณเห็นคุณจึงเลือกที่เฆี่ยนตีสิ่งที่เป็นความอยุติธรรมในสายตาของคุณ
สุดารัตน์
ถึงกระทู้ที่ 12
1.ตกลงการแต่งตั้งคุณสวิง ไม่ผิด สมควรแล้ว
2. งบประมาณจำกัด เลยต้องให้พรรคพวก ฐานเสียงก่อนหรือ ทำไมไม่ชี้แจงเพื่อโปร่งใส
3.คุณเล่นคำสำนวน วาทศิลป์ได้อย่างเนียนๆๆจริงๆๆ แต่ไม่ตอบประเด็น
คุณกำลังเฆี่ยนตี เจษฎา มเที่ยงคืน ประชาไทได้อย่างลำเลิศนัก
ผู้ถูกต้องคือคุณ
มนุษย์ต้องตัดสินใจอยู่เสมอ ทั้งตัดสินผู้อื่นและตัดสินตัวเอง
แต่มนุษย์อ่อนแอเกินไปที่จะเห็นความผิดพลาดของตนเอง
ประชาไม่ธรรมดาจริงๆ
อ่านไปอ่านมา ดูเหมือนผู้เขียนจะอ้างหลักการเรื่องความโปร่งใส เอามาใช้ตั้งคำถาม และพาดพิงกับบุคคลหลายท่านอย่างจงใจ แต่ด้วยเจตนาของการนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อเช่นนี้ หวังว่าคุณเจษฎาคงมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบกับผลของการกระทำอย่างมีสติ และมีวุฒิภาวะ เพราะการกระทำนี้มันมีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง เป็นข้อเรียกร้องของชายหัวใจเอียงซ้ายผู้ฝักใฝ่ความเป็นธรรมที่ถูกกระทำให้เป็นอื่น ที่อาจผิดหลักการของคุณพ่อขวัญใจชนชั้นกรรมาชีพ หรือไม่ก็อาจจะเป็นการแพ้ชวนตี ตีวัวกระทบคราด ไม่ยอมรับความจริง และเงื่อนไขบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานที่และเวลา โดยเฉพาะผลแห่งการกระทำที่ผ่านมาทั้งหมดในอดีต จนเป็นเหตุที่ทำไม่พิจารณาให้ทุน
ส่วนประชาไท ในฐานะสื่อที่หยิบยกประเด็นขึ้นมา น่าจะพยายามสร้างความสมดุลด้วย เพราะเรื่องจริงเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เนื้อหามันพาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย แล้วก็เป็นแวดวงเดียวกันเสียด้วย
pornvajee.panatee
จากการที่สัมผัสกับขบวนสื่อ ภาคเหนือ ที่เสนอโครงการ พอช. โดยเฉพาะ สื่อทางเลือกทั้งที่ผ่านมา และปัจจุบัน สื่อทางเลือก ต้องถามตัวเองก่อนว่า ให้ความสมดุลกับขบวนสื่อภาคเหนือแค่ใหน โครงการที่ขอตอบสนองกับขบวนสื่อที่มีในภาคเหนืออย่างไร เป็นการขอเพื่อความอยู่รอดของตัวเองหรือเพื่อขบวนสื่อที่มีในภาคเหนือ
วงในแต่ไม่ใกล้ชิด
เรื่องราวทั้งหมดนี้ จากข่าววงใน(แต่ไม่ใกล้ชิด) ไม่เกี่ยวกับพันธมิตร ไม่เกี่ยวกับเที่ยงคืนนะขอรับกระผม เกี่ยวกับพวกประชาสังคม NGOs ทั้งหลาย ที่มีการพิจารณาโครงการกันในภาคเหนือแต่เกิดประเด็นข้อสงสัยว่า การพิจารณาโครงการของคณะกรรมการนั้นมีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด จะมีการให้งบฯเฉพาะคนบางกลุ่มหรือไม่ เข้าใจว่ามีผู้ข้องใจและสงสัยหลายคน
ตรงนี้คนที่เป็นคณะกรรมการพิจารณาโครงการ (ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พอช.ร่วมอยู่ด้วย) ต้องออกมาอธิบาย โดยไม่ใช่เป็นการปกป้องพวกคณะกรรมการกันเองหรือผู้ที่ได้รับโครงการเท่านั้น แต่ต้องสามารถอธิบายให้ได้ตั้งแต่
1. ยุทธศาสตร์การพิจารณาโครงการที่ตั้งขึ้นของคณะกรรมการ ตั้งขึ้นโดยใคร มีหลักเกณฑ์อะไร ได้มีการพิจารณาร่วมกันของทั้งภาคหรือไม่
2. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการ ใช้หลักเกณฑ์อะไร ต้องอธิบายให้ได้ทุกโครงการถึงเหตุผลที่ได้ และไม่ได้ให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่ให้เหตุผลว่าไม่เข้ายุทธศาสตร์ของคณะกรรมการที่ตั้งไว้ ให้คุณไปของบช่องอื่น ดูเหมือนว่านั้นจะไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอ (เพราะได้ทราบว่าบางโครงการเข้ายุทธศาสตร์ที่คณะกรรมการตั้งไว้แต่ก็ไม่ได้รับงบเช่นกัน) หรือว่าตรงนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการเป็นใหญ่เท่านั้น
