ว่าด้วยการร้องไห้ (On weeping and crying)

“I have been crying,\ she replied

Comments

ผมก็เคยเห็นคนถอดแว่นตาแล้วร้อ

ผมก็เคยเห็นคนถอดแว่นตาแล้วร้องให้อยู่บนเวทีราชประสงค์ตอนหาเสียงเลยหัวหงอกขาวแล้วนะครับอันนั้นไม่ใช่ความขมขื่นเจ็บปวดแทนประชาชนแค่เรียกคะแนนเห็นใจสงสารจากประชาชน...แต่นี่น้ำตาเกิดจากเจ็บปวดแทนประชาชนคือเอาใจเขามาใส่ใจเราประชาชนเจ็บผู้นำต้องเจ็บยิ่งกว่าเพราะมันไม่ได้มาจากการเสแสร้ง

-จะเอาเรื่องที่นายกปูร้องไห้ม

-จะเอาเรื่องที่นายกปูร้องไห้มาเล่นการเมืองเหรอะครับ ถ้ากลัวนายกปูจะได้คะแนนสงสารจากประชาชน พวกสลิ่มกับอำมาตย์นิยมและพรรคปชปก็ไปแจกของไปร้องไห้ไปชิครับไม่มีใครเขาไปว่าอะไรพวกท่านหรอกครับ แถวกรุงเทพน้ำมันยังเน่าไม่พอหรือครับ

เป็นความสามารถของพวก "เกรียน"

เป็นความสามารถของพวก "เกรียน" ที่ไม่ว่าประเด็นอะไรก็สามารถแปรสภาพสู่การโจมตีรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนได้เสมอ

ยิ่งลักษณ์ต้องขอบคุณพวกสลิ่มป

ยิ่งลักษณ์ต้องขอบคุณพวกสลิ่มปริ่มน้ำ (คำนี้เก๋ดี) ที่พร่ำด่านายกด้วยตรรกะวิปริต นอกจากไม่สามารถจะช่วงชิงฝักฝ่ายทางการเมืองได้แล้ว จึงจะมีผลเพียงเปลือยตนเองให้ล่อนจ้อน ให้เห็นถึงจิตใจโสมมหยาบช้า อยากให้คนที่ตนเองเกลียดต้องตายเพียงความเห็นทางการเมืองที่ไม่ต้องจริตตนเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ชี้ว่า ผนังทองแดงสีแดงจะยิ่งเป็นกำแพงเหล็กให้กับนายกฯ ต่อไป

ปูพูดเอง "

ปูพูดเอง " “สื่อมวลชนขอความกรุณาไม่ได้ยืนร้องไห้ ไม่ได้อ่อนแอ" แล้วพวกฟายยังจะมาอวยปูอีก กรูล่ะหน่ายเมิงเจรงๆ

เพราะเคยชิน อยู่กับ บทบาทของ

เพราะเคยชิน อยู่กับ บทบาทของ “ผู้ปกครอง จอมลวงโลก”
เพราะเย็นชา อยู่กับการ “ล้อมฆ่า” ประชาชน กว่า 100 ศพ กลางเมืองหลวง

จึงไม่อาจรู้ว่า การหลั่งน้ำตา ของคุณยิ่งลักษณ์ - เกิดขึ้นได้ เพราะอะไร.

Chip R. Bell - ผู้ก่อตั้ง The

Chip R. Bell - ผู้ก่อตั้ง The Chip Bell Group ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการบริหาร และผู้นำหลายเล่ม รวมทั้ง Magnet Service ... กล่าวถึงกรณี CEO Acme Manufacturing ร้องไห้ต่อหน้าพนักงานหลายร้อยคน ... ขณะเขาพูดถึงความเป็นมาของบริษัท วิชั่นของบริษัท คุณค่าและความทุ่มเทของพนักงาน จนมาถึงวันนี้ ... เขาหลั่งน้ำตาร้องไห้ออกมา พนักงานหลายร้อยคนในห้องบอลรูมแห่งนั้นเงียบกริบไปครู่ใหญ่ก่อนที่จะในที่สุดพากันลุกขึ้นปรบมืออย่างยาวนาน ...

Chip Bell สรุปไว้น่าฟังว่า ...

Real leaders have the courage to be authentic. It was not his tears that moved this audience—it was his courage to be unabashedly authentic—to be publicly real. Whether the emotion is anger, compassion, pain, or joy, the authenticity of leaders changes the nature of the connection and invites a valued link with others.

