วันอังคาร ที่ 22 พฤษภาคม 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 44 นาที ที่ผ่านมา
การเมืองเพื่อประโยชน์ใคร?
Thu, 2010-07-29 21:54
เรื่องของการเมือง ไม่ว่าระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นก็ตาม ล้วนมีบทบาท และมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งกติกาสำคัญในการกำหนดบทบาทของผู้มีอำนาจทางการเมืองนั้น ก็จะมีกฎหมายต่างๆนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายเฉพาะที่ได้ประกาศบังคับใช้ไว้ โดยรัฐบาลในแต่ละยุคสมัยจะเป็นผู้กำกับดูแลเพื่อให้กฎหมายนั้น มีประโยชน์ต่อประชาชน ต่อการพัฒนาประเทศชาติ หรือท้องถิ่น หรือว่าให้มีประโยชน์ต่อนักการเมืองอย่างไร
สำหรับกฎหมายที่ประกาศบังคับใช้ไปแล้วนั้น ประชาชนจะปฏิเสธว่าไม่รู้กฎหมายเหล่านั้นก็ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้ว่าข้อความเหล่านั้นในกฎหมายได้กำหนด หรือบัญญัติไว้อย่างไร และก่อนที่กฎหมายเหล่านั้นจะประกาศบังคับใช้ ได้มีการเสนอร่างของกฎหมายนั้นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายซึ่งจะต้องนำเอาไปสรุปรวบรวม ก่อนตัดสินใจในการกำหนดข้อความให้กฎหมายเป็นไปตามความต้องการของประชาชน
ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งหมด 132 มาตรา เป็นกฎหมายสำคัญอีกฉบับหนึ่ง ที่รัฐบาลจะต้องนำเข้าไปสู่การประชุมของรัฐสภาและอยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หัวข้อสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการกำหนดบทบาทหน้าที่ในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และในความของมาตรา 59 ของร่างกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดข้อความไว้อย่างน่าสนใจว่า
“มาตรา 59 ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีผู้บริหารท้องถิ่นคนหนึ่งซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งนับแต่วันที่มีการประกาศผลการเลือกตั้ง และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
การพ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ถือว่าเป็นหนึ่งวาระ เว้นแต่เป็นการพ้นจากตำแหน่งเพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่”
ข้อความเหล่านี้ ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร ก็สามารถนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมาย ผ่านไปทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยตรงทางจดหมาย หรือทางอินเตอร์เน็ต www.krisdika.go.th
ความจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ทั้งกฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2546) มาตรา 58/2 กฎหมายเทศบาล พ.ศ.2496 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2546) มาตรา 48 และกฎหมายองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 35/2 ได้เคยกำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรีที่บริหารงานเทศบาลทุกประเภท และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จะต้องดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง และดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ แต่ข้อความนั้นได้ถูกแก้ไขในสมัยของรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในเดือนพฤศจิกายน 2552 ทำให้สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันกี่วาระก็ได้
และในโอกาสนี้ ประชาชนเจ้าของประเทศมีความต้องการให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระหรือไม่อย่างไร...
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน









แล้วบรรดาผู้รู้กฏหมายไปไหนหมด
แล้วบรรดาผู้รู้กฏหมายไปไหนหมด
กลายเป็นกบ ไปหมดหรืออย่างไร
ทำไมไม่ก่อการร้าย ขึ้นมาประท้วงกันซะหน่อยล่ะคะ
ชาวบ้านเขาพักเอาแรงอยู่
ไม่ไหวจะก่อการร้ายแล้ว
วาระของอำนาจ ขอบคุณ คุณกฤษณะ
วาระของอำนาจ
ขอบคุณ คุณกฤษณะ ฉายากุล ที่ได้นำเรื่องนี้มาเผยแพร่
ผมเป็นคนที่ไม่เคยสนใจกฎหมาย แต่เห็นรืองนี้ก็เป็นอึ้งไปเลย
นี่เป็นการเดินหมากที่สำคัญมาก การยึดกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จจะทำได้่ง่ายในอนาคต
เป็นเรื่องสำคัญพอๆกับการให้มีการแต่งตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่้บ้านแบบไม่มีวาระ
หัวใจสำคัญของระบบประชาธิปไตยคือ "การเลือกตั้ง" และมี "วาระ"
ไม่ว่าจะเป็นระบอบพรรคเดียว(คอมมิวนิสต์) หรือระบอบหลายพรรคก็ตาม (ประชาธิปไตย-จอมปลอมหรือเปล่า?)