3. หลักเกณฑ์ในการให้งบประมาณ มีหลักเกณฑ์เช่นไร เพราะตามจดหมายของคุณเจษฏานั้นได้ชี้แจงว่าคณะกรรมได้ให้ลดงบประมาณลงไม่เกิน 300,000 บาท แต่กลับไม่ได้รับการให้งบประมาณ (ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็น) ทว่าโครงการที่ได้ส่วนใหญ่เท่าที่ได้ทราบมานั้นเป็นโครงการขนาดใหญ่ทั้งสิ้น (ถ้าจะให้พูดรายระเอียดมากกว่านี้คงจะไม่ดี อยากให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาอธิบายเองมากกว่า)
4. หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบการพิจารณาของคณะกรรมการและโครงการที่ได้รับ ตรงนี้ต้องมีการชี้แจงต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้กระจ่างด้วย
อย่ากลัว อย่ากังวล ถ้าสุจริต ถ้าโปร่งใส การออกมาอธิบายไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องเสียหายแต่เป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผยให้ทุกฝ่ายได้รับทราบและเข้าใจตรงกัน
การปกป้องตนเองเป็นนิสัยของมนุษย์ แต่ขอความกรุณาผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงให้กระจ่าง โดยไม่เข้าข้างผู้ใดผู้หนึ่ง หรือพรรคพวกของตนเป็นการเฉพาะ ถ้าแก้ไขได้ก็ควรแก้ไขก่อนจะสายเกินแก้
สุดารัตน์
อยากทราบว่า คณะกรรมาการพิจารณาทุนมาจากไหน
ใคร แต่งตั้ง พิจารณาคุณสมบัติกันอย่างไรค่ะ
ติ่ง บางเตย
คห.12 อย่าอ้อมค้อม อย่าเอาอารมณ์กวีมาเป็นเพียงอาภรณ์ปกปิดข้อเท็จจริงอันแสนอุจาด
ถ้าอยากด่า ประชาไท หรือ ม.เที่ยงคืน เขียนบทความหรือจดหมายเปิดผนึก เอาข้อเท็จจริงมาว่าตรงๆเลย พูดแบบนี้มันตุ๊ดว่ะ...!!! เด็กบางเตยไม่ชอบ....!!!!
พอช.ก็ควรเอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนได้รู้ว่าภาษีของพวกเขาที่ผ่านมาคุณเอาไปทำอะไรบ้าง ทำได้จริงเหมือนอย่างที่คุณทำรายงานไหม... ว่ากันตามเนื้อผ้าไป
ลงประชาไทก็ดี ถ้าไม่ลงแสดงว่าไม่เป็นกลาง ถือโอกาสตัดทุนมันเลย
จะได้ปิดๆไปสักที สะใจ ที่ผ่านมามันโจมตีพันธมิตรจนเละเป็นขี้แล้ว เอาคืนบ้าง
ถ้าประชาไทแน่จริงอย่าปิดความเห็นผม ถ้าปิดขอให้ บ.ก.เป็น ตุ๊ด!!!
ฝากฝั่งแห่งอัตตา
ขอบข่ายพื้นที่ทางความคิดของผู้คน
เค้าโครงจิตของวิญญูชนผู้ท้าชนความอยุติธรรม ทุกท่าน ผมอยากบอกว่า
เรื่องบางควรเป็นเรื่องภายใน บางเรื่องควรเป็นเรื่องภายนอก
เส้นแบ่งนอก แบ่งใน มาตรฐานไหนใครกำหนด ผมไม่ทราบ
แม้ผมต้องการแสดงความเห็น เพราะอยากเรียนรู้ว่าที่ผมมองเห็นและเข้าใจโลกที่เป็นไปเช่นนี้ ผมอยากรู้ว่าคนอื่น ๆ คิดเห็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าไม่ใช่พื้นที่กว้างมาก มากเช่นนี้ ผมอ่อนแอเกินไปสำหรับโลกอันโหดร้าย มีนักปราชญ์บางคนบอกว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์คือเหตุผล ( เหตุผลของกู )+ ขอบเขตพื้นที่การถกเถียง
กลับมาเรื่องเดิม
โจทย์ จำเลย ผู้พิพากษา ใครเป็นโจทย์ ในเป็นจำเลย ใครเป็นผู้ตัดสิน
เหตุที่ผมคิดว่าประเด็นนี้ไม้สมควรเป็นเรื่องประเด็นสาธารณะ เพราะผมเห็นว่า
เส้นแบ่งอันเบาบางเปราะบางมีมากเหลือเกิน
และอาจนำพาเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ เรื่องใหญ่ในทางที่ไม่ดี
