ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
‘ประเวศ’ แนะตั้ง รัฐบาลแห่งชาติใช้ฝ่าวิกฤติความรุนแรง พิมพ์บทความนี้

นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ออกมาในรูปการแก้รัฐธรรมนูญต่างๆ ข้างหนึ่งคนที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ  อีกข้างหนึ่งเป็นคนที่สงสัย พ.ต.ท.ทักษิณว่าไม่สุจริต ไม่ไว้วางใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวอะไร เป็นเรื่องบ้านเมืองหรือประโยชน์ส่วนตัว การที่รัฐบาลเสียงข้างมากจะแก้รัฐธรรมนูญ ข้างที่สงสัย พ.ต.ท.ทักษิณก็คิดว่าจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม ความรุนแรงก็เกิดขึ้น

    

นพ.ประเวศกล่าวต่อว่า ทางออกของปัญหาที่ผ่านมามีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 และการรัฐประหาร  ล้วนแก้ปัญหาไม่ได้  การยุบพรรคก็แก้ปัญหาไม่ได้ ยุบแล้วก็เปลี่ยนชื่อมาตั้งพรรคใหม่ การยุบสภาก็เช่นกัน แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นทางออกของปัญหาต้องออกจากวังวนของการต่อสู้  เพราะหากพรรคพลังประชาชนได้รับเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล คนที่ไม่พอใจก็ออกมาประท้วง หากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล ข้างที่ชอบพลังประชาชนก็จะมาประท้วงเหมือนกัน ทางออกของปัญหาขณะนี้ ต้องยอมรับกฎกติกาปัจจุบันว่าพรรคพลังประชาชนได้รับเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล  แต่จากนี้พรรคพลังประชาชนต้องทำให้ดีขึ้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ดี เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ทำให้ถูกต้อง

 

"พรรคพลังประชาชนควรปรับตัวคน อย่าก้าวร้าว ทำเรื่องดีๆ อย่าพูดท้าทาย ต้องพูดดีๆ ทำดีๆ เพื่อให้คนมาร่วมมือ คนที่พูดท้าทายไม่ดี ผิดหลักธรรม พระพุทธเจ้าสอนให้ใช้วจีสุจริต ต้องพูดจริง อย่าโกหก ต้องใช้ปิยวาจา อย่าหยาบคาย กักขฬะ พูดถูกกาลเทศะ พูดให้เกิดประโยชน์ ประชาชนก็จะหันมาสนับสนุนรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้ง โดยมีสังคม นักวิชาการ สื่อมวลชนทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลให้ทำสิ่งที่ถูกต้องมากขึ้น"

 

ราษฎรอาวุโสกล่าวด้วยว่า  ส่วนการเดินขบวนชุมนุมอย่างสันติวิธีอยู่ในหลักกฎหมายใช้เหตุผลทำได้ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยไม่ควรเผชิญหน้า  ต้องไปประชุมหรือชุมนุมที่อื่น หรือทำกันคนละวัน แต่ละฝ่ายต้องสุภาพ ใช้เหตุผล รัฐบาลต้องดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้คนเข้ามาก่อกวน  และอย่าสลายการชุมนุม เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ต้องให้เวลาบ้านเมืองทำเรื่องดีๆ

 

"หากสถานการณ์ถึงจุดวิกฤติสุดๆ ก็ต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อออกจากสังคมการต่อสู้ ทั้งพรรคพลังประชาชน ประชาธิปัตย์ และทุกพรรค ต้องมาร่วมมือกันช่วยกันทดลองทำสัก 1-2 ปี แล้วดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหากผมเสนอเรื่องนี้เวลาปกติคงไม่มีใครเอาด้วย อาจจะถูกด่า แต่หากประเทศวิกฤติจนหาทางออกไม่ได้แล้ว  ก็น่าจะเปลี่ยนสภาพความขัดแย้งที่มีมาตลอดกลายมาเป็นการร่วมมือกัน" ศ.นพ.ประเวศกล่าว

 

ทางด้านนายชูศักดิ์  ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสถียรภาพรัฐบาลว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหา แม้จะมีข่าวว่าพรรคชาติไทยจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลก็ตาม เพราะเป็นเพียงแค่ข่าว แต่คิดว่าระดับผู้ใหญ่ในพรรครัฐบาลจะต้องมีการหารือกันในระดับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พรรคชาติไทยจะเปลี่ยนขั้วไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แล้วสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

