ส่งท้ายปี Quotes of the Year (6): ไม่แก้แค้น แต่แก้ไข และ Forgive and Forget กับคำถามจะแก้ไขอะไร ให้อภัยใคร และหลงลืมใคร

ส่งท้ายปี ทีมประชาไท รวบรวมคมคำเด็ดๆประจำปีที่กลายเป็นวลีและประโยคฮิตทั้งในสังคมออฟไลน์และออนไลน์ ย้อนความทรงจำที่มาที่ไป และแรงกระเพื่อมจากถ้อยคำ ซึ่งหลายคำกลายเป็นผลสะเทือนต่อคนพูดเอง ขณะที่อีกหลายถ้อยคำ ก่อให้เกิดการอภิปรายอย่างหลากหลาย แต่ที่แน่ๆ ล้วนถูกพูดขึ้นมาในจังหวะร้อนและสะท้อนความสนใจของสังคมไทยในสถานการณ์ที่ช่วยก่อกำเนิดถ้อยคำเหล่านี้ขึ้นมา

0 0 0

สำหรับ Quotes of The year ประจำปีนี้ ประชาไทขอยกให้กับวลี/ประโยคเหล่านี้

 

ไม่คิดแก้แค้นแต่จะแก้ไข และ Forgive and Forget

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ตวงพร อัศววิไล ในรายการ intelligence ถึงแนวนโยบายของเพื่อไทย

 

16 พ.ค. 2554

ยิ่งลักษณ์ก้าวเข้ามาสู่เวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ ในฐานะปาร์ตี้ลิสต์อันดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในวันแห่งการเริ่มต้น เธอพูดกับสื่อด้วยน้ำเสียงประหม่าตามสคริปต์โดยมีโค้ทเด็ดที่สื่อทุกสำนักต้องทำไปพาดหัวว่าพรรคเพื่อไทย “ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข” เพื่อเน้นย้ำแนวทางปรองดองของพรรค และชี้ชวนให้มองไปข้างหน้า หลังจากที่ประเทศติดหล่มความขัดแย้งทางการเมืองมายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว

ในการแถลงข่าวเดียวกัน ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงเหตุผลหลักที่เธอเข้ามาทำงานการเมืองซึ่งเป็นงานที่เธอไม่เคยคิดจะเลือกว่า “ผ่านไปถึง 5 ปี ผู้คนและประชาชนก็ยังคิดถึงพี่ชายและคิดถึงนโยบายเก่าๆ ที่เคยทำมาในอดีต รวมถึงให้ความอบอุ่น ความเมตตากับครอบครัวดิฉัน ดิฉันจึงรู้สึกว่าครอบครัวของเรานั้น เป็นหนี้ประชาชน”

ยิ่งลักษณ์นำพาพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งมาด้วยจำนวน ส.ส. 265 เสียง และเป็นผู้นำรัฐบาลมาย่างเข้า 6 เดือนแล้ว แนวทางปรองดองและการแก้ไขของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยังคงถูกตั้งคำถามว่า มันจะดำเนินไปเช่นไร ขณะที่ผู้เข้าร่วมชุมนุมในปี 2553 หลายคนก็ยังคงถูกกักขังและดำเนินคดีต่อไป

จดหมายจากคำหล้า ชมชื่น ที่ส่งถึงทักษิณ ชินวัตร ก่อนที่เขาจะถูกตัดินจำคุก 10 ปี ข้อหาปล้นอาวุธปืนของทางราชการตอนหนึ่งบอกความในใจอย่างกระท่อนกระแท่นในฐานะประชาชนผู้สนับสนุนทักษิณว่า

“สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือเรื่องการประกันตัวผมมากๆ เลยครับ เพราะผมอยากออกไปช่วยเหลือครอบครัว เพราะว่าแฟนผมต้องรับภาระอยู่คนเดียวและลูกผมต้องเรียนหนังสือด้วย ผมจึงอยากจะประกันตัวไปช้วยแฟนแบ่งเบาภาระครอบครัวมากเลยครับ”

 

20 พฤศจิกายน 2554

ทักษิณ ชินวัตร ส่งจดหมายจากนครดูไบมายังประชาชนไทย เพื่อให้กำลังใจต่อวิกฤตน้ำท่วม “ผมขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่รักชาติบ้านเมืองจริง ต้องรู้จักคำว่า "FORGIVE AND FORGET" คือรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมเรื่องเก่าๆ เข้าสู่มิติใหม่ของวันพรุ่งนี้เพื่อบ้านเมืองและลูกหลานเราครับ”

ทั้ง “ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข” และ "FORGIVE AND FORGET" นั้นเป็นการเน้นย้ำถึงการยื่นมือออกไป “ปรองดอง” แต่พี่น้องตระกูลชินวัตรกำลังต้องการปรองดองกับใคร และอย่างไร

ภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมโดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะได้รับการเยียวยาอย่างไร เสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีขึ้นไปจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ แนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้กฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ยังเหมือนเดิม และมีท่าท่าจะหนักกว่าเดิม

ปัญหาเหล่านี้เคยเป็นปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นเพื่อชี้ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขาดสำนึกประชาธิปไตยอย่างไร กลายเป็นประเด็นเดียวกับที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูกจับตาเช่นกัน

คนเสื้อแดงและผู้เห็นใจเสื้อแดงบางส่วนเริ่มตั้งคำถาม แต่ถูกปัดตกไปด้วยคำอธิบายทำนองว่า อย่าเพิ่งถามตอนนี้ ให้กำลังใจรัฐบาลไปก่อน หรือ รัฐบาลมีงานอื่นต้องทำก่อน.....จนถึงวันนี้ คำถามที่ดังขึ้นทุกวันๆ ไม่ใช่คำถามจากคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตรในประเด็นยิบย่อย ไร้สาระ หากแต่เป็นคำถามจากมวลชนที่พาเธอเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก และกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