ผมอาจตั้งข้อสังเกตว่าโครงการของคุณเจษฎา ควรไปขอรับทุนกับ เที่ยงคืนก็ได้
เพราะสื่อทั้งหมดเป็นเพียงการเปิดพื้นที่ความคิดของ เที่ยงคืนเท่านั้น ขยายจากเว๊ปไซด์
มาสู่รายการวิทยุก็เพียงแค่นั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและมีคุณค่า ที่ประชาชนควรได้รับรู้ เหตุผลอันหลากหลายแม้ในยามเที่ยงคืน ที่แสงสว่างจากภายนอกไม่สามารถบดบังเหตุผลจากการบรรลุสัจจะภายในได้ ( บางครั้งทรงคุณค่า บางครั้งมืดบอด ในทัศนะผม )
โดยเปรียบเทียบกับโครงการสื่อ ของสำนักข่าวประชาธรรม ที่ได้รับการเห็นชอบ
ผมว่ามีความยึดโยงกับงานชาวบ้านมากกว่า ถ้าผมเป็นกรรมการและผมต้องเลือกระหว่าง
ประชาธรรม กับเจษฎา ผมคงเลือกประชาธรรมแน่นอน เพราะผลงานเชิงประจักษ์มีน้ำหนักมากกว่า
แต่ผมบอกแล้วเรื่องนี้มันบอบบางอ่อนไหว การถกเถียงในพื้นที่สาธารณะ เรื่องเช่นนี้ในความเห็นผมเป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง ผมอยากดึงกลับมาเป็นเรื่องภายใน เปล่าผมไม่ต้องการปกปิด ปกป้องใคร แต่การแสดงเหตุผลในพื้นที่สาธารณะยิ่งแสดงก็ยิ่งนำไปสู่ความบาดหมางก็แค่นั้น ผมเห็นว่ามันมีทางออกที่ดีกว่านี้
สุดารัตน์
ถึง คุณฝากฝั่งแห่งอัตตา
ไม่น่าจะเกี่ยวกับ มเที่ยงคืน
และไม่น่าเอามาเปรียบเทียบกับประชาธรรมนะ
ปกติเท่าที่หนูรู้ เขาช่วยกันเสริมกันและกัน
เขาไม่ได้อยู่คนละฝั่งเลย หลายครั้งรายการวิทยุต่อมาก็เป็นข่าวในประชาธรรม
อย่าพูดให้เขาห่างเหินกันซิ
เมื่ออาทิตย์ก่อน ฟังรายการวิทยุเขาคุยกันเรื่องฝายพญาคำ
เมื่อเดือนก่อนเขาพูดเรื่องสมัชชาชนเผ่า และบางครั้งนักวิชาการมเที่ยงคืนก็ออกรายการ
คุณพูดเหมือนไม่เคยฟังรายการวิทยุเลยนะคะ จะบอกให้
แต่ประเด็น เรื่องควงามโปร่งใส ธรรมาภิบาลที่ต้องชี้แจงแถลงไข ต่างหาก
บุรพาไม่แพ้
อันคนเรานั้นหลายความคิด หลายจิตวิญญาณ แต่วิญญาณที่มีอยู่หาใช่จิตวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ ผมว่าก็ถูกต้องแล้วที่เราออกมาเรียกร้องหาความโปร่งใสของเรื่องนี้ และผมเห็นด้วยว่า กป.เหนือเองก็ควรจะออกมาแสวหาคงามชัดเจนในเรื่องนี้ แลพอช.ภาคเองก็ควรชัดเจนในเรื่องนี้เช่นกัน ใกล้สมัชชากป. เข้าไปเต็มทีแล้ว แว่วว่างานนี้มีฮาแน่นอนสำหรับอีแอบพันธมิตรทั้งหลาย รวมทั้งนักพัฒนาอาวุโสทั้งหลาย อย่าได้ใช้ระบบอุปถัมภ์ครอบงำนักพัฒนารุ่นน้องอีกต่อไปเลย
ผมเห็นว่ามีบางคนพยายามบอกว่า กฏเกณฑ์ทางควมคิดบางอย่างใช้ไม่ได้แล้ว แต่ปัญหาคือคุณหวาดกลัวมันต่างหาก มีหลายโครงการที่ไม่ได้ผ่านการอนุมัติงบจากพอช.ภาคเหนือ เพราะเหตุผลอย่างที่กล่าวมาหรือเปล่า ตัวแทนของภาคต้องออกมาชี้แจงก่นอปัญหานี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งขมๆ หยดเดียวที่ทุกคนต่างไม่อยางแม้แต่เอามือไปสัมผัส
หม่อมเองค่ะ
ท่านผู้ชมขา
หม่อมลุกไปฉี่แป๊บเดียว กลับมาอ่าน
อูวววว......ว่ายังไม่ทันขาดคำ...พวก พอช..ออกมาแสดง "ความปึก" ของตัวเองอีกแล้ว
โอ..บักอะไรนะ ...อั่นบักฝักใฝ่แห่งอัตตาอะไรหน่ะ ....ปึกแท้หน้อ...คุณผู้ชมว่ามั้ยคะ
"มันเป็นเรื่องภายใน ไม่อยากให้ทะเลาะกัน แล้วขยายไปสู่สาธารณะ"
ดู่ ดู๊ ดู..ดูมันทำ........คุณผ.อ.สมสุขคะ ปลดบักฝักใฝ่อะไรนี่ออกได้แล้ว ...ยิ่งพูด พอช.ยิ่งเสีย
ตายๆๆๆๆ ตายแล้ว ประชาชนเขาให้พวกมึงออกมาอยู่ในที่แจ้ง เจอแดดซะบ้าง
แต่พวกคุณกลับพยายามบอกให้เจษฎาไปคุยภายในกับ พอช.