ในความเห็นของผม ถ้าระบบใดขาด "การเลือกตั้ง" และขาด "วาระ" ก็ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตย
บางทีเราอาจจะแปลกใจว่าทำไมประเทศลาวที่เป็นคอมมิวนิสต์
แต่ทำไมเขาถึงเรียกประเทศของเขาเองว่า "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว"
เราลองมาใคร่ครวญดูให้ดีนะครับว่าเพราะอะไร?
ในความเห็นของผม เขามี"การเลือกตั้ง" และมี "วาระ" ของอำนาจ
เขาจึงจัดอยู่ในนิยามของประชาธิปไตยแบบพรรคเดียว
และเขาสามารถพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยแบบหลายพรรคได้ในอนาคต
และประเทศจีน เวียดนาม ก็เป็นแบบนี้เช่นเดียวกัน
ยกเว้นเกาหลีเหนือ ที่รู้สึกเหมือนตำแหน่งประธานพรรคจะกลายเป็นสมบัติของครอบครัว
สาเหตุหลักก็คืออำนาจของเขาไม่มี "วาระ" ที่จะต้องลงจากอำนาจนั่นเอง
เห็นไหมครับว่าการไม่มี "วาระ" ของอำนาจนั้น มันจะเป็นเช่นใด?
วาระของอำนาจ ขอบคุณ คุณกฤษณะ
วาระของอำนาจ
ขอบคุณ คุณกฤษณะ ฉายากุล ที่ได้นำเรื่องนี้มาเผยแพร่
ผมเป็นคนที่ไม่เคยสนใจกฎหมาย แต่เห็นรืองนี้ก็เป็นอึ้งไปเลย
นี่เป็นการเดินหมากที่สำคัญมาก การยึดกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จจะทำได้่ง่ายในอนาคต
เป็นเรื่องสำคัญพอๆกับการให้มีการแต่งตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่้บ้านแบบไม่มีวาระ
หัวใจสำคัญของระบบประชาธิปไตยคือ "การเลือกตั้ง" และมี "วาระ"
ไม่ว่าจะเป็นระบอบพรรคเดียว(คอมมิวนิสต์) หรือระบอบหลายพรรคก็ตาม (ประชาธิปไตย-จอมปลอมหรือเปล่า?)
ในความเห็นของผม ถ้าระบบใดขาด "การเลือกตั้ง" และขาด "วาระ" ก็ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตย
บางทีเราอาจจะแปลกใจว่าทำไมประเทศลาวที่เป็นคอมมิวนิสต์
แต่ทำไมเขาถึงเรียกประเทศของเขาเองว่า "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว"
เราลองมาใคร่ครวญดูให้ดีนะครับว่าเพราะอะไร?
ในความเห็นของผม เขามี"การเลือกตั้ง" และมี "วาระ" ของอำนาจ
เขาจึงจัดอยู่ในนิยามของประชาธิปไตยแบบพรรคเดียว
และเขาสามารถพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยแบบหลายพรรคได้ในอนาคต
และประเทศจีน เวียดนาม ก็เป็นแบบนี้เช่นเดียวกัน
ยกเว้นเกาหลีเหนือ ที่รู้สึกเหมือนตำแหน่งประธานพรรคจะกลายเป็นสมบัติของครอบครัว
สาเหตุหลักก็คืออำนาจของเขาไม่มี "วาระ" ที่จะต้องลงจากอำนาจนั่นเอง
เห็นไหมครับว่าการไม่มี "วาระ" ของอำนาจนั้น มันจะเป็นเช่นใด?