ผมชอบเลยนำมาฝากกันครับ (ผู้สนใจดูได้ที่ www.chipbell.comX

ไม่ว่ายิ่งลักษณ์จะร้องไห้ทำไม

ไม่ว่ายิ่งลักษณ์จะร้องไห้ทำไมหรือเพื่ออะไร แต่เรื่องรัฐบาลนี้ ผมดูแค่ความล้มเหลวจากการเตรียมพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วม ทั้งที่มีเวลาเตรียมการสองเดือน รวมถึงการให้ข้อมูลที่ผิดๆแก่ประชาชนระหว่างเกิดปัญหา เอาแค่ตรงนี้ก็ไม่รู้ตำหนิยังไงละ(คงรอเวลาไปไล่ออกอย่างเดียว) การแก้ปัญหามีแต่ความลุกลี้ลุกลนมีแต่ภาพเสียๆหายๆโกงมั่งอะไรมั่ง ตรงนี้ทำไมไม่ตำหนิกัน ไปหยิบประเด็นยิบย่อย น้ำตงน้ำตามาเบี่ยงกลบเกลื่อนประเด็นความล้มเหลวทำไมกัน ปกติถ้าเป็นพวกไม่สู่สมประโยชน์กัน ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้าเลยดีกว่า อย่าสองมาตรฐานเลยครับ อะไรที่มันไม่ไหวจริงๆก็ดันทุรังอุ้มยกตูดดมอยู่ได้ น้ำตาหรือหยดน้ำที่เกาะบนใบบัวที่กำลังปิดช้างตายทั้งตัวอยู่กันแน่ ถ้าเอาเรื่องประเด็นเรื่องน้ำตา แล้วนำภาพมาวิเคราะห์มาอ่านภาษากายยิ่งลักษณ์ อาจจะยิ่งแย่ไปหนักเลยครับ เละแน่ๆ

นายกปูเป็นมนุษย์

นายกปูเป็นมนุษย์ รู้สึกเจ็บปวดที่เห็นประชาชนผจญกับความทุกข์ยากแสนสาหัส จึงหลั่งนำ้ตา พวกเลือดเย็นที่เสียดสีว่าท่านอ่อนแอไม่มีวุฒิภาวะผู้นำก็ปล่อยให้เขาส่งเสียงไปเถอะ เราดีใจที่ได้นายกปูที่มีคุณภาพของความเป็นมนุษย์เป็นผู้นำของเรา

@imaginePT05 ... ดู ฟัง คิด

@imaginePT05 ... ดู ฟัง คิด ดี ๆ เพื่อน คนหยิบประเด็น "น้ำตา" มาพูดดูเหมือนจะเป็น "พวกคุณ" ไม่ใช่เหรอ ไม่มึใครใส่ใจหยิบมากลบเกลื่อนอะไร ... ดีเลว ผิดถูก ในแง่การบริหารยังคงถกเถียงกันได้ ประเทศยังมีเวลาเสมอ ... รอหน่อยนะครับ

ฉันนั่งดูข่าวอยู่ที่บ้าน ฉันเ

ฉันนั่งดูข่าวอยู่ที่บ้าน
ฉันเห็นผู้คนอพยพ หนีน้ำ ไปพักอาศัย ที่จังหวัดบ้านฉัน
อุ้มลูก จูงแม่ แก่ชรา
ถ้าฉันอยู้ใกล้ ฉันคงไปช่วยทำงานอาสา
แค่นี้ ฉันยังร้องให้ได้ทุกๆวัน
ฉันไม่ใช่คนร้องให้ได้ง่ายๆ
คุณยิ่งลักษณ์ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก
พวกไม่รู้สึกอะไร แสดงว่า จิตใจด้านชา
จากปัญหาชีวิตรึ
จนไม่มีความรู้สึกใดใดกับใคร
ถ้าฉันเป็น ยิ่งลักษณ์ ฉันจะร้องออกมาให้หมด มากๆ
แทนทุกความรู้สึกทั้งหมดที่บรรยายออกเป็นคำพูดไม่ได้
แกไม่ร้องให้ เรื่องของแก
น้ำตาของฉัน ไม่ได้มีงบประมาณ
ร้องเพื่อบอกว่า ฉันขอแบ่งเบาภาระความทุกข์ยากของท่านทั้งหลาย อย่างถึงที่สุด

