ศาสวัต บุญศรี: เพลงชาติไทยพูดถึงอะไร ประชาชนไทยรู้หรือไม่?

คงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีวิธีเด็ด ๆ เช็คว่าใครเป็นคนไทยหรือไม่ตามแนวชายแดนด้วยการให้ร้องเพลงชาติไทย ใครร้องได้ถูกต้องเป๊ะ ๆ ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหมอนี่คนไทยแน่ แต่ถ้าร้องผิดเนื้อสลับ มั่วดำน้ำ ก็จัดการส่งกลับประเทศไปโทษฐานหลบหนีเข้าเมือง วิธีแบบนี้สร้างความเฮฮาในรายการคดีเด็ดหลายต่อหลายครั้ง พูดเรื่องนี้ทีไรเป็นได้ยินเสียงหัวเราะทุกที

เอาเป็นว่าเกิดเป็นคนไทย เพลงแรก ๆ ในชีวิตที่ถูกสอนให้ร้องก็คงมีเพลงช้างและเพลงชาติ ร้องกันได้ตั้งแต่เด็กอนุบาล

แต่มันน่าสงสัยนะครับว่าที่ร้อง ๆ กันนี่เคยคิดใคร่ครวญกันหรือเปล่าว่าเพลงชาติที่ร้อง ๆ กันเนื้อหามันคืออะไร

ผมเองลองสำรวจคร่าว ๆ จากคนรู้จัก (ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่สอน) คำตอบที่มักได้รับคือเพลงชาติไทยพูดเรื่องว่าคนไทยนั้นรักสงบแต่ก็รบไม่ขลาด ตอบแบบนี้เสียส่วนใหญ่แถมยังต้องใช้เวลานานมากกว่าจะคิดคำตอบได้ ว่าไปก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่เพลงที่เราร้องกันทุกวันกลับแทบไม่มีใครสนใจว่าเนื้อหาของเพลงกำลังพูดถึงอะไรอยู่

ยิ่งเมื่อครั้งที่มีการผลิตภาพประกอบเพลงที่ออกอากาศทางฟรีทีวีช่วงแปดโมงเช้าและหกโมงเย็นขึ้นมาใหม่ ครานั้นเกิดการถกเถียงในเวบไซต์มากมายถึงความเหมาะสมของภาพ บ้างก็ว่าภาพไม่ค่อยเล่าเรื่องเท่าไหร่ บ้างก็ว่าใช้ภาพของพระราชวงศ์ประกอบเพลงน้อยจนเกินไป บ้างก็ถกเถียงกันในประเด็นว่าภาพตรงตามเนื้อเพลงหรือไม่อย่างไร ฯลฯ ผมเองมีโอกาสอ่านก็พบความน่าสนใจไม่น้อยว่าเอาเข้าจริง ท่าน ๆ เถียงอะไรกับครับนี่

เพลงชาติไทยพูดถึงอะไรกันแน่ เรื่องนี้ตอบไม่ยาก เพียงแต่ในการเรียนการสอนระบบปลูกฝังของชาวไทยไม่เคยสอนกันในระดับประถมมัธยม (อย่างน้อยที่สุดก็ในประสบการณ์ของผม) ว่าเพลงชาติไทยพูดถึงเรื่องอะไร เราจึงร้องกันไปเหมือนนกแก้วนกขุนทองและคิดเอาเองว่าตัวเองเข้าใจเนื้อหาอย่างสมบูรณ์ดีแล้ว ดังนั้นเราจึงมักละเลยที่จะตั้งคำถามต่อเรื่องราวทั้งที่ปรากฎเด่นชัดอยู่

“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ…” เป็นประโยคแก่นแท้ของเพลงชาติ แปลความตรงตามตัวอักษรได้ว่า ประเทศไทยนั้นเป็นรัฐของประชาชน นี่คือแก่นแกนของเนื้อหา เนื่องจากเพลงนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้อุดมการณ์ของคณะราษฎร์ ในยุคของจอมพล ป.พิบูลสงครามเมื่อปี พ.ศ. 2482 (คณะราษฎร์สิ้นอำนาจจากการถูกรัฐประหารอันต่อเนื่องด้วยกรณีสวรรคต ปี พ.ศ.2490) ดังนั้นการเทิดทูนไว้ซึ่งอำนาจสูงสุดอันมาจากอธิปไตยของปวงชนจึงเป็นสิ่งสำคัญสุดแท้และเป็นการทำลายอำนาจอุดมการณ์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่อำนาจเต็มนั้นอยู่ในมือของกษัตริย์แต่เพียงผู้เดียว