รัฐบาลที่ก้าวขึ้นมาจากการเลือกตั้งหลังผ่านการเมืองนองเลือดที่มีทหารและประชาชนเสียชีวิตไปทั้งสิ้น 91 ศพ และบาดเจ็บนับพัน รัฐบาลภายใต้การนำอย่างเป็นทางการของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ การมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนอยู่ห่างๆ ! (?) ของพี่ชาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จะแก้ไขอะไรสิ่งใดที่พวกเขารู้สึกผิดพลาดที่ผ่านมา จะให้อภัยใคร และหลงลืมใครเพื่อให้ตนเองได้ยืนหยัดอยู่บนหนทางอำนาจ ปี 2555 นี้น่าจะคลี่คลายคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

Comments

ตามนาฬิกาหยินหยาง ... time

ตามนาฬิกาหยินหยาง ...
time piece ของมารบุปผา :)

มะโรง งูใหญ่ ปีนี้ เป็นงูเจ้าเสน่ห์ อัจฉริบะ ขยัน รุ่งอรุณแรกตื่นแต่ หกนาฬิกาสามสิบสี่นาที
นายกปูของนางมารฯ ต้องหาวิธีทำให้งูใหญ่ยอมมาช่วยงาน
โดยไม่ใช่ในฐานะ บริวาร
นายกปู ควรเริ่มปีใหม่นี่ด้วย "คาถาปล่อยสัตว์"

Happy Busier New Year 2012,
With Heavenly Love,

คาถาปล่อยสัตว์ เทียงจาจา

คาถาปล่อยสัตว์

เทียงจาจา ตี่จาจา
คูมั๋งเปี้ยง เส่งฮุกเกียซา

ซัวตังเจียวสิ่วกุยเฉ่าฮวก
จุ้ยตังหื่อปิเจงกุยซา

เจ็กเฉียกคุงทั้งกุงเจ่งโท่ว
เหยียกอู่เจ็กไก๊เจาปุ๊กถุก

ซัวเซ้งจุงเจี่ยงไหล้กิ้วทา
โอม... เตาหลี เตาหลี

หม่อฮอ เตาหลี
เตาตอหลี ..... ซาผ่อฮอ (สามรอบ)

************************

คัดมาจาก: ยอดคาถาไทยจีน
:)

ครบกำหนด 6

ครบกำหนด 6 เดือนปฏิทินการทำงานแล้วหวังว่ารัฐบาลคงจะไม่ลืมสัญญาประชาคม อย่าลืมว่าสังคมคือมวลประชา ที่ได้ทำหน้าที่นำประชาธิปไตยมาแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่รัฐบาลควรรีบดำเนินการคือ การประกันตัวผู้ต้องหา หากยังติดขัดระบบอำมาตย์อยู่ก็ออกกฏหมายที่เป็นธรรมให้ปล่อยหรือต้องให้ประกันผู้ต้องหาภายในกำหนดที่ถูกจองจำอย่างไร้ความยุติธรรมมานานแล้ว ซึ่ีงคงไม่ยากหากตั้งใจที่จะทำ หากรอต่อไปประชาชนคนรากหญ้าจะถูกทำลายรากฐานทางเศรษฐกิจและไม่อาจรุกขึ้นมาต่อสู้ในวันข้างหน้า

ความอิจฉา และ อวิชชา

ความอิจฉา และ อวิชชา ไม่เคยทำให้ใครสง่างาม ...

กรรมใดที่ทำไว้ ใยต้องกลัวเจ้ากรรม นายเวร ...

กล้าทำกรรม(ชั่ว) กับใครไว้ ก็ต้องกล้ารับกรรม(ชั่ว)ด้วย...

ตาชั่งไม่เคยผิด แต่คนชั่งต่างหากที่ผิด (เอียงจนโง่-งม-งาย) ...

กลัวอะไรกับคำใครด่าว่า "โง่" ถ้าโง่จริง !!! ...

sahala wrote:ครบกำหนด 6

[quote=sahala]ครบกำหนด 6 เดือนปฏิทินการทำงานแล้วหวังว่ารัฐบาลคงจะไม่ลืมสัญญาประชาคม อย่าลืมว่าสังคมคือมวลประชา ที่ได้ทำหน้าที่นำประชาธิปไตยมาแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่รัฐบาลควรรีบดำเนินการคือ การประกันตัวผู้ต้องหา หากยังติดขัดระบบอำมาตย์อยู่ก็ออกกฏหมายที่เป็นธรรมให้ปล่อยหรือต้องให้ประกันผู้ต้องหาภายในกำหนดที่ถูกจองจำอย่างไร้ความยุติธรรมมานานแล้ว ซึ่ีงคงไม่ยากหากตั้งใจที่จะทำ หากรอต่อไปประชาชนคนรากหญ้าจะถูกทำลายรากฐานทางเศรษฐกิจและไม่อาจรุกขึ้นมาต่อสู้ในวันข้างหน้า[/quote]

รัฐบาลได้อำนาจมาจากเลือดเนื้อ

รัฐบาลได้อำนาจมาจากเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชนผู้ยากไร้ หวังว่าพวกท่านคงจะไม่หลงระเริงในอำนาจนั้น กระทั่งลืมนึกถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ที่ผ่านมาพวกเขาเหนื่อยและยอมเสียสละชีวิต เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและความถูกต้องทางสังคมกลับคืนมา เื่พื่อให้พวกท่านได้มีวันนี้ โปรดอย่าลืมนะครับ อนาคตหากฐานเศรษฐกิจของประชาชนล่มสลายลง จนไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก พวกท่านก็คงจะลำบากแน่