เพื่อนๆครับ ผมเป็นคนหนึ่ง

เพื่อนๆครับ

ผมเป็นคนหนึ่ง ซึ่งมักถูกเพื่อนๆ บางคน เหน็บแนมว่า กลัวเมีย

ผมยิ้มรับ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเรื่องไร้สาระ เพื่ออ้างว่า ตนเอง เป็นชายชาตรี ไม่กลัวเมีย

ยุคนี้ พ้นจากยุคเมียเป็นนางทาสแล้วครับ ผู้หญิงสมัยนี้ เรียนหนังสือเก่ง ทำงานเก่ง กว่าผู้ชายมากมาย มีอยู่ดาษดื่น เห็นกันอยู่ทั่วไปครับ

ผมถือคติว่า สุภาพบุรุษที่แท้จริง ต้องให้เกียรติผู้หญิงครับ

ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเด็กๆ จนถึงวัยรุ่น ผมนั่งรถเมล์ศิริมิตรและรถเมล์ขาวไปเรียนหนังสือ

ผมเห็นตัวหนังสือที่พ่นติดไว้ในตัวรถประมาณว่า กรุณาสละที่นั่งให้กับพระภิกษุ สามเณร สตรี เด็ก และคนชรา

หมายความว่า ถ้ารถมีคนนั่งเต็ม ให้ผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ลุกจากเก้าอี้ เมื่อเห็นพระภิกษุ เป็นต้น ขึ้นมาบนรถเมล์

การรู้จักเสียสละ การรู้จักให้เกียรติสตรี ซึ่งเขียนขอร้องไว้ในรถเมล์ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่ดีงามมาตั้งแต่ครั้งอดีต

ใครจะกล่าวหาว่า ผมกลัวเมีย หรือจะยุยงให้ผมเห็นว่า ผู้ชายที่รุมทำร้ายผู้หญิง เป็นชายชาตรี

การกล่าวหาเช่นนี้ ยุยงส่งเสริมเช่นนี้ ใช้ได้กับคนอื่น ไม่ใช่ผมครับ สวัสดี.

ปล. ทุกวันนี้ ผมก็ยังกลัวเมียอยู่ครับ เอิ๊กกก.... แต่ผมไม่กลัวพวกตัวผู้ทั้งหลาย ที่รุมทำร้ายผู้หญิงครับ

การร้องไห้

การร้องไห้ ก็เป็นพฤติกรรมปรกติอย่างหนึ่งของมนุษย์แต่ละคน

นายกน้องปูของผม ร้องไห้ให้สื่อเอาไปถ่ายทอดกันทั่วโลกนั้น ที่จริงแล้วน้องปูร้องไห้เพราะสาเหตุอะไร

ก็เป็นเรื่องที่แกรู้ของแกอยู่คนเดียวในใจ...จะเป็นเพราะ สมเพชสงสารประาชน สงสารตัวเอง เสียใจและระลึกผิดในการปฎิบัติหน้าที่ เจ็บแค้นที่เพื่อนร่วมงานงี่เง่า เสียดายพรมเช็ดเท้าที่บ้านโดนน้ำท่วม สะใจที่เป็นไปตามแผน....หรือบังเอิย ยุงบินเข้าตาตอนออกอากาศ.....ทั้งหลายทั้งปวง น้องปูแกรู้อยู่คนเดียว.........

ส่วนปฏิกิริยา ของบุคคลอื่น จะเป็นสื่อหรือประชาชนทั่วไปนั้น ก็แตกต่างกันไปตามปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้พบเห็นการร้องไห้ของน้องปูกับตัวน้องปูเอง แต่มิใช่ในฐานะบุคคลทั่วไป แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้บริหารรับกิจประเทศไทย...คนรักคนชอบก็มองอย่างหนึ่ง คนไม่รักไม่ชอบไม่ศรัทธาก็มองอย่างหนึ่ง

อย่าว่าแต่คนของสังคมอย่างนายกร้องไห้เลยครับ แค่สามคนผัวเมีย....

ผ้วร้องไห้ เมียหลวงก็ตีความไปอย่างหนึ่ง เมียน้อยก็ตีความไปอย่างหนึ่ง เมียหลวงร้องไห้ ผัวก็ตีความอย่างหนึ่ง เมียน้อยก็ตีความอีกอย่างหนึ่ง......เช่นนี้

ข่าวสารในสื่อต่างประเทศนั้น เขาไม่ได้ลงในเนื้อหาว่าการร้องไห้เป็นความผิดของการเป็นนายกผู้หญิงหรือผู้ชาย

แต่วัตถุประสงค์ของข่าวนั้น มีเพียงต้องการให้ผู้เสพสื่อของเขาทราบว่า...