โทษค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องระหว่าง คุณเจษฎา กับ พอช.นะคะ
พอช. ไม่ไช่ อพช.นะคะที่จะได้ทำอะไรลึกๆลับๆลุกลี้ลุกรนได้
พอช.เป็นหน่วยงานอิสระตามกฏหมาย ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐนะคะ
นี่เป็นเรื่องของ ประชาชน กับ พวกอุตริเป็นเจ้าชุมชน-พวกนายหน้าค้าความจนค่ะ
ฮู้บอ....บักปึกกกก
กรณีที่เกิดกับคุณเจษฎา เป็นเพียงตัวอย่าง เม็ดตุ่มหนองใน เพียงตุ่มเดียวค่ะ
ระบบข้างใน เลือด ทีเซลล์ ของ พอช.มันเน่าเฟะไปแล้วค่ะ
รอวันขบวนแห่ประชาชนเจ้าของชุมชนที่แท้จริง เขาจะถาโถมเข้าชำระล้างสิ่งโสโครกทั้งหลายออกจาก พอช.ออกไปให้หมดเลี้ยง.....ไม่ได้ขู่นะคะ ยิ่งกว่าพวกอัณฑะมิดเพื่อระบอบขุนนางอีกนะคะ
พวกบักใหญ่ๆทั้งหลาย พวกที่อยู่บนหัวหลอกใช้ "บักฝักใฝ่แห่งอัตตา"นั่นหน่ะ
โผล่หัวออกมาได้แล้ว.....ไม่อายฟ้าอายดิน ก็อายบักธิลิ้มมันบ้าง(เกี่ยวกันไม้ค่ะ..)
หม่อมเองยังไม่อายเลย(รอ VERSION 2 นะคะ ใกล้จะออกแล้วค่ะ)
พอแล้ว เสียการเสียงาน มานั่งเล่นกับพวกปึกพวกนี้
บาย
พุ่ม ภัทระ
เขาเป็นใคร ?
จะโปร่งก็ไม่โปร่ง ถักสายโยงเป็นเครือข่าย
จะมืดมิดหรือปิดตาย ก็กระดากอายประชาชี
โปร่งบ้างและปิดบ้าง ภาพลางๆบังเกิดมี
กล้อมแกล้มพอผ่านที เพื่อน้องพี่อิ่มสบาย
ที่ใดใยไม่ชัก ไม่ได้ถักเป็นเครือข่าย
ที่นั่นก็อดตาย เหมือนจุดหมายยังต่างกัน
ชักใยเป็นสายชีพ เมื่อถูกบีบก็อาสัญ
ประชาสังคมอะไรกัน แค่ฉากกั้นเรื่องลวงพลาง
เขาเป็นผู้น้อมธรรม สู่ผู้ช้ำชนชั้นล่าง
หรือเหลือบลิ้นกินส่วนต่าง ความเสื่อมร้างของสังคม
หมาน้อย...
ต้องตรวจสอบๆ....หมกเม็ดมานานบัดนี้ฝีเริ่มแตก.....พอช.เป็นของทุกคนน่ะครับ...ภาษีของพี่น้องทุกคน...เอาออกมาที่สว่างซะ...งุบงิบๆกันทำไม...
