160นักวิชาการดัน" วาระประชาชน" แก้ไฟใต้

กรุงเทพฯ-11 พ.ย.47 รายงานข่าวจาก 1ใน 160 คณาจารย์ ระบุว่า ตัวแทนอาจารย์จะหารือ ในวันที่ 13 พ.ย.ศกนี้ เพื่อหาข้อสรุปสุดท้ายเสนอต่อสังคมผ่านนายกรัฐมนตรีในสุดสัปดาห์(14 พ.ย.)ศกนี้

วันนี้นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทำหนังสือเชิญนักวิชาการ 160 คนที่เสนอแนวทางการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุสลายการชุมนุมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ เวลา 15.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกรัฐมนตรีต้องการระดมความคิดเห็นหามาตรการ และแนวทางป้องกันแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และจะเป็นแนวทางดำเนินการให้เป็นรูปธรรม คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่ตัวแทนนักวิชาการจะหารือกัน คือข้อเสนอผ่านนายกรัฐมนตรี ให้สาธารณชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนที่จะให้รัฐบาลกำหนดนโยบายแต่เพียงฝ่ายเดียว

รายงานข่าวระบุว่า คณาจารย์ยังจะยืนยันข้อเสนอตามแถลงการณ์ที่ทั้ง 160 คน ร่วมลงนาม "…ข้าพเจ้าทั้ง หลายเห็นว่า ฯพณฯ สมควรที่จะต้องพิจารณาความผิดพลาดของตัวเอง และแสดงความรับผิดชอบด้วย เพราะในฐานะผู้มีอำนาจสั่งการสูงสุด ฯพณฯ มิอาจที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในนโยบายที่ผิดพลาดได้ ซึ่งความรับผิดชอบขั้นต่ำที่สุดคือ การขอโทษประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวมุสลิมและญาติพี่น้องของผู้ที่เสียชีวิต"

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 ใน 160 คณาจารย์ที่ร่วมลงชื่อ ในฐานะโฆษกของกลุ่มฯ ระบุว่า บรรดาอาจารย์กำลังหารือกันอยู่ว่าการหารือ ควรจะเป็นรูปแบบใดที่น่าจะเหมาะสม

"รูปแบบที่เป็นไปได้คิดว่าน่าจะเป็นลักษณะการส่งตัวแทนไปหารือมากกว่าเพราะเวลาจำกัด หากเข้าไปกันหมดคงจะพูดกันไม่ค่อยจะได้เนื้อหาสาระอะไรเท่าไร ในส่วนของพวกเราเองก็ต้องเตรียมตัวทำการบ้านกันด้วยว่าจะพูดคุยกับนายกฯเรื่องอะไรบ้าง แต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัด ค่อนข้างกะทันหันก็อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่เราก็จะทำกันให้ดีที่สุด"นายปริญญา กล่าว

ประชาไทรายงาน

Comments

ต้องการเห็นอาจารย์ผู้กล้าห

ต้องการเห็นอาจารย์ผู้กล้าหาญกล่าวนำว่าสถานที่นี้(ทำเนียบรัฐบาล)เป็น

สมบัติของแผ่นดิน ในการมาตามรับเชิญในสถานที่นี้เวลานี้ นายกไม่ได้เป็น

เจ้าภาพแต่อย่างใด หารเป็นที่ๆเหมาะสมในการชี้แจกเหตุผลในมุมมองที่ต่างไป

กับความเห็นของนายกโดยสิ้นเชิงในกรณีเหตุการ3 จังหวัดภาคใต้ นายกมิสมควร

เป็นยผู้นำในการอภิปรายหากเป็นผู้รับฟัง ไตร่ตรองให้ลุ่มลึกแล้วให้ความเห็นสรุปกับ

คณะอาจารย์ ให้เวลาและให้โอกาศคณะอาจารย์มากที่สุดเพราะเป็นโอกาสดีของนายก

ที่จะสื่อสาร 2 ทางกับผู้มีคุณวุฒิในการรัฐศาสตร์ สังคม ปรัชญาและกฏหมาย

อย่างครบถ้วน คณะอาจารย์ไม่มีข้อข้องเกี่ยวใดๆกับการเมือง กับธุรกิจนอกจากต้องการ

เห็นทุกอย่างถูกต้องที่จะให้คนอิสลามใต้เข้าใจถึงเจตนาของผู้มองอนาคตอันไกลที่จะอยู่

ร่วมกันโดยสันติและยั่งยืน ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่แสดงอำนาจโอหังและท้ายที่สุดเวร

ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

เป็นไปได้สักหนึ่งในร้อยไหมครับที่นายกจะเข้าใจตามนี้

ขอให้นายกฯ เปลี่ยนวิธีคิดแล

ขอให้นายกฯ เปลี่ยนวิธีคิดและบุคลิกแบบขุดรากถอนโคน ลุงขันขอน้อยไปรึเปล่าคะ....

นายกฯ ท่านไม่คุ้นชินกับการเห็นต่าง การกระด้างกระเดื่อง หรือการวิพากษ์วิจารณ์ สังเกตดูเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา คนจะเข้าทำเนียบได้ ถ้าไม่เรื่องธุรกิจ ก็ผลประโยชน์ระหว่างประเทศ หรือไม่ก็ร้องทุกข์ ไม่แน่ใจว่านายกฯ มองเหล่าคณาจารย์แตกต่างกับคนขับแท็กซี่หรือไม่ ไม่ได้มองใน

แง่ชนชั้น แต่หมายถึงความสัมพันธ์ทางอำนาจ...พูดกันมาปากจะฉีกถึงหูเขาไม่เคยฟัง ถ้าเข้าทำเนียบพูดสองประโยคแล้วเขาซาบซึ้งละก็ อิฉันคงต้องกลับไปนับถือผี มหัศจรรย์จริงๆ