นายกรัฐมนตรีประเทศไทยร้องไห้ ในขณะที่ปฏิบัติภาระกิจบริหารราชการแผ่นดินแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร้ายแรง...... มิใช่ร้องไห้แบบนักการเมืองญี่ปุ่นที่ขี้มักจะร้องไห้ในโอกาสสำนึกผิดและขอโทษประชาชน ก่อนการจะประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ประการใด..........

ไม่อธิบายรายละเอียดอย่างมี่ผมว่าไว้....ผู้เสพข่าวต่างประเทศอาจเข้าใจผิดได้

ร้องไห้เพราะสงสาร ร้องไห้เพรา

ร้องไห้เพราะสงสาร
ร้องไห้เพราะทำงานพลาด
ร้องไห้เพราะพี่ชายยัดเยียดงานหนักมาให้
ร้องไห้เพราะยังกินไม่ได้
ร้องไห้เพราะขาเปียก
ร้องไห้เพราะไม่อยากเป้นนายกแต่โดนบังคับ

ร้องไห้กานปายยยยยย กร๊วกก

การร้องไห้ของนายกฯปูนั้น

การร้องไห้ของนายกฯปูนั้น จะเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ ไม่เป็นประเด็นที่สำคัญเลย
แต่การที่เป็นนายกฯแล้วไม่ยอมตอบคำถามในสภา
เป็นประเด็นของการเป็นประชาธิปไตยอย่างหนึ่งที่ควรจะอยู่ฟังสมาชิกรัฐสภาติติง และตอบคำถามเหล่านั้น
และแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยชี้แจงให้รัฐสภาและประชาชนได้เข้าใจถึงที่แนวทางจะช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยครั้งนี้อย่างไร ไม่ใช่โยนให้ไปเป็นเรื่องของข้าราชการประจำที่เข้าไปช่วยเหลือ บ้านละ 5,000.00 ถึง 30,00.00 บาทอะไรเหล่านั้น เพราะมันเทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่พวกเขาได้รับ
คนที่มาเรียกร้องหาประชาธิปไตยก่อนหน้านี้ คิดถึงประเด็นนี้บ้างหรือไม่ก็ไม่รู้น่ะ
ก่อนหน้านี้ยกตัวอย่างประเทศต่างๆว่าเป็นประชาธิปไตย
นายกฯญี่ปุ่นก็ลาออกหลังเกิดสึนามิถล่มญี่ปุ่น เพราะถือว่าผิดพลาดในการบริหารจัดการ ทั้งๆที่ถ้าจะเทียบกันแล้ว สึนามิเกิดขึ้นแบบรวดเร็วมากรู้ตัวล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมง หรืออาจจะไม่รู้เลย ในขณะที่ไทยเราก่อนน้ำจหลากท่วมกรุงเทพฯนั้น ได้ท่วมมาตั้งแต่นครสวรรค์ก่อนที่มวลน้ำจะเคลื่อนตัวลงมาอยุธยาจนถึงกรุงเทพนั้นใช้เวลาเดินทางเป็นเวลาหลายวัน และเห็นกันอยู่ไม่ว่าคนเดินดิน หรือขึ้นเฮลิคอปเตอร์มองจากเบื้องสูง แล้วมีการแสดงความรับผิดชอบไหม? จากรัฐบาลไทยว่าได้บริหารผิดพลาด จะใช้เพียงเล่ห์การเมืองโยนให้รัฐบาลเก่าว่ากักเก็บน้ำไว้ มวลน้ำมากเกินปกติ ต่างๆนาๆนั้น แต่ในขณะที่เกินเหตุการณ์นั้น รัฐบาลได้ทำอะไรบ้าง? นอกจากการให้นักการเมืองไปแสดงสิทธิ์เหนือข้าวของที่เขามาบริจาคกัน เพื่อเอาไปให้หัวคะแนนของตัวเอง มีการจัดการอะไรบ้างที่แสดงให้เห็นว่ามีสมองที่จะบรรเทาหรือหลีกเลี่ยงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น นอกจากที่ออกมาพูดว่า เอาอยู่ๆ แล้วสุดท้ายก็เอาไม่อยู่ สิ่งเหล่านี้ที่ประชาชนส่วนใหญ่เขาต้องการที่จะให้รัฐบาลชี้แจงให้กระจ่าง
การเป็นประชาธิปไตยนั้นไม่ไช่เพียงแค่การชนะเลือกตั้งเท่านั้น ต้องพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบจากประชาชนได้ตลอดเวลา จึงจะเรียกได้ว่าเป็นประชาธิปไตยนะครับ