เชกูวารา
ตลกสิ้นดี พี่ๆNGOs ไหนบอกว่าจะทำงานเพื่ออุดมการณ์ ขออยู่อย่างมีศักดิ์ศรีมักจะอ้างเหตุการณ์การเมืองตลอดว่าข้าเคยต่อสู้ ในยุค 14 ตุลา มาจนถึง มัควาน แต่สุดท้ายก้ออกลายมาจนได้ คนรุ่นเก่าเกาะกินกับแหล่งทุนของรัฐจนกลายเป็นข้าราชการประจำไปแล้ว ถ้าเทียบเท่าบางท่านเงินเดือนเทียบเท่าอธิบดีแล้วมั้ง? ส่วนเจ้าหน้าที่โครงการไม่มีสวัสดิการไรเลย มีแต่เงินเดือนแล้วอ้างว่า เป็นงานทำเพื่อสังคม ความจริงมันก็คือ ผู้รับเหมางานทางสังคมจากรัฐนั่นแหละ อพช.เป็นผู้รับเหมาช่วงคนที่ 1 โครงการต่างๆที่เสนอเป็นผู้รับเหมางานคนที่ 2 เจ้าหน้าที่โครงการคือลูกจ้าง (เป็นแรงงานนอกระบบด้วยซ้ำ)ดังนั้นลูกจ้างโครงการฯทั้งหลายแหล่ที่ทำงานตามโครงการฯต่างๆมาจัดตั้งสหภาพฯกันเถอะเพื่อให้ทิศทางการทำงานของพวกเรายุคใหม่ สอดคล้องกับความเป็นจริงและสร้างอำนาจต่อรองให้กับชนชั้นที่เราลงไปปฏิบัติงานกันและสุดท้ายต้องถ่วงดุลทางอำนาจกับผู้รับเหมางานทางสังคม ฟังพวกพี่แล้วอ้วกว่ะ NGOs ทำงานเพื่อสิทธิ แต่คนทำงานNGOs มีการละเมิดสิทธิกันเยอะมาก
DDบ่T
ลูกพี่ของจริงครับ DDTพิสุจน์แล้วว่าเป็นสาเหตุการก่อเกิดมะเร็ง ทางการสั่งห้ามใช้นานแล้ว ใช้อย่างอื่นดีกว่า คือเขาเรียกร้องประเด็นอะไร ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ตอบตรงประเด็นเลย ดูเหมือนว่า จะเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา เหตุผลโครงการที่ผ่านและไม่ผ่าน ผ่าน5 ไม่ผ่าน 19 มันเป็นอย่างไร คุณเจษฎา ก็จะได้รู้ตัวเองว่าแย่ หรือไม่แย่ที่เขียนมาขอ งบประมาณ
ผมอ่านดูแล้วคุณ ฝากฝั่งแห่งอัตตา น่าจะตอบได้ เพราะรู้รายละเอียดดีพอสมควร เสมือนเป็นกรรมการพิจารณางบประมาณเลย ถ้าจริงก็ตอบไปเลย อย่าทำเป็นอาย อายชาวบ้านชาวช่องเขา อย่าพากพิงกับองค์กรอื่นเลย ไม่ว่าองค์กรใดๆ นะ ถ้ารู้จริง รักจริง ชอบจริง เกลียดจริง เลือกข้างจริง ตอบเดี๋ยวนี้
น้องเก๋ แฟนเก่า
โธ่คุณเจษฎา(พี่โป๊ะ)คนยังไม่มีแฟน
พี่ทบทวนดูตนเองให้ดีหรือยัง ก่อนที่จะเอาเรื่องอกหักมาเปิดประเด็นสาธารณะ
ถามตนเองให้ดีก่อน พี่ทำเพื่อใคร .... แต่อย่าบอกนะว่าเพื่อประชาธิปไตยรัฐสวัสดิการ
พี่รู้หรือยังทำไมพี่ต้องอกหักมาหลายครั้งแล้ว
น้องเก๋ในฐานะแฟนเก่าที่เคยหลงรักพี่ ขอบอกพี่โป๊ะตรงๆ เลยนะ ที่เก๋ต้องตัดขาดจากพี่ เพราะโลกทัศน์กับชีวทัศน์พี่คนละขั้ว พี่มันซ้ายตกขอบ.... ตามขบวนไม่ทัน.... กลับไปบ้านเกิดดีกว่านะพี่ ...ชาตินี้เราคบกันไม่ได้แล้วนะ
ติ่ง บางเตย
คห.29 ตุ๊ดว่ะ พวก กป.เหนือ นอกจากเป็นอีแอบเชียร์เผด็จการแล้ว
ยังพยายามแถ เห็นกันชัดๆ เล่นเรื่องส่วนตัว บุคคลที่ 3 แก่จะตายห่าอยู่แล้ว
ยังถ่อยไม่เลิก อย่างนี้เขาเรียกว่าสามานย์ตัวจริง
สุดารัตน์
พอช. ไม่ตอบคำถามคุณเจษฏาเลยคะ
กฎเกณพิจารณโครงการคืออะไรหรือคืออย่างที่เขาว่าจริง
เป็นเรื่องเส้นก๋วยจับเส้นก๋วยเตี๋ยว
และกรรมการพิจารณานั้นเป็นคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
และเป็นนักการเมืองจริงไหมคะ
ถ้าจริงน่าเกลียดมากคะ
ดิฉันว่า ต้องให้องค์กรที่เป็นกลางตรวจสอบดีว่าค่ะคุณเจษฎา
marxy
คุณเจษฎา เดี๋ยวคุยกันหลังไมค์นะจ๊ะ
เขียว
ฝากฝั่งแห่งอัตตา