เนื้อหาต่อจากประโยคแรกเป็นส่วนต่อขยายภายใต้บริบทการถูกคุมคามจากต่างประเทศ อันนำมาสู่การสร้างนโยบายความสามัคคีของคนในชาติ เนื้อหาในช่วงต่อมาจึงมุ่งเน้นสร้างวาทกรรมให้คนไทยนั้นสามัคคีและไม่รุกรานใครก่อน ทว่าหากใครรุกรานก็พร้อมจะต่อสู้เพื่อรักษาอธิปไตยไว้

สรุปง่าย ๆ สั้น ๆ คือเพลงชาติไทยที่มีความยาวประมาณหนึ่งนาทีนี้ได้กล่าวถึงประเทศไทยที่เป็นประเทศของประชาชนผู้มีความสามัคคี รักสงบแต่ไม่ขลาดหากใครมารุกราน

ดังนั้นการที่เราร้อง (หรือได้ยิน) เพลงชาติกันทุกวันตอนแปดโมงเช้าและหกโมงเย็น คือตอกย้ำผลิตวาทกรรมอุดมการณ์ประชาธิปไตยของคณะราษฎร์ในช่วงเวลานั้น น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครสนใจว่าแท้จริงการยืนตรงเคารพธงชาตินั้นควรเป็นไปเพื่อการเคารพสู่อำนาจอธิปไตยสูงสุดซึ่งเป็นของประชาชน เป็นการเคารพถึงความเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศ มิใช่เป็นกลุ่มคนใดโดยเฉพาะเหมือนในยุคก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง

คราวหน้าเรามาดูกันว่าในปัจจุบันนี้อุดมการณ์ที่คณะราษฎร์ทิ้งไว้นั้น เมื่อปรากฎผ่านสื่อทุกวันนี้ผ่าน “มิวสิควิดีโอเพลงชาติ” ถูกผลิตซ้ำหรือบิดเบือนผ่านภาพไปอย่างไรบ้าง

Comments

ผมคิดว่าผู้เขียนเข้าใจผิดนะ

ผมคิดว่าผู้เขียนเข้าใจผิดนะ แค่ตอนแรกของเนื้อเพลงคุณก็ยังตีความไม่ได้เรื่องเลย ในเนื้อเพลงบอกว่า ประไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ความจริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศรวมเลือดเนื้อของชาติเชื้อหลากหลาย ไม่ใช่เชื้อไทยเท่านั้น เรามีเชื้อลาว เชื้อมาลายู คนเมืองในภาคเหนือ เชื้อจีน เชื้อลีซู อาข่า ม้ง และมากมาย ผมคิดว่าเพลงชาติไทยไม่ได้ทำให้คนไทยที่มีความหลากหลายเชื้อชาติภูมิใจ ความเป็นคนไทยเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้ไงเราถึง kill each other เพราะว่าทหารที่มีการปลูกฝังว่าตนเองคือคนชาติเชื้อไทย ไม่ใช่คนลาว คนเมือง คนชาวเขา หรือคนมาลายู เพราะฉนัันก็เก็บพวกนี้เสีย สั่งสอนมันเสีย จะได้รู้ว่าคนชาติเชื้อไทยนั้นไม่ขลาดนะ นอกเสียจากต้องรบกับพม่า ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าขลาดนิดๆ

เพราะฉนั้นเพื่อให้แผ่นดินนี้ ประเทศไทยของเรามีความสงบก้าวหน้า ทัดเทียมนานาประเทศเราจำเป็นต้องเปลี่ยนเนื้อเพลงชาติไทยเสียใหม่ด็กว่า