ระบอบประชาธิปไตย
ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด มันจะเลวมากถ้านักเลือกตั้งทั้งหลายได้เงินอุดหนุนจากนายทุนและทำงานรับใช้นายทุน ยกมือผ่านกฎหมายให้นายทุน และการเลือกตั้งนั้นก็มิได้หมายความว่าประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง การที่ประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาชนต้องมีส่วนร่วมเสมอ กฎหมายที่ออกมาแต่ละฉบับต้องเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่หมกเม็ดให้นายทุนรับประโยชน์ หนังเรื่องนี้มันยาว เถียงกันจนปากฉีกก็ไม่จบ
http://www.krisdika.go.th/wps
http://www.krisdika.go.th/wps/portal/general/!ut/p/c5/04_SB8K8xLLM9MSSzPy8xBz9CP0os3g_A2czQ0cTQ89AvwAzA08T9-AQT2MfAwtPE6B8JE55d18TArr9PPJzU_ULciPKAdvDREY!/dl3/d3/L0lDU0lKSWdra2trIS9JSFJBQUlpQ2dBek15cXhtLzRCRWo4bzBGbEdpdC1iWHV3RUEhLzdfTjBDNjFBNDFJQURIRjBJNDlHMjYzRTIwQTQvc2Euc3BmX0FjdGlvbkxpc3RlbmVy/?PC_7_N0C61A41IADHF0I49G263E20A4_spf_strutsAction=!2flisten.do!3fbillDate%3d2006-03-15!2000%3a00%3a00.0!26billCode%3d7!26billHead%3d%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99
ข้อมูลร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาตั้งแต่ปี 2549
...............................................................
ร่างกฎหมายที่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น
ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 15 มี.ค. 2006
...............................................................
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำคลอดเสร็จวันไหน
ย้อนอดีตไปดูการทำหน้าที่นักการเมืองกันสักหน่อย //วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายท้องถิ่น
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090817/69639/%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AF%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%87.html
พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%ca52/%ca52-20-9999-update.pdf
พระราชบัญญัติเทศบาล
http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%b705/%b705-20-9999-update.pdf
พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%cd16/%cd16-20-9999-update.pdf
ผมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจสู
ผมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถื่น จะมีวาระหรือไม่มีวาระ ผมว่าไม่สำคัญ ขอให้ประชาชนสามารถถอดถอนได้ง่ายๆก็พอ ให้มีการเลือกตั้งบ่อยๆ คนไม่ดีมันก็หมดไปเอง ทุนมากขนาดไหน ถ้าเลือกตั้งบ่อยๆทุนมันก็หมดได้เหมือนกัน ผมเห็นว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในทุกวันนี้ ยังสับสน มีนายก อบจ.แล้วยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ทำไม มีนายก อบต. แล้วไหงมี กำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่อีก เลิกเสียให้หมด ให้ราษฎรเขาเลือกผู้บริหารของเขาเอง และที่สับสนมากที่สุดและไม่ทราบว่าจะหาคำตอบได้ที่ใดคือ เทศบาล เทศบาลก็คือการปกครองอย่างหนึ่ง แต่ทำไมต้องมี สมาคมสันนิบาติเทศบาล ขึ้นมาอีก และเทศบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนให้กับสมาคมฯนี้อีกด้วย ทั้งๆที่มีการเถียงกันว่า สมาคมฯ นี้เป็นนิติบุคคล เป็นเอกชน เข้าใจเลาๆว่า สมาคมฯนี้เป็นผู้ต่อรองเรื่องงบประมาณกับรัฐบาลแทนเทศบาล เทศบาลต่อรองกับรัฐบาลเองไม่ได้หรืออย่างไร ขอตวามกรุณาใครรู้ช่วยอธิบายหน่อยครับ หรือ ชี้แนะแหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษาเรื่องนี้จะเป็นพระคุณมาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นยังไม่สมบูรณ์ แต่ทุกวันนี้ก็กระจายสู่ท้องถิ่นบ้างแล้ว แต่มีเสียงโวยวายมาว่า รัฐบาลไม่ยอมให้งบประมาณกับท้องถิ่น โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการเอง อย่างเช่นโครงการไทยเข้มแข็ง อยากจะยืมคำพูดของใครบางคนในซีกรัฐบาลที่ด่าฝ่ายค้านว่า "อย่าเสือก" ได้ไหม ราษฎรเขาย่อมรู้ดีว่าเขาต้องการอะไร อย่าเสือกรู้ได้ไหม