ผมยอมรับครับว่าผมโง่และปึกมาก
ถ้าผมฉลาด และฉลาดมาก ๆ ผมคงทำอะไรสำเร็จไปแล้วหลายเรื่องแล้ว
โดยเฉพาะเรื่องที่ผมอยากทำ
เรื่องทีทำให้คนที่มีความเห็นแตกต่างจากเรา มีคุณค่า มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน
ผมคงทำให้คน เคารพในความเป็นคนของผู้อื่นเกิดขึ้นได้
ผมมันปึกมันโง่ จริงครับผมน้อมรับ
ผมไม่สามารถทำให้เสรีภาพทางความคิดเป็นความงดงาม
ผมไม่สามารถทำให้การเปิดกว้างรับฟังความเห็นอื่นเกิดขึ้นได้
ผมแปลกใจครับว่าการเขียนโครงการ แล้วไม่ผ่านการอนุมัติ ต้องกลายเป็นญัติติสาธารณะ
ที่ต้องมากเสียเวลามาถกเถียง สิ้นเปลืองเวลาได้ บนเวปประธาไท ได้ด้วยหรือ
หรือเป็นเพราะเพื่อน ควรไตร่ตรองกันบ้าง
แน่นอนในโลกแห่งความจริงมีคนรู้เจษฎา และรักในความเป็นเจษฎามากพอ
ถ้าเพื่อนเดือดร้อนแน่นอนเราต้องช่วยเพื่อน
แต่ผมไม่เห็นด้วยจริงจริงกับ วิธีการสื่อสารสาธารณะ กำหนดเรื่องนี้เป็นญัติติ
เพราะถ้ามีงบประมาณจำกัดจำนวนหนึ่ง โครงการประเภทสื่อระหว่าง
โครงการของประชาธรรม กับโครงการของเจษฎา
แล้วผมจำเป็นต้องบอกกับสาธารณะชนหรือไม่ ว่ามันเทียบกันลำบาก
ไม่ควรเปรี่ยบเทียบทั้ง 2 ต่างมีคุณค่าอยู่ในตัวแล้ว
การตัดสินใจเลือกสนับสนุนโครงการของประชาธรรม จะต้องเป็นประเด็นสาธารณะด้วย แปลกเท่าที่ทราย การสนับสนุน แยกเป็น กลุ่มงานสื่อ กลุ่มงานประสานปฎิบัติการองค์กรชุมชนจังหวัด กลุ่มงานสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การเลือก การตัดสินใจ มีเส้นทางบรรทัดฐาน และไม่ควรเป็นญัตติสาธารณะ ด้วยความที่เจษฎา เป็นคนวงในประชาไท เพียงแค่นั้น
ของจริง
ยั่วเท่าไร ก็ไม่ยอมโผล่
แต่คงนอนไม่หลับไปหลายคืน
เกมส์นี้ปิดได้แล้ว
เปิดเกมส์ใหม่ เตรียมหลักฐานทั้งหมด(ทุกเรื่องที่แสดงถึงความเลวของ พอช.)
เป่านกหวีด เข้าชำระล้างความโสมม เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย
บูรพาไม่แพ้
เรียนคุณฟากฝั่งแห่งอัตตา
สิ่งทีคุณกล่าวอ้างถึงโครงการอื่นๆ ประหนึ่งว่าคุณเป็นกรรมการพิจารณางบด้วย ผมว่าโครงการสื่อที่ขอไปนั้น มีหลายที่ไม่ได้ แต่ก็มีบางที่ได้ แน่ละแต่ละโครงการมันมีคุณค่าในตัวมันเอง แต่การให้งบไปกองอยู่กับ กปอพช.เหนือมากเกินไปนั้น สมควรแล้วหรือ อันนี้มันไม่ใช่ญัตติสาธารณะหรือถ้าเป็นหากคุณรับไม่ได้ก็เปิดเผยตัวตนสมกับความเป็นอัตตาของคุณออกมา อย่าเป็นอีแอบ พอๆ กับการแอบเชียร์พันธมิตร และคาดหัวงว่หากพันธมิตรชนะกูก็เข้าข้างพันธมิตร หากพันธมิตรแพ้เสมอตัวกลับบ้าน มันไม่ใช่เฉพาะโครงการสื่อที่คุณกล่าวมาเท่านั้นที่ไม่ผ่านการพิจารณา และยังมีอีกหลายโครงการที่ไม่ผ่าน ผมเองอยากขอเรียกร้องความโปร่งใสในเรื่องของกรรมการพิจารณางบด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นไปได้ต้องชัดเจนไปเลยว่ากรรมการแต่ละชุดอยู่ในวาระกี่ปี อันนี้มันมีหลายโครงการที่เป็นส่วนของเครือข่ายชาวบ้านที่เสนอขอทุน แต่ไม่ได้รับทุน แต่กลับมีโครงการของ ngo หลายโครงการได้รับทุน ซึ่งผมมองว่าพอช.ภาคเองต้องชัดเจนแล้วว่าจะเอายังไงอย่าทำแบบลับลมคมในอีกต่อไปอีกเลย และหากกรรมการพิจารณางบบริสุทธิ์ใจจริงก็แสดงออกมาเลยครับ...อย่าให้เรื่องต้องยาวไปกว่านี้อีกเลย...