thai

[quote=thai]ผมคิดว่าผู้เขียนเข้าใจผิดนะ แค่ตอนแรกของเนื้อเพลงคุณก็ยังตีความไม่ได้เรื่องเลย ในเนื้อเพลงบอกว่า ประไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ความจริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศรวมเลือดเนื้อของชาติเชื้อหลากหลาย ไม่ใช่เชื้อไทยเท่านั้น เรามีเชื้อลาว เชื้อมาลายู คนเมืองในภาคเหนือ เชื้อจีน เชื้อลีซู อาข่า ม้ง และมากมาย ผมคิดว่าเพลงชาติไทยไม่ได้ทำให้คนไทยที่มีความหลากหลายเชื้อชาติภูมิใจ ความเป็นคนไทยเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้ไงเราถึง kill each other เพราะว่าทหารที่มีการปลูกฝังว่าตนเองคือคนชาติเชื้อไทย ไม่ใช่คนลาว คนเมือง คนชาวเขา หรือคนมาลายู เพราะฉนัันก็เก็บพวกนี้เสีย สั่งสอนมันเสีย จะได้รู้ว่าคนชาติเชื้อไทยนั้นไม่ขลาดนะ นอกเสียจากต้องรบกับพม่า ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าขลาดนิดๆ

เพราะฉนั้นเพื่อให้แผ่นดินนี้ ประเทศไทยของเรามีความสงบก้าวหน้า ทัดเทียมนานาประเทศเราจำเป็นต้องเปลี่ยนเนื้อเพลงชาติไทยเสียใหม่ด็กว่า[/quote]

เคยได้ยินตามที่คุณ thai ว่ามาเหมือนกัน เกี่ยวเนื่องกับความหมายของชื่อประเทศด้วย (สยาม กับ ไทย)

ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนครับ

ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนครับ มองในมิตินั้นก็จริงและน่าสนใจนะครับ เป็นแนวคิดวาทกรรมว่าไทยมีไทยเดียว ปฏิเสธความหลากหลาย ซึงอาจจะตีความคนละมุมกับผมว่าเพลงชาติคือเพลงที่คณะราษฎร์สร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับอุดมการณ์กษัตริย์นิยม เปลี่ยนจากรัฐที่เป็นของกษัตริย์มาเป็นรัฐของประชาชนครับ

เพลงชาติยุคดั้งเดิม

เพลงชาติยุคดั้งเดิม ท่อนที่ว่า "เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่" มันเขียนว่า เอกราษฎร์ ด้วยซ้ำไป ซึ่งเน้นย้ำถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยมากกว่า แต่อันนี้ผมไม่แน่ใจนะเคยเห็นมาแบบนั้น

อย่างไรก็ดี

อย่างไรก็ดี ผมเห็นด้วยครับกับเรื่องกีดกันสัญชาติอื่นออกไปที่ปรากฎในวรรคแรกของเพลง

ไท หรือ

ไท หรือ ไทย(ที่มีคนพยายามลากเข้าสู่การยกตัวว่าสูงกว่า"ผู้อื่น"(คนอื่น) แถวๆ นี้(ภูมิภาคอุษาคเนย์)) จริงๆ แล้วตามความหมายในหลายท้องถิ่นพื้นเมืองในกลุ่มคนพูดภาษาไท-ลาว ไท หมายถึง คน เช่น เจ้าไทบ้านใด๋ คือ คุณเป็นคนที่(บ้าน)ไหน หรือที่กล่าวว่า เลาว่าสิมามื้ออืน (เลา หรือ ลาว หมายถึง ท่าน ในที่นี้เป็นบุรุษที่สามเชิงยกย่องให้เกียรติกัน) เป็นต้น ดังนั้น รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อ(ชอง)ไท(คน) น่ะถูกต้องแล้วครับประเทศเรามีหลากหลายเผ่าพันธุ์และรวมกันเข้ามา และยอมรับกันว่า ไผท (อำนาจ)ของไท(คน)ทุกส่วน(จริงๆ.....?)