 

"เพราะหากเป็นอย่างนั้นจริง จะทำให้เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ และจะถือเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย  ดังนั้นควรไปถามนายประมวล รุจนเสรี หัวหน้าพรรคประชามติ ว่ามีเจตนาอย่างไรที่ออกมาแสดงความเห็นอย่างนั้น  และที่ผ่านมานายประมวลพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับรัฐบาลมาโดยตลอดอยู่แล้ว" นายชูศักดิ์กล่าว

 

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปฏิเสธกระแสข่าวว่าพรรคอาจเปลี่ยนให้นายสมชาย หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค ขึ้นมาเป็นนายกฯ แทนนายสมัคร และยืนยันว่าตนและสมาชิกพรรคจะสนับสนุนนายสมัครเป็นนายกฯ ตลอดไป"สมชาย" ยก "หมัก" นายกฯ ดีที่สุด

 

"ในยามนี้ท่านสมัครเป็นผู้นำที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ดูแลทุกอย่างแบบดีที่สุดแล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่เป็นประเด็น ไม่ต้องกังวลและวอกแวก ท่านสมัครเป็นนายกฯ พวกผมก็ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีและทำงานร่วมกับนายสมัคร ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย" นายสมชายกล่าว

    

นายสมชายกล่าวถึงรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อเสนอของ นพ.ประเวศ เพื่อแก้วิกฤติว่า เข้าใจว่าหมอประเวศก็มีความหวังดีต่อประเทศชาติ แต่ระบอบที่เรามีอยู่ในปัจจุบันก็เป็นระบอบที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาแล้วจัดตั้งรัฐบาลโดยได้รับความเห็นชอบแล้ว แล้วจะให้ทำอย่างไร ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกฝ่ายก็รักบ้านเมือง รักประเทศชาติ แต่การจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็ต้องดูข้อกฎหมายว่าจะทำได้หรือไม่

 

นายสมชายเปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 13-14 มิถุนายน คณะรัฐมนตรีนำโดยนายสมัคร จะเดินทางไปประชุมนอกสถานที่ที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะเน้นหารือด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภาคเหนือ เนื่องจากที่ผ่านมาสถานการณ์การท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือเกิดภาวะซบเซา  จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงอย่างมาก จึงต้องหาช่องทางกระตุ้น เพราะการท่องเที่ยวเป็นการหารายได้เข้าประเทศที่ง่าย โดยหลังจากนี้คณะรัฐมนตรีจะสัญจรไปประชุมในจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ จ.ภูเก็ต เป็นต้น

 

นายธีระชัย  แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า ส.ส.กุล่มเพื่อนนายเนวิน กดดันให้นายสมัครลาออกจากตำแหน่งว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีทางเป็นไปได้ สถานการณ์เช่นนี้ไม่มีใครเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเท่ากับนายสมัคร ทั้งนี้มองว่าเป็นการปล่อยข่าวเพื่อสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งเราจะไม่มีการหลวมตัว และขอร้องสื่อมวลชนอย่าไปหลงกลให้มากนัก

 

นายธีระชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้นจะไม่มีผลต่อการทำหน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจะไปตามกรอบ  ออกตามประตู สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรีที่มีรายงานข่าวว่าตนถูกโยกไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ นั้น จนถึงขณะนี้ตนยังไม่ได้คุยกับนายสมัครแต่อย่างใด โดยเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของนายกรัฐมนตรีส.ส.อีสานเหนือระบุไม่คิดทรยศ พปช.

นายไพจิต  ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่ม ส.ส.อีสานอาวุโส  อาจหันไปจับมือกับพรรคร่วมเพื่อไปอยู่กับพรรคฝ่ายค้าน เนื่องจากไม่พอใจการบริหารงานของนายสมัครในหลายๆ เรื่อง รวมทั้งการออกมาระบุว่าอาจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า พวกเรากลุ่ม ส.ส.อีสานอาวุโสยังอยู่ด้วยกัน ถึงแม้ว่าช่องทางตามรัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้ ส.ส.ย้ายพรรคได้ก็ตาม แต่เราก็ปฏิเสธเพราะว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย

 