บูรพาไม่แพ้
คุณฟากฝั่งแห่งอัตตาอีกรอบหนึ่ง
การที่คุณกล่าวอ้างถึงโครงการอื่นๆ ที่ได้รับงบสนับสนุนจาก พอช.นั้น เหมือนว่าคุณเองรูเกณฑ์ในการพิจารณา ตอนนี้เราต้องก้าวข้ามความเป็นเจษฏาไปก่อน แต่เราต้องคุณกันถึงความโปร่งใส หลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการ ผมเองก็รู้มาบ้างว่าประชาธรรมที่คุณกล่าวอ้างถึงนั้น คุณให้เหตผลว่าทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าอันนี้ผมยอมรับได้บางส่วน แต่บางส่วนผมยอมรับไม่ได้ ประชาธรรมเองก็มีจุดอ่อนในเรื่องนี้เหมือนกัน ส่วนโครงการของเจษฏาที่คุณบอกว่าเอาความคิดของม.เที่ยงคืนมาขยายต่อ ผมคิดว่ามันก็ไม่ผิด เพราะความคิด ของม.เที่ยงคืนก็ดีหลายอย่าง ไม่ใช่ว่าคุณไม่ชอบม.เที่ยงคืน คุณก็ไม่ยอมรับ ผมว่าคุณคิดแคบไปมากทีเดียว หรือว่าคุณแอบเชียร์พันธมิตร เพราะคนที่ไม่ชอบความคิดของนักวิชาการจากม.เที่ยงคืนคงมีแต่พวกพันธมิตรเท่านั้น
อีกเรื่องหนึ่งที่คุณกล่าวหาว่าประชาไทมีส่วนเป็นคนรู้จักเจษฏานั้น ผมว่าคุณกล่าวหาเกินไปหรือเปล่า ถ้าเรื่องนี้ไม่พอจะเป็นข่าว และไม่มีเรื่องให้สังคมต้องขบคิด ประชาไทคงไม่เปิดพื้นที่ให้หรอกครับ
แถมอีกนิดถ้าประชาไทส่งโครงกสารไปของบประมาณจากพอช.ประชาไทจะได้รับหรือเปล่าครับ....เพราะตอนนี้เงินทุนในการดำเนินงานไม่มีเหมือนกัน
คำถามคือว่าเกณฑ์พิจารณาโครงการนั้นคืออไรต่างหาก กรรมการได้ส่งโครงการของตัวเองเข้าพิจารณาด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ต้องลากออกมากลางแจ้ง ไม่ใช่เป็นอีแอบไปเรื่อยๆ อย่าแอบจนเป็นนิสัยเลย....
ผู้ใช้นามว่าน้องเก๋ ...
ความคิดคุณแคบมากที่เอาบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้องด้วย...และถึงวันนี้ผมยังเชื่อว่าซ้ายไม่เคยตกขอบ และตกขบวน มีแต่ขบวนเท่านั้นที่ไม่พยายามดึงแนวคิดฝ่ายซ้ายมาเสริมให้ขบวนแข็งแกร่ง เพราะผู้หใญ่ในขบวนบ้านแนวคิดวัฒนธรรมชุมชนที่เป็นชุมชนในอุดมคติเกินไป
ซ้ายไม่เคยหมด และไม่เคยตกขอบ เชื่อผมเถอะ ซายในความหมายของมีทั้งเหมา และ มากร์ซิลนะครับ บางอย่างแนวคิดของเหมายังใช้ได้ อยู่ที่ว่าเราเลือกจะเดินแนวทางมวลชนหรือเปล่าแค่นั้นเอง...เข้าใจไหมครับการเดินแนวทางมวลชน...ถ้าไม่เข้าใจกลับไปอ่าน สรรนิพนธ์ของเหมานะครับเล่มสีแดง อ่านแล้วจะได้หูตาสว่าง
น้อง น้อง
พอได้แล้ว ไปทำงานกันได้แล้ว ไหนว่าจะสร้างสรรค์สังคมใหม่ นี้หรือคือตัวอย่างที่พีๆทำกันอยู่ อ่อน......