ชอบครับ

ชอบครับ ขอบคุณทุกท่านที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ผมคิดว่าถ้าจะใช้ภาษาศาตร์มาตี

ผมคิดว่าถ้าจะใช้ภาษาศาตร์มาตีความ เช่นไท หมายถึงคนผมคงไม่มีข้อถกเถียงนะครับ แต่ว่าความเข้าใจของสังคม (public perceptions) มันไม่ได้เป็นดังที่ตีความนะครับ ผมว่าสังคมทั่วไปที่ไม่ใช่เชื้อสายไท มองว่าประเทศนี้เป็นของคนไทภาคกลาง ด้วยเหตุนี้ถึงมีอคติมากมายตามมาหลังจากสาวเหนือมาเป็นนายก มีการดูถูกดูแคลนกันมากมายซึ่งผมไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ ผมเห็นด้วยกับประเด็นที่ยกขึ้นมาว่าเพลงชาติไทยนั้นแต่งโดยคณะราษฏร์ซึ่งพยายามสื่อว่าแผ่นดินนี้เป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของกษัตริย์เพียงผู้เดียว เพลงชาติไทยที่เราร้องอยู่ผมว่ามันสามารถตีความหมายไปได้มากมายและความจริงมันแทบจะไม่ได้ทำให้ภูมิใจเท่าไรนัก ผมคิดว่าเราควรจะปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้สอดคล้องกับความเป็นของประเทศที่มีความหลากหลาย เป็นแผ่นดินของอู่ข้าว อู่ปลา เรามีทรัพยากรมากมาย เป็นแผ่นดินของคนฉลาด (ไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ เมื่อมาถึงเรื่องการเมืองแล้วอาจจะงี้เหง้าก็ได้) ผมคิดว่าถ้าเรามีเพลงชาติไทยที่มีเนื้อหาสอดคล้องสร้างความรักสามัคคี ไม่ใช่ชาตินิยมสุดโต่ง เราไม่ต้องบังคับให้คนต้องลุกขึ้นเคารพเพลงชาติหลอก ทุกคนจะลุกขึ้นด้วยความภูมิใจ ไม่ใช่เพราะความภูมิกลัว

ใครๆว่าไงไม่รู้ แต่คนต่างชาติ

ใครๆว่าไงไม่รู้ แต่คนต่างชาติ คิดว่า เพลงลอยกระทงเป็นเพลงชาติไทย

และที่ใครเข้าใจว่าคนไทขี้ขลาดตอนรบกับพม่านั้น คงเข้าใจผิดนิดหน่อย

เพราะเราแค่เสียกรุงสองสามครั้งแค่นั้น ไม่ได้แปลว่าขี้ขลาด แค่ไม่ทันตั้งตัวมากกว่า แต่เราก็กอบกู้เอกราชคืนมาได้ด้วยตัวเองทุกครั้ง และภายในระยะเวลาอีันสั้นมากด้วย และยิ่งกว่านั้น ภายหลังจากที่เรากู้เอกราชได้ เรามักจะขยายอาณาเขตออกไปกว้างใหญ่ไพศาลกว่าครั้งใดๆตลอดมา ทุกครั้ง ถ้ามีครั้งที่สามเราจะกว้างใหญ่จรดจีนกับอินเดียตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกแน่นอน ต้องขอบคุณพม่าด้วยซ้ำที่คอยกระตุ้นให้เราได้ฝึกหัดการสงคราม และได้ตุนพื้นที่เอาไว้ เผื่อในยามที่ต้องสูญเสีย

ส่วนล้านนานั้น ก็พยายามต่อสู้กับพม่าอย่างกล้าหาญ ไม่เคยก้มหัวให้ข้าศึกหรือพม่า ไม่ยอมเป็นทาสใคร ยอมต่อสู้จนตัวตาย พลเมืองก็เลยอาจจะเหลือน้อย เหลือแต่ผู้หญิง ซึ่งผู้หญิงก็เลยมีบทบาทมาก โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ขยันขันแข็งทำมาหากิน และส่งเงินเลี้ยงครอบครัวมากกว่าใครๆ ผู้หญิงจึงมักเป็นผู้นำ ดูในประวัติศาสตร์กษัตริย์ที่มีชื่อเสียงของล้านนา มักจะเป็นผู้หญิง อย่างพระนางจามเทวี หรือพระนางจิรประภาที่เห็นในสุริโยทัย ในเมื่อผู้หญิงเก่ง ครั้นมาเล่นการเมืองก็ได้เป็นนายกหญิงคนแรกของประเทศ มันก็ของธรรมดา

แค่ประโยคแรกของเพลงชาติก็ผิดแ

แค่ประโยคแรกของเพลงชาติก็ผิดแล้วครับ ประเทศไทยมีประชาชนที่มีชาติพันธุ์เป็นคนลาวใช้ภาษาลาวมากกว่าคนไทยอีก