ปราชัญ ลวนชม

[quote=ปราชัญ ลวนชม]
นายกฯญี่ปุ่นก็ลาออกหลังเกิดสึนามิถล่มญี่ปุ่น เพราะถือว่าผิดพลาดในการบริหารจัดการ[/quote]

ไม่จริงนะครับ สึนามิ+แผ่นดินไหวเกิดมีค. นาโอโตะ คังลาออกส.ค. (ผ่านไป 5 เดือน) เพราะเรตติ้งรบ.ตก เนื่องจากไม่สามารถแก้ผลพวงจากวิกฤตสึนามิ+นิวเคลียร์ได้ อีกส่วนหนึ่งเราอย่าลืมว่าญี่ปุ่นเขาเปลี่ยนนายกฯ กันเป็นล่ำเป็นสัน 5 ที่ผ่านมามีนายกฯ 6 คน เฉลี่ยไม่ถึงปีละคน

ผมคิดว่าประชาชนควรให้โอกาสรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาก่อน จะเห็นได้ว่าโพลล์ที่สำรวจออกมาตอนนี้ รบ.ยังถือว่าลอยลำอยู่ แต่ผมเชื่อว่าถ้าภายในสองสามเดือน การฟื้นฟูไม่คืบหน้า รบ.จะอยู่ไม่ได้เอง มันเป็นอย่างนี้นะครับตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เกิดเหคุปุ๊บไปเรียกร้องให้เขาลาออกเลย ประเทศไหนในโลกเขาทำกัน ช่วยบอกหน่อย

พิภพ wrote:ปราชัญ ลวนชม

[quote=พิภพ][quote=ปราชัญ ลวนชม]
นายกฯญี่ปุ่นก็ลาออกหลังเกิดสึนามิถล่มญี่ปุ่น เพราะถือว่าผิดพลาดในการบริหารจัดการ[/quote]

ไม่จริงนะครับ สึนามิ+แผ่นดินไหวเกิดมีค. นาโอโตะ คังลาออกส.ค. (ผ่านไป 5 เดือน) เพราะเรตติ้งรบ.ตก เนื่องจากไม่สามารถแก้ผลพวงจากวิกฤตสึนามิ+นิวเคลียร์ได้ อีกส่วนหนึ่งเราอย่าลืมว่าญี่ปุ่นเขาเปลี่ยนนายกฯ กันเป็นล่ำเป็นสัน 5 ที่ผ่านมามีนายกฯ 6 คน เฉลี่ยไม่ถึงปีละคน

ผมคิดว่าประชาชนควรให้โอกาสรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาก่อน จะเห็นได้ว่าโพลล์ที่สำรวจออกมาตอนนี้ รบ.ยังถือว่าลอยลำอยู่ แต่ผมเชื่อว่าถ้าภายในสองสามเดือน การฟื้นฟูไม่คืบหน้า รบ.จะอยู่ไม่ได้เอง มันเป็นอย่างนี้นะครับตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เกิดเหคุปุ๊บไปเรียกร้องให้เขาลาออกเลย ประเทศไหนในโลกเขาทำกัน ช่วยบอกหน่อย[/quote]

***คุณพิภพครับ ผมไม่ได้เรียกร้องให้นายกฯรัฐมนตรีลาออกนะครับ เพราะนายกฯไทยคงไม่หน้าบางขนาดนั้น แต่เรียกร้องให้มีการบริหารจัดการฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบกับอุทกภัยครั้งนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้าราชการประจำมาคำนวนตัวเลขแล้วจะชดเชยให้ครอบครับละ 5,000.00 ถึง 30,000.00 บาทอะไรนั่น ทำไมทีโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมีการประกาศแผนการต่างๆนาๆออกมา แต่ประชาชนทั่วไปไม่มีแผนการจัดการอะไรเลย นอกจากคิดว่าเอาเงินฟาดหัวไปบ้านละเท่านั้นเท่านี้ก็พอแล้ว