มานพ คีรีภูวดล น้องคนหนึ่งในขบวนภาคเหนือ
เรียนพี่น้องที่ทุกท่านครับ
ผมเข้าไปอ่านตอนเช้าวันที่ 28 กันยายน 2551 เวลา 06.00 น ผมคิดว่าความคิดเห็นที่แสดงออกมาแต่ละคน เป็นทั้งที่มีเหตุผล และไม่อยากมีเหตุผล ก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่น่าจะรู้จักกัน (เป็นคนวงใน) ก็ดีเหมือนกัน เอาเรื่องวงในให้คนนอกรับรู้ ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ให้ลงชื่อจริงดีกว่า จะเป็นการหาทางออก ว่าบทเรียนครั้งนี้คืออะไร ควรจะทำอย่างไรต่อไป
ผมอยากเสนอทางออกแบบนี้ครับพี่น้อง
1 คนที่เกี่ยวข้องต้องมาคุยกัน
2. คนที่อยากเกี่ยวข้องมาคุยด้วยก็ได้
3 ถ้าเห็นด้วยกับผมพร้อมจะหาสถานที่ให้ และเลี้ยงกาแฟปลอดสาร ตราบนดอยฟรีครับ
ความคิเห็น
4สามารถติดต่อผมได้ที่ตึกขาว ภาคเหนือ
ขบวนนี้นับวันคนรุ่นใหม่ก็หายาก ผมอยากให้ขบวนมันมีคุณภาพและคุณค่า ปัญหาความคิด ความเข้าใจไม่ตรงกันเป็นมาแบบนี้มานาน เป็นปกติของขบวน แต่ที่ผ่านมาผมก็เห็นวิธีแก้ที่แก้ได้ อยากขอร้องพี่น้องที่รักของผมอย่าไปพากพิงถึงบุคคลอื่น อย่าเชื่อมโยงกับปัญหาสังคมการเมืองที่มันซ้ำซ้อนมากๆ เลิกกะแนะ กะแหน กันได้แล้ว การทำแบบนี้จะเป็นตัวอย่าง และเป็นวัฒนธรรมขององค์กรนั้นที่น้องๆรุ่นใหม่จะเรียนแบบ
ไม่มีคำตอบ
ผลสรุปแล้วก็คือ ไม่มีคำตอบจากคณะกรรมการพิจารณาโครงการ ฉะนั้นอย่าเสียเวลาเถียงกันเลยครับพี่น้อง เพราะยังไงก็ไม่ตอบอยู่ดี
หวังได้อย่างเดียวว่า โครงการที่ได้รับงบฯ จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชนและคนยากไร้อย่างแท้จริง มิใช่แค่อยู่ข้างบนลอยๆ แล้วหาประโยชน์ เอาผลงานจากพี่น้องที่ทำงานกับฐานรากแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว คิดถึงการแก้ปัญหาของคนยากไร้ คนชายขอบเป็นหลัก เราว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด
ขอให้ความดีนำทางเราไปสู่เป้าหมายอันสูงสุด
khoonnoo
คนที่ี่ใช้ชื่อสมมุติ อยู่ในที่มืด และก็ขอคำตอบจากกรรมการที่อยู่มุมสว่าง มันแฟร์ดีนักหรือ
ก็ตั้งโต๊ะ เปิดอกคุยกัน ไม่ดีกว่าหรือ น้องนุ่งเขาก็พร้อมยินดี หากต้องการหาทางออกร่วมกันจริงๆน่ะ
สไบบาง (ปิง)
ผมเป็นคนทำงานใหม่ อยู่ในพื้นที่มาตลอดเกือบ 6 ปี ที่ทำงานมา ไม่ค่อยสนใจ ไม่เคยให้ความสำคัญว่า พี่ๆจะได้งบมาอย่างไร พี่ให้มองไปยังเป้าหมาย ถ้าเห็นตรงกัน ก็ทำไป เพราะผมเชื่อว่า พี่ๆคนทำงานรุ่นก่อนคงมีเป้าหมายเดียวกัน จะทำงานเพื่อชาวบ้าน ช่วยชาวบ้าน ช่วยกันยก พยุงสังคมให้มันสูงกว่าที่เป็นอยู่ พอดีมีพี่บางคนเกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเลยค้นหากระทู้นี้ดู แต่พอผมเห็นการโต้ตอบจากกระทู้ ผมหมดศรัทธานะ
งบนี้ส่วนหนึ่งมาจากภาษีที่เราเสียไปไม่ใช่หรือ ภาษีของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมไม่ทำให้คนส่วนใหญ่เขาได้รับรู้ล่ะ เราตรวจสอบและหาความโปร่งใสในเรื่องต่างๆเพื่อพี่น้องคนจนทั่วประเทศได้ แล้วทำไมเราจะทำให้คนที่ทำงานด้วยกันเองพบกับความโปร่งใสไม่ได้
ทางเหนือ เขามีสำนวนว่า เวลาหมาล่าสัตว์ " หมาหลวง ก๊านหมาหลาย " (หมาตัวใหญ่แพ้หมาเยอะ) แต่ตอนนี้เขากำลังเอาไว้แต่หมาหลวงแล้วเอาหมาหลายแลก คุ แลกถัง โดยที่ไม่ได้บอกว่าทำไม่ไม่เอาหมาหลายไว้
พี่จะทำงานเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ไปทำไม ในเมื่อพวกพี่ๆกำลังทำลาย ศรัทธา ทำลายคุณค่าของตนเองให้คนรุ่นใหม่ได้เห็น
สตง ปชช
ขอโทษที่อ่านช้าไปหน่อย(พึ่งลงมาจากดอย) ตกใจครับเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไดยังไง ในเมื่อทุกวันนี้เรากำลังพูดถึงความเป็นธรรม แล้วแบบนี้คืออะไร ผมอ่านดูแล้วมีเหตุผลมากมาย แต่ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งคงไม่กล้าเสนออะไร นอกจาก ถ้าไม่มีความเป็นธรรมแล้ว ขอเถอะ อย่าพูดว่า ประชาชนหรือชาวบ้าน เพราะเรื่องเหล่านี้ชาวบ้านเข้าไม่ถึงจริงๆครับ
บำรุง
น่าจะมีคณะกรรมการตรวจสอบทรัพยสินเอ็นจีโอกัน
ว่าทรัพยสินนี้ท่านได้จากโครงการอะไรกัน ดีกว่า