"เพราะฉะนั้นที่เกรงกันว่ากลุ่มเราจะไปเป็นคลื่นใต้น้ำ ไปโหวตหรืออยู่พรรคอื่น อาจจะเกิดงูเห่ารอบ 2 รอบ 3 คงเป็นไปไม่ได้ พวกเราไม่ใช่เมื่อสมประโยชน์ก็อยู่ ไม่สมประโยชน์ก็ไป  และขอยืนยันว่าจะยังคงอยู่กับพรรคพลังประชาชน ไม่คิดทรยศแล้วไปฝักใฝ่กับศัตรู และไม่ต้องเป็นห่วงว่ากลุ่มเราจะไปหวั่นไหวต่อกระแสกดดันของพรรคร่วมรัฐบาล" นายไพจิตกล่าว

 

ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงบทบาทของพรรคชาติไทย หลังมีกระแสข่าวว่าพรรคชาติไทยเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง และอาจจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลว่า พรรคชาติไทยไม่คิดว่าจะเป็นพรรคตัวแปรใดๆ  เพื่อให้ใครมาง้อ แต่คิดว่าการอยู่ด้วยกันก็ต้องมีการฟังกันและกัน ไม่ได้เป็นการเล่นตัว สร้างราคา แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีที่พรรคแกนนำต้องให้เกียรติกันและกันมากกว่า

 

"ความสัมพันธ์พรรคร่วมกับพรรคแกนนำก็ดีขึ้นเป็นลำดับ เรื่องที่จะสร้างความรุนแรงใช้กำลังสลายพันธมิตรฯ ตอนนี้ก็เห็นว่าเงียบไปแล้ว อยากให้พรรคใหญ่คิดถึงเราด้วย อย่าทำอะไรตามอำเภอใจ ไม่ฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ระดับผู้ใหญ่ก็พยายามสานความเข้าใจกันอยู่ ทุกอย่างก็น่าจะเข้าใจกันได้" น.ส.กัญจนากล่าว

 

เมื่อถามว่า  ล่าสุดนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคได้พาลูกพรรค รวม 29 คน เดินทางไปฮ่องกง ในช่วงการเมืองผันผวนเช่นนี้นั้น มีความหมายใดทางการเมืองด้วยหรือไม่ น.ส.กัญจนาตอบว่า ไม่มีความหมายอะไร เพราะเป็นโปรแกรมที่คุยกันล่วงหน้าไว้นานแล้วว่าหัวหน้าพรรคต้องการพาลูกพรรคไปเปิดสมองบ้าง โดยมีโปรแกรมที่จะไปเที่ยวที่มาเก๊าด้วย"เติ้ง" พาลูกพรรคบินฮ่องกง

 

ส่วนที่มีการมองว่าพาลูกพรรคไปพบปะ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น น.ส.กัญจนาบอกว่าคงไม่ใช่แน่ เพราะตนไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณในเวลานี้อยู่ที่ไหนด้วยซ้ำไป อีกทั้งถ้าต้องการพบท่านจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปพบที่เกาะฮ่องกง เพราะจะเป็นเรื่องยุ่งยากเกินความจำเป็น และถ้าระดับผู้ใหญ่จะมีการพูดคุยกันก็สามารถต่อสายได้ไม่ยากอยู่แล้ว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรหาร นายวราวุธ ศิลปอาชา นายนพดล พลเสน รองเลขาธิการพรรค พร้อมด้วย ส.ส.พรรคชาติไทย เกือบ 30 คน ได้ออกเดินทางไปยังเกาะฮ่องกง ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบิน TG 600 เมื่อเช้าวันที่ 3 มิถุนายน และจะเดินทางกลับในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน ทั้งนี้ นายบรรหารปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อถึงกรณีการทบทวนท่าทีของการร่วมรัฐบาล  ส่วนนายวราวุธบอกว่า เรื่องนี้จบแล้ว ถ้านายบรรหารพูดอีกก็จะเป็นการเปิดประเด็นใหม่

 

แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทยระบุว่า การเดินทางไปฮ่องกงครั้งนี้ มีนัยทางการเมืองคือนายบรรหารต้องการหลบกระแสกดดันเรื่องทบทวนท่าทีการร่วมรัฐบาล และการนำ ส.ส.ไปด้วยนั้น ก็ป้องกันว่าหากเกิดอะไรขึ้นช่วงนี้ แล้วพรรคร่วมต้องการเสียงสนับสนุนก็จะต้องขาดเสียงในส่วนของพรรคชาติไทยไป

   

ที่มา : ไทยโพสต์





โดย : ประชาไท   วันที่ : 4/6/2551